วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไทยจัด“BKKCAW 2026”3-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์ ททท.หนุนประเทศผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

 ไทยจัด“BKKCAW 20263-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์

ททท.หนุนประเทศโชว์พลังผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน


ททท.สนับสนุนหลักจัดBKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 โชว์พลังไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #BangkokClimateActionWeek2026 #ไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

ไทยรวมพลังจัด “BKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 ททท.สนับสนุนหลัก โชว์ความพร้อมประเทศผู้นำ “การท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน” ต้อนรับการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank Group และ IMF

Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ความยั่งยืนและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแนวคิดตามกระแส แต่เป็น “หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า” ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ งาน และผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความร่วมมือนี้สอดรับกับพันธกิจของ BKKCAW กำลังเร่งขับเคลื่อนทางออกด้านสภาพภูมิอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำไทยจะมีบทบาทผู้นำเพิ่มขึ้นด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

งาน BKKCAW 2026 เตรียมจัดวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 โดยจะรวบรวมผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น นำเสนอโปรแกรมกิจกรรมทั่วเมืองที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการลงมือแก้ปัญหาความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยมี ททท.ร่วมมือสนับสนุนช่วยยกระดับบทสนทนาว่าด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการเดินทางที่มีความหมาย รับผิดชอบ และมีเป้าหมายชัดเจน

ท่ามกลางการท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้นกับประสบการณ์ที่แท้จริงและสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม



แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไทยพร้อมเดินหน้าเสริมสร้างจุดยืนในฐานะ “ต้นแบบ” ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน ภายใต้กรอบ Amazing Thailand ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

สะท้อนวิสัยทัศน์รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตผ่านกลยุทธ์ Amazing 5 Economy ครอบคลุม Life Economy, Sub-Culture Economy, Night Economy, Circular Economy และ Platform Economy เชื่อมโยงนักนวัตกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน BKKCAW จะทำหน้าที่เป็นเวทีแปลงหลักการเหล่านี้สู่แนวปฏิบัติสร้างคุณค่าให้ผู้คน สถานที่ และโลก

BKKCAW เป็นแพลตฟอร์มการลงมือทำ การเรียนรู้ ความร่วมมือระดับภูมิภาค มุ่งก้าวข้ามการดำเนินงานแบบแยกส่วน นำไปสู่การบ่มเพาะแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคส่วนได้จริง การจัดงานสัปดาห์แห่งกิจกรรมจึงถูกวางบทบาทให้เป็นตัวเร่งและจุดนัดพบสำคัญกระตุ้นสาธารณชน รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย สร้างวาระร่วม ยกระดับความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันผนึกกันขับเคลื่อนความยั่งยืน


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล แต่กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดย่อมส่งผลกระทบกลับไปยังวิถีชีวิตของประชาชน ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของประสบการณ์การท่องเที่ยว

ททท. จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจัด Bangkok Climate Action Week 2026 จะช่วยยกระดับประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตด้วยการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลยุทธ์ Amazing 5 Economy ควบคู่การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า เชื่อมโยงนวัตกรรม 3 ด้าน 1.การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2.การมีส่วนร่วมของชุมชน 3.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต

“ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ Bangkok Climate Action Week และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และพลังชีวิต สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาตลอด แต่อนาคตขึ้นอยู่กับจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากเพียงใด ดังนั้นการจัด Bangkok Climate Action Week คือช่วงเวลาสำคัญเชื่อมโยงมรดกการท่องเที่ยวของไทยเข้ากับความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศอย่างกล้าหาญ เพื่อร่วมกันสร้างจุดหมายปลายทางสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับอนาคตของคนรุ่นต่อไป

BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ World Bank Group และ IMF ในกรุงเทพฯ จึงเป็นเวทีสำคัญแสดงบทบาทผู้นำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เทศกาลนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง เชื่อมโยงแนวทางแก้ไขเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นสิ่งที่ใช้ได้จริง และสร้างเรื่องเล่าเสริมพลังจุดประกายการลงมือร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค



Travelokaชี้Q2/69คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพทัวร์นอก“โซล”ครองแชมป์-เที่ยวไทย5พื้นที่มาแรง

Travelokaชี้ไตรมาส2ปี69คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพ

เที่ยวนอก“โซล”ครองแชมป์-เที่ยวไทย5พื้นที่มาแรง

Traveloka SEA Index ชี้ไตรมาส 2ปี 2569 คนไทยจองเที่ยวโซลได้คะแนนเต็ม 100 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TravelokaSEAIndex #Q2ปี69  #เทรนด์คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพ

Traveloka SEA Index ชี้คนไทยเที่ยวไตรมาส 2 ปี’69 ก้าวสู่เทรนด์ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ทัวร์นอก “โซล” ครองแชมป์ทำคะแนนเต็ม 100 ดาวรุ่งมาแรง “ไทเป” ส่วน “ชิงเต่า” พุ่งจากปีก่อน 38 เท่า ขณะที่ “ไทยเที่ยวไทย” มาแรงใหม่ 5 พื้นที่ “นครพนม-สกลนคร-พัทยา-ตรัง-สุราษฎร์ธานี”

            Traveloka  แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงาน Traveloka SEA Index ฉบับแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวรายไตรมาส ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหา ผลสำรวจ และการจองผ่านแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยภาพรวมได้สะท้อนถึงความสำคัญของเทรนด์ “Quality over Quantity” หรือ “เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ” กลุ่มนักเดินทางคนไทยเริ่มวางแผนเดินทางอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ 1.การพักผ่อนระยะยาว 2.ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง 3.จุดหมายปลายทางที่มีความหมาย วิเคราะห์จากข้อมูลการค้นหาและการจองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับ “ล้านรายการ”

Traveloka SEA Index ระบุไตรมาส 2 ปี 2569 คนไทยมีพฤติกรรมของผู้ใช้งานและแนวโน้มระดับภูมิภาค สะท้อนถึง “ความต้องการ” เดินทางเปลี่ยนไป ด้วยการเลือก “จุดหมายใหม่” กำลังมาแรง และ “แนวโน้ม” การเดินทางในอนาคต ซึ่งพบเทรนด์สำคัญหลายประการ ได้แก่

“จุดหมายปลายทางในประเทศ” นักเดินทางชาวไทยยังคงเลือกเส้นทางหลัก อย่าง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต โดยมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ทำยอดจองมาแรง ได้แก่ นครพนม สกลนคร พัทยา ตรัง สุราษฎร์ธานี 

“จุดหมายท่องเที่ยวต่างประเทศ” ก็เพิ่มขึ้น โดยมีระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะ “เอเชียตะวันออก”  อย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน แต่ละจุดหมายเหล่านี้มีอัตราเร่งเติบโต (Pace) ชัดเจนสูงกว่าภาพรวมของตลาด  แล้ว “คนไทย” ยังครองสถิติการเดินทางคนเดียวมากที่สุดในภูมิภาคนี้


            ทิภาพร ดวงมาก” ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ Traveloka กล่าวว่า นักเดินทางไทยกำลังวางแผนและตัดสินใจเลือกแต่ละทริปอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เห็นแนวโน้มนี้จากการเดินทางในและต่างประเทศ แบ่งเป็น “ในประเทศ” จุดหมายปลายทางดาวรุ่ง ได้แก่ “นครพนมและสกลนคร” สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิม “ต่างประเทศ” จุดหมายหลักยังคงเป็น กรุงโซล/เกาหลี กับโตเกียว/ญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มก็มี ไทเป/ไต้หวัน ซัปโปโร/ญี่ปุ่น ชิงเต่า/จีน ตอกย้ำถึงคนไทยมีแผนที่การเดินทางขยายตัวที่ดี สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นแชมป์จุดหมายสุดฮอตเที่ยวนอก

“โซลและโตเกียว” เป็น 2 เมืองยอดฮิตครองใจคนไทยมากอันดับ 1  ใช้จ่ายเงินต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติชัดเจน สอดคล้องกับเทรนด์ เที่ยวน้อยลง แต่ใช้เวลาและงบประมาณกับแต่ละทริปมากขึ้น

-โซล คว้าคะแนนความต้องการ (Demand Score) สูงสุดเต็ม 100 คะแนน ขึ้นแท่นคนไทยสนใจท่องเที่ยวมากสุดอันดับ 1  เปรียบเทียบกับปีก่อน มียอดจองเติบโตขึ้นถึง 2/3 ระยะเวลาพักยาวขึ้นเฉลี่ย 3.5 คืน ใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไปเกือบ 5 เท่า (4.9x)


-โตเกียว ทำคะแนนความต้องการ 96 คะแนน ครองใจคนไทยเลือกเป็นจุดหมายปลายทางมียอดจองสูงสุด เป็นหนึ่งในเมืองมีค่าใช้จ่ายเติบโตเร็วที่สุด สูงถึง 6.7 เท่าของงบประมาณของทริปทั่วไป

ไทเปขึ้นแท่น “เมืองน่าจับตาอันดับ 1 ”

นักเดินทางไทยเลือกค้นหาไทเปเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสนใจตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ไทเปเป็นหนึ่งในเพียง 4 จุดหมาย ร่วมกับ โอซาก้า โซล และเซี่ยงไฮ้ เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดต้นทางในทั้ง 5 ประเทศ สะท้อนความสนใจกำลงผลักดันความต้องการเดินทาง ไทเปก้าวสู่จุดหมายปลายทางต่างประเทศอันดับ 1 เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักเดินทางไทย ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไป 2.6 เท่า

ข้อมูลจาก Index ชี้ให้เห็นว่า นักเดินทางไทยยังอยู่ในช่วงค้นคว้าและวางแผนการเดินทางไปไทเป อยู่ในระยะเริ่มต้นที่มีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่การจองจริงในเวลาถัดไป



เมืองรองของจีนครองอันดั “Breakout” เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง

หมวด “Breakout” คือ “การจัดอันดับเมืองที่เติบโตแซงค่าเฉลี่ยตลาด” ในหลายประเทศ มีเมืองรองของจีนติด 4 ใน 5 อันดับแรก  โดย “ซัปโปโร/ญี่ปุ่น” ติดอันดับที่ 5 เข้ามาร่วมด้วย

-เมืองรองของจีน ได้แก่ เฉิงตู เซินเจิ้น คุนหมิง ฉงชิ่ง เติบโต 2.6–3.9 เท่า ของตลาด โดยได้แรงหนุนจากมาตรการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน การขยายเวลายกเว้นวีซ่าของจีนไปถึงสิ้นปี 2569 “เฉิงตู” ดึงดูดนักเดินทางด้วยวัฒนธรรมอาหารและแพนด้ายักษ์ “เซินเจิ้น” โดดเด่นด้วยศักยภาพของเขต Greater Bay Area  “คุนหมิง” สภาพอากาศที่เย็นกว่าช่วยดึงดูดนักเดินทาง “ฉงชิ่ง” ทัศนียภาพเมืองที่คึกคักมีเอกลักษณ์

-ซัปโปโร ติดอันดับ 5 เติบโต 2.4 เท่าของตลาด เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ เทรนด์ “Coolcation” หรือการหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น

ชิงเต่าอาจเป็น “ม้ามืด” แห่งใหม่

“ชิงเต่า” เมืองที่มีชื่อเสียงของโรงเบียร์ระดับโลก เมืองเก่าสไตล์เยอรมัน และชายหาดเล็ก ๆ หลายแห่งที่อยู่ติดเมือง จึงมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตาของนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะคนไทยเทียบกับช่วงปีก่อน มียอดเพิ่มขึ้นถึง 38 เท่า และเพิ่มขึ้นรวม 9 เท่าจาก 4 ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม

การเติบโตดังกล่าวได้แรงหนุนจากเที่ยวบินไป-กลับ เชื่อมต่อชิงเต่ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 92 เที่ยว/สัปดาห์ และเส้นทางบินตรงใหม่เปิดเมื่อต้นปีนี้ โฮจิมินห์ซิตี้-ปีนัง และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ เป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ จากเดิมที่มีน้อยกว่านี้



คนไทยต้องการเดินทางในประเทศสู่จุดหมาย

คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ พบการจองเติบโตใน 5 จังหวัด ได้แก่ “นครพนม-พัทยา-สกลนคร-ตรัง-สุราษฎร์ธานี” สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางไทยกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ แต่ละจังหวัดครองคะแนนความต้องการ (Demand Score) สูงสุดตลาดในประเทศดังนี้ “นครพนม” คะแนน 92 “พัทยา” คะแนน 80 โดยสนใจเดินทางแบบครอบครัว

 

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“ศุภจี”มอบ“วีระศักดิ์-กอบศักดิ์”นำ4คณะดันQuick Big Win“การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs”

ศุภจี”มอบ“วีระศักดิ์-กอบศักดิ์”นำ4คณะดันQuick Big Win

“การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs”โชว์ผลงานด่วน6เดือน-1ปี


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ศุภจีตั้ง4คณะทำงาน #การค้าท่องเที่ยวเกษตรSMEs #QuickBigWin

“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน  มอบ 2 ดร. “วีระศักดิ์-กอบศักดิ์ ลุย “การค้า–ท่องเที่ยว–เกษตร–SMEs” ต่อยอดนโยบาย Quick Big Win โชว์ผลด่วน 6 เดือน –1 ปี เร่งปลดล็อกกฎทำโครงสร้างอนาคต Big Win 2-4 ปีหน้า เอกชน ส่งเสียงเชียร์ กลั่นกรองส่ง กรอ.ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

 

“นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้เข้าร่วมคือ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ  

นางศุภจี กล่าวว่าเป็นการประชุมต่อยอดนโยบายนายกรัฐมนตรีเพื่อวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งทางคณะอนุกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการค้าและการบริการ ครอบคลุมทั้ง การท่องเที่ยว คุณภาพและเวลเนส เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การค้าปลีกค้าส่งและการค้าระหว่างประเทศ มุ่งกรอบแก้ปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ได้แก่



ด้านที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และประสบการณ์ของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากผู้มาเยือน เชื่อมโยงเมืองรอง ชุมชน สินค้าและบริการ

ด้านที่ 2 สินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งยกระดับภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ด้านที่ 3 เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งดูแลระบบนิเวศของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ลดภาระและปรับปรุงใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ ยกระดับสินค้าและบริการ ตลอดจนส่งเสริมการขยายการเติบโตและการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยมีการค้าปลีกค้าส่งเป็นหนึ่งในมิติเชื่อมโยงอยู่ด้วย

ด้านที่ 4 การค้าระหว่างประเทศ มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งสร้างสมดุลทางการค้า ขยายตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จาก FTA รับมือบริบทการค้าโลกและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเพิ่มสัดส่วน SMEs ในโครงสร้างการส่งออก และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง



นางศุภจีกล่าวว่า ทั้ง 4 คณะ มีภารกิจสำคัญเรื่องการจัดทำ “Quick Big Win” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือน –1 ปี มุ่งเน้น “ทบทวนและปลดล็อก” กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ควบคู่การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ควบคู่การวาง Big Win ปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในอนาคตระยะ 2–4 ปีหน้า รวมถึงจะเร่งกระจายตลาดและสร้างความร่วมมือ ใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่ส่งเสริมการค้าเชิงรุก พร้อมวางโครงสร้างระยะยาวให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีโครงสร้างการส่งออกที่สมดุลมากขึ้น

กำหนดรูปแบบการทำงานของทั้ง 4 ให้เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าภาพและเป้าหมายชัดเจน ก่อนนำข้อเสนอต่อคณะอนุกรรมการและผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)



“ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” กล่าวว่า การทำงานจะมุ่งค้นหาโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เป็นกลไกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านการค้าระหว่างประเทศจะเร่งค้นหาพื้นที่และโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยและห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับตลาดโลก ท่ามกลางบริบทการแข่งขันของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

“ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” กล่าวว่า จะรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและนำปัญหาจากพื้นที่มาสู่การแก้ไขเชิงนโยบาย “ภาคเกษตร” จะมุ่งผลักดันเกษตรสมัยใหม่และมูลค่าสูง ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงตลาด ส่วนเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs จะดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ลดภาระใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ และสนับสนุนการเติบโต (Scale Up) ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

“นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์” กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่า อาชีพ รายได้ให้ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย

“นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” กล่าวว่า การทำงานให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เมืองรอง และการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยจะหารือแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและการสนับสนุนภาคบริการ วางแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวเพื่อนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและดูแลความยั่งยืน

ขณะที่ “เอกชน” ที่เข้าร่วมประชุมจากแต่ละภาคส่วน ได้แก่ การค้า การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เกษตร และธนาคาร ได้ให้ความเห็นด้วยเช่น การมีส่วนรวมของ SMEs เพื่อขับเคลื่อนการทำงานทั้ง 4 คณะ สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองที่มีมากกว่า 50 จังหวัด การใช้กลไก กรอ.จังหวัดทำงานอย่างใกล้พื้นที่ และการดูแลผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้

นางศุภจีย้ำให้ทั้ง 4 คณะทำงาน เร่งขับเคลื่อนตามกรอบเวลาที่กำหนด ให้เกิด Quick Big Win มอบให้ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้ในระยะสั้น ควบคู่กับทำ Big Win ปรับโครงสร้างในระยะยาว ก่อนนำข้อเสนอผ่านเข้าสู่คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เสนอ กรอ.ผลักดันให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 

ศูนย์ฯสิริกิติ์จัดฉลอง35ปี“QSNCC 35th Anniversary”โตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปด้วยกัน

 ศูนย์ฯสิริกิติ์จัดฉลอง35ปีQSNCC 35th Anniversary

สนุกกับคาเฟ่/ร้านสุขภาพโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #QSNCC35thAnniversaryGrowingWellTogether

ศูนย์ฯสิริกิติ์ จัดแคมเปญฉลอง 35 ปี QSNCC 35th Anniversary: Growing Well Together” ชวนร่วมสัมผัสแนวคิดโตอย่างมีคุณภาพชีวิตกับกิจกรรมพร้อมสิทธิพิเศษ 17-31 ส.ค.นี้ 15 ร้าน คาเฟ่ สุขภาพ ซื้อครบแลกรับส่วนลด ของสมนาคุณ


นายสุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชวนทุกคนร่วมฉลองครบรอบ 35 ปี  กับแคมเปญ QSNCC 35th Anniversary: Growing Well Together” สะท้อนแนวคิดการเติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านกิจกรรม และสิทธิพิเศษมากมายเติมเต็มการใช้ชีวิตทุกวัน ตั้งแต่ 17-31 สิงหาคม 2569 นำเสนอมื้ออร่อย เครื่องดื่มแก้วโปรด การดูแลสุขภาพ กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน พร้อมร่วมแบ่งปันช่วงเวลาดี ๆ ไปด้วยกัน

แคมเปญนี้ได้รวบรวมสิทธิพิเศษตลอดกิจกรรม โดยมี “ร้านค้า” ภายในศูนย์ฯ กว่า 15 ร้าน เข้าร่วมมอบความคุ้มค่าให้ทุกคน ครอบคลุมร้านอาหาร   คาเฟ่ และสุขภาพ ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์หลากหลาย เช่น Samosorn,   Man Fu Yuan, Cafe Chilli, %Arabica, Seven Suns, Pacamara Coffee Roasters, Let's Relax Spa และ Warrix Run Hub

แล้วศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยังได้จัดกิจกรรมShop & Share Your Favorite Moment” ด้วยภาพความประทับใจ เฉพาะวันที่ 27–29 สิงหาคม 2569   เพียง “แสดงใบเสร็จจากร้านค้า” ภายในศูนย์ฯ มูลค่ารวม 350 บาทขึ้นไป (รวมใบเสร็จได้สูงสุด 3 ใบ/วัน) แล้วแชร์ภาพมุมโปรดภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ โพสต์ลง Facebook หรือ Instagram แบบสาธารณะ ติดแฮชแท็ก #QSNCC #QSNCC35thanniversary รับของที่ระลึก “ขวดน้ำซิลิโคนดีไซน์พับได้ พกพาสะดวก” ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

สัมผัสประสบการณ์เฉลิมฉลองศูนย์ฯ สิริกิติ์ ครบรอบ 35 ปี ชวนกันเลือกใช้ชีวิตที่ดีในทุกวัน กับแคมเปญดี ๆ  QSNCC 35th Anniversary: Growing Well Together” ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/QueenSirikitNationalConventionCenter

สำหรับ “สิทธิพิเศษ” จากร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญตลอดกิจกรรมเดือนสิงหาคม 2569 มีดังนี้

ซื้อครบแลกรับสิทธิ์ซื้อเมนูพิเศษราคา 35 บาท จากร้าน Cafe Chilli, Inthanin, Mikura Curry

ส่วนลดเมนูและบริการสุดคุ้ม จากร้าน %Arabica, Let's Relax Spa, Pacamara Coffee Roasters, Seven Suns

เมนูและสินค้า "ราคาพิเศษ" จากร้าน BEARHOUSE, Man Fu Yuan, ร้านผัดกะเพราเเชมป์โลก

ซื้อครบ รับสิทธิ์พิเศษหรือของสมนาคุณ จากร้าน Samosorn, Viet Cuisine, ก๋วยเตี๋ยวเรือกลมกล่อม, Kan Vela Chocolate

สิทธิพิเศษสำหรับสายสุขภาพและ Active Lifestyle จากร้าน Warrix run hub

 

ไทยจัด“BKKCAW 2026”3-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์ ททท.หนุนประเทศผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

  ไทยจัด“ B KKCAW 2026 ” 3-11 ต.ค.นี้รับ ประชุมเวิลด์แบงก์ ททท.หนุนประเทศโชว์พลังผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน ททท.สนับสนุนหลักจัด “ B ...