วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ททท.ผนึกไทย-จีนเปิดมหกรรมแสดงสินค้า“WTCE 2026” ต่อยอดไทย“Tourism & Entertainment Hub of ASEAN”

ททท.ผนึกไทย-จีนเปิดมหกรรมแสดงสินค้า“WTCE 2026”

ต่อยอดไทยสู่“Tourism & Entertainment Hub of ASEAN”


ททท.นำธุรกิจไทยและจีนเปิดแสดงสินค้าท่องเที่ยว WTCE 2026” 29-31 ต.ค.69 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WTCE2026 #TourismandEntertainmentHubofASEAN

ททท.ร่วมธุรกิจไทย จีน เปิดบิ๊กอีเวนต์ “World Travel & Culture Expo 2026 : WTCE 2026” 29-31 ต.ค.นี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ดึง 18 ประเทศ จับคู่ธุรกิจต่อยอดอุตฯท่องเที่ยว วัฒนธรรม บันเทิง กีฬา ธุรกิจสร้างสรรค์ ดันไทย “Tourism & Entertainment Hub of ASEAN”


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. เป็นประธานพิธีเปิดงาน “World Travel & Culture Expo 2026 : WTCE 2026” ระหว่าง 29–31 ตุลาคม 2569 ที่ ฮอลล์ 9-10 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซนเตอร์ เมืองทองธานี มุ่งส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและผลักดันไทยสู่ “Tourism & Entertainment Hub of ASEAN” งานนี้จัดร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย–จีน (TCTA) และ Guangdong Grandeur International Exhibition Group ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ดึงผู้ประกอบการและพันธมิตร 18 ประเทศ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจไทย จีน และนานาชาติ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจต่อยอดความร่วมมืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม เทคโนโลยี กีฬา ความบันเทิง และธุรกิจสร้างสรรค์



ททท.ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” ร่วมกับพันธมิตรทั้งในและนอกอุตสาหกรรมแบบ 360 องศา (Partnership 360°)ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพิ่มวันพักในไทยนานขึ้น และขยายโอกาสสร้างรายได้สู่ผู้ประกอบการ ชุมชน และเมืองน่าเที่ยว นำไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีความหมายและเติบโตอย่างยั่งยืน (High-Value & Meaningful Destination) ส่งเสริมและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน (Tourism & Entertainment Hub of ASEAN) 



งาน World Travel & Culture Expo 2026 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทย จีน และนานาชาติ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวให้สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยว แล้วการจัดงานยังสอดรับกับวาระพิเศษแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสานต่อความร่วมมือระหว่างสองประเทศจากมิติการเดินทางท่องเที่ยวสู่ความร่วมมือในอนาคต

งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smartly Link the World” เน้นสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทย จีน และนานาชาติ กว่า 18 ประเทศ พบปะระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน เจ้าของธุรกิจ ผู้พัฒนาโครงการ และผู้ให้บริการจากหลายอุตสาหกรรม พร้อมจับคู่เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ พัฒนาสินค้า บริการ และโครงการร่วมกันในอนาคต เชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้ากับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว (Visitor Economy) ทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ศูนย์การค้า สวนสนุก กีฬา อีเวนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์



ตลอดการจัดงานแบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน ประกอบด้วย

โซนที่ 1 : TAAPE – Amusement & Attraction นำเสนอสินค้าและเทคโนโลยีสำหรับสวนสนุก สวนน้ำ ศูนย์ความบันเทิงของครอบครัว เครื่องเล่น ระบบเกม เทคโนโลยี VR/AR นำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต และศูนย์การค้า

โซนที่ 2 :  ASE–Audio • Stage • Entertainment จัดแสดงนวัตกรรมจอ LED ระบบป้ายดิจิทัล แสง สี เสียง เวที เทคโนโลยีความบันเทิง รองรับธุรกิจคอนเสิร์ต อีเวนต์ การประชุมและนิทรรศการ สถานที่จัดงาน

โซนี่ 3 : TBE – Billiards & Indoor Sports นำเสนอสินค้า อุปกรณ์ และเทคโนโลยีด้านพูล บิลเลียด สนุกเกอร์ และกีฬาในร่ม เปิดให้ผู้ประกอบการด้านกีฬาและนันทนาการ สร้างเครือข่ายต่อยอดร่วมมือทางธุรกิจ

โดยมีพื้นที่ Art Toys & Creative Economy เชื่อมโยงของเล่นสะสม งานออกแบบ คาแรกเตอร์ และวัฒนธรรมป๊อปเข้ากับโอกาสทางธุรกิจสร้างสรรค์ ทั้งการพัฒนาสินค้า การใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา การค้าปลีก ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรมและที่พัก ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ อีเวนต์ กีฬา เทคโนโลยี

พิธีเปิดงาน “World Travel & Culture Expo 2026 : WTCE 2026” เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นำโดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธาน นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการ สทท. Mr. Wang Zhao Yun CEO Grandeur Exhibition Group Mr. Kong Ming เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความบันเทิงแห่งประเทศจีน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน Mr. Gan Jialing นายกสมาคม Beijing Billiards Association Mr. Andreas Küsters Senior Sales Manager, Wibit Sports GmbH Mr. Ankur Maheshwary นายกสมาคม Indian Association of Amusement Parks & Industries และ Mr. Sungchae Jung นายกสมาคม World Cultural Tourism Association และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องให้เกียรติเข้าร่วมงาน

 

“สนามบินดอนเมือง”เริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ 1 พ.ย.69 ยึดมาตรฐานCAATและองค์กรโลกICAO

“สนามบินดอนเมือง”เริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ 1 พ.ย.69

ยึดมาตรฐานCAAT/113ยันทำตามข้อแนะนำองค์กรโลกICAO

 

ท่าอากาศยานดอนเมืองเตรียมเพิ่มการตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือตามคำสั่ง CAAT เริ่ม1 พ.ย.69เป็นต้นไป

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #สนามบินดอนเมือง #ตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ

สนามบิน “ดอนเมือง” แจ้งนักเดินทางทุกคน 1 พ.ย.69 เป็นต้นไป เตรียม “เพิ่มขั้นตอนตรวจค้นตัวผู้โดยสาร” ตามข้อกำหนด CAAT ฉบับ 113 ยันทำตามข้อเสนอองค์กรโลก ICAO เปลี่ยนจากการใช้ “เครื่องตรวจจับโลหะ” เป็นให้ “ตรวจค้นด้วยมือ”

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ที่อยู่ในความดูแลของ AOT ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพ “ขั้นตอนการตรวจค้นตัวผู้โดยสาร” ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นตามหลักสากล โดยจะเปลี่ยนจาก “การใช้เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ” (Hand Held Metal Detector: HHMD) เป็น “การตรวจค้นด้วยมือ” (Pat Down) ภายหลังผู้โดยสารผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน (Walk Through Metal Detector: WTMD) หรือเครื่องตรวจวัตถุตามร่างกาย (Body Scanner) ส่งสัญญาณเตือน

“ขั้นตอนใหม่” ที่จะนำมาใช้การตรวจค้นจะดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนด โดยยังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินอย่างต่อเนื่องตามหลักสากล


“ท่าอากาศยานดอนเมือง” ได้ปรับรูปแบบการตรวจค้นดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย”  (The Civil Aviation Authority of Thailand :CAAT) ฉบับที่ 113 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568

สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อเสนอแนะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) โดย “การตรวจค้นด้วยมือ” (Pat Down) เป็นหนึ่งในวิธีตรวจค้นที่ใช้ในสนามบินหลายประเทศ

ทางท่าอากาศยานดอนเมืองได้เตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนการตรวจค้นที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง โดยคำนึงถึงสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร ควบคู่กับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัย อีกทั้งยังเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ



ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้โดยสาร “นำสิ่งของติดตัว” ที่อาจส่งผลให้การตรวจค้นล่าช้า “ผ่านเข้าเครื่อง X-ray” ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจค้น เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสัญญาณเตือนและเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนการตรวจค้น

หาก WTMD หรือ Body Scanner ส่งสัญญาณเตือน ผู้โดยสารอาจต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามประกาศของ CAAT หน่วยงานกำกับดูแลการบินของประเทศ

            “ท่าอากาศยานดอนเมือง” ภายใต้การบริหารของ AOT มุ่งมั่นรักษามาตรฐานความปลอดภัยทางด้านการบิน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและรองรับการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล



ททท.-แอร์ไลน์ส-บริษัททัวร์ปลุกเที่ยวไทยโหมขาย 3 โปรเจกต์ โปรตั๋วบิน-ค่ารถ-คนโสด"ตลุย5ภาค8กิจกรรม

ททท.-แอร์ไลน์ส-บริษัททัวร์ปลุกเที่ยวไทยโหมขาย 3 โปรเจกต์

โปรตั๋วบิน-ค่ารถ-คนโสดตลุย5ภาค8กิจกรรมปลายปี69-ต้นปี70

 


ททท.เปิดตัว 3 โครงการกระตุ้นท่องเที่ยวไทยปลายปี 2569-ต้นปี 2570

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เที่ยวในประเทศปลายปี60ถึงต้นปี70  

ททท.รุกหนักตลาดเที่ยวไทย ผนึกแอร์ไลน์ส บริษัทนำเที่ยว กระตุ้นคนไทยออกเที่ยวปลายปี’69-ต้นปี’70เปิด 3 โปรเจกต์ “บินเที่ยวทั่วไทยฮีลใจทุกทริป” 7 แอร์ไลน์สลดตั๋วบิน 500 บาท/Booking “เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์” ผนึก 9 สมาคม ขายทัวร์หมู่คณะ “เส้นทางคนโสด” 5 ภูมิภาค สนุกกับ 8 กิจกรรม


นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องต้นปี 2570 โดยได้เปิด 3 โครงการ 1.บินเที่ยวทั่วไทยฮีลใจทุกทริป 2.Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์ 3.เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY 2026 โสดแล้วไง...ไปด้วยกัน คาดจะสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 629 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและกระจายรายได้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย




● โครงการแรก “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ดำเนินการภายใต้ Domestic Stimulus ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางทางอากาศ ร่วมกับพันธมิตร 7 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ท บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และอีซี่แอร์ไลน์ มอบส่วนลดค่าตั๋วโดยสารเที่ยวบินในประเทศทุกเส้นทาง 500 บาท/เที่ยว ผ่านรหัสโปรโมชั่น “FLYTODOM” ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพิ่มทางเลือกให้คนไทยออกไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถจองตั๋วโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2569 ใช้เดินทางจริงได้จนถึง 15 มกราคม 2570

 จองตั๋ว “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ได้ทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสายการบินที่เข้าร่วมโครงการดังนี้

-การบินไทย โทร. 02-356-1111 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com

-ไทยแอร์เอเชีย ผ่านแชต AskBo บนเว็บไซต์ www.airasia.com หรือแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE

-ไทยเวียตเจ็ท โทร. 02-089-1909 หรือเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com

-บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 1771 หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com

-นกแอร์ โทร. 1318 หรือเว็บไซต์ www.nokair.com

-ไทยไลอ้อนแอร์ โทร. 02-529-9999 หรือเว็บไซต์ www.lionairthai.com

-อีซี่แอร์ไลน์ โทร. 02-096-2916 หรือเว็บไซต์ www.ezyairlines.com




● โครงการที่ 2  “Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์” ททท. ส่งเสริมการเดินทางเป็นหมู่คณะครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค โดยร่วมกับพันธมิตร 9 หน่วยงาน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

ทำโปรโมชั่นร่วมกันมุ่งนำเสนอท่องเที่ยวภายในประเทศ สนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายรถโดยสารไม่ประจำทางให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่

-รถบัส สนับสนุน 10,000 บาท/คัน/วัน สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท/ทริป กับคณะที่มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 30 คน/คัน

-รถตู้ สนับสนุน 2,500 บาท/คัน/วัน สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท/ทริป กับคณะที่มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 6 คน/คัน

ภายใต้เงื่อนไข ต้องเดินทางไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน เดินทางข้ามจังหวัด พักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดเริ่มต้นการเดินทาง เปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจติดตามจาก ททท. และพันธมิตรทั้ง 9 หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว




● โครงการที่ 3 “เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY 2026” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม โดยชวนคนโสดและผู้ชอบเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว (Solo Traveler) ออกค้นหาประสบการณ์ใหม่ สร้างมิตรภาพ ทั้ง  5 ภูมิภาค อาทิ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การเดินทางด้วยรถไฟ การผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสุขภาพ ศิลปวัฒนธรรม งานคราฟต์ การตั้งแคมป์ การท่องเที่ยวแบบลักชูรี และการเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยง  ภายใต้แนวคิด “โสดแล้วไง...ไปด้วยกัน!”  

ททท.จะจัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้พบปะทำกิจกรรมร่วมกันแบบ Onground-Event ชวนคนโสดออกมาเปิดโลกการเดินทางหลากหลายสไตล์ เติมทั้งความสุข ความสนุก และมิตรภาพให้ทุกทริปผ่าน 8 กิจกรรม ได้แก่

1. กิจกรรม SKYLINE FILM ชวนดูหนังกลางแจ้งสุดชิลริมทะเลในรูปแบบ Silent Cinema ผ่าน Wireless Headphone ที่ชลบุรี

2. DEEP BLUE SERENITY เปิดประสบการณ์ Sound Healing มิติใหม่ใต้ท้องทะเล

3. ECO TRAIL CHIANG MAI ฮีลใจท่ามกลางธรรมชาติสายกรีน ที่เชียงใหม่

4. SRT ROYAL BLOSSOM พานั่งรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขตลอดเส้นทาง

5. MORNING RUN แท็กทีมวิ่งสำรวจเมือง เติมพลังยามเช้า

6. PET JOURNEY ชวนคนรักสัตว์พาน้องหมาน้องแมวคู่ใจมาจอยทริปด้วยกัน

7. SEA ESCAPE เติมพลังริมทะเล ปล่อยใจท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก

8. MORNING COFFEE PARTY ชวนจิบกาแฟ แลกเปลี่ยนสตอรี่ และชวนนักท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ออกไปปักหมุดเช็กอิน ค้นหาแรงบันดาลใจ และสร้างเรื่องราวใหม่ ๆ จากการเดินทางทั่วไทย ใน 10 Travel Routes ทั่วประเทศ 5 ภูมิภาค

ททท.ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรท่องเที่ยว อย่าง Trip.com, Tinder และ Love Andaman มอบสิทธิประโยชน์ ส่วนลด ของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ เพิ่มแรงจูงใจในการเดินทางและสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย ติดตามข้อมูลและกิจกรรมได้ทาง Facebook, Instagram และ TikTok เส้นทางคนโสด - Single Journey หรือสอบถาม TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

 

กลุ่มบางจากผนึก“มธ.-โตโยต้า-SCGC”เสริมผลิตSAF ผนึกเปลี่ยน“ของเสีย-รักษาสุขภาพดูแล-สิ่งแวดล้อม”

กลุ่มบางจากผนึก“มธ.-โตโยต้า-SCGC”เสริมผลิตSAF

ผนึกเปลี่ยน“ของเสีย-รักษาสุขภาพดูแล-สิ่งแวดล้อม”


กลุ่มบริษัท บางจาก MOU) กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง “การจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #FryToFly #ไม่ทอดซ้ำ #SAF

กลุ่มบริษัทบางจาก ผนึกพันธมิตร 3 กลุ่ม “ธรรมศาสตร์” Fry to Fly-ทอดไม่ทิ้ง “โตโยต้า+SCGC” รถเปลี่ยนโลก ผนึกพลังเปลี่ยน “ของเสีย” สู่คุณค่า รักษาสุขภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม เพิ่มวัตถุดิบการผลิต SAF


            กลุ่มบริษัทบางจาก โดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง “การจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว” เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ภายใต้ 2 โครงการ คือ “Fry to Fly และ “ไม่ทอดซ้ำ” เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ควบคู่การส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ


            ความร่วมมือนี้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะส่งเสริมให้เครือข่ายภายในมหาวิทยาลัย ทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงเรียนในสังกัด รวบรวมและจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างถูกวิธี จำหน่ายให้กลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้ ให้คำปรึกษา และอุปกรณ์เพื่อจัดเก็บน้ำมันใช้แล้วอย่างเหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนการวัดผลสัมฤทธิ์โครงการ พร้อมออกใบรับรองการนำ UCO ไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต SAF ให้เครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ สะท้อนการเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



พิธีลงนามครั้งนี้ มีสักขีพยาน นำโดย ศ.ดร. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บมจ.บางจากฯ เป็นผู้ลงนาม โดยมี ผศ.ดร. สร้อยสุดา เกสรทอง คณบดี คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ นายสุรพร เพชรดี ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ร่วมเป็นพยาน และนางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ.บางจากฯ ร่วมเป็นสักขีพยานกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

แล้วกลุ่มบริษัทบางจาก ยังได้ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “SCGC” ลงนามความร่วมมือโครงการ “Mobility Upcycling รถเปลี่ยนโลก ปีที่ 2” ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะรีไซเคิลและน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วแบบครบวงจร จากต้นทางสู่ปลายทาง ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก



เดินหน้ายกระดับศูนย์การเรียนรู้โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา ให้เป็น “ต้นแบบ” ศูนย์กลางการจัดการขยะระดับชุมชน หรือ “Recycling Hub” และเป็นจุดเริ่มต้นขยายเครือข่ายการจัดการทรัพยากรสู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ  โดยร่วมกันดำเนินกิจกรรม ปล่อยคาราวานรถเปลี่ยนโลก (Launch & Caravan Flag-off Event)พร้อมเผยแพร่ข้อมูลสถิติปริมาณขยะและปริมาณการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ร่วมกันตลอดโครงการ

“บางจากฯ” และบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดเก็บน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วตั้งแต่ระดับครัวเรือน เพื่อนำไปผลิตเป็น SAF รวมถึงส่งเสริมการใช้น้ำมันปรุงอาหารอย่างถูกต้องและการไม่ทอดซ้ำ ซึ่งทาง “โตโยต้า” สนับสนุนรถกระบะสีเขียว (Mobility Upcycling) มุ่งเผยแพร่องค์ความรู้ รวบรวมและขนส่งขยะรีไซเคิลกับน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว พร้อมยังพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนติดตามปริมาณขยะ คำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และบริหารระบบคะแนนสะสมแลกรางวัล


ส่วน SCGC สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการคัดแยกขยะรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ และรับมอบขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและสร้างมูลค่าเพิ่มตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

            “กลุ่มบริษัท บางจาก” ได้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกฝ่ายสะท้อนความมุ่งมั่นเรื่องการสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขยายผลเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม รักษาสุขภาพ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน

 

ททท.ผนึกไทย-จีนเปิดมหกรรมแสดงสินค้า“WTCE 2026” ต่อยอดไทย“Tourism & Entertainment Hub of ASEAN”

ททท.ผนึกไทย-จีนเปิดมหกรรมแสดงสินค้า“ WTCE 2026” ต่อยอดไทยสู่“ Tourism & Entertainment Hub of ASEAN ” ททท.นำธุรกิจไทยและจีนเปิดแสดงสิ...