วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

ชี้เด็กไทยเห่อเรียนอาชีพนักบิน


ชี้เป้าปัญหาคอขวดอาชีพนักบินไทย

 ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ กรรมการในคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) และอดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อาชีพนักบิน กำหอมหวานในสังคมไทยและอาจจะกลายเป็น แฟชั่นรุ่นใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ ของเยาวชนที่กำลังสนใจหอบเงินหลายล้านมาร่ำเรียน

ทว่าเส้นทางการใช้เงินของแต่ละคนตลอดหลักสูตรปีละกว่า 3 ล้านบาท ในความเป็นจริงมิได้หอมหวานดังภาพมายาที่ปรากฎ เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น้อง ๆ กำลังตัดสินใจเลือกทางเดินเข้าสู่ อาชีพนักบิน ต้องศึกษาจุดแข็งและจุดอ่อนก่อนตัดสินใจเข้ามาเรียน

 โดยภาพรวมตอนนี้ประเทศไทยขาดแคลนนักบิน ส่วนการสั่งซื้อเครื่องบินก็เพิ่ม 4.7 % ทำให้คนสนใจไปเรียนกันมาก แต่ต้องทำความเข้าใจในการเข้าสู่ระบบ อาชีพนักบินไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำนักงานใหญ่ของแต่ละสายการบิน ต้องผ่านการตรวจสอบทางการแพทย์ คลาส 1 ตรวจละเอียดต้องสอบจิตเวช ปัญหาของไทยที่มีการเปิดรับนักเรียนการบินหลายสถาบันแห่กันเปิดบริการ 

หลักการเข้ามาเรียนนักบิน ขั้นแรกจะต้องสอบจิตเวชด้วย (นอกเหนือจากเรื่องการตรวจสมรรถนะร่างกาย) มีสถานที่ตรวจเพียงแค่ 2 แห่ง คือ เวชศาสตร์การบินโรงพยาบาลภูมิพลกับโรงพยาบาลกรุงเทพ ถึงแม้จะเข้าเรียนเป็นนักบินจนจบตลอดหลักสูตรจะใช้เงินประมาณ 3 ล้านบาท เมื่อเรียนจบก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าเป็นนักบินได้เลย เพราะเด็กจบใหม่ที่ไปเป็นนักบินผู้ช่วย ต้องเข้าสู่ระบบเกณฑ์จากทางสายการบิน เช่น ไทยแอร์เอเชีย การบินไทย ใช้วิธีไปคัดตั้งแต่เริ่มต้นก่อนเข้าเรียนไว้ตั้งแต่แรกที่เรียนจากนั้นจึงให้กลับมาใช้ทุน
ดังนั้นผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจว่าถึงแม้จะส่งลูกไปเรียนจนจบก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาเป็นนักบินได้ทันที
            ปัญหาคอขวดของ อาชีพนักบิน ทุกสถาบันการศึกษาที่เปิดหลักสูตรต้องสอบก่อน พอจบแล้วสำคัญที่สุดต้องไปสมัครงานกับทางสายการบิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นไปบินได้เลย ต้องใช้เวลาฝึกหัดทักษะบิน สิ่งแรกที่ต้องเจออีกครั้งคอขวดหลัก ๆ คือ

1.“เวชศาสตร์การบินด้วยความที่เมืองไทยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คิวรอตรวจจิตเวชนักบินจึงยาวมากบางครั้งคิวข้ามปี เป็นปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอสำหรับการตรวจ ขณะนี้ พลอาอาศเอกประจินต์ จั่นตองรองนายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้สร้างสถาบันเวชศาสตร์การบินแห่งที่ 2  

2.ปัญหาการติดธงแดงของไทยจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) แนวโน้มกว่าจะปลดได้ต้องรอถึงประมาณกลางปี 2560 ส่งผลให้ต้องรอจังหวะเรื่องนี้ด้วย ถึงจะเดินหน้าเพิ่มบุคลากรการบินด้านต่าง    โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต (ไลเซ่น) ตรวจสอบมาตรฐานการบินทั้งระบบด้วย

3.การออกใบอนุญาตสายการบินซึ่งเกิดจากการถูกติดธงแดง 2 เรื่อง คือ 1.ใบสำคัญการดำเนินการเดินอากาศ และการขนส่งสินค้าอันตราย จึงต้องแก้ไขโดยการออกคู่มือและการแก้กฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ผลจากการติดธงแดงทำให้สายการบินของไทยไม่สามารถเพิ่มเที่ยวบินหรือจุดบิน หรือเปลี่ยนแปลงแบบเครื่องบินได้ ส่งผลให้สายการบินของไทยโดยรวมยังไม่สามารถขยายธุรกิจได้

ขณะที่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของนักเรียนที่จะเข้ามาสู่ อาชีพการบินของเมืองไทยในปี 2560 นั้น

ล่าสุดคณะกรรมาธิการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม ได้จัดสัมมนาเรื่องปัญหาเฉพาะ ไทยขาดแคลนบุคลากรการบิน รวมถึงการผลิตคนเพื่อไปทำงานในประเทศต่าง ๆ ด้วย คำตอบสำคัญคือสถาบัน 1.ผลิตบุคลากรต้องมีมาตรฐาน โดยสำนักงานการบินพลเรือน มีหน้าที่หลักออกกฎเกณฑ์ เข้มงวดในการตรวจสอบ 2.หน่วยงานไม่สามารถบังคับสายการบินให้รับบุคลากรจบใหม่ได้ ดังนั้นจึงควรใช้วิธีร่วมมือกับสายการบินกับสถาบันผลิตนักบิน ซึ่งมีสูตรการคัดเลือกนักบินเข้าเรียนตั้งแต่เบื้องต้นไปจนถึงสุดทาง

สำหรับการเติบโตใน อาชีพนักบิน ปัจจุบันทั้งในไทยและตะวันออกกลาง ยังคงขยายตัวสูงมาก แต่คอขวดที่กล่าวมาคือเรื่อง รูปแบบวิธีการคัดนักบิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การบินผู้ตรวจสอบด้านจิตเวช สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานบุคลากรการบิน ความร่วมมือตั้งแต่ต้นทางระหว่างสายการบินกับผู้ที่จะเข้าเรียนการบิน และกฎระเบียบมาตรฐานใหม่ที่ไทยจะต้องปรับแก้ให้สอดคล้องกับสากลตามกติกาขององค์การการบินพลเรือน

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...