ททท.ลพบุรีบูมหน้าหนาวพ.ย.-ธ.ค.2กิจกรรม3อีเวนต์ 2 เทศกาล
ลพบุรีชูมหานครทุ่งทานตะวัน-รถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
แต่งไทยไปชมวังพระนารายณ์-ทัวร์บุญ-ลอยกระทง-เคาน์ดาวน์
“สิงห์บุรี”ปักหมุดวัดอัมพวัน-ชัยนาทชมสวนนก/เขื่อนเจ้าพระยา
ช้อปน้ำหอมดังตัวแม่คิงเพาเวอร์จ่ายไม่แพงกับโค้ดลด
10-25%
พูลแมนคิงเพาเวอร์รางน้ำชวนฉลองคริสต์มาส
Lunch+Dinner
ททท.ปลื้มนำไทยคว้าเหรียญทอง Most Desirable Destination
2
CEO“บางจาก-เมืองไทยประกันชีวิต”ลุยทำFry to Flyสู่
SAF
เที่ยวฟรี “Vijit
Chao Phraya 2026”เริ่ม13 พ.ย.-13ธ.ค.นี้17จุด
7 วิธีดูแลผิว “แห้ง-ลอก-คัน” ช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่หน้าหนาว
ดอนเมืองหนุนพัทยาแอร์เปิดบินคาร์โก้นำร่องไทย-เมียนมา
รร.ฮอลิเดย์อินน์กรุงเทพเสิร์ฟพิเศษดินเนอร์เที่ยวลอยกระทง
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #KingPower #TAT #บางจาก #VijitChaoPraya2026 #ทททลพบุรี
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...https://www.facebook.com/share/v/1c21AYYhfz/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! นางสาวกฤชสร
ทรายแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี เปิดเมืองต้อนรับฤดูเที่ยวภาคกลางใกล้กรุง
“ลพบุรี” บูม 2 กิจกรรม
“เที่ยวมหานครแห่งทุ่งทานตะวันหมื่นไร่-นั่งรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ชวนฟินส่งท้ายปีกับ
3 อีเวนต์ “งานฤดูหนาว 12 คืน 12
วัน-โต๊ะจีนลิง-ทำบุญเมือง” ห้ามพลาดฮีลใจ 3
เส้นทาง “พระราชวังนารายณ์-เขื่อนปาสักชลสิทธิ์-ทุ่งทานตะวัน” เช็คอินความสุขส่งท้ายปี
2 เทศกาล “ลอยกระทง” วงเวียนศรีสุริโยทัย และ “เคาน์ดาวน์”
สวดมนต์วัดดังทั้งจังหวัด พร้อมแนะนำเที่ยวเชื่อมโยง “สิงห์บุรี” 3 เส้นทาง “พระเจดีย์ธรรมสิงหบุราจริยานุสรณ์+ไหว้พระนอน
ขอพรพระนั่ง สมหวังพระยืน+วัดโพธิ์เก้าต้น” ปิดท้ายที่
“ชัยนาท” อีก 3 เส้นทาง
“สวนนก-โรงพักสรรพยา-เขื่อนเจ้าพระยา”
นางสาวกฤชสร
ทรายแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี
เปิดเผยว่า เตรียมพร้อมเปิดเมืองลพบุรีต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2569
มีกิจกรรมงานท่องเที่ยวงานประเพณีให้เลือกมากมายช่วงฤดูท่องเที่ยวเปิดประตูสู่ความสุขรับลมหนาว
มีความหลากหลายให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทาง ได้ทั้งการเข้าร่วม 2 กิจกรรมใหญ่ 3 อีเวนต์ยอดนิยม
กิจกรรมที่ 1 : เที่ยวทุ่งทานตะวัน ลพบุรีได้ชื่อว่าเป็น “มหานครแห่งทุ่งดอกทานตะวัน” ของเมืองไทย มีการเพาะปลูกทานตะวันนับหมื่นไร่ กระจายทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะ อำเภอเมือง และอำเภอพนัสนิคม นักท่องเที่ยวสามารถมาชมแต่ละแปลงท่องเที่ยวสีเหลืองสุดลูกหูลูกตาขนาดตั้งแต่ 20-100 ไร่/พื้นที่
เทคนิคการท่องเที่ยว
เช็คจุดหมายปลายทาง พื้นที่เที่ยวทุ่งทานตะวันก่อนล่วงหน้า จาก Page
ททท.สำนักงานลพบุรี
เนื่องจากดอกทานตะวันจะมีอายุดอกบานเต็มที่สวยงามประมาณ 2-4 สัปดาห์
“ทุ่งทานตะวัน”
เที่ยวได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน “อำเภอพนัสนิคม” เช่น คุณลำยอง 75 ไร่, ไร่กล้วยและไข่คาเฟ่ 10 ไร่, ฟ้าใสทานตะวันสวย 50
ไร่ บุฟผชาติ 20 ไร่ “อำเภอเมือง”
อยู่ในพื้นที่โซนเขาจีนแล ตำบลนิคมสร้างตนเอง เช่น วิชาญ 98 ไร่,
จำรัส คุณยายส้มปล่อย 40 ไร่ และอีกหลายไร่ทั่วทั้งสองอำเภอ
สามารถติดตามได้ทางหน้าเพจ facebook ของแต่ละไร่ หรือ
ททท.สำนักงานลพบุรี
กิจกรรมที่
2 :นั่งรถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
มีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
เปิดฤดูพิเศษท่องเที่ยวปลายปีนี้ จัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนพฤศจิกายน
2569-มกราคม 2570 ไฮไลต์ขบวนรถ
จะวิ่งเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้ทัศนียภาพคล้ายรถไฟกำลังวิ่งอยู่บนผืนน้ำ
โดยจะจอดให้นักท่องเที่ยวแวะลงไปถ่ายรูปความประทับใจ เปิดซื้อตั๋วผ่านออนไลน์ D-Ticket
หรือ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง
และการท่องเที่ยวรถไฟได้อีกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์
ตรงถนนกำแพงเพชร กรุงเทพมหานคร มาลงสถานีโคกสลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการพิเศษ 2 ขบวน ได้แก่
-ขบวนแรก
“Royal Blossom” เริ่มเที่ยวปฐมฤกษ์วันเสาร์ที่
7 พฤศจิกายน 2569 จากกรุงเทพอภิวัฒน์กรุงเทพฯ
มาลงที่สถานีลพบุรี แล้วเดินทางไปเที่ยวต่อที่ วังนารายณ์ราชนิเวศน์
ชมทุ่งทานตะวัน และมาชมรถไฟลอยน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
-ขบวนที่สอง Beyond
Horizon ที่มักนำมาให้บริการพ่วงร่วมกับขบวน
SRT Royal Blossom
เพิ่มการท่องเที่ยวหรูหราตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวเมืองลพบุรี
เปิดให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการได้
2 แบบ 1.ตั๋วรถไฟธรรมดา 2.แพกเกจเที่ยวรถไฟ มีบริการเสิร์ฟอาหารเครื่องดื่ม
และพาไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ
ส่วน
“งานอีเวนต์ท่องเที่ยว” ก็มีมากมายไม่แพ้กันช่วงปลายปี 2569 มีไฮไลต์ที่น่าสนใจอีก 3 อีเวนต์ ได้แก่
อีเวนต์ที่
1 : งานฤดูหนาวลพบุรีประจำปี ระหว่าง 27 พฤศจิกายน - 8 ธันวาคม ที่บริเวณสนามกีฬาหน้าโรงเรียนพิบูลย์วิทยาลัย
ใกล้ ๆ ศาลพระกาฬ ต่อเนื่อง 12 วัน 12 คืน
ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ของใช้ เครื่องเล่น
และฟรีคอนเสิร์ตทุกคืน
อีเวนต์ที่ 2 : โต๊ะจีนลิงลพบุรี วันที่ 29 พฤศจิกายน นี้ ย่อขนาดให้เล็กลง หลังจากทางจังหวัดได้จัดระเบียบลิงลพบุรี นำไปอยู่ที่อื่นบ้าง เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวยังสามารถมาร่วมได้
อีเวนต์ที่
3 : งานทำบุญเมืองลพบุรี ครั้งที่ 27 จัดวันที่ 8 ธันวาคม นี้ บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
เป็น 1 ในงานประเพณีทางพระพุทธศาสนายิ่งใหญ่
สำคัญที่สุดของจังหวัด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
พร้อมกับเปิด
“เส้นทางฮีลใจ/ฟื้นฟูใจกาย” เที่ยวลพบุรี “วันธรรมดา” วันจันทร์-พฤหัสบดี
ของทุกสัปดาห์ ททท.แนะนำปักหมุดพิกัดต่าง ๆ ดังนี้
พิกัดที่
1 : พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ ช่วงเช้า
เดินชมโบราณสถานสมัยอยุธยาตอนปลาย สวยงาม เงียบสงบ
ประการสำคัญถึงแม้อากาศภายนอกจะค่อนข้างร้อน
แต่เมื่อได้มาเดินในพระราชวังแห่งนี้กลับเย็นสบายจากต้นไม้ที่ร่มรื่น
แล้วรอบพื้นที่สีเขียว ไปพร้อมกับศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่า ใกล้ ๆ กันก็มี
“วัดพระศรีมหาธาตุ” เป็นโบราณสถาน มาสักการะได้ “บ้านวิชาเยนทร์” หรือบ้านหลวงรับราชทูต และ
“เจ้าพ่อพระกาฬ” ที่ศาลพระกาฬ
พิกัดที่ 2 : เที่ยวทุ่งทานตะวัน ยามสายทั้งในอำเภอเมือง และพนัสนิคม
ฮีลใจในบรรยากาศทุ่งสีเหลืองทอง
พิกัดที่ 3 : เที่ยวรถไฟลอยน้ำที่บ้านโคกสลุง ไม่ต้องนั่งรถไฟก็ได้
แต่สามารถมาชมรถไฟวิ่งลอยเหนือวิวสายน้ำคล้ายทะเลสาบ เป็นจุดเช็คอินสุดอันซีน
เป็นจุดพักสายตาและฮีลใจได้ดีเยี่ยม
“การเดินทาง” หากนักท่องเที่ยวไม่ได้ขับรถเอง
สามารถไปยังลพบุรีโดยเลือก
1.นั่งรถไฟจากกรุงเทพมหานครมาลง
2 สถานี คือ สถานีลพบุรี 1 อยู่ในเมือง
