วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569

TCEB ภาคกลาง/ภาคตะวันออกเปิดแผนอุตฯไมซ์26จังหวัดปี70 ชู5กลยุทธ์“กระรายงาน-ปั้นMICE City-เมืองสร้างสรรค์-Cluster"

 


ปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการ TCEB ภาคกลางและภาคตะวันออก

TCEB ภาคกลาง/ภาคตะวันออกเปิดแผนอุตฯไมซ์26จังหวัดปี70

ชู5กลยุทธ์“กระจายงาน-ปั้นMICE City-เมืองสร้างสรรค์-Cluster

บูม“MICE Growth Industry Route”สร้างเส้นทาง+กิจกรรมในEEC

นำเอกชนร่วม“Meet Thai Plus 2026 Shenzhen”รุกเจาะไมซ์จีน

ช้อปฟินคิงเพาเวอร์ออนไลน์บินส่งท้ายหน้าฝนลดสูงสุด30%

คิง เพาเวอร์ออนไลน์จัดโฮมเดลิเวอรี่STEP into ลดสุด20%

ททท.-MICHELINGuideไทยครบ10ปีก้าวสู่Global Gastronomy

OKEAกลุ่มบางจากคว้ารางวัลโลก“Improved Recovery Award”

ชมปรากฏการณ์พระทิตย์15ช่องปราสาทพนมรุ้ง ก.ย.-ต.ค.69

4 กลุ่มผักและผลไม้กินสม่ำเสมอแล้วช่วยลดไขมันในเลือดได้

ททท.รับไฟลต์ริยาดแอร์บินตรงริยาด-กทม.เพิ่มตลาดซาอุฯ

แอร์เอเชียเอาใจ“วัยเก๋า”เที่ยวไทย“เช็คอิน-รับกระเป๋า”ก่อนใคร

วันเสาร์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ปรากฎการณ์พระอาทิตย์15ช่องพนมรุ้ง

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ภาคกลางและภาคตะวันออก ปี’69 ลุยพัฒนาไมซ์ 26 จังหวัด ด้วย 5 กลยุทธ์ “กระจายดึงงานจัดในพื้นที่ศักยภาพ-ริเริ่มจัดงานสัญลักษณ์ MICE City-ชูกรุงเทพแม่เหล็กดึงงานไมซ์โลกเข้าไทย-คัดแฟลกชิพเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก-ดันระยองสู่ไมซ์ ซิตี้ -หัวหิน/ชะอำ นำร่องMICE Clusterแห่งแรกของไทย” เดินหน้า MICE Growth Industry Route” สร้างเส้นทางกับกิจกรรมใหม่” นำร่องใน EEC ตอบโจทย์ไมซ์เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล โค้งสุดท้ายปีนี้ใส่เกียร์แรง 3 กิจกรรม “ประกวด MICE Product Premium” คัดสินค้าพรีเมี่ยมป้อนตลาด จัด “Rayong MICE Plus” ดันสู่ไมซ์ ซิตี้ เสนอ “หัวหิน/ชะอำ” เป็น MICE Cluster แห่งแรก ร่วมโร้ดโชว์ Meet Thai Plus 2026 Shenzhen9-10 ก.ย.นี้ นำ กทม. พัทยา แลกเปลี่ยนเซินเจิ้นเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ควบรุกเจาะตลาดไมซ์จีน

 

นางสาวปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ภาคกลางและภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ตอนนี้ดูแลอุตสาหกรรมไมซ์ภาคกลางและตะวันออกสองภาครวม 26 จังหวัด ตามนโยบายรัฐบาล กับ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.TCEB มุ่งมั่นนำไมซ์เมืองไทยเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ของรัฐบาล จากภาพรวมตลาดไมซ์ในประเทศเป็นงานแสดงสินค้าประมาณ 90% ตลอดปีงบประมาณ 2569 จึงได้จับมือกับพันธมิตร นำโดยสมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) และอีกหลากหลายภาคส่วนนำไมซ์เข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตอย่างเข็มแข็งต่อเนื่องทุกปี เบื้องต้น 5 กลยุทธ์ คือ



กลยุทธ์ที่ 1 จัดงานกระจายลงตามพื้นที่ศักยภาพ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ เช่น 2 งานนี้

-งาน Automation Expo 2026 จัดเมื่อกุมภาพันธ์ปีนี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา ไฮไลต์การนำเสนอโรงงานอัจฉริยะ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ ซึ่งมีความพร้อมด้านสินค้าบริการสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ภาคตะวันออก

-งาน The 1st PCT EXPO 2026 (Print Cycle Tech Expo) มหกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์หมุนเวียนเพื่อเศรษฐกิจ EEC ครั้งที่ 1  เมื่อกรกฎาคม 2569 จัดครั้งแรกที่ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช พัทยา (PEACH) จังหวัดชลบุรี เพื่อดึงงานแสดงสินค้าเข้ามาเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายเมืองพัทยา



กลยุทธ์ที่ 2 ขับเคลื่อนจัดงาน MICE CITY สร้างสัญลักษณ์เพื่อนำเสนอตลาดที่มีจุดขายแตกต่างกันอย่างเป็นรูปธรรม คือ จัดงาน “MICE CITY SUMMIT 2026 ช่วงเมษายน 2569 ที่ “กรุงเทพมหานคร” 1 ในเมืองไมซ์ได้เป็นเมืองเจ้าภาพหลักต้อนรับผู้นำจากทั่วประเทศครบทั้ง 10 เมืองไมซ์ ได้ใช้เวทีแห่งนี้แสดงวิสัยทัศน์การนำจุดแข็งแต่ละเมืองใช้ไมซ์เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ด้วยอุตสาหกรรมเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ส่วน “พัทยา” จ.ชลบุรี 1 ในไมซ์ ซิตี้ ภาคตะวันออก ก็มีงาน PATTAYA TRAVEL MART 2026 ได้เพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมไมซ์ผนวกเข้าไปด้วย ตอนนี้มีความพยายามขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการและจัดงานในพื้นที่พัทยา มีความรู้ความเข้าใจรูปแบบการเจรจาธุรกิจ (B2B) ขยายความรู้งาน  MICE MART เพิ่มขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จมีเอกชนตัวแทนผู้ขายเข้าร่วม 150-200 ราย

กลยุทธ์ที่ 3  “ดึงงานระดับโลก” โดยใช้ “กรุงเทพมหานคร” เป็นเกตเวย์เข้าร่วมแข่งขันประมูลสิทธิ์ไมซ์โลกมาจัด ไฮไลต์ ชิงเป็นเจ้าภาพงาน PRIDE 2030 และงานอื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีตัวอย่างงานที่จัดแล้วปีนี้คือ

-งาน BYD HYROX Bangkok 2026 เมื่อ 13–16 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)อีเวนต์ใหญ่สร้างชื่อเสียงระดับโลกการแข่งขัน

-งาน Money20/20 Asia เมื่อเมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยเป็นงานมหกรรมเทคโนโลยีทางการเงินและฟินเทคระดับโลก ครั้งถัดไป 27–29 เมษายน 2027ไฮไลต์ในงาน: การรวมตัวของผู้นำด้านการเงิน ธนาคารระดับโลก สตาร์ทอัพ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่ออัปเดตเทรนด์



กลยุทธ์ 4 “คัดสรรค์งานแฟลกชิพ” สนับสนุนแต่ละพื้นที่มีการจัดงานอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง ด้วยการช่วยให้แต่ละจังหวัดทำกลยุทธ์ใช้ไมซ์ต่อยอดความสำเร็จ โดยเฉพาะ “เมืองสร้างสรรค์ :Creative City” ของยูเนสโก ได้แก่

-กรุงเทพมหานคร งาน “Night at the Museum” ของ มิวเซียมสยาม เทศกาลเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี ทีเส็บสนับสนุนเดินหน้าสู่เมืองแห่งการจัดงานเทศกาลกลางคืน (Night Festival)

-พัทยา มีงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติพัทยา : Pattaya International Film Festival 2026 เมื่อ 22 – 30 สิงหาคม 2569 พร้อมขับเคลื่อนสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ ขณะนี้พัทยาเตรียมความพร้อมเสนอเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาเมืองแห่งภาพยนตร์ (City of Film) จะยื่นอย่างเป็นทางการปลายปีนี้ รอฟังผลปี 2570

-เพชรบุรี งาน “พระนครคีรี” ทีเส็บทำงานใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนในพื้นที่โดยเข้าไปช่วยขับเคลื่อนวางแผนทำโร้ดแมฟ 5 ปีหน้า เพื่อพัฒนาการจัดงานให้เป็นแฟลกชิพของจังหวัด ทั้งทางด้าน การโซนนิ่ง การสร้างยกระดับมาตรฐาน หรือการเปิดพื้นที่จับคู่ธุรกิจไมซ์ เพิ่มมูลค่างานมากขึ้น

-สุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกด้านดนตรี (Creative City of Music) ทีเส็บเข้าไปช่วยทำแผนรวบรวมเกี่ยวกับดนตรี กับสำรวจสถานที่จัดต่าง ๆ เพื่อใช้ต่อยอดไมซ์ขับเคลื่อนตลาดและเส้นทางผนวกเข้าด้วยกัน



กลยุทธ์ที่ 5 การเพิ่ม MICE CITY แห่งใหม่ ทีเส็บอยู่ระหว่าง “การประเมินศักยภาพ” จังหวัดที่เหมาะสมในภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง และ MICE Cluster แห่งแรกของไทยคือ “หัวหิน-ชะอำ” จะต้องรอฟังข่าวดีในโอกาสต่อไป

ผอ.ปาริฉัตร กล่าวว่า ทีเส็บยังได้เร่งผลักดัน MICE Growth Industry Route โดยใส่การจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืนไว้ด้วย กับแนวทางการออกแบบ “เส้นทางท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมไมซ์” (MICE) เน้นเชื่อมโยงเข้ากับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศควบคู่กันไป

จากเดิม “เส้นทางไมซ์” เน้นสถานที่จัดงานตามชุมชน จะเปลี่ยนโฉมใหม่เพิ่ม “เส้นทางไมซ์เชิงอุตสาหกรรมเป้าหมาย” ในแต่ละพื้นที่ ดึงดูดผู้จัด และผู้เข้าร่วมประชุม/สัมมนา เข้ามาศึกษาเรียนรู้ อุตสาหกรรม ธุรกิจ และเพิ่มพันธมิตร เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับมือพัฒนาเส้นทางศึกษาดูงานภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายนำร่องในพื้นที่ EEC มากขึ้น โดยยังคงสถานที่เยี่ยมชมในชุมชนไว้ด้วยรองรับกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (Corporate) ได้ร่วมทำกิจกรรมกับท้องถิ่น เชื่อมโยงกันทั้งระบบนิเวศน์ (Eco System)  

ควบคู่กับการเฟ้นหาจุดแข็งของแต่ละจังหวัด เพื่อต่อยอดให้เกิดการเดินทางแลกเปลี่ยนแบบ “ข้ามจังหวัด” ในภาคเดียวกันหรือภาคอื่น เช่น จังหวัดที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมอาหาร (Gastronomy) ด้วยกัน หรือการเชื่อมโยงเส้นทางไมซ์ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาไมซ์ของจังหวัดนั้น ๆ ด้วย เช่น พัทยา เน้นเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ก็จะต้องดึงงานที่เหมาะกับตลาดเข้าไปทั้ง เฟสติวัล สมาร์ทซิตี้ คัดเลือกเส้นทางมาให้สอดรับกับอัตลักษณ์พื้นที่ดังกล่าว

ผอ.ปาริฉัตร กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีงบประมาณ 2569 จะสร้างความสำเร็จอีก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เน้นเดินหน้า MICE Growth Industry Routeนำไมซ์เข้ามาขับเคลื่อนพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC ( Eastern Economic Corridor) เน้นรวบรวมจังหวัดในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จะทำ 1.จัดประกวด MICE Product Premium ต้องการยกระดับ “ห่วงโซ่อุปทาน” โดยทำร่วมกับพันธมิตรอย่าง สถาบันอาหาร (ufi) คัดสรรค์ผลิตภัณฑ์เข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ 2.การจับคู่เจรจาธุรกิจ มีพันธมิตรผู้ประกอบการโรงแรม มาจับคู่กับโปรดักซ์ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไมซ์ได้



กิจกรรมที่ 2 จัดมหกรรม “Rayong MICE Plus 2026” จับมือกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ เมื่อ 31 สิงหาคม -2 กันยายน 2569 เพื่อผนวกเพิ่มเส้นทางไมซ์ไปเยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น PTTGC ระยอง หรือการเปิดเจรจาธุรกิจนำเอกชนในพื้นที่เป็นตัวแทนผู้ขายกว่า 50 ราย มาเสนอให้ผู้ซื้อทั่วประเทศ นำคณะมาเยี่ยมชมระยองเมืองไมซ์ ด้วยรูปแบบปัจจุบันได้พัฒนาสถานที่/พื้นที่จัดงาน โรงแรม/ที่พัก แนะนำพื้นที่ศึกษาดูงาน

กิจกรรมที่ 3 ร่วมคณะกับทีเส็บส่วนกลางไปทำโร้ดโชว์ Meet Thai Plus 2026 Shenzhen สาธารณรัฐประชาชนจีน 9-10 กันยายน 2569 จะนำผู้ประกอบการ ไมซ์ ซิตี้ จากกรุงเทพมหานคร พัทยา/ชลบุรี เพชรบุรี ไปหารือแลกเปลี่ยนและแชร์ความรู้กับ “เซินเจิ้น” ซึ่งเป็นหนึ่งเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก รวมทั้งนำโปรดักซ์ต่าง ๆ ของแต่ละเมืองทั้งสองภาคไปเจาะตลาดจีน

ผอ.ปาริฉัตร กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง ทั้งรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทางทีเส็บเองก็พร้อมจะทุ่มเทพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ทั้ง 26 จังหวัด ในส่วน ไมซ์ ซิตี้ เมืองหลัก ก็จะทำงานผ่านคณะกรรมการไมซ์ ซิตี้ เพื่อเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันพัฒนา แล้วก็นำไมซ์เข้าไปบรรจุอยู่ในแผนของแต่ละจังหวัด จับมือกันผลักดันให้การจัดงานเกิดขึ้นได้จริง กระจายเม็ดเงิน รายได้ นำพาเศรษฐกิจทุกพื้นที่เติบโตอย่างมีพลังต่อไป

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-ช้อปฟินคิงเพาเวอร์ออนไลน์บินส่งท้ายหน้าฝนลดสูงสุด 30%

 

EVERY EXPLORE TELLS YOUR STORY: CLICK & COLLECT ช้อปฟิน บินส่งท้ายซีซั่นหน้าฝน สั่งล่วงหน้าออนไลน์ กับสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ รับสินค้าง่ายที่สนามบิน พร้อมดีลสุดคุ้มจากแบรนด์ดัง ให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นแบบสบายกว่าเดิม ที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” วันนี้ -30 กันยายน 2569

 

“ช้อปก่อนบิน” กับ คอลเลกชั่นไอเทมตัวท็อปที่ทุกคนกำลังรอคอย ตั้งแต่สกินแคร์ เมคอัพ น้ำหอม ไปจนถึงแฟชั่นแบรนด์ดัง

 

“ช้อปดิวตี้ฟรี” ได้เลยตั้งแต่ 60 วัน ถึง 2 ชั่วโมงก่อนบิน พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ

 

-ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 3,000  บาท รหัสส่วนลด 15SEP26

-ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รหัสส่วนลด 20SEP26

-ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 7,000 บาท รหัสส่วนลด 25SEP26

 

ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์ออนไลน์จัดโฮมเดลิเวอรี่STEP into ลดสุด20%

 

“คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” จัดครบ “STEP INTO DISCOVERY” ช้อปได้ทุกเวลา ส่งตรงถึงบ้าน ให้ทุกวันเป็นวันช้อปกับดีลสุดคุ้มจากแบรนด์ดัง พร้อมบริการ Home Delivery ส่งตรงถึงหน้าประตูบ้าน สะดวก ครบ จบในคลิกเดียว วันนี้-30 กันยายน 2569

“ไม่มีไฟลต์บิน” ก็ช้อปได้ แค่ช้อปออนไลน์ สินค้าส่งบ้าน พร้อมโปรโมชันและสิทธิพิเศษที่ไม่ควรพลาด กับ(เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการให้เลือกมากมาย 2 บิ๊กโปรฉ่ำ ๆ ดังนี้

 

-ลดสูงสุด 15% ช้อปไม่มีขั้นต่ำ! รหัสส่วนลด 15HMSEP

-ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท รหัสส่วนลด 20HMSEP

-สินค้า Home Delivery ส่งฟรี! ทั่วประเทศ เมื่อช้อปครบ 899 บาท

 

 

ข่าวที่ 3-ททท.-MICHELIN Guideไทยครบ10ปีก้าวสู่ Global Gastronomy

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  เป็นประธานประชุมหารือกับคณะผู้บริหาร MICHELIN Guide เมื่อ 2 กันยายน 2569 เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในโอกาสครบรอบ 10 ปี MICHELIN Guide ประเทศไทย  โดย ททท. มุ่งใช้ความร่วมมือกับ MICHELIN Guide เป็นแพลตฟอร์มกลยุทธ์ในการยกระดับ “อาหาร” จาก ซอฟท์ พาเวอร์ สู่การขับเคลื่อนท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism Driver) เน้นเชื่อมโยงอาหาร วัฒนธรรม ที่พัก และประสบการณ์ท้องถิ่น เป็นพลังสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพเดินทางและใช้จ่ายอยู่ในไทยมากขึ้น ควบคู่การกระจายประโยชน์สู่ผู้ประกอบการและชุมชนทั่วประเทศได้ด้วย

 

ททท.จะเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์พุ่งเป้า “3 Strategic Directions ได้แก่

 

กลยุทธ์ที่ 1 Global Gastronomy Destination : ยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับโลก ผ่านการต่อยอด MICHELIN Guide ทั้งร้านอาหารระดับดาวมิชลินและ Bib Gourmand ขยายเรื่องราวอาหารไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก (Global Audience)

 

กลยุทธ์ที่ 2 MICHELIN Key & Hospitality Excellence : ผลักดัน MICHELIN Key โดยผู้ว่าการ ททท.ให้ความสำคัญกับใช้ MICHELIN Guide Restaurant Selection เสริมจุดขายให้พลังเพื่อยกระดับโรงแรมและที่พักคุณภาพของไทย สร้างประสบการณ์ตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Travel Experience) ครบทั้ง “Stay – Dine – Experience” ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและตลาดลักชัวรี่กับไฮเอนด์

 

กลยุทธ์ที่ 3 High Value & Sustainable Tourism : เชื่อมโยงร้านอาหาร โรงแรม เชฟ ผู้ผลิตวัตถุดิบ และชุมชน ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศการเดินทางเพื่ออาหารหรือ Gastronomy Ecosystem ชูโรงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความหมายและยั่งยืน

 

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่า ในโอกาส MICHELIN Guide ประเทศไทย ครบรอบ 10 ปี จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมาเท่านั้น แต่คือ “จุดเปลี่ยนสู่บทต่อไป” ของประเทศไทย ในการใช้พลังของอาหารและการบริการ ขับเคลื่อนประเทศสู่จุดหมายปลายทางการการท่องเที่ยวเชิงอาหารของโลก :World-Class Destination for Gastronomy โดยมีอัธยาศรัยไมตรีคนไทยทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง : Hospitality & Meaningful Travel ใช้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนำพาไทยก้าวประสบความสำเร็จทางด้านอาหารอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตต่อไป

 

 

ข่าวที่ 4-OKEAกลุ่มบางจากคว้ารางวัลโลกImproved Recovery Award

 

            บริษัท OKEA ASA ดำเนินธุรกิจสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมในนอร์เวย์ ภายใต้กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติของ “กลุ่มบริษัทบางจาก” ได้รับรางวัล Improved Recovery Award ประจำปี 2569 จากสำนักงานทรัพยากรนอกชายฝั่งแห่งนอร์เวย์ (Norwegian Offshore Directorate) หน่วยงานเฉพาะทางของรัฐภายใต้กระทรวงพลังงานนอร์เวย์ จากความสำเร็จใน “การใช้นวัตกรรมเพิ่มปริมาณน้ำมัน” โดยสามารถนำขึ้นมาผลิตได้จากแหล่ง Draugen และ Brage บนไหล่ทวีปนอร์เวย์

 

Mr. Svein Jakob Liknes ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKEA เป็นผู้แทนบริษัทรับรางวัลจาก Mr. Torgeir Stordal, Director General of the Norwegian Offshore Directorate เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้นภายในงาน Offshore Northern Seas (ONS) 2026 หนึ่งในเวทีประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานชั้นนำของโลกซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี ที่เมืองสตาแวนเจอร์ นอร์เวย์ มาแล้วกว่า 50 ปี นับเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผู้นำภาครัฐ ผู้บริหารอุตสาหกรรม นักวิชาการ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วโลก มาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางพลังงาน เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ปีนี้มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกเกือบ 70,000 คน จาก 92 ประเทศ            

 

OKEA  รับเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) 1.แหล่งเดราเกน/Draugen เมื่อปี 2561 และ 2.แหล่งบราจ/Brage ปี 2565 และได้พัฒนาประสิทธิภาพของแหล่งต่อเนื่องทั้ง 2 แหล่ง  โดยนำเทคโนโลยีควบคุมทิศทางการเจาะตามข้อมูลธรณีวิทยา (Geosteering) มาใช้ร่วมกับการบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ (real-time data integration) การเจาะหลุมแนวนอนที่มีระยะขุดเจาะยาวเป็นประวัติการณ์ (record-length horizontal wells) และการสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งผลิตเดิมอย่างตรงเป้าหมาย (targeted near-field exploration)

           

“การดำเนินงาน” ดังกล่าวช่วยเพิ่มปริมาณสำรองและทรัพยากรปิโตรเลียม เพิ่มปริมาณการผลิต และคาดว่าจะช่วยยืดอายุการดำเนินงานของทั้ง 2 แหล่ง ไปจนถึงปี 2583

 

-แหล่ง Draugen ค่า Recovery Factor หรืออัตราส่วนของน้ำมันที่คาดว่าจะสามารถนำขึ้นมาผลิตได้เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันทั้งหมดในแหล่ง ช่วงปี 2562 ทำได้ 67.3% ปี 2569 เพิ่มเป็น 72.6% แล้วกลยุทธ์การขุดเจาะของ OKEA ยังช่วยสร้างข้อมูลและองค์ความรู้สำคัญเกี่ยวกับสภาพใต้พื้นดิน นำไปสู่การค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ และทำให้ทรัพยากรที่เดิมยังไม่คุ้มค่าต่อการพัฒนาสามารถนำมาผลิตในเชิงพาณิชย์ได้

 

“รางวัล Improved Recovery Award มอบให้แก่กลุ่มผู้ถือสิทธิภายใต้ใบอนุญาตการผลิต บริษัท โครงการ หรือบุคคล เพื่อยกย่องความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และความกล้าในการใช้เทคโนโลยีและวิธีการทำงานเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำขึ้นมาผลิตได้บนไหล่ทวีปนอร์เวย์ ให้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามแผนและวิธีการเดิม ทาง OKEA เป็น 1 ในผู้ได้รับเสนอจากทั้งหมด 17 ราย แล้วได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลประจำปี 2569 

 

กลุ่มบริษัทบางจากเข้าลงทุนใน OKEA ตั้งแต่ปี 2561 และถือหุ้นผ่าน บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด สัดส่วน 45.58% ทำให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ OKEA จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสโล และมีความเชี่ยวชาญในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมช่วงกลางถึงปลายอายุการผลิต รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่

           

รางวัลนี้ตอกย้ำบทบาทของ OKEA ในฐานะกำลังสำคัญของกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติกลุ่มบริษัทบางจาก และสะท้อนกลยุทธ์การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถรับมือกับความผันผวน ผ่านการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญดำเนินงาน การลงทุนอย่างมีวินัยและตรงเป้าหมาย

 

          ช่วงที่ 2 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนสายธรรมชาติ เตรียมตัวพบกับการรับชม “ปรากฏการณ์พระทิตย์ 15 ช่อง ปราสาทพนมรุ้ง” วนพระอาทิตย์  8-10 ก.ย. และวันพระอาทิย์ตก 5-7 ต.ค.2569 แล้วดูแลสุขภาพด้วยการกิน “4 กลุ่มผักและผลไม้” ช่วยลดไขมันในเลือดได้ เกาะติดข่าวฮ็อต ข่าวแรก “ททท.รับไฟลต์ริยาดแอร์” บินตรงริยาด-กทม.เพิ่มตลาดซาอุฯ และตะวันออกกลาง ข่าวที่สองแอร์เอเชียเอาใจวัยเก๋า” เที่ยวทั่วไทย “เช็คอิน-รับกระเป๋า”ก่อนใคร

 

ท่องเที่ยว –ชมปรากฏการณ์พระทิตย์15ช่องปราสาทพนมรุ้ง ก.ย.-ต.ค.69

 

นักเดินทางที่เฝ้ารอปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเชื่อมโยงกับดาราศาสตร์ที่มียาวนานนับพันปี สายเที่ยว สายถ่ายภาพ เตรียมเคลียร์คิวให้พร้อม รอชมดวงอาทิตย์เคลื่อนตรงผ่านแนวช่องประตูปราสาทพนมรุ้งทั้ง 15 ช่อง ตามไปเก็บภาพประทับใจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนชมแสงอาทิตย์สอดส่องพนมรุ้งพร้อมกันในช่วงส่งท้ายปีนี้อีก 2 ช่วง ทั้งตอนพระอาทิตย์ขึ้นและตก

 

“ชมตอนพระอาทิตย์ขึ้น” วันที่ 8 - 10 กันยายน 2569 เวลา 05.57 น. ปราสาทพนมรุ้งเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่ 05.30 น. เป็นต้นไป บริเวณลานหลังปราสาททิศตะวันตก เพื่อรอสัมผัสแสงพระอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 06.03 น.

 

ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน หากมีฝนตก หมอก เมฆเยอะ หรือเมฆลงต่ำ จะไม่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวได้

 

“ชมตอนพระอาทิตย์ตก” วันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569 เวลา 17.55 น.อุทยานฯ ปิดให้บริการเวลา 18.30 น.

 

สำหรับปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นสาดส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง 1 ปี มีเพียง 4 ครั้ง

 

ครั้งที่ 1 พระอาทิตย์ตก วันที่ 5-7 มีนาคม เวลาประมาณ 18.15 น.

 

ครั้งที่ 2 พระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 3-5 เมษายน เวลาประมาณ 06.03 น.

 

ครั้งที่ 3 พระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 8-10 กันยายน เวลาประมาณ 05.57 น.

 

ครั้งที่ 4 พระอาทิตย์ตก วันที่ 5-7 ตุลาคม เวลาประมาณ 17.55 น.

 

“อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว  อยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 77 กม.มีจุดเช็คอินยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปแล้วต้องห้ามพลาด

 

จุดที่ 1 ทางเดินขึ้นทำจากศิลาแลงและเสานางเรียงหินทราย นำพานักท่องเที่ยวเดินขึ้นสู่ตัวปราสาท

 

จุดที่ 2  สะพานนาคราช จุดเชื่อมต่อมิติ มีราวสะพานจำลองเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียรเปรียบเสมือนทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์สูjแดนเทพเจ้า (เขาไกรลาส)

 

จุดที่ 3 ซุ้มประตูโคปุระทางเข้าชั้นนอกชั้นในสลัdลวดลายเทพเจ้าประณีตงดงาม และ ระเบียงคต มี  ช่องประตูทั้ง 15 ช่อง” แนวประตูตัดผ่านระเบียงคดและตัวปราสาทเป็นเส้นตรง จุดเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ส่องทะลุช่องประตู

 

จุดที่ 4 ปราสาทประธาน ศาสนสถานสร้างด้วยหินทรายสีชมพูตั้งอยู่กึ่งกลาง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มี “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” อยู่บริเวณทับหลังของมณฑปทิศตะวันออก และ “ศิวลึงค์และท่อโสมสูตร”  อยู่ภายในห้องครรภคฤหะ (ห้องแกนกลาง) มีร่องน้ำมนต์หรือท่อโสมสูตรทอดยาวออกมา

 

จุดที่ 5 ปรางค์น้อย ตั้งอยู่ข้างปราสาทประธาน และบรรณาลัย อาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองหลัง คาดว่าในอดีตใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ศักดิสิทธิ์ทางศาสนา

 

สุขภาพ –4 กลุ่มผักและผลไม้กินสม่ำเสมอแล้วช่วยลดไขมันในเลือดได้

 

ผักและผลไม้ไม่เพียงอุดมด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอล แต่ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างหลอดเลือดให้แข็งแรง

 

1.แอปเปิ้ล : มีสารเพคติน ซึ่งเป็นไฟเบอร์ละลายน้ำที่ช่วยดักจับคอเลสเตอรอลในระบบย่อยอาหารและขับออกจากร่างกาย ช่วยลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด

 

คำแนะนำ : รับประทานแอปเปิ้ลสด 1-2 ลูกต่อวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ

           

2.เบอร์รี่ : ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และสตรอว์เบอร์รี อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสียหายของหลอดเลือดและลดการสะสมไขมัน

 

เคล็ดลับการรับประทาน : ใส่ผลไม้ตระกูลเบอร์รีในโยเกิร์ตหรือน้ำสมูทตี้เพื่อเพิ่มความสดชื่น เพิ่มประโยชน์ต่อร่างกาย

 

3.ผักใบเขียว เช่น คะน้าและบรอกโคลี : คุณสมบัติของผักใบเขียวเป็นแหล่งของไฟเบอร์ วิตามินเค และแคลเซียมที่ช่วยลด LDL และเสริมสร้างหลอดเลือดให้แข็งแรง

 

เคล็ดลับการรับประทาน : ปรุงด้วยวิธีนึ่ง หรือใส่ในสลัดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

           

4..ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้มและเกรปฟรุต : ในผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเสริมการทำงานของหลอดเลือดและลดการสะสมไขมันในหลอดเลือด

 

เคล็ดลับการรับประทาน : ดื่มน้ำผลไม้สด หรือนำไปทำเป็นสลัดผลไม้

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ททท.รับไฟลต์ริยาดแอร์บินตรงริยาด-กรุงเทพฯเพิ่มตลาดซาอุฯ

 

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ริยาดแอร์ (Riyadh Air) เที่ยวบิน เส้นทาง ริยาด-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) นำทีมโดย Mr. Tony Douglas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินริยาดแอร์ เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงผู้คนและเศรษฐกิจ สนับสนุนการขยายโอกาสท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียเติบโตต่อเนื่อง

 

เนื่องจากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในตลาดระยะไกล (Long-haul) กลุ่มคุณภาพ ซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยเฉพาช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน เป็นฤดูร้อนและไฮซีซั่นในการเดินทางออกต่างประเทศ นักท่องเที่ยวจะมองหาจุดหมายปลายทางที่มีสภาพอากาศเหมาะสม ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีบริการด้านสุขภาพและการพักผ่อนที่ได้มาตรฐาน

 

“ประเทศไทย” มีความได้เปรียบจากจุดแข็งที่ตอบโจทย์ความต้องการได้รอบด้าน การเปิดเส้นทางบินตรง “ริยาด-กรุงเทพฯ” จะเป็นกลไกสำคัญเติมเต็มซัพพลายการบินให้สอดรับกับ ดีมานต์ตลาดศักยภาพ ทำให้ ททท. เดินหน้าขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพตลาดซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

“เที่ยวบินปฐมฤกษ์” ริยาด-กรุงเทพฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด กรุงริยาด เมื่อ 2 กันยายน 2569 เวลา 22.15 น. ใช้เวลาบินประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาที มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 10.35 น. ระยะแรกบิน 3 เที่ยว/สัปดาห์ ออกจากกรุงริยาด ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ และออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ จากนั้นเดือนตุลาคม นี้ มีแผนเพิ่มความถี่เป็น 7 เที่ยว/ต่อสัปดาห์

 

ให้บริการด้วยเครื่องโบอิ้ง B787-9 Dreamliner จุผู้โดยสาร 290 ที่นั่ง/เที่ยว เส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถนำนักเดินทางเข้าสู่ไทยประมาณ 3,840 ที่นั่ง/เดือน ช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางเข้าถึงไทยโดยตรงมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องผ่านโดฮา ดูไบ หรืออาบูดาบี

 

เที่ยวบินปฐมฤกษ์เช้าวันที่ 3 กันยายน 2569 นำโดย Mr. Tony Douglas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารริยาดแอร์ ได้รับเกียรติจากผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับที่สุวรรณภูมิทั้ง นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา H.E. Mr. Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย และนายกิตติพงษ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

 

 

“ซาอุดีอาระเบีย” นับเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยพฤติกรรมการเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ มีระยะพำนักเฉลี่ยประมาณ 10-12 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยราว 110,000 บาท/คน/ทริป จะสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตดี เพราะชอบชอปปิ้ง ท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ธรรมชาติ อาหาร รวมถึง ท่องเที่ยวเชิงเมดิคัลเวลเนส เริ่มมีแนวโน้มกระจายการเดินทางจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ไปยังกระบี่ พังงา เกาะสมุย เชียงใหม่ มากขึ้น

 

 

ปี 2569 นักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียเดินทางเข้าไทยสะสม 121,907 คน ลดลง 14.62% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 142,774 คน จึงเป็นโอกาสสำคัญจะกระตุ้นตลาดผ่านการบินควบคู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาดมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism )เช่น อาหารฮาลาล และสิ่งอำนวยความสะดวก ด้วยการทำตลาดผ่านดิจิทัลและ OTA ซึ่งนิยมใช้ช่องทางวางแผนและจองการเดินทาง

 

ส่วนความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียที่อยู่ในระดับดี ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่เอื้อต่อการทำตลาดและการสร้างความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของซาอุดีอาระเบีย เมื่อริยาดแอร์เปิดเส้นทางบินใหม่มาไทยจะสามารถช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ลักชัวรี่ เวลเนส เมดิ ได้มากขึ้น

 

วันที่ 3 กันยายน 2569 ช่วงเย็นริยาดอร์เตรียมจัดกิจกรรม TAT x Riyadh Air - A New Era of Travel Gala Dinner 2026 เฉลิมฉลองและต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย โดยได้รับเกียรติจาก His Excellency Mr. Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย Mr. Tony Douglas ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ริยาดแอร์ นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. เข้าร่วมงานที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

 

ข่าวที่สอง แอร์เอเชียเอาใจ“วัยเก๋า”เที่ยวไทย“เช็คอิน-รับกระเป๋า”ก่อนใคร

 

“ธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์” ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชียใส่ใจวัยเก๋า กลุ่มผู้โดยสารอายุ 60 ปีขึ้นไป เดินทางในประเทศทั่วไทยสะดวกสบายยิ่งขึ้น จัดแคมเปญ รับสิทธิพิเศษ…เช็กอินช่องทางพิเศษ และรับกระเป๋าก่อนใครที่ปลายทาง รวมทั้งบริการที่นั่งติดกัน (ขึ้นกับที่นั่ง standard seat ที่ว่างในเเต่ละเที่ยวบิน) ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงเเสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่เคาน์เตอร์บริการเมื่อเช็กอิน ได้สิทธิ์พร้อมผู้ติดตาม 1 คน

 

ทางแอร์เอเชียได้ฝึกอบรมเเละอัปเดตความรู้เพิ่มเติมให้พนักงานภาคพื้นเเละต้อนรับบนเครื่องบินต่อเนื่อง เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ดูเเลผู้โดยสารวัยเก๋าอย่างเข้าใจมากขึ้น ควบคู่การมอบสิทธิพิเศษการเดินทางในประเทศทุกเที่ยวบิน ช่วงเริ่มเข้าฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปี 2569 จะมีผู้โดยสารหนาเเน่นขึ้น เมื่อมีช่องทางและบริการพร้อมเป็นพิเศษ จะทำให้วัยเก๋าและครอบครัวเดินทางอย่างสบายใจตั้งเเต่สนามบินต้นทางถึงปลายทาง

 

การใช้บริการ” ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองผู้โดยสารวัยเก๋าเช็กอินสะดวกได้ที่ “เคาน์เตอร์พิเศษหมายเลข 10J” อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 จะมีเคาน์เตอร์สัญลักษณ์วัยเก๋าผู้สูงอายุและพนักงานภาคพื้นคอยให้บริการ

 

ส่วน “ท่าอากาศยานในประเทศอื่นๆ”  ตรวจสอบสัญลักษณ์ได้ที่เคาน์เตอร์หรือสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อรับบริการได้เช่นกัน โดยเมื่อเช็กอินจะได้รับสัญลักษณ์พิเศษติดกระเป๋าโหลดลงใต้ท้องเครื่อง เพื่อรับกระเป๋าก่อนใครที่ท่าอากาศยานปลายทางได้รวดเร็ว

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

TCEB ภาคกลาง/ภาคตะวันออกเปิดแผนอุตฯไมซ์26จังหวัดปี70 ชู5กลยุทธ์“กระรายงาน-ปั้นMICE City-เมืองสร้างสรรค์-Cluster"

  ปาริฉัตร เศวตเศรนี ผู้อำนวยการ  TCEB  ภาคกลางและภาคตะวันออก TCEB ภาคกลาง/ภาคตะวันออกเปิดแผนอุตฯไมซ์ 26 จังหวัดปี 70 ชู 5 กลยุทธ์“กระจาย...