วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯททท.เปิด Amazing Thailand After Party in Cannes ดันไทยสู่ “Film Hub of Asia”

ผู้ว่าฯททท.เปิด Amazing Thailand After Party in Cannes

ต่างชาติตื่นตาซอฟท์พาเวอร์ดันไทยสู่ “Film Hub of Asia

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.เปิดงาน The 1st edition Amazing Thailand After Party in Cannes 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #The1stEditionAmazingThailandAfterPartyinCannes #FilmHubofAsia

ผู้ว่าฯ ททท. เปิดครั้งแรกงาน The 1st edition Amazing Thailand After Party in Cannes โชว์พลัง ซอฟท์ พาวเวอร์ ไทยกระหึ่มเวทีภาพยนตร์ระดับโลก เมืองคานส์ ฝรั่งเศส ต่างชาติแห่ร่วมคับคั่ง ตอกย้ำไทยก้าวสู่ “Film Hub of Asia

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานเปิดงาน The 1st edition Amazing Thailand After Party in Cannes โดย ททท.จัดร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นเป็นปีแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) ครั้งที่ 79 ประจำปี 2569 ที่แอนเน็กซ์ เมืองคานส์ฝรั่งเศส

งาน The 1st edition Amazing Thailand After Party in Cannes จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำจุดแข็งของเสน่ห์ไทย ควบคู่การทำประชาสัมพันธ์ศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก พร้อมการถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยโดยผสมผสานวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เข้าด้วยกัน


ภายในงานได้นำเสนอประสบการณ์ความเป็นไทยมิติใหม่ด้วย ดนตรี อาหาร ศิลปะ แหล่งท่องเที่ยว การแสดงมวยไทย ท่ามกลางบรรยากาศแบบงานเลี้ยงสังสรรค์ปิดท้ายงาน ซึ่งสามารถตอบโจทย์เครือข่ายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ผู้กำกับ นักลงทุน ศิลปิน ดารา นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิง รวมถึงแขกผู้มีเกียรติจากนานาประเทศเข้าร่วมกว่า 350 คน สื่อมวลชนกว่า 60 คน


ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่าการจัดงานนี้ขึ้นในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ททท.มุ่งต่อยอดกิจกรรมสำคัญเรื่องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ควบคู่การท่องเที่ยวไทย สนับสนุนเป้าหมายผลักดันไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์แห่งเอเชีย  Film Hub of Asia” อย่างเป็นรูปธรรม และจากการตอบรับที่ดีในปี 2569 ในฐานะผู้ว่า ททท. พร้อมจะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องให้ยิ่งใหญ่ในปีต่อ ๆ ไป ทำให้การท่องเที่ยวไทยสร้างมูลค่านำรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างแข็งแกร่งในตลาดโลกครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย









ททท.ลุยหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 จัดเต็ม5Module (NEXUS)

ททท.ชวนสมัครหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7

จัดเต็ม5Module (NEXUS)ยกระดับอุตฯเที่ยวทั่วไทย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TME7 #Nexus

ททท.เปิดหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 สมัครได้เลยวันนี้-31 พ.ค.69 จัดเต็มเนื้อหา 5 Module (NEXUS) ยกระดับและร่วมสร้างระบบนิเวศธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย อบรม 10 ครั้ง 2 มิ.ย.-9 ก.ย.นี้ ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ทางศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) เตรียมจัดอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 ประจำปี 2569 (Tourism Management Program for Executives: TME 7) วันที่ 2 มิถุนายน – 9 กันยายน 2569 ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ เพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคต เปิดเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมการอบรมฯ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569

“หลักสูตร” การบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 ประจำปี 2569 (Tourism Management Program for Executives: TME7) เหมาะกับผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยมีวัตถุประสงค์ 1.มุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 2.บูรณาการทิศทางการให้บริการด้านการท่องเที่ยว 3.ร่วมกันสร้าง Tourism Business Ecosystem ที่ทุกภาคส่วนได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน 4.ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในทุกมิติ และรู้วิธีการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดการท่องเที่ยวเชิงรุก เพื่อให้นำความรู้และประสบการณ์จากหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินธุรกิจได้จริง รวมถึงการพัฒนาต่อยอดแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ในแนวคิด “Journey New Thailand”


“เนื้อหา” การอบรมของหลักสูตรฯ นำเสนอผ่านบทเรียน 5 Module (NEXUS) ที่ได้สรรค์สร้างมาว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอบรมอย่างแท้จริง ได้แก่  

N - New World & Next Trends : เข้าใจและปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกใหม่

E - Experience & Engagement Design : ออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่างเพื่อสร้างความประทับใจและอยู่ในใจผู้บริโภค

X - Xponential Technology & AI : ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ และนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาธุรกิจ

U - Unified Business Strategy : บูรณาการและเชื่อมโยงให้เป็นระบบหนึ่งเดียวด้วยกลยุทธ์ ธุรกิจ การเงิน ภาษี

S - Sustainable & Smart Leadership : มุ่งสู่การเป็นผู้นำอัจฉริยะรุ่นใหม่ ทันกระแสพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืน

โครงการจะดำเนินการอบรมเฉพาะวันพุธ รวม 10 ครั้ง ตั้งแต่ 10 มิถุนายน – 9 กันยายน 2569 เวลา 13.00 - 18.00 น. ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ

จะจัดพิธีเปิดการอบรม ที่อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ วันที่ 2 มิถุนายน 2569

“มีกิจกรรม” ศึกษาดูงานนอกสถานที่ภายในประเทศ แบบไม่พักค้างแรม (พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล) จ2 ครั้ง และแบบพักค้างแรม (ต่างจังหวัด) 3 ครั้ง (3 วัน 2 คืน) เช่น ชลบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต

สนใจสมัครได้ที่ https://amzth.org/TME7 ตั้งแต่วันนี้- 31 พฤษภาคม 2569

สอบถามรายละเอียดเพิ่มที่ ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) โทร. 0-2250- 5500 ต่อ 4917, 4920 - 4 และโทร 080-961-5599



 

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศสดึงไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่ ยุโรปเที่ยวไทย

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศส 4 ค่ายบูมเที่ยวไทย

รุกเจาะตลาดมหาเศรษฐียุโรปไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ValueOverVolumn #AmazingThailand #UltraLuxury

ผู้ว่าฯ ททท.ลุยให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำในฝรั่งเศส 4 ค่ายใหญ่ ตั้งเป้าเจาะตลาดไฮเอนด์+ Ultra Luxury ตามคอนเซ็ปต์เที่ยวเมืองไทยด้วยมูลค่าเหนือปริมาณ Value over Volume ชูความพร้อมไทย ฟิล์ม โลเกชั่น โลก


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำในฝรั่งเศสที่ครองกลุ่มตลาดคุณภาพสูง นำเสนอความพร้อมของประเทศไทยในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก หรือ “Film Location Paradise Throughout Thailand” สื่อสารไปยัง 4 สื่อ นำไปเผยแพร่ต่อไป ได้แก่ 1.Exclusive Owners เป็นนิตยสารระดับ “อัลตร้า ลักชัวรี่” เจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มระดับไฮเอนด์คุณภาพ Ultra-High Net Worth Individual (UHNWI) รวมถึงผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ นักวิชาชีพอิสระ และนักสะสคมงานศิลปะ 2.Vins et Gastronomie นิตยสารด้านอาหารหรือ Gastronomy ชั้นนำของฝรั่งเศส มีฐานผู้อ่านรายได้สูงและมีศักยภาพในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก 3.สื่อท้องถิ่น «Yes I Cannes» และ 4.Bloomberg

ททท.มุ่งขยายการรับรู้ประเทศไทยในตลาดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และ Ultra Luxury ผ่านสื่อคุณภาพของฝรั่งเศส สอดคล้องกับแนวคิด Value over Volume ตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมบนเวทีนานาชาติ ที่จะสามารถสร้างรายได้การท่องเที่ยวจากกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ไทยได้ในอนาคตต่อไป





บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มเท่าตัวธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว

ธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ไตรมาส1ปี2569  

บางจากฯ ไตรมาส 1 ปี’69 รายได้จากการขายและบริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 %  กำไรบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว “ธุรกิจโรงกลั่น” EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่ม 100 %กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %

 

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร” ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม 3,700 ล้านลิตร

แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม จากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ

ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น

-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม

-ทำโครงการ “Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด “น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน

-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม 2569

กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้

-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %  

- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %

-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท

“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ



-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน  ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA 1,563 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV กว่า 592 สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ 40 สถานี ส่วน Retail Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม 1,187 สาขา

-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยช่วยสนับสนุนกำไรขั้นต้น



กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน

-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก (OutOut) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group ทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาวเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ

มี EBITDA 4,308 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว รวมปริมาณการผลิตและจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญาของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคม

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55 % จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาล โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงเพราะลูกค้าใช้บริการลดลง

กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 23,788 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.91 เท่า คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ “A+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง

 

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APACสานฝันไทย“ฮับบิน-ดันสนามบินไทยสู่ระดับโลก”

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APAC 2026

สานฝันไทย“ฮับบินภูมิภาค-พัฒนาสนามบินไทยระดับโลก”

AOT เป็นเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 ที่กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ACI2026 #ThailandAviationHub

AOT โชว์ความสำเร็จเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 สานฝันไทย 2 เป้าหมาย “ฮับ” การบินภูมิภาค พัฒนา “ท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก”

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม Airports Council International (ACI) Asia-Pacific & Middle East Regional Assembly, Conference and Exhibition 2026 (ACI APAC & MID RACE 2026) วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ด้วย 2 เป้าหมายหลัก 1.พัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค 2.พัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การเป็น “ศูนย์กลางการบิน” ที่มีความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน อีกทั้งมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ พร้อมพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ



AOT เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ภายใต้หัวข้อหลัก “Airports as Engines of Shared Prosperity” การประชุมประจำปีของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากท่าอากาศยานชั้นนำ สายการบิน คณะกรรมการบริหาร ACI ผู้มีส่วนได้เสีย วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเสวนา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ได้สำรวจแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อจกำหนดอนาคตของท่าอากาศยาน นำประเทศไทยร่วมกำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการท่าอากาศยานทั่วโลก

นางสาวปวีณา กล่าวว่า งานประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ประกอบด้วย การปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กา รประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผู้แทนเข้าร่วมจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง เช่น กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย และท่าอากาศยานนานาชาติหลัก ๆ อย่าง ชางงี โอ๊คแลนด์ เมลเบิร์น ฮ่องกง มาเลเซีย เจดาห์ ท่าอากาศยานมัคตัน–เซบู

รวมทั้งองค์กรกำกับดูแลการบินของประเทศต่าง ๆ เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ (Air Navigation Service) เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller) ศูนย์นวัตกรรมการบิน (International Centre for Aviation Innovation) ผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า

            


        ในเวทีการปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในการประชุมแบ่งเป็นหัวข้อย่อยต่าง ๆ เช่น

-ท่าอากาศยานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม การนำระบบบริหารจัดการท่าอากาศยานมาเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งภาคพื้นและอากาศเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้บริการ

-ท่าอากาศยานกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) สู่การเป็นผู้นำสนามบินที่ยั่งยืน

-การเลือกลงทุนระหว่างการก่อสร้างสนามบินบนพื้นที่ใหม่ (Greenfield) หรือการลงทุนพัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Brownfield) ในสภาวะความกดดันที่สนามบินเต็มขีดความสามารถ

-ปริมาณการเดินทางที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้มีการเปลี่ยนโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์

-ภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง การเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต

-ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมด้านบทบาทของสตรีเพิ่มมากขึ้น

-การเตรียมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

รวมทั้งเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ “จัดนิทรรศการ” เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ความปลอดภัย การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทาง AOT ได้ร่วมนำเสนอบทบาทองค์กรทั้งด้านการพัฒนาท่าอากาศยานสู่การเป็นฮับการบินภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบินสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Passenger Experience) ให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของรัฐบาลมุ่งให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

ผู้ว่าฯททท.เปิด Amazing Thailand After Party in Cannes ดันไทยสู่ “Film Hub of Asia”

ผู้ว่าฯททท.เปิด Amazing Thailand After Party in Cannes ต่างชาติตื่นตาซอฟท์พาเวอร์ดันไทยสู่ “ Film Hub of Asia ” ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู...