วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569

ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี69เงินเข้าเกิน1ล้านล้านบาท ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัว

ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี69เงินเข้าเกิน1ล้านล้านบาท

ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัวจบซัมเมอร์ตลาดใกล้/ไกล

 


นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 1 ม.ค.-29 ส.ค.2569 สร้างรายได้แล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #รายได้ต่างชาติเที่ยวไทยเกิน1ล้านล้าน  


กระทรวงท่องเที่ยวยันต่างชาติเที่ยวไทย 8 เดือนปี’69 “รายได้” ไหลเข้าเกิน 1 ล้านล้านบาทแล้ว ช่วงปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.แนวโน้มชะลอตัวหมดวันหยุดภาคฤดูร้อนทั้งตลาดใกล้และไกล

 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวเบื้องต้น 1 มกราคม – 29 สิงหาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 20,807,511 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.97 % สร้างรายได้ 1,007,140 ล้านบาท ยอดสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชน จีน 3,524,071 คน มาเลเซีย 2,634,309 คน อินเดีย1,527,030 คน รัสเซีย 1,175,121 คน เกาหลีใต้ 765,842 คน

 เฉพาะสัปดาห์ที่ 23 - 29 สิงหาคม 2569 การท่องเที่ยวไทยภาพรวมชะลอตัวตามแนวโน้มปกติ จำนวน 491,456 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 64,944 คน หรือ 11.67 % เฉลี่ย 70,208 คน/วัน สาเหตุเพราะเข้าสู่ช่วงท้ายปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนและไต้หวัน ส่วนมาเลเซียขยายตัวมีวันหยุดต่อเนื่องช่วงต้นและท้ายสัปดาห์ วัน Melaka Governor’s Day ในรัฐมะละกา วัน Maulidur Rasul และวันชาติมาเลเซีย   เมื่อพิจารณาตามกลุ่มเปรียบเทียบการลดและเพิ่มกับสัปดาห์ก่อนเป็นดังนี้




-ตลาดระยะใกล้ (Short Haul) มีนักท่องเที่ยว 352,617 คน ลดลง 8.36 %

-ตลาดระยะไกล (Long Haul) มีนักท่องเที่ยว 138,839 คน ลดลง 19.10 % จากสัปดาห์ก่อน

-ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 83,319 คน ลดลง 24.44 % มาเลเซีย 74,633 คน เพิ่ม 18.76 % อินเดีย 33,027 คน ลดลง 11.47 % ญี่ปุ่น 21,109 คน ลดลง 5.30 % และไต้หวัน 19,607 คน ลดลง 22.65 %




สัปดาห์ถัดไป วันที่ 1-6 กันยายน 2569 คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยโดยรวมแนวโน้มใกล้เคียงกับสัปดาห์นี้ เพราะผ่านพ้นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนทั้งตลาดระยะใกล้   และตลาดระยะไกล   ส่งผลให้การเดินทางมีแนวโน้มชะลอตัวตามปกติ

สำหรับ “อินเดีย” มีแนวโน้มชะลอตัวจากสายการบินลดจำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) เส้นทางการบินมาไทย “มาเลเซีย” ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก National Day เป็นวันชาติมาเลเซีย จะมีวันหยุดต่อเนื่องทำให้ไทยมีความจากตลาดนี้จะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น

 


 

ททท.ดีไซน์บูธโปรโมทเที่ยวสงขลา3ไฮไลต์รับ ครม.สัญจร

ททท.ดีไซน์บูธโปรโมทเที่ยวสงขลารับ ครม.สัญจร

ชู3ไฮไลต์สัมผัสได้จริงกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่น

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ครมสัญจร #ทททโปรโมทเที่ยวสงขลา

 ททท.โชว์บูธโปรโมท “ท่องเที่ยวสงขลา” รับ ครม.สัญจร ชูกิจกรรม “สัมผัสจริง-เรียนรู้จริง-เก็บภาพประทับใจกลับไป” ด้วย 3 ไฮไลต์ “กาแฟโรบัสต้า-Sound of Healing นกเขาชะวา-Photo Booth เสน่ห์สงขลา”ปูพรมกระจายรายได้ท่องเที่ยวเข้าท้องถิ่น

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้นำเสนอบูธนิทรรศการภายในงานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยร่วมต้อนรับคณะรัฐมนตรี และถ่ายทอดภาพลักษณ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาสู่สายตาผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชน

        ททท. ออกแบบบูทครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ไทย เสน่ห์สงขลา” ด้วยกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ “สัมผัสจริง – เรียนรู้จริง – เก็บความประทับใจกลับไป” ชูอัตลักษณ์สงขลาที่มีความหลากหลายทั้ง อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิต สร้างแรงดึงดูความน่าสนใจด้วย 3 ไฮไลต์




-ไฮไลแรก เริ่มจากการเชิญชวนลิ้มลอง “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” สะท้อนศักยภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองสงขลา รวมถึงทำประชาสัมพันธ์การเป็น “เมืองศูนย์กลางเทศกาล :Festival hub” ที่สามารถดึงงานขนาดใหญ่ ๆ มาในพื้นที่ได้อีกหลายรายการ เช่น  Ultraman Hero Run 2026 วันที่ 26 กันยายนนี้

-ไฮไลต์ที่ 2 การเติมสีสันด้วย “Sound of healing” เสียงไพเราะของ "นกเขาชวา" หนึ่งในอัตลักษณ์สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวสงขลา

-ไฮไลต์ที่ 3 จัดพื้นที่ Photo Booth “เสน่ห์สงขลา” รวบรวมภาพจำและจุดเด่นของจังหวัดไว้ในมุมเดียว เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมรับภาพพร้อมกรอบที่ระลึกจาก “ครม.สัญจร สงขลา 2569” สร้างประสบการณ์และความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมงาน




ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทของ ททท. ในการใช้เวที ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา เป็นโอกาสนำเสนอและประชาสัมพันธ์ “เสน่ห์สงขลา” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยว ตอกย้ำภาพลักษณ์ สงขลาเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและมีเรื่องราว เชื่อมโยงไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่ให้ชุมชนและภาคธุรกิจต่อเนื่องในอนาคตต่อไป



 

ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

ชูประวัติศาสตร์-ศิลปวัฒนธรรม-วิถีชุมชนดึงรายได้เข้าพื้นที่

ผู้ว่าฯ ททท.ต้อนรับนายกรัฐมนตรี นำครม.สัญจรชมเมืองเก่าสงขลา ต่อยอดท่องเที่ยวสู่เมืองมรดกโลก

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก #ครมสัญจร

ททท.ขานรับครม.สัญจร ต่อยอดเสน่ห์ “เมืองเก่าสงขลา” สู่ “เมืองมรดกโลก” ชูทุนทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ วิถีชุมชน สร้างคุณค่าเป็นจุดขาย กระจายรายได้ตอบโจทย์คนและธุรกิจในพื้นที่


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำผู้บริหาร ททท. ร่วมต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าสงขลา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรม มุ่ง “ต่อยอด” ทุนทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตชุมชน สู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า พร้อมกับเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา ได้สะท้อนถึงเรื่องราว พัฒนาการ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสงขลา การเชื่อมโยงแนวคิด “สงขลาสู่มรดกโลก” เพื่อผลักดันคุณค่าเมืองให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งระดับประเทศและนานาชาติ


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จังหวัดสงขลาโดดเด่นมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะย่านเมืองเก่าสงขลามีทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และเอกลักษณ์แห่งวิถีชีวิตสามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยการพัฒนาเมืองกับการท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำควบคู่กับการอนุรักษ์เสน่ห์และอัตลักษณ์เมืองให้คงอยู่ต่อไป

นายกรัฐมนตรีและคณะได้สัมผัส เสน่ห์เมืองเก่าสงขลา” ผ่านแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ทางวัฒนธรรม อาทิ ประตูเมืองสงขลา ตึกสงครามโลก Nora House 168 (แหล่งเรียนรู้การแสดงวัฒนธรรมโนรา) บ้านนครใน และโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ซึ่งบอกเล่าเรื่องราว พัฒนาการของเมือง สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ สะท้อนถึงทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวได้


โดยเฉพาะศิลปะการแสดง โนรา” ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สะท้อนภูมิปัญญาและรากเหง้าของคนในภาคใต้ และเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์คนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ ถ่ายทอด สืบสาน และรักษามรดกทางวัฒนธรรม ให้คงอยู่สืบไป

เมืองเก่าสงขลามุ่งเชื่อมโยง มรดก–เมือง–ชุมชน–การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกัน โดยนำเรื่องราวและทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้า บริการ กิจกรรมทางการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าให้พื้นที่และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการและคนในท้องถิ่น

ททท. ได้ใช้โอกาสนี้สนับสนุนเผยแพร่นำเสนอเมืองเก่าสงขลาในหลายมิติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่ส่งเสริม “เส้นทางเชื่อมโยง” แหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์ในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์พื้นที่อย่างลึกซึ้งและหลากหลาย พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่พื้นที่


การขับเคลื่อน สงขลาสู่เมืองแห่งมรดกโลก” จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอดีต แต่คือการนำคุณค่าของอดีตมาสร้างโอกาสในอนาคต ผ่านการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การสร้างมูลค่า การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของเมืองเก่าสงขลา เดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ ส่งต่อคุณค่าของเมืองสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ควบคู่การรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์เมืองอย่างยั่งยืน

 

แอร์บัสลั่นติดตั้งเครื่องบินจำลอง220ที่ศูนย์ฝึกในสิงคโปร์รองรับอนาคต10ปีหน้าตลาดเอเชียโตสุด

แอร์บัสลั่นติดตั้งเครื่องบินจำลอง220ที่ศูนย์ฝึกในสิงคโปร์

อนาคต10ปีหน้าแอร์ไลน์สทั่วเอเชียใช้ฝูงบินรุ่นใหม่โตสุด

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #A220 #AirbusAsiaTrainingCentre

 

แอร์บัสประกาศเปิดโปรเจกต์ติดตั้งเครื่องจำลองการบิน A220 ที่ Airbus Asia Training Centre สิงคโปร์ รองรับอนาคต “เอเชีย แปซิฟิก” เป็นตลาดใหญ่ใช้ฝูงบินรุ่นนี้โตมากสุด แอร์ไลน์สต้องการผลิตนักบิน ลูกเรือ รองรับได้กว่า 10,000 คน/ปี


 

Airbus Asia Training Centre (AATC) บริษัทร่วมทุนระหว่างแอร์บัสกับ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ประกาศในงาน Asia Pacific Aviation Training Summit (APATS) 2026 ที่กรุงเทพฯ ว่า เตรียมติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (Full-Flight Simulator: FFS) เครื่องบินแอร์บัส A220 ที่ศูนย์ฝึกอบรมในสิงคโปร์ เพื่อรองรับบริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเครื่องจำลองการบิน A220 กำหนดเปิดให้บริการไตรมาส 4 ปี 2570 ในภูมิภาคนี้จึงมีความต้องการ “ฝึกอบรมนักบินและบุคลากร” ด้านการซ่อมบำรุเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นล่าสุด

บริการฝึกอบรมแอร์บัส A220 จะดำเนินการร่วมกับ Flight Training Alliance (FTA) ผู้ให้บริการฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากแอร์บัส (Airbus Authorised Training Provider) และเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง CAE กับ Lufthansa Aviation Training (LAT) 


ภายใต้ข้อตกลงนี้ ศูนย์ฝึกอบรม FTA จะเป็นผู้ติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (FFS) ส่วนAirbus Asia Training Centre (AATC) จะรับผิดชอบการดำเนินงานและจัดฝึกอบรมเป็นหลัก

Airbus Asia Training Centre ตั้งอยู่ที่ Seletar Aerospace Park เป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกอบรมนักบินใหญ่ที่สุดในเครือข่ายของแอร์บัสทั่วโลก เปิดสอนหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อการรับรองแบบอากาศยานและการฝึกอบรมทบทวนของเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่นที่อยู่ในสายการผลิต

พร้อมพื้นที่ติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (FFS) 10 ช่อง ปัจจุบัน 4 ช่องรองรับ เอ350 (A350) 2 ช่องรองรับ เอ320 (A320) และอย่างละ 1 ช่องรองรับเอ330 (A330) และเอ380 (A380) ขณะที่อีก 1 ช่องติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบฝูงบินเอทีอาร์ 72-600 (ATR 72-600) ผลิตโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างแอร์บัสและลีโอนาโด (Leonardo) ของอิตาลี

ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ยังมีอุปกรณ์ฝึกอบรมห้องนักบินแบบติดตั้งประจำที่ เครื่อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านห้องเรียนครบครัน รองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้สูงสุดปีละ 10,000 คน




“ซิลเวีย เมโลนี” ผู้จัดการทั่วไปของ แอร์บัส เอเชีย เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (Airbus Asia Training Centre) กล่าวว่า การสร้างขีดความสามารถด้านการฝึกอบรม A220 ในภูมิภาคถือเป็นกลยุทธ์สำคัญสนับสนุนขยายการดำเนินงานของแอร์บัสในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก A220 เครื่องจำลองการบิน A220 รุ่นใหม่นี้จะช่วยให้สายการบินต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมระดับโลกได้อย่างสะดวก ช่วยให้สายการบินต่าง  ๆฝึกอบรมนักบินได้ใกล้กับฐานปฏิบัติการของตนมากขึ้น พร้อมสนับสนุนการนำฝูงบิน A220 เข้าประจำการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และยังคาดหมายความต้องการด้านการฝึกอบรม A220 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งฝูงบินรุ่นนี้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

A220 เดินหน้าขยายการให้บริการทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วย “เครื่องจำลองการบินแห่งใหม่” ในสิงคโปร์ นับเป็นหมุดหมายของแอร์บัสเชิงกลยุทธ์มอบการสนับสนุนต่อเนื่องและมีคุณภาพสูงในพื้นที่ใกล้กับการดำเนินงานของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจฝูงบิน A220 สามารถดำเนินงานด้วยมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ



แอร์บัสทำรายงานคาดการณ์ตลาดโลกฉบับล่าสุด (Global Market Forecast) ช่วง 20 ปีข้างหน้า แนวโน้มเมืองจะการขยายตัวเปลี่ยนไปสู่ “เมืองขนาดเล็ก” มากขึ้น ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ ขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อไปยังเมืองต่าง ๆ นอกเหนือจาก “มหานครขนาดใหญ่” แบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยให้สายการบินเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ ๆ มีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น เพื่อจะเชื่อมโยงกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชียและแปซิฟิก ด้วย 3 จุดเด่น ได้แก่

-เป็นฝูงบินพิสัยการบินไกล” สูงสุด 3,600 ไมล์ทะเล (6,700 กิโลเมตร)

-ต้นทุนการดำเนินงานต่อที่นั่งต่ำกว่าเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า 25 %

-ความจุเหมาะสมตั้งแต่ 100 -160 ที่นั่ง เครื่องบิน A220 

 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 แอร์บัสส่งมอบเครื่องบิน A220 แล้ว 532 ลำ ให้ผู้ให้บริการทั่วโลกมากกว่า 25 ราย มียอดคำสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,100 ลำ

ดังนั้น AATC และ FTA จะให้บริการหลักสูตรฝึกอบรมลูกเรือประจำห้องนักบินเครื่องบิน A220 แบบครบวงจร ทั้งการฝึกอบรมเพื่อรับการรับรองแบบอากาศยาน (type-rating) การฝึกอบรมทบทวน (recurrent training) พร้อมทีมครูการบิน A220 ที่ได้การรับรองและเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านปฏิบัติการโดยเฉพาะ

 

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569

บางจากนำกลุ่มธุรกิจร่วมงาน“Thailand Focus 2026” โชว์แผนยุทธศาสตร์5ปีแกร่งทั้ง“ผลงาน-ผลตอบแทน”

บางจากนำกลุ่มธุรกิจร่วมงาน“Thailand Focus 2026

โชว์แผนยุทธศาสตร์5ปีแกร่งทั้ง“ผลงาน-ผลตอบแทน”

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #แผนยุทธศาสตร์5ปี #ThailandFocus2026

บางจากฯ นำทีมธุรกิจในเครือร่วม “Thailand Focus 2026” พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตอกย้ำผลงานแกร่ง สร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นดี

 

นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารและพนักงานบริษัท บางจากฯ กับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงาน Thailand Focus 2026 ปีที่ 20 เมื่อ 26-28 สิงหาคม 2569 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดขึ้นโดยร่วมมือกับพันธมิตรในตลาดทุน ชูธีม “Reignite Thailand”  ใช้เวทีนี้พบปะและนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ




พร้อมทั้งสื่อสารทิศทางการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจาก ท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนสถาบันต่อพื้นฐานธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนต่างชาติ ที่สะท้อนผ่านสัดส่วนการถือหุ้นผ่าน NVDR รวมกว่า 37% ตอกย้ำความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพของกลุ่มบริษัทบางจากและทิศทางการเติบโตในระยะยาว


            นางสาวภัทร์ภูรี ได้นำเสนอ “แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี” โดยมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือกับความผันผวน (Energy Security and Resiliency) ผ่านจุดแข็งของ “การดำเนินธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร” เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมใช้ประโยชน์จากการผนึกกำลังธุรกิจในกลุ่ม สร้างผลการดำเนินงานที่มีความสมดุล ยืดหยุ่น และพร้อมเติบโตท่ามกลางความผันผวนได้อย่างเข้มแข็ง

