ชมพู มฤศโชติ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนิวยอร์ก อเมริกา
ททท.นิวยอร์กรุกครึ่งหลังปี69ดึงอเมริกาเที่ยวไทย1ล้านคน
ชู3สินค้ามูลค่าสูง“Luxury-สุขภาพ-ยั่งยืน”ลุยตลาดคุณภาพ
ผนึกแอร์ไลน์สโลกบินตรงอเมริกา-เอเชียเชื่อมบินมาไทย
เร่งขายเมืองหลักสู่พื้นที่ใหม่HidenGems “เหนือ-ใต้-อีสาน”
ช้อปคิงเพาเวอร์ทุกแบรนด์ครึ่งปีหลังคุ้มกว่าทั้ง4สนามบิน
คิง เพาเวอร์จัดให้The Power Sale ออนไลน์/โฮมดิลิเวอรี่
ผู้ว่าฯททท.ย้ำTATAPปี70ตั้งเป้าเที่ยวมูลค่าสูงเบอร์1เอเชีย
บางจากเส้นทางผู้นำไบโอดีเซลสู่SAFน้ำมันการบินยั่งยืน
“ราชบุรี”ชวนสุขทันทีได้เที่ยวงานบุญ-ศิลปะคาเฟ่ก.ค.69
10 ประโยชน์การกินแตงกวาผักใกล้ตัวในครัวบ้านเรา
ศูนย์สิริกิติ์หนุนจัดHYROXนำไทยสู่มหานครฟิตเนสโลก
“รมว.สุรศักดิ์”ถกสุวรรณภูมิปรับบริการเวลารอคิวเข้าไทย
วันเสาร์
2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์”
เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน”
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen
#gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวราชบุรี
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1Bs46yDDTc/
ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ “ชมพู มฤศโชติ” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนิวยอร์ก
สหรัฐอเมริกา อัพเดทตลาดอเมริกาปี’69 ฝ่าทุกความท้าทาย 3 สำนักงาน
“นิวยอร์ก-ลอสแองเจลิส-ชิคาโก” ผนึกกำลังตั้งเป้าทำยอดทะลุเกิน 1 ล้านคน สัญญาณตลาดครึ่งหลังปี’69 ยังอยู่ในแดนบวก
เร่งโกยตลาดคุณภาพสูง “ทัวร์สุขภาพ-เที่ยวยั่งยืน”
เสนอสินค้าเพิ่มพื้นที่เที่ยวเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว Hidden Gems “เหนือ-ใต้-อีสาน” ดันสินค้า Healing is The New Luxury ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย ผนึกแอร์ไลน์สโลกที่มีไฟลต์บินตรง
“อเมริกา-เอเชีย” เชื่อมโยงมาไทย ฝ่า 3 ความท้าทาย
“ตั๋วบินไกลราคาพุ่งสูง-ไทยไม่มีเที่ยวบินตรงต้องพึ่งประเทศอื่น-สงครามอิหร่านยังไม่ยุติ”

นางสาวชมพู มฤศโชติ ผู้อำนวยการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าสถานการณ์ตลาดระยะไกล
(longhaul Market) อเมริกาเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยปี 2569
จะเป็นไปตามเป้าหมายแตะ 1 ล้านคน
ช่วงครึ่งปีหลังตั้งแต่กรกฎาคม 2569 ยังคงมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกมาไทยแล้วเกิน
500,000 คน ท่ามกลางวิกฤตความท้าทายรอบด้านจากเศรษฐกิจโลก
สงครามสู้รบกับอิหร่าน และอื่น ๆ แต่คนยังคงต้องการเดินทางสูงโดยเฉพาะ
“กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z”
โดยมีไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ รองจาก ญี่ปุ่น เกาหลี
ซึ่งมีเที่ยวบินตรงจากอเมริกามายังสองประเทศนี้ ในช่วงปลายปี 2569 อเมริกาจะเข้าสู่การท่องเที่ยวไฮซีซั่น วันหยุดพิเศษฤดูหนาว คริสต์มาส
ปีใหม่ จะมีแนวโน้มการเดินทางเพิ่มขึ้น
“การวางกลยุทธ์”
เพิ่มรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอเมริกา ททท.
เน้นตลาดคุณภาพมีความพร้อมใช้จ่ายเงินสูง ส่งเสริมการเดินทางด้วยกลยุทธ์ “Hub and Hook” ดึงนักท่องเที่ยวเดินทางสู่เมืองหลัก
แล้วกระจายตัวไปยังพื้นที่เป้าหมายเมืองน่าเที่ยว
ด้วยวิธีแบ่งภารกิจกันทำอย่างชัดเจนทั้ง 3 สำนักงาน ได้แก่
1.ททท.สำนักงานนิวยอร์ก ดูแลทางฝั่งอเมริกาตะวันออก พุ่งเป้าเจาะตลาดไฮเอนด์
ลักชัวรี่หรูหรา ชอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
2.ททท.สำนักงาน ลอสแองเจลิส ดูแลพื้นที่อเมริกาตะวันตก
พุ่งเป้าเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรักษ์โลก Green Eco
Sytem ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
3.ททท.ชิคาโก ดูแลอเมริกากลาง พุ่งเป้าเจาะตลาดกลุ่มนักเดินทางมาไทยครั้งแรก
(First Visit) นักศึกษา คนรุ่นใหม่
“สินค้ายอดนิยม”
ที่นักท่องเที่ยวอเมริกาเลือกเดินทางมาไทย ไฮไลต์เด่นคือ
“การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Health-Wellness-Medical Tourism)
โดยมีจุดหมายปลายทางพื้นที่หลัก กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย เชียงใหม่
ทาง ททท.นิวยอร์ก และอีก 2 สำนักงานจะเร่งขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยัง
“เมืองน่าเที่ยว” ของไทย (Hidden Gems) มากขึ้น
เน้นการเชื่อมโยงไปยังเมืองที่มีสินค้าด้านสุขภาพ
กิจกรรมเชิงประสบการณ์ขานรับกับไลฟ์สไตล์เชิงวิถีชีวิต
งานเทศกาลประเพณีที่ทั่วโลกรู้จัก ดังนี้
“ภาคเหนือ”
จะเชื่อมโยงจากเมืองที่มีสายการบินบริการจากเชียงใหม่เดินทางต่อไปยัง ลำพูน
เชียงราย สุโขทัย
“ภาคใต้” ขยายจากภูเก็ต
กระบี่ พังงา ไปยัง สตูล สมุย นครศรีธรรมราช
“ภาคอีสาน” ช่วงปี 2569 นำร่องเชิญสื่อ KOL
อินฟลูเอนเซอร์ ลงพื้นที่ไปร่วมงานเทศกาลประเพณีสีอีสานต่าง ๆ แล้วปี 2570 จะขยายฐานสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฮีลกายใจ Luxury &
Health Wellness ตามพื้นที่ศักยภาพของเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
เนื่องจากการเดินทางจากอเมริกามายังไทยต้องใช้เวลาบินนานพอสมควร
เมื่อมาพักผ่อนจึง “จองวันพักยาว” 14 วัน/คน/ทริป
ทำให้ตลอดทริปตลาดอเมริกาก็จะวางแผนเลือกการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม
ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็จะชอบร่วมกิจกรรมชายหาด ประสบการณ์ด้านอาหาร และอื่นๆ
ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ใช้จ่ายเงินสูง
สำหรับการนำเสนอสินค้าเฉพาะเพื่อตอบโจทย์
“Healing is The New Luxury” ททท.นิวยอร์ก
ก็จะชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Health
&Wellness ที่มีความพิเศษ สปา เมดิคัลแคร์ อาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม
โดย
ททท.ร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับตัวแทนการท่องเที่ยวในอเมริกาซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่
จึงต้องเลือกพันธมิตรที่มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เช่น World
Tour Consortium และอีกหลายคอนซอร์เตี้ยม รวมทั้งสื่อรายใหญ่ KOLs
ชั้นนำ สร้างการรับรู้ข้อมูลอัพเดทอย่างต่อเนื่อง เพิ่มแรงกระตุ้น
ซึ่งตอนนี้มีผู้ประกอบการไทยเริ่มตื่นตัวหันมาทำตลาดอเมริกามากขึ้น
“พลังหนุนตลาดอเมริกามาไทย”
สำคัญที่สุดตอนนี้คือ มาตรการความปลอดภัย ข่าวสารเชิงบวก จะเป็นปัจจัยหนุนที่ดี
ทำให้บริษัทนำเที่ยวในอเมริกาสามารถนำไปใช้สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวอเมริกาเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางมากขึ้น
ผอ.ชมพู
กล่าวว่า ททท.ได้เดินหน้าดึงนักท่องเที่ยวอเมริกามาไทย
ร่วมกับพันธมิตรสายการบินนานาชาติแถวหน้าที่มีบริการเปิดเส้นทางบินตรง (Direct flight) เชื่อมระหว่าง 2 ทวีป
อเมริกา-เอเชีย เช่น 1.สายการบินอีวีเอ (ไต้หวัน)
มีบริการบินตรง วอชิงตันดี.ซี-ไทเป 4 เที่ยว/สัปดาห์
เริ่มตั้งแต่ 26 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมา
มาเติมเต็มฝั่งเอเชียแล้วเดินทางต่อเนื่องมาไทย 2.ยูไนเต็ด
แอร์ไลน์ส ขยายเส้นทางบิน 3.โคเรียนท์แอร์
จับมือกับเดลแอร์ไลน์ส ทำเครือข่ายเส้นทางบินมายังเอเชียจำนวนมาก
แล้วยังกำลังหารือกับสายการบินอื่น ๆ ด้วย อย่าง ไชน่าแอร์ไลน์สทาง
ททท.ลอสแองเจลิส ร่วมมือกันอยู่ หรือ ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์
จะทยอยทำโปรเจกต์พิเศษเพิ่มมากขึ้น จากนั้นปี 2570 จะร่วมกับสายการบินในตะวันออกกลางอย่าง
เอมิเรตส์แอร์ไลน์ส กาตาร์แอร์เวย์ส และอื่น ๆ
“ปัจจัยท้าทาย”
ที่เป็นตัวแปรทำให้อเมริกาตัดสินใจเลือกออกเดินทางหลัก 3 ปัจจัย ได้แก่
1.ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ ซึ่งราคาค่อนข้างสูง
หากจะเดินทางเป็นครอบครัวต้องใช้เงินสูงมาก
2.ไทยยังไม่มีเที่ยวบินตรง ทำให้ระยะทางการบินใช้เวลานานกว่าปกติ
ปัจจุบันต้องบินมาแวะพักในตะวันออกกลาง หรือแถบเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น เกาหลี
ไต้หวัน ก่อนจะเชื่อมเที่ยวบินมาไทย
3.สถานการณ์สู้รบในอิหร่านที่ยังไม่ยุติ
ทำให้สายการบินนานาชาติที่ต้องแวะพักเที่ยวบินในตะวันออกกลาง
ไม่เอื้อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจออกเดินทาง
ตอนนี้ไทยก็ยังโชคดีที่มีสายการบินแถบเอเชียบินตรง
แต่ก็ต้องแข่งขันกับประเทศดังกล่าวเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้ยอมจ่ายเงินเพื่อมาเมืองไทยด้วย
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อปคิงเพาเวอร์ทุกแบรนด์ครึ่งปีหลังคุ้มกว่าทั้ง4สนามบิน
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
มอบความพิเศษช่วง 2 สัปดาห์ วันนี้- 31 กรกฎาคม 2569 “ช้อปดิวตี้ ฟรี ของคนไทย” ในราคาคุ้มกว่าทุกสนามบินขาออกต่างประเทศทั้งที่
สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ ครบจบที่เดียว แจกฟรีคูปองลดเพิ่ม นำไอเทมฮ็อตแบรนด์ดังหั่นราคาเอาใจคนไทยด้วยกัน
โดยได้นำสินค้าแบรนด์ยอดนิยม แผนกน้ำหอม เครื่องสำอาง แฟชั่น แว่นตา นาฬิกา
คัดมาให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบในราคาที่ใช่หลากหลายรายการ
ตอบโจทย์กำลังซื้อนักเดินทางช่วงครึ่งปีหลัง 2569
“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”
จัดโปรแรงโดนใจแจกฟรีคูปองส่วนลด
500 บาท ให้นำไปใช้ลดออนท็อปได้ทันทีเมื่อช้อป 1,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(สุทธิ) พร้อมกับหั่นราคา “ไอเทมฮิต” เอาใจคนไทยลดสูงสุดถึง 40% คัดสินค้ายอดนิยม “น้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์” แบรนด์ดังมากมายมาร่วมรายการ
ผนึกกำลังลดจากปกติสูงสุด 30% เพิ่มออนท็อปให้อีก 5% ดังนี้
• ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25% • ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% •พิเศษ! สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มอีก 5%
“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง” จัดทัพ น้ำหอม สกินแคร์
แบรนด์ดังมากมายที่ร่วมรายการ ลดสูงสุดจากราคาปกติ 30% + ออนท็อปอีก
5%
• ช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20% • ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25% • ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% พิเศษ! สมาชิก POWER
PASS ลดเพิ่มอีก 5%
“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานภูเก็ต” ลดทันที! 800 บาท เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานเชียงใหม่” ลดทันที! 500 บาท ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที! 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ
8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
สมาชิก POWER PASS ช้อป “แฟชั่น-แว่นตา-นาฬิกา”
ที่ คิง เพาเวอร์ 4 ท่าอากาศยาน
ได้แก่
“สุวรรณภูมิ” ช้อปโดยไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ รับคูปองส่วนลดสูงสุด
30% ได้ถึง 2 ใบ “ดอนเมือง” ช้อป 1 ชิ้น ก็ลดทันที 30% “ภูเก็ต” ลดสูงสุด 10%+ ออนท็อปเพิ่มอีก 5% • เมื่อช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 10%
ช้อปคุ้ม!
ด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ วันนี้-31 กรกฎาคม 2569 รอรับได้เลย “เครดิตเงินคืน”
ยอดรวมสูงสุด 58,300 บาท ที่ คิง เพาเวอร์
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต
ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์จัดให้ The Power Sale
ออนไลน์/โฮมดิลิเวอรี่
คิง
เพาเวอร์ ปลุกตลาดช้อป “The Power Sale” สมาชิก
POWER PASS ทุกสัญชาติ รับฟรีคูปองส่วนลด
และเปิดให้ช้อปออนไลน์ง่าย ๆ กับสินค้าแบรนด์ชั้นนำ
พร้อมรับสิทธิพิเศษส่งตรงถึงผู้ซื้อ เพียงกดช้อปได้ทุกที่ ทุกเวลา
แล้วให้ทุกการช้อปคุ้มค่ามากกว่าที่เคย!ช้อปและรอรับสินค้าง่ายๆได้ที่สนามบินขาออกนอกประเทศ
พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดทันที 500 บาท เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป
รหัสส่วนลด PWPJUL500
เมื่อเลือกสั่งซื้อสินค้าแบรนด์ในแผนกที่เข้าร่วมรายการได้ 1 สิทธิ์/ รายการสั่งซื้อ
ได้ตั้งแต่วันนี้-
31 กรกฎาคม 2569
-สินค้าดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย!
รับสินค้าที่สนามบิน
-สินค้าโฮม
ดิลิเวอรี่ ส่งฟรี! ทั่วประเทศ เมื่อช้อปครบ 899 บาท
-รับ
5 สิทธิ์ 1.แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน 2.รับเครดิตเงินคืนสูงสุด
62,800. บาท 3.ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ
จากแบรนด์ดัง 4.รับเลย! ส่วนลด 800 บาท
เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์ 5.รับสิทธิ์สมัครสมาชิก คิง
เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท(สุทธิ)
ข่าวที่ 3-ผู้ว่าฯททท.ย้ำTATAPปี70ตั้งเป้าเที่ยวมูลค่าสูงเบอร์1เอเชีย
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า การจัดประชุมแผนตลาดการท่องเที่ยวปี 2570
“TATAP 2027” ททท.พร้อมจะก้าวสู่ความเป็นหนึ่งเดียว
“One TAT” อย่างแท้จริง
ตั้งเป้าหมายครองจุดหมายปลายประเทศท่องเที่ยวมูงค่าสูงอันดับ 1 ของเอเชีย ภายใต้แนวคิด From Silo to One TAT เชื่อมโยงการทำงานของส่วนกลาง
สำนักงานภูมิภาค และสำนักงานในต่างประเทศ ด้วยข้อมูล เทคโนโลยี นวัตกรรม และด้วยใจ
การทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับองค์กรสู่ High Performance Organization รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวนำการท่องเที่ยวของไทยขึ้นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ภายใต้แนวคิด
Value Over Volume มุ่งสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ
ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ พัฒนาสินค้าและประสบการณ์การท่องเที่ยว
ผลักดันเทศกาลไทยสู่เวทีโลก และกระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค ขับเคลื่อน TATAP
2027 ปี 2570 โดยยึดเสาสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจด้วย 4 ยุทธศาสตร์
1.ปรับโครงสร้างตลาด (Shape
Market Portfolio) : เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีกำลังซื้อสูง
เปิดตลาดใหม่ระยะไกล เช่น ยุโรปตะวันออก (โปแลนด์ เบลารุส) แอฟริกาใต้
และอเมริกาใต้ (บราซิล เม็กซิโก โคลัมเบีย)
2.ขายประสบการณ์แทนสินค้า
(Shape Experience Platform): กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตลอด 365 วัน
3.กระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชนยกระดับคุณค่า
(High Value Destination) : มุ่งเน้นกลุ่มที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น
สุขภาพ (Health & Wellness) การลงทุน ท่องเที่ยวเชิงกีฬา และดิจิทัลโนแมด
4.ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความคล่องตัว
: ปรับองค์กรให้ยืดหยุ่นและพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์
ควบคู่การนำเสนอ
“สินค้าการท่องเที่ยวของไทย”
ที่มีศักยภาพสูงสร้างแม่เหล็กครองใจนักเดินทางในตลาดโลกด้วย 7 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย
1.สุขภาพ Health & Wellness 2.อาหาร/Gastronomy 3.ธรรมชาติผจญภัย/Nature
& Adventure 4.วัฒนธรรมและมรดกโลก/Culture
& Heritage 5.การท่องเที่ยวโดยชุมชน/Community-based
Tourism 6.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา/Sport
Tourism และ 7.ประสบการณ์ท้องถิ่น/Local
Experience
ปี 2570
ททท.จะใช้พลัง One TAT ร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย
เป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการ “เพิ่มจำนวน” นักท่องเที่ยว
แต่คือการทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันทรงคุณค่าและมีความหมายอันดับ 1
ของเอเชีย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางคุณภาพของโลก
ข่าวที่
4-บางจากจากผู้นำไบโอดีเซลสู่SAFน้ำมันการบินยั่งยืน
บริษัท
บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำเสนอเส้นทางการพัฒนาพลังงานจากไบโอดีเซล
สู่ SAFจากพลังงานทดแทน สู่ระบบนิเวศคาร์บอนต่ำ และเศรษฐกิจชีวภาพมูลค่าสูง
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Sustainable Aviation Fuel (SAF)” หรือ “น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” ได้รับการกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในความหวังสำคัญของโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบิน
ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยากที่สุดอุตสาหกรรมหนึ่ง
ปัจจุบัน
ICAO (International Civil Aviation Organization - องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)
และ IATA (International Air Transport Association - สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ)
ต่างประเมินว่า SAF จะเป็นกลไกหลักในการช่วยให้อุตสาหกรรมการบินบรรลุเป้าหมาย
Net Zero ในระยะยาว
SAF จึงไม่ได้เป็นเพียงเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับภาคการบิน
แต่ยังสะท้อนโอกาสในการต่อยอดทรัพยากรชีวภาพของประเทศไปสู่ผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมมูลค่าสูงในอนาคต
ประเทศไทย
เรื่องนี้อาจดูเป็นเรื่องใหม่ แต่สำหรับกลุ่มบริษัทบางจาก
เรื่องนี้เป็นผลลัพธ์ของการเดินทางที่เริ่มต้นมากว่า 20 ปีแล้ว ย้อนกลับไปในปี 2548 บางจากฯ
ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในการพัฒนา “ไบโอดีเซล” จากน้ำมันพืชใช้แล้ว มาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกของประเทศ
โดยนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ซึ่งในขณะนั้นยังมีการนำกลับมาใช้ประโยชน์ในวงจำกัด
มาพัฒนาเป็นพลังงานทดแทนที่สร้างคุณค่าได้ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
เริ่มต้นจากการผลิตไบโอดีเซลในวันนั้น
ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาพลังงานชีวภาพและพลังงานแห่งอนาคตในเวลาต่อมา
สะท้อนให้เห็นว่าทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศสามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรม
สร้างมูลค่าเพิ่ม และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ได้ หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
ประสบการณ์จากการพัฒนาไบโอดีเซล การบริหารจัดการวัตถุดิบ การพัฒนาเทคโนโลยี
และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร
ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการต่อยอดสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์พลังงานคาร์บอนต่ำและผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
โดยเฉพาะ SAF ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการบิน
นอกจากนี้ยังครอบคลุมเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับการเดินเรือ
(Marine Biofuels) และ HVO หรือ Renewable
Diesel สำหรับการเดินทางและขนส่งทางบก รวมทั้ง Bio-Naphtha สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจากได้เริ่มดำเนินการหน่วยผลิต HEFA-SPK
SAF แบบ Stand Alone แห่งแรกของประเทศไทย
ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 1 ล้านลิตรต่อวัน
โดยได้การรับรองตามมาตรฐานสากลที่สำคัญ ได้แก่ ISCC EU, ISCC CORSIA และ ISCC PLUS ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของตลาดโลก
พร้อมกันนั้น
ยังได้ส่งออกผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกไปยังลูกค้าต่างประเทศเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนในระดับสากล
“ความสำเร็จ”
ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีการผลิตเพียงอย่างเดียว
หากต้องอาศัยระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ
เข้าด้วยกันตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นทางของวัตถุดิบ
การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงผู้ใช้งานปลายทาง
เบื้องหลัง
SAF หนึ่งลิตรที่ผลิตจากหน่วยผลิตในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก
พระโขนง คือระบบนิเวศขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงผู้คนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ตั้งแต่ครัวเรือน ร้านอาหาร โรงแรม ผู้รวบรวมวัตถุดิบ เกษตรกร นักวิจัย
ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคการบิน โดยมีน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญ
และมีโครงการ “Fry to Fly” รวบรวมและนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
ผ่านจุดรับรวบรวมในสถานีบริการน้ำมันบางจากกว่า 2,200 แห่งทั่วประเทศและเครือข่ายพันธมิตรต่าง
ๆ ทั้งหน่วยงานราชการ เอกชน สถาบันการศึกษา ฯลฯ เพื่อเปลี่ยนของเสียจากครัวเรือน
ร้านอาหาร และภาคธุรกิจ
ให้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ในรูปของพลังงานคาร์บอนต่ำและในขณะเดียวกัน
ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้รวบรวมวัตถุดิบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบในอนาคต
กลุ่มบริษัทบางจากยังมีนวัตกรรมอย่าง “Ucollect
Box” ระบบรับซื้อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วแบบอัตโนมัติ
ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการรวบรวมวัตถุดิบ
พร้อมรองรับการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรฐานสากล
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
ในระยะยาว
การพัฒนาระบบนิเวศดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว
แต่ยังรวมถึงการศึกษาและพัฒนาพืชน้ำมันทางเลือกผ่านแนวคิด “Farm to Fly” เช่น หยีน้ำ (Pongamia)
ซึ่งมีศักยภาพในการเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต SAF โดยไม่แข่งขันกับห่วงโซ่อาหาร
พร้อมเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับภาคเกษตรกรรม
และช่วยเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบในระยะยาว
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ
ตั้งแต่ของเสียจากครัวเรือน วัตถุดิบทางการเกษตร
ไปจนถึงคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถต่อยอดสู่รายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
ผ่านผลิตภัณฑ์ชีวภาพ วัสดุชีวภาพ ตลอดจนกลไกตลาดคาร์บอนและคาร์บอนเครดิตที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในเศรษฐกิจโลก
ช่วงที่ 2 ไปทัวร์บุญใหญ่ปลายเดือนกรกฎาคมนี้ด้วยกัน “ราชบุรี”
ชวนสุขทันทีได้เที่ยวทางบุญ “แห่เทียนพรรษา” ผสานเข้ากับการเดินชมถนนแห่งศิลปะ
เมืองคาเฟ่ แล้วฟัง “10 ประโยชน์การกินแตงกวา”
ผักใกล้ตัวในครัวบ้านเรา ติดตามข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ข่าวแรก “ศูนย์สิริกิติ์หนุนจัดHYROX” นำไทยสู่มหานครฟิตเนสโลก
ข่าวที่สอง “รมว.สุรศักดิ์”ถกสุวรรณภูมิปรับบริการเวลารอคิวเข้าไทย
ท่องเที่ยว –“ราชบุรี”ชวนสุขทันทีได้เที่ยวงานบุญง-ศิลปะคาเฟ่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงานราชบุรี
ชวนเที่ยวใกล้กรุง “ราชบุรี” ช่วงส่งท้ายเดือนกรกฎาคม นี้ สายบุญ สายศรัทธา
สายอาร์ต ศิลปะ คาเฟ่ วิถีชีวิต
มาสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มค่ากับการฮีลกายและใจไปด้วยกัน 3 พิกัด
● พิกัดที่ 1 "ตลาดบุญริมน้ำวัดบ้านกล้วย" ทางวัด อบต.ท่าราบ และชุมชนในพื้นที่ ชวนท่องเที่ยวและวิถีชุมชนไฮไลต์เช้าวันศุกร์
24 กรกฎาคม 08.00 น.บริเวณวัดบ้านกล้วย ต.ท่าราบ อ.เมือง มีกิจกรรมมากมายให้สายบุญร่วมด้วย ทั้งทำบุญตักบาตรทางน้ำ จัดทุกวันศุกร์ -
เสาร์ – อาทิตย์ ชมการแข่งขันเรือยาว 4 จังหวัดลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดแสดงพันธุ์กล้วยไม้นานาพันธุ์
การแสดงเขียนลวดลายบนโอ่งมังกร การแสดงปลากัดแฟนซีและนกเลิฟเบิร์ดสวยงาม
การแสดงของเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดบ้านกล้วย เลือกชิม เลือกช้อป
สินค้าวิสาหกิจชุมชน
● พิกัดที่ 2 “ร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2569" งานบุญยิ่งใหญ่แห่งปี 24-27 กรกฎาคม 2569
พบกันที่ ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อ.เมือง ไฮไลต์เด็ด วันที่ 24
กรกฎาคม 09.00 น.ร่วมพิธีอัญเชิญ "หลวงพ่อแก่นจันทน์" จากวัดช่องลม
มาประดิษฐาน ณ ปะรำพิธีบริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา วันที่ 25 - 26 กรกฎาคม 09.00
- 20.00 น.ร่วมหล่อเทียนพรรษา เสริมสิริมงคล และสักการะหลวงพ่อแก่นจันทน์ วันที่
27 กรกฎาคม 08.00 น. เป็นต้นไป ชมขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการและวิจิตรงดงาม!
เริ่มเคลื่อนขบวนจากสำนักงานเทศบาลเมืองราชบุรี
มุ่งหน้าสู่ปะรำพิธีริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา พร้อมร่วมถวายเทียนพรรษาแด่วัดต่างๆ
● พิกัดที่ 3 เสน่ห์ Art
Craft & Heritage เช็คอินความสุขกับการดื่มด่ำงานฝีมือ ศิลปะ
และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในแต่ละย่านได้ทั่วเมืองโอ่งราชบุรี 13 พิกัด 1.โกลด์สมิท มัทฉะ 2.ถนนน่าเดิน โพธาราม 3.ซุ้มประตูจีน วัดช่องลม 4.ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมหลวงยกกระบัตร 5.บัฟฟาโล มาร์เก็ต 6.มะขาม โฮม
คาเฟ่ 7.เถ้าฮงไถ่ 8.ดิ โอลด์ ทาวน์
ราชบุรี 9.ตลาดโอ๊ะป่อย 10.บ้านหอมเทียน 11.โพธาราม แกลอรี่ 12.เรื่องของโอ่ง 13.d
Kunst Art Space and Café
เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย
ส่งท้ายเดือนแห่งงานท่องเที่ยวทางบุญ เช็คอินฟิน ๆ สุขทันทีที่ได้เที่ยวเมืองโอ่ง
“ราชบุรี”
สุขภาพ –10 ประโยชน์การกินแตงกวาผักใกล้ตัวในครัวบ้านเรา
แตงกวา เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนไทยรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
มักนิยมนำไปเป็นเครื่องจิ้ม น้ำพริกต่างๆ เต้าเจี้ยวหลน
หรือเครื่องเคียงอาหารจานเดียว เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ช่วยเสริมรสชาติอาหารจานหลักแล้วยังช่วยแก้เลี่ยนได้ด้วย
นอกจากนี้แตงกวายังมีประโยชน์อื่นๆ
คุณค่าทางโภชนาการของแตงกวา
แตงกวา 1 ผล มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 96.4% คาร์โบไฮเดรต 2.8% โปรตีน 0.4%
ไขมัน 0.1% และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก
ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี รวมทั้งสารเอนไซม์หลายชนิด เช่น
เอนไซม์ย่อยโปรตีน ซักซินิก มาลิก ดีไฮโดรจีเนส แอสคอร์บิก
แอซิด ออกซิเดส เมล็ดจะมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง
10 ประโยชน์ของการกินแตงกวา
1.ช่วยลดอุณหภูมิ หรือความร้อนภายในร่างกาย
ในช่วงฤดูร้อนจึงเหมาะที่จะรับประทานแตงกวามาก
2.ช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกาย เช่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือด
ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
3.ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
4.ช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก
5.ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวสะอาดกระจ่างใสขึ้น
และรูขุมขนกระชับขึ้น
6.ช่วยป้องกันสภาวะร่างกายขาดน้ำได้ เพราะมีน้ำเป็นส่วนประกอบกว่า 90 %
7.ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
8.มีสารแอนโทรแซนทิน ช่วยลดอาการอักเสบและอาการปวด มีการทดลองพบว่าสารสกัดจากแตงกวาสามารถบรรเทาอาการอักเสบและอาการปวดในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมได้ในระดับปานกลาง
9.ช่วยกำจัดของเสียที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายและยังช่วยละลายก้อนแข็งที่อยู่ภายในไตได้ด้วย
10.ช่วยเสริมสร้างความจำ ส่งเสริมการทำงานของสมอง
และยังช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ศูนย์สิริกิติ์หนุนจัดHYROXนำไทยสู่ฮับแข่งฟิตเนสโลก
แกรี่
วาน กรรมการผู้จัดการ HYROX
เอเชียแปซิฟิก ได้นำการแข่งขันฟิตเนสระดับโลก HYROX เดินหน้าขยายตลาดเอเชียต่อเนื่องเตรียมจัดการแข่งขันครั้งสำคัญ
“BYD HYROX Bangkok” วันที่ 13–16 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
คาดจะดึงทั้งไทยและต่างชาติทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 22,000 คน กับการแข่งขันใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย
และเป็น “รายการที่ต้องมาให้ได้” บนปฏิทินการแข่งขันฟิตเนสระดับโลก
ปัจจุบัน
HYROX ดำเนินการในภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 30 ประเทศ มุ่งจัดการแข่งขันรวมกว่า
100 รายการ ฤดูกาล 25/26 และมีผู้เข้าร่วมกว่า 1 ล้านคน ครอบคลุมทั้ง 5 ทวีป
สะท้อนถึงการเติบโตระดับนานาชาติ ส่วนเอเชียแปซิฟิกถือเป็นหนึ่งในตลาดเติบโตเร็วที่สุด
ปี 2569 จะจัดในหลายเมืองทั่วภูมิภาคจัดการแข่งขันรวม 17 รายการ
แกรี่
วาน กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จะเป็น HYROX
รายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย
ถือเป็นก้าวสำคัญของการเติบโต ไม่เพียงแต่ในกรุงเทพฯ แต่รวมถึงภูมิภาคเอเชียโดยรวม
เพราะกรุงเทพฯ ถือเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่คึกคัก มีชีวิตชีวา มีเสน่ห์การท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมระดับโลกได้ต่อเนื่อง
เป็นปัจจัยสำคัญให้ปีนี้ HYROX ตัดสินใจกลับมาจัดการแข่งขันที่กรุงเทพฯ
ครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกจัดเมื่อมีนาคม BYD HYROX
Bangkok มีผู้เข้าร่วมเกือบ 17,500 คน
HYROX
เติบโตอย่างรวดเร็วสะท้อนให้เห็นชัดเจนเมื่อจัดแข่งขันในกรุงเทพฯ
ได้ขยายเวลาจัดงานจาก 3 วัน เป็น 4 วัน ตอกย้ำถึงมีคนต้องการเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทั้งผู้เข้าแข่งขัน
และคอมมูนิตี้ฟิตเนสในเมืองไทย แล้วยังได้สร้างระบบนิเวศด้านฟิตเนส ที่แข็งแกร่งในไทย
ร่วมกับพันธมิตรยิมทั่วประเทศกว่า 170 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯมากกว่า 100 แห่ง ได้สนับสนุนทั้งโปรแกรมการฝึกซ้อมและทรัพยากรต่าง
ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเปิดสอนการฝึกซ้อม HYROX อย่างเป็นทางการ
ผลักดันให้ยิมพัฒนาไปสู่ศูนย์กลางคอมมูนิตี้ด้านฟิตเนสได้เป็นอย่างดี
แกรี่
วาน ย้ำว่า ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันครั้งนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมาก
เป็นสถานที่มีความสมบูรณ์แบบที่พร้อมสร้างความประทับใจในเดือนสิงหาคม นี้ จึงมุ่งมั่นจะยกระดับประสบการณ์
HYROX ในทุกการแข่งขันต่อเนื่องได้ร่วมงานกับสถานที่มีประวัติศาสตร์โดดเด่น
และเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้จะช่วยให้ส่งมอบประสบการณ์ดังกล่าวได้เต็มรูปแบบ
สุรพล
อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า การจัดงาน HYROX ครั้งนี้คาดจะดึงดูดนักกีฬา
และผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก เข้ามาช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
และเศรษฐกิจโดยรวม ในฐานะสถานที่จัดงาน มุ่งมั่นจะเป็นแพลตฟอร์มจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ
ที่รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่และพร้อมเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกีฬา
กบไลฟ์สไตล์ที่กำลังเติบโตควบคู่กันไป
HYROX
มีแผนขยายตัวต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก วางตำแหน่งไทยเป็นเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาค
พร้อมต่อยอดการแข่งขันสู่การสร้างประสบการณ์ฟิตเนสครั้งละหลายวัน แล้วก็ตรียมขยายสู่ตลาดใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ได้แก่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย และกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาตลาดเพิ่มในเวียดนาม
ฟิลิปปินส์ สะท้อนถึงHYROX เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย
อีกทั้ง
HYROX ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการเยาวชน ภายใต้ “HYROX
Youngstars” มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านกีฬาตลาดกลุ่มเด็ก
และเยาวชนอายุ 8–15 ปี โดย HYROX ได้ออกแบบให้เหมาะสมกับช่วงวัย
วางรากฐานกีฬาเติบโตในระยะยาวต่อไป
ข่าวที่สอง –“รมว.สุรศักดิ์”ถกสุวรรณภูมิปรับบริการเวลารอคิวเข้าไทย
นายสุรศักดิ์
พันธ์เจริญวรกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า นำทีมลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ภายหลังปริมาณผู้โดยสารทางอากาศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงเมืองไทย
โดยเฉพาะการลดเวลารอคิวตรวจเอกสารหนังสือเดินทาง ควบคู่ยกระดับคุณภาพการให้บริการภายในสนามบิน
สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ โดยต้องคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงของชาติ
และการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสุรศักดิ์
กล่าวว่า ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการทำงานภายใต้แนวคิด “สะดวก รวดเร็ว
และปลอดภัย” พร้อมผลักดันมาตรการระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง เช่น การเพิ่มช่องทางตรวจอัตโนมัติ
การบริหารจัดการกำลังพลให้สอดคล้องกับปริมาณเที่ยวบิน การเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจคนเข้าเมือง
การบริหารจัดการพื้นที่รองรับผู้โดยสาร
การอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรภายในท่าอากาศยาน
การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานแบบบูรณาการ เพื่อลดเวลาการรอคิวและยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวที่ดี
การประชุมและลงพื้นที่มีผู้เข้าร่วมด้วยคือ
นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โฆษกกระทรวง นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ
ได้แก่ พลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรี คธาธร
คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และนายกิตติพงศ์
กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เพื่อร่วมกำหนดแนวทางยกระดับการให้บริการในทุกมิติ
ภายหลังการประชุม
นายสุรศักดิ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามขั้นตอนให้บริการผู้โดยสาร “ขาเข้าระหว่างประเทศ”
รับฟังปัญหาและข้อจำกัดจากการปฏิบัติงานจริง
ตลอดจนหารือแนวทางปรับปรุงกระบวนการให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
นายสุรศักดิ์
ย้ำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด
เพื่อยกระดับมาตรฐานการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ลดระยะเวลาทุกกระบวนการ
สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงเมืองไทย อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก
และสนับสนุนไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.