วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.นำรัฐมนตรีศรีลังกาทัวร์ย่านทรงวาดสัมผัสพหุวัฒนธรรมต่อยอดเปิดเส้นทางพระพุทธศาสนา

 ผู้ว่าฯ ททท.นำรัฐมนตรีศรีลังกา/คณะทัวร์ย่านทรงวาดกทม.

เสน่ห์พหุวัฒนธรรม-เปิดเส้นทางพระพุทธศาสนา2ประเทศ


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ย่านทรงวาด #ไทยศรีลังกา  

ผู้ว่าฯ ททท.นำทีมต้อนรับรัฐมนตรีฯ ศรีลังกา เอกอัครราชฑูต พร้อมคณะ เยือนแหล่งท่องเที่ยว “ย่านทรงวาด” กรุงเทพฯ สัมผัสเสน่ห์พหุวัฒนธรรมเที่ยวเชิงคุณค่า ไทยใช้โอกาสเจ้าภาพ BIMSTEC 14-15 ก.ย.นี้ ต่อยอดเปิดเส้นทางท่องเที่ยว “พระพุทธศาสนา” เชื่อมสองประเทศ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศทไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ได้ต้อนรับ Hon. Vijitha Herath รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การจ้างงานในต่างประเทศ และการท่องเที่ยวศรีลังกา พร้อมด้วย H.E. E.A.S. Wijayanthi Edirisinghe เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรศรีลังกาประจำประเทศไทย และคณะใช้โฮกาสเดินทางมาประเทศไทยให้เกียรติเยือน “ย่านทรงวาด” แหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร เพื่อสัมผัสเสน่ห์พหุวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า

ทางคณะทั้งหมดได้เข้าเยี่ยมชม ย่านถนนทรงวาดและพื้นที่ใกล้เคียง แหล่งท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์พหุวัฒนธรรม ประเพณี มรดกท้องถิ่น วิถีชีวิตของชุมชนไทย ทางททท. สำนักงานกรุงเทพมหานคร จึงได้จัดทำและนำเยี่ยมเส้นทาง “Walking Journey on Songwat Road” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของย่านการท่องเที่ยวใจกลางกรุงดังกล่าว ผ่านเรื่องราว ผู้คน ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีการค้าขายที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน


เส้นทางนี้ ทางคณะฯ ได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและจุดหมายที่มีเอกลักษณ์ อาทิ ลานช้าง Play Art House Soul Songwat ตรอกมัสยิด บ้านยาวาส  I WANA BKK ซอยประตูไม้ 100 ปี ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง และร้านเจริญเลิศทวี ล้วนสะท้อนการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิต การค้าขาย งานศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างสอดรับกับยุคสมัย สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าและความหมายให้ผู้มาเยือน



“ไทย–ศรีลังกา” เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกันผ่านความร่วมมือ “BIMSTEC” ซึ่งมีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก เช่นเดียวกับประเทศไทยเป็นสมาชิกและมีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง  ปี 2569 ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม BIMSTEC Working Group on Tourism (BWGT) ครั้งที่ 4 วันที่ 14–15 กันยายน 2569

ด้วยความใกล้เคียงด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้าน “พระพุทธศาสนา” ที่มีบทบาทสำคัญของทั้งสองประเทศ จึงเป็นโอกาสในการหารือและพัฒนาแนวทางเชื่อมโยง เส้นทางท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา ระหว่างไทยและศรีลังกา เพิ่มทางเลือกและสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าในโอกาสต่อไปด้วย



“นักท่องเที่ยวศรีลังกา” ตั้งแต่ 1 มกราคม – 10 กันยายน 2569 เดินทางมาไทยแล้ว 72,236 ราย เปรียบเทียบจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนเพิ่มขึ้น 11.7% มีศักยภาพและโอกาสขยายตลาดรวมถึงเพิ่มความร่วมมือด้าน เที่ยวบินและการเชื่อมโยงทางอากาศ รองรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียใต้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้



บพท.นำเครือข่ายพหุภาคีสานพลังชงแผนแก้จนยั่งยืนสภาพัฒน์ใส่ในแผนชาติฉบับ14

บพท.นำเครือข่ายพหุภาคีสานพลังชงแผนแก้จนยั่งยืนทั่วไทย

สภาพัฒน์ใส่ในแผนชาติฉบับ14พลิกโฉมสู่ Area Baseเริ่มปี70

“บพท.”ร่วมภาคีเครือข่ายทั่วไทยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ”พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3 สู่แผนชาติฉบับที่ 14” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บพท #แผนแก้จนอย่างยั่งยืน #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ14

เครือข่ายพหุภาคีเปิดเวที ”พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3 สู่แผนชาติฉบับที่ 14” ระดมความเห็นหนุน “บพท.” รวมข้อมูลชงแผนให้สภาพัฒน์บรรจุใช้แก้จนยั่งยืนของประชาชน เริ่มปี’70 พลิกโฉมการจัดทำใหม่เป็นเชิงพื้นที่ Area Base แทนเชิงประเด็น Issue-based”

ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) “บพท.” กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ”พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3 สู่แผนชาติฉบับที่ 14” เมื่อ 15 กันยายน 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีคณาจารย์ นักวิจัย และภาคีเครือข่ายใหญ่ ทั้งภาคราชการ ภาคประชาสังคม องค์กรธุรกิจเอกชน ร่วมระดมความคิดเห็น ประสบการณ์ พัฒนาแผนแก้ความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จและยั่งยืน เตรียมส่งต่อให้สภาพัฒน์ใส่ไว้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ยกระดับสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขประชาชน โดยใช้ชุดความรู้จากงานวิจัยของ บพท.ร่วมกับสถาบันวิชาการศึกษาค้นคว้าเป็นสารตั้งต้นจัดทำขึ้น


เป้าหมายหลักการจัดสัมมนาครั้งนี้ต้องการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาหลายภาคส่วน ทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณาจารย์นักวิจัยจากสถาบันวิชาการเครือข่าย 19 แห่ง ใน 20 จังหวัด องค์กรชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรภาคธุรกิจ ทำหน้าที่หาข้อสรุปแนวทางมาตรการที่เป็นรูปธรรม เตรียมนำเสนอเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 จะมีผลบังคับใช้เป็นแผนแม่บทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศช่วงปี 2570-2574

โดยใช้ข้อมูลความรู้จาก “งานวิจัยแก้ปัญหาความยากจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ”  ทาง บพท.ร่วมกับคณาจารย์นักวิจัย และสถาบันวิชาการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา มีข้อค้นพบครัวเรือนยากจนใน 20 จังหวัด พบยากจนสูงสุดของประเทศ 303,444 ครัวเรือน คนจน 1,243,449 คน เป็นฐานข้อมูลตั้งต้ระดมความคิดเห็นดังกล่าว

ดร.กิตติ กล่าวว่า ได้ออกแบบการสัมมนาให้สอดคล้องกับโครงสร้างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 ของสภาพัฒน์ ประกอบด้วย กลุ่มย่อย 5 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 โครงสร้างเศรษฐกิจ กลุ่ม 2 การปฏิรูปภาครัฐ กลุ่ม 3 การยกระดับทุนมนุษย์ กลุ่ม 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กลุ่ม 5 การถ่ายทอดและลงทุนในงานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สกัดข้อมูลความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นจากทุกกลุ่ม รวมเป็นชุดข้อมูลผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 มุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในชีวิตแก่ประชาชนในพื้นที่


“โจทย์สำคัญ” มีหลายประเด็นที่คาดหวังอยากให้มีคำตอบชัดเจนในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ได้แก่ “เกษตรกร” 9 ล้านครัวเรือน ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือ “แรงงานนอกระบบ” อีกหลายสิบล้านคน หรือ “ครัวเรือน” ยากจน 20% ระดับล่างสุด และ “เศรษฐกิจฐานราก” ระดับชุมชน จะอยู่ตรงไหนของแผน จะมีกลไกอย่างไรในกระบวนการพัฒนา

“แนวทาง” สำคัญนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนยั่งยืน มีอยู่กัน 3 ประการ ได้แก่ 1.การพัฒนาทักษะการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ 2.การพัฒนาทักษะการจัดการทางการเงิน 3.การสร้างเสริมอุปนิสัยความพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ควรต้องเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณให้เข้าถึงครัวเรือนยากจนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ


ทางด้าน “นายเอ็นนู  ซื่อสุวรรณ” กรรมการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่าข้อมูลจากการผสมผสานความรู้จากงานวิจัย ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมสัมมนา ผลลัพธ์จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้ จะนำไปสังเคราะห์เข้าสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ 1 ตุลาคม 2570 จะเป็นแผนฉบับแรก ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ หรือ Area Base” ความสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนในพื้นที่ แตกต่างจากแผนก่อนหน้านี้ที่เป็นแผนพัฒนาเชิงประเด็น หรือ Issue-based”

ในกระบวนการทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 14 จะแตกต่างจากก่อนหน้านี้ คือจะเปิดโอกาสให้ประชาชนหลายภาคส่วน หลายกลุ่มอาชีพ มีส่วนร่วมแสดงความเห็น เสนอแนะอย่างเต็มที่ เพื่อมุ่งเน้นให้แผนฉบับที่ 14 เป็นแผนพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ไม่ใช่แผนของสภาพัฒน์เพียงอย่างเดียว



สำหรับ “ฐานข้อมูลงานวิจัยแก้ปัญหาความยากจน” ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ 20 จังหวัดยากจนที่สุด ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ ประกอบด้วย ปัตตานี  อำนาจเจริญ  แม่ฮ่องสอน  ชัยนาท  สุรินทร์  ยโสธร  ศรีสะเกษ  สกลนคร  มุกดาหาร  กาฬสินธุ์  บุรีรัมย์  นราธิวาส  อุบลราชธานี  ลำปาง  พัทลุง  นครราชสีมา  ร้อยเอ็ด  พิษณุโลก  เลย  และยะลา 

 

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

ททท.ปลุกเที่ยว“CLICK at Siam Amazing Park” ตามรอย MV JISOO ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ควันนี้-15 พ.ย.69

ททท.ปลุกไทย/ทั่วโลกเที่ยว“CLICK at Siam Amazing Park”

ตามรอย MV JISOO ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ควันนี้-15 พ.ย.69

 

ททท.ชวนเที่ยว “CLICK at Siam Amazing Park” ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค วันนี้-15 พ.ย.2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #CLICKatSiamAmazingPark #MVJISOO

ททท.ปลุกกระแสเที่ยว “CLICK at Siam Amazing Park” วันนี้-15 พ.ย.นี้ ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค ชวนแฟนคลับตามรอย MV JISOO สนุกกับการเช็คอิน 6 ไฮไลต์ เลือกซื้อได้ 3 แพกเกจ เล่นสวนน้ำได้ไม่จำกัดรอบตลอดทั้งวัน


นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค และ Blissoo” เปิดตัวกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” เริ่มวันนี้-15 พฤศจิกายน 2569 ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค กรุงเทพมหานคร ชวนแฟนคลับไทยและทั่วโลก ตามรอยสถานที่ถ่ายทำจริงของมิวสิกวิดีโอ “CLICK” ของ JISOO ศิลปินระดับโลกชาวเกาหลีใต้ เร่งผลักดันการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” โดยมี Sub-Culture Economy เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ นำความสนใจเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับและตลาดสนใจเฉพาะ (Niche Market) มาสร้างคุณค่าและแรงจูงใจในการเดินทาง เชื่อมโยง วัฒนธรรม บันเทิง และแฟนดอม เข้ากับการท่องเที่ยว  เดินหน้าขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ

“CLICK at Siam Amazing Park” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมตัวอย่าง “การท่องเที่ยวป๊อบ คัลเจอร์” เป็น Sub-Culture Economy ของ ททท. ที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โดยได้แรงบันดาลใจจากมิวสิกวิดีโอ "CLICK" เริ่มเผยแพร่เมื่อ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นมา ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง JISOO กับกลุ่มแฟนคลับทั่วโลก ผ่าน CLICK Bear นำสถานที่ถ่ายทำจริง ที่ “สยามอะเมซิ่งพาร์ค” เปิดให้กลุ่มแฟนคลับได้ตามรอยฉากสำคัญจาก MV


ภายในงานกลุ่มแฟนคลับสามารถตาม  MV “CLICK” เช็คอินผ่าน 6 จุด ได้แก่

จุดที่ 1  Si-Am Amazing Hall จุดเริ่มต้น รับ CLICK Passport สำหรับสะสมแสตมป์ตามจุดต่าง ๆ

จุดที่ 2 CLICK Bear จุดถ่ายภาพกับ CLICK Bear น้องหมีสูง 4 เมตร ตัวแทนสายสัมพันธ์ระหว่าง JISOO กับกลุ่มแฟนคลับ

จุดที่ 3 CLICK Message&CLICK Post ส่งคลิป ภาพ และข้อความถึง JISOO ผ่านที่ทำการไปรษณีย์พิเศษ “JISOO 10230”

จุดที่ 4 CLICK Moment จุดถ่ายภาพฉากรถไฟเหาะ พร้อมสัมผัสเบาะนั่งที่ JISOO ใช้ถ่ายทำจริง

จุดที่ 5 ม้าหมุนสองชั้น ฉากสำคัญจาก MV ซึ่งเป็นจุดที่ JISOO ใช้ถ่ายทำจริง

จุดที่ 6 Si-Am Amazing Shop จุดเช็กอินสุดท้าย เลือกซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึกคอลเลกชัน CLICK รุ่นลิมิเต็ด




ทั้งนี้ “JISOO 10230” ที่อยู่ไปรษณีย์จริงในประเทศไทย จัดทำโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสให้กลุ่มแฟนคลับทั่วโลกจ่าหน้าซองถึง JISOO 10230 THAILAND ส่งจดหมายหรือข้อความถึง JISOO ได้ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม โดยผู้ที่สะสมแสตมป์ผ่าน CLICK Passport ครบตามเงื่อนไข สามารถนำมาแลกรับโปสการ์ด JISOO รุ่นพิเศษได้




แฟนคลับสามารถเลือกแพ็กเกจเข้าร่วมกิจกรรมได้ 3 แบบ ได้แก่ 1.CLICK Adventure Pass 2.Super CLICK Adventure Pass และ 3.Annual CLICK Collectible Pass ทุกแพ็กเกจเที่ยวสวนน้ำและสวนสนุกได้ตลอดทั้งวันโดยไม่จำกัดรอบ พร้อมรับ CLICK Passport ของที่ระลึกคอลเลกชัน CLICK ตามเงื่อนไขที่กำหนดซื้อได้ที่จุดขายบัตรสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือออนไลน์ สอบถามที่ Line: @siamamazingpark หรือ โทร. 02-105-4294

 

ททท.เปิด “Nihao Month 2026” ดึงจีนเที่ยวไทยยาวถึงปี’70

ททท.เปิด “Nihao Month 2026” ดึงจีนเที่ยวไทยยาวถึงปี’70

จัดเต็ม4กิจกรรม“โปร-อินฟลู-Mid Autumn-แจกสิทธิ์พิเศษ”

ททท.เปิด“Nihao Month 2026”ดึงจีนเที่ยวไทย “ไหว้พระจันทร์-วันชาติ” ยาวต่อเนื่องถึงตรุษจีนปี 2570

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #NihaoMonth2026 #ไหว้พระจันทร์ #GoldenWeek

ททท.จัดเต็ม “Nihao Month 2026” รุกตลาดจีนเที่ยวไทย2เทศกาลใหญ่ “ไหว้พระจันทร์-วันชาติ” ยาวต่อเนื่องถึงโลว์ซีซั่นและตรุษจีน ม.ค.-ก.พ.70 สร้างการรับรู้ 500ล้านคน-ครั้ง ร่วมพันธมิตรลุยขาย 4 กิจกรรม “โปรโมชั่นร่วม” ผ่านแพลตฟอร์ม Meituan บูม “Mid-Autumn”กับวัน แบงค็อก เปิด“KOLs FAM Trip” ดึงอินฟลูจีนมาไทย ลุย “Chinese Passport Privilege” แจกสิทธิ์ทั่วไทย


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.พร้อมเปิดโครงการ “Nihao Month 2026” ภายใต้แนวคิดจีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” สานต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน ในมิติการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนเดินทางช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน (Golden Week) เพราะจีนเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของตลาดระยะใกล้ ตลอด 2 เทศกาลนี้ มีสัญญาณบวกจากแนวโน้มการเดินทางเติบโตขึ้น ททท. จึงเร่งสื่อสาร ทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ สร้างประสบการณ์ และความร่วมมือกับพันธมิตร นำเสนอเป็นจุดหมายปลายทางน่าเลือกกว่า อยู่ได้นานกว่า ใช้จ่ายอย่างมีคุณค่ามากกว่า และอยากกลับมาอีก” ตลอดจนสร้างความผูกพันระหว่างประชาชนไทยและจีน และต่อยอดการเดินทางช่วงนอกฤดูเดินทาง (Low Season) และต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2570

ททท. เชื่อมั่นโครงการ “Nihao Month 2026” จะเป็นแรงส่งสำคัญกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนเดินทางช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์และวันชาติจีน สร้างความต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีน 2570 จะสามารถสร้างการรับรู้ได้กว่า 500 ล้านคน-ครั้ง ทำให้ไทยยังคงเป็น Top of Mind Destination และจุดหมายปลายทางที่จีนรู้สึกผูกพันและอยากกลับมาเยือนซ้ำอีกครั้ง

โครงการ “Nihao Month 2026” จัดต่อเนื่องปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ด้วย 4 กิจกรรม


กิจกรรมที่ 1  ททท. ร่วมกับ Meituan แพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำของจีน จัด “Joint Promotion” ระหว่าง 15 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 เจาะกลุ่มเป้าหมายหลัก กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และ กลุ่มเมืองใหม่ระดับเทียร์ 1 (New First Tier Cities” จัดโปรโมชั่นท่องเที่ยวและโรงแรม ประชาสัมพันธ์ Black Pearl Restaurant Guide ผ่าน KOLs ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยคือจุดหมายปลายทางด้านอาหารและประสบการณ์คุณภาพ ใช้ Location-based Service แนะนำร้านอาหาร แหล่งชอปปิ้ง โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง พร้อมบริการจองบัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง


กิจกรรมที่ 2 “Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration 2026” วันที่ 25 กันยายน 2569 ที่ ตึก วัน แบงค็อก กรุงเทพ  ภายใต้แนวคิด ไหว้พระจันทร์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย–จีน” ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น ทำและแลกเปลี่ยนขนมไหว้พระจันทร์ ตกแต่งโคมกระดาษจีน การเขียนพู่กันจีน และเวิร์กชอปวัฒนธรรม พร้อมเชิญเซเลบริตี้ กับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อนักท่องเที่ยวจีนร่วมสื่อสารแนวคิด จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” หรือ “จง ไท่ อี เจีย ชิน” ถ่ายทอดเสน่ห์วัฒนธรรม วิถีชีวิต และมิตรภาพไทย–จีน เข้าถึงนักท่องเที่ยวจีน และต่อยอดความประทับใจจากเทศกาลสู่แรงบันดาลใจในการเดินทางมาไทย


กิจกรรมที่ 3 “Amazing Thailand Mid-Autumn KOLs FAM Trip” วันที่ 26–29 กันยายน นี้ ททท. จะสื่อสารประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เชิญสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์จากจีนประมาณ 30–40 ราย เดินทางมาสำรวจสินค้า แหล่งท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทย ภายใต้แนวคิด Healing is a new luxury 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.กระบี่ Green Rediscover” 2.เพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ Amber Gastronomy”, 3.เชียงราย Rainbow Retreat” 4.ระยอง–เกาะเสม็ด Blue Healing” ถ่ายทอดประสบการณ์จริงและมุมมองใหม่เมืองไทยไปยังกลุ่มคุณภาพและมีกำลังซื้อสูงของจีน


กิจกรรมที่ 4 จัด “Chinese Passport Privilege” ทำกิจกรรมประสบการณ์ออนกราวนด์รุกตลาดจีนวันที่ 15 กันยายน–31 ตุลาคม นี้ โดยร่วมกับพันธมิตรศักยภาพ 5 กลุ่มบริการ รวม 20 หน่วยงาน ครอบคลุม 5 กลุ่ม ดังนี้

-กลุ่มแรก Shopping & Lifestyle Destination เช่น เอเชียทีค, บิ๊กซี เซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัลแอมเบสซี่, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน  , NaRaYa, ตึกวัน แบงค็อก, พาวเวอร์บาย, สยามภิวรรธน์, , Tops, Makro และโลตัส

-กลุ่มสอง Spa & Wellness ได้แก่ G Wellness, The Klinique และ L.A.B.X

-กลุ่มสาม บริการด้านการเดินทาง ได้แก่ Grab Thailand

-กลุ่มสี่ การสื่อสารโทรคมนาคม ได้แก่ AIS และ True/dtac

-กลุ่มห้า Online Payment Platform ได้แก่ Alipay และ WeChat Pay

ทุกกลุ่มจะมอบสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นให้นักท่องเที่ยวจีน ณ จุดที่ร่วมรายการ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในสินค้าและบริการท่องเที่ยวของไทย



สถิติ “นักท่องเที่ยวจีน” มาไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–10 กันยายน 2569 รวม 3,641,549 คน ครองแชมป์สูงสุด  ททท. คาดการณ์ช่วงโกลเด้นวีค ตั้งแต่ 25 กันยายน–7 ตุลาคม 2569 จะมีจีนเดินทางมาไทยประมาณ 250,000 คน เพิ่มขึ้น 24 % สร้างรายได้ 11,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงปีก่อน 37 %

โดยจะมีกระแสการท่องเที่ยว “3 Days Off for 13 Days” มีแนวโน้มผลักดันระยะเวลาท่องเที่ยวเฉลี่ยเพิ่มเป็น 13 วัน/ทริปจาก 8 วันต่อทริป เพิ่มการใช้จ่ายและกระจายสู่จุดหมายปลายทางหลากหลายยิ่งขึ้น ประเมินยอดจองล่วงหน้าการเดินทางมายังไทยเดือนตุลาคม 2569 เพิ่มขึ้น 16 % และการค้นหาเที่ยวบินจากเมืองสำคัญเพิ่มขึ้น 24 % ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เฉิงตู หางโจว และฉงชิ่ง

 

 

ผู้ว่าฯ ททท.นำรัฐมนตรีศรีลังกาทัวร์ย่านทรงวาดสัมผัสพหุวัฒนธรรมต่อยอดเปิดเส้นทางพระพุทธศาสนา

  ผู้ว่าฯ ททท.นำรัฐมนตรีศรีลังกา/คณะทัวร์ย่านทรงวาดกทม. เสน่ห์พหุวัฒนธรรม-เปิดเส้นทางพระพุทธศาสนา 2 ประเทศ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ...