ททท.เอเชียแปซิฟิกทำสำเร็จนำTTM+2026ดึง21ล้านคน
ตลาดเที่ยวหรูโตฉลุย“อาหาร-สุขภาพ-กีฬา-เมกะอีเวนต์”
ครึ่งปีหลัง69ลุยThaiFest-โร้ด+เทรดโชว์ทั่วเอเชีย 8 งาน
เปิดเกมฟื้นตลาด“เกาหลี-เวียดนาม”พุ่งเป้าตรงเซกเมนต์
ซื้อแคชการ์ดคิงเพาเวอร์รับกิฟท์การ์ดใช้ได้14,500 บาท
คิงเพาเวอร์นำน้ำหอมกลิ่นฮ็อตซื้อไม่ขั้นต่ำ1ขวดลด40%
รอบสุดท้ายที่คิงเพาเวอร์ออนไลน์20-21มิ.ย.ซื้อ3ลด30%
ททท.งัด4ยุทธศาสตร์ดันไทยผู้นำตลาดอีเวนต์ฮับ365วัน
บางจากคว้า Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่
3
TCEB-ก.พลังงานรุกใช้GASTECH2026ปั้นเอ็กซิบิชั่นฮับ
เที่ยวราชบุรี 3 งาน “AgriExpo-ทัวร์ผลไม้-ราชบุรีไพรด์”
5 วิธีดูแลสุขภาพหน้าฝนปลอดภัยไร้โรคเพิ่มความสุข
ททท.ปั้นสินค้าใหม่ Surf Therapy-Wellnessรุกไฮเอนด์
Scootชูธีมซูเปอร์ฮีโร่สไปเดอร์แมนดึงผู้โดยสาร
30มิ.ย.
วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวราชบุรี
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1BJB9Q5Hm2/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! นางสาวภัทรอนงค์ ณ
เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) ประมวลผลความสำเร็จงาน “TTM +2026” รอผลคึกคักปลายปี’69
ดึงเอเชียเที่ยวไทยเข้าเป้า 21 ล้านคน
“ตลาดระยะใกล้” ตอบโจทย์ธีมใหญ่ “Healing is the New Luxury”
ขานรับ “สินค้าท่องเที่ยวหรู High Value” 4 กลุ่มหลัก “สุขภาพ-กีฬา-อาหารไทย-คอนเสิร์ต/เมกะอีเวนต์” ครึ่งปีหลัง
มิ.ย.-ก.ย.69 ควงสถานฑูต เอกชน ตลุยจัดต่อเนื่อง 8 งาน “Thailand Fest-โร้ดโชว์-เทรดโชว์” ทั่วเอเชีย
ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา พลิกเกมใหม่ฟื้นตลาด
“เกาหลี-เวียดนาม” ด้วย 4 แนวทาง
เปิดเที่ยวทางบกเชื่อมต่อง่ายทางอากาศ เร่งขายความคุ้มค่า
และทำตลาดแบบพุ่งเป้าตรงเซกเมนต์
นางสาวภัทรอนงค์
ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า ความสำเร็จจากงาน Thailand Travel Mart Plus : TTM+2026 เมื่อ 10-12 มิถุนายน
2569 การท่องเที่ยวต่างประเทศมีสัญญาณดีขึ้นทุกตลาด
เป็นครั้งแรกที่มีผู้ซื้อจากทั่วโลก (Buyers) 429 ราย (เอเชีย แปซิฟิกกว่า 200 ราย จีนมากที่สุด 85
ราย อินเดีย 38 รายและอาเซียน) เพิ่มขึ้น 5.77 % มากกว่าผู้ขายธุรกิจท่องเที่ยวไทย
(Sallers) 428 ราย ได้มาพบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างกัน
นำเสนอสินค้าและบริการเพื่อนำไปเสนอ “ขายแพ็กเกจและสินค้า” การท่องเที่ยวไทย รวมทั้งสร้างการรับรู้กระตุ้น
2 กลุ่ม ตลาดหลัก ได้แก่ 1.ท่องเที่ยวซ้ำ
(Revisit) 2.กลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่
ๆ (First Visit, Niche)
ปี
2569 ผู้ซื้อทั่วโลกให้ความสนใจธีม “Healing is the
New Luxury” ของไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจด้านสุขภาพ ทางผู้ซื้อเอเชียกว่า 60 % ของทั้งหมด
ได้พบกับผู้ขายกลุ่มใหม่ ๆ จาก “เมืองรอง” เช่น ตราด จันทบุรีเชียงราย น่าน
ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเอเชียต้องการแสวงหาประสบการณ์ท่องเที่ยวใกล้ ๆ
กับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากขึ้น
ผลจากการจับคู่ธุรกิจซื้อขายการท่องเที่ยวระหว่างกัน 15,400นัดหมาย สามารถสร้างมูลค่าได้ตามเป้าหมายกว่า 5,000
ล้านบาท และตลอดปี 2569 ตั้งเป้าจะนำตลาดเอเชียเที่ยวเมืองไทยให้ได้
21 ล้านคน
รายละอียด “ผู้ซื้อจากทั่วโลก” 429 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.7 % แบ่งเป็น
กลุ่มแรก ผู้เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก 41.7%
กลุ่มที่สอง เคยเข้าร่วมงานแล้ว 58.3% โดยเฉพาะจากตลาดระยะไกล
(Longhaual) ภูมิภาคอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลางมีถึง 14.9
% เพิ่มขึ้นมากที่สุด 100%
“ผู้ขายไทย”
428 ราย แบ่งเป็น
กลุ่มแรก ผู้ที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืน TAT STAR 216 ราย จาก CF Hotels 51 ราย ผู้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (TTA)
29 ราย
กลุ่มที่สอง แบ่งตามประเภทธุรกิจ มี โรงแรมและรีสอร์ท 331 ราย
77.34 % นำเที่ยว 49 ราย 11.45 % สถานบันเทิงและสันทนาการ 27 ราย 6.31% ธุรกิจเชิงสุขภาพ 7
ราย คิดเป็น 1.64 % สายการบินและระบบขนส่งอื่นๆ
4 ราย 0.93% อื่น ๆ 10 2.34% กลุ่มที่สาม จังหวัดที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมสูงสุด ได้แก่
กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กระบี่
“สินค้ามูลค่ามูลหรือ
High Value”
ที่ได้ใช้เจาะตลาดเอเชียทั้งหมด ครอบคลุมถึงการส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่า
น่าประทับใจ และสินค้าบริการทางการท่องเที่ยวตอบโจทย์ตรงกับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยว
หลัก ๆ 4 หมวดหลัก
หมวดที่ 1 สุขภาพ (Health and Wellness Tourism) เช่น สปา นวดไทย โยคะ Sound Healing สมุนไพรไทยและน้ำมันหอมระเหย การบำบัดแบบองค์รวม (Holistic) การแพทย์ป้องกัน (Preventive Medicine), ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงชะลอวัย
(Anti-aging)
หมวดที่ 2 อาหารไทย (Gastronomy) หลากหลายรูปแบบ เช่น
อาหารที่ได้รับรางวัลมิชลิน, Fine Dining, สตรีทฟู้ด
และเพื่อสุขภาพ
หมวดที่ 3 กีฬา (Sports) เหมาะกับตลาดพรีเมียมจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้
และจีนที่มองหาสนามกอล์ฟมาตรฐานสากล ในงานได้เชิญผู้จัด บางกอก มาราธอน
มาพบกับผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอาเซียน เพื่อเตรียมเสนอขายในอนาคตต่อไป
หมวดที่ 4 คอนเสิร์ต
และเมกะอีเวนต์ การนำคอนเสิร์ตระดับโลกและเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่อย่าง
Tomorrowland ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และแฟนคลับจากทั่วเอเชียให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ความสนุกในเมืองไทย
โดยได้จัดบูธโชว์เคสใน TTM +2026
พร้อมจัดปาร์ตี้ส่งท้ายให้ดีเจมาเปิดแผ่นสร้างความสนุกสนาน
พร้อมกับสื่อถึงกิจกรรมท่องเที่ยวที่จะจัดต่อเนื่องในไทย รวมทั้งมีเวที Travel
Talk โดยพิธีกรชื่อดัง “วู้ดดี้”
แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินท่องเที่ยวที่ผู้ซื้อจะสามารถนำไปผลิตแพกเกจขายการท่องเที่ยวเมืองไทยในอนาคตได้ด้วย
หลังจากเสร็จสิ้นงาน TTM +2026 จะเห็นผลความสำเร็จทำให้เอเชีย
และแปฟิซิกใต้ ช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป จากที่มีผู้ซื้อจากภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้
และแปซิฟิกใต้ 33.1% ภูมิภาคเอเชียตะวันออก 28.2% ภูมิภาคยุโรป 23.8% ภูมิภาคอเมริกา แอฟริกา
และตะวันออกกลาง 14.9%
โดยเฉพาะ “สินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูง” จะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ทำให้ภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาไทยปี 2569 เป็นไปตามรวมทั้งสิ้น
21 ล้านคน
นางสาวภัทรอนงค์
กล่าวว่า มีแผนกระตุ้นตลาดต่อเนื่องผ่านงานเทรดโชว์
โรดโชว์ ต่างประเทศเริ่มทยอยทำตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปีนี้ จัดกิจกรรมหลัก “Thai
Fest” หลายพื้นที่ทั่วเอเชีย
จากนั้นช่วงครึ่งปีหลังลุยจัดต่อเนื่องโร้ดโชว์ เทรดโชว์ อีกไม่ต่ำกว่า 8 งาน ประกอบด้วย
1.ททท.ส่วนกลางกับเดลีทำโร้ดโชว์ ระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน
นี้ นำ KOL จากภูฎานมาสำรวจและโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวเมืองไทย
2.กิจกรรม Sawasdee Thai Festival วันที่ 20-21
มิถุนายน สถานฑูตไทย ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
3.ททท.ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัด ATTA
Roadshow to Korea วันที่ วันที่ 22-26 มิถุนายน 2569 ในเมืองกวางจู
และกรุงโซล
4.Thailand
Festival วันที่ 26-28 มิถุนายน นี้
ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
5.
Thailand Festival วันที่ 27-29 มิถุนายน นี้
ที่ย่างกุ้ง เมียนมา ต่อด้วยโร้ดโชว์ วันที่ 30 มิถุนายน
ที่โรงแรมชาเตรียม เมียนมา
6.โร้ดโชว์ร่วมกับแอตต้าจัด TAT&ATTA Roadshow to Taiwan 2026 วันที่ 4-7 กรกฎาคม 2569ที่เมืองไถจง
และไทเป ไต้หวัน
7.ไทยแลนด์ โร้ดโชว์ วันที่ 17-20 สิงหาคม นี้ ที่
มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
8.เข้าร่วมงานงานใหญ่เทรดและแฟร์ Tourism EXPO Japan (TEJ)
2026 วันที่ 24-24 กันยายน ที่กรุงโตเกียว
ญี่ปุ่น
นางสาวภัทรอนงค์
กล่าวว่า ทั้ง 8 งาน จะเป็นพลังกระตุ้นตลาดเอเชีย แปซิฟิกใต้
เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทยเติบโตเพิ่มขึ้นช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป
จากการที่ ททท.ได้จัด “Thailand Festival” แต่ละพื้นที่จะมีพันธมิตรสายการบินนานาชาติของไทยและประเทศอื่น ๆ
เข้าร่วมด้วย โดยมุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยว/Consumer โดยตรง
เช่น ไทยเฟสต์ ที่เกาหลี มีการบินไทย แอร์เอเชีย เข้าร่วมนำเสนอขายตั๋วโดยสารพิเศษ
ส่วน “Roadshow-Tradeshow”
จะเป็นงานจับคู่เจรจาธุรกิจต้องรอผลหลังเสร็จสิ้นงานไปสักระยะหนึ่ง เช่น
โร้ดโชว์ที่เกาหลี ไทเป (ไต้หวัน) ต้องใช้เวลาทำแพกเกจวางตลาดอีก 2-3 เดือน
ททท.คาดหวังให้ผู้ประกอบการไทยไม่ตื่นตกใจจากภาพรวมปี
2569 ท่ามกลางสถานการณ์โลกผันผวนรุนแรงขนาดนี้
แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยลดลงเพียง 2-3 % นับเป็นการประคองสถานการณ์ตลาดได้เป็นอย่างดี
แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขนำกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามากระตุ้น
“ตลาดดาวรุ่ง” ฟื้นตัวกลับมาให้เร็วที่สุด เช่น
นักท่องเที่ยวจีนดึงจำนวนเข้ามาเติมห้องพักโรงแรม สายการบินต่าง ๆ
และผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวครอบคลุมทุกกลุ่ม
แต่ก็มี
“สัญญาณพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไป” จะเดินทางแบบอิสระโดยลำพัง (FIT) มากกว่าเป็นหมู่คณะ (GIT)
ททท.จึงต้องหันมาเน้นการเพิ่มจุดขาย “ประสบการณ์ที่มีความหมาย”
ควบคู่การเพิ่มการเดินทางบก จากมาเลเซีย หรือเจาะกลุ่มรักษาพยาบาล จากเมียนมา
สปป.ลาว
โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้ามาร่วมกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขายได้ทุกโปรแกรม
โดยภาพรวมขณะนี้สถานการณ์ตลาดระยะใกล้
(Short haul) ภาพรวม
5 เดือนแรก ระหว่างมกราคม-พฤษภาคม 2569 นักท่องเที่ยวเอเชีย และแปซิฟิกใต้
เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ประกอบด้วย
“นโยบายวีซ่าอินเดีย”
ย้อนกลับมาใช้ระบบ Visa
on Arrival (VoA) ซึ่งนโยบายวีซ่าที่ปรับใหม่นี้จะไม่กระทบความสัมพันธ์ที่ดีและนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่จะเดินทางมาไทย
เพราะ ททท. ไม่ได้มองแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่มุ่งการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและธุรกิจ
เช่น งานเทศกาล Namaste Thailand หรือร่วมมือเอกชนให้มากที่สุด
สถิติปี
ตั้งแต่ 1 มกราคม -31 พฤษภาคม 2569
อินเดียเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้วกว่า 1.06 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน
7.98% และตลอดปี 2568
มาเที่ยวเมืองไทยกว่า 2.49 ล้านคน เติบโต 16%
สำหรับ “ตลาดดาวรุ่ง” ที่เริ่มมีสัญญาณ
“หดหรือชะลอตัว” ททท.พยายามเร่งแก้ไขเชิงรุก เช่น
“จีน”
ดาวรุ่งที่ครองแชมป์มาไทยมากสุด 5 เดือนแรก ปี 2569 รวมกว่า 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 19% เป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี
ททท.กำลังเดินหน้าส่งเสริมตลาดในเมืองรองของจีน และโปรโมทท่องเที่ยวเมืองรองของไทยด้วย
“มาเลเซีย”
ปีนี้มีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 1.74 ล้านคน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลบางสัปดาห์เพิ่มขึ้นกว่า
110% จะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางบกมากขึ้นตั้งแต่บัดนี้ต่อเนื่องปี 2570
เป็นต้นไป
“เมียนมา” มาแรงมากปีนี้เติบโตสูงถึง
24% โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางมารักษาพยาบาล (Medical Tourism) และการศึกษา
“เกาหลีใต้และเวียดนาม”
เริ่มหดตัวลงด้วยหลายปัจจัย ทั้งจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ
การกระตุ้นการท่องเที่ยวจากประเทศคู่แข่ง ดังนั้น
ททท. จะแก้ไขด้วยการส่งเสริมท่องเที่ยวสองตลาดนี้ด้วย 3 แนวทาง คือ
แนวทางที่
1 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์
เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงความคุ้มค่าเลือกมาเที่ยวเมืองไทย ภายใต้แคมเปญหลัก
Healing is the new luxury บูมขายไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบเปิดให้นักท่องเที่ยวเลือกสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมกของตนเอง
แนวทางที่
2 ส่งเสริมท่องเที่ยวขับรถเที่ยว "Drive
Tourism" ข้ามพรมแดนทางบกเชื่อมโยงต่อกันได้ง่ายกับทางอากาศ
ทำให้โปรโมทเมืองรองในพื้นที่ใกล้พรมแดนสะดวกมากขึ้นด้วย
แนวทางที่ 3 ทำตลาดแบบพุ่งเป้า หรือ "Targeted Marketing" เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เช่น กลุ่มที่มาเพื่อกิจกรรมเวลเนส กีฬา ไมซ์/MICE เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายเงินสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ซื้อแคชการ์ดรับฟรีกิฟท์การ์ดได้ถึง14,500บาท
ปรับโปรครั้งใหญ่! คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ให้สมาชิกบัตร POWER PASS สัญชาติไทยเท่านั้น 1.เพียงซื้อ CASH CARD ใหม่ ใช้ช้อปได้ทุกโซน! 2.รับฟรี! GIFT CARD ช้อปได้รวมสูงสุด 14,500 บาท โปรนี้ต้องรีบมาช้อปก่อนหมด
-คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ก่อนช้อป 1.ซื้อแคชการ์ด มูลค่า 5,000 บาท รับกิฟท์ การ์ด ฟรี 2,000 บาท รวมแล้วจะได้สิทธิ์ช้อปได้จริงทั้งหมด 7,000 บาท 2.ซื้อแคชการ์ด มูลค่า 10,000 บาท รับกิฟท์ การ์ด ฟรี 4,500 บาท รวมแล้วจะได้สิทธิ์ช้อปได้จริงทั้งหมด 14,500 บาท
-คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต
ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ก่อนช้อป ซื้อแคชการ์ด มูลค่า 10,000 บาท
รับกิฟท์ การ์ด ฟรี 2,000 บาท
รวมแล้วจะได้สิทธิ์ช้อปได้จริงทั้งหมด 12,000 บาท
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์นำน้ำหอมกลิ่นฮ็อตซื้อไม่ขั้นต่ำ1ขวดลด40%
คิง
เพาเวอร์ จับมือแบรนด์ดังให้นักช้อปรับแบบไม่ยั้ง “น้ำหอมกลิ่นฮิต”
ช้อปก่อนบินได้ราคาคุ้มสุด ช้อปโดยไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ 1
ขวดก็ได้ลดทันที สูงสุด 40% ที่ คิง เพาเวอร์
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
“น้ำหอม-สกินแคร์”
แบรนด์ดังที่คัดมาแล้วว่าคนไทยต้องชอบ เข้าร่วมรายการแบบจัดเต็มมากกว่า 42 รายการ แบรนด์ดังในดวงใจพาเหรดกันมาให้เลือกช้อปทั้ง
ESTEE LAUDER • JO MALONE •
LANCOME • YVES SAINT LAURENT • SULWHASOO และแบรนด์อื่นๆ
อีกมากมาย
โดยให้สิทธิ์พิเศษกับนักช้อปที่ชำระด้วยบัตรเครดิตที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น
ก่อนช้อปสามารถตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชั่น แบรนด์ และสินค้าที่ร่วมรายการ ที่จุดขาย
ก่อนทุกครั้ง
ข่าวที่ 3-รอบสุดท้ายที่คิงเพาเวอร์ออนไลน์20-21มิ.ย.นี้ซื้อ3ชิ้นลด30%
คิง เพาเวอร์
เปิดรอบสุดท้าย..2 วันเท่านั้น!! WEEKEND BEAUTY TRIO วันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 เช็กอินความสวย...
รับดีลสุดพิเศษ รวมไอเทมบิวตี้ตัวท็อป ที่จะเติมลุคให้เปล่งประกายตลอดสุดสัปดาห์
ช้อปง่าย!! ดีลคุ้ม ที่คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เท่านั้น
สั่งซื้อล่วงหน้าได้เลยตั้งแต่ 60 วัน จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนบิน
2 ชั่วโมง พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
เปิดรอบสุดท้าย
!! ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 3 ชิ้นขึ้นไป ด้วยรหัสส่วนลด WBJUN2 เลือกสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ
เสาร์ที่ 20- อาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน นี้
เท่านั้น ตามเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ ระบุไว้
-สินค้า
Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย!
รับสินค้าที่สนามบิน แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 62,800 บาท รับเลย! ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์
รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท(สุทธิ)
ข่าวที่ 4-ททท.งัด4ยุทธศาสตร์ดันไทยผู้นำตลาด“อีเวนต์ฮับ365 วัน”
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุม “Event
Hub Destination 365 Days” ยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทศกาลและความบันเทิงระดับนานาชาติ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเดินทางเต็มรูปแบบ จากแนวคิด “Tourism Economy” หรือเศรษฐกิจการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม สู่ “Travel Economy” เน้นสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางคุณภาพสูงจากทั่วโลกออกเดินทางผ่านกิจกรรม
เทศกาล ประสบการณ์อันหลากหลายตลอด 365 วัน ภายใต้แนวคิด “ไทยเที่ยวไทย
เที่ยวได้ทั้งปี”
ผู้ว่าการ
ททท.พร้อมด้วย นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว
นายทวีเดช ทองอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม และคณะผู้บริหารและทีมงานฝ่ายกิจกรรม
พันธมิตรภาคเอกชนจากอุตสาหกรรมอีเวนต์และการท่องเที่ยว
ประชุมความร่วมมือกับผู้จัดงานอีเวนต์ (Event Organizers) และพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำจากทั่วประเทศ
ร่วมกันกำหนดทิศทางและบูรณาการยกระดับไทยเป็น “Event Hub Destination 365
Days” หรือศูนย์กลางด้านความบันเทิงและเทศกาลระดับนานาชาติของภูมิภาค
และเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี และสร้างระบบตัวชี้วัดเศรษฐกิจการเดินทาง
(Travel Economy) ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์
ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่
1 World Class Infrastructure : ยกระดับและปรับโฉมสถานที่จัดงานอีเวนต์ในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ
โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางเมือง
เพื่อรองรับการจัดงานระดับนานาชาติและสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพให้ผู้เข้าร่วมงาน
ยุทธศาสตร์ที่
2 Global Megafestivals Ecosystem : ผลักดันการดึงดูดและสร้างสรรค์เทศกาลระดับโลกให้เข้ามาปักหมุดในเมืองไทย
พร้อมสนับสนุนเทศกาลไทยเติบโตสู่เวทีสากล
สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ยุทธศาสตร์
3 Digital & AI Integration : สนับสนุนนโยบายภาครัฐประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “Amazing
Thailand 365 วัน มหัศจรรย์เมืองน่าเที่ยว” โดยนำ Generative
AI มาใช้วางแผนการเดินทาง แนะนำกิจกรรม
จัดทำปฏิทินอีเวนต์ตลอดทั้งปี
ยุทธศาสตร์
4 Global Best Practices : ยกระดับมาตรฐานการจัดงานสู่ระดับสากล ทั้งด้านการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd
Management) ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบคมนาคมขนส่ง
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ททท.
ได้กำหนดกรอบการสนับสนุนกิจกรรมและเทศกาลเป็น 3 ระดับ
เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ได้แก่
● World
Events กิจกรรมระดับโลกที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
เช่น สงกรานต์ เวิลด์ เฟสติวัล และ มหาลอยกระทง
● National
Events กิจกรรมระดับประเทศที่ส่งเสริมการเดินทางข้ามภูมิภาค
ช่วยเพิ่มระยะเวลาพำนักและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติ
● Regional
Events กิจกรรมระดับภูมิภาคที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น
เชื่อมโยงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชน กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก
และส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ
ข่าวที่
5-บางจากติด Fortune
Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่ 3
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ในการประกาศรายชื่อ Fortune
Southeast Asia 500 ประจำปี 2569 บางจากได้รับการจัดอันดับที่ 21 ของบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 500 บริษัท ทำสถิติคว้าอันดับดังกล่าวติดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงกลุ่มบริษัทบางจากมีความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค
ปีนี้ บางจากฯ ยังคงได้รับการจัดให้เป็นบริษัทไทยอันดับ 4 และรักษาอันดับ 2 ในกลุ่มบริษัทพลังงานของไทย
สะท้อนความสามารถในการแข่งขัน และกลุ่มบริษัทบางจากบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานภูมิภาคนี้
ทางนิตยสาร Fortune เป็นผู้จัดอันดับเป็นปีที่ 3 โดยวิธีรวบรวมรายชื่อ 500 บริษัท ที่มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แล้วพิจารณาจากรายได้ปีงบประมาณ 2568 ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์
และกัมพูชา
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบางจากได้รับการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งด้านการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดพลังงานโลก
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากพนักงานทุกคนมีความมุ่งมั่นร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
พร้อมสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ และบางจากยังยืนยันบทบาทในฐานะบริษัทพลังงานชั้นนำของไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล
สำหรับ
Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2569 ได้จัดอันดับรายชื่อบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคประจำปีครั้งที่ 3 โดย Fortune และเผยแพร่ผ่าน Fortune.com/Asia เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569
ข่าวที่
6-TCEB-ก.พลังงานนำGASTECH2026ปั้นเลกาซี่เอ็กซิบิชั่นฮับ
ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสตร์
รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บร่วมกับกระทรวงพลังงาน และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนต์
จำกัด จับมือพันธมิตรภาคเอกชนด้านพลังงาน ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech
2026
งานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของโลก วันที่ 14–17 กันยายน 2569
ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา
เป็นการรวมตัวผู้นำด้านพลังงาน ผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน
และบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก เดินทางมาร่วมกำหนดทิศทางความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต
ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยบนเวทีพลังงานระดับนานาชาติ
ทีเส็บเป็นองค์กรที่มีบทบาทยื่นเสนอสิทธิ์ร่วมกับกระทรวงพลังงานและผลักดันไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ
ด้วยการประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน
และพันธมิตรในอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อมจัดงานระดับโลก
พร้อมกับใช้โอกาสนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันของไทยด้วย
ทีเส็บเดินหน้าใช้ Gastech
2026 เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด MICE for Economic
Transformation ดึงดูดการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ การยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ
โดยคาดจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 14,620 ล้านบาท
รวมทั้งสนับสนุนและประสานความร่วมมือทำ
Spouse Program ภายใต้กลยุทธ์ 3S – Stay Longer,
Spend More และ See You Again ขยายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ภาคการท่องเที่ยวและบริการ
เพิ่มการใช้จ่าย สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ส่งเสริมการเดินทางกลับมาเยือนไทยในอนาคต
งาน Gastech 2026 เป็นมากเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก
นั่นคือยังเป็นอีเวนต์ขยายผลสร้างคุณค่าต่อเนื่องในระยะยาว (Legacy Event) ตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะ ศูนย์กลางการจัดงานนานาชาติ และเอ็กซิบิชั่น ฮับ
ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ช่วงที่ 2 ไปเที่ยวเมืองไทยใกล้บ้านด้วยกัน หน้าฝนสดใส ไปสุขทันทีที่ “ราชบุรี”
ชวนไปเพลิดเพลินระหว่างปลายมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ ได้ถึง 3 งาน “AgriExpo” โพธาราม “ทัวร์ผลไม้”
บ้านยางหัก ปากท่อ และ “ราชบุรีไพรด์” ในอำเภอเมือง แล้วฟัง “5
วิธีดูแลสุขภาพหน้าฝน” ปลอดภัยไร้โรค ฟังข่าวฮ็อต ข่าวแรก “ททท.ปั้นสินค้าใหม่” Surf Therapy-Science Wellness รุกตลาไฮเอนด์
ข่าวที่สอง “Scoot ชูธีมซูเปอร์ฮีโร่สไปเดอร์แมน”
ดึงผู้โดยสารเริ่ม 30 มิ.ย.นี้
ท่องเที่ยว –เที่ยวราชบุรี 3 งาน“AgriExpo-ทัวร์ผลไม้-ราชบุรีไพรด์”
ได้เวลาเที่ยวหน้าฝนใกล้กรุง กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานราชบุรี ชวนเปิดประสบการณ์สุขทันที เที่ยวงานเกษตรแห่งปีที่โพธาราม
เดินชิมผลไม้บ้านยางหัก อำเภอปากท่อ และเที่ยวไพรด์อีเวนต์แห่งปี ระหว่างปลายมิถุนายน-กรกฎาคม นี้ เช็คอินฟินได้
3 พิกัด
พิกัดที่ 1 เที่ยวฟรี "Agri
Expo @ ราชบุรี 2569" วันที่ 26 มิถุนายน -5 กรกฎาคม
นี้ที่บริเวณศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอโพธาราม ชวนกันมา ชม ชิม ช้อป เรียนรู้
ครบจบในงานเดียว รวมความสุขของคนรักเกษตร เที่ยวงานแห่งปีในภาคกลางตอนล่างด้วยกัน
นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินได้ทุกวันตั้งแต่เช้า
08.30 น.ไปจนถึงค่ำ 20.00 น. แนะนำเช็คอิน จุดถ่ายรูปในอุโมงค์กล้วยไม้สุดอลังการ ทางเดินพฤกษาสับปะรดหลากสี
ทุ่งดอกคอสมอสสุดโรแมนติก ช้อปเพลินกับสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูปคุณภาพดี
เรียนรู้เรื่องพืช ปศุสัตว์ และประมง
อัปเดตนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่สนุกกับกิจกรรมการแข่งขันและการประกวดมากมายตลอดงาน
พิกัดที่ 2 เที่ยวงาน
"เทศกาลผลไม้ตำบลยางหัก ประจำปี 2569" วันที่ 26-30 มิถุนายน
บริเวณหน้าวัดยางคู่ ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เยือนชุมชนยางหัก
ถิ่นผลไม้หวาน ทุกลูก ทุกคำ คือความสุข เทศกาลแห่งความอร่อยและเสน่ห์วิถีชุมชน
ที่รวบรวมผลไม้คุณภาพจากสวนของเกษตรกรตำบลยางหัก ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ มังคุด
ลองกอง และผลไม้ตามฤดูกาล สดจากสวน ส่งตรงถึงมือ ภายในงานพบกับกิจกรรม ดังนี้
ชิมและเลือกซื้อผลไม้คุณภาพจากสวนในราคาย่อมเยา
เที่ยวชมสวนผลไม้ เรียนรู้วิถีชีวิตชาวสวน ชมการแสดงและกิจกรรมความบันเทิงมากมาย
ถ่ายภาพเช็คอินกับบรรยากาศสวนผลไม้และธรรมชาติที่สวยงาม
พิกัดที่ 3 สนุกกับงาน "Ratchaburi
Pride 2026 : All color All love All Pride" วันที่ 27 มิถุนายน 2569 พบกันเวลาบ่าย 15.00 น. ที่ ลานเด็กดิน ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา อำเภอเมือง
สัมผัสความหลากหลายทางเดยิ่งใหญ่จะเปลี่ยนเมืองโอ่งให้กลายเป็นสีรุ้ง
คัดกิจกรรมเด่น ๆ มาต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้วยพิธีเปิดสุด Proud ตื่นตากับโอเพนนิ่งโชว์ การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และโคฟเวอร์แดนซ์ ลานโชว์ Born
To Be สนุกบนสตรีทอาร์ตร่วมวาดธง Pride สไตล์เรา
รอฟังคอนเสิร์ตพิเศษจาก "TOW TAO"
ช้อปกระจายได้ที่ ตลาดอาร์ต ตลาดสีรุ้ง ตลาดชุมชน พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย บนโลกใบนี้มีความหลากหลายคอยสร้างสีสันให้การท่องเที่ยวเมืองโอ่งคึกคักตลอดงาน
สุขภาพ –5 วิธีดูแลสุขภาพหน้าฝนปลอดภัยไร้โรคมีความสุข
1.รักษาความอบอุ่นของร่างกาย เมื่อร่างกายเปียกฝนหรืออยู่ในที่อากาศเย็นเป็นเวลานาน
ระบบภูมิคุ้มกันอาจทำงานลดลง
แนะนำ : เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อเปียก เช็ดผมให้แห้ง โดยเฉพาะก่อนนอน พกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตั
ว หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์ทันทีหลังเปียกฝน เพราะการรักษาอุณหภูมิร่างกายให้สมดุล
จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจได้
2.ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ เชื้อโรคช่วงหน้าฝนสามารถปนเปื้อนมากับน้ำหรือพื้นผิวต่าง
ๆ
แนะนำ : ล้างมือด้วยสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที ล้างก่อนกินอาหาร
และหลังสัมผัสสิ่งสาธารณะ ใช้เจลแอลกอฮอล์เมื่อไม่สะดวกล้างมือ เพราะการล้างมือเป็นวิธีง่ายที่สุดในการลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
3.รับประทานอาหารสุก สะอาด และครบ 5 หมู่ หน้าฝนมักพบโรคทางเดินอาหาร
เช่น อาหารเป็นพิษ หรือท้องเสีย
แนะนำ : เลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงกินของค้างคืนหรือวางไว้นาน ดื่มน้ำสะอาดหรือต้มน้ำดื่ม
ควรเสริมผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
4.ระวังยุงและน้ำขัง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย
ซึ่งอาจนำไปสู่โรคไข้เลือดออก
แนะนำ : กำจัดแหล่งน้ำขังรอบบ้าน ใช้ยากันยุง หรือสวมเสื้อแขนยาว ติดมุ้งลวดในบ้าน
หากมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว หรือมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง
ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
5.พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
นอนหลับ 7–8 ชั่วโมงต่อวัน ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อย 3
ครั้ง/สัปดาห์ หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู
และลดโอกาสเจ็บป่วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ททท.ปั้นสินค้าSurf Therapy- Science Wellness รุกไฮเอนด์
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า ททท. จัดทำโครงการ “Thailand
Health Excellence 2026” ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตภูเก็ต, La Vita Sana, Memories Surf House, Span Global และ Waves for
Change จากแอฟริกาใต้เป็นองค์กรด้านเซิร์ฟเทอราปี ช่วยกันยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย
เตรียมความพร้อมรองรับการจัดงานดังกล่าวในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยจะนำเสนอแนวคิด รูปแบบประสบการณ์ ทิศทางการพัฒนา
Thailand Surf Therapy ต่อ สื่อ ผู้ประกอบการ
และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ
จึงนำร่องจัดกิจกรรม “Thailand Surf Therapy Real Experience
& Trust Building Journey” ขึ้นก่อนเมื่อ18-19 มิถุนายน 2569
ที่เมมโมรี่ เซิร์ฟ เฮาส์ จังหวัดพังงา เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ได้มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สัมผัสประสบการณ์จริงร่วมพัฒนาต้นแบบ Thailand
Surf Therapy สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย ผลักดันสู่จุดหมายปลายทางเวลเนสและ
Science-Based Wellness ชั้นนำของเอเชีย
โดยได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นในรูปแบบ
Real
Experience & Trust Building Journey เชิญพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สื่อมวลชน 36 ราย มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
รับฟังข้อเสนอแนะ และออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเอง เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์
(Co-Creation) สร้างความเข้าใจถึงศักยภาพของ Surf
Therapy การท่องเที่ยวไทย จากการประยุกต์องค์ความรู้ด้าน Surf Therapy ระดับนานาชาติ และหลักการ Science-Based Wellness เข้ากับจุดแข็งและอัตลักษณ์ท่องเที่ยวไทย
พัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูงสร้างคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว ชุมชน
และผู้ประกอบการในระยะยาว ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ เสริมศักยภาพไทยสู่
Wellness
Tourism ชั้นนำของโลก
“ลีอัน ปาปิเยร์” ผู้แทนจาก Waves for Change กล่าวว่า Surf Therapy เป็นกระบวนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาความมั่นใจในตนเอง
สร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ เรียนรู้การจัดการอารมณ์
สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายผ่านพลังธรรมชาติและท้องทะเล น่ายินดีที่ครั้งนี้ได้ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์กับไทย
เพื่อร่วมสำรวจแนวทางการประยุกต์ใช้ Surf Therapy ให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย
ข่าวที่สอง –Scootชูธีมซูเปอร์ฮีโร่สไปเดอร์แมนดึงผู้โดยสารเริ่ม30มิ.ย.
“Scoot” สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์แอร์ไลน์
(SIA) ประกาศความร่วมมือกับ Sony Pictures ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Spider-Man: Brand New Day ตั้งแต่วันนี้ -13 กันยายน 2569 ซูเปอร์ฮีโร่แมงมุมผู้เป็นที่รักของทุกคน
จะโหนใยมาบุกเครื่องบิน Scoot ถึง 2 ลำ
ทั้งแอร์บัส A321neo และ โบอิ้ง B787 Dreamliner ให้ผู้โดยสารสนุกกับธีม “Spidar-Man” สุดไอคอนิก ทั้งเส้นทางบินระยะสั้น
กลาง หรือไกลข้ามทวีป
ภายในเครื่องบินจะเต็มไปด้วยลวดลายสติ๊กเกอร์และผ้าคลุมพนักพิงศีรษะลายพิเศษ
พร้อมเพลงประกอบจาก Sony Pictures Spider-Man: Brand New Day
ผู้โดยสารยังจะได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
เช่น ป้ายห้อยกระเป๋า หรือ ถุงผ้าพับได้รักษ์โลก เมื่อซื้อสินค้าบนเครื่อง
ตามเงื่อนไขที่กำหนด
นำร่องใน “เที่ยวบินปฐมฤกษ์” ของเครื่องบินธีมนี้จะเริ่มด้วย
โบอิ้ง B787 Dreamliner ธีม Spider-Man เดินทางสู่โตเกียว
(ฮาเนดะ) ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ตามด้วยแอร์บัส
A321neo บินสู่เชียงใหม่ วันที่ 1 กรกฎาคม
2569
หลังจากนั้นทั้ง 2 ลำ จะสลับให้บริการในหลายเส้นทางทั้ง ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์
และไทย เครื่องบินธีมพิเศษยังคงบินตาเส้นทางปกติอื่น ๆ ด้วย
ผู้โดยสารที่ไม่ได้จองเที่ยวบินธีมนี้โดยเฉพาะ
อาจได้สัมผัสเครื่องบินสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้แบบเซอร์ไพรส์
ถือเป็นการเพิ่มความตื่นเต้นและสีสันให้การเดินทางและเพิ่มประสบการณ์ที่น่าจดจำกับ
Scoot
ประสบการณ์เต็มรูปแบบ การเดินทาง Spider-Man:
Brand New Day with Scoot จะเริ่มตั้งแต่ เคาน์เตอร์เช็คอินที่ “สนามบินชางงี”
สิงคโปร์ เทอร์มินอล 1 จัดให้มีจุดถ่ายรูปธีม Spider-Man
รอต้อนรับผู้โดยสารทุกคน
นายคาลวิน ชาน
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ Scoot กล่าวว่า ทางสายการบินตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Sony
Pictures ใน Spider-Man : Brand New
Day มอบประสบการณ์การเดินทางสมจริงและน่าจดจำให้ผู้โดยสาร
นอกเหนือจากความมุ่งมั่นให้บริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่าแล้ว
ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึง Scoot ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด
และคิดค้นวิธีใหม่ ๆ นำมาสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเสมอ
“เที่ยวบินธีมพิเศษ” ของ Scoot
จะมีสัญลักษณ์ระบุไว้เมื่อสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์, แอปพลิเคชันมือถือ และ WeChat Mini Program ตารางบินของเครื่องบินธีมนี้จะอัปเดตบนเว็บไซต์
Scoot และอาจเปลี่ยนแปลงตามการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ติดตามข้อมูลเพิ่มถึงความร่วมมือกับ Spider-Man:
Brand New Day with Scoot สุดลิมิเต็ด และตารางเที่ยวบินได้ที่ www.flyscoot.com
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.








