วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569

“วีระศักดิ์”ถก ททท./เอกชนลุย “Tourism-Creative-Visitor” Economy นำเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

“วีระศักดิ์”ถก ททท./เอกชนลุย Tourism-Creative-Visitor” Economy

เล็ง“เชื่อมข้อมูล-ตลาด-ศักยภาพพื้นที่/ธุรกิจ”เพิ่มมูลค่าศก.ไทยยั่งยืน


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #VisitorCreativeTourismEconomy #TAT  

“ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์" ประธานฯ ถก ททท.เอกชนท่องเที่ยว ลุยบูรณาการ “Tourism-Creative-VisitorEconomy ขับเคลื่อนด้วยโครงหลัก 3 เรื่อง “เชื่อมข้อมูล–ความต้องากรตลาด-ศักยภาพของพื้นที่และผู้ประกอบการ” พลิกโฉมสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Visitor Economy ((เศรษฐกิจของผู้มาเยือน)  เปิดเผยว่า ได้นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ 5 ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569  เพื่อร่วมกับ ททท.ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กำหนดทิศทางของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้มาเยือนสู่เป้าหมายสร้างมูลเพิ่มและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชาติอย่างยั่งยืนด้วย 3 เรื่อง 1.วิธีเชื่อมโยงข้อมูล 2.ความต้องการของตลาด 3.ศักยภาพของพื้นที่และผู้ประกอบการ

ทางคณะทำงานจะร่วมกันผลักดัน Visitor Economy Framework เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เชื่อมโยงเข้าด้วยกันคือ “Tourism-Creative-Visitor Economy ตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยน “ผู้มาเยือน” ให้เป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” เปลี่ยน “เวลา” ให้เป็น “ประสบการณ์” และเปลี่ยน “ประสบการณ์” ให้เป็น “รายได้” กระจายสู่ประเทศอย่างยั่งยืน ในที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือ 4 ส่วนหลัก ประกอบด้วย


ส่วนที่ 1 พิจารณาบทบาทและภารกิจหลักของ ททท.ตามพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติม ควบคู่กับ “Visitor Economy” หรือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของผู้มาเยือน ด้วยTourism Economy” การบริหารจัดการคุณค่าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ภายใต้บทบาทของ ททท. ในฐานะองค์กร “Tourism Intelligence” ใช้ระบบการจัดการ วิเคราะห์ แปลผลข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยว นำมาเชื่อมโยงความต้องการผู้บริโภค (Demand) กับผู้ผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาด (Supply) นำไปสู่ “Experience Architectureสถาปัตยกรรมประสบการณ์ สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน



ส่วนที่ 2 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาข้อมูลของนักท่องเที่ยวขาเข้าประเทศ (Visitor Arrival) ให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มพักค้างคืนและกลุ่มผู้มาเยือนแบบไม่พักค้างคืน (Excursionists ) การวิเคราะห์จุดประสงค์ที่มีความหลากหลายในการมาเยี่ยมเยือน (Multi-purpose of Visit) เพื่อให้เข้าใจถึงพฤติกรรมผู้มาเยือนได้รอบด้าน พร้อมเสนอการจัดทำตัวชี้วัด (Connect the Dots) เชื่อมโยงข้อมูลการเดินทาง กิจกรรม ประสบการณ์ และการใช้จ่าย โดยมีค่าใช้จ่ายต่อหัว (Spending per Head) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญสะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง

ส่วนที่ 3 กลุ่มผู้ผลิต ผู้ขาย (Supply Side) กับการพัฒนาสินค้าและบริการต้องสอดคล้องทั้งด้านศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของตลาด ททท. ได้เสนอให้เห็นถึงบทบาทการออกแบบกรอบและการเชื่อมโยงข้อมูล ทางด้าน “ชุมชนกับผู้ประกอบการ” ควรเป็นผู้สร้างผลิตภัณฑ์ตามบริบทและอัตลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านกลไกและงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ดร.วีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำถึงเรื่องการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ครอบคลุม 15 เซกเมนต์ เพื่อสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่ของประเทศ รวมถึงส่งเสริมกองถ่ายทำภาพยนตร์ (Filming) ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้พื้นที่ เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และการท่องเที่ยวในระยะยาว



