วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บางจากหนุนจัดกอล์ฟเด็กปี5“ช้าง–เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026”ทำClimate Actionปั้น“นักกีฬาไทยไร้คาร์บอน”

บางจากหนุนจัดกอล์ฟเด็กปี5“ช้าง–เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026”

เดินหน้าลุยแผนClimate Actionปั้น“นักกีฬาไทยไร้คาร์บอน”

บางจากฯ สนับสนุนจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ปี 2569 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ช้างเจ็นซ์กอล์ฟทัวร์2026

บางจากฯ ผนึกพันธมิตรหนุนจัดแข่งขันกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ปีที่ 5 ควบคู่แผนขับเคลื่อน Climate Action สร้าง “นักกีฬาไทยไร้คาร์บอน”



นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากฯ แถลงสนับสนุนจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ปี 2569 ร่วมกับ นายทศพล ศรีวรกุล ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด และผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ราชพฤกษ์ คลับ กรุงเทพฯ โดยทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมขยายบทบาทด้านการขับเคลื่อน climate action ด้วยการมอบทุนพัฒนาทักษะให้นักกอล์ฟเยาวชนรวม 12 ทุน และสนับสนุนทุกการแข่งขันของ The GENZ เป็น Carbon Neutral Event หรือกิจกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์


“บางจากฯ” ดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างสมดุลแห่งความยั่งยืนให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาเยาวชนต่อเนื่องหลายโครงการ โดยมีกอล์ฟเป็นหนึ่งในกีฬาช่วยสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลและทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสริมสร้างสมาธิ การคิด การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้

            ตามที่ “แจ็ค นิคคลอส” นักกอล์ฟระดับตำนานของโลก เคยกล่าวไว้ว่า “กอล์ฟเป็นกีฬาที่ปลูกฝังคุณลักษณะ ความมีวินัย และความเคารพ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ติดตัวเยาวชนไปไกลกว่าสนามกอล์ฟ”




แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวัฒนธรรมพนักงานของบางจากฯ ที่มุ่งพัฒนาคนให้ “เป็นคนดี มีความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น” อันเป็นพื้นฐานสำคัญการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้สังคม

แล้วยังมี Carbon Markets Club ช่วยต่อยอดแนวคิดดังกล่าว มุ่งชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของ “โปรเปียโน – อาภิชญา ยุบล” เดินหน้าผลักดันให้เป็น “นักกีฬาไร้คาร์บอนของไทย” ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกให้นักกีฬารุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรมทั้งปัจจุบันและอนาคต

 


“แอร์บัส”เปิดศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ระดับภูมิภาคในสิงคโปร์ บริการ21ประเทศ+เขตเศรษฐกิจ

“แอร์บัส”เปิดศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ระดับภูมิภาคในสิงคโปร์

บริการครบวงจรเอเชีย แปซิฟิก21ประเทศ+เขตเศรษฐกิจ

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #ศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ในสิงคโปร์

วินเซนต์ ดูบรูว์ล รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส กล่าวว่า แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส ได้เปิดศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่อย่างเป็นทางการใน “สิงคโปร์” ขยายขีดความสามารถสนับสนุนและให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พัฒนาเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Centre of Excellence) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ช่วยกระจายชิ้นส่วนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ที่แอร์บัสให้บริการกลุ่มลูกค้าใน 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ

“ศูนย์โลจิสติกส์ในสิงคโปร์” แอร์บัสได้เปิดเป็นศูนย์หลักของเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ด้วยหมุดหมายสำคัญการวางตำแหน่งให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางเครือข่ายการสนับสนุนระดับโลก การจัดตั้งขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ซึ่งเป็นมากกว่าการดำเนินงานเท่านั้น แต่ได้ “สร้างห่วงโซ่อุปทาน” ที่คล่องตัว สะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวสนับสนุนความสำเร็จภารกิจของลูกค้า ด้วยความรวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือ ในระยะยาวสามารถคาดการณ์ได้ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดยมีศูนย์กระจายชิ้นส่วนเพิ่มเติมใน ฮ่องกง และเมืองเพิร์ท ออสเตรเลีย ศูนย์ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนศูนย์บริการลูกค้า 12 แห่ง พร้อมทีมงานด้านวัสดุและโลจิสติกส์โดยเฉพาะ รับผิดชอบการจัดการอะไหล่ การซ่อมบำรุง การดูแลอากาศยานจอดรอซ่อม (Aircraft on Ground: AOG) และโครงการ HCare