หรือ ลพบุรี 2 เป็นเส้นทางพาดผ่านไปทางอีสาน
2.รถตู้สาธารณะ
ออกจากขนส่งหมอชิต จตุจักร มีรถโดยขนาดเล็ก มีบริการออกจากหมอชิตทุกชั่วโมง
แต่ละวันสิ้นสุด 20.00 น.
พอมาถึงลพบุรี ภายในเมือง จะมีบริการ
1.รถสองแถว 2.รถ Grab
ซึ่งสามารถเรียกผ่านแอปพลิเคชั่น หรือบางพื้นที่สามารถเดินถึงกันได้
ยกเว้นการเดินทางไปเที่ยวทุ่งทานตะวัน
สำหรับเที่ยว “2 เทศกาล” ยิ่งใหญ่สุดของปี
“ลอยกระทง-เคาน์ดาวน์” ได้แก่
1.ลอยกระทงย้อนยุค
วันที่ 23-24 พฤศจิกายน นี้ ที่บริเวณวงเวียนสระแก้ว
หรือวงเวียนศรีสุริโยทัย จัดโดยเทศบาลเมืองลพบุรี
เชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานด้วยการรณรงค์ให้ “แต่งไทยย้อนยุค” สมัยจอมพล
ป.พิบูลสงคราม แล้วไปร่วมลอยกระทงที่วงเวียนประดับไฟแสงสีสวยงาม
พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ลิเก มวยไทย ฟรีคอนเสิร์ต สนุกสนานต่อเนื่องทั้ง 2
คืน
ตลอดงานในพื้นที่วงเวียนขนาดใหญ่
จึงสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เต็มที่เป็นจำนวนมาก
โดยจะปิดการจราจรแล้วเปิดเส้นทางเลี่ยงเพื่อสัญจร
เพื่อสร้างความสนุกสนานตลอดเทศกาล
2.ส่งท้ายปีเก่า/Countdown ต้อนรับปีใหม่/New
Year จัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
สามารถตรวจรายชื่อวัดเปิดสวดมนต์ได้ทางเพจ ททท.สำนักงานลพบุรี เช่น วัดพิกุลทอง
แล้วทางจังหวัดลพบุรีกำลังเตรียมจัดเคาน์ดาวน์
โดยจะมีกิจกรรมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มขนาดเล็ก
ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ พิธีสวดมนต์ข้ามปี รื่นเริง เคาน์ดาวน์
ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์ทั่วจังหวัด ร่วมสนุกสานได้ทั้ง 2 กิจกรรม
ผอ.กฤชสร
กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืน
ในจังหวัดลพบุรีมีห้องพักโรงแรมไว้รองรับรวมกว่า 3,000 ห้อง แล้วก็มีจังหวัดใกล้เคียงอย่างสิงห์บุรีใช้เวลาขับรถเพียง 30 นาที ได้ด้วย โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวที่ดูแลอีก 2 จังหวัด ได้แก่
●“สิงห์บุรี”
จะมีสถานที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยไฮไลต์
3 เส้นทาง
เส้นทางที่
1 “พระเจดีย์ธรรมสิงหบุราจริยานุสรณ์” วัดอัมพวัน สถาปัตยกรรมพระเจดีย์องค์ใหญ่สีขาว
งดงามตระการตา
เส้นทางที่ 2 "ไหว้พระนอน ขอพรพระนั่ง สมหวังพระยืน" การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและขอพรพระพุทธรูปปางสำคัญ
จุดแรก “ไหว้พระนอน” :
วัดพระนอนจักรสีห์ วรวิหาร ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง ที่ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์
(พระนอนจักรสีห์) ปางโปรดอสุรินทราหู ศิลปะสุโขทัยงดงามความยาว 47.40
เมตร เหมาะกับการนั่งสมาธิ
จุดที่สอง
“ขอพรพระนั่ง” : วัดพิกุลทอง
(พระอารามหลวง) ตำบลพิกุลทอง
อำเภอท่าช้าง ประดิษฐาน พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี (หลวงพ่อใหญ่) เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
ศิลปะสมัยสุโขทัย ขอพร เรื่องความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ
ความร่มเย็นเป็นสุข (เคยเป็นจำวัดของ "หลวงพ่อแพ" เกจิอาจารย์ชื่อดัง)
จุดที่สาม
“สมหวังพระยืน” : วัดประโชติการาม ตำบลบางกระบือ
อำเภอเมือง ประดิษฐาน พระอัฏฐารส หรือพระยืนคู่ศิลปะสุโขทัยอายุกว่า
700 ปี คือ หลวงพ่อทรัพย์ และ หลวงพ่อสิน
เป็นพระยืนซ้อนกัน 2 องค์ ความสูงกว่า 18 ศอก ขอพร เรื่องความสมหวังโชคลาภ การงาน การค้าขาย
และความมั่นคงในชีวิต
เส้นทางที่
3 วัดโพธิเก้าต้น และตลาดน้ำบางระจัน ไปหาบน้ำไปเติมลงบ่อนศักดิ์สิทธิ์เพิ่มความเป็นสิริมงคลให้ตัวเอง
แล้วเดินชมค่ายบางระจัน (จำลอง) ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งค่ายจริง
● “จังหวัดชัยนาท”
มีเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ไฮไลต์ การท่องเที่ยวที่เช็คอินได้ตลอด 365 วัน
เส้นทางที่
1 สวนนกชัยนาท มีกรงนกขนาดใหญ่สุดในเอเชีย และเข้าไปชมนกนานาพันธุ์
ในบรรยากาศต้นไม้สงบร่มเย็น 2.วัดธรรมามูลวรวิหาร
อำเภอเมือง ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ประดิษฐาน "หลวงพ่อธรรมจักร"
พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จุดเด่นอีกอย่างคือบันไดขึ้นไปสักการะวิหารหลวงพ่อนาค
565 ขั้น
เส้นทางที่ 2 ชมโรงพักเก่าสรรพยา ตั้งอยู่บริเวณตลาดเก่า
ในตำบลและอำเภอสรรพยา เป็นอาคารเก่าโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า
100 ปี ที่ยังหลงเหลืออยู่ รวมทั้งมีตลาดอยู่ด้วย
เส้นทางที่ 3 เขื่อนเจ้าพระยา
เขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกในเมืองไทย สวยสุดของชัยนาท
เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นสวยงามมาก
ผอ.กฤชสร
เชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวใกล้กรุงได้ทั้ง 3 จังหวัด ลองเปิดใจไปสัมผัสความสุขที่
“ลพบุรี-สิงห์บุรี-ชัยนาท” แหล่งรวมวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ
พร้อมรอต้อนรับ มากินปลาแม่น้ำ อาหารถิ่นอร่อย ๆ มากมาย
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่
1-ช้อปน้ำหอมดังตัวแม่คิงเพาเวอร์จ่ายไม่แพงกับโค้ดลด10-25%
“คิง เพาเวอร์” ร่วมกับบรรดาแบรนด์ดังทั่วโลกจัดครั้งใหญ่
“SMELL
EXPENSIVE ON A BUDGET” ให้ช้อป “ตัวหอมแพงแบบตัวแม่
โดยไม่ต้องจ่ายแพง” คัดมาให้แล้ว วันนี้- 30 พฤศจิกายน 2569
กับน้ำหอมดังกลิ่น Luxury ดูหรูหรามีคลาส จากแบรนด์ TOM
FORD, JO MALONE LONDON, BURBERRY, DAVIDOFF, MONTBLANC, CHLOE, MAISON MARGIELA,
MARC JACOBS, GUCCI และอื่นๆ อีกมาก
ดีลพิเศษ ! LET THE SHOP MOVE YOU DUTY FREE ช้อปได้ไม่รู้จบ
ปักหมุดแลนด์มาร์กความฟินก่อนออกเดินทาง! ช้อปก่อนล่วงหน้าที่ “คิง เพาเวอร์
ออนไลน์” แล้วไปรับของที่สนามบินขาออกประเทศ ดังนี้
1.ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท รหัสส่วนลด 15NOV26
2.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รหัสส่วนลด 20NOV26
3.ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รหัสส่วนลด 25NOV26
ข่าวที่ 2 -พูลแมนคิงเพาเวอร์รางน้ำชวนฉลองคริสต์มาส Lunch+Dinner
“โรงแรมพูลแมน
คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ” (รางน้ำ) ชวนร่วม “An
Artful Festive Teppanyaki Experience” ยกระดับเทศกาลเฉลิมฉลอง “คริสต์มาส”
ด้วยศิลปะแห่งเทปันยากิ 24 – 25 ธันวาคม 2569 ที่ห้อง LEOKA Teppanyaki ของโรงแรม เปิดให้สัมผัสความตื่นตาของเปลวไฟและลีลาเชฟปรุงเมนู
พร้อมลิ้มรสเนื้อวากิวญี่ปุ่นชั้นเลิศคัดสรรมาเพื่อมื้อแห่งการเฉลิมฉลองโดยเฉพาะ
1.Christmas
Lunch | 5 คอร์ส คัดสรรเนื้อ Superior Japanese Wagyu Beef ราคาท่านละ 3,500 บาทสุทธิ
2.Christmas
Dinner | 6 คอร์ส สัมผัสความพรีเมียมของเนื้อ A5 Japanese
Wagyu Beef
ราคาท่านละ 4,500
บาทสุทธิ
3.รับส่วนลดพิเศษ 10% จากราคาปกติ สมาชิก All
Accor Explorer, King Power และการจองผ่านช่องทางออนไลน์ bit.ly/LeokaXmas2026
เติมเต็มเทศกาลแห่งความสุขด้วยมื้อพิเศษที่น่าจดจำ
ได้ที่ ห้องอาหาร LEOKA Teppanyaki ชั้นกราวด์ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์
รางน้ำ โทร.02-680-9999 หรือ Line : @PullmanBangkok
ข่าวที่ 3-ททท.ปลื้มนำไทยคว้าเหรียญทอง Most Desirable Destination
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า ร่วมกับผู้บริหาร ททท. เข้าร่วมงาน 25th
Wanderlust Reader Travel Awards ที่ The Painted Hall เขตมรดกโลกยูเนสโก Maritime Greenwich กรุงลอนดอน
สหราชอาณาจักร เวทีที่ “ประเทศไทย” ได้รับรางวัล Most Desirable
Destination for Gastronomy ระดับ Gold Award จากผลโหวตของผู้อ่านของ
Wanderlust นิตยสารท่องเที่ยวรายใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของสหราชอาณาจักร
“เจ้าชายแฮร์รี”
ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ผู้ก่อตั้ง Travalyst องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เสด็จร่วมงานดังกล่าว ทรงกล่าวสุนทรพจน์ถึงพลังและความรับผิดชอบของการเดินทาง
พร้อมทรงมอบรางวัล Most Desirable Destination for Sustainability ทางด้านผู้บริหารนิตยสาร Wanderlust เน้นย้ำเรื่องการวัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวควรไปไกลกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว
ต้องให้ความสำคัญกับ “ผลที่เกิดต่อชุมชนท้องถิ่น” สอดรับกับแนวทาง Value
over Volume ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
“ประเทศไทย”
ได้รับรางวัลครั้งนี้ ตอกย้ำว่าอาหารไทยเป็น ซอฟท์ พาวเวอร์ สำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั่วโลกอยากมาสัมผัสเมืองไทย
ทั้งเสน่ห์ของ รสชาติ ภูมิปัญญาการปรุงเมนูอาหาร วัตถุดิบท้องถิ่น วัฒนธรรมการกิน ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
สอดรับกับ Must Taste 1 ใน 5 Must-Do in Thailand และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งสามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการไทย
ผู้ว่าฯ
ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. ขอขอบคุณผู้อ่านนิตยสาร Wanderlust และนักเดินทางทุกท่านที่ร่วมโหวตให้ประเทศไทย
พร้อมต้อนรับทุกคนมาลิ้มรสประสบการณ์อาหารไทยไม่มีที่ใดเหมือน
ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลก
ข่าวที่ 4-2 CEO “บางจาก-เมืองไทยประกันฯ”ลุยทำ Fry
to Flyสู่ SAF
กลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกับ บริษัท
เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขยายผลโครงการ “Fry
to Fly & ไม่ทอดซ้ำ” เมื่อวันที่ 5
พฤศจิกายน 2569 โดยร่วมมือกันส่งเสริมให้พนักงาน
ผู้ประกอบการ หน่วยงานในเครือข่ายเมืองไทยประกันชีวิต
จัดเก็บและรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) อย่างถูกวิธี ก่อนส่งต่อให้กลุ่มบริษัทบางจาก
นำไปเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable
Aviation Fuel: SAF)
นำโดย นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท
เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ทั้ง 2 CEO ร่วมถ่ายภาพความร่วมมือครั้งนี้
ที่สำนักงานใหญ่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมนางกลอยตา ณ
ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร นางกัณฑมาศ
กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บมจ.บางจากฯ นายสุรพร เพชรดี ผู้จัดการใหญ่ บริษัท
บีเอสจีเอฟ จำกัด นางพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส
นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายไพฑูรย์ ไกรอมร
รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต
กิจกรรมนี้มุ่งอำนวยความสะดวกในการรวบรวมน้ำมันของกลุ่มบริษัทบางจาก
สนับสนุนการติดตั้ง Ucollect Box นวัตกรรมตู้รับซื้อและจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วระบบอัตโนมัติ
ผ่านแอปพลิเคชัน ที่ สำนักงานใหญ่ เมืองไทยประกันชีวิต และได้มอบใบรับรองการนำ UCO
ไปผลิตเป็น SAF ให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ
และได้จัด Roadshow
Fry to Fly x ไม่ทอดซ้ำ
โดยพนักงานกลุ่มบริษัทบางจากร่วมกับพนักงานเมืองไทยประกันชีวิตลงพื้นที่รณรงค์ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร
ผู้จำหน่ายและผู้บริโภค เกี่ยวกับอันตรายจากการใช้น้ำมันปรุงอาหารทอดซ้ำ
สนับสนุนการเลือกใช้น้ำมันอย่างเหมาะสมและการจัดการน้ำมันใช้แล้ว เชิญชวนผู้ประกอบการและประชาชนในตลาดเมืองไทยภัทรฯ
กลุ่มอาคารเมืองไทยภัทรฯ ร่วมนำน้ำมันมาขาย พร้อมแนะนำวิธีการใช้ตู้ Ucollect
Box
นับเป็นอีกก้าวที่ได้ผนึกกำลังสร้างคุณค่าจากสิ่งที่เคยเป็นของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์
เพิ่มบทบาทสำคัญช่วยกันลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมการบิน
ส่งเสริมสุขภาพที่ดี เชื่อมโยงมิติด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ
พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการเติบโตอย่างยั่งยืน
ช่วงที่ 2 กลับมาแล้ว โดนใจสายชิล กับมหกรรมท่องเที่ยวฟรี
“Vijit Chao Phraya 2026”
ตลอด 1 เดือนเต็ม เริ่มวันที่ 13
พ.ย.-13ธ.ค.นี้ ภาครัฐ เอกชน ริมสองฝั่งเจ้าพระยา สนับสนุนการประดับไฟ แสง สี
เสียง สวยงาม 17 จุด แล้วฟัง 7 วิธีดูแลผิว “แห้ง-ลอก-คัน” ช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่หน้าหนาว
ติดตามข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “ดอนเมืองหนุนพัทยาแอร์” บินคาร์โก้นำร่องไทย-เมียนมา ข่าวที่สอง
“รร.ฮอลิเดย์อินน์กรุงเทพฯ” เสิร์ฟดินเนอร์เที่ยวลอยกระทง
ท่องเที่ยว –เที่ยวฟรี“Vijit Chao Phraya 2026”13
พ.ย.-13ธ.ค.นี้ 17 จุด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ร่วมกับภาครัฐเอกชนริมสองฝั่งเจ้าพระยา นำ “Vijit Chao Phraya 2026” กลับมาสร้างสีสันอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง
ชมฟรีแบบจุใจ ตลอด 1 เดือนเต็ม เริ่ม 13 พฤศจิกายน-13 ธันวาคม 2569
กับเทศกาลแห่งแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่
“สะพานพระราม 8” ยาวต่อเนื่องตลอดแนวไปจนถึง “สะพานพระราม 3”
ปรากฎการณ์ฉากธรรมชาติทั่วสายน้ำเจ้าพระยาแลนด์มาร์ก
“กรุงเทพมหานคร” ที่จะกลายเป็นเวทีแห่งแสงสีสุดตระการตา
ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์เหนือสายน้ำแห่งแผ่นดิน
ชม “Vijit Chao Phraya 2026”
จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แสงแห่งจินตนาการ (THE LIGHT OF IMAGINATION)” ถ่ายทอดความงดงามผ่านการแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสมหลากหลายรูปแบบ
ทั้งแสงไฟประดับอันวิจิตร พลุดอกไม้ไฟสุดอลังการ และเทคโนโลยีการแสดงสมัยใหม่
ที่จะเปลี่ยนสถานที่สำคัญและแลนด์มาร์กตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้เปล่งประกาย
ถ่ายทอดเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
เติมประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนระดับนานาชาติส่งท้ายปี
เตรียมพบกับการแสดงสุดตระการตาตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
เช็คอินได้ฟรีตามพื้นที่ต่าง ๆ รวม 17 พิกัด ดังนี้
1. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
(ศูนย์การเรียนรู้) 2. สะพานพระราม 8 3.
พื้นที่บริเวณปากคลองบางกอกน้อย–ปากคลองดุสิต (โรงพยาบาลศิริราช) 4.
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (บริเวณหอนาฬิกา) โรงพยาบาลศิริราช 5.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 6. อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา
กองทัพเรือ และสะพานเชื่อมหอประชุมกองทัพเรือ
7. สวนนาคราภิรมย์ 8.
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร 9. ป้อมวิไชยประสิทธิ์
10. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร 11. สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์
(สะพานพระพุทธยอดฟ้า) 12. สะพานพระปกเกล้า 13. ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน 14.
ICONSIAM (ไอคอนสยาม) 15. โรงแรม เดอะ แลงแฮม
คัสตอม เฮาส์ กรุงเทพฯ 16. คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ 17. สะพานกรุงเทพ
สุขภาพ –7 วิธีดูแลผิว“แห้ง-ลอก-คัน”ช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่หน้าหนาว
คณะแพทย์ศิริราช
แนะนำเรื่องการ เตรียมดูแลผิวช่วงเข้าหน้าหนาวหรืออากาศเปลี่ยนช่วงปลายปีนี้ โดยขอให้เน้นเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นป้องกันปัญหาผิวแห้ง
ลอก หรือคัน
5วิธีการดูแลผิวหน้าและผิวกาย
1.ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทันทีหลังอาบน้ำ: ทาครีมหรือโลชั่นภายใน
3 นาทีขณะที่ผิวยังมีความชุ่มชื้นอยู่
เพื่อช่วยล็อกน้ำไว้ในผิว
2.เลือกส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น: มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์
เสริมเกราะป้องกันผิว, ไฮยาลูโรนิก ช่วยเติมน้ำ, หรือ Glycerine / Shea
Butter ช่วยเคลือบผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น
3.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด : น้ำที่ร้อนเกินไปจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติออกจากผิว
ทำให้ผิวแห้งตึงมากขึ้น ควรใช้น้ำอุ่นปานกลางและลดเวลาอาบน้ำให้สั้นลง
4.ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน : เลือกสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีค่า
pH เหมาะกับผิว (ประมาณ 5.5) และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ที่ทำให้ผิวแห้ง
5.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ : แม้จะเป็นช่วงอากาศเย็นหรือแดดไม่แรง
แต่รังสี UV ยังคงส่องผ่านเมฆมาทำร้ายผิวและทำให้ผิวแห้งเสียได้
6.ลดการสครับผิว : ควรลดความถี่ในการสครับผิวเหลือเพียง
1 ครั้งต่อสัปดาห์
เพื่อไม่ให้ผิวชั้นนอกที่บอบบางอยู่แล้วเกิดการระคายเคืองหรือลอกแตก
7.ดื่มน้ำให้เพียงพอ : แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำเท่าหน้าร้อน
แต่ร่างกายยังคงต้องการน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นจากภายในร่างกาย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก
–ดอนเมืองหนุนพัทยาแอร์บินคาร์โก้นำร่องไทย-เมียนมา
ท่าอากาศยานดอนเมือง
(ทดม.) ภายใต้การบริหารของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า ได้สนับสนุนสายการบิน พัทยา แอร์เวย์ เปิดบริการเที่ยวบินปฐมฤกษืกาขนส่งสินค้าทางอากาศ
(Cargo) เส้นทาง ดอนเมือง (กรุงเทพฯ)–ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา
เริ่ม 3 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
รหัสเที่ยวบิน VV912 ใช้เครื่อง ATR72-500 Freighter ออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 21.55 น. จะบริการ 2
เที่ยว/สัปดาห์ โดยมุ่งสนับสนุนธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศขยายตัว
และเสริมสร้างศักยภาพการเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ
สำหรับเที่ยวบินขนส่งสินค้าดังกล่าว
ใช้เครื่อง ATR72-500 สามารถรองรับน้ำหนักสินค้าได้สูงสุดประมาณ
7.7 ตัน/เที่ยว ระยะแรกพร้อมคาดตลาดการขส่งสินค้าระหว่างประเทศจะมีประมาณ
120 ตัน/เดือน เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเพิ่มทางเลือกให้ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศของไทยและเมียนมา
พร้อมกับส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) สนับสนุนธุรกิจโลจิสติกส์ในภูมิภาคเติบโต
ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในบริการ
ท่าอากาศยานดอนเมืองจึงพร้อมสนับสนุนสายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศ
ขยายเส้นทางบินและการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งด้านการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าคาร์โก้
เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน
และส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ในภูมิภาคเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน
“เที่ยวบินปฐมฤกษ์คาร์โก้”
ครั้งนี้ จัดพิธีต้อนรับด้วยอุโมงค์น้ำ (Water Salute) บิเวณหลุมจอด 75 โดยมี นายสัญญา สนส่ง
ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเขตการบิน เป็นผู้แทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง และ
นายวิวิทวินท์ อินชมภู ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ดอนเมือง บริษัท บริการภาคพื้น
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ผู้แทนผู้จัดการใหญ่ AOTGA
ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีกับ สายการบินพัทยา แอร์เวย์
โดยมี นายพงศพธร สง่าแสง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคพื้นและการพาณิชย์
ผู้แทนสายการบิน ร่วมอยู่ด้วย
ข่าวที่สอง
–รร.ฮอลิเดย์อินน์กรุงเทพฯเสิร์ฟดินเนอร์เที่ยวลอยกระทง
ห้องอาหาร จินเจอร์ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ ชวนทุกครอบครัวและกลุ่มเพื่อนมาร่วมเฉลิมฉลอง “ลอยกระทง” เทศกาลไทยที่ไม่เพียงงดงามแต่ยังสะท้อนความผูกพันระหว่างคนไทยและสายน้ำ
ด้วย “บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ” วันลอยกระทงมีทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติหลากหลายรายการท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่น
เริ่มต้นความอร่อยด้วย 1.ปลากะพงลุยสวน คลุกเคล้าน้ำยำรสจัดจ้าน 2.อาหารไทยยอดนิยมอย่าง กระเพาะปลา แกงเผ็ดเป็ดย่างใส่มะเขือและใบโหระพา รสชาติเข้มข้นและหอมกลิ่นเครื่องเทศไทย 3.สายโปรตีนต้องชอบเนื้อสันนอกออสเตรเลียนอบสมุนไพรสดที่หั่นสดใหม่ให้บริการจากซุ้มอาหารประเภทอบ มีไก่สะเต๊ะเนื้อนุ่ม ปลาแซลมอนย่างกระเทียมและสมุนไพรสด
กุ้งลายเสือตัวโตเนื้อแน่น ปลาหมึกหมักเครื่องเทศที่ย่างสดใหม่จากเตาบาร์บีคิว ริมสระว่ายน้ำ
“ชมการแสดงเดี่ยวกีต้าสด” เติมเต็มบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองได้ตั้งแต่ 18.30 น. รับฟรีกระทงรักษ์โลก 1 ชุด เมื่อมารับประทานอาหารและใช้เวลาพิเศษร่วมกันกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน
4 คน/โต๊ะ
“บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำวันลอยกระทง” วันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.00-22.30 น. ราคา 899++ บาท/คน
ห้องอาหาร จินเจอร์
ตั้งอยู่ที่ชั้นล็อบบี้ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ โทร. +66
(0) 2 656 1555
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.







