วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

ททท.ยึดเวทีWTM2026จัดAmazing Thailand Press Conference

ชูสินค้าบริการใหม่4มิติ“วัฒนธรรม-สุขภาพ-ไลฟ์สไตล์-พรีเมี่ยม

 

ททท.จัดกิจกรรม“Amazing Thailand Press Conference 2026” ใน WTM 2026 ทิศทางท่องเที่ยวใหม่4มิติ 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WTM2026 #AmazingThailandPressConference2026

ททท.จัด “Amazing Thailand Press Conference 2026” ในเวที WTM 2026 พลิกไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวเชิงคุณค่าที่มีความหมาย โชว์สินค้าบริการใหม่ 4 มิติ “เที่ยวเทศกาล&วัฒนธรรม-สุขภาพ&สุขภาวะ-สร้างสรรค์&ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย-แหล่งเที่ยวใหม่&บริการพรีเมี่ยม” กระจายนักท่องเที่ยวเมืองหลัก 60 % เมืองรอง 40%


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้จัด “Amazing Thailand Press Conference 2026” ภายในงาน World Travel Market (WTM) 2026 ที่ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย และประกาศทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2570 ภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” ให้สื่อมวลชนต่างชาติที่เข้าร่วมงาน โดยมุ่งยกระดับไทยจากจุดหมายปลายทางคุ้มค่าด้านราคา (Value for Money) สู่การมอบคุณค่าผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย (Value Through Meaning) ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ด้วยเสน่ห์ไทยและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง ผลักดันประเทศเป็น Asia’s No. 1 High-Value and Meaningful Destination

ททท. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าจากการเดินทางมากกว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว Value Over Volume ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น สัมผัสประสบการณ์ที่มีความหมาย กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น นำจุดแข็งคือ “เสน่ห์ไทย” ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต อาหารไทย เทศกาลประเพณี และความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ มาต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูงตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพทั่วโลก โดยเฉพาะ “สหราชอาณาจักร” และตลาดระยะไกล ซึ่งมีศักยภาพสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แม้ปีนี้เผชิญความท้าทายรอบด้าน แต่ยังคงแข็งแกร่งมีโอกาสเติบโตได้ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและสายการบิน

มุ่งยกระดับบทบาท ททท.จากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว (Tourism Promoter) เป็นผู้ประสานและขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem Orchestrator) เชื่อมโยงความต้องการของนักท่องเที่ยวกับศักยภาพพันธมิตรทุกภาคส่วน ร่วมพัฒนาสินค้า บริการ ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ททท.จัดกิจกรรม Amazing Thailand Press Conference 2026 ครั้งนี้ โดยได้นำเสนอสินค้า บริการ ประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย 4 มิติสำคัญ ได้แก่



● มิติที่ 1 : การท่องเที่ยวเชิงเทศกาลและวัฒนธรรม (Festivals and Cultural Experiences) ผ่านกลยุทธ์ Festival Economy ยกระดับเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ เช่น งานวิจิตรเจ้าพระยา งานลอยกระทงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา งาน Maha Songkran World Water Festival พิธีไหว้ครูมวยไทย ชูความสำเร็จประเพณีแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี ปี 2569 มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 460,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 474 ล้านบาท และการดึงดูดอีเวนต์ระดับโลก Wonderfruit และ Tomorrowland ในพัทยา ตลอดจนส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติผ่านเครือข่าย UNESCO ได้แก่เมืองสร้างสรรค์ 9 เมือง แหล่งมรดกโลก 9 แห่ง อุทยานธรณีโลก 2 แห่ง พื้นที่สงวนชีวมณฑล 5 แห่ง เน้นกระตุ้นการเดินทางและกระจายรายได้สู่ทั่วประเทศ

● มิติที่ 2 : พัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและสุขภาวะ (Wellness and Wellbeing) เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ เช่น Surf Therapy ที่ เมมโมรี่ เซิร์ฟ เฮาส์ ขาหลัก จ.พังงา บริการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในรูปแบบ Biohacking และ Longevity  ในศูนย์สุขภาพระดับพรีเมียมทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าปี 2570 ผลักดันไทยสู่ Global Health and Wellness Destination รวมทั้งการนำทุนทางวัฒนธรรม ศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง

● มิติที่ 3 : การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย (Creative Tourism and Contemporary Lifestyle) เช่น กิจกรรมเรียนรู้การทำผ้ามัดย้อมและผ้าบาติกจากสีธรรมชาติ นครศรีธรรมราช และเตรียมเปิดตัวแคมเปญ Unseen Luxperience เดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมค้นพบจุดหมายปลายทางและประสบการณ์สุดพิเศษที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

● มิติที่ 4 : พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่และบริการต้อนรับระดับพรีเมียม (New Attractions and Premium Hospitality) เช่น Cloud 11, Forestias, Happitat การลงทุนโรงแรมหรูแห่งใหม่ โครงการด้านสุขภาพและการบริการระดับพรีเมียม เตรียมจัดงาน Ultra Thailand 2027 วันที่ 20–24 มิถุนายน 2570  โรงแรม โฟร์ ซีซั่นส กรุงเทพ แอท เจ้าพระยา เชื่อมโยงไทยกับเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรูหราทั่วโลก



ททท. ยังมุ่งเพิ่มโอกาสขยายความเชื่อมโยงด้านการบิน ด้วยเส้นทางบินใหม่ ได้แก่ 1.เวอร์จินแอตแลนติกแอร์ไลน์ส เปิดบินตรง ลอนดอน (ฮีทโธรว์)–ภูเก็ต 2.LOT Polish Airlines วอร์ซอ–กรุงเทพฯ 3.สายการบินเบเลเวีย มินสก์–กรุงเทพฯ พร้อมกระจายนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ The Link Plus เชื่อมโยงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกับเมืองท่องเที่ยวเป้าหมาย เช่น ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรเที่ยวอำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา จ.นครศรีธรรมราช และ จ.อุบลราชธานี ตั้งเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายอีก10  %

ปี 2570 ททท. ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวรวมไม่น้อยกว่า 5 % กระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองท่องเที่ยวหลัก 60 % และเมืองรอง 40 % เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ผลักดันไทยสู่ Asia

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

ททท.เปิดยิ่งใหญ่ไทยแลนด์พาวิลเลี่ยนใน WTM 2026 ปี69ดึงสหราชอาณาจักรล้านคน-ชูHealing+เที่ยวยั่งยืน

ททท.เปิดยิ่งใหญ่ไทยแลนด์พาวิลเลี่ยนใน WTM 2026

ปี69ดึงสหราชอาณาจักรล้านคน-ชูHealing+เที่ยวยั่งยืน

ททท.เปิดแล้วไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ในงาน World Travel Market 2026 ที่ Excel London อังกฤษ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AmazingThailand #WTM2026 #HealingIsTheNewLuxury

ททท.เปิดยิ่งใหญ่ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยนในมหกรรมเทรดท่องเที่ยวโลก “WTM 2026” 3-5 พ.ย.นี้ ที่เอ็กเซล ลอนดอน ชูจุดขาย “Healing is the New Luxury” ปี’69 ตั้งเป้าปีที่ 2 ปลุกสหราชอาณาจักรเที่ยวไทยทะลุ 1 ล้านคน ปี’70 นำเที่ยวยั่งยืนขยายตลาดคุณภาพ 6 กลุ่ม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานพิธีเปิดคูหาประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ในงาน “World Travel Market (WTM) London 2026 เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ ExCeL London สหราชอาณาจักร ปีนี้ไทยเข้าร่วมเป็นครั้งที่ 45 ในพื้นที่กว่า 480 ตารางเมตร บริเวณทางเข้าฮอลล์ N9 นำเสนอภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury โชว์สถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างกลมกลืน คาดตลอดการจัดงาน 3 วัน ระหว่าง 3-5 พฤศจิกายน นี้ จะเกิดการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 1,440 นัดหมาย นำการท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้ในอนาคตเข้าประเทศได้กว่า 1,510 ล้านบาท

ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน มุ่งใช้เสน่ห์ไทยดึงดูดความสนใจผู้เข้าชมก้าวสู่พื้นที่แห่งความสงบและการฟื้นฟู (Immersive Wellness Experience) ผ่านแสง สี เสียง กลิ่น สัมผัส เชื่อมโยงประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไฮไลต์ คือ “Mindfulness Chamber” 2 ห้อง ให้ผู้เข้าชมเลือก “เส้นทางแห่งการเยียวยา” ของตนเอง ซึมซับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยผ่านภาพและเสียงอย่างเป็นส่วนตัว

ช่วงพิธีเปิดโดยได้รับเกียรติจากผู้เข้าร่วมนำโดย คณะกรรมการ ททท. ได้แก่ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ และนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะกรรมการไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ผู้บริหารททท. และหน่วยงานพันธมิตร 



ภายในไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน มีผู้ประกอบการไทยร่วมเจรจาธุรกิจ 47 ราย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 37 ราย บริษัทนำเที่ยว (DMC) 8 ราย ตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) 2 ราย จากกรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และพังงา และพันธมิตร ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด

สถิตินักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมาไทย ระหว่าง 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2569 จำนวน 808,214 คน คาดสิ้นปีจะมามากถึง 1,041,987 คน สร้างรายได้กว่า 71,605 ล้านบาท ด้วยแรงหนุนจากยอดจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า (Forward Booking) ตั้งแต่ตุลาคม 2569 – มีนาคม 2570 เติบโตขึ้น 15.3 % ส่วนภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลกยังคงแข็งแกร่ง ล่าสุด “เกาะสมุย” ได้รับการโหวตเป็น World’s Best Island 2026 จากนิตยสาร Travel+Leisure เป็นครั้งแรกที่ครองอันดับ 1 ทางภูเก็ต ติดอันดับ 5



โดย ททท.ได้เร่งเดินหน้าร่วมกับเอกชนยกระดับ “การท่องเที่ยวยั่งยืน” นำผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน Thailand Tourism Awards, TAT STGs STAR และ CF Hotels ร่วมสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงไม่น้อยกว่า 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) 2.การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์หรู (Luxperience) 3.กลุ่มดูแลสุขภาพ (Well-being) 4.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) 5.กลุ่มทำงานด้วยดิจิทัลได้ทุกแห่ง (Digital Nomads) และ 6.กลุ่มเดินทางเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญ (Celebration Travel)

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.เร่งเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกร่วมกับสายการบินพันธมิตรอย่าง เวอร์จิน แอตแลนติก แอร์ไลน์ส, นอร์ส แอตแลนติก แอร์เวย์ เปิดบริการเที่ยวบินตรงแบบประจำสู่ภูเก็ต และเดือนมิถุนายน 2570 เตรียมจัดกิจกรรมทัศนศึกษา (Familiarization Trip) นำบริษัทนำเที่ยวสหราชอาณาจักรเดินทางมาสำรวจเขาหลัก จังหวัดพังงา ผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพอย่างยั่งยืน

 


 

ททท.-แบงก์ชาติต่อยอด“Scan Thailand Pay Like A Local” ขยายบริการจ่ายเงินดิจิทัลโกยรายได้ตลาดเอเชีย

ททท.-แบงก์ชาติต่อยอด“Scan Thailand Pay Like A Local”

ขยายบริการจ่ายเงินดิจิทัลโกยรายได้นักท่องเที่ยวเอเชีย


ททท.ร่วมกับแบงก์ชาติและสถาบันการเงินจัดทำกิจกรรมต่อยอด “Scan Thailand Pay Like A Local


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ScanThailandPayLikeALocal

ททท.แบงก์ชาติ ผนึกพันธมิตร ต่อยอดโปรเจกต์ “Scan Thailand Pay Like A Local” เปิดระบบพร้อมจ่ายด้วยบริการดิจิทัล กระตุ้นนักท่องเที่ยวตลาดเอเชียใช้เงินเพิ่ม กระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น


นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัดทำกิจกรรมต่อยอดโครงการ “Scan Thailand Pay Like A Local: Cross-border QR Payment for Tourism” Merchant Activation Roadshow เพื่อยกประสบการณ์ท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้ไปยังงผู้ประกอบการเศรษฐกิจท้องถิ่น จึงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรุงเทพมหานคร สถาบันการเงินไทยและต่างประเทศ บริษัท National ITMX บริษัท สยามสินธร จำกัด และศูนย์การค้า ดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2569 ที่ลานมิ่งเมือง ชั้น 1 ศูนย์การค้าดิ โอลด์ สยาม พลาซ่า กรุงเทพมหานคร เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้าย่านเยาวราช สัมพันธวงศ์ และพระนคร เตรียมพร้อมรับชำระเงินผ่านระบบ Cross-border QR Payment ภายใต้แนวคิด “Pay Like a Local” หรือ “จ่ายเหมือนคนท้องถิ่น” ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสแกนจ่ายผ่าน Mobile Banking และ e-Wallet ได้ทันที เช่นเดียวกับ Thai QR Payment หรือพร้อมเพย์ของไทย  


            ขานรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและประเทศเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือและ QR Payment ในชีวิตประจำวัน การที่ประเทศไทยสามารถรองรับระบบ Cross-border QR Payment ได้ครอบคลุม จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญช่วยยกระดับความสะดวกและสร้างความมั่นใจในการเดินทาง พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ราบรื่นและไร้รอยต่อ ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการจับจ่ายใช้สอยตลอดทริป

ททท.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอีโคซิสเต็มเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับทุกมิติการเดินทาง ตั้งแต่การสร้างแรงบันดาลใจและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว การวางแผนเดินทาง การเข้าถึงสินค้าและบริการ การใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว เพื่อลดข้อจำกัด อำนวยความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพและขีดความสามารถอุตสาหกรรมในระยะยาว


            กิจกรรม “Scan Thailand Pay Like A Local: Cross-border QR Payment for Tourism” เป็นกลไกช่วยยกระดับความพร้อมของ “ผู้ประกอบการไทย” ให้รองรับการชำระเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่าน Cross-border QR Payment เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย สร้างประสบการณ์การใช้จ่ายเสมือนอยู่ในประเทศของตนเอง  ททท.จะร่วมกับพันธมิตรและสำนักงาน ททท. ในต่างประเทศ นำโดยตลาดเอเชียตะวันออก สร้างการรับรู้ถึงความพร้อมของไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยมุ่งต่อยอดความร่วมมือของ ททท. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันการเงิน และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว จากการหารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นก็นำร่องที่อุดรธานี เมื่อ 31 มีนาคม 2569 ด้วยการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ 52 ราย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับร้านค้ารายย่อยบริเวณถนนทองใหญ่และศูนย์การค้ายูดีทาวน์



            ขยายผลสู่กรุงเทพมหานครครั้งแรก เมื่อ26 มิถุนายน 2569 โดย ททท. ธปท. ธนาคารกรุงไทย ร่วมจัด“Scan Thailand Pay Like A Local” ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการสมัครใช้ QR ร้านค้าสำหรับรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขยายมายัง ย่านเยาวราช–สัมพันธวงศ์ ย่านการค้าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีต่างชาติเดินทางมาต่อเนื่อง ครั้งนี้มุ่งเพิ่มความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจาก จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ สปป.ลาว ประเทศอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงระบบ QR Payment ระหว่างประเทศกับไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ร้านค้ารายย่อย เข้าถึงกำลังซื้อนักท่องเที่ยวต่างชาติได้โดยตรง กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการชำระเงินดิจิทัลในระดับสากล

            ตลอดงานมีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วม 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดให้บริการตรวจสอบความพร้อม QR Code ร้านค้ารองรับการสแกนชำระเงินจากต่างประเทศ ดังนี้

-เปิดรับสมัครฟรี QR ร้านค้า

-มอบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษของผู้ประกอบการ

-กิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับบัตรกำนัลและของรางวัล

ในพิธีเปิดมีผู้แทน ททท. ธปท. National ITMX ธนาคารกรุงไทย และผู้ให้บริการด้านการชำระเงินจากต่างประเทศ เช่น Alipay, UnionPay, WeChat Pay และ NETS ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของ Cross-border QR Payment ต่อภาคการท่องเที่ยว ประโยชน์และโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ ความปลอดภัยของระบบการแลกเปลี่ยนธุรกรรมระหว่างธนาคาร การเชื่อมโยงเครือข่ายการชำระเงินระหว่างสถาบันการเงินต่างประเทศกับประเทศไทย

จากนั้นช่วงค่ำได้สร้างสีสันด้วย การแสดงเชิดสิงโตบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาอาคารเมืองทอง (เยาวราช) จัดขบวนประชาสัมพันธ์โครงการเคลื่อนไปตามถนนเยาวราชมุ่งหน้าสู่แยกถนนราชวงศ์ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ Cross-border QR Payment แก่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวในพื้นที่ย่านไชน่าทาวน์

            ททท. คาดการขยายผลต่อเนื่องกิจกรรม Scan Thailand Pay Like A Local จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้นักท่องเที่ยวใช้จ่าย ส่งเสริมการใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลภาคการท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ร้านค้ารายย่อย ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางพร้อมรองรับการชำระเงินดิจิทัลระดับสากล ช่วยกระตุ้นและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

 

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

IATAชี้การเดินทางโดยเครื่องบินยุคใหม่ “AI-ดิจิทัล-นวัตกรรม”

ปี70แอร์ไลน์โลกลงทุนดิจิทัลกว่า1.7พันล้านเหรียญ-จีนคุมเกม


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #IATA 

IATA ชี้ยุคเปลี่ยนผ่าน “อนาคตการเดินทางโดยเครื่องบิน” เข้าสู่โลก “AI-ดิจิทัล-นวัตกรรม”  แอร์ไลน์สทั่วโลกเร่งทำฐานข้อมูลไอที “การค้า-การเงิน-ระบบบัญชี” ดิจิทัล ปี’70 กว่า 20 แอร์ไลน์ส จะลุยลงทุนกว่า 1,700 ล้านเหรียญ “รัฐบาล”แต่ละประเทศหันใช้มาตรฐานพาสปอร์ตดิจิทัล “จีน” คุมเกมเปลี่ยนโลกการเดินทาง

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) เน้นย้ำถึงความท้าทายการเปลี่ยนความก้าวหน้าด้าน “ดิจิทัล” ด้านการค้า การชำระเงิน กับอัตลักษณ์ดิจิทัลของสายการบิน ให้จะเป็น “ยุคใหม่แห่งอนาคตการเดินทางโดยเครื่องบิน” กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารที่ดีขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนทางการเงินมากขึ้น

“แซนดรีน เลอ บอร์เน” รักษาการผู้อำนวยการทั่วไป ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และรองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการองค์กร IATA กล่าวในการเปิดงาน “IATA World Financial Symposium และ World Passenger Symposium” ที่มาเก๊า ว่า ปัจจุบัน นักเดินทางสามารถใช้ AI วางแผนการเดินทาง พร้อมกับสามารถชำระเงินด้วย “กระเป๋าเงินดิจิทัล” และใช้ “ไบโอเมตริก” ที่แต่ละท่าอากาศยานนานาชาติเพื่อการเดินทางอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

ความท้าทายใหม่ที่สำคัญคือ การตระหนักถึง “คุณค่าที่นวัตกรรม” เหล่านี้ จะสามารถสร้างขึ้นเพื่อทำให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้นและปรับปรุงความยืดหยุ่นทางการเงินควบคู่กันไปด้วย ขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ในอนาคตการเดินทางแต่ละด้านดังนี้

● การเตรียมพร้อมสำหรับตลาดแห่งอนาคต : AI ผู้ช่วยและตัวแทนอัตโนมัติ กำลังเปลี่ยนวิธีที่นักเดินทางค้นหาและเปรียบเทียบการเดินทางกับสายการบิน สิ่งนี้สร้างทั้ง “โอกาสและความเสี่ยง”

“โอกาสเชิงกลยุทธ์” ของสายการบิน เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้ ขณะเดียวกันก็รักษาการควบคุมข้อมูล การควบคุมความสัมพันธ์ทางการค้า การรับรองคุณภาพข้อมูลพื้นฐานการค้าปลีกสายการบินสมัยใหม่เป็นหัวใจสำคัญต่อการปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดย 7 สายการบิน ได้นำใช้งานหรือกำลังดำเนินการตามคำสั่งซื้อ คาดการณ์ปี 2570 เป็นต้นไปจะมีการใช้มากกว่า 20 สายการบิน ส่วน “ผู้ให้บริการด้านไอที” ต้องลงทุนในข้อเสนอและคำสั่งซื้อมากกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เลอ บอร์น กล่าวว่า “ข้อเสนอและคำสั่งซื้อ” เป็นรากฐานที่มีตัวเร่งปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทำให้สายการบินต่าง  ๆ จำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการค้นหา การขาย การให้บริการด้านการเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง

● การเสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงิน : มีฟังก์ชันทางการเงินต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น : 

1.การชำระเงิน - วิธีชำระเงินแบบใหม่ที่ใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัล สามารถเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อต้นทุน กระแสเงินสด และความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เนื่องจากสายการบินต่าง ๆ ใช้จ่ายเงินมากกว่าปีละ 24,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการประมวลผลการชำระเงิน ผลกระทบเหล่านี้จึงต้องนำมาพิจารณาร่วมกัน

2. ข้อเสนอและคำสั่งซื้อ -การกระทบยอด การชำระเงิน การบัญชีรายได้ ต้องถูกรวมเข้าไว้ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อลดความซับซ้อน แทนที่จะเพียงแค่เปลี่ยนให้เป็นระบบดิจิทัลเท่านั้น



● การเดินทางง่ายขึ้นด้วยระบบไบโอเมตริกส์ : ระบบไบนี้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เดินทางจากปกติมากขึ้น ทำให้การตรวจสอบที่สนามบินรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากโซลูชันหลายอย่างเป็นแบบเฉพาะสนามบินหรือเฉพาะประเทศ คุณค่าที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารและสายการบินจึงยังไม่ได้รับการตระหนักอย่างเต็มที่ 

“รัฐบาล” จึงมีบทบาทสำคัญที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากเอกลักษณ์ดิจิทัลที่ใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศ ด้วยมาตรฐานหนังสือเดินทางดิจิทัลที่ปลอดภัยมีอยู่แล้วด้วย Digital Travel Credential ขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และผู้โดยสารมีความคาดหวังสูง มีผู้โดยสารมากกว่า 8 ใน 10 คน ระบุพวกเขาสนใจจะ “ใช้หนังสือเดินทางดิจิทัล” ทำการเช็คอิน จึงเป็นความท้าทายในวงกว้างของ “รัฐบาล” จะต้องดำเนินการออกหนังสือเดินทางและยอมรับเอกสารรับรองการเดินทางดิจิทัล

● จีน : ขนาดและนวัตกรรมดิจิทัล ในงาน WFS & WPS ปี 2026 เป็นครั้งแรกที่งานจัดขึ้นในเอเชียเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทนำด้านนวัตกรรมดิจิทัล สถิติปี 2568 “สายการบินของจีน” ขนส่งผู้โดยสารมากกว่า 770 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และมีศักยภาพการเติบโตอย่างมาก การคว้าโอกาสนั้นจำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนการเติบโต ขณะเดียวกันก็ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพและ ยั่งยืนมากขึ้น

เลอ บอร์น กล่าวว่า ความเป็นผู้นำของจีนไม่ได้อยู่ที่ขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัล เปลี่ยนแปลงวิธีการซื้อของ ชำระเงิน การเดินทางของผู้คน ในขณะที่เราเรียนรู้จากกันและกัน จึงต้องเชื่อมโยงโซลูชั่นเข้าด้วยกัน โดยมี “มาตรฐานสากลชุดเดียว” และพัฒนามาตรฐานเหล่านั้นไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดังกล่าว คือวิธีที่เราเปลี่ยนความก้าวหน้าในระดับภูมิภาคให้เป็นประสบการณ์ที่ดีขึ้นกับผู้โดยสารทั่วโลก

 

ททท.สบช่องครม.สัญจรเร่งโปรโมทเที่ยวอุดรธานี 4 พื้นที่ ชูพืชสวนโลกฯดันอีสานสู่ตลาดโลก-เงินสะพัด3.2หมื่นล้าน

ททท.สบช่องครม.สัญจรเร่งโปรโมทเที่ยวอุดรธานี 4 พื้นที่

ชูพืชสวนโลกฯดันอีสานสู่ตลาดโลก-เงินสะพัด3.2หมื่นล้าน

ททท.ใช้ช่วง ครม.สัญจร โปรโมทการท่องเที่ยวอุดรธานี 4 พื้นที่ ชูมหกรรมพืชสวนโลกดันอีสานสู่ตลาดโลก


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ครมสัญจร #พืชสวนโลกอุดรธานี


ททท.ใช้ ครม.สัญจร “อุดรธานี” โปรโมทเสน่ห์ท่องเที่ยวอัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต 4 พื้นที่ “ศาลเจ้าปู่เจ้าย่า-ชุมชนทอผ้าบ้านโนนกรอก-5 Must Do in Udon Thani-มหกรรมพืชสวนโลก” ดันอีสานสู่ตลาดโลก โรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร คึกคัก เงินสะพัดกว่า 32,000 ล้านบาท


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศทไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ต้อนรับคณะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลกว่า 60 ราย ลงพื้นที่เดินทางเยือนจังหวัดอุดรธานี ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว เส้นทาง One Day Trip “Udon Thani : Bloom, Weave & Vibe” ในโอกาส “ประชุมคณะรัฐมนตรี” อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ได้นำเสนอ “เสน่ห์และอัตลักษณ์อุดรธานี” ผ่านการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต เศรษฐกิจชุมชน โดยได้นำคณะสื่อมวลชนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและเรื่องราวโดดเด่น 4 พื้นที่ ได้แก่


● พื้นที่ 1 สักการะองค์เจ้าปู่-เจ้าย่า : เยี่ยมชมศาลเจ้าปู่-ย่า ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ตามความเชื่อว่าเป็นสถานที่แห่งความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรือง โดยมีศาลาชมวิวกลางน้ำ สวนคุณธรรม 24 กตัญญู ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ไฮไลต์สำคัญคือ “มังกรทองยาว 99 เมตร” ความยาวที่สุดในประเทศไทย ใช้แห่ในงานทุ่งศรีเมืองช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี

● พื้นที่ 2 กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก : สัมผัสชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นถิ่น โดยมีนายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำการสืบทอดและต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าแบบดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น ผสานเทคนิคการจก ยก และขิด เกิดเป็นลวดลายอัตลักษณ์อย่าง “ลายสายธารนาคเชียงรวง” จุดเด่นของผ้าคือการนำส่วนต่าง ๆ ของดอกบัว ซึ่งเป็นทุนทางธรรมชาติในพื้นที่ มาใช้ “ย้อมเส้นไหม” จนได้เฉดสีธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์อย่าง สายบัวให้สีเงิน กลีบบัวให้สีชมพูอมม่วง เกสรดอกบัวให้สีทอง


รวมถึงนำดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกพุดซ้อนและดอกดาวเรือง มาประยุกต์ใช้สร้างสีสันในผืนผ้า ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวด้วยความประณีตของช่าง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มฯ จึงมีศักยภาพพัฒนาสู่ตลาดสินค้าหัตถกรรมและงานคราฟต์ระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานฝีมือและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

ทางชุมชนยังได้พัฒนา กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เช่น สาธิตการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านประสบการณ์จริง สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นส่วนสำคัญช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน



● พื้นที่ 3 สัมผัสประสบการณ์ “5 Must Do in Udon Thani” : ถ่ายทอดเสน่ห์อุดรธานี ด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้แก่

Must Taste : ลิ้มรสไอศกรีมนมเกลืออุดร ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกลือสินเธาว์บ้านดุง แหล่งผลิตสำคัญของภาคอีสาน “ชิมชาบัวแดง” จากบ้านเชียงแหว สรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายและมีสารต้านอนุมูลอิสระ และ “เมี่ยงกลีบบัว” อาหารว่างที่ใช้กลีบบัวหลวงห่อเครื่องเมี่ยงแทนใบชะพลู รับประทานคู่กับสมุนไพรเครื่องเคียง

Must Try : ท่องเที่ยววิถีอีสานอย่างยั่งยืน นั่งรถอีแต๊กสัมผัสเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านคีรีวงกต อำเภอนายูง ผ่านลำธารโอบล้อมด้วยภูเขา รับประทานอาหารถิ่นและเรียนรู้วิถีชีวิตท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์

Must Buy : เลือกซื้อของที่ระลึกเข็มกลัดธุงอีสาน (ธุงใยแมงมุม) งานหัตถกรรมสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและภูมิปัญญาของชาวอีสาน

Must Seek : เก็บภาพความประทับใจกับจุดถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี พร้อมมาสคอต “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม”

Must See : เปิดมุมมองผ่านเรื่องราวประเพณี วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานี ผ่านสารคดีและเรื่องเล่าจากอนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสัมผัสของจริง




● พื้นที่ 4  ท่องเที่ยว “งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง เริ่มแล้วตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living” (ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน)

งานพืชสวนโลกอุดรธานีจัดแสดง 6 โซนหลัก อาทิ 1.โซนสวนนานาชาติ 2.โซนอาคารเรือนกระจก (Greenhouse) 3.โซนจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ 4.โซนสวนป่าคาร์บอนเครดิต 5.เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) 6.โซนส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

“การเตรียมความพร้อม” รองรับนักท่องเที่ยว อุดรธานีบริหารจัดการครอบคลุมแต่ละด้านดังนี้

-“คมนาคมและการเดินทาง” เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสาธารณะและรถรับส่ง (Shuttle Bus) เชื่อมต่อจากท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และจุดสำคัญในเมืองมายังพื้นที่จัดงาน เตรียมพื้นที่จอดรถและระบบภายในงาน

-“ความปลอดภัยและสาธารณสุข” ได้จัดเตรียมจุดบริการทางการแพทย์สร้างความมั่นใจ

-“มาตรฐานที่พัก/อาหาร/ท่องเที่ยว” ภาคเอกชน ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และผู้ประกอบการ ได้ยกระดับมาตรฐานให้บริการและพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยงเต็มที่

ขณะที่ ททท. สำนักงานอุดรธานี ได้ต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และเลย ขยายผลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาพัก กระตุ้นการใช้จ่าย กระจายรายได้อย่างทั่วถึงมือผู้ประกอบการและชุมชน

“มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ตลอดงาน 134 วัน คาดจะมีผู้เข้าชมงานรวม 3.6 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย 70 % และต่างชาติ 30 % จากทั่วโลกกว่า 20 ประเทศ “การใช้จ่ายเฉลี่ย” 2,000 บาท/คน/ครั้ง จะสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจราว 32,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ประมาณ 20,000 ล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานประมาณ 81,000 อัตรา สร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษี 7,700 ล้านบาท

ททท.คาดจะเป็นโอกาสสำคัญช่วยยกระดับ “อุดรธานี”สู่ “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน พร้อมจะเป็นหมุดหมายช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

 

ททท.ยึดเวที WTM2026 จัด Amazing Thailand Press Conference ชูสินค้าบริการใหม่ 4 มิติ“วัฒนธรรม-สุขภาพ-ไลฟ์สไตล์-พรีเมี่ยม   ททท.จัดกิจกรรม “ A...