วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569

3พันธมิตรท่องเที่ยวนำขอนแก่นรับธงเจ้าภาพTTM+2027 ดึงทั่วอีสานบูม5สินค้ารุกตลาดโลก

3พันธมิตรท่องเที่ยวนำขอนแก่นรับธงเจ้าภาพTTM+2027

ดึงทั่วอีสานผนึกขาย5สินค้าเจาะกลุ่มคุณภาพตลาดโลก

3 พันธมิตรท่องเที่ยวขอนก่อนรับธงเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart 2027 ที่ขอนแก่นปี 2570

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTMPlus2027ที่ขอนแก่น

3 พันธมิตรขอนแก่น “สภาท่องเที่ยว-สมาคมท่องเที่ยวและไมซ์-หอการค้า” นำทีมร่วม TTM +2026 พร้อมรับธงเจ้าภาพ “TTM +2027” ปี’70 เจาะตลาดโลกกลุ่มคุณภาพ 5 สินค้า “อาหารถิ่น-แฟชั่นผ้าไหม-นวดขิต-วัฒนธรรมหมอลำพื้นบ้าน-เมดิคัลเวลเนส” ตั้งเป้า 10-20 ปีหน้า ดึงตลาดโลกพักระยะยาว

 

ดร.ณัฎฐิญา ตันทสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น และนายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์ขอนแก่น เปิดเผยว่า นำทีมภาคเอกชนมาสังเกตุการณ์งาน Thailand Travel Mart Plus :TTM +2026 เมื่อ 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยาหรือ NICE พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อรับธงเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปในการจัดงาน :TTM +2027 ที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเปิดประตูขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภาคอีสาน ปลดล็อกการส่งเสริมตลาดในเวทีโลกให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยมีจุดขายโดดเด่นทางด้านเมดิคัล เวลเนส และบริการเชิงการแพทย์ที่แข็งแรง ตั้งเป้าหมายจะทำให้เฉพาะช่วงการงาน TTM +2027 จะสามารถสร้างเศรษฐกิจเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทขึ้นไป

เป้าหมายในอนาคตของขอนแก่นอีก 10-20 ปีข้างหน้า จะขยายฐาน “ตลาดต่างชาติ” เลือกเป็นจุดหมายปลายทางการพักระยะยาว (Longstay) หรือเป็นบ้านพักหลังที่สอง บ้านพักคนชราของคนในประเทศได้ด้วย รวมทั้งคนไทยไม่ได้เป็นรองชาติใดเรื่องภาษา แล้วการดึงคนเข้ามาจะเพิ่มเม็ดเงินจะไม่ได้เฉพาะแต่ภาคธุรกิจเท่านั้น ยังกระจายไปถึงชุมชนท้องถิ่น การสร้างงาน สร้างอาชีพ ควบคู่กันไป

ส่วนการเป็นเจ้าภาพจัด TTM +2027 มุ่งหวังจะให้คนทั่วโลกรู้จัก “ขอนแก่น” ว่าอยู่ในภาคอีสาน ต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ จึงเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันใช้เวทีนี้สร้างความสำเร็จระดับปะระเทศและนานาชาติทำให้โลกรู้ว่า “อาหารยอดนิยม” อย่าง “ส้มตำ” ที่แพร่หลายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทุกวันนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากภาคอีสาน

นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เตรียมนำเสนอสินค้าหลักตามยุทธศาสตร์ผ่านเวทีเจ้าภาพจัดงาน TTM+2027 ด้วย 5 มิติ ประกอบด้วย 1.การท่องเที่ยวเชิงอาหาร 2.การท่องเที่ยวเชิงแฟชั่นผ้าไหมอีสาน 3.นวดขิดอีสานตามแบบนวดไทยโบราณจากภูมิปัญญาการจับเส้นพื้นบ้านของภาคอีสาน 4.วัฒนธรรมการแสดงหมอลำพื้นบ้าน 5.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness) มีโรงพยาบาลแบรนด์มาตรฐานสากลรองรับ เช่น เครือบีดีเอ็มเอส โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอนแก่นราม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น

ขณะนี้ขอนแก่นมีศักยภาพความพร้อมครบ ด้านที่ 1 “การคมนาคม” เป็นจังหวัดที่มีท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 9 กม.เชื่อมเข้ากับบริการโลจิสติกต์ทางบกอย่างสะดวกสบาย มีขีดความสามารถรองรับได้ปีละประมาณ 1.8 ล้านคน ด้านที่ 2 เสน่ห์อาหารและวัฒนธรรม ตามแผนจะใช้งาน ISAN Night รวมความโดดเด่นทั้งภาคอีสานมาจัดแสดงไม่เฉพาะขอนแก่นเพียงจังหวัดเดียว  ด้านที่ 3 จะยกระดับเป็นเมดิคัล ฮับ ป้องกันรักษาและอายุยืน (longevity) มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวนเตียงมากสุด 5,000 เตียง ใหญ่สุดในเมืองไทยและอาเซียน เตรียมเปิดบริการปลายปี 2570 หรือต้นปี 2571


นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้ยกระดับขอนแก่นด้วยหลากหลายยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่พร้อมสร้างประสบการณ์ความประทับใจด้วยสินค้าอันหลากหลาย ส่วนสนามบินก็มีความพร้อมด้วยเที่ยวบินตรงข้ามภาค เช่น ขอนแก่น ปลายทาง เชียงใหม่ ภูเก็ต ตามฤดูที่เหมาะสมกับความต้องการเดินทาง รวมทั้งได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเป็นเมืองพี่น้อง (Sister City) ขอนแก่น(ไทย)-ดานัง(เวียดนาม) โดยได้แลกเปลี่ยนธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ผสานเข้ากับเมดิคัลการป้องกันดูแลรักษาสุขภาพ

ขณะเดียวกันก็มี “โรงแรม/ที่พัก” มาตรฐานระดับ 4-5 ดาว ที่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัด TTM +2027 เบื้องต้นกว่า 1,200 ห้อง 3 โรงแรม ได้แก่  1.อวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ 2.เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเว็นชั่น 3.แอด ลิบ (Ad Lib) ขอนแก่น รวมทั้งได้เสนอคอนเว็นชั่นจัดงานซึ่งมีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร

สำหรับภาพรวมของขอนแก่นกับความพร้อมรองรับกลุ่มตลาดต่างชาติ ตอนนี้ก็มีการแลกเปลี่ยนค้าขายกับ เวียดนาม และกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งมีจากแถบยุโรป มีฝรั่งเศส และอีกหลากหลายเชื้อชาติ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเขยต่างชาติอยู่ด้วย



ททท.นำทีมขอบคุณเมืองชลหนุนความสำเร็จTTM+2026-“ขอนแก่น”รับธงเจ้าภาพTTM+2027ปั้นอีสานสู่ตลาดโลก

ททท.นำทีมขอบคุณเมืองชลหนุนความสำเร็จTTM+2026

“ขอนแก่น”รับธงเจ้าภาพTTM+2027ปั้นอีสานสู่ตลาดโลก


ททท.ขอบคุณทุกพันธมิตรในชลบุรีสร้างความสำเร็จงาน TTM+2026 มอบธงขอนแก่นเจ้าภาพ TTM+2027

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTMPlus2026พัทยา #TTMPlus2027ที่ขอนแก่น

ผู้ว่าฯ ททท.นำทีมขอบคุณท้องถิ่นและทุกพันธมิตรเมืองชลบุรี รวมพลังสร้างความสำเร็จเทรดท่องเที่ยว TTM +2026 ปิดฉากสวยงาม “ขอนแก่น” ยกทีมรับธงเจ้าภาพ TTM+2027 ปี’70 โชว์พลังปั้นอีสานเปิดประตูท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ขอบคุณพันธมิตรและหน่วยงานท้องถิ่น ที่ร่วมมือกันทำให้การจัดงานเทรดนานาชาติ “Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026” ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติสวนนงนุช /NICE พัทยา สำเร็จต้อนรับและสร้างความพึงพอใจให้คู่ค้าจากทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาร่วมงานประทับใจในประสบการณ์ทำธุรกิจและท่องเที่ยวเมืองไทย

โดยนายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำทีมนายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี รวมถึงผู้บริหารสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวเมืองพัทยาร่วมเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง Pattaya Night: Beyond the Wave เมื่อค่ำคืนวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่โคลัมเบีย พิกเจอร์ส์ อควอเวิร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ต้อนรับและขอบคุณคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลก ที่เข้าร่วมงาน TTM+2026 พร้อมกับทำพิธีส่งมอบธงสัญลักษณ์ให้ “จังหวัดขอนแก่น” รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน TTM+2027 ปี 2570



ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ได้ขอบคุณพันธมิตรผู้ดำเนินการจัดให้งานเลี้ยงเต็มไปด้วยกิจกรรมและการแสดงที่น่าประทับใจ สร้างโอกาสเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ (Networking Reception) ภาคการท่องเที่ยวของไทยกับผู้ประกอบการทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกล่าวแสดงความยินดีกับจังหวัดขอนแก่น ในฐานะเจ้าภาพ Thailand Travel Mart Plus (TTM+)2027

โดยมีพิธีมอบธงสัญลักษณ์เจ้าภาพ TTM +2027 ปี 2570 นำโดยนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายภพพล เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ดร.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมการท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น 

สำหรับ TTM+ 2026 ได้สะท้อนเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีมีศักยภาพสูงเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของไทย และเป็นเวทีสำคัญสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านธุรกิจท่องเที่ยวระดับนานาชาติ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและโอกาสให้ขอนแก่น เจ้าภาพจัดงาน TTM+ 2027 เดินหน้าสานต่อพัฒนาเมืองเป็นศูนย์กลางการเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวของภูมิภาค และยกระดับอนาคตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

 




วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ ดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย

 รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ

รุกความร่วมมือดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล

“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมบริหารเปิดบ้านต้อนรับ “คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว” สภาผู้แทนราษฎร รวมพลังแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ ความปลอดภัย และยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจชาตินำรายได้กระจายถึงมือคนไทยทั้งประเทศ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ต้อนรับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร นำโดย พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่ ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ใช้โอกาสนี้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ประชาชนในทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง

โดยได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศ ด้วยข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวทางการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนได้ตรงเป้าหมาย

ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่หันมาใช้แนวคิด Value over Volume ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งขับเคลื่อนตลาดโดยเปลี่ยนจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ” มุ่งสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดคุณภาพ รักษาสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้ท่องเที่ยวเป็นกลไกพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน



รวมทั้งให้น้ำหนักความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันถือเป็นปัจจัยหลักให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาไทย โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ  เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว การท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ลดความแออัดตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจถึงมือประชาชนในทุกพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลต้องการใช้ท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น สร้างรายได้ สร้างความยั่งยืนระยะยาว

 

บางจากMOU เครือพญาไท-เปาโลนำโปรเจ็กต์อาหารก้าวสู่ Fry to Fly

บางจากMOU เครือพญาไท-เปาโลนำอาหารเข้าสู่Fry to Fly

ผนึกธุรกิจนำโปรเจกต์อาหารสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #เครือโรงพยาบาลพญาไทเปาโล #FryToFly

กลุ่มบริษัทบางจาก MOU เครือใหญ่ “โรงพยาบาลพญาไท – เปาโล” และพันธมิตร นำโปรเจกต์อาหารก้าวสู่ Fry to Fly” ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare สร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ

            ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก โดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ ผู้บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลและพันธมิตรด้านบริการอาหาร เดินหน้าจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ผลักดันโครงการ Fry to Fly ของกลุ่มบริษัทบางจาก ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซสฯ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ฟาซิลิตี้ฯ (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนความยั่งยืน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

โดยมี นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัทบีเอสจีเอฟ จำกัด นายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ นายอิทธิ ทองแตง รองประธานคณะผู้บริหาร อาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล นายวิลเลี่ยม โวเวลล์ ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ/ประเทศไทย ธุรกิจบริการอาหาร พลังงานและทรัพยากรแพลตฟอร์มและกลยุทธ์ธุรกิจอาหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และนายนิตินันท์ ธรรมหทัย ผู้อำนวยการ บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมลงนาม

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการ Fry to Fly และไม่ทอดซ้ำ ของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยนำของเสียมาสร้างคุณค่าใหม่ให้เป็นพลังงานสะอาด หรือ ทรัพยากรใหม่ทางเศรษฐกิจในรูปแบบของพลังงานทางเลือก ทำให้ประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม



โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายภายในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกวิธี และจำหน่ายให้ บีเอสจีเอฟ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิต SAF ต่อไป พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค รับทราบถึงอันตรายจากการใช้น้ำมันปรุงอาหารทอดซ้ำ และช่วยเสริมปริมาณวัตถุดิบเข้าสู่ระบบของหน่วยผลิต HEFA-SPK SAF แบบ Stand Alone แห่งแรกของไทย ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่ได้เริ่มเปิดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2569

รวมทั้งสอดคล้องตามแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ที่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพที่ดี ดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต ผ่านการดำเนินงานตามหลัก ESG และ Sustainable Healthcare มุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษาพยาบาล และแนวทาง Green Hospital

นับเป็นพลังความร่วมมือขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและต่อยอดเครือข่ายการจัดการน้ำมันใช้แล้วอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมการบิน และส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้ผู้บริโภค เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสอดรับกับวันสิ่งแวดล้อมโลกในเดือนมิถุนายนของทุกปี

 


ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกพลิกโฉมท่องเที่ยวไทย “เทรนด์-ตลาด-สินค้า”

ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกพลิกโฉมท่องเที่ยวไทย

“เทรนด์-ตลาด-สินค้า”ชู New Luxury-เที่ยวไทยปลอดภัย

 

ททท.MOU อโกด้า/Agoda แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกร่วมพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิ

ตย์
FM97 #TAT #Agoda  


ททท.MOU อโกด้า แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรระดับโลก ผนึกพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์แลกข้อมูลเชิงลึกครบวงจร “เทรนด์นักเดินทางทั่วโลก-แคมเปญตลาด-สินค้าบริการ” ตอบโจทย์ แผนเจาะตลาดหรูแนวใหม่ Healing is the New Luxury เพิ่มภาพลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ อโกด้า/Agoda แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก เดินหน้าส่งเสริมภาพลักษณ์และเสน่ไทยประเทศจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำในตลาดโลก  โดยมีนายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอโกด้า และนายเดเมียน เฟิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ให้การต้อนรับร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมศักยภาพ และนำชมสำนักงานอโกด้าในอาคารวัน แบงค็อก กรุงเทพฯ

 ททท.พร้อมใช้แพลตฟอร์มอีโคโนมี เป็นตัวกลางยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว ด้วยข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.เทรนด์และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในการเดินทาง 2.การจัดทำแคมเปญท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อด้วยระบบดิจิทัลโลก 3.สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว   


นายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอโกด้า กล่าวว่า อโกด้ายินดีเป็นพันธมิตรร่วมมือกับ ททท.เชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะจะผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เป็นความหรูหรารูปแบบใหม่ (Healing is the New Luxury) สื่อสารด้านความปลอดภัยในการเดินทางให้ชัดเจนขึ้น ความร่วมมือของสององค์กรช่วยดึงดูดและทำให้ทั่วโลกมั่นใจเดินทางมาเมืองไทย

“อโกด้า” เป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่ก่อตั้งมากว่า 20 ปี ที่ภูเก็ต เริ่มจากเปิดให้บริการจองที่พักและบริการทางการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงโรงแรมและที่พักส่วนตัวทั่วโลกกว่า 6 ล้านแห่ง เที่ยวบินกว่า 130,000 เส้นทาง กิจกรรมท่องเที่ยวกว่า 300,000 รายการ

ผ่านเว็บไซต์ Agoda.com กับแอปพลิเคชั่นอโกด้าซึ่งให้บริการภาษาต่างๆ ถึง 39 ภาษา อโกด้าเป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings Inc. (NASDAQ:BKNG) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย และมีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก 27 ประเทศ กว่า 7,000 คน

“เป้าหมาย” การทำ MOU ของ ททท.กับ อโกด้า ครั้งช่วยผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายสามารถนำข้อมูลเชิงลึกของอโกด้า ด้านการท่องเที่ยว กับ ททท.ที่เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมตลาด มาพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว ออกแบบโครงการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย สร้างเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน



 

ททท.บูมสื่อสารตลาดในTTM 2026ชู3โปรดักซ์ Wเที่ยวสร้างสรรคผ่านอีเวนต์-สุขภาพ-อาหาร”

ททท.บูมสื่อสารตลาดในTTM 2026ชู โปรดักซ์

โหม"เที่ยวสร้างสรรคผ่านอีเวนต์-สุขภาพ-อาหาร”



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTM2026  

ททท.โหมเปิดจุดขายในบิ๊กอีเวนต์ TTM +2026 บูมสื่อสารตลาด 3 โปรดักซ์ “เที่ยวสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์/ประเพณี-เชิงสุขภาพ-อาหาร” ชูอัตลักษณ์ New Thailand

นายนิธี  สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทำกิจกรรม Thailand Tourism Update ในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 โดยได้อัปเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวและนำเสนอสินค้าพร้อมบริการท่องเที่ยวไทย โดยชูยุทธศาสตร์ Value over Volume” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน ด้วย “Healing is the New Luxury” ผ่านจุดแข็งด้านอีเวนต์ เวลเนส อาหารไทย และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

            ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 3 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องที่ 1 ทำภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง ด้วยการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคุมความสมดุล ความเข้มแข็ง ความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยทุกมิติ เรื่องที่ 2 ทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด นำเสนอแนวคิด “Healing is the New Luxury” และโครงการ “Trusted Thailand” เรื่องที่ 3 ยกระดับประเทศไทยสู่หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทางทั่วโลก



            ปีนี้ ททท.ได้คัดสรร “ความสดใหม่” สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งต่อและเติมเต็มประสบการณ์นักท่องเที่ยว โดย ททท.นำเสนอ “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์ เทศกาลและประเพณี” โดยใช้พลังจัดกิจกรรมเหล่านี้ชูอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายให้โดดเด่น เพื่อผลักดันไทยเป็น Global Event Destination ครอบคลุมทั้งงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ (MICE) งานด้านเวลเนส ศิลปะ วัฒนธรรม และดนตรี เช่น อินเตอร์ไพรด์ 2026, the Annual Global Wellness Summit จังหวัดภูเก็ต, เวทีเศรษฐกิจและการเงินอย่าง The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meeting กรุงเทพฯ

เทศกาลดนตรี Tomorrowland ครั้งแรกในไทยเดือนธันวาคม 2569, เทศกาลดนตรีวันเดอร์ฟรุท รวมถึงประเพณีทรงคุณค่าที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม งาน Vijit Chao Phraya 2026 และให้ความสำคัญกับความหลากหลายและเท่าเทียมผ่านกิจกรรม the Pride Show Bangkok 2026 และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026, HYROX และ Spartan Race Thailand

 


            การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” กำลังเติบโตรวดเร็วและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก ปัจจุบันได้ก้าวข้ามจากแนวคิด “Healing” ไปสู่ “Longevity” หรือมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสที่โดดเด่นบนเวทีโลก จากจุดแข็งผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ทั้งการบำบัดด้วยสมุนไพร น้ำพุร้อนเค็ม การอาบป่า สมาธิ โยคะท่ามกลางธรรมชาติ ควบคู่ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ มาตรฐานบริการระดับสากล และมิตรไมตรีแบบไทย

“การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” (Gastronomy Tourism) ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของไทยที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม ความหลากหลายของอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาคผ่านรสชาติและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของวิถีชีวิต ภูมิปัญญาและรากเหง้าของผู้คน โดยศักยภาพดังกล่าวได้การยอมรับในระดับสากล ทั้งที่กรุงเทพมหานคร ได้การจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารยอดเยี่ยมจาก Tripadvisor's Travelers' Choice Awards 2026 จังหวัดสงขลาได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารยูเนสโกตลอดจนความสำเร็จครบรอบ 10 ปี โครงการ MICHELIN Guide Thailand

 

             การท่องเที่ยวยั่งยืน” ทำผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) STG STAR และ CF Hotels ผลักดันแหล่งท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โดยมี “Krabi Prototype” กระบี่เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูที่สร้างสมดุลอนุรักษ์ทรัพยากร การมีส่วนร่วมของชุมชน การมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย ผลักดันจังหวัดกระบี่สู่ Global Green Destination ปีนี้เตรียมขยายผลสู่เชียงใหม่ การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Sustainable Tourism Conference 2026 เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ยังสะท้อนบทบาทของไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่แนวปฏิบัติสากล เพื่อก้าวสู่ผู้นำด้านท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก

 

            โดยมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกมิติต่อเนื่องและการเพิ่มมูลค่าแก่อัตลักษณ์ไทยอย่างหลากหลาย ททท. พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “New Thailand” ที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างสมดุลยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน งาน TTM+ ยังคงเป็นเวทีสำคัญเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างความร่วมมือ


ทางธุรกิจเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอด 5 เดือนตั้งแต่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยกว่า 14.03 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 679,274 ล้านบาท ททท.เน้นสื่อสารการตลาดเชิงรุกต่อเนื่อง โดยจัดทำภาพยนตร์โฆษณาในตลาดต่างประเทศ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำเสนอนิยามใหม่ของคำว่า “Luxury” จะเป็นคุณค่าประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย เยียวยาจิตใจ เติมพลังให้กับชีวิตและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ตลาดในประเทศผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ร่วมกับ “ลิซ่า : ลลิษา มโมบาล” Amazing Thailand Ambassador

 

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“รมว.ท่องเที่ยว-ททท.”เปิด!!อลังการ TTM+2026 ทั่วโลกแห่จับคู่ธุรกิจเพิ่ม5.7%-ทำเงินสะพัด5พันล้าน

 “รมว.ท่องเที่ยว-ททท.”เปิด!!อลังการ TTM+2026

ทั่วโลกแห่จับคู่ธุรกิจเพิ่ม5.7%-ทำเงินสะพัด5พันล้าน

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิด  TTM+2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTM2026

อ่านใน gurutourza…

TTM +2026 เปิดแล้ว “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว นำ ททท.ต้อนรับเอกชนไทยและทั่วโลก 10 มิ.ย.69 ที่ NICE สวนนงนุช ชลบุรี ผู้ซื้อนานาชาติแห่ร่วมเจรจาธุรกิจเพิ่ม 5.7 % คาดทำรายได้สะพัดกว่า 5,000 ล้าน


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ค่ำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ย้ำศักยภาพไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก เวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อ 429 ราย จากทั่วโลก 58 ประเทศ เพิ่มขึ้น 5.7 % ผู้ขายผู้ท่องเที่ยวไทย 428 ราย ร่วมกันนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพด้วยโปรดักซ์ โชว์เคส และไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน สะท้อนเสน่ห์การท่องเที่ยวเวลเนส และเวิลด์อีเวนต์ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ททท. คาดหวังใช้เวทีงาน TTM+ 2026 จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 15,408 นัดหมาย และคาดจะสร้างรายได้เข้าไทยได้กว่า 5,000 ล้านบาท

พิธีเปิดงานมนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะกรรมการ ผู้บริหาร ททท. และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ที่ อเล็กซ่า บีช คลับ พัทยา ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand: Healing is the New Luxury” ถ่ายทอดทิศทางการสื่อสาร ชูแนวคิด The 5R ได้แก่ Retreats, Rituals, Reels, Rhythms และ Relations โดยได้นำเสนอการท่องเที่ยวผ่านอาหารและเครื่องดื่มผสานเสน่ห์ท้องถิ่นและนานาชาติ ควบคู่กิจกรรมอิมเมอร์ซีฟ อาร์ต การแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรีร่วมสมัย ในธีม “Waves of Healing: Where Thailand Restores Your Soul” ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการฟื้นฟูกายและใจระดับโลก

 นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวช่วยสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศเติบโตต่อเนื่อง โดยใช้เวที TTM+ 2026 เสริมสร้างความเชื่อมโยงเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน ต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจยั่งยืน ส่งเสริมความร่วมมือทางการท่องเที่ยวขยายไปยังตลาดใหม่ทั้งในราชอาณาจักรภูฏาน และประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้ง สปป.ลาว เมียนมา ที่มาร่วมมือกันภายใต้ยุทธศาสตร์ “สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและภูมิภาคในอนาคตให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและราคาพลังงานผันผวนส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลก ททท. ได้จัด TTM+ 2026 ขึ้นระหว่าง 10-12 มิถุนายน นี้ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับทั่วโลกเสนอสินค้า บริการ และประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการเดินทางของทั้ง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.เที่ยวซ้ำ 2.กลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่ ๆ (Niche Market) 3.กลุ่มเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งแรก (First Visit) ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางเวลเนสและเสน่ห์เมืองน่าเที่ยว (Hidden Gems) สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เช่น "Zero Waste to Landfills" และ "Zero Food Waste"

TTM+ 2026 มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าร่วม 429 ราย จาก 58 ประเทศ เพิ่มขึ้น 5.7 % ครอบคลุมทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง ตลาดศักยภาพใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ มีรายใหม่เข้าร่วมงานสูง 41.7 % เช่น โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก คีร์กิซสถาน อุซเบกิสถาน ร่วมจับคู่ธุรกิจกับเอกชนไทยนำโดยกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ครอบคลุมธุรกิจท่องเที่ยวคุณภาพที่ได้มาตรฐาน TAT STAR, CF Hotels รางวัล Thailand Tourism Awards



รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ (NTO) ของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ได้แก่ เมียนมา ลาว ภูฏาน ร่วมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง เสริมความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีกด้วย

สำหรับวันแรก 10 มิถุนายน มีกิจกรรม Thailand Product Update โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ร่วมนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยและทิศทางการตลาดปี 2569 ต่อเนื่องกับเวที TTM Talk

ภายในงาน TTM+ 2026 ยังมีโปรดักซ์โชว์เคส รณรงค์การเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Travel with Care โดยมีไฮไลต์ประติมากรรม “เต่าตนุ” ทำจากจากวัสดุรีไซเคิล ควบคู่การน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาไทยเชิงสุขภาพ เช่น “สาธิตสครับผิวด้วยสปาข้าวหลาม” โดย เทวารัณย์ เวลเนส บาย ดุสิต “เผายาสมุนไพรหน้าท้อง” โดยอภัยภูเบศร “สาธิตนวดไทย” จาก Let’s Relax Spa พัทยา เวิร์กชอปซังเชือกศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงชุมชนบ้านเนินฆ้อ จังหวัดระยอง ทำของที่ระลึกจาก Sea Glass และ TAT Certified ที่รวบรวมการจัดแสดงของผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวของ ททท. มีทั้ง CF-Hotels, STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand


นอกจากนี้ ปีนี้ยังเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นกับการนำเสนอสินค้า บริการ และกิจกรรมท่องเที่ยวไทยใน Thailand Pavilion ที่ถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิง Wellness จากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทยในรูปแบบ Experiential Marketing ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มิติ ทั้งการชื่นชมความงดงามของผลไม้ไทยอัตลักษณ์ การลิ้มรสเมนูสุขภาพในรูปแบบ One Bite Experience การผ่อนคลายด้วยกลิ่นสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยไทย การดื่มด่ำกับภาพและเสียงจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวผ่านสื่อดิจิทัลแบบ Interactive นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตด้าน Wellness ควบคู่กับกิจกรรม Gastronomy Wellness Experience ที่นำเสนออาหารท้องถิ่นเพื่อสุขภาพจากทั้ง 5 ภูมิภาค อาทิ เมี่ยงคำกลีบบัว แตงโมปลาแห้ง ลาบข้าวคั่วสมุนไพร พล่าปลาย่ำสวาท และสาคูต้นมะพร้าวอ่อน รวมไปถึงการนำเสนอเทศกาลดนตรีระดับโลก “Tomorrowland Thailand 2026” สะท้อนทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่าน World Events เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งไฮไลต์ใน TTM+2026 คือ โปรแกรมนำเที่ยวให้ผู้ซื้อและสื่อมวลชนทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ได้สัมผัส Amazing Experience ด้วย เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวก่อนเริ่มงาน (Pre-Tour) 7 เส้นทาง ใน ศรีราชา พัทยา สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ ล่องเรือยอร์ช ท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่น และ “สำรวจแหล่งท่องเทียวหลังงาน (Post Tour )ระหว่าง 13-16 มิถุนายน เดินทางเชื่อมโยงทั่วไทย 5 ภูมิภาค 5 เส้นทาง ได้แก่ ระยอง–จันทบุรี, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม–กาญจนบุรี, สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช และเชียงราย เพื่อนำไปทำเส้นทางเสนอขายในตลาดโลก


3พันธมิตรท่องเที่ยวนำขอนแก่นรับธงเจ้าภาพTTM+2027 ดึงทั่วอีสานบูม5สินค้ารุกตลาดโลก

3 พันธมิตรท่องเที่ยวนำขอนแก่นรับธงเจ้าภาพ TTM+2027 ดึงทั่วอีสานผนึกขาย 5 สินค้าเจาะกลุ่มคุณภาพตลาดโลก 3 พันธมิตรท่องเที่ยวขอนก่อนรับธงเจ้า...