วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ททท.ภาคตะวันออกปลุกตลาดก.ย.บูม Feel All The Felling ชูเที่ยว365วัน “Healing3สไตล์-Luxuryจังหวัด-ยั่งยืน 5 พื้นที่”

 


กนกกิตติกา กฤตวุฒิกรณ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ททท.ภาคตะวันออกปลุกตลาดก.ย.บูม Feel All The Felling

ชูเที่ยว365วัน “Healing3สไตล์-Luxuryจังหวัด-ยั่งยืน 5 พื้นที่”

ทำถึงเติมสุขทุกประสบการณ์“กินอร่อย-ช้อปสนุก-สุขภาพดี”

POWER PASS” คิง เพาเวอร์ แจกตลอดปีถึง 6 สิทธิพิเศษ

ช้อป“SURVIVAL KIT”SK-IIคิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิลดสุด35%

ททท.ร่วม ITE HCMC นำสินค้าไฮเอนด์รุกตลาดเวียดนาม

CEOบางจากชู“New Energy for Thailand”ต่อยอดSAF-HVO

เที่ยวประเพณี“พ้อต่อ”ภูเก็ตไหว้ศาลเจ้าดังวันนี้-10 ก.ย.69

4 วิธีแก้โรคนอนไม่หลับและทางออกช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

ไทยแอร์เอเชียเพิ่มบินในประเทศ 1 ต.ค.นี้ 135 เที่ยว/วัน

โนโวเทล-ไอบิส”จัดCORPORATE & EVENTS12-13 ก.ย.

 

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวงานประเพณีพ้อต่อภูเก็ต

ฟังสดจาก Link...https://www.facebook.com/share/v/18Xu4uJNgn/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดชุดใหญ่ท่องเที่ยวสีสันตะวันออก 9 จังหวัด ส่งท้ายปี’69 “ปลายส.ค.-ก.ย.” โชว์พลังขาย “Feel All The Feeling  2 อีเวนต์ แสงสีเสียงตระการตากับ “Feel All The Feeling@ Rayong: Prasae Twilight” ที่ปากน้ำประแสร์  และ“ททท.ชวนเที่ยว...ไปกันปราการ – Eastern Flavor Fest” ตื่นตาด้วยขบวนเรือพยุหยาตราจำลองครบทุกลำในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ แล้วห้ามพลาดเปิดประสบการณ์เที่ยวตลอดปี 3 เทรนด์ ตลุย “Healing กายใจ” 4 สไตล์ อาบป่า/อ้อมกอดธรรมชาติ/กินเพื่อสุขภาพ/ช้อปใกล้กรุง ตามด้วย “ทริปหรู Luxury4 จังหวัด ระยอง จันทบรี ตราด ชลบุรี และ “เที่ยวยั่งยืน” 5 พื้นที่ “ปลูกป่าชายเลน-เขี่ยไข่ปู-ปล่อยเต่า-ขยายพันธุ์พืชเขาใหญ่-เวิร์คช้อปวิถีคาเฟ่ชุมชน” พร้อมชี้เป้าตะวันออกมีแหล่งท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน

กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวไทยเข้าสู่ภาคตะวันออกส่งท้ายปีงบประมาณ 2569 ตลอดกันยายนนี้ ซึ่งเป็นเดือนที่มีความท้าทายเพราะหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องตลอด นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.ได้ให้นโยบายเร่งใช้โครงการ Feel All The Feeling เป็นแรงส่งเพิ่มรายได้จากตลาดในประเทศ โดยจะจัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง


            กิจกรรมแรก จัด  Feel All The Feeling@ Rayong: Prasae Twilightนำเสนอการท่องเที่ยว ใต้แสงไฟแห่งกาลเวลา” ระหว่าง 28-30 สิงหาคม 2569 เปิดพื้นที่บริเวณ อนุสรณ์เรือรบหลวงประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาย้อนวันวานดื่มด่ำประสบการณ์สุดโรแมนติกชายฝั่งปากน้ำประแสร์ด้วยกัน


            กิจกรรมที่ 2 จัด “ททท.ชวนเที่ยว...ไปกันปราการ – Eastern Flavor Fest” วันที่ 28–30 สิงหาคม บริเวณพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จังหวัดสมุทรปราการ  นำเสนอการเที่ยวใกล้กรุง สามารถนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปได้ทุกวัน เป็นงานเทศกาลท่องเที่ยวและอาหาร ที่จะสร้างความประทับใจให้ทุกคนด้วยการยกเสน่ห์ไทยภูมิภาคตะวันออกมาไว้ที่เดียว กระตุ้นคนเที่ยวภาคตะวันออก กับสีสันกรีนซีซัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี

ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมตลอดงาน ททท.ชวนเที่ยว...ไปกันปราการ-Eastern Flavor Fest” ได้แก่

จุดที่ 1 “ขบวนพยุหยาตราจำลอง” โดยมีเรือพระที่นั่งครบทั้งหมด ซึ่งจำลองสร้างมาพร้อมกับเรือจริง จะทำแสงสีเสียง Light and Sound ประกอบการชมก่อนที่จะมีงานจริงในเดือนพฤศจิกายนนี้

จุดที่ 2 เพลิดเพลินกับการชิมอาหารถิ่น อาหารทะเล สดใหม่ จากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วภาคตะวันออก จะมารวมไว้ในงานนี้งานเดียว

จุดที่ 3 ช้อปปิ้งแพกเกจท่องเที่ยว ตามคลัสเตอร์ภาคตะวันออก 9 จังหวัด เช่น กลุ่มล่องแก่งหน้าฝน จากปราจีนบุรี นครนายก กลุ่มเที่ยวฟินทะเลตะวันออก พัทยา ระยอง ตราด

ส่วนการท่องเที่ยวภาคตะวันออกตามความสนใจเฉพาะเพื่อกระจายรายได้เพิ่ม “คุณค่าและมูลค่า” ในไปยังจุดหมายปลายทางที่สอดคล้องกับ Value Over Volume ตามแผนการตลาดภาพใหญ่ของ ททท.ในภาคตะวันออก ก็เปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีใน 3 กลุ่มเส้นทางเด่น ๆ ได้แก่



เส้นทางที่ 1   Healing ชวนกันออกเดินทางท่องเที่ยวไปฟื้นฟูและเยียวยาปรับความสมดุลย์ ร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่สะสมในชีวิตประจำวัน 4 สไตล์ ได้แก่

-อาบป่า มีสถานที่หลักได้แห่ง เช่น เกาะช้าง จ.ตราด การเดินทางเข้าถึงสะดวกทั้งทางบก และทางอากาศจากสายการบิน บางกอก แอร์เวย์ส มีบินตรงแบบประจำทุกวัน เมื่อไปถึงจะได้สัมผัสประสบการณ์เขียวขจีของป่าบนเกาะในภาคตะวันออก สามารถเข้าถึงพื้นที่ป่าสมบูรณ์ได้โดยง่าย พร้อมกับมีกิจกรรมเสนอขายเป็นแพกเกจ 3-5 วัน/ทริป คนกรุงเทพฯ นิยมไปใช้บริการ


-สูดโอโซนธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในบริเวณ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกับทำกิจกรรมผ่อนคลาย เดินสัมผัสต้นไม้ น้ำตก ตัวอย่าง เคยพาพนักงานบริษัทขนาดใหญ่/คอร์ปอเรต ไปทำโป่งดิน แหล่งอาหารเสริมแคลเซี่ยม ให้สัตว์ป่า ช้าง กระทิง และอื่น ๆ

-กินดี อยู่ดี กินเพื่อสุขภาพ หรือ Gastronomy Tourism ด้วยวัตถุดิบอาหารสดใหม่ ร้านอาหารแต่ละพื้นที่อย่าง พัทยา ชลบุรี มีมุมเช็คอินให้เลือกมากมายหลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวมนุษย์ สร้างขึ้น เช็คอินคาเฟ่ชิค ๆ


-ช้อปปิ้ง ฮีลใจ ใกล้กรุง นั่งรถไฟฟ้าหรือขับรถไปเอง เพื่อเลือกช้อป “พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มีสินค้าแบรนด์เนม ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ร้านอาหาร คาเฟ่ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็น หรือจะไปเดิน “ตลาดน้ำ ตลาดบก” ในชุมชน ล่าสุดเพิ่งจัดกิจกรรม Fell All The Feeling @นาเกลือ ชลบุรี” ซึ่งเป็นชุมชนประมง ชาวบ้านเปิดหน้าบ้านให้ชมวิถีพร้อมกับมีวัตถุดิบอาหารทะเลสด ปู กุ้ง กุ้งมังกร กั้งชาวบ้านสามารถปรุงเมนูตามที่นักท่องเที่ยวต้องการ พร้อมรับประทานได้ทันที


เส้นทางที่ 2 Luxury ท่องเที่ยวแบบหรูหรา ได้ทำกิจกรรม “EASTSCAPE : ตะวันออกเพิ่มสุข สนุกต่อ" ททท.สำนักงานพัทยา ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออกทำโครงการชื่อ นำโรงแรมในพื้นที่มาร่วมขายห้องพักราคาพิเศษรวม 1,000 สิทธิ์ เชิญชวนคนไทยเที่ยวข้ามพื้นที่ 4 จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เลือกจองพักได้ตั้งแต่โรงแรมริมหาดพัทยา บางแสน ไปจนถึงรีสอร์ทเงียบสงบแถวเจ้าหลาว จันทบุรี และเกาะช้าง


เส้นทางที่ 3 การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainability จะมีหลายพื้นที่กระจายอยู่ตามป่าชายเลนที่สวยงามในภาคตะวันออก สามารถเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและนำพนักงานไปทำกิจกรรมซีเอสอาร์ได้ด้วย ไม่ต่ำกว่า 5 พื้นที่ ดังนี้

-ป่าชายเลนใกล้สถานตากอากาศบางปู “สมุทรปราการ” สามารถชมนกและร่วมปลูกป่าได้ด้วย

-สะพานรักษ์แสม ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จ.ระยอง มีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เดินชมธรรมชาติบนสะพานไม้และสะพานแขวนผ่านผืนป่าชายเลนยาว 800 เมตร ท่ามกลางความร่มรื่นป่าสีเขียว แล้วยังสามารถ “ร่วมปล่อยพันธุ์ปูแสม” เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำเรียนรู้ระบบนิเวศ ตามวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน

-ปล่อยเต่า ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลการจัดการปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

-เที่ยวเขาใหญ่ไปปราจีนบุรี ไปชมอ่างเก็บน้ำสายศร ผ่านน้ำตกเหวนรก ร่วมปลูกป่าด้วยวิธีธรรมชาติยิงเมล็ดพันธุ์พืชในป่าเขาใหญ่ และอีกหลากหลายกิจกรรม

-เวิร์คช้อปขนมลาดูและโมทกะ ถวายพระพิฆเนศ เช่น ที่มินิมูร่าห์ฟาร์ม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิถีฟาร์มแบบครบวงจร มีคาเฟ่ เวิร์คช้อปมากมายให้พาครอบครัวไปเที่ยวร่วมกันได้



ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ภูมิภาคภาคตะวันออก มีแหล่งท่องเที่ยวสามารถเดินทางสะดวก เข้าถึงง่าย กระจายอยู่ในทุกพื้นที่สามารถ “ท่องเที่ยวภาคตะวันออกได้ตลอด 365 วัน” โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงอาหารและคาเฟ่ ซึ่งมีเมนูท้องถิ่น ผสมผสานเทรนด์ใหม่ เช่น Holotype café อำเภอบ้านนา จ.นครนายก ภายในร้านตกสไตล์ห้องสะสมตัวอย่างแมลง ให้ความรู้ด้านกีฏวิทยา มีมุมศึกษาธรรมชาติ กับตัวอย่างแมลงให้ชมหลายชนิด พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่ม กาแฟ เบเกอรี่ และอาหารจานเดียว ที่โดนใจนักท่องเที่ยววัยต่าง ๆ แล้วก็ยังมีคาเฟ่เครื่องดื่มตามจังหวัดต่าง ๆ ที่พัฒนารสชาติ เมนู สร้างสีสันตื่นตา รสชาติดี น่ารับประทาน หรือจะไปนั่งบีชคลับ พัทยา ตอนนี้มีให้เลือกหลายแห่ง

ตลอดเดือนกันยายน 2569 ททท.ภูมิภาคตะวันออก พร้อมเสิร์ฟความสุขนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ช่วยกันมาเพิ่มสีสันตะวันออก กระจายรายได้ครอบคลุมทั้ง 9 จังหวัด สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี ตราด ชลบุรี สามารถติดตามอัพเดทกิจกรรมพร้อมประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ได้ทุกวันทางเพจ สีสันตะวันออก หรือจะสอบถาม 1672 ของ ททท.

มาร่วมกันทำให้การท่องเที่ยวเมืองไทย ไป “ภาคตะวันออก” เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจชีวิตผู้คนเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน


ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-POWER PASS”คิงเพาเวอร์แจกตลอดปี 6 สิทธิพิเศษ 

POWER PASS คิง เพาเวอร์ เติมประสบการณ์ความสุขให้สมาชิกเต็มที่ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2569 มอบความเหนือระดับแห่งการพักผ่อนทั่วไทย ไฮไลต์ 6 สิทธพิเศษ ดังนี้

 

สิทธิพิเศษแรก : เปิดประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ที่ “คาลิมา รีสอร์ต แอนด์ สปา ภูเก็ต” “พักก็ฟิน กินก็อร่อย ผ่อนคลายก็ยิ่งคุ้ม​” รับความพิเศษ ส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่ม​ 10% อิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศเอ็กซ์คลูซิฟ​ “ไวน์” ลด 15% กับเครื่องดื่มแก้วโปรดช่วยเติมประสบการณ์ความสุขตลอดช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด “สปาและทรีตเมนท์” ลดค่าบริการ 20% ดูแลสุขภาพเหนือระดับด้วยการผ่อนคลายกายและใจ

 

สิทธิพิเศษ 2 : พักโรงแรมในเครือ “เบสต์ เวสเทิร์น” เพียงการใช้คะแนน CARAT REWARDS แลกได้เลย ทั้งแบบฟรี หรือรับส่วนลดห้องพัก 20% เพียงกรอกโค้ด “KPW2026” ทางเว็บไซต์ bestwestern.com รวมทั้งแลกรับสิทธิ์อัปเกรดเป็นสมาชิก GOLD ELITE ทันทีด้วยเช่นกัน

 

สิทธิพิเศษ 3 : จองที่พัก ได้ดีลสุดคุ้ม แลกฟรีผ่าน trip.com เพื่อส่วนลดสูงสุด 1,700 บาท หรือ “แลกเงิน สกุลต่างประเทศได้คุ้มกว่า ที่ BMEX  แลกฟรีพร้อมส่วนลด 50 บาท เมื่อซื้อเงินสกุลต่างประเทศ 50,000 บาทขึ้นไป และที่ OH! RiCH เมื่อซื้อเงินสกุลต่างประเทศ แลกฟรีส่วนลดสูงสุด 400 บาท 

 

สิทธิพิเศษ 4 : ทุกการเดินทางสบายขึ้น ด้วยส่วนลด 30% บริการรถลีมูลซีนเมื่อจองผ่านแอปพลิเคชั่น AOT Limousine

 

สิทธิพิเศษ 5 : อุ่นใจทุกทริปกับ GENERALI ใช้คะแนนแลกฟรี ประกันเดินทางต่างประเทศ 7 วัน หรือ “ทิพยประกันภัย” แลกฟรี ส่วนลดพิเศษ เมื่อการซื้อประกันภัยการเดินทางสบายใจทั่วโลก

 

สิทธิพิเศษ 6 : รวมความมันส์ไว้รอรับที่ “BEAT ACTIVE” สมาชิก POWER PASS นัดเจอทุกสายมาใช้ CARAT REWARDS รับส่วนลด 20% เมื่อชวนแก๊งมาปลดปล่อยพลัง แล้วไปมันส์ให้สุดหลากหลายโซนกับ 40 กิจกรรม จัดเต็มมาได้ทั้ง สายลุย สายแข่ง สายท้าทาย มี ปีนผาจำลอง โกคาร์ท  ไอซ์สเก็ต ยิงธนู แทรมโพลีน และอื่น ๆ อีกมากมาย

 


ข่าวที่ 2 -ช้อปSURVIVAL KIT”SK-II ที่คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิลดสุด35%

 

คิง เพาเวอร์ มอบความพิเศษให้นักท่องเที่ยวที่มีทริปไปเกาหลี ช้อปได้เลย “SURVIVAL KIT” ลดสูงสุด 25%+ ON TOP 5% ที่ คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ

 

ตลอดทริปในเกาหลี จะร้อนแค่ไหนก็รอด ไม่ว่าจะเดินถ่ายรูป ช้อปปิ้งย่านฮงแด ปิคนิคริมแม่น้ำฮัน หรือจะปาร์ตี้ตอนกลางคืน ก็เอาอยู่! แค่ช้อป แบรนด์ SK-II เก็บไว้พกติดตัวใช้ได้ตลอดการเดินทางกับ 4 ผลิตภัณฑ์ ดังนี้

 

-SEOUL SKIN RESET = SK-II FACIAL TREATMENT

-SEOUL SUN SHIELD = SK-II GENOPTICS AIRY UV CREAM

-SEOUL DAY OUT = JO MALONE LONDON ENGLISH PEAR & FREESIA

-SEOUL NIGHT OUT = NARCISO RODRIGUEZ

 

คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ : หั่นราคา“ไอเทมฮิต”เอาใจคนไทย! ลดสูงสุด 35% ทั้ง น้ำหอม สกินแคร์ แบรนด์ดังมากมายที่ร่วมรายการ เมื่อช้อปแบรนด์ “บิวตี้” ลดสูงสุด 25% + ON-TOP 5% ดังนี้

 

-ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 10%

-ช้อปครบ 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 15%

-ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%

-ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25%

-พิเศษ! สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มอีก 5%

 

ข่าวที่ 3-ททท.ร่วม ITE HCMC นำสินค้าไฮเอนด์รุกตลาดเวียดนาม

 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกัน 6 พันธมิตรท่องเที่ยวและสายการบิน นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน International Travel Expo Ho Chi Minh City 2026 (ITE HCMC 2026) เมื่อ 27–29 สิงหาคม 2026 ที่ ไซ่ง่อน เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ (Saigon Exhibition and Convention Center :SECC) นครโฮจิมินห์ เวียดนาม นำเสนอขายการท่องเที่ยวขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างแรงบันดาลใจผ่านเสน่ห์ไทยร่วมสมัย มีต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 600 หน่วยงาน เกิดการนัดเจรจาธุรกิจกว่า 26,000 นัดหมาย

 

ททท.ได้ใช้งานนี้ขยายผล New Thailand ต่อยอดแคมเปญ “Thailand: The More You Know, The More You Love” ขานรับ 8 เดือนแรกปี 2569 นักท่องเที่ยวเวียดนามมาไทยแล้วกว่า 3.59 แสนคน ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ประสบการณ์ ความคุ้มค่า สามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่องทั้งสองประเทศ

 

           

สำหรับการออกแบบคูหาประเทศไทยปี 2569 ชูแนวคิด “New Thailand: Modern Thai Market” ถ่ายทอดภาพประเทศไทยในมุมใหม่ โดยจำลองบรรยากาศ “ทรงวาด” ย่านการค้าเก่าแก่ที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์วินเทจผสานความร่วมสมัย เติมสีสันให้มีชีวิตชีวา สนุก และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์  สะท้อนอัตลักษณ์ไทยโดนใจตลาดเวียดนาม พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมดึงดูดผู้เข้าร่วมงานมาสัมผัสความเป็นไทยแบบสนุก ๆ ได้แก่

 

-DIY- Thai Pop-Culture Keychain เปิดพื้นที่ให้สร้างสรรค์พวงกุญแจในสไตล์ของตัวเอง ผ่านองค์ประกอบที่สะท้อนเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย

 

-Learn Thai & Have Fun เรียนรู้ภาษาไทยผ่านเกมสนุก ๆ พร้อมร่วมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ

 

-Giveaway – A Taste of Thailand ชวนลิ้มลองรสชาติไทยผ่านเมนูยอดนิยมอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง และเมี่ยงคำ เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยผ่านมิติอาหาร สร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทย

 

ภายในงานมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 6 ราย ได้แก่ 1.Gassan Legacy Golf Club จ.ลำพูน 2.ทราย รีสอร์ต แอนด์ สันติบุรี เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 3.คาลิปโซ กรุงเทพฯ 4.Phuket Destination จ.ภูเก็ต 5.แม่โจ้ กอล์ฟ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.เชียงใหม่ 6.ทอสคานา วัลเลย์ คันทรี คลับ จ.นครราชสีมา ร่วมส่งเสริมการขายจับคู่ธุรกิจ (B2B Session) กับคู่ค้าต่างประเทศ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในตลาดเวียดนาม

 

           

สถิตินักท่องเที่ยวเวียดนามมาไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม-18 สิงหาคม 2569 มีจำนวน 359,932 คน ส่วนใหญ่มักจัดการเดินทางด้วยตนเอง (FIT) 70.91 %  และกรุ๊ปทัวร์ 28.69 % แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่  โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ช่วงฤดูร้อนครองความสนใจได้สูง

 

ส่วนสถานการณ์การบินมีแนวโน้มสดใส บริการบินตรงแบบฟูล เซอร์วิส และโลว์คอสต์  รวม 8 แอร์ไลน์ส จากเวียดนามมาไทย 1,248 เที่ยว/เดือน

 

“พฤติกรรม” การเดินทาง นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินสูง “Value for Money” ยินดีจ่ายเพิ่ม หากได้รับประสบการณ์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่า ไทยมีแม่เหล็กดึงดูด ทั้งวัฒนธรรม อาหารไทย ร้านอาหารใน MICHELIN Guide เทศกาล สีสันยามค่ำคืน

 

“เทรนด์” การท่องเที่ยวแบบเลือกสรร (Selective Travel) และ Micro Holiday หรือการเดินทางระยะสั้น 2–4 วัน กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญจะต่อยอดและพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวของไทยตอบโจทย์ได้ตรงใจตลาดเวียดนามมากขึ้น

 

           

“กิจกรรมสำคัญ” ในตลาดเวียดนาม ช่วงปลายปี 2569–2570 ททท. สำนักงานโฮจิมินห์ จะเร่งทำภายใต้แคมเปญ “Thailand: The More You Know, The More You Love” เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ปี 2569 ได้ร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน ควบคู่การสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ด้วยสินค้าบริการ ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่โดดเด่น ด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ เพื่อกระตุ้นตลาดการเดินทางพักผ่อนทุกกลุ่ม (Leisure for All) เช่น คนรุ่นใหม่/Millennials, ครอบครัว และกลุ่มความหลากหลายทางเพศ LGBTQ+

 

รวมทั้งกลุ่มศักยภาพสูงตามแนวคิด Value with Volume ได้แก่ อินเซ็นทีฟ ลักชัวรี่ และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยร่วมกับ 2 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่

 

-Viettourist ส่งเสริมแพ็กเกจท่องเที่ยวทางน้ำเส้นทางกรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต พร้อมจับมือบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในเวียดนาม ส่งเสริมการขายแพ็กเกจ เชื่อมโยงงานวิ่งชั้นนำของไทย เช่น อะเมซิ่งไทยแลนด์ พัทยา มาราธอน 2026, อะเมซิ่ง น่าน มาราธอน 2026 และอะเมซิ่ง ไทยลนด์ มาราธอน แบงค็อก2026

 

-ตัวแทนค้าส่งการขายตั๋วโดยสารการบินไทยในเวียดนาม (GSA /HGA) เปิดตัวแคมเปญ “Easy Thailand – Go More, Do More 2026” เจาะกลุ่มมิลเลนเนียล และ LGBTQ+ ที่มีกำลังซื้อระดับปานกลางถึงสูง ตอกย้ำเที่ยวไทยเดินทางง่ายขึ้น สนุกขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

 

 

ข่าวที่ 4-CEOบางจากชู“New Energy for Thailand”ต่อยอดSAF-HVO

 

            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน New Energy for Thailand: เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย” จัดโดยกองบรรณาธิการมติชน เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ พร้อมขึ้นเวทีกล่าว Special Talk หัวข้อ “นวัตกรรมสีเขียว: ทางเลือกพลังงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นำเสนอมุมมองต่อทิศทางพลังงานของประเทศไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านทรัพยากรจากการเติบโตของ AI และความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน (Energy Security & Resiliency) โดยสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพแบบ “Just-in-Time” กับความพร้อมรับความผันผวนแบบ “Just-in-Case”

 

            นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ภาคขนส่งใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของไทย คิดเป็น 41% ใช้น้ำมันประมาณ 76% ของการใช้น้ำมันขั้นต้น สะท้อนเรื่อง “การเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคขนส่ง” ควรมีหลายทางเลือก ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานที่มีอยู่ควบคู่กันไป

 

            ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบขนส่งที่มีอยู่ ผ่านการ”เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ” แบบ Drop-in ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องยนต์และระบบเชื้อเพลิงเดิมได้ โดยไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ เพิ่มการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ

 

โดยได้นำเสนอผลวิเคราะห์ “การเพิ่มสัดส่วน” เชื้อเพลิงชีวภาพแบบ Drop-in เป็น 20% มีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่าประมาณ 2% ของ GDP จากการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศราว153,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าน้ำมันราว 63,000 ล้านบาท พร้อมช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ได้ด้วย

 

นายชัยวัฒน์ได้กล่าวถึงแนวพระราชดำริด้านพลังงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรที่ไทยสามารถผลิตได้เอง เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์ม สะท้อนแนวคิดการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ซึ่งปัจจุบันเป็นประเด็นท้าทายและสำคัญมาก

 

“กลุ่มบริษัทบางจาก” ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปัจจุบันสามารถผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพตอบโจทย์การเดินทางทั้งทางอากาศ ทางรถ และทางเรือ ตั้งแต่

 

-เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน HEFA-SPK SAF กำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน 

-HVO หรือกรีนดีเซลสำหรับการขนส่งทางถนน

-B24 ที่นำมาใช้ภาคการเดินเรือ สะท้อนการนำศักยภาพและวัตถุดิบที่ประเทศไทยมีอยู่มาต่อยอดเป็นพลังงานมูลค่าสูง

           

นายชัยวัฒน์ ย้ำว่าเชื้อเพลิงชีวภาพทุกหยดที่ผลิตในไทย ไม่ได้เพียงทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังสร้างรายได้ในประเทศ ขยายห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นฐานช่วยการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่าง SAF, HVO และผลิตภัณฑ์ชีวภาพขั้นสูง ได้ด้วย

 

          ช่วงที่ 2 เที่ยวประเพณี“พ้อต่อ”ภูเก็ตไหว้ศาลเจ้าดังวันนี้-10 ก.ย.69 แล้วฟัง “4 วิธีแก้โรคนอนไม่หลับ” และทางออกช่วยให้นอนหลับดีขึ้น เกาะติดข่าวปัง ๆ ข่าวแรก “ไทยแอร์เอเชีย” เพิ่มบินในประเทศ 1 ต.ค.นี้ 135 เที่ยว/วัน ข่าวที่สอง “โนโวเทล-ไอบิส” จัดCORPORATE & EVENTS12-13 ก.ย.

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวประเพณี“พ้อต่อ”ภูเก็ตไหว้ศาลเจ้าดังวันนี้-10 ก.ย.69

 

สายศรัทธา ชวนลงใต้ไป “ภูเก็ต” ช่วงงานสารทจีนมีงานสำคัญ “พ้อต่อ” หนึ่งในประเพณีวิถีคนเมืองนี้ที่อยู่คู่กันมายาวนานชวนมาสัมผัสอีกมุมเกี่ยวกับพิธีกรรมและเอกลักษณ์ขบวนแห่ “ขนมเต่าแดง” สัญลักษณ์ความเป็นสิริมงคล อายุยืนยาว และความเจริญรุ่งเรือง

 

พลังศรัทธาเทศกาล “พ้อต่อ” ภูเก็ต แต่ละปีจะชาวเมืองและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคึกคัก พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์บอกเล่าเรื่องราว ความเชื่อ รากวัฒนธรรม ของคนในชุมชนที่สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่นจนถึงทุกวันนี้

 

งานประเพณีพ้อต่อภูเก็ต ประจำปี 2569 กำลังจัดขึ้นวันนี้ – 10 กันยายน นี้ มีกิจกรรมกระจายไปในหลายพื้นที่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าไปร่วมสัมผัสประเพณีดี ๆ ในดินแดนไข่มุกอันดามัน

 

-วันที่ 30 สิงหาคม พ้อต่อตลาดสาธารณะ 1 (บ่านซ้าน) ถนนระนอง พื้นที่หลัก บริเวณ “โซนตลาดสดสาธารณะ (ตลาดซ้อเต้ง/ตลาดบ้านซ้านเดิม) ชาวชุมชนจะใช้เป็นจุดตั้งปรัมพิธีงานพ้อต่อ และจัดประกวด “เต่าแดงอั่งกู้” ขนาดใหญ่ ถือเป็นจุดเดินเที่ยวชมพิธีเซ่นไหว้ของพ่อค้าแม่ค้าและชาวไทยเชื้อสายจีนในตลาดที่คึกคักมาก

 

-วันที่ 31 สิงหาคม–10 กันยายน พ้อต่อ ที่ศาลเจ้าเซ็งเต็กเบ้วกวนอิมไต่ซื่อ (ศาลเจ้าผ้อต่อก้ง) บางเหนียว

-วันที่ 1 กันยายน พ้อต่อสมาคมจีนเกี้ยนเต็กพ้อ ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ถนนกระบี่

 

-วันที่ 2 กันยายน พ้อต่อชุมชนอ่าวเก บริเวณถนนตะกั่วป่า

 

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศ เก็บภาพความประทับใจ สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ ไปพร้อม ๆ กับไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้าขึ้นชื่อในบริเวณใกล้เคียงได้ด้วยคือ

 

“ศาลเจ้าเช่งเต็กเบ้ว กวนอิมไต่ซื่อ (อ๊ามผ้อต่อก้ง) ถนนปฏิพัทธ์ (ใกล้โรงเรียนบ้านบางเหนียว) ซึ่งเป็น “ศูนย์กลางหลักของงานพ้อต่อ” ชาวภูเก็ตนิยมมาสักการะองค์ "ตั่วโบ๊ผ้อต่อก้ง" มีลักษณะน่าเกรงขาม และไหว้เต่าแดงตัวใหญ่ที่สุด

 

“ศาลเจ้าฮกหงวนก้ง” วงเวียนหอนาฬิกา (วงเวียนสุรินทร์) เก่าแก่ใจกลางเมืองภูเก็ต มีเอกลักษณ์ที่เสามังกรขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่มีพิธีเซ่นไหว้พ้อต่ออย่างยิ่งใหญ่มายาวนาน

 

“ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง” ซอยภูธร ถนนระนอง มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ โด่งดังเทศกาลกินเจ ตอนช่วงพ้อต่อ บริเวณตลาดสดระนองด้านหน้าศาลเจ้า ชุมชนจะใช้เป็นจุดตั้งโต๊ะทำพิธีเซ่นไหว้เทศกาลนี้

 

“ศาลเจ้าปุดจ้อ” (อ๊ามปุดจ้อ) ถนนระนอง เก่าแก่ที่สุดในภูเก็ตอายุกว่า 200 ปี ประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม ผู้คนนิยมมาทำบุญ สะเดาะเคราะห์ และขอพร

 

ลงใต้ไปเที่ยวอีกเสน่ห์ที่มีมากกว่าทะเล ต้องไปเพิ่มประสบการณ์สัมผัสประเพณี “พ้อต่อ”  มุมใหม่ในภูเก็ต สนุกไปด้วยกัน

 

สุขภาพ –4 วิธีแก้โรคนอนไม่หลับและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

 

หลายคนอาจเคยเจอกับอาการ “ร่างกายเหนื่อย แต่สมองไม่ยอมหยุดคิด” พอล้มตัวลงนอนกลับนอนไม่หลับ คิดเรื่องงานวนไปมา ตื่นกลางดึก หรือแม้นอนครบชั่วโมงแต่กลับไม่สดชื่น อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่พักผ่อนน้อยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ “โรคนอนไม่หลับ” ที่กำลังส่งผลต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) - เป็นโรคที่เกี่ยวกับการนอน ไม่ว่าจะหลับยาก ตื่นกลางดึกบ่อย ตื่นเช้าเกินไป หลับไม่ต่อเนื่อง นอนแล้วไม่รู้สึกสดชื่น แม้จะมีเวลาในการนอนเพียงพอ แต่ร่างกายกลับไม่ได้พักอย่างเต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียระหว่างวัน และอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน

 

4 วิธีแก้โรคนอนไม่หลับและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

 

1.เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน การนอนให้เป็นเวลา จะช่วยปรับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย ทำให้หลับง่ายและตื่นได้สดชื่นมากขึ้น

 

2.ลดการใช้หน้าจอก่อนนอน ควรงดเล่นมือถือหรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น

 

3.ทำกิจกรรมผ่อนคลายก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือเบา ๆ ฟังเพลงสบาย ๆ ฝึกหายใจลึก ๆ จิบน้ำอุ่นกิจกรรมเหล่านี้ช่วยลดความตึงเครียด และทำให้ร่างกายพร้อมสำหรับการนอนมากขึ้น

 

4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยลดความเครียดและเพิ่มคุณภาพการนอน แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงใกล้เวลาเข้านอน

 

หากนอนไม่หลับ ควรทำอย่างไร ?

หากนอนแล้วผ่านไปประมาณ 10-15 นาที แต่ยังไม่สามารถหลับได้ ไม่ควรฝืนนอนต่อ เพราะอาจทำให้เครียด แนะนำให้ลองลุกจากเตียง เปิดไฟสลัวอ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบา ๆ เมื่อเริ่มรู้สึกง่วง จึงค่อยกลับไปนอนอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยให้สมองไม่จดจำเตียงนอนว่าเป็นพื้นที่แห่งความกังวล

 

โรคนอนไม่หลับอันตรายไหม ?

 

หากอาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว อาจยังไม่อันตรายมากนัก แต่หากปล่อยให้เรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเครียดและวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รวมถึงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ไทยแอร์เอเชียเพิ่มบินในประเทศ 1 ต.ค.นี้ 135 เที่ยว/วัน

 

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า  เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินภายในประเทศไตรมาส 4 เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม  2569  สูงสุด 135 เที่ยว/วัน เพิ่มจากไตรมาส 3 กว่า 50 % ในกรุงเทพฯเลือกใช้  2 สนามบินหลัก มีบริการ ดอนเมือง (DMK)  22 เส้นทาง และ สุวรรณภูมิ (BKK) อีก 3 เส้นทาง สู่ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ เชื่อมความสะดวกด้วยเส้นทางบินข้ามภาค

 

โดยใช้ “ท่าอากาศยานดอนเมือง” เป็นฐานปฏิบัติการบินหลัก บินตรงด้วยจำนวนเที่ยวบินสูงสุด สู่

 

-“ภาคเหนือ” เชียงใหม่” 17 เที่ยว/วัน เชียงราย  6 เที่ยว/วัน

“ภาคใต้” ภูเก็ต 15 เที่ยว/วัน หาดใหญ่  9 เที่ยว/วัน กระบี่  6 เที่ยว/วัน

“ภาคอีสาน” ขอนแก่น 6 เที่ยว/วัน อุดรธานี  6 เที่ยว/วัน อุบลราชธานี 5 เที่ยว/วัน และเส้นทางอื่นๆ

 

ส่วน “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ไทยแอร์เอเชียพร้อมให้บินตรงสู่ 3 เส้นทาง ได้แก่ เชียงใหม่ 6 เที่ยว/วัน ภูเก็ต 5 เที่ยว/วัน และกระบี่ 2 เที่ยว/วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป แอร์ เอเชียยังเพิ่มเส้นทางบินข้ามภาค ไป-กลับ จาก “ท่าอากาศยานภูเก็ต” สู่ภาคอีสานจำนวนเที่ยวบินสูงสุด สู่ “ขอนแก่น” 3 เที่ยว/สัปดาห์ อุดรธานี  4 เที่ยว/สัปดาห์

 

ข่าวที่สอง โนโวเทล-ไอบิส”จัดCORPORATE & EVENTS 12-13 ก.ย.69

 

โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และโรงแรมไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค ผนึกกำลังจัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “CORPORATE & EVENTS SHOWCASE 2026” วันที่ 12–13 กันยายน 2569 ที่ ห้องอาหาร 145°F Grill & Bar   เพื่อเปิดโซลูชันครบวงจรรับงานประชุม สัมมนา งานแต่งงาน และอีเวนต์  เชิญชวนลูกค้าองค์กร ผู้จัดงาน และคู่รักที่กำลังวางแผนงานแต่งงาน มาสัมผัสสถานที่จริง พร้อมค้นพบไอเดียและโซลูชันสำหรับการจัดงานหลากหลายรูปแบบ

 

“CORPORATE & EVENTS SHOWCASE 2026” รวบรวมโซลูชันด้านการจัดงานไว้อย่างครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กร ผู้จัดงานประชุมและสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ งานเปิดตัวสินค้า ตลอดจนคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานในทำเลใจกลางเมืองทองธานี

 

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน (Event Highlights)

 

เยี่ยมชมพื้นที่จัดงานจริง พร้อมไอเดียการจัดพื้นที่สำหรับงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Meetings & Seminars, Weddings & Private Parties, Social Events และ Product Launches

 

Presentation of Event Solutions  -พบกับการนำเสนอโซลูชันและแพ็กเกจการจัดงานจาก Novotel Bangkok IMPACT และ ibis Bangkok IMPACT ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบงาน ความต้องการ และงบประมาณที่แตกต่างกัน

 

Chef’s Table & Live Cooking Stations  -สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารผ่านเมนูที่รังสรรค์และปรุงสดโดยทีมเชฟมืออาชีพจาก 145°F Grill & Bar และ Groove & Greens Café

 

Food, Wine & Beverage Tasting | 12.30–16.30 น. -เพลิดเพลินกับการชิมอาหาร ไวน์ และเครื่องดื่ม พร้อมบรรยากาศดนตรีสดตลอดช่วงกิจกรรม

 

Exclusive Event Offers & Incentives -รับสิทธิพิเศษ แพ็กเกจ และข้อเสนอเฉพาะภายในงาน สำหรับลูกค้าที่จองจัดงานภายในปี 2569 พร้อม Special Vouchers & Event Credits

 

Lucky Draw & Exciting Prizes ร่วมลุ้นรับรางวัลและของสมนาคุณสุดพิเศษภายในงาน

 

งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลากหลายแวดวง อาทิ Corona และ Singha ในฐานะพันธมิตรด้านเครื่องดื่ม, KCG Corporation และ Tohkaiya Select พันธมิตรด้านอาหารและวัตถุดิบ, BB&B พันธมิตรด้านไวน์ รวมถึงเวดดิ้งแพลนเนอร์และออแกไนเซอร์ ตลอดจนสถาบันการศึกษาด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว ได้แก่ Silpakorn University International College (SUIC) และ Vatel Hotel & Tourism  Business School  ธุรกิจและอุตสาหกรรม

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน - เปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น (Pre-Registration Required)  

 

งาน Corporate & Events Showcase 2026 จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำศักยภาพและความพร้อมของโรงแรมโนโวเทล และไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค ในการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดประชุม สัมมนา งานแต่งงาน และอีเวนต์แบบครบวงจร เรามุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันที่สร้างสรรค์ ยืดหยุ่น และสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของทั้งลูกค้าองค์กรและคู่รักที่กำลังวางแผนงานแต่งงาน”

 

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ททท.ภาคตะวันออกปลุกตลาดก.ย.บูม Feel All The Felling ชูเที่ยว365วัน “Healing3สไตล์-Luxuryจังหวัด-ยั่งยืน 5 พื้นที่”

  กนกกิตติกา กฤตวุฒิกรณ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.ภาคตะวันออกปลุกตลาดก.ย.บูม Feel All The Felling ชูเท...