        


    

        จากช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีผลการดำเนินงานสะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบางจากอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจหลักเติบโตเคียงข้างการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ แล้วบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับ “การสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น” โดยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 3.00 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำแนวทางการบริหารเงินทุนที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต การรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และการส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น



ผู้ว่าฯททท.-2โฆษกฯนำสื่อสำรวจสงขลาก่อนครม.สัญจร 1ก.ย.69 บูมเที่ยว “เกาะยอ-สงขลา” ครบเครื่อง

ผู้ว่าฯททท.-2โฆษกฯนำสื่อสำรวจสงขลาก่อนครม.สัญจร

บูมเที่ยว “เกาะยอ”ชูภาพลักษณ์ใหม่“สงขลา” ครบเครื่อง

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ครมสัญจรสงขลา #ท่องเที่ยวเกาะยอ

ผู้ว่าฯ ททท. แท็กทีม 2 รองโฆษกรัฐบาล นำทีมสื่อลงพื้นที่สงขลาก่อน “นายกฯอนุทิน” นำทีมประชุม ครม.สัญจร 1 ก.ย.69 โปรโมท “เกาะยอ” ปลุกเที่ยวสายมู สร้างภาพจำจุดขายใหม่ “สงขลา” เที่ยวครบเครื่อง วิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร เชื่อมโยงสู่นครศรีธรรมราช

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงพื้นที่สงขลา กับ 2 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์  และ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร นำคณะสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลสำรวจเมืองสงขลา ก่อนการเปิดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)สัญจร วันที่ 31 สิงหาคม -1 กันยายน 2569 ให้ได้สัมผัสเสน่ห์ท่องเที่ยวเชิงศาสนา–วัฒนธรรม “เกาะยอ” นำไปเผยแพร่ให้ประชาชนดึงดูดนักท่องเที่ยวสายมูเตลูเดินทางเข้ามาใช้จ่ายเงินพื้นที่ดังกล่าว



ทางคณะได้ไปยังจุดไฮไลต์  “กราบไหว้พระนอน” ปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพระนอนวัดแหลมพ้อ วัดนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของเกาะยอ จ.สงขลา โดดเด่นทั้งด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

จากนั้นเดินทางไปยัง “ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ” วัดโคกเปี้ยว เยี่ยมชมและเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าด้วย “กี่กระตุก” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์สำคัญของชุมชน สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยได้สัมผัสกระบวนการทอผ้า รับฟังแนวทางการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงอยู่ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน



เป็นการลงพื้นที่ก่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 ก.ย. 2569

“สงขลา” เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของภาคใต้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ด้านวิทยาการอาหาร (Gastronomy) ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความโดดเด่นด้านอาหาร ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมการกิน สามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวได้อย่างมีเอกลักษณ์


“ททท.” จึงเดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมือง (City Branding) ยกระดับ "สงขลา" เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องสำคัญ ด้วยจุดแข็งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร/Gastronomy เมืองเก่า วัฒนธรรม วิถีชุมชน สร้างการรับรู้และภาพจำใหม่ของจังหวัด ควบคู่ส่งเสริมเส้นทางเชื่อมโยง “สงขลา–นครศรีธรรมราช” เพิ่มทางเลือกการเดินทางให้นักท่องเที่ยวได้ขยายวันพักและการใช้จ่าย กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนตลอดเส้นทางดังกล่าว




“นักท่องเที่ยวในสงขลา” ช่วงมกราคม–กรกฎาคม 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนแล้วกว่า 4.44 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 32,227 ล้านบาท สะท้อนการท่องเที่ยวเติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพสงขลาคือจุดหมายปลายทางสำคัญของภาคใต้

ช่วงปลายปี 2569 จังหวัดสงขลายังมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ด้วยกิจกรรมและประเพณีสำคัญสะท้อนอัตลักษณ์ภาคใต้ โดยเฉพาะ เทศกาลออกพรรษา ประเพณีลากพระ ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์พื้นที่ผ่านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิตผู้คนในท้องถิ่นที่ดำรงอยู่กันมาอย่างยาวนาน



 







ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี69เงินเข้าเกิน1ล้านล้านบาท ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัว

ต่างชาติเที่ยวไทย 8 เดือนปี 69 เงินเข้าเกิน 1 ล้านล้านบาท ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัวจบซัมเมอร์ตลาดใกล้/ไกล   นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ...