เจาะลึก!!อุตฯท่องเที่ยวปี’69แข่งเดือด“ไทย-เวียดนาม-ญี่ปุ่น”
ไทยติด4กับดัก-ญี่ปุ่นรายได้ฉลุย2ล้านล้าน-เวียดนามมาแรง
ปี’70โลกยุคแข่งกันโตด้วย“เศรษฐกิจพึ่งพา-Visitor
Economy”
เช็กโปรก่อนขึ้นเครื่องสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองลดอีกแล้ว35%
คิงเพาเวอร์ออนไลน์ช้อป
LA MER ฟื้นฟูผิวลดสูงสุด25%
POWER PASSผ่อนคลายที่Travel Club Loungeดอนเมือง
ททท.“AmazingThailandAmbassador”ทัวร์ตามลิซ่าปี’69โต
ชมรมแบดมินตันบางจากแชมป์ทีมชาติร่วมวงหนุนกีฬาไทย
เที่ยวมุมใหม่ใน CLICK at Siam Amazing Parkถึง15พ.ย.69
สูงวัยใส่ใจสุขภาพทำสม่ำเสมอสำคัญสุด5เรื่อง ด้วย 5
อ.
ชวนคนไทย“มหกรรมพืชสวนโลกอุดร134วันเริ่ม 1พ.ย.69
รร.เคปนิทราหัวหินจัดโปรห้องพักหรูBreezy Blissลด20%
วันเสาร์ 19 กันยายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก
งดLive สด...รายการงดออกอากาศ
เพื่อถ่ายทอดเสียงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐วัน)
ช่วงที่ 1 วิเคราะห์ !!
โดย “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” คอลัมนิสต์เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย
ชี้เป้าสมรภูมิการแข่งขันในเอเชียของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี’69 “ไทย-ญี่ปุ่น-เวียดนาม” สร้างแม่เหล็กดึงรายได้ตลาดต่างชาติแบบหายใจรดต้นคอ
“ไทย” 1.6 ล้านล้านบาท ต้องเร่งปลดล็อก 4 กับดัก
“ต้นทุนท่องเที่ยว-แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่สดใส-ความปลอดภัย/มิจฉาชีพ-แรงงานภาคบริการ/การสื่อสารภาษา” ส่วน “เวียดนาม” หวัง 1.45-1.6 ล้านล้านบาท ชูพลัง ความคุ้มค่าราคา แหล่งท่องเที่ยวสดโปรโมทหลายเมืองใหม่
ขณะที่ “ญี่ปุ่น” ตั้งเป้าโกย 2.1 ล้านล้านบาท
เหนือชั้นกว่าไทย 4 มิติ “ความคุ้มค่าระดับพรีเมี่ยม-ราคาตลาดรับได้-รักษาสิ่งแวดล้อมเยี่ยม-มีสินค้าท้องถิ่นเชิงสร้างสรรค์”
อนาคตปี’70 กำลังจะก้าวสู่ยุค "เศรษฐกิจพึ่งพา :Visitor Economy”
หลายประเทศในโลกจะไม่สามารถขาดเงินจากการท่องเที่ยวได้
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย
ปี 2569 สมรภูมิการตลาดและการสร้างรายได้เข้าไปกระจายในแต่ละประเทศ
มีสัญญาณ “การแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” เป็นพิเศษ ระหว่างผู้นำตลาดโลกใน 3 ประเทศ ได้แก่
“ไทย-เวียดนาม-ญี่ปุ่น”
● “ไทย” กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ภายใต้ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ตั้งเป้านำ
นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยไว้ประมาณ 31-32 ล้านคน สร้างรายได้ 1.6 ล้านล้านบาท ส่วนเป้าหมายรวมทั้งหมดตั้งไว้
2.7 ล้านล้านบาท (จากตลาดคนไทยอีก 1.1 ล้านล้านบาท)
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-14
กันยายน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยแล้ว 21.72 ล้านคน สร้างรายได้ 1.06
ล้านล้านบาท สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย
และเกาหลีใต้ เหลือเวลาอีก 3 เดือนครึ่ง กันยายน-ธันวาคม นี้
จะต้องเร่งทำรายได้เพิ่มอีกราว 6 แสนล้านบาท
● “เวียดนาม” ตลาดดาวรุ่งมาแรง มีสัญญาณการเติบโตแบบก้าวกระโดด
มีจุดแข็งตอบโจทย์พฤติกรรมตลาดโลกเรื่อง “ความคุ้มค่าและราคา” ตลอดปี 2569
ตั้งเป้าหมายรายได้จากตลาดต่างประเทศไว้ถึง 1.45-1.6 ล้านล้านบาท
● “ญี่ปุ่น” ครองแชมป์โดยได้รับอานิสงส์จาก
“ค่าเงิน” และ “กระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง”
เป็นพลังดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้าไปเที่ยวเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์
ผ่านครึ่งปีแรกทำได้แล้วถึง 21.5 ล้านคน ตลอดปี 2569 ตั้งเป้าทำรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศไว้ 2.16-2.22 ล้านล้านบาท
● “ไทย-เวียดนาม” เจอโจทย์ยาก “4 กับดัก” เป็นตัวแปรสำคัญทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปัจจุบัน
ที่กระตุ้นตลาดโลกเข้าสู่ “ไทย” กับ “เวียดนาม” ซึ่งมีความแตกต่างกันในมิติสำคัญเรื่อง
“ต้นทุน ความคุ้มค่า และทรัพยากรใหม่ ๆ” ในการนำมาโปรโมทเสนอขายแข่งกันในตลาดโลก
กับดักที่ 1
: “ต้นทุนการท่องเที่ยวและค่าครองชีพ” ปี 2569 การท่องเที่ยวเมืองไทยหันมาเน้น (Value Over
Volume) ผนวกกับค่าครองชีพภายในประเทศจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องทั้ง ค่าที่พัก อาหาร
การเดินทาง ผลักให้ “นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว”
ซึ่งเน้นใช้งบแต่ละครั้งอย่างคุ้มค่าพากันมองหาตัวเลือกใหม่อย่าง “เวียดนาม” ซึ่งใช้เงินแล้วได้คุ้มค่ามากกว่า (Value for
Money)
กับดักที่ 2 : ความสดใหม่ของแหล่งท่องเที่ยว เริ่มจาก “แหล่งธรรมชาติ” ของไทย อย่าง ทะเล ภูเขาเสื่อมโทรมมากขึ้นแล้ว อีกทั้งยังโปรโมทมายาวนานมาก ต่างจาก “เวียดนาม”
ได้คัดสรรเมืองตากอากาศใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดดึงความสนใจนักเดินทาง เช่น บานาฮิลล์/ดานัง เกาะฟูก๊วก หรือซาปาเมืองมรดกโลก
กับดักที่ 3 : ความปลอดภัยจากมิจฉาชีพ โดยภาพรวมไทยยังต้องเผชิญกับกระแสข่าวเชิงลบกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกเอาเปรียบโดนหลอกลวง
โดยเฉพาะจีนถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ หรือบางพื้นที่มีต่างชาติเป็นมาเฟีย ขณะที่ “เวียดนาม” จะมีปัญหาเช่นกันแต่ไม่รุนแรงส่วนใหญ่เป็นเรื่อง
การเซ้าซี้เพื่อขายของหรือการจราจรในเมืองวุ่นวาย แต่ภาพรวมมีผลกระทบน้อยเรื่องปัญหาอาชญากรรมร้ายแรง
กับดักที่ 4 : แรงงานและการบริการภาษาต่างประเทศ ปัจจุบันไทยขาดแคลนกำลังเผชิญความท้าทายเรื่องแรงงานภาคบริการ
คุณภาพลดลง และสื่อสารภาษาต่าง ๆ ได้น้อย แตกต่างจาก “เวียดนาม” มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากกระตือรือร้นฝึกทักษะภาษาอังกฤษและอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว ผนวกกับ “ค่าแรงต่ำกว่า” อีกหลายประเทศในเอเชียด้วยกัน ส่งผลดีกับเวียดนามสามารถขยายรายได้และการลงทุนภาคบริการได้รวดเร็ว
● “ไทย-ญี่ปุ่น”
เปรียบเทียบในภาพใหญ่แล้วการท่องเที่ยวยังมีความเสียเปรียบด้านหลัก ๆ ใน 4 มิติ ได้แก่
มิติที่ 1 : ความปลอดภัย ระบบขนส่งมีความเสี่ยงสูง
ทางเท้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวไม่เอื้ออำนวย
มิติที่ 2 : ความคุ้มค่าและราคา
ในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวระดับกลางถึงบน “ภาพลักษณ์แบรนด์สินค้า”
ทางการท่องเที่ยวและ “นวัตกรรมทางเทคโนโลยีภาคบริการ”
ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไทยยังคงเป็นรองญี่ปุ่นอย่างมาก
มิติที่ 3 : การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ผลจากการมลพิษฝุ่น P
2.5 ที่เกิดขึ้นตามจังหวัดต่าง ๆ ของไทยมีต่อเนื่อง
รวมทั้งการจัดการขยะไม่เป็นระบบ แม้จะรณรงค์มากเพียงใด
ปัญหาเหล่านี้ก็ยังมีเรื้อรังอยู่ตลอด
มิติที่ 4 ความสดใหม่ของแหล่งท่องเที่ยว
ไทยจะต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ผลักดันเข้าสู่ตลาดโลก
เนื่องจากสินค้าทางธรรมชาติที่มีอยู่ปัจจุบันขายจนช้ำมากแล้ว
“การใช้จ่ายเงินของท่องเที่ยวต่างชาติ”
เปรียบเทียบระหว่างกับคู่แข่งสร้างความร้อนแรงสูสีกันช่วงปี 2569 ตามรายละเอียดดังนี้
“ไทย”
นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เงินเฉลี่ยประมาณ 5,600 บาท/คน/วัน หรือราว 50,000 บาท/คน/ทริป
ททท.กำลังเร่งผลักดันให้ขยับเป็น 75,000 บาท/คน/ทริป
โดยเล็งเป้าหมายใหม่ไปยังตลาดลักชัวรี่ 3 กลุ่ม เวลเนส
เมดิคอล และ Digital Nomad
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
มี “วันพัก” แบ่งเป็น ค่าเฉลี่ย 9
วัน/ทริป แบ่งเป็น ตลาดระยะใกล้ (Short haul) ตัวอย่าง
สาธารณรัฐประชาชนจีน 7.53 วัน/ทริป มาเลเซีย 4.17 วัน/ทริป ส่วน ตลาดระยะไกล ยุโรป อเมริกา 14-17 วัน/ทริป
“ญี่ปุ่น”
นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เงินเฉลี่ย 5,600 บาท/คน/วัน ประมาณ 52,000 บาท/คน/ทริป
เน้นรับกลุ่มตลาดระดับพรีเมี่ยมชื่นชอบจองที่พักหรู รับประทานอาหารคุณภาพสูง
ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์และผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ช่วยกระจายได้ทั่วถึงชุมชน
ตลาดไฮเอนด์อย่าง ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ใช้เงินเที่ยวญี่ปุ่นสูงสุด 400,000
เยน/คน/ทริป ด้วยระยะเวลาพำนักยาวนานถึง 14-24
วัน/ทริป
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
มี “วันพัก” แบ่งเป็น ค่าเฉลี่ย 7-10 วัน/ทริป แบ่งเป็น ตลาดระยะใกล้ (Short haul)
เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน 4-6 วัน/ทริป และไทย 5-7 วัน/ทริป ตลาดระยะไกล (Long haul) ยุโรป อเมริกา
แคนาดา ออสเตรเลีย 12-14 วัน/ทริป และสูงสุดประมาณ 21
วัน หรือ 3 สัปดาห์
“เวียดนาม”
นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เงินเฉลี่ย 1,500-1,700 บาท/คน/วัน ราว 33,000 บาท/คน/ทริป
ด้วยค่าครองชีพถูกกว่าไทย
จึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดตลาดครอบครัวเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
มี “วันพัก” ค่าเฉลี่ย 4-6 วัน/ทริป
ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวมาจากตลาดระยะใกล้ (Short haul)
กลุ่มประเทศอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ไต้หวัน
“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”
ยุคนี้ถือเป็น "เศรษฐกิจพึ่งพา" (Visitor
Economy) ของไทยและหลายประเทศทั่วโลก
ไม่สามารถขาดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้ เนื่องจากไม่ได้แค่ขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมหรือสายการบินเท่านั้น
แต่ยังเชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขนาดใหญ่ อย่าง
อสังหาริมทรัพย์ ภาคการเกษตร ร้านอาหาร การค้าปลีก การขนส่ง
โยงใยเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายไปยังกลุ่มอาชีพหลากหลาย กลายเป็นลมหายใจของโลกไปแล้ว
ดังนั้น “ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน :The Year of Transfomation” อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2570 จะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้ ต้องร่วมกันทำทั้งองคยพ แล้ว “ประเทศไทย” จึงจะก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งไว้ และสามารถพิชิตรายได้รวมตลอดทั้งปี 3.2 ล้านล้านบาท
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-เช็กโปรก่อนขึ้นเครื่องสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองลดอีกแล้ว35%
บินสุวรรณภูมิ
และดอนเมือง
ต้องรู้!เช็กโปรน่าช้อป ก่อนขึ้นเครื่องหั่นราคา“ไอเทมฮิต”เอาใจคนไทย! ลดสูงสุด 35%ทั้ง น้ำหอม
สกินแคร์ แบรนด์ดังมากมายที่ร่วมรายการ
1.ช้อป “บิวตี้” ลดสูงสุด 25% + ON-TOP 5%
-ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 10%
-ช้อปครบ 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 15%
-ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%
-ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25%
-พิเศษ! สมาชิก POWER PASSลดเพิ่มอีก 5%
ช้อป
“แฟชั่น” ลดทันที! 20% สมาชิก POWER PASS รับคูปองส่วนลดสูงสุด 20%
(ไม่มีขั้นต่ำ)
พิเศษ!
ช้อปที่สุวรรณภูมิ รับฟรี! 2 ใบ (เฉพาะสินค้าแผนกแฟชั่น นาฬิกา
และแว่นตาที่ร่วมรายการ)
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ออนไลน์ช้อป LA MER ฟื้นฟูผิวลดสูงสุด25%
คิง เพาเวอร์ ออนไลน์
เปิดช่องทางชวนสัมผัสความหรูหราแห่งการฟื้นฟูผิวช้อป “LA
MER” วันนี้ -30 กันยายน 2569 มาเปลี่ยนแปลงสู่ผิวสวยไร้ที่ติด้วยพลังจาก Miracle Broth™ ส่วนผสมลับที่ช่วยปลอบประโลมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว
ด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของ La
Mer หลอมรวมเข้ากับผิว มอบความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย
พร้อมปลุกผิวให้เปล่งประกายจากภายใน สู่ภายนอก แค่มีไฟลต์บินก็กดช้อปได้สบายๆ
ไปกับดีลพิเศษ พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
-ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 15SEP26
-ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 20SEP26
-ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 7,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 25SEP26
ข่าวที่ 3- POWER PASSผ่อนคลายที่Travel Club Loungeดอนเมือง
สมาชิก
POWER PASS คิง เพาเวอร์
ให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นได้อย่างผ่อนคลาย พร้อมกับรับส่วนลด 30% เมื่อเข้าใช้บริการ Travel
Club Lounge แล้วใช้ CARAT แลกรับคุ้มกว่าเดิม
วันนี้ -31 ธันวาคม 2569
1.รับส่วนลด 50% เมื่อแลก 400 CARAT
2.รับสิทธิ์เข้าใช้บริการ ฟรี! เมื่อแลก 2,800 CARAT
3.มีบินดอนเมืองอย่าลืมแวะเช็คอินที่ Travel Club Lounge ชั้น 3 ภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก
ท่าอากาศยานดอนเมือง
ยังไม่เป็นสมาชิก
สมัครฟรี! พร้อมรับส่วนลดทุกการช้อป และสะสม CARAT เพื่อแลก CARAT
REWARDS ไว้ใช้อย่างคุ้มค่าทุกทริปทุกการเดินทางต่างประเทศ
ข่าวที่ 4-ททท.“AmazingThailandAmbassador”ทัวร์ตามลิซ่าปี’69โต
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ฉลองความสำเร็จโครงการ “Amazing
ThailandAmbassador” หลังโปรโมทสื่อสารเชิงสร้างเมืองไทยกระทั่งสามารถสร้างการรับรู้ผ่านสื่อและช่องทางต่าง
ๆ กว่า 448 ล้านครั้ง บ่งบอกถึง “พฤติกรรม” ปัจจุบันของนักท่องเที่ยวและโลกดิจิทัล
ผ่านเรื่องราว คอนเทนต์ มุมมองร่วมสมัย เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับเสน่ห์ไทยโดยมี “ลิซ่า/LISA-ลลิษา มโนบาล” แบรนด์แอมบาสเดอร์ Amazing
Thailand ร่วมถ่ายทอด ผ่านแคมเปญ “Feel All the feelings” ด้วยเรื่องราวและมุมมองเมืองไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวเกิดกระแสกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง
และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกเดินทางมาค้นพบเมืองไทยด้วยตนเอง
โครงการ
Amazing ThailandAmbassador ททท.ตั้งใจทำให้เกิดขึ้นเพราะต้องการมองหาแนวทางสื่อสารประเทศไทยมุมใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมยุคปัจจุบันของนักท่องเที่ยว
ซึ่งการตัดสินใจเดินทางไม่ได้เกิดขึ้นจากการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากเรื่องราว คอนเทนต์ และประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจและความรู้สึกร่วมกับผู้คนได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง
ททท.ได้ตอกย้ำแคมเปญ
“Feel All the feelings” เปิดมุมมองใหม่ประเทศไทยผ่านบุคคลและเรื่องราวเชื่อมโยงกับผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม
โดยมี “ลิซ่า” Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ไทยร่วมสมัย
เป็นธรรมชาติ เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น
สะท้อนให้เห็นความเป็นไทยสามารถเชื่อมต่อกับโลกได้อย่างสร้างสรรค์ และยังมีเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศอีกมากมายที่มีอัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว
รอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วบอกต่อประสบการณ์ความประทับใจอย่างไม่รู้จบไปยังคนอื่น
ๆ
หลังจากเปิดตัว
Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ที่ “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร”
สร้างความสนใจให้สื่อมวลชน ครีเอเตอร์ นักท่องเที่ยว ผู้คนบนโลกออนไลน์
ช่วยผลักดันให้เรื่องราวเมืองไทยเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางสร้างมูลค่าประชาสัมพันธ์ได้มากถึง
409 ล้านบาท
ต่อมา
ททท.เปิดตัวกิจกรรมสำคัญ“Feel All the feelings, Seeking Thailand’sWonders”
เพื่อเปลี่ยนจากการสื่อสาร (Communication) สู่การมีส่วนร่วม
(Participation) ชวนผู้คนออกเดินทางตามรอยเสน่ห์ไทยและร่วมค้นพบเรื่องราวประสบการณ์
เอกลักษณ์ไทยไปกับลิซ่า เดินหน้าเปลี่ยนแรงบันดาลใจจากบนหน้าจอให้กลายเป็นประสบการณ์จากการเดินทางจริง
ตลอดโครงการ
ททท.ให้ความสำคัญกับพลังการสื่อสารขยายเรื่องราวของเมืองไทย
สร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
-สร้างการรับรู้ในวงกว้างภาพรวมมีผู้เข้าถึงผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ กว่า 448 ล้านครั้ง
-มียอดรับชมภาพยนตร์โฆษณารวมกว่า 89.4 ล้านครั้ง
-เกิดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ สูงถึง 464 ล้านครั้ง
-สร้างมูลค่าการประชาสัมพันธ์กว่า 567 ล้านบาท
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนต่อเนื่องไปสู่พฤติกรรมการเดินทางและเศรษฐกิจในพื้นที่จริง
ข้อมูลจาก Traveloka ระบุปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น
10% ส่วนคนไทยเพิ่ม 25% มี “ยอดจองที่พัก”
ของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาไทยเทียบกับปีก่อนเติบโตกว่า 30%
● “แหล่งท่องเที่ยว” จากกระแสการเดินทางตามรอย
ลิซ่า ที่ได้รับความสนใจสูงอันดับต้น ๆ อาทิ
1.ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง
79.66% รายได้เติบโต208.07% 2.วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ 3.วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ 4.เกาะทะลุ จ.ระยอง 5.อุทยานแห่งชาติเขาสก
จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงกุมภาพันธ์ - มิถุนายน ปีนี้ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 34% ตอกย้ำให้เห็นถึงนักเดินทางสนใจขยายไปสู่แหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์อย่างหลากหลายมากขึ้น
● “รายได้ท่องเที่ยว”
ระดับภูมิภาคภาคเหนือ ช่วงมกราคม – พฤษภาคม 2569 เติบโตเพิ่มขึ้นชัดเจน “พะเยา”เพิ่มขึ้น
8.48% เชียงราย 3.11% และลำปาง 2.83% ความสนใจขยายตัวและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากจุดหมายหลักไปสู่แหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์กระจายตามพื้นที่ต่าง
ๆ
ผู้ว่าฯ
ฐาปนีย์ ย้ำว่า ปรากฎการณ์ท่องเที่ยวสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดโครงการสะท้อนเรื่องพลังสื่อสารการท่องเที่ยวปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่บอกว่า
‘ประเทศไทยมีอะไรน่าสนใจบ้าง’ แต่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนปรารถนาจะออกเดินทางมาค้นพบด้วยตนเอง
โดยมี ลิซ่า Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองร่วมสมัยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบมิติสดใหม่
มีชีวิตชีวาเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอันหลากหลายอย่างเป็นธรรมชาติ
ปี 2570 ททท. จะสร้างจุดเปลี่ยนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยนำเสนอ “The
Year of Transformation” ยกระดับการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากปริมาณสู่คุณค่า
ด้วยวิธีต่อยอดเรื่องราว Amazing Thailand ที่ยังมีอีกมากมายรอการค้นพบทั้ง
สถานที่ ผู้คน วัฒนธรรม ประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละเส้นทาง พร้อมสร้างสรรค์การสื่อสารและประสบการณ์รูปแบบใหม่ต่อเนื่อง
มุ่งให้นักท่องเที่ยวกระจายความสนใจจากเมืองหลักสู่เมืองรอง ผลักดันไทยเป็น Asia’s
No.1High-Value & Meaningful Destination ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกลับมาเยือนเมืองไทยซ้ำต่อไป
ข่าวที่
5-ชมรมแบดมินตันบางจากแชมป์ทีมชาติร่วมวงหนุนกีฬาไทย
ชมรมแบดมินตัน
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำธุรกิจร่วมส่งเสริมกีฬาอย่างต่อเนื่องเมื่อเร็ว
ๆ นี้ ได้จัดการแข่งขัน “แบดมินตันสัมพันธ์ รอบพิเศษประจำปี 2569” ที่ บางจาก สปอร์ต คอมเพล็กซ์ เปิดสนามต้อนรับ 2 นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวดาวรุ่ง
จากโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด เข้าร่วมการแข่งขันภายในองค์กรเป็นครั้งแรก นำโดย
“ส้ม” สรัลรักษ์ วิทิตศานต์ แชมป์หญิงเดี่ยว และ “หนูแหวน” อัญพัชร์
พิชิตปรีชาศักดิ์ รองแชมป์หญิงเดี่ยวจากการแข่งขัน PETRONAS Malaysia
International Challenge 2026 มาเลเซีย
นายเสรี
อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด กล่าวว่า
ตนและนายธนกร อนันต์ประกฤติ ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจขายปลีกน้ำมัน บริษัท บางจากฯ
ร่วมแข่งขันคู่กิตติมศักดิ์กับนักกีฬาบ้านทองหยอดทั้ง 2 คนเพื่อเปิดสนาม
โดยมีประธานและนักกีฬาชมรมแบดมินตัน ผู้บริหารและพนักงานบางจากฯ ให้การต้อนรับและลงแข่งขัน
ได้กล่าวขอบคุณทีมนักกีฬาจากบ้านทองหยอดที่มาร่วมสร้างสีสันและส่งต่อประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่สมาชิกชมรมและพนักงาน
นายเสรีกล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจากเป็นผู้สนับสนุนโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอดมาอย่างต่อเนื่องกว่า
12 ปี เพื่อผลักดันนักกีฬาไทยสู่เวทีโลกพร้อมส่งเสริมวงการกีฬาไทย
กิจกรรมครั้งนี้ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างบ้านบางจากและบ้านทองหยอดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สำหรับ บางจากฯ ได้จัดการแข่งขันแบดมินตันภายในองค์กรเป็นประจำ
ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านส่งเสริมสุขภาวะพนักงานผ่านกิจกรรมกีฬา
เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและความเป็นอยู่ที่ดี ผลักดันให้ใส่ใจดูแลสุขภาพ
และออกกำลังกาย ด้วยกีฬาแบดมินตั้นนั้นส่งผลดีต่อทั้งร่างกายและสมอง
ช่วยพัฒนาการตัดสินใจ ความคล่องตัว ลดความเครียด เสริมสร้างสุขภาวะที่ดี
ช่วยให้ผ่อนคลายและอารมณ์ดี
ทุกการแข่งขันไม่เพียงแต่มุ่งหาแชมป์
แต่เป็นการให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกัน
ช่วยสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในองค์กร สร้างพลังทีม
และวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุขได้เป็นอย่างดี
ช่วงที่ 2 ออกไปสัมผัสประสบการณ์เทรนด์พักผ่อนฟินๆ กับการท่องเที่ยวมุมใหม่ “CLICK at Siam Amazing Park” ที่สยาม ปาร์ค กรุงเทพฯ
ททท.ร่วมกับไปรษณีย์ปลุกแฟนดอมไทยและต่างชาติเที่ยวเต็มพิกัด วันนี้-15 พ.ย.นี้ แล้วฟัง “สูงวัยใส่ใจสุขภาพ” ทำสม่ำเสมอสำคัญสุด5เรื่อง ด้วย 5
อ.และฟังข่าวดี
ๆ ข่าวแรก “ชวนคนไทยมหกรรมพืชสวนโลกอุดร” 134วัน เริ่ม 1พ.ย.69
ข่าวที่สอง “โรงแรมเคปนิทราหัวหิน” จัดโปรห้องพักหรู Breezy Bliss ลด20% วันนี้-31 ต.ค.69
ท่องเที่ยว –เที่ยวมุมใหม่ใน
CLICK at Siam Amazing Parkถึง15พ.ย.69
เที่ยวมุมใหม่
ๆ ชานเมืองกรุงเทพ ในแบบซับ คัลเจอร์ กับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.)
ชวนไปเช็คอิน “CLICK at Siam Amazing Park” ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค
ได้ตั้งแต่วันนี้ -15 พฤศจิกายน 2569 ตามรอย MV JISOO สนุกกับการเช็คอิน 6 ไฮไลต์ เลือกซื้อได้ 3 แพกเกจ เล่นสวนน้ำได้ไม่จำกัดรอบตลอดทั้งวัน
คนรุ่นใหม่มาสนุกกับเทรนด์
“CLICK at Siam Amazing Park” ที่สยามอะเมซิ่งพาร์ค กรุงเทพมหานครเปิดต้อนรับแฟนคลับไทยและทั่วโลก
ให้มาร่วมตามรอยสถานที่ถ่ายทำจริงมิวสิกวิดีโอ “CLICK” ของ JISOO
ศิลปินระดับโลกชาวเกาหลีใต้ ที่จะหนุนการท่องเที่ยวไทยเฟื่องฟูตามคอนเซ็ปต์
“Amazing 5 Economy” โดยมี Sub-Culture Economy เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ การเดินทางเชื่อมโยง
วัฒนธรรม บันเทิง และแฟนดอม เข้ากับการท่องเที่ยว
ต้อนรับแฟนคลับตาม MV “CLICK” เช็คอินผ่าน 6 จุด ได้แก่
● จุดที่ 1 Si-Am Amazing Hall
จุดเริ่มต้น รับ CLICK Passport สำหรับสะสมแสตมป์ตามจุดต่าง ๆ
● จุดที่ 2 CLICK Bear จุดถ่ายภาพกับ CLICK Bear น้องหมีสูง 4 เมตร
ตัวแทนสายสัมพันธ์ระหว่าง JISOO กับกลุ่มแฟนคลับ
● จุดที่ 3 CLICK Message&CLICK Post ส่งคลิป ภาพ และข้อความถึง JISOO
ผ่านที่ทำการไปรษณีย์พิเศษ “JISOO 10230”
● จุดที่ 4 CLICK Moment จุดถ่ายภาพฉากรถไฟเหาะ
พร้อมสัมผัสเบาะนั่งที่ JISOO ใช้ถ่ายทำจริง
● จุดที่ 5 ม้าหมุนสองชั้น ฉากสำคัญจาก MV ซึ่งเป็นจุดที่ JISOO
ใช้ถ่ายทำจริง
● จุดที่ 6 Si-Am Amazing Shop จุดเช็กอินสุดท้าย เลือกซื้ออาหาร
เครื่องดื่ม และของที่ระลึกคอลเลกชัน CLICK รุ่นลิมิเต็ด
“JISOO 10230” ที่อยู่ไปรษณีย์จริงในประเทศไทย
จัดทำโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดโอกาสให้กลุ่มแฟนคลับทั่วโลกจ่าหน้าซองถึง JISOO 10230 THAILAND
ส่งจดหมายหรือข้อความถึง JISOO ได้ตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม
โดยผู้ที่สะสมแสตมป์ผ่าน CLICK Passport ครบตามเงื่อนไข สามารถนำมาแลกรับโปสการ์ด
JISOO รุ่นพิเศษได้
แฟนคลับสามารถเลือกแพ็กเกจเข้าร่วมกิจกรรมได้
3 แบบ ได้แก่
1.CLICK Adventure Pass
2.Super CLICK Adventure Pass
3.Annual CLICK Collectible Pass
ทุกแพ็กเกจเที่ยวสวนน้ำและสวนสนุกได้ตลอดทั้งวันโดยไม่จำกัดรอบ
พร้อมรับ CLICK Passport ของที่ระลึกคอลเลกชัน CLICK
ตามเงื่อนไขที่กำหนดซื้อได้ที่จุดขายบัตรสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือออนไลน์ สอบถามที่
Line: @siamamazingpark หรือ โทร. 02-105-4294
สุขภาพ –สูงวัยใส่ใจสุขภาพทำสม่ำเสมอสำคัญสุด5เรื่อง ด้วย5 อ.
การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยในยุคปัจจุบันที่ประเทศไทยมีประชากรอายุมากขึ้น
ในแต่ละบ้าน ยึดหลักง่ายๆ สำคัญที่สุด
ทำอย่างสม่ำเสมอ 5 เรื่องแรก 5 อ.ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ งานอดิเรก และอนามัย ซึ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและจิตใจสดใส
1. อาหาร กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นอาหารย่อยง่าย ลดหวาน จัดเค็ม จัดมัน
2. ออกกำลังกาย ขยับร่างกายพอเหมาะ
ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ป้องกันการหกล้ม เดินอย่างระมัดระวังสักนิด
3. อารมณ์ ทำจิตใจให้เบิกบาน ลดความเครียดและความหงุดหงิด
เน้นให้ผู้สูงวัยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ทำให้บรรยากาศแจ่มใสทุกวัน
4. อดิเรก เลือกทำกิจกรรมที่ชอบ หรือลองมองหาการฝึกสมองและความจำ
ลดความเหงา
5. อนามัย หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี รักษาความสะอาดร่างกาย
และถึงวัยที่จะต้องหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ชวนคนไทย“มหกรรมพืชสวนโลกอุดร134วันเริ่ม 1พ.ย.69
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยกรมวิชาการเกษตร
ขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลกในงาน
“มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” หรือ Udon
Thani International Horticultural Expo 2026 มหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ
(AIPH) ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี
เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เที่ยว ชม เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ระดับโลก
ตลอด 134 วัน ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน
2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570
นายรพีภัทร์
จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569
จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People,
Water and Plants for Sustainable Living” หรือ
“ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ
สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม ผ่านการผสมผสานพืชพรรณ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา เทคโนโลยี
และนวัตกรรมด้านพืชสวนจากประเทศไทยและนานาประเทศ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ในพื้นที่เดียว
งานนี้จึงไม่ได้มีเพียงดอกไม้หรือสวนสวย
แต่ประกอบไปด้วย “มหกรรมแห่งความหลากหลายของชีวิต” ที่ชวนทุกคนมาเที่ยวชม เรียนรู้
และมีส่วนร่วม ผ่านประสบการณ์หลากหลายที่เชื่อมโยงคนกับธรรมชาติเข้าด้วยกัน
พร้อมสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยด้านพืชสวน ความหลากหลายทางชีวภาพ
และนวัตกรรมการเกษตรสู่สายตานานาชาติ
ตลอดจนเปิดประตูการท่องเที่ยวสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว
โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ในอุดรธานีกับจังหวัดใกล้เคียง
มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี
2569 พร้อม ชวนมาสัมผัสด้วยตัวเองในพื้นที่สำคัญ
3 ไฮไลต์
1.เที่ยวรอบโลกผ่าน
“สวนนานาชาติ”
และสำรวจความหลากหลายของพืชพรรณเมืองไทยตื่นตากับพืชพรรณ ภูมิสถาปัตยกรรม
วิถีชีวิต และวัฒนธรรมจากกว่า 20 ประเทศและองค์กรชั้นนำของไทย
พบกับนิทรรศการแห่งการเรียนรู้ที่หมุนเวียนจัดแสดงตลอดงาน ครอบคลุมพืชสวน สมุนไพร
ไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้ บัวและพืชชุ่มน้ำ พืชอาหาร พืชเศรษฐกิจ ระบบนิเวศ
และสวนคาร์บอนเครดิต เรียนรู้ความมหัศจรรย์ของพื้นที่ชุ่มน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ
ชมการประกวดพืชพรรณ และเปิดโลกนวัตกรรมแห่งอนาคต
ตั้งแต่การเพาะปลูกและบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
2.ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สักการะพุทธภัทรบรมสุข
และย้อนรอย 134 ปี เมืองอุดรธานี
ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
“ผลพระคุณ ธ รักษา”
ที่ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ การเกษตร
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
เชื่อมโยงจากพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 สู่การสืบสาน รักษา
และต่อยอดในรัชกาลที่ 10 พร้อมร่วมสักการะพระศรีอริยเมตไตรย
“พุทธภัทรบรมสุข” ผลงานพุทธศิลป์โดยอาจารย์ปัทม์ บุณยรังค ศิลปินแห่งชาติ
ก่อนเดินทางย้อนเวลาไปกับนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว
สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” ที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ ผู้คน ชุมชน วิถีชีวิต
และวัฒนธรรม เชื่อมโยง 134 ปีแห่งการเติบโตของเมืองอุดรธานี
เข้ากับ 134 วันแห่งการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
3.ตื่นตากับวัฒนธรรมและนิทรรศการที่มีชีวิต
สนุกกับกิจกรรมหมุนเวียนตลอด 134 วัน
สัมผัสเสน่ห์อีสานอย่างเต็มอิ่ม
ณ หมู่บ้านอีสาน เวทีวัฒนธรรมที่มีชีวิต ซึ่งรวบรวมวิถีชีวิต ศิลปะ ดนตรี อาหาร
หัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการแสดงหมุนเวียนกว่า 200 รายการ จากศิลปิน ชุมชน เยาวชน และครูศิลป์
พร้อมเปิดโลกความรู้ผ่านเวทีวิชาการระดับนานาชาติ
และกิจกรรมลงมือทำสำหรับผู้เข้าชมทุกวัย ตั้งแต่การปลูกพืช ศิลปะจากธรรมชาติ
งานหัตถกรรม อาหาร และวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจหมุนเวียน การลดคาร์บอน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
พร้อมชมเทศกาล
การแสดง และกิจกรรมพิเศษที่ผลัดเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและฤดูกาล
ทำให้ทุกครั้งที่มาเยือนได้พบกับสีสันและประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ซ้ำกัน
ข่าวที่สอง –รร.เคปนิทราหัวหินจัดโปรห้องพักหรูBreezy
Blissลด20%
“โรงแรมเคปนิทรา
หัวหิน” นำเสนอโปรโมชั่นห้องพักหรู “Breezy Bliss” เพิ่มช่วงการพักผ่อนอย่างมีความสุขได้ตั้งแต่วันนี้
– 31 ตุลาคม 2569
โดยมีให้เลือกห้องพัก “ลักชัวรีสไตล์พูลวิลลา” มีสระว่ายน้ำส่วนตัว
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย 3 สไตล์ อาทิ 1.สกายพูลสวีต 2.ดีลักซ์สกายพูลสวีต 3.การ์เด้นพูลสวีต ราคาเริ่มต้นเพียง 6,600
บาทสุทธิ/ห้อง/คืน (ราคาต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักและวันที่เข้าพัก)
“เข้าพัก”
ตั้งแต่วันนี้- 30 กันยายน นี้ พักติดต่อกัน 2
คืนขึ้นไป รับเครดิตโรงแรม 500 บาท/วัน
และส่วนลดพิเศษอีกมากมาย เพื่อนำใช้บริการเคปสปา
และรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ห้องอาหารของโรงแรม
“จองพัก” วีคเดย์
วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดยาว) รับส่วนลด 20% ใช้บริการที่ เคปสปา และรับส่วนลดอาหารในโรงแรม 10% (เฉพาะเมนูอะลาคาร์ท) และเครื่องดื่ม
(ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
“สิทธิพิเศษและเงื่อนไข” ฟรีอาหารเช้า 2
คน เครื่องดื่มต้อนรับและผ้าเย็น ผลไม้ตามฤดูกาลในห้องพักในวันเช็คอิน
และเครื่องดื่มที่ เดอะ ร็อก บาร์ 1 แก้ว / 1 การเข้าพัก และบริการเรือคายัค
สอบถามโทร.032-516-600 : https://reservation.travelanium.net/hotelpage/rates/?
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.






