ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)
ผู้นำTCEBรุกเม.ย.69เร่งสร้างความสำเร็จไมซ์ไทย-ตลาดโลก
ลุย2งานใหญ่“ไทยเจ้าภาพKorat
Expo’72-จัดหนักMICE Week
พืชสวนโลกเพิ่มลงทุนใหม่โครงสร้างพื้นฐาน-โรงแรมในอีสาน
MICE Weekชูความสำเร็จ10ไมซ์ซิตี้+เปิดโอกาสใหม่ธุรกิจไทย
ช้อปดีลฮ็อตคิงเพาเวอร์จ่าย5พันลด1.5พัน-2.5หมื่นลด7.5 พัน
ซัมเมอร์นี้รับ2ต่อ
“คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีก-ใช้บัตรเครดิตที่รางน้ำ”
ททท.จัดHealth&Wellnessโกย929ล้านบาทนำไทยฮับสุขภาพ
BSRC-ปตท.ลุยซ้อมแผนอพยพชุมชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ล่องเรือเที่ยวในอยุธยาเกาะกลางน้ำสวยงามใกล้กรุง3พิกัด
10 วิธีทำก่อน-กินก่อน
-สุขภาพดีก่อน-ไม่ป่วยก่อนดีต่อใจ
“พิพัฒน์”นำ 2 รมช.ใหม่คมนาคมสั่งทุกหน่วยลุย4นโยบาย
รร.ม็อกซี่ฯเปิดแพ็กเกจฟินเพื่อนสัตว์เลี้ยงPaws Stay Free
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #ล่องเรือเที่ยวอยุธยา
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1B1kCv1Njo/
ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB”
ใส่เกียร์เร่งนำไทยครองใจไมซ์โลก เม.ย.นี้ ลุย 2 งานใหญ่
งานแรก ร่วมทีมไทยแลนด์อัพเดทกับบอร์ด BIE ที่ฝรั่งเศส
ไทยพร้อมจัดมหกรรมพืชสวนโลก “Korat Expo 2029” อ.คง
จ.นครราชสีมา ปี’72 ทุกฝ่ายแฮปปี้ “รัฐบาลไทย”
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเต็มรูปแบบ มอเตอร์เวย์ 10 เลน
รถไฟเอ็กซโปเอ็กซ์เพรส “เอกชน” จ่อขยายโรงแรมใหม่ทั่วอีสาน งานที่ 2 จัดครั้งแรก “Thailand MICE Week” 28-30 เม.ย.เปิดความสำเร็จ 10 ไมซ์ ซิตี้ MOU มหาดไทย ทำหลักสูตรไมซ์ ดึง 20 จังหวัดใช้ไมซ์ชูโรงเศรษฐกิจในพื้นที่
ผนึกสมาคมจัดการแสดงสินค้าจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงหน้าเก่าใหม่เข้าสู่เครือข่ายอุตสาหกรรมไมซ์ไทยอย่างสมบูรณ์แบบ
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บด้รับอนุญาตจากคณะรัฐมนตรีให้จัดงาน MICE Days เพื่อเป็นเกียรติตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสน์งานนานาชาติ “เวิลด์ เอ็กซ์โป” ที่ฝรั่งเศส มีการแสดงสินค้า ปกติจะตรงกับวันที่ 26 เมษายน ของทุกปี และจัดงานเพียงวันเดียว ส่วนปี 2569 เป็นโอกาสพิเศษทีเส็บได้ปรับรูปแบบใหม่เป็น “MICE Week 2026” จัดต่อเนื่อง 3 วัน ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569 ให้สอดคล้องกับบริบทไมซ์ใหม่และอุตสาหกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปเข้มแข็งมากขึ้น ตลอดงานคาดจะมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 คน
● “วันแรก 28 เมษายน” จัดที่ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท ประกอบด้วย ส่วน คือ
-ส่วนที่ 1 จะเน้น “ความสำเร็จเมืองไมซ์ :MICE CITY ” เปิดพื้นที่ให้ 10 ไมซ์ซิตี้ กับเมืองที่อยู่ในคิวอีกกว่า 10 เมืองไมซ์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัด หน่วยงานเกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนแต่ละพื้นที่กว่า 100 ราย มาร่วมระดมสมอง นำองค์ความรู้สู่เมืองคุณภาพตามนโยบาย “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรีผู้นำรัฐบาล ถึงแนวทางการการใช้ไมซ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ยกระดับและสร้างเมือง โดยผนึกกับเอกชนดึงเศรษฐกิจเข้าสู่แต่ละจังหวัด
ขณะนี้มีไมซ์ ซิตี้ 10 เมือง ได้แก่ “ภาคเหนือ” เชียงใหม่ พิษณุโลก “ภาคกลาง” กรุงเทพฯ พัทยา “อีสาน” นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี “ภาคใต้” ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี จะมาทำหน้าที่แชร์ “ความสำเร็จ” ให้เมืองรองที่สนใจเข้ารับฟังนำไปประยุกต์ให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานไมซ์ ซิตี้ ในโอกาสต่อไป
-ส่วนที่ 2 จะมีพิธีลงนามข้อตกลงความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) ระหว่าง ทีเส็บ กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดหลักสูตรให้เจ้าหน้าที่สังกัดมหาดไทยนำไปใช้ประโยชน์
-ส่วนที่
3 นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร
จะเป็นเจ้าภาพนำผู้ประกอบการไมซ์ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
ลงเรือล่องเจ้าพระยาเปิดให้พบปะสร้างเครือข่ายธุรกิจกัน
● วันที่ 29-30 เมษายน 2569 จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทีเส็บร่วมกับสมาคมจัดการแสดงสินค้า (TEA :Thai Exhibition Association) เปิดเอ็กซิบิชั่น 2 ฮอลล์ นำเสนอการให้บริการทางด้านการจัดงาน ได้แก่ สถานที่จัดงาน (Venue) ผู้ให้บริการจัดงาน (Exhibition) เทคโนโลยี และอุตสากรรมไมซ์ทั้งหมดได้มารวมตัวในพาวิลเลี่ยนดังกล่าว
ตลอดงาน
2 วัน จะให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจไมซ์ งานอีเวนต์
และจะมี Mr. Paul Neuteboom, Festival Director Tomorrowland
Thailand กับ “โอห์ม :รชต ธันยาวุฒิ”
Board Member of WEAREONE.world Thailand and Organizer of
TomorrowlandThailand 2026
มาพูดถึงการเตรียมงานและเทคนิคการจัดแสดงดนตรีระดับโลกในไทย
มีผู้นำการทำแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งจะเป็นช่องทางการดึงฟรีแลนซ์ที่เป็นกลุ่มผู้ให้บริการอย่างเท่าเทียมผ่าน
AI ต่อเนื่องถึงการหารือ “Festival”
การยกระดับเมืองโดยใช้งานเทศกาลต่าง ๆ การสร้างความยั่งยืน และจะมีบรรยายพิเศษจาก Mr.
Guy Bigwood, CEO Global Destination Sustainability Movement
ในหัวข้อ The Sustainable MICE Advantage: Winning on the Global
Stage"
ทีเส็บเชิญภาครัฐ
เอกชน และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมเพื่อให้การจัด MICE Week 2026 บรรลุ 3 เป้าหมาย ได้แก่
-เป้าหมายที่
1 ต่อยอดยกระดับการทำธุรกิจเพราะตลอดงานจะสามารถเชื่อมโยงไมซ์
ทั้งการจัดประชุม (Meeting) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) การแสดงสินค้า (Exhibition) เชื่อมโยงผู้ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดได้อย่างสมบูรณ์
-เป้าหมายที่ 2 เพิ่มแต้มต่อการพัฒนาศักยภาพไมซ์ ด้วยองค์ความรู้การ Up-Re Skill อัดแน่นทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไมซ์
-เป้าหมายที่
3 เปิดโอกาสให้เมืองไมซ์
ได้พบปะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และจังหวัดต่าง ๆ
แลกเปลี่ยนการค้าซึ่งกันและกัน
ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นำทีมทีเส็บเดินทางไปร่วมเสนอความคืบหน้า “มหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา 2572 : Nakhon Ratchasima International Horticultural Expo 2029” หรือ “Korat Expo 2029 ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อ 14 เมษายน 2569 หลังจากไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัด 10 พฤศจิกายน 2572-28 กุมภาพันธ์ 2573 รวม 110 วัน ในพื้นที่ 678 ไร่บริเวณโคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา จะสร้างรายได้เข้าประเทศเกือบ 20,000 ล้านบาท
งานดังกล่าวมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers :IAHE) เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดงาน ต้องการยกระดับเทียบเท่างาน World Expo จึงได้ไปขอให้ทางคณะกรรมการบริหารองค์การนิทรรศการนานาชาติ ( BIE General Assembly) เป็นผู้รับรอง
ตามขั้นตอนขณะนี้ “ประเทศไทย” ได้ทำไปแล้วคือ “ยื่นเอกสารข้อเสนอประมูลงาน” พร้อมกับจะต้องตอบคำถามอีกหลายส่วน เช่น ความพร้อมของเมืองเจ้าภาพ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์การเดินทางเข้าถึงพื้นที่จัดงาน แผนงานดูแลผู้เกี่ยวข้องแถวหน้าของโลก ที่จะต้องเชิญรายใหญ่เข้ามาร่วมไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ
ในงานจะมีผลิตภัณฑ์พืชพรรณเรื่อง “ความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหาร : Food Safty and Security” ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร งานนี้จึงสำคัญทั้งกับไทย อาเซียน เอเชีย และทั่วโลก จะมาร่วมอยู่ในเมืองไทยช่วงการจัดงานดังกล่าว
การนำเสนอความคืบหน้า
Korat Expo 2029 ที่กรุงปารีส นำทีมโดยนายวิณะโรจน์
ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เจ้าของเรื่อง ร่วมกับ
ผู้อำนวยการทีเส็บและทีมงานเสนอข้อมูลต่างๆ
กับตัวแทนคณะกรรมการ BIE 12 ประเทศ 35 คน ทุกฝ่ายรับฟังแล้วมีผลตอบรับที่ดี เกี่ยวกับ 1.รัฐบาลไทยได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางถนน
อำเภอคง ขยายมอเตอร์เวย์จาก 6 เป็น 10 เลน
2.พัฒนารถไฟ Expo Express 3.การทำรถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือจะมีระบบขนส่งสำรองไว้
เพื่อนำคนมางานเข้าสู่เอ็กซโป ตลอดงานคาดจะมีคนเข้าร่วมกว่า 2.1 ล้านคน ทั้งไทย กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ยุโรป และอื่น ๆ
ด้วยศักยภาพของอำเภอคง นครราชสีมา สถานที่จัดงานเป็นศูนย์กลางมีจุดเชื่อมต่อกับภาคอีสานหลายจังหวัดทั้ง ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ บุรีรัมย์ จะต้องเตรียมสถานที่พักไว้รองรับอย่างเพียงพอ ดังนั้นก่อนการจัดงานทางนครราชสีมา มีแผน “การลงทุนใหม่” นั่นคือรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่ง “อกชน”จะสร้างโรงแรมที่พักเพิ่มขึ้น
ในภาพรวมจะสราง “โอกาสสินค้าและอาหาร” โดยมีนวัตกรรมการเกษตรของหลายประเทศเข้ามาช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างการเรียนรู้ทั้งเกษตรเฉพาะด้าน เกษตรฟื้นฟู ห้องทดลองผลิตภัณฑ์อย่างอาหารแห่งอนาคต Future Food และอื่น ๆ
ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันไทยและโลกเจอหลายวิกฤต “การจัดการ” จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะทำให้อุตสาหกรรมไมซ์และธุรกิจภาพรวมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป การใช้ข้อมูล AI กับ Digital กำลังมาแรงแต่ก็แยกแยะค่อนข้างลำบาก จึงขอใช้อุตสาหกรรมไมซ์เปิด “เวทีให้ทุกคนมาพบหน้ากัน” ในแต่ละงาน โดยเฉพาะงานนานาชาติระดับโลกทำให้ทั่วโลกเดินทางมาสร้างเครือข่ายการค้า แล้วไมซ์ก็เป็นอุตสาหกรรมหลักทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนประเทศได้
ทีเส็บจึงขอความร่วมมือให้ “องค์กรภาครัฐ” ยังคงเป็น “ผู้นำตลาด” ด้วยวิธีรักษาการจัดงานประชุม สัมมนา ในพื้นที่ข้ามจังหวัด หรือข้ามภูมิภาค คงงานไว้ให้ได้มากที่สุด แล้วจะเลือกจัดแบบผสมผสานตามสภาพของที่มีน้ำมันเติมรถและเครื่องบิน ด้วยวิธีประยุกต์ใช้วิธีจัดไมซ์แบบ “ไฮบริดจ์” ก็ได้ คือ บางส่วนเดินทางมาประชุม กับบางส่วนเข้าร่วมทางออนไลน์
สำหรับไมซ์ของไทยท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังคงมีตลาดนานาชาติมาจัดงานในไทยตามปกติ ช่วง 19-23 เมษายน 2569 ไฮไลต์ 2 งานใหญ่ ได้แก่ 1.Global Sustainable Tourism Conference 2026 (GSTC 2026 ) ที่ภูเก็ต และ 2.Money 20/20 Asia Expo ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ร่วมจากตะวันออกกลางเดินทางเพิ่มเพราะไม่สามารถจัดงานที่ในประเทศดังกล่าวได้
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อปดีลฮ็อตคิงเพาเวอร์จ่าย5พันลด1.5พัน-2.5หมื่นลด7.5 พัน
ช้อปดีลฮอตต่อเนื่องก่อนบินหยุดยาว ที่ คิง เพาเวอร์ สาขาในเมือง ช้อปสินค้าดิวตี้ฟรี น้ำหอม เครื่องสำอาง และ แว่นตา เลือกได้ตามความพึงพอใจไล่ระดับไปตามยอดช้อปตั้งแต่ 5,000-25,000 บาท/ใบเสร็จ ได้ส่วนลด 5 ระดับ ดังนี้
-ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 1,500 บาท
-ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 3,000 บาท
-ช้อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 4,500 บาท
-ช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 6,000 บาท
-ช้อปครบ 25,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 7,500 บาท
“ลดเพิ่มได้อีก ไม่จำกัด” เมื่อช้อปสินค้าดิวตฟรี แฟชั่น นาฬิกา ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
“จ่ายผ่านบัตร” รับสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 54,900 บาท
พิเศษ! สมาชิก POWER PASS แบ่งชำระนาน 6 เดือน เมื่อมียอดช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ
ข่าวที่ 2 -ซัมเมอร์นี้รับ2ต่อ “คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีก-ใช้บัตรเครดิตที่รางน้ำ”
● ฮอตดีล ฟีลดี อินซัมเมอร์ ลดทุกโซน ที่ King Power City Boutique เริ่มแล้ว วันนี้ – 4 พฤษภาคม 2569 ให้สมาชิก POWER PASS ช้อปสินค้าที่เข้าร่วมรายการครบ 5,000 บาท/ใบเสร็จ บริเวณโซนพาเหรด ชั้น 1-2 ตึก วัน แบงค็อก ลดสูงสุด 30% และรับได้ 2 ต่อ
ต่อที่ 1 : จ่ายยอดช้อปด้วยบัตรเครดิตธนาคารตาง แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 24 % และช้อปให้ครบ 20,000 บาท/ใบเสร็จ สารถผ่อนชำระ 0% ได้นาน 6 เดือน
ต่อที่ 2 : สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี รับเซ็ตคูปอง 5 ใบ แล้วถ้ามียอดช้อปในวันสมัคร ครบ 25,000 บาทสุทธิ รับสิทธิ์ใช้บริการห้องพักผ่อนได้ใน ATLAS CLUB ครั้งละ 2 คน ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
● ช้อป คิง เพาเวอร์ วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยใช้ “บัตรเครดิต” ใบไหนช้อปคุ้มสุด กับบัตรฯ CardX KING POWER PLATINUM Mastercard ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันนี้– 30 เมษายน 2569
รับทันที
2 ต่อ1.แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด
24% 2.รับคะแนน POINTX คูณ 3
ข่าวที่ 3-ททท.จัดHealth&Wellnessโกย929ล้านบาทนำไทยฮับสุขภาพ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัด “Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026” ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทาง Health & Wellness ระดับโลก โดยได้รวบรวมผู้ประกอบการไทยตัวแทนผู้ขาย 69 ราย และตัวแทนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผู้ซื้อจากทั่วโลก 74 ราย จับคู่เจรจาธุรกิจสร้างโอกาสขยายเครือข่ายตลาดนานาชาติตามแนวคิด “Healing is the New Luxury” ภายในงานมีสุดยอดนวัตกรรมและสินค้าเฮลท์ เวลเนสช่วยต่อยอดประสบการณ์เยี่ยมชมสถานประกอบการชั้นนำจริงในกรุงเทพฯ คาดจับคู่กันกว่า 1,632 นัดหมาย สร้างรายได้ราว 929.62 ล้านบาท
ตามที่ Global Wellness Institute ยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสุขภาวะโลกปี 2567 มีมูลค่าราว 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2569 จะขยายตัวเกือบ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านเรื่องการดูแลสุขภาพชัดเจน
“ไทย” ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีเศรษฐกิจสุขภาวะเติบโตสูงที่สุดในโลก ปี 2567 มีมูลค่ากว่า 4,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 10 % แล้วการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยกำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ภายในปีเดียวสูงถึง 36.4 % สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบ 3 เท่า ที่มีมูลค่าถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั่วโลกเชื่อมั่นศักยภาพไทยด้านเฮลท์ เวลเนส ด้านภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์สมัยใหม่ การบริการ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอนาคตสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการฟื้นฟูระดับโลก
ปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูงต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ภายใต้แนวคิด “Life Economy” ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างความสุข พลังชีวิต ความสมดุลให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น
ด้วยความตั้งใจดังกล่าวได้จัดงาน Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 สร้าง โอกาสทางธุรกิจและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยด้านสุขภาพและความงาม 69 บริษัท ครอบคลุมทั้ง ธุรกิจสปา การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก รีสอร์ตสุขภาพ บริการเวลเนสครบวงจร กับผู้ซื้อทั่วโลก 74 รายทั่วโลก รวมสื่อมวลชนและอินฟลูเอ็นเซอร์ต่างประเทศอีก 24 ราย
ภายในงานเริ่มมีเวทีเสวนา Wellness Experience Sharing หัวข้อ “Thailand and the Future of Longevity-Driven Tourism & Living” โดย จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Bitkub Capital Group Holdings ร่วมถ่ายทอดมุมมองอนาคตการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผสานไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ต่อยอดสู่กิจกรรม Business Matching เปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อนานาชาติ นำเสนอสินค้าและบริการเฮลท์ แอนด์ เวลเนส ที่หลากหลาย
ควบคู่ “โซนโชว์เคส” ได้รวบรวมไฮไลต์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น การวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนจาก ศิริราชสัปปายสถาน เทคโนโลยี Smart Pulse จาก WINCELL เครื่องตรวจสภาพผิว 3 มิติ BMRI จาก Dr. Orawan Medical Center การตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายจาก Celfix Clinic and Lab เชิญชวนผู้ร่วมงานได้ทดลองใช้ศักยภาพนวัตกรรมสุขภาพของไทยครบทุกมิติ
“ส่วนกิจกรรมเยี่ยมชมสถานประกอบการ”
เปิดให้ผู้ซื้อต่างประเทศได้สัมผัสประสบการณ์สถานที่จริงชั้นนำในกรุงเทพฯ ได้แก่ บีดีเอ็มเอส
เวลเนส คลินิก , Mousai Wellness, ชีวารักษ์เวลเนส
คลินิก, Inspire
IVF, อนันตรา เวลเนส, Cryo-on
Thailand, Ren wellness และโรงพยาบาลสมิติเวช
และมีโปรแกรม Amazing Thailand Health & Wellness Fam Trip 2026 พาไปสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลายพื้นที่ศักยภาพของไทย อย่าง
กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม
เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงและต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดนานาชาติ
ข่าวที่ 4-BSRC-ปตท.ลุยซ้อมแผนอพยพชุมชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ “BSRC” รายงานว่า ได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเทศบาลนครแหลมฉบัง
ยกระดับความปลอดภัยเชิงรุกโดยได้ “จัดซ้อมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน”
ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชน ที่ชุมชนบ้านแหลมฉบัง
เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่
การฝึกซ้อมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารเข้าร่วมบัญชาการอย่างพร้อมเพรียง
นำโดย
นายวรพจน์ รังสีวิจิตประภา ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
ดร.นงลักษณ์ ชวาลกุลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโรงกลั่น นายพิภวัตร
สิทธิชัยเกษม Safety Specialist Executive บริษัท
บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) นายถิรนันท์ ไกรทองสุข
ผู้จัดการฝ่ายบริหารคลังภาคตะวันออก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางจินดา
ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง
ทีมสนับสนุนของแต่ละหน่วยงาน
ได้ร่วมกันจำลองสถานการณ์เหตุฉุกเฉิน ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา
และคลังก๊าซเขาบ่อยา ปตท.
พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครแหลมฉบัง
เพื่อควบคุมสั่งการและดำเนินการอพยพประชาชนจากชุมชนบ้านแหลมฉบังไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว
ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม
นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการความร่วมมือ นำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชนที่มีอยู่
มาลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการฝึกซ้อมครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน 1.การแจ้งเหตุไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง 2.การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ 3.การเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างเป็นขั้นตอนและรวดเร็ว
การฝึกปฏิบัติจริงครั้งนี้สามารถช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน
และยังช่วยเสริมสร้างทักษะบุคลากรที่เกี่ยวข้องรับมืออย่างมีสติและเป็นระบบ
เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งภาคอุตสาหกรรมและชุมชนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างดี
ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย
และความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วงที่ 2 ออกไปล่องเรือเที่ยวเมืองเกาะกลางน้ำ
“พระนครศรีอยุธยา” ชมความงาม 3 พิกัด “วัดไชยวัฒนาราม”
ยามเย็น “วัดพุทไธสวรรค์” พระปรางค์งดงาม “ป้อมเพชร” ป้อมปราการใหญ่บนทางแยก 3 แม่น้ำ แล้วแวะเช็คอินร้านอาหารกับคาเฟ่เก๋ ๆ จากนั้นฟัง “10วิธีกินก่อนสุขภาพดีก่อน” แน่นอน ติดตามข่าวดีๆ ข่าวแรก “พิพัฒน์นำ3 รมช.คมนาคม” สั่งทุกหน่วยงานลุย 4 นโยบาย
ข่าวที่สอง “โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์” เปิดแพกเกจเพื่อนสัตว์เลี้ยงราคาฟิน
ท่องเที่ยว –ล่องเรือเที่ยวในอยุธยาเกาะกลางน้ำสวยงามใกล้กรุง3พิกัด
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ชวนเช็คอินเที่ยวเมืองสวย ๆ แห่งสายน้ำ ล่องนาวา ชมวิถีชีวิตชาวกรุง (อยุธยา)
คลายร้อนชมพระอาทิตย์อัสดงบริเวณ “วัดไชยวัฒนาราม”
ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยกับชื่อเสียงนี้เป็นอย่างดี เมืองล้อมรอบด้วยสายน้ำ
มีเกาะเล็ก เกาะน้อย
เกาะใหญ่ที่สุดคือ “เกาะเมือง” เป็นที่ตั้ง
"อุทยานประวัติศาสตร์" มีถนนรอบเกาะเมือง ชื่อ "ถนนอู่ทอง"
และมีแม่น้ำโอบล้อมเกาะไว้ถึง 3 สาย คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำลพบุรี บางส่วนจึงได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
“เที่ยววิถีชีวิตชุมชน”
โดยไม่ต้องใช้เวลามากนักได้ด้วยการเลือก “ล่องเรือท่องเที่ยว”
ชมเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เปิดให้ “เลือกเวลา” ล่องได้ตามสะดวกด้วย ถ้ามาลงเรือ
“ช่วงเย็น”
● พิกัดที่
1 : ชมวัดไชยวัฒนาราม
ดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้ากับโบราณสถานริมแม่น้ำสวยงาม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง ตําบลบ้านป้อม
เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
โปรดให้สร้างปรางค์ขนาดใหญ่เป็นประธานของวัด รื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้นที่นิยมขึ้นมาใหม่
เช่น ปรางค์ที่วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ
ศิลปะที่เริ่มแพร่หลายตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง “วัดไชยวัฒนาราม”
เมื่อปี 2478 ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ
ซึ่งทางทางกรมศิลปากรได้บูรณะตลอดมา จึงยังคงรักษาความสวยงามยิ่งใหญ่ตระการตาเสมือนในอดีตมาจนถึงทุกวันนี้
● พิกัดที่ 2 : วัดพุทไธสรรย์
สัมผัสความงามของวัดที่อยู่ริมแม่น้ำทางด้านใต้ ฝั่งตรงข้ามเกาะเมือง
สร้างขึ้นในบริเวณตําหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง
เรียกตําหนักเวียงเหล็ก หรือเวียงเล็ก ต่อมาพระองค์ทรงสร้างพระราชวังใหม่ที่
ตําบลหนองโสน (บึงพระราม) จึงสถาปนาพื้นที่นี้เป็นวัดพุทไธศวรรย์
จุดเด่นวัดพุทไธสวรรค์ มีปรางค์ประธานองค์ใหญ่ศิลปะแบบขอม
อยู่กึ่งกลางของอาณาเขตพุทธาวาสบนฐานไพที มีลักษณะย่อเหลี่ยม มีบันไดขึ้น 2
ทางด้านทิศตะวันออกและตก มีมณฑป 2 หลัง อยู่ทางทิศเหนือและใต้
ภายในมณฑปมีพระประธาน มีพระตําหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา
● พิกัดที่ 3 : ป้อมเพชรป้อมปราการใหญ่
ป้องกันกรุง แยกแม่น้ำสามสายที่บรรจบกันด้านหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร
วัดบางกะจะชุมชนชาวล้านนาสมัยอยุธยา คานเรือสถานที่ต่อเรือไม้ขนาดใหญ่เมื่อ 50
ปีก่อน ปัจจุบันเป็นสถานที่ซ่อม ปรับปรุง บำรุงรักษาเรือไม้ทุกประเภท
ดื่มด่ำบรรยากาศเรียบร้อยแล้ว เรือจอดส่งนักท่องเที่ยวขึ้นไปที่ร้านริมแม่น้ำ
แวะทานอาหารเย็นหรือร้านคาเฟ่ริมน้ำ
ล่องเรือเที่ยวเมืองเกาะใกล้กรุงอย่าง
“พระนครศรีอยุธยา” เป็นอีกทางเลือกที่จะสามารถเติมความผ่อนคลายให้ชีวิตได้ทุกวัน
สุขภาพ –10 วิธีทำก่อน I กินก่อน I สุขภาพดีก่อน
I ไม่ป่วยก่อน
1.กินอาหารครบ 5 หมู่ : เนื้อสัตว์, แป้ง, ผัก, ผลไม้, นม) สารอาหารที่ได้ : โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ไขมันดี | วิตามิน: A, B, C, D, E, K
2.ดื่มน้ำเพียงพอ : แก้วน้ำที่มีเหยือกน้ำและนาฬิกา
วันละ 6-8 แก้ว ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น |ช่วยดูดซึมวิตามิน
3.นอนหลับเพียงพอ :
นอน 7-9 ชั่วโมง/วัน |
วิตามิน: B (ระบบประสาท)
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: วิ่งและยกเวท
3-4 ครั้ง/สัปดาห์ | ร่างกายใช้วิตามินมีประสิทธิภาพ
5.รับแสงแดดยามเช้า :
ช่วยกระตุ้นการสร้าง | วิตามิน: D (กระดูก+ภูมิคุ้มกัน)
6.กินผักและผลไม้ทุกวัน : ผลไม้
ผักใบเขียว วิตามินสำคัญ: C, A และไฟเบอร์
7.ลดของหวาน/อาหารแปรรูป :
มีน้ำตาลสูงทำให้ร่างกายอ่อนแอ | การใช้วิตามินแย่ลง
8.เสริมวิตามินที่จำเป็น(ถ้าขาด) :
อย่าง วิตามิน C (ภูมิคุ้มกัน), D (กระดูก),
B รวม (ลดอ่อนเพลีย), E (บำรุงผิว)
9.จัดการความเครียด :
มีทำให้ร่างกายใช้วิตามินมากขึ้น | โดยเฉพาะ B และ C
10.ตรวจสุขภาพเป็นประจำ :
ช่วยรู้ว่าร่างกายขาดวิตามินอะไร | เสริมได้ตรงจุด
ไม่กินเกินจำเป็น
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“พิพัฒน์”นำ
2
รมช.ใหม่คมนาคมสั่งทุกหน่วยลุย 4 นโยบาย
นายพิพัฒน์
รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นำรัฐมนตรีใหม่กระทรวงคมนาคมอีก
3 คน คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์
ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายโดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินงานภายใต้กรอบ
4 นโยบายหลัก ได้แก่
● นโยบายที่
1 : การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง
มุ่งลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชน
ควบคู่การจัดระเบียบและแก้ปัญหาจุดเสี่ยงบนท้องถนน เร่งสางปัญหาการก่อสร้างบนถนน
เพื่อคืนพื้นผิวจราจรและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน
● นโยบายที่
2 : การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการเร่งด่วน โดยเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินโครงการต่าง
ๆ เพื่อให้เกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน
จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภาพรวม โดยเร่งรัดลำดับแรก Quick
Win 39 โครงการ
● นโยบายที่
3 : การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด (Green
Transport) ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ
ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกำลังสำคัญแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
● นโยบายที่
4 : การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้พร้อมรองรับอนาคต
เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ
ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน และช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว
โดยใช้รูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมทุน
ออกแบบ ก่อสร้าง หรือดำเนินกิจการโครงการพื้นฐานและบริการสาธารณะ
แบ่งปันความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยเอกชนนำความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี
และเงินทุนมาใช้ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดภาระงบประมาณภาครัฐ
กระทรวงคมนาคมยังให้ทุกหน่วยเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกอย่างครอบคลุม
3 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่
1 “เตรียมความพร้อม” รับมือสถานการณ์
“วิกฤตพลังงาน” จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและต้นทุนการให้บริการขนส่ง พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
วางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจภาคขนส่งสาธารณะจะมี
“เชื้อเพลิง” เพียงพอให้บริการไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ
● เรื่องที่
2 “ดูแลค่าบริการและค่าโดยสาร” กำชับให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลทำงานเชิงรุกป้องกันผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบภาพรวม
ภาคขนส่งต้องบริหารจัดการราคาให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่สร้างภาระต่อประชาชน
โดยเฉพาะช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง
● เรื่องที่
3 “เร่งทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ” ด้านขนส่งและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบขยับสูงขึ้น
เพื่อป้องกันผลกระทบเป็นวงกว้างกับปะชาชนเรื่องค่าโดยสารและบริการ
“พลอากาศเอก
มนัท ชวนะประยูร”
ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า ตนพร้อมนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์
รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรฐกิจการบิน ได้เข้ารับฟังการมอบนโยบายและทิศทางการทำงาน
โดยเฉพาะด้านคมนาคมทางอากาศ CAAT เป็นหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลมาตรฐานการบินของประเทศ รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
2 เรื่องสำคัญ ได้แก่
● เรื่องที่
1 กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยให้คงอยู่ “ระดับสูงอย่างยั่งยืน”
ภายหลังประเทศไทยกลับเข้าสู่ FAA Category 1
และได้รับผลการตรวจด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยจากองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
(ICAO : International
Civil Aviation Organization) ในระดับที่ดี
● เรื่องที่
2 ให้ศึกษาอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม
กำหนดมาตรการป้องกันการกักตุนเวลาการบิน (Slot Hoarding) ส่งเสริมเส้นทางบินใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน
(Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป
ข่าวที่สอง
–รร.ม็อกซี่ฯเปิดแพ็กเกจเพื่อนสัตว์เลี้ยง Paws Stay Free
โรงแรม ม็อกซี่
แบงคอก ราชประสงค์
เปิดตัวแพ็กเกจใหม่ “Paws
Stay Free” ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าพักที่ต้องการเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงในย่านราชประสงค์ของกรุงเทพฯ
เปิดให้จองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้- 30 กันยายน 2569 “ราคา” เริ่มต้นที่
3,490++ บาท/ห้อง/คืน พร้อมอาหารเช้า 2 คน รวมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งผู้เข้าพักและสัตว์เลี้ยง
ยกระดับการเข้าพักแบบ Pet-Friendly Hotel Bangkok ฟรีชุดต้อนรับสัตว์เลี้ยง
(Pet Welcome Set) ยกเว้นค่าทำความสะอาดต่อการเข้าพักมูลค่า
2,000 บาท
โรงแรมยินดีต้อนรับทั้งสุนัขและแมว
น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม สูงสุด 2 ตัว/ห้อง
สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางที่กำหนด ได้แก่ โซนเลาจน์ และ Outdoor Terrace เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายและใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศสนุก
มีชีวิตชีวา
เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก
สัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ใน “สายจูงหรือกรงพกพา”เมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง
ต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีน ณ วันเช็กอิน
พร้อมทั้งอาจลงนามในแบบฟอร์มข้อตกลงเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงตามข้อกำหนดด้านสาธารณสุข
สัตว์ช่วยเหลือ (Service Animals) สามารถเข้าพักได้ฟรี
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นกรณีที่เกิดความเสียหาย
แพ็กเกจ Paws
Stay Free โรงแรมสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้จองเลยตั้งแต่วันนี้-30
กันยายน 2569
ราคาเริ่มต้น 3,490++ บาท/ห้อง/คืน
รวมทั้งหมดดังนี้
•
ห้องพักพร้อมอาหารเช้า
2 คน
•
ยกเว้นค่าทำความสะอาดต่อการเข้าพักมูลค่า
2,000 บาท
•
ชุดต้อนรับสัตว์เลี้ยงฟรี
1 ชุด/ห้อง/การเข้าพัก
•
อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก
(สุนัขและแมว น้ำหนักไม่เกิน 7 กก.) สูงสุด 2 ตัว/ห้อง
•
เข้าใช้พื้นที่เลาจน์
และ Outdoor Terrace ชั้น
9 ที่กำหนด
•
สะสมคะแนนแมริออท
บอนวอยได้
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.









