Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอน
ผนึกสมชิกขยายความร่วมมือยกระดับภูมิภาคสู่ภาคปฏิบัติ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน
#gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #CarbonMarketClub #dกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน
#ACCF
กรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน บางจากนำ Carbon Markets
Club ผนึกสมาชิกเดินหน้าความร่วมมือยกระดับภูมิภาค พัฒนาสู่ตลาดคาร์บอนภาคปฏิบัติ
นางกลอยตา ณ ถลาง
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF เปิดเผยว่า
ล่าสุด ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) หรือกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน
ได้รายงานความคืบหน้าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลาดคาร์บอนคุณภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยสมาคมสมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ได้จัดการประชุม ACCF
Steering Committee หรือคณะกรรมการที่สิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity
Week 2026
โดยได้กล่าวถึงแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน
ครั้งที่ 57 และแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 รวมทั้งได้รับการอ้างอิงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN
Capital Markets Forum ตลอดปี 2568 ACCF ได้สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากลเช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและตลาดโลกให้การยอมรับคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน

ACCF ดำเนินงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.อุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน (Supply and Demand) 2.โครงสร้างพื้นฐานของตลาด (Market Infrastructure) 3.การสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพ (Strategic
Communications and Capacity Building) โดยได้ผลักดันความสอดคล้องด้านนโยบาย
(Policy Alignment) และธุรกรรมนำร่อง (Pilot
Transactions) เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ มีสมาคมสมาชิกในแต่ละประเทศได้ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าดังกล่าว
ผ่านโครงการระดับประเทศและภูมิภาคเชื่อมโยงกัน ได้แก่ Indonesia
Carbon Trade Association (IDCTA), Malaysia Carbon Market Association
(MCMA) และ Singapore Sustainable Finance
Association (SSFA) ร่วมสนับสนุนหลักการร่วมภายใต้ Coalition
to Grow Carbon Markets อย่างเป็นทางการ

● “ประเทศไทย Carbon
Markets Club” (CMC) ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ
ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) รวมถึงการนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทย ขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก
พร้อมกับร่วมสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative
(HACI) ดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ
และสนับสนุนการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนา
ทาง CMC ยังมีภารกิจด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพของ ACCF การพัฒนาแนวทางการสื่อสารและอัตลักษณ์องค์กร เพื่อสร้างการความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ
พัฒนาการทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ACCF ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค
ที่สนับสนุนการประสานความสอดคล้องระหว่างระบบที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ
พร้อมเปิดทางเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกประเทศใช้ระบบเดียวกัน
แต่คือการทำให้ระบบที่แตกต่างกันเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ
ระยะต่อไป ACCF จะยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านคณะทำงานต่าง
ๆ รวมถึงธุรกรรมนำร่อง การประสานความสอดคล้องด้านนโยบาย การพัฒนาศักยภาพ
โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน
สนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดน และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในวงกว้าง
ACCF ยังจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำและการประสานงาน
โดยสมาคมสมาชิกจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการหมุนเวียนบทบาท
เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและผลักดันเป้าหมายร่วมกันต่อไป
การประชุมคณะกรรมการบริหารไตรมาส 2 ที่ SSFA ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญการส่งมอบตำแหน่งประธาน ACCF จาก MCMA ไปยัง SSFA จะเริ่มมีผลช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทาง ACCF จะยังคงขยายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนให้เชื่อมโยงกันและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นต่อไป
● “Malaysia Carbon Market Association” (MCMA) มีบทบาทสำคัญสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนมาเลเซีย
และเปิดตัวนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติของมาเลเซียเมื่อเมษายน 2569 ระบุให้ ACCF เป็นกลไกสำคัญสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค
และสะท้อนถึงความสอดคล้องที่เพิ่มขึ้นระหว่างกรอบนโยบายระดับประเทศกับความร่วมมือภูมิภาค
MCMA ยังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดและการประสานด้านนโยบาย
เพื่อเสริมสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดน
● “ASEAN Alliance on Carbon Markets” (AACM) ยังคงสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมสมาชิก รวมถึงการผลักดันคณะทำงานสำคัญด้านการจัดทำข้อมูลอุปสงค์และอุปทาน
โครงสร้างพื้นฐานของตลาด การสื่อสารเชิงกลยุทธ์
ภายใต้คณะทำงานด้านการยอมรับวิธีการคำนวณร่วมกันของโครงการคาร์บอนเครดิตในระบบต่าง
ๆ AACM และ Fairatmos ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลระดับภูมิภาคสำหรับวิธีการคำนวณโครงการคาร์บอน
เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และการหารืออย่างต่อเนื่องกับผู้กำหนดนโยบาย
พันธมิตรด้านเทคนิค ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค ผ่านเวทีต่าง ๆ เช่น ASEAN Climate Forum ยังช่วยเสริมสร้างความสอดคล้องและความพร้อมด้านการลงทุนของภูมิภาค
● “Singapore Sustainable Finance Association” (SSFA) ได้ผลักดันการจัดทำคู่มือ “Implementation
Guide for Corporate Usage of High-Integrity Carbon Credits” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงควบคู่กับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
คู่มือดังกล่าวได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับกรอบแนวทางทั้งระดับประเทศและสากล
รวมถึงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่สำนักงานเลขาธิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติสิงคโปร์
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์
และ Enterprise Singapore เผยแพร่ร่วมกันในเดือนตุลาคม 2568 แนวทางดังกล่าวมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจด้วยหลักเกณฑ์และขั้นตอนเชิงปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แม้จะพัฒนาขึ้นในบริบทของสิงคโปร์ แต่ยังสามารถใช้เป็นแนวทางอ้างอิงระดับภูมิภาค
เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกันมากขึ้น
และเสริมสร้างสัญญาณอุปสงค์ของตลาดคาร์บอนในอาเซียน
● “Indonesia Carbon Trade Association” (IDCTA) มุ่งเน้นผลักดันการดำเนินงานภาคปฏิบัติผ่านการพัฒนาโครงการ
การกระตุ้นตลาด และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ซึ่งมีส่วนสนับสนุนทั้งด้านอุปทานคาร์บอนเครดิตและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด
โดยความพยายามดำเนินอยู่รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของ transition credits โดยเฉพาะกรณีการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด
ตลอดจนความคืบหน้าด้าน Carbon Capture and Storage (CCS)
IDCTA ยังเดินหน้าสร้างเวทีหารือและความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม
เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของระบบนิเวศตลาดคาร์บอน
พร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและสากล
เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ธุรกรรมนำร่อง ความร่วมมือข้ามพรมแดน
ความพยายามเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุปทานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สามารถขยายตัวได้ในอนาคต