วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยวThe Year of Transformation รุก3กลยุทธ์ผนึก2ตลาด“ในประเทศ+Shorthaul”ผสมจุดขายใหม่ 4 มิติ

 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยวThe Year of Transformation

รุก3กลยุทธ์“เพิ่มกำลังซื้อ-กระตุ้นการใช้เงิน-กระจายรายได้”

ผนึก2ตลาด“ในประเทศ+Shorthaul”ผสมจุดขายใหม่ 4 มิติ

ปลุกท่องเที่ยวทั่วไทยเสกคาถาเดียวกันเพิ่มรายได้5ทิศทาง

คิงเพาเวอร์เปิด4สนามบินช้อปดีลคุ้มแห่งปีลดสูงสุด 35%

ช้อปด่วน!!คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิด 2 วันสุดท้ายรับ 3 ฟรี

คิงเพาเวอร์3สนามบินชูไอเทมใหม่น้ำหอมNicheแบรนด์ดัง

ททท.ปลุกเที่ยวไทย3โปรเจกต์“โปรตั๋ว-ทัวร์กรุ๊ป-8กิจกรรม”

บางจากออกสเตทเมนท์ย้ำก.ล.ต.อายัดหุ้นไม่กระทบธุรกิจ

เที่ยวซิกเนเจอร์บางโพ กทม.เติมประสบการณ์ฟิน4Wonders

5วิธีที่คนไทยต้องเตรียมพร้อมเสมอรับมือกับทุกภัยพิบัติ

เยือนเย็นฯชวนไปงาน“Palliative Care Day 2026”31ต.ค.69

“สนามบินดอนเมือง”เริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ1พ.ย.69

 

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวย่านบางโพ4Wonders #เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ติดเทอร์ท่องเที่ยวปี’70  “The Year of Transformation” ออกตัวแรงไฮซีซั่นปลายปีนี้งัด 3 กลยุทธ์ ลุย “เพิ่มกำลังซื้อตลาดระยะไกล” ร่วมกับแอร์ไลน์สและแพลตฟอร์มท่องเที่ยว รุก “สร้างแม่เหล็กให้คนมาใช้เงินเพิ่มในไทย” 2 โปรเจกต์ Unseen Look Perience+Healing Journey โหม “กระจายรายได้สู่เมืองรอง” บูมขายอีเวนต์ Night Economy พร้อมใช้โครงสร้างใหม่ 2 ตลาด “ในประเทศกับเอเชีย แปซิฟิก” เสริมพลังแกร่ง 4 มิติ “เน้นสมดุลตลาดเที่ยว 365 วัน ด้วย The Link Plus- ดึงตลาดต่างประเทศสู่ชุมชน 10%-เพิ่มการขายประสบการณ์-ขยายความสามารถการแข่งขัน-ปั้นนิเวศเศรษฐกิจใหม่/Ecosystem” ปลุกทั้งประเทศใช้ยันต์คาถาเดียวกันพุ่งเป้าขับเคลื่อน 5 ทิศทาง “Wellness&Longivity+Festival+Creative Economy+Sustainable&Regenerative+Trusted Thailand

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ประกาศเดินหน้า “The Year of Transformation” เดินหน้าการท่องเที่ยวปีงบประมาณ 2570 ตอนนี้ตรงกับไตรมาสสุดท้ายปี 2569 เป็นฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่นซึ่งมีความท้าทายใหม่ ๆ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือ “เพิ่มมูลค่ามากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว” สร้างความยั่งยืน ยกระดับความเชื่อมั่นประเทศไทยด้วย จึงได้หารือกับรองผู้ว่าฯ ตลาดท่องเที่ยวแต่ละด้าน พร้อมจะร่วมมือกันขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

● กลยุทธ์ที่ 1 เพิ่มกำลังซื้อและเร่งการเดินทางจากตลาดศักยภาพระยะไกล (Longhaul) ยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง โดยร่วมกับสายการบิน บริษัทนำเที่ยว แพลตฟอร์มท่องเที่ยว เพิ่มเที่ยวบิน กระตุ้นยอดจอง ล่าสุดต้อนรับ “เวอร์จิน แอตแลนด์ติก แอร์ไลน์ส” จากลอนดอน(ฮีทโธรว์)-ภูเก็ต

● กลยุทธ์ที่ 2 สร้างเหตุผลใหม่ให้คนเดินทางมาไทยและใช้จ่ายมากขึ้น เพิ่มสินค้าและบริการ ตอบโจทย์กลุ่มที่มาซ้ำ ๆ (Repeater) เติมเต็มด้วยมิติใหม่ ๆ นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง เริ่มตั้งแต่พฤศจิกายน 2569 จะทยอยเปิดตัวโปรดักซ์ใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ 1.Unseen Look Perience ทั้งมิติแหล่งท่องเที่ยว กาลเวลา ตอบโจทย์ความสนใจพิเศษ ซึ่งจะได้เห็นสินค้าใหม่ ๆ ทั่วประเทศรวมทั้งหมด 50 พื้นที่ 2.Healing Journey รองรับตลาดที่มีศักยภาพ


● กลยุทธ์ที่ 3 กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยว ด้วยวิธีส่งเสริมให้นักท่องเที่ยว “พำนักนานขึ้น” หรือเดินทาง จากเมืองหลักต่อไปยัง “เมืองรอง” ได้ใช้จ่ายเงินกับผู้ประกอบการและชุมชนในท้องถิ่นมากขึ้น โดยเพิ่มจุดขายด้วยอีเวนต์การท่องเที่ยวสร้างเศรษฐกิจยามค่ำคืน “Night Economy” กับแพกเกจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ใหม่ ๆ (Creative Tourism)

ถือเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ถวิลหาการเยียวยาสุขภาพกายใจ จึงได้คัดสรรบริการ “Healing +Health & Wellness” ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการแพทย์ผสมผสาน ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุด

ต้องทำให้ทุกการเดินทาง “สร้างรายได้และคุณค่า” ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น สอดคล้องกับแนวทาง “Value over Volume” เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ททท.มุ่งนำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างคุณภาพและความปลอดภัย ขยายสู่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ นำเสนอประสบการณ์ใหม่ เพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ เติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน สอดคล้องกับการจัดทัพโครงสร้างใหม่โดยแต่งตั้ง “นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” เป็นรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ กับนายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ ดูแลตลาดระยะใกล้ (shorthaul) ซึ่งเคยผ่านการดูแลด้านดิจิทัลก็จะเข้าใจถึงเหตุปัจจัยที่จะเพิ่มความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว จึงเป็นแนวทางการยกระดับการทำงานเพิ่มยุทธศาสตร์สำคัญของ ททท.

หัวใจสำคัญของ “ตลาดระยะใกล้” มุ่งเรื่องคุณภาพ การสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวแต่ละคน จะต้องเห็นการเพิ่มขึ้น ครอบคลุมมากกว่าค่าใช้จ่ายนั่นคือ “มูลค่าจากนักท่องเที่ยวแต่ละคน” เมื่อกลับไปแล้ว จะมีสิ่งที่ต่อยอดได้อีก 1.เปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ 2.สร้างการปกป้องวัฒนธรรมและธรรมชาติ 3.เกิดการจ้างงานใหม่ในพื้นที่

ส่วนการปรับโครงสร้างใหม่ในองค์กร จะเน้นการทำงานสอดประสานพลังกันอย่างเข้มแข็ง 4 มิติ ได้แก่

● มิติที่ 1 สร้างสมดุลตลาดและเพิ่มโอกาสการเดินทางตลอดทั้งปี จากการขาย “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” ภารกิจของตลาดในประเทศกับตลาดระยะใกล้จะต้องรู้ถึง “พื้นที่แต่ละชุมชน” จะสามารถจับคู่นำไปขายให้ตรงกับตลาด ททท.จะใช้โครงการ “The Link Plus” ที่มีประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) +นวัตกรรม (Innovation) +เครือข่ายการทำงาน (Net Working) พลัสแหล่งท่องเที่ยวไปยังกลุ่มตลาด แล้วก็มีเครื่องมือ “ตัวชี้วัด” (KPI) ยืนยันว่าแต่ละชุมชนท่องเที่ยวสามารถขายตลาดต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 10 %

“ช่องทางการทำตลาด” ททท. จะร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการขนส่ง เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ทั้ง ทางอากาศ ทางเรือ ทางบก/รถไฟ/รถยนต์ เชื่อมโยงเมืองหลักสู่เมืองรองและชุมชน ส่งเสริมการเดินทางข้ามภูมิภาค เพื่อให้โอกาสทางเศรษฐกิจกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น


● มิติที่ 2 ยกระดับการขายสินค้าสู่การขายประสบการณ์ วันนี้นักท่องเที่ยวต้องการได้ “ประสบการณ์” ตรงกับความสนใจและสร้างคุณค่าทุกการเดินทาง เพื่อไปบอกครอบครัว สังคม ททท.จึงต้องร่วมกันทำความเข้าใจ ออกแบบ สื่อสารประสบการณ์อย่างตรงเป้าหมาย มีตัวอย่างที่จะใช้เทศกาลและอีเวนต์เป็นแรงจูงใจ เช่น เดือนพฤศจิกายน นี้ จะมีงานที่เปิดให้ชม พระพยุหยาตราทางชลมารค งานวิจิตรเจ้าพระยา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานวิจิตรหลายพื้นที่ เช่น ตรัง ร้อยเอ็ด แล้วประสบความสำเร็จอย่างมาก ททท.จึงเริ่มขายงานดังกล่าวในตลาดต่างประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเห็นถึงแม็กเน็ตเทศกาลงานอีเวนต์สำคัญ ๆ ในเมืองท่องเที่ยวรอง

● มิติที่ 3 สร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง

มุ่ง “เพิ่มจำนวน” ผู้เดินทาง ไปสู่การ “สร้างมูลค่า” จากการท่องเที่ยว ทั้งกาใช้จ่ายต่อทริป ระยะเวลาพำนัก และการเดินทางซ้ำ หันมาค้นหา “ประสบการณ์ใหม่” ในไทย ทั้งด้าน Wellness, Gastronomy วัฒนธรรม และเทศกาลต่าง ๆ  



“ตลาดระยะใกล้” จะเจาะความสนใจนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศที่แตกต่างกันให้ตรงกลุ่มมากขึ้น เช่น

-“ตลาดสิงคโปร์” เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยซ้ำ ๆ (Revisit) สูงมากกว่า 80 % จึงเน้นการทำงานร่วมกับต่างชาติที่พำนักในสิงคโปร์ (Expat) บวกคนท้องถิ่นชาวสิงคโปร์ ต่อยอดกระตุ้นให้ใช้จ่ายเพิ่มด้วยการเสนอประสบการณ์ด้านอาหารและไลฟ์สไตล์

-ตลาดไต้หวัน ล่าสุดการประชุม IMF World Bank Annaul Meeting 2026 จัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ไทยสามารถชูประสบการณ์เอกลักษณ์ด้านอาหารท้องถิ่นไทย หรือเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ผ่านแคมเปญ Go Thai Be Free เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภาพลักษณ์ประเทศไทยเปิดกว้างและเป็นมิตร

-ตลาดอินเดีย ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมหาศาล ถือเป็น     All-Year Destination เราจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Health & Wellness, Incentive, Luxury, Golf และ Wedding & Celebrations

● มิติที่ 4 การทำงานเป็นหนึ่งเดียวทั้งอุตสาหกรรม เพื่อให้การเติบโตทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) ส่งต่อถึงผู้ประกอบการและชุมชน เพราะ ททท. ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและยั่งยืน จึงต้องประสานกับทุกภาคส่วน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สายการบิน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว แพลตฟอร์มต่าง ๆ ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมกันขับเคลื่อน โดยใช้ “คาถาเดียวกัน” ทุกคนที่อยู่ในอีโคซิสเต็มยึด “ยันต์”

โดยมี ททท.เป็นออเกสเตเตอร์บรรเลงเพลงอย่างเข้มข้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศครบ 4 มิติ ได้แก่ 1.ความซื่อสัตย์ 2.ความปลอดภัย 3.การพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพ 4.ตอบโจทย์ประสบการณ์ที่มีคุณค่า

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่า ปี 2570 ททท. เปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ จากการเป็น Tourism Promoter หรือผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ไปสู่การเป็น Tourism Ecosystem Orchestrator หรือผู้ประสานและออกแบบระบบนิเวศการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด "The Year of Transformation" โดยมองเทรนด์ตลาดโดยใช้ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวถวิลหาเชื่อมโยงตอบโจทย์ “กลุ่มเป้าหมาย” แล้วก็สามารถ “สร้างรายได้จริง” โดยได้วางการขับเคลื่อนสำคัญด้ว 5 ทิศทาง


● ทิศทางที่ 1 Wellness and Longevity Tourism ผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการเยียวยาระดับโลก ด้วยแคมเปญ “Healing is the New Luxury” นำความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ภูมิปัญญาไทย อาหาร ธรรมชาติมาสร้างประสบการณ์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มาเป็นจุดขายอย่างชัดเจน เตรียมเปิดตัว “10 Signature Health Journeys” ครอบคลุมทั้งการรักษา การฟื้นฟู การเยียวยาจิตใจ และกิจกรรม Surf Therapy อย่าง “The Wave of Healing” เปิดไปแล้วที่พังงา เปลี่ยนกิจกรรมท่องเที่ยวให้เป็นประสบการณ์ฟื้นฟูสมดุลกายและใจ

● ทิศทางที่ 2  Festival Economy จะใช้เทศกาลเป็นเหตุผลให้คนเดินทางมาไทยได้ตลอดทั้งปี          ไม่ใช่เฉพาะช่วงวันหยุด เพิ่มการขายวันธรรมดา สุดสัปดาห์ และทุกวันดังนี้

-ต่อยอดงานเทศกาลดนตรี กีฬา และกิจกรรมยามค่ำคืน นำเสนอขายตลอดปี ช่วงปลายปี 2569 มีไฮไลต์เช่น Tomorrowland Thailand, EDC Thailand และ Wonderfruit

-ยกระดับประเพณีท้องถิ่นให้เป็น Signature Events ตลอดปี 2569 ทำอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับนานาชาติ 3 งาน ได้แก่ 1.งานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี 2.งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม 3.เทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร ต่อยอดจากปี 2568 แต่ละงานสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% ปีนี้เมื่อ ททท.เข้าไปเสริมก็จะสามารถกระจายรายได้สู่ภูมิภาคตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้



● ทิศทางที่ 3  Creative Economy จะเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยให้เป็นประสบการณ์  ที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและลงมือทำจริง เช่น

-Meaningful Love Journeyนำเสนอประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของคู่รักและฮันนีมูน ผนวกกับ Solo Journey , Travel Journey ทำให้ไทยตอบโจทย์ Romance Paradise นำเสนอผ่านสินค้า 55 รายการ สอดรับกับโครงการ The Link Plus

-Soul of Siam ยกระดับงานหัตถศิลป์ อัญมณี และสิ่งทอไทยสู่ประสบการณ์พรีเมียม ทำร่วมกับชุมชนต่าง ๆ  4 เส้นทาง ซึ่งแต่ละอัตลักษณ์ เป็นการสร้างสรรค์

-Creatrip Thailand” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ศิลปะ งานคราฟต์ และอาหารท้องถิ่นผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์

● ทิศทางที่ 4  Sustainable and Regenerative Tourism การท่องเที่ยวและฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ไม่ทำให้การเดินทางเพียงแค่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติและชุมชน โดยมีตัวอย่างการทำต้นแบบเมื่อปี 2568  Krabi Prototype สู่ปี 2569  Chiang Mai Prototype ด้วยเส้นทาง “Travel with Care” เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีล้านนาเข้ากับการเดินทางอย่างรับผิดชอบ ผนวกแนวคิด Travel to Revive เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมฟื้นฟูธรรมชาติและชุมชน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมควบคู่การสร้างคุณค่าให้ท้องถิ่น จากนั้นปี 2570 จะต่อยอดทำ Nan Prototype ได้ทำเชื่อมโยงธรรมชาติ วิถีวัฒนธรรม กับการเดินทางอย่างมีคุณภาพชัดเจน

 

● ทิศทางที่ 5 Trusted Thailand เพราะประสบการณ์ที่ดีต้องเริ่มต้นจาก “ความเชื่อมั่น” ททท. จึงมุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานบริการ ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ที่ดำเนินมาแล้วคือ TAT STGs STAR, CF-Hotel และ Thailand Tourism Awards เพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย

ภาพรวมทั้งหมดที่เดินหน้าปี 2570 ททท.ต้องการนำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้ามายกระดับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ ตามแนวคอนเซ็ปต์การเพิ่มมูลค่ามากกว่าปริมาณ Value Over Volume เพิ่มรายได้โดยรวมเติบโตไม่น้อยกว่า 5 % นำไทยก้าวสู่ High-Value & Meaningful Destination อย่างแท้จริง     

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์เปิด4สนามบินช้อปดีลคุ้มแห่งปีลดสูงสุด 35%

“คิง เพาเวอร์” เปิดมหกรรมช้อปดีลคุ้มแห่งปี 4 สนามบิน “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่” แจกกระจายคูปองฟรีช้อปแบรนด์ดัง “บิวตี้-เครื่องสำอาง” ลดสูงสุด 35%

● คิง เพาเวอร์ ท่าสุวรรณภูมิ : ตลุย “แจกฟรี” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี คูปองส่วนลด 500 บาท เพื่อนำไปใช้ลด ON-TOP เมื่อช้อป 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(สุทธิ) ตามด้วยการเลือกไอเทมฮิตแบรนด์ดัง “ลดสูงสุด 35%”

“แบรนด์บิวตี้”  ชวนเก็บยอดซื้อในแต่ละใบเสร็จเพื่อรับส่วนลดสูงสุดตามลำดับดังนี้ ครบ 4,000 บาทขึ้นไป ลด10% ครบ 6,000 บาทขึ้นไป ลด 15% ครบ 8,000 บาทขึ้นไป ลด 20% ครบ 10,000 บาทขึ้นไปลด 25%

“แบรนด์แฟชั่น” ให้สิทธิสมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุด 20% โดยไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ ก็รับไปใช้ช้อปได้

● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง : “แบรนด์บิวตี้” ลดสูงสุด 30% ช้อปครบ 2,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ส่วน “แบรนด์แฟชั่น”  ให้สมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุด 20% โดยไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ

● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ : “แบรนด์บิวตี้” ครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดชัวร์ 500 บาทหรือช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดเป็นเท่าตัว 1,000 บาท

● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานภูเก็ต : “แบรนด์บิวตี้” ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลด 800 บาท “แบรนด์แฟชั่น”  ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 10% แล้วสมาชิก POWER PASS โชว์สิทธิ์ลดเพิ่ม 5%

 


ข่าวที่ 2 -ช้อปด่วน!!คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิด 2วันสุดท้ายรับ3ฟรี 

“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ”  ชวนสายช้อปรีบมาด่วน 2 วันสุดท้าย เพื่อรับดีลเกินคุ้มช่วงนาทีทองต้องได้มาเลือกของถูกใจ ระหว่าง 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2569 มีเซอร์ไพรส์มอบให้ถึง 3 ฟรี ดังนี้

ฟรีแรก ! แจกทุกวันคูปองส่วนลด 500 บาท ไว้ใช้ซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป(สุทธิ) ที่แผนกน้ำหอมและเครื่องสำอาง

ฟรีที่สอง! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท เมื่อซื้อบัตรช้อป ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท นำไปใช้ได้จริงมูลค่าสูงถึง 14,500 บาท “รับเพิ่ม”ได้อีกสูงสุด 5,000 บาท ทันทีที่ซื้อเพิ่มทุก 10,000 บาท

ฟรีที่สาม ! “ลุ้น รับคอนโดหรู” มูลค่ากว่า 8.1 ล้านบาท แค่ช้อปครบ 5,000 บาท(สุทธิ) รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นรางวัล คอนโดมิเนียม พาร์ค ออริจิ้น พญาไท



ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์3สนามบินชูไอเทมใหม่น้ำหอมNicheแบรนด์ดัง

พิเศษ!! ก่อนขึ้นเครื่อง “คิง เพาเวอร์” 3 แห่ง คือ ท่าอากาศยาน “สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต” ชวนช้อปไอเทมใหม่ล่าสุด “5 น้ำหอมกลิ่นเฉพาะ/NICHE” นำโดย  1.ACQUA DI PAR MA FICO DI AMALFI LA RISERVA  2.TOMFORD OUD WOOD EAU DE PARFUM 3.SOLFÉRINO 10 L'ETE AVENUE GABRIEL EAU DE PARFUM 4.MAISON MARGIELA  REPLICA BEACH WALK EDT  5.GIORGIO ARMANI  ARMANI/PRIVÉ THÉ YULONG EAU DE TOILETTE

เมื่อช้อปดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ แต่ละสนามกับแบรนด์สินค้าเข้าร่วมรายการ ยังได้สิทธิ์เพิ่มรับเซ็ตคูปองส่วนลดอีกมากมาย ไว้ใช้ได้ทันทีให้ครบตามยอดที่กำหนด ทำให้ทุกการเดินทางสร้างประสบการณ์การจ่ายอย่างชาญฉลาดอย่างมีความหมายกับผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบแถมใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าด้วย



ข่าวที่ 4-ททท.ปลุกเที่ยวไทย3โปรเจกต์ “โปรตั๋ว-ทัวร์กรุ๊ป-8กิจกรรม”

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องต้นปี 2570 โดยได้เปิด 3 โครงการ 1.บินเที่ยวทั่วไทยฮีลใจทุกทริป 2.Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์ 3.เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY 2026 โสดแล้วไง...ไปด้วยกัน คาดจะสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 629 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและกระจายรายได้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

 

● โครงการแรก “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ดำเนินการภายใต้ Domestic Stimulus ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางทางอากาศ ร่วมกับพันธมิตร 7 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ท บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และอีซี่แอร์ไลน์ มอบส่วนลดค่าตั๋วโดยสารเที่ยวบินในประเทศทุกเส้นทาง 500 บาท/เที่ยว ผ่านรหัสโปรโมชั่น “FLYTODOM” ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพิ่มทางเลือกให้คนไทยออกไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถจองตั๋วโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 ธันวาคม 2569 ใช้เดินทางจริงได้จนถึง 15 มกราคม 2570

 

จองตั๋ว “บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป” ได้ทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันสายการบินที่เข้าร่วมโครงการดังนี้

 

-การบินไทย โทร. 02-356-1111 หรือเว็บไซต์ www.thaiairways.com

 

-ไทยแอร์เอเชีย ผ่านแชต AskBo บนเว็บไซต์ www.airasia.com หรือแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE

 

-ไทยเวียตเจ็ท โทร. 02-089-1909 หรือเว็บไซต์ https://th.vietjetair.com

 

-บางกอกแอร์เวย์ส โทร. 1771 หรือเว็บไซต์ www.bangkokair.com

 

-นกแอร์ โทร. 1318 หรือเว็บไซต์ www.nokair.com

 

-ไทยไลอ้อนแอร์ โทร. 02-529-9999 หรือเว็บไซต์ www.lionairthai.com

 

-อีซี่แอร์ไลน์ โทร. 02-096-2916 หรือเว็บไซต์ www.ezyairlines.com

 

● โครงการที่ 2  “Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์” ททท. ส่งเสริมการเดินทางเป็นหมู่คณะครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค โดยร่วมกับพันธมิตร 9 หน่วยงาน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) และสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

 

ทำโปรโมชั่นร่วมกันมุ่งนำเสนอท่องเที่ยวภายในประเทศ สนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายรถโดยสารไม่ประจำทางให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่

 

-รถบัส สนับสนุน 10,000 บาท/คัน/วัน สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท/ทริป กับคณะที่มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 30 คน/คัน

 

-รถตู้ สนับสนุน 2,500 บาท/คัน/วัน สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท/ทริป กับคณะที่มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 6 คน/คัน

 

ภายใต้เงื่อนไข ต้องเดินทางไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน เดินทางข้ามจังหวัด พักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดเริ่มต้นการเดินทาง เปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจติดตามจาก ททท. และพันธมิตรทั้ง 9 หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

 

● โครงการที่ 3 “เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY 2026” เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวตามความสนใจเฉพาะกลุ่ม โดยชวนคนโสดและผู้ชอบเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว (Solo Traveler) ออกค้นหาประสบการณ์ใหม่ สร้างมิตรภาพ ทั้ง  5 ภูมิภาค อาทิ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา การเดินทางด้วยรถไฟ การผจญภัย การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสุขภาพ ศิลปวัฒนธรรม งานคราฟต์ การตั้งแคมป์ การท่องเที่ยวแบบลักชูรี และการเดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยง  ภายใต้แนวคิด “โสดแล้วไง...ไปด้วยกัน!” 

 

ททท.จะจัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้พบปะทำกิจกรรมร่วมกันแบบ Onground-Event ชวนคนโสดออกมาเปิดโลกการเดินทางหลากหลายสไตล์ เติมทั้งความสุข ความสนุก และมิตรภาพให้ทุกทริปผ่าน 8 กิจกรรม ได้แก่

 

1. กิจกรรม SKYLINE FILM ชวนดูหนังกลางแจ้งสุดชิลริมทะเลในรูปแบบ Silent Cinema ผ่าน Wireless Headphone ที่ชลบุรี

 

2. DEEP BLUE SERENITY เปิดประสบการณ์ Sound Healing มิติใหม่ใต้ท้องทะเล

 

3. ECO TRAIL CHIANG MAI ฮีลใจท่ามกลางธรรมชาติสายกรีน ที่เชียงใหม่

 

4. SRT ROYAL BLOSSOM พานั่งรถไฟท่องเที่ยวสุดพิเศษสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขตลอดเส้นทาง

 

5. MORNING RUN แท็กทีมวิ่งสำรวจเมือง เติมพลังยามเช้า

 

6. PET JOURNEY ชวนคนรักสัตว์พาน้องหมาน้องแมวคู่ใจมาจอยทริปด้วยกัน

 

7. SEA ESCAPE เติมพลังริมทะเล ปล่อยใจท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก

 

8. MORNING COFFEE PARTY ชวนจิบกาแฟ แลกเปลี่ยนสตอรี่ และชวนนักท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ออกไปปักหมุดเช็กอิน ค้นหาแรงบันดาลใจ และสร้างเรื่องราวใหม่ ๆ จากการเดินทางทั่วไทย ใน 10 Travel Routes ทั่วประเทศ 5 ภูมิภาค

 

ททท.ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรท่องเที่ยว อย่าง Trip.com, Tinder และ Love Andaman มอบสิทธิประโยชน์ ส่วนลด ของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

 

ข่าวที่ 5-บางจากออกสเตทเมนท์ย้ำก.ล.ต.อายัดหุ้นไม่กระทบธุรกิจ

 

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569

 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขอย้ำว่า การอายัดหุ้นบางส่วนของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นมาตรการของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายนั้น โดยเป็นการดำเนินการกับหุ้นที่เครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติถือครอง แยกจากทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจ และการบริหารงานของบริษัทฯ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

 

ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกอายัดยังคงอยู่ภายใต้การอายัดและการดูแลของ ปปง. สำหรับหุ้นที่เหลือของบริษัทฯ ไม่ปรากฏว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกกล่าวหา

 

บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้
ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการที่จำเป็น สำหรับกรรมการผู้แทนของผู้ถือหุ้นรายดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ และไม่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ณ สำนักงานบริษัทฯ นับตั้งแต่หุ้นถูกอายัด และแม้ยังคงมีสถานะเป็นกรรมการเนื่องจากยังไม่ขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่
11 ธันวาคม 2568 ตามที่บริษัทฯ ได้สื่อสารไปก่อนหน้านี้

                                   

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เสนอแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ระงับความเสียหาย ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงิน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ โดยวาระดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าสองในสาม แต่ไม่ถึงเกณฑ์สามในสี่ตามที่กฎหมายกำหนด จึงไม่ได้รับอนุมัติ ทั้งนี้ มีการฟ้องโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยบริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักการกำกับดูแลกิจการ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

                                           

บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการคุ้มครองประโยชน์และรักษาสิทธิของบริษัทฯ และผู้ลงทุนในระยะยาว                          

 

          ช่วงที่ 2 ในวันสบาย ๆ ชวนออกไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เที่ยวซิกเนเจอร์ “ย่านบางโพ” ในกรุงเทพฯ เติมประสบการณ์ฟิน 4 Wonders “คราฟท์-ครีเอท-เทสต์-วิถีน้ำ”  ต่อด้วย “5 วิธี” ที่คนไทยต้องเตรียมพร้อมเสมอรับมือกับ “ทุกภัยพิบัติ” ต่อด้วยข่าวปัง ๆ ข่าวแรก “เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อชุมชน” ชวนไปงาน “Palliative Care Day 2026”31 ต.ค.นี้ที่สมาคมแพทย์ ได้ถึง 16.30 น. ข่าวที่สอง “สนามบินดอนเมือง”เริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ เริ่ม 1 พ.ย.69 เป็นต้นไป

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวซิกเนเจอร์บางโพ กทม.เติมประสบการณ์ฟิน4Wonders

 

หาที่พักผ่อนฟิน ๆ เดินทางสโลว์ไลฟ์ในกรุงเทพฯ ตามมาทางนี้ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ชวนแวะมาเดินเล่นแถว “บางโพ” ย่านสร้างสรรค์ริมเจ้าพระยาผสานเสน่ห์ดั้งเดิมเข้ากับความคราฟต์ได้อย่างลงตัว จากถนนสายไม้ในตำนาน สู่พื้นที่ศิลปะ คาเฟ่สุดชิล ร้านอร่อยโลคอล ไวบ์ริมน้ำสุดผ่อนคลาย  เลือกได้ตามสไตล์ เติมประสบการณ์ 4 Wonders

 

● พิกัดที่ 1 : Wonder Through Craft ออกเดินสำรวจ “ถนนสายไม้บางโพ” ย่านที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของงานไม้และภูมิปัญญาช่างฝีมือจากร้านงานไม้ดั้งเดิม สู่พื้นที่สร้างสรรค์ที่ต่อยอดงานคราฟต์ในมุมมองร่วมสมัย

-“แนะนำจุดท่องเที่ยว” เช่น  POLL Projects, โซลเมท เฟอร์นิเจอร์ และจริยา สตูดิโอ

 

● พิกัดที่ 2 : Wonder of Taste เติมความอร่อยกับรสชาติประจำย่าน ตั้งแต่ร้านอาหารเก่าแก่ที่สืบทอดความอร่อยมาหลายรุ่น ไปจนถึงคาเฟ่เก๋ ๆ ที่เติมสีสันให้บางโพ

 

-“แนะนำจุดท่องเที่ยว” เช่น ราดหน้าบางโพ, Goji Matcha และฮันนีมูน

 

● พิกัดที่ 3 : Wonder in Creation ค้นพบอีกมุมของบางโพผ่านเรื่องราวของศิลปะ วัฒนธรรม

และความคิดสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับวิถีชุมชน

 

-“แนะนำจุดท่องเที่ยว”  เช่น ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์ ศาลเจ้าแม่ทับทิมประชานฤมิตร

 

● พิกัดที่ 4 : Wonder by the River ปล่อยใจช่วงส่งท้ายทริปหันไปดื่มด่ำธรรมชาติวิวเจ้าพระยาสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ หามุมพักผ่อนสบาย ๆ ให้ตัวเองได้ใช้เวลาแบบไม่ต้องรีบร้อน

 

“แนะนำจุดท่องเที่ยว” เช่น ท่าเรือบางโพ และ RW Cafe & Wine

การเดินทาง :

 

1.ทางเรือโดยสารสาธารณะ ท่าเรือบางโพ (N22) เรือด่วนเจ้าพระยา (เลือกเที่ยวเรือที่จอดท่าบางโพ) หรือ เรือไฟฟ้า Thai Smile Boat สาย Urban Line

 

2.ทางรถไฟฟ้าใต้ดิน นั่ง MRT สายสีน้ำเงิน ลงสถานีบางโพ (BL09)ทางออก 2B ไปทางตลาดบางโพและย่านถนนสายไม้ทางออก 1C เชื่อมสู่ท่าเรือบางโพ

 

สุขภาพ –5วิธีที่คนไทยต้องเตรียมพร้อมเสมอรับมือกับทุกภัยพิบัติ

 

การรับมือกับภัยพิบัติ (เช่น น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ) ต้องใส่ใจทั้งความปลอดภัยทางร่างกาย การจัดการสุขอนามัย และการดูแลสุขภาพจิตใจ [1, 2, 3]

 

● 5 วิธีรับมือด้านสุขภาพและความปลอดภัย

 

1.ความปลอดภัยจากไฟฟ้า: ห้ามสัมผัสปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะตัวเปียก หรือลุยน้ำในบริเวณที่สงสัยว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วซึม

 

2.การดูแลอาหารและน้ำดื่ม: ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่แช่น้ำหรือสงสัยว่าเน่าเสีย เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและท้องเสีย

 

3.ใการหลีกเลี่ยงเชื้อโรค: หากต้องลุยน้ำท่วม ควรสวมรองเท้าบูทสูงเพื่อป้องกันโรคน้ำกัดเท้า และรีบทำความสะอาดร่างกายทันทีเมื่อขึ้นจากน้ำ

 

4.การดูแลสุขภาพจิต: ยอมรับความรู้สึกวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกที่อาจเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ พยายามผ่อนคลายด้วยการฝึกกำหนดลมหายใจ ลดปริมาณคาเฟอีนหรือนิโคตินที่จะกระตุ้นความเครียด และพูดคุยกับคนรอบข้าง

 

5.เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ควรบันทึกไว้:

1669  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (เจ็บป่วยฉุกเฉิน)

199 แจ้งเหตุเพลิงไหม้และกู้ภัย

191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย

1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –เยือนเย็นฯชวนไปงาน“Palliative Care Day 2026”31ต.ค.69

 

ศ.ดร.อิศรางค์ นุชประยูร ผู้อำนวยการ บริษัท เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน “Palliative Care Day 2026”  จัดขึ้นเพื่อ "ผู้ดูแล" โดยเฉพาะ ในธีม "เติมแรงใจให้ผู้ดูแล | Caring for you, Caring for me" วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่ “แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ห้องประชุมสยามมกุฎราชกุมาร ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ซ.ศูนย์วิจัย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

 

“เยือนเย็นฯ” ร่วมกับภาคีเครือข่าย 5  องค์กร ได้แก่ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มูลนิธิชุมชนกรุณา มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง The Active (Thai PBS) สมาคมพยาบาลแบบประคับประคอง เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการดูแลกายและใจ ให้ผู้ดูแลผู้ป่วยและครอบครัว เข้าใจเทคนิควิธีดูแล ร่างกาย จิตใจ การเงิน

 

เปิดฟรี!! ให้เยี่ยมชมบูธของเครือข่าย 14 องค์กร และจะมีผู้เชี่ยวชาญกับครอบครัวผู้ดูแลจริงมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ส่วนการร่วม “เวิร์กช็อป” มีค่าใช้จ่าย คนละ200 บาท/กิจกรรม รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายทาง “เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม” จะสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย เพื่อมอบความสุขให้ทุกคน

 

ลงทะเบียนร่วมงาน  : เวทีหลักฟังเสวนาฟรี  : https://forms.gle/yy9BLkQi5bmPhnTC6

 

ทำ Workshop    : ช่วงบ่าย 13.00–17.30 น. คนละ 200 บาท/ช่วงเวลา จำกัดช่วงละ 30 คน

                                        : ลงทะเบียนเวิร์คช้อป https://forms.gle/k9HP7rG9jxY4qyxg8

 

รายได้ทั้งหมด    : ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปปันน้ำใจสู่ผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย

 

ข่าวที่สอง –“สนามบินดอนเมือง”เริ่มตรวจค้นผู้โดยสารด้วยมือ 1 พ.ย.69

 

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ที่อยู่ในความดูแลของ AOT ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพ “ขั้นตอนการตรวจค้นตัวผู้โดยสาร” ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นตามหลักสากล โดยจะเปลี่ยนจาก “การใช้เครื่องตรวจจับโลหะแบบมือถือ” (Hand Held Metal Detector: HHMD) เป็น “การตรวจค้นด้วยมือ” (Pat Down) ภายหลังผู้โดยสารผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแบบเดินผ่าน (Walk Through Metal Detector: WTMD) หรือเครื่องตรวจวัตถุตามร่างกาย (Body Scanner) ส่งสัญญาณเตือน

 

● “ขั้นตอนใหม่” ที่จะนำมาใช้การตรวจค้นจะดำเนินการตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กำหนด โดยยังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยการบินอย่างต่อเนื่องตามหลักสากล

 

● “ท่าอากาศยานดอนเมือง” ได้ปรับรูปแบบการตรวจค้นดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย”  (The Civil Aviation Authority of Thailand :CAAT) ฉบับที่ 113 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจค้นเพื่อการรักษาความปลอดภัยในการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568

 

● สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อเสนอแนะของ “องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ” (International Civil Aviation Organization: ICAO) โดย “การตรวจค้นด้วยมือ” (Pat Down) เป็นหนึ่งในวิธีตรวจค้นที่ใช้ในสนามบินหลายประเทศ

 

ทางท่าอากาศยานดอนเมืองได้เตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนการตรวจค้นที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง โดยคำนึงถึงสิทธิและความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร ควบคู่กับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัย อีกทั้งยังเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ

 

● ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้โดยสาร “นำสิ่งของติดตัว” ที่อาจส่งผลให้การตรวจค้นล่าช้า “ผ่านเข้าเครื่อง X-ray” ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจค้น เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดสัญญาณเตือนและเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนการตรวจค้น

 

● หาก WTMD หรือ Body Scanner ส่งสัญญาณเตือน ผู้โดยสารอาจต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามประกาศของ CAAT หน่วยงานกำกับดูแลการบินของประเทศ

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยวThe Year of Transformation รุก3กลยุทธ์ผนึก2ตลาด“ในประเทศ+Shorthaul”ผสมจุดขายใหม่ 4 มิติ

  ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยว The Year of Transformation รุก 3 กลยุท...