วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ททท.นำท่องเที่ยวเจาะตลาดกาตาร์โตเจาะ“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”

ททท.หารือฑูตดันอนาคตท่องเที่ยวไทย-กาตาร์โต

รุกลักชัวรี่3กลุ่มใหญ่“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”

 

ททท.หารือเอกอัครราชฑูตกรุงโดฮา ดันการท่องเที่ยวไทย-กาตาร์ขายตลาดอนาคตโตต่อเนื่อง

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ขยายตลาดท่องเที่ยวไทยกับกาตาร์

ททท.นำท่องเที่ยว “ไทย–กาตาร์” กระชับความร่วมมือขยายตลาดคุณภาพ ลุยสร้างการเติบโตในอนาคต รุกเจาะลูกค้าลักชัวรี่กำลังซื้อสูง 3 กลุ่มหลัก “ครอบครัวขนาดใหญ่-เวลเนส&เมดิคัล-อาหาร” ได้พลังหนุน “กาตาร์ แอร์เวย์ส” บินตรงโดฮา สู่กรุงเทพฯ และภูเก็ต

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า น.ส.เพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา เข้าหารือกับ ททท. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งเสริมความร่วมมือการท่องเที่ยวไทย–กาตาร์ พร้อมหาแนวทางขยายโอกาสทางการตลาดระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป ในฐานะที่ “กาตาร์” เป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ (High Value Market) สำคัญของภูมิภาคในกลุ่มประเทศกัล์ฟ (Gulf Coutries Corporation :GCC) ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและความสนใจสินค้าการท่องเที่ยวหรูหรา (Luxury) การท่องเที่ยวเวลเนสและเมดิคัลการท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy)

ปัจจุบันแม้ตลาดจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ภาพรวมขณะนี้ยังคงมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดี  สถิตินักท่องเที่ยววันที่ 1 กรกฎาคม -9 สิงหาคม 2569 กาตาร์เดินทางมาไทย  13,603 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนเพียง 0.52 %  สะท้อนถึงความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเดินทางช่วงฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อนหรือซัมเมอร์ โดยมี “กาตาร์ แอร์เวย์ส” ให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่าง “โดฮา” สู่ กรุงเทพฯ และภูเก็ต รวม 49 เที่ยว/สัปดาห์ ช่วยเสริมศักยภาพการเดินทางและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างไทยกับกาตาร์ได้เป็นเข้มแข็ง


ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนตลาดกาตาร์ภายใต้แนวคิด Value over Volume เน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพผ่านการส่งเสริมไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหรูหราและสุขภาพ (Luxury & Wellness) มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวเดินทางช่วงฤดูร้อน ควบคู่ต่อยอดการสื่อสารผ่านตลาดกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ นำไปสู่การสร้างยอดขาย การพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสายการบินดังกล่าว ขยายฐานนักท่องเที่ยวและเชื่อมโยงตลาดจากภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยอย่างยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี

สำหรับการหารือระหว่าง ททท.กับ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนของกาตาร์ ต่อยอดจุดแข็งคุณภาพการท่องเที่ยวไทย ยกระดับการทำประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด เพื่อสนับสนุนตลาดตะวันออกกลางเติบโต และเสริมความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวสองประเทศในระยะยาว

“AOT-PTT”ดึงความเชี่ยวชาญจับคู่พัฒนาไทยยั่งยืนชูพลังงานสะอาดยกระดับสู่Green Airport

AOT-PTT”ดึงความเชี่ยวชาญจับคู่พัฒนาไทยยั่งยืน

ชูพลังงานทางเลือกสะอาดยกระดับสู่Green Airport

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #PTT #GreenAirport

 AOT จับมือ ปตท./PTT นำร่องจับคู่ 2 รัฐวิสาหกิจ ผสานความเชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนแผนพัฒนาเป้าหมายประเทศที่ยั่งยืนในระยะยาว ด้านพลังงานสะอาด ทางเลือก ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยกระดับปั้นสนามบิน Green Airport

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(Memorandum of Understanding: MOU) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) ในการพัฒนาศักยภาพบริหารองค์กร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมร่วมกัน


โดยมีรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่วิศวกรรมโครงการและการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ PTT เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยศรัญญา บุณยวัทน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานยุทธศาสตร์ AOT สุชีลา สุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารและพัฒนาการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ PTT ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือดำเนินงานร่วมกันของทั้งสององค์กร



โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาด้านพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสร้างคุณค่าร่วมกันทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

โครงการ “คู่ความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ” ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจที่มอบหมายให้ AOT และ PTT เป็นคู่ความร่วมมือศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Core Business Enablers เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

            ความร่วมมือระหว่างของทั้งสองหน่วยงานครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพ AOT ในการนำความเชี่ยวชาญ

ด้านการบริหารท่าอากาศยาน มาจับคู่กับ PTT นำองค์ความรู้ด้านพลังงาน เทคโนโลยี เดินหน้าต่อยอดพัฒนานวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมผลักดันการพัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่ Green Airport สนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

 

“บางจาก”นำทอดผ้าป่ารักษาป่าต้นน้ำลำปะทาว จ.ชัยภูมิ ร่วมฟื้นป่าตามแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก-โคก หนอง นา”

“บางจาก”นำทอดผ้าป่ารักษาป่าต้นน้ำลำปะทาว จ.ชัยภูมิ

ร่วมฟื้นป่าตามแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก-โคก หนอง นา”


บางจากทอดผ้าป่ารักษาต้นน้ำลำปะทาว”ดูแลป่าภูหลงทำตามแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก-โคก หนอง นา” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ทอดผ้าป่ารักษาป่าต้นน้ำลำปะทาว #โคกหนองนา

บางจากฯ จัด “ทอดผ้าป่า รักษาต้นน้ำลำปะทาว” สานต่อการดูแลป่าภูหลงปีที่ 22 ร่วมฟื้นฟูผืนป่าด้วยแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก” และ “โคก หนอง นา” ตอกย้ำความหมาย รักษาต้นน้ำ สังคม จิตใจ และธรรม

            นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารและพนักงานกลุ่มบริษัทบางจาก ผู้แทนสถานีบริการน้ำมันสหกรณ์การเกษตรคอนสาร คณะทำงานโครงการฟื้นป่าภูหลงฯ อาสาสมัคร และชาวบ้านในพื้นที่ รวมกว่า 70 คน ร่วมกิจกรรมปลูกป่าภูหลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 เมื่อเร็ว ๆ  นี้ โดยได้ร่วมปลูกต้นไม้เพิ่ม 1,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อรักษาต้นน้ำลำปะทาว พร้อมจัดกิจกรรม “ทอดผ้าป่า รักษาต้นน้ำลำปะทาว” โดยมี พระอธิการไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต พร้อมคณะสงฆ์วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน เป็นผู้รับผ้าป่า ที่วัดป่ามหาวัน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

            “ป่าภูหลง” เป็นผืนป่าต้นน้ำลำปะทาว บนเทือกเขาภูแลนคา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ บางจากฯ เป็นพันธมิตรสำคัญของชุมชนที่สนับสนุนโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทาวมาตั้งแต่ปี 2548 เพราะป่าภูหลงประสบปัญหาไฟป่าเป็นระยะ ๆ เมื่อปี 2563 บางจากฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้เป็นแนวทางเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูผืนป่า โดยใช้น้ำเป็นแนวกันไฟ


ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความรุนแรงและป้องกันการเกิดไฟไหม้ ควบคู่การเพิ่มแหล่งเก็บน้ำตามแนวทาง “โคก หนอง นา” เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดินและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยดำเนินการในผืนป่าแห่งนี้แล้วรวมกว่า 50 ไร่

            บริษัท บางจากฯ ในฐานะหนึ่งในภาคีพันธมิตรฟื้นฟูผืนป่า จึงร่วมกับคณะทำงานทยอยปลูกต้นไม้ในพื้นที่ป่าเปียกเพิ่มเติมเพื่อขยายผลการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง นำโดย “พระอธิการไพศาล วิสาโล” ร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านในพื้นที่ อาสาสมัครและภาคีภาคเอกชนผู้ร่วมสนับสนุน



“กิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี” เป็นการระดมทุนถวายวัดป่าสุคะโต ในปี 2569 เพื่อเป็นกองทุนสนับสนุนภารกิจการดูแลป่า

“พระอธิการไพศาล วิสาโล” ใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณบางจากฯ ที่ร่วมเป็นกัลยาณมิตรในการดูแลรักษาผืนป่ามาอย่างต่อเนื่อง และแสดงเทศนาธรรมสะท้อนความหมายของการรักษาป่า ว่า “การรักษาป่าไม่ใช่เพียงการรักษาธรรมชาติ แต่คือ การรักษาต้นน้ำ รักษาสังคม รักษาจิตใจ และรักษาธรรม” เพราะผืนป่าเป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งสร้างอาชีพ ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตและครอบครัวที่มั่นคง ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่แห่งความสงบสำหรับการปฏิบัติธรรมด้วย



วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน

ผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #การบินไทย #ผลดำเนินงานไตรมา2ปี69

การบินไทยโชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี’69 ทำรายได้รายได้รวม 48,621 ล้านบาท เพิ่ม 8.5% “กำไรสุทธิ” เหลือแค่ 1,521 ล้านบาท ให้บริการผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน ครึ่งปีหลังเกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง เน้นบริหารต้นทุน รักษาสภาพคล่อง

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศ “ผลการดำเนินงาน” ไตรมาส 2 ปี 2569 เปรียบเทียบการเติบโตหรือลดลงกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ได้ดังนี้

มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% จากรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัยไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) เพิ่มขึ้น 20.3% ตามที่บริษัทฯ ได้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน และภาวะการแข่งขัน

มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึง 104.6%

มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 3,691 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) (EBIT Margin) 17.5% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ผลการดำเนินงานและสภาพคล่องบริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

มีต้นทุนทางการเงิน 3,165 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 335 ล้านบาท

มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,134 ล้านบาท และมี EBITDA 8,182 ล้านบาท

มีสินทรัพย์รวม 322,085 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 18,026 ล้านบาท หรือ 5.9%

-มีหนี้สินรวม 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 12,105 ล้านบาท หรือ 5.3%

-มีส่วนของผู้ถือหุ้น 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 5,921 ล้านบาท หรือ 7.8%

-มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมทั้งสิ้น 123,757 ล้านบาท


“ด้านการปฏิบัติการ” ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

-มีเครื่องบิน 84 ลำ ใช้ประโยชน์เครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมง/ลำ/วัน

-จำนวนผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 3.66 ล้านคน

-มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้โดยสารต้องการเดินทางลดลง

-มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 11,993 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 11.3%

-อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 71.5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำไว้ 77.0%

“ผลการดำเนินงาน” งวด 6 เดือนแรกปี 2569

-มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,198 ล้านบาท หรือ 3.3%

-มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4%

-มีกําไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 17,437 ล้านบาท

-มีต้นทุนทางการเงิน 6,152 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน

-มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 11,645 ล้านบาท



“การรับมอบเรื่องบิน” ช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 บริษัทฯ ทำการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบแอร์บัส A321neo 5 ลำ รับมอบเครื่องบินลำตัวกว้างโบอิ้ง B787-8 จำนวน 3 ลำ และ B787-9 1 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินและรองรับการขยายเส้นทางการบินในอนาคต

บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับแผนดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยมุ่งเน้นวินัยการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน



ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง

ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา

12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เกาะเกิดศิลป์แผ่นดินสยาม  

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ร่วมสัมผัส “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชื่อมโยงพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 บนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจาก “พระบรมมหาราชวัง” กรุงเทพมหานคร สู่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ผ่านงานประณีตศิลป์ การแสดงโขน และเรื่องราวของพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ททท.ได้จัดบริการรถรับ–ส่งฟรี กรุงเทพฯ-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เส้นทาง ระหว่างพระบรมมหาราชวังและศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งแต่วันนี้ -26 ธันวาคม 2569 ทุกวันพุธ–อาทิตย์ เปิดลงทะเบียนที่ https://artofthekingdomfreebus.com/ สามารถไปท่องเที่ยวได้ตามรายละเอียดดังนี้




“เที่ยวไป” รถออกจากบริเวณถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์ ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ เวลา 11.00 น. เดินทางถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ประมาณ 12.30 น.

 “เที่ยวกลับ” รถออกจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เวลา 15.30 น. จุดส่งถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อาคาร 4 ประมาณ 16.30–17.00 น.

เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามจำนวนที่นั่งของรถในแต่ละรอบไม่เกิน 50 ที่นั่ง

เชิญชวนทุกคนได้ชมพะราชกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะงานศิลปาชีพ ธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่น ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สืบทอดองค์ความรู้ด้านงานช่างฝีมือไทยจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นรากฐานสำคัญการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป





เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โดย ททท. ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเดินทางไปสัมผัสคุณค่างานประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย ที่พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด แหล่งรวบรวมผลงานอันวิจิตรงดงามสะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต ฝีมือของช่างศิลป์ไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ




เปิดให้ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เยี่ยมชม อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน เรียนรู้คุณค่าของ “โขน” ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยผสมผสานศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง  และเดินทางด้วยรถรางไปยัง “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” เพื่อชมผลงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่า ภายในพื้นที่จะด้ชมและซื้อผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก ได้ด้วย

ททท. จะประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการนี้ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินและอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยที่มีเอกลักษณ์ทรงคุณค่า ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป



 

 

 

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไทยจัด“BKKCAW 2026”3-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์ ททท.หนุนประเทศผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

 ไทยจัด“BKKCAW 20263-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์

ททท.หนุนประเทศโชว์พลังผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน


ททท.สนับสนุนหลักจัดBKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 โชว์พลังไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #BangkokClimateActionWeek2026 #ไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

ไทยรวมพลังจัด “BKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 ททท.สนับสนุนหลัก โชว์ความพร้อมประเทศผู้นำ “การท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน” ต้อนรับการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank Group และ IMF

Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ความยั่งยืนและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแนวคิดตามกระแส แต่เป็น “หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า” ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ งาน และผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความร่วมมือนี้สอดรับกับพันธกิจของ BKKCAW กำลังเร่งขับเคลื่อนทางออกด้านสภาพภูมิอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำไทยจะมีบทบาทผู้นำเพิ่มขึ้นด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

งาน BKKCAW 2026 เตรียมจัดวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 โดยจะรวบรวมผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น นำเสนอโปรแกรมกิจกรรมทั่วเมืองที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการลงมือแก้ปัญหาความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยมี ททท.ร่วมมือสนับสนุนช่วยยกระดับบทสนทนาว่าด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการเดินทางที่มีความหมาย รับผิดชอบ และมีเป้าหมายชัดเจน

ท่ามกลางการท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้นกับประสบการณ์ที่แท้จริงและสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม



แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไทยพร้อมเดินหน้าเสริมสร้างจุดยืนในฐานะ “ต้นแบบ” ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน ภายใต้กรอบ Amazing Thailand ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

สะท้อนวิสัยทัศน์รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตผ่านกลยุทธ์ Amazing 5 Economy ครอบคลุม Life Economy, Sub-Culture Economy, Night Economy, Circular Economy และ Platform Economy เชื่อมโยงนักนวัตกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน BKKCAW จะทำหน้าที่เป็นเวทีแปลงหลักการเหล่านี้สู่แนวปฏิบัติสร้างคุณค่าให้ผู้คน สถานที่ และโลก

BKKCAW เป็นแพลตฟอร์มการลงมือทำ การเรียนรู้ ความร่วมมือระดับภูมิภาค มุ่งก้าวข้ามการดำเนินงานแบบแยกส่วน นำไปสู่การบ่มเพาะแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคส่วนได้จริง การจัดงานสัปดาห์แห่งกิจกรรมจึงถูกวางบทบาทให้เป็นตัวเร่งและจุดนัดพบสำคัญกระตุ้นสาธารณชน รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย สร้างวาระร่วม ยกระดับความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันผนึกกันขับเคลื่อนความยั่งยืน


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล แต่กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดย่อมส่งผลกระทบกลับไปยังวิถีชีวิตของประชาชน ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของประสบการณ์การท่องเที่ยว

ททท. จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจัด Bangkok Climate Action Week 2026 จะช่วยยกระดับประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตด้วยการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลยุทธ์ Amazing 5 Economy ควบคู่การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า เชื่อมโยงนวัตกรรม 3 ด้าน 1.การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2.การมีส่วนร่วมของชุมชน 3.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต

“ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ Bangkok Climate Action Week และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และพลังชีวิต สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาตลอด แต่อนาคตขึ้นอยู่กับจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากเพียงใด ดังนั้นการจัด Bangkok Climate Action Week คือช่วงเวลาสำคัญเชื่อมโยงมรดกการท่องเที่ยวของไทยเข้ากับความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศอย่างกล้าหาญ เพื่อร่วมกันสร้างจุดหมายปลายทางสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับอนาคตของคนรุ่นต่อไป

BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ World Bank Group และ IMF ในกรุงเทพฯ จึงเป็นเวทีสำคัญแสดงบทบาทผู้นำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เทศกาลนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง เชื่อมโยงแนวทางแก้ไขเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นสิ่งที่ใช้ได้จริง และสร้างเรื่องเล่าเสริมพลังจุดประกายการลงมือร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค



ททท.นำท่องเที่ยวเจาะตลาดกาตาร์โตเจาะ“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”

ททท.หารือฑูตดันอนาคตท่องเที่ยวไทย-กาตาร์โต รุกลักชัวรี่ 3 กลุ่มใหญ่“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”   ททท.หารือเอกอัครราชฑูตกรุงโดฮา ดันการท่องเท...