วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

TCEBนำไมซ์ปี’69ลุยสร้างแบรนด์ประเทศไทย ชูจุดแข็งอุตสาหกรรมปั๊ม1.6แสนล้านโตรับเมกะเทรนด์โลก

 

TCEBเปิดนโยบายใหม่ไมซ์ปี’69ลุยสร้างแบรนด์ประเทศไทย

ชูจุดแข็งอุตสาหกรรมปั๊ม1.6แสนล้านโตรับเมกะเทรนด์โลก


TCEB เปิดแผนไมซ์ปี 2569 เดินหน้าสร้างแบรนด์ "ประเทศไทย" ประตูสู่เอเชียที่โลกให้ความไว้วางใจ"

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #TCEBGo 

TCEB แท็กทีมประกาศสร้าง “แบรนด์ประเทศไทย” นโยบายใหม่ปี69 งัด “จุดแข็งอุตสาหกรรม” ปั้นจุดขายไมซ์ไทย
“ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” ชูกลยุทธ์ TCEB Go” ปักธงทำ “ESG-ดาต้า/อินเทเลเจนซ์/นวัตกรรม-Fast Track” ขานรับเมกะเทรนด์ไมซ์โลก 

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า นำทีม 3 รองผู้อำนวยการเสนอแผนประจำปี 2569 : TCEB Strategic Direction 2026 ภายใต้แนวคิด From Change that Matters to Impact that Lasts เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ประกาศต่อหน้าภาคีพันธมิตรทุกเครือข่ายที่เข้ามาร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง ถึงทิศทางการเดินหน้าอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 2569 เติบโตเพิ่มให้ได้ 10 % สร้างรายได้ทางตรง 163,000 ล้านบาท จากตลาดในประเทศ 92,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 71,000 ล้านบาท ผลักดันให้ไมซ์สร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%

โดยได้นำผลศึกษาจาก Brand Insights ค้นหาอุตสาหกรรม “จุดแข็ง” ของไทย เพื่อปั้นเป็น “จุดขาย”ระดับชาติและภูมิภาคเอเชีย ผลักดันมาตรฐานรับรองการจัดงานอย่างยั่งยืน พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรมขับเคลื่อนการทำตลาด โดยจับมือหน่วยงานภาครัฐเพิ่มความยืดหยุ่นกฎระเบียบการจัดงานต่าง ๆ  

ปี 2569  ทีเส็บกำหนด “วิสัยทัศน์” ให้ประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ” ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลเชิงบวกระดับสูง (High-Impact) ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการจัดงาน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ TCEB Go” เพิ่มความแหลมคมและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้สำเร็จ ขานรับปรากฏการณ์ “Sustainable MICE Mega Trends : เมกะเทรนด์ไมซ์ที่ยั่งยืน”   เน้น “ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นจุดแข็งของประเทศไทยสร้างจุดขายระดับนานาชาติ” 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนที่ 1 ผลักดัน ESG (Environmental, Social, Governance) บูรณาการให้อยู่ในทุกงานไมซ์ ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล สร้างแต้มต่อบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง

ส่วนที่ 2 พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรม ให้เป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด

ส่วนที่ 3 Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในไทย โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ



ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า การปรับโฟกัสให้ชัดเจนโดย “ผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ” สอดคล้องกับแนวทางการ “วางนโยบายใหม่” สร้างความคมชัด

ด้านที่ 1 “แบรนด์ประเทศไทย” ในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ สอดรับกับผลการศึกษาของ Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์นานาชาติ 568 ราย สะท้อนความต้องการตรงกัน คือ ให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งชัดเจน เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness & Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI

ด้านที่ 2 ความยั่งยืน ทีเส็บมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สากล โดยได้ศึกษาไว้ด้วยคือ จะต้องได้การรับรองด้วยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส

โดยใช้กลยุทธ์ “TCEB Go เป็นกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทย “แปลงเป็นแนวคิด : Shift for Impact เจาะตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ Change for Growth : ขับเคลื่อนตลาดในประเทศและเมืองจุดหมายปลายทาง” ให้เติบโตมีความพร้อม และ Meaningful Trust : สร้างความไว้วางใจ” ที่มีความหมาย ผ่านมาตรฐาน การบริการ และมีระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม

“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Shift for Impact ด้วย 4R คือ Redefine, Regenerate, Reimagine และ Revolutionize เนื้อหาสำคัญคือ “เจาะตลาด” รายอุตสาหกรรมให้ลึกขึ้น “สร้างตลาด” อย่างชาญฉลาดเพื่อใช้ขับเคลื่อนมาตรฐานการจัดอย่างยั่งยืนให้งานได้รับการรับรองความยั่งยืนจากองค์กรภายนอก (Third Party) ที่เชื่อถือได้  

ควบคู่การทำ 2 แคมเปญ 1.Road to Net Zero Carbon สนับสนุนการจัดงานด้วยแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน 2.MEET WELL ตอบโจทย์สุขภาวะและความหลากหลายของประสบการณ์เลือกมาจัดงานในไทย


“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Change for Growth ด้วย 4D คือ Drive Value, Direct Real Sector, Demand Proactive และ Differentiate เนื้อหาสำคัญคือ 1.กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่องานไมซ์สามารถสร้างคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด 2.กำหนดธุรกิจที่มีศักยภาพให้ไมซ์ทั่วไทย 5 ภูมิภาค

“ภาคกลาง” เจาะความมั่นคงด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ

“ภาคตะวันออก” เจาะ Smart Manufacturing

“ภาคเหนือ” เจาะวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เจาะการแพทย์และสุขภาวะจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

“ภาคใต้” เจาะสุขภาวะตลาดพรีเมียม

ควบคู่การทำ แคมเปญ “MICE ไทย จัดไปให้สุด ปลุก Demand ทั่วทิศ Develop เศรษฐกิจทั่วไทยเพื่อส่งเสริมการจัดงานและนิทรรศการการค้าในเมืองระดับภูมิภาคต่างๆ



“จะขับเคลื่อน” แนวคิด Meaningful Trust ด้วย 3P คือ Performance, Partnership และ Prestige เนื้อหาสำคัญคือ 1.มุ่งสร้างความไว้วางใจและร่วมมือกับพันธมิตรหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปรับกฎระเบียบที่ส่งเสริมให้การจัดงานสะดวกคล่องตัวขึ้น จูงใจงานและดึงดูดผู้ร่วมงานจากต่างประเทศ เช่น เพิ่มจำนวนรายการสินค้าที่นำเข้ามาแสดงในงานนิทรรศการการค้า ผ่อนปรน Work Permit ให้คนต่างชาติที่เข้ามาจัดงาน ลดหย่อนภาษีการจัดงาน เพิ่มบริการ MICE Fast Track จากเดิมมี 2 สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ตอนนี้ขยายครบ 6 สนามบิน เพิ่ม ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี และจัดทำขอบเขตการว่าจ้างงาน (TOR) ที่ชัดเจนเรื่องการจัดงานอย่างยั่งยืนให้ผู้ประกอบการ

           ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า ลำดับต่อไปจะนำผลการศึกษา Brand Insights และทิศทางการดำเนินงานที่กำหนดไว้ เป็นกรอบแนวคิดให้ทีเส็บพัฒนาแบรนด์ MaxiMICE Thailand นำแบรนด์ประเทศไทยเติบโตในเวทีโลกอย่างโดดเด่นในอนาคตต่อไป 

ททท.จัดยิ่งใหญ่ตรุษจีน“เยาวราช-หาดใหญ่”13-22ก.พ.69 รายได้สะพัด4.23หมื่นล้าน-เสริมมงคลทั่วไทย

ททท.จัดยิ่งใหญ่ตรุษจีน“เยาวราช-หาดใหญ่”13-22ก.พ.69

รายได้สะพัด4.23หมื่นล้าน-เสริมมงคลชมวัฒนธรรมทั่วไทย

ททท.จัดปีพิเศษตรุษจีน เสริมมงคลทั่วไทย 13-22 ก.พ.2569 ไฮไลต์ "เยาวราช กทม.-หาดใหญ่"

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ตรุษจีนปีม้า #เยาวราช #หาดใหญ่

ททท.เสริมมงคลปีพิเศษ “ตรุษจีน” 13-22 ก.พ.นี้ กระตุ้นต่างชาติ-คนไทยกว่า 3.5 ล้าน หวังจีน 2.4 แสนคน เงินสะพัดทั่วไทย 4.23 หมื่นล้านบาท ไฮไลต์ 2 พื้นที่หลัก “เยาวราช กรุงเทพฯ-หาดใหญ่” ชมจุใจการแสดงวัฒนธรรม ได้พันธมิตรร่วมจัดตรุษจีนมอบความสุขทั่วไทย

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเยว่า ททท.เตรียมเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 (Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026) ระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับปีพิเศษความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย–จีน 51 ปี โดยมีไฮไลต์จัดงานหลัก 2 พื้นที่ กรุงเทพฯ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมทั้งสนับสนุนในนครสวรรค์และสุพรรณบุรี แต่ละพื้นที่พร้อมใจกันสร้างความสุขและความเป็นสิริมงคล ด้วยสีสันศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม ประดับไฟตระการตา การแสดงทางวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และกิจกรรมสาธิตหลากหลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวร่วมตลอดเทศกาล

ททท. คาดสถานการณ์การเดินทางช่วงตรุษจีน ระหว่าง 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีนักท่องเที่วรวมกว่า 3.5 ล้านคน แบ่งเป็น “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เข้ามาไทย ประมาณ  1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 % มีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 241,000 คน และ “ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย” อีก 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3 % “สร้างรายได้” รวมประมาณ 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 13 %

นายหยาง เสี่ยวหลง  ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติร่วมแถลงเทศกาลตรุษจีน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท.สำนักงานใหญ่ พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายกองเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์  พลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว


ปี 2569 เป็นปีแห่งความพิเศษความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-จีน ก้าวสู่ปีที่ 51 และครบรอบ 22 ปี ความร่วมมือระหว่าง ททท. กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ร่วมกันสืบสานและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนต่อเนื่องมายาวนาน ดังคำกล่าวคือ “จง ไท่ อี้ เจี่ย ชิน - จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน” ททท.ได้จัดตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่ 2 พื้นที่หลัก ได้แก่

 

พื้นที่แรก กรุงเทพมหานคร เทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 :Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026” บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริษัทไทเบฟเวอเรจ จัดกิจกรรม 2 พื้นที่ย่อย

-กิจกรรมตกแต่งประดับไฟ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2569 บนถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียนถึงแยกเฉลิมบุรี ภายใต้แนวคิด “Ride the Fortune, Share the Future”    ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2569 ร่วมฉลองความสุข ส่งต่อความรุ่งเรือง ตั้งแต่ 18.00-23.00 น.

-กิจกรรมเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569  วันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2569  ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. เปิดม่านมงคลพิธีกล่าวอวยพร ไทย-จีน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จัดเต็มไฮไลต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 4 คณะ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครฉงซิ่ง มณฑลเหอหนาน และมณฑลฝูเจี้ยน

รวมทั้งสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน การประดิษฐ์โคมจีน  การพิมพ์ลายอักษรมงคล การเขียนพู่กันจีน วาดหัวโขน การตัดกระดาษจีน การปักผ้าไทย พวงกุญแจดอกไม้ประดิษฐ์ โหราศาสตร์จีน เป็นต้น และการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินชั้นนำของไทย ตระการตากับสีสันโคมไฟมงคลขนาดใหญ่

เซอร์ไพรส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับศิลปินและนักแสดงจีนสุดฮอต “จู เจิ้งถิง” และการแสดงศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง ต้าอู๋ พิทยา ,Klear, Better Weather,MEAN, HERS, Slapkiss, Sirious Bacon, Wanyai, โอบ นิธิ, 2Ectasy Jeffy Kakagoesbackhome

 


พื้นที่สอง หาดใหญ่ สงขลา จัด Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai
วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชมการแสดงจากมณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน การเชิดสิงโต การแสดงกายกรรม การประดับไฟยามค่ำคืน
สร้างความสุขและความเป็นสิริมงคลให้เมืองหาดใหญ่คึกคัก

 ตลอดตรุษจีนปีม้าทอง ททท. ยังได้สนับสนุนจัดงานตรุษจีนในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่

ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 10 - 21 กุมภาพันธ์ 2569

งานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 18 ปี มังกรสวรรค์ ณ อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที17-18 กุมภาพันธ์ 2569

 

รวมถึงมีหน่วยงานพันธมิตรร่วมจัดส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนในอีกหลายพื้นที่ดังนี้

ศูนย์การค้าสยามพารากอน ศูนย์การค้า ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์และในเครือเซ็นทรัล ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

 

 

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ศูนย์ฯสิริกิติ์คว้าBest Convention Centre in Asia ครั้งแรกฉลองข่าวดีรับต้นปี69

ศูนย์ฯสิริกิติ์นำศูนย์ประชุมไทยคว้าครั้งแรกรางวัลดีสุดในเอเชีย

แชมป์ดีสุดในไทย3ปีซ้อน-ปี69โลกเชื่อมั่นจัดไมซ์3เวิลด์อีเวนต์

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ #BestConventionCentreInAsia #MICE

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ทำได้ครั้งแรกนำศูนย์ประชุมไทยคว้ารางวัล “ศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในเอเชีย”จาก World MICE Awards 2025 ควบตำแหน่งแชมป์ศูนย์การประชุมดีที่สุดในไทย 3 ปีซ้อน ปี’69 ทั่วโลกเชื่อมั่นอุตสาหกรรมไมซ์เลือกมาจัด 3 เวิลด์อีเวนต์ “UFI-Money20/20 Asia-World Bank

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีนานาชาติ คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย จากเวที World MICE Awards 2025 ได้แก่ 1.รางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในเอเชีย : Best Convention Centre in Asia เป็นครั้งแรกของศูนย์ประชุมไทยที่ได้รับรางวัลนี้ 2.รางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย : Best Convention Centre in Thailand ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

World MICE Awards จัดโดย World Travel Group องค์กรชั้นนำจากสหราชอาณาจักร มีบทบาทสำคัญในการจัดรางวัลระดับโลกด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการ  สำหรับรางวัลนี้เป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้เพื่อยกย่ององค์กร สถานที่ และผู้ให้บริการด้านไมซ์ที่โดดเด่น ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการให้บริการ และศักยภาพการแข่งขันระดับโลก

รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเป็นเลิศของภาคธุรกิจไมซ์ ทำผ่านกระบวนการคัดเลือก การโหวต จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ผู้จัดงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั่วโลก

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สร้างความสำเร็จคว้ารางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความพร้อมของศูนย์ประชุมครบเครื่องทุกมิติ  ทั้งด้าน โครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ การบริหารจัดการรองรับงานอิเวนต์ต่อเนื่องระดับชาติ และนานาชาติ ดึงดูดทั่วโลกเข้ามาใช้บริการ

“สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในเอเชียจากเวที World MICE Awards 2025 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญอีกก้าวของศูนย์ฯ สิริกิติ์ ซึ่งได้การยอมรับขยับจากระดับประเทศสู่ภูมิภาค แล้วก็เป็นรางวัลที่ประเทศไทยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความพร้อมต่อเนื่องทุกด้าน ความสำเร็จครั้งนี้เป็นมากกว่าความภาคภูมิใจ แต่คือพลังของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ได้ความร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานการจัดงานของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ ได้อย่างสง่างาม

ศูนย์สิริกิติ์ได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจให้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญ ๆ ต่อเนื่อง ปี 2569 มีงานระดับนานาชาติเตรียมมาจัดที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้จัดงานจากองค์กรชั้นนำระดับโลกที่เห็นถึงศักยภาพในฐานะเวทีสำคัญการจัดอิเวนต์ระดับนานาชาติ 3 งานใหญ่ ได้แก่

งานประชุมสมาคมอุตสาหกรรมนิทรรศการโลก UFI Asia-Pacific Conference 2026 วันที่ 5 - 6 มีนาคม 2569  

งานประชุมด้านฟินเทค และนวัตกรรมการเงินระดับโลก Money20/20 Asia วันที่ 21 - 23 เมษายน 2569

งานประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก 2026 International Monetary Fund and World Bank Group  Annual Meetings วันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569

ปี 2569 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมขีดความสามารถรองรับงานระดับสากล สนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในเวทีนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน



 

บางจากถอดบทเรียนFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน3ธุรกิจปลุกป.โทนิด้าส่งต่อความรู้

 บิ๊กบางจากถอดรหัสลับFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน

งัด3ธุรกิจปลุกป.โทนิด้าส่งต่อความรู้ที่ยั่งยืนยิ่งให้ยิ่งได้ยั่งยืน

 

บางจากถอดบทเรียนFeasibility Study สู่การตัดสินใจลงทุนให้นักศึกษา ป.โทนิด้าส่งต่อความรู้

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก # FeasibilityStudyสู่การตัดสินใจลงทุน  

ผู้บริหารบางจากฯ ถอดบทเรียนธุรกิจพลังงานจาก Feasibility Study สู่การตัดสินใจลงทุน ถ่ายทอดให้นักศึกษาปริญญาโทนิด้า เห็นภาพ “ธุรกิจผลิตน้ำมัน SAF-โครงการ Fry To Fly-ธุรกิจวินโนหนี้ (Winnonie)” ย้ำความสำคัญส่งต่อความรู้ ยิ่งให้ ยิ่งได้ ไม่สิ้นสุด สร้างความยั่งยืน

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รับเชิญบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study)” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ให้นักศึกษาภาคพิเศษ โครงการ Flexible MBA ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จึงได้ใช้เวทีนี้ถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจาก พร้อมแนวทางการปรับองค์กรสู่โลกยุคใหม่อย่างมั่นคง ภายใต้วิสัยทัศน์ รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว

โดยยกกรณีศึกษา 3 เรื่อง คือ 1.ธุรกิจผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) 2.โครงการ Fry to Fly นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และขับเคลื่อนการบินไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน 3.ธุรกิจวินโนหนี้ (Winnonie) จากสตาร์ทอัพสู่แพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ


พร้อมกับได้อธิบายหลักการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ เช่น การตลาด การเงิน เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากร ควบคู่กับการประมินความเสี่ยงและการใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนการลงทุน รองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยรอบด้าน สร้างผลตอบแทน และประโยชน์ตลอดกระบวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ลูกค้า

โดยได้เน้นย้ำบทบาท “นักบริหารยุคใหม่” ต้องเข้าใจเป้าหมายองค์กร ลูกค้า พร้อมปรับตัวค้นหาโอกาสใหม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญเรื่อง “การส่งต่อความรู้” จากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งให้ยิ่งได้รับ และสามารถส่งต่อได้ไม่สิ้นสุดเพื่อร่วมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป เช่นเดียวกับที่กลุ่มบริษัททำต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นบทเรียนที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานพร้อมขยายตัวได้อย่างมั่งคนยั่งยืน


TCEBนำไมซ์ปี’69ลุยสร้างแบรนด์ประเทศไทย ชูจุดแข็งอุตสาหกรรมปั๊ม1.6แสนล้านโตรับเมกะเทรนด์โลก

  TCEB เปิดนโยบายใหม่ไมซ์ปี ’69 ลุยสร้างแบรนด์ประเทศไทย ชูจุดแข็งอุตสาหกรรมปั๊ม 1.6 แสนล้านโตรับเมกะเทรนด์โลก TCEB เปิดแผนไมซ์ปี 2569 ...