วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ททท.เปิด“Tourism Clinic”ติดอาวุธตลาดท่องเที่ยวปี’70 นำไทยสู่เป้าหมายใหม่ประเทศปลายทางเที่ยวมูลค่าสูง

ททท.เปิด“Tourism Clinic”ติดอาวุธตลาดท่องเที่ยวปี’70

นำไทยสู่เป้าหมายใหม่ประเทศปลายทางเที่ยวมูลค่าสูง

ททท.เปิด Tourism Clinic and Market Briefing” ลุยตลาดท่องเที่ยวปี 2570 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TourismClinicandMarketBriefing #HighValueDestination

ททท.เปิด Tourism Clinic and Market Briefing” ลุยตลาดท่องเที่ยวปี’70 นำไทยสู่เป้าหมายประเทศท่องเที่ยวมูลค่าสูงแทนยอดนิยม สร้าง 3 สมดุล “รายได้-กระจายการเดินทาง-โตยั่งยืน”


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้เปิด “Tourism Clinic and Market Briefing” เพื่อติดอาวุธการตลาดท่องเที่ยวปี 2570 เดินหน้าขับเคลื่อนปีแห่งการเปลี่ยนผ่านหรือ“The Year of Transformation” มุ่งสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวมูลค่าสูงหรือ High-Value Destination โดยใช้กิจกรรมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์สถานการณ์ และกำหนดกลยุทธ์เฉพาะรายตลาด ทั้งตลาดระยะใกล้ (short haul) และระยะไกล (Long haul) เพื่อให้ทุกสำนักงานสามารถปรับแผนการตลาดได้ทันท่วงที ตอบโจทย์พฤติกรรมนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณและทรัพยากรด้านการตลาดอย่างเต็มประสิทธิภาพ


ททท. ยังคงดำเนินงานผ่านแนวคิด Demand x Supply x Strive for Excellence ผสานการทำ “ตลาดเชิงรุก” กับการ “ยกระดับสินค้าและบริการท่องเที่ยว” ตลอดจนพัฒนาศักยภาพองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

ปี 2570 ททท.มุ่งเจาะกลุ่มนักเดินทางศักยภาพสูง เช่น กลุ่ม Digital Nomad, Workation, Wellness, Sport Tourism และ Event-led Travel ควบคู่การใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data-driven Marketing) เพื่อออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละตลาด “สร้างสมดุล” ระหว่าง “การเพิ่มรายได้-กระจายการเดินทาง-การเติบโตอย่างยั่งยืน”

ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ การยกระดับ “จุดหมายใหม่” ของประเทศไทยจากปลายทางยอดนิยม สู่ปลายทางคุณภาพที่สร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจ สังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน



ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกคนเข้าใจทิศทางเดียวกัน และสามารถแปลงยุทธศาสตร์ให้เป็นการลงมือทำในแต่ละตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมTourism Clinic and Market Briefing จึงเป็นจุดเริ่มต้นขับเคลื่อน The Year of Transformation ไปสู่ผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย



“คิงเพาเวอร์ รางน้ำ”เปิดโซนใหม่“THAI FASHION” ช้อปมิกซ์&แมทช์ 6 แบรนด์

“คิงเพาเวอร์ รางน้ำ”เปิดแล้วโซนใหม่“THAI FASHION

ช้อปนำกลับบ้านได้ทันทีแฟชั่นมิกซ์&แมทช์ 6 แบรนด์

 

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เปิดโซนใหม่ Thai Fashion Brands ช้อปแล้วนำกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องมีไฟลต์บิน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPower #ThaiFashionBrands  

อ่านใน ข่าวสดออนไลน์... https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_10331562 

“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” เปิดโซนใหม่ “THAI FASHION BRANDS” จัดเต็มสินค้าป้ายฟ้าไม่ต้องมีไลต์ก็ช้อปนำกลับบ้านได้ทันที  เริ่มแล้ว 6 แบรนด์ไทยดีไซน์เก๋ มิกซ์แอนแมทช์ได้ทุกวัน มีโปรซื้อ Cash Card รับคุ้มกิฟท์การ์ด รวมสูงสุดถึง 14,500 บาท

“คิง เพาเวอร์” เปิดโซนใหม่สุดฮิป “THAI FASHION BRANDS” พื้นที่รวมคอลเลกชันเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรีจากแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ทั้ง MERGE, CUPPA, KNITCIRCLE, LUNNÉ, GONGDID DESIGN, PINABLE และแบรนด์ไทยชั้นนำอื่นๆ มีดีเอ็นเอและคาแรคเตอร์เฉพาะตัว โซนนี้เป็นสินค้าป้ายฟ้า ไม่ต้องมีไฟลต์บิน ช้อปแล้วรับกลับได้เลย! มีไอเทมซิกเนเจอร์ให้เลือกมิกซ์กันได้ง่าย ๆ แมทช์เข้ากับทุกลุคทุกสไตล์ นักช้อปสายแฟห้ามพลาด ชวนทุกคนมาสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ EVERYDAY LOOK ได้ทุกวัน ด้วยไอเทมไฮไลท์ของแต่ละแบรนด์
         
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มาสนับสนุนและสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์
EVERYDAY LOOK ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 2 พร้อมช้อปโปรโมชั่น CASH CARD พิเศษเฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เพียงซื้อ CASH CARD 5,000 บาท รับ GIFT CARD เพิ่ม 2,000 บาท ใช้ช้อปรวมได้ 7,000 บาท หรือซื้อ CASH CARD 10,000 บาท รับ GIFT CARD เพิ่ม 4,500 บาท ใช้ช้อปรวมได้ 14,500 บาท

 


สำหรับแบรนด์ไทยสุดชิคในโซน “THAI FASHION BRANDS” แฟชั่นมาแรง สินค้าป้ายฟ้า ไม่มีไฟลต์ก็ช้อป ซื้อแล้วนำกลับบ้านได้ทันที ช้อปด่วน 6 สไตล์ 6 แบรนด์

MERGE แบรนด์ยีนส์เก็บหุ่นทรงนาฬิกาทราย ที่เข้าใจสรีระและความหลากหลาย ของทุกรูปร่างและเพศอย่างแท้จริง นำเสนอแคมเปญ “THAI PRIDE MERGE RIDE” ที่นำผ้าขาวม้าจากชุมชนคูบัว จ.ราชบุรี มาตีความใหม่ให้โมเดิร์น และคอลเลกชัน “THAI BOLD” ได้สีธงชาติไทยเป็นแรงบันดาลใจ สะท้อนความมั่นใจ อัตลักษณ์ โมเดิร์นแบบไทย



CUPPA เสื้อไหมพรมใส่ได้ทุกฤดูกาล ดีไซน์เน้นความสบายสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน นำเสนอไอคอนิก 2 คอลเลกชัน ได้แก่ 1.PAPER COLLECTION งานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะการพับกระดาษโอริกามิ 2.PIE COLLECTION ที่หยิบดีเทลน่ารักๆ ของขนมอบมาดีไซน์เป็นเสื้อกั๊กและกระโปรงขอบหยักในโทนสีละมุน 

KNITCIRCLE แบรนด์สายยั่งยืนที่เปลี่ยนวัสดุรีไซเคิล 100% ให้กลายเป็นเสื้อผ้าไหมพรมเนื้อเบาใส่สบาย โดดเด่นด้วยเทคนิคการไล่เฉดสีตามฤดูกาล แนะนำคอลเลกชั่น “LEAF COLLECTION” ไล่สีราวกับใบไม้เปลี่ยนสี และ “THE COASTAL KNITS - RESORT WEAR EDIT 2025” ถ่ายทอดความงามของหมู่เกาะช่วงซัมเมอร์ ในคอลเลกชันมีไอเทมไฮไลท์ คือ SALT TOP, LAGOON VEST, LAGOON MAXI SKIRT และ LAGOON SCARF  

LUNNÉ กระเป๋าหนังลุคมินิมอล หนังแท้คุณภาพสูงจากยุโรป รังสรรค์โดยช่างฝีมือไทย ดีไซน์เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชัน น้ำหนักเบาจุของได้เยอะ ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ในราคาจับต้องได้ มีรุ่นซิกเนเจอร์อย่าง KITH BAG และ KLARA TOTE สะพายไหล่หรือครอสบอดี้ก็คอมพลีทลุคได้ปัง มาพร้อมโทนสีคลาสสิกเหนือกาลเวลา

GONGDID DESIGN แบรนด์เน้นความสบายและชวนให้คิดถึงความสุขรอบตัว มาพร้อมคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี 2026 “Dear Summer” สื่อถึงความอบอุ่นในความทรงจำวัยเด็ก โดดเด่นด้วยเทคนิคการอัดพลีทอันเป็นภาพจำของแบรนด์ ผสานการปักลวดลายดอกไม้บนผ้าออร์แกนซาในโทนสีพาสเทลสุดหวาน

PINABLE กระเป๋าฟังก์ชันล้ำ ONE BAG, MANY WAYS ตอบโจทย์แนวคิดแฟชั่นและฟังก์ชันต้องอยู่ร่วมกันได้ ด้วยกระเป๋าสีเอิร์ธโทนปรับทรงและสายสะพายได้หลากหลายสไตล์ อุปกรณ์เสริมถอดแยกใช้งานได้จริง รุ่นฮิตที่ต้องมีคือ POLLY TOTE ใส่แลปท็อปได้, BOUCLÉ ทรงสายเข็มขัดพันรอบ และ MOMO กระเป๋าทรงเกี๊ยวสุดหรูที่ใส่ไอแพดได้

หรือจะเลือกช้อป คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ง่าย ๆ ได้ด้วยเช่นกันทั้งทาง WWW.KINGPOWER.COM และ KING POWER แอปพลิเคชัน โทร. 1631

ตั้งแต่กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป มีนัดกันที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” บริเวณโซนใหม่ THAI FASHION BRANDS สินค้าคุณภาพดีไซน์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

 

กระทรวงท่องเที่ยว-ททท.ผนึกจัด “มาราธอน2027” นำอีเวนต์โลกดันบุรีรัมย์เมืองมาราธอนแห่งเอเชีย

กระทรวงท่องเที่ยว-ททท.ผนึกจัด “มาราธอน2027

นำอีเวนต์โลกดันบุรีรัมย์เมืองมาราธอนแห่งเอเชีย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับ ททท.จับมือจัด "มาราธอน 2027" เวิลอีเวนต์ที่จังหวัดบุรีรัมย์

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #มาราธอน2027 #NightEconomy

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือ ททท. ลุยปั้น Night Economy นำบุรีรัมย์จัด “มาราธอน 202723 ม.ค.70 มหกรรมเวิลด์อีเวนต์ผงาดเป็นเมืองมาราธอนแห่งเอเชีย สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 800 ล้านบาท

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตร แถลงการจัดงาน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 Presented by น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” งานไนท์รันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการแข่งขันระดับโลกจาก World Athletics Road Race เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้ง นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.


 “บุรีรัมย์ มาราธอน 2027 มหกรรมวิ่งระดับโลก เตรียมจัดวันที่ 23 มกราคม 2570 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นกิจกรรมสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวช่วงค่ำคืน (Night Economy) คาดการณ์จะมีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 32,000 คน จะสร้างเงินหมุนเวียนจากการจัดกิจกรรมได้ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท เป็นการแข่งขันวิ่ง 4 ระยะ ได้แก่ 1.มาราธอน 42.195 กิโลเมตร 2.ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร 3.มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และ 4.ฟันรัน 4.554 กิโลเมตร


มาราธอน 2027 จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) อีเวนต์ระดับโลกที่นานาชาติให้การยอมรับ พร้อมช่วยส่งเสริมให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศจุดหมายปลายทางด้านกีฬาภูมิภาคเอเชีย (Sport Destination) ของนักกีฬา นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบการวิ่งมาราธอนเดินทางเข้าร่วมและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันทรงคุณค่า (Meaningful Travel) ยามค่ำคืนในพื้นที่บุรีรัมย์

งานนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ “เพิ่มจำนวนวันเข้าพัก” ในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงได้ด้วย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และเป็นกิจกรรมเวิลด์อีเวนต์นานาชาติ



 

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

การบินไทย-แบรนด์SIRIVANNAVARIนำเสนอAmenity Kit มอบผู้โดยสารชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสเส้นทางลอนดอน/ญี่ปุ่น

การบินไทย-แบรนด์SIRIVANNAVARIนำเสนอAmenity Kit

มอบผู้โดยสารชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสเส้นทางลอนดอน/ญี่ปุ่น

 

การบินไทยร่วมกับ SIRIVANNAVARI รังสรรค์คอลเลคชั่นใหม่ “Amenity Kit” ชั้น Royal First Class 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