วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569

AOT นำ“ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย”คว้ารางวัลEIA Symposium Awards2026

AOT นำ“ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย”คว้ารางวัลEIA Symposium

3สนามบินบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโดดเด่นได้มาตรฐานยั่งยืน

 

3 สนามบิน AOT "ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย" คว้ารางวัลEIA Symposium and Monitoring Awards 2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #EIASymposiumandMonitoringAwards2026 #ดอนเมือง #ภูเก็ต #เชียงราย

AOT นำ 3 สนามบิน “ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย” คว้ารางวัล EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน


            บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)AOT” ได้รับรางวัล “EIA Symposium and Monitoring Awards 2026” ภายใต้แนวคิด “SHAPING SUSTAINABLE TOMORROW : พัฒนาสมดุล…สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานมอบในงาน EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นกรุงเทพฯ  ให้ตัวแทน AOT ทั้ง 3 ท่าอากาศยาน

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้รับรางวัล ระดับยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของโครงการฯ  นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

ท่าอากาศยานดอนเมือง ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น นายภิเษก ชยาภิวุฒ รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานดอนเมือง สายงานบำรุงรักษา เป็นตัวแทนรับรางวัล

ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับรางวัล ระดับชมเชย นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นตัวแทนรับรางวัล

งาน EIA Symposium and Monitoring Awards 2026 จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่โครงการที่มีผลการปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม ประสบการณ์ด้านการปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EIA ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ “AOT” รับผิดชอบ 6 ท่าอากาศยาน  มุ่งมั่นบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรการ EIA ควบคู่การดำเนินงานด้านการบินอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน





อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ”ทุ่ม1,600 ล้านพลิกโฉมโรงแรมใหม่ ต่อยอดมรดกวัฒนธรรม4ทศวรรษ

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯทุ่ม1,600 ล้านพลิกโฉมโรงแรมใหม่

ต่อยอดมรดกวัฒนธรรม4ทศวรรษรุกตลาดบนเติบโตคู่กรุงเทพฯ



โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯทุ่ม 1,600 ล้านบาทปรับโฉม“ห้องพัก-ห้องอาหาร/บาร์-ห้องประชุม-พื้นที่” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #อนันตราสยามกรุงเทพ

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ทุ่มกว่า 1,600 ล้านบาท แปลงโฉมโรงแรมใหม่ “ห้องพัก-ห้องอาหาร/บาร์-ห้องประชุม-พื้นที่บริการ” ต่อยอดมรดกวัฒนธรรม 4 ทศวรรษ รุกตอบโจทย์ “ตลาดระดับบน” ทั่วโลก นำธุรกิจเติบโตคู่กรุงเทพเมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลก

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ทุ่มเงินลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท หรือประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับโฉมครั้งใหญ่ รองรับตลาดนักเดินทางระดับบนที่เน้นทั้งคุณภาพและประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “Transformed. Timeless. Thai” โดยได้นำมรดกด้านศิลปวัฒนธรรมและการบริการแบบไทยมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ครอบคลุมห้องพักและสวีท 335 ห้อง ห้องอาหารและบาร์ ห้องประชุม พื้นที่ส่วนกลาง ประสบการณ์ด้านเวลเนส สร้างความแตกต่างในตลาด Luxury Hospitality เสริมศักยภาพการแข่งขันให้เติบโตไปพร้อมกับกรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก



“มรทอร์สเทน ริชเตอร์” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เปิดเผยว่าถือเป็นก้าวสำคัญเปิดบทใหม่ของโรงแรม สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพระยะยาวของกรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางสำคัญของนักเดินทางทั่วโลก โดยมีความแข็งแกร่งทั้งด้านวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ การบริการ ที่สามารถสร้างมูลค่าให้ตลาดท่องเที่ยวระดับบนได้ สอดคล้องกับกรุงเทพฯได้รับ Global Tourism City Attractiveness Index 2026 อันดับ จากทั่วโลก 200 เมือง ตอกย้ำเสน่ห์ดึงดูดนักเดินทาง เป็นแรงส่งให้เมืองเดินหน้าสู่บทใหม่การท่องเที่ยวระดับโลก

ทางโรงแรมมองเห็นความคาดหวังของนักเดินทางตลาดระดับบนเปลี่ยนแปลงไปชัดเจน ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสูงเป็นพื้นฐานสำคัญ ส่วน “ประสบการณ์” ที่มีเอกลักษณ์ มีความหมาย และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของจุดหมายปลายทาง กลายเป็นปัจจัยที่นักเดินทางให้ความสำคัญมากขึ้น ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับภาพเมืองท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดจากจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ มีความหมาย และน่าจดจำด้วย



มร. ทอร์สเทน  กล่าวว่า โจทย์สำคัญการพลิกโฉมโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ คือการต่อยอดนำมรดกและเอกลักษณ์ที่อยู่คู่กับโรงแรมมากว่า 4 ทศวรรษ ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ นับตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรกปี 2526 จอร์จ วิมเบอร์ลีย์ สถาปนิกชื่อดังระดับโลกได้ออกแบบให้โรงแรมมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรม ศิลปะไทย งานฝีมือ สวนเขียวใจกลางเมือง การบริการต้อนรับแบบไทย และมรดกสำคัญอย่างจิตรกรรมฝาผนังบริเวณล็อบบี้ความยาว 100 เมตร เป็นผลงานของอาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ กับแผงเพดาน 19 ช่อง ถ่ายทอดเรื่องราว “สวรรค์ในคติไทย” ซึ่งได้ทำนุบำรุงอย่างพิถีพิถันเพื่อรักษาคุณค่ามรดกดั้งเดิมและนำมาต่อยอดผ่านมุมมองร่วมสมัย

การพลิกโฉมใหม่จึงนำ “Thai Luxury” มาเป็นหัวใจสำคัญสร้างความแตกต่าง ผสานเข้าด้วยกนทั้ง Heritage, Design, Gastronomy, Wellness และ Personalised Hospitality ภายใต้แนวคิด “Transformed. Timeless. Thai” ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย พร้อมยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติให้สะท้อนตัวตนอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ตอบรับนักเดินทางยุคใหม่ ด้วยไฮไลต์สำคัญ ได้แก่


ห้องสวีท

·       Rooms & Suites – พลิกโฉมห้องพักและสวีท 335 ห้อง : ประกอบด้วย 1.ห้องดีลักซ์ 2.ห้องสยาม สวีท 3.ห้องอนันตรา สวีท 4.ห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานไม้สัก ผ้าไหม และรายละเอียดจากงานฝีมือ ผสานเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ปรับโฉมห้องน้ำทั้งหมดด้วยวัสดุหินอ่อน ระบบแสง สุขภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานและความต้องการของนักเดินทางระดับบน



พร้อมไฮไลต์ใหม่ 5.ห้องอนันตรา การ์เดน พูล สวีท 6.สระว่ายน้ำส่วนตัวท่ามกลางสวนเขียวใจกลางกรุงเทพฯ 7.ห้องจิม ทอมป์สัน สวีท ขนาด 2 ห้องนอน ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่โดยร่วมกับจิม ทอมป์สัน ถ่ายทอดมรดกไทยผ่านงานไม้สัก ผ้าไหม และงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ราชาแห่งผ้าไหมไทย”




·      Gastronomy – เติมเต็มประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ : ห้องอาหารและบาร์รวม 9 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ อาหารไทย อิตาเลียน ญี่ปุ่น สเต๊ก อาหารสไตล์อเมริกาใต้ นำโดย Spice Market, Biscotti, Shintaro, Madison Steak Avenue, Guilty Bangkok และ Aqua Bar ได้อันดับหนึ่งในบาร์ดีที่สุดของเอเชียใน Asia’s 50 Best Bars ห้อง Mocha & Muffins, The Lobby และ The Garden Terrace รองรับประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ตลอดทั้งวัน

·      MICE – ยกระดับพื้นที่ประชุมและอีเวนต์ : ปรับโฉมพื้นที่จัดงานครั้งใหญ่ นำโดย Grand Ballroom พร้อมห้องประชุมและพื้นที่อีเวนต์หลากหลายรูปแบบ ผสานความสง่างามแบบไทยเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับตั้งแต่งานประชุมนานาชาติ งานองค์กร งานแต่งงาน ไปจนถึงกาลาดินเนอร์




Wellness – ขยาย Luxury Experience จากการพักสู่ Wellbeing ปรับโฉมสู่ อนันตรา สปาSpa และ สยาม สปอร์ต คลับ ฟิตเนสเซ็นเตอร์แห่งใหม่ พร้อมอุปกรณ์จากเทคโนยิม สตูดิโอพิลาทิส พื้นที่มวยไทย ปีนผา และการฝึกเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

มรทอร์สเทน กล่าวสรุปว่า เรากำลังการนำคุณค่าและจิตวิญญาณที่สั่งสมมากว่า 4 ทศวรรษมาต่อยอดผ่านมุมมองร่วมสมัย เพื่อรักษาเอกลักษณ์โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ให้ยังคงมีความหมายและเชื่อมโยงกับนักเดินทางแต่ละยุคสมัย การพลิกโฉมครั้งนี้wfhเปิดบทใหม่รักษามรดกโรงแรมอันงดงามไว้ ก้าวต่อไปกับกรุงเทพฯ และส่งต่อคุณค่าความเป็นไทยผ่านประสบการณ์บริการแบบไทยอย่างเหนือระดับให้นักเดินทางทั่วโลกได้ใช้บริการ

ดูข้อมูลโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ได้ที่ https://www.anantara.com/th/siam-bangkok


ห้องจิม ทอมป์สัน

 

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569

BDIควง5พันธมิตรรุก“Data–AI”พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย ลุยต่อยอด“Data-Driven Tourism Ecosystem”

BDIควง5พันธมิตรเปิดเกมรุก“Data–AI”พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย

จัดทั่วไทย10เวทีลุยต่อยอด“Data-Driven Tourism Ecosystem


BDI นำ 5 ภาคีพันธมิตร รุกใช้ “Data–AI พลิกโฉมท่องเที่ยวไทยสู่ Data-Driven Tourism Ecosystem

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #BDI #DataAI #DataDrivenTourismEcosystem

BDI นำ 5 ภาคีพันธมิตร รุกใหญ่ “Data–AI จัดทั่วไทย 10 เวที พลิกโฉมท่องเที่ยวไทย ม.ค.-ส.ค.69 เดินสายปั้นบุคลากรกว่า 1,100 คน ผนึกกำลัง ลุยต่อยอด “Data-Driven Tourism Ecosystem

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) “BDI เปิดเผยว่า 5 ภาคีพันธมิตร นำโดย BDI สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TCT) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงาน “SHAPING THAI TOURISM: Success, Lessons Learned & the Way Forward” เพื่อถอดบทเรียน และกำหนดทิศทางการต่อยอดการใช้ข้อมูลและ AI ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาครัฐ เทคโนโลยี และผู้ประกอบการท่องเที่ยวร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้จริง

ตลอดช่วงมกราคม-สิงหาคม 2569 ภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันยกระดับทักษะ Big Data, AI เทคโนโลยีดิจิทัล ให้บุคลากรและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศกว่า 1,100 คน ทำกิจกรรมอบรมและเวิร์กช็อปทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 10 เวที มุ่งเสริมศักยภาพในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วางแผน และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเตรียมต่อยอดสู่ Data-Driven Tourism Ecosystem ผ่านการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทุกวันจะมีข้อมูลเกิดขึ้นจำนวนมาก ความท้าทายสำคัญต้องทำให้ข้อมูลไม่หยุดอยู่เพียงในฐานข้อมูลหรือรายงาน แต่ต้องนำไปใช้สนับสนุนผู้ประกอบการตัดสินใจและผู้ปฏิบัติงานนำไปใช้ในพื้นที่ได้จริง เพราะข้อมูลจะมีค่าก็ต่อเมื่อถึงมือคนหน้างาน” การจัดกิจกรรมทั้ง 10 เวที เป็นส่วนหนึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างข้อมูลที่มีอยู่ในระดับประเทศกับความสามารถนำข้อมูลไปใช้ในระดับพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ข้อมูลตอบโจทย์ทางธุรกิจ หลัก ๆ คือ 1.วิเคราะห์กลุ่มนักท่องเที่ยว 2.ช่วงเวลาการเดินทาง 3.ระยะเวลาพำนัก 4.ศักยภาพของพื้นที่ 5.การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวและแคมเปญการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง

 “กิจกรรม” ในแต่ละพื้นที่ ได้ออกแบบให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ควบคู่การลงมือปฏิบัติจริงตั้งแต่พื้นฐานด้าน 1.Big Data การใช้แพลตฟอร์มข้อมูลกลางด้านการท่องเที่ยว 2.Travel Link  และ Travel Link Dashboard เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวและศักยภาพเชิงพื้นที่ 3.การประยุกต์ใช้ AI ทั้ง Machine Learning, Predictive AI และ Agentic AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม พยากรณ์สถานการณ์ พัฒนางานบริการด้านการท่องเที่ยว มุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง


โครงการ “ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ และดิจิทัล” (Shaping Thai Tourism by Big Data, AI & Digital Transformation) ทำขึ้นใน 10 เวที ระหว่างมกราคม-สิงหาคม 2569  กระจายทั่วทุกภาค ได้แก่ อุดรธานี กรุงเทพมหานคร อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา บุรีรัมย์ เชียงราย กระบี่ ระยอง ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา และอำเภอหัวหิน ครอบคลุมประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,100 คน จากภาครัฐกว่า 500 คน ภาคเอกชน กว่า 400 คน กลุ่มอื่น ๆ  สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าร่วมจาก ภาครัฐกว่า 500 คน ภาคเอก และกลุ่มอื่น ๆ อีก กว่า 200 คน




อนาคตทั้ง 5 ภาคี ตรียมเดินหน้า “ต่อยอด” จากการพัฒนาทักษะด้านข้อมูลและเทคโนโลยี สู่การสร้าง Data-Driven Tourism Ecosystem ผ่านการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเทคโนโลยี ภาคธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือตัดสินใจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ติดตามข้อมูลโครงการและการใช้แพลตฟอร์มข้อมูลด้านการท่องเที่ยวที่ www.travellink.go.th และBDI อัพเดทได้ที่ www.bdi.or.th

 



“อัสนี–วสันต์” FAREWELL CONCERTสมศักดิ์ศรี 4 ทศวรรษ ตำนานร็อกไทย

“อัสนีวสันต์ FAREWELL CONCERTยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี

4 ทศวรรษ ตำนานร็อกไทยแห่งความประทับใจแฟนเพลง

 FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้ายหนีกรุง คอนเน็ค 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #อัสนีวสันต์ #FarewllConcert #ตำนานร็อกไทย

ตำนานร็อกไทย! “อัสนีวสันต์ ปิดฉาก FAREWELL CONCERT สมศักดิ์ศรี อย่างยิ่งใหญ่ ส่งท้ายเส้นทางดนตรีกว่า 4 ทศวรรษ


            ปิดฉากลงอย่างงดงามงาน FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย…”โดย หนีกรุง คอนเน็ค ได้สร้างความประทับใจให้คอนเสิร์ตอำลาครั้งสำคัญของสองศิลปินระดับตำนาน “ป้อมอัสนี โชติกุล และ โต๊ะวสันต์ โชติกุล จัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ท่ามกลางแฟนเพลงที่เดินทางมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ และส่งเสียงร้องเพลงไปด้วยกันอย่างอบอุ่นตลอดทุกรอบการแสดง 

            ตลอดเส้นทางดนตรีกว่า 4 ทศวรรษ อัสนีวสันต์” ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ผูกพันกับชีวิตและความทรงจำของผู้คนหลากหลายรุ่น ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ บทเพลงเหล่านั้นถูกนำกลับมาถ่ายทอดอีกครั้งผ่านเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และไลน์กีตาร์ที่คุ้นเคย อาทิ บ้าหอบฟางก็เคยสัญญาเธอปันใจรักเธอเสมอ, คงเดิมกุ้มใจบังอรเอาแต่นอนลงเอย และอยากได้ยินว่ารักกัน ซึ่งแฟนเพลงต่างพร้อมใจกันร้องตามจนเสียงดังกระหึ่มทั่วทั้งฮอลล์

            อีกหนึ่งความพิเศษของคอนเสิร์ต คือการรวมตัวของศิลปินรับเชิญต่างรุ่นที่มาร่วมเติมเต็มเรื่องราวและสร้างสีสันให้แต่ละรอบการแสดง เริ่มจาก นิ่ม สีฟ้า” นักแต่งเพลงชื่อดังของไทย ผู้ร่วมถ่ายทอดบทเพลงด้วยเสียงร้องที่คุ้นเคย พร้อมด้วยศิลปินชื่อดังแห่งยุค 90 อย่าง อ้อมสุนิสา สุขบุญสังข์, ป๊อดธนชัย  อุชชิน และ แพทสุธาสินี พุทธินันทน์


แล้วยังมีสองศิลปินรุ่นใหม่อย่าง เจฟ ซาเตอร์ และ อิ้งค์วรันธร เปานิล” ที่นำเอกลักษณ์และพลังทางดนตรีในแบบของตนเองมาร่วมเชื่อมโยงบทเพลงของอัสนีวสันต์ ให้เข้าถึงผู้ฟังข้ามรุ่น

ก่อนปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่รอบสุดท้ายกับ หนุ่ยอำพล ลำพูน ศิลปินร็อกระดับตำนาน ตู่นันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องหญิงเสียงคุณภาพ ซึ่งร่วมกันสร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำอันงดงามบนเวทีส่งท้ายครั้งนี้ ทุกช่วงของการแสดงเต็มไปด้วยความสนุกและความเป็นกันเองในแบบที่แฟนเพลงคุ้นเคยทั้งเสียงกีตาร์อันทรงพลัง โดยเฉพาะในช่วงท้าย เมื่อแฟนเพลงทั่วทั้งฮอลล์ร่วมกันส่งเสียงร้องเพื่อบันทึกค่ำคืนสำคัญนี้ไว้ในความทรงจำ



            FAREWELL CONCERT ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปิดฉากการแสดงคอนเสิร์ต แต่เป็นการบอกเล่าถึงการเดินทางบนเส้นทางดนตรีของสองพี่น้องผู้สร้างบทเพลงที่เติบโตกับคนไทยมานานกว่า 40 ปี แม้เสียงดนตรีบนเวทีจะสิ้นสุดลง แต่บทเพลงของ “อัสนีวสันต์” จะยังคงเดินทางต่อไป

FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย...” จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงตลอดไป

 


 

ททท.อาเซียนรับTransnusa Airบินตรง “บาหลี-ภูเก็ต”ปี’70ดึงอินโดเที่ยวไทย1ล้านคน

ททท.อาเซียนรับTransnusa Airบินตรง “บาหลี-ภูเก็ต”

นำร่องตลาดใหม่หวังปี’70ดึงอินโดเที่ยวไทย1ล้านคน

ททท.อาเซียน นำทีมต้อนรับผู้โดยสารบินปฐมฤกษ์“TransNusa Air” บินตรง บาหลี-ภูเก็ต 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเส#gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TransnusaAir #บินตรงบาหลีสู่ภูเก็ต #อินโดนีเซียเที่ยวไทย1ล้านคน

ททท.อาเซียน ร่วมกับพันธมิตรรับไฟลต์ปฐมฤกษ์ “TransNusa Air” บินตรง บาหลี-ภูเก็ต บุกเบิกจุดขายเที่ยวเกาะสู่เกาะ เริ่ม 4 เที่ยว/สัปดาห์ เพิ่มแรงหนุนอินโดนีเซียเที่ยวไทยปี’70 เข้าเป้า 1 ล้านคน


นางพิมพา รัตนพฤกษ์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมคณะผู้บริหาร สายการบินทรานส์นุสา (TransNusa) อินโดนีเซีย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันต้อนรับผู้โดยสารเที่ยวบินปฐมฤกษ์ 174 คน เปิดบินตรง บาหลี/อินโดนีเซีย -ภูเก็ต/ไทย สร้างความประทับใจแรกให้ผู้มาเยือนโดยมอบของที่ระลึกพวงมาลัยผ้าขาวม้า ตอกย้ำไทยในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

การเปิดเส้นทางบินใหม่ “บาหลี-ภูเก็ต” จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว “เกาะสู่เกาะ” (Island-to-Island Connection) ขยายการท่องเที่ยวกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้ง “ภูเก็ต” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซียติด 1 ใน 5 เมื่อเปิดบินเพิ่มก็จะช่วยเสริมศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพใช้จ่ายสูงมาไทย ผลักดันให้ปี 2570 ททท.จะบรรลุเป้าหมายนำอินโดนีเซียมาเที่ยวเมืองไทยได้ถึง 1 ล้านคน



ททท.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ โดย ททท. สำนักงานจาการ์ตา ได้ร่วมกับพันธมิตรสายการบินทรานส์นุสาลงนาม MOU เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อเปิดเส้นทางบินใหม่เป็นสายการบินที่ 7 จากอินโดนีเซียมาไทย ครั้งนี้เปิด บาหลี (DPS) – ภูเก็ต (HKT)  4 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320-200 ขนาด 174 ที่นั่ง เป็นเส้นทางที่สองต่อจาก จาการ์ตา-กรุงเทพฯ



            การต้อนรับเที่ยวบินตรงเปิดปฐมฤกษ์ “บาหลี-ภูเก็ต” มีผู้บริหารที่ร่วมมอบของที่ระลึกแก่ผู้โดยสาร นำโดยนางพิมพา ผู้บริหาร ททท. พร้อมด้วย Mr. Bayu Sutanto (President Director) และ Mr. Leo Budiman (Vice Chairman) สายการบินทรานส์นุสา นายเศรษฐา พัฒนรัฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักราบรื่น สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี

 

AOT นำ“ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย”คว้ารางวัลEIA Symposium Awards2026

AOT นำ“ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงราย”คว้ารางวัล EIA Symposium 3 สนามบินบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมโดดเด่นได้มาตรฐานยั่งยืน   3 สนามบิน AOT ...