วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

ททท.นำไทยโชว์พลังเที่ยวยั่งยืนสู่เวทีสากลGSTC 2026

ททท.นำไทยโชว์พลังเที่ยวยั่งยืนสู่เวทีสากลGSTC 2026

ต้อนรับทั่วโลกด้วย“อาหาร-วัฒนธรรม-คุณค่าทรัพยากร”

ททท.เลี้ยงต้อนรับทั่วโลกGlobal Sustainable Tourism Conference 2026 (GSTC 2026) Phuket” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #GSTC2026 #ท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

ททท. ต้อนรับทั่วโลกผนึกพลังท่องเที่ยวไทยยั่งยืนในเวทีสากล “Global Sustainable Tourism Conference 2026 (GSTC 2026) Phuket” ภูเก็ตโชว์อัตลักษณ์เด่น “อาหาร-วัฒนธรรมการแสดง-โชว์เคสมูลค่าทรัพยากร” โชว์จุดแข็งท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างรับผิดชอบ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.และพันธมิตรท่องเที่ยวร่วมกันต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2026 (GSTC 2026) กว่า 500 คน ที่ร้านอาหารบลู เอเลเฟนท์ จังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพ ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทุกมิติ 

โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ Mr. Luigi Cabrini ประธานบริหาร Global Sustainable Tourism Council (GSTC) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมคณะทูตานุทูตและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในคฤหาสน์เก่าแก่กลางเมืองภูเก็ต สะท้อนความโดดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นและคุณค่าทางวัฒนธรรม


ททท.จัดงานเลี้ยงต้อนรับด้วยแนวคิด “New Generation Symphony: Young Voices, Shaping Tomorrow” ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมสืบสานและต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทยสู่อนาคต ผ่านการแสดงที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เช่น การแสดงดนตรีไทยประยุกต์จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต  การแสดงโขนน้อยจากโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ  การแสดงมโนราห์  และการบรรเลงดนตรีออร์เคสตรา  ได้ร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจให้นานาชาติ 



“อาหาร” เป็นไฮไลต์สำคัญทั้งเมนูพื้นเมืองภูเก็ตและทะเลคัดสรรอย่างพิถีพิถัน บ่งบอกถึงรากวัฒนธรรม รสชาติท้องถิ่น ภูมิปัญญาอาหารไทย ผสานมาตรฐานการบริการระดับสากล สื่อถึงไทยพร้อมยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพและความหมาย 



“จัดแสดงโชว์เคส” ภายใต้แนวคิด “Monsoon Garbage” นำเสนอการสร้างมูลค่าใหม่จากทรัพยากรเหลือใช้ ผ่านผลิตภัณฑ์ Upcycling จากขยะทะเลและเศษอวน โดยกลุ่ม Live Like a Local และ Raksamut Studio ผลิตภัณฑ์ Eco Print จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต งานหัตถกรรมจากชุมชน เช่น ชุมชนบ้านเคียน ชุมชนย่านซื่อ และกลุ่มสตรีบ้านป่าคลอก ถ่ายทอดแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การกระจายรายได้สู่ชุมชน และเพิ่มคุณค่าทรัพยากรท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม 

        Welcome Dinner ททท.และทุกภาคส่วนได้ใช้เวทีสำคัญต้อนรับทั่วโลกครั้งนี้ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของไทยจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วย คุณค่า ความหมาย ความยั่งยืน เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม คนรุ่นใหม่ และพลังของชุมชนท้องถิ่น สู่การสร้า

วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.ต้อนรับรมว.ท่องเที่ยวโอมานผนึก4มิติ “ตลาดร่วม-เที่ยวบิน-กลุ่มคุณภาพ-เมดิคัลฮับ”

ผู้ว่าฯ ททท.ต้อนรับรมว.ท่องเที่ยวโอมานหารือ4มิติ

ผนึก“ตลาดร่วม-เที่ยวบิน-กลุ่มคุณภาพ-เมดิคัลฮับ”


ททท.ต้อนรับและร่วมหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมรดกและการท่องเที่ยวแห่งรัฐสุลต่านโอมาน 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #โอมาน  

ททท.ต้อนรับ รมว.กระทรวงมรดกและการท่องเที่ยวโอมาน พร้อมหารือความร่วมมือท่องเที่ยว 2 ประเทศ 4 มิติ “ทำตลาดร่วม-เชื่อมเที่ยวบิน-ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ-ต่อยอดไทยเมดิคัลฮับ” ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลาง 1ม.ค.-20 เม.ย.69 โอมานมาไทยเป็นบวก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Ibrahim Bin Said Al Busaidi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมรดกและการท่องเที่ยวแห่งรัฐสุลต่านโอมาน และร่วมหารือส่งเสริม 4 มิติ คือ  1.ความร่วมมือกเน้นทำตลาดร่วม (Co-marketing) 2.การเดินทางเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) 3.การขยายฐานแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวสองประเทศอย่างมีคุณภาพยั่งยืน (Two-way Tourism) 4.ต่อยอดศักยภาพของไทยศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Hub) ของภูมิภาคนี้


โดยได้ยกระดับความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการบริการท่องเที่ยวอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล (Good Service Governance) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะ “ตลาดตะวันออกกลาง” ใช้จ่ายเงินสูงและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพทุกมิติ

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ตามมาตรฐานสากล เดินหน้าผลักดันประสบการณ์ท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับชุมชน (Community-Based Tourism : CBT) เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถินที่แท้จริง ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างสมดุล


“โอมาน” เป็นตลาดท่องเที่ยวศักยภาพสูงของไทย ปี 2568 เดินทางมาไทย 119,577 คน สร้างรายได้รวมกว่า 1,179 ล้านบาท ใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 100,436 บาท/คน/ทริป พักค้างคืนเฉลี่ย 10.18 คืน

ระหว่าง 1 มกราคม – 20 เมษายน 2569 โอมานมาไทยแล้วกว่า 18,206 คน แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตัวเลขดังกล่าวยังมีสัญญาณเชิงบวก

 โดยภาพรวมปี 2568-ต้นปี 2569 สะท้อนชัดถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อโดดเด่นและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีความเชื่อมั่นในการเดินทางมาไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณ

“จังหวัดหลัก” นักท่องเที่ยวโอมานเลือกจุดหมายมาไทยเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และชลบุรี (พัทยา) ช่วงการเดินทางระหว่างพฤศจิกายน–มีนาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทย

“เที่ยวบินตรง” ปัจจุบันไทยและโอมานมีบริการบินเชื่อมโยงต่อเนื่อง ไป-กลับ  2 เส้นทางหลัก ได้แก่ มัสกัต–กรุงเทพฯ 21 เที่ยว/สัปดาห์ และ มัสกัต–ภูเก็ต 10 เที่ยว/สัปดาห์ ช่วยสนับสนุนตลาดเติบโตอย่างชัดเจน



ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่า ททท. เชื่อมั่นการหารือกันครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวครั้งสำคัญระหว่างไทยและโอมาน ทั้ง 4 มิติ คือ การตลาด เชื่อมโยงการเดินทาง การพัฒนาสินค้าและบริการคุณภาพ การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนร่วมกัน สร้างคุณค่าใหม่ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว

 

บอร์ดททท.เปิดเวที“TAT Stakeholder Management Day 2026”ฟังเสียงสะท้อน7กลุ่ม

บอร์ดททท.จัดTAT Stakeholder Management Day 2026”

ฟังเสียงสะท้อนผู้มีส่วนได้เสีย7กลุ่ม-ปรับใช้ยุทธศาสตร์ใหม่

บอร์ด ททท.เปิดเวทีTAT Stakeholder Management Day 2026”ฟังเสียงผู้มีส่วนได้เสียท่องเที่ยว 7 กลุ่ม

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #StakeholderManagementDay2026

บอร์ด ททท.จัดเวทีใหญ่ TAT Stakeholder Management Day 2026” รับฟังเสียงสะท้อนผู้มีส่วนได้เสียท่องเที่ยว 7 กลุ่ม นำไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ใหม่เน้น โปร่งใส ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง สร้างสัมพันธ์อันดีวงการท่องเที่ยวไทยและโลก

นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม คณะกรรมการ (บอร์ด) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ได้จัดกิจกรรม “TAT Stakeholder Management Day 2026” รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิดการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์มุ่งสู่ความยั่งยืน เดินหน้ากลยุทธ์ “Amazing 5 Economy” และจัดเสวนาไฮไลต์ “Executive Talk: Amazing 5 Economy & The Real Cases” ที่ห้องคาร์ลตันแกรนด์บอลรูม โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

ภายในงานนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ร่วมเป็นประธานเปิดงาน นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ คณะกรรมการ ททท. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ททท. ร่วมเจาะลึกแนวทางการทำงาน โดยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลเชิงนโยบาย สนับสนุน ททท. ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โปร่งใส ตอบสนองความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติได้อย่างเหมาะสม โดยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ถือเป็นปัจจัยสำคัญช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น ขยายความร่วมมือ ต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว ผสานพลังจากทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดทิศทางและร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่มิติใหม่ ผ่านกรอบแนวคิดยุทธศาสตร์ Amazing 5 Economy จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส และร่วมกันสร้างอนาคตการท่องเที่ยวไทยที่เข้มแข็ง สมดุล และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง


นางสาวฐาปนีย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในโลกที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมี “Strategic Insight” หรือความเข้าใจเชิงลึกต่อสถานการณ์และแนวโน้มในอนาคต จึงเป็นหัวใจสำคัญกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวไทย โดย ททท. ยึดมั่นการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้ง 7 กลุ่มตั้งแต่ระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลบิ๊กดาต้าทำการตลาดที่แม่นยำ รับฟังอย่างจริงจัง เวที พร้อมกับสร้าง "Partnership 360 องศา" เพื่อให้ทุกภาคส่วนรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมออกแบบอนาคตท่องเที่ยวไทย

ททท. พร้อมจะนำเสียงสะท้อนและความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงในระยะยาว




ในเวทีเสวนา “Executive Talk: Amazing 5 Economy & The Real Cases” มีไฮไลต์นำเสนอแนวคิด Amazing 5 Economy การปฏิบัติงานจริง โดยรองผู้ว่าการ ททท.ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว

โดยมี นายวิทย์ สิทธิเวคิน ดำเนินรายการ ร่วมกันแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาทั้ง Best & Bad Cases (Learning from the Gaps) ครอบคลุมด้าน Life Economy, Night Economy, Circular Economy, Sub-Culture Economy และ Platform Economy ปิดช่องว่างและยกระดับการทำงานร่วมกับพันธมิตร โดยมุ่งเน้นใช้ข้อมูลอินไซต์ที่แม่นยำและบูรณาการความร่วมมือ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นภาพการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุด


ททท.ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น “Stakeholder Voice” สะท้อนมุมมองเชิงลึกจากตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 กลุ่ม ทั้งกลุ่มต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผ่านกิจกรรม Real-time Poll เพื่อประมวลผลความคาดหวังและประเด็นที่ต้องการให้ ททท. เน้นความสำคัญ นำไปทบทวนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการบริหารความสัมพันธ์ เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางการบริหารความสัมพันธ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ททท. ทางเว็บไซต์ https://www.tat.or.th/about-tat/stakeholder  โทร.0 2250 5500 ต่อ 1640-44

 

ททท.-DIDAงัดดิจิทัลเชื่อมเสน่ห์ไทยรุกจีนคุณภาพสูง ลงทุน 2.5 ล้านหยวนเปิด“Trusted Thailand China”

ททท.-DIDAงัดดิจิทัลเชื่อมเสน่ห์ไทยรุกจีนคุณภาพสูง

ลงทุน 2.5 ล้านหยวนเปิดตัวTrusted Thailand China

 

ผู้ว่าฯ ททท. ลงนาม LOI กับซีอีโอกลุ่ม Dida Holdings DIDA TRAVEL TECHNOLOGY

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TrustedThailandChina  

ททท.LOI  บิ๊กดิจิทัล DIDA TRAVEL TECHNOLOGY เปิดสะพานเชื่อมเสน่ห์ไทยเจาะตลาดจีนคุณภาพเน้น ส่วน “สร้างแรงบันดาลใจ-ขยายพื้นที่ 10 เมืองรอง-พัฒนาสินค้ายอดนิยม” เอกชนไทยแห่ร่วม 130 ราย ซีอีโอลั่นลงทุน 2.5 ล้านหยวนเปิด“Trusted Thailand China Acceleration Program

        นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับ Daryl Lee ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Dida Holdings DIDA TRAVEL TECHNOLOGY ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร  ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการเดินหน้าสร้าง Digital Bridge เชื่อม “เสน่ห์ไทย” เข้ากับเทคโนโลยีระดับโลกให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพและต่อยอดการเดินทางสู่ประสบการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ  

ททท. ตั้งใจขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ปฐมบทใหม่ New Thailand เน้นคุณภาพ ปรับสมดุล และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการลงนามครั้งนี้เพื่อยกระดับการเข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพต่อยอดการเดินทางสู่ประสบการณ์จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 1.การขยายตลาดเชิงกลยุทธ์ 2.การส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัล ผสานเทคโนโลยีเข้ากับการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย 3.ขับเคลื่อนโครงการ “Trusted Thailand” ร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ และสร้างความน่าเชื่อถือ

ททท.และ Dida พร้อมจะใช้การลงนามครั้งนี้ร่วมกันกระตุ้นตลาดคุณภาพเน้น 3 ส่วน ประกอบด้วย

การสร้างแรงบันดาลใจผ่านการใช้แพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu และ Douyin เพื่อกระตุ้นความสนใจและกำหนดทิศทางการตัดสินใจเดินทาง พร้อมนำเสนอทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและ Hidden Gems รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ขยายเป้าหมายสู่เมืองรองของจีน โดยเจาะเมืองศักยภาพการเติบโตสูง 10 เมืองเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายจำนวนนักท่องเที่ยว และกระจายรายได้ด้านการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เมืองท่องเที่ยวหลักไปจนถึงเมืองน่าเที่ยว และชุมชน และพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

พัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ที่ครอบคลุมถึงที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรมท่องเที่ยวท้องถิ่น  เป็นแพ็กเกจที่เข้าใจง่าย ค้นหาและจองได้สะดวก เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เข้าถึงได้จริง

Daryl Lee” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Dida Holdings กล่าวว่า Dida วางแผนจะลงทุนอีก 3 เดือนหน้ากว่า 2.5 ล้านหยวน เดินหน้าดำเนินการตามโปรแกรม โดยเตรียมเปิดตัวโปรแกรม “Trusted Thailand China Acceleration Program” สนับสนุน ททท. ที่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์เดินทางที่มีคุณค่า ปลอดภัย น่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยว โดยจะสร้างดีมานด์ผ่านการผลิตคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ขยายตลาดจีน ตั้งใจเปลี่ยนความเชื่อมั่นให้กลายเป็นดีมานด์เกิดการเดินทางจริง ต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนทั่วไทย  

DIDA เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านการท่องเที่ยวรายสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีนแบบ B2B Travel Wholesaler มีเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 35,000 ราย ครอบคลุมโรงแรมที่พัก สายการบิน บริการท่องเที่ยวด้านต่าง ๆ



ความร่วมมือครั้งนี้มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมกว่า 130 ราย สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนพร้อมร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม

            สำหรับ ททท.กับ Dida ร่วมมือกันครั้งนี้มุ่งขับเคลื่อนโครงการ “Trusted Thailand” เพื่อสื่อสารมาตรฐานความปลอดภัยเชิงรุกการท่องเที่ยวไทยในตลาดจีน บูรณาการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ให้บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบสนับสนุนแบบเรียลไทม์ พร้อมผสานกลยุทธ์เข้ากับศักยภาพด้านข้อมูล ความเชี่ยวชาญนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวของเครือข่าย Dida ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Xiaohongshu และ WeChat

ตลอดจนพันธมิตรสำคัญ เช่น Tencent และ Huawei ล้วนเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความเชื่อถือวงกว้าง จะช่วยเชื่อมโยงแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองการเดินทาง เสริมสร้างความเชื่อมั่นโดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญเรื่องการตัดสินใจเดินทาง

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

“พิพัฒน์นำคมนาคมสั่งทุกหน่วยลุย4นโยบายรับวิกฤตพลังงาน-CAATชูปลอดภัย;สกัดกักตุนสล็อตบินไทย

 “พิพัฒน์นำ2รมช.ใหม่คมนาคมสั่งทุกหน่วยลุย4นโยบาย

รับมือพลังงาน-CAATชูปลอดภัย-สกัดกักตุนสล็อตบินไทย

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯนำ รมช.คมนาคมใหม่ มอบทุกสังกัดเข้ม นโยบาย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #คมนาคม #4นโยบายรับมือวิกฤตพลังงาน #CAATสกัดตุนสล็อตบินเมืองไทย

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ ” นำ 2 รมช.คมนาคมใหม่ มอบทุกสังกัดเข้ม 4 นโยบาย “ลดภาระค่าบริการ/ใช้จ่ายภาคขนส่ง-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านQuick Win 39 โปรเจกต์-ดันขนส่งสู่พลังงานสะอาด-ลุยใช้ PPP แผนร่วมทุนรัฐเอกชนยปรับโครงสร้างพื้นฐาน” ควบ 3 เรื่อง “รับมือวิกฤตพลังงาน-คุมค่าโดยสาร-ผุดมาตรการช่วยเอกชน” ด้าน CAAT ทำด่วน 2 เรื่อง “กำกับการบินปลอดภัยสูง-ป้องกันกักตุนสล็อตการบินในไทย”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นำรัฐมนตรีใหม่กระทรวงคมนาคมอีก 2 คน คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายโดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินงานภายใต้กรอบ 4 นโยบายหลัก ได้แก่

นโยบายที่ 1 : การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง มุ่งลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชน ควบคู่การจัดระเบียบและแก้ปัญหาจุดเสี่ยงบนท้องถนน เร่งสางปัญหาการก่อสร้างบนถนน เพื่อคืนพื้นผิวจราจรและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน

นโยบายที่ 2 : การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการเร่งด่วน โดยเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภาพรวม โดยเร่งรัดลำดับแรก Quick Win 39 โครงการ

นโยบายที่ 3 : การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด (Green Transport) ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกำลังสำคัญแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

นโยบายที่ 4 : การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้พร้อมรองรับอนาคต เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน และช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว โดยใช้รูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมทุน ออกแบบ ก่อสร้าง หรือดำเนินกิจการโครงการพื้นฐานและบริการสาธารณะ แบ่งปันความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยเอกชนนำความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเงินทุนมาใช้ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดภาระงบประมาณภาครัฐ


กระทรวงคมนาคมยังให้ทุกหน่วยเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกอย่างครอบคลุม 3 เรื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 “เตรียมความพร้อม” รับมือสถานการณ์ “วิกฤตพลังงาน” จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและต้นทุนการให้บริการขนส่ง พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจภาคขนส่งสาธารณะจะมี “เชื้อเพลิง” เพียงพอให้บริการไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ

เรื่องที่ 2 “ดูแลค่าบริการและค่าโดยสาร” กำชับให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลทำงานเชิงรุกป้องกันผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบภาพรวม ภาคขนส่งต้องบริหารจัดการราคาให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่สร้างภาระต่อประชาชน โดยเฉพาะช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง

เรื่องที่ 3 “เร่งทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ” ด้านขนส่งและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบขยับสูงขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบเป็นวงกว้างกับปะชาชนเรื่องค่าโดยสารและบริการ


“พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร” ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า ตนพร้อมนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรฐกิจการบิน ได้เข้ารับฟังการมอบนโยบายและทิศทางการทำงาน โดยเฉพาะด้านคมนาคมทางอากาศ  CAAT เป็นหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลมาตรฐานการบินของประเทศ รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่

เรื่องที่ 1 กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยให้คงอยู่ “ระดับสูงอย่างยั่งยืน” ภายหลังประเทศไทยกลับเข้าสู่ FAA Category 1 และได้รับผลการตรวจด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยจากองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ  (ICAO : International Civil Aviation Organization) ในระดับที่ดี

เรื่องที่ 2 ให้ศึกษาอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม กำหนดมาตรการป้องกันการกักตุนเวลาการบิน (Slot Hoarding) ส่งเสริมเส้นทางบินใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป



ททท.นำไทยโชว์พลังเที่ยวยั่งยืนสู่เวทีสากลGSTC 2026

ททท.นำไทยโชว์พลังเที่ยวยั่งยืนสู่เวทีสากล GSTC 2026 ต้อนรับทั่วโลกด้วย“อาหาร-วัฒนธรรม-คุณค่าทรัพยากร” ททท.เลี้ยงต้อนรับทั่วโลก “ Global Su...