ศูนย์นี้พื้นที่เกือบ 2,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1.จุดรับ–ส่งสินค้า จุด และจัดเก็บหมายเลขชิ้นส่วนมากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุมอะไหล่ใหม่ 2.งานบำรุงรักษา ซ่อมแซม และยกเครื่อง (Maintenance, Repair and Overhaul: MRO) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน 3.เป็นศูนย์ที่ติดตั้งระบบจัดเก็บอัตโนมัติแบบแนวตั้ง (Vertical Lift Module: VLM) จำนวน ชุด ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บความหนาแน่นสูง ใช้กลไกกลางและชั้นวางแนวตั้งสำหรับจัดเก็บและเบิกจ่ายชิ้นส่วนโดยตรงถึงจุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ลดระยะเวลาการเข้าถึงชิ้นส่วนสำคัญ ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่

รวมทั้งมีห้องจัดเก็บวัสดุอีลาสโตเมอร์ (Elastomers) เฉพาะทาง ขนาด 55 ตารางเมตร สำหรับปกป้องสินค้าคงคลังที่มีความอ่อนไหวสูง เนื่องจากวัสดุประเภทที่มีส่วนประกอบของยางมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ จึงต้องควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 5-25 องศาเซลเซียส

โครงสร้างในลักษณะ “คลังสินค้าภายในคลังสินค้า”  จะช่วยเพิ่มการปกป้องชิ้นส่วนสำคัญได้สูงสุดถึง 2,000 รายการ เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อถือได้และความพร้อมในการปฏิบัติการในระยะยาว

ศูนย์โลจิสติกส์ใหม่นี้เริ่มดำเนินการด้วยมูลค่าสินค้าคงคลังเริ่มต้นราว 10 ล้านยูโร เมื่อศูนย์โลจิสติกส์ดำเนินงานเต็มศักยภาพ มีแผนจะเพิ่มเป็น 2 เท่า ในอนาคตด้วย

 

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

Tourism Product Highlight 2026 ททท.ปี6ตงัด11สินค้าเด่นเร่งรายได้เข้าเป้า 3 ล้านล้าน

ททท.งัด11สินค้าเด่นปี’69Tourism Product Highlight 2026”

ขานรับเทรนด์โลกยุคใหม่ตัวเร่งรายได้เข้าเป้า 3 ล้านล้าน

ททท.งัดTourism Product Highlight 2026”ชูสินค้าท่องเที่ยว11 โปรดักซ์นำปี69โกยรายได้ 3 ล้านล้านบาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TourismProductHighlight2026 

 ททท.จัดหนักTourism Product Highlight 2026” ปี’69งัดสินค้าและบริการท่องเที่ยวแห่งปี 11 โปรดักซ์เด่นตัวเร่งทำรายได้เข้าเป้า 3 ล้านล้านบาท คู่ขนานแผนยกระดับผู้ประกอบการไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลตามเกณฑ์เที่ยวยั่งยืนโลก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิดโครงการ Tourism Product Highlight 2026” ที่ นีลสัน เฮย์ ไลบรารี่ เดินหน้าสร้างการรับรู้ถึงความพร้อมและศักยภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ที่มีทั้งเส้นทางและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับสุขภาวะ ความสมดุลชีวิต และการเดินทางที่มีความหมาย โดยจับมือกับภาคีเครือข่ายรัฐและเอกชนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล

 ปี 2569 ททท.วางกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พัฒนาสินค้าเชิงคุณภาพ เดินหน้าผลักดันให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ด้วยหัวใจสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่

การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าน่าจดจำ โดยออกแบบและเล่าเรื่องราวให้เชื่อมโยงกับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวน่าสนใจ “พร้อมขาย”

การส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายต่อทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับชุมชน วัฒนธรรมและวิถีท้องถิ่น

การยกระดับผู้ประกอบการด้วย TAT Certified ด้วยโครงการ STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand เพิ่มความเชื่อมั่นในการเดินทาง ทำให้การท่องเที่ยวไทยเดินทางอย่างปลอดภัย มีคุณค่า น่าประทับใจไปพร้อมการยกระดับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

ททท. เชื่อมั่น “การเพิ่มมูลค่า” นำเสนอสินค้าและบริการเชิงคุณค่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จะเป็นอีกปัจจัยช่วย “สร้างรายได้ท่องเที่ยว” สู่เป้าหมายปี 2569 ที่ตั้งไว้ 3 ล้านล้านบาท สามารถยกระดับไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการฟื้นฟูสุขภาวะและการเดินทางที่มีความหมายอย่างแท้จริง

Tourism Product Highlight 2026” ที่ ททท.นำเสนอมีไฮไลต์สะท้อนศักยภาพความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวของไทยเด่น ๆ 11 โปรดักซ์  ดังนี้

1.Luxury Voyage Thailand เส้นทางท่องเที่ยวที่หรูหรา มีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบอย่างยั่งยืน เช่น คลาสสิก คาร์ ทัวร์, เช่าเหมาลำเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว (Private Jet Charter) , เฮลิคอปเตอร์ทัวร์, เช่าเหมาลำยอร์ช (Yacht Charter) Diving Live เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มหรูหรามีระดับ

2.Romance in Thailand เส้นทางท่องเที่ยวและสถานที่สุดโรแมนติก สำหรับคู่รักและนักท่องเที่ยวรายได้สูง ผสานความงดงามทางธรรมชาติ บริการระดับเวิลด์คลาส เช่น ล่องเรือสุริยันจันทรา นุ่งโจง ห่มสไบ ชิมรสไทย...เพลินใจกลางนาวาแห่งรัก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

3.From Dusk till Dawn 60 จุดหมายปลายทาง แห่งมนต์เสน่ห์ยามค่ำคืน ประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนรุ่งสาง เข้มข้นด้วยกิจกรรมและบรรยากาศธรรมชาติในยามค่ำคืน เช่น อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก, ณ สัทธา อุทยานไทย จังหวัดราชบุรี

4.Thai Craft Destination สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยผ่าน "เครื่องดื่มคราฟต์" (Craft Drinks) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นเล่าเรื่องของวัตถุดิบท้องถิ่นและความพิถีพิถันจากผู้ผลิต เช่น CAFFEINE ROUTE เชียงใหม่ หรือ FRESH FRUITY ROUTE จันทบุรี

5.Local Experience เส้นทางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง สัมผัสประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรม เช่น TOUCH EXPERIENCE เชียงใหม่และอุดรธานี

6.Worth-Life Balance ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพื่อสร้างสมดุลชีวิตอย่างแท้จริง เช่น THE BARAI หัวหิน ,KLAI Spa กทม.


7.5 Must Do in Thailand เส้นทางไฮไลต์สุดคลาสสิกสะท้อน “สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาประเทศไทย” ทั้งแบบ Iconic และ Must-experience เช่น Must Taste หมูย่างเมืองตรัง  MUST TRY กิจกรรมต้องลองลุย กิจกรรมเรียนมวยไทย


8.Travel with Care เส้นทางเที่ยวกระบี่รูปแบบใหม่จะได้ดูแลทั้งโลกและกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง ที่ไม่ได้มาเจอแค่แค่ทะเลสวย ผ่านวิถีธรรมชาติ และสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่าน 3 เส้นทาง Self Care , Nature Care และ Culture Care

9.UNESCO Thailand 7 เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองสร้างสรรค์ตามเครือข่าย UNESCO Creative Cities ที่ได้การยอมรับระดับสากล เช่น เชียงใหม่ UNESCO Creative City of Craft and Folk Art

10.Krabi Prototype โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของจังหวัดกระบี่ ผสมผสานการท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต กิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่

11.Rail Rover Thailand 10 เส้นทางการท่องเที่ยวรถไฟของไทย เน้นการเดินทางช้า ๆ เพื่อให้สัมผัสทิวทัศน์ วิถีชีวิต ชุมชนตลอดทาง เช่น เส้นทางรถไฟสายชิม (Taste Track) กรุงเทพมหานคร - หัวหิน - สงขลา

ปี 2569 ททท. ยังมุ่งมั่นยกระดับ “ผู้ประกอบการและส่งเสริม” อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย                          ก้าวสู่ความยั่งยืนผ่านมาตรฐานหรือเกณฑ์ความยั่งยืน ททท. (TAT Certified) ประกอบด้วย

151 รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี ปี 2568   ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โครงการ STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating (STGs STAR) ช่วยผลักดันผู้ประกอบการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน และยังมีตราสัญลักษณ์

Trusted Thailand ที่มุ่งเน้นด้านมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก


ในงานเปิดตัวสินค้าท่องเที่ยวเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ททท.ได้เชิญ เจนนี่ ปาหนัน และคิวเท โอปป้า อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เล่าถึงประสบการณ์และความน่าสนใจสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย และนำเสนอสินค้าในกิจกรรม โปรดักซ์ โชว์เคส และเวิร์คช้อป DIY ทำกิจกรรมสาธิต เช่น เมนูอาหาร “คานาเป้ ก้อยปลาดุก” จากเชฟไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ เจ้าของร้านอาหารแก่น จ.ขอนแก่น ร้านอาหารแก่นกรุง กรุงเทพฯ ที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ เพื่อต่อยอดเสนอขายสินค้าและบริการทางท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป



LISA นำเสนอ feel all the feelings หนังโฆษณาเที่ยวเมืองไทย12เส้นทาง

 

ลิซ่า”สร้างแรงบันดาลใจเที่ยวทั่วไทยผ่านหนังโฆษณา

Feelingsปลุกพลังคนไทย&ทั่วโลกสัมผัสเสน่ห์12เส้นทาง

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #LISA #TAT #FeelAllTheFeelings  




“ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล” ชวนเที่ยวทั่วไทยผ่านหนังโฆษณา ททท.feel all the feelings” 5 ภาค 12 เส้นทาง

 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนปักหมุดเที่ยวเมืองไทยตามเส้นทาง feel all the feelings ในภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดกับ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล” Amazing Thailand Ambassador พาท่องแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมและธรรมชาติแต่ละภูมิภาค นำเสนอการท่องเที่ยวร่วมสมัยถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศชวนให้สัมผัสทุกความรู้สึกที่สร้างแรงบันดาลใจทั่วเมืองไทย

ททท. ถอดรหัสแหล่งท่องเที่ยวมาถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณา feel all the feelings เผยให้เห็นธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิตไทยอันงดงาม สะท้อนเสน่ห์ Amazing Thailand ทุกพื้นที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางทุกคน

            เริ่มต้นใน “ภาคเหนือ” ดินแดนแห่งล้านนา นำเสนอ 8 เส้นทาง 8 จังหวัด

เส้นทางที่ 1 “วัดเจดีย์หลวง” จังหวัดเชียงใหม่ วัดเก่าแก่กลางเมืองล้านนา เต็มไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตภาคเหนือ เจดีย์โบราณตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบสงบเปี่ยมด้วยศรัทธา สะท้อนรากวัฒนธรรมไทยที่แข็งแรงและงดงาม ผสานเสน่ห์ “ประเพณียี่เป็ง” หรือลอยกระทงล้านนา หนึ่งในเทศกาลสำคัญจัดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี กับภาพจำโคมลอยนับพันดวงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนวัดเจดีย์หลวงก็สว่างไสวจากแสงเทียนและการจุดผางประทีปนับแสนดวง

แสงเล็ก ๆ เหล่านี้คือมนต์สะกดเปลี่ยนค่ำคืนเต็มไปด้วยประกายความงดงามอันประทับใจยากจะลืมระหว่างการถ่ายทำ “ลิซ่า” ได้มีส่วนร่วมจุดเทียน ทำให้ทุกภาพเทศกาลเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความรู้สึกอย่างแท้จริง


เส้นทางที่ 2 วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน กับจิตรกรรมอันโด่งดัง “ปู่ม่านย่าม่าน” ที่เล่าเรื่องราวความรักอย่างอ่อนโยนและละเอียดอ่อน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความรู้สึกอบอุ่นในทุก ๆ รายละเอียด

เส้นทางที่ 3 ทุ่งนาสะปัน จังหวัดน่าน ท้องนาเขียวขจีโอบล้อมด้วยขุนเขาและหมอกยามเช้า สร้างบรรยากาศสงบผ่อนคลายเหมือนอยู่กลางฝัน ดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่แตกต่างกันทั้งในช่วงเขียวชอุ่มของฤดูฝนและทะเลหมอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว

เส้นทางที่ 4 ภูลังกา จังหวัดพะเยา คือจุดหมายต้องห้ามพลาด ด้วยทัศนียภาพอันเลอค่าของทะเลหมอกและผืนป่าบนยอดเขาสูง ท่ามกลางละอองขาวที่โอบล้อมราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ ช่วยให้จิตใจได้รับความผ่อนคลายและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  

เส้นทางที่ 5  ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในยอดดอยที่สวยที่สุดในเมืองไทย เมื่อยืนอยู่บนหน้าผาสูง มองทะเลหมอกและทิวเขาที่ทอดยาว สร้างความรู้สึกอิสระและเต็มไปด้วยพลังจากธรรมชาติ อีกหนึ่งโลเคชันที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน


เส้นทางที่ 6 เจดีย์ลอยฟ้า วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จังหวัดลำปาง ที่ให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ในความงดงามตระการตาของเหล่าเจดีย์น้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่บนยอดเขาหินปูน สวยงามราวกับลอยอยู่บนฟ้า ผสมผสานกับความงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว การเข้าถึงที่แห่งนี้ ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดตามหน้าผาสูงชัน ลัดเลาะบันไดเหล็กกว่า 300 ขั้น เพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และกราบพระประธานบนยอดเขา นอกจากความรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายแล้ว ยังจะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจจากการมาเยือนอีกด้วย

เส้นทางที่ 7 น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก จุดหมายปลายทางทางภาคเหนือ สะท้อนนิยามความอลังการ ด้วยสายน้ำที่ไหลทอดตัวลงมาเป็นชั้นอย่างงดงามท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ปักหมุดน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของเมืองไทย ซึ่งจะมอบภาพความประทับใจให้ตั้งแต่แรกเห็น

เส้นทางที่ 8 วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนบนเขาค้อ ตลอดวันมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทุกช่วงเวลา ยามเช้าวันอากาศแจ่มใส จะเห็นทะเลหมอกลอยละล่องโอบล้อมวัดราวกับอยู่ท่ามกลางสรวงสวรรค์ สะกดสายตาด้วยอุโบสถพระพุทธเจ้า 5 องค์ ที่มีองค์พระพุทธรูปสีขาวนั่งลดหลั่นซ้อนกันลงมา และเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องหลากหลายสี เครื่องประดับ สร้อย กำไล ถ้วยชามเครื่องเบญจรงค์ อย่างวิจิตรบรรจง ฯลฯ พร้อมมุมถ่ายภาพสวยงามอีกมากมาย

“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ลิซ่าได้นำผู้ชมเข้าสู่ Feelings ที่นุ่มลึกมีเสน่ห์เฉพาะตัว 1 เส้นทาง 1 จังหวัด

เส้นทางที่ 9 ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางแสงเช้าสีทอง ดอกบัวแดงนับหมื่นดอกบานสะพรั่งเต็มผืนน้ำราวกับถูกย้อมด้วยพรมสีชมพูขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทำให้ผู้มาเยือนสงบผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้แต้มสีสันและความสดใสลงบนผืนน้ำ

“ภาคกลาง” ลิซ่า พาเดินทางสู่โลเคชันความอลังการงดงามกับภาพงดงามคุ้นตาคนไทยและทั่วโลก 1 เส้นทาง

เส้นทางที่ 10 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ที่ปรากฏโฉมอย่างสง่างาม เรืองรองริมแม่น้ำเจ้าพระยา พระปรางค์สะท้อนแสงแดดและแสงไฟ เป็นภาพจำของกรุงเทพฯ ที่งดงามเหนือกาลเวลา และไม่เคยหลุดจากสายตาคนทั่วทุกพื้นที่

 

“ภาคตะวันออก” และ “ภาคใต้” ทะเลไทยใน Feelings ความสดใสและอิสระของธรรมชาติสองฟากฝั่งงดงามแตกต่างกันด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ของฝั่งอ่าวไทย ที่สงบเงียบ กับภาคใต้สดใส

เส้นทางที่ 11 เกาะทะลุ จังหวัดระยอง สวรรค์ตะวันออก ให้ความรู้สึกถึงวันพักผ่อนอันเรียบง่าย น้ำทะเลใสสะอาด ลมเย็นสบาย สงบเงียบ โดดเด่นด้วภาพช่องหินตรงกลางสามารถทะลุผ่านได้ เป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของระยอง  



เส้นทางที่ 12 เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา ข้ามมายังฝั่งทะเลอันดามัน ภาพวิวอ่าวพังงาและสันทรายขาวกลางทะเลราวกับภาพฝันด้วยธรรมชาติรอบอ่าวกว้างไกล สุดสายตา น้ำทะเลสงบนิ่งสีเขียวมรกต โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเล็กใหญ่ ตัดเส้นด้วยป่าโกงกางสีเขียวสด “ยามพระอาทิตย์ขึ้น “ค่อย ๆ ทอแสงสีทองแทรกขึ้นจากด้านหลังหุบเขา

โลเคชั่นทะเล 2 แห่งนี้ ถ่ายทอด Feelings ความสดใส ความสงบ ความเป็นอิสระของทะเลไทยได้อย่างลงตัว ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติด้วยสายตา จิตใจ ความรู้สึก เข้าถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะนำเสนอโลเคชั่นที่หลากหลาย โดยทุกสถานที่ล้วนเชื่อมโยงกันด้วยแนวคิดเดียวกัน คือ ชวนผู้ชมมองประเทศไทยผ่าน “Feelings” ใหม่ ๆ ผ่านการถ่ายทอดของ “ลิซ่า” ลลิษา                มโนบาล Amazing Thailand Ambassador ได้สร้างสรรค์แต่ละเส้นทางเป็นได้มากกว่าจุดหมายปลายทาง แต่คือ “แรงบันดาลใจ” ในการออกเดินทาง และสะท้อนพลังการท่องเที่ยวไทยที่งดงามและร่วมสมัย

โดย ททท. มุ่งหวังให้ทุกโลเคชั่นในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ เป็นมากกว่าฉากหลังของศิลปิน หากแต่ได้ทำหน้าที่ “ร่วมกันเล่าเรื่องเมืองไทย” ผ่านมุมมองร่วมสมัย ทั้งมิติการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และธรรมชาติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดใจออกเดินทางเที่ยวเมืองไทยด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมากยิ่งขึ้น

ออกมาร่วมสร้างประสบการณ์ “สุขทันที ที่ได้เที่ยวเมืองไทย” แล้วส่งต่อคำชวนให้ผู้คนสัมผัสได้ถึง feel all the feelings...Amazing Thailand

บางจากหนุนจัดกอล์ฟเด็กปี5“ช้าง–เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026”ทำClimate Actionปั้น“นักกีฬาไทยไร้คาร์บอน”

บางจากหนุนจัดกอล์ฟเด็กปี 5 “ช้าง–เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์  2026” เดินหน้าลุยแผน Climate Action ปั้น“นักกีฬาไทยไร้คาร์บอน” บางจากฯ สนับสนุนจัดก...