วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ก.ท่องเที่ยว-ททท.เปิด “BANGKOK PRIDE PARADE 2026” ย้ำไทยเที่ยวปลอดภัยปูพรมเจ้าภาพ WORLD PRIDE 2030

ก.ท่องเที่ยว-ททท.เปิด BANGKOK PRIDE PARADE 2026”

ย้ำไทยเที่ยวปลอดภัยปูพรมเจ้าภาพ WORLD PRIDE 2030

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกลุล รมว.กระทวงการท่องเที่ยวฯ นำททท.เปิดBANGKOK PRIDE PARADE 2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #BangkokPrideParade2026 #WorldPride2030

“สุรศักดิ์” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยว ผู้ว่าฯ ททท. จับมือเอกชนโชว์พลังพิธีเปิด BANGKOK PRIDE PARADE 2026: Patch the World with Peace People Pride” ปูพรมไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ “WORLD PRIDE 2030” ชูภาพลักษณ์ไทยเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย ยินดีต้อนรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียม

 


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการกาท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมสร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่แห่งความภาคภูมิใจในงาน “BANGKOK PRIDE PARADE 2026: Patch the World with Peace People Pride” ขบวนพาเหรดสีรุ้งสุดตระการตา อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเมืองไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” ของประเทศ โชว์ศักยภาพกรุงเทพมหานคร เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030

 โดยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมผู้ว่าการการ ททท. โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, EM DISTRICT, SIAM PARAGON RETAIL และ BANGKOK MALL และผู้แทนภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ทำพิธีเปิดงานยิ่งใหญ่เมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ สเฟียร์ สตรีท ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ ได้เข้าร่วมขบวนพาเหรด LOVE PRIDE PARADE BANGKOK 2026 เคลื่อนขบวนจากเอ็มสเฟียร์สู่สนามกีฬาเทพหัสดิน (สนามกีฬาแห่งชาติ) ร่วมพิธีเปิด “ROAD TO WORLD PRIDE 2030” กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ PMCU พาคีเครือข่าย อย่างยิ่งใหญ่และแสดงความพร้อมร่วมสนับสนุนกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพงาน


ปี 2569 ได้ถ่ายทอดความหมายของการเดินทางผ่าน 6 ขบวน  ประกอบด้วย

💚 ขบวนสีเขียว (แยกนรารมย์): Patch of Harmony หัวใจแห่งสันติภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

💙 ขบวนสีฟ้า (ซอยธนิยะ): Patch of Unity พลังแห่งความปลอดภัยและบ้านสำหรับทุกตัวตน

💜 ขบวนสีม่วง (หน้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ): Patch of Identity การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศอย่างมีศักดิ์ศรี

🧡 ขบวนสีส้ม (หน้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ): Patch of Dignity ยืนยันคุณค่าของทุกอาชีพและแรงงาน

❤️ ขบวนสีแดง (หน้าสยามพารากอน): Patch of Love สิทธิเท่าเทียมสำหรับทุกรูปแบบครอบครัว

💛 ขบวนสีเหลือง (หน้าลิโด้): Patch of Spirit พลังศิลปะและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน


ทุกขบวนจะมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน ฉลองบนเวที PRIDE STAGE พบกับวงระเบียบวาทะศิลป์และ Iconic LGBTQIAN+ อีกมากมาย

ททท. เชื่อมั่นงาน Pride Thailand 2026 เป็นโอกาสสำคัญด้านสื่อสารถึงประเทศไทยพร้อมเปิดรับทุกความรัก ทุกตัวตน ทุกความรู้สึก เดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีความหมาย สะท้อนบทบาทของ ททท. ในการยกระดับไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพ ใช้ความหลากหลาย ความปลอดภัย เสน่ห์ไทย เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

TCEB รุกตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง69ชู3โปรเจกต์ Mazimice Thailand 3มิติ-เปิดNet Zero Academy-แอปใหม่JerGan

 

ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "TCEB"


TCEB รุกตลาดไมซ์ไทยไมซ์โลกครึ่งปีหลัง69ชูหมัดเด็ด3โปรเจกต์

Mazimice Thailand 3มิติ-เปิดNet Zero Academy-แอปใหม่JerGan

แนะไมซ์ไทยพลิกโฉมธุรกิจรับเทรนด์ทั่วโลกทำคาร์บอนเป็นศูนย์

คิงเพาเวอร์ชู“MAHANAKHON SPECTRUM OF PRIDE”ตลอดมิ.ย.

รร.พูลแมน คิง เพาเวอร์ 7 มิ.ย.นี้เปิดซันเดย์บรันซ์วันเดียว 3 ห้อง

ททท.MOUเวียดนามแอร์ไลน์สดึงเวียดนามเที่ยวไทย 1 ล้านคน/ปี

บางจากเคลียร์ปม BCPG ลงทุนโปร่งใสคลังน้ำเพชรบุรี 9 พันล้าน

เที่ยวสระบุรีฮีลใจใกล้กรุงปิดสวิตดิจิทัลเติมพลังสโลว์ไลฟ์2วัน1คืน

หัวเราะวันละนิด ทั้งดีต่อใจ แถมพิชิตความดันและโรคหัวใจได้

นายกฯอนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม-ขยายท่องเที่ยว 2 ประเทศ

ททท.ดันไทยผงาดสู่“The World’s Safe Space”รับPride Month 

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวสระบุรี #TheSoulResort

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/18cwY5o1FE/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” นำทีเส็บครึ่งปีหลัง 2569 พลิกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ขยายโอกาสใหม่ 3 บิ๊กโปรเจกต์ใช้เวทีโลก IMEX FrankFurt 2026 เปิดโปรเจกต์แรก  “Maximize Thailand” นำเสนอไทยพร้อมรับตลาดครบ 3 มิติ “โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยง/infrastructure &Connectivities-ประสบการณ์ที่มากกว่า-พลังเศรษฐกิจเชิงบวก” โปรเจกต์ที่ 2 Net Zero Academyลุย MOU กับเครือข่ายอินเตอร์ JMIC อบรมบุคลากรไทยก้าวสู่คาร์บอนเป็นศูนย์ โปรเจกต์ที่ 3 เปิดดิจิทัลแพลตฟอร์ม "เจอกัน :Jergan” โชว์การขับเคลื่อนไมซ์ด้วยข้อมูล DATA Driven เริ่ม มิ.ย.นี้ ชี้เป้าผู้ประกอบการเร่งปรับจุดขายรับเทรนด์โลกเข้าร่วมทำทุกอีเวนต์สู่คาร์บอนเป็นศูนย์


ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า สถานการณ์แนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ของไทยในเวทีโลก จะมีงานต่าง ๆ ทยอยมาจัดในไทยต่อเนื่อง ทั้งประชุมและเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Meeting Incentive :MI) ไฮไลต์ 2 งานใหญ่ ได้แก่ 1.การประชุมระดับโลก 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings วันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใหญ่สุดในรอบ 35 ปี 2. Gastech 2026 วันที่ 14 - 17 กันยายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน เป็นมหกรรมงานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีด้านพลังงานระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุดทางผู้จัดยืนยันจะมีผู้บริหารเข้ามาเพิ่มประมาณ 30 ประเทศ

ช่วงพฤษภาคมนี้ TCEB เพิ่งเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะนักเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive) แอมเวย์ระดับผู้นำตลาดหรูหราจากจีนรวมทั้งหมดกว่า 15,000 คน ส่วนงานอื่น ๆ เกี่ยวกับการประชุมขนาดใหญ่ (convention) ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ สมาคมการแพทย์

รวมทั้งใน “วิกฤต” ก็มี “โอกาส” เกิดขึ้น เป็นปรากฎการณ์จากงาน Money20/20 Asia เมื่อ 21-23 เมษายน 2569 ศูนย์รวมผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางการเงิน การชำระเงิน และสินทรัพย์ดิจิทัลแถวหน้าของเอเชียแปซิฟิกมารวมตัวกันเกินคาดทำสถิติเพิ่มขึ้นจากเดิม 30% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตลาดมาจากตะวันออกกลางซึ่งไม่สามารถจัดงานในพื้นที่ได้ ทำให้เกิดภาพความสำเร็จของไมซ์ในไทยทั้งภาคธุรกิจและนักลงทุนนานาชาติหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดสนับสนุนการจัดบิ๊กอีเวนต์งาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เมื่อ 26 - 30 พฤษภาคม 2569 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 และอิมแพ็ค ฮอลล์ 5-12 เมืองทองธานี มหกรรมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารรายการใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย จะเน้นเจรจาธุรกิจช่วง  26 - 29 พฤษภาคม 10.00 - 18.00 น. และ 30 พฤษภาคม เปิดประชาชนทั่วไปเข้าได้ด้วย 10.00 - 20.00 น.

ทางเจอร์ราด บู๊ส ซีอีโอ เมสเซโคโลญ (Koelnmesse) บริษัทแม่ในเยอรมนีหนึ่งในผู้จัดงาน THAIFEX ยืนยันว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกโดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากวิกฤตตะวันออกกลางและพลังงาน ส่วนทางทีเส็บได้นำ Thailand Global Ambassador นำร้านอาหารที่เข้ารอบจากการแข่งขันที่มีแฟนคลับกับนักวรีวิวร้านอาหารเข้าร่วมกว่า 10 ภัตตาคาร เพื่อแนะนำวัตถุดิบอาหารไทยชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีนวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถดึงดูดความสนใจคู่ค้าได้จำนวนมาก


“อุตสาหกรรมไมซ์ของไทย” ช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2569 ตลาด “อินเดีย” ลดลงมากกว่า 30 % จากปัจจัยราคาพลังงานทำให้ตั๋วโดยสารเครื่องบินสูงขึ้น ผนวกกับแอร์ไลน์ โดยภาพรวมเพิ่มจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3-4 % จากผู้เข้าร่วมประชุมองค์กร (Corporate) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (MI)  ขณะที่การประชุมนานาชาติขนาดใหญ่หรือ Convention งานจะกระจุกตัวช่วงไตรมาส 1 ยังทรงตัว  โดยไม่ได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์การสู้รบ แต่ละงานยืนยันมาไทยต่อไปจะเริ่มจัดอีกครั้งช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้

งาน Trade Show ปี 2569 ตลาดระยะไกล (Longhaul) ได้รับผลกระทบบ้างจากไม่มีเที่ยวบิน ราคาตั๋วโดยสารแพง และมีงานบางประเภทต้องนำอุปกรณ์ขนาดใหญ่มาจัดแสดงตามปกติจะขนส่งทางเรือเดินทางไม่ได้ ทางผู้จัดแสดงสินค้าปรับกลยุทธ์โดยเปลี่ยนมาใช้ตัวแทนในภูมิภาคเอเชีย และจัดงานแบบไฮบริดในสถานที่จริงและออนไลน์ควบคู่กันไป


ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ล่าสุดทีเส็บนำผู้ประกอบการไมซ์ไทยเข้าร่วม IMEX Frankfurt 2026” ในพาวิลเลี่ยนประเทศไทย มีพัทยา กับภูเก็ต ร่วมด้วย ในงานประชุมนานาชาติรายการใหญ่สุดของโลก  จัดเมื่อ 19-21 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าเมสเซ่ แฟรงเฟิร์ต เยอรมัน ตัวแทนผู้ซื้อ (buyers) ส่วนใหญ่มาจากยุโรป และบางส่วนจากเอเชีย อเมริกา โดยนำเสนอผ่านบูธดีไซน์นวัตกรรมใหม่

“พาวิลเลี่ยนประเทศไทย” มีตัวแทนธุรกิจโรงแรม สถานที่จัดประชุม ตัวแทนบริหารจัดการเดินทาง (DMC :Destination Management Company) ตลอดการจับคู่เจรจาธุรกิจทุกกลุ่มได้ลูกค้าไมซ์ระดับผู้นำ (Lead) จากทั่วโลก พร้อมทั้งได้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของบูธนานาชาตินำ “ดิจิทัล+AI” เข้ามาใช้ดึงดูดคนเข้าชม เติมด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ (Experience) ทางพาวิลเลี่ยนประเทศไทยใช้กลยุทธ์การดึงดูดคู่ค้าด้วยนวัตกรรมเชิงสีสันด้านอาหาร (Gastronomy) เป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์เสิร์ฟตลอดเวลา ชูอุตลักษณ์เฉพาะอย่างโดดเด่น

สามารถสร้างความสนใจกับกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อทั่วโลกระดับผู้นำได้เป็นอย่างดี ทั้งจากองค์กรจัดการประชุม (Corporate Meeting ) จัดการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) จัดงานแสดงสินค้า (Exhibition) และจัดการประชุมนานาชาติ (Convention) เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


โดย “ทีเส็บ” ได้ใช้งาน IMEX Frankfurt 2026” เปิดตัว 2 โปรเจกต์ใหญ่ ได้แก่

โปรเจ็กที่ 1 Maximize Thailand ขานรับและตอบโจทย์ “เทรนด์นักเดินทางไมซ์รุ่นใหม่” ทั่วโลก ซึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ต้องการความคุ้มค่าเชิงประสบการณ์มากกว่าเดิม เมื่อมาร่วมงานแล้วต้องเป็นงานที่มีความหมายสูงนอกเหนือจากผลตอบแทนการลงทุน (Return on investment) แล้ว ยังสามารถเพิ่มผลตอบแทนเชิงประสบการณ์ (Ruturn on Experience) ผนวกด้วยในจุดหมายปลายที่มาร่วมงานไมซ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะขอพักอยู่ต่อตามพื้นที่ที่สนใจ เชื่อมต่อไปยัง ชุมชน ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจ (attraction) เพื่อใช้จ่ายเงินสร้างคุณภาพชีวิตหลังมางานแล้วต้องได้ทั้งธุรกิจดี ๆ การเรียนรู้ ซึมซับธรรมชาติ อัตลักษณ์อาหารถิ่น วิถีชีวิต

ทีเส็บได้ดีไซน์โปรเจ็กต์ Maximize Thailand ให้มีอิมแพ็กสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าผ่านการเข้าร่วมงานไมซ์ ใน 3 มิติ ประกอบด้วย

มิติที่ 1  โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยง (infrastructure &Connectivities) นักเดินทางไมซ์นานาชาติต้องการความมั่นใจในการเดินทางสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก เพื่อเข้าถึงงานได้อย่างรวดเร็ว

มิติที่ 2 การสร้างประสบการณ์ได้มากกว่า (More Experience) ทีเส็บทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนทั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารเพื่อการพัฒนาพื้นที่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (อพท.) ศูนย์ประชุมนานาชาติ เพื่อให้เห็นจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละแห่ง

มิติที่ 3 สร้างพลังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย (Impact) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหนือไปกว่าการสร้างความยั่งยืนแล้ว (Sustainability) เห็นได้จากตลอดการจัดงาน “IMEX Frankfurt 2026” ประเทศแถบยุโรปทั้งหมดก้าวเข้าสู่เส้นทาง Net Zero Carbon หรือการทำงานไมซ์ไม่มีคาร์บอนออกไซด์ (CO2) หรือเป็นศูนย์ทั้งหมดแล้ว ซึ่งทำมากกว่าลดปล่อย CO2 ทุกพาวิลเลี่ยนของแต่ละประเทศขึ้นป้ายชัดเจนประกาศให้ความสำคัญกับการจัดไมซ์ทุกงานในโลก

ทีเส็บเองก็เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมไมซ์เข้าถึงการทำงานไมซ์ก้าวสู่ Net Zero Carbon มากขึ้น ทั้งกลุ่มเจ้าของโครงการสถานที่จัดไมซ์ โรงแรม สามารถวัดคาร์บอน ฟรุตปริ๊นท์ จากการจัดงานได้ แล้วชดเชยด้วยการลดปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยร่วมกับพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม เป็นภาพรวมทำให้การขาย “ไมซ์ไทยในตลาดโลก” มีความชัดเจนมากขึ้น



โปรเจกต์ที่ 2 ทีเส็บเตรียมเปิด Net Zero Academy ขึ้นในไทย โดยได้ลงนามข้อตกลงความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) กับ “JMIC : Joint Meetings Industry Council” สภาหรือองค์กรสมาคมหลักๆ ในอุตสาหกรรมไมซ์ งานอีเวนต์ การประชุมระดับโลก มารวมตัวกันขับเคลื่อนธุรกิจไมซ์ในระดับสากล ซึ่งในเอเชียยังมีไต้หวันอีก 1 ประเทศ

Net Zero Academy เป็นหลักสูตรอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในเมืองไทยมีสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรชั้นนำ ร่วมมือกันจัดทำขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการและบุคลากรไทยปรับตัวรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 ทีเส็บเดินหน้าเปิดตัวใหม่ในประเทศ ที่จะสร้างพลังการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยบริการใหม่



โครงการที่ 3 Application "เจอกัน" (Jergan) ซึ่งทำร่วมกับหลายสมาคม เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มออกแบบมาให้เป็นคอมมูนิตี้เพื่อสร้างการเข้าถึงให้ทุกกลุ่มประสบการณ์ที่ดี สามารถสร้างเครือข่ายให้กลุ่มนักเดินทางไมซ์ (MICE) ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงานใช้บริการได้ในทุกภูมิภาคของไทย

นำร่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ใช้ฐานจาก MICE Connect รวบรวมข้อมูลชุมชน ผู้ให้บริการ โรงแรม ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร สถานที่ใหม่ ๆ ต่อยอดไปถึงการเดินทางอย่างสะดวกสบาย เมื่อต้องการไปตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อคลิกเข้ามายังแอปพลิเคชั่น “เจอกัน” ก็จะมีบริการเรียกรถสาธารณะ เช่น Grab, Lineman หรืออื่น ๆ พร้อม “สิทธิประโยชน์พิเศษ/Privillage” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ให้เข้าถึงพื้นที่และชุมชนเครือข่ายมากขึ้น

หวังผลใช้แอปพลิเคชั่น “เจอกัน” เป็นเครื่องมือต่อยอดกลยุทธ์ “การขับเคลื่อนข้อมูล :DATA Driven” ที่ผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงาน มีความพึงพอใจ ได้เข้าถึง “เสน่ห์ไทย” ทั้งการ เรียนรู้ ประสบการณ์ วัฒนธรรม แบบไทย ผ่านแอปพลิเคชั่นดังกล่าว จากป็อบอัพของแอปพลิเคชั่นที่ปรากฎขึ้นมาทุกครั้ง แล้วก็จะได้นำข้อมูลที่เกิดการใช้งาน กลุ่มที่ 1 ผู้บริการ จะรู้ถึงพฤติกรรม จุดหมายปลายทาง และความนิยมสถานที่ใช้งาน กลุ่มที่ 2 ผู้จัดงาน จะสามารถแท็กงานที่สนใจเป็นพิเศษ เพื่อนำไปต่อยอดทำการตลาด แบ่งเซกเมนต์ในแต่ละอุตสาหกรรมตอบโจทย์ได้ทุกงาน ล่าสุดได้ไปเชื่อมโยงเรียบร้อยแล้วกับผู้เข้าร่วมงาน IMF–World Bank Group Annual Meetings วันที่ 12–18 ตุลาคม 2569

ดร.ศุภวรรณ กล่าวปิดท้ายว่า อยากเตือนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยเรื่อง การสร้างแพลตฟอร์มให้ลูกค้าจับต้องได้จริง เพราะประเทศกำลังอยู่ในช่วงที่จะต้องร่วมมือกัน “สร้างความเชื่อมั่น/เชื่อถือในระบบเศรษฐกิจ” (Trusted Economy) ทั่วโลกเลือกนำงานมาจัดด้วยความไว้วางใจ ปี 2568 ไทยเผชิญเรื่องความไม่เชื่อมั่นด้านปลอดภัยทำให้ตลาดไมซ์หลักอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน ลดลงมาก ดังนั้นไทยต้องทำเรื่อง Trusted อย่างเข้มข้น ควบคู่กับลงมือทำจริงจังแทนการพูดเพียงอย่างเดียวอีก 2 เรื่อง คือ “ความยั่งยืน/Sustainable กับ “ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์/Net Zero Carbon” จะต้องสร้างมาตรฐานให้ได้เกณฑ์สากล

เมื่อทีเส็บเป็นองค์กรเร่งสร้างมาตรฐานแล้ว เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ จะต้องขยายผลให้เห็นเป็นรูปธรรมด้วยการยกระดับให้มี “ใบรับรองมาตรฐานประกอบการ” โดยมีหน่วยงานสากลรับรองอย่างถูกต้อง เพราะนับจากนี้เป็นต้นไป คู่ค้าทั่วโลกต่างก็เรียกหาใบรับรองดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากยุโรป สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น ซึ่งทุกประเทศสอบถามถึงสถานที่จัดไมซ์ทุกแห่งที่ใดมีมาตรฐาน Net Zero Carbon มาก ขณะนี้ทีเส็บได้ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) “TGO” เป็นหน่วยงานออกใบรับรองให้กับผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถเข้าเกณฑ์ครบตามมาตรฐานดังกล่าว 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง




ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์บูม“MAHANAKHON SPECTRUM OF PRIDE”ตลอดมิ.ย. 

คิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์กไอคอนิกดับระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร ประกาศจุดยืนในการเป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียมและโอบรับความหลากหลายอย่างสร้างสรรค์ เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “MAHANAKHON SPECTRUM OF PRIDE” ต้อนรับ PRIDE MONTH สนับสนุนทุกความหลากหลาย พร้อมเป็นเวิลด์ เช็คอิน แลนด์มาร์กของชาว Pride จากทั่วโลก ทุกปสัปดาห์พร้อมจัดเต็ม กิจกรรมไฮไลต์ให้ชาวไพรด์และนักท่องเที่ยวได้ฉลองความเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ

แคมเปญปี 2569 ฉีกกรอบการฉลอง Pride Month แบบเดิม ๆ ด้วยการนำเสนอผ่านความภาคภูมิใจ มิติ(3 Pillars of Pride) ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่ง พลังกาย พลังใจ การเชื่อมโยงความสัมพันธ์อันมีความหมาย ดังนี้

UNITE THE SPECTRUM – Mahanakhon Aerobic วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 คิง เพาเวอร์ มหานคร เปิดพื้นที่สีรุ้งลอยฟ้าชวนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี โดยมาร่วมขยับร่างกายและปลดปล่อยพลังงานบวกกับกิจกรรมแอโรบิกสุดมันส์ เนรมิตคอมมูนิตี้สเปซเหนือน่านฟ้าที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมาทำในสิ่งที่ชอบและเป็นตัวเองได้อย่างอิสระ

 

EMPOWER THE SPECTRUM – Physique 57 Bangkok และ Formalab วันเสาร์ที่ และวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 : ตอกย้ำการเป็นจุดหมายแห่ง Memorable Experience Space บนจุดชมวิวแลนด์มาร์กสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มอบประสบการณ์การดูแลตัวเอง และดีไซน์การออกกำลังกายระดับพรีเมียมเหนือน่านฟ้า เสริมสร้างความมั่นใจ พลังกาย และพลังใจที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

 

PATCH THE SPECTRUM – Slow Dating by Cupid Calling วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 : ตอกย้ำการเป็นพื้นที่ปลอดภัยและโอบรับความหลากหลาย ชวนมาถักทอความสัมพันธ์ในจังหวะให้ช้าลงเพื่อความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้ชาวไพรด์ได้เปิดใจ ค้นหามิตรภาพ และความรักที่แท้จริงผ่านกิจกรรมเดทแบบละเมียดละไม ร่วมกับ Cupid Calling ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกทางความรักและการผูกสัมพันธ์ ท่ามกลางทัศนียภาพกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเฉลิมฉลองพลังแห่งความเท่าเทียม ปลดปล่อยสเปคตรัมในตัวคุณให้เจิดจรัสเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ไปกับ “MAHANAKHON SPECTRUM OF PRIDE” ได้ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ที่คิง เพาเวอร์ มหานคร

 


 ข่าวที่ 2 -รร.พูลแมน คิง เพาเวอร์จัดซันเดย์บรันซ์วันเดียวรวม3ห้อง7 มิ.ย.นี้

 

“โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์” ยกระดับซันเดย์บรันช์ “Sunday Brunch just got mor indulgent” สู่ประสบการณ์สุดพรีเมียมกับ KIWAMI Brunch Special Edition ที่รวมความอร่อยจาก 3 ห้องอาหารระดับไอคอนิกไว้ในมื้อเดียว

 

ทั้ง Tenko Omakase, LEOKA Teppanyaki และ Cuisine Unplugged วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 12.00 – 15.00 น.

 

ถ่ายทอดเสน่ห์อาหารญี่ปุ่นและนานาชาติในบรรยากาศซันเดย์ปาร์ตี้ยามบ่ายสุดมีชีวิตชีวา พร้อมฟรีโฟลวเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม ด้วยแพ็กเกจพิเศษ Early Bird

 

KIWAMI Brunch Classic – 2,490 บาทสุทธิ/คน (จาก 2,990) รวมฟรีโฟลวซอฟต์ดริงก์

 

KIWAMI Brunch Social – 3,490 บาทสุทธิ/ท่าน (จาก 3,990) รวมฟรีโฟลวไวน์ สปิริต ค็อกเทล และสาเก

 

KIWAMI Brunch Champagne – 3,990 บาทสุทธิ/ท่าน (จาก 4,490) รวมฟรีโฟลวแชมเปญ พรีเมียมสาเก ไวน์ สปิริต และค็อกเทล

 

ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งล่วงหน้า Early Bird ถึง 4 มิถุนายน 2569 เท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-680-9999 | Line: @PullmanBangkok ​

 

ข่าวที่ 3-ททท.MOUเวียดนามแอร์ไลน์สดึงเวียดนามเที่ยวไทย1ล้านคน/ปี

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าผู้บริหารไทย 3 องค์กรหลัก ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Mr. Le Hong Ha ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้อำนวยการใหญ่ เวียดนาม แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติเวียดนาม เร่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเพิ่มการเดินทางทางอากาศและจำนวนนักท่องเที่ยว ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างเมืองสำคัญของ 2 ประเทศ ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ โดย ททท. จะผลักดันให้จัดตั้งคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว 

 

ตัวแทนที่ร่วมลงนามใน MOU ครั้งนี้ นำโดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” นายภูมิพิพัฒ มีสำราญ อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (Thai Travel Agents Association - TTAA) และซีอีโอ เวียดนามแอร์ไลน์ส 

 

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. จับมือกับเวียดนาม แอร์ไลน์ส ผลักดันความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย–เวียดนาม ยกระดับการเชื่อมโยงทางอากาศและขับเคลื่อนการทำตลาดร่วม เดินหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบครบวงจร ผลักดันไทยให้เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเวียดนามและต่างชาติ โดยมีความเชื่อมั่นความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูมิภาคอาเซียนเติบโตได้เป็นอย่างดี

 

โดยต่อยอดจุดแข็งของไทยด้านเครือข่ายการบินและสินค้า-กิจกรรมระดับนานาชาติ นำร่องจากการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ โฮจิมินห์-ภูเก็ต 4 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 2 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ททท. ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวเวียดนามมาไทยเพิ่มเป็น 1 ล้านคน/ปี จากปัจจุบัน 750,000–900,000 คน/ปี เพื่อสร้างรายได้และเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองประเทศไปพร้อม ๆ กัน

 

ระหว่าง 1 มกราคม – 25 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาไทยแล้วกว่า 219,986 คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฤดูท่องเที่ยวช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน พฤษภาคม–กรกฎาคม นี้ ช่วยกระตุ้นกลุ่มครอบครัวเข้ามามากขึ้น และไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเวียดนามรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เช่น อีเวนต์นานาชาติ คอนเสิร์ต เทศกาลต่าง ๆ ทางด้านผู้ประกอบการเวียดนามได้ปรับกลยุทธ์ร่วมกับสายการบินทำแพ็กเกจแบบเหมาจ่ายอย่างคุ้มค่า ส่งผลให้ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ไทยมีนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงเข้ามาเพิ่มและสามารถรักษาตลาดเติบโตได้เป็นอย่างดี

 

ข่าวที่ 4-บางจากเคลียร์ปมBCPGลงทุนโปร่งใสคลังน้ำเพชรบุรี9พันล้าน

 

ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตผ่านสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (“BCPG”) เข้าลงทุนโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่อปี 2565 และประเด็นเกี่ยวกับราคาซื้อขาย โครงสร้างธุรกรรม กระบวนการอนุมัติของธุรกรรมดังกล่าวนั้น

 

ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร อธิบายถึงมีข้อมูลบางส่วนอาจเกิดจากความเข้าใจที่แตกต่างเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรม การประเมินมูลค่า หลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมซื้อกิจการ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สาธารณะเกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องดังนี้

 

จากการที่ “โรงกลั่น” น้ำมันบางจากพระโขนง (“โรงกลั่นฯ”) มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้ต้องอาศัยคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และระบบโลจิสติกส์จากภายนอกมาโดยตลอด ส่วนการจัดเก็บน้ำมันและการ “บริหารซัพพลายเชน” ถือเป็นโจทย์สำคัญของโรงกลั่นฯ บริษัทฯ จึงได้ศึกษาทางเลือกการบริหารจัดการคลังน้ำมันดิบมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจ ตามลำดับเหตุการณ์ 28 ปี คือ

 

ช่วงปี 2537–2542 บริษัทฯ ใช้ “FSU WYOMING” เป็นคลังลอยน้ำรองรับการดำเนินงานโรงกลั่นฯ ในระยะเริ่มต้น มีกำลังการกลั่นประมาณ 70,000 บาร์เรล/วัน มีความจุประมาณ 400 ล้านลิตร

 

ต่อมาปี 2543 บริษัทฯ ได้ปรับมาใช้คลังน้ำมันที่อำเภอศรีราชา 2 แห่ง เพื่อรองรับเพิ่มกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 80,000 บาร์เรล/วัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำมันดิบ ซึ่งใช้ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 16 ปี

 

ภายหลังเมื่อปริมาณธุรกิจและความซับซ้อนของซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการขยายกำลังการกลั่นเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรล/วัน บริษัทฯ ได้ “ศึกษาทางเลือก” ด้านคลังน้ำมันและโลจิสติกส์เพิ่มต่อเนื่อง ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม

 

ช่วงปี 2560–2565 บริษัทฯ ได้ใช้ FSU BONGKOT เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว ความจุประมาณ 300 ล้านลิตร เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน ระหว่างการศึกษาแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังและโลจิสติกส์เพิ่มเติม

 

ตั้งแต่ปี 2553 – 2562 บริษัทฯ ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหลายรายเพื่อศึกษาทางเลือกการบริหารคลังน้ำมันหลายรูปแบบในหลายพื้นที่ ทั้งการศึกษาคลังเดิมในจังหวัดเพชรบุรี การพัฒนาคลังใหม่ที่จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี การขยายคลังในจังหวัดระยอง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมในพื้นที่ฝั่งตะวันตก รวมทั้งการใช้คลังลอยน้ำและการเช่าคลัง

 

โดยเปรียบเทียบด้านต้นทุน ความจุรองรับ ระบบท่อส่ง ความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ รองรับกำลังการกลั่นและความต้องการด้านซัพพลายเชนของกลุ่มบางจากที่เพิ่มขึ้น

 

จากการศึกษา “ทางเลือกต่าง ๆ” โครงการคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมจากในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนถังจัดเก็บเพิ่มจาก 16 เป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บเพิ่มจากประมาณ 500 เป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันเพิ่มจาก 3 เป็น 5 ท่อ ท่าเทียบเรือเพิ่มจาก 2 เป็น 6 จุด ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับปริมาณธุรกิจและความต้องการของกลุ่มบางจากด้านซัพพลายเชนที่เพิ่มขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น

 

ขณะที่ “BCPG” อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอเสริมความมั่นคงของธุรกิจ โครงการ “คลังน้ำมันเพชรบุรี” จึงเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนของกลุ่มบริษัทบางจากที่สอดคล้องกับทิศทางรวมถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์

 

“การพิจารณา” การลงทุนนั้น “BCPG” ได้ประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) โดยอ้างอิงกระแสเงินสดในอนาคตภายใต้สัญญาการให้บริการและศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้สมมติฐานทางการเงินอย่างระมัด- ระวัง รวมถึงการใช้อัตราค่าบริการต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 50 % และอ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ยวชาญอิสระ มูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาท อยู่ภายในกรอบการประเมินดังกล่าว

 

สำหรับ “ธุรกรรม” ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ BCPG ได้พิจารณารายละเอียด โครงสร้างธุรกรรม ความเหมาะสมทางธุรกิจ การประเมินมูลค่าอย่างรอบคอบ ก่อนถึงขั้นสุดท้ายที่คณะกรรมการ BCPG ตัดสินใจลงทุน

 

ปี 2565 “ราคาซื้อขาย” แตกต่างจากราคาที่เคยกล่าวถึงเมื่อปี 2553 สะท้อนถึงมูลค่าคลังน้ำมันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ทั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่ง ท่าเรือ ถังเก็บน้ำมัน ศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต 

 

“ธุรกรรมนี้” จึงเป็นการซื้อกิจการบางส่วนของผู้ขาย จำเป็นต้องแยกทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและกำหนดโครงสร้างการรับโอนผ่านบริษัทย่อยของคู่สัญญา เพื่อถือครองทรัพย์สินก่อนส่งมอบ และฝ่าย BCPG ดำเนินการผ่านบริษัทย่อยในกลุ่มเพื่อรับโอนกิจการ

 

ดังนั้นการจัดตั้งบริษัทย่อยดังกล่าวเป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิจและกฎหมายสำหรับการแยกและโอนทรัพย์สินเฉพาะส่วน และสอดคล้องกับโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมของ BCPG

 

เนื่องจากตามหลักบัญชี เมื่อมีการรับโอนกิจการต้องดำเนินการปันส่วนราคาซื้อ (Purchase Price Allocation: PPA) โดย “จำแนก” ทั้งทรัพย์สินที่มีตัวตน และสิทธิหรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่นที่ต้องรับรู้ตามมาตรฐานบัญชี

 

“ผลการวิเคราะห์” แสดงว่าจากมูลค่าซื้อขายประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ส่วนสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีมูลค่าประมาณ 6,490 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่ มูลค่าสัญญาการใช้บริการคลังน้ำมันที่มีอยู่ปัจจุบันประมาณ 1,900 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสุทธิและสินทรัพย์อื่นประมาณ 170 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าความนิยมที่คาดจะได้รับจากกระแสเงินสดในอนาคต เพื่อสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์แต่ละประเภทให้ชัดเจนขึ้น แต่ “ผลรวมของสินทรัพย์ทั้งหมด” เท่ากับมูลค่าการลงทุน

 

วันนี้กลุ่มบริษัทบางจากขอยืนยันว่า การลงทุนของ BCPG ในโครงการนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนอย่างครบถ้วน โปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากผู้มีอำนาจตามลำดับ

 

ส่วนข้อสังเกตบางประเด็นช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่ง “อาจเกิดจากข้อมูล” ที่ไม่ครบถ้วน และความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกรรมและหลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมการซื้อกิจการ

 

กลุ่มบริษัทบางจาก ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดีการดำเนินธุรกิจมาตลอด และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการที่เหมาะสม

 

          ช่วงที่ 2 วันไหน ๆ ก็เที่ยวเมืองไทยได้ตลอดเวลา สัปดาห์นี้มีโมเดล “เที่ยวสระบุรี” มาแนะนำทริป ฮีลใจใกล้กรุงปิดสวิตดิจิทัลเติมพลังสโลว์ไลฟ์ 2 วัน 1 คืน แล้วฟัง “หัวเราะวันละนิด” ดีต่อใจ แถมพิชิตความดันและโรคหัวใจได้ และข่าวฮ็อต ข่าวแรก “นายกฯอนุทิน” ต้อนรับผู้นำเวียดนาม-ขยายท่องเที่ยว 2 ประเทศ ข่าวที่สอง “ททท.ดันไทย” ผงาดเป็น “The World’s Safe Space”รับPride Month มิ.ย.69

 

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวสระบุรีฮีลใจใกล้กรุงเติมพลังสโลว์ไลฟ์ 2 วัน 1คืน

 

เปิดพิกัดเลือกเที่ยวในวันสบาย ๆ กับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) แนะนำวางแผนทริป “สระบุรี” 2 วัน 1 คืน ที่ให้จังหวะของแต่ละคนได้หยุดพัก ปล่อยวางจากโลกดิจิทัลที่วุ่นวาย ปิดโหมดการติดโซเชียลในชีวิตลงสัก 48 ชั่วโมง

 

            วันที่ 1 : เริ่มต้นที่ จิตตัง Jittang Restaurant & Café ชวนมาลิ้มรสอาหารไทยฟิวชั่นจากวัตถุดิบออร์แกนิก ที่ปลูกด้วยแนวคิดเพอร์มาคัลเจอร์ วัฒนธรรมแห่งการกินเพื่อสุขภาพ

แล้วมุ่งหน้าสู่ที่พัก “เดอะ โซล รีสอร์ท” เตรียมตัวให้พร้อมเข้าสู่โปรแกรม “ดิจิทัล ดีท็อกซ์” เพื่อปรับสมดุลกายและใจ ร่วมกิจกรรมฝึกสมาธิ เพิ่มการจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะ ก่อนปั่นจักรยานรับพลังจากธรรมชาติบริสุทธิ์

 

วันที่ 2 : ตื่นเช้ามาโยคะยืดเหยียดร่างกาย ก่อนเข้าสู่ทรีตเมนต์บำบัด ที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาความล้าจากการทำงานหนักหรือการใช้เทคโนโลยีแบบโอเวอร์โหลดลง

 

จากนั้นเดินทางไป วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ รื่นรมย์ไปกับความสงบเงียบท่ามกลางธรรมชาติ และแวะ “กายะ มัทฉะ/Gaya Matcha” นั่งทอดอารมณ์จิบมัทฉะคุณภาพในบรรยากาศอบอุ่นเรียบง่าย เต็มพลังจนเต็มแล้วก็เดินทางกลับบ้าน พร้อมทำงานในวันต่อไป

 

ไฮไลต์ :สัมผัสประสบการณ์ “ดิจิทัล ดีท็อกซ์” ท่ามกลางธรรมชาติสงบที่ “เดอะ โซล รีสอร์ท”ลิ้มรสอาหารเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบออร์แกนิกที่ จิตตัง เรสโตรองต์ แอนด์ คาเฟ่าดื่มด่ำช่วงเวลาสบาย ๆ พร้อมจิบมัทฉะคุณภาพในบรรยากาศเรียบง่ายที่ กายะ มัทฉะ

 

เป็นการพักผ่อนสโลว์ไลฟ์เรียบง่าย 1 ใน 5 เส้นทางของ Central Rhythm ที่จะพาทุกคนไปค้นพบจังหวะชีวิตใหม่ ๆ ในภาคกลาง

 

สุขภาพ –หัวเราะวันละนิด ทั้งดีต่อใจ แถมพิชิตความดันและโรคหัวใจได้

 

ชวนมา “หัวเราะ” กันเถอะ! เพราะการหัวเราะ ไม่เพียงช่วยให้คุณมีความสุข แต่ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและร่างกายให้แข็งแรงด้วย มีการวิจัยพบว่า “การหัวเราะเป็นประจำ” ช่วยลดความดันโลหิต และฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด)เปรียบได้กับการ "ออกกำลังกายแบบเบาๆ" ที่ทำให้เลือดลมสูบฉีดเต็มที่ ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ที่สำคัญการหัวเราะยังช่วยกระตุ้นปอดและระบบหายใจ โดยแทบไม่ต้องออกแรงเลย

ประโยชน์ดีๆ ของการหัวเราะ

 

1. กระตุ้นปอดและหัวใจให้แข็งแรง  : เสียงหัวเราะเหมือนการออกกำลังกายให้ปอด ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดเชื้อโรคสะสมในระบบทางเดินหายใจ ลดเสี่ยงโรคต่างๆ เช่น ไข้หวัด โรคปอด หอบหืด ไซนัส และลดนอนกรนได้ด้วย

 

2. กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด  : ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้เต็มที่ ส่งผลดีต่อการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลีย ป้องกันอาการเจ็บหน้าอก ลดความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว

 

3. ส่งเสริมระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย : ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และระบบย่อยอาหาร ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้อง กระตุ้นกล้ามเนื้อในช่องท้อง

 

4. เพิ่มฮอร์โมนสุขและคุณภาพการนอนหลับ : เมื่อเรายิ้มหรือหัวเราะ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนความสุขอย่างเอ็นโดรฟิน เป็นสารความสุข ช่วยทำให้รู้สึกมองโลกในแง่ดีขึ้น สบายใจมากขึ้น ลดความเครียดและวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับได้สนิท และอาจส่งผลดีต่อสมองและความทรงจำอีกด้วย

 

5. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและเสริมฮอร์โมน : ช่วยให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานได้ปกติ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยป้องกันโรคเบาหวาน กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้า เสริมสร้างอารมณ์รัก และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

 

เทคนิคเพิ่มเสียงหัวเราะในชีวิตประจำวัน

 

- ดูคลิปตลกหรือภาพยนตร์ที่สร้างเสียงหัวเราะ ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด แล้วยังเติมพลังบวกให้จิตใจแบบง่ายๆ

 

- ใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวที่มองโลกในแง่ดี การใช้เวลาพูดคุยกับคนใกล้ชิด โดยเฉพาะกับคนที่มองโลกในแง่ดี มักจะสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ลองเล่าเรื่องราวสนุกๆ หรือเรื่องขำขันจากชีวิตประจำวันให้กันฟัง เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และเพิ่มความสุขไปในตัวด้วย

 

- ลองฝึกโยคะหัวเราะ (Laughter Yoga) เป็นการฝึกหัวเราะอย่างตั้งใจ โดยใช้เทคนิคการหายใจร่วมด้วย ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้อ พร้อมทั้งเพิ่มออกซิเจนให้กับสมอง ลองเข้าคลาสหรือดูวิดีโอสอนโยคะหัวเราะกันดูนะคะ รับรองว่าได้ทั้งสุขภาพและเสียงหัวเราะแน่นอน

 

- หัดมองสิ่งรอบตัวในมุมตลกหรือแง่ดี บางครั้งสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันก็มีมุมขำๆ ที่เราอาจมองข้ามไป ลองเปลี่ยนมุมมองและเปิดใจรับสิ่งต่างๆ ด้วยความสนุกสนาน คุณอาจจะเจอเรื่องราวฮาๆ จากเรื่องธรรมดาได้ไม่ยาก

 

"เสียงหัวเราะ" สามารถส่งเสริมสุขภาพคนเราได้มากแค่ไหน เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนความสุขในสมอง ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงต่างๆ และเป็นกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย มาเริ่มสร้างเสียงหัวเราะให้กับตัวเองในทุกๆ วัน

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –นายกฯอนุทินต้อนรับผู้นำเวียดนาม-ขยายท่องเที่ยว2ประเทศ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในโอกาสการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ พลเอกพิเศษ โต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในงาน “Thailand – Vietnam Business Forum 2026” เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรม เดอะ ริทซ์ คาร์ตัน กรุงเทพฯ รัฐบาลจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม

 

“นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีโอกาสภายในงานนี้ร่วมพิธีแลกเปลี่ยน (MOU) ระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจของเวียดนาม จากการที่ ททท. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) กับสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ส ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

           

กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือของไทยกับเวียดนามทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อันจะนำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจภูมิภาคนี้เติบโตอย่างแน่นแฟ้นและยั่งยืนในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน

 

ข่าวที่สอง ททท.ดันไทยผงาดสู่“The World’s Safe Space”รับPride Month

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมเวที Bangkok Pride Forum 2026 เมื่อเย็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น G SIAM CENTER  เวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนหลากหลายตัวตนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนพลังของความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการแสดงออกอย่างภาคภูมิใจ โดยผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างปลอดภัยและภาคภูมิใจ ชูแนวคิด Healing is the New Luxury x Sapphic Power เชื่อมโยง Pride, Wellness, Lifestyle และเสน่ห์ไทย สู่การพัฒนา Sapphic Tourism และ Women-Friendly Travel Hub ของภูมิภาค

 

จากแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่ด้าน “ความรู้สึก” นักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย ได้การยอมรับ เป็นอิสระ มีความสุขกับตัวตนของตนเอง เป็นหัวใจของ Luxury of Feelings และแนวคิด Healing is the New Luxury ของซึ่งไทยมีจุดแข็งจาก DNA ของความอ่อนโยน น้ำใจไมตรี การต้อนรับที่อบอุ่น และวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับความหลากหลาย สิ่งเหล่านี้คือ “เสน่ห์ไทย” ที่ต่อยอดเป็นพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวหญิงและกลุ่ม LGBTQ+ ทั่วโลก

 

ททท. จึงชูแนวคิด Sapphic Tourism เชื่อมโยงการเดินทาง ไลฟ์สไตล์ ครีเอเตอร์ คอนเทนต์ และอีเวนต์ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Women-Friendly Travel Hub ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความมั่นใจ และประสบการณ์การเดินทางที่เข้าใจความหลากหลาย สร้างอัตลักษณ์ให้เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ ในมิติ Urban Creative เชียงใหม่ในมิติ Healing & Art พัทยาในมิติ Entertainment & Nightlife สมุยในมิติ Wellness Island และภูเก็ตในมิติ Luxury Beach Destination เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างภาพจำใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย

 

ททท. เชื่อมั่นว่า Pride จะเป็นโอกาสสำคัญสื่อสารว่าไทยพร้อมเปิดรับทุกความรัก ทุกตัวตน และทุกความรู้สึก พร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ครอบคลุม และมีความหมาย สะท้อนบทบาทของ ททท. ในการยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพ ที่ใช้ความหลากหลาย ความปลอดภัย และเสน่ห์ไทย เป็น

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.


ก.ท่องเที่ยว-ททท.เปิด “BANGKOK PRIDE PARADE 2026” ย้ำไทยเที่ยวปลอดภัยปูพรมเจ้าภาพ WORLD PRIDE 2030

ก.ท่องเที่ยว-ททท.เปิด “ BANGKOK PRIDE PARADE 2026” ย้ำไทยเที่ยวปลอดภัยปูพรมเจ้าภาพ WORLD PRIDE 2030 สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกลุล รมว.กระทวง...