HMA 2026จัดใหญ่ที่กรุงเทพฯงานรวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข
ฉลอง25ปีเร่งดันโรงพยาบาลในไทย-ทั่วเอเชียสู่ความเป็นเลิศ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #HMA2026 #ยกระดับโรงพยาบาลไทยทั่วเอเชียสู่ความเป็นเลิศ
“HMA 2026” ฉลอง 25 ปี จัดใหญ่ในกรุงเทพ 2-4 ก.ย.69 รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุขทั่วเอเชีย ผนึกกำลังยกระดับ “โรงพยาบาลภูมิภาคเอเชีย” สู่ความเป็นเลิศ ถกปมท้าทายของโรงพยาบาล 6 เรื่อง เร่งแก้โจทย์เร่งด่วน ปูทางอนาคตประเทศไทย
“Hospital Management Asia (HMA) 2026” เปิดเวทีงานประชุมการบริหารจัดการโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในเอเชีย
เปิดเวทีแล้วในวาระฉลองครบ 25 ปี จัดขึ้นวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ในกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลัก “Leading
Change that Delivers” หรือ “ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง
สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โดยได้รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล
ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล นักนวัตกรรรมด้านสาธารณสุข
จากภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ร่วมกันขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี
สู่การยกระดับระบบบริการด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
เน้นแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องความท้าทายปัจจุบันที่โรงพยาบาลต่างๆ
กำลังเผชิญในมิติเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติงาน ครอบคลุมทั้ง 6 เรื่อง คือ 1.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน (Workforce
Transformation) 2.ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient
Safety) 3.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน
(Digitalization) 4.ประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient
Experience) 5.การพัฒนาคุณภาพบริการ (Quality
Improvement) 6.การจัดบริการสาธารณสุขที่ยั่งยืน (Sustainable
Healthcare Delivery)
แม้โรงพยาบาลจะพยายามลงทุนอย่างมากเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
แต่หลายแห่งยังคงเผชิญความท้าทายพื้นฐาน รวมถึงความคลาดเคลื่อนทางยา อาจนำไปสู่การใช้ยาที่ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วย
การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Hospital-acquired
Infections) การพลัดตกหกล้มของผู้ป่วย แผลกดทับ (Pressure
Ulcers) และรอคิวนาน รอพบแพทย์ รอเตียง รอหมอสั่งจำหน่ายผู้ป่วยในออกจากโรงพยาบาล (Discharge)
ในเวทีประชุมวิชาการ HMA 2026 จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความสามารถของเทคโนโลยีใหม่
แต่มองถึงความเป็นไปได้และศักยภาพขององค์กรด้านสาธารณสุข พร้อมจะปรับกระบวนการและวัฒนธรรมการทำงานเพื่อ
“เปลี่ยน” นวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นเครื่องมือส่งมอบบริการสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นให้ผู้ป่วย
และยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กร
นายแพทย์อัครฐาน
จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน (Thailand Private Hospital Association) เปิดงาน “วันแรก”
ให้ฟังมุมมองผู้นำด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ได้แก่ ผู้แทนจากการกระทรวงสาธารณสุข และมีหัวข้อการประชุมอื่น
ๆ เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของสาธารณสุขในไทย โดย “เชื่อมโยงประเด็นสำคัญระดับท้องถิ่นกับภูมิทัศน์ของการพัฒนาระบบสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย”
จากนั้น “วันที่สอง” จัดให้มีเวทีเสวนาเปิดงานหัวข้อ “The
Future of Thailand’s Healthcare, and Leadership Perspectives from Thailand’s
leading hospitals” (อนาคตสาธารณสุขประเทศไทย
และมุมมองจากผู้บริหารของโรงพยาบาลชั้นนำ)
นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า
อนาคตระบบสาธารณสุขของไทย ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ
1.ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพของการดูแล
ความคาดหวังของผู้ป่วย ความสามารถในการบริหารจัดการ และให้บริการสาธารณสุขต่อเนื่องในระยะยาว
(Operational Sustainability) 2.การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมีบทบาทขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณสุข ควบคู่การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านสุขภาพ
งาน HMA 2026 สร้างโอกาสสำคัญให้ประเทศไทยได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการและบริการสาธารณสุข
กับผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชีย แล้วยังเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแนวทางและวิธีปฏิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ
ทั่วเอเชีย
งาน HMA 2026 มีหนึ่งในแนวคิดหลักคือ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัล สู่กระบวนการทำงานจริงในระบบบริการสาธารณสุข ได้แก่
-ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยเพื่อประเมินความเสี่ยง (AI-powered
Clinical Risk Assessment)
-การตัดสินใจโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
(Evidence-Based Decision-Making)
-ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและข้อมูลออกแบบแผนการดูแลรักษาผู้ป่วย
(Digital Clinical Pathways)
-สร้างโอกาสและความเสี่ยงในการนำ Generative
AI และ Agentic AI มาใช้ในบริการด้านการแพทย์
รวมทังมีเวิร์กช็อปก่อนการประชุมเจาะลึกแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในหลายมิติการดำเนินงานโรงพยาบาล
ทั้งด้านการสนับสนุนงานคลินิกและการบริหารจัดการ
พร้อมพิจารณาประเด็นสำคัญด้านธรรมาภิบาลข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความพร้อมนำเทคโนโลยีไปใช้
และการกำกับดูแลโดยมนุษย์
“นายฟาบริซ เลอเกต์” กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Siemens Healthineers กล่าวว่าระบบสาธารณสุขกำลังเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่ระยะใหม่
ซึ่งเทคโนโลยีจะต้องก้าวข้ามการสร้างนวัตกรรมเพียงเพื่อความแปลกใหม่ แต่ต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่ชัดเจนด้าน
1.การรักษาพยาบาล 2.ประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3.ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เราเห็นโอกาสสำคัญเรื่องการใช้งานข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจ
ลดกระบวนการทำงาน สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ทำงาน หัวใจสำคัญคือ
การผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการที่ถูกต้อง ทักษะ และความเป็นผู้นำ
เพื่อแปลงนวัตกรรมไปสู่ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อโรงพยาบาลและผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม
“ประสบการณ์ของผู้ป่วย”
ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญลำดับต้น ๆ
ที่องค์กรด้านสาธารณสุขกำลังทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการดูแลรักษา งาน HMA 2026 จึงมุ่งสำรวจรูปแบบการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
การสื่อสาร กระบวนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบคัดแยกผู้ป่วย (Triage
Optimization) การบริหารจัดการเตียง การดูแลอย่างต่อเนื่อง บทบาทของเทคโนโลยีในการสร้างเส้นทางการรับบริการของผู้ป่วยที่ไร้รอยต่ออย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นต่อไป
ในวาระฉลองครบ 25 ปี Hospital Management
Asia เวทีนี้ช่วยตอกย้ำบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคของผู้นำด้านสาธารณสุข
ในการทำงานร่วมกัน แบ่งปันองค์ความรู้เชิงประจักษ์ สร้างแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
เพื่อรับมือความท้าทายการเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขในอนาคต
“นายริชาร์ด ไอร์แลนด์” ซีอีโอ Clarion
Events Asia กล่าวว่า ตลอด 25 ปี งาน Hospital
Management Asia ได้สร้างแพลตฟอร์มผู้นำในวงการสาธารณสุขทั่วภูมิภาคนี้
เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การท้าทายความคิดแบบเดิม ๆ
และการเรียนรู้จากคนในวงการ
ในยุคที่ระบบสาธารณสุขเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ “โจทย์เร่งด่วน”
ลำดับแรก จึงไม่ใช่เพียงการค้นหานวัตกรรมแห่งอนาคต แต่คือการทำความเข้าใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสร้างคุณค่าให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร HMA 2026 คือการรวมตัวของผู้นำในอุตสาหกรรมนี้
เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงประจักษ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์
ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ซี่งจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้ระบบสาธารณสุข
และผู้ป่วยต่อไป

























