วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ก.ท่องเที่ยวถกรัฐ-เอกชนหนุน “เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ” หวังรายได้8,000ล้าน/ปี

ก.ท่องเที่ยวถกรัฐ-เอกชนหนุน “เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ”

หวังรายได้8,000ล้าน/ปีใช้พัฒนาแหล่งเที่ยวลดภาษีคนไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและสาธารณสุขร่วมหารือรัฐ เอกชน เรื่องเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ไทยเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ #หวังรายได้ปีละ8,000ล้าน #กระทรวงการท่องเที่ยว

กระทรวงท่องเที่ยวถกรัฐ เอกชน ยันเสียงหนุนเดินหน้า “เก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ตามกระแสโลก 80 ประเทศ หวังนำรายได้ 8,000 ล้านบาท/ปี พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทำประกันลดภาษีคนไทยแบกภาระค่ารักษาพยาบาล  เร่งเคาะวิธีจัดเก็บ ประกันภัย ก่อนชงบอร์ดนโยบายท่องเที่ยว และ ครม.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานที่ประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดไปเมื่อ 28 กันยายน 2569 โดยมีผู้เห็นด้วยกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 80.50 % ทางกระทรวงจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนไปพิจารณากำหนดแนวทาง 1.การจัดเก็บค่าธรรมเนียม 2.การจัดทำประกันภัยเพื่อลดภาระค่ารักษาของรัฐ 3.นำรายได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านกองทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมหารือ ร่วมกับตัวแทนภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ภาคเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมหอการค้าจีน กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ คิง เพาเวอร์ แพลทินัม กรุ๊ป สมาคมโรงแรมไทย สายการบินนานาชาติ และบริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และอื่น ๆ

รมว.สุรศักดิ์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่มกราคม-กันยายน 2569 มีต่างชาติมาเที่ยวไทยแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท เน้นเรื่องการรักษาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของคนเดินทางและคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว ผลการรับฟังครั้งนี้จะช่วยให้กระทรวงสามารถออกแบบนโยบาย “สร้างรายได้ภาคการท่องเที่ยว” รวมทั้งการจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว และบรรเทาภาระสถานพยาบาล ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนอย่างทั่วถึง


● “ร่างประกาศฯ” ได้เสนอจัดเก็บ 450 บาทต่อคน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่าน “ช่องทางอากาศ” เมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ โดยจะชะลอทางบก – ทางน้ำ ไว้ 1 ปี รายได้จะนำเข้า “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 จะนำไปจัดหา “ประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว” ผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง

ส่วนที่ 2 จะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว

● “รายได้” หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

● “ข้อเสนอแนะ” ที่ได้รับจากหารือครั้งนี้คือ การจัดเก็บจะเป็นประโยชน์กับเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอการกำหนดหลักเกณฑ์และการเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินต้องตรวจสอบได้



ขณะที่ “ผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์” เมื่อ 24 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569 มีผู้ร่วมแสดงความเห็น 5,954 คน มีถึง 80.50 % เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ และอีก 78.30 % เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาท/คน

“มีประเด็นที่ยังเห็นต่าง” คือการเก็บอัตราเท่ากันทั้ง ทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ

● “วิธีจัดเก็บ” ส่วนใหญ่ 36.26% เห็นด้วยกับช่องทางการจัดเก็บผ่านตั๋วโดยสารเครื่องบิน เพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง

จากข้อมูลเปรียบเทียบระบุกว่า 80 ประเทศ ได้จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างกัน ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บาหลี (อินโดนีเซีย) ขณะที่ “ประเทศไทย” มีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว

“ประกันภัย” ภายใต้มาตรการนี้ มุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ จึงเน้นออกแบบประกันภัย ที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานกับขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข

● “ข้อเสนอจากภาคเอกชน” 1.ขอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง 2.จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง 3.พิจารณาข้อยกเว้นผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนประจำ 4.สื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินกรณีนักท่องเที่ยวกว่า 80 % โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกามีประกันเดินทางอยู่แล้ว ภาคเอกชนยังขอให้เปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย ผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ข้อเสนอทั้งหมดนี้ทางกองทุนจึงขอรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้

● “ผลสรุป” การหารือจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะนำผลการประมวลข้อเสนอจากเวทีหารือร่วมรับฟังทางออนไลน์ มาประกอบด้วย เพื่อให้ร่างประกาศฯ มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ

รวมทั้งจะต้องหารือกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องวิธีการจัดเก็บ การกำหนดข้อยกเว้น แนวทางการจัดหาประกันภัย และการใช้จ่ายเงินกองทุนต่อไป

 


บางจากดึง3พันธมิตรท่องเที่ยวเชื่อมการบินสู่ความยั่งยืนร่วมFry To Fly ผลิตSAF

 บางจากดึง3พันธมิตรท่องเที่ยวเชื่อมการบินสู่ความยั่งยืน

“อพท.-ส.โรงแรม-ภัตตาคารไทย”ร่วมFry To Fly ผลิตSAF



บางจากเชื่อมท่องเที่ยวยั่งยืนดึง “อพท.-โรงแรมไทย-ภัตตาคารไทย” ร่วมFly to Fry สู่น้ำมันการบิน SAF

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #SAF #FrytoFly #การท่องเที่ยวการบินยั่งยืน

กลุ่มบางจากเชื่อมท่องเที่ยวสู่การบินยั่งยืน ดึง 3 พันธมิตร “อพท.-สมาคมโรงแรมไทย-สมาคมภัตตาคาร” ไทย” เข้าโครงการ Fly to Fry เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็น SAF น้ำมันเครื่องบินยั่งยืน

            บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ผ่านโครงการ Fry to Fly ร่วม 3 พันธมิตร นำโดยกรมการท่องเที่ยวและองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ “อพท.” กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเอกชน 2 องค์กร คือ สมาคมโรงแรมไทย กับสมาคมภัตตาคารไทย เดินหน้าส่งเสริมการรวบรวมจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการรณรงค์ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ เพื่อดูแลสุขภาพผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

“นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมพิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมพลบดี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับนางสาววรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. นายอุดม ศรีมหาโชตะ อุปนายกและประธานฝ่ายสิ่งแวดล้อม สมาคมโรงแรมไทย นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นสักขีพยานกิตติมศักดิ์ พร้อมผู้บริหารจากหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมงาน

นางกลอยตากล่าวว่า ในขณะที่โลกกำลังมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างความยั่งยืน การท่องเที่ยวและธุรกิจบริการมีส่วนสำคัญในการร่วมผลักดันผ่านหลากหลายช่องทาง โดยมีคำตอบเรื่องพลังงานคาร์บอนต่ำด้วย การบินที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือที่ไกลกว่าสนามบิน ดังนั้นโรงแรมและภัตตาคารจึงมีบทบาทสำคัญรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเข้าสู่การผลิต SAF ผ่านโครงการ Fry to Fly ความร่วมมือครั้งนี้เชื่อมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเข้ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบิน เปลี่ยนของเหลือใช้ให้เป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่า ควบคู่กับการรณรงค์ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ดึงหน่วยงานและผู้เข้าร่วมโครงการช่วยกันดูแลทั้งสุขภาพผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน


กลุ่มบริษัทบางจากมีประสบการณ์นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพกว่า 2 ทศวรรษ เริ่มจากการผลิตไบโอดีเซลสำหรับรถยนต์ และต่อยอดสู่การผลิต SAF ด้วยกระบวนการ HEFA-SPK ตามมาตรฐานสากล เชื่อมโยงการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากการเดินทางบนท้องถนนสู่การบิน ภายในงานจึงได้จัดแสดงข้อมูลโครงการ Fry to Fly และ Farm to Fly นำเสนอแนวทางการนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วและวัตถุดิบจากภาคเกษตรมาผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพด้วย

“นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงฯให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องทำตลอดห่วงโซ่การท่องเที่ยว ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก อาหาร ไปจนถึงการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพราะการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการรักษาแหล่งท่องเที่ยว แต่หมายถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานของทั้งระบบ

โครงการความร่วมมือกันใน Fry to Fly ของบางจาก เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำสิ่งที่เกิดขึ้นในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว กลับเข้าสู่ระบบการผลิตและสร้างคุณค่าใหม่ เชื่อมโยงจากโรงแรมและร้านอาหารไปสู่ภาคการบิน สร้างความร่วมมือที่ครอบคลุมทุกมิติ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

การเชื่อมโยง “การท่องเที่ยว–อาหาร–บริการ–พลังงาน–การบิน” เข้าด้วยกัน ถือเป็นความร่วมมือผลักภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตเคียงข้างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบการท่องเที่ยวเติบโตในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน



            “นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร” ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท. มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาและรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเรื่องบูรณาการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเข้ากับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามวัตถุประสงค์หลักมุ่งสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 3 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านที่ 1 สุขภาพและความปลอดภัย : สร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารให้กับนักท่องเที่ยวโดยรณรงค์ให้ชุมชนท่องเที่ยวและผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่พิเศษ เลิกใช้น้ำมันทอดซ้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ด้านที่ 2 สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ : ป้องกันการทิ้งน้ำมันใช้แล้วลงสู่แหล่งน้ำหรือดิน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ด้านที่ 3 เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) : สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น จากการนำน้ำมันเก่ามาแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายแทนการทิ้งเปล่า

 


วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บางจากนำผู้บริหารดูแลผู้ประกอบการปั๊มพื้นที่น้ำท่วม มอบบัตรเติมน้ำมันพร้อมของยังชีพช่วยพื้นที่ประสบภัย

บางจากนำผู้บริหารดูแลผู้ประกอบการปั๊มพื้นที่น้ำท่วม

มอบบัตรเติมน้ำมันพร้อมของยังชีพช่วยพื้นที่ประสบภัย

ผู้บริหารบางจากฯ ลงพื้นที่ดูแลผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่น้ำท่วมพร้อมแบ่งปันน้ำใจ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ลงพื้นที่ดูแลปั๊มพื้นที่น้ำท่วม #มอบบัตรเติมน้ำมัน

ผู้บริหารบางจากฯ ลงพื้นที่ดูแลผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันพร้อมปันน้ำใจ มอบบัตรน้ำมันและเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่ภัย


            นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมลงพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อพบปะและให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงสถานีบริการเปิดพื้นที่จอดรถเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและใกล้เคียง โดยได้ให้คำแนะนำด้านการเตรียมความพร้อมและการป้องกันสถานีบริการในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมหารือแนวทางช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ใช้บริการ

โดยบางจากฯ ยังคงสนับสนุน “บัตรเติมน้ำมัน” แก่หน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมน้ำดื่มและเครื่องอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง



นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัทบางจาก มอบบัตรเติมน้ำมันบางจากแก่ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากสำนักงานพลังงานจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ปราจีนบุรี

 



ททท.LOI 5องค์กรเปิดแผนท่องเที่ยวการบินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ดึงผู้โดยสารต่อเครื่องเที่ยวไทย

ททท.LOI 5องค์กรเปิดแผนท่องเที่ยวการบินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ดึงผู้โดยสารต่อเครื่องเที่ยวไทยผ่านTransfer Passenger Privilege

ททท.LOI 5 องค์กรนำท่องเที่ยวผนึกการบินเปิดโครงการผู้โดยสารต่อเครื่องออกมาเที่ยวเมืองไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailandTransferPassengerPrivilege #ผู้โดยสารต่อเครื่องเที่ยวเมืองไทย

ททท.แท็กทีม 5 องค์กร ลงนาม LOI แผน “กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและการบริการประเทศไทย” เปิดโปรเจกต์ดึงผู้โดยสาร “ต่อเครื่อง-แวะพัก” สนามบินไทยใช้ช่วงเวลารอเครื่องออกมาเที่ยวได้ เดินหน้าโปรโมท “Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege” เปิดจุดขายเพิ่มรายได้ธุรกิจเอกชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนาม หนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ (Letter of Intent: LOI) เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาค การท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” ของการท่องเที่ยวและการบินรวม 6 องค์กร นำโดย “นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมภาคีเครือข่ายอีก 4 หน่วยงาน  ได้แก่ นายกฤษ พัฒนสาร นายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย นายวิชญ์ กิจจาทร ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  “AOT” และรักษาการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ จำกัด รศ.ดร.ดุลย์พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีดาพงศ์  รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามความร่วมมือของทั้ง 6 องค์กร เมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยวา การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเปลี่ยน “เวลารอระหว่างเที่ยวบิน” ให้เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” เชิญชวนให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Passenger) และผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit Passenger) สามารถเดินทางออกจากท่าอากาศยานเพื่อท่องเที่ยว สัมผัสอาหาร วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว สินค้า และประสบการณ์ของประเทศไทยในช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบิน เชื่อมโยงการเดินทาง “สนามบิน – เมือง – แหล่งท่องเที่ยว – ผู้ประกอบการ” มุ่งเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้นักท่องเที่ยวไปยังภาคธุรกิจและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมืองไทย โดยโครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege ของ ททท.เข้ามารองรับความร่วมมือดังกล่าว


ททท. เล็งเห็นศักยภาพผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเมืองไทย ไม่ควรเป็นเพียง “ผู้โดยสารที่รอเที่ยวบิน” แต่สามารถเป็น “นักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสประเทศไทย” ได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเชื่อมศักยภาพด้านการบินเข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน โดยมุ่งเปลี่ยนทุกช่วงเวลาการรอให้เป็นโอกาสค้นพบประเทศไทย ควบคู่การสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มยิ่งขึ้นต่อไป

โดย ททท. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักประสานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์และแนวทางอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารกลุ่ม Transfer และ Transit Passenger รวมถึงออกแบบเส้นทางและเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่อง โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการเดินทางกลับมาต่อเที่ยวบินได้อย่างมั่นใจ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและระบบสนับสนุนให้เกิดการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey) ตั้งแต่ท่าอากาศยานสู่แหล่งท่องเที่ยวและกลับมาต่อเที่ยวบิน ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และธุรกิจบริการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน


ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันประเทศไทยเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub ของภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง โครงข่ายการบิน ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าจากการเดินทางผ่านประเทศไทย ในระยะแรกที่จะมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และ “Transit Experience” ที่เหมาะสมกับระยะเวลาการต่อเที่ยวบิน

เช่น City Express, Food Express, Wellness Express พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ ดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ สร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่ผู้เดินทาง อันจะนำไปสู่การยกระดับไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination เสริมขีดความสามาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล

ททท.โตเกียวปี70ดึงญี่ปุ่นรุ่นใหม่/ผู้หญิงเที่ยวไทย1.1ล้านคน 3สนง.“โตเกียว/ฟูกู/โอซากา”รุกขายNationWide4กิจกรรม

 


เสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว

ททท.โตเกียวเร่งปี69-70ดึงญี่ปุ่นรุ่นใหม่/ผู้หญิงเที่ยวไทย1.1ล้านคน

3สนง.“โตเกียว/ฟูกู/โอซากา”ผนึกแอร์ไลน์+OTAรุกขายNation Wide

ลุย4กิจกรรม“Foodieอาหาร+บัตรJCB+ไทยเฟสต์+ไทย-ญี่ปุ่น140ปี

โหมGastronomyปลุกทุกตลาดญี่ปุ่นเที่ยวไทยทั้งปีตลอด365วัน

คิงเพาเวอร์ออนไลน์ช้อปDELIGHTS & SURPRISES ลด25%

ช้อปฟรี!ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับทันที ANNIVERSARY GIFT 

ททท.ผนึกพันธมิตรจัดThailand Fest 2026เจาะตลาดสเปนปี69

บางจากมอบทุนเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันหนุนการศึกษาปี22

เที่ยวสโลวไลฟ์“ชุมชนพรหมโลก”พรหมบุรี นครศรีธรรมราช

4เรื่องต้องทำหลังน้ำลด“ระบบไฟ-สุขอนามัย-การเงิน-ฟื้นฟูใจ”

สิงคโปร์แอร์บริการใหม่“SIA Chefs’Selection”100เมนูพ.ย.69

AOTยึดเวทีPTE Asia 2026ดึงเทรนด์บินโลกใช้6สนามบินไทย

 

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวชุมชนพรหมโลกนครศรีธรรมราช

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1JLuJMKpHX/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว เปิดแผนปลายปี69-70 รุกตลาดญี่ปุ่นมูลค่าสูงเที่ยวไทยเป้า 1 ล้านคน ลุยใช้งาน TEJ 2026 โหมขาย 2 โครงการ “Nation Wide” 3 สำนักงาน โตเกียว-โอซากา-ฟูกูโอกะ ผนึก OTA แอร์ไลน์สเพิ่มที่นั่งเข้าไทย ตั้งเป้าขาย 65,000 PAX กับ “Amazing Thailand x BHUTAN HAPPINESS” บูมเที่ยวเมืองไทยใกล้กรุง กับทัวร์ยั่งยืนภูฎาน พร้อมเดินหน้าตลาดเชิงรุก 4 กิจกรรม “จับมือทีวีช่องใหญ่” นำกลุ่มFoodie ดังเดินสายชิมอาหารมิชลิน โรงแรม สตรีทฟู้ดทั่วไทยเผยแพร่ในรายการดังของญี่ปุ่น ร่วม “JTB CARD” ทำแพกเกจแจกพริวิเลจพิเศษเพียบ “ยึดพื้นที่ Consumer Event งานไทยเฟสต์เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ผู้หญิง และ “จัดฉลองครบรอบความสัมพันธ์ไทย 140ปี” บูมขายวัฒนธรรม Pop Culture กีฬา และไฮไลต์ “อาหาร” ปิดช่องว่างเที่ยวตามฤดูมาเป็นเที่ยวไทยได้ตลอด 365 วัน

นายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ปี 2570 ททท.ตั้งเป้าหมายรวมตลาดญี่ปุ่นทั้งประเทศเดินทางเที่ยวเมืองไทย 1,100,000 คน ทำรายได้กว่า 46,000 ล้านบาท ล่าสุดททท.เข้าร่วมขายในงาน Tourism EXPO Japan 2026 (TEJ2026) ครั้งที่ 15 เมื่อ 24-27 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติโตเกียว บิ๊ก ไซต์ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าว

ททท.ได้นำเสนอจุดขายแนวคิด “Healing is the New Luxury” การท่องเที่ยเมืองไทยในมุมใหม่ ๆ พร้อเปิดตัวมาสคอตการท่องเที่ยว น้องสุขใจ กับน้องรักยิ้ม ด้วยเป้าหมายหลักนำเสนอขายการท่องเที่ยวเชิงการพักผ่อนแบบฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ (Healing) การดูแลสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างแรงจูงใจเจาะตลาดคุณภาพในญี่ปุ่น ขยายนักเดินทางเที่ยวไทยซ้ำ (Re-visit) คนรุ่นใหม่ (Young Gen) กับผู้หญิง (Female) โดยมีกิจกรรมนวดฟ้อนเล็บของภาคเหนือ นวดแผนไทย การทำเวิร์คช้อปร้อยสร้อยจากวัสดุรีไซเคิลจากทะเล ทำยาดมสมุนไพร สะท้อนสินค้าเวลเนสของไทยที่แข็งแรง



สำหรับแผนส่งเสริมการตลาดในญี่ปุ่นของ ททท.3 สำนักงาน ได้แก่ โตเกียว โอซากา ฟูกูโอกะ ได้ผนึกกันทำกิจกรรมสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่



● ส่วนที่ 1 เปิดตัวโครงการ Nation Wide โดย ททท.ในญี่ปุ่น 3 สำนักงาน คือ โตเกียว โอซากา ฟูกูโอกะ ร่วมกันกระตุ้นตลาดญี่ปุ่นเดินทางเข้าไทย มีสายการบินเข้ามาร่วมด้วย เพื่อเพิ่ม “ที่นั่งเที่ยวบิน” (seat capacity) ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA :Online Travel Agent) ภายใต้แคมเปญ “ฮีลทันใจ เที่ยวทั่วไทยได้ทันที” เริ่ม 1 พฤศจิกายน อาจจะต่อเนื่องไปถึงปลายธันวาคม 2569  พุ่งเป้าเชิญชวนชาวญี่ปุ่นเดินทางสัมผัสอย่างผ่อนคลาย ส่งเสียงกระตุ้นเกิดการเดินทาง ทำผ่านโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาดร่วมกัน (Joint Promotion)

ตั้งเป้าตลอดโครงการรวมทั้งหมด 65,000 PAX  เจาะเข้าถึงกลุ่ม ครอบครัว พรีเมี่ยมเวลเนส กอล์ฟ ทำเป็นแพกเกจสนับสนุน ททท.จะรับผิดชอบ ได้แก่



-ททท.สำนักงานโตเกียว 30,000 PAX  ขยายเกตเวย์ในภูมิภาคตามสนามบินที่มีศักยภาพรองรับ พร้อมกับจัดกิจกรรม Topper Challenge กระตุ้นให้เกิดการเดินทางต่าง ๆ ของตัวแทนขายหน้าร้านของบริษัทนำเที่ยวเพิ่มยอดขายมากขึ้น

-ททท.สำนักงานโอซากา 25,000 PAX มอบอินเซ็นทีฟบัตรเดินทางรถไฟฟ้าในเมืองไทย MRT, BTS เพราะชาวญี่ปุ่นชื่นชอบใช้รถขนส่งสาธารณะ รวมทั้งจัดงานคอนซูเมอร์ แฟร์ มีสายการบินต้นทุนต่ำ กับพันธมิตรที่มีเครือข่ายมาร่วมด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมาซื้อแพกเกจ

-ฟูกูโอกะ 10,000 PAX เน้นบินตรงมายังสุวรรณภูมิ ดอนเมือง แล้วต่อเครื่องไปยังปลายทาง เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ ภูเก็ต โดยทำเที่ยวบินต่อเครื่อง (transit) หรือเพิ่มช่องทางให้เข้าออกพิเศษ (fast track) หรือให้สิทธิ์ใช้เลาจน์ผู้โดยสาร เป็นพริวิเลจให้นักท่องเที่ยวที่มาซื้อแพกเกจจาก OTA และสายการบิน หลัก ๆ จะเป็นโลว์คอสแอร์ไลน์สในพื้นที่กิวชู


โครงการนี้ตอบโจทย์การขยายที่นั่งเที่ยวบิน จากเดิมมีประมาณ 300,000 ที่นั่ง/เดือน แต่ปัจจุบันเหลือประมาณ 150,000 ที่นั่ง/เดือน หายไปประมาณ 50 % ดังนั้นการทำแคมเปญกระตุ้นสายการบินตรง และบินอ้อม มายังไทย พร้อมเพิ่มโอกาสทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter flight) จากเมืองรองในญี่ปุ่น มายังกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวของไทย ขยายความสะดวกสบาย เช่น การเปิดจุดบินจากเซนไดมายังท่าอากาศยานดอนเมืองแต่บางช่วงก็ต้องหยุดบิน

ดังนั้น ททท.จึงใช้สายการบินที่มีเที่ยวบินอ้อมทั้ง โคเรียนแอร์ (เกาหลี) ไชน่าแอร์ไลน์ส(จีน) อีวีเอแอร์(ไต้หวัน) สิงคโปร์แอร์ไลน์ส แวะพักประเทศของสายการบิน แล้วต่อเข้ามาไทยทั้งที่ กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และการทำเที่ยวบินต่อเนื่อง

● ส่วนที่ 2 โครงการ Amazing Thailand x BHUTAN HAPPINESS ส่งเสริมและกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศเชื่อมโยง 2 ดินแดนแห่งความสุข เชิญชวนชาวญี่ปุ่นให้เดินทางมา “เมืองไทย” นำเสนอเรื่องเวลเนส เส้นทางกรุงเทพฯต่อไปยังพระนครศรีอยุธยา “ภูฎาน” ชูแฮปปี้เนส ไปเที่ยวภูฎาน ตอบโจทย์การท่องเที่ยวยั่งยืน

ผอ.เสกสรร กล่าวว่า ปลายปี 2569-2570 วางแผนทำ “กิจกรรมการตลาดเชิงรุก” ช่วงต่องเนื่องเข้าสู่เวลาแห่งการเฉลิมฉลอง/Celebration และเทศกาลความสุขแห่งชีวิต (Festival of Life) ททท.สำนักงานโตเกียว จะรุกขยายตลาดร่วมกับพันธมิตรหลักเบื้องต้นทำ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย



-กิจกรรมที่ 1 ผู้ชมภาพยนตร์ Live Streaming หรือการถ่ายทอดสดภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์และทีวีรายใหญ่และดังในญี่ปุ่น นำเสนอรายการอาหารชั้นนำ โดยมีนักชิมตัวยง (Foodie) เดินทางมาเมืองไทยไปชิมแล้วนำเรื่องราวไปเสนอผ่านรายการทางทีวีดังกล่าว ทั้งคนไทยและชาวญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดีมีผู้ติดตามเป็นหลักล้านคน รวมทั้ง KOL กับอินฟลูเอนเซอร์ระดับดารามีชื่อเสียง มีอิทธิพลให้คนติดตามไปชิมอาหารร้านมิชลิน และในโรงแรม เรื่อยไปจนถึง Streetfood

เป็นกลยุทธ์การนำจุดขายด้าน “อาหาร” มาเป็นแม่เหล็กสร้างแรงจูงใจให้ชาวญี่ปุ่นอยากมาลองตะเวนกินในเมืองไทย สามารถปิดจุดอ่อนการเดินทางตามฤดูกาล (Seasonality) Low/High Season มาเดินทางได้ตลอดทั้งปี 365 วัน

-กิจกรรมที่ 2 ร่วมกับบัตรเครดิตชั้นนำ เช่น JTB CARD เป็นการ์ดพริวิเลจทำพิเศษร่วมกับ ททท.เพื่อให้ผู้ถือบัตรสมาชิก จะได้รับข้อมูลพิเศษของประเทศไทย ผ่านการจัดทำแมกาซีน และแมกาซีนออนไลน์ ที่จัดทำให้กับสมาชิกของบริษัท เจทีบี ซึ่งเป็นธุรกิจรายใหญ่มีการจัดทำนิตยสาร สื่อประชาสัมพันธ์ ให้สมาชิก โกลด์ แล้วก็ดำเนินงานร่วมกับสายการบินอย่าง การบินไทย โดยมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกผู้ถือบัตร เสนอขายสินค้าบริการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และขายที่นั่งตั๋วโดยสารเครื่องบินชั้นบิสิเนสคลาส ผูกเข้ากับโรงแรมที่พัก 5-6 ดาว ร้านอาหารมิชลิน และกิจกรรมท่องเที่ยว

ปี 2569 ททท.ในญี่ปุ่นได้รับเป้าหมายให้นำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยรวมทั้งสิ้น จำนวน 640,000 คน เพิ่ม 2% ทำรายได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่รายได้จะเพิ่มขึ้นต้องทำให้เกิด “วันพักค้าง+ใช้จ่าย” มากขึ้น ตามปกติญี่ปุ่นพักเฉลี่ย 6-7 วัน/คน/ทริป และนิยมใช้จ่ายเงินรับบริการมากขึ้นจาก เวลเนส สปา อาหาร (Gastromy) ซึ่งเป็นอีกหมุดหมายที่จะต้องนำมาใช้ควบคู่กันไป



พร้อมกับ “ลงทุนกับกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่” Young Generation ททท.สำนักงานโตเกียวจัดกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยทำโครงการ “Young Gen Enjoy” กระตุ้นให้มมาสัมมนาในกรุงเทพฯ สู่ภาคตะวันออกในชุมชนเมืองท่องเที่ยวรอง อย่าง ระยอง จันทบุรี จะเป็นกลุ่มนักศึกษาผ่านการคัดสรรโดยมีโจทย์ให้มาค้นหาแผนธุรกิจที่ได้ออกแบบไว้ แล้วมาต่อยอดโดยใช้เครื่องมือ AI ในชุมชน แอปพลิเคชั่นของ ททท.ทำร่วมกับสายการบิน OTA สามารถสนับสนุนกิจกรรมได้ เป็นการพัฒนาซัพพลายไซต์ให้ตอบโจทย์ “จุดอ่อน” เรื่องการเข้าถึงชุมชน กระตุ้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ในญี่ปุ่น ที่ต้องการหลีกหนีแหล่งท่องเที่ยวเดิม ๆ ที่จำเจ โดยมีชุมชนที่ได้รับความสนใจ ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง และชุมชนริมน้ำจันทบูร

ส่วนกลุ่มผู้หญิงญี่ปุ่น/Female จะเน้นสินค้ามีมูลค่าสูง High Value เดินทางไปยัง จ.กระบี่ สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้การใช้ขี้ผึ้งชันโรง การทำอาหารเมนูสุขภาพ ทำสปาน้ำพุร้อน เชื่อมโยงไปพังงาด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มเก่าที่เพิ่งส่งเสริมให้เดินทางไปยังกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ ซึ่งส่งเสริมการทำเวลเนส สามารถสร้างสภาพแวดล้อมระบบนิเวศด้านสุขภาพได้ดีมาก โดยมีผลตอบรับดีมาก จึงทำต่อยอดจากปี 2569 ถึงปี 2570

-กิจกรรมที่ 3 ลงทุนเพิ่มจุดขายการท่องเที่ยว Pop Culture โดยใช้พื้นที่งาน Consumer Event เช่น เทศกาลไทย หรือ Thai Festival จัดทั้งที่ โตเกียว โอซากา และอีกหลายเมืองมีผลตอบรับที่ดี เป็นงานสร้างความเชื่อถือและการมีส่วนร่วมของชาวญี่ปุ่นได้ดีมาก

-กิจกรรมที่ 4 ปี 2570 จัดครบรอบความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 140 ปี จะนำเรื่องราวต่างๆ ร้อยเรียงเข้าด้วยกันเรื่อง “วัฒนธรรมอาหาร” ของสองประเทศ ความรู้ กีฬา ที่มีการแข่งขันเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นไฮไลต์ในปีต่อไปด้วย

สถิตินักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2569 จำนวน 769,970 คน ยังลดลงอยู่ประมาณ 4.2% ติดอันดับที่ 7 ของตลาดต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด (รองจากจีน 3.9 ล้านคน มาเลเซีย 2.9 ล้านคน, อินเดีย 1.7 ล้านคน รัสเซีย 1.2 ล้านคน เกาหลีใต้ 8.4 แสนคน ไต้หวัน 7.9 แสนคน)

            ญี่ปุ่นมาไทย 9 เดือนนี้ แต่เป็นตลาดคุณภาพ สร้างรายได้อย่างสมดุลต่อเนื่องตลอดปี แต่ยังคงลดลง 4.2 % มีผลกระทบจากเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง (Yen Depreciation) ราคาน้ำมันโลกที่กดดันราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน แต่ในเชิงคุณภาพ ตลาดญี่ปุ่นยังคงสร้างความสมดุลด้านรายได้และความต่อเนื่องตลอดทั้งปี

            เป้าหมายปี 2570 ททท.ในญี่ปุ่นทั้ง 3 สำนักงาน ททท.ได้รับโจทย์ให้ทำเป้าหมายเข้าประเทศ ดังนี้

● ททท.สำนักงานโตเกียว : จำนวนนักท่องเที่ยว 649,000 คน เพิ่ม 2% ทำรายได้ 27,150 ล้านบาท 

● สำนักงานโอซากา : จำนวนนักท่องเที่ยว 325,000 คน เพิ่ม 1% Share ทำรายได้ 13,575 ล้านบาท 

● สำนักงานฟุกุโอกะ : จำนวนนักท่องเที่ยว 126,000 คน เพิ่ม 0.4% ทำรายได้ 5,275 ล้านบาท 

            ● เป้าหมายรวมตลาดญี่ปุ่นทั้งประเทศ : จำนวนนักท่องเที่ยว 1,100,000 คน ทำรายได้เข้าไทยรวมกว่า 46,000 ล้านบาท ประกอบด้วย “กลุ่มเป้าหมายเชิงลึก” ดังนี้

กลุ่มแรก -นักเดินทางผู้หญิง  (Female Travelers : OL - Office Ladies & Working Women “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว” ให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องความปลอดภัย สุขอนามัย การพักผ่อนในบรรยากาศพรีเมียม (Boutique Hotels) ชอบการปรนนิบัติตนเองด้วยสปา นวดแผนไทย อาหารเพื่อสุขภาพ คาเฟ่สวยงาม และแหล่งช้อปปิ้งงานหัตถกรรมคราฟต์ร่วมสมัย 

กลุ่ม 2 -คนรุ่นใหม่และเดินทางครั้งแรก Young Gen & First Visitors (Gen Z & Young Millennials)มี “พฤติกรรม” เดินทางอิสระโดยลำพัง  (FIT : Free Independent Traveler) ตัดสินใจผ่านโซเชียลมีเดีย (Instagram, TikTok, X) มองหาแหล่งท่องเที่ยวที่สร้าง "Identity Signaling" สอดรับกับกระแส T-Pop, กิจกรรมมวยไทย, ซิตี้วอล์กในย่านสตรีทอาร์ต และการลิ้มลอง Street Food ระดับมิชลิน 

            กลุ่ม 3 -มูลค่าสูงและฟื้นฟูร่างกาย High-Value & Rejuvenator (The New Nomads & Wellness Seekers)



กลุ่ม 4 - แสวงหาการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูกาย-ใจอย่างลึกซึ้ง (Retreat & Longevity) ยอมจ่ายในราคาสูงเพื่อความเป็นส่วนตัว (Exclusivity) พำนักยาวนาน (Longer Stay) และชื่นชอบการผสมผสานธรรมชาติเข้ากับการบำบัดรักษา 

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ออนไลน์ช้อปDELIGHTS & SURPRISES ลด25%

 

DELIGHTS & SURPRISES 2026 SHOPPING RACE TO NEW POWER: CLICK & COLLECT โปรติดท็อป ช้อปติดสปีด  โดยสามารถซื้อสั่งล่วงหน้าผ่านทาง “คิงเพาเวอร์ ออนไลน์” รับสินค้าง่ายที่สนามบิน พร้อมดีลสุดคุ้มจากแบรนด์ดัง ให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นแบบสบายกว่าเดิม

 

เลือกช้อปก่อนบินกับคอลเลกชันไอเทมตัวท็อปที่ทุกคนรอคอย คัดมาให้แบบจัดเต็ม ช้อป DUTY-FREE ได้เลยตั้งแต่ 60 วัน ถึง 2 ชั่วโมงก่อนบิน พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ วันนี้ -31 ตุลาคม 2569

 

1.ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท รหัสส่วนลด 15DS26

2.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รหัสส่วนลด 20DS26

3.ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รหัสส่วนลด 25DS26

 

พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่ม 10% (ใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด) ด้วยการใช้รหัสส่วนลด PWPOCT26  (เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)

 

ข่าวที่ 2 -ช้อปฟรี!ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับทันที ANNIVERSARY GIFT 

 

ช้อปฟรี! ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แลกไอเทมคู่ใจได้แบบฟรีๆ ด้วย ANNIVERSARY GIFT  วันนี้ -31 ตุลาคม 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เท่านั้น

 

● ซื้อ ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 14,500 บาท

 

● พิเศษ! ซื้อ ANNIVERSARY CARD ครบทุก 3 ใบ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่า 1,000 บาท

 

● ลุ้นเป็นเจ้าของคอนโดหรู! Park Origin พญาไท มูลค่ากว่า 8.1 ล้านบาท

เพียงช้อปครบทุก 5,000 บาท (สุทธิ) รับ 1 สิทธิ์ลุ้นทันที จากยอดตั้งแต่ วันนี้– 1 พฤศจิกายน 2569

 

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาคว้าโปรดีแห่งปีด้วยกัน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ — BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออก 2 และ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต — ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก

 

ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS สมัครฟรีวันนี้! รับส่วนลด ON-TOP 200 บาท รวมสิทธิพิเศษอีกมากมาย

 

● ยกขบวนกิจกรรมและของขวัญจากแบรนด์ชั้นนำมาร่วมฉลองแบบตัวท็อป

 

-DEMONSTRATION & MAKE UP SHOWCASE สาธิตเทคนิคแต่งหน้า

 

-PREMIUM GIVEAWAY รับของขวัญสุดพรีเมียม เมื่อช้อปตามเงื่อนไข

 

-FIND YOUR FIT & PRODUCT TESTING ตรวจสอบสภาพผิวและทดลองผลิตภัณฑ์

 

 ข่าวที่ 3-ททท.ผนึกพันธมิตรจัดThailand Fest 2026เจาะตลาดสเปนปี69

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับพันธมิตร จัดงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) เมื่อ26–27 กันยายน 2569 ณ ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม El Corte Inglés Sanchinarro กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน ยกทัพเสน่ห์อาหารไทยควบคู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย เสนอแก่นักท่องเที่ยวสเปนอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทย 4 เมนู โดยอาหารไทยผู้มีชื่อเสียง “เชฟนูรอ” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้าน “Blue Elephant” ร้านอาหารไทยชื่อดังที่มีสาขาทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) มอบประสบการณ์ตรง และสร้างความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจสู่การตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย

 

การจัดงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Amazing Thailand Food Festival (World Tour)” เพื่อนำเสนอเสน่ห์อาหารไทยควบคู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย และขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยและช่วงชิงโอกาสทางการตลาดท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยนำเสนอภายใต้แนวคิด “The Wholesome Taste of Thai” เพื่อสื่อสารว่ารสชาติอาหารไทยไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย หากยังดีต่อสุขภาพ มีเรื่องราวของวัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย ภายใต้อาหารไทยในแต่ละจาน

 

โดยมี “เชฟนูรอ” เป็นเชฟร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงมารังสรรค์เมนูอาหารไทย 4 เมนู ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ลิ้มลองอาหารไทย ที่มีเรื่องราวและดีต่อสุขภาพ ด้านการส่งเสริมการขาย ททท. ร่วมกับViajes El Corte Inglés  ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวชั้นนำในพื้นที่ จัดบูธประชาสัมพันธ์และเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศไทยให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อเชื่อมโยงจากการสร้างประสบการณ์ภายในงานไปสู่การตัดสินใจเดินทางจริง อีกด้วย

 

งาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ครั้งนี้เป็นกิจกรรมในรูปแบบ B2C โดยเลือกจัด ณ ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม El Corte Inglés Sanchinarro เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Loyal Shoppers ของห้าง รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สนใจการเดินทางระยะไกลและมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมีความหมาย เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้ง 2 วัน

 

ภายในงาน ททท. ยกเสน่ห์อาหารไทยมาเป็นหนึ่งในไฮไลต์หลักผ่านกิจกรรมสาธิตการทำอาหารโดย “มาสเตอร์เชฟนูรอ” หรือ เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดัง Blue Elephant พร้อมด้วยเชฟอาหารไทยในพื้นที่ ถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยผ่านเมนูที่สะท้อนภูมิปัญญา วัตถุดิบ และวัฒนธรรมการกินของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวยำน้ำบูดู อาหารพื้นถิ่นภาคใต้ที่โดดเด่นด้วยสมุนไพรและน้ำบูดู ต้มข่ากาปาโช่ ที่นำรสชาติของต้มข่าไทยมาผสมผสานกับวัฒนธรรมซุปเย็นของสเปน ลาบทูน่าพริกมะแขว่นชิกง ตลอดจน แสร้งว่ากุ้งปลาแซลมอนฟู ที่นำเสนอแนวคิดการรับประทานสมุนไพรสดและภูมิปัญญาอาหารไทยที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ 

 

พร้อมกับเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีไทยผ่านการแสดง 1.นาฏศิลป์ไทยและศิลปะร่วมสมัย 2.กิจกรรม Thai Craft Workshop สร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง อาทิ การระบายสีตกแต่ง Magnet ไม้เลเซอร์ฉลุลายอาหารไทย,การตกแต่งพัดจักสานด้วยการร้อยพวงอุบะ ,การระบายสีพวงกุญแจอาหารไทยจิ๋ว เมนูข้าวเหนียวมะม่วง และกิจกรรมสร้างสรรค์ชุดเครื่องหอมดอกไม้แห้ง กลิ่นดอกไม้ไทย เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์งานฝีมือไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเข้าถึงได้ง่าย  

 

3.Wellness เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ ทดลองนวดไทย เรียนรู้ท่าทางการผ่อนคลายง่าย ๆ ด้วยตนเอง  4.ชมสาธิตมวยไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองฝึกทักษะการชกมวยไทยเบื้องต้น  5.นำ AI Powered Thailand Photo Experience พาผู้ร่วมงานสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในรูปแบบเสมือนจริง ผ่านการถ่ายภาพร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยและเก็บไว้เป็นที่ระลึก 

 

โดย ททท. ได้ขยายผลประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายเมืองไทยทั้งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) การท่องเที่ยวสำราญทางน้ำในตลาดสเปน  โดยมีกลุ่มLoyal Shoppers ของห้างสรรพสินค้า นักท่องเที่ยวทั่วไป โดยร่วมกับ Viajes El Corte Inglés บริษัทภายใต้ El Corte Ingles นำเสนอผ่านช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ของบริษัทฯ และส่ง E-Newsletter ไปยังฐานสมาชิกรวมกว่า 100,000 รายประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ผ่าน TV Screen ที่สำนักงานขาย 430 จอ ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศสเปน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ Out of Home ในพื้นที่สำคัญของกรุงมาดริด รวมถึงสถานีวิทยุท้องถิ่น KISS Madrid ซึ่งมีผู้ฟังจำนวนถึง 1 ล้านกว่าคนต่อวัน และเชิญ Micro-Influencers ด้านการท่องเที่ยวและ Gastronomy จำนวนอย่างน้อย 4 ราย มาร่วมงานฯ เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวสเปนในวงกว้าง  

 

ททท. คาดการจัดงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai)  จะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 5,000 คน และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวชาวสเปนรู้จักไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม สุขภาพ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางในพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน-ครั้ง เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่สามารถผสานคุณค่าของอาหาร วัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว

 

ข่าวที่ 4-บางจากมอบทุนเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันหนุนการศึกษาปี22

 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการ “ทุนการศึกษาเยาวชนบางจาก” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในชุมชนและโรงเรียนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง รวมถึงนักกีฬาสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก และเยาวชนในโครงการเยาวชนคนดีบางจาก โดยมี นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารบางจากฯ ร่วมมอบทุนการศึกษา และมีผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ผู้บริหารโรงเรียน คณาจารย์ คณะกรรมการชุมชน และตัวแทนเยาวชน ร่วมในพิธีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจากฯ

 

ปีนี้ บางจากฯ มอบทุนการศึกษารวม 776 ทุน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท ครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนและนักศึกษาจาก 20 สถานศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงปริญญาตรี เยาวชนจาก 10 ชุมชนและแฟลต–บ้านพักทหาร นักกีฬาสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก และเยาวชนในโครงการเยาวชนคนดีบางจาก

 

โครงการ “ทุนการศึกษาเยาวชนบางจาก” ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาสู่ปีที่ 22 เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของบางจากฯ ในการพัฒนานวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งนอกจากช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา บางจากฯ ยังส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาความสามารถในแนวทางที่ถนัด ไม่ว่าจะเป็นดนตรี กีฬา ศิลปะ ฯลฯ ควบคู่กับการปลูกฝังให้เยาวชนเป็นทั้งคนเก่งและคนดี มีความรู้ ความสามารถ มีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมนำศักยภาพของตนเองไปสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นและสังคมในอนาคต

 

          ช่วงที่ 2 ปลายปีนี้ มีทริปดี ๆ มาชวนไปฮีลใจกับการท่องเที่ยวสโลวไลฟ์ เช็คอินพักผ่อน ที่“ชุมชนพรหมโลก”พรหมบุรี นครศรีธรรมราช ทำกิจกรรมฟินๆ ได้หลายอย่าง แล้วฟัง “4เรื่องต้องทำ”หลังน้ำลด “ระบบไฟ-สุขอนามัย-การเงิน-ฟื้นฟูใจ” และเกาะติดข่าวปัง ๆ ข่าวแรก “สิงคโปร์แอร์”เตรียมเปิดบริการใหม่ “SIA Chefs’Selection” ด้วยอาหาร100เมนูพ.ย.69 ข่าวที่สอง “AOTยึดเวทีPTE Asia 2026” ดึงเทรนด์บินโลกใช้พัฒนา 6 สนามบินไทย

 

 

ท่องเที่ยว -เที่ยวสโลวไลฟ์“ชุมชนพรหมโลก”พรหมบุรี นครศรีธรรมราช

 

ชวนออกเดินทางหาประสบการณ์ความสุขในชุมชนเล็ก ๆ  “พรหมโลก” ในอำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีคลองปลายอวยและคลองนอกท่าไหลผ่านหมู่บ้าน โดยมีต้นน้ำมาจากอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เส้นทางนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำมาเสนอกับสายสโลว์ไลฟ์ใช้ชีวิตเรียบง่ายทำกิจกรรมดี ๆ หลากหลายแนว ได้ทุกวัน

 

“ชุมชนพรหมโลก” สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งบ้าน พื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด

 

“ปั่นจักรยาน” ดื่มด่ำวิถีบริเวณรอบ ๆ ชุมชน เป็นการได้ออกไปสำรวจธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางสวนผลไม้และสวนยางพารา

 

“เรียนรู้วิถีสวนสมรม” ทำความรู้จักภูมิปัญญาการปลูกพืชหลายชนิดร่วมกัน ในพื้นที่สวนเดียว ซึ่งเป็นวิถีเกษตรที่พบได้ในภาคใต้

 

“เรียนรู้การกรีดยาง” สัมผัสอีกหนึ่งอาชีพที่อยู่คู่กับชุมชน และเรียนรู้ขั้นตอนจากชาวสวนในพื้นที่

 

“ทำผ้าบาติก” และเรียนรู้การทำอาหารพื้นบ้าน สนุกกับกิจกรรมลงมือทำ พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญา

รสชาติ และเรื่องราวที่ถ่ายทอดจากคนในชุมชน

 

“เติมความสดชื่น” ที่น้ำตกพรหมโลก เดินชมธรรมชาติและพักผ่อนท่ามกลางสายน้ำ จากผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง

 

“พักโฮมสเตย์กับชาวบ้าน” ลองใช้ชีวิตให้ช้าลง เรียนรู้วิถีท้องถิ่น และสัมผัสการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าบ้าน

 

เพราะหัวใจของการท่องเที่ยวชุมชนไม่ใช่เพียงการเดินทางไปถึงจุดหมายแต่คือการได้รู้จักผู้คน เข้าใจวิถีชีวิตและช่วยกันส่งต่อคุณค่าของท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

สนใจไปเที่ยวชุมชน “พรหมโลก” ติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้ชาวบ้านได้เตรียมกิจกรรม กับทางชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก (CBT Promlok) โทร. 081-081-9150

 

สุขภาพ –4เรื่องต้องทำหลังน้ำลด“ระบบไฟ-สุขอนามัย-การเงิน-ฟื้นฟูใจ”

 

การปรับตัวและฟื้นฟูหลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมต้องเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก จัดคความสำคัญเป็น 4 เรื่อง  ทั้งเรื่องโครงสร้างบ้าน สุขอนามัย การเงิน และสภาพจิตใจ เพื่อให้คุณสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยที่สุด

 

1. ความปลอดภัยของบ้านและระบบไฟฟ้า (ทำทันทีเมื่อน้ำลด)

-ตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อนเปิดสวิตช์: ห้ามเปิดคัตเอาต์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทันทีหากยังมีความชื้น แนะนำให้ช่างไฟมืออาชีพเข้ามาตรวจสอบระบบสายไฟและเต้ารับที่ถูกน้ำท่วมเพื่อป้องกันไฟดูดหรือไฟลัดวงจร

 

-เช็กความมั่นคงของโครงสร้าง: ตรวจสอบรอยร้าว รอยทรุดของตัวบ้าน กำแพง และเพดาน หากพบสิ่งผิดปกติควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่นั้น

 

-ระวังรถยนต์และเครื่องยนต์: หากมีรถยนต์จมน้ำ ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบเครื่องยนต์และกล่องควบคุม (CPU) เสียหายถาวร ให้ติดต่อรถสไลด์เพื่อนำเข้าอู่ซ่อมทันที

 

2. สุขอนามัยและการทำความสะอาด (ป้องกันโรคระบาด)

 

-รีบทำความสะอาดขณะที่ยังหมาด: คราบโคลนที่มากับน้ำท่วมจะล้างออกง่ายที่สุดตอนที่ยังไม่แห้งสนิท ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาล้างจานขัดล้างเพื่อป้องกันเชื้อรา

-แต่งกายมิดชิดระหว่างทำความสะอาด: สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือหนา และหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันผิววิถีสัมผัสเชื้อโรค เช่น โรคฉี่หนู หรือน้ำกัดเท้า

 

-ระดมกำจัดแหล่งน้ำขัง: คว่ำภาชนะที่มีน้ำขังรอบบ้านทันทีเพื่อตัดวงจรยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก

 

3.การจัดการด้านการเงินและเอกสารสิทธิ์

-รวบรวมหลักฐานเพื่อเคลมประกันและรับการเยียวยา: ถ่ายรูปภาพความเสียหายของตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นเคลมประกันภัย หรือยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ

 

-ฟื้นฟูเอกสารสำคัญ: หากเอกสารราชการ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือโฉนดที่ดินชำรุดเสียหาย ให้เตรียมติดต่อที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อทำใหม่โดยเร็ว

 

4. การฟื้นฟูสภาพจิตใจ (Mental Health)

 

-พูดคุยระบายความเครียด: การผ่านภัยพิบัติอาจทำให้เกิดภาวะเครียดสะสม หรือ PTSD การได้พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือคนสนิทจะช่วยลดความวิตกกังวลได้ดี

 

-สังเกตสัญญาณเตือนจิตใจ: หากมีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย ตื่นตระหนกทุกครั้งที่ฝนตก หรือรู้สึกหมดหวังต่อเนื่องยาวนาน สามารถโทรปรึกษา สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –สิงคโปร์แอร์เปิดใหม่“SIA Chefs’ Selection”100เมนูพ.ย.69

 

 

“สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส”  หรือ “SIA”  ประกาศยกระดับประสบการณ์ “รับประทานอาหารบนเที่ยวบิน” ด้วย “รายการและเมนู” อาหารปรับโฉมใหม่ โดยได้คัดสรรเครื่องดื่มอย่างพิถีพิถัน พร้อมชุดภาชนะใส่อาหารออกแบบพิเศษแบรนด์ฝรั่ง            เ จัดตกแต่ง และบริการเป็นเอกลักษณ์อาหารบางรายการในชั้นสวีทและชั้นหนึ่ง พร้อมจะเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

 

นับเป็นหนึ่งในหลายเสาหลักการลงทุนครั้งใหญ่ของ SIA เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางครบวงจร ควบคู่กับผลิตภัณฑ์ห้องโดยสารยุคใหม่ ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน KrisWorld สิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การบริการภาคพื้นดิน สร้างความเหนือระดับนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสิงคโปร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2569

 

มร.เยา พี เท็ก (Yeoh Phee Teik) รองประธานบริหารฝ่ายประสบการณ์ลูกค้า สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส การรับประทานอาหารบนเที่ยวบินเป็นมากกว่ามื้ออาหารที่ SIA ให้ความสำคัญโดยฟังจากเสียงสะท้อนของลูกค้า รสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป เทรนด์การรับประทานอาหารใหม่ ๆ จึงได้ทบทวนและพัฒนาประสบการณ์ทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบเมนู วัตถุดิบตามฤดูกาล เทคนิคการปรุงอาหาร การคัดสรรเครื่องดื่ม การจัดตกแต่งจาน และการบริการของลูกเรือ

 

“ผลลัพธ์ที่ได้” คือความลงตัวของอาหารที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เครื่องดื่มคัดสรรมาเป็นอย่างดี ภาชนะใส่อาหารงดงาม และการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การรับประทานอาหารบนเครื่องบินที่ลูกค้าของเรามีความทรงจำน่าประทับใจยิ่งขึ้น

 

โดยได้ยกระดับใหม่ ประกอบด้วย อาหารเรียกน้าย่อย จานหลัก ของหวาน ทั้งรายการใหม่ และเมนูปรับปรุงใหม่รวมกว่า 100 รายการ เตรียมจะเปิดตัวทุกชั้นโดยสารภายใต้หมวดหมู่ SIA Chefs’ Selection

 

“เมนูใหม่” คิดค้นโดยเชฟประจำสายการบินและเชฟรับเชิญ ร่วมกับพันธมิตรด้านการจัดเตรียมอาหาร รวบรวมรสชาติที่คุ้นเคยและให้ความรู้สึกอบอุ่น เมนูยอดนิยมประจา ภูมิภาค เมนูคลาสสิกที่นา มารังสรรค์ใหม่ และเมนูสร้างสรรค์สูตรพิเศษ

 

“SIA” ยังได้แนะนำ “ฉลากไวน์ใหม่” ชั้นสวีท ชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกจ พร้อมขยายตัวเลือกสุราใหม่ในทุกชั้นโดยสาร มอบตัวเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้นลูกค้า

 

“ชั้นสวีท-ชั้นหนึ่ง-ชั้นธุรกิจ” รเสิร์ฟมื้ออาหารบนชุดภาชนะใส่อาหารที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ รังสรรค์ร่วมกับ Christofle แบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ชั้สูงระดับตำนานจากฝรั่งเศส โดยภาชนะใส่อาหารนี้ได้นำลวดลายผ้าบาติกอันเป็นเอกลักษณ์ของ SIA มาตีความและผสมผสานอย่างประณีตงดงาม

 

“ลูกเรือ” ของ SIA จะช่วยเติมเต็มการยกระดับประสบการณ์เหล่านี้ด้วยความรู้ ความเอาใจใส่ และการบริการอันอบอุ่น มอบความละเมียดละไมและความเป็นส่วนบุคคลยิ่งขึ้น ด้วยประสบการณ์รับประทานอาหาร ในที่นั่งชั้นสวีท ชั้นหนึ่งอาหารบางรายการอาจตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ ลูกเรอื สามารถให้คำแนะนำเรื่อง “เครื่องดื่มจับคู่กับมื้ออาหารที่ลูกค้าเลือกได้อย่างลงตัว

 

“สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” ได้เริ่มทยอยเปิดตัวเมนูใหม่ ๆ แล้วที่จะยกระดับบริการอาหารส่วนที่เหลือ ทั้งเครื่องดื่มใหม่ ชุดภาชนะใส่อาหาร และรายละเอียดการบริการบนเที่ยวบิน จะเริ่มเปิดตัวตั้งแต่พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

 

ข่าวที่สอง – AOT ยึดเวที PTE Asia 2026ดึงเทรนด์บินโลกใช้6สนามบินไทย

 

    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า AOT เข้าร่วมงาน Passenger Terminal Expo (PTE) Asia 2026 เวทีจัดแสดงนิทรรศการและงานประชุมระดับนานาชาติ เกี่ยวกับท่าอากาศยานเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และกรณีศึกษาเกี่ยวกับแนวทางในการบริหารจัดการ รวมทั้งนำเสนอนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาคารผู้โดยสารในอนาคต โดยมีนายโสภณ ปิยะภาณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย นายธีร เจียศิริพงษ์กุล กรรมการ AOT นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ผู้บริหารและพนักงาน AOT เข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 23-24 กันยายน 2569 ที่ เดอะ แซนด์ เอ็กซโป & คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ สิงคโปร์

 

ทาง AOT ใช้โอกาสสำคัญในการเข้าร่วมงาน Passenger Terminal Expo Asia 2026 ศึกษาแนวโน้มการบินระดับโลกและสำรวจเทคโนโลยีช่วยเสริมสร้างศักยภาพยกระดับคุณภาพบริการ พร้อมกับส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจให้ผู้โดยสาร เตรียมความพร้อมเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub)

 

“นายศิโรตม์ ดวงรัตน์” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) ได้ร่วมเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ “Thailand’s Role in Asia’s Aviation Future: Strengthening Connectivity, Capacity and Competitiveness” เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานและโครงการพัฒนาท่าอากาศยานของ AOT ในอนาคต โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก AOT ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาท่าอากาศยานในอนาคต  เช่น

 

-Designing the Airport of Tomorrow – Digital Masterplanning in Asia

-Managing Complexity in Multi-Phase Airport Developments

-The Challenges of Designing and Constructing One of the World’s Most Beautiful Airports at Suvarnabhumi Airport SAT-1 (Awarded UNESCO Prix Versailles 2024)

         

AOT มุ่งนำนวัตกรรมสมัยใหม่และแนวปฏิบัติที่ได้การยอมรับระดับสากลมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาท่าอากาศยาน AOT ทั้ง 6 แห่’ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับคุณภาพงานบริการ เสริมสร้างขีดความสามารถอุตสาหกรรมการบินไทยเพื่อแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ก.ท่องเที่ยวถกรัฐ-เอกชนหนุน “เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ” หวังรายได้8,000ล้าน/ปี

ก.ท่องเที่ยวถกรัฐ-เอกชนหนุน “เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ” หวังรายได้ 8,000 ล้าน/ปีใช้พัฒนาแหล่งเที่ยวลดภาษีคนไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและสาธาร...