บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว
ธุรกิจโรงกลั่น
EBIDA พุ่ง100%-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ไตรมาส1ปี2569
บางจากฯ
ไตรมาส 1 ปี’69 รายได้จากการขายและบริการ
142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 % กำไรบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว “ธุรกิจโรงกลั่น” EBITDA
10,245 ล้านบาท เพิ่ม 100 %กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %
กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท
เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร”
ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม
3,700 ล้านลิตร
แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม
นายชัยวัฒน์
โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม
2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก
ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด
ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น
สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม จากแหล่งใหม่
ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ
ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม
2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที
เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น
-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล
B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม
-ทำโครงการ
“Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด
“น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค
-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด
700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน
-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน
(Sustainable
Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม
2569
กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท
จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา
การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น
Chevron Hong
Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย
สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง
พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น
การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร
คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569
สำหรับไตรมาส
1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน
เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้
-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 6 %
- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %
-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่
6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น
4.17 บาท
“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้
● กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น
การตลาด และพลังงานชีวภาพ
-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA
10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง
ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ
279,800 บาร์เรลต่อวัน ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่
18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด
และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม
-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA
1,563 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร
จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม
2,217 สถานี จุดชาร์จ
EV กว่า 592
สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ 40 สถานี ส่วน Retail
Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม 1,187
สาขา
-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยช่วยสนับสนุนกำไรขั้นต้น
● กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก
(Out‑Out) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น
โดยกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group ทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาวเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading
● กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ
มี EBITDA 4,308 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว รวมปริมาณการผลิตและจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญาของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคม
●กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55 % จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ
และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาล โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย
มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงเพราะลูกค้าใช้บริการลดลง
กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานะทางการเงิน ณ วันที่
31 มีนาคม 2569 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
23,788 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
0.91 เท่า คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ “A+”
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง














