วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“นายกฯ อนุทิน”เปิดThailand-China Expo 2026ชู“การค้า+ลงทุน+ท่องเที่ยว”ไทย-จีน

“นายกฯ อนุทิน”เปิดยิ่งใหญ่Thailand-China Expo 2026

ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-จีน“การค้า+ลงทุน+ท่องเที่ยว”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานเปิด Thailand–China Cooperation Expo 2026 กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #ThailandChinaCooperationExpo2026 #TAT #หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทยจีน


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 พร้อมด้วย นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย   งานนี้จัดขึ้นระหว่าง 22–25 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นหมุดหมายสำคัญระดับมหภาค (Macro-level) สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นและพลวัตทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน “ก้าวข้าม” กรอบการค้าแบบเดิมสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ร่วมกันอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิดหลัก “Inventing the Future, Grow Together” ตอกย้ำให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การลงทุน นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในภาคการท่องเที่ยว ททท. ได้วางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ผ่านแนวคิด “Two-Way Tourism” โดยมองไกลกว่าการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ แต่มุ่งเน้น “สร้างความสมดุล” การเดินทางแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ควบคู่การยกระดับคุณภาพสินค้า บริการ การสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่นในระยะยาว ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน


นอกจากการจัดงานนี้จะเป็นไปตามข้อตกลง MOU ระดับมหภาคแล้ว ยังลงลึกถึง “การแก้ปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” ผ่านกิจกรรมหลัก 5 โซน ตอบโจทย์โครงสร้างประชากรและตลาดแรงงานยุคใหม่ ได้แก่

ด้านที่ 1 การลงทุนและธุรกิจ : ผ่าน Exhibition และ Consultation Zones ช่วยอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคให้แก่ผู้ประกอบการ (Ease of Doing Business)

ด้านที่  2 ทุนมนุษย์และการจ้างงาน : ผ่าน Education Fair มอบทุนการศึกษากว่า 900 ทุน และ Job Fair ตำแหน่งงานระดับอินเตอร์กว่า 3,000 อัตรา เป็นการเตรียมความพร้อมให้คนไทยก้าวทันโลกธุรกิจยุคใหม่


โดยภาพรวมการจัดงานครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนประเทศไทยอย่างชัดเจนในการใช้ "การทูตเชิงเศรษฐกิจ" (Economic Diplomacy) และ "พลังการท่องเที่ยว" เป็นเครื่องมือหลักเชื่อมโยงภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่น นำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน

ททท.และทุกฝ่าย ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นักลงทุน นักเรียน ผู้ที่สนใจ เข้าร่วมชมงานและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

CP LAND รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่พักBedZ Hotel-มาสคอตลิง Napsterดึงตลาดคนรุ่นใหม่

CP LAND รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่พักเทรนด์ใหม่BedZ Hotel

ชูเกสต์เทคปั้นมาสคอตชิคลิง Napsterดึงตลาดคนรุ่นใหม่

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #CPLAND #BedZHotel #Napster #GuestTech 

 CP LAND” ลุยขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์ BedZ Hotel ชูนวัตกรรมเกสต์เทค พร้อมไอคอนมาสคอตสุดชิคลิง“Napster” ตอบโจทย์ตลาดคนรุ่นใหม่ นำร่องยกระดับโมเดลที่ “เบด โฮเต็ล บ้านบึง ชลบุรี”

บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ “CP LANDเครือเจริญโภคภัณฑ์หนึ่งในผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ Lifestyle Hospitality ด้วยกลยุทธ์ Guest Tech เน้นแนวคิดดีไซน์ประสบการณ์ “เข้าพักผสานเทคโนโลยี” ขานรับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยประกาศยกระดับ bedZ Hotel (เบดซ์ โฮเทล บ้านบึง) จังหวัดชลบุรี ตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัล และเปิดตัว “Napster” มาสคอตลิง สุดชิคที่จะมาเป็นตัวแทน และไอคอนการพักผ่อนของคนรุ่นใหม่ด้วยคาแรกเตอร์ประจำแบรนด์ที่จะเชื่อมโยงประสบการณ์ผู้เข้าพักกับตัวตนของ bedZ Hotel ในทุกจุดสัมผัส

“นายเยี่ยม เศรษฐบุตร” ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมแข่งขันกันเรื่องคุณภาพห้องพักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าพักได้รับตลอดการเดินทางเกสต์เทค (Guest Tech) เป็นแนวคิดที่ช่วยเชื่อมเทคโนโลยีกับการบริการ ทำให้ทุกขั้นตอนสะดวก รวดเร็ว กับการใช้ชีวิตของนักเดินทางยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว

ตอบโจทย์พฤติกรรมนักเดินทางที่ให้ความสำคัญเรื่องความสะดวก ความรวดเร็ว และประสบการณ์ด้วยไลฟ์สไตล์ทาง ซีพี แลนด์ จึงพัฒนาเกสต์เทค เป็นหัวใจการให้บริการ ออกแบบการเข้าพักทุกขั้นตอน  ตั้งแต่การจอง การเช็กอิน การใช้บริการภายในโรงแรม การใช้ AI วิเคราะห์ มอบข้อเสนอที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าพัก รองรับกลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจ นักท่องเที่ยว กลุ่ม Bleisure ที่ผสานการทำงานกับการพักผ่อนเข้าด้วยกัน


แล้วซีพี แลนด์ ยังได้เปิดตัว “Napster” ให้เป็นแบรนด์ไอคอน ของ bedZ ให้เป็นตัวแทนนักเดินทางรุ่นใหม่ที่รักการค้นหาประสบการณ์ เปิดรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Comfy bedZ, Happy GuestZ’’ มาสคอตใหม่นี้จะสร้างสีสันการสื่อสารแบรนด์ ผ่านคอนเทนต์ กิจกรรมการตลาด ประสบการณ์ต่าง ๆ ช่วยเชื่อมโยงผู้เข้าพักกับแบรนด์ในระยะยาวต่อไป



แนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดสู่ bedZ Hotel บ้านบึง จังหวัดชลบุรี พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ ด้วยดีไซน์ทั้งห้องพักที่มีเตียง ซูเปอร์ คิง ไซซ์ ขนาด 7 ฟุต สมาร์ตทีวี 55 นิ้ว มีพื้นที่รองรับกิจกรรม โต๊ะพูล พื้นที่แฮงเอาท์ มุมนั่งเล่น-พักผ่อน พื้นที่ทำงาน-นั่งประชุม ตอบโจทย์การเข้าพักทั้งการทำงาน การพักผ่อน การใช้ชีวิตในจุดหมายปลายทางเดียวกัน

กลยุทธ์การผสานเกสต์เทค ออกแบบพื้นที่ และการสร้างประสบการณ์แบรนด์ผ่านมาสคอต Napsterนั้น ซีพี แลนด์ มุ่งยกระดับ bedZ Hotel ให้เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ฮอสพิทาลิตี้ เข้าถึงนักเดินทางยุคใหม่ด้วยประสบการณ์ที่สะดวก มีเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในทุกมิติ



บางจากหนุนงานโครงการหลวง57ระหว่าง 1-12 ส.ค.69 ต่อยอดจากดอยสู่เมืองช้อปผลิตภัณฑ์กว่า3,000รายการ

บางจากหนุนงานโครงการหลวง57ระหว่าง 1-12 ส.ค.69

ต่อยอดจากดอยสู่เมืองช้อปผลิตภัณฑ์กว่า3,000รายการ

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #โครงการหลวง57 #TheBloomingLegacyofRoyalFlora

บางจากฯ สนับสนุน งานโครงการหลวง 57” ปีที่ 3 วันที่ 1-12 ส.ค.69 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ต่ยอด เผยแพร่ผลสำเร็จของงานโครงการหลวงสู่สาธารณชน ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดจากดอย สู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” ชมช้อปผลิตภัณฑ์กว่า 3,000 รายการ สมาชิกบางจากกรีนไมล์รับไอศรีมฟรีในงาน 300 สิทธิ์

 


มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่มเซ็นทรัล โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แถลงการจัด “งานโครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอดจากดอย สู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” จะจัดขึ้นวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานโครงการหลวง 57 องคมนตรี นำแถลงการจัดงานดังกล่าว ร่วมด้วย ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประธานฝ่ายสนับสนุนการจัดงานโครงการหลวง 57 พร้อมด้วยผู้บริหารขององค์กรที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

มูลนิธิโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มเซ็นทรัล โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกันจัด งานโครงการหลวง 57 โดยมีผู้สนับสนุนนำโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมืองไทยประกันชีวิต ธนาคารกรุงไทย บริษัท ภัณฑ์ดีพลาสติก จำกัด และ Grab Holdings Inc. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา 4 รอบ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการหลวงมาอย่างต่อเนื่อง


“นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรร่วมสนับสนุนการจัดงานโครงการหลวง กล่าวว่า บางจากให้การสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 3 ร่วมสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลสำเร็จของ “งานโครงการหลวง” สู่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งสนับสนุน “บัตรเติมน้ำมันบางจาก” ให้มูลนิธิฯ นำไปใช้บริหารจัดการการเดินทางของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องเพื่อร่วมปฏิบัติภารกิจในงาน และการขนส่งผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ต่างๆ ของโครงการหลวงสู่พื้นที่จัดงาน



โดยได้ส่งมอบบัตรเติมน้ำมันบางจากให้แก่ พลโทสาธิต ศรีสุวรรณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานมูลนิธิโครงการหลวง ผู้แทนผู้อำนวยการฯ และมอบ “สิทธิพิเศษ” ให้ “สมาชิกบางจากกรีนไมลส์” ผ่านแอปพลิเคชั่นบางจาก รับฟรีไอศกรีมอะโวคาโดสูตรออริจินอล หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมของโครงการหลวง รวม 300 สิทธิ์แรก บริเวณโซน The Royal Project Ice Cream Parlour & Café

บางจากฯ เชิญชวนร่วมงานโครงการหลวง 57 “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” ระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ร่วมสัมผัสเรื่องราวโครงการหลวงผ่านนิทรรศการและการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดพระราชปณิธานสู่ความยั่งยืน ร่วมชื่นชมความงดงามของ กุหลาบควีนสิริกิติ์ พบกับ กุหลาบควีนสุทิดา กุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ล่าสุดจากผลงานวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อ “ควีนสุทิดา” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ


พร้อมลิ้มรสเมนูสร้างสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพกว่า 3,000 รายการ เช่น มะเขือเทศเชอร์รี่ช็อกโกแลต เมล่อนไต้หวัน 101 เบบี้คอสแดง แตงกวาเปรี้ยว เสาวรส MJ-01 ฝรั่งเขียวเนื้อแดง บาล์มลาเวนเดอร์ โรส ไฮเดรทติ้ง มิสต์ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เอเดลไวส์ ไฮเดรทติ้ง เอสเซนส์ สารสกัดจากดอกเอเดลไวส์ ราชินีแห่งดอกไม้เทือกเขาแอลป์ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว



 

บางจากลุย2ภารกิจนำไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกรมธุรกิจพลังงานชูSAF-ผนึกTCNNทำแผน5ปี

บางจากลุย2ภารกิจนำไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero

ร่วมกรมธุรกิจพลังงานชูSAF-ผนึกTCNNทำแผน5ปี


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #NetZero   

กลุ่มบริษัทบางจาก ลุย 2 ภารกิจ นำไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ต้อนรับกรมธุรกิจพลังงานแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน SAF ผนึกเครือข่าย TCNN ทำแผน 5 ปี

นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมต้อนรับคณะจากกรมธุรกิจพลังงานเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และคณะผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการของเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) ที่ สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 


จากนั้นนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต SAF ที่ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด บริเวณโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง เพื่อศึกษากระบวนการผลิต ระบบห้องปฏิบัติการ และการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานและแนวทางกำกับดูแลคุณภาพ SAF ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการกระบวนการผลิต และการตรวจสอบคุณภาพ SAF รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการกำกับดูแลคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ ส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากวัตถุดิบภายในประเทศ  



นายบัณฑิตยังได้ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 1 เพื่อจัดทำ Roadmap และแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2569–2573 ของเครือข่าย TCNN จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “TGO” ร่วมกับ TCNN ที่อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

“นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยมี ดร. อเนกประชา แก้วมณี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความยั่งยืนองค์กร ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการขับเคลื่อนและการมีส่วนร่วม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ TGO และหม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะที่ปรึกษา TCNN ตลอดจนคณะอนุกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมรับฟังแนวทางการจัดทำโร้ดแมฟและแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปีจาก รศ. วงกต วงศ์อภัย หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม และคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมร่วมเสนอข้อคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำแบบสอบถามสมาชิก รวมถึงพัฒนาร่าง Roadmap และแผนปฏิบัติการของ TCNN ต่อไป

ทั้ง 2 ภารกิจสะท้อนบทบาทของกลุ่มบริษัทบางจากในการพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำ ควบคู่การสนับสนุนความร่วมมือด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

 


ททท.-สภาท่องเที่ยว-จีนผนึกจัดWTCE2026นำไทยฮับ“ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-บันเทิง”แห่งอาเซียน

ททท.-สภาท่องเที่ยว-จีนผนึกจัดแสดงสินค้าWTCE2026

ไทยผงาดฮับ“ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-บันเทิง”แห่งอาเซียน


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WTCE2026  

ททท.หนุนสภาฯท่องเที่ยว จับมือกลุ่มงานแสดงสินค้าจีนจัดใหญ่ World Travel & Culture Expo 2026 : WTCE 2026” 21–31 ต.ค.69 ที่เมืองทองธานี ดันไทยฮับ “ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม-บันเทิง” อาเซียน

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงเตรียมจัดงาน “World Travel & Culture Expo 2026 : WTCE 2026” มหกรรมแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ระหว่าง 21–31 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย ททท.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และ Guangdong Grandeur International Exhibition Group ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน บูรณาการจัดด้วยแนวคิดวัฒนธรรม–การท่องเที่ยว–กีฬา” สร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน เชื่อมโยงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกับเครือข่ายนานาชาติ ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียน (Tourism & Entertainment Hub of ASEAN)

การแถลงครั้งนี้ นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายเอนก นุรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Mr. Wang Zhaoyun, CEO of Guangdong Grandeur International Exhibition Group พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ททท. และหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงาน

นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งยกระดับศักยภาพไทยผ่านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน การจัด World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและพันธมิตรจากทั่วโลก พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยในระยะยาว


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.เน้นสร้างตลาดการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) ชูภาพลักษณ์ไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury ภายในงานแถลงเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 ได้จัดเสวนาด้วยในหัวข้อ Future Trends of Tourism” มีผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มและทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ได้แก่ “นายเอนก นุรักษ์” รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “นายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์” คณะกรรมการ ททท. และเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. “พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง” รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

การจัดงาน WTCE 2026 ครั้งนี้ เป็นอีกกลไกสำคัญช่วยยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่ ศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียนและเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต

งาน World Travel & Culture Expo 2026 (WTCE 2026) จะจัด 21–31 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Smartly Link The World” การเชื่อมโยงโลกด้วยนวัตกรรมและวัฒนธรรม ต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานในปี 2568 มีความสำเร็จจากการเจรจาธุรกิจสูงถึง98 % โดยรวบรวมผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน พันธมิตรทั่วโลกกว่า 23 ประเทศ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และต่อยอดโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ภาพยนตร์ สื่อบันเทิง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 


ภายในงานวางแผนเตรียมจัดเพื่อเผยแพร่สร้างการรับรู้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 5 นิทรรศการหลัก ได้แก่

1. TAAPE (Thailand Amusement & Attraction Parks Expo) นำเสนอนวัตกรรมสวนสนุก เครื่องเล่น และแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

2.TBE (Thailand Billiards & Expo) แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมบิลเลียด สนุกเกอร์ และกีฬานันทนาการ

3.ASE (ASEAN LED Display, Prolight, Sound & Entertainment Technology Expo) นำเสนอเทคโนโลยีด้านแสง สี เสียง LED และอุตสาหกรรมความบันเทิง

4. AFE (Asia Film, Television & Equipment Expo) จัดแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งเอเชีย

5. ASEAN Global IP Expo เวทีต่อยอดโอกาสทางธุรกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 



รวมทั้งเปิดเวทีเสวนา “Future Trends of Tourism” แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ผ่าน 3 เมกะเทรนด์ ได้แก่ 1.ความปลอดภัย (Safety) การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารจัดการความเสี่ยง 2.ความยั่งยืน (Sustainability) การพัฒนาแนวทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ (Experience) 3.การประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี Immersive เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่นักท่องเที่ยว และจัดแสดงเทคโนโลยีท่องเที่ยวแห่งอนาคต อาทิ Immersive Technology, Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR)

สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–20 กรกฎาคม 2569 อันดับ 1 จีนเดินทางมาไทย 2,877,039 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 14.76 % ททท. คาดตลอดปี 2569 จีนจะมาเที่ยวเมืองไทยกว่า 5 ล้านคน เป็นตลาดสำคัญที่ ททท.พร้อมจะโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีนผ่านเวทีระดับนานาชาติ

ททท.เชื่อมั่นเวทีจัดงาน WTCE 2026 จะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม กีฬา และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความบันเทิงของอาเซียนได้ตามเป้าหมาย

 


TCEB-3พันธมิตรดึง“IEEE ICRA 2030”จัดในไทยปี’73 ผนึกโลกดันไทยฮับอุตฯผสานไฮเทคขั้นสูงแห่งภูมิภาค

TCEB-3พันธมิตรดึง“IEEE ICRA 2030”จัดในไทยปี’73

ผนึกโลกดันไทยฮับอุตฯผสานไฮเทคขั้นสูงแห่งภูมิภาค

TCEB จับมือ 3 พันธมิตร ประกาศความสำเร็จดึงงาน IEEE ICRA 2030” มาจัดในไทย 13-17 มิ.ย.2573 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #IEEEICRA2030 #AdvancedManufacturingInnovationHub

TCEB ผนึก 3 พันธมิตรโชว์ความสำเร็จดึงงานโลก “IEEE ICRA 2030” มาจัดในไทย 13-17 มิ.ย.73 จัดในไทยที่ศูนย์สิริกิติ์ ระดมนักวิชาการ การค้า การลงทุน ด้าน AI โรโบติกส์ ออโตเมชั่น ดันไทยสู่ฮับอุตฯผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค Advanced Manufacturing/Innovation Hub

 

นางสาวจิตนันท์ เตชะศรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า TCEB” ประกาศความสำเร็จของประเทศไทยที่คว้าสิทธิ์ครั้งแรกเจ้าภาพงาน “The 2030 IEEE International Conference on Robotics and Automation :IEEE ICRA 2030” โดยร่วมกับ 3 พันธมิตร คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล IEEE RAS (Robotics and Automation Society) Thailand Chapter และ IEEE Thailand Section ดึงงานประชุมวิชาการเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติระดับโลกมาจัดในไทย ทุกฝ่ายตั้งเป้าใช้เวทีนี้ขับเคลื่อนพัฒนาระบบออโตเมชั่นภาคธุรกิจไทย ดึงการลงทุนด้านโรโบติกส์  AI และออโตเมชั่น เข้าประเทศ ผลักดันไทยสู่ “ศูนย์กลางการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค” (Advanced Manufacturing/Innovation Hub)


IEEE ICRA 2030 จะจัดวันที่ 13-17 มิถุนายน 2573 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วมประมาณ 10,000 คน จากต่างประเทศ 8,000 คน และไทย 2,000 คน คาดจะสร้างรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยกว่า 1,064.44 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 590.60 ล้านบาท จ้างงานราว 745 อัตรา สร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐประมาณ 36.41 ล้านบาท

สำหรับงานใหญ่ที่สุดของโลกครั้งนี้ จะมาจัดขึ้นในไทยครั้งแรกโดยมี 3 หน่วยงาน กับสมาคมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพวางตำแหน่งอุตสาหกรรมไมซ์ไทยของทีเส็บ ช่วงที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ จึงต้องมีขีดความสามารถสร้างคุณค่าใหม่ (New Value Creation) ดึงดูดการค้า การลงทุน ผนวกเข้ากับรัฐบาลมีวาระแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทีเส็บจะต้องทำให้งานที่ได้มานี้เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ (Strategic Economic Platform) ที่มีศักยภาพและขีดความสามารถดึงดูดความร่วมมือ การค้า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้ประเทศไทย งาน IEEE ICRA 2030 จะเป็นการรวมตัวร่วมมือของระหว่างนักวิจัยพัฒนาและนักลงทุนในสายเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่นจากทั่วโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในงานระดับนานาชาติตอบโจทย์และสร้างหมุดหมายที่ทรงพลังการขับเคลื่อนงานไมซ์ให้เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

            “ความสำเร็จการจัดงาน” หรือ “Event Success” นั้น จะต้องสร้างอิมแพ็คมูลค่าสูงระดับประเทศ High Impact National Value และมรดก (Legacy) ขับเคลื่อนสู่การบูรณาการเศรษฐกิจและการเติบโตภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ไมซ์เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การลงทุน การผลิต การค้า การวิจัย การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาผู้ประกอบการ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าสร้างรายได้ระยะสั้น ส่วนงาน IEEE ICRA 2030 มีเนื้อหาสำคัญช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยในการใช้หุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่นผลักดันไทยให้มีฐานแข็งแรงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ อาหาร ก้าวสู่ “ศูนย์กลางการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค” 

รศ.ดร. จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ กรรมการบริหารศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์ (BART LAB) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า งาน IEEE ICRA คือเวทีการออกแบบโมเดลเชื่อมโยงกัน 3 ฝ่าย คือ 1.สถาบันการศึกษา (นักวิชาการ/มหาวิทยาลัย) 2.ภาคอุตสาหกรรม (ธุรกิจ/เอกชน) 3.ภาครัฐ ร่วมมือกันขับเคลื่อนนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาสังคม (Academia–Industry–Government) อย่างแท้จริง

นำภาคธุรกิจได้พบกับนักวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจากทั่วโลกในเวทีเดียวในแต่ละปี จึงเป็นงานที่ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ ชิป และซอฟต์แวร์เข้าร่วมสนับสนุน และสตาร์ทอัพได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ IEEE ICRA จึงเป็นเวทีเปิดตัวและถ่ายทอดเทคโนโลยี การจับคู่ความร่วมมือด้านวิจัยและธุรกิจ สร้างโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจึงสะท้อนความพร้อม ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพของไทยพร้อมเป็น Regional Manufacturing Hub อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้หุ่นยนต์มากที่สุด รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนผลักดัน AI โรโบติกส์ ออโตเมชั่น และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มีระบบนิเวศด้านวิจัยเข้มแข็ง เช่น มหาวิทยาลัย Lab และศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ต่าง ๆ

          นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม IEEE ICRA 2030 ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของประเทศพร้อมเป็นศูนย์กลางการจัดงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ แต่ยังสร้างโอกาสสำคัญยกระดับไทยจากศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม เชื่อมโยงผ่านงานวิจัย เทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ทางอินฟอร์มาฯ เชื่อมั่นการประชุมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับโลกครั้งนี้จะช่วยเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติในภาคการผลิต สร้างโอกาสความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุนจากทั่วโลก

ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ พร้อมใช้แพลตฟอร์มนานาชาติและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การต่อยอดนวัตกรรม สร้างโอกาสทางธุรกิจ ร่วมผลักดันไทยสู่เป็นศูนย์กลางด้าน Smart Manufacturing, Robotics และ Automation อาเซียน เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

  นายมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประจำสำนักประธาน เปิดเผยว่า ไทยโดยทีเส็บได้ใช้โอกาสที่ดีดึงงาน IEEE ICRA 2030 มาจัดในประเทศเพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านและการแข่งขันในเวทีโลก ส.อ.ท. จึงได้วางยุทธศาสตร์ 5I โดยเฉพาะ Intelligent Industry เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI และหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิต ควบคู่การพัฒนาบุคลากรผ่านแนวคิด RUN Concept (R: Reskill, U: Upskill, N: New Skill) งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับโลก การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นฐานนวัตกรรมด้าน AI โรโบติกส์ ออโตเมชั่น ของภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

“นายกฯ อนุทิน”เปิดThailand-China Expo 2026ชู“การค้า+ลงทุน+ท่องเที่ยว”ไทย-จีน

“นายกฯ อนุทิน”เปิดยิ่งใหญ่ Thailand-China Expo 2026 ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-จีน“การค้า + ลงทุน + ท่องเที่ยว” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐม...