วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มเท่าตัวธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว

ธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ไตรมาส1ปี2569  

บางจากฯ ไตรมาส 1 ปี’69 รายได้จากการขายและบริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 %  กำไรบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว “ธุรกิจโรงกลั่น” EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่ม 100 %กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %

 

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร” ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม 3,700 ล้านลิตร

แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม จากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ

ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น

-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม

-ทำโครงการ “Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด “น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน

-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม 2569

กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้

-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %  

- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %

-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท

“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ



-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน  ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA 1,563 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV กว่า 592 สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ 40 สถานี ส่วน Retail Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม 1,187 สาขา

-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยช่วยสนับสนุนกำไรขั้นต้น



กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน

-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก (OutOut) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group ทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาวเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ

มี EBITDA 4,308 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว รวมปริมาณการผลิตและจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญาของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคม

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55 % จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาล โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงเพราะลูกค้าใช้บริการลดลง

กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 23,788 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.91 เท่า คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ “A+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง

 

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APACสานฝันไทย“ฮับบิน-ดันสนามบินไทยสู่ระดับโลก”

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APAC 2026

สานฝันไทย“ฮับบินภูมิภาค-พัฒนาสนามบินไทยระดับโลก”

AOT เป็นเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 ที่กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ACI2026 #ThailandAviationHub

AOT โชว์ความสำเร็จเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 สานฝันไทย 2 เป้าหมาย “ฮับ” การบินภูมิภาค พัฒนา “ท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก”

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม Airports Council International (ACI) Asia-Pacific & Middle East Regional Assembly, Conference and Exhibition 2026 (ACI APAC & MID RACE 2026) วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ด้วย 2 เป้าหมายหลัก 1.พัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค 2.พัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การเป็น “ศูนย์กลางการบิน” ที่มีความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน อีกทั้งมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ พร้อมพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ



AOT เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ภายใต้หัวข้อหลัก “Airports as Engines of Shared Prosperity” การประชุมประจำปีของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากท่าอากาศยานชั้นนำ สายการบิน คณะกรรมการบริหาร ACI ผู้มีส่วนได้เสีย วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเสวนา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ได้สำรวจแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อจกำหนดอนาคตของท่าอากาศยาน นำประเทศไทยร่วมกำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการท่าอากาศยานทั่วโลก

นางสาวปวีณา กล่าวว่า งานประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ประกอบด้วย การปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กา รประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผู้แทนเข้าร่วมจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง เช่น กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย และท่าอากาศยานนานาชาติหลัก ๆ อย่าง ชางงี โอ๊คแลนด์ เมลเบิร์น ฮ่องกง มาเลเซีย เจดาห์ ท่าอากาศยานมัคตัน–เซบู

รวมทั้งองค์กรกำกับดูแลการบินของประเทศต่าง ๆ เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ (Air Navigation Service) เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller) ศูนย์นวัตกรรมการบิน (International Centre for Aviation Innovation) ผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า

            


        ในเวทีการปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในการประชุมแบ่งเป็นหัวข้อย่อยต่าง ๆ เช่น

-ท่าอากาศยานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม การนำระบบบริหารจัดการท่าอากาศยานมาเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งภาคพื้นและอากาศเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้บริการ

-ท่าอากาศยานกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) สู่การเป็นผู้นำสนามบินที่ยั่งยืน

-การเลือกลงทุนระหว่างการก่อสร้างสนามบินบนพื้นที่ใหม่ (Greenfield) หรือการลงทุนพัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Brownfield) ในสภาวะความกดดันที่สนามบินเต็มขีดความสามารถ

-ปริมาณการเดินทางที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้มีการเปลี่ยนโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์

-ภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง การเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต

-ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมด้านบทบาทของสตรีเพิ่มมากขึ้น

-การเตรียมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

รวมทั้งเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ “จัดนิทรรศการ” เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ความปลอดภัย การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทาง AOT ได้ร่วมนำเสนอบทบาทองค์กรทั้งด้านการพัฒนาท่าอากาศยานสู่การเป็นฮับการบินภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบินสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Passenger Experience) ให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของรัฐบาลมุ่งให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

การบินไทยQ1/69 กำไรพุ่ง 1 หมื่นล้าน -หนี้สินรวม2.35แสนล้านเพิ่ม3.4%

การบินไทยQ1/69 รายได้รวมลด 1.2%กำไรพุ่ง 1 หมื่นล้าน

ค่าใช้จ่ายรวมลด 1.8%-หนี้สินรวม 2.35แสนล้านเพิ่ม 3.4%

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #ไตรมาส1ปี69 #กำไรหมื่นล้าน

การบินไทยไตรมาส 1 ปี’69 กำไรสุทธิทะยาน 10,107 ล้านบาท EBITDA 17,548 ล้านบาท รายได้รวมลด 1.2 % ค่าใช้จ่ายรวมลด 1.8% หนี้สินรวม 235,920 ล้านบาท เพิ่ม 3.4 %

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยังสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการบริหารราคาตั๋วโดยสารและโครงสร้างรายได้ ตามรายละเอียดดังนี้

“มีรายได้รวม” (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 51,029 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ลดลง  596 ล้านบาท คิดเป็น 1.2% จากปัจจัยหลักคือ ปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งลดลง ส่วนรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยใกล้เคียงกับปีก่อน (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน และค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) และได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้ยังทำได้ดี

“มีกำไรสุทธิ” 10,107 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนมีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท และมี EBITDA 17,548 ล้านบาท

“มีกำไรจากการดำเนินงาน” ก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 13,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin)  26.9% 

“มีค่าใช้จ่ายรวม” (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 37,282 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามปริมาณการผลิต เงินบาทแข็งค่า ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีค่าใช้จ่ายในส่วนแปรผันตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารลดลง

“มีต้นทุนทางการเงิน” 2,987 ล้านบาท ลดลง 494 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน การวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ

“มีเครื่องบิน” ที่ใช้ทำการบินทั้งสิ้น 80 ลำ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีการใช้ประโยชน์เครื่องบินเฉลี่ย 13.8 ชั่วโมง/ลำ/วัน ขนส่งผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 4.18 ล้านคน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 17,389 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลง 1.9% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 14,453 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 2.2% ทำให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 83.1% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนทำไว้ 83.3%  

“มีสินทรัพย์รวม” 324,542 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 20,483 ล้านบาท หรือ 6.7%

“มีหนี้สินรวม” 235,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 7,773 ล้านบาท 3.4%

“มีส่วนของผู้ถือหุ้น” 88,622 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 12,710 ล้านบาท หรือ 16.7% 

“มีเงินสด” และรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 132,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการดำเนินกิจการ 8,760 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

บางกอกแอร์ Q1/69 กำไรสุทธิ 2,099ล้านบาทโตดี24.5%

บางกอกแอร์ Q1/69 กำไรสุทธิ 2,099ล้านบาทโตดี24.5%

รายได้รวมเฉียด8พันล้านผู้โดยสาร 1.2 ล้านคนลด 5.2%

บมจ.การบินกรุงเทพ “BA”บางกอกแอร์ Q1/69 รายได้ 7,906 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาทโต 24.5%

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #BangkokAirways #การบินกรุงเทพ  

บมจ.การบินกรุงเทพ “BA” นำบางกอกแอร์เวย์สไตรมาส 1/69 รายได้ 7,906 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เติบโต 24.5% มีผู้โดยสาร 1.2 ล้านคน ลด 5.2 %คุมเข้มรายได้ ปริมาณที่นั่งเที่ยวบินและเครือข่ายริการทุกเส้นทาง

            บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) “BA ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้รวม 7,906 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินงาน 2,586.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4 % และมีกำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5 % มีจำนวนผู้โดยสารรวม 1.2 ล้านคน มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 86.2 %

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าไตรมาส 1 ปี 2569  บริษัท ฯ ได้ปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลง 11.8 % ตามจำนวนเที่ยวบินที่ปรับลดลง เส้นทางกรุงเทพฯ–พนมเปญ และปีที่ผ่านมาหยุดบริการเส้นทางกรุงเทพฯ–ลำปาง และลำปาง–แม่ฮ่องสอน  แต่ยังมุ่งบริหารเครือข่ายเส้นทางบินที่มีความต้องการเดินทางสูง โดยจัดให้มีปริมาณที่นั่งอย่างเหมาะสม จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมาส่งผลถึงต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กระทบไตรมาส 1 ปี 2569 มีผู้โดยสาร 1.2 ล้านคน ลดลง 5.2 % อัตราการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 86.2 % เพิ่มขึ้น 4.7 จุด ส่วน “ราคาตั๋วโดยสาร” ใกล้เคียงกับปีก่อนเฉลี่ย 4,469.7 บาท

บริษัท ฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน 2,586.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 242.9 ล้านบาท คิดเป็น 10.4 % จากปัจจัยสนับสนุนหลักการบริหารต้นทุน ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.2 % โดยเฉพาะปริมาณการใช้น้ำมัน และค่าเช่าเครื่องบินลดลง


            ขณะที่ “รายได้รวม” ไตรมาส 1  ประกอบด้วย  1.รายได้จากตั๋วโดยสาร 68.6 % 2.รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน 20.8 % 3.รายได้จากธุรกิจสนามบิน 2.3 % ของรายได้รวม จึงมีกำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5 % กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท ฯ  2,091.0 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.01 บาท

สะท้อนถึงความพยายามเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

            บมจ.การบินกรุงเทพฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจระยะยาว โดยมุ่งพัฒนาธุรกิจการบินแบบครบวงจร ควบคู่การดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ที่ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุในหนังสือ Thailand’s Best Practices and Lessons Learned in Development (Vol.2) จัดทำโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA)


ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล บริษัท ฯ ด้วยกิจกรรม PDPA in Practice Knowledge Sharing เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้หน่วยงานภายในองค์กร โดยเฉพาะประเด็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในบริบทการดำเนินงานจริง พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เหมาะสม

รวมทั้งได้ทบทวนและประกาศนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 เพื่อให้มีความครบถ้วน โปร่งใส เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           




บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มเท่าตัวธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%

บางจาก Q1/69 รายได้โต 6% กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว ธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง 100%- กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต   เรื่องโดย... # เพ็...