ททท.อุบลบูม2เมกะอีเวนต์“แห่เทียน-โขงชีมูลแซ่บโพด”โตเพิ่ม
30%
จัดหนัก3เดือน“วันรวมเทียน-แห่เทียน-ไหลเทียน”-ใหม่พิเศษเทียนหอม
ชูFeel All the Feelingเสน่ห์อาหาร/วัฒนธรรม“อุบล-อำนาจเจริญ-ยโสธร
รอขึ้นเครื่องช้อปคิงเพาเวอร์สุวรรณ/ดอนเมืองน้ำหอมแฟชั่นลด30+5%
ช้อปฟินคิงเพาเวอร์สกินแคร์น้ำหอมคัดมากว่า42รายการลดแรง
40%
ททท.ดันปี69ปั๊มตลาดไกลเที่ยวไทย10ล้านคน-ปี’70รุกAirlines Focus
บางจากร่วมถอดบทเรียนวิกฤตพลังงานโลกถ่ายทอดในเวที
บสก.12
เที่ยวอิมเมอร์ซีฟศิลป์แห่งแรกในพัทยาที่“ปาโด มีเดีย
อาร์ต สเปซ”
6เคล็ดลับคลายร้อนกับเทคนิคควรรู้ใช้ปฏิบัติในช่วงที่โลกกำลังเดือด
“รมว.สุรศักดิ์”จับมือกรรมธิการฯ ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยั่งยืนปลอดภัย
AOT เจ้าภาพประชุม IATA Slot ปี’70เล็งบินมาไทยกว่า87แอร์ไลน์ส
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #KingPower #TAT #บางจาก #PadoMediaArtSpacePattaya
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1CWomPs1KU/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี เปิดเมืองน่าเที่ยวจัดมหกรรมปลุกเศรษฐกิจหน้าฝนด้วยประเพณีใหญ่แห่งปี
ควบ 2 บิ๊กอีเวนต์ อีเวนต์แรก “แห่เทียนพรรษา” ยาว 3 เดือน “ก่อนงาน” 1-27 ก.ค.สายศรัทธาห้ามพลาดร่วมทำเทียนทั้งติดแกะพิมพ์
เติมกำลังทรัพย์จัดหาอุปกรณ์สร้างต้นเทียน “ระหว่างงาน” 28 ก.ค.-1
ส.ค.นี้ ตระการตากับ “วันรวมเทียน-วันแห่เทียน-วันไหลเทียน”
รอบเมือง เปิดขายบัตร 5,000 ที่นั่ง หอการค้า ททท. โรงแรม
ผนึกจัดชมความพิเศษครั้งแรก “เทียนเรืองแสง+เทียนหอม”
ขยายวันพักเพิ่ม พร้อมโปรโมชั่น ซื้อบัตร 300 คนแรก ลดทันที 100
บาท/ใบ อีเวนต์ที่ 2 “Feel
All the Feelings @อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร” จัดกระหึ่ม
“โขง ชี มูล
แซ่บโพด” มิ.ย.-ส.ค.69 ชูเสน่ห์อีสาน อาหาร
วัฒนธรรมการกินซิกเนเจอร์ “หมูยอ” เมืองอุบล “ลาบ” เมืองยโสธร “ข้าวหอม”
เมืองอำนาจเจริญ
นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี เปิดเผยว่า เตรียมต้อนรับงานท่องเที่ยวรายการใหญ่แห่งปี “ประเพณีแห่เทียนพรรษา” คาดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาร่วมงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 30 % ซึ่งมีองค์ประกอบอื่นเป็นปัจจัยเสริม ราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รวมถึง รถทัวร์ รถไฟ เตรียมเพิ่มจำนวนเที่ยวให้เพียงพอด้วย ส่งเสริมการท่องเที่ยวงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี จัดต่อเนื่อง 3 เดือน แบ่งเป็น 3 ช่วง
ช่วงที่ 1 “ก่อนงาน” ระหว่าง 13-17 กรกฎาคม
ชาวบ้านตามชุมชนต่าง ๆ เริ่มทำเทียน เปิดให้สื่อกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ โซเชียลต่าง ๆ
เข้ามาชมร่วม มีติดพิมพ์ แกะสลัก และทำเทียนโบราณ คัดไว้ในอำเภอเมืองทั้งหมด 9
ชุมชน ไกลสุดคือ วัดอำเภอวารินชำราบ
ตอนนี้นักท่องเที่ยวสามารถไปช่วยเติมกำลังใจต้องการให้คนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา
มาช่วยกันติดพิมพ์ ก่อนจะประกอบเป็นต้นเทียนขนาดใหญ่
กำลังทรัพย์เพื่อนำไปปัจจัยจัดหาอุปกรณ์มาทำเทียนแต่ละวัด พุทธบูชา
ช่วงที่
2 ระหว่างงาน วันที่
29 กรกฎาคม -1 สิงหาคม 2569 จัดบริเวณข้างศาลหลักเมืองอุบลราชธานี มีกิจกรรมมากมายครอบคลุมทุกมิติ ทั้งงานประเพณี
ตลาดสีเขียว ผ้าพื้นเมือง การจำหน่ายสินค้าชุมชน
ไฮไลต์อีก 1 วัน ที่ช่างเทียน
ชุมชน และนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติรอคอยชม “วันรวมเทียน” วันที่ 28 กรกฎาคม เริ่มตั้งแต่ 18.00 น.บริเวณ รอบทุ่งสีเมือง
ทุกวัดจะต้องนำเทียนออกจากวัดแล้วมารวมไว้รอบทุ่งศรีเมืองทั้ง 3 แบบ คือ ติดพิมพ์ แกะสลัก เทียนโบราณ ดึงดูดช่างภาพ สื่อ
เข้ามาร่วมถ่ายภาพ เผยแพร่งานให้รู้กันทั่วโลก
ห้ามพลาด !! วันที่ 29-30 กรกฎาคม เรียกว่า “วันแห่เทียน”
จะจัดขบวนยิ่งใหญ่ตระการตาให้ชมได้ถึง 2 รอบ เริ่มจาก
“ช่วงเช้า” มีเทียนประมาณ 50 ต้นพร้อมนางรำโชว์ “ช่วงเย็น”
นำเสนอการแสดง แสง สี เสียง พร้อมรถเทียนอีก 10 ต้น
จัดแสดงรำประกอบขบวนราว 3 ชั่วโมง
“ที่นั่งชมงาน” ตลอดช่วง “แห่เทียน” พรรษาอุบลราชธานี
จะมีประมาณ 5,000 ที่นั่ง
รองรับให้บริษัทนำเที่ยวจองซื้ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อแพกเกจได้ชม
ราคาที่นั่ง ช่วงเช้า 1,000 บาท/คน/ที่นั่ง มีบริการอาหาร
คอฟฟี่เบรก พัดลม คนดูแล ห้องน้ำ “ช่วงเย็น” 500 บาท/คน/ที่นั่ง
ทางหอการค้าอุบลราชธานี เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
“วันไหลเทียน” วันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม จัดต่อเนื่องจากวันแห่เทียนช่วงกลางคืน
จะนำต้นเทียนที่ได้รับรางวัลทุกประเภท ไม่เกิน 10 ต้น 10
คันรถ แห่รอบเมืองเก่าในอุบลราชธานี
ช่วงที่ 3 หลังแห่เทียน ภายใต้โครงการ “เทียนอุบล
ยลได้ตลอดเดือน” ทางผู้จัดงานจะรวบรวบนำไปโชว์ความสวยงามตั้งไว้ที่
“วัดพระธาตุหนองบัว” เริ่ม 1 สิงหาคม จนถึงวันสุดท้าย 17 สิงหาคม
2569
ผอ.ธนภร
กล่าวว่า ขณะนี้ชุมชนทยอยทำเทียนแต่ละวัดก็จะเริ่มขึ้นโครงเทียน ดั
งนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมได้เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ส่วนที่นั่งชมประเพณีแห่เทียนช่วงวันที่ 29-30 กรกฎาคม นี้
ทางหอการค้าขายบัตรเต็มทุกที่นั่งแล้ว นอกจากชมตัวรถต้นเทียนอันวิจิตรงดงามแล้วยังมี
2 พันธมิตรใหญ่ ได้แก่ บริษัท รวมสินไทย แทรกเตอร์ (ยันม่าอุบลฯ) และ
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ร่วมสนับสนุนการแสดงศิลปวัฒนธรรมประกอบขบวน
สุดยิ่งใหญ่ในชื่อชุด “อุบลราชธานี ศรีศิลป์” จัดบริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าสุนีย์ทาวเวอร์
กิจกรรมนี้จะจัดแสดง “ขบวนเทียนเรืองแสง”
พร้อมกับเป็นปีที่ ททท.และทุกภาคส่วนได้เพิ่มความพิเศษ “เทียนหอม”
เข้าไปด้วย เพื่อ “ขยายวันพักเฉลี่ย” มากขึ้น ทางหอการค้าขายบัตรชมเทียนยามค่ำคืน
ราคา 500 บาท/คน
ททท.ร่วมทำโปรโมชั่นมอบให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อบัตร 300 คนแรก รับทันทีส่วนลด 100 บาท/คน
สำหรับการจัดแสดงโชว์ขบวนเทียนหอมเรืองแสงจะจัดทั้งหมด
4 รอบ
ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
-รอบที่ 1 และ 2 (ขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน): วันที่ 29 -
30 กรกฎาคม 2569
-รอบที่ 3 และ 4 (งานวันไหลแห่เทียนพรรษา): วันที่ 31 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2569
ททท. สำนักงานอุบลราชธานี
เชื่อมั่นว่าความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งในครั้งนี้
จะช่วยยกระดับงานประเพณีไทยสู่มิติใหม่ มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ
และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานีให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ททท. สำนักงานอุบลราชธานี ร่วมกับโรงแรมสุนีย์แกรนด์
อุบลราชธานี มอบหมายให้ “กลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม” รังสรรค์ตัวรถต้นเทียนขนาดความยาว
5 เมตร กว้าง 2.5 เมตร โดยใช้เทคนิคสีเรืองแสงผสมลงในเนื้อเทียนหอม
ถ่ายทอดรากเหง้าทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ล้ำค่าของจังหวัดอุบลราชธานีที่มีมาอย่างยาวนานไว้ในขบวนเทียน
เช่น พระเจ้าใหญ่อินแปง วัดป่าใหญ่, ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก
วัดสว่างอารมณ์ อ.เขื่องใน, น้อนเหรา วัดธรรมมิการาม อ.เขมราฐ, ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร, ฮูปแต้มจากผาแต้ม ตกแต่งด้วยดอกไม้นามพระราชทานสมเด็จพระพันปีหลวงทั้ง
5 ชนิด จากวนอุทยานน้ำตกผาหลวง
ผอ.ธนภร
กล่าวว่า ได้วางกลยุทธ์จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง 2569
ด้วยโครงการ “Feel All the Feelings @อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร” ระหว่างมิถุนายน-สิงหาคม 2569
นำเสนอกิจกรรม “โขง ชี มูล แซ่บโพด”
สื่อถึงแม่น้ำที่ไหลผ่านแต่ละจังหวัดผสานเข้ากับเมนูอาหารวัฒนธรรมการกินแบบพื้นบ้าน
ภายใต้ธีมหลัก FEEL ALL THE FEELINGS : ISAN CREATIVE
GASTRONOMY เสน่ห์ไทยอีสาน
เสน่ห์โขง-ชี-มูล แซ่บ...ทู๊ก...วัน 365 วัน”
แล้วคัดเมนูยอดนิยมมาจัดไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวในสำรับหรือพาข้าว ได้แก่
“หมูยอ”
เป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดอุบลราชธานี
จะมีเชฟมารังสรรค์เมนูแซ่บโพดอยู่ในแต่ละพาข้าวแต่ละมื้อ
“ลาบ” ซิกเนเจอร์ของจังหวัดยโสธร
ได้จัดกิจกรรมให้เชฟทุกคน ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วเมือง
เน้นความสวยงามในการแต่งหน้าลาบเพิ่มแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวแวะเข้ามาชมชิมไปพร้อมกัน
“ข้าวหอม”
ซิกเนเจอร์จังหวัดอำนาจเจริญมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นข้าวอินทรีย์ 100% ปลูกในแหล่งอุดมสมบูรณ์
ทำให้ได้ข้าวหอมกรุ่นคล้ายใบเตย เมล็ดเรียวยาว ขาวนวล
เมื่อหุงสุกจะเหนียวนุ่มละมุนลิ้น
ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิระดับประเทศมายาวนาน
ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการจองที่พัก
รถเดินทางภายในจังหวัด ขณะนี้ผู้ประกอบการรถตู้ รถเช่า รถยนต์ส่วนตัว จากทั้ง
อุบลราชธานี อำนาจเจริญ
ยโสธรระดมมารวมตัวกันอยู่ในช่วงท่องเที่ยวงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี
เพื่อรองรับความต้องการเช่าเดินทางตลอด 3 เดือน ขณะที่
“ห้องพักโรงแรม”
ททท.สำนักงานอุบลราชธานีจะมอนิเตอร์โดยประสานกับโรงแรมแต่ละแห่งแจ้งข้อมูลห้องพักที่ว่างพร้อมเช็คอินได้ในแต่ละช่วงทั้งในอำเภอเมืองอุบลราชธานี
ไปจนถึงออกนอกเมืองไปทางวารินชำราบ พิบูลมังสาหาร อำเภอเดช มีรีสอร์ต โฮมสเตย์
ททท.พร้อมจะเป็นศูนย์กลางให้กับนักท่องเที่ยวสอบถามได้
ททท.และทุกภาคส่วนในอุบลราชธานี ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเดินทางเข้ามาร่วมงานประเพณีแห่เทียนพรรษา เริ่มตั้งแต่ 13-27 กรกฎาคม ต่อเนื่องไปจนถึงวันสุดท้าย 17 สิงหาคม 2569 มาสัมผัสประสบการณ์ความประทับใจควบคู่ไปกับ “Feel All the Feelings @อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร เพลิดเพลินเสน่ห์อาหาร “โขง ชี มูล แซ่บโพด” ได้ตลอด 365 วัน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-รอขึ้นเครื่องช้อปคิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ/ดอนเมืองน้ำหอมแฟชั่นลด30+5%
คิง เพาเวอร์ ดีลเดือด! “บิวตี้”
ลดสูงสุด 30%*
+ ON-TOP 5% จัดช่วงเวลารอขึ้นเครื่อง (Boarding) ที่สนามบินหลักทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ
ดอนเมือง แล้วตลุยช้อปรับสิทธิ์ได้ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ดังนี้
1.น้ำหอม เครื่องสำอาง
สกินแคร์ ลดสูงสุด 30%* + ON-TOP 5%
• ช้อปครบ 3,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%*
• ช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25%*
• ช้อปครบ 8,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสงสุด 30%*
พิเศษ! สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มอีก 5% สินค้าแผนกน้ำหอม และเครื่องสำอางที่ร่วมรายการ)
2.ช้อป “แฟชั่น”
ลดทันที! 30% สมาชิก
POWER PASS ช้อป 1 ชิ้น ลดทันที30%* (ไม่มีขั้นต่ำ)
(เฉพาะสินค้าแผนกแฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ร่วมรายการ)
ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! รับทันที!
เซตคูปองส่วนลด สูงสุด 30% รวม 5 ใบ
เลือกการซื้อสินค้าแผนกที่ร่วมรายการภายในสาขาที่กำหนดเท่านั้น
ข่าวที่ 2 -ช้อปฟินคิงเพาเวอร์สกินแคร์น้ำหอมคัดมากว่า42รายการลดแรง40%
ช้อปฟินที่
คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง คุ้มกว่าช้อปที่อื่น! เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ที่สินค้าบิวตี้ลดสูงสุด 40% เช็กอินแล้วต้องแวะ! จ่ายน้อยกว่า
แต่ช้อปได้มากกว่า!
“น้ำหอม-สกินแคร์”
แบรนด์ดังที่คัดมาแล้วว่าคนไทยต้องชอบ มากกว่า 42 รายการที่ร่วมรายการ ESTEE LAUDER • JO MALONE • LANCOME • YVES
SAINT LAURENT • SULWHASOO และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย
พิเศษ!
เฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
ให้สิทธิ์เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น
ตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชั่น แบรนด์ และสินค้าที่ร่วมรายการ ณ จุดขาย
ข่าวที่ 3-ททท.ดันปี69ปั๊มตลาดไกลเที่ยวไทย10ล้านคน-ปี’70รุกAirlines Focus
นางจิระวดี
คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ปรับลดเป้าหมายปี 2569
ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Longhual )
ให้สอดคล้องตามสถานการณ์จริง ช่วงเหตุการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางเหลือประมาณ 10
ล้านคน ควบคู่กับตัวแปรที่มีผลทำให้นักท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ตัดสินใจเดินทางมายังเมืองไทยด้วย
3 ปัจจัย ประกอบด้วย
ปัจจัยที่
1 ปริมาณจำนวนที่นั่งเที่ยวบินระยะไกลเข้าออกไทยช่วงมิถุนายน-ตุลาคม
นี้ ลดลง 30% ผนวกราคาน้ำมันเพิ่มทำให้ตั๋วโดยสารเครื่องพุ่งสูง 45%
ปัจจัยที่
2 ร่วมมือกับสนับสนุนการรักษาเที่ยวบินจากอเมริกา
ของสายการบินชั้นนำทั้ง ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ อีวีเอแอร์ (ไต้หวัน) ไชน่าแอร์ไลน์ส
(สาธารณรัฐประชาชนจีน) ที่มีเที่ยวบินจากต้นทางมายังไทย
ปัจจัยที่
3 รักษาตลาดการเดินทางตลอดกรีน ซีซั่น อย่าง สหราชอาณาจักร
ซึ่งทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้ใช้กลไกตลาดหันไปขายพื้นที่ภายในยุโรปเพิ่มขึ้น
ซึ่งไทยยังคงสามารถดูแลนักเดินทางตลาดกลุ่มคุณภาพได้ดี
พิสูจน์ได้จากยอดจองเข้าพักโรงแรม 4-5 ดาว
ยังมีอัตราการเติบโตได้ดี
ยกเว้น
“ตลาดตะวันออกกลาง” อย่าง “ซาอุดิอาระเบีย” มีสัญญาณลดลงประมาณ 23% ปี 2568 กลุ่มตะวันออกกลางมาเที่ยวเมืองไทยรวมกว่า 900,000
คน ปีนี้ ททท.ได้ทางออกโดยการนำเสนอขายพื้นที่เที่ยวตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเน้นเมืองหลัก
ช่วงมีนาคม-พฤษภาคม
2569 ททท.ได้ใช้กลยุทธ์ Airlines Focus ขยายฐานตลาดเพิ่มจากพื้นที่ยุโรปกลาง เช่น อุเบกิซสถาน เตอร์กีสสถาน
อาเซอร์ไบจัน ผนวกใช้จุดขายเรื่องสร้างมูลค่ามากกว่าปริมาณหรือ Value Over
Volumn
ส่งเสริมเชิงรุกในตลาดดาวรุ่งยุโรปเหนืออย่างโปแลนด์ปีนี้เติบโตสองหลัก
นางจิระวดี
กล่าวว่า ขณะนี้กำลังทำแผนการตลาดปี 2570 นำเสนอขาย “New
Tourism” ไว้ด้วยอีก 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 สร้างประสบการณ์ความคุ้มค่า
เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวได้นำไทยซึ่งมีปัจจัยต่าง ๆ
ทำให้ราคาห้องพักเฉลี่ยสูงขึ้น 20 % ไปเปรียบเทียบราคาโรงแรมกับเวียดนาม
และคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ปี 2570
ตลาดจะเน้นทำเชิงด้วยการตลาด AI W x L x D กว้าง ยาว ลึก ใช้ศักยภาพสายการบินชั้นเป็นกลไกขยายการเติบโตไปด้วยกัน
เช่น “เตอร์กีสแอร์ไลน์” เตรียมรุกขยายจุดบินเชื่อมโยง อิสตันบูล ไป-กลับ
เมืองระยะไกล นิช มากเซ บ็อกโด ฝรั่งเศส
และเมืองหลักในยุโรปอีกหลายแห่งด้วยกัน เช่น
“การบินไทย”
เตรียมเปิดบินตรง กรุงเทพฯ -อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ เริ่ม 1 กรกฎาคม 2569
“เวอร์จิน
แอตแลนติก แอร์เวย์ส” จะเปิดบินจาก ท่าอากาศยานฮีทโทรว์ (อังกฤษ)
“นอร์ธแอตแลนติก”
จากสหราชอาณาจักร สแกนดิเนเวีย (สวีเดน เดนมาร์ก )
ช่วงที่ดูไบบูมสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดยุโรปไปได้จำนวนมาก
“FLY
Dubai” จะเปิดบินตรง ดูไบ-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เพิ่มเป็น 2 เที่ยว/วัน จากปัจจุบัน 1 เที่ยว/สัปดาห์
ขณะนี้ยอดจองที่นั่งล่วงหน้าค่อนข้างแข็งแรงดี
แล้วยังมี
เอทิฮัด แอร์เวย์ส อีวีเอแอร์(ไต้หวัน)
ซึ่งมีเที่ยวบินจำนวนมากจากอเมริกามายังเอเชีย อาเซียน
จะย้ายจากแอตแลนติกศูนย์กลางเชื่อมโยงการบินมาฝั่งแปซิฟิก
“แอสตาน่า
แอร์ไลน์ส” อาจจะกระทบบ้างเมื่อรัฐบาลไทยมีนโยบายยกเลิกฟรี วีซ่า
ทำให้นักท่องเที่ยว “อุเบกิซสถาน” กังวล แต่กำลังเจรจาให้ใช้วีซ่า 15 วันได้
ขณะนี้
ททท.กังวลตลาดระยะไกลอาจได้รับผลกระทบจาก 2 เหตุการณ์ ได้แก่ 1.กรณีดูไบกลับมาฟื้นตัวจะทำให้นักท่องเที่ยวเฮไปยังพื้นที่ดังกล่าว
2.สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
หากรัฐบาลในยุโรปประกาศขึ้นคำเตือนนักท่องเที่ยว หรือ Travel Warning มีผลกับการซื้อประกันการเดินทางไม่ได้ด้วย
สำหรับสถานการณ์ตลาดระยะไกลมาไทยครึ่งปีหลัง
2569
“ตลาดอเมริกา
แคนาดา ลาตินอเมริกา” ซึ่งมีบิน 24-36 ชั่วโมง ปี 2568
มาไทย 1.5 ล้านคน เพิ่ม 6.84 % ตะวันออกกลาง+แอฟริกา 1.2 ล้านคน เพิ่ม 2.86% ปี 2569 น่าจะทรงตัว อเมริกา (ไม่รวมตะวันออกกลาง)
จะทำได้ประมาณ 1.72 ล้านคน ลดลง 30% รอสถานการณ์ภายในพื้นที่
รวมทั้งใช้ศักยภาพ “แอร์แคนาดา” บินตรงแบบประจำตลอดปี ครอบคลุมพื้นที่
แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน กับออกจากอเมริกาเหนือ ชิคาโด ซานฟรานซิสโก ปี 2570 จะไปรุกตลาดร่วมกับสายการบินต่าง ๆ หรือเมื่อ
“แอร์ แอสตานา” ควบรวมกับเดลต้า แอร์ไลน์ จะทำให้มีโอกาสขยายธุรกิจมากขึ้น
“ตลาดยุโรป”
ปี 2569 ช่วง 2 เดือนแรก เพิ่ม 16%
ดีขึ้น จากแอร์เอเชีย เปิด อัลมาตี้ ราซัคสถานได้ 1แสนคน แต่หลังเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางทำให้ “ยุโรปใต้” ลดลง
เพราะต้องพึ่งสายการบินตะวันออกกลางกว่า 70%
แต่หลายประเทศปรับกลยุทธ์
เช่น “สเปน” จะร่วมกับมือกับ เอล ฟอเต้ มีแผนกขายท่องเที่ยวและตั๋วสารสายการบิน หรือ ยุโรปตะวันออก จะมี “LOT
POLISH Airline” โปแลนด์ เตรียมเปิดบินตรงมาไทยเริ่ม 7 ตุลาคม นี้ 5เที่ยว/สัปดาห์ และอื่น ๆ
ข่าวที่
4-บางจากร่วมถอดบทเรียนวิกฤตพลังงานโลกถ่ายทอดในเวที บสก.12
นางนฤพรรณ สุธรรมเกษม
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่กลุ่มบริษัทบางจาก
ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรการเสวนาหัวข้อ “วิกฤตพลังงานโลกกับทางออกของประเทศไทย”
ภายใต้หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลาง
ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.) รุ่นที่ 12 โดยสถาบันอิศรา
มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยเสวนาร่วมกับ
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และมี ดร.สุภนันท์
ฤทธิ์มนตรี จากกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์
นางนฤพรรณได้สะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ต่อวิกฤตพลังงานและความผันผวนของราคาน้ำมัน
อันเป็นผลจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทย
เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงเกือบ 90% จึงก่อให้เกิดความกังวลต่อความเพียงพอของน้ำมัน ช่วงเวลาดังกล่าว บางจากฯ
ได้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดหาน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นอย่างเต็มกำลัง
เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตะวันออกกลาง
บางจากฯ
ยังคงรักษาระดับกำลังการกลั่นให้สอดคล้องกับความต้องการ
และดูแลปริมาณสำรองน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เพียงพอสำหรับการกลั่นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับแผนระยะยาว
ไทยควรส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม ลดพึ่งพาการนำเข้าได้ทันที 10-20% เช่น B20 และ E20 รองรับด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่มี
นอกจากจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรกรรม
และส่งเสริมเงินหมุนเวียนในประเทศ
ลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศและความผันผวนด้านราคาพลังงาน
รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทน
พลังงานทางเลือกในอนาคต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน พลังงานไฮโดรเจน
พลังงานนิวเคลียร์ จะมีบทบาทสำคัญสร้างสมดุลของระบบพลังงาน (Energy Trilemma) ด้านความมั่นคง
ความสามารถในการเข้าถึงและความยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบางจากฯ
ในการก้าวเป็นผู้นำด้าน Greenovation ภายใต้วิสัยทัศน์
“รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว”
ช่วงที่ 2 เที่ยวใกล้
ๆ ขึ้นมอเตอร์มุ่งสู่ภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ชวนเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ แห่งแรกในพัทยาที่ “ปาโด มีเดีย อาร์ต สเปซ”
ดื่มด่ำงานศิลปะ ท่ามกลาง แสง สี กลิ่นอโรมา สไตล์เกาหลี
ลองเช็คอินสักครั้งเพื่อความฟิน แล้วฟัง “6เคล็ดลับคลายร้อน” กับเทคนิคควรรู้ใช้ปฏิบัติในช่วงที่โลกกำลังเดือด
และอัพเดท ข่าวแรก “รมว.สุรศักดิ์”จับมือกรรมธิการฯ ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยั่งยืนปลอดภัย
ข่าวที่สอง “AOT เจ้าภาพประชุม
IATA Slot” ปี’70เล็งบินมาไทยกว่า87แอร์ไลน์ส
ท่องเที่ยว
–เที่ยวอิมเมอร์ซีฟศิลป์แห่งแรกในพัทยาที่“ปาโด มีเดีย อาร์ต สเปซ”
เที่ยวมุมใหม่ ในพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ชวนผู้ที่รัก “ศิลปะ แสง เสียง กลิ่นสัมผัสอโรมา” เช็คอินได้ที่ “ปาโด มีเดีย
อาร์ต สเปซ : PADO MEDIA ART SPACE” ดินแดนศิลปะสวยงาม 12 ห้อง 14 ธีม ใช้เวลเดินชมเพื่อเสพงานศิลป์ได้ครั้งละ
1.30-2 ชั่วโมง
เปิดบริการจะครบ 1 ปีแล้ว อยู่ตรงนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
ได้ดีไซน์การลงทุนแห่งแรกในเมืองพัทยาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเทรนด์อินเตอร์ในรูปแบบ
“สื่อเสมือนจริงและโต้ตอบกับผู้ชมได้” จัดแสดงนิทรรศการศิลปะดิจิทัล หรือ Immersive
Art สุดล้ำแห่งแรกในเมืองพัทยา
ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สัมผัสแสง สี เสียง และกลิ่น เมื่อเดินผ่านเข้าไปยืนอยู่ในแต่ละห้องจะให้ความรู้สึกต่างกันไปเดินเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดและเป็นส่วนหนึ่งศิลปะได้จริง
“โซนจัดแสดง” : ครอบคลุมตั้งแต่โลกอวกาศ ธรรมชาติ ป่าลึกลับ (หิ่งห้อย/ผีเสื้อ)
และศิลปวัฒนธรรมไทย
● ห้องที่ 1 Universe ห้องแห่งจักรวาล
เสมือนได้ยืนอยู่ท่ามกลางความกว้างใหญ่
● ห้องที่ 2
Harmony ห้องความกลมกลืน ละลานตาด้วยดอกไม้ไทย สวยงามตระการตา
● ห้องที่ 3 Secret ห้องแห่งความลับ
ที่น่าค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในสวนดอกไม้สีสันสุดตระการตา
● ห้องที่ 4 PADO WAVE ห้องแห่งคลื่น
เสมือนท้องทะเลกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาชายฝั่งคือโลกของตัวเราเพียงคนเดียว
● ห้องที่ 5 TIME SPACE ห้องแห่งกาลเวลา
และอวกาศ ช่วยสรรสร้างจินตนาการความสุข ของคนในโลกยุคอนาคต
● ห้องที่ 6 HIGHTLIGHT ห้องแห่งช่วงเวลาสำคัญ
ที่จะพาข้ามจากความสว่างสู่ความมืดมิด
● ห้องที่ 7
AURORA ห้องเวอโรร่า
ห้องที่มีท้งความสวยงามจากใต้บาดาลของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลไปจนถึงดวงดาวบนท้องฟ้า
● ห้องที่ 8
AQUA ห้องแห่งการไหลของน้ำ
ผสานสายน้ำพุ่งทะยานดังน้ำพุกับแสงไฟสลับสีสวยงาม
● ห้องที่ 9
WISH ห้องแห่งความปรารถนา เต็มไปด้วยโคมลอยปล่อยสู่ท้องฟ้า
คล้ายโคมยี่เป็งที่นำพรที่ดีมาสู่ตัวเรา
● ห้องที่ 10 PLAYGROUND ห้องสนามเด็กเล่น
ละลานตาด้วยดวงดาวแห่งจักรวาลตามจินตนาของผู้คน
● ห้องที่ 11 TRAVEL ห้องแห่งการท่องเที่ยว
นำเสนอความเชื่อและศรัทธาผ่านองค์พระพุทธรูปที่ผ่านกาลเวลาตลอดห้วงชีวิตคน
● ห้องที่ 12 INSIGHT ห้องแห่งข้อมูลเชิงลึก
ซึ่งเป็นจุดของภาพที่บันทึกความทรงจำด้วยสีสันของอวกาสอย่างมีสีสัน
ไฮไลต์มุมถ่ายรูป : 1.ห้อง UNIVERSE: ดำดิ่งไปกับแสงของจักรวาลและดวงดาว
2.ห้อง HARMONY: สวนดอกไม้ดิจิทัลที่มีกลิ่นหอมละมุน
3.ห้อง PADO Wave: ห้องที่ให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางเกลียวคลื่นขนาดใหญ่
การแต่งตัว: แนะนำให้ใส่ ชุดสีขาว หรือ สีเรียบๆ เพื่อให้แสงของโปรเจกเตอร์สะท้อนเข้ากับเสื้อผ้า
ถ่ายรูปออกมาสวยโดดเด่นและทำคอนเทนต์ได้ง่าย
สุขภาพ –6เคล็ดลับคลายร้อนรู้นำมาใช้ปฏิบัติช่วงที่โลกกำลังเดือด
1.พกน้ำดื่มติดตัว :น้ำดื่ม
ร่างกายที่สูญเสียเหงื่อไปมากมักขาดน้ำได้ง่าย ทั้งความเหนื่อย ความร้อน
ความกระหายน้ำ ทำให้คนป่วย เป็นลม หมดสติไปหลายราย
และยังเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำอีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ
ดังนั้นเหลือพื้นที่ในกระเป๋าไว้ให้น้ำดื่มขนาดพกพาสักขวด
2.ผ้าเย็น+พัดลมมือถือ
: เมื่ออยู่นอกบ้าน ต้องทำกิจกรรมด้านนอกอาคารนาน ๆ การมีผ้าเย็น
หรือทิชชู่เปียกสักผืน เช็ดให้ทั่วใบหน้า และลำคอ ก่อนจะเปิดพัดลมมือถือใส่หน้า เพิ่มความเย็นสบายได้จริง
3.สเปรย์ หรือมิสต์ฉีดหน้า : หากมีสเปรย์
หรือมิสต์ (mist) ก็สามารถนำมาฉีดหน้าระหว่างวันได้
สามารถเลือกซื้อสเปรย์ หรือมิสต์ฉีดหน้าได้ตามร้านขายเครื่องสำอาง
หรือซูเปอร์มาร์เก็ตโซนเครื่องสำอางทั่วไป หากเป็นผู้หญิงแต่งหน้า
มีสเปรย์ที่ช่วยควบคุมความมัน และให้เครื่องสำอางติดทนให้เลือกใช้ด้วย
ส่วนคุณผู้ชายก็ใช้สเปรย์น้ำแร่ที่ไม่ต้องแต่งหน้าก็ใช้ได้
หรือจะเลือกสเปรย์เย็นฉีดดับกลิ่นกายก็ได้เช่นกัน
4.เลือกสวมเสื้อผ้าโปร่งๆ เนื้อผ้าระบายความร้อนได้ดี : ควรเลือกเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าลินิน ผ้าฝ้าย
ผ้าฝ้ายลายคลื่น (Seersucker) ผ้าแชมเบรย์
หรือเดนิมแห่งฤดูร้อนที่สีฟ้าอมเทาของผ้าชนิดนี้มักเลือกมาทำเป็นเสื้อเชิ้ตแทนผ้ายีนส์หนาๆ
ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูป
แล้วหันมาใส่แนวโปร่ง ๆ โคร่ง ๆ อย่างเสื้อเชิ้ตโอเวอรไซส์ กางเกงขาบาน ๆ ใหญ่ๆ
หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าทับซ้อนกันหลายชั้น เลือกสีอ่อน มากกว่าสีเข้ม
โดยเฉพาะสีดำ เพราะจะยิ่งดูดความร้อน ทำให้เรารู้สึกร้อนมากยิ่งขึ้น
5.น้ำแข็งประคบตรงชีพจร : วิธีอาจจะแปลกสักหน่อย
แต่ได้ผลจริง หากรู้สึกร้อนมากๆ ลองเอาของเย็นๆ เช่น น้ำแข็ง หรือแก้ว
ขวดเครื่องดื่มที่มีความเย็น มาวางตรงจุดที่สามารถวัดชีพจรได้ เช่น
เส้นเลือดบริเวณข้อมือ คอ ข้อพับ ข้อศอก ข้อเท้า ขาหนีบ
6.สวมหมวก กางร่มกันยูวี กันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน : ปกป้องตัวเองจากแสงแดด สาเหตุสำคัญที่ทำให้อากาศร้อน
นอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนจากแสงแดดถึงผิวของเราแล้ว
ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังของเราได้รับอันตรายจากแสงยูวี
ตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแห้งเสีย หมองคล้ำ มีริ้วรอยก่อนวัย ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
หากต้องอยู่กลางแดดนาน ๆ ก็อย่าลืมสวมหมวก สวมชุดแขนยาวขายาว
ปกป้องผิวไม่ให้ผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงจะดีที่สุด
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“รมว.สุรศักดิ์” จับมือกรรมธิการฯดันท่องเที่ยวไทยสู่ยั่งยืนปลอดภัย
นายสุรศักดิ์
พันธ์เจริญวรกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า
ได้ต้อนรับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร นำโดย พันโท สินธพ
แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่ ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ใช้โอกาสนี้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
รับฟังข้อเสนอแนะ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ
เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ
สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ประชาชนในทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง
โดยได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว
สภาผู้แทนราษฎร
ที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศ
ด้วยข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวทางการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนได้ตรงเป้าหมาย
ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่หันมาใช้แนวคิด
Value over Volume เปลี่ยนจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่
“คุณภาพ” มุ่งสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดคุณภาพ
รักษาสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทำให้ท่องเที่ยวเป็นกลไกพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
รวมทั้งให้น้ำหนักความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ปัจจุบันถือเป็นปัจจัยหลักให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาไทย
โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ
เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว การท่องเที่ยวโดยชุมชน
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
ลดความแออัดตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก
และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจถึงมือประชาชนในทุกพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลต้องการใช้ท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง
โดยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน
ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สร้างความเชื่อมั่น สร้างรายได้ สร้างความยั่งยืนระยะยาว
ข่าวที่สอง –
AOTเจ้าภาพประชุมIATA Slotปี70เล็งบินมาไทยกว่า87แอร์ไลน์ส
นางสาวปวีณา
จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)
ร่วมกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air
Transport Association: IATA) เป็นเจ้าภาพจัดประชุมจัดสรรเวลาบิน (IATA
Slot Conference) ครั้งที่ 158 เมื่อ 9
– 11 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์
และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานงานเลี้ยงต้อนรับผู้ร่วมประชุม
พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ภายในการประชุมประกอบด้วยการประชุมเจรจาการจัดสรรเวลาการบิน
(Slot Allocation) ระหว่างหน่วยงานจัดสรรเวลาการบินของท่าอากาศยานและสายการบินทั่วโลก
เพื่อการประสานงานจัดสรรสล็อตบิน ให้แก่ สายการบินที่มีแผนทำการบินเข้า -
ออกท่าอากาศยาน รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการของท่าอากาศยานทั่วโลก สายการบินและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ในอุตสาหกรรมการบิน โดยไทยได้รับความสนใจที่จะเปิดบินเข้ามาเบื้องต้นจากกว่า
87 สายการบิน
ในส่วนของ
AOT ได้ร่วมจัดนิทรรศการที่นำเสนอข้อมูลขีดความสามารถและศักยภาพของท่าอากาศยาน
ตลอดจนแผนพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง
และนำเสนอมาตรการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme) ณ
ท่าอากาศยานของ AOT เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับสายการบินที่มาร่วมการประชุมให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน
หรือเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
AOT ได้รับเกียรติร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IATA Slot Conference ครั้งที่ 158 ภายใต้แนวคิด “World-Class
Hospitality” มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,300 คน
จากท่าอากาศยานกว่า 300 แห่ง กว่า 250 สายการบิน
และผู้แสดงสินค้าทั่วโลกกว่า 90 ราย
เป็นหนึ่งในการประชุมทางธุรกิจที่สำคัญของอุตสาหกรรมการบิน
และเป็นครั้งแรกของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพ
แสดงถึงศักยภาพด้านการบินเชิงพาณิชย์ สะท้อนถึงความพร้อมของ AOT ด้านการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เทคโนโลยี
และการให้บริการที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ เป็นปัจจัยสำคัญดึงดูดสายการบิน
พันธมิตรทางธุรกิจและนักลงทุนในอุตสาหกรรมการบิน
สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบิน
(Aviation Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
วัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกจัดสรรเวลาการบิน
(Slot) ตามท่าอากาศยานที่มีความแออัดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
รวมถึงเปิดโอกาสให้เจรจาโดยตรงระหว่าง Slot Coordinator กับสายการบิน ซึ่งสายการบินสามารถเจรจาเพื่อรักษา ปรับเปลี่ยน หรือขอรับ Slot
ใหม่ ณ ท่าอากาศยานที่ต้องการทำการบินได้
เพื่อให้สายการบินทั่วโลกสามารถวางแผนด้านตารางบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกิดการเติบโตของเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ
ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการบิน
เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรของท่าอากาศยานอย่างคุ้มค่า
นางสาวปวีณา
กล่าวว่า AOT มุ่งหวังว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญแสดงศักยภาพท่าอากาศยาน
โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมในการรองรับผู้เดินทางจากทั่วโลกให้เป็นที่ประจักษ์
ตลอดจนถ่ายทอดเอกลักษณ์ความงดงามของวัฒนธรรมไทย ควบคู่ไปกับการแสดงวิสัยทัศน์ด้าน World
- Class Hospitality หรือการส่งมอบการบริการที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีอันเป็นเลิศในระดับสากล
เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นแก่พันธมิตรจากทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทยซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินให้เติบโตและก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคต่อไป
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.
.jpg)
.jpg)



.jpg)

