วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

นายกฯ อนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม งาน Business Forum-ททท.MOUเวียดนามแอร์ไลน์

นายกฯ อนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม งาน Business Forum

กระชับสัมพันธ์-ททท.MOUเวียดนามแอร์ไลน์ขยายการบิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้อนรับพลเอกพิเศษ โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยเวียดนาม ในงาน “Thailand – Vietnam Business Forum 2026” 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThailandViednamBusinessForum2026

นายกฯ อนุทิน ต้อนรับพลเอกพิเศษ “โต ลิม” ผู้นำเวียดนาม จัดยิ่งใหญ่ “Thailand – Vietnam Business Forum 2026” กระชับสัมพันธ์การฑูต เศรษฐกิจ ด้าน “ททท.” ใช้โอกาสนี้ทำ MOU เวียดนามแอร์ไลน์ส ผนึกท่องเที่ยวและการบิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในโอกาสการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกพิเศษ โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในงาน “Thailand – Vietnam Business Forum 2026” เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรม เดอะ ริทซ์ คาร์ตัน กรุงเทพฯ รัฐบาลจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม


“นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีโอกาสภายในงานนี้ร่วมพิธีแลกเปลี่ยน (MOU) ระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจของเวียดนาม จากการที่ ททท. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) กับสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

            กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือของไทยกับเวียดนามทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจภูมิภาคนี้เติบโตอย่างแน่นแฟ้นและยั่งยืนในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน




“รมว.สุรศักดิ์”หารือเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นผนึกทำ 4 เรื่อง ฟื้นศูนย์ฯอยุธยา-ทัวร์รางหมู่บ้านญี่ปุ่น-ฉลอง140ปี-บินเมืองรอง

“รมว.สุรศักดิ์”หารือเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นผนึกท่องเที่ยว 4 เรื่อง

ฟื้นศูนย์ฯอยุธยา-ทัวร์รางหมู่บ้านญี่ปุ่น-ฉลอง140ปี-บินเมืองรอง


สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวหารือนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตแห่งญี่ปุ่น 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล #140ปีความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น

“สุรศักดิ์” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ นำผู้บริหารหารือเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น 4 ประเด็น “เดินหน้าฟื้นฟูศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา–เปิดเที่ยวทางรางหมู่บ้านญี่ปุ่น-ฉลอง 140 ปี ความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น-เชื่อมเที่ยวบินสู่เมืองรอง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับนายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ เมื่อ 28 พฤษภาคม 2569  พร้อมผู้บริหารของไทยมีนางณัฏฐิรา แพงคุณ  รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางความร่วมมือ 4 ประเด็น ประกอบด้วย




ประเด็นที่ 1 การฟื้นฟูศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาเพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในฐานะแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น ที่มีความใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน

ประเด็นที่ 2 การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางราง เส้นทาง รถไฟ  KIHA กรุงเทพ-อยุธยา เชื่อมต่อทางน้ำไปยังหมู่บ้านญี่ปุ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย

ประเด็นที่ 3 ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น

ประเด็นที่ 4 ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและญี่ปุ่นในประเด็นสำคัญ เช่น การส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ พร้อมทั้งการสนับสนุนเส้นทางบินเชื่อมโยงสู่เมืองรอง และแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว



ทางฝ่ายญี่ปุ่นได้ขอความร่วมมือไทยประชาสัมพันธ์การแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพรายการ “SV.League” ที่สนามกีฬาหัวหมาก  เป็นครั้งแรกที่จัดการจัดแข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่น ประเภท “ทีมหญิง” จะจัดวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 “ทีมชาย” วันที่ 23–24 มกราคม 2570

แล้วทั้งไทยและญี่ปุ่นยืนยันต่างจะสานต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม อย่างเป็นรูปธรรม สร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนร่วมกัน

 

การบินไทยจัดโปรวันพระใหญ่วิสาขบูชาจองวันนี้-30มิ.ย.อีสาน1,700บาท-เหนือ&ใต้ 2,000บาท/เที่ยว

การบินไทยจัดโปรวันพระใหญ่วิสาขบูชาเจาะสายศรัทธา

วันนี้-30มิ.ย.อีสาน1,700บาท-เหนือ&ใต้ 2,000บาท/เที่ยว

การบินไทยจัดโปร “บินสู่จุดหมายแห่งศรัทธา  และความสุขที่รออยู่ทั่วไทย" วันนี้-30 มิ.ย.2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #บินสู่จุดหมายแห่งศรัทธา 

การบินไทยจัดโปรวันพระใหญ่วิสาขบูชา“บินสู่จุดหมายแห่งศรัทธา และความสุขที่รออยู่ทั่วไทย”ราคาพิเศษอีสาน 3 จังหวัด 1,700บาท/เที่ยว เหนือ/ใต้ 5 จังหวัด 2,000 บาท/เที่ยว จองเดินทางวันธรรมดา จันทร์-พฤหัส ได้ตั้งแต่วันนี้-30 มิ.ย.69

นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยสนับสนุนการเดินทางในประเทศ ด้วยโปรโมชั่นตั๋วราคาพิเศษ "บินสู่จุดหมายแห่งศรัทธา และความสุขที่รออยู่ทั่วไทย” ให้ผู้โดยสารเดินทางได้ทั่วไทยตามเส้นทางบินของการบินไทย เพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยว ร่วมสืบสานกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามวัดสำคัญในจังหวัดต่าง ๆ

ทำโปรโมชั่นต้อนรับโอกาส “วันวิสาขบูชา” ที่จะเชิญชวนผู้โดยสารออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทางทั่วไทย ไปสัมผัสเสน่ห์แต่ละเมือง ร่วมทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และใช้ช่วงเวลาแห่งศรัทธานี้เติมเต็มความสุขให้ตนเองและครอบครัว ผ่านเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศ




เปิดให้ซื้อ “ตั๋วโดยสารชั้นประหยัด” เพื่อเดินทางวันธรรมดา/Week day วันจันทร์–พฤหัสบดี สำรองที่นั่งและออกตั๋วโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2569

เส้นทาง ไป หรือ กลับ จาก กรุงเทพฯ ไปยัง “ภาคอีสาน” ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี ราคาเริ่มต้น1,700 บาท/เที่ยว

เส้นทาง ไป หรือ กลับ จาก กรุงเทพฯ ไปยัง “ภาคเหนือ/ภาคใต้” เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ และหาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท/เที่ยว



ราคาดังกล่าวเป็น “ตั๋วโดยสารชั้นประหยัดแบบเที่ยวเดียว” ผู้โดยสาร 1 คน รวมภาษีสนามบินเรียบร้อยแล้ว เป็นตั๋วบินแบบมีเงื่อนไข โดยผู้โดยสารจะได้รับรอยัล ออร์คิด พลัส ตามที่กำหนดไว้เท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเรื่องตารางการบิน เงื่อนไขต่าง ๆ การสำรองที่นั่งและออกตั๋วโดยสารได้ที่ www.thaiairways.com สำนักงานขายการบินไทย หรือ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111

ททท.MOUเวียดนามแอร์ฯเพิ่มบินตรงบูมเที่ยว2ประเทศ เปิดโฮจิมินห์-ภูเก็ต2ก.ค.-ดึงเวียดนามมาไทย1ล้านคน/ปี

ททท.MOUเวียดนามแอร์ฯเพิ่มบินตรงบูมเที่ยว2ประเทศ

เปิดโฮจิมินห์-ภูเก็ต2ก.ค.-ดึงเวียดนามมาไทย1ล้านคน/ปี

 

ททท.MOU เวียดนามแอร์ไลน์ส ขยายตลาดท่องเที่ยวเพิ่มเที่ยวบิน ดึงเวียดนามเที่ยวไทยปีละ 1 ล้านคน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ViednamAirlines 

“ททท. AOT-TTAA3 องค์กร ผนึกทำ MOU เวียดนามแอร์ไลน์ส เปิดเกมรุกตลาดท่องเที่ยวเหนือน่านฟ้า ลุยเพิ่มบินตรง ไทย–เวียดนาม นำร่อง โฮจิมินห์-ภูเก็ต 4 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 2 ก.ค.69 พร้อมขานรับข่าวดี!! ตั้งเป้าดึงเวียดนามรุ่นใหม่ กลุ่มกำลังซื้อสูง เที่ยวไทยปีละ 1 ล้านคน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าผู้บริหารไทย 3 องค์กรหลัก ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Mr. Le Hong Ha ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้อำนวยการใหญ่ เวียดนาม แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติเวียดนาม เร่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเพิ่มการเดินทางทางอากาศและจำนวนนักท่องเที่ยว ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญของ 2 ประเทศ ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ โดย ททท. จะผลักดันให้จัดตั้งคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว 

ตัวแทนที่ร่วมลงนามใน MOU ครั้งนี้ นำโดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” นายภูมิพิพัฒ มีสำราญ อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (Thai Travel Agents Association - TTAA) และซีอีโอ เวียดนามแอร์ไลน์ส 

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. จับมือกับเวียดนาม แอร์ไลน์ส ผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–เวียดนาม ยกระดับการเชื่อมโยงทางอากาศและขับเคลื่อนการทำตลาดร่วม เดินหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบครบวงจร ผลักดันไทยให้เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเวียดนามและต่างชาติ โดยมีความเชื่อมั่นความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียนเติบโตได้เป็นอย่างดี



โดยต่อยอดจุดแข็งของไทยด้านเครือข่ายการบินและสินค้า-กิจกรรมระดับนานาชาติ นำร่องจากการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ โฮจิมินห์-ภูเก็ต 4 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 2 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ททท. ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวเวียดนามมาไทยเพิ่มเป็น 1 ล้านคน/ปี จากปัจจุบัน 750,000–900,000 คน/ปี เพื่อสร้างรายได้และเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองประเทศไปพร้อม ๆ กัน

ระหว่าง 1 มกราคม – 25 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาไทยแล้วกว่า 219,986 คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฤดูท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน พฤษภาคม–กรกฎาคม นี้ ช่วยกระตุ้นกลุ่มครอบครัวเข้ามามากขึ้น และไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเวียดนามรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เช่น อีเวนต์นานาชาติ คอนเสิร์ต เทศกาลต่าง ๆ ทางด้านผู้ประกอบการเวียดนามได้ปรับกลยุทธ์ร่วมกับสายการบินทำแพ็กเกจแบบเหมาจ่ายอย่างคุ้มค่า ส่งผลให้ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ไทยมีนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงเข้ามาเพิ่มและสามารถรักษาตลาดเติบโตได้เป็นอย่างดี

 





วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บางจากเคลียร์ปมBCPGลงทุนคลังน้ำเพชรบุรี9พันล้าน-ทุกขั้นตอน28ปีโปร่งใส

บางจากเคลียร์ปมBCPGลงทุนคลังน้ำเพชรบุรี9พันล้าน

ลำดับเหตุการณ์ยาวนาน28ปีทุกขั้นตอนชัดเจนโปร่งใส

     บางจากฯ เปิดเวทีแจงข้อมูลความโปร่งกรณี “BCPG” ลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท
 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กลุ่มบริษัทบางจาก #เคลียร์ปมลงทุนคลังน้ำมันเพชรบุรี9พันล้าน

กลุ่มบริษัทบางจากฯ แจงข้อมูลละเอียดทุกขั้นตอนโปร่งใส กรณี “BCPG” ลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี ในวงเงิน 9,000 ล้านบาท ลำดับเหตุการณ์ยาว 28 ปี 2537-2565  

 

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตผ่านสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (“BCPG”) เข้าลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่อปี 2565 และประเด็นเกี่ยวกับราคาซื้อขาย โครงสร้างธุรกรรม กระบวนการอนุมัติของธุรกรรมดังกล่าวนั้น


ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร อธิบายถึงมีข้อมูลบางส่วนอาจเกิดจากความเข้าใจที่แตกต่างเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรม การประเมินมูลค่า หลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมซื้อกิจการ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สาธารณะเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องดังนี้

จากการที่ “โรงกลั่น” น้ำมันบางจากพระโขนง (“โรงกลั่นฯ”) มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้ต้องอาศัยคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และระบบโลจิสติกส์จากภายนอกมาโดยตลอด ส่วนการจัดเก็บน้ำมันและการ “บริหารซัพพลายเชน” ถือเป็นโจทย์สำคัญของโรงกลั่นฯ บริษัทฯ จึงได้ศึกษาทางเลือกการบริหารจัดการคลังน้ำมันดิบมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจ ตามลำดับเหตุการณ์ 28 ปี คือ

ช่วงปี 2537–2542 บริษัทฯ ใช้ “FSU WYOMING” เป็นคลังลอยน้ำรองรับการดำเนินงานโรงกลั่นฯ ในระยะเริ่มต้น มีกำลังการกลั่นประมาณ 70,000 บาร์เรล/วัน มีความจุประมาณ 400 ล้านลิตร

ต่อมาปี 2543 บริษัทฯ ได้ปรับมาใช้คลังน้ำมันที่อำเภอศรีราชา 2 แห่ง เพื่อรองรับเพิ่มกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 80,000 บาร์เรล/วัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำมันดิบ ซึ่งใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 16 ปี


ภายหลังเมื่อปริมาณธุรกิจและความซับซ้อนของซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการขยายกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรล/วัน บริษัทฯ ได้ “ศึกษาทางเลือก” ด้านคลังน้ำมันและโลจิสติกส์เพิ่มต่อเนื่อง ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

ช่วงปี 2560–2565 บริษัทฯ ได้ใช้ FSU BONGKOT เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว ความจุประมาณ 300 ล้านลิตร เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน ระหว่างการศึกษาแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังและโลจิสติกส์เพิ่มเติม

ตั้งแต่ปี 2553 – 2562 บริษัทฯ ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหลายรายเพื่อศึกษาทางเลือกการบริหารคลังน้ำมันหลายรูปแบบในหลายพื้นที่ ทั้งการศึกษาคลังเดิมในจังหวัดเพชรบุรี การพัฒนาคลังใหม่ที่จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี การขยายคลังในจังหวัดระยอง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมในพื้นที่ฝั่งตะวันตก รวมทั้งการใช้คลังลอยน้ำและการเช่าคลัง

โดยเปรียบเทียบด้านต้นทุน ความจุรองรับ ระบบท่อส่ง ความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ รองรับกำลังการกลั่นและความต้องการด้านซัพพลายเชนของกลุ่มบางจากที่เพิ่มขึ้น

จากการศึกษา “ทางเลือกต่าง ๆ” โครงการคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมจากในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนถังจัดเก็บเพิ่มจาก 16 เป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บเพิ่มจากประมาณ 500 เป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันเพิ่มจาก 3 เป็น 5 ท่อ ท่าเทียบเรือเพิ่มจาก 2 เป็น 6 จุด ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับปริมาณธุรกิจและความต้องการของกลุ่มบางจากด้านซัพพลายเชนที่เพิ่มขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น


ขณะที่ “BCPG” อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอเสริมความมั่นคงของธุรกิจ โครงการ “คลังน้ำมันเพชรบุรี” จึงเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนของกลุ่มบริษัทบางจากที่สอดคล้องกับทิศทางรวมถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์

“การพิจารณา” การลงทุนนั้น “BCPG” ได้ประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) โดยอ้างอิงกระแสเงินสดในอนาคตภายใต้สัญญาการให้บริการและศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้สมมติฐานทางการเงินอย่างระมัด- ระวัง รวมถึงการใช้อัตราค่าบริการต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 50 % และอ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ มูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท อยู่ภายในกรอบการประเมินดังกล่าว

สำหรับ “ธุรกรรม” ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ BCPG ได้พิจารณารายละเอียด โครงสร้างธุรกรรม ความเหมาะสมทางธุรกิจ การประเมินมูลค่าอย่างรอบคอบ ก่อนถึงขั้นสุดท้ายที่คณะกรรมการ BCPG ตัดสินใจลงทุน

ปี 2565 “ราคาซื้อขาย” แตกต่างจากราคาที่เคยกล่าวถึงเมื่อปี 2553 สะท้อนถึงมูลค่าคลังน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ทั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่ง ท่าเรือ ถังเก็บน้ำมัน ศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต 

“ธุรกรรมนี้” จึงเป็นการซื้อกิจการบางส่วนของผู้ขาย จำเป็นต้องแยกทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและกำหนดโครงสร้างการรับโอนผ่านบริษัทย่อยของคู่สัญญา เพื่อถือครองทรัพย์สินก่อนส่งมอบ และฝ่าย BCPG ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยในกลุ่มเพื่อรับโอนกิจการ

ดังนั้นการจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวเป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิจและกฎหมายสำหรับการแยกและโอนทรัพย์สินเฉพาะส่วน และสอดคล้องกับโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมของ BCPG

เนื่องจากตามหลักบัญชี เมื่อมีการรับโอนกิจการต้องดำเนินการปันส่วนราคาซื้อ (Purchase Price Allocation: PPA) โดย “จำแนก” ทั้งทรัพย์สินที่มีตัวตน และสิทธิหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นที่ต้องรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี



“ผลการวิเคราะห์” แสดงว่าจากมูลค่าซื้อขายประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ส่วนสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีมูลค่าประมาณ 6,490 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่ มูลค่าสัญญาการใช้บริการคลังน้ำมันที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ 1,900 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสุทธิและสินทรัพย์อื่นประมาณ 170 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าความนิยมที่คาดจะได้รับจากกระแสเงินสดในอนาคต เพื่อสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์แต่ละประเภทให้ชัดเจนขึ้น แต่ “ผลรวมของสินทรัพย์ทั้งหมด” เท่ากับมูลค่าการลงทุน

วันนี้กลุ่มบริษัทบางจากขอยืนยันว่า การลงทุนของ BCPG ในโครงการนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนอย่างครบถ้วน โปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากผู้มีอำนาจตามลำดับ

ส่วนข้อสังเกตบางประเด็นช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่ง “อาจเกิดจากข้อมูล” ที่ไม่ครบถ้วน และความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรมและหลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมการซื้อกิจการ

กลุ่มบริษัทบางจาก ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดีการดำเนินธุรกิจมาตลอด และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการที่เหมาะสม

 


AOTโชว์ความสำเร็จ ACI APAC & MID Regional Board ปิดจ็อบ4เรื่อง-นำไทยฮับบิน-ถกรอบใหม่29ต.ค.ที่ฮ่องกง

AOTโชว์ความสำเร็จ ACI APAC & MID Regional Board

ปิดจ็อบ4เรื่อง-นำไทยฮับบิน-ถกรอบใหม่29ต.ค.ที่ฮ่องกง

AOT ทำสำเร็จเจ้าภาพจัด ACI APAC & MID Regional Board ดันไทยพร้อมเป็นฮับการบินภูมิภาค

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ACIApecMidRegionalBroad

AOT นำทีมเจ้าภาพจัด ACI APAC & MID Regional Board ตอกย้ำ “ไทยพร้อมเป็นฮับการบินภูมิภาค” ปิดจ็อบการประชุม 4 เรื่อง “รับทราบผลงานปี68-แอร์ไลน์สเร่งรับมือต้นทุนรอบด้าน-นำสนามบินเอเชียสู่ยั่งยืน-กำหนดประชุมครั้งใหม่ 29 ต.ค.69 ที่ฮ่องกง”

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่าในฐานะกรรมการ ACI Asia-Pacific and Middle East Regional Board (ACI APAC & MID Regional Board) พร้อมด้วย นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานยุทธศาสตร์) ผู้บริหาร และพนักงาน AOT เข้าร่วมการประชุม  ACI APAC & MID Regional Board  เมื่อพฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมแมริออต มาร์คีย์ ควีนส์ ปาร์ค

            การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ 4 เรื่อง คือ 1.เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานในรอบปี 2568 ของ ACI APAC & MID  2.แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการบิน เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบเส้นทางการบิน ต้นทุนการดำเนินงาน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) การปรับตัวของสายการบินเพื่อลดต้นทุน 3.แนวทางการเตรียมความพร้อมท่าอากาศยานในภูมิภาค APAC & MID ปรับตัวรับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเด็นด้านความยั่งยืน 4.กำหนดการประชุม ACI APAC & MID Regional Board ครั้งต่อไป วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ฮ่องกง



            ครั้งนี้ปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม ACI Asia-Pacific and Middle East Regional Assembly, Conference & Exhibition 2026 เมื่อ 12 -14 พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพอุตสาหกรรมการบินของไทยและความพร้อมเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค เป็นโอกาสสำคัญเสริมสร้างความร่วมมือกับท่าอากาศยานชั้นนำจากทั่วโลก ผลักดันการพัฒนาท่าอากาศยานไทยไปสู่ World Class Hospitality ในฐานะประตูด่านแรกที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

ภายในงาน AOT ได้จัดแสดงนิทรรศการเพื่อนำเสนอบทบาทของ AOT ทั้งด้านการพัฒนาท่าอากาศยาน การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบินสมัยใหม่ การยกระดับคุณภาพบริการ เพื่อรองรับการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Passenger Experience) อย่างแข็งแกร่งต่อไป

 

“รมว.สุรศักดิ์”นำบิ๊กกรมท่องเที่ยว-ททท.ถกเมต้าไทยใช้WhatsAppบัญชีทางการกระทรวงฯหนุนสื่อสาร-จัดอีเวนต์

“รมว.สุรศักดิ์”นำบิ๊กกรมท่องเที่ยว-ททท.ถกเมต้าประเทศไทย

จ่อใช้WhatsAppบัญชีทางการกระทรวงฯหนุนสื่อสาร-จัดอีเวนต์

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำทีมหารือเมต้าประเทศไทยใช้ WhatsApp

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยว #แพลตฟอร์มWhatsApp #สื่อสารจัดอีเวนต์ท่องเที่ยว

รมว.สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” นำกรมท่องเที่ยว ททท.หารือ “เมต้า ประเทศไทย” 2 ประเด็น เล็งใช้แอป WhatsApp เป็นบัญชีทางกระทรวงฯ หนุนท่องเที่ยวไทย เปิดช่องทางยอดนิยม “สื่อสาร” เข้าถึงต่างชาติ ควบ “จัดอีเวนต์กิจกรรมท่องเที่ยว” นำดิจิทัลสากลสร้างเชื่อมั่นเที่ยวเมืองไทย

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า นำทีมผู้บริหารกรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมหารือกับผู้แทน บริษัท เมต้า  ประเทศไทย นำโดย คลาร่า โคห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียกลาง-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาเซียน ถึงแนวทางการประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน WhatsApp แพลตฟอร์มสื่อสารที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมใช้งานอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูลข่าวสาร การอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาไทย

ทั้งสองฝ่ายร่วมหารือการสนับสนุนท่องเที่ยวไทย 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

ประเด็นที่ 1 แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เช่น การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์กิจกรรมและเทศกาลสำคัญ การแจ้งข้อมูลด้านความปลอดภัย การเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านช่องทางยอดนิยมระดับสากลที่เข้าถึงง่าย

ประเด็นที่ 2 แนวทางความร่วมมือสนับสนุนการจัดงานอีเวนต์และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายรัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล การสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศเป็นจุดหมายปลายระดับโลกทางท่องเที่ยวที่ยั่งยืน




นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำแอปพลิเคชัน WhatsApp ให้ทกระทรวงการท่องเที่ยวนำมาใช้เป็นช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการ (Official Account)  เพื่อยกระดับการให้บริการข้อมูลข่าวสารนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลำดับต่อไปจะตั้ง”คณะทำงาน” เพื่อศึกษารูปแบบ แนวทาง ความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว ทั้งมิติการประชาสัมพันธ์ การแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญ การอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงข้อมูลที่จำเป็นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านระบบดิจิทัลเข้าถึงง่าย สะดวก เป็นสากล

กระทรวงการท่องเที่ยวจะใช้แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยวดิจิทัลของรัฐบาล มุ่งยกระดับประสบการณ์เดินทาง การสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูลข่าวสาร ความปลอดภัย ภาพลักษณ์ของปรเทศไทยให้ทันสมัยในเวทีก

นายกฯ อนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม งาน Business Forum-ททท.MOUเวียดนามแอร์ไลน์

นายกฯ อนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม งาน Business Forum กระชับสัมพันธ์-ททท. MOU เวียดนามแอร์ไลน์ขยายการบิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี...