วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

AOTพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์ ถกธุรกิจ3เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน”

 AOTพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์

ถกธุรกิจ3เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน”



AOT ร่วม DBS Asia Future Forward Conference 2026 พบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #DBSAsiaFutureForwardConference2026  

AOT ร่วมเวที DBS Asia Future Forward Conference 2026 พบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ถกธุรกิจสนามบิน 3 เรื่อง “การจัดหาแหล่งรายได้ใหม่-ผลกระทบคาร์โก้ตกค้าง+ราคาน้ำมัน-ความคืบหน้าแผนขยายสนามบิน”


     นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า นำผู้บริหารและพนักงาน AOT เข้าร่วมงาน “DBS Asia Future Forward Conference 2026” ของ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมฟูลเลอร์ตัน สิงคโปร์ ทาง AOT ได้นำเสนอ “ข้อมูล” เกี่ยวกับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร ผลการดำเนินงาน พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศให้ความสนใจ 3 เรื่อง ได้แก่



● เรื่องที่ 1 การจัดหาแหล่งรายได้ใหม่ จากการปรับอัตราค่าบริการในการขึ้น-ลงและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Landing and Parking Charges) การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (Transit/Transfer)

● เรื่องที่ 2 ผลกระทบจากสถานการณ์สัมภาระตกค้างและการให้บริการคลังสินค้า ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อธุรกิจการบินและปริมาณผู้โดยสาร

● เรื่องที่ 3 ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน และแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายของ AOT


การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคญให้ AOT ได้สื่อสารถึง “แนวโน้ม” การดำเนินงานและแผนพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศไทยเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-Class Aviation Hub) ควบคู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตขององค์กรในระยะยาว

 

ททท.บูม“MULTI-RACING FESTIVAL2026”เที่ยวทะเล“สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบฯ”เติมเงินชุมชน 250 ล้าน

ททท.บูมจัด“MULTI-RACING FESTIVAL2026”เที่ยวริมทะเล3พื้นที่

“สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบฯ”ดึงไทย/ต่างชาติเติมเงินชุมชน 250 ล้าน

 

ททท.บูมเที่ยว“AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” ต.ค.-ธ.ค.นี้ ริมทะเล "สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบ"

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Amazing MultiRacingFESTIVAL2026  

ททท.บูมเที่ยวมหกรรม “AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” ปลุกกระแสไทยและต่างชาติเที่ยวปลายปี เริ่ม 23 ต.ค.-20 ธ.ค.นี้ ฟินริมทะเล 3 พื้นที่ “สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบคีรีขันธ์” เติมรายได้ไหลเข้าชุมชน 250 ล้านบาท

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิด “AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” กิจกรรมการท่องเที่ยวผสานเสน่ห์4 อย่างเข้าด้วยกัน คือ ดนตรี กีฬา วัฒนธรรม และนันทนาการ ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ในพื้นที่ท่องเที่ยวริมทะเล 3 จังหวัด สงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์   กระตุ้นนักคนไทยและต่างชาติร่วมสัมผัสการเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวปลายปี 2569 

โดยคาดการณ์การจัดงานทั้ง 3 พื้นที่ จะมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 100,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนราว250 ล้านบาท เป็นแม่เหล็กดึงดูดใจในการเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปี กระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้อย่างทั่วถึงตรงเข้าไปยังชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว

กิจกรรมนี้ ททท.ได้ยกระดับสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่พร้อมใช้จ่ายเงินมากขึ้นตามแนวคิด Value over Volume โดยสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่มีคุณค่า มีความหมายมากกว่าแค่การเดินทาง เดินหน้าทำประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทยให้โลกรู้จักแพร่หลายควบคู่การสร้างรายได้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศต่อเนื่องปลายปีนี้


“AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” เป็นโครงการที่เลือกจัดในพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง คือ สงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ในบรรยากาศดี ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFESTYLE กับ SUP CONTEST และ BEACH LIFE FESTIVAL” ชวนออกมาสนุก ริมชายหาดทราย โดยมีกิจกรรม “Night Economy”  กระตุ้นคนไทยและต่างชาติใช้จ่ายเงินและพักนานวันในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ททท.วางโปรแกรมทยอยจัดแต่ละพื้นที่ดังนี้

● พื้นที่แรก “จังหวัดสงขลา”  นำเสนอ “SONGKHLA BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 บริเวณหาดชลาทัศน์ ชวนสาย INDY สัมผัสบรรยากาศชายหาดใต้แนวสน สนุกกับกีฬากระดานยืนพาย หรือ SUP Board ร่วมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีรวมถึงศิลปินและดีเจที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 3 วัน ทั้ง YOURMOOD, ZOM MARIE, MIRRR, SCRUBB, MAIYARAP และ THAMTHAI

● พื้นที่ 2 จังหวัดภูเก็ต สนุกกับงาน “PHUKET BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม                 –1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณหาดป่าตอง ชวนสาย FEEL GOOD สัมผัสบรรยากาศริมชายหาดร่วมแข่งขันซับบอร์ดและทดลองเล่นกีฬาแนวใหม่ สนุกกับเสียงดนตรีจาก THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL, MAIYARAP, TONTRAKUL, WHAL & DOLPH, INDIGO และ GETSUNOVA 



● พื้นที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งท้ายด้วยงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 18–20 ธันวาคม 2569 บริเวณหาดหัวดอน เขาตะเกียบ ชวนสาย HIPSTER สนุกกับการแข่งขัน SUP และ SUP CLINIC ละคอนเสิร์ตริมทะเลจาก BOWKYLION, LANDOKMAI, INDIGO, URBOYTJ, WHAL & DOLPH และ THE PARKINSON

ทั้ง 3 พื้นที่ยังได้จัดมหกรรม “FOOD ZONE” รวบรวมอาหารและเมนูท้องถิ่น เอาใจสายกิน สายช้อป “FASHION ZONE” และสินค้า “BEACH ITEMS” ให้นักท่องเที่ยวชิมชมช้อป รวมทั้งรณรงค์ให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไปด้วยกัน

ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมการเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวทั้ง 3 พื้นที่ ได้ทาง Facebook Fanpage: AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL




ต่างชาติเที่ยวไทย ม.ค.-17ต.ค.69รวม24.4 ล้านคนร่วง4.12% “ตลาดไกล”ไฮซีซั่นโต10%-“ตลาดใกล้”จีนวูบ16.6%

ต่างชาติเที่ยวไทย ม.ค.-17ต.ค.69รวม24.4 ล้านคนร่วง4.12%

“ตลาดระยะไกล”คึกคักรับไฮซีซั่นโต-“ตลาดใกล้”จีนวูบ16.6%

 

นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 1 ม.ค.-17 ต.ค.2569 รวมทั้งสิ้น 24.42 ล้านคน ลดลง 4.12%

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ต่างชาติเที่ยวไทย24ล้านคน  

“ต่างชาติเที่ยวไทย” ม.ค.-17 ต.ค.69 รวม 24.42 ล้านคน ลด 4.12 % รายได้รวม 1.18 ล้านล้านบาท “ตลาดระยะไกล” โต10.55% ขานรับไฮซีซั่น “ตลาดระยะใกล้” จีนจบวันหยุดโกลเด้นวีคร่วง 16.6 %


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 ตุลาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยทั้งสิ้น 24,423,680 คน เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ลดลง 4.12 % สร้างรายได้จากการใช้จ่าย 1,189,555 ล้านบาท สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 4,143,403 คน มาเลเซีย 3,101,918 คน อินเดีย 1,835,444 คน รัสเซีย 1,334,856 คน และเกาหลีใต้ 895,659 คน

ช่วงสัปดาห์ที่ 11-17 ตุลาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยรวมทั้งสิ้น 487,410 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 4,035 คน หรือ 0.83 % เฉลี่ย 69,630 คน/วัน ประกอบด้วย



● ตลาดระยะไกล (Long haul) 178,479 คน เพิ่มจากสัปดาห์ก่อน (4-10 ตุลาคม) 10.55 % จากปัจจัยสนับสนุน 1.ปิดภาคเรียนระยะสั้นในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา 2.เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวทำให้รัสเซียเพิ่ม 8.29 % สหรัฐอเมริกาเพิ่ม 8.18 %ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 จากเดิมอันดับ 7

● ตลาดระยะใกล้ (Short haul) มีนักท่องเที่ยว 308,931 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน (4-10 ตุลาคม) 4.04 %  มาเลเซียเพิ่ม 7.65 % มีปัจจัยสนับสนุนงานเทศกาลกินเจหาดใหญ่ “จีน” สิ้นสุดวันหยุดโกลเด้นวีคลดลง 16.6%



 “นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย” ช่วงสัปดาห์ที่ 11-17 ตุลาคม 2569 สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 65,270 คน ลดลง 16.62 % มาเลเซีย 62,093 คน เพิ่ม7.65 % อินเดีย 40,721 คน ลดลง 5.82 % รัสเซีย 27,888 คน เพิ่ม 8.29 % สหรัฐอเมริกา 18,084 คน เพิ่ม 8.18 %

แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป 18-25 ตุลาคม 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น เนื่องจาก 1.กลุ่มตลาดระยะไกลปิดภาคเรียนระยะสั้น และเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (Winter Season) 2.ตลาดระยะใกล้ โดยเฉพาะตลาดหลักจะสิ้นสุดช่วงวันหยุดต่อเนื่องจะชะลอตัวลง



 

ททท.รับ“เวอร์จินแอตแลนติก”บินครั้งแรกลอนดอน-ภูเก็ต ปี’69ดึงอังกฤษมาไทย1ล้านคน

ททท.รับ“เวอร์จินแอตแลนติก”บินครั้งแรกลอนดอน-ภูเก็ต

ขายล่วงหน้าเกือบหมื่นคนดึงอังกฤษปี’69มาไทย1ล้านคน

ททท.ต้อนรับ “เวอร์จิน แอตแลนติก” เปิดบินตรงครั้งแรก 19 ต.ค.2569 “ลอนดอน/ฮีทโธร์ว-ภูเก็ต” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #VirginAtlanticAirways #บินลอนดอนสู่ภูเก็ต

ททท.ต้อนรับ “เวอร์จิน แอตแลนติก” บินตรงครั้งแรก “ลอนดอน/ฮีทโธร์ว-ภูเก็ต” จับมือขายล่วงหน้าช่วง ม.ค.-มี.ค.69 ทำยอดขายเกือบหมื่นคน หนุนเป้าหมายปี’69 ดึงตลาดสหราชอาณาจักรมาไทย 1 ล้านคน

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.นำทีมต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน “เวอร์จิน แอตแลนติก แอร์เวย์ส” เที่ยวบิน VS214 เปิดบินตรง“ลอนดอน (ฮีทโธรว์)–ภูเก็ต” มายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเป็นครั้งแรก ช่วงเช้าวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 09.55 น.โดยได้มอบของที่ระลึกให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินนี้ 258 คน ด้วยอัตราการบรรทุกเต็ม 100 %

พร้อมทั้งกิจกรรม Amazing Phuket Send Off บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินดังกล่าวที่ท่าอากาศยานลอนดอน ฮีทโธรว์ ซึ่งเปิดบินเป็นครั้งแรกสู่ภูเก็ต โดยมีนายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน เป็นประธาน จัดกิจกรรมพร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติกร่วมต้อนรับผู้โดยสาร


โดยได้เนรมิตพื้นที่เช็กอินให้เต็มไปด้วยสีสันความเป็นไทย ตกแต่งด้วยฉากหลังด้วยภาพแหล่งท่องเที่ยวภูเก็ตที่สวยงาม การแสดงนาฏศิลป์ไทยอันประณีต สร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ต้อนรับอันทรงคุณค่า ในบรรยากาศคึกคักเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนออกเดินทางจากลอนดอนมาภูเก็ต

ในเที่ยวบินปฐมฤกษ์มีคณะผู้แทนบริษัทนำเที่ยว “Barrhead Travel” หนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ เดินทางมาด้วย 29 ราย นำโดย Ms. Nicki Tempest-Mitchell, Managing Director ทาง ททท. สำนักงานลอนดอน ได้ร่วมมือจัดโครงการ "Joint Agent: Top Sellers Fam Trip" กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวในตลาดสหราชอาณาจักร เปิดให้ผู้แทนนำเที่ยวมาสัมผัสด้วยตนเองทั้ง เสน่ห์ ศักยภาพ และความพร้อมทางการท่องเที่ยวของไทย เพื่อนำไปผลิตกับเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยในตลาดอังกฤษ



ทาง ททท. สำนักงานลอนดอน ได้ร่วมกับ “เวอร์จิน แอตแลนติก แอร์เวย์ส” ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยต่อเนื่องผ่านสื่อดิจิทัล จดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้ธีมประเทศไทย ที่ร้าน “เวอร์จิน แอตแลนติก ฮอลิเดย์ส” ในศูนย์การค้าชั้นนำของสหราชอาณาจักร และการเผยแพร่โฆษณาผ่านหน้าจอภายในร้านค้าตลอดมกราคม–มีนาคม 2569

มีนักท่องเที่ยวสำรองการเดินทางกับเที่ยวบินเส้นทางลอนดอน ฮีทโธรว์–ภูเก็ต รวม 9,079 ราย สร้างการรับรู้ข้อมูลการท่องเที่ยวไทยไม่น้อยกว่า 5,413,086 คน/ครั้ง สะท้อนถึงผลการกระตุ้นความสนใจ และส่งเสริมการตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย

ททท. ตั้งเป้าหมายปี 2569 จะดึงนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางมาไทย 1,041,987 คนสร้างรายได้กว่า 71,605 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมการเดินทางสู่ภูเก็ตและเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไทย สนับสนุนการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ โดยจะทำงานร่วมกับสายการบินและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไทยเชื่อมโยงทางอากาศ และผลักดันให้ประเทศเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางสะดวก มีความหลากหลาย และมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าให้นักเดินทางทั่วโลก

ตั้งแต่ 1 มกราคม–14 ตุลาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเดินทางมาไทยแล้ว 759,640 คน มีวันพักเฉลี่ย 14.18 วัน ใช้จ่ายเงินเฉลี่ย 68,720 บาท/คน/ทริป สะท้อนถึงศักยภาพตลาดสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยมี “ภูเก็ต” เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของตลาดนักท่องเที่ยวดังกล่าว

 

ททท.ชวนเที่ยวฟรี“The Night Music”สวนลุมเงินสะพัด200ล้าน

ททท.ชวนเที่ยวฟรี“The Night Music”สวนลุมเงินสะพัด200ล้าน

“ทูลกระหม่อมหญิงฯ”เสด็จร่วมขับร้องเพลงพิเศษ 21 ต.ค.นี้

ททท.ชวนเที่ยวฟรี “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ที่สวนลุม วันนี้-27ต.ค.69

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TheNightbyAmazingThailandSeason2Music in Memory #สวนลุมพินี

ททท.ชวนเที่ยวฟรี “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ทุกคืนที่สวนลุม วันนี้-27 ต.ค.69 คาดไทยและต่างชาติเที่ยวเงินสะพัด 200 ล้าน วันที่ 21 ต.ค.นี้ “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” เสด็จร่วมพร้อมขับร้องเพลงพิเศษ


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงาน “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ภายใต้แนวคิด “Harmony of Healing บทเพลงฮีลกาย ท่วงทำนองฮีลใจ” เปิดฟรีระหว่าง 16–27 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00–21.30 น. บริเวณสวนลุมพินี กรุงเทพฯ โดยผสานเสียงดนตรี ศิลปะ แสงสี และธรรมชาติ เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติร่วมสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวยามค่ำคืน ผ่านเสียงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แสงสี และธรรมชาติ สร้างพื้นที่แห่งการพักผ่อนและเติมเต็มความสุขในยามค่ำคืน

พร้อมเพิ่มโอกาสการเดินทางและการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการโดยรอบ ตลอดจนผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่มีคุณค่าสูงและมีความหมาย คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานตลอด 12 วันกว่า 60,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านบาท

วันที่ 21 ตุลาคม 2569ได้รับเกียรติจาก “ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” จะเสด็จมาทอดพระเนตรงานและทรงขับร้องบทเพลงในโอกาสพิเศษนี้ด้วย 


ผู้ว่าฐาปนีย์ กล่าวว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเดินทางไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ แต่ได้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากการเดินทางมากขึ้น มุ่งค้นพบเสน่ห์ใหม่ของจุดหมายปลายทาง การใช้เวลาพักผ่อนเพื่อเติมความสุขให้ตัวเอง หรือการสัมผัสอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นในมุมมองที่แตกต่าง ททท. จึงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ควบคู่กับการท่องเที่ยวช่วงกลางคืน (Night Tourism) เพิ่มทางเลือกโดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตและศักยภาพของพื้นที่มาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยจัดงาน “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านการผสานเสียงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และธรรมชาติ โดยเปลี่ยนสวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพมหานคร ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนในยามค่ำคืน เปิดมุมมองใหม่สัมผัสเมือง สะท้อนทิศทางการท่องเที่ยวไทยที่มุ่งสร้างคุณค่าจากการเดินทาง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและมีความหมาย (High-Value & Meaningful Destination)


ตลอดการจัดงาน 12 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้เพลิดเพลินกับความสุข สนุก หลากหลายประสบการณ์  3 ไฮไลต์

● ไฮไลต์แรก - การแสดงดนตรีจากศิลปินกว่า 46 ราย หมุนเวียนสร้างสีสันในแต่ละคืน ครอบคลุมหลากหลายแนวเพลง ทั้งการแสดง Orchestra ดนตรีร่วมสมัยจาก 4 ภูมิภาค เพลงยุค 70–80 เพลงฮิตยุค 90 ลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงป๊อป เพลงรัก ไปจนถึง Reggae นำโดยศิลปินชื่อดัง อาทิ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ วงโมเดิร์นด็อก ไอซ์ ศรัณยู กบ ทรงสิทธิ์ กัน นภัทร แก้ม วิชญาณี RASMEE Isan Soul และวง Mocca Garden

● ไฮไลต์สอง - Art, Light & Interactive Experience เปิดให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับงานศิลปะและแสงสีผ่านผลงานสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เช่น

-BOB The Nice Guy มาแบ่งปันพลังบวกผ่านอ้อมกอด The Seed ที่เปิดโอกาสให้ออกแบบเมล็ดพันธุ์เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก

-Sommarkz กับผลงานศิลปะลูกบอลแสงที่ส่งต่อข้อความให้กำลังใจ พร้อม Sound Experience
ที่นำเสียงธรรมชาติมาสร้างบรรยากาศสงบ และ
Grounding Therapy ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว

● ไฮไลต์สาม -Mini Stage กิจกรรมบนเวทีชวนผู้ร่วมงานดูแลทั้งกายและใจ ผ่าน โยคะ, Mindful Talk ฮีลใจ โดยอุ๋ย บุดดาเบลส และ Handpan Sound Healing โดยจั๋ง Crescendo ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย มีทั้ง โขน หุ่นละครเล็ก และโนราห์ชาตรี ตลอดจนดนตรีจาก DJ ร่วมสมัยผสานเสียงดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับจังหวะร่วมสมัย



แล้วผู้ร่วมงานยังสามารถเข้าร่วมเวิร์คช้อป D.I.Y. และรับบริการนวดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (จำนวนจำกัด)

ททท.เชิญชวนร่วมสัมผัส “Harmony of Healing บทเพลงฮีลกาย ท่วงทำนองฮีลใจ” ในงาน “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ตั้งแต่วันนี้–27 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00–21.30 น. ที่สวนลุมพินี ติดตามเพิ่มทาง Facebook: Amazing Thailand หรือโทร. 1672

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

 


ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก”

ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

“โรงแรม-ธุรกิจชุมชน”คึกคัก-บัวแดงบานฉ่ำรับทัวร์ตามรอยLISA

คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดช้อปคุ้ม!AnniversaryWeek+สิทธิพิเศษเพียบ

อัปเดทของเข้าใหม่คิงเพาเวอร์ออนไลน์-เดลิเวอรี่ลด 25%+10%

ททท.-7แอร์ไลน์ลด“บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป”ถึง15 ธ.ค.นี้

บางจาก-OKEA-JAPEXถกแผนธุรกิจสำรวจ/ปิโตรเลียมในเอเชีย

เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน+ดื่มด่ำ 5 โบราณสถานบุรีรัมย์

3วัย “ทำงาน-กลางคน-ชรา”กับเทคนิคการดูแลให้สุขภาพสดใส

ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่

MICEไทยเฮ!!ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ทททอุดรธานี #บั้งไฟพญานาคโลก #มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี #ทะเลบัวแดง

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1LSiewUCuk/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดปีทองเที่ยวอีสาน “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” ชวนสัมผัสปรากฏการณ์โลก 3 มหัศจรรย์ “บั้งไฟพญานาคโลก” 22-28 ต.ค.ตื่นตากับลูกไฟผุดขึ้นกลางลำน้ำโขง จ.หนองคาย ดึงรายได้หลั่งไหลเข้าพื้นที่ทำยอดจองโรงแรมเต็ม 100 % “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี” ยาว 134 วัน เริ่ม 1 พ.ย.69-14 มี.ค.70 พลิกโฉมทั้งอีสานสร้างชื่อกระหึ่ม “เทศกาลทะเลบัวแดง” ธ.ค.69-ก.พ.70 ดอกบัวบานฉ่ำ ชาวบ้านเปิดท่าเรือรอต้อนรับไทยและต่างชาติ แห่ตามรอย LISA “ชาวบ้านเดียม” พร้อมเรือนำชมได้ถึงวันละกว่า 500 เที่ยว และเปิดเส้นทางเที่ยวเชื่อมโยง รอบอุดรธานี ตลอดปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า


นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม2569 -มีนาคม 2570 จะเป็นโอกาสทองทางการท่องเที่ยวต้อนรับปีงบประมาณใหม่ 2570 ในพื้นที่ดูแล 3 จังหวัด อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์ที่ได้รับความนิยมระดับประเทศและนานาชาติต่อเนื่องกันถึง 3 งาน  งานแรก “เทศกาลบั้งไฟพญานาคโลก” ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม นี้ บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย งานที่ 2 มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2026 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 งานที่ 3 เทศกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดง ตามรอยลิซ่าที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดอกบัวจะบานฉ่ำช่วงธันวาคม2569-กุมภาพันธ์ 25570


● งานแรก : บั้งไฟพญานาคโลก เที่ยวงานประเพณีออกพรรษาชมความมหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม นี้ ทางหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตากับลูกไฟผุดจากลำน้ำโขงซึ่งตรงกับวันพิสูจน์ความมหัศจรรย์ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ ขณะที่วันเริ่มต้น 22 ตุลาคม เริ่มด้วยขบวนแห่พญานาคของแต่ละอำเภอ แล้วก็มีพิธี “รำบูชา” พญานาค ตามมาด้วย “ลอยนาคา” หรือลอยเรือไฟ (ต่างจากนครพนมจะมีงานไหลเรือไฟ)


รวมทั้งจะมี “ไฟเรืองแสง” ได้แก่ รถสามล้อ ททท.ร่วมกับสมาคมส่งเสริมรถสามล้อ ตกแต่งรถสกายแลปให้มีไฟเรืองแสง เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งชมเมืองยามค่ำคืน ต่อยอดด้วย “เรือไฟเรืองแสง” โดยใช้กะโป๋หรือกะลาตลอดลำน้ำโขง ควบคู่การรำบวงสรวงพญานาค การแสดงแสงสีเสียง light and Sound จัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน ควบคู่ “ถนนอาหาร”

และการค้นหาอัตลักษณ์ที่หายไปนาน ได้แก่ “การแห่ปราสาทผึ้งทางน้ำ” จะจัดขึ้นวันที่ 25 ตุลาคม นี้ โดยทางวัฒนธรรมจังหวัดได้รื้อร้นพิธีดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งมีหลักฐานปรากฎจัดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2510 จึงจะนำพิธีมาจัดเป็นต่อเนื่องปีที่สอง นักท่องเที่ยวรอติดตามชมได้ได้ปลายเดือนตุลาคมนี้


“ประมวลผลการท่องเที่ยว” ช่วงเทศกาลออกพรรษา ทางผู้ประกอบการโรงแรมในหนองคาย ยืนยันล่าสุดมียอดจองห้องพักภายในพื้นที่เต็มเกือบ 100 % ส่วนในอำเภอเมืองหนองคาย ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง พร้อมกับเตรียมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเลือกจองพักในอุดรธานีก็ได้ เพราะใช้เวลาเดินทางไปยังสถานที่ชมบั้งไฟพญานาคหนองคายเพียง 45 นาที

“การจองห้องพัก” นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ 2 วิธี ได้แก่ วิธีแรก จองที่พักในพื้นที่เกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค 2 อำเภอหลัก คือ อำเภอโพนพิสัย กับอำเภอรัตนวาปี ซึ่งตอนนี้ยอดจองน่าจะเต็มแล้ว 100 % หรือวิธีที่สอง จองที่พักในอำเภอเมืองหนองคาย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน วันที่ 26 ตุลาคม มีห้องพักเหลืออยู่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น


● งานที่ 2 : มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 รวม 134 วัน จะเริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 ทางกรมวิชาการเกษตรก่อสร้างพื้นที่ตามแบบคืบหน้าไปเกือบร้อยเปอร์เซนต์แล้ว เปิดงานวันแรกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศและทั่วโลกอย่างแน่นอน แล้วก็จะเป็นงาน “ยกระดับภาคอีสานสู่ตลาดโลก” พร้อมกับเป็นพลัง “กระจายตัวนักท่องเที่ยว” ภายในอุดรธานี เชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วภาคอีสาน ด้วยระบบการเดินทางสะดวกสบาย มีสายการบินเข้าออก “อุดรธานี” กับศูนย์กลางหลัก กรุงเทพมหานคร และบินตรงไปยังภาคเหนือ อุดรธานี-เชียงใหม่ ภาคใต้ อุดรธานี-หาดใหญ่ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ทางสายการบินไทย แอร์เอเชีย จะเปิดเส้นทางบินเพิ่ม อุดรธานี-ภูเก็ต ตอบโจทย์การเที่ยวมหกรรมพืชสวนโลก กับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทะเลบัวแดง

โดยภาพรวมด้าน “รายได้” จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไปยังภาคธุรกิจทุกภาคส่วนเป็นแบบ “ทวีคูณ” หลั่งไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งในอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง เรื่อยไปจนถึง “ชุมชนท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางเชื่อมโยง ทำให้เกิดภาพการกระจายรายได้ถึงมือทุกระดับด้วย


“การท่องเที่ยวเชื่อมโยง” การจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยว

“วันแรก" ช่วงเช้า ไปทะเลบัวแดง ต่อด้วย “บ้านเชียง” เยี่ยมชมศิลปะวัฒนธรรมบ้านเชียง ต่อไปยัง “คำชะโนด” และปิดท้ายไปงาน “มหกรรมพืชสวนโลก

“วันที่สอง” เริ่มจากเที่ยวสายศรัทธา ภูพระบาท วัดป่าภูก้อน สวรรค์บนดินของอุดรธานี

“วันที่สาม” กลุ่มชื่นชอบตามรอยพญานาคอุดรธานีได้ตลอดทั้งวัน

“วันที่สี่”  เชื่อมโยงเที่ยวชุมชนการทอผ้า ที่บ้านโนนกรอก ซึ่งนำกลีบบัวมย้อมสีผ้าพื้นเมือง ต่อไปยังวัดหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด และพิพิธภัณฑ์อัฐิพระอริยสงฆ์ มีเกจิบูรพาจารย์หลายร้อยรูป



● งานที่ 3  : เที่ยวเทศกาลมหัศจรรย์ทะเลบัวแดง ซึ่งได้แรงเสริมของนักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติตามรอยกระแสของศิลปินดัง LISA แล้วปีนี้บัวแดงจะบานฉ่ำตั้งแต่ธันวาคม 2569 -กุมภาพันธ์ 2570 สามารถเที่ยวได้ทั้งพืชสวนโลกกับทะเลบัวแดงคู่กันไป ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่ การขายบัตร ผู้ประกอบการร้านค้า เพราะแสปี 2569 มาแรงมากจริง

“เรือบริการชมทะเลบัวแดง” ในอุดรธานีจะมีท่าเรือ 4-5 แห่ง โดยมีศูนย์กลางหลัก คือ “ท่าเรือบ้านเดียม” มีเรือ 80-90 ลำ ซึ่งได้พูดคุยกันกรณีมีนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันที่บ้านเดียมจำนวนมาก ก็จะประสานท่าเรืออื่น ๆ นำเรือมาช่วยบริการ โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว ที่ผ่านมามีระบบบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี หากนักท่องเที่ยวมาลักษณะคล้ายกับต้นปีที่ผ่านมา ก็สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องรอนาน

โดยเฉลี่ยการนั่งเรือชมทะเลบัวแดงให้บริการได้ถึงวันละ 500 เที่ยว โดยจะใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ยกเว้นบางปีหากบัวแดงขึ้นหนาแน่นใกล้ฝั่งก็จะใช้เวลารอบละ 45 นาที แต่ถ้าบัวแดงขึ้นลึกเข้าไปพื้นที่ด้านในก็อาจจะใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง

“การติดต่อประสานงาน” สามารถติดต่อโดยตรงกับทาง “วิสาหกิจชุมชนบ้านเดียม” อุดรธานี ได้ตลอดเทศกาลชมทะเลบัวแดง

นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปเที่ยวอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ได้ครบทั้ง 3 งานแห่งปีนั้น ททท.สำนักงาน อุดรธานี เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ความมหัศจรรย์แต่ละเดือนต่อเนื่องได้ดังนี้

● “เดือนตุลาคม 2569” เชิญชวน“นักเดินทางสายศรัทธา” ที่มีความเชื่อความมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค ที่ต้องการไปเป็นปรากฎการณ์ด้วยตามาได้ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ แต่ถ้าจะชมตำนานความเชื่อตามลำน้ำโขงก็มาได้ทุกวัน 22-28 ตุลาคม ในบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมกับมีอาหารถิ่นรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ มาแล้วจะได้สัมผัสประสบการณ์ความสุข

● “เดือนพฤศจิกายน 2569” ตื่นตากับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ได้ต่อเนื่องตลอด 134 วัน ขณะนี้ทางผู้ประกอบการเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยง มั่นใจหากนักท่องเที่ยวมาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

● “เดือนธันวาคม 2569” ทะเลบัวแดงจะบานฉ่ำรอรับนักท่องเที่ยวทุกคน สามารถมาถ่ายรูป สัมผัสบัวแดง ท่ามกลางไอเย็นของทั้ง 3 จังหวัด

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 


ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดช้อปคุ้ม!AnniversaryWeek+สิทธิพิเศษ

 

ช้อปคุ้ม! กับ Anniversary Week ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ โปรแรงสุด ๆ “ANNIVERSARY CARD” ก่อนช้อปต้องซื้อ ได้มูลค่าเยอะกว่าเดิม วันนี้ -1 พฤศจิกายน

           

1.ซื้อ ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 14,500 บาท

 

ช้อปเสร็จมาใช้สิทธิ์ ลุ้นเป็นเจ้าของคอนโด! เพียงช้อปครบทุก 5,000 บาท (สุทธิ) รับ 1 สิทธิ์ลุ้นทันที

คอนโดหรู! พาร์ค ออริจิ้น พญาไท มูลค่ากว่า 8.1 ล้านบาท ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 – 1 พ.ย. 2569

 

2.สนุกต่อกับกิจกรรมพิเศษ!   WARM UP LEVEL นักแข่งมือใหม่ เพียงสถานะสมาชิก POWER PASS เปิดให้ลุ้นรับ! คูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ได้คนละ 1สิทธิ์/วัน และฟรี! น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง 1 ขวด

 

-กิจกรรม Lv.1 เกมนักแข่งติดปีก ยอดซื้อสะสม 10,000 บาทขึ้นไป/วัน ลุ้นรับ! CARAT สูงสุด 800 CARAT ได้จนถึงนาทีสุดท้ายวันนี้ 18 ตุลาคม 2569

 

-ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS สมัครฟรีวันนี้! รับส่วนลด ON-TOP 200 บาทและสิทธิพิเศษอีกมากมาย

 

-สิทธิพิเศษเมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 61,200 บาท

 

-ช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน

 

-มีไฟลต์บินระหว่างประเทศแล้ว ก็ตลุยช้อปสินค้าป้ายขาวคิงเพาเวอร์ได้ล่วงหน้าก่อนบิน 60 วัน!

 

-ไม่มีไฟลต์ – แนะนำให้ช้อปสินค้าคิง เพาเวอร์ ป้ายฟ้า รับสินค้ากลับบ้านได้ทันที

 


ข่าวที่ 2 -อัปเดทของเข้าใหม่คิงเพาเวอร์ออนไลน์-เดลิเวอรี่ลด25%+10%

New Arrival for OCTOBER 2026  อัปเดตของเข้าใหม่! “คิง เพาเวอร์” ตลอดเดือนตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคม 2569 ด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ทุกคนรอคอย คัดมาให้แล้วแบบเน้นๆ ตัวตึงตัวมารวมอยู่ที่นี่! รีบมาช้อปก่อนใคร อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้สะดวกสบาย ที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์”

 

“สินค้าเข้าใหม่” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อย่ารอช้า ต้องรีบกดก่อนและรอรับสินค้าง่ายๆได้ที่สนามบินขาออกนอกประเทศ หรือรอรับ “บริการส่งตรงถึงบ้าน” เลือกช้อปได้ตามสะดวก ทั้งแบบ Home Delivery และ Online ช้อปมากสุดแค่ 8,000 บาท ได้ลดสูงสุดถึง 25% +10% ดังนี้

 

● “ช้อปออนไลน์ สินค้าส่งบ้าน  ลดสูงสุด 20%” : เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 20HMOCT พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่มแบบรัว ๆ อีก  10% สามารถใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด ใส่รหัสส่วนลด PWPHM26 ขอเป็นเฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ

 

● “ช้อป DUTY-FREE ออนไลน์ ลดสูงสุด 25%” : เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 25DS26 พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่ม 10% ใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด ใส่รหัสส่วนลด PWPOCT26 ขอเป็นเฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ

 

ข่าวที่ 3-ททท.-7แอร์ไลน์ลด“บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป”ถึง15 ธ.ค.นี้

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัดแคมเปญ “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” โดยร่วมกับพันธมิตรไทย 7 สายการบิน ชวนนักท่องเที่ยวไทยสายฮีลใจออกเดินทางกับโปรโมชั่น “ส่วนลดตั๋วโดยสารบินในประเทศ” เติมความสุขทุกการเดินทาง เปิดให้จองตั๋วดังกล่าวระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2569 แล้วสามารถนำไปใช้เดินทางได้ทันทีตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2569 – 15 มกราคม 2570

 

“เปิดจองตั๋วบินในประเทศ” เพื่อรับส่วนลดได้จาก “7 สายการบิน” ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และอีซี่ แอร์ไลน์ กระตุ้นการออกไปสัมผัสเสน่ห์ในแต่ละภูมิภาค ส่งต่อรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนทั่วไทย

 

“รับส่วนลด” ทุก 1 หมายเลขการจอง (Booking) จะได้รับส่วนลด 500 บาท สำหรับผู้เดินทางทั้ง ไป–กลับ ก็จะสามารถรับส่วนลดได้ 2 เที่ยว ถึงแม้จะเป็นการจองแยกเที่ยวบินขาไปและขากลับคนละยอดจอง (Booking)

 

“โค้ดหรือรหัสจอง”  ทางสายการบินได้เปิดให้ใช้โค้ด “FLYTODOM” ในการจองผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของแต่ละสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ เปิดให้ใช้สิทธิ์ “ได้ไม่จำกัด” จำนวนครั้ง ใช้สิทธิ์ได้ตามลำดับการจองจนกว่าสิทธิ์จะหมด

 

 “นักท่องเที่ยวชาวไทย” ที่ซื้อบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศราคาปกติ โปรดศึกษาเงื่อนไขที่แต่ละสายการบินกำหนดไว้ พร้อมกับตรวจสอบรายละเอียดก่อนจองทุกครั้ง

 

“รายละเอียด” การจองตั๋วโดยสารเครื่องบินเส้นทางในประเทศ แต่ละสายการบินที่เข้าร่วมโครงการเปิดให้ตรวจสอบก่อนได้ดังนี้

 

● การบินไทย โทร. 02-356-1111 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com

 

● ไทยแอร์เอเชีย ผ่านแชต AskBo บนเว็บไซต์ www.airasia.com หรือแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE

 

● ไทยเวียตเจ็ท โทร. 02-089-1909 หรือเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com

 

● บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 1771 หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com

 

● นกแอร์ โทร. 1318 หรือเว็บไซต์ www.nokair.com

 

● ไทยไลอ้อนแอร์ โทร. 02-529-9999 หรือเว็บไซต์ www.lionairthai.com

 

● อีซี่แอร์ไลน์ โทร. 02-096-2916 หรือเว็บไซต์ www.ezyairlines.com

 

● สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อด้านการท่องเที่ยวได้ทาง TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

 

ข่าวที่ 4-บางจาก-OKEA-JAPEXถกแผนธุรกิจสำรวจ/ปิโตรเลียมในเอเชีย

 

            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ OKEA ASA กับ Mr. Svein J. Liknes, Chief Executive Officer, OKEA ASA พร้อผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก เปิดสำนักงานใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ พบผู้บริหารของ 2 กลุ่มบริษัท 2 ประเทศ คือ Japan Petroleum Exploration Co., Ltd. (JAPEX) ประเทศญี่ปุ่น และ JAPEX Norge AS บริษัทในเครือ JAPEX นอร์เวย์ เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจและพิจารณาโอกาสความร่วมมือโดยเน้นไปยังธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย และโอกาสทางธุรกิจของแต่ละบริษัททั่วโลก

 

ทางผู้บริหาร JAPEX ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ประกอบด้วย Mr. Tetsuji Shibuta, Executive Officer and Vice President, Overseas Business Division, JAPEX และ Chairman of the Board, JAPEX Norge AS; Ms. Hilde Salthe, Managing Director, JAPEX Norge AS; และ Mr. Katsutoshi Hirooka, Deputy Managing Director, JAPEX Norge AS

 

การพบปะกันครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง OKEA ขายส่วนการถือครองหุ้น 20 % ในใบอนุญาตสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่ง Mistral ในนอร์เวย์ ให้แก่ JAPEX Norge ซึ่งกลุ่มบริษัทบางจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน OKEA ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม

 

ดังนั้นการหารือครอบคลุม “แนวทางความร่วมมือระหว่างกัน” โดยเฉพาะธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย สอดคล้องกับ 1.แผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทบางจาก 5 ปี มุ่งขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2.กระจายแหล่งการผลิต 3.เสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการรับมือความผันผวนด้านพลังงาน

 

จากนั้นนายชัยวัฒน์ได้นำคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและผู้บริหาร OKEA ASA เดินทางเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ไปญี่ปุ่นเพื่อพบกับผู้บริหารระดับสูงของ JAPEX โดยได้หารือต่อเนื่องถึงโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกันต่อไป

 

          ช่วงที่ 2 ปลายฝนต้นหนาวมีสถานที่เช็คอินเทรนด์ใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนไป “เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน” สำรวจอารยธรรมขอมโบราณในบุรีรัมย์ได้ถึง 5 แห่ง แล้วฟัง “3วัย-ทำงาน-กลางคน-ชรา” กับเทคนิคการดูแลให้สุขภาพสดใส ติดตามข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.” ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่ ข่าวที่สอง “MICEทั่วไทยเฮ!!”ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน+ชม 5โบราณสถานบุรีรัมย์

 

สัมผัสมนต์เสน่ห์อารยธรรมขอมใต้แสงดาว... การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนมาเช็คอินได้ที่ “ปราสาทเมืองต่ำ” บุรีรัมย์ เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวโบราณสถานแบบเดิม ๆ มาสัมผัส “มิติใหม่ยามค่ำ”คืนกับงาน “ปราสาทเมืองต่ำ ความทรงจำที่มีคุณค่า” เดินชมความวิจิตรงดงามของปราสาทหินที่ได้แต่งแต้มด้วยแสงไฟประดับระยิบระยับ ท่ามกลางลมหนาวและบรรยากาศสุดโรแมนติก หวนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตอันงดงาม

 

ชวนกันมาเดินเล่น แล้วยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัล กับการถ่ายรูปมุมสวยแปลกตา แล้วส่งผลงานเข้าประกวดภาพถ่าย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท

 

“บุรีรัมย์” มีสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังเรื่องเมืองปราสาทหินและอารยธรรมขอมโบราณ มีปราสาทกับโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง ให้เลือกท่องเที่ยวได้ 5 พิกัด

 

● พิกัดที่ 1 ปราสาทเมืองต่ำ – ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย เป็นโบราณสถานยุคขอมโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นอยู่ตรงปรางค์อิฐ 5 องค์ กับสระน้ำ (บาราย) ทั้ง 4 ด้าน โดยมีประติมากรรมพญานาคหัวโล้น

 

ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2569 เปิดให้เข้าชมรอบค่ำ: ทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-21.00 น.  สอบถามเพิ่มได้ที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 044 66 6251 หรือ FB : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บุรีรัมย์ Phnomrung Historical Park

 

● พิกัดที่ 2 ปราสาทบ้านบุ – อำเภอประโคนชัย สร้างด้วยศิลาแลง เป็นศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทาง (ธรรมศาลา) 1 ใน 17 แห่งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

 

● พิกัดที่ 3  อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (ปราสาทหินพนมรุ้ง) – อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีอัตลักษณ์เป็นปราสาทหินทรายสีชมพูขนาดใหญ่  ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และปรากฏการณ์มหัศจรรย์แสงอาทิตย์ส่องทะลุ 15 ช่องประตู

 

● พิกัดที่ 4 ปราสาทหนองหงส์ – อำเภอโนนดินแดง มีปรางค์โดดเด่น 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ด้วยลวดลายปูนปั้นและทับหลังที่งดงาม

 

● พิกัดที่ 5 ปรางค์กู่สวนแตง – อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ เป็นกลุ่มปรางค์อิฐ 3 องค์เรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลง เป็นโบราณสถานสำคัญทางตอนเหนือของบุรีรัมย์

 

สุขภาพ –3วัย “ทำงาน-กลางคน-ชรา”กับเทคนิคการดูแลสุขภาพสดใส

 

● วัยที่ 1 วัยทำงาน ช่วงอายุ 19–45 ปี ให้ “เน้นป้องกันโรคเรื้อรังและความเครียด” คอยสังเกตตัวเอง 4 อย่าง

 

-พฤติกรรมและการกิน :ควบคุมอาหาร ลดการกินหวาน มัน เค็ม และหลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือไขมันอิ่มตัวสูง เพื่อป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง (กลุ่มโรค NCDs)

 

-การออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยเวทเทรนนิ่ง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์

 

-การพักผ่อนและจิตใจ : จัดการความเครียดจากการทำงาน และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

-การตรวจสุขภาพ : เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาความเสี่ยงและโรคที่มากับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

 

● วัยที่สอง “กลางคน” ช่วงอายุ 46–60 ปี  “เน้นบำรุงกระดูกและรับมือความเสื่อม” ทำ 3 อย่าง

         

          -โภชนาการ : เน้นอาหารย่อยง่าย เช่น ปลา ผักใบเขียว ผลไม้รสไม่หวานจัด และเสริมแคลเซียม/วิตามินดี เพื่อบำรุงกระดูกและรับมือกับภาวะวัยทอง เช่น ดื่มนมพร่องมันเนย หรือทานปลาเล็กปลาน้อย

         

          -การออกกำลังกาย : เลือกแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว หรือรำไทเก็ก เพื่อรักษาความแข็งแรงของข้อต่อและกล้ามเนื้อ

 

-การตรวจสุขภาพ : ตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง มะเร็ง และความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อย่างใกล้ชิด

 

● วัยที่ 3 สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป “เน้นประคับประคองและป้องกันภาวะแทรกซ้อน”

 

-โภชนาการ : ทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพดีและอาหารที่มีใยอาหารสูงเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูก

 

-การเคลื่อนไหว : ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินหรือยืดเหยียด เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนและลดความเสี่ยงในการหกล้ม

 

-การพบแพทย์ : หากมีโรคประจำตัว ควรรับประทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่ซื้อยามารับประทานเอง

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่

 

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วิเคราะห์เรื่องนโยบายการจัด “ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร”  โดยระบุว่า “ประเทศไทย” เก็บแพงกว่าเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีพันธะว่าเงินจะกลับมาที่ท่องเที่ยว จะส่งผลตามมาดังนี้

 

● “3 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก” ได้แก่

 

กลุ่มที่ 1 สายการบิน โครงสร้างการบริหารกำไร (Yield Management) จะพังบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งประเมินว่าหุ้นกลุ่มการบินและท่องเที่ยวจะถูกกดดัน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำจะกระทบหนักสุด เพราะพึ่งเส้นทางระยะใกล้และมีผู้โดยสารที่อ่อนไหวต่อราคาสูง ปกติสายการบินใช้ตั๋วโปรโมชันราคาต่ำมากเพื่อเติมที่นั่งช่วงโลว์ซีซัน แต่เมื่อมีภาษีและค่าธรรมเนียมคงที่บวกเข้าไปเกิน 2,000 บาท การทำโปรโมโมชั่นกระตุ้นตลาดแทบเป็นไปไม่ได้ เหลือแค่ทางเลือกระหว่างผลักภาระเต็มจำนวนแล้วเสียลูกค้า หรือเฉือนกำไรตัวเอง ยังไม่นับภาระระบบจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต และกระบวนการคืนภาษี

 

กลุ่มที่ 2 บริษัททัวร์ไทย “ซ้ำเติมแผลเดิมเรื่อง VAT Outbound” สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ชี้ว่าบริษัททัวร์ไทยที่ทำตลาดต่างประเทศ จองโรงแรมหรือร้านอาหารในต่างประเทศโดยถูกเก็บ VAT ปลายทางไปแล้ว แต่นำมาเคลมเป็นภาษีซื้อในไทยไม่ได้ ทำให้ต้นทุนสูงกว่าแพลตฟอร์ม OTA การเพิ่มภาษีอีก 1,000 บาท จึงเสี่ยงทำให้บริษัทสัญชาติไทยถูกกลืนโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ และเงินยิ่งไหลออกนอกประเทศทางอ้อม

 

กลุ่มที่ 3 โรงแรมและท่องเที่ยวขาเข้า -ผลจากกลไก Two-Way Tourism ทั้งสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) ขอให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะความคุ้มค่าของเส้นทางบิน (Route Viability) ขึ้นกับผู้โดยสาร ทั้งขาไปและกลับ ถ้าดีมานด์ขาออกลด สายการบินย่อมไม่บินเครื่องเปล่ากลับ จึงต้องลดความถี่ ชะลอเส้นทางใหม่ หรือลดขนาดเครื่อง

 

ผลคือ “ที่นั่งหดตัว” กลายเป็นคอขวดสกัดนักท่องเที่ยวขาเข้า กระทบโรงแรม ร้านอาหาร และการจ้างงานทั้งห่วงโซ่ THA ยังเน้นเรื่อง จังหวะเวลาที่เปราะบาง เพราะ SMEs และครัวเรือนกำลังบอบช้ำจากเศรษฐกิจชะลอตัวและอุทกภัย

 

“ต้นทุนขาออก” เปรียบเทียบกับคู่แข่ง “ประเทศไทย” (หากร่างผ่าน พ.ร.บ.) 2,120 บาท — อัตราเดียว ไม่แยกปลายทางและชั้นโดยสาร “สิงคโปร์” (ชางงี) 1,565 บาท “ญี่ปุ่น” (นาริตะ) 1,312 บาท — Sayonara Tax 1,000 เยน มี Earmarking ชัดเจน  “ฟิลิปปินส์” 900–1,600 บาท — แยกชั้นโดยสาร ยกเว้นแรงงาน OFW (Overseas Filipino Worker)  “มาเลเซีย” (KLIA) ~450–628 บาท สำหรับอาเซียนชั้นประหยัด — ระบบขั้นบันได แยกอาเซียน/นอกอาเซียน  และ “สหราชอาณาจักร” 600–11,000+ บาท — ระบบแบนด์ตามระยะทางและชั้นโดยสาร

 

ถ้าร่างนี้บังคับใช้ “ต้นทุนขาออกของไทย” จะสูงกว่าสิงคโปร์ราว 555 บาท สูงกว่าญี่ปุ่น 808 บาท และสูงกว่ามาเลเซียชั้นประหยัดกว่า 1,400 บาท คือออกตัวด้วยความเสียเปรียบด้านราคาตั้งแต่จุดสตาร์ท ขณะที่เราประกาศจะเป็นทั้ง Aviation Hub และ Tourism Hub

 

● “คำถามที่ค้างคาที่สุด: เงินไปไหน”

 

-อินโดนีเซีย (ค่าธรรมเนียมเข้าบาหลี) และฟิลิปปินส์ กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน โดยฟิลิปปินส์แบ่ง 50% สร้างโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว 40% ให้การศึกษา และ 10% ให้วัฒนธรรม

 

-แต่ร่างของไทย เงิน 12,000 ล้านบาทจะเข้าเป็น รายได้ส่วนกลางของรัฐ โดยไม่มีพันธะว่าจะกลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือการบิน

 

● ข้อเสนอเชิงนโยบาย

 

1.ชะลอร่างกฎหมายเพื่อทำ Cost-Benefit Analysis แบบองค์รวม โดยนำ ภาระสะสม ทั้ง PSC ที่เพิ่งขึ้นและค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท มาคำนวณในสมการเดียวกัน และพิสูจน์ให้ได้ว่ารายได้ 12,000 ล้านบาทคุ้มกับผู้โดยสาร เที่ยวบิน รายได้โรงแรม การจ้างงาน และ VAT ที่จะหายไป

 

2.เลิกอัตราเดียว เปลี่ยนเป็นระบบขั้นบันได อิงระยะทางและชั้นบัตรโดยสาร

 

• ระยะใกล้/อาเซียน ชั้นประหยัด: เก็บต่ำมาก ราว 100–300 บาท

• ระยะกลาง-ไกล ชั้นประหยัด: 500–700 บาท

• ชั้นธุรกิจ/ชั้นหนึ่ง: 1,000–3,000 บาท

 

3.กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงิน โดยพิจารณาคืนรายได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ระบบนิเวศท่องเที่ยวและการบิน เช่น ส่งเสริม Aviation Hub อุดหนุนเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว

 

4.แก้ VAT Outbound ของบริษัทนำเที่ยวก่อน คืนความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจสัญชาติไทย ก่อนจะเพิ่มภาระใหม่เข้าไปในระบบ

 

5.ลดภาระปฏิบัติของสายการบิน ชดเชยค่าธรรมเนียมธุรกรรม มีแพลตฟอร์มคืนภาษีอัตโนมัติกรณีไม่ได้เดินทางจริง และทำกลไกยกเว้นผู้โดยสาร Transit ให้รัดกุมและยืดหยุ่น เพื่อไม่ขัดต่อนโยบาย Aviation Hub

การท่องเที่ยวคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย นโยบายภาษีที่กระทบอุตสาหกรรมนี้จึงควรประเมินด้วยความระมัดระวังสูงสุด ในขณะที่นโยบายที่ดีต้องไม่ใช่แค่เครื่องมือหารายได้เพื่อแก้ข้อจำกัดทางการคลังระยะสั้น แต่ต้องหนุนการเติบโตและความแข็งแกร่งในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

ข่าวที่สอง –MICEไทยเฮ!!ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” รายงานว่า กระทรวงการคลังเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 มีมติอนุมัติหลักการ “ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....” เพื่อออกมาตรการภาษีสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE: Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยให้ “สิทธิประโยชน์” บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ มาหักเป็นรายจ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริง

 

ผู้ประกอบการไมซ์สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ ได้ตั้งแต่ ครม.มีมติอนุมัติหลักการเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2570

 

โดยผู้ใช้สิทธิ “ต้องมีหนังสือรับรองการเข้าร่วมงานจากผู้จัดงาน” และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

TCEB เล็งเห็นถึงมาตรการนี้มุ่งหวังมากกว่าการช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ยังใช้ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิด การค้า การลงทุน กิจกรรมทางธุรกิจ ผ่านเวที MICE ส่งต่อเม็ดเงินสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง การท่องเที่ยว บริการในพื้นที่ รวมทั้งช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทั่วไทย

 

สำหรับ “MICE” เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สถิติปี 2568 อุตสาหกรรมไมว์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศรวมกว่า 338,233 ล้านบาท สร้างงาน 304,932 ตำแหน่ง

 

ทางกระทรวงการคลังคาดมาตรการนำการจัดงานไมซ์มาลดหย่อนภาษีครั้งนี้จะมีผู้ประกอบการใช้สิทธิประมาณ 3,800 ราย สร้างค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมงานปีละ 3,990 ล้านบาท พร้อมกับประเมินเมื่อมีมาตรการสนับสนุนต่อเนื่องจะเป็นแรงส่งอุตสาหกรรมไมซ์มีศักยภาพสร้างโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นอีกปีละ 10–15% สร้างงานได้ถึง 350,672 ตำแหน่ง

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

AOTพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์ ถกธุรกิจ3เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน”

  AOT พบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์ ถกธุรกิจ 3 เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน” AOT ร่วม  DBS Asia Fu...