วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“อนุทิน-อิบราฮิม”2นายกฯร่วมเปิดด่านใหม่สะเดา-กายูฮิตัม เชื่อมเศรษฐกิจท่องเที่ยวการค้าไทย-มาเลเซียโตระยะยาว

“อนุทิน-อิบราฮิม”2นายกฯร่วมเปิดด่านใหม่สะเดา-กายูฮิตัม

เชื่อมเศรษฐกิจท่องเที่ยวการค้า”ไทย-มาเลเซีย”โตระยะยาว

 



    อนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรีไทย กับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีเปิดด่านใหม่สะเดา-กายูฮิตัม

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ด่านใหม่สะเดากายูฮิตัม #ท่องเที่ยวไทยเชื่อมมาเลเซีย #NewHadyai

2 นายกฯ “อนุทิน-อันวาร์ อิบราฮิม ร่วมพิธีเปิดด่านใหม่ “สะเดา/สงขลา-กายูฮิตัม/เกดะห์ ยกระดับด่านเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว การค้า ไทย-มาเลเซีย “ททท.” ขานรับเที่ยวทางบกทันควันลุย 2 กิจกรรม “New Hadyai-โร้ดโชว์” ร่วมทุกพันธมิตรกระตุ้นตลาดคุณภาพมาเลเซียเที่ยวไทยโตยาว


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ มาเลเซีย มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้าและการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ  สนับสนุนนโยบายเดินทางสะดวกง่าย Ease of Traveling ของรัฐบาลที่เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางแห่งภูมิภาคอาเซียน

พิธีเปิดนนเชื่อมต่อไทย มาเลเซีย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมด้วย นำโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท.


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่คือประตูโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยวหรือ Tourism Infrastructure ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรองรับนักท่องเที่ยวข้ามประเทศเติบโต (Overland Tourism) โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย ส่วนใหญ่นิยมใช้คมนาคมทางบกเดินทางมาไทย โครงการนี้จึงสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการทำตลาดเชิงรุกเมื่อเปิดด่านแห่งใหม่ร่วมมือกับพันธมิตรท่องเที่ยว ชมรมผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของมาเลเซีย กระตุ้นการขับรถยนต์ส่วนบุคคลและคาราวานท่องเที่ยวเข้าสู่ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวสไตล์ Scenic Route ส่งเสริมการท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน (Cross-border Tourism) เพิ่มการกระจายรายได้สู่พื้นที่ชายแดนและเมืองน่าเที่ยวภาคใต้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางของอาเซียน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เร่งนำท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยกลยุทธ์คุณภาพเหนือปริมาณ “Value over Volume” ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด่านสะเดาแห่งใหม่ จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถและผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle (IMT-GT) เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของภูมิภาค ททท. เชื่อมั่นโครงการนี้จะช่วยยกระดับภาคใต้ของไทยสู่ Southern Tourism Gateway เชื่อมโยงไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ และเพิ่มบทบาทไทยศูนย์กลางท่องเที่ยวอาเซียนในระยะยาว

ช่วงเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ททท. วางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวมาเลเซียเติบโตอย่างรวดเร็วควบคู่กัน 2 กิจกรรม ประกอบด้วย

กิจกรรมที่ 1 เปิดโครงการ “New Hatyai” เชิญผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (KOL) จากมาเลเซีย มาถ่ายทอดมุมมองใหม่ในหาดใหญ่ เชื่อมโยงสู่พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช

กิจกรรมที่ 2 จัดโร้ดโชว์ ส่งเสริมการตลาดร่วมกัน และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในมาเลเซีย สร้างการรับรู้เป็นวงกว้าง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จากเมืองชายแดนสู่เมืองน่าเที่ยวไทย



สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานสถิติมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 – 21 มิถุนายน 2569  รวม 2,054,203 คน ผ่านด่านทางบก 1,768,663 คน คิดเป็น 86.1 % ผ่านด่านสะเดาถึง 1,041,816 คน คิดเป็น 50.7 % ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมดที่มาไทย

สำหรับ “นักท่องเที่ยวมาเลเซีย” ถือเป็นกลุ่มศักยภาพปี 2569 มาไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งด้านความถี่การเดินทางและเดินทางเที่ยวซ้ำ นิยมมาไทยเพื่อพักผ่อนวันหยุดและเป็นจุดหมายปลายทางวันหุดสุดสัปดาห์ กระจายตามแหล่งท่องเที่ยวนิยมในไทยตามลำดับ ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล

 


AWCจับมือEMMเปิดAvatar: Guardians of Eywa ดันไทยจุดหมายท่องเที่ยวโลก

AWCจับมือยักษ์โลกEMMเปิดAvatar: Guardians of Eywa

อิมเมอร์ซีฟโชว์เทรนด์ใหม่ดันไทยจุดหมายท่องเที่ยวโลก


 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AWC #EMMWilliamsProductions #Avatar

AWC จับมือ EMM Williams Productions เตรียมเปิด Avatar: Guardians of Eywa แฟรนไชน์สความบันเทิงอิมเมอร์ซีฟเทรนด์ใหม่ ในเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ปี’70 ยกระดับเที่ยวไทยจุดหมายระดับโลก

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) “AWC ประกาศการลงนามความร่วมมือกับ EMM Williams Productions นำเสนอความบันเทิงครั้งแรกในรูปแบบใหม่ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟภายใต้ลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ Avatar ของ James Cameron ภายใต้ The Magic Walk™ Experience ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่จะช่วยเสริมศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลางระดับโลกด้านความบันเทิงขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (Experience-led IP) ในภูมิภาค โดยผสานรวมร้านค้า ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกันในที่เดียว เป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกระดับพรีเมียมอย่างครบวงจร


โครงการ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นส่วนหนึ่งของโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่กำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์รวมของร้านค้า วัฒนธรรม และความบันเทิงระดับโลก ล่าสุดจะเปิดตัวประสบการณ์ใหม่มาเสริมทัพแลนด์มาร์กสำคัญอื่น ๆ อาทิ SkyFlyers : Wings of Garudapterus และ Better World Better Future ควบคู่ความบันเทิงในระดับสากลในปี 2570 เป็นต้นไป

ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ AWC ในการสร้างพันธมิตรโดยผสานความเชี่ยวชาญของ EMM Williams Productions ผู้นำระดับโลกด้านประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟและโปรดักชั่นการแสดงขนาดใหญ่ เข้ากับความเชี่ยวชาญของ AWC ผู้พัฒนาจุดหมายปลายทาง

EMM Williams Productions มีชื่อเสียงด้านการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับแบรนด์และโปรดักชันระดับโลก เช่น Live Nation, Fever Up และ Notre Dame de Paris ความร่วมมือครั้งนี้จะร่วมส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับที่คาดจะดึงดูดนักเดินทางทั่วโลกมาไทย พร้อมตอกย้ำสถานะของไทยหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนชั้นนำของโลก



นำ Avatar แฟรนไชส์ภาพยนตร์ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก จะเปิดตัว Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟพื้นที่กว่า 4,000 ตรม. ภายใต้ลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่สุดในโลกที่กรุงเทพฯ พาผู้มาเยือนสู่โลกเรืองแสงอันน่ามหัศจรรย์โดยแพนโดราผ่านการเล่าเรื่องแบบอิมเมอร์ซีฟ สร้างมาตรฐานใหม่แหล่งท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และเทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟ พร้อมการแสดงระดับโลก ชวนทุกคนร่วมค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านนาวีในฐานะ Guardians of Eywa สะท้อนคุณค่าของการเคารพธรรมชาติและความเชื่อมโยงของทุกสรรพชีวิต

ประสบการณ์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับโลก Avatar ผลงานทำรายได้สูงสุดตลอดกาลทั่วโลกรวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ายทอดหนึ่งในเรื่องราวผ่านการผสานเล่าเรื่องแบบอิมเมอร์ซีฟการแสดงสุดตระการตา ร้านอาหารภายใต้ธีมเรื่อง ร้านค้า และประสบการณ์แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่ยกระดับกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางความบันเทิงระดับโลก

สถานที่จะนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดอยู่ใน Blue Dome at  Asiatique Destination ขนาดกว่า 16,000 ตรม. สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทั้งด้านนวัตกรรมความแข็งแกร่งและความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนวิสัยทัศน์ AWC ในการสร้างนิยามใหม่มุ่งพัฒนาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืน นำแลนด์มาร์กสำคัญจากงาน Expo 2025 มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มแทนก่อสร้างใหม่ ส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ชุมชน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป



“นางวัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า เรารู้สึกยินดีที่ได้ประกาศความร่วมมือกับ EMM Williams Productions ร่วมกันสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางมอบประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์และเปี่ยมด้วยความหมาย ผสานการแสดงสดและความบันเทิงจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก เข้ากับชอปปิ้ง ไลฟ์สไตล์ แหล่งท่องเที่ยวที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ถ่ายทอดแนวคิดด้านความยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนท้องถิ่น เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และมอบความประทับใจที่น่าจดจำแก่ผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก”

นายอองตวน ฮาสวานี” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EMM Williams Productions กล่าวว่าพวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่ Avatar: Guardians of Eywa ประสบการณ์ Magic Walk™ แห่งแรก เตรียมเปิดตัวในไทย พร้อมนำเสนอความบันเทิงแห่งอนาคต ผสานการเล่าเรื่อง การเดินทางผ่านโลกแห่งการผจญภัยที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดตระการตา และการแสดงกายกรรมสด เรื่องราว Guardians of Eywa สร้างสรรค์โดย EMM ถ่ายทอดให้ผู้ชมร่วมออกเดินทางสู่โลกแห่งความฝันแบบเรียลไทม์ สามารถสัมผัสได้เฉพาะการเข้าชมจริงเท่านั้น

 ทั้ง AWC และ EMM Williams Productions มุ่งมั่นจะสร้างสรรค์ประสบการณ์การนำเสนอความงดงามโลกใบนี้พร้อมส่งเสริมไทยก้าวสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

 

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ททท.เปิดTrue5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ดเน็ตแรงชูความอร่อยอาหาร400ร้านดันเศรษฐกิจโต

ททท.เปิดTrue5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง

ชูดิจิทัล+เสน่ห์ความอร่อยอาหาร400ร้านดันเศรษฐกิจโต

ททท.จับมือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดโครงการTrue5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง”

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #True5Gสัญญาณจานอร่อยอร่อยเด็ดเน็ตแรง  

ททท. จับมือ บมจ.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยทำโครงการ “True5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง” ชูเสน่ห์อาหารขานรับพฤติกรรมคนยุคดิจิทัล คัดลิสต์ความอร่อยทั่วไทยกว่า 400 ร้าน เพิ่มโอกาสร้านอาหารไทยดันเศรษฐกิจท้องถิ่นโต วันนี้-ก.ย.69


นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดโครงการTrue5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง”ที่เจริญนครฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ ร่วมกับนายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร และ นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย นำเสนอเสน่ห์อาหารไทยผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่าย 5G ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยได้คัดเลือกร้านอร่อย คุณภาพดี รวมลิสต์ทั่วประเทศกว่า 400 ร้าน มาโจทย์นักท่องเที่ยวยุคดิจิทัล กระจายรายได้ถึงผู้ประกอบการร้านอาหาร ชุมชน เศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว



 ปัจจุบันพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป หันมาเริ่มค้นหาประสบการณ์ที่ต้องการสัมผัส ทั้งการเลือกร้านอาหารจากรีวิวนักชิม อินฟลูเอนเซอร์ แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แล้วหลายครั้งร้านอาหารกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกออกมาเดินทาง จึงได้ทำโครงการ “True5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง” ขึ้นเพื่อร่วมกันต่อยอดนำจุดแข็ง “อาหารไทย” เสน่ห์เฉพาะตัว มาเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G ยุคดิจิทัล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสร้างประสบการณ์น่าประทับใจตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ สอดคล้องกับแคมเปญ “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” ของ ททท. ที่มุ่งนำเสนอเสน่ห์ไทยทุกมิติ

ททท. หวังให้ความร่วมมือครั้งนี้ได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมการกิน ด้วย “อาหารถิ่น” แต่ละภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ และชุมชนการท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อีกทั้งยังได้สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เกิดกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจได้จริง



โครงการ “True5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง” เริ่มตั้งแต่วันนี้- กันยายน 2569 ด้วยการคัดเลือกร้านอาหารจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะนี้มีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 400 ร้านค้า ครอบคลุมทั่วไทยทั้ง 5 ภูมิภาค ในพื้นที่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว

สำหรับเกณฑ์คัดเลือกร้าน True5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง มี 4 ข้อ ประกอบด้วย

1. อร่อยเด็ด ร้านที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นที่รสชาติและคุณภาพของอาหาร มีบริการที่ดี ได้การยอมรับจากคนในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยว

2. เน็ตแรง ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่มีคุณภาพสัญญาณ True5G รองรับการใช้งานดิจิทัล ใช้เป็นพื้นที่การแชร์คอนเทนต์ บอกต่อเรื่องราวการเดินทาง รวมถึงรีวิวการท่องเที่ยวยุคใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. สร้าง Impact เป็นร้านที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้และโอกาสให้คนในพื้นที่ รวมถึงมีศักยภาพการเติบโตเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของชุมชนหรือจังหวัดได้ในอนาคต

4. สะท้อนเสน่ห์อาหาร ถ่ายทอดความโดดเด่นอาหารผ่านวัตถุดิบหรือเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้นักท่องเที่ยวได้


สำหรับร้านที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเกียรติบัตรจาก True5G ในฐานะร้านแนะนำภายใต้โครงการ True5G สัญญาณจานอร่อย อร่อยเด็ด เน็ตแรง พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนและแพลตฟอร์มของทรู สร้างการรับรู้ในวงกว้างและเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้า นำไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการและชุมชนในระยะยาว

ติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มทางสื่อออนไลน์ของบริษัท ทรู  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และแอปพลิเคชันทรูไอดี



ททท.MOUแอร์เอเชียกรุ๊ป3ปี“นายกฯอนุทิน”ร่วมพิธี-ปี’69ดึงมาเลเซียเที่ยวไทย4.8ล้านคน

ททท.MOUแอร์เอเชียกรุ๊ป3ปี“นายกฯอนุทิน”ร่วมพิธี

ไทย-มาเลเซียลุยทำ4เรื่อง-ปี’69เที่ยวไทย4.8ล้านคน

 

ททท.MOU แอร์เอเชียกรุ๊ปเป็นทางการ 3ปี 2569-72 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรีร่วมพิธี

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AirAsiaGroup #ท่องเที่ยวไทยมาเลเซีย

ททท.เปิด MOU แอร์เอเชีย กรุ๊ป เป็นทางการ 3 ปี 2569-2572 “นายกฯ อนุทิน” ร่วมพิธีด้วย ยกระดับความร่วมมือด้านท่องเที่ยว 2 ประเทศ 4 เรื่อง “เพิ่มเส้นทางบินตรง-ขยายตลาดใกล้โต-เชื่อมโย-สื่อสาร-แลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดเชิงลึก” ดึง “มาเลเซีย” เที่ยวไทยปี’69 ทะลุ 4.8 ล้านคน

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.กับแอร์ เอเชีย กรุ๊ป ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ยกระดับความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน ภายใต้แนวคิด "Amazing Thailand: Feel All the Feelings" เป็นเวลา 3 ปี ระหว่าง 2569–2572 มุ่งสร้างความร่วมมือครอบคลุมด้าน1.การตลาด 2.การสื่อสาร 3.การเชื่อมโยงและพัฒนาเส้นทางการบินเชื่อมโยงไทย–มาเลเซีย 4.การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงการตลาด เดินหน้ากระตุ้นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul Market) ตลาดมาเลเซีย พร้อมเปิดเส้นทางบินตรงกัวลาลัมเปอร์–หัวหิน เสริมสร้างศักยภาพไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาค

โดยได้รับเกียรติจาก  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมพิธีแลกเปลี่ยน MOU ระหว่าง ททท.กับแอร์เอเชีย กรุ๊ป  จัดขึ้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย


นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวว่า ททท. ได้ใช้กลยุทธ์ Airline Focus กระตุ้นตลาดระยะใกล้  ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศกับเพื่อนบ้าน ควบคู่สร้างความร่วมมือกับสายการบิน อำนวยความสะดวกการเดินทาง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระจายการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพของไทย โดยมีนายอาหมัด อาว ฟารูค บิน อาหมัด    คามอล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮัด ร่วมลงนามใน MOU เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายยกระดับความร่วมมือส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด "Amazing Thailand: Feel All the Feelings"

 ททท. และแอร์เอเชียจะร่วมทำแคมเปญเจาะตลาดเป้าหมาย ประชาสัมพันธ์เมืองไทยผ่านเครือข่ายแอร์เอเชียทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบสำรองบัตรโดยสาร สื่อบนเครื่องบิน สื่อดิจิทัล รวมทังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โรดโชว์ จับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และความร่วมมือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกด้านท่องเที่ยว เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยว สร้างการเดินทางต่อเนื่อง



ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่สร้างการรับรู้ กระตุ้นการตัดสินใจเดินทาง เพิ่มจำนวนผู้โดยสารในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ อย่าง กัวลาลัมเปอร์–หัวหิน จะเป็นอีกกลไกสำคัญกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของไทย

ททท.ได้ต่อยอดกิจกรรมก่อนหน้านี้ที่ได้ทำเวิร์กชอป “Market Insights and Customer Insights Workshop” ไว้เมื่อ 3 กรกฎาคม 2569 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงคมนาคม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ททท. กรมท่าอากาศยาน ไทยแอร์เอเชีย ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกและกำหนดแนวทางยกระดับท่าอากาศยานหัวหินตรียมพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศครั้งแรกจากกัวลาลัมเปอร์บินตรงสู่หัวหิน

สถิติตั้งแต่ 1 มกราคม-7 กรกฎาคม 2569 นักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยติดอันดับ 2 จำนวนรวม 2,135,591 คน ตลอดปี 2569 ททท.ตั้งเป้าดึงมาเลเซียเที่ยวไทย 4,825,000 คน เป็นตลาดการท่องเที่ยวเติบโตดีในระยะยาว เนื่องจากคุ้นเคยกับเมืองไทย ชอบเดินทางซ้ำสูง และมองไทยเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวช้อปปิง อาหาร และวัฒนธรรม ด้วยปัจจัย การเดินทางสะดวก ใกล้ และคุ้มค่า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาวสามารถใช้ด่านชายแดนหลัก ได้แก่ สะเดา สุไหงโกลก ปาดังเบซาร์ และเบตง การเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ และเส้นทางบินตรงกัวลาลัมเปอร์-หัวหิน  จะช่วยสร้างแรงจูงใจการเดินทางเพิ่มมากขึ้น



 ททท. และภาครัฐจะเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ เร่งจัดกิจกรรมดึงดูดมาเลเซียเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองไทย ด้วยกิจกรรมใหม่ ๆที่มีความหลากหลายจากเทศกาลงานประเพณี เทศกาลดนตรี อาหาร ถนนคนเดิน ลาดกลางคืน กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา

 

การบินไทยแจ้งยกเลิกกรุงเทพ-ไทเป 10-11ก.ค.6เที่ยว เลี่ยงไต้ฝุ่นบาหวี่

การบินไทยแจ้งยกเลิกกรุงเทพ-ไทเ 10-11ก.ค.6เที่ยว

เช็คไฟลต์ด่วน!!หลีกเลี่ยงไต้ฝุ่นบาหวี่เคลื่อนเข้าไต้หวัน



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #ยกเลิกบินกรุงเทพสู่ไทเป #ไต้ฝุ่นบาหวี่

การบินไทย!! แจ้ง “ยกเลิก” เที่ยวบิน “กรุงเทพฯ – ไทเป” เลี่ยงไต้ฝุ่นบาหวี่ วันที่ 10-11 ก.ค.69 รวม 6 เที่ยว

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้ง “ยกเลิกเที่ยวบิน” ระหว่าง “กรุงเทพฯ – ไทเป” จากสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" (Bavi) ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ไต้หวัน ตามเวลาท้องถิ่น รวม 6 เที่ยวบิน ดังนี้

 


วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 : 1 เที่ยวบิน ดังนี้

TG636 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ไทเป เวลา 17:15 – 22:10 น.

 

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 : รวม 5 เที่ยวบิน ดังนี้

 

-TG637 เส้นทาง ไทเป – กรุงเทพฯ เวลา 07:55 – 10:40 น.

-TG632 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ไทเป เวลา 08:25 – 13:05 น.

-TG633 เส้นทาง ไทเป – กรุงเทพฯ เวลา 14:05 – 16:50 น.

-TG634 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ไทเป เวลา 12:40 – 17:20 น.

-TG635 เส้นทาง ไทเป – กรุงเทพฯ เวลา 18:50 – 21:35 น.

 

ผู้โดยสารติดตามข่าวสารและข้อมูลเที่ยวบินเพิ่มได้ที่ THAI Mobile application, THAI Contact Center โทร. 02-356-1111 หรือ Global Contact Center (Taiwan) โทร +886 2 7753 7973

 

“อนุทิน-อิบราฮิม”2นายกฯร่วมเปิดด่านใหม่สะเดา-กายูฮิตัม เชื่อมเศรษฐกิจท่องเที่ยวการค้าไทย-มาเลเซียโตระยะยาว

“อนุทิน-อิบราฮิม” 2 นายกฯร่วมเปิดด่านใหม่สะเดา-กายูฮิตัม เชื่อมเศรษฐกิจท่องเที่ยวการค้า”ไทย-มาเลเซีย”โตระยะยาว        อนุทิน ชาญวีระกุล ...