วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569

CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

 CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

สานสัมพันธ์ผู้ลงทุนในOKEA/สมาชิกหอการค้าไทย-นอร์เวย์

 

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก แสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #นอร์เวย์


CEO กลุ่มบริษัทบางจาก แสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทย เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สานสัมพันธ์ในฐานะผู้ลงทุนพลังงาน OKEA และสมาชิกหอการค้าไทย-นอร์เวย์

        นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงความยินดีกับ นายฟรูเดอ ซุลแบร์ค ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

กลุ่มบริษัทบางจากลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 2561 ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด (BCPR) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ที่เข้าไปลงทุนในบริษัท OKEA ASA เป็นผู้ประกอบการชั้นนำที่เชี่ยวชาญการบริหารแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางและระยะปลายของอายุการผลิตบนไหล่ทวีปนอร์เวย์

แล้วกลุ่มบริษัทบางจากยังมีบทบาทในฐานะ “สมาชิกและกรรมการหอการค้าไทย–นอร์เวย์” ช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจในประเทศที่มีมาตรฐานสูงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การกำกับดูแลกิจการ ที่กลุ่มบริษัทบางจากนำมาต่อยอดการดำเนินธุรกิจปัจจุบันนี้

 

ททท.ปี’70ลุยยกมาตรฐานสินค้า&เส้นทางท่องเที่ยวใหม่5แนว “สุขภาพ-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น”ดันศก.ไทยโต5%

ททท.ปี’70ลุยยกมาตรฐานสินค้า&เส้นทางท่องเที่ยวใหม่5แนว

“สุขภาพ-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น”ดันศก.ไทยโต5%

 

ททท.ปี’70 ชูยุทธศาสตร์ “Transform Together” ยกระดับสินค้าท่องเที่ยวและเส้นทางใหม่สู่สากล 5 แนว

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TransformTogether #ยกระดับสินค้าเส้นทางท่องเที่ยว5แนว

ททท.ปี’70 ชูยุทธศาสตร์ “Transform Together” ลุยยกระดับสินค้าท่องเที่ยวและเส้นทางใหม่สู่สากล 5 แนว “สุขภาพอายุยืน-เทศกาล-สร้างสรรค์-ยั่งยืน-เชื่อมั่น : Wellness/Longivity+Festival+Creative Economy+Sustainable/Regenerative+Trusted Thailand” หวังดันเศรษฐกิจทั่วไทยโตกว่า 5%

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัดงาน “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแผนพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทยปี 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” ชูศักยภาพและอัตลักษณ์ไทยมาพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง 5 แนวทาง ได้แก่ 1.Wellness and Longevity Tourism 2.Festival Economy 3.Creative Economy 4.Sustainable and Regenerative Tourism และ 5.Trusted Thailand ผลักดันสินค้ากับเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

โดยใช้กรอบ “Amazing 5 Economy” เป็นแนวทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว ขับเคลื่อนด้วยกลไก “Partnership 360” ร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาและยกระดับสินค้าท่องเที่ยวไทยให้ได้“มาตรฐานสากล” ได้ตรงตามความต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มโอกาสในการเดินทางและการใช้จ่ายทั้งตลาดในและต่างประเทศ กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน สนับสนุนรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2570 ให้เติบโตไม่น้อยกว่า 5 % และผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางมูลค่าสูงและมีความหมาย (High-Value & Meaningful Destination)



ภายในงานยังได้จัดเสวนาหัวข้อ “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” โดยมีผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ (หมอโจ้) ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำ The Demis Clinic เจ้าของแบรนด์ Acca และเบนซ์-ถาวร ภัสสรศิริกุล จากเพจ The Gaijin Trips ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง 3 เรื่อง คือ 1.พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ 2.การดูแลสุขภาวะ 3.แนวทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ปี 2570 ททท.จะขับเคลื่อนสินค้าท่องเที่ยว (Tourism Product 2027)  ตาม 5 แนวทาง ดังนี้




● แนวทางที่ 1 : Wellness and Longevity Tourism มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำศักยภาพด้านการแพทย์ สุขภาพ
ภูมิปัญญาไทย อาหาร การบริการ และทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 3 รูปแบบ ได้แก่

-Heal Better การรักษาและฟื้นฟูด้วยบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีมาตรฐาน

-Live Longer การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

-Feel Better การฟื้นฟูสมดุลกายใจผ่าน Nature Healing, Sport Wellness และภูมิปัญญาไทย
พร้อมเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับธุรกิจโรงแรม สปา ร้านอาหาร สมุนไพร กิจกรรมกีฬา และชุมชน
อาทิ ศูนย์แพทย์แผนไทย
“ศิริราชสัปปายะสถาน” และกิจกรรม “The Wave of Healing” หรือ Surf Therapy ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดพังงา

● แนวทางที่ 2 : Festival Economy มุ่งใช้เทศกาลและกิจกรรมเป็นกลไกกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายตลอดปี ภายใต้แนวคิด “365 Days of Celebration” ครอบคลุมเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ดนตรี กีฬา
การท่องเที่ยวยามค่ำคืน เช่น  Pride Month, Tomorrowland Thailand, EDC Thailand, S2O, Wonderfruit, VIJITR Thailand, The Night by Amazing Thailand และ Amazing Thailand Marathon

พร้อมกับส่งเสริมงานประเพณีแต่ละพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ให้เป็น “ซิกเนเจอร์ อีเวนต์” ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามากระจายรายได้สู่ภูมิภาค ได้แก่ 1.งานประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี  2.งานประเพณีไหลเรือไฟ นครพนม 3.เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส สกลนคร



● แนวทางที่ 3 : Creative Economy มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของไทยมาต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสอัตลักษณ์แต่ละพื้นที่  3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่

-Meaningful Love Journey นำเสนอประเทศไทยในฐานะ Romance Destination ผ่านสินค้า 55 รายการ 4 เส้นทาง 5 แนวคิด ได้แก่ Spiritual, Cultural, Nature, Wellness และ Everyday Romance เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม ความศรัทธา สุขภาวะ วิถีชีวิตไทย เข้ากับประสบการณ์เดินทางของคู่รักและกลุ่มฮันนีมูน

-Soul of Siam ถ่ายทอดคุณค่างานหัตถศิลป์ไทย (Thai Craftsmanship) ทั้งอัญมณี สิ่งทอไทย งานฝีมือ ศิลปะร่วมสมัย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวพรีเมียมที่สะท้อนภูมิปัญญา ทักษะฝีมือ อัตลักษณ์ไทย

-Creatrip Thailand ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ งานคราฟต์ อาหาร วิถีท้องถิ่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ มีส่วนร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละพื้นที่ผ่าน 5 แนวคิด ได้แก่ Feel the Art in Soi, Feel the Inspiration, Feel the Crafted Community, Feel the Flavor และ Feel the Local Fun



● แนวทางที่ 4 : Sustainable and Regenerative Tourism มุ่งพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งลดผลกระทบจากการเดินทางแล้ว ยังสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ระบบนิเวศ และชุมชน ส่งเสริมนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากรและเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการอย่างรับผิดชอบ ปี 2570 =^โครงการ Chiang Mai Prototype ต่อยอดสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนจาก Krabi Prototype สู่เชียงใหม่ทั้งเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรมล้านนา

● แนวทางที่ 5 Trusted Thailand มุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย มาตรฐานด้านการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เสริมขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันผ่าน TAT Certified เช่น  TAT STGs STAR, CF-Hotel และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ในปี 2570 เตรียมจัดครั้งที่ 16 ส่งเสริมผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ทำธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืนและรับผิดชอบ

ติดตามอัพเดท Tourism Product 2027 ค้นหาสินค้า บริการ กิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และ E-book ทาง  www.tourismproduct.tourismthailand.org และ Facebook : Amazing Thailand

 

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569

TCEBลุยจัดอวดเมืองโคราชเร่งปั้น “แบรนด์เมือง+เทศกาล” ต่อยอด“K-BATTLE”ชูขายเมืองน่าเที่ยว-น่าลงทุน-น่าอยู่

TCEBลุยจัดอวดเมืองโคราชเร่งปั้น “แบรนด์เมือง+เทศกาล”

ต่อยอดงาน“K-BATTLE”ชูขายเมืองน่าเที่ยว-น่าลงทุน-น่าอยู่

TCEB แท็กทีมจัด “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” ปั้นแบรนด์เมือง+เทศกาล

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #อวดเมืองโคราช #KBATTLEInternationalStreetCultureFestival2026

TCEB แท็กทีมจัด “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” ดึงตัวแทนทุกภาคส่วนเฟ้นหาเรื่องสร้างสรรค์10 คุณค่า ปูพรมเชื่อมโยงต่อยอดเทศกาล “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” 20-29 พ.ย.นี้ ปั้น “แบรนด์เมืองควบเทศกาล” เพิ่มจุดขายใหม่ เมืองน่าเที่ยว น่าลงทุน น่าอยู่


ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” เมื่อ 16 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ภายใต้โจทย์ “ชวน 100 คนโคราชร่วมค้นหา 10 คุณค่าสร้างสรรค์ที่เมืองมี เพื่อสร้างโอกาสที่เมืองได้” เปิดพื้นที่ให้คนโคราชจากหลายภาคส่วนร่วมกันค้นหา คุณค่าสร้างสรรค์ของเมืองจากมุมมองของคนในพื้นที่เอง แล้วนำเรื่องราวและศักยภาพที่ค้นพบไปต่อยอดเป็นเนื้อหาสื่อสารแบรนด์เมืองภายใต้แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” มุ่งฉายภาพเมืองที่มีพลังสร้างสรรค์หลากหลายมิติ และแสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์เหล่านั้นสามารถสร้างโอกาสใหม่ให้เมือง น่าลงทุน น่าเที่ยว  และน่าอยู่ ได้อย่างไร

ตามแผนทีเส็บจะเชื่อมโยงต่อยอดเข้ากับเทศกาลนำร่อง “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” เทศกาลตัวแทนของนครราชสีมาที่ชนะการประกวด “อวดเมือง The Pitching” เมื่อปี 2568 และเป็นจุดตั้งต้นการขับเคลื่อนโครงการอวดเมือง เป็นเวทีพลังสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ ภาคธุรกิจได้พบปะ แลกเปลี่ยน เตรียมจัดวันที่ 20–29 พฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วย  1.กิจกรรมการแข่งขันและการแสดงด้าน Street Culture  2.เทศกาลดนตรี SOUNDER 3.งาน K-BATX Creative Industry Expo เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับโอกาสทางธุรกิจ ปี 2569 ตั้งเป้าสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากงานรวม 2,458 ล้านบาท ยกระดับเทศกาลเป็นแพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างคุณค่ากลับคืนสู่พื้นที่ได้ต่อเนื่องในระยะยาว


สำหรับ “อวดเมืองโคราช” เป็นแคมเปญของทีเส็บในโครงการ “อวดเมือง 2569” เน้นใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์เมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้แต่ละพื้นที่นำอัตลักษณ์และจุดแข็งของตนเองมาต่อยอดเป็นเทศกาลสะท้อนตัวตนของเมือง หรือ “City-Branded Festival”

“นครราชสีมา”  เป็น 1 ใน 2 จังหวัดนำร่องของโครงการ เน้นการนำเสนอแนวคิดการสื่อสาร “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้” ฉายอีกมุมหนึ่งของโคราชผ่านศักยภาพที่มีอยู่แล้ว ทั้งผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างอัตลักษณ์ใหม่หรือเปลี่ยนภาพจำเดิมของเมือง

ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่าแคมเปญ ‘อวดเมืองโคราช’ โดยต้องการฉายภาพ ‘พลังสร้างสรรค์’ ที่มีในโคราช ทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม สามารถต่อยอดสู่ “โอกาสใหม่ให้โคราช” ได้อย่างไร ซึ่งมีเทศกาลตัวอย่างคือ “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” ได้นำวัฒนธรรมสตรีทมาต่อยอดเป็นเทศกาลดึงดูดผู้คน สร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจ ทีเส็บมุ่งสร้าง “แบรนด์เมือง” ควบคู่ยกระดับเทศกาล แสดงถึงเมืองมีความพร้อมางระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งผู้คน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้เทศกาลเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“การจัดเทศกาล” จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของเมือง ดึงดูดผู้คนและการลงทุน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจกลับสู่พื้นที่ เติบโตเกื้อหนุนกันได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้”



 "นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “โคราชมีความพร้อมครบทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การลงทุน รวมทั้งมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า จึงต้องการนำเสนอศักยภาพดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญคือเปิดให้คนโคราชได้มีส่วนร่วม “บอกเล่าเรื่องราวเมือง” ด้วยตนเอง การรวมพลังของคนจากหลากหลายภาคส่วนวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญช่วยกันค้นหาว่า เมืองมีอะไรดีที่พร้อมจะอวดให้คนทั้งประเทศและทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

กิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” มีชาวโคราชเข้าร่วม 100 คน เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน และเครือข่ายสร้างสรรค์ของจังหวัด ร่วมระดมความคิดเห็น 10 กลุ่ม เพื่อค้นหาเมือง 10 คุณค่าสร้างสรรค์ จาก 5 ด้าน ได้แก่ การเกษตรและอาหาร ศิลปะและคนสร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ธุรกิจและการลงทุน และไมซ์ (MICE) การท่องเที่ยว กีฬาและบริการ โดยได้รวมเรื่องราว ภูมิปัญญา วิธีคิด ศักยภาพที่นำมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้

โดยก่อนทำเวิร์คช้อปได้จัดบรรยายหัวข้อ “สร้างแบรนด์เมือง สร้างโอกาสใหม่ให้เมือง” มีดร.สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และที่ปรึกษาแบรนด์ระดับสูง บริษัท แบรนด์ แมทเทอร์ แพลน จำกัด พร้อมด้วย รศ.ดร.วาสิตา บุญสาธร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและระเบียบวิธีวิจัย ได้ถ่ายทอดกระบวนการระดมความคิดเห็น กับเมนเทอร์ผู้มีประสบการณ์หลายสาขาร่วมให้คำแนะนำในการพัฒนาแนวคิดของผู้ร่วมกิจกรรม



“ผลลัพธ์เชิงคุณค่าสร้างสรรค์และเรื่องราว” ที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของคนโคราชทั้ง 100 คน จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาเนื้อหาประชาสัมพันธ์แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” ฉายภาพพลังสร้างสรรค์ของเมืองให้ชัดเจนและหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสื่อสารให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ ธุรกิจ ประสบการณ์การท่องเที่ยว และโอกาสการพัฒนาเมือง โดยจะสร้าง “แบรนด์เมืองและการประชาสัมพันธ์เทศกาล” ดึงดูดความสนใจงานเทศกาลต่อยอดศักยภาพโคราชด้านอื่น ๆ  สร้างภาพจำของเมืองที่น่าลงทุน น่าเที่ยว และน่าอยู่ ควบคู่กันไป

 

AOTพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์ ถกธุรกิจ3เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน”

 AOTพบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศเวที DBS Asia สิงคโปร์

ถกธุรกิจ3เรื่อง “หารายได้ใหม่-คาร์โก้/น้ำมัน-ขยายสนามบิน”



AOT ร่วม DBS Asia Future Forward Conference 2026 พบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #DBSAsiaFutureForwardConference2026  

AOT ร่วมเวที DBS Asia Future Forward Conference 2026 พบนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ถกธุรกิจสนามบิน 3 เรื่อง “การจัดหาแหล่งรายได้ใหม่-ผลกระทบคาร์โก้ตกค้าง+ราคาน้ำมัน-ความคืบหน้าแผนขยายสนามบิน”


     นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า นำผู้บริหารและพนักงาน AOT เข้าร่วมงาน “DBS Asia Future Forward Conference 2026” ของ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมฟูลเลอร์ตัน สิงคโปร์ ทาง AOT ได้นำเสนอ “ข้อมูล” เกี่ยวกับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร ผลการดำเนินงาน พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศให้ความสนใจ 3 เรื่อง ได้แก่



● เรื่องที่ 1 การจัดหาแหล่งรายได้ใหม่ จากการปรับอัตราค่าบริการในการขึ้น-ลงและค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Landing and Parking Charges) การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้โดยสารถ่ายลำหรือเปลี่ยนลำ (Transit/Transfer)

● เรื่องที่ 2 ผลกระทบจากสถานการณ์สัมภาระตกค้างและการให้บริการคลังสินค้า ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อธุรกิจการบินและปริมาณผู้โดยสาร

● เรื่องที่ 3 ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน และแผนการควบคุมค่าใช้จ่ายของ AOT


การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคญให้ AOT ได้สื่อสารถึง “แนวโน้ม” การดำเนินงานและแผนพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศไทยเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-Class Aviation Hub) ควบคู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกลยุทธ์การเติบโตขององค์กรในระยะยาว

 

ททท.บูม“MULTI-RACING FESTIVAL2026”เที่ยวทะเล“สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบฯ”เติมเงินชุมชน 250 ล้าน

ททท.บูมจัด“MULTI-RACING FESTIVAL2026”เที่ยวริมทะเล3พื้นที่

“สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบฯ”ดึงไทย/ต่างชาติเติมเงินชุมชน 250 ล้าน

 

ททท.บูมเที่ยว“AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” ต.ค.-ธ.ค.นี้ ริมทะเล "สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบ"

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Amazing MultiRacingFESTIVAL2026  

ททท.บูมเที่ยวมหกรรม “AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” ปลุกกระแสไทยและต่างชาติเที่ยวปลายปี เริ่ม 23 ต.ค.-20 ธ.ค.นี้ ฟินริมทะเล 3 พื้นที่ “สงขลา-ภูเก็ต-ประจวบคีรีขันธ์” เติมรายได้ไหลเข้าชุมชน 250 ล้านบาท

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิด “AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” กิจกรรมการท่องเที่ยวผสานเสน่ห์4 อย่างเข้าด้วยกัน คือ ดนตรี กีฬา วัฒนธรรม และนันทนาการ ระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ในพื้นที่ท่องเที่ยวริมทะเล 3 จังหวัด สงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์   กระตุ้นนักคนไทยและต่างชาติร่วมสัมผัสการเชื่อมโยงกับเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวปลายปี 2569 

โดยคาดการณ์การจัดงานทั้ง 3 พื้นที่ จะมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 100,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนราว250 ล้านบาท เป็นแม่เหล็กดึงดูดใจในการเดินทางท่องเที่ยวช่วงปลายปี กระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้อย่างทั่วถึงตรงเข้าไปยังชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว

กิจกรรมนี้ ททท.ได้ยกระดับสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่พร้อมใช้จ่ายเงินมากขึ้นตามแนวคิด Value over Volume โดยสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่มีคุณค่า มีความหมายมากกว่าแค่การเดินทาง เดินหน้าทำประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของไทยให้โลกรู้จักแพร่หลายควบคู่การสร้างรายได้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศต่อเนื่องปลายปีนี้


“AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” เป็นโครงการที่เลือกจัดในพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง คือ สงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ในบรรยากาศดี ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFESTYLE กับ SUP CONTEST และ BEACH LIFE FESTIVAL” ชวนออกมาสนุก ริมชายหาดทราย โดยมีกิจกรรม “Night Economy”  กระตุ้นคนไทยและต่างชาติใช้จ่ายเงินและพักนานวันในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ททท.วางโปรแกรมทยอยจัดแต่ละพื้นที่ดังนี้

● พื้นที่แรก “จังหวัดสงขลา”  นำเสนอ “SONGKHLA BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 บริเวณหาดชลาทัศน์ ชวนสาย INDY สัมผัสบรรยากาศชายหาดใต้แนวสน สนุกกับกีฬากระดานยืนพาย หรือ SUP Board ร่วมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีรวมถึงศิลปินและดีเจที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 3 วัน ทั้ง YOURMOOD, ZOM MARIE, MIRRR, SCRUBB, MAIYARAP และ THAMTHAI

● พื้นที่ 2 จังหวัดภูเก็ต สนุกกับงาน “PHUKET BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม                 –1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณหาดป่าตอง ชวนสาย FEEL GOOD สัมผัสบรรยากาศริมชายหาดร่วมแข่งขันซับบอร์ดและทดลองเล่นกีฬาแนวใหม่ สนุกกับเสียงดนตรีจาก THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL, MAIYARAP, TONTRAKUL, WHAL & DOLPH, INDIGO และ GETSUNOVA 



● พื้นที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งท้ายด้วยงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 18–20 ธันวาคม 2569 บริเวณหาดหัวดอน เขาตะเกียบ ชวนสาย HIPSTER สนุกกับการแข่งขัน SUP และ SUP CLINIC ละคอนเสิร์ตริมทะเลจาก BOWKYLION, LANDOKMAI, INDIGO, URBOYTJ, WHAL & DOLPH และ THE PARKINSON

ทั้ง 3 พื้นที่ยังได้จัดมหกรรม “FOOD ZONE” รวบรวมอาหารและเมนูท้องถิ่น เอาใจสายกิน สายช้อป “FASHION ZONE” และสินค้า “BEACH ITEMS” ให้นักท่องเที่ยวชิมชมช้อป รวมทั้งรณรงค์ให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไปด้วยกัน

ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมการเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวทั้ง 3 พื้นที่ ได้ทาง Facebook Fanpage: AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL




CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

  CEO กลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย สานสัมพันธ์ผู้ลงทุนใน OKEA /สมาชิกหอการค้าไทย-นอร์เวย์   CEO กลุ่มบริษัทบางจาก แสด...