วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

ททท.ตั้งศูนย์ติดตามฯภาวะวิกฤตเหตุในตะวันออกกลาง ดูแลนักท่องเที่ยวถูกยกไฟลต์10แอร์ไลน์5สนามบิน

ททท.ตั้งศูนย์ติดตามฯภาวะวิกฤตเหตุในตะวันออกกลาง

ดูแลนักท่องเที่ยวถูกยกไฟลต์+วิเคราะห์ระยะสั้น&กลาง


ททท.เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤตเหตุการณ์ตึงเครียดตะวันออกกลาง

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต #วิเคราะห์ตลาดระยะสั้น

ททท.เปิดศูน์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต เหตุตึงเครียดในตะวันออกกลาง 10แอร์ไลน์สยกเลิกเที่ยวบินฉับพลัน ตั้งทีมดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง พร้อมวิเคราะห์ ประเมิน ตลาดระยะสั้นและกลาง เตรียมตลาดทดแทน และฟื้นฟูทันทีเมื่อเหตุการณ์สงบ

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เดินหน้าเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เป็นศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการติดตามอย่างใกล้ชิดถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ด้านข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบเที่ยวบินต่าง ๆ ยกเลิกเที่ยวบินแบบเร่งด่วน

ศูนย์ ศตท.จะเป็นกลไกหลักรวบรวม วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ แบ่งการประเมินสถานการณ์เป็น 2 ฉากทัศน์ (Scenario) เตรียมความพร้อมระยะสั้นและระยะกลาง ครอบคลุมการบริหารจัดการสื่อสาร การดูแลนักท่องเที่ยว การฟื้นฟูตลาดเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง



ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า จากการติดตามเบื้องต้นสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงในตลาดตะวันออกกลาง เมื่อสายการบินระหว่างประเทศแจ้งยกเลิกเที่ยวบิน 5 ท่าอากาศยาน คือ 1.สุวรรณภูมิ 2.ดอนเมือง 3.เชียงใหม่ 4.ภูเก็ต 5.กระบี่ ที่มีเส้นทางบินไปยังหรือเชื่อมต่อผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง รวม 59 เที่ยว หลัก ๆ ก็มี 10 สายการบิน ได้แก่ 1เอมิเรตส์ 2.กาตาร์แอร์เวย์ 3.เอทิฮัดแอร์เวย์ 4.กัล์ฟแอร์ 5.คูเวตแอร์เวย์ส 6.แอร์อาระเบีย 7.ฟลายดูไบ 8.แอลอัลแอร์ไลน์ส 9.อาร์เกียอิสราเอล 10.ซาอุดอาระเบียนแอร์ไลน์ส

ทำให้การเดินทางเข้า–ออกภูมิภาคหยุดชะงัก ผนวกกับปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ตามปกตินักเดินทางเข้าออกไทยก็ชะลอตัวอยู่แล้ว



ขณะนี้ ททท.ได้ดูแลนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับท่าอากาศยาน สายการบิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ ตั้งจุดอำนวยความสะดวก จัดเตรียมน้ำดื่ม เปิดพื้นที่พักคอยชั่วคราว

ทางด้านสายการบินนานาชาติได้จัดหาที่พักสำรองให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่ จึงมีผู้โดยสารตกค้างภายในสนามบินไม่มากนัก ท่าอากาศยานอื่น ๆ ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ดูแลอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่าได้สั่งการด้านตลาดในประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อาจตกค้าง เตรียมแผนกระตุ้นตลาดภายในประเทศและตลาดศักยภาพอื่น ๆ เพื่อนำมาทดแทนตลาดได้รับผลกระทบ ทันทีที่สถานการณ์คลี่คลายจะเร่งมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเดินหน้าดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเป็นกลับเข้าสู่เมืองไทย

ระหว่างนี้ ททท. จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องใกล้ชิด และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องทันเหตุการณ์สื่อถึงผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกภาคส่วนปรับตัวและบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเหมาะสมต่อไป



 

 



วิทยุการบินเคลียร์น่านฟ้าไทยรับมือ“ตะวันออกกลางปั่นป่วน” ใช้ATFMดูแลทุกแอร์ไลน์

 วิทยุการบินเคลียร์น่านฟ้าไทยรับมือ“ตะวันออกกลางปั่นป่วน”

ใช้ATFMดูแลทุกแอร์ไลน์-แนะผู้โดยสารเช็คไฟลต์ก่อนเดินทาง

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #วิทยุการบิน #ATFM #น่านฟ้าไทย

วิทยุการบินฯ เปิดปฏิบัติการเคลียร์น่านฟ้าไทยบริการทุกแอร์ไลน์ รับสถานการณ์ตะวันออกกลางระอุ พร้อมใช้ Air Traffic Flow Management : ATFM เต็มประสิทธิภาพ แนะผู้โดยสารเช็คไฟลต์ก่อนเดินทาง เมื่อสายการบินยกเลิกเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย



นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า ได้บริหารจัดการภาพรวมการเดินอากาศของประเทศไทยให้สายการบินนานาชาติดำเนินการไปได้ตามปกติ สนับสนุนให้การปฏิบัติการบินเป็นไปอย่างราบรื่น ช่วงเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้กันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ต้องปิดพื้นที่น่านฟ้าชั่วคราว เช่น อิหร่าน อิรัก บาห์เรน กาตาร์ คูเวต




สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากมีสายการบินที่ได้รับผลกระทบต้องประกาศ “ยกเลิกเที่ยวบินเข้าออกท่าอากาศยานในภูมิภาค” ดังกล่าว และต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับวางแผนปรับเส้นทางบินล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง จึงแนะนำให้ผู้โดยสาร ตรวจสอบเที่ยวบินก่อนเดินทาง กรณีสายการบินจำเป็นจะต้องยกเลิกเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย

ส่วนวิทยุการบินแห่งประเทศไทย ได้วางแผนให้บริการจัดการความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management : ATFM) เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ สำหรับอากาศยานที่ทำการบินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้/เอเชียใต้ ผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน สู่ยุโรป/อเมริกาเหนือ โดยใช้ระบบ Bay of Bengal Cooperative Air Traffic Flow Management System (BOBCAT)




ระบบนี้วิทยุการบินพัฒนาขึ้นเอง ภายใต้แนวปฏิบัติพิเศษรองรับสถานการณ์ที่ยังไม่มีหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศบนเส้นทางบินในน่านฟ้าอัฟกานิสถาน ตามคำร้องขอจากประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และ สายการบินต่าง ๆ ผ่านที่ประชุมองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อสนับสนุนการวางแผนเส้นทางบินของสายการบินให้เกิดความปลอดภัยและความคล่องตัว

ขณะนี้วิทยุการบินยังคงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ แก่ “เที่ยวบินปกติ” ของสายการบินนานาชาติ ที่บินผ่านพื้นที่มีผลกระทบดังกล่าว หลัก ๆ ตามมาตรฐานสากล 3 เรื่อง ดังนี้

เรื่องที่ 1 การร้องขอเปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน โดยอาจเลือกบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน และใช้บริการ ATFM ที่วิทยุการบินฯ ให้บริการอยู่โดยใช้ระบบ BOBCAT

เรื่องที่ 2 ขอกลับมาลงสนามบินต้นทาง หรือการขอลงจอดฉุกเฉิน โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินอากาศ

เรื่องที่ 3 วิทยุการบินฯ จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับรูปแบบการบริหารจัดการความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศ    ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดด้านน่านฟ้าระหว่างประเทศ

 


วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.ปั้นดิจิทัล 3แพลตฟอร์มบุกตลาดท่องเที่ยวโลกปี69พลังปั๊มรายได้3ล้านล้านบาท

 


ททท.งัด“ดิจิทัล”รุกใหญ่หนุนขยายตลาดท่องเที่ยวไทย-ทั่วโลกปี’69

3แพลตฟอร์ม“CDP-Stakeholder-Amazing”พลังเสริมปั๊ม3ล้านล้าน

TTM Plus2026นำร่องใช้จับคู่ธุรกิจไทยกับทั่วโลกได้ตลอด24ชั่วโมง

ชูความสำเร็จบิ๊กแคมเปญWorkation Paradise100เดียวเที่ยวได้งาน

พูลแมนคิงเพาเวอร์เปิดพรีเซลไทยเที่ยวไทยราคาพิเศษ 6 รายการ

คิงเพาเวอร์ดอนเมืองเปิดครบจบที่ชั้นปั3“Joys Of Journeys Market”

ททท.ดึงทั่วโลกเที่ยวไทยแล้ว6ล้านคน-ปี69ลุยตลาดใหม่บอลข่าน

บางจากMOUกรมสรรพามิตจ่ายภาษีดิจิทัลปูพรมสู่ภาษีคาร์บอน

เที่ยวเชียงรายไหว้พระธาตุดอยตุง-พระ9วัด9สีมงคล9พิกัดศรัทธา

4 เคล็ดลับนอนอย่างมีคุณภาพสร้างสมองสดใสสุขภาพแข็งแรง

30ปีสถาบันอาหารปั้น “NFI FoodNEXT Platform” สู่ทศวรรษใหม่

ททท.ร่วม SATTE2026เจาะตลาดอินเดีย9กลุ่ม-ปี69หวังแสนล้าน

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ไหว้สาพระธาตุดอยตุง #เที่ยวเชียงราย

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1H4oGheK7u/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !!นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใส่เกียร์เร่งนำดิจิทัล 3 แพลตฟอร์มล้ำสมัย พลังเชื่อมแผนดึงรายได้เข้าประเทศ 3 ล้านล้าน ลุยใช้ “CDP” คลังสมองถังข้อมูลวิเคราะห์เจาะตลาดเป้าหมายได้ตรงเป้า สร้าง “Stakeholder Platform” สะพานเชื่อมธุรกิจไทยกับทั่วโลก นำร่องใช้ในงาน TTM Plus 2026 ลุยค้าขายแลกเปลี่ยนกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง และน้องใหม่มาแรง “Amazing Thailand Platform” เฟสแรก จับมือ มาสเตอร์การ์ด รวบรวมฐานข้อมูลลูกค้าสะสมเต็มที่ ส่องพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินท่องเที่ยว นำมาเป็นฐานขยายนักท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ ๆ ล่าสุดเปิดแคมเปญ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 4” กระตุ้น นักเดินทางพันธุ์ใหม่ Digital Nomad ไทยและต่างชาติ ร่วม 3 กิจกรรม “โหวต TOP 10 Best Workation-ช้อปโวเชอร์ 100เดียวเที่ยวได้งาน-ชวน Expat แข่งทำคอนเทนท์ในไทย”

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 ททท.จะลงทุนนำเทคโนโลยีซึ่งมีการปรับตัวให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นความท้าทายของหน่วยงานรัฐที่จะต้องเร่งปรับพัฒนาดิจิทัล จาก Chat GPT ปัจจุบันมาถึง AI Agent แล้ว ซึ่งสามารถสั่งการโดยไม่ต้องพึ่งบุคลากร จึงทำให้ ททท.ต้องเร่งปรับตัวเชิงรุกเพื่อสร้างสะพานเชื่อมให้ฝ่ายการตลาด การสื่อสาร และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมพลังกันทำให้รายได้ท่องเที่ยวของประเทศเป็นไปตามเป้าหมายปีนี้ 3 ล้านล้านบาท ด้วยการนำดิจิทัลไปต่อยอดใช้ประโยชน์กับการเจาะเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย สะดวก รวดเร็ว จากการพัฒนา 3  แพลตฟอร์มหลัก ประกอบด้วย

แพลตฟอร์มที่  1  Customer Deta Platform : CDP ซึ่งจะเป็น “มันสมอง” หรือถังที่จะดักจับข้อมูลแล้ววิเคราะห์ “ลูกค้า” ที่กลุ่มที่ติดตามและไม่ติดตามเราเลย จึงต้องการให้คนที่ไม่ได้ติดตามหันมาติดตาม ททท. เป็นกลยุทธ์ “เจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย” สร้างความชัดเจนมากขึ้น เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลให้ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายสื่อสารองค์กร 

แพลตฟอร์มที่ 2 Stakeholder Platform ที่นำมาใช้บริหารจัดการความสัมพันธ์ วิเคราะห์ และสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้เกิด Business to Business เป็นช่องทางการจัดเก็บข้อมูล “ผู้ประกอบการ” ทั้งของไทยและคู่ค้าทั่วโลก หรือ Saler กับ buyer จะนำร่องใช้ครั้งแรกในงาน Thailand Travel Mart Plus :TTM + 2026 สามารถทำงานติดต่อกันได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง นอกเหนือจากงาน onsite ที่เปิดให้ผู้ขายกับผู้ซื้อมาพูดคุยกันในงานดังกล่าว


แพลตฟอร์มที่ 3 Amazing Thailand Platform หลังจาก กพร.ซึ่งเป็นองค์กรประสานมอบหมายให้ ททท.ดำเนินงานพัฒนาเป็นแอปพลิเคชั่นที่เดียวซึ่งสามารถติดต่อกับประเทศไทยได้ทั้งหมด ล่าสุดเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้นำร่องลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ระหว่าง ททท. กับมาสเตอร์การ์ด ซึ่งจะเข้ามาช่วยทำเรื่องการรวบรวมข้อมูลลูกค้าหรือ “Customer Deta” เก็บข้อมูลผ่านช่องทาง “การจ่ายเงิน” ตอบโจทย์ตั้งแต่ “เริ่ม-ระหว่าง-หลัง” การเดินทาง สิ่งที่อยากได้คือให้หน่วยงานภาครัฐใส่ข้อมูลเข้ามาให้ได้มากที่สุด

เฟสที่ 1 ต้องการให้หน่วงานตัวอย่างเช่น กระทรวงคมนาคม ใส่ระบบ การตรวจคนเข้าเมือง การเดินทางภายในประเทศด้วยรถขนส่งสาธารณะ มาบรรจุไว้ใน “แอปพลิเคชั่นที่มีชีวิต” ให้คนใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา


เฟส 2-3 มุ่งหวังที่จะให้หน่วยงานระสานเชิญชวนกระทรวงเจ้าของพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น กระทรวงวัฒนธรรม เรื่อยไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs นำข้อมูลเข้ามาร่วมได้มากที่สุด

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ นี้ ททท.ยังได้ทยอยเปิดตัวโครงการ Workation Paradise Throughout Thailand Season 4” ต่อยอดจาก 3 ครั้งแรก โดยจะขยายผลไปในตลาดต่างประเทศด้วยวิธีสร้างกระแสการใช้งาน ตามวัตถุประสงค์เทรนด์นักเดินทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการจะเดินทางไปในที่ต่างๆ แล้วสามารถทำงานได้ด้วย ดังนั้นในซีซั่น 4 ต้องการให้เกิดออกเดินทางอย่างจริงจังกระจายตามพื้นที่ และตอบโจทย์การท่องเที่ยว “วันธรรมดา” หนึ่งยุทธศาสตร์ของ ททท.จึงได้ทำ 3 กิจกรรม


“กลุ่มคนไทย” นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยว Digital Nomad ร่วม  2 กิจกรรม ได้แก่ 

กิจกรรมที่ 1 Top 10 Best Workation in Thailand โหวตแหล่งท่องเที่ยวได้ทำงานด้วย ทั่วไทย 10 แห่ง ชิงเงินรางวัล 200,000 คน

กิจกรรมที่ 2 100 เดียวเที่ยวได้งาน ททท.ร่วมกับ Mr. CK Cheong ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด ใช้แพลตฟอร์ม Fast work ทำโปรโมชั่นให้จองซื้อ “โวเชอร์ 100 บาท” สามารถพักโรงแรมระดับ 5 ดาว เช่น ศรีพันวา และเซ็นทารา ทั่วเมืองไทย โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบจะจัดทั้งหมด 2 รอบ รอบแรก : วันที่ 25 มีนาคม 2569 บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Fastwork รอบสอง : วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/workationthailand

 


“กลุ่มต่างชาติ” นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง Digital Nomad เปิดให้เข้าร่วมอีก 1 กิจกรรม คือ

กิจกรรมที่ 3 Workation Paradise in Thailand  เปิดให้ Expat ต่างชาติพำนักในไทยแข่งขันกันทำ Video Content แชร์ประสบการณ์ Workation เผยแพร่การพักอยู่ในเมืองไทยแล้วสามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย มีแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตสะดวกรวดเร็ว โดย ททท.จะใช้กลุ่ม Remote Worker คนที่ทำงานนอกสถานที่ที่ไม่ใช่สำนักงานแบบเดิม ๆ โดยใช้เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือสื่อสาร ทำงานจากที่บ้าน คาเฟ่ หรือCo-working space

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ททท.ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนา AI ด้วยการจับมือกับพันธมิตร ทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหน้าและหลังบ้าน เชื่อมกับ TAT-IC เสิร์ซข้อมูลแล้วตอบทุกอย่างได้ เพราะยุคนี้ถ้าไม่เข้าร่วมกระบวน AI จะถือว่าผิดมหันต์ ดังนั้น ททท.พยายามก้าวให้ทันเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยทั้งตลาดในประเทศและเวทีโลก

 


ตอนนี้ “ผู้ประกอบการไทยตื่นตัว” ตอบรับ เรื่องที่ 1 เข้ามาใช้งานแพลตฟอร์มที่ ททท.ด้านดิจิทัล พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เป็นช่องทางเพิ่มประสิทธิภาพทางการขาย ขยายพันธมิตรในอนาคต เจอและจับคู่ธุรกิจกันได้ง่ายขึ้นกับทั่วโลก เรื่องที่ 2 แอปพลิเคชั่น Amazing Thailand ที่ได้แอปพลิเคชั่นของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มาเป็นช่องทางหนึ่งเปิดให้ต่างประเทศลงทะเบียนผ่านแล้วก็รับสิทธิประโยชน์เชื่อมโยงอย่าง เครื่องดื่มฟรี โปรโมชั่น โวเชอร์ต่างๆ กิจกรรมนวดสปา และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งต่อข้อมูลกลับไปยัง TAT-IC อย่างครบวงจร และเป็นสิ่งที่ ททท.ต้องการพัฒนาเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพในเวทีโลกอย่างเข้มแข็ง

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1-พูลแมนคิงเพาเวอร์เปิดพรีเซลไทยเที่ยวไทยราคาพิเศษ6รายการ

“โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ” ธุรกิจในเครือกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิด “พรีเซล ออนไลน์ งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 77” ดีลแรงก่อนใคร ซื้อได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป เข้าไปดูได้ทาง Page facebook โรงแรมพูลแมนคิงเพาเวอร์ จัดเต็มมาให้เลือกช้อปก่อนงานถึง 6 รายการ หรือจะไปช้อปในงานก็ได้เช่นกัน วันที่ 5–8 มีนาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. พบกันที่ บูธ 106 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดมหกรรมแจกแถมดังนี้

1.Daily Buffet Breakfastซื้อ 1 แถม 1 ฟรี เฉลียเพียง 450 บาทสุทธิ/คน

2.Weekend Seafood Dinner Buffet & Sunday Brunch ซื้อ 5 แถม 2 ฟรี เฉลี่ยเพียง 1,790 บาทสุทธิ/คน

3.LEOKA Teppanyaki – Surf & Turf Set ซื้อ 4 แถม 1 ฟรี ประหยัด 20%

4.Le Spa – 60-Minute Treatment ซื้อ 2 แถม 1 ฟรี เฉลียเพียง 1,866 บาทสุทธิ

5.Moroccan Hammam Ritual ซื้อ 2 แถม 1 ฟรี

6.Relaxation Escape for Two ซิกเนเจอร์ Afternoon Tea และ 60 นาที Spa Treatment สำหรับ 2 คน ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี เฉลี่ยเพียง 2,450 บาทสุทธิ

 

ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ดอนเมืองเปิดครบจบที่ชั้น3Joys Of Journeys Market”

 

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ชวนนักเดินทาง แวะช้อปบริการใหม่ “Joys Of Journeys Market” บริเวณ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง ออกแบบในบรรยากาศทันสมัยเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการรับประทานอาหารหรือซื้อของฝากก่อนออกเดินทาง

 

เปิดโซนไลฟ์สไตล์และร้านค้าโฉมใหม่คิง ให้ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ได้แวะมาที่เดียวจบครบทุกอย่าง มีทั้งเรื่องกิน เรื่องช้อป และพักผ่อน อยู่ตรงบริเวณชั้น 3 ด้านหลังจุด Security Check ด้านขวา) ขณะนี้มีแบรนด์น่าลิ้มลองเพิ่มประสบการณ์ช้อปกับของฝากชื่อดังอย่าง Emily's แม่ศรีเรือน,ROYCE' Chocolate, Garrett Popcorn และคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น

 

จุดนัดพบ : อยู่ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้น 3 (หลังผ่านจุดตรวจค้น/Security Check ตรงไปด้านขวา)

 

ร้านค้าแบรนด์ดัง : Emily's Chicken Noodles, แม่ศรีเรือน, ROYCE' Chocolate, Garrett Popcorn Shops, SOL Coffee, หยกสด, Beard Papa's, Chubby Dough, TOKYO Sweets, Milch, Butterbear, NaRaYa

 

ข่าวที่ 3-ททท.ดึงทั่วโลกเที่ยวไทยแล้ว6ล้านคน-ปี69ลุยตลาดใหม่บอลข่าน

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 พร้อมจะนำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยพลิกโฉมสู่ The New Thailand” เริ่มต้นศักราชใหม่เพียง 54 วัน ระหว่าง 1 มกราคม -22 กุมภาพันธ์ 2569 “ตลาดต่างประเทศ” มีสัญญาณดีต่อเนื่องตามข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทยแล้วเกือบ 6 ล้านคน สร้างรายได้เข้าใกล้ 3 แสนล้านบาท  โดย ททท.ได้เน้นใช้กลยุทธ์เพิ่มการท่องเที่ยวคุณภาพสูง Values over Volume” นำเสนอธีมขาย “Healing is the New Luxury”  ควบคู่กับการใช้ AI สร้างฐานข้อมูลอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ เดินหน้าสร้างความสำเร็จ ด้วยการใช้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกระจายรายได้อย่างสมดุลทั้งเมืองหลัก และเมืองน่าเที่ยว ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยเข้าเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท

           

ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ททท.ตลาดต่างประเทศ นำโดย “ตลาดระยะใกล้ (Short haul)ใน “ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก” สามารถฟื้นฟูตลาดหลัก “สาธารณรัฐประชาชนจีน” เข้าไทยได้เกินกว่า 6 แสนคน โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนสดใสมากขึ้น เดินทางมาเฉลี่ยวันละ 28,000-30,000 คน สอดคล้องตามคาดการณ์ตลอดวันหยุดยาว 11 วัน จีนเที่ยวไทยราว 400,000 คน

 

ททท.เตรียมกระตุ้นตลาดจีนต่อเนื่องเตรียมทำครั้งแรก Mega Trade Meet 2026” ร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวเอกชน ทำกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างตัวแทนการขายของไทยกับผู้ซื้อในจีน วันที่ 10 มีนาคม นี้ ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ เร่งส่งเสริมตลาดการขายเต็มรูปแบบ พร้อมจะขยายไปจัดตามเมืองอื่น ๆ ในอนาคตด้วย

 

ส่วนตลาดมาแรงอย่าง “อินเดีย” ททท.กำลังนำเอกชนทั้งโรงแรม สวนสนุก ธุรกิจท่องเที่ยว เข้าร่วมมหกรรมการขายท่องเที่ยวรายการใหญ่สุดในเอเชียใต้  SATTE : South Asia Travel and Tourism Exchangeระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรุงเดลี รวมทั้งจะเปิดเวที Media Brifing นำเสนอแคมเปญ Healing is the New Luxury รุกกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง ต่อยอดจาก 1 มกราคม-22 กุมภาพันธ์ นี้ อินเดียมาไทยรวมแล้วกว่า 3.76 แสนคน

 

ขณะที่ “ตลาดระยะไกล (Long haul) ภูมิภาคยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา” เติบโตแรง ททท.ต่อยอดแผนส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ต้นปี 2569 จาก 2 กลยุทธ์ ได้แก่

 

กลยุทธ์ที่ 1 Airlines Focus ททท.ได้ผนวกส่งเสริมตลาดทำการร่วมกับพันธมิตร (Joint Promotion) กลุ่มสายการบินนานาชาติเพิ่มเส้นทางบินใหม่และความถี่เที่ยวบิน ตอบโจทย์ความต้องการให้แต่ละประเทศเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางเติบโตอย่างรวดเร็วถึงสองหลัก

           

ล่าสุดนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลมาไทยมียอดสะสม ระหว่าง 1 มกราคม -22 กุมภาพันธ์ และติด 1 ใน 10 มากถึง 4 ประเทศ ตามลำดับ ได้แก่ อันดับ 6 สหราชอาณาจักร 2.19 แสนคน อันดับ 7 ฝรั่งเศส 2.13 แสนคน อันดับ 8 เยอรมัน 2.07 แสนคน อันดับ 9 สหรัฐอเมริกา 2.02 แสนคน ตอกย้ำถึงแม้จะมีปัจจัยความท้าทายโลกรอบด้าน ไทยก็ยังประสบความสำเร็จสามารถเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพระยะไกลได้

           

กลยุทธ์ที่ 2 เฟ้นหาตลาดดาวรุ่งน้องใหม่มาแรง ได้จัดทำ Balkans Roadshow 2026” ช่วงปลาย 21-23 กุมภาพันธ์ 2569 บุกเจาะใน “ภูมิภาคบอลข่าน”  เด่น ๆ ใน 5 ประเทศ มี เซอร์เบีย นอร์ทมาซิโดเนีย โคโซโว โรมาเนีย บัลแกเรีย  ปักหมุดพื้นที่แรก “กรุงเบลเกรด” เซอร์เบีย นำผู้ประกอบการไทย 15 หน่วยงาน เข้าร่วมพบปะเจรจาธุรกิจกับบริษัทนำเที่ยวคู่ค้า 18 ราย จากเซอร์เบีย นอร์ทมาซิโดเนีย โคโซโว เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจด้วยบรรยากาศเข้มข้นคึกคัก มีกระแสตอบรับพร้อมกับข้อเสนอแนะเชิงบวกจากเอกชนของทั้งสองฝ่าย ต่างส่งสัญญาณถึงแนวโน้มจะนักท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องในเวลาอันใกล้นี้

 

แล้ว ททท.ยังได้ใช้กลยุทธ์จัด Media Fam Trip โปรโมทการท่องเที่ยวในตลาดดังกล่าวมาไทย ช่วงก่อนนำเอกชนไทยไปโร้ดโชว์ ททท.สำนักงานกรุงปราก เอเธนส์ ได้บูรณการความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตไทยเอเธนส์ เชิญสื่อมวลชนเซอร์เบีย 6 ราย ลัดฟ้ามาเพิ่มประสบการณ์สำรวจแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ปิดท้ายด้วยการจัดเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง ททท.กับคณะสื่อมวลชน

 

ทางคณะสื่อจากเซอร์เบียเตรียมเผยแพร่การท่องเที่ยวเมืองไทยเร็ว ๆ นี้ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ โดยจะเน้นนำเสนอเสน่ห์แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมไทย โบราณสถาน และคัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวของไทยที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักเผยแพร่สร้างการรับรู้เชิงลึกและภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยในตลาดบอลข่านตลอดปี 2569

จากนั้น ททท.ได้ทำโร้ดโชว์ต่อที่ “โรมาเนีย” เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เมืองคลูจ-นาโปกา หนึ่งในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคนี้ สร้างโอกาสกระตุ้นตลาดเป้าหมายใหม่ ๆ เลือกมาเที่ยวเมืองไทยและทำรายได้เพิ่มในระยะยาว

 

ข่าวที่ 4-บางจากMOUกรมสรรพามิตจ่ายภาษีดิจิทัลปูพรมสู่ภาษีคาร์บอน

 

            นายนิพนธ์ เลิศทัศนีย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานซ่อมบำรุง วิศวกรรมและบริหารโครงการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าและจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม ระหว่าง “กรมสรรพสามิต” กับ กลุ่มบริษัทน้ำมัน กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งน้ำมัน และผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน 18 ราย  โดยมี ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นประธาน เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรมสรรพสามิต รวมทั้งมีผู้บริหารกลุ่มบางจากเข้าร่วมด้วย คือ นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) (BSRC) และนายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL)

 

            การลงนาม MOU กับทางกรมสรรพสามิตครั้งงนี้ นับเป็นการบูรณาการทำงานก้าวสำคัญ ระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ได้พัฒนา “ระบบฐานข้อมูลน้ำมัน” จากเอกสาร “กระดาษสู่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ตรวจสอบได้ ช่วยยกระดับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสู่ยุคดิจิทัล รองรับแนวทางภาษีคาร์บอนในอนาคต เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอย่างโปร่งใส

 

โดยได้สะท้อนถึงทุกภาส่วนมีความตั้งใจนำเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการบริหารจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดความสะดวก คล่องตัวมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

          ช่วงที่ 2 เมืองไทยมีหมุดหมายให้เลือกเติมประสบการณ์ความสุข มีนาคม นี้ ททท.ชวนสายบุญ สายศรัทธา สายมู ไปเที่ยวเหนือสุดในสยาม 2 กิจรรม “ไหว้พระธาตุดอยตุง-กราบพระ9วัด9สี9มงคล” แล้วฟัง “4 เคล็ดลับการนอน” อย่างมีคุณภาพทำสมองใสกายใจแข็งแรง และข่าวดี ๆ ข่าวแรก “30ปี สถาบันอาหาร” ชู NFI FoodNEXT Platform สู่ทศวรรษใหม่ ข่าวที่สอง “ททท.ร่วมSATTE2026” เจาะตลาดอินเดีย 9 กลุ่ม ปี 69 หวังโกยแสนล้าน

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวเชียงรายไหว้พระธาตุดอยตุง-พระ9วัด9สีมงคล9พิกัดศรัทธา

 

มีนาคม 2569 ปีนี้เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวภาคเหนือด้วยเสน่ห์ล้านนาที่ดึงดูดสายบุญ สายศรัทธา และสายมู  ปักหมดชวนกันออกเดินเที่ยวได้ทันที ที่ “เชียงราย” กับประสบการณ์สุขทันทีที่ได้เที่ยวเหนือสุดในสยาม 2 กิจกรรม

 

กิจกรรมแรก : “เตียวขึ้นดอย ตวยฮอยครูบาฯ ไหว้สาพระธาตุดอยตุง” เสริมสิริมงคลรับพลังบุญบนยอดดอย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย ชวนสัมผัสเสน่ห์ครบรส ทั้งศรัทธา ธรรมชาติ วัฒนธรรมล้านนา ร่วมกิจกรรมเดินขึ้นดอยตามรอยศรัทธา “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” สู่พระธาตุดอยตุง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงราย ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งบรรยากาศ

 

กิจกรรมที่ 2 “สายมูเช็คอิน 9 วัด  9 สีมงคล 9 พิกัดศรัทธา เสริมครบทุกด้าน  ตะลอนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมดื่มด่ำความงดงามศิลปะแต่ละวัดใน 3 อำเภอ ปัง 

 

“อำเภอเมือง” เบิกฤกษ์จุดแรกที่ วัดร่องขุ่น (วัดสีขาว) เดินทางต่อไปยัง วัดร่องเสือเต้น (วัดสีน้ำเงิน) วัดเชียงยืน (วัดสีแดง) วัดพระธาตุดอยจอมทอง (วัดสีทอง) วัดดอยเขาควายแก้ว (วัดแมงสี่หูห้าตา) และพิพิธภัณฑ์บ้านดำ (บ้านดำ) 

 

“อำเภอแม่สาย” มีวัดทุ่งเจริญ (วัดสีเขียว) วัดพระธาตุดอยเวา (วัดสีม่วง)

 

“อำเภอแม่สรวย” ปิดท้ายที่ “วัดแสงแก้วโพธิญาณ” ดินแดนแห่งตำนานเริ่มต้นจาก ดอกบัวที่ผุดโผล่ขึ้นพ้นน้ำ มีแสงสว่างเรืองรองเหมือนแสงแก้ว ทาง “ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต” เจ้าอาวาส ผู้บุกเบิกจนกลายมาชื่อวัดแห่งนี้

 

“วัดแสงแก้วโพธิญาณ” โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม สถานธรรมปฏิบัติของเจ้าอาวาสมีคำสอนลูกศิษย์ให้นำไปปฏิบัติได้จริง จึงมีผู้คนจำนวนมากเลื่อมใสศรัทธาในองค์ครูบา กระทั่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ของบรรดาสายมูต้องมาสักครั้ง

 

มีเรื่องเล่าถึงที่มาของชื่อ “วัดแสงแก้วโพธิญาณ” คือ วันหนึ่งท่านครูบาอริยชาติเกิดนิมิตว่า ฝนตกหนักมาก มองอะไรก็ไม่เห็น แล้วเดินหลงไปหลงมาอยู่บนภูเขาสักพัก ก็ได้เห็นป่าทั้งป่าบนภูเขา มีดอกบัวบานเต็มไปหมด มีแสงสว่างไสวสวยงาม ท่านจึงคิดชื่อได้จากเหตุนิมิตที่เห็นแสงเรืองรองเหมือนแสงแก้ว กลายเป็นดอกบัว อีกนัยหนึ่งคือ โพธิญาณ หมายถึง หยั่งรู้ เหมือนบัวที่ผุดโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ แล้วเปล่งแสง คล้ายแสงแก้ว

 

 เมืองไทยมีความพิเศษมากมายให้ออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ความสุข “เชียงราย” ก็เป็นหนึ่งหมุดหมายแห่งการพักกาย พักใจ มีเส้นทางแห่งศรัทธาให้เลือกมาท่องเที่ยวได้ทั้ง 365 วัน

 

สุขภาพ –4เคล็ดลับนอนอย่างมีคุณภาพสมองสดใสสุขภาพแข็งแรง

 

“การนอนอย่างมีคุณภาพ” มีความสำคัญกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และมีผลวิจัยบ่งบอกถึงพฤติกรรมคนไทยกว่า 40% มีปัญหา เรื่อง “การนอนไม่หลับสะสม” และกลายเป็นจุดอ่อนทำให้ตลาดสินค้า Sleep Support โตขึ้นต่อเนื่องหลายปี ทั้งที่ความจริงแล้วทุกคนสามารถทำให้สุขภาพการนอนดี สมองสดใส สุขภาพแข็งแรกได้ง่าย ๆ 4 วิธี ดังนี้

 

1.เข้านอนช่วง 4 ทุ่ม – เที่ยงคืน : เพราะฮอร์โมนการซ่อมแซมร่างกายทำงานดีที่สุด

2.นอนให้ครบ 7–9 ชั่วโมง : โดยเฉพาะ “หลับลึก” จะช่วยฟื้นฟูสมองและฮอร์โมนความเครียด

3.งดจอมือถือก่อนนอน : แสงสีฟ้าทำให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินน้อยลง

4. ทำกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน : เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านหนังสือ หรือทำสมาธิ

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –30ปีสถาบันอาหารปั้น“NFI FoodNEXT Platform”สู่ทศวรรษใหม่

 

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (NFI) เปิดเผยว่า ในโอกาส 30 ปีพร้อมสู่ก้าวใหม่ Next-Generation Food Accelerator ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการเร่งพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 30–40% และลดต้นทุน R&D ลง 20–50% ด้วยการเปิดตัว “NFI FoodNEXT Platform” แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End ภายใต้แนวคิด “Ease of Doing Innovation” มุ่งลดความซับซ้อนเข้าถึงบริการด้านนวัตกรรม เชื่อมโยงตั้งแต่ R&D ระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ การเข้าถึงตลาด ไปจนถึงเชื่อมต่อแหล่งทุนอย่างครบวงจร

 

ตลอดที่ผ่านมา 3 ทศวรรษ สถาบันอาหารทำงานเคียงข้างผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่ SMEs รายเล็กไปจนถึงผู้ส่งออกขนาดใหญ่ พร้อมตอบ “โจทย์จริง” ของอุตสาหกรรม ด้วยองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีแยกส่วน มีระบบเชื่อมทุกองค์ประกอบให้เดินหน้าไปด้วยกันแบบครบวงจร ซึ่งความเข้าใจเชิงลึกนี้จะต่อยอดเป็นรากฐาน NFI FoodNEXT Platform ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนานวัตกรรม “เข้าถึงได้จริง ไม่ซับซ้อน และเห็นผลได้เร็ว” ทำให้ผู้ประกอบการมียอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

สถาบันอาหารคาดการณ์ปี 2569 มูลค่าการส่งออกมีโอกาสทะยานสูงถึง 1.55 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากแรงหนุนทางโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ยุโรปตะวันออก กลุ่ม CIS เอเชียใต้ และแอฟริกา แต่ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายของยุคที่มาตรฐานความยั่งยืนกลายเป็นเงื่อนไขทางการค้าภาคบังคับ (Green Compliance) แต่ก็ยังโอกาสเปิดกว้างในตลาดดาวรุ่งอย่าง Personalized & Precision Nutrition ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ตลาดสูงวัย (Silver Economy) ในจีนและญี่ปุ่น กับ “ฮาลาล โฟกัส” ในอาเซียนและตะวันออกกลาง

 

จึงเดินหน้าตอบโจทย์เกมการแข่งขันใหม่เน้น “ยกระดับความพร้อม” ผู้ประกอบการผ่านตั้งแต่ระบบต้นน้ำคือการวางระบบอาหารปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนกลับ (Food Safety&Traceability) สร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากลให้ตลาดโลกยอมรับ โดยมี NFI FoodNEXT Platform เป็นแกนกลางเชื่อมต่อทุกภาคส่วน สู่ 3 เป้าหมายหลัก คือ Speed to Market เร่งนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงให้ทันความต้องการโลกประสิทธิภาพและการต้นทุน R&D ด้วยเครือข่ายโรงงานต้นแบบและผู้เชี่ยวชาญที่จะทำให้ทุกอย่างเดินเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างแท้จริง

 

ปี 2569 ทางสถาบันอาหารได้วางเป็นปีแห่ง “จุดเปลี่ยนสู่ทศวรรษใหม่” ขยับจากการเป็นหน่วยงานสนับสนุนทางเทคนิค ไปสู่ “Integrated Food Innovation Incubator : ศูนย์บ่มเพาะและเร่งการเติบโตนวัตกรรมอาหารแบบบูรณาการ” เชื่อมต่อทั้งวงจรเป็นระบบเดียวกน คือการวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ ตลาด และเงินทุน เพื่อผลักดันประเทศเป็น “National Food Innovation Platform :ศูนย์กลางบริการครบวงจรภาคอุตสาหกรรมอาหาร” เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารไทยในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 แกน ได้แก่

 

1.การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและอาหารมูลค่าสูง (High-Value Creation)

2.การยกระดับความเชื่อมั่นและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล (Global Trust & Compliance)

3.การผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่ระดับโลก (Thai Brand Excellence & Globalization)

 

ขณะที่ “NFI FoodNEXT Platform” ปี 2569 จะวางเป็นโครงการหลักเพื่อ “ปิดช่องว่าง” ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ผ่าน One-Stop Food Innovation Ecosystem หรือระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารแบบครบวงจรให้บริการเบ็ดเสร็จที่จุดเดียว เชื่อมส่วนสำคัญด้วย 5 กลไก ได้แก่ 1.การวิจัยและพัฒนา.ผลิตภัณฑ์ 2.การวางระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ 3.โรงงานผลิตนำร่อง 4.การเข้าถึงตลาดในและต่างประเทศ 5.การเชื่อมต่อแหล่งทุนและการลงทุน 

 

“ผลลัพธ์” คาดหวังให้ผู้ประกอบการใช้แพลตฟอร์มพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 30–40% ควบคู่ลดต้นทุนการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ได้อีก  20–50% สร้างความได้เปรียบสำคัญเชิงแข่งขันเคลื่อนไหวสู่อนาคตในตลาดอย่างรวดเร็ว

 

ส่วน “วิธีการทำงาน” ของแพลตฟอร์มนี้อยู่บนฐานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) อุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย TED Fund สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และ SME Bank สะท้อนแนวร่วมที่พร้อมหนุนยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยเดินหน้าได้จริง

 

 ข่าวที่สอง ททท.ร่วมSATTE2026อินเดียเจาะ9กลุ่ม-ปี69หวังแสนล้าน

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.นำผู้ประกอบการไทย 53 ราย เข้าร่วมมหกรรมใหญ่ SATTE 2026 :South Asia Travel and Tourism Exchange ระหว่าง  25-27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คอนเว็นชั่น เซ็นเตอร์ Yashobhoomi กรุงนิวเดลี อินเดีย  รุกเจาะตลาดศักยภาพด้วยแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ควบคู่การจับคู่เจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าอินเดีย ชูจุดขายสินค้าบริการท่องเที่ยวเวลเนส คาดจะทำได้ถึง 5,000 นัดหมาย ส่งเสริมปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 97,860 ล้านบาท จากในงานมีคูหาจัดแสดงสินค้าท่องเที่ยวกว่า 1,400 คูหา คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 35,000 คน ไทยมุ่งเจาะตลาดใหญ่ 2 ประเภท 9 กลุ่ม ได้แก่

 

ประเภทที่ 1 นักท่องเที่ยวเดินทางพักผ่อน (Leisure)  4 กลุ่มหลัก คือ ครอบครัว มิลเลนเนียล ผู้สูงวัย (Active Senior) กลุ่มสตรี

 

ประเภทที่ 2 นักท่องเที่ยวศักยภาพต่าง ๆ 5 กลุ่ม เช่น กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) กลุ่มจัดแต่งงานและเฉลิมฉลอง (Wedding &amp ; Celebrations) กลุ่มท่องเที่ยวหรูหรา (Luxury) และกลุ่มกีฬากอล์ฟ

 

“กลยุทธ์” เน้นจับมือกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบินเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยว จัดทำ โปรโมชั่นโครงการพิเศษให้กลุ่มอินเซ็นทีฟ เวดดิ้ง Incentive และ จัดแต่งงานและเฉลิมฉลอง เลือกเดินทางมาจัดงานในไทยมากขึ้น ช่วยเพิ่มระยะเวลาพักและค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวทำให้รายได้ท่องเที่ยวปี 2569 จากตลาดอินเดียได้ตามเป้า 97,860 ล้านบาท

 

“พิธีเปิดคูหาประเทศไทย” ในงาน SATTE 2026 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับเกียรติจาก นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูตไทย กรุงนิวเดลี เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.และนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เข้าร่วมด้วย

 

“คูหาประเทศไทย” ขนาด 312 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Palette of Wellness, Your Ultimate Healuxe นำเสนอแคมเปญการตลาดใหม่ “Healing is the New Luxury”ถ่ายทอดแนวคิดว่าการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันมุ่งเติมเต็มสุขภาวะกายใจผ่านประสบการณ์ที่มี “ความหมาย” สร้างความสงบ ผ่อนคลายและแรงบันดาลใจ

 

“เปิดเจรจาธุรกิจ” ภายในคูหาประเทศไทยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 53 ราย จากโรงแรมและที่พัก 21 ราย บริษัทนำเที่ยว 18 ราย แหล่งท่องเที่ยว 11 ราย และ 3 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ รวมทั้งมีสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย หน่วยงานจากประเทศไทยร่วมเปิดคูหาด้วย

 

ททท.ใช้โอกาสนี้นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทย จัดแสดงผลิตภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวจุดหมายปลายทางที่มีรางวัล Thailand Tourism Awards การันตี จัดกิจกรรมสาธิตช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจผ่านโสตสัมผัสต่าง ๆ เช่น บาล์มน้ำมันนวดผ่อนคลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นสร้างสรรค์เฉพาะจุดหมายปลายทางในไทย สาธิตการนวดผ่อนคลาย โดยนักบำบัดจากสปาชั้นนำในไทย

 

รวมทั้งจัด Amazing Thailand Media Briefing เปิดให้สื่อมวลชนต่างชาติที่เข้าร่วมงานนี้ โดย ททท.ได้นำเสนอสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย กับเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาด “Unforgettable Experience:

Healing is the New Luxury” มุ่งส่งเสริมไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูกายใจ” ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสมดุล ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

 

ผนวกสินค้าที่นักท่องเที่ยวอินเดียควรมาสัมผัสในย่าน ลิตเติ้ลอินเดีย ร้านอาหารมิชลิน Gaggan หรือเทศกาลทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลดิวาลี เทศกาลโฮลี สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผสานไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ เช่น ย่านทรงวาด Em District สุขุมวิท และจุดหมายปลายทางเชิงสุขภาพ เช่น อายุรเวท, โปรแกรม Longevity, สถานประกอบการที่ดูแลสุขภาพองค์รวมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ และเมืองน่าเที่ยว อาทิ กาญจนบุรี นครราชสีมา (เขาใหญ่) และเชียงราย เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว Repeat Visitors

 

รวมทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางตลาดอินเดียตลอดทั้งปีด้วยเทศกาลและอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ยี่เป็ง เทศกาลแห่ดาว Moto GP วิจิตรเจ้าพระยา อีเวนต์และการประชุมระดับโลก ได้แก่ Tomorrowland 2026, Global Sustainable Tourism Conference 2026, InterPride Conference 2026, the Global Wellness Summit 2026 และ IMF-World Bank Group Annual Meetings

 

“อินเดีย” เป็นตลาดที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูงต่อเนื่องจากปี 2568 มาไทย 2.49 ล้านคน เติบโตจากปีก่อน 16.8 % มีปัจจัยหนุนจาก “สายการบิน” เพิ่มจำนวนที่นั่งโดยสารระหว่างไทยและอินเดียตั้งแต่ปี 2567 ได้เพิ่มเที่วบิน เส้นทางบินใหม่ ปรับขนาดเครื่องบินลำใหญ่ขึ้น ผนวกกับอินเดียด้ยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวอินเดียจึงเติบโตต่อเนื่อง

 

ตั้งแต่ 1 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทยแล้วทั้งสิ้น 382,768 คน เพิ่มจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนกว่า 17 % ด้วยอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่และกลุ่มชนชั้นกลางมีกำลังซื้อสูง จึงสามารถขยายสู่เมืองรองได้อย่าง ปูเน่ อาห์เมดาบัด อัมริตสาร์ และลัคเนา รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นตลาดกลุ่มศักยภาพ ประชาสัมพันธ์ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ด้วยสินค้าบริการและกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่องหลากหลาย การทำรายได้ปีนี้น่าจะเติบโตดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

ททท.ตั้งศูนย์ติดตามฯภาวะวิกฤตเหตุในตะวันออกกลาง ดูแลนักท่องเที่ยวถูกยกไฟลต์10แอร์ไลน์5สนามบิน

ททท.ตั้งศูนย์ติดตามฯภาวะวิกฤตเหตุในตะวันออกกลาง ดูแลนักท่องเที่ยวถูกยกไฟลต์ + วิเคราะห์ระยะสั้น & กลาง ททท.เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่อ...