ส่วนที่ 4 เสนอการออกแบบประสบการณ์.shผู้มาเยือนในทุกโอกาส โดยเฉพาะผู้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติและกลุ่มผู้โดยสารต่อเที่ยวบินในการประชุม เวิลด์ แบงก์ โดยมีแนวคิดจัดทำ “Wellness & Spa Excursion Program” ในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ตามที่นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยการธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA/แอตต้า) ได้นำเสนอแนวคิด 50 Excursion Packages ดึงความสนใจได้หลากหลาย เพื่อเปลี่ยนเวลาว่างผู้เข้าร่วมประชุมให้เป็นประสบการณ์และการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจได้ด้วย

“นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการ ททท. เสนอให้แอตต้าร่วมออกแบบ Transit Excursion Program 3 และ 6 ชั่วโมง เป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารต่อเที่ยวบินที่มีเวลาพักเพียงพอสามารถร่วมกิจกรรมได้ เช่น  Wellness & Spa นวดผ่อนคลาย เล่นกอล์ฟ รับประทานอาหาร และไลฟ์สไตล์ เพื่อเปลี่ยน “เวลารอ” ให้เป็น “เวลาแห่งประสบการณ์” สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและธุรกิจบริการของไทย

ดร.วีระศักดิ์ กล่าวว่าเสริมว่า การขับเคลื่อน Visitor Economy ต้อง “เชื่อมโยงข้อมูล-ผู้มาเยือน-ตลาด -ผู้ประกอบการ-ชุมชน-นโยบาย” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทาง และทุกช่วงเวลาของผู้มาเยือนให้เป็นโอกาสการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแบบครบวงจร

 

ETFจัดกระหึ่มกรุงเทพฯรวมพลMega Traveller ดึง500นักเดินทางโลกร่วมวง22-25 ต.ค.

ETFจัดกระหึ่มกรุงเทพฯรวมพล Mega Traveller

ดึง500นักเดินทางโลก/วิทยากรร่วมวง22-25 ต.ค.

Extraordinary Travel Festival (ETF) ครั้งที่ 3 จัดกระหึ่มกรุงเทพฯ 22–25 ต.ค.นี้ ที่แอมบาสเดอร์ สุขุมวิท 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97

#ExtraordinaryTravelFestival #ETF #MegaTraveller

ETF : Extraordinary Travel Festival (ETF) ครั้งที่ 3 จัดกระหึ่มกรุงเทพฯ Mega Traveller 22–25 ต.ค.นี้ ที่แอมบาสเดอร์ สุขุมวิท เปิดเวทีต้อนรับนักเดินทางชื่อดังจากทั่วโลกกว่า 500 คน และกว่า 40 วิทยากร มารวมตัวแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้พื้นที่โชว์สินค้าบริการท่องเที่ยวครบวงจร

            Ric Gazarian ช่างภาพท่องเที่ยวเจ้าของรางวัล ผู้จัดพอดแคสต์ บล็อกเกอร์ และผู้สร้างภาพยนตร์ ประกาศการกลับมาจัด Extraordinary Travel Festival (ETF III) ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ วันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิทซอย 11 โดยได้รวบรวมนักเดินทางมากประสบการณ์และผู้หลงใหลการผจญภัยมาร่วมพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แบ่งปันเรื่องราวจากการเดินทางในรูปแบบหาได้ยาก เน้นทั้งประสบการณ์การเดินทาง มิตรภาพ แรงบันดาลใจจากการผจญภัยทั่วโลก

“Extraordinary Travel Festival เป็นมากกว่างานอีเวนต์ แต่คือการเฉลิมฉลองประสบการณ์ไปค้นพบโลก การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน” ผ่านเว็บไซต์ @GlobalGaz โดยนำเสนอเรื่องราวและภาพถ่ายจากประสบการณ์การเดินทางในหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก “หลังจากการจัดงานในครั้งที่ผ่านมากระแสตอบรับดี จึงกลับมาพบกับชุมชนนักเดินทางที่มีเอกลักษณ์อีกครั้งในกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน สะท้อนจิตวิญญาณการผจญภัยได้อย่างแท้จริง



ETF III พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงใหลในการเดินทางได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์นักเดินทางระดับ Mega-Traveler :ผู้ที่เดินทางมาแล้วหลายประเทศ รวมถึงผู้ที่เดินทางครบ193 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ” รวมทั้งผู้ที่ต้องการท้าทายตัวเองและก้าวข้ามขีดจำกัดของประสบการณ์การเดินทาง งานครั้งนี้จะไม่ได้จำกัดเฉพาะนักเดินทางกลุ่มนี้ แต่เปิดกว้างให้ทุกคนที่รักการเดินทาง ไม่ว่าจะเคยเดินทางมาแล้วกี่ประเทศ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ภายในงานจะได้ฟังเรื่องราวและมุมมองจากนักเดินทางทั่วโลก พร้อมเรียนรู้แนวคิด เทคนิค และกลยุทธ์ที่นำไปปรับใช้ได้จริง โดยมีผู้เข้าร่วมที่เดินทางครบทั้ง 193 ประเทศ ในจำนวนนี้ทั่วโลกรู้จักดีกว่า 500 คน  และวิทยากรจากหลากหลายวงการกว่า 40 คน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ มุมมองที่น่าสนใจKeynote บรรยายเป็นภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้น เซสชันย่อยเจาะลึกหลายประเด็น การเสวนาบนเวทีที่เต็มไปด้วยสีสันและหลากหลายมุมมอง  



รายชื่อวิทยากรชั้นนำประจำปีนี้ ได้แก่:

  • Jamie Aleman: เดินทางครบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ และยังเคยเดินทางสู่อวกาศมาแล้ว
  • Jason Wang: เพิ่งพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ และครบทั้ง Seven Summits หรือยอดเขาที่สูงที่สุดในแต่ละทวีป
  • Kach Medina Umandap: เดินทางครบทุกประเทศทั่วโลก และเป็นชาวฟิลิปปินส์คนแรกที่บรรลุภารกิจนี้ด้วยหนังสือเดินทางฟิลิปปินส์
  • Thor Pedersen: เดินทางครบทุกประเทศทั่วโลกตลอดระยะเวลา 10 ปี โดยไม่ใช้เครื่องบินแม้แต่ครั้งเดียว

Gazarian กล่าวว่า ลองจินตนาการถึงเหล่า มาร์โค โปโล ยุคปัจจุบันจากทุกมุมโลกมารวมตัวกันในที่เดียว พลังความกระตือรือร้น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานการเดินทาง ล้วนสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าร่วมได้อย่างแท้จริง



“คลับนักเดินทางระดับเมกะใหญ่ที่สุดในโลก” พร้อมต้อนรับสมาชิก เช่น Every Passport Stamp (สมาชิก 40,000 คน)Travel Massive (สมาชิก 80,000 คน)PangeaMost Traveled People (สมาชิก 40,000 คน) และ NomadMania (สมาชิก 50,000 คน) จะช่วยสร้างบรรยากาศและเครือข่ายและการพบปะแลกเปลี่ยนแบบไม่เคยมีมาก่อน

ETF IIIในกรุงเทพฯ ครั้งนี้จะนำเสนอโปรแกรมที่อัดแน่น พร้อมงานปาร์ตี้สุดคึกคักและกาลาดินเนอร์ เพื่อมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน

“ไทย” เพิ่งได้รับการจัดอันดับจากนานาชาติทั้ง จากU.S. News & World Report  ให้เป็น ประเทศที่มีวัฒนธรรมมั่งคั่งที่สุดในเอเชีย :Richest Culture in Asia  ส่วน “Travel + Leisure ยกให้เป็น “ประเทศจุดหมายปลายทางแห่งปี :2025 Destination of the Year ขณะที่ “The Wall Street Journal และ Australian Financial Reviewส่งสื่อชั้นนำระดับโลกเข้ามาร่วมรายงานการจัด  Extraordinary Travel Festival ระดับเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางสุดขั้ว และเป็นเวทีของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว แบรนด์สินค้าและบริการด้านการเดินทาง ผู้ให้บริการท่องเที่ยว ได้พบปะและสร้างเครือข่ายกับนักเดินทางที่มีประสบการณ์ทั่วโลก ผู้

บัตรเข้าร่วมงาน :  สำรองที่นั่งซื้อได้แล้วทาง https://extraordinarytravelfest.com/tickets/ สามารถใช้รหัส BANGKOK รับส่วนลดค่าบัตรเข้าร่วมงานได้

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569

ททท.-CNNจัดครั้งแรกในกทม.“CNN Global Perspectives” 14-15 ก.ย.69

ททท.-CNNจัดครั้งแรกในกทม.“CNN Global Perspectives

ดึงธุรกิจ/นักลงทุนโลกขึ้นเวทีชี้เป้าเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทย

 

ททท.ผนึก CNN ผนึกจัด “CNN Global Perspectives: In Bangkok” ระหว่าง 14-15 ต.ค.นี้

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #CNNGlobalPerspectives  

ททท. เปิดบ้านรับทีมบริหาร CNN International ผนึกจัด “CNN Global Perspectives: In Bangkok” ครั้งแรกในกรุงเทพฯ 14-15 ต.ค.นี้ ดึงภาครัฐ ธุรกิจ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบายจากนานาชาติ ขึ้นเวทีชี้เป้านำไทยสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพในเวทีโลก


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงจาก CNN International นำโดย Ms. Ellana Lee, Group Senior Vice President and Global Head of Production และ Ms. Bipasha Bhattacharya, Director Communications, Asia Pacific ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือแนวทางความร่วมมือด้านการสื่อสารการตลาดและการประชาสัมพันธ์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่เวทีสากล

การพบหารือกันเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 14.30 น.ที่อาคารสำนักงานใหญ่ ททท. ถือเป็นโอกาสสำคัญการนำเสนอ “ต่อยอดความร่วมมือ” ที่เตรียมจะจัดงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok ทาง ททท. ร่วมกับ CNN International จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 14-15 ตุลาคม 2569 เป็นเวทีระดับนานาชาติที่ได้รวบรวมผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นสำคัญครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ การลงทุน และอนาคตของโลก ที่จะเป็นแรงส่งและเข็มทิศของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเรื่องการวางแผนขยายตลาดในอนาคตเพิ่มได้ด้วย


โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ 1.แนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก 2.พฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ 3.ทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

ททท. ได้นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่พร้อมโปรโมทอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.ศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว 2.เทศกาล ประเพณี 3.เสน่ห์ความเป็นไทยที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกและขยายโอกาสนำเสนอการท่องเที่ยวของประเทศไทยผ่านสื่อระดับโลก ได้ตรงเป้าเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดไฮเอนด์

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างการรับรู้ประเทศไทยในวงกว้าง ทั้งมิติการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การเป็นจุดหมายปลายทางจัดงานระดับนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงผู้คน แนวคิด โอกาสของภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในสายตาประชาคมโลกให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นต่อไป


 

สจล.ปั้นชุมชนหัวตะเข้พื้นที่ต้นแบบเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชูนวัตกรรมเรือแท็กซี่ไฟฟ้า

สจล.ปั้นชุมชนหัวตะเข้พื้นที่ต้นแบบเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในกรุง

นำนวัตกรรมเปิดโมเดลการเดินทางสีเขียวชูเรือแท็กซี่ไฟฟ้า

 

สจล.ดัน“หัวตะเข้”ชุมชนต้นแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นำร่อง“ท่าเรือพระจอมเกล้า”ใช้เรือแท็กซี่ไฟฟ้า

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สลจ #ชุมชนหัวตะเข้ #ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

สจล.ดัน“หัวตะเข้”ชุมชนต้นแบบยั่งยืน นำนวัตกรรมจากห้องแลปใช้ได้จริงในพื้นที่ นำร่อง “ท่าเรือพระจอมเกล้า” เปิดการเดินทางสีเขียวชูใช้เรือแท็กซี่ไฟฟ้าหนุนแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในกรุงยั่งยืน


รศ.ดร.คมสัน มาลีสีอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า สจล.ได้ใช้บทบาทการพัฒนานวัตกรรมภายใต้แนวคิด From Lab to Life มุ่งแก้โจทย์ และพัฒนาชุมชนรอบสถาบันให้เป็นต้นแบบการเรียนรู้ ทำให้เมืองพัฒนาได้จริง โดยได้เลือก “หัวตะเข้” เก่าแก่มีอัตลักษณ์ชัดเจนการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก เป็นโจทย์ท้าทายเรื่องการรักษาอัตลักษณ์ชุมชนกับพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ “ท่าเรือพระจอมเกล้า” นำผลงานนวัตกรรมเข้าไปแก้โจทย์ชุมชนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

การเปิดพื้นที่การเรียนรู้ริมน้ำท่าเรือพระจอมเกล้า ภายใต้แนวคิด Innovation Living Lab ทดลองนำองค์ความรู้ด้านงานวิจัย เทคโนโลยี การออกแบบพื้นที่ แนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง เปิดให้นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ชุมชน ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เมือง และสิ่งแวดล้อม ต่อยอดไปสู่โอกาสด้านการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การสร้างเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต สอดคล้องกับการจัดงาน KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569 From Lab to Life โดยดึงผลงานจากห้องวิจัย สู่การสร้างผลกระทบเชิงบวก ที่ สจล. มุ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง

รศ.ดร.คมสัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้พื้นที่รอบลาดกระบังและชุมชนหัวตะเข้จะมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการเรียนรู้จากบริบทพื้นที่จริง แต่ “ข้อจำกัดสำคัญ” คือ การเชื่อมต่อด้านการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางทางบกอาจใช้เวลานานและไม่เอื้อต่อการเข้าถึงพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ การพัฒนาระบบการเดินทางทางน้ำจึงเป็นอีกแนวทางเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ชุมชน และพื้นที่โดยรอบเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่ ลดข้อจำกัดด้านการเดินทาง และทำให้อัตลักษณ์ของชุมชนยังคงเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองในอนาคต

“รศ. ดร.จรสวรรณ โกยวานิช” รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สินและความยั่งยืน กล่าวว่า สจล. ใช้กลไกขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ด้วยโครงการ “การขับเคลื่อนสามภูมินิเวศแห่งการเรียนรู้ สู่ระบบนิเวศของเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตบนฐานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเมือง ระยะที่ 2” ซึ่งได้รับทุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) มีเป้าหมายเพื่อยกระดับพื้นที่ลาดกระบังสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Ladkrabang Learning City) ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเข้ากับทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และศักยภาพของชุมชน มุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการเรียนรู้ทางน้ำ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรให้คนทุกช่วงวัย และการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน


เริ่มจากการศึกษาข้อมูลเชิงพื้นที่และวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ลาดกระบัง ทั้ง 1.เส้นทางคมนาคม
ทางน้ำ อัตลักษณ์ของชุมชน
2.ทุนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ก่อนนำข้อมูลมาร่วมออกแบบแนวทางพัฒนาพื้นที่ผ่านกระบวนการ Co-Create และ Co-Design กับชุมชนและภาคีเครือข่าย 3.ต่อยอดสู่การทดลอง
การเดินเรือ (
Sandbox) เพื่อพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ทางน้ำ “The Learning Route by Boat” เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้สำคัญในพื้นที่ สร้างรูปแบบการเดินทางเอื้อต่อการเข้าถึงชุมชนมากขึ้น โดยมีนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ช่วยเป็นไกด์แนะนำการเดินทาง

เป้าหมายสำคัญคือสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย เมือง และชุมชนเข้าด้วยกัน โดยนำองค์ความรู้ในพื้นที่มาต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ หลักสูตรของคนทุกช่วงวัย และโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นต้นแบบพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ใช้วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อน

“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วัชรพงษ์ ประสานเกลียว” หัวหน้าโครงการพัฒนามาตรฐานไม้ประสานกาวเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคาร กล่าวว่า อีกผลงานวิจัยที่สะท้อนบทบาทส่งเสริมความยั่งยืนของ สจล. คือ “ศาลาท่าน้ำพระจอมเกล้า” อาคารต้นแบบที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Glulam (Glued Laminated Timber) หรือไม้ประสานกาว ภายใต้โครงการพัฒนามาตรฐานไม้ประสานกาวเพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคาร ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุน มุ่งศึกษาการนำไม้ยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเกษตรสำคัญของไทย มาพัฒนาเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีมูลค่าเพิ่ม ผ่านกระบวนการทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ไม้ไทยงานก่อสร้างอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

โดยโครงการดังกล่าวมุ่งศึกษาตั้งแต่กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ การทดสอบคุณสมบัติของวัสดุ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความแข็งแรงและความปลอดภัย ก่อนต่อยอดสู่การออกแบบและก่อสร้าง “ศาลาท่าน้ำพระจอมเกล้า” อาคารต้นแบบเป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวัสดุ การออกแบบ การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม



“นายรัชตะ ฐิตะยานุรักษ์” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเดินทางทางน้ำกำลังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองยุคใหม่ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเข้ามายกระดับระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทางบริษัท ทีทีเอ มารีเนอร์ จำกัด หรือ TMC บริษัทย่อยของ TTA จึงพัฒนา เรือแท็กซี่ไฟฟ้า (EV Taxi Boat)”นวัตกรรมฝีมือคนไทย ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และเลือกใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางน้ำและเสียง สร้างประสบการณ์การเดินทางทางน้ำรูปแบบใหม่เงียบ สะอาด ปลอดภัย สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

“เรือแท็กซี่ไฟฟ้า” ดังกล่าวได้ออกแบบให้เหมาะกับการเดินทางในพื้นที่เมือง รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คน/เที่ยว ให้บริการแบบแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน มีแนวคิดพัฒนาเส้นทางเดินเรือทั้งทางเลือกและเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงผู้คนกับพื้นที่ริมน้ำและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยนำเรือไฟฟ้ามาทดลองใช้งานร่วมกับ “ท่าเรือพระจอมเกล้า” ในงาน KMITL EXPO 2026 เพื่อศึกษาศักยภาพการเชื่อมโยงการเดินทางทางน้ำระหว่าง สจล. กับชุมชนหัวตะเข้ ผ่านท่าเรือวัดลาดกระบัง – ท่าเรือพระจอมเกล้า – ชุมชนหัวตะเข้ นำเทคโนโลยีมาทดลองในพื้นที่จริง เชื่อมโยงการเดินทาง การเรียนรู้ การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดสู่โมเดลการเดินทางทางน้ำที่ยั่งยืนในอนาคต



“นางอำภา บุณยเกตุ” ประธานวิสาหกิจชุมชนคนรักหัวตะเข้ เล่าว่า ชุมชนหัวตะเข้ร่วมมือกับ สจล. ช่วยเสริมศักยภาพพื้นที่ เริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการเชื่อมโยงชุมชนในพื้นที่โดยรอบ โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และกระบวนการคิดเชิงออกแบบเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาชุมชน  หัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นผู้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และเลือกแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทและอัตลักษณ์ของพื้นที่

เป็นการช่วยกันสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ ระหว่างชุมชน นักศึกษา นักวิจัย หน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ชุมชนกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน ช่วยชุมชนมีความมั่นใจวางแผนพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว อนาคตคาดหวังจะเดินหน้าต่อเนื่อง จัดทำเป็น “แผนแม่บทการพัฒนาชุมชนระยะ 5 ปี” ทั้งด้านกายภาพ วัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างสมดุล สามารถรักษาเสน่ห์และอัตลักษณ์ของหัวตะเข้ ควบคู่การสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนไว้ได้อย่างยั่งยืน

 

ก.ท่องเที่ยว-ททท.เร่งQ4ปั๊มรายได้ทั้งปีเข้าเป้า2.7ล้านล้านบาท

ก.ท่องเที่ยว-ททท.เร่งQ4ปั๊มรายได้ทั้งปีเข้าเป้า2.7ล้านล้านบาท

โหมใช้3กลไก“แคมเปญตลาด-เส้นทางบินใหม่-อีเวนต์/เทศกาล

กระทรวงการท่องเที่ยว ควง ททท.เปิดแผนกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไตรมาส4 ปี69 ดึงรายได้รวม 2.7ล้านล้าน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #รายได้ท่องเที่ยวปี69  

รมว.ท่องเที่ยว นำ ททท.กระตุ้นไตรมาส 4 ปี’69 ตลอดปีให้เข้าเป้า 2.7 ล้านล้านบาท เดินหน้าใช้ 3 กลไก “แคมเปญตลาด-เส้นทางบินใหม่-อีเวนต์/เทศกาล/ประเพณี”


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน นำการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำโดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ กรรมการ (บอร์ด) และคณะผู้บริหาร ททท.  ที่ช้าง แคนวาส ศูนย์การค้า One Bangkok พูดคุยกับสื่อมวลชน ถึงแผนของ ททท.เดินหน้ายุทธศาสตร์ “The Year of Transformation” ช่วงไตรมาส 4 กันยายน-ธันวาคม นี้ ตรงกับปิดงบประมาณปี 2569 ต่อเนื่องถึงเริ่มปีงบประมาณใหม่ 2570


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท.จะเร่งเดินหน้าสร้างแรงส่งให้ดีที่สุดส่งต่อการทำตลาดต่อเนื่องปี 2570 เน้น “สร้างเหตุผลในการเดินทาง” และเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นรายได้กระจายสู่ชุมชนทั่วประเทศ ตามเป้าหมายตลอดปี 569 ท่องเที่ยวจะ “สร้างรายได้ไ จากตลาดคนไทยและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 2.7 ล้านล้านบาท ปลุกกระแสเที่ยวไทยให้ทุกการเดินทางมีคุณค่าและมีความหมายมากกว่าเดิม

ช่วงไตรมาส 4 กันยายน-ธันวาคม 2569 ททท.มุ่งเน้นกระตุ้นท่องเที่ยวตลาดในประเทศและทั่วโลกด้วย 3 กลไกหลัก ได้แก่ 1. แคมเปญกระตุ้นตลาด 2. กิจกรรมส่งเสริมการขายและการเปิดเส้นทางบิน และ 3. กิจกรรม อีเวนต์ เทศกาลและประเพณี ดังนี้



กันยายน (Awareness & Global Presence): สร้างการรับรู้  

“ตลาดในประเทศ” เปิดตัวโครงการ “เติมเมืองไทย ให้ใจได้ฮีล” เติมอาหาร กิจกรรม ศิลปะ แฟชั่น และอื่น ๆ  ผ่านแคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” และจัดงาน Amazing Thailand Meet the Influencers 2026 ที่อุดรธานี และโครงการ “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน”

“ตลาดต่างประเทศ” ทำโครงการ Unseen Luxperience: Unseen Local Paradise (5 ภูมิภาค) มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวประสบการณ์สูง  



ตุลาคม (Global Events & Night Tourism) : เปิดบ้านรับงานระดับโลก ขยายท่องเที่ยวกลางคืนด้วย The Night by Amazing Thailand Season 2 เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก IMF - World Bank Group Annual Meetings  และจัดกิจกรรม “Check-in เมืองไทย ไปกับบัส” พร้อมกับเปิดให้ชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค

พฤศจิกายน (Culture & Wellness) :  ยกระดับวัฒนธรรม นำร่องจัดแคมเปญ Life Looks Better @SOUTH (กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี สมุย พะงัน เต่า) กระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าภาคใต้ พร้อมกับชูแคมเปญ THAI T’REASURES by Amazing Thailand งานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปี 2569 หลั่งไหลเข้าสู่ภาคอีสาน และจัดงานประเพณีลอยกระทงทั่วไทย

ธันวาคม (High Season Festival) : กระตุ้นการเดินทางช่วงไฮซีซั่น โดยเปิดเส้นทางเที่ยวบินใหม่ ๆ ควบคู่การผลักดันนำเสนอกิจกรรม Thailand  Signature Events เช่น เทศกาลแห่ดาว จ.สกลนคร

 


“วีระศักดิ์”ถก ททท./เอกชนลุย “Tourism-Creative-Visitor” Economy นำเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

“วีระศักดิ์”ถก ททท./เอกชนลุย “ Tourism-Creative-Visitor” Economy เล็ง“เชื่อมข้อมูล-ตลาด-ศักยภาพพื้นที่/ธุรกิจ”เพิ่มมูลค่าศก.ไทยยั่งยืน ...