วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท.ส่งท้ายวิ่งกินเที่ยวช้อปGI Tour & Trail Running เมืองเพชรบุรี

ททท.ส่งท้ายวิ่งกินเที่ยวช้อปGI Tour & Trail Running

โชว์ความสำเร็จขายเที่ยวเชิงกีฬา+สินค้าGIเมืองเพชร


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailandGITourTrailRunning2026 #วิ่งกินเที่ยวช้อปสินค้าGI

ททท.ผนึกพันธมิตรจัดวิ่ง วิ่ง กิน เที่ยว ช้อป Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” สนามสุดท้าย 21 มิ.ย.นี้ ที่บ้านทุ่งมะขาม เพชรบุรี โชว์พลังความสำเร็จมหกรรมขายท่องเที่ยวเชิงกีฬา บวกสินค้า GIและผลิตภัณฑ์กล้วยหอมดังเมืองเพชร


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.รวมพลังภาครัฐ เอกชน ร่วมส่งท้ายมหกรรม วิ่ง กิน เที่ยว ช้อป  Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น.ที่โรงเรียนบ้านทุ่งขาม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมนี้จัดขึ้น 5 ภูมิภาค โดยมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) พร้อมกับยกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย ด้วยการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผสาน “การวิ่ง” เข้ากับ “การเรียนรู้วิถีชุมชน วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น” เดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่เติบโตได้ด้วย

ช่วงเช้าตรู่ทุกฝ่ายร่วมพิธีปล่อยตัวนักวิ่งร่วมกัน นำโดย ผู้ว่ากร ททท. นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน พลโทวิรัฏฐ์ วงษ์จันทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิ่ง และสื่อมวลชน


แนวคิดสนามปิดท้ายที่เพชรบุรีจัดขึ้นภายใต้ธีม “กล้วยหอมทองเมืองเพชร” ชูผลไม้คุณภาพที่มีชื่อเสียงเมืองเพชรบุรี มีรสชาติหวานหอม เนื้อแน่น สีเหลืองทองสวยงาม ผู้บริโภคคนไทยและต่างชาตินิยมรับประทาน ภายในงานจัดให้ออกบูทร้านค้าชุมชนมากกว่า 20 ร้านค้า พร้อมทำกิจกรรมเวิร์กชอป “การปั้นเครื่องปั้นดินเผา” และ “การทำขนมกล้วยกวน” จากวัตถุดิบท้องถิ่น ถ่ายทอดเสน่ห์ชุมชนผ่านงานหัตถศิลป์ และอาหารพื้นถิ่น เปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไปด้วยกัน

ส่วนการแข่งขันสนามนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมอย่างคับคั่งกว่า 1,026 คน ทั้ง 3 ระยะ ได้แก่

-Trail Challenge” ระยะ 20 กิโลเมตร มีนักวิ่ง มากที่สุด 464 คน

-Mini Trail ระยะ 11 กิโลเมตร มีนักวิ่งปานกลาง 314 คน

-Fun Run ระยะ 4 กิโลเมตร พอสมควร 248 คน

ททท.และพันธมิตรที่ร่วมจัดงานเปิดโอกาสให้นักวิ่งสัมผัสเส้นทางธรรมชาติสวยงามในเขตชุมชนบ้านทุ่งขาม พร้อมทำโครงการปลูกป่าชัยพัฒนา-แม่ฟ้าหลวง สำนักงานป่าไม้เขตเพชรบุรี และฐานกิจกรรมเรียนรู้สินค้า GI เมืองเพชรบุรี


ผลสรุปโครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” กระแสตอบรับดีต่อเนื่องทั้ง 4 สนาม มีนักวิ่ง นักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ตอกย้ำความสำเร็จที่ได้นำการท่องเที่ยวเชิงกีฬามาเชื่อมโยงกับสินค้า GI วิถีชุมชน บวกการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์อย่างลงตัวเห็นผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยสร้างการรับรู้สินค้า GI ของไทย กระตุ้นนักเดินทางท่องเที่ยว สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน


ขณะนี้ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง Amazing Thailand Virtual Run ยังเปิดรับสมัครต่อเนื่องภาย 26 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. สมัครได้ที่ https://www.gitourandtrail.com/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มทาง Line Official Account: @amazinggirun และดูรายละเอียดได้ที่ www.thailandfestival.org และ Facebook: Thailand Festival



วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569

TCEBจัดเต็มเมกะอีเวนต์“มหกรรมพืชสวนโลกอุดร”ปี’69

โชว์เคสMICE CITY4โมเดล-สร้างGDPอีสานพุ่ง2หมื่นล้าน

ต่อยอดเมืองไมซ์ใหม่3ปีหน้า“MI&ConferenceMICE CITY

คิงเพาเวอร์ออนไลน์NewArrival-ออนกราวนด์Beauty Deal

คิงเพาเวอร์อัพไอเทมใหม่กลางปี69สินค้าแฟชั่นลดอีก30%

ททท.ดึงโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสเปิดทัวร์รถไฟหรูในไทยปี’70

บางจากศรีราชาจัดเต็มครูอาสาสอนภาษาสู่ชุมชนยั่งยืน

เที่ยวใต้กรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ6พิกัด

5วิธีลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบายชีวิตเป็นสุขได้

ITB Asia 2026ปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย”

ไทยไลอ้อนแอร์เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป


 ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ TCEB

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวตรังสตูล

ฟังสดจาก Link...https://www.facebook.com/share/v/18yi5Df28H/


ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB” เปิดแผนใส่เกียร์หนุนเต็มเหนี่ยวเมกะอีเวนต์ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี” ไทป์ Bจัดครั้งแรกของโลกในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1 พ.ย.69-14 มี.ค.70 ตลอด 134 วัน สร้างเศรษฐกิจกว่า 36,000 ล้านบาท ดันจีดีพีอีสานพุ่ง 20,000 ล้านบาท พร้อมโชว์เคส “MICE City Model” ต่อยอด 4 มิติ “เมืองเมกะอีเวนต์เกตเวย์GMS-แลปวิชาการแหล่งคอนเทนท์เทรนด์อินเตอร์-สร้างมัลติอีโคโนมิกอิมแพ็ค-สร้างภาพจำอุตสาหกรรมเกษตรอีสานในเวทีโลก” วางกลยุทธ์ต่อยอดแผน 3-5 ปีหน้า ขยายเพิ่ม 5 ไมซ์ ซิตี้ แตกไลน์ใหม่เพิ่มตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มเมืองใหม่  2 ประเภท “MI + Conference MICE City

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บได้ร่วมผลักดันและสนับสนุน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) เป็นงานพืชสวนโลก Type B ได้การรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ  (AIPH : International Association of Horticultural Producers) มาตรฐานสูงสุดครั้งนี้เป็นนิทรรศการระดับนานาชาติจะจัดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม134 วัน ตรงตามการก่อตั้งอุดรธานี 134 ปี ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่จัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

“ทีเส็บ” เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น “คิดแผน” และเป็น Bidding Agency หรือหน่วยงานตัวแทนการประมูล เตรียมความพร้อมทั้งหมดเพื่อแข่งขันกับนานาชาติ ภายใต้แนวคิดหลัก "Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living" (ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน) โดยเน้นการจัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนหนองแด ขนาดพื้นที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่น้ำ 400 ไร่ และพื้นดิน 630 ไร่

ดังนั้นคอนเซ็ปต์จัดงานครั้งนี้โดยได้ร่วมกับทางจังหวัดอุดรธานีประมูลงานดังกล่าวมาจัดเตรียมใช้เป็น Global Platform ทางด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นวัตกรรมของประเทศไทย สู่สายตานานาชาติ ซึ่งเป็นเมกะอีเวนต์ ที่จะยกระดับ “อุดรธานีและภาคอีสาน” ได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำทางด้านพืชสวน เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งองคาพยพทั่วภาคอีสาน ครอบคลุม ภาคเกษตร การค้า การลงทุน กระจายการเติบโตในพื้นที่


โดยจะสามารถสร้างความเจริญด้านต่างๆ หลั่งไหลเข้าสู่ภาคอีสานเนื่องจากเป็น 1 ใน 5 เมกะอีเวนต์โลก สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลไทยครบทุกมิติ โดยเฉพาะการเพิ่ม “ผลิตภัณฑ์วลรวมในประเทศ” (GDP) สร้างรายได้หมุนเวียนจากนักเดินทางทั่วโลก เม็ดเงินการลงทุนจากทุกฝ่าย ดึงดูด “ผู้เข้าร่วมงาน” ตลอดการจัดงานไม่ต่ำกว่า 3.6 ล้านคน คนไทย 70 % ต่างชาติ 20 ประเทศอีกประมาณ 30 % “สร้างรายได้” เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท มีสัดส่วนจีดีพีกว่า 20,000 ล้านบาท มีรายได้ทางภาษี 6,600 ล้านบาท สร้างงานอาชีพกว่า 80,000 อัตรา

แล้วยังจะส่งผลดีต่อภาคการเกษตรของอีสานด้วย ขณะนี้เป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย 1.ก่อให้เกิดความรู้เชื่อมโยงเครือข่ายติดต่อซื้อขายพืชอย่างหลากหลาย 2.กระจายรายได้ให้เกษตรกร 3.แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก 4.ต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือแลกเปลี่ยนของนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศทั่วโลกนำเทคโนโลยีมาช่วยกันพัฒนาภาคอีสานและประเทศไทย ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไปด้วย


“ความโดดเด่นของงาน” จะโชว์นวัตกรรมสีเขียวที่จะเกิดขึ้นในภาคอีสานด้วย จะมีโซนต่าง ๆ ภายในเมกะอีเวนต์นี้มากมายตลอด 134 วัน

ดร.สุรัชสานุ์ กล่าวว่า ทีเส็บสามารถนำโมเดลการจัดเมกะอีเวนต์ “พืชสวนโลกอุดรธานี” มาขยายผลสร้าง “MICE City” ซึ่งมีมิติมากกว่าการจัดงาน การซื้อ การขาย โดยจะโชว์เคส ครอบคลุม 3 มิติ ดังนี้

มิติที่ 1 อุดรธานีเป็นเมืองไมซ์ พร้อมรองรับการจัดประชุมเมกะอีเวนต์ได้ดีมาก ประการสำคัญอุดรธานียังเป็นเกตเวย์ของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS :Greated Mekhong Sub Regions

มิติที่ 2 เป็นห้องทดลองการจัดงานประชุมเนื่องจากมีนักวิชาการจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ทำให้เกิดคอนเทนท์ต่าง ๆ ลงไปสู่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงต่อไป


มิติที่ 3 การสร้างเครือข่าย/Network สร้างแรงกระเพิ่มเชิงบวกกับเศรษฐกิจอย่างหลากหลายทั้งระบบ(Multiplier Economic Impack) กระจายไปยังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ ท่องเที่ยวเชิงการเกษตร การนำรายได้เข้าสู่สถานประกอบการที่พักโรงแรม ศูนย์ประชุมสัมมนา สถานที่จัดงานแสดงสินค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเมกะอีเวนต์นานาชาติ เช่น ระบบโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์รองรับแบบครบวงจร บริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยว ชุมชน วิสาหกิจต่าง ๆ ด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสานทั้งระบบ

มิติที่ 4 สร้างภาพจำในระดับนานาชาติถึงหมุดหมายใหม่ของพื้นที่ชุ่มน้ำแดนอีสาน เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแถวหน้าของเมืองไทย

“ทีเส็บ” วางแผนกระตุ้นการให้คนเข้ามามีส่วนร่วมชมงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี เริ่มจาก


 “ก่อนงาน” ได้นำตัวแทนผู้ซื้อนานาชาติเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริง จัดแถลงข่าวสื่อสารสู่สาธารณะ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสถานที่จัดงาน เยี่ยมชมโรงแรมที่พัก สถานที่จัดประชุม การทำเครือข่ายเชื่อมโยงให้กลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ที่จะเข้าร่วมประชุมสัมมนา แนะนำวิธีการต่าง ๆ การจัดแสดงสินค้า

“ระหว่างงาน” ต่อยอดเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ในเซกชั่นอีเวนต์ออนไซต์ อาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จัดงาน แต่จะกระจายอยู่ตามโรงแรมต่าง ๆ ทั่วอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น หนองคาย เลย และแม้แต่กรุงเทพฯ ก็จะเปิดประชุมก่อนที่จะเดินทางไปร่วมงานสถานที่จริง จัดฟอรัมสัมมนากับภาคีพันธมิตร และเวทีการค้า การเกษตรต่าง ๆ

“หลังงาน” เมื่องานเสร็จสิ้นลง ทีเส็บจะเปิดเวทีจัด MICE Expo ยกระดับอีสานให้เห็นถึงศักยภาพสถานที่จัดงาน ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์วิชาการเกษตร โดยใช้โมเดลพืชสวนโลกครั้งนี้เป็นต้นแบบขยายผลจัดเป็นประจำทุกปี รวมถึงการนำคอนเทนท์เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ถอดบทเรียนมาใช้จริงในพื้นที่ และการนำเสนอการจัดไมซ์อย่างยั่งยืนใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีการเตรียมความพร้อมร่วมกับภาคีเครือข่ายไมซ์ทั่วภาคอีสาน เพื่อตอกย้ำให้อุดรธานีเป็น MICE City ที่จะเชื่อมกับอีก 2 เมือง คือ ขอนแก่น และนครราชสีมา ได้ด้วย โชว์บทบาทแต่ละเมืองที่แตกต่างกัน


ส่วนในระยะยาว ทีเส็บได้หารือกับทางหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ทำ “แพกเกจ” เข้ามารองรับ ทั้งทางด้านธุรกิจของตนเอง หรือการค้าการลงทุนที่จะเข้ามาสั่งซื้อสินค้าภาคการเกษตร การจัดสัมมนา นำองค์ความรู้มาต่อยอด ทางทีเส็บจะใช้ ไมซ์ ซิตี้ เป็นแกนหลักในการต่อยอดแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หรือแม้แต่อัตลักษณ์ต่าง ๆ ในอุดรธานี มาเป็นจุดขาย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นนำงาน “เมกะ อีเวนต์” มาสร้างแลนด์มาร์กและต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย

ดร.สุรัชสานุ์ กล่าวว่า ทีเส็บพร้อมที่จะขยายจำนวนเมือง “ไมซ์ ซิตี้” อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ต่อเนื่องระหว่างปี 2570-2573 เพิ่มอีก 5 จังหวัด นำร่องแล้วเปิดรับสมัครตั้งแต่ปี 2569 มีจังหวัดต่าง ๆ สนใจทยอยสมัครเข้ามาบ้างแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา และตั้งคณะกรรมการลงตรวจแต่ละจังหวัดที่สมัครเข้ามาร่วมโครงการ สำหรับ “คุณสมบัติ” การเป็นเมือง ไมซ์ ซิตี้ จะต้องพร้อมทุกองค์ประกอบ M-I-C-E /Meeting-Incentive-Exhibition-Conference ส่วนที่ยากสุดคือการเป็นเมืองจัดนิทรรศการแสดงสินค้า (Exhibition) และความพร้อมจัดงาน เมกะอีเวนต์


ดังนั้นทีเส็บ จึงมีแผนในระยะ 5 ปีหน้า ผนวกกับการจัดทำเมืองเฉพาะตามอัตลักษณ์ของไมซ์ หากไม่ได้เป็นเมือง “ไมซ์ ซิตี้” ก็จะให้มีเมืองที่พร้อมรับตามศักยภาพคาแร็กเตอร์ของเมืองนั้น ๆ  แยกเป็น 1.เมือง MI City (ประชุมสัมมนาและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล) และ 2.เมือง “Conference City” รองจัดงานประชุมนานาชาติ

ปี 2569 ทีเส็บมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ดึงรายได้เข้าประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยการยกระดับไลน์อัพแต่ละอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน รวมกลุ่มกันดึงงานเข้าไปจัดในพื้นที่ตามศักยภาพความโดดเด่น เช่น ไมซ์ด้านการเกษตร หรือบางจังหวัดมีจุดหมายพัฒนากลุ่มจังหวัดใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนเป็นเมืองอัจฉริยะ จะดึงงานไมซ์เข้าไปจัดให้ตรงตามอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้น ๆ สร้างความแตกต่างของแต่ละไมซ์ ซิตี้ ที่ไม่เหมือนกัน แต่ตอบโจทย์ศักยภาพของจังหวัดดังกล่าว โดยใช้อุตสาหรรมเป้าหมายเป็นแกนหลักการดึงงานเข้าไปจัดอย่างเต็มที่ประสิทธิภาพต่อไป

ทั้ง 4 ภูมิภาค “ภาคกลาง-ภาคเหนือ-ภาคใต้-ภาคอีสาน” ทุกพื้นที่มีจุดแข็งพร้อมรองรับไมซ์ ซึ่งมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยสามารถใช้งานไมซ์เข้าไปเป็นเครื่องมือเสริมการจัดงาน ผนึกกำลังร่วมกันได้ทุกเมืองเพื่อนำพื้นที่สู่ตลาดระดับนานาชาติได้ในอนาคต

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ออนไลน์NewArrival-ออนกราวนด์Beauty Deal

เปิดคลังดิวตี้ฟรี “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เสิร์ฟแคมเปญ “New Arrival for JUNE 2026” อัปเดตของเข้าใหม่ มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่มาแรง! พร้อมเสิร์ฟความสดใหม่ พบกับไอเทมสุดฮอตที่ใคร ๆ ก็ต้องมี รีบมาช้อปก่อนใคร อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้สะดวกสบาย ช้อปเลยวันนี้ที่คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เลือกสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ วันนี้- 30 มิถุนายน 2569

สินค้าเข้าใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ แว่นตา นาฬิกาและอื่นๆอีกมาก อย่ารอช้า ต้องรีบกดก่อนของขาดตลาด และรอรับสินค้าง่ายๆที่สนามบิน

1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท กดรับรหัสส่วนลด 20JUN26     

2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท กดรับรหัสส่วนลด 30JUN26

พร้อมเปิดออนกราวนด์ที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต” ให้ช้อปแคมเปญ “BEAUTY DEAL ชวนกันมาช้อปเครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30% เพียงแค่มียอดซื้อให้ครบ 20,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ แถมนำกะรัตสะสม 100 CARAT รับฟรี! คูปองส่วนลด 300 บาท 

 


ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์อัพไอเทมใหม่กลางปี69สินค้าแฟชั่นลดอีก30%

อัพเดท! ไอเทมใหม่กลางปี 2569 ดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ ที่ สนามบินทั่วไทย ช้อป แฟชั่น ลดทันที! 30% วันนี้ -30 มิถุนายน 2569

สมาชิก POWER PASS ช้อป 1 ชิ้น โดยไม่มียอดซื้อขั้นต่ำลดทันที 30% แฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ห้ามพลาดรับสิทธิ์ต่อเนื่องด้วยดังนี้

ดีลพิเศษ!เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ​ รับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 58,300 บาท แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน

ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! รับทันที! เซตคูปองส่วนลด สูงสุด 30% รวม 5 ใบ สมัครได้ทางเว็บไซต์ POWERPASS.KINGPOWER.COM หรือLINE Official Account @KINGPOWER 

พิเศษ! สมาชิกใหม่ POWER PASS ช้อปครบ 25,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) ภายในวันที่สมัคร รับฟรี!* สิทธิ์เข้าใช้บริการ THE ATLAS CLUB ภายใน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข่าวที่ 3-ททท.ดึงโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสเปิดทัวร์รถไฟหรูในไทยปี’70

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำทีม ผู้บริหาร ททท.หารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟหรูหราลักระดับโลก อีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล เอ็กซ์เพรส (OE :Eastern & Oriental Express) ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาลไทย กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศทไยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ผลักดันทำโครงการดังกล่าวตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก ตามแผนภายในปี 2570 จะนำร่องเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์

ททท.พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวทางราง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ “การสร้างคุณค่า และมูลค่าใหม่”ให้การท่องเที่ยวไทย จากตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จุดแข็งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากสินค้าด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกยอมรับ แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมี KPI เป็นชี้วัดความสำเร็จการท่องเที่ยว 2 ส่วน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่นักท่องเที่ยวได้รับ และ “มูลค่า” ที่สามารถกระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน

“การท่องเที่ยวทางราง” จึงนับเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ด้วยการเดินทางโดย “รถไฟ” ซึ่งจะเป็นประตูแห่งประสบการณ์เปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสเมืองไทยในมิติแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่นได้เป็นอย่างดี

สอดรับกับนโยบายรัฐบาลกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทั้งด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงกฎระเบียบใหม่ๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม ด้านการพัฒนาระบบรางเอื้อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์กล่าวว่า ความร่วมมือของ ททท.กับ อีสเทิร์น โอเรียนทัล เอ็กซ์เพรส ครั้งนี้ จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยสร้างรายได้กระจายการเดินทางสู่เมืองรองและทุกภูมิภาคทั่วไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน



ข่าวที่ 4-บางจากศรีราชาจัดเต็มครูอาสาสอนภาษาสู่ชุมชนยั่งยืน

 

นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) “BSRC เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ “ครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ” ครั้งที่ 24 ที่โรงเรียนวัดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยร่วมกับ นางสาวเนรัญชญาดา หอมทิพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแหลมฉบัง พร้อมพนักงานจิตอาสา BSRC คณะครู และนักเรียน ร่วมกันจุดประกายการเรียนรู้และเปิดประตูสู่โอกาสที่กว้างขึ้นให้แก่เยาวชนในพื้นที่

          

โครงการ “ครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ” ของ BSRC เริ่มต้นทำมาแล้วกว่า 24 ปี ตั้งแต่ปี 2545 เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งมั่นดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ปีการศึกษา 2569 มีพนักงานจิตอาสา BSRC พร้อมนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ลงพื้นที่ร่วมถ่ายทอดความรู้ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตลอดปีการศึกษาให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเนื้อหาการเรียนการสอน ครอบคลุมทั้งการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อให้เยาวชนนำไปต่อยอดใช้ได้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป

 

          BSRC ส่งเสริมให้พนักงานใช้ศักยภาพ และความรู้ความสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคม ผ่านกิจกรรมจิตอาสาตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเป็นกุญแจสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

 

          ช่วงที่ 2 ชวนกันเที่ยวใต้รับไอเย็นประสบการณืกรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ 6พิกัด เปิดอาณาจักรความอร่อยตรังเช้าถึงดึก ไหว้ศาลเจ้าดัง แช่น้ำตกฉ่ำ ๆ ยลวิถีชุมชน ส่วน “สตูล” ที่ปากบารามีร้านคาวหวานอร่อย ๆ รออยู่เพียบ แถมมีย่านพหุวัฒนธรรม ศาลเจ้า วัด เที่ยวได้สบายใจ และห้ามพลาดชม “อุทยานธรณีโลก” ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แล้วฟัง “5วิธีลดความเครียด” ช่วยให้นอนหลับสบาย และข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ITB Asia 2026” ที่สิงคโปร์พร้อมปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย” ข่าวที่สอง “ไทยไลอ้อนแอร์” เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป ราคาตั๋วเริ่มต้นแค่ 4,995 บาท

 

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวใต้กรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ6พิกัด

 

เที่ยวใต้ช่วงหน้าฝนกรีน ซีซั่น “ตรัง-สตูล” มุมใหม่ที่ไม่ใช่ทะเลของ “สายกิน” สุดยอดอาหารถิ่นอร่อยทุกมื้อ “สายมู” สักการะศาลเจ้า วัด ดัง “สายกรีน” ต้องห้ามพลาด เที่ยน้ำตก วิถีชุมชน อุทยานธรณีโลก

 

“จังหวัดตรัง” ตลุยเที่ยว 3 พิกัด กินได้ตลอดทั้งแต่เช้าถึงดึก ระหว่างวันชวน “สายมู” ปักหมุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอต่าง ๆ และชวนสายรักธรรมชาติ เที่ยวน้ำตกฉ่ำเย็น

 

พิกัดที่ 1 “สายกิน” อร่อยครบ 9 มื้อ “มื้อเช้า”  ร้านติ่มซำต้นตำรับ อย่าง ร้านพงษ์โอชา ร้านเรือนไทย รับประทานกับหมูย่าง ติ่มซำ ชาหรือกาแฟโบราณ “กลางวัน” ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นแกงใต้รสชาติจัดจ้าน เช่น ร้านครัวท่องนาท่าม /บ้านคุณย่าเมืองตรัง ร้านจีนกวางตุ้งก็มี ร้านเกาหยง หมีน้ำเลี้ยว ปักหมุดร้านสีฟ้า  “มื้อเย็น” ซีฟู้ด เช็คอินที่ปากเมง เช่น ร้านเจ๊นาซีฟู้ด หรือในเมืองต้อง ร้านเกาะไหงแคมป์ปิ้ง ซีฟู้ด  “มื้อค่ำ” นั่งร้านข้าวต้มพุ้ย ร้านเจ๊อ้วน ร้านศรีบุญเรือน หรือข้าวต้มกิมปริญญา อร่อยเลิศ “มื้อดึก” ชิมโรตีจิบน้ำชายามดึกร้านโรตีเมืองตรัง โกปี๊สมบัติ ร้านซินจิว

 

เส้นทางที่ 2 “สายมู” ปักหมุดใน “อำเภอกันตรัง” ไหว้ศาลเจ้าเด่น ๆ “ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย” ขอพรด้านโชคลาภ การค้า ความเป็นสิริมงคล “ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย” เด่นเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย “ศาลเจ้าหมื่นราม” ขอเรื่องการงาน ความสำเร็จ และ วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา)  วัดเก่าแก่โด่งดังเรื่องความขลังตำนาน "เสือนอนกิน" และ "7 นารีพันหลัก"  ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาสูง

 

เส้นทางที่ 3 “สายกรีน” เที่ยวธรรมชาติ จุดที่ 1 “น้ำตกกะช่อง” ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองศก–คลองพา ดื่มด่ำธรรมชาติเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยเสด็จบริเวณผาหินมีพระปรมาภิไธยสลักอยู่ด้วย จุดที่ 2 ชุมชนบ้านเขาหลัก อ.เมือง นั่งคายัคล่องผ่านแก่งหินต่าง ๆ สัมผัสธรรมชาติ 4 กม. แล้วชุมชนแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเลี้ยงไก่ดำด้วยสมุนไทยเป็นยา 5 ชนิด คือ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ขมิ้นชัน กราวเครือดำ กระชายดำ จุดที่ 3 วิสาหกิจเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด บ่อหินฟาร์มสเตย์ อ.สิเกา  แหล่งเรียนรู้วิถีชาวประมง ล่องเรือชมอ่าว ชมป่าโกงกาง ซื้อสินค้าขึ้นชื่อ ปลาเค็มกางมุ้ง ผ้าบาติก ผลิตภัณฑ์จักสานเตยปาหนันบ้านดุหุน และปลูกหญ้าทะเลให้พะยูนฝูงใหญ่ในเมืองไทย

 

“จังหวัดสตูล” มีทุกอย่างรองรับนักท่องเที่ยวด้วย 3 พิกัด

 

พิกัดที่ 4 “สายกิน” เช็คอินที่ “ปากบารา” ศูนย์รวมอาหารซีฟู้ดริมหาด มีร้านทะเลสดๆ มากมาย และร้านเอกลักษณ์พิเศษ “สโตย โดย เซน” ร้านเค้กที่นำจำปาดะผลไม้ GI ปรุงสูตรพิเศษ  “ทุ่งหว้า ร้าน ฉิมเมล่อน” เสิร์ฟเครื่องดื่มเมล่อนที่พิเศษด้วยลวดลายฟอสซิลสัญลักษณ์เมืองสตูล “ร้านวังสายทอง” อาหารถิ่นสูตรเด็ด แกงไก่หยวกกล้วย ยำผักกูด

 

พิกัดที่ 5 “สายมู” ชวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง ในเมืองสตูล” จุดไหว้ขอพรเรื่องการงาน การค้าขาย “วัดชนาธิปเฉลิม” (วัดสตูล) พระอารามหลวงแห่งแรกและศูนย์รวมพหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนชาวไทยพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีน

 

พิกัดที่ 6 “สายกรีน” ท่องเที่ยวแหล่งขึ้นชื่อระดับโลก  จุดที่ 1 อุทยานธรณีโลกสตูล  ยูเนสโกขึ้นให้เป็นอุทยานธรณีโลก หรือ Satun UNESCO Global Geopark แห่งแรกของไทย แห่งที่ 36 ของโลก เแหล่งที่ 5 ของอาเซียน ครอบคลุมในสตูล 4 อำเภอ คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู อำเภอเมือง เป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่ ชายหาดที่สวยงาม สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้หลากหลาย เช่น ล่องแก่ง ดำน้ำ เที่ยวถ้ำ จุดที่ 2 สะพานข้ามกาลเวลา ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ในพื้นที่เขาโต๊ะหงาย มีไฮไลต์เป็นรอยต่อหิน 2 ยุคทำให้ผู้มาเยือนก้าวข้ามเวลาในจุดเดียวผ่านช่วงอายุหินต่างกันหลายร้อยล้านปี

 

ททท.ชวนเที่ยวอย่างยั่งยืน “ตรัง-สตูล” ตลอดกรีน ซีซั่น ได้ทั้งฤดู และตลอดทั้งปี 

 

สุขภาพ –5วิธีลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบายชีวิตเป็นสุขได้

 

ความเครียดเป็นปัญหาที่คนจำนวนมากเผชิญในชีวิตประจำวัน มักส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ เมื่อความเครียดสูง การนอนหลับก็ยากขึ้น ทำให้เราพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจในระยะยาว ดังนั้น การลดความเครียดก่อนนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญจะช่วยให้คุณหลับสนิทได้ในทุกคืนได้อย่างมีคุณภาพ

 

1.สร้างบรรยากาศการนอนที่ผ่อนคลาย บรรยากาศในห้องนอนมีผลโดยตรงต่อการนอนหลับ จัดห้องนอนให้เงียบสงบและปรับแสงให้มืดสนิทจะช่วยให้สมองของคุณเตรียมตัวนอน การใช้เครื่องนอนที่มีคุณสมบัติระบายอากาศ ช่วยรองรับสรีระได้ดีและระบายความร้อน เมื่อตื่นขึ้นมาจะสดชื่น

 

2.ทำสมาธิหรือฝึกการหายใจลึกๆ ก่อนนอนช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้อย่างดี ด้วยวิธีหายใจเข้าลึก ๆ ช้าๆ หายใจออกช้าๆ ต่อเนื่อง ทำซ้ำ 5-10 นาที วิธีนี้ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความฟุ้งซ่าน ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

 

3.เลี่ยงการใช้เทคโนโลยีก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ก่อนเข้านอน 30 นาที เพราะแสงนี้จะไปรบกวนการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ แนะนำให้ทำกิจกรรมผ่อนคลายแทน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำสมาธิ จะช่วยให้ร่างกายเตรียมพร้อมนอนหลับที่ลึกยิ่งขึ้น

 

4.ดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เครื่องดื่มอุ่นๆ อย่าง ชาคาโมมายล์ นมอุ่น หรือน้ำผึ้งผสมมะนาว เป็นตัวช่วยผ่อนคลายร่างกายและลดความเครียดก่อนนอน สารสกัดจากธรรมชาติช่วยทำให้หลับง่ายและสนิทได้ตลอดคืน

 

5.ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะจะไปช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน ฮอร์โมนตัวช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียด แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนนอน เพราะร่างกายอาจตื่นตัวเกินไป จนหลับยาก

 

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ITB Asia 2026ปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย”

 

ITB Asia 2026 รายงานว่า การจัดงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวแบบจับคู่เจรจาธุรกิจ (B2B) รายการใหญ่ที่สุดในเอเชียเตรียมกลับมาจัดยิ่งใหญ่วันที่  21-23 ตุลาคม 2569 ที่ Sands Expo & Convention Centre สิงคโปร์ พร้อมนำเสนอโซนประสบการณ์ใหม่ ๆ และทัวร์นำเที่ยวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ตรงเป้าหมาย จัดร่วมกับอีก 2 งาน คือ MICE Show Asia และ Travel Tech Asia มีผู้ร่วมจัดสำคัญ ได้แก่ รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโทซ่า, การท่องเที่ยวฟิจิ และ Visit Maldives คาดจะมีคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารวมกัน ได้แก่ “ผู้เข้าร่วมงาน” กว่า 18,000 คน “ผู้ซื้อ” คุณภาพกว่า 1,500 ราย “ผู้จัดแสดงสินค้า/ผู้ขาย” กว่า1,000 ราย “วิทยากร”มากกว่า160 คน

 

นำเสนอแนวคิด “ประสบการณ์แห่งการเคลื่อนไหว : การออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมสู่การท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น บูรณาการเพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีตลอดเส้นทางที่นักท่องเที่ยวเดินทาง

 

“ดาร์เรน ซีห์” กรรมการบริหารของ Messe Berlin Asia Pacific ผู้จัดงาน ITB Asia กล่าวว่า ปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 19 ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนโดยความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธีมปี 2569 จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ “ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” การสนทนาในอุตสาหกรร รวมทั้งยังคงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีความหมาย ความร่วมมือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริง

 

“โซนประสบการณ์ใหม่” งาน ITB Asia 2026 จะเปิดตัวโซนประสบการณ์ ใหม่ ด้าน “ธุรกิจการท่องเที่ยว 1.เชิงอาหาร 2.เชิงสุขภาพ 3.เชิงผจญภัยเพื่อเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เติบโตสูง ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กำลังเกิดขึ้นใหม่

 

โดยมีเป้าหมายให้ผู้จัดแสดงสินค้าที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มการท่องเที่ยวที่เติบโตสูงได้รับความสนใจและโอกาสทางธุรกิจตรงเป้าหมายมากขึ้น ทางแพลตฟอร์ม Tripadvisor ได้ร่วมสนับสนุนโดยจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น ทำแพลตฟอร์มให้ผู้จัดแสดงสินค้าสร้างแรงบันดาลใจ ดึงดูด และเชื่อมต่อกันได้

 

“เปิดครั้งแรกทัวร์พร้อมไกด์นำเที่ยว” ได้คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับงาน ITB Asia 2026 นำชมแบบพิเศษเพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อกับผู้จัดแสดงสินค้าเป้าหมายในภาคส่วนสำคัญต่างๆ อำนวยความสะดวกในการค้นหาผู้จัดแสดงสินค้าอย่างเป็นระบบ สร้างโอกาสและเครือข่ายที่เน้นเฉพาะเจาะจงมากขึ้นทั่วพื้นที่จัดแสดง ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถใช้เวลาในสถานที่จัดงานคุ้มค่าที่สุด และมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้จัดแสดงสินค้าที่สอดคล้องตามเป้าหมายทางธุรกิจของแต่ละราย

 

ขณะนี้มีผู้จัดแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่วระดับประเทศและนานาชาติยืนยันเข้าร่วมแล้ว เบื้องต้น 4 กลุ่ม ได้แก่

 

กลุ่มที่ 1 บริษัทด้านการท่องเที่ยวและการเดินทาง เช่นTourism FijiและTurespaña ทั้งสองบริษัทเข้าร่วม ITB Asia 2026 เป็นครั้งแรก รวมถึง Booker Travel , Crossing Vietnam Tours , Go Galapagos , In Tours Portugal , Tourgreece , Towns of ItalyและThames River Sightseeing ด้วย

 

กลุ่มที่ 2 สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยว ตัวแทนบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น  อีวีเอแอร์ ,Mandai Wildlife Group , Sentosa Development Corporation , Paradise CityและMagical Pond Resort

 

กลุ่มที่ 3 โรงแรมและแบรนด์ บริการต่างๆ ได้แก่ BWH Hotels , GP Hotel Management , Melia Hotels International , ONYX Hospitality Group , Outrigger Resorts & Hotels , Pan Pacific Hotels Group , Radisson Hotel Group , The Shilla Hotels & Resorts , TUI Hotels & Resorts , United Hotels of Portugal , Worldwide HotelsและWyndham Hotels & Resorts

 

กลุ่มที่ 4 องค์กรการท่องเที่ยวนานาชาติและระดับภูมิภาค ได้แก่ ของไทย ก็มี องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กับสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเช็ก , กรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งจาการ์ตา , สำนักงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมยะโฮร์ (JETCO) , เทศบาลนครเกาสง , การท่องเที่ยวลิทัวเนีย , การท่องเที่ยวแห่งมอลตา , การท่องเที่ยวระดับโลกปีนัง ,,การท่องเที่ยวแห่งรัฐ ซาราวัก , การท่องเที่ยว แห่ง สิงคโปร์ , สำนักงานบริหาร การท่องเที่ยวไต้หวัน , สมาคมการท่องเที่ยวแห่ง เมืองซาราเยโว , การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย , คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งฟิลิปปินส์ , Visit Almaty , Visit Berlin , Visit Estonia , Visit Finland, Visit Greater Palm Springs , Visit Hungary , Visit Iceland , Visit Maldives Corporation , Visit NorwayและVisit Rovaniemi

 

ข่าวที่สอง ไทยไลอ้อนแอร์เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป

 “ไทย ไลอ้อน แอร์” ประกาศเพิ่มเที่ยวบินใหม่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป) จะเริ่มบินตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ราคาตั๋วโดยสารเริ่มที่ 4,995 บาท/เที่ยว  เพิ่มทางเลือกให้ผู้ต้องการเดินทางทั้งการท่องเที่ยวและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดเตรียมตารางเวลาบินวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนี้  

 

เที่ยวบินทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป) เที่ยวบิน SL 380 เวลา 03.00 – 11.15 น.  โอกินาว่า (แวะไทเป) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เที่ยวบิน SL 381 เวลา 12.15 – 16.40 น.

 

เที่ยวบินทุกวันอาทิตย์ : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป) เที่ยวบิน SL 380 เวลา 09.40 – 18.00 น. และโอกินาว่า (แวะไทเป) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เที่ยวบิน SL 381 เวลา 19.25 – 00.15 น.

 

เลือกโปรโมชั่นพร้อมราคาพิเศษทางเว็บไซต์ www.lionairthai.com หรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Contact Center Line Official Account: @lionairgroup และโทร 02-529-9999 โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจองและตัดบัตร และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.facebook.com/Thailionair

 

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ททท.ส่งท้ายวิ่งกินเที่ยวช้อปGI Tour & Trail Running เมืองเพชรบุรี

ททท.ส่งท้ายวิ่งกินเที่ยวช้อป GI Tour & Trail Running โชว์ความสำเร็จขายเที่ยวเชิงกีฬา + สินค้า GI เมืองเพชร เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใย...