วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ททท.หนุนสตรีทั่วโลกรวมพลังจัด“GSW 2027”ปี’70 ชูขายเที่ยวคุณภาพ&สุขภาพนำไทยสู่ World-Class

ททท.หนุนสตรีทั่วโลกรวมพลังจัด“GSW 2027”ปี’70

ชูขายเที่ยวคุณภาพ&สุขภาพนำไทยสู่ World-Class


ททท.หนุนจัด “Global Summit of Women : GSW 2027” 10-12 มิ.ย.70 ที่กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #GSW2027 #ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ททท.หนุนจัด “Global Summit of Women : GSW 2027” 10-12 มิ.ย.70 ที่กรุงเทพฯ ดึงตลาดสตรีทั่วโลก เสริมพลังแกร่งจุดขายเที่ยวเชิงคุณภาพและสุขภาพ ดันไทยสู่เป้าหมาย World-Class Destination



        นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมสนับสนุนประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด “Global Summit of Women : GSW 2027” จะจัดระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2570 ที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกันยกระดับประเทศสู่เส้นทางระดับโลกหรือ World-Class Destination ด้านการท่องเที่ยว และสร้างความเชื่อมั่นพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพระดับโลก โดยทางทีมบริหาร ททท.ได้ต้อนรับและร่วมหารือกับ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร International Planning Committee ของประเทศไทย และไอรีน นาทิวิแดท ประธานจัดการประชุมสุดยอดสตรีโลก ร่วมหารือเพื่อสนับสนุนการจัดงานระดับโลกครั้งสำคัญนี้

“GSW” เป็นเวทีประชุมระดับนานาชาติที่ได้รวบรวมผู้นำทั่วโลกจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม รวมพลังกันส่งเสริมบทบาทของสตรีขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติและความยั่งยืน


ททท. จะได้ร่วมประชาสัมพันธ์การจัดงาน และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเสนอกรณีตัวอย่างเรื่องจุดแข็งของไทยในเรื่องสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความงามให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่าและประทับใจ ตลอดช่วงเวลาการจัดงานช่วยตอกย้ำให้ประเทศไทยก้าวสู่ “Global Health & Healing Destination” จุดหมายแห่งสุขภาพและการเยียวยา พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกด้วยความอบอุ่นและด้วยไมตรีจิต ทำให้พลังสตรีเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศควบคู่กันไปด้วย

 

ททท.ร่วม ITB Asia 2026 ดึงสิงคโปร์มาไทย1.12 ล้านคน ผนึก4พันธมิตรอัดโปร“ตั๋ว-ท่องเที่ยว”ต.ค.69-ม.ค.70

ททท.ร่วม ITB Asia 2026 ดึงสิงคโปร์ทัวร์ไทย1.12 ล้านคน

ผนึก4พันธมิตรอัดโปร“ตั๋ว-ท่องเที่ยว”มาไทยต.ค.69-ม.ค.70

ททท.นำธุรกิจไทย 14 ราย ร่วมขายใน “ITB Asia 2026” 21-23 ต.ค.2569 ที่สิงคโปร์

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ITBAsia2026  

ททท.นำธุรกิจไทย 14 ราย ร่วมขายใน “ITB Asia 2026” 21-23 ต.ค.นี้ รุกเจาะ “สิงคโปร์” ตลาดใกล้คุณภาพสูง จับมือ 4 พันธมิตร “สิงคโปร์แอร์ไลน์ส-KKDay-Klook-Trip.com” อัดโปรโมชั่น ตั๋ว ท่องเที่ยวเมืองไทย ต.ค.69-ม.ค.70 ทำยอดปี’69 เข้าเป้า 1.12 ล้านคน

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์เจาะตลาดระยะใกล้ (shorh haul) สิงคโปร์ จึงได้นำผู้ประกอบการไทย 14 ราย เข้าร่วมส่งเสริมการขายในงาน International Tourism Borse (ITB) Asia 2026 วันที่ 21-23 ตุลาคม 2569 ที่ แซนด์ เอ็กซโป แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ มารีน่า เบย์ แซนด์ พร้อมเป็นประธานเปิดคูหา ร่วมกับนางชลธี จันทร์รัชชกูล     อัครราชทูต ผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และคณะผู้บริหาร ททท. จะใช้เวทีนี้กระตุ้นตลาดระยะใกล้ รักษาฐานตลาดเดิม ขยายโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ ควบคู่การยกระดับภาพลักษณ์ไทยคือจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก

ททท.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ขับเคลื่อนตลาดระยะใกล้เชิงรุกด้วยแนวคิด 4 NEWs มุ่งเจาะตลาดกลุ่มใหม่ (Focus New Segmentation) โดยเฉพาะสิงคโปร์เป็นตลาดมีศักยภาพและกำลังซื้อสูง ในการเข้าร่วม ITB Asia 2026 ต่อเนื่องครั้งที่ 19 จะสามารถขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย    ได้คัดสรรผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการ CF Hotels และ TAT STAR มาจับคู่เจรจาธุรกิจ

คาดตลอดงานจะจับคู่เจรจาธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 266 นัดหมาย ช่วยกระตุ้นสิงคโปร์ในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะเทศกาล “คริสต์มาสและปีใหม่” เป็นฤดูการเดินทาง แล้วยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น ๆ ในอาเซียนให้เดินทางมาเยือนไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย


“สถิติสิงคโปร์เที่ยวเมืองไทย” เลือกเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมติดอันดับ Top 3 รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ระหว่าง 1 มกราคม – 19 ตุลาคม 2569 สิงคโปร์มาไทยแล้ว 673,114 คน เป็นกลุ่มเดินทางซ้ำๆ  86 % นิยมเดินทางด้วยตนเองพื้นที่หลัก เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ ภูเก็ต สงขลา เชียงใหม่ พัทยา สุราษฎร์ธานี ใช้จ่ายเฉลี่ย 45,000 บาท/คน/ทริป มีวันพักเฉลี่ย 4.7 วัน/ทริป ตลอดปี 2569 ตั้งเป้าดึงสิงคโปร์เที่ยวไทยกว่า 1.12 ล้านคน

ททท.ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรสายการบินและ OTA ต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยหนุนตลาดเติบโตนำสิงคโปร์เที่ยวไทย โดยเร่งทำกิจกรรมกระตุ้นตลาด ระหว่างตุลาคม 2569-มกราคม 2670 กับ 4 พันธมิตรใหญ่ ได้แก่

-สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” นำเสนอขายตั๋วโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษจากสิงคโปร์มาไทย เส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต ช่วงมกราคม 2570

-KKDay ทำโปรโมชั่นร่วมกันเพื่อกระตุ้นกลุ่มเวลเนสเดินทางมาไทย ระหว่าง 23 ตุลาคม - 18 ธันวาคม 2569 

-Klook เสนอขายสินค้าบริการ ซอฟท์ แอดเวนเจอร์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงกีฬา เช่น ขับรถ ATV, เล่นซิปไลน์ กีฬาทางน้ำ Island Hopping ในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา ชลบุรี เชียงใหม่ กระบี่ ระหว่างพฤศจิกายน 2569 –มกราคม 2570

-Trip.com จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเจาะกลุ่มครอบครัวในสิงคโปร์เดินทางไปยัง gateways ด้วยเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์ ระหว่าง 11 - 30 พฤศจิกายน 2569  


 ขณะที่ “คูหาประเทศไทย” ในงาน ITB Asia 2026 ททท.ชูแนวคิด “Thai Sanctuary: The Layer of Well-Being” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยมิติใหม่ นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ผนวกกับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจนักท่องเที่ยวในตลาดโลก

“การตกแต่ง” เน้นความร่วมสมัย ให้ความรู้สึก สงบ หรูหรา โดยเนรมิตพื้นที่เป็น “อาศรมสยาม” มิติแห่งการเยียวยาแบบไทย (Thai Sanctuary: The Layer of Well-Being) ตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมไทย ได้แก่ เครื่องแขวนพู่กลิ่น และตาข่ายดอกพุด เครื่องแขวนที่ใช้ในงานมงคลของไทยแสดงถึงความประณีตงดงาม มอบความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าชมให้รู้สึก “เหมือนได้เข้ามาปลีกวิเวกท่ามกลางความวุ่นวาย” สอดคล้องกับแคมเปญ “Healing is the New Luxury”



พร้อมจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Photo Booth AI” สร้างการมีส่วนร่วมและถ่ายทอดเสน่ห์ประเทศไทยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยผ่านภาพถ่ายเสมือนจริงที่สร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยผ่านแนวคิด 5F Soft Power 4 รูปแบบ ได้แก่

#Sawasdee Thailand ถ่ายทอดวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย

#Sabai in Thailand สัมผัสธรรมชาติและ        การพักผ่อนหย่อนใจ

#Aroi in Thailand สัมผัส Local Food Thai Street Food และวัฒนธรรมอาหารไทย

#Sanook in Thailand เติมความสนุกสนานผ่านมวยไทยและกิจกรรมผจญภัย เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย


สำหรับ “ผู้ประกอบการไทย” ที่เข้าร่วม ITB Asia 2026 ประกอบด้วย Jurassic World: The Experience Bangkok กรุงเทพมหานคร, Go Thailand Tours Co., Ltd. กรุงเทพมหานคร, Barcelo Coconut Island Phuket จังหวัดภูเก็ต, Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit กรุงเทพมหานคร, Mai Resorts Group จังหวัดพังงา, Panan Krabi Resort จังหวัดกระบี่, RAMA GARDENS HOTEL BANGKOK กรุงเทพมหานคร, Rembrandt Hotel Bangkok Co., Ltd กรุงเทพมหานคร, Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort จังหวัดกระบี่, SONO Hotels & Resorts กรุงเทพมหานคร, The Pavilions Hotels and Resort กรุงเทพมหานคร, The SIS Kata Phuket จังหวัดภูเก็ต, Twin Lotus Resort & Spa จังหวัดภูเก็ต, และ Central Shopping Center กรุงเทพมหานคร

 

 

“เพลินจิตแฟร์”จัดใหญ่เสาร์ 21พ.ย.69 กิจกรรมเพียบระดมทุนช่วยทั่วไทย

“เพลินจิตแฟร์”จัดใหญ่ที่รร.บางกอกพัฒนาเสาร์ 21พ.ย.69

กิจกรรมเพียบระดมทุน“การศึกษา+สาธารณสุข”ช่วยทั่วไทย

 

“เพลินจิตแฟร์” กลับมาจัดอีกครั้ง วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพลินจิตแฟร์ #มูลนิธิBCTFN #โรงเรียนบางกอกพัฒนา

“เพลินจิตแฟร์” !! กลับมาแล้วเปิดพื้นที่โรงเรียนอินเตอร์บางกอกพัฒนา จัดใหญ่เสาร์ 21 พ.ย.69 มูลนิธิ BCTFN ร่วมระดมทุนสนับสนุนการศึกษาและสาธารณสุขทั่วไทย สร้างสังคมแบ่งปันที่ยั่งยืน



“เพลินจิตแฟร์” เตรียมกลับมาจัดขึ้นอีกครั้ง วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 บริเวณโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา เน้นกิจกรรมหลักระดมทุนให้ชุมชน ตลอดที่ผ่านมากว่า 2 ทศวรรษ สามารถระดมทุนได้มากกว่า 70 ล้านบาท โดยได้นำไปสนับสนุน “มูลนิธิชุมชนชาวอังกฤษเพื่อผู้ด้อยโอกาส” (British Community in Thailand Foundation for the Needy – BCTFN) ซึ่งเป็นองค์กรชุมชนในพื้นที่ขาดแคลน ได้ใช้ทำโครงการหลักทางด้าน “การศึกษาและสุขภาพ” ตั้งแต่ปี 2565 ได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนกว่า 3,000 คน พร้อมส่งต่อประโยชน์ทางอ้อมไปยังครอบครัวและชุมชนดังกล่าว



            เฉพาะปี 2568 “เพลินจิตแฟร์” สามารถให้ความช่วยเหลือผู้คนโดยตรงได้ถึง 1,280 คน ครอบคลุมการตรวจสุขภาพเด็กอนุบาล 730 คน การฝึกอบรมด้านอาชีพผู้หญิง 250 คน ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียน การจัดหาอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ รวมถึงบริการต่าง ๆ เช่น อาหารกลางวันและการดูแลเด็ก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเด็ก 300 คน และสมาชิกในครอบครัวของแต่ละชุมชน

ปี 2569 “เพลินจิตแฟร์” เป็นได้มากกว่างานระดมทุน แปลงโฉมเป็น “วันแห่งความสนุก” ของทุกคน ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมและเกมหลากหลาย การแสดงสด อาหารนานาชาติจากหลากหลายประเทศ ร้านค้า สินค้าน่าสนใจ และ “กิจกรรมจับรางวัล” (Raffle) แต่ละปีดึงดูดผู้เข้าร่วมงานนับพันคน


“ดิเรก สแตมป์” ประธาน BCTFN กล่าวว่า งานแฟร์นี้เต็มไปด้วยความสนุกอย่างแท้จริง ทุกคนสามารถชวนเพื่อน ๆ พาเด็ก ๆ มาร่วมงาน รับประทานอาหารอร่อย ๆ เพลิดเพลินชมการแสดงต่าง ๆ ส่วนการระดมทุนเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อทุกคนสนุกสนานและใช้เวลาร่วมกัน

“คณะกรรมการจัดงานเพลินจิตแฟร์” เปิดกว้างให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของงานครั้งนี้ได้ทางbctfn1992@gmail.com

            ส่วน “BCTFN” เป็นองค์กรชุมชนที่ดำเนินโครงการใน “พื้นที่ขาดแคลนและมีข้อจำกัดการเข้าถึงบริการ” ทั่วประเทศไทยใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มุ่งเน้นดำเนินงานด้านการศึกษาและสุขภาพเป็นหลัก ควบคู่ส่งเสริมน้ำสะอาด สุขาภิบาล ความมั่นคงในการดำรงชีวิต รวมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของโครงการ ติดตามและประเมินผลลัพธ์การดำเนินงาน เพื่อให้มั่นใจ “เงินทุนที่ได้รับจากการระดมทุน” ผ่าน “งานเพลินจิตแฟร์” และกิจกรรมอื่น ๆ สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีส่วนสนับสนุนความก้าวหน้าของไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน



ตั้งแต่ปี 2565 โครงการเหล่านี้ได้เข้าถึงผู้คนโดยตรงมากกว่า 1,500 ครัวเรือน ช่วยยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของผู้คนกว่า 4,500 คน

ปี 2568 งานแฟร์ได้ได้สนับสนุนผู้คน 1,280 คน ได้แก่ เด็กอนุบาล 730 คน ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงเรียน ผู้หญิงได้ฝึกอบรมอาชีพ 250 คน เด็กๆ 300 คน พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่ประโยชน์จากการศึกษาขั้นพื้นฐาน การดูแลเด็ก อาหาร ที่พักอาศัย มีห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัยใช้ในโรงเรียน


วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

 CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

สานสัมพันธ์ผู้ลงทุนในOKEA/สมาชิกหอการค้าไทย-นอร์เวย์

 

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก แสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #นอร์เวย์


CEO กลุ่มบริษัทบางจาก แสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สานสัมพันธ์ในฐานะผู้ลงทุนพลังงาน OKEA และสมาชิกหอการค้าไทย-นอร์เวย์

        นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงความยินดีกับ นายฟรูเดอ ซุลแบร์ค ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

กลุ่มบริษัทบางจากลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 2561 ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด (BCPR) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ที่เข้าไปลงทุนในบริษัท OKEA ASA เป็นผู้ประกอบการชั้นนำที่เชี่ยวชาญการบริหารแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางและระยะปลายของอายุการผลิตบนไหล่ทวีปนอร์เวย์

แล้วกลุ่มบริษัทบางจากยังมีบทบาทในฐานะ “สมาชิกและกรรมการหอการค้าไทย–นอร์เวย์” ช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจในประเทศที่มีมาตรฐานสูงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การกำกับดูแลกิจการ ที่กลุ่มบริษัทบางจากนำมาต่อยอดการดำเนินธุรกิจปัจจุบันนี้

 

ททท.ปี’70ลุยยกมาตรฐานสินค้า&เส้นทางท่องเที่ยวใหม่5แนว “สุขภาพ-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น”ดันศก.ไทยโต5%

ททท.ปี’70ลุยยกมาตรฐานสินค้า&เส้นทางท่องเที่ยวใหม่5แนว

“สุขภาพ-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น”ดันศก.ไทยโต5%

 

ททท.ปี’70 ชูยุทธศาสตร์ “Transform Together” ยกระดับสินค้าท่องเที่ยวและเส้นทางใหม่สู่สากล 5 แนว

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TransformTogether #ยกระดับสินค้าเส้นทางท่องเที่ยว5แนว

ททท.ปี’70 ชูยุทธศาสตร์ “Transform Together” ลุยยกระดับสินค้าท่องเที่ยวและเส้นทางใหม่สู่สากล 5 แนว “สุขภาพอายุยืน-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น : Wellness/Longivity+Festival+Creative Economy+Sustainable/Regenerative+Trusted Thailand” หวังดันเศรษฐกิจทั่วไทยโตกว่า 5%

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงาน “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแผนพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทยปี 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” ชูศักยภาพและอัตลักษณ์ไทยมาพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง 5 แนวทาง ได้แก่ 1.Wellness and Longevity Tourism 2.Festival Economy 3.Creative Economy 4.Sustainable and Regenerative Tourism และ 5.Trusted Thailand ผลักดันสินค้ากับเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โดยใช้กรอบ “Amazing 5 Economy” เป็นแนวทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว ขับเคลื่อนด้วยกลไก “Partnership 360” ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาและยกระดับสินค้าท่องเที่ยวไทยให้ได้“มาตรฐานสากล” ได้ตรงตามความต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มโอกาสในการเดินทางและการใช้จ่ายทั้งตลาดในและต่างประเทศ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน สนับสนุนรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2570 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 5 % และผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางมูลค่าสูงและมีความหมาย (High-Value & Meaningful Destination)



ภายในงานยังได้จัดเสวนาหัวข้อ “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” โดยมีผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ (หมอโจ้) ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำ The Demis Clinic เจ้าของแบรนด์ Acca และเบนซ์-ถาวร ภัสสรศิริกุล จากเพจ The Gaijin Trips ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง 3 เรื่อง คือ 1.พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ 2.การดูแลสุขภาวะ 3.แนวทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ปี 2570 ททท.จะขับเคลื่อนสินค้าท่องเที่ยว (Tourism Product 2027)  ตาม 5 แนวทาง ดังนี้




● แนวทางที่ 1 : Wellness and Longevity Tourism มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำศักยภาพด้านการแพทย์ สุขภาพ
ภูมิปัญญาไทย อาหาร การบริการ และทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 3 รูปแบบ ได้แก่

-Heal Better การรักษาและฟื้นฟูด้วยบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีมาตรฐาน

-Live Longer การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

-Feel Better การฟื้นฟูสมดุลกายใจผ่าน Nature Healing, Sport Wellness และภูมิปัญญาไทย
พร้อมเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับธุรกิจโรงแรม สปา ร้านอาหาร สมุนไพร กิจกรรมกีฬา และชุมชน
อาทิ ศูนย์แพทย์แผนไทย
“ศิริราชสัปปายะสถาน” และกิจกรรม “The Wave of Healing” หรือ Surf Therapy ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดพังงา

● แนวทางที่ 2 : Festival Economy มุ่งใช้เทศกาลและกิจกรรมเป็นกลไกกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายตลอดปี ภายใต้แนวคิด “365 Days of Celebration” ครอบคลุมเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ดนตรี กีฬา
การท่องเที่ยวยามค่ำคืน เช่น  Pride Month, Tomorrowland Thailand, EDC Thailand, S2O, Wonderfruit, VIJITR Thailand, The Night by Amazing Thailand และ Amazing Thailand Marathon

พร้อมกับส่งเสริมงานประเพณีแต่ละพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ให้เป็น “ซิกเนเจอร์ อีเวนต์” ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามากระจายรายได้สู่ภูมิภาค ได้แก่ 1.งานประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี  2.งานประเพณีไหลเรือไฟ นครพนม 3.เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส สกลนคร



● แนวทางที่ 3 : Creative Economy มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของไทยมาต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่  3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่

-Meaningful Love Journey นำเสนอประเทศไทยในฐานะ Romance Destination ผ่านสินค้า 55 รายการ 4 เส้นทาง 5 แนวคิด ได้แก่ Spiritual, Cultural, Nature, Wellness และ Everyday Romance เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม ความศรัทธา สุขภาวะ วิถีชีวิตไทย เข้ากับประสบการณ์เดินทางของคู่รักและกลุ่มฮันนีมูน

-Soul of Siam ถ่ายทอดคุณค่างานหัตถศิลป์ไทย (Thai Craftsmanship) ทั้งอัญมณี สิ่งทอไทย งานฝีมือ ศิลปะร่วมสมัย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวพรีเมียมที่สะท้อนภูมิปัญญา ทักษะฝีมือ อัตลักษณ์ไทย

-Creatrip Thailand ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ งานคราฟต์ อาหาร วิถีท้องถิ่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ มีส่วนร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละพื้นที่ผ่าน 5 แนวคิด ได้แก่ Feel the Art in Soi, Feel the Inspiration, Feel the Crafted Community, Feel the Flavor และ Feel the Local Fun



● แนวทางที่ 4 : Sustainable and Regenerative Tourism มุ่งพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งลดผลกระทบจากการเดินทางแล้ว ยังสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ระบบนิเวศ และชุมชน ส่งเสริมนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรและเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างรับผิดชอบ ปี 2570 =^โครงการ Chiang Mai Prototype ต่อยอดสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนจาก Krabi Prototype สู่เชียงใหม่ทั้งเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรมล้านนา

● แนวทางที่ 5 Trusted Thailand มุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย มาตรฐานด้านการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เสริมขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันผ่าน TAT Certified เช่น  TAT STGs STAR, CF-Hotel และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ในปี 2570 เตรียมจัดครั้งที่ 16 ส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ทำธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนและรับผิดชอบ

ติดตามอัพเดท Tourism Product 2027 ค้นหาสินค้า บริการ กิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และ E-book ทาง  www.tourismproduct.tourismthailand.org และ Facebook : Amazing Thailand

 

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

TCEBลุยจัดอวดเมืองโคราชเร่งปั้น “แบรนด์เมือง+เทศกาล” ต่อยอด“K-BATTLE”ชูขายเมืองน่าเที่ยว-น่าลงทุน-น่าอยู่

TCEBลุยจัดอวดเมืองโคราชเร่งปั้น “แบรนด์เมือง+เทศกาล”

ต่อยอดงาน“K-BATTLE”ชูขายเมืองน่าเที่ยว-น่าลงทุน-น่าอยู่

TCEB แท็กทีมจัด “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” ปั้นแบรนด์เมือง+เทศกาล

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #อวดเมืองโคราช #KBATTLEInternationalStreetCultureFestival2026

TCEB แท็กทีมจัด “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” ดึงตัวแทนทุกภาคส่วนเฟ้นหาเรื่องสร้างสรรค์10 คุณค่า ปูพรมเชื่อมโยงต่อยอดเทศกาล “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” 20-29 พ.ย.นี้ ปั้น “แบรนด์เมืองควบเทศกาล” เพิ่มจุดขายใหม่ เมืองน่าเที่ยว น่าลงทุน น่าอยู่


ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” เมื่อ 16 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ภายใต้โจทย์ “ชวน 100 คนโคราชร่วมค้นหา 10 คุณค่าสร้างสรรค์ที่เมืองมี เพื่อสร้างโอกาสที่เมืองได้” เปิดพื้นที่ให้คนโคราชจากหลายภาคส่วนร่วมกันค้นหา คุณค่าสร้างสรรค์ของเมืองจากมุมมองของคนในพื้นที่เอง แล้วนำเรื่องราวและศักยภาพที่ค้นพบไปต่อยอดเป็นเนื้อหาสื่อสารแบรนด์เมืองภายใต้แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” มุ่งฉายภาพเมืองที่มีพลังสร้างสรรค์หลากหลายมิติ และแสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์เหล่านั้นสามารถสร้างโอกาสใหม่ให้เมือง น่าลงทุน น่าเที่ยว  และน่าอยู่ ได้อย่างไร

ตามแผนทีเส็บจะเชื่อมโยงต่อยอดเข้ากับเทศกาลนำร่อง “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” เทศกาลตัวแทนของนครราชสีมาที่ชนะการประกวด “อวดเมือง The Pitching” เมื่อปี 2568 และเป็นจุดตั้งต้นการขับเคลื่อนโครงการอวดเมือง เป็นเวทีพลังสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ ภาคธุรกิจได้พบปะ แลกเปลี่ยน เตรียมจัดวันที่ 20–29 พฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วย  1.กิจกรรมการแข่งขันและการแสดงด้าน Street Culture  2.เทศกาลดนตรี SOUNDER 3.งาน K-BATX Creative Industry Expo เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับโอกาสทางธุรกิจ ปี 2569 ตั้งเป้าสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากงานรวม 2,458 ล้านบาท ยกระดับเทศกาลเป็นแพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างคุณค่ากลับคืนสู่พื้นที่ได้ต่อเนื่องในระยะยาว


สำหรับ “อวดเมืองโคราช” เป็นแคมเปญของทีเส็บในโครงการ “อวดเมือง 2569” เน้นใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์เมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้แต่ละพื้นที่นำอัตลักษณ์และจุดแข็งของตนเองมาต่อยอดเป็นเทศกาลสะท้อนตัวตนของเมือง หรือ “City-Branded Festival”

“นครราชสีมา”  เป็น 1 ใน 2 จังหวัดนำร่องของโครงการ เน้นการนำเสนอแนวคิดการสื่อสาร “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้” ฉายอีกมุมหนึ่งของโคราชผ่านศักยภาพที่มีอยู่แล้ว ทั้งผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างอัตลักษณ์ใหม่หรือเปลี่ยนภาพจำเดิมของเมือง

ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่าแคมเปญ ‘อวดเมืองโคราช’ โดยต้องการฉายภาพ ‘พลังสร้างสรรค์’ ที่มีในโคราช ทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม สามารถต่อยอดสู่ “โอกาสใหม่ให้โคราช” ได้อย่างไร ซึ่งมีเทศกาลตัวอย่างคือ “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” ได้นำวัฒนธรรมสตรีทมาต่อยอดเป็นเทศกาลดึงดูดผู้คน สร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจ ทีเส็บมุ่งสร้าง “แบรนด์เมือง” ควบคู่ยกระดับเทศกาล แสดงถึงเมืองมีความพร้อมางระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งผู้คน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้เทศกาลเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“การจัดเทศกาล” จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของเมือง ดึงดูดผู้คนและการลงทุน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจกลับสู่พื้นที่ เติบโตเกื้อหนุนกันได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้”



 "นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “โคราชมีความพร้อมครบทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การลงทุน รวมทั้งมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า จึงต้องการนำเสนอศักยภาพดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญคือเปิดให้คนโคราชได้มีส่วนร่วม “บอกเล่าเรื่องราวเมือง” ด้วยตนเอง การรวมพลังของคนจากหลากหลายภาคส่วนวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญช่วยกันค้นหาว่า เมืองมีอะไรดีที่พร้อมจะอวดให้คนทั้งประเทศและทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

กิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” มีชาวโคราชเข้าร่วม 100 คน เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน และเครือข่ายสร้างสรรค์ของจังหวัด ร่วมระดมความคิดเห็น 10 กลุ่ม เพื่อค้นหาเมือง 10 คุณค่าสร้างสรรค์ จาก 5 ด้าน ได้แก่ การเกษตรและอาหาร ศิลปะและคนสร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ธุรกิจและการลงทุน และไมซ์ (MICE) การท่องเที่ยว กีฬาและบริการ โดยได้รวมเรื่องราว ภูมิปัญญา วิธีคิด ศักยภาพที่นำมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้

โดยก่อนทำเวิร์คช้อปได้จัดบรรยายหัวข้อ “สร้างแบรนด์เมือง สร้างโอกาสใหม่ให้เมือง” มีดร.สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และที่ปรึกษาแบรนด์ระดับสูง บริษัท แบรนด์ แมทเทอร์ แพลน จำกัด พร้อมด้วย รศ.ดร.วาสิตา บุญสาธร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและระเบียบวิธีวิจัย ได้ถ่ายทอดกระบวนการระดมความคิดเห็น กับเมนเทอร์ผู้มีประสบการณ์หลายสาขาร่วมให้คำแนะนำในการพัฒนาแนวคิดของผู้ร่วมกิจกรรม



“ผลลัพธ์เชิงคุณค่าสร้างสรรค์และเรื่องราว” ที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของคนโคราชทั้ง 100 คน จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาเนื้อหาประชาสัมพันธ์แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” ฉายภาพพลังสร้างสรรค์ของเมืองให้ชัดเจนและหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสื่อสารให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ ธุรกิจ ประสบการณ์การท่องเที่ยว และโอกาสการพัฒนาเมือง โดยจะสร้าง “แบรนด์เมืองและการประชาสัมพันธ์เทศกาล” ดึงดูดความสนใจงานเทศกาลต่อยอดศักยภาพโคราชด้านอื่น ๆ  สร้างภาพจำของเมืองที่น่าลงทุน น่าเที่ยว และน่าอยู่ ควบคู่กันไป

 

ททท.หนุนสตรีทั่วโลกรวมพลังจัด“GSW 2027”ปี’70 ชูขายเที่ยวคุณภาพ&สุขภาพนำไทยสู่ World-Class

ททท.หนุนสตรีทั่วโลกรวมพลังจัด“ GSW 2027 ”ปี ’70 ชูขายเที่ยวคุณภาพ & สุขภาพนำไทยสู่ World-Class ททท.หนุนจัด “ Global Summit of Women :...