เจาะใจ!!“หมออิศรางค์
นุชประยูร”ทำเยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
เปิดบริการแผนที่ชีวิตทุกวัยในกลุ่มผู้ป่วยโรคร้ายแรง-คนวัยชรา”
ร่วมบิ๊กอีเวนต์“DEAD FEST”เทศกาลการอยู่ดี-ตายดี13-15มี.ค.69
ช้อปคิงเพาเวอร์โปรมหาคุ้มรับอั่งเปา-ฟรี
Gift Card-ลุ้นรับทอง
คิงเพาเวอร์ออนไลน์ชวนช้อป LA MER ลดสุด20%ถึง28ก.พ.69
ททท.-ไทยแอร์เอเชียจัดโปรตั๋วบินเที่ยวทั่วไทยตามลิซ่า8จังหวัด
“บางจาก-BSGF”ปลุกคนรุ่นใหม่รวมพลังพลังต่อยอด
Fry to Fly
บางจากองค์กรหนึ่งเดียว Oil&Gas คว้า2รางวัลเวทีใหญ่PMAT
TCEBหนุนภูเก็ตจัดไมซ์โลก3งาน“GSTC-InterPride-GWS2026”
สุขทันทีที่เที่ยวกระบี่ ปีม้าสนุกกับเส้นทางผจญภัยสนุก5
พิกัด
5เหตุผลจากงานวิจัยยืนยันเราทุกคนควรกิน
“โปรตีน”ให้มากขึ้น
ไทยบุกEFM2026
โกยกองถ่ายหนัง10โปรเจกต์ดึงเงิน2,400ล้าน
ดุสิตเกียวโตคว้า4ดาว2รางวัล“Forbes Travel Guide Star Awards”
วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #TCEB #เที่ยวกระบี่
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1HbPEFtu7t
ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ “ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร” ผู้อำนวยการ บริษัท เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดโลก “บริการทางเลือกยุคใหม่” ของ ผู้ป่วยโรคร้าย ผู้สูงวัย สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ทุกวัน ด้วย “ค่าใช้จ่ายไม่สูง” พร้อมแนะนำให้ “พักอยู่บ้าน” แล้วให้ทีมแพทย์ไปพูดคุยบอกแนวทาง หรือจะใช้ “โรงพยาบาลเครือข่าย” ในทำเลใกล้บ้านก็ได้ และ 13-15 มี.ค.69 นี้ ชวนเข้าร่วมชมอีเวนต์ “DEAD FEST” เทศกาลให้ความรู้และบริการ “การอยู่ดี-ตายดี” มีอยู่จริง จัดใหญ่ที่ อิมแพค เมืองทองธานี สร้าง “เข็มทิศแผนที่ชีวิต” การดูแลตัวเองของผู้ป่วยและคนวัยชรา กับการใช้ชีวิตอย่างสันติ ก็มีความสุขจนถึงลมหายใจสุดท้ายได้
ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ผู้อำนวยการ บริษัท เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดเผยว่า เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นหน่วยงานให้ “บริการเยี่ยมบ้าน” ดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากอยู่บ้านไม่ต้องการไปโรงพยาบาล กับกลุ่มผู้ป่วยเป็นโรคร้ายแล้วอยากอยู่กับโรคอย่างสันติโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาลอีกต่อไป เปิดช่องทางสามารถเข้าถึงได้ด้วยการติดต่อทีมแพทย์ของหน่วยงานได้ทางโทรศัพท์ 080-776 672, 092-375 0555, 061-089 1991 ทางเพจ facebook :เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม และ Line :@yuenyen
“กิจกรรม” ที่เปิดกว้างให้กลุ่มผู้สูงวัย และผู้ป่วยโรคร้าย ทางเยือนเย็นฯ จัดเป็นไฮไลต์แห่งปีคือ “Dead Fest” ระหว่าง 13-15 มีนาคม 2569 ทุกวันเปิด 9.00-19.00 น.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นเทศกาลหรืองานแฟร์ให้ความรู้และบริการเพื่อ “การอยู่ดี-ตายดี” (Better Living, Better Leaving) เป็นทางเลือกตามวิธีต่าง ๆ โดยไม่เกิดความทรมาน งานนี้จัดขึ้นเพื่อเปลี่ยนมุมมองเรื่องความตายให้เป็นเรื่องปกติและใกล้ตัว จากการรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงวัย การเตรียมตัวก่อนจากไป การวางแผนทรัพย์สิน งานศพ การจัดทำสมุดเบาใจ เวทีเสวนา เวิร์กช็อป นิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ และหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำตลอดงาน
สำหรับการเตรียมตัวก่อนตายเป็นเรื่องทัศคติซึ่งมีความหลากหลายทั้ง แนว “เลือกพึ่งโรงพยาบาล” เพื่อยืดอายุให้ยืนยาว หรือ “ชีวิตเพียงพอแล้ว” ขอตายที่บ้าน หรือในโรงพยาบาลเครือข่ายบางแห่ง ประกาศตัวให้บริการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ผู้ป่วยระยะท้ายหรือโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย
จากประสบการณ์เปิดบริการเยือนเย็นฯ แล้วได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ป่วยส่วนใหญ่ “ขออยู่บ้าน” และหากบ้านดูแลไม่ได้จริง ๆ ทางหน่วยงานก็จะติดต่อโรงพยาบาลให้ได้ทำเป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ตามโลเกชั่นที่อยู่ใกล้บ้านผู้ป่วยคนนั้น
ปัจจุบันมีผู้คนเข้าใจถึงสัจจธรรมความตายที่จะเลือกจากไปอย่างสงบ แล้วอยาก “อยู่สบายตายอย่างสงบ” อยู่ที่บ้าน ทางเยือนเย็น วิสาหกิจชุมชนมีบริการทีมแพทย์ไปเยี่ยมตามบ้านของแต่ละคน ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ใน ชลบุรี เชียงใหม่ และใช้เครือข่ายแพทย์ พยาบาล เข้าไปดูแลได้ด้วย
รวมทั้งมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายแต่ละแห่งจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหมุนเวียนแต่ละเดือน
เช่น 1.ชีวามิตรวิสาหกิจเพื่อสังคม 2.Peaceful Death กลุ่มเพื่อนกิจกรรมและองค์กรทำงานส่งเสริมการอยู่ดีและตายดีในสังคมไทย มั่งเน้นสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับความตาย
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การวางแผนชีวิตช่วงท้าย การสร้างชุมชนกรุณา (Compassionate
Communities) เพื่อให้การตายเป็นเรื่องปกติที่พูดคุยและเตรียมตัวได้
“ค่าใช้จ่าย” ในการดำรงชีวิตแบบประคองก่อนตาย หากเลือก “อยู่บ้าน” จะมีค่าใช้จ่ายน้อมาก เพราะเยือนเย็นฯ เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยคิดค่าใช้จ่ายบ้างหรือตามกำลังก็จะได้นำไปดูแลช่วยเหลือคนอื่น ๆ ได้
ศ.ดร.นพ.อิศรางค์
กล่าวว่า มีแรงบันดาลใจที่เลือกมาเปิดบริการเยือนเย็นฯ
เพราะเดิมเคยเป็นแพทย์รักษาโรคมะเร็ง แล้วเห็นความเจ็บป่วยของผู้คน
ซึ่งใช้หลักการรักษาทางการแพทย์ค่อนข้างโหดร้ายสร้างความทรมาน ตัดเนื้อร้าย
ใส่ยาพิษเข้าไปฆ่าเซล หรือเผาเซล แต่ต้องอดทนมากพอสมควร หากหายขาดก็ดีไป
แต่ถ้าไม่หายขาดก็จะเจ็บทรมานซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วก็ตายจากไป
“จุดเริ่มต้นแนวคิด” ที่หันมาเปิดเยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม คือ เมื่อผู้ป่วยรักษาแล้วไม่หาย ก็ควรมีทางเลือกอยู่กับ “โรคร้ายอย่างสันติ” เลือกกับคนที่ใช่ รักษาหรือไม่รักษาก็หาย จึงควรจะมีใครสักคนมาช่วยผู้ป่วยเหล่านี้ ผมจึงเลือกเปิดหน่วยงานนี้ขึ้นมา ด้วยการ “จัดการมะเร็ง” ให้หายจากการเจ็บปวด ไม่ทรมาน เมื่อตัดสินใจร่วมกันทั้งทีมแพทย์และผู้ป่วยได้แล้วก็เดินหน้าให้ใช้ชีวิตอยู่กับโรค รักษากันไป และใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
“สิ่งแวดล้อม” ไม่จำเป็นจะต้องสร้างใหม่ เพียงแต่จะต้องคุยกับผู้ป่วยถึง การจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ทำให้มีความสุข แล้วก็วางแผนบริหารจัดการชีวิต โดยทั่วไป คน 2 กลุ่ม 2 กรณี คือ
กรณีที่ 1 กลุ่มคนป่วยด้วยโรคร้าย ตามปกติมักอยู่กับคนรอบตัว ดังนั้นหมอต้องอธิบายคนรอบข้างให้ฟังความเห็นของผู้ป่วยเจ้าของชีวิตได้เป็นคนเลือกใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุขทุกวัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในสามัญสำนึกของคนทั่วไป จึงควรมีใครสักคนเข้าไปช่วยแนะแนวทาง เมื่อต้องประสบกับโรคร้าย ไปชวนให้ผู้ป่วยเห็นถึงการใช้ชีวิตด้วยความสุขมีอยู่จริง และน่าทำที่สุด
กรณีที่
2 กลุ่มผู้สูงอายุ
ซึ่งมีคำถามว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอีกเพื่ออะไร มีคำตอบว่า “ในช่วงนั้น ๆ
ได้ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว” การพยายามให้ผู้นั้นสุขภาพ
เท่ากับลดทอนความรู้สึกซึ่งไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริง
จึงแนะนำให้ใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติ จะอยู่นานหรือไม่นานก็ยอมรับสภาพตามความเป็นจริง
สำหรับ “ทุกคนมีความตายเป็นเพื่อนแท้” ซึ่งเป็นเรื่องยาก ที่คนส่วนใหญ่จะยอมรับหรือเข้าใจอย่างแท้จริง ตัวผมเองก็ไม่ต้องไปโน้มน้าวใคร เพราะทุกคนรู้อยู่แล้ว เพียงแต่คนที่รักเค้าต้องการให้อยู่นาน ๆ ซึ่งในเป็นความจริงเจ้าของชีวิตอาจต้องการบอกว่าเค้าพอแล้ว เพราะฉนั้นถ้าชีวิตต้องจากไปพรุ่งนี้ก็ปล่อยฉันไปเถอะ
ดังนั้น
“คนรอบข้าง” จะมีวิธีอย่างไร
เพราะโดยทั่วไปพอถึงนาทีวิกฤตคนรอบข้างก็จะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
หากเป็นทางเยือนเย็นฯ จึงมีทีมแพทย์ พยาบาล คอยดูแลให้คำแนะนำ “อยู่บ้านตัวเอง”
ถือเป็นทางเลือกดีที่สุด แล้วจากนั้นร่วมเดินทางสู่ลมหายใจสุดท้ายไปด้วยกัน
ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ กล่าวตอนท้ายว่า ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ชีวิตไปด้วยกันพร้อมกับเลือกวิธี “วางแผนได้” ซึ่งจะต้องเข้าใจถึงความจริงด้วย แม้เจ้าของชีวิตจะวางแผนไว้แล้วแต่พอถึงนาทีสุดท้าย ก็ขึ้นอยู่กับ “คนรอบตัว”ด้วย จะต้องวางแผนทำความเข้าใจร่วมกัน แล้วบุคลากรการแพทย์จะได้เข้าไปช่วยจัดการเมื่อเกิดเหตุให้เป็นไปตามแผนที่เจ้าของชีวิตบอกไว้ ผู้ที่พร้อมจะเข้าสู่ “การเตรียมตัวจากไปอย่างสันติ” ตามสภาพร่างกายสามารถร่วมทางกับทาง “เยือนเย็น วิสาสหกิจเพื่อสังคม” ได้ทุกเวลา
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อปคิงเพาเวอร์โปรมหาคุ้มรับอั่งเปา-ฟรี Gift Card-ลุ้นรับทอง
ปีม้ามหาเฮง ช้อปโปรมหาคุ้มที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” มีไฟลต์บิน ช้อปล่วงหน้าก่อนเดินทาง 60 วัน โดยมีโปรดีไว้ให้นักช้อปใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเงิน วันนี้– 1 มีนาคม 2569
● รับอั่งเปาส่วนลดรวม 5,600 บาท ด้วยการรับส่วนลด 2,800 บาท เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ตามเก็บอั่งเปาไว้ใช้ได้ถึง 2 ใบ
● ช้อปแฟชั่น นาฬิกา เครื่องประดับ
-รับฟรี Gift Card 20,000 บาท
เมื่อซื้อ Cash Card ก่อนช้อป 60,000
บาท ไม่จำกัดสิทธิ์ ซื้อได้เต็มๆ
-ร่วมกิจกรรม The Lucky เซียมซี รับคูปอง On-top สูงสุด 888 บาท
● ร่วมกิจกรรมได้ที่บริเวณประตูทางเข้าหลัก
คิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันนี้- 28 กุมภาพันธ์ 2569
-ลุ้นรับ มหาเฮง กับกิจกรรม The Horse Hunter
-ช้อปครบทุก 10,000 บาท (สุทธิ) รับ
1 สิทธิ์ จับคูปองลุ้นภาพม้ามหามงคล
-แลกรับทอง 1 สลึง (14 รางวัล) เมื่อสะสมภาพม้ามหามงคลครบตามเงื่อนไข 4 ส่วน หรือหากสะสมไม่ครบ แลกรับกิฟท์ โวเชอร์ ได้ 500 บาท
-ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22,088 บาท แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ออนไลน์ช้อป LA MERลดสุด20%ถึง28ก.พ.69
คิง เพาเวอร์ เปิดประสบการณ์ใหม่กับบิ๊กแบรนด์ LA MER สัมผัสความหรูหราแห่งการฟื้นฟูเปลี่ยนแปลงสู่ผิวสวยไร้ที่ติ ด้วยพลังจาก Miracle Broth™ ส่วนผสมลับที่ช่วยปลอบประโลมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวของแต่ละคน โดยมาช้อปสินค้าดิวตี้ฟรี ได้เฉพาะที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เลือกสินค้าไอเทมที่เข้าร่วมรายการ วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2569 ลดชัวร์สูงสุด 20 %
ด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ La Mer หลอมรวมเข้ากับผิว มอบความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย พร้อมปลุกผิวให้เปล่งประกายจากภายใน สู่ภายนอก เพียงแค่มีไฟลต์บินก็กดช้อปได้สบาย ๆ กับดีลราคาพิเศษ พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
ลดสูงสุด
15% เมื่อช้อปครบ 4,000 บาท
รับรหัสส่วนลด 15FEB26
ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 6,000 บาท รหัสส่วนลด 20FEB26
ข่าวที่ 3-ททท.-ไทยแอร์เอเชีย“จัดโปรตั๋วบินเที่ยวตามลิซ่าทั่วไทย8จังหวัด
“ททท.-ไทยแอร์เอเชีย” เปิดบิ๊กแคมเปญ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย” ปลุกกระแสเที่ยวตามรอย “ลิซ่า” ในแคมเปญ "Feel all the Feelings เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก" เทโปรตั๋วบินทั่วไทย 42 เส้นทาง 25 จุดหมาย 1มี.ค.-31 พ.ค.นี้ แจกตั๋วบินฟรี 1 ปีเต็ม 3 คนแรก บินครบ 8 จังหวัด
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.จับมือกับไทยแอร์เอเชีย ต่อยอดแคมเปญแห่งปี "Feel all the Feelings เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก" ด้วยการเปิดตัวโครงการ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย” มอบโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดสูงสุดค่าตั๋วโดยสาร 15% ตลอดการบินในประเทศ 8 เส้นทาง ตามรอย Amazing Thailand Ambassador “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” พร้อมกิจกรรมลุ้นตั๋วเครื่องบินเที่ยวไทยฟรีตลอดปี ชวนนักท่องเที่ยวบินตามรอยลิซ่า เครือข่ายบินภายในประเทศ 42 เส้นทาง ทั่วทุกภูมิภาค 25 จุดหมาย สำรองที่นั่งผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE ได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม -31 พฤษภาคม 2569 แล้วนำตั๋วไปใช้เดินทาง 15 มีนาคม - 30 กันยายน 2569
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ททท.นำลิซ่ามาจุดกระแสการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี ทำให้ทั้งคนไทยและต่างชาติได้เห็นไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจตามจังหวัดต่าง ๆ ทุกภูมิภาค เเละอยากบินไปสัมผัสจริง “แอร์เอเชีย” จึงช่วยต่อยอดแคมเปญด้วยเครือข่ายบินมากสุดรวม 42 เส้นทาง ให้บริการจากกรุงเทพฯ 2 สนามบิน จากดอนเมือง (DMK) เเละสุวรรณภูมิ(BKK)
“ไทย แอร์เอเชีย” ทำโปรให้สิทธิ์บินฟรีในประเทศ 1 ปีเต็ม กับนักท่องเที่ยวที่บินกับ แอร์เอเชีย 3 คนเเรก ครบในจังหวัดที่บริการและอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์ Feel All the Feelings ของลิซ่า 8 จังหวัด ได้เเก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี พังงา (ลงภูเก็ต) พร้อมสร้างประสบการณ์และมุมมองเที่ยวในประเทศใหม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม สอดคล้องตามแนวคิด ททท.
แคมเปญ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย” จากแอร์เอเชียได้มอบส่วนลดพิเศษให้นักท่องเที่ยว เพียงระบุโค้ด “TATXLISA” เพื่อรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE ดังนี้
● ส่วนลด 15% ใน 8 เส้นทางบินตามรอยภาพยนตร์โฆษณา “Feel all the Feelings” ของ ลิซ่า ได้เเก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี และพังงา (บินลงภูเก็ต) และ เส้นทางบินในประเทศอื่น ๆ ลด 10%
● ระยะเวลาจอง: 1
มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569
● ระยะเวลาเดินทาง: 15 มีนาคม – 30 กันยายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE
● สำหรับผู้โดยสารแอร์เอเชีย เเสดง Boarding pass เช่ารถกับ AVIS เริ่มต้นเพียง 599 บาท/วัน
สำหรับกิจกรรมบินตามรอยลิซ่า
ลุ้นตั๋วเครื่องบินเที่ยวไทยฟรีตลอดปี
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 กันยายน 2569
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FlyAirAsia
ข่าวที่ 4-“บางจาก-BSGF”ปลุกคนรุ่นใหม่รวมพลังต่อยอด Fry to Fly
นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญเป็นวิทยากร “Fry to Fly – Thailand’s New Economy : น้ำมันเก่าไม่ไร้ค่า” ในโครงการอบรม “เปลี่ยนน้ำมันใช้แล้ว สู่พลังงานสะอาด Fry to Fly” จึงได้ใช้เวทีนี้เน้นย้ำบทบาทกลุ่มบริษัทบางจากมุ่งเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องตามแผนลดการปล่อยคาร์บอนจากอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ กระตุ้นพลังคนรุ่นใหม่ ตระหนักรู้ เข้าใจ พร้อมลงมือทำจริง โดยรณรงค์ความร่วมมือไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำและไม่ทิ้งน้ำมันที่ผ่านการใช้แล้วสู่สาธารณะ แก่บุคลากรในมหาวิทยาลัยและขยายไปสู่ประชาชนที่อาศัยใกล้เคียง
โดยมี ผศ.ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะอาจารย์และนักศึกษา พร้อมผู้แทนหมู่บ้านในพื้นที่ ร่วมต้อนรับ ผู้บริหารบางจาก ที่ไปขึ้นเวทีเป็นวิทยากรเรื่องพลังงานสะอาด y to Fly ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
ทาง บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด :BSGF” ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF :Sustainable Aviation Fuel) ได้ใช้โอกาสนี้ส่งมอบอุปกรณ์การรับซื้อน้ำมันเพื่อใช้ในศูนย์รับซื้อในมหาวิทยาลัยและหมู่บ้านใกล้เคียง พร้อมกับมีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยสาธิตวิธีรับซื้อน้ำมันใช้แล้วและการตรวจสารโพล่าจากน้ำมันใช้แล้ว รวมถึงอันตรายของสารโพลาร์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ส่งผลดีเรื่องสุขภาวะที่ดีและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สำหรับกิจกรรมทั้งหมดที่ผู้บริหารกลุ่มบางจากทำครั้งนี้
เพื่อต่อยอดจากความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ “เปลี่ยนน้ำมันเก่า...เป็นพลังงานใหม่
(Fry to Fly)” ที่กลุ่มบริษัทบางจาก โดย บริษัท
บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) บริษัท
กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต
เมื่อปลายปี 2568 เป็นต้นมา
ร่วมมือกันรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากร้านค้าและผู้ประกอบการในมหาวิทยาลัย
นำไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ของบางจากที่จะเริ่มผลิตใช้ได้ตามแผนกลางปี
2569 เป็นต้นไป
ข่าวที่ 5-บางจากองค์กรหนึ่งเดียวธุรกิจOil&Gasคว้า2รางวัลเวทีใหญ่PMAT
นางราตรีมณี ภาษีผล
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหาร
ร่วมรับรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ในงาน Thailand
People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony & Best Practices
Sharing 2025 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569 บางจากฯ เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มธุรกิจ Oil and Gas ที่ได้รับ 2 รางวัล ประจำปี 2568 ระดับ Gold Award ต่อเนื่องปีที่ 2 ได้แก่ รางวัลสุดยอดองค์กรบริหารคนดีเด่นแห่งประเทศไทย
และรางวัลสุดยอดองค์กรที่ดูแลสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีขององค์กร
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารและพัฒนาทุนมนุษย์
อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ตลอดจนเป็นแบบอย่างอันโดดเด่นในการขับเคลื่อน
“กลยุทธ์ด้านการบริหารคน” ในทุกมิติ
ตั้งแต่การดูแลสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
การเสริมสร้างศักยภาพและความก้าวหน้าในอาชีพ
จากนั้น นางราตรีมณี กับผู้บริหารจากบริษัท
เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “When
High Performance Meets Human Sustainability” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างสมดุลระหว่างผลการดำเนินงาน
ความผูกพัน และคุณภาพชีวิต เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแรงในระยะยาว
โดยได้แบ่งปัน “นโยบายการดูแลพนักงานและกลยุทธ์การบริหารคน” ที่ช่วยเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร
สะท้อนผ่านวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ Bangchak100x
นางราตรีมณีกล่าวว่า
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ
จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนพนักงานพัฒนาศักยภาพเพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ
ได้ทำงานที่ท้าทาย และประสบความสำเร็จจากสิ่งที่ลงมือทำ
เป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง (Self-realization) มีใจทุ่มเท สร้างผลสำเร็จให้องค์กรได้ โดยเฉพาะ 3 เรื่องนี้
คือ Well-being, Self-esteem และ Self-actualization
ต้องไปด้วยกันตามแนวทางการดูแลพนักงานแบบ 100xHappiness นำองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับงาน Thailand
People Management and Well-Being Forum: Award Ceremony & Best Practices
Sharing 2025 มีผู้ร่วมกันจัด ได้แก่ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
(PMAT) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Human
Capital Management Club (HCM) ของสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (Thai
Listed Companies Association: TLCA) จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี
ข่าวที่ 6-TCEBหนุนภูเก็ตจัดไมซ์โลก3งาน“GSTC-InterPride-GWS2026”
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
“TCEB” เปิดเผยว่า ภูเก็ตเป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ต้นแบบ ปี 2569
ทีเส็บได้ร่วมสนับสนุนการดึงงานระดับโลก 3 การประชุมนานาชาติ
เข้ามาจัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ละงานพร้อมขับเคลื่อนครบทั้ง 3 ด้าน
คือ ความยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness)
และความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Diversity,
Equity and Inclusion) ในการเป็นเจ้าภาพงานไมซ์นานาชาติตั้งเป้าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติ
2,100 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 351.40 ล้านบาท สร้างงาน 484 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
งานแรก Global
Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026 ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก
(Global Sustainable Tourism Council) ระหว่างวันที่ 21-24
เมษายน 2569 ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้
และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน
งานที่
2 InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล (International Association of
Pride Organizers หรือ InterPride) ระหว่างวันที่
28 ตุลาคม-
1 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท
แอนด์ สปา โดยนฤมิตไพรด์ จำกัด
มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (FOR-SOGI) มีเจ้าภาพร่วมคือสมาคมอันดามันพาวเวอร์
ภูเก็ต (Phuket Pride)
ส่วน
“ทีเส็บ” ร่วมสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการรวมตัวและความเข้มแข็งของชุมชนไพรด์ (Pride
Community) ในประเทศและการสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาค
งานที่ 3 Global Wellness Summit
2026 (GWS 2026) ของสถาบันเวลเนสโลก (Global Wellness
Institute) ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569
โดยมีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรหลัก
และมีทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนอย่างเต็มที่
ดร.ศุภวรรณ
กล่าวว่า ทีเส็บมีส่วนร่วมดึงงานประชุมระดับโลกมุ่งขับเคลื่อนเทรนด์โลกมาจัดในภูเก็ตได้สำเร็จ
ตอกย้ำกลยุทธ์การสร้าง “แบรนด์เมือง” ได้ทั้งระบบ สร้างความโดดเด่นเรื่อง
“ความเชื่อมั่น” ความเป็นผู้นำเจ้าภาพจัดงานระดับโลกได้ถึง 3 งาน ต่อยอดจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แล้วยังช่วยสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน
และการพัฒนา สอดคล้องตามกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของทีเส็บ ซึ่งมีหมุดหมายดึงงานระดับโลกมาจัดในไทย
ภายใต้เป้าหมายพัฒนาเมืองไมซ์ภูมิภาคในการสร้างแบรนด์เฉพาะ พร้อมกับกระจายการจัดงานระดับนานาชาติสู่เมืองต่าง
ๆ ทั่วประเทศ ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร
นายสุวิทย์
พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ภูเก็ตใช้ไมซ์เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพ
นำงานประชุมนานาชาติเข้ามากระจายประโยชน์สู่ธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนได้ชัดเจน
ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะภาคท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ในฐานะภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์นานาชาติ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมือง
เพิ่มโอกาสการลงทุน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมจะพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้จังหวัดและเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในระดับภูมิภาค
นายภูมิกิตติ์
รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต
ผู้ร่วมริเริ่มดึงงานประชุมนานาชาติ เช่น GSTC และ GWS
สู่ภูเก็ต กล่าวว่า ในฐานะเอกชนยินดีที่เมืองได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกปีนี้ถึง
3 งาน ซึ่งเกิดจากพลังความเข้มแข็งระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมกันขับเคลื่อน
7 ยุทธศาสตร์จังหวัด
มุ่งเน้นนำศักยภาพความยั่งยืนและบริการสุขภาพระดับสากลมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่จับต้องได้
เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกอย่างมีกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสุขของคนในท้องถิ่น
สร้างเศรษฐกิจเติบโตควบคู่กันไป ถือเป็นการวางรากฐานที่ยั่งยืนและคืนประโยชน์สู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศอย่างแท้จริง
ขณะที่ทีเส็บเน้นจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน
ทุกการจัดงานจะวัดค่าการเลี่ยงและลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ผลักดันเข้าสู่การรับรองมาตรฐานดำเนินงานไมซ์
ในภูเก็ต ซึ่งมีเครือข่ายการท่องเที่ยวยั่งยืนที่เข้มแข็ง เป็นสมาชิก GSTC
รวมถึงทุกภาคส่วนมีบทบาทเชิงรุกทั้งภาครัฐ แหล่งท่องเที่ยว
ผู้ประกอบการโรงแรม และมีชุมชนที่ขับเคลื่อนกิจกรรมความยั่งยืนตอบโจทย์ข้อเสนอการจัดแต่ละงาน
อีกทั้งภูเก็ตยังร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ
(UNDP) กำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี
2573 ทำโครงการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับพื้นที่และได้รับคัดเลือกเป็นเมืองนำร่องในโครงการประเมินระบบนิเวศระดับชาติ
(National Ecosystem Assessment – NEA) เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพบนเกาะ
สำหรับภูเก็ตเตรียมเป็นจ้าภาพปี
2569 แต่ละงาน มีรายละเอียดเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ได้รับเลือกเป็นสถานจัดงาน
ดังนี้
“งาน
InterPride General Meeting & World Conference 2026” มีปัจจัยความสำเร็จที่ประเทศทไยผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม
และกำลังเดินหน้าทำกฎหมายรับรองเพศ (Gender Recognition) สิทธิแรงงานบริการทางเพศ
ยิ่งทำให้การประชุมครั้งนี้ได้ตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ผนวกกับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมพร้อมจะเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ
(LGBTQIA+ Friendly) โดยมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งพร้อมยกระดับเป็นเมืองต้นแบบความเท่าเทียม
และสื่อสารภาพลักษณ์ “ไข่มุกสีรุ้งแห่งเอเชีย” สู่สายตานานาชาติ
ใช้ต่อยอดการตลาดในอนาคต ปลุกตลาดนักเดินทางไมซ์กลุ่มหลากหลายทางเพศ และยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลก
“งาน
GWS 2026” จะช่วยเปิดโลกโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาวะของภูเก็ตและไทยไปยังนักลงทุนและนักธุรกิจในสาขาอาชีพนี้
เพราะไทยมีแนวคิดผลักดันเศรษฐกิจเวลเนส
และมีนโยบายสนับสนุนบทบาทภูเก็ตเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical
Hub) และผลักดันประเทศเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ
20 ปี
แล้วภูเก็ตยังมีโรงแรมระดับ
5 ดาว สถานบริการมาตรฐานสากลให้บริการด้านสุขภาพและสุขภาวะระดับพรีเมียม
กับเม็ดเงินลงทุนใหม่ยกระดับบริการ ตอบโจทย์ใหม่ ๆ ในตลาดโลก เช่น เรื่อง Health
Span ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียงเอื้อต่อการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ
ผนวกกับผู้ประกอบการในภูเก็ตและไทยจะได้มีโอกาสติดตามทิศทาง แนวโน้มและโอกาสใหม่ ๆ
จากตลาดโลก นำมาใช้พัฒนาบริการหรือต่อยอดธุรกิจในอนาคตอย่างเต็มประสิทธิภาพได้
ช่วงที่ 2 ดับร้อนตะลอนเที่ยวเมืองไทยทริปนี้ไปทะเล “กระบี่”
มีจุดเช็คอินรอต้อนรับเป็นการฝ่าฟองคลื่นทะเลไปสนุกกับการผจญภัยแบบซอฟท์ ๆ ได้ถึง 5
พิกัด
“น้ำตกห้วยโต้-หาดไร่เลย์-แหลมสัก-ถ้ำผีเขาหัวโต-อุทยานเขาหงอนนาค” แล้วฟัง “5
เหตุผลเราควรกินโปรตีน” มีงานวิจัยบอกไว้ชัดเจน ตามด้วยข่าวฮ็อต
ข่าวแรก “ไทยบุกตลาด EFM 2026”
ในเบอร์ลินกวาดกองทุนเลือกมาไทย 10 โปรเจกต์ เงินลงทุนกว่า 2,400
ล้านบาท ข่าวที่สอง “ดุสิตเกียวโต” คว้า4ดาว 2
รางวัล “Forbes Travel Guide Star Awards”
ท่องเที่ยว –สุขทันทีที่เที่ยวกระบี่
ปีม้าทองผจญภัยสนุกสุด ๆ 5
พิกัด
ล่องใต้ไป “กระบี่” ต้อนรับปีม้าทอง 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) แนะนำวงปฏิทินเดินทางไปท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สนุก ตื่นเต้น
ทำให้ทุกการท่องเที่ยวเต็มไปด้วยคุณค่าความประทับใจ ลองออกแบบการท่องเที่ยวในสไตล์ที่ชอบและที่ใช่ใน
5 พิกัด ฟิน ๆ
พิกัดที่ 1 น้ำตกห้วยโต้
ดื่มด่ำธรรมชาติสวยจริงเกินบรรยาย เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์
“จูลาสสิค” ภาคล่าสุด มีน้ำตกสุดอลังการระดับโลก
แวะมาสัมผัสความฉ่ำเย็นจากธรรมชาติกันสักครั้ง
พิกัดที่ 2
ตะลอนเที่ยวหาดไร่เลย์ นั่งเรือในราคาเพียงคนละร้อยเดียว
แบบไปเช้าเย็นกลับ ชวนกันฝ่าฟองคลื่นไปชมวิวเบอร์ใหญ่ของจริง หรือจะลอง
“ปีนผาหาดไร่เลย์”
เป็นภาพจำที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อยากได้ลองทำสักครั้ง
พิกัดที่ 3 ตลุยแหลมสักสตรีทอาร์ต
ในเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์บ้านเรือนแห่งวิถีชุมชน
แถมผู้คนใจดีด้วยมิตรไมตรีกับนักท่องเที่ยว
แล้วก็มีสตรีทอาร์ตบอกเล่าเรื่องเมืองกระบี่
ต้อนรับนักผจญภัยสายศิลปะผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นใจ
พิกัดที่ 4 พายคายัคถ้ำผีหัวโต บ่อท่อ สายบ้าพลังต้องมาด่วน
พายชมธรรมชาติ แวะเข้าถ้ำชมภาพวาดอายุนับพันปี
พิกัดที่ 5 เดินศึกษาธรรมชาติเขาหงอนนาค อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา
สายแข็งต้องได้ลองกับกิจกรรมเดินป่า 3.7-4.5 กม.พิชิตจุดชมวิวสวยงาม 360 องศา ตื่นตากับหินรูปหงอนนาค ผาหงอนนาค จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกระบี่
“กระบี่” เป็นเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อในฝั่งทะเลอันดามัน
มีกิจกรรมความหลากหลาย บนบกและทางทะเล โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยแบบเบา ๆ
หรือ Soft
Adventure ลองเลือกสักพิกัดแล้วจะรู้ว่าเสน่ห์เมืองไทยหลากหลายจริง
ๆ
สุขภาพ –5เหตุผลจากงานวิจัยยืนยันเราควรกิน “โปรตีน”ให้มากขึ้น
การกิน
“โปรตีน” มีประโยชน์ช่วยดูแลสุขภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งช่วยควบคุมน้ำหนัก
ลดความดันโลหิต และยังช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังบาดเจ็บได้ด้วย ลองมาดูเหตุผลที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยบอกว่าเราถึงควรกินโปรตีนในแต่ละวันให้เพียงพอ
ด้วย 5 เหตุผล ดังนี้
1.ช่วยลดความหิวและควบคุมความอยากอาหาร
: โปรตีนช่วยให้อิ่มนานมากกว่าไขมันหรือคาร์โบไฮเดรต
เพราะช่วยลดระดับฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) ความหิว
และเพิ่มระดับฮอร์โมน Peptide YY ที่ทำให้รู้สึกอิ่ม
งานวิจัยยืนยันเพิ่มโปรตีนในอาหารจาก 15% เป็น 30% ของแคลอรีทั้งหมด ลดการบริโภคแคลอรีได้ถึง 441 แคลอรี/วัน
โดยไม่ต้องตั้งใจควบคุมอาหารเลย
2.ดีต่อสุขภาพกระดูก : งานวิจัยระยะยาวแสดงให้เห็นถึงคนที่กินโปรตีนมากจะมีสุขภาพกระดูกดีกว่า
และลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนหรือหัก โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน
3. ลดความอยากอาหารและการกินจุบจิบยามดึก :
งานวิจัยแสดงบอกว่าการเพิ่มปริมาณโปรตีนในอาหารช่วยลดความอยากอาหารได้ถึง
60% และลดการกินจุบจิบตอนกลางคืนได้ถึงครึ่งหนึ่งด้วย
4.ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน : งานวิจัยพบว่าการกินโปรตีนมีผลเรื่องเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
หรือ Thermic Effect of Food (TEF) หมายถึงพลังงานที่ร่างกายใช้ในการย่อยและดูดซึมอาหาร
โปรตีนมี TEF สูงถึง 20-35% ต่างจากไขมันและคาร์โบไฮเดรตมีเพียง
5-15% การกินโปรตีนสูงจึงช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ถึง 80-100
แคลอรี/วัน และบางงานวิจัยกินโปรตีนสูงช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มได้260
แคลอรี/วัน ซึ่งเทียบเท่ากับการออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง
5.ช่วยลดการสูญเสียกล้ามเนื้อในวัยชรา : เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของคนเรามักจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
ซึ่งอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการหกล้มง่าย
การกินโปรตีนอย่างเพียงพอช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงได้ค่ะ
โดยการศึกษาในผู้สูงอายุที่กินโปรตีนสูง
พบว่ามีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อน้อยลงและสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเสริมการกินโปรตีนร่วมกับการออกกำลังกายแบบมีต้านแรง เช่น
ยกน้ำหนัก หรือโยคะ ควบคู่ไปด้วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ไทยบุก EFM 2026 โกยกองถ่ายหนัง10โปรเจกต์ดึงเงิน2,400ล้าน
นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช
อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า
กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศเข้าร่วมจัดคูหานิทรรศการในงาน
European Film Market 2026
(EFM 2026) ระหว่าง 12–17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเบอร์ลิน
แมริออต กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เดินหน้าประชาสัมพันธ์ศักยภาพไทยเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ
ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ เลือกมาถ่ายทำสร้างรายได้ต่อเนื่องหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ
งานเขาร่วมงานครั้งนี้
กรมการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ
โดยมีบริษัทผู้ผลิต 10 ราย จาก สหรัฐอเมริกา สกอตแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก
สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) โปแลนด์ อิตาลี และอินเดีย
ประสงค์เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยช่วงปี 2569-2570
คาดจะมีเงินลงทุนรวมกว่า 2,400 ล้านบาท
สูงกว่าเป้าหมายที่กรมการท่องเที่ยวตั้งไว้
ตลอดงานได้ออกแบบภายในคูหานิทรรศการของไทย
ทำสื่อประชาสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบ
มุ่งเน้นมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ด้วยแม่เหล็กใหญ่ 3 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่ 1 มาตรการคืนเงิน (Cash
Rebate) สูงสุด 30%
● เรื่องที่ 2 ความพร้อมของสถานที่ถ่ายทำที่มีความหลากหลาย
● เรื่องที่ 3 ทีมงานชาวไทยที่มีประสบการณ์ระดับสากล
สตูดิโอถ่ายทำมาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสามารถรองรับกองถ่ายจากทั่วโลก
อธิบดีฯ จาตุรนต์ กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน EFM เป็นภารกิจสำคัญช่วงต้นปี 2569
ต้อนรับตลาดภาพยนตร์เทศกาลแรกของปีที่กรมการท่องเที่ยวใช้เวทีเชิญชวนและสร้างเครือข่ายกับผู้ผลิตภาพยนตร์นานาชาติ โดยมีกระแสตอบรับที่ดี รวมทั้งมูลค่าการลงทุนใหม่เกิดขึ้นแนวโน้มจะสูงกว่าที่คาดไว้
ตอกย้ำถึงความอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกมีความเชื่อมั่นเมืองไทย
ทั้งมาตรการสนับสนุน คุณภาพทีมงาน และศักยภาพของโลเคชันถ่ายทำทั่วประเทศ
การเข้าร่วมงาน EFM 2026 เป็นส่วนหนึ่งในแผนของกรมการท่องเที่ยวที่จะทำตลาดเชิงรุก
ดึงดูดกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทย สร้างรายได้
กระจายการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกผ่านสื่อภาพยนตร์ และคอนเทนต์ระดับนานาชาติ
ที่จะเป็นพลังสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่สอง –ดุสิตเกียวโตคว้า4ดาว2รางวัล“Forbes Travel Guide Star Awards”
“โรงแรมดุสิตธานี
เกียวโต” ประกาศ ได้รับรางวัลระดับ 4 ดาว ถึง 2 รายการ จาก Forbes Travel Guide Star Awards ประจำปี
2026 ในรอบการประเมินเดียวกันได้การยอมรับทั้งประสบการณ์ “เข้าพักในโรงแรมและบริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร” ในฐานะสถานที่พักผ่อนอันหรูหราใจกลางเมืองผสมผสานการต้อนรับอย่างมีระดับแบบไทยเข้ากับวัฒนธรรม โอโมเตนาชิ อันลึกซึ้งของญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นศิลปะแห่งการดูแลแขกอย่างจริงใจ
“โรงแรมดุสิตธานี
เกียวโต” ได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวติดต่อกันเป็นปีที่
2 ต่อจากครั้งแรกปี 2568
ขณะที่ ศูนย์สุขภาพ “เทวารัณย์ เวลเนส ได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวเป็นครั้งแรก ถือเป็นการพัฒนาก้าวสำคัญของโรงแรมที่ความมุ่งมั่นมอบประสบการณ์หรูหราอันประณีตและเหนือระดับให้ผู้ใช้บริการ
สำหรับดุสิตธานี
เกียวโต เปิดให้บริการเมื่อกันยายน 2566 เครือดุสิตเปิดโรงแรมหรูแห่งแรกในญี่ปุ่น
มอบการพักผ่อนในเมืองเงียบสงบแก่ผู้เข้าพัก โดยออกแบบอย่างพิถีพิถันใส่ใจรายละเอียด
เน้นสร้างความมั่นใจอย่างสงบ ความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม บริการส่วนบุคคล
ภายใต้แนวคิดให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีและความยั่งยืนแขกผู้เข้าพักเป็นหัวใจหลัก
โดยมีโปรแกรมสุขภาพแบบครบวงจรผสมผสานการบำบัดแบบไทยดั้งเดิมเข้ากับพิธีกรรมการรักษาแบบญี่ปุ่นแล้ว
ปรัชญาเดียวกันนี้ยังขยายสู่ประสบการณ์ “ด้านอาหารของโรงแรม” ด้วยการรังสรรค์ความเป็นฤดูกาล
ฝีมือการทำ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมหล่อหลอมการเดินทางลงในบริบทการรับประทานอาหาร
เช่น ประสบการณ์ “โอมากาเสะ” ที่ “ร้าน Kōyō” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูกาลย่อยของเกียวโต
และ “อะยะตะนะ” ร้านอาหารไทยซิกเนเจอร์ของโรงแรมสะท้อนถึงมรดกทางด้านอาหารของดุสิตอย่างละเอียดอ่อน
ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบอย่างใส่ใจ
รวมถึงสมุนไพรและผักสดจากความร่วมมือกับ Ohara Farm กับใบชาออร์แกนิกจากฟาร์มชาของโรงแรมเองในวาซูกะ
เปิดให้ผู้เข้าพักเยี่ยมชมได้ในฐานะส่วนหนึ่งของประสบการณ์ดื่มด่ำกับธรรมชาติ
“Forbes
Travel Guide”
ประกาศจัดอันดับให้โรงแรมและศูนย์สุขภาพ ดุสิตธานี เกียวโต ครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จระดับนานาชาติที่โรงแรมแห่งนี้ได้รับต่อเนื่อง
รวมถึงรางวัล Michelin Key ปี 2568 และ 2569
ตลอดจนติดอันดับโรงแรมดีที่สุดในเมืองของญี่ปุ่นจากงาน Travel
+ Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 ช่วยตอกย้ำสถานะแบรนด์ไทยในวงการโรงแรมหรูของญี่ปุ่นได้ด้วย
ในญี่ปุ่น
ดุสิตยังได้บริหาร โรงแรม “อาศัย เกียวโต ชิโจ :ASAI Kyoto Shijo” โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา
ตั้งอยู่ในย่านชิโจ-คาราสุมะ อยู่ใกล้ตลาดนิชิกิเก่าแก่
เครือโรงแรมดุสิตวางแผนการลงทุนอนาคตกำลังจะขยายธุรกิจญี่ปุ่นเพิ่ม
เตรียมจะเปิดตัวโรงแรมใหม่ได้แก่ “WE Hotel Lake Toya – Dusit
Collection” จะเป็นโรงแรมแห่งแรกของกลุ่มภายใต้แบรนด์หรู
Dusit Collection นำเสนอการพักผ่อนเน้นออกแบบโดยคำนึงถึงธรรมชาติ
สุขภาพ และความหรูหราอย่างมีระดับ พร้อมวิวทะเลสาบโทยะในฮอกไกโดที่สวยงาม
“มาโกโตะ
ยามาชิตะ” ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต และอาซาอิ เกียวโต ชิโจ
เปิดเผยว่า โรงแรมได้การยอมรับครั้งล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ต่อเนื่องโดยทีมงานของเราได้สร้างสรรค์ขึ้น
เพื่อมอบบริการอย่างใส่ใจและเป็นส่วนตัว
ทั้งระหว่างการเข้าพักในโรงแรมและประสบการณ์ด้านสุขภาพแบบครบวงจร
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.









