วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

 


ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก”

ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

“โรงแรม-ธุรกิจชุมชน”คึกคัก-บัวแดงบานฉ่ำรับทัวร์ตามรอยLISA

คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดช้อปคุ้ม!AnniversaryWeek+สิทธิพิเศษเพียบ

อัปเดทของเข้าใหม่คิงเพาเวอร์ออนไลน์-เดลิเวอรี่ลด 25%+10%

ททท.-7แอร์ไลน์ลด“บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป”ถึง15 ธ.ค.นี้

บางจาก-OKEA-JAPEXถกแผนธุรกิจสำรวจ/ปิโตรเลียมในเอเชีย

เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน+ดื่มด่ำ 5 โบราณสถานบุรีรัมย์

3วัย “ทำงาน-กลางคน-ชรา”กับเทคนิคการดูแลให้สุขภาพสดใส

ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่

MICEไทยเฮ!!ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ทททอุดรธานี #บั้งไฟพญานาคโลก #มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี #ทะเลบัวแดง

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1LSiewUCuk/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดปีทองเที่ยวอีสาน “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” ชวนสัมผัสปรากฏการณ์โลก 3 มหัศจรรย์ “บั้งไฟพญานาคโลก” 22-28 ต.ค.ตื่นตากับลูกไฟผุดขึ้นกลางลำน้ำโขง จ.หนองคาย ดึงรายได้หลั่งไหลเข้าพื้นที่ทำยอดจองโรงแรมเต็ม 100 % “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี” ยาว 134 วัน เริ่ม 1 พ.ย.69-14 มี.ค.70 พลิกโฉมทั้งอีสานสร้างชื่อกระหึ่ม “เทศกาลทะเลบัวแดง” ธ.ค.69-ก.พ.70 ดอกบัวบานฉ่ำ ชาวบ้านเปิดท่าเรือรอต้อนรับไทยและต่างชาติ แห่ตามรอย LISA “ชาวบ้านเดียม” พร้อมเรือนำชมได้ถึงวันละกว่า 500 เที่ยว และเปิดเส้นทางเที่ยวเชื่อมโยง รอบอุดรธานี ตลอดปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า


นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม2569 -มีนาคม 2570 จะเป็นโอกาสทองทางการท่องเที่ยวต้อนรับปีงบประมาณใหม่ 2570 ในพื้นที่ดูแล 3 จังหวัด อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสปรากฎการณ์ความมหัศจรรย์ที่ได้รับความนิยมระดับประเทศและนานาชาติต่อเนื่องกันถึง 3 งาน  งานแรก “เทศกาลบั้งไฟพญานาคโลก” ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม นี้ บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย งานที่ 2 มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2026 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 งานที่ 3 เทศกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดง ตามรอยลิซ่าที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดอกบัวจะบานฉ่ำช่วงธันวาคม2569-กุมภาพันธ์ 25570


● งานแรก : บั้งไฟพญานาคโลก เที่ยวงานประเพณีออกพรรษาชมความมหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 22-28 ตุลาคม นี้ ทางหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตากับลูกไฟผุดจากลำน้ำโขงซึ่งตรงกับวันพิสูจน์ความมหัศจรรย์ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ ขณะที่วันเริ่มต้น 22 ตุลาคม เริ่มด้วยขบวนแห่พญานาคของแต่ละอำเภอ แล้วก็มีพิธี “รำบูชา” พญานาค ตามมาด้วย “ลอยนาคา” หรือลอยเรือไฟ (ต่างจากนครพนมจะมีงานไหลเรือไฟ)


รวมทั้งจะมี “ไฟเรืองแสง” ได้แก่ รถสามล้อ ททท.ร่วมกับสมาคมส่งเสริมรถสามล้อ ตกแต่งรถสกายแลปให้มีไฟเรืองแสง เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งชมเมืองยามค่ำคืน ต่อยอดด้วย “เรือไฟเรืองแสง” โดยใช้กะโป๋หรือกะลาตลอดลำน้ำโขง ควบคู่การรำบวงสรวงพญานาค การแสดงแสงสีเสียง light and Sound จัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน ควบคู่ “ถนนอาหาร”

และการค้นหาอัตลักษณ์ที่หายไปนาน ได้แก่ “การแห่ปราสาทผึ้งทางน้ำ” จะจัดขึ้นวันที่ 25 ตุลาคม นี้ โดยทางวัฒนธรรมจังหวัดได้รื้อร้นพิธีดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งมีหลักฐานปรากฎจัดครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2510 จึงจะนำพิธีมาจัดเป็นต่อเนื่องปีที่สอง นักท่องเที่ยวรอติดตามชมได้ได้ปลายเดือนตุลาคมนี้


“ประมวลผลการท่องเที่ยว” ช่วงเทศกาลออกพรรษา ทางผู้ประกอบการโรงแรมในหนองคาย ยืนยันล่าสุดมียอดจองห้องพักภายในพื้นที่เต็มเกือบ 100 % ส่วนในอำเภอเมืองหนองคาย ยังพอมีเหลืออยู่บ้าง พร้อมกับเตรียมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเลือกจองพักในอุดรธานีก็ได้ เพราะใช้เวลาเดินทางไปยังสถานที่ชมบั้งไฟพญานาคหนองคายเพียง 45 นาที

“การจองห้องพัก” นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ 2 วิธี ได้แก่ วิธีแรก จองที่พักในพื้นที่เกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค 2 อำเภอหลัก คือ อำเภอโพนพิสัย กับอำเภอรัตนวาปี ซึ่งตอนนี้ยอดจองน่าจะเต็มแล้ว 100 % หรือวิธีที่สอง จองที่พักในอำเภอเมืองหนองคาย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน วันที่ 26 ตุลาคม มีห้องพักเหลืออยู่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น


● งานที่ 2 : มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 รวม 134 วัน จะเริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 ทางกรมวิชาการเกษตรก่อสร้างพื้นที่ตามแบบคืบหน้าไปเกือบร้อยเปอร์เซนต์แล้ว เปิดงานวันแรกพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศและทั่วโลกอย่างแน่นอน แล้วก็จะเป็นงาน “ยกระดับภาคอีสานสู่ตลาดโลก” พร้อมกับเป็นพลัง “กระจายตัวนักท่องเที่ยว” ภายในอุดรธานี เชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วภาคอีสาน ด้วยระบบการเดินทางสะดวกสบาย มีสายการบินเข้าออก “อุดรธานี” กับศูนย์กลางหลัก กรุงเทพมหานคร และบินตรงไปยังภาคเหนือ อุดรธานี-เชียงใหม่ ภาคใต้ อุดรธานี-หาดใหญ่ ช่วงเดือนตุลาคมนี้ทางสายการบินไทย แอร์เอเชีย จะเปิดเส้นทางบินเพิ่ม อุดรธานี-ภูเก็ต ตอบโจทย์การเที่ยวมหกรรมพืชสวนโลก กับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทะเลบัวแดง

โดยภาพรวมด้าน “รายได้” จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไปยังภาคธุรกิจทุกภาคส่วนเป็นแบบ “ทวีคูณ” หลั่งไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทั้งในอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง เรื่อยไปจนถึง “ชุมชนท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางเชื่อมโยง ทำให้เกิดภาพการกระจายรายได้ถึงมือทุกระดับด้วย


“การท่องเที่ยวเชื่อมโยง” การจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยว

“วันแรก" ช่วงเช้า ไปทะเลบัวแดง ต่อด้วย “บ้านเชียง” เยี่ยมชมศิลปะวัฒนธรรมบ้านเชียง ต่อไปยัง “คำชะโนด” และปิดท้ายไปงาน “มหกรรมพืชสวนโลก

“วันที่สอง” เริ่มจากเที่ยวสายศรัทธา ภูพระบาท วัดป่าภูก้อน สวรรค์บนดินของอุดรธานี

“วันที่สาม” กลุ่มชื่นชอบตามรอยพญานาคอุดรธานีได้ตลอดทั้งวัน

“วันที่สี่”  เชื่อมโยงเที่ยวชุมชนการทอผ้า ที่บ้านโนนกรอก ซึ่งนำกลีบบัวมย้อมสีผ้าพื้นเมือง ต่อไปยังวัดหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด และพิพิธภัณฑ์อัฐิพระอริยสงฆ์ มีเกจิบูรพาจารย์หลายร้อยรูป



● งานที่ 3  : เที่ยวเทศกาลมหัศจรรย์ทะเลบัวแดง ซึ่งได้แรงเสริมของนักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติตามรอยกระแสของศิลปินดัง LISA แล้วปีนี้บัวแดงจะบานฉ่ำตั้งแต่ธันวาคม 2569 -กุมภาพันธ์ 2570 สามารถเที่ยวได้ทั้งพืชสวนโลกกับทะเลบัวแดงคู่กันไป ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่ การขายบัตร ผู้ประกอบการร้านค้า เพราะแสปี 2569 มาแรงมากจริง

“เรือบริการชมทะเลบัวแดง” ในอุดรธานีจะมีท่าเรือ 4-5 แห่ง โดยมีศูนย์กลางหลัก คือ “ท่าเรือบ้านเดียม” มีเรือ 80-90 ลำ ซึ่งได้พูดคุยกันกรณีมีนักท่องเที่ยวมารวมตัวกันที่บ้านเดียมจำนวนมาก ก็จะประสานท่าเรืออื่น ๆ นำเรือมาช่วยบริการ โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดยาว ที่ผ่านมามีระบบบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี หากนักท่องเที่ยวมาลักษณะคล้ายกับต้นปีที่ผ่านมา ก็สามารถจัดการได้โดยไม่ต้องรอนาน

โดยเฉลี่ยการนั่งเรือชมทะเลบัวแดงให้บริการได้ถึงวันละ 500 เที่ยว โดยจะใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ยกเว้นบางปีหากบัวแดงขึ้นหนาแน่นใกล้ฝั่งก็จะใช้เวลารอบละ 45 นาที แต่ถ้าบัวแดงขึ้นลึกเข้าไปพื้นที่ด้านในก็อาจจะใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง

“การติดต่อประสานงาน” สามารถติดต่อโดยตรงกับทาง “วิสาหกิจชุมชนบ้านเดียม” อุดรธานี ได้ตลอดเทศกาลชมทะเลบัวแดง

นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปเที่ยวอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ได้ครบทั้ง 3 งานแห่งปีนั้น ททท.สำนักงาน อุดรธานี เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ความมหัศจรรย์แต่ละเดือนต่อเนื่องได้ดังนี้

● “เดือนตุลาคม 2569” เชิญชวน“นักเดินทางสายศรัทธา” ที่มีความเชื่อความมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาค ที่ต้องการไปเป็นปรากฎการณ์ด้วยตามาได้ในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ แต่ถ้าจะชมตำนานความเชื่อตามลำน้ำโขงก็มาได้ทุกวัน 22-28 ตุลาคม ในบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมกับมีอาหารถิ่นรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ มาแล้วจะได้สัมผัสประสบการณ์ความสุข

● “เดือนพฤศจิกายน 2569” ตื่นตากับมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ได้ต่อเนื่องตลอด 134 วัน ขณะนี้ทางผู้ประกอบการเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวเชื่อมโยง มั่นใจหากนักท่องเที่ยวมาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

● “เดือนธันวาคม 2569” ทะเลบัวแดงจะบานฉ่ำรอรับนักท่องเที่ยวทุกคน สามารถมาถ่ายรูป สัมผัสบัวแดง ท่ามกลางไอเย็นของทั้ง 3 จังหวัด

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 


ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดช้อปคุ้ม!AnniversaryWeek+สิทธิพิเศษ

 

ช้อปคุ้ม! กับ Anniversary Week ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ โปรแรงสุด ๆ “ANNIVERSARY CARD” ก่อนช้อปต้องซื้อ ได้มูลค่าเยอะกว่าเดิม วันนี้ -1 พฤศจิกายน

           

1.ซื้อ ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 14,500 บาท

 

ช้อปเสร็จมาใช้สิทธิ์ ลุ้นเป็นเจ้าของคอนโด! เพียงช้อปครบทุก 5,000 บาท (สุทธิ) รับ 1 สิทธิ์ลุ้นทันที

คอนโดหรู! พาร์ค ออริจิ้น พญาไท มูลค่ากว่า 8.1 ล้านบาท ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 – 1 พ.ย. 2569

 

2.สนุกต่อกับกิจกรรมพิเศษ!   WARM UP LEVEL นักแข่งมือใหม่ เพียงสถานะสมาชิก POWER PASS เปิดให้ลุ้นรับ! คูปองส่วนลดสูงสุด 1,000 บาท ได้คนละ 1สิทธิ์/วัน และฟรี! น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง 1 ขวด

 

-กิจกรรม Lv.1 เกมนักแข่งติดปีก ยอดซื้อสะสม 10,000 บาทขึ้นไป/วัน ลุ้นรับ! CARAT สูงสุด 800 CARAT ได้จนถึงนาทีสุดท้ายวันนี้ 18 ตุลาคม 2569

 

-ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS สมัครฟรีวันนี้! รับส่วนลด ON-TOP 200 บาทและสิทธิพิเศษอีกมากมาย

 

-สิทธิพิเศษเมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 61,200 บาท

 

-ช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน

 

-มีไฟลต์บินระหว่างประเทศแล้ว ก็ตลุยช้อปสินค้าป้ายขาวคิงเพาเวอร์ได้ล่วงหน้าก่อนบิน 60 วัน!

 

-ไม่มีไฟลต์ – แนะนำให้ช้อปสินค้าคิง เพาเวอร์ ป้ายฟ้า รับสินค้ากลับบ้านได้ทันที

 


ข่าวที่ 2 -อัปเดทของเข้าใหม่คิงเพาเวอร์ออนไลน์-เดลิเวอรี่ลด25%+10%

New Arrival for OCTOBER 2026  อัปเดตของเข้าใหม่! “คิง เพาเวอร์” ตลอดเดือนตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคม 2569 ด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่ทุกคนรอคอย คัดมาให้แล้วแบบเน้นๆ ตัวตึงตัวมารวมอยู่ที่นี่! รีบมาช้อปก่อนใคร อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้สะดวกสบาย ที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์”

 

“สินค้าเข้าใหม่” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อย่ารอช้า ต้องรีบกดก่อนและรอรับสินค้าง่ายๆได้ที่สนามบินขาออกนอกประเทศ หรือรอรับ “บริการส่งตรงถึงบ้าน” เลือกช้อปได้ตามสะดวก ทั้งแบบ Home Delivery และ Online ช้อปมากสุดแค่ 8,000 บาท ได้ลดสูงสุดถึง 25% +10% ดังนี้

 

● “ช้อปออนไลน์ สินค้าส่งบ้าน  ลดสูงสุด 20%” : เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 20HMOCT พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่มแบบรัว ๆ อีก  10% สามารถใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด ใส่รหัสส่วนลด PWPHM26 ขอเป็นเฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ

 

● “ช้อป DUTY-FREE ออนไลน์ ลดสูงสุด 25%” : เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 25DS26 พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่ม 10% ใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด ใส่รหัสส่วนลด PWPOCT26 ขอเป็นเฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ

 

ข่าวที่ 3-ททท.-7แอร์ไลน์ลด“บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป”ถึง15 ธ.ค.นี้

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัดแคมเปญ “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” โดยร่วมกับพันธมิตรไทย 7 สายการบิน ชวนนักท่องเที่ยวไทยสายฮีลใจออกเดินทางกับโปรโมชั่น “ส่วนลดตั๋วโดยสารบินในประเทศ” เติมความสุขทุกการเดินทาง เปิดให้จองตั๋วดังกล่าวระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2569 แล้วสามารถนำไปใช้เดินทางได้ทันทีตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2569 – 15 มกราคม 2570

 

“เปิดจองตั๋วบินในประเทศ” เพื่อรับส่วนลดได้จาก “7 สายการบิน” ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และอีซี่ แอร์ไลน์ กระตุ้นการออกไปสัมผัสเสน่ห์ในแต่ละภูมิภาค ส่งต่อรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนทั่วไทย

 

“รับส่วนลด” ทุก 1 หมายเลขการจอง (Booking) จะได้รับส่วนลด 500 บาท สำหรับผู้เดินทางทั้ง ไป–กลับ ก็จะสามารถรับส่วนลดได้ 2 เที่ยว ถึงแม้จะเป็นการจองแยกเที่ยวบินขาไปและขากลับคนละยอดจอง (Booking)

 

“โค้ดหรือรหัสจอง”  ทางสายการบินได้เปิดให้ใช้โค้ด “FLYTODOM” ในการจองผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของแต่ละสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ เปิดให้ใช้สิทธิ์ “ได้ไม่จำกัด” จำนวนครั้ง ใช้สิทธิ์ได้ตามลำดับการจองจนกว่าสิทธิ์จะหมด

 

 “นักท่องเที่ยวชาวไทย” ที่ซื้อบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศราคาปกติ โปรดศึกษาเงื่อนไขที่แต่ละสายการบินกำหนดไว้ พร้อมกับตรวจสอบรายละเอียดก่อนจองทุกครั้ง

 

“รายละเอียด” การจองตั๋วโดยสารเครื่องบินเส้นทางในประเทศ แต่ละสายการบินที่เข้าร่วมโครงการเปิดให้ตรวจสอบก่อนได้ดังนี้

 

● การบินไทย โทร. 02-356-1111 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com

 

● ไทยแอร์เอเชีย ผ่านแชต AskBo บนเว็บไซต์ www.airasia.com หรือแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE

 

● ไทยเวียตเจ็ท โทร. 02-089-1909 หรือเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com

 

● บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 1771 หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com

 

● นกแอร์ โทร. 1318 หรือเว็บไซต์ www.nokair.com

 

● ไทยไลอ้อนแอร์ โทร. 02-529-9999 หรือเว็บไซต์ www.lionairthai.com

 

● อีซี่แอร์ไลน์ โทร. 02-096-2916 หรือเว็บไซต์ www.ezyairlines.com

 

● สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อด้านการท่องเที่ยวได้ทาง TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

 

ข่าวที่ 4-บางจาก-OKEA-JAPEXถกแผนธุรกิจสำรวจ/ปิโตรเลียมในเอเชีย

 

            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ OKEA ASA กับ Mr. Svein J. Liknes, Chief Executive Officer, OKEA ASA พร้อผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก เปิดสำนักงานใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ พบผู้บริหารของ 2 กลุ่มบริษัท 2 ประเทศ คือ Japan Petroleum Exploration Co., Ltd. (JAPEX) ประเทศญี่ปุ่น และ JAPEX Norge AS บริษัทในเครือ JAPEX นอร์เวย์ เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจและพิจารณาโอกาสความร่วมมือโดยเน้นไปยังธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย และโอกาสทางธุรกิจของแต่ละบริษัททั่วโลก

 

ทางผู้บริหาร JAPEX ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ประกอบด้วย Mr. Tetsuji Shibuta, Executive Officer and Vice President, Overseas Business Division, JAPEX และ Chairman of the Board, JAPEX Norge AS; Ms. Hilde Salthe, Managing Director, JAPEX Norge AS; และ Mr. Katsutoshi Hirooka, Deputy Managing Director, JAPEX Norge AS

 

การพบปะกันครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง OKEA ขายส่วนการถือครองหุ้น 20 % ในใบอนุญาตสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่ง Mistral ในนอร์เวย์ ให้แก่ JAPEX Norge ซึ่งกลุ่มบริษัทบางจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน OKEA ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม

 

ดังนั้นการหารือครอบคลุม “แนวทางความร่วมมือระหว่างกัน” โดยเฉพาะธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย สอดคล้องกับ 1.แผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทบางจาก 5 ปี มุ่งขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2.กระจายแหล่งการผลิต 3.เสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการรับมือความผันผวนด้านพลังงาน

 

จากนั้นนายชัยวัฒน์ได้นำคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและผู้บริหาร OKEA ASA เดินทางเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ไปญี่ปุ่นเพื่อพบกับผู้บริหารระดับสูงของ JAPEX โดยได้หารือต่อเนื่องถึงโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกันต่อไป

 

          ช่วงที่ 2 ปลายฝนต้นหนาวมีสถานที่เช็คอินเทรนด์ใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนไป “เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน” สำรวจอารยธรรมขอมโบราณในบุรีรัมย์ได้ถึง 5 แห่ง แล้วฟัง “3วัย-ทำงาน-กลางคน-ชรา” กับเทคนิคการดูแลให้สุขภาพสดใส ติดตามข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.” ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่ ข่าวที่สอง “MICEทั่วไทยเฮ!!”ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวปราสาทเมืองต่ำยามค่ำคืน+ชม 5โบราณสถานบุรีรัมย์

 

สัมผัสมนต์เสน่ห์อารยธรรมขอมใต้แสงดาว... การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนมาเช็คอินได้ที่ “ปราสาทเมืองต่ำ” บุรีรัมย์ เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวโบราณสถานแบบเดิม ๆ มาสัมผัส “มิติใหม่ยามค่ำ”คืนกับงาน “ปราสาทเมืองต่ำ ความทรงจำที่มีคุณค่า” เดินชมความวิจิตรงดงามของปราสาทหินที่ได้แต่งแต้มด้วยแสงไฟประดับระยิบระยับ ท่ามกลางลมหนาวและบรรยากาศสุดโรแมนติก หวนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตอันงดงาม

 

ชวนกันมาเดินเล่น แล้วยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัล กับการถ่ายรูปมุมสวยแปลกตา แล้วส่งผลงานเข้าประกวดภาพถ่าย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท

 

“บุรีรัมย์” มีสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังเรื่องเมืองปราสาทหินและอารยธรรมขอมโบราณ มีปราสาทกับโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง ให้เลือกท่องเที่ยวได้ 5 พิกัด

 

● พิกัดที่ 1 ปราสาทเมืองต่ำ – ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย เป็นโบราณสถานยุคขอมโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นอยู่ตรงปรางค์อิฐ 5 องค์ กับสระน้ำ (บาราย) ทั้ง 4 ด้าน โดยมีประติมากรรมพญานาคหัวโล้น

 

ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2569 เปิดให้เข้าชมรอบค่ำ: ทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00-21.00 น.  สอบถามเพิ่มได้ที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. 044 66 6251 หรือ FB : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง บุรีรัมย์ Phnomrung Historical Park

 

● พิกัดที่ 2 ปราสาทบ้านบุ – อำเภอประโคนชัย สร้างด้วยศิลาแลง เป็นศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทาง (ธรรมศาลา) 1 ใน 17 แห่งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

 

● พิกัดที่ 3  อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (ปราสาทหินพนมรุ้ง) – อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีอัตลักษณ์เป็นปราสาทหินทรายสีชมพูขนาดใหญ่  ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และปรากฏการณ์มหัศจรรย์แสงอาทิตย์ส่องทะลุ 15 ช่องประตู

 

● พิกัดที่ 4 ปราสาทหนองหงส์ – อำเภอโนนดินแดง มีปรางค์โดดเด่น 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ด้วยลวดลายปูนปั้นและทับหลังที่งดงาม

 

● พิกัดที่ 5 ปรางค์กู่สวนแตง – อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ เป็นกลุ่มปรางค์อิฐ 3 องค์เรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลง เป็นโบราณสถานสำคัญทางตอนเหนือของบุรีรัมย์

 

สุขภาพ –3วัย “ทำงาน-กลางคน-ชรา”กับเทคนิคการดูแลสุขภาพสดใส

 

● วัยที่ 1 วัยทำงาน ช่วงอายุ 19–45 ปี ให้ “เน้นป้องกันโรคเรื้อรังและความเครียด” คอยสังเกตตัวเอง 4 อย่าง

 

-พฤติกรรมและการกิน :ควบคุมอาหาร ลดการกินหวาน มัน เค็ม และหลีกเลี่ยงน้ำตาลหรือไขมันอิ่มตัวสูง เพื่อป้องกันโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง (กลุ่มโรค NCDs)

 

-การออกกำลังกาย : ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยเวทเทรนนิ่ง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์

 

-การพักผ่อนและจิตใจ : จัดการความเครียดจากการทำงาน และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

 

-การตรวจสุขภาพ : เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาความเสี่ยงและโรคที่มากับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

 

● วัยที่สอง “กลางคน” ช่วงอายุ 46–60 ปี  “เน้นบำรุงกระดูกและรับมือความเสื่อม” ทำ 3 อย่าง

         

          -โภชนาการ : เน้นอาหารย่อยง่าย เช่น ปลา ผักใบเขียว ผลไม้รสไม่หวานจัด และเสริมแคลเซียม/วิตามินดี เพื่อบำรุงกระดูกและรับมือกับภาวะวัยทอง เช่น ดื่มนมพร่องมันเนย หรือทานปลาเล็กปลาน้อย

         

          -การออกกำลังกาย : เลือกแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว หรือรำไทเก็ก เพื่อรักษาความแข็งแรงของข้อต่อและกล้ามเนื้อ

 

-การตรวจสุขภาพ : ตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง มะเร็ง และความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ อย่างใกล้ชิด

 

● วัยที่ 3 สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป “เน้นประคับประคองและป้องกันภาวะแทรกซ้อน”

 

-โภชนาการ : ทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพดีและอาหารที่มีใยอาหารสูงเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูก

 

-การเคลื่อนไหว : ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินหรือยืดเหยียด เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนและลดความเสี่ยงในการหกล้ม

 

-การพบแพทย์ : หากมีโรคประจำตัว ควรรับประทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ ไม่ซื้อยามารับประทานเอง

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ดร.ยุทธศักดิ์อดีตผู้ว่าททท.ผ่านโยบายรัฐเก็บภาษีท่องเที่ยวใหม่

 

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วิเคราะห์เรื่องนโยบายการจัด “ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร”  โดยระบุว่า “ประเทศไทย” เก็บแพงกว่าเพื่อนบ้าน แต่ไม่มีพันธะว่าเงินจะกลับมาที่ท่องเที่ยว จะส่งผลตามมาดังนี้

 

● “3 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก” ได้แก่

 

กลุ่มที่ 1 สายการบิน โครงสร้างการบริหารกำไร (Yield Management) จะพังบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งประเมินว่าหุ้นกลุ่มการบินและท่องเที่ยวจะถูกกดดัน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำจะกระทบหนักสุด เพราะพึ่งเส้นทางระยะใกล้และมีผู้โดยสารที่อ่อนไหวต่อราคาสูง ปกติสายการบินใช้ตั๋วโปรโมชันราคาต่ำมากเพื่อเติมที่นั่งช่วงโลว์ซีซัน แต่เมื่อมีภาษีและค่าธรรมเนียมคงที่บวกเข้าไปเกิน 2,000 บาท การทำโปรโมโมชั่นกระตุ้นตลาดแทบเป็นไปไม่ได้ เหลือแค่ทางเลือกระหว่างผลักภาระเต็มจำนวนแล้วเสียลูกค้า หรือเฉือนกำไรตัวเอง ยังไม่นับภาระระบบจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต และกระบวนการคืนภาษี

 

กลุ่มที่ 2 บริษัททัวร์ไทย “ซ้ำเติมแผลเดิมเรื่อง VAT Outbound” สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ชี้ว่าบริษัททัวร์ไทยที่ทำตลาดต่างประเทศ จองโรงแรมหรือร้านอาหารในต่างประเทศโดยถูกเก็บ VAT ปลายทางไปแล้ว แต่นำมาเคลมเป็นภาษีซื้อในไทยไม่ได้ ทำให้ต้นทุนสูงกว่าแพลตฟอร์ม OTA การเพิ่มภาษีอีก 1,000 บาท จึงเสี่ยงทำให้บริษัทสัญชาติไทยถูกกลืนโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ และเงินยิ่งไหลออกนอกประเทศทางอ้อม

 

กลุ่มที่ 3 โรงแรมและท่องเที่ยวขาเข้า -ผลจากกลไก Two-Way Tourism ทั้งสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) ขอให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะความคุ้มค่าของเส้นทางบิน (Route Viability) ขึ้นกับผู้โดยสาร ทั้งขาไปและกลับ ถ้าดีมานด์ขาออกลด สายการบินย่อมไม่บินเครื่องเปล่ากลับ จึงต้องลดความถี่ ชะลอเส้นทางใหม่ หรือลดขนาดเครื่อง

 

ผลคือ “ที่นั่งหดตัว” กลายเป็นคอขวดสกัดนักท่องเที่ยวขาเข้า กระทบโรงแรม ร้านอาหาร และการจ้างงานทั้งห่วงโซ่ THA ยังเน้นเรื่อง จังหวะเวลาที่เปราะบาง เพราะ SMEs และครัวเรือนกำลังบอบช้ำจากเศรษฐกิจชะลอตัวและอุทกภัย

 

“ต้นทุนขาออก” เปรียบเทียบกับคู่แข่ง “ประเทศไทย” (หากร่างผ่าน พ.ร.บ.) 2,120 บาท — อัตราเดียว ไม่แยกปลายทางและชั้นโดยสาร “สิงคโปร์” (ชางงี) 1,565 บาท “ญี่ปุ่น” (นาริตะ) 1,312 บาท — Sayonara Tax 1,000 เยน มี Earmarking ชัดเจน  “ฟิลิปปินส์” 900–1,600 บาท — แยกชั้นโดยสาร ยกเว้นแรงงาน OFW (Overseas Filipino Worker)  “มาเลเซีย” (KLIA) ~450–628 บาท สำหรับอาเซียนชั้นประหยัด — ระบบขั้นบันได แยกอาเซียน/นอกอาเซียน  และ “สหราชอาณาจักร” 600–11,000+ บาท — ระบบแบนด์ตามระยะทางและชั้นโดยสาร

 

ถ้าร่างนี้บังคับใช้ “ต้นทุนขาออกของไทย” จะสูงกว่าสิงคโปร์ราว 555 บาท สูงกว่าญี่ปุ่น 808 บาท และสูงกว่ามาเลเซียชั้นประหยัดกว่า 1,400 บาท คือออกตัวด้วยความเสียเปรียบด้านราคาตั้งแต่จุดสตาร์ท ขณะที่เราประกาศจะเป็นทั้ง Aviation Hub และ Tourism Hub

 

● “คำถามที่ค้างคาที่สุด: เงินไปไหน”

 

-อินโดนีเซีย (ค่าธรรมเนียมเข้าบาหลี) และฟิลิปปินส์ กำหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน โดยฟิลิปปินส์แบ่ง 50% สร้างโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว 40% ให้การศึกษา และ 10% ให้วัฒนธรรม

 

-แต่ร่างของไทย เงิน 12,000 ล้านบาทจะเข้าเป็น รายได้ส่วนกลางของรัฐ โดยไม่มีพันธะว่าจะกลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือการบิน

 

● ข้อเสนอเชิงนโยบาย

 

1.ชะลอร่างกฎหมายเพื่อทำ Cost-Benefit Analysis แบบองค์รวม โดยนำ ภาระสะสม ทั้ง PSC ที่เพิ่งขึ้นและค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท มาคำนวณในสมการเดียวกัน และพิสูจน์ให้ได้ว่ารายได้ 12,000 ล้านบาทคุ้มกับผู้โดยสาร เที่ยวบิน รายได้โรงแรม การจ้างงาน และ VAT ที่จะหายไป

 

2.เลิกอัตราเดียว เปลี่ยนเป็นระบบขั้นบันได อิงระยะทางและชั้นบัตรโดยสาร

 

• ระยะใกล้/อาเซียน ชั้นประหยัด: เก็บต่ำมาก ราว 100–300 บาท

• ระยะกลาง-ไกล ชั้นประหยัด: 500–700 บาท

• ชั้นธุรกิจ/ชั้นหนึ่ง: 1,000–3,000 บาท

 

3.กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงิน โดยพิจารณาคืนรายได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ระบบนิเวศท่องเที่ยวและการบิน เช่น ส่งเสริม Aviation Hub อุดหนุนเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว

 

4.แก้ VAT Outbound ของบริษัทนำเที่ยวก่อน คืนความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจสัญชาติไทย ก่อนจะเพิ่มภาระใหม่เข้าไปในระบบ

 

5.ลดภาระปฏิบัติของสายการบิน ชดเชยค่าธรรมเนียมธุรกรรม มีแพลตฟอร์มคืนภาษีอัตโนมัติกรณีไม่ได้เดินทางจริง และทำกลไกยกเว้นผู้โดยสาร Transit ให้รัดกุมและยืดหยุ่น เพื่อไม่ขัดต่อนโยบาย Aviation Hub

การท่องเที่ยวคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย นโยบายภาษีที่กระทบอุตสาหกรรมนี้จึงควรประเมินด้วยความระมัดระวังสูงสุด ในขณะที่นโยบายที่ดีต้องไม่ใช่แค่เครื่องมือหารายได้เพื่อแก้ข้อจำกัดทางการคลังระยะสั้น แต่ต้องหนุนการเติบโตและความแข็งแกร่งในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

ข่าวที่สอง –MICEไทยเฮ!!ครม.ให้จัดไมซ์ลดภาษีได้2เท่าเริ่มแล้ว-31 ธ.ค.70

 

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” รายงานว่า กระทรวงการคลังเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 มีมติอนุมัติหลักการ “ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....” เพื่อออกมาตรการภาษีสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE: Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยให้ “สิทธิประโยชน์” บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ มาหักเป็นรายจ่ายเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่ได้จ่ายจริง

 

ผู้ประกอบการไมซ์สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายจริง สำหรับค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ ได้ตั้งแต่ ครม.มีมติอนุมัติหลักการเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2570

 

โดยผู้ใช้สิทธิ “ต้องมีหนังสือรับรองการเข้าร่วมงานจากผู้จัดงาน” และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

TCEB เล็งเห็นถึงมาตรการนี้มุ่งหวังมากกว่าการช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ยังใช้ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี” เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิด การค้า การลงทุน กิจกรรมทางธุรกิจ ผ่านเวที MICE ส่งต่อเม็ดเงินสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง การท่องเที่ยว บริการในพื้นที่ รวมทั้งช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทั่วไทย

 

สำหรับ “MICE” เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สถิติปี 2568 อุตสาหกรรมไมว์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศรวมกว่า 338,233 ล้านบาท สร้างงาน 304,932 ตำแหน่ง

 

ทางกระทรวงการคลังคาดมาตรการนำการจัดงานไมซ์มาลดหย่อนภาษีครั้งนี้จะมีผู้ประกอบการใช้สิทธิประมาณ 3,800 ราย สร้างค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมงานปีละ 3,990 ล้านบาท พร้อมกับประเมินเมื่อมีมาตรการสนับสนุนต่อเนื่องจะเป็นแรงส่งอุตสาหกรรมไมซ์มีศักยภาพสร้างโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นอีกปีละ 10–15% สร้างงานได้ถึง 350,672 ตำแหน่ง

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

  ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“ 3 ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี 69- ต้นปี 70 “บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง” “โรงแรม-ธุรกิจชุ...