บางจากเคลียร์ปมBCPGลงทุนคลังน้ำเพชรบุรี9พันล้าน
ลำดับเหตุการณ์ยาวนาน28ปีทุกขั้นตอนชัดเจนโปร่งใส
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กลุ่มบริษัทบางจาก #เคลียร์ปมลงทุนคลังน้ำมันเพชรบุรี9พันล้าน
กลุ่มบริษัทบางจากฯ แจงข้อมูลละเอียดทุกขั้นตอนโปร่งใส
กรณี “BCPG” ลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี
ในวงเงิน 9,000 ล้านบาท ลำดับเหตุการณ์ยาว 28 ปี 2537-2565
ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตผ่านสื่อต่าง
ๆ เกี่ยวกับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (“BCPG”) เข้าลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่อปี 2565 และประเด็นเกี่ยวกับราคาซื้อขาย
โครงสร้างธุรกรรม กระบวนการอนุมัติของธุรกรรมดังกล่าวนั้น
ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร อธิบายถึงมีข้อมูลบางส่วนอาจเกิดจากความเข้าใจที่แตกต่างเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรม การประเมินมูลค่า หลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมซื้อกิจการ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สาธารณะเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องดังนี้
จากการที่ “โรงกลั่น” น้ำมันบางจากพระโขนง
(“โรงกลั่นฯ”) มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน
และไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้ต้องอาศัยคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน
และระบบโลจิสติกส์จากภายนอกมาโดยตลอด ส่วนการจัดเก็บน้ำมันและการ “บริหารซัพพลายเชน”
ถือเป็นโจทย์สำคัญของโรงกลั่นฯ บริษัทฯ จึงได้ศึกษาทางเลือกการบริหารจัดการคลังน้ำมันดิบมาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์
และรองรับการเติบโตของธุรกิจ ตามลำดับเหตุการณ์ 28 ปี คือ
ช่วงปี 2537–2542 บริษัทฯ ใช้ “FSU
WYOMING” เป็นคลังลอยน้ำรองรับการดำเนินงานโรงกลั่นฯ ในระยะเริ่มต้น
มีกำลังการกลั่นประมาณ 70,000 บาร์เรล/วัน มีความจุประมาณ 400
ล้านลิตร
ต่อมาปี 2543 บริษัทฯ
ได้ปรับมาใช้คลังน้ำมันที่อำเภอศรีราชา 2 แห่ง เพื่อรองรับเพิ่มกำลังการกลั่นเป็นประมาณ
80,000 บาร์เรล/วัน
และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำมันดิบ ซึ่งใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 16
ปี
ภายหลังเมื่อปริมาณธุรกิจและความซับซ้อนของซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น
รวมถึงมีการขยายกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรล/วัน บริษัทฯ ได้ “ศึกษาทางเลือก” ด้านคลังน้ำมันและโลจิสติกส์เพิ่มต่อเนื่อง
ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
ช่วงปี 2560–2565 บริษัทฯ ได้ใช้ FSU
BONGKOT เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว ความจุประมาณ 300 ล้านลิตร เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน
ระหว่างการศึกษาแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังและโลจิสติกส์เพิ่มเติม
ตั้งแต่ปี 2553 – 2562 บริษัทฯ
ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหลายรายเพื่อศึกษาทางเลือกการบริหารคลังน้ำมันหลายรูปแบบในหลายพื้นที่
ทั้งการศึกษาคลังเดิมในจังหวัดเพชรบุรี การพัฒนาคลังใหม่ที่จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี
การขยายคลังในจังหวัดระยอง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมในพื้นที่ฝั่งตะวันตก
รวมทั้งการใช้คลังลอยน้ำและการเช่าคลัง
โดยเปรียบเทียบด้านต้นทุน
ความจุรองรับ ระบบท่อส่ง ความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ รองรับกำลังการกลั่นและความต้องการด้านซัพพลายเชนของกลุ่มบางจากที่เพิ่มขึ้น
จากการศึกษา “ทางเลือกต่าง ๆ”
โครงการคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมจากในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งจำนวนถังจัดเก็บเพิ่มจาก 16 เป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บเพิ่มจากประมาณ 500
เป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันเพิ่มจาก
3 เป็น 5 ท่อ ท่าเทียบเรือเพิ่มจาก 2
เป็น 6 จุด ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับปริมาณธุรกิจและความต้องการของกลุ่มบางจากด้านซัพพลายเชนที่เพิ่มขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ “BCPG” อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
และมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอเสริมความมั่นคงของธุรกิจ โครงการ
“คลังน้ำมันเพชรบุรี” จึงเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนของกลุ่มบริษัทบางจากที่สอดคล้องกับทิศทางรวมถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์
“การพิจารณา” การลงทุนนั้น “BCPG” ได้ประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธี Discounted
Cash Flow (DCF) โดยอ้างอิงกระแสเงินสดในอนาคตภายใต้สัญญาการให้บริการและศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน
ภายใต้สมมติฐานทางการเงินอย่างระมัด- ระวัง
รวมถึงการใช้อัตราค่าบริการต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 50 % และอ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ
มูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท อยู่ภายในกรอบการประเมินดังกล่าว
สำหรับ “ธุรกรรม” ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ BCPG ได้พิจารณารายละเอียด
โครงสร้างธุรกรรม ความเหมาะสมทางธุรกิจ การประเมินมูลค่าอย่างรอบคอบ ก่อนถึงขั้นสุดท้ายที่คณะกรรมการ
BCPG ตัดสินใจลงทุน
ปี 2565 “ราคาซื้อขาย” แตกต่างจากราคาที่เคยกล่าวถึงเมื่อปี
2553 สะท้อนถึงมูลค่าคลังน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา
ทั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่ง ท่าเรือ ถังเก็บน้ำมัน ศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
“ธุรกรรมนี้” จึงเป็นการซื้อกิจการบางส่วนของผู้ขาย จำเป็นต้องแยกทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและกำหนดโครงสร้างการรับโอนผ่านบริษัทย่อยของคู่สัญญา
เพื่อถือครองทรัพย์สินก่อนส่งมอบ และฝ่าย BCPG ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยในกลุ่มเพื่อรับโอนกิจการ
ดังนั้นการจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวเป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิจและกฎหมายสำหรับการแยกและโอนทรัพย์สินเฉพาะส่วน
และสอดคล้องกับโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมของ BCPG
เนื่องจากตามหลักบัญชี
เมื่อมีการรับโอนกิจการต้องดำเนินการปันส่วนราคาซื้อ (Purchase Price Allocation: PPA) โดย
“จำแนก” ทั้งทรัพย์สินที่มีตัวตน และสิทธิหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นที่ต้องรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี
“ผลการวิเคราะห์” แสดงว่าจากมูลค่าซื้อขายประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
ส่วนสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีมูลค่าประมาณ 6,490 ล้านบาท
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่ มูลค่าสัญญาการใช้บริการคลังน้ำมันที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ
1,900 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสุทธิและสินทรัพย์อื่นประมาณ
170 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าความนิยมที่คาดจะได้รับจากกระแสเงินสดในอนาคต
เพื่อสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์แต่ละประเภทให้ชัดเจนขึ้น แต่ “ผลรวมของสินทรัพย์ทั้งหมด”
เท่ากับมูลค่าการลงทุน
วันนี้กลุ่มบริษัทบางจากขอยืนยันว่า
การลงทุนของ BCPG ในโครงการนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนอย่างครบถ้วน
โปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากผู้มีอำนาจตามลำดับ
ส่วนข้อสังเกตบางประเด็นช่วงที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่ง “อาจเกิดจากข้อมูล” ที่ไม่ครบถ้วน
และความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรมและหลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมการซื้อกิจการ
กลุ่มบริษัทบางจาก
ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดีการดำเนินธุรกิจมาตลอด
และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการที่เหมาะสม




















