วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

การบินไทยรับฝูงบินใหม่โบอิ้ง787-9มิ.ย.นี้ เพิ่ม 4 ลำเซฟน้ำมัน20%รับอนาคตการบินโลกโต

การบินไทยรับฝูงบินใหม่โบอิ้ง787-9มิ.ย.นี้ เพิ่ม 4 ลำ

เซฟน้ำมัน20%-สะดวกสบายรับอนาคตการบินโลกโต

 

การบินไทยรับฝูงบินใหม่ โบอิ้ง 787-9 ช่วงมิ.ย.2569 เพิ่มอีก 4 ลำ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirWays #Beoing787  

การบินไทยรับฝูงบินใหม่ มิ.ย.นี้ 4 ลำ โบอิ้ง 787-9 เซฟน้ำมันได้ 20% เพิ่มความสะดวกการเดินทางเทรนด์ใหม่ รองรับตลาดการบินโลกขยายตัวในอนาคต


นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยเดินหน้าเสริมฝูงบินใหม่โบอิ้ง 787-9 เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รองรับตลาดการเดินทางขยายตัว และเพิ่มขีดความสามารถที่จะให้บริการผู้โดยสาร โดยได้รับมอบเมื่อ 22 มิถุนายน 2569 และภายในปีนี้มีแผนนำเข้าฝูง 4 ลำ พร้อมจะพัฒนาฝูงบินให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างการเติบโตอย่างมีทิศทาง เป็นไปตามแผนบริหารจัดการของบริษัท โดยการเพิ่มเครื่องบินรุ่นเดียวกันจะทำให้ฝูงบินเป็นมาตรฐานเดียวกัน (Fleet Commonality) และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ รองรับให้บริการในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนบริษัทเติบโตในอุตสาหกรรมการบิน มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั่วโลก

ฝูงบินโบอิ้ง 787-9 เป็นเครื่องลำตัวกว้าง รองรับการบินระยะไกล มีเทคโนโลยีทันสมัย สามารถประหยัดการใช้เชื้อเพลิงได้สูงสุดประมาณ 20% เมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อน จึงสอดคล้องกับแนวทางการบินไทยในการพัฒนาฝูงบินอย่างยั่งยืน



ภายในห้องโดยสารเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ของการบินไทยฝูงบินใหม่ที่จะนำมาให้บริการ ประกอบด้วย

“ห้องโดยสาร”  2 ชั้นที่นั่ง ประกอบด้วย ที่นั่งชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) 30 ที่นั่ง สามารถปรับเอนนอนราบ จัดวางแบบ 1-2-1 และชั้นประหยัด (Economy Class) อีก 268 ที่นั่ง จัดวางแบบ 3-3-3 ปรับเอน 120 องศา

“ผลิตภัณฑ์” ภายในห้องโดยสาร ปัจจุบันได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับฝูงบินโบอิ้ง 787-9 พร้อมปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น ระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน “ชั้นธุรกิจ” มีจอขนาด 17.3 นิ้ว “ชั้นประหยัด” จอขนาด13.3 นิ้ว รวมถึงระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน มอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

“แผนรับมอบฝูงบิน” โบอิ้ง 787-9 ครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของการบินไทย พร้อมเดินหน้าเสริมศักยภาพการให้บริการ และเชื่อมโยงประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลก เป็นกลไกร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยเติบโตในตลาดนานาชาติอย่างยั่งยืน

 


ททท.จัดบิ๊กอีเวนต์“THREADS OF THAILAND”1ก.ค.69 สืบศิลป์“ผ้าไทย-อัญมณี”มรดกวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก

ททท.จัดบิ๊กอีเวนต์THREADS OF THAILAND1ก.ค.69

สืบศิลป์“ผ้าไทย-อัญมณี”มรดกวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ThreadsOfThailandPresentedbyAmazingThailand  

ททท.ร่วมกับพันธมิตรจัดอีเวนต์ใหญ่ THREADS OF THAILAND presented by Amazing Thailand” :สืบศิลป์ สานผ้า สู่ความหรูหราสง่างามแห่งสยาม” 1 ก.ค.นี้ ที่สยามพารากอน ดึงพันธมิตรผ้าไทย “เพชร บูติก” อัญมณี “บิวตี้ เจมส์” ต่อยอดผลักดันมรดกวัฒนธรรมไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน “THREADS OF THAILAND presented by Amazing Thailand” ภายใต้โครงการ “สืบศิลป์ สานผ้า สู่ความหรูหราสง่างามแห่งสยาม” วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่NEX Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้ร่วมกับ เพชร บูติก ,บิวตี้เจมส์ และพันธมิตร บริษัท เพชรไพรม์ จำกัด, ไพรม์ แบงค็อก , สยาม พารากอน และ RANI Fabric CenterPetch Boutique, Beauty Gems และภาคีเครือข่ายพันธมิตร ร่วมสืบสาน ต่อยอด ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของไทย ผสมผสานระหว่าง  “ผ้าไทย อัญมณีไทย” และงานออกแบบร่วมสมัย นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นนักท่องเที่ยวใช้จ่าย ขยายโอกาสทางการตลาดนานาชาติ

 

งาน “THREADS OF THAILAND present by Amazing Thailand” จัดขึ้นภายใต้โครงการ “สืบศิลป์ สานผ้า สู่ความหรูหราสง่างามแห่งสยาม” เพื่อเป็นเวทีถ่ายทอดคุณค่า รากเหง้า ความภาคภูมิใจ และพลังสร้างสรรค์ของไทย ผ่าน “ผ้าไทย” ในมิติร่วมสมัยเข้าถึงคนรุ่นใหม่ อันเป็นอีกก้าวสำคัญผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ควบคู่การสื่อสารคุณค่า “ผ้าไทย” และ “ชุดไทย” กำลังเตรียมรับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในการประชุม UNESCO ครั้งที่ 21 วันที่ 30 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2569 ที่เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

 

ภายในงานครั้งนี้จะนำเสนอผลงานแฟชั่นจากผ้าไทย 4 ภูมิภาค และผ้าพื้นเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ไทย รวมกว่า 75 ชุด จากห้องเสื้อ “เพชร บูติก” ประดับด้วยอัญมณีและเครื่องประดับชั้นสูงจาก “บิวตี้ เจมส์”ถ่ายทอดผ่านแฟชั่นโชว์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทอผ้าชุมชน นักออกแบบแฟชั่น สถาบันการศึกษา เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่การออกแบบร่วมสมัยในสไตล์ Thai Luxury Contemporary ผสานความหรูหรา สง่างาม และเอกลักษณ์ความเป็นไทยไว้อย่างลงตัวสอดคล้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทยในระดับสากล

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนางแบบ นายแบบ นางงาม และบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยบนรันเวย์ รวมถึง แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 จะมาร่วมสร้างสีสันภาพลักษณ์ผ้าไทยในมุมร่วมสมัยสู่สายตาผู้ชมทั้งคนไทยและต่างประเทศ

 

หลังจากกิจกรรมวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ยังเปิดให้สัมผัสความงดงามของผ้าไทยและงานออกแบบร่วมสมัยอย่างใกล้ชิด ผ่านนิทรรศการจัดแสดงชุดแฟชั่นกว่า 50 ชุด ที่ใช้ในการเดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ชมได้ระหว่าง2-5 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้เรียนรู้คุณค่าของผ้าไทย อัญมณีไทย และงานออกแบบสร้างสรรค์ สู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และช้อปสินค้าไลฟ์สไตล์คุณภาพสูง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

 

รมว.สุรศักดิ์-กมธ.วุฒิสภาดันเที่ยวไทยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ-กระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วไทย

รมว.สุรศักดิ์-กมธ.วุฒิสภาดันเที่ยวไทยในตลาดโลก

เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ-กระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วไทย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยว #ValueOverVolumn

 

รมว.สุรศักดิ์” หารือ กมธ.วุฒิสภา ผนึกฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกีฬาไทยสู่เป้าหมาย “Value Over Volumn :คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ดันนโยบายรัฐบาลใช้ท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า นำคณะผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยว ร่วมต้อนรับ นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา (กมธ.) วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านนโยบายการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ

การหารือได้ให้ความสำคัญเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Value over Volume” ร่วมมือกันมุ่งเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ขยายนักท่องเที่ยวตลาดคุณภาพ สร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติร่วมกันกำหนดทิศทางพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการกีฬาของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึงและยั่งยืน




รมว.สุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงเดินหน้า “ยกระดับ” มาตรการด้านความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ รักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีการท่องเที่ยวโลก โดยมุ่งส่งเสริมเมืองน่าเที่ยว การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่พื้นที่ต่าง ๆ ลดความหนาแน่นในแหล่งท่องเที่ยวหลัก สร้างการเติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งใช้การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

 

AOTพลิกโฉม“สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย”ชูโมเดิร์นล้านนาต้อนรับผู้โดยสารไทยทั่วโลก

AOTพลิกโฉม“สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย”ชูโมเดิร์นล้านนา

ปรับใหม่สะดวกอบอุ่นประทับใจ3พื้นที่รับผู้โดยสารไทยทั่วโลก

AOT ปรับโฉมใหม่ สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สไตล์ โมเดิร์น ล้านนา 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

AOT ปรับโฉม “ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย”  ชูอัตลักษณ์ “โมเดิร์น ล้านนา” ปรับปรุงใหม่ 3 ส่วน “พื้นที่ต้อนรับ-โถงผู้โดยสาร-ทางเข้าออกอาคาร” สร้างความสะดวกสบาย อบอุ่น ประทับใจ นักเดินทางคนไทยและทั่วโลกตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้ายที่ได้เยือนเชียงราย


บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ “AOT รายงานแผนงานพัฒนาปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร “ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย”  ภายใต้แนวคิด “Modern Lanna” มุ่งยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย อบอุ่น น่าประทับใจมากขึ้น โดยได้ผสานเสน่ห์จุดขายเชียงรายและวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับการออกแบบอาคาร โดยยึดผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง

แผนปรับปรุงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เป็น 1 ในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานครอบคลุม 3  ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนที่ 1 พื้นที่ต้อนรับด้านหน้าอาคารไปจนถึงโถงผู้โดยสารภายใน เน้นให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงของผู้โดยสารเป็นหลัก ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ การพัฒนาระบบป้ายสัญลักษณ์ และองค์ประกอบให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก เข้าใจทิศทางการเดินทางได้ชัดเจน สามารถใช้เวลาภายในท่าอากาศยานได้อย่างราบรื่นและไร้ความกังวล


ส่วนที่ 2 ภายในโถงพักคอยผู้โดยสาร มีแผนออกแบบให้เป็นพื้นที่ผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง ด้วยบรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตา และเป็นมิตร สอดแทรกด้วยกลิ่นอายของล้านนาในรูปแบบร่วมสมัยผ่านโทนสีไม้ธรรมชาติและองค์ประกอบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงจั่วของสถาปัตยกรรมไทยล้านนา ลดทอนให้เรียบง่ายและทันสมัย ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นเสมือนได้พักอยู่ใต้ชายคาไทย ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายและได้ต้อนรับตลอดช่วงเวลารอขึ้นเครื่องแต่ละเที่ยวบิน


ส่วนที่ 3 บริเวณทางเข้า–ออกอาคาร ได้ปรับปรุงให้โปร่งสบายมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มช่องเปิดและรับแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศการต้อนรับที่สดใส และเป็นมิตรตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงสนามบิน

            สำหรับการดำเนินงานปรับปรุงครั้งนี้ AOT มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริการ พร้อมมอบประสบการณ์ให้ผู้โดยสารครบทุกมิติ ทั้งความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการใช้งาน ความรู้สึกของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นมากกว่าจุดเริ่มต้น หรือจุดหมายปลายทางการเดินทาง แต่คือพื้นที่ “ต้อนรับ” อันอบอุ่น ด้วยเอกลักษณ์เชียงราย และสร้างความประทับใจให้ผู้โดยสารจากทั่วโลกตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงก้าวสุดท้ายในทุกการเดินทางมาเชียงราย

 


วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.-รมว.ภูฎานต่อยอด2Kingdoms1Destination-ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว2ประเทศโตระยะยาว

 

ผู้ว่าฯ ททท.-รมว.ภูฎานต่อยอด 2Kingdoms1 Destination

ชู4เรื่องผลักดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว2ประเทศโตระยะยา

ททท.ต้อนรับคณะรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมฯ ภูฎาน ต่อยอดการท่องเที่ยว 2ประเทศ 1 เส้นทาง

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ภูฎาน #2Kingdom1Destination #ความสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยภูฎาน

ผู้ว่าฯ ททท.ต้อนรับ คณะรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ การจ้างงาน ภูฎาน ต่อยอด “2 Kingdoms 1 Destination : ความสัมพันธ์การท่องเที่ยว ไทย-ภูฏาน”หารือ 4 เรื่อง แลกเปลี่ยนส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวระยะยาว 2 ประเทศ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำผู้บริหาร ททท.ระดับสูง ต้อนรับ H.E. Lyonpo Namgyal Dorji รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และการจ้างงาน พร้อมคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ราชอาณาจักรภูฏาน เมื่อค่ำวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่  Jim Thompson, A Thai Restaurant กรุงเทพมหานคร 

การพบปะกันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ต่อยอดจากการลงนามความร่วมมือ (MOU) และการทำงานร่วมกันใกล้ชิดของทั้ง 2 ประเทศ ตามแนวทาง 2 Kingdoms 1 Destination : ความสัมพันธ์การท่องเที่ยว ไทย-ภูฏาน ครอบคลุม 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน 2.แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 3.ส่งเสริมการเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทาง (Connectivity) 4.การพัฒนาความร่วมมือด้านการตลาดการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาวระหว่าง 2 ประเทศ


ทางคณะของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พานิชย์ และการจ้างงานราชอาณาจักรภูฏาน  ยังใช้โอกาสนี้เยี่ยมชม Jim Thompson House สัมผัสเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านเรื่องราวผ้าไหมไทย สถาปัตยกรรมเรือนไทย และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนอัตลักษณ์และความงดงามของไทยสู่สายตานานาชาติ




CMCฉลอง 5 ปี-บางจากผนึกทีม MOU สอวช.+9 มหาลัย ชูBangchak Group xUniversityGenZ-ESGส่งต่อคนรุ่นใหม่

CMCฉลอง 5 ปี-บางจากผนึกทีม MOU สอวช.+9 มหาลัย

ชูBangchak Group xUniversityGenZ-ESGส่งต่อคนรุ่นใหม่

   Carbon Markets Club ฉลอง 5 ปี ลุยโครงการ Bangchak Group x University Gen Z-ESG ส่งต่อคนรุ่นใหม่

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #CarbonMarketClub #บางจาก #BangchakGroupxUniversityGenZESG

Carbon Markets Club ฉลอง ปี กลุ่มบางจากนำทีม MOU สอวช. และ 9 มหาลัย ลุยโครงการ Bangchak Group x University Gen Z-ESG ขยายเครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของไทยส่งต่อคนรุ่นใหม่

Carbon Markets Club (CMC) ประกาศความร่วมมือ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” กับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ 9 แห่ง เพื่อร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

CMC เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย บริหารจัดการโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) จัดงานครบรอบ 5 ปี เพื่อสะท้อนบทบาทในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ในพิธีประกาศความร่วมมือกับ สอวช.ร่วมงาน ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจากฯ อาคาร เอ็ม ทาวเวอร์ได้รับเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง จากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง  ได้แก่  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน กว่า 200 คน




"นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการดำเนินชีวิตและธุรกิจ หากไม่ร่วมกันแก้ไข ปัญหานี้อนาคตจะส่งผลต่อคนรุ่นต่อไป กลุ่มบริษัทบางจากตระหนักถึงความสำคัญเรื่องนี้ต่อเนื่องมาตลอด จึงร่วมกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ก่อตั้ง Carbon Markets Club ขึ้นเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ผมขอแสดงความยินดีกับคณะทำงาน สมาชิก หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมกันผลักดันให้ CMC เติบโตจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่เครือข่ายความร่วมมือด้านคาร์บอนที่ปัจจุบันได้การยอมรับอย่างกว้างขวาง และขอขอบคุณองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันรับรองมาตรฐาน และสถาบันการเงิน ที่ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของ CMC มาตลอด ทำให้เติบโตและสร้างประโยชน์กับสังคมได้ต่อเนื่อง

“ผมหวังว่า CMC จะยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักส่งเสริมความรู้ ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้คนรุ่นต่อไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญสานต่อความพยายามดูแลโลกและสังคมของเราในอนาคต”

“นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC เติบโตได้จากความร่วมมือของผู้ก่อตั้ง 11 องค์กร สู่เครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 1,800 ราย ทั้งในรูปแบบองค์กรและบุคคล โดยมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐด้านตลาดคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลความรู้และสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้รูปแบบต่าง ๆ การเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชน ตลอดจนจัดทำเครื่องมือการซื้อขายและประเมินคาร์บอนในระดับองค์กรและบุคคล รวมถึงส่งเสริมการใช้กลไกตลาดคาร์บอนและพลังงานหมุนเวียน

บทบาท CMC ระดับภูมิภาคได้ขยายความร่วมมือผ่าน ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) ส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชนในอาเซียน สนับสนุนการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันระหว่างตลาดคาร์บอนในภูมิภาค ตลอดจนยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอนในอาเซียน

            ภารกิจเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไป โดยเชื่อมั่นการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของความร่วมมือ Bangchak Group x University Gen Z-ESG ด้วยจุดเริ่มต้นในวันนี้ ต่อยอดจากภารกิจ CMC ด้านต่าง ๆ เชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ในอนาคต



            ภายในงาน กลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยลงนามทำ MOU โครงการ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” ร่วมกัน 9 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ด้าน ESG และความยั่งยืนให้นักศึกษาและบุคลากร เช่น CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด

รวมทั้งมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน การเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอน การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดอนาคตต่อไป

ในงานมีผู้แทนของกลุ่มบริษัทบางจาก นำทีมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน "ESG Risk, Carbon & the Next Gen Shift"  ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โอกาสจากตลาดคาร์บอน การบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กร บทบาทของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ร่วมกับ บริษัท อาซอลล่า ไคลเมท จำกัด บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด และเพจ
 Go Green Girls บรรยายพิเศษโดย รองศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เกี่ยวกับการเร่งสร้างนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และโอกาสในการเชื่อมโยงภาคการวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และแหล่งทุน เพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

และจัดนิทรรศการเผยแพร่ข้อมูลความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ Bangchak Initiative and Innovation Center (BiiC) เชิญชวนให้ช่วยกัน “ลด ละ เริ่ม” “ลด” รอยเท้าคาร์บอน “ละ” การสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อม “เริ่ม” ได้วันนี้และทุก ๆ วัน ผ่าน Netty เต่ามะเฟือง มาสคอตของ CMC เพื่อโลกยั่งยืน

            CMC ยังคงเปิดรับสมาชิกฟรีทั้งแบบองค์กรและบุคคล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย สมัครและติดตามได้ที่ www.carbonmarketsclub.com

 










TCEB ลงนาม EECO ผนึกตลาดไมซ์-การลงทุนทั่วโลกเข้าพื้นที่ EEC

TCEB-EECO”ผนึกตลาดไมซ์-การลงทุนทั่วโลกสู่ EEC

หนุนฮับเศรษฐกิจอนาคต-เพิ่มโอกาสดันชุมชนโตยั่งยืน

TCEB ลงนาม MOU กับ EECO นำอุตสาหกรรมไมซ์ดึงการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่พื้นที่EEC ฮับเศรษฐกิจอนาคต

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #EECO #MICE #EECฮับเศรษฐกิจ

TCEB รุกทำ MOU พันธมิตรใหญ่ EECO ผนึกการตลาดไมซ์ดึงการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 คลัสเตอร์ หลั่งไหลเข้าพื้นที่ EEC หนุนฮับเศรษฐกิจไทยแห่งใหม่ในอนาคต ยกระดับพื้นที่สร้างโอกาสชุมชนเติบโตยั่งยืน

 

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) “EECO” และ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB”  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมี นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EECO กับ ดร. สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ เป็นพยาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงาน

            ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO เปิดเผยว่า EECO มีพันธกิจหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนคุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศ เน้นวางรากฐานให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ การแพทย์ครบวงจร ดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่  BCG และบริการ ตลอดจoบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับภาคการผลิตและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 


            การลงนาม MOU ร่วมกับทีเส็บ ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือของ 2 หน่วยงาน เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาประกอบกิจการในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นช่องทางทางการตลาดสำคัญ โดย EECO จะพัฒนายกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์และบริการจากพื้นที่และชุมชนในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้เกณฑ์ตามมาตรฐาน EEC Select เสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และวิสาหกิจชุมชนผ่านอุตสาหกรรมและกิจกรรมไมซ์ ช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนดังยกระดับสู่สินค้าได้ตรงความต้องการตลาด และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

 


            “ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมซ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างเวทีเชื่อมโยงดึงการลงทุน เครือข่าย นวัตกรรม และต่อยอดสู่ความร่วมมือเชื่อมโลกสู่พื้นที่ EEC โดยทีเส็บจะใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่องมือทางการตลาดและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลกได้เข้าถึงศักยภาพ EEC ผ่านเวทีสร้างเครือข่าย และธุรกิจ จากการประชุม งานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ การศึกษาดูงานภาคอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และพัฒนาเส้นทางการเยี่ยมชมโรงงาน (Factory Visit Routing) เพื่อเชื่อมโยงการประชุมและการลงทุนเข้ากับประสบการณ์รียนรู้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีโอกาสยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการ

 


สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ “ทีเส็บ” วางแผนพร้อมจะดำเนินงานผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่

โครงการที่ 1  Empower Eastern Exhibition (EEE) ส่งเสริมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

โครงการที่ 2  EEC MICE Product Premium ยกระดับสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ EEC

โครงการที่ 3  EEC MICE Cluster Destination ส่งเสริมการตลาดและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน สินค้า บริการ ชุมชน สถานที่จัดงาน และการจัดงานในพื้นที่ EEC ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ร่วมผลักดันเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนและไมซ์ในระดับโลก

 


รวมทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของ 2 องค์กร ที่ได้บูรณาการศักยภาพด้านการลงทุนและอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยี ควบคู่การยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ ชุมชน การจัดงานตามแนวทาง ESG ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก สอดรับตามนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน ในอนาคตได้ต่อไป

  

การบินไทยรับฝูงบินใหม่โบอิ้ง787-9มิ.ย.นี้ เพิ่ม 4 ลำเซฟน้ำมัน20%รับอนาคตการบินโลกโต

การบินไทยรับฝูงบินใหม่โบอิ้ง 787-9 มิ.ย.นี้ เพิ่ม 4 ลำ เซฟน้ำมัน 20%- สะดวกสบายรับอนาคตการบินโลกโต   การบินไทยรับฝูงบินใหม่ โบอิ้ง 787-9...