วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.ลุยหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 จัดเต็ม5Module (NEXUS)

ททท.ชวนสมัครหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7

จัดเต็ม5Module (NEXUS)ยกระดับอุตฯเที่ยวทั่วไทย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TME7 #Nexus

ททท.เปิดหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 สมัครได้เลยวันนี้-31 พ.ค.69 จัดเต็มเนื้อหา 5 Module (NEXUS) ยกระดับและร่วมสร้างระบบนิเวศธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย อบรม 10 ครั้ง 2 มิ.ย.-9 ก.ย.นี้ ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ

 


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ทางศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) เตรียมจัดอบรมหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 ประจำปี 2569 (Tourism Management Program for Executives: TME 7) วันที่ 2 มิถุนายน – 9 กันยายน 2569 ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ เพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยไปสู่อนาคต เปิดเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมการอบรมฯ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569

“หลักสูตร” การบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 7 ประจำปี 2569 (Tourism Management Program for Executives: TME7) เหมาะกับผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยมีวัตถุประสงค์ 1.มุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันให้แก่เครือข่ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 2.บูรณาการทิศทางการให้บริการด้านการท่องเที่ยว 3.ร่วมกันสร้าง Tourism Business Ecosystem ที่ทุกภาคส่วนได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน 4.ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในทุกมิติ และรู้วิธีการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดการท่องเที่ยวเชิงรุก เพื่อให้นำความรู้และประสบการณ์จากหลักสูตรไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินธุรกิจได้จริง รวมถึงการพัฒนาต่อยอดแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้ในแนวคิด “Journey New Thailand”


“เนื้อหา” การอบรมของหลักสูตรฯ นำเสนอผ่านบทเรียน 5 Module (NEXUS) ที่ได้สรรค์สร้างมาว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอบรมอย่างแท้จริง ได้แก่  

N - New World & Next Trends : เข้าใจและปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกใหม่

E - Experience & Engagement Design : ออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่างเพื่อสร้างความประทับใจและอยู่ในใจผู้บริโภค

X - Xponential Technology & AI : ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ และนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาธุรกิจ

U - Unified Business Strategy : บูรณาการและเชื่อมโยงให้เป็นระบบหนึ่งเดียวด้วยกลยุทธ์ ธุรกิจ การเงิน ภาษี

S - Sustainable & Smart Leadership : มุ่งสู่การเป็นผู้นำอัจฉริยะรุ่นใหม่ ทันกระแสพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืน

โครงการจะดำเนินการอบรมเฉพาะวันพุธ รวม 10 ครั้ง ตั้งแต่ 10 มิถุนายน – 9 กันยายน 2569 เวลา 13.00 - 18.00 น. ที่โรงแรมสินธร มิดทาวน์ กรุงเทพฯ

จะจัดพิธีเปิดการอบรม ที่อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่ วันที่ 2 มิถุนายน 2569

“มีกิจกรรม” ศึกษาดูงานนอกสถานที่ภายในประเทศ แบบไม่พักค้างแรม (พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล) จ2 ครั้ง และแบบพักค้างแรม (ต่างจังหวัด) 3 ครั้ง (3 วัน 2 คืน) เช่น ชลบุรี กาญจนบุรี ภูเก็ต

สนใจสมัครได้ที่ https://amzth.org/TME7 ตั้งแต่วันนี้- 31 พฤษภาคม 2569

สอบถามรายละเอียดเพิ่มที่ ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว (TAT Academy) โทร. 0-2250- 5500 ต่อ 4917, 4920 - 4 และโทร 080-961-5599



 

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศสดึงไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่ ยุโรปเที่ยวไทย

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศส 4 ค่ายบูมเที่ยวไทย

รุกเจาะตลาดมหาเศรษฐียุโรปไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ValueOverVolumn #AmazingThailand #UltraLuxury

ผู้ว่าฯ ททท.ลุยให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำในฝรั่งเศส 4 ค่ายใหญ่ ตั้งเป้าเจาะตลาดไฮเอนด์+ Ultra Luxury ตามคอนเซ็ปต์เที่ยวเมืองไทยด้วยมูลค่าเหนือปริมาณ Value over Volume ชูความพร้อมไทย ฟิล์ม โลเกชั่น โลก


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำในฝรั่งเศสที่ครองกลุ่มตลาดคุณภาพสูง นำเสนอความพร้อมของประเทศไทยในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก หรือ “Film Location Paradise Throughout Thailand” สื่อสารไปยัง 4 สื่อ นำไปเผยแพร่ต่อไป ได้แก่ 1.Exclusive Owners เป็นนิตยสารระดับ “อัลตร้า ลักชัวรี่” เจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มระดับไฮเอนด์คุณภาพ Ultra-High Net Worth Individual (UHNWI) รวมถึงผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ นักวิชาชีพอิสระ และนักสะสคมงานศิลปะ 2.Vins et Gastronomie นิตยสารด้านอาหารหรือ Gastronomy ชั้นนำของฝรั่งเศส มีฐานผู้อ่านรายได้สูงและมีศักยภาพในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก 3.สื่อท้องถิ่น «Yes I Cannes» และ 4.Bloomberg

ททท.มุ่งขยายการรับรู้ประเทศไทยในตลาดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และ Ultra Luxury ผ่านสื่อคุณภาพของฝรั่งเศส สอดคล้องกับแนวคิด Value over Volume ตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมบนเวทีนานาชาติ ที่จะสามารถสร้างรายได้การท่องเที่ยวจากกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ไทยได้ในอนาคตต่อไป





บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มเท่าตัวธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว

ธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ไตรมาส1ปี2569  

บางจากฯ ไตรมาส 1 ปี’69 รายได้จากการขายและบริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 %  กำไรบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว “ธุรกิจโรงกลั่น” EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่ม 100 %กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %

 

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร” ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม 3,700 ล้านลิตร

แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม จากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ

ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น

-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม

-ทำโครงการ “Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด “น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน

-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม 2569

กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้

-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %  

- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %

-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท

“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ



-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน  ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA 1,563 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV กว่า 592 สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ 40 สถานี ส่วน Retail Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม 1,187 สาขา

-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยช่วยสนับสนุนกำไรขั้นต้น



กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน

-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก (OutOut) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group ทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาวเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ

มี EBITDA 4,308 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว รวมปริมาณการผลิตและจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญาของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคม

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55 % จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาล โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงเพราะลูกค้าใช้บริการลดลง

กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 23,788 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.91 เท่า คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ “A+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง

 

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APACสานฝันไทย“ฮับบิน-ดันสนามบินไทยสู่ระดับโลก”

AOTปลื้ม!!เจ้าภาพจัดประชุมการบินโลกACI APAC 2026

สานฝันไทย“ฮับบินภูมิภาค-พัฒนาสนามบินไทยระดับโลก”

AOT เป็นเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 ที่กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ACI2026 #ThailandAviationHub

AOT โชว์ความสำเร็จเจ้าภาพจัดประชุมการบินโลก ACI APAC & MID RACE 2026 สานฝันไทย 2 เป้าหมาย “ฮับ” การบินภูมิภาค พัฒนา “ท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก”

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม Airports Council International (ACI) Asia-Pacific & Middle East Regional Assembly, Conference and Exhibition 2026 (ACI APAC & MID RACE 2026) วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ด้วย 2 เป้าหมายหลัก 1.พัฒนาอุตสาหกรรมการบินของไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค 2.พัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่ระดับโลก

เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การเป็น “ศูนย์กลางการบิน” ที่มีความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน อีกทั้งมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ พร้อมพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ



AOT เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ภายใต้หัวข้อหลัก “Airports as Engines of Shared Prosperity” การประชุมประจำปีของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและตะวันออกกลาง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากท่าอากาศยานชั้นนำ สายการบิน คณะกรรมการบริหาร ACI ผู้มีส่วนได้เสีย วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเสวนา แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด ได้สำรวจแนวโน้มและเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อจกำหนดอนาคตของท่าอากาศยาน นำประเทศไทยร่วมกำหนดทิศทางและนโยบายการบริหารจัดการท่าอากาศยานทั่วโลก

นางสาวปวีณา กล่าวว่า งานประชุม ACI APAC & MID RACE 2026 ประกอบด้วย การปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ กา รประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยผู้แทนเข้าร่วมจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง เช่น กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย และท่าอากาศยานนานาชาติหลัก ๆ อย่าง ชางงี โอ๊คแลนด์ เมลเบิร์น ฮ่องกง มาเลเซีย เจดาห์ ท่าอากาศยานมัคตัน–เซบู

รวมทั้งองค์กรกำกับดูแลการบินของประเทศต่าง ๆ เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ (Air Navigation Service) เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller) ศูนย์นวัตกรรมการบิน (International Centre for Aviation Innovation) ผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้า

            


        ในเวทีการปาฐกถา การอภิปราย การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในการประชุมแบ่งเป็นหัวข้อย่อยต่าง ๆ เช่น

-ท่าอากาศยานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม การนำระบบบริหารจัดการท่าอากาศยานมาเพิ่มศักยภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งภาคพื้นและอากาศเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้บริการ

-ท่าอากาศยานกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) สู่การเป็นผู้นำสนามบินที่ยั่งยืน

-การเลือกลงทุนระหว่างการก่อสร้างสนามบินบนพื้นที่ใหม่ (Greenfield) หรือการลงทุนพัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Brownfield) ในสภาวะความกดดันที่สนามบินเต็มขีดความสามารถ

-ปริมาณการเดินทางที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้มีการเปลี่ยนโครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์

-ภาวะเงินเฟ้อซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง การเตรียมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI ในอนาคต

-ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมด้านบทบาทของสตรีเพิ่มมากขึ้น

-การเตรียมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

รวมทั้งเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ “จัดนิทรรศการ” เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ความปลอดภัย การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทาง AOT ได้ร่วมนำเสนอบทบาทองค์กรทั้งด้านการพัฒนาท่าอากาศยานสู่การเป็นฮับการบินภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบินสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพบริการเพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Passenger Experience) ให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยของรัฐบาลมุ่งให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก และแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

ททท.ลุยหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 จัดเต็ม5Module (NEXUS)

ททท.ชวนสมัครหลักสูตรผู้บริหารท่องเที่ยว #TME7 จัดเต็ม 5 Module (NEXUS) ยกระดับอุตฯเที่ยวทั่วไทย   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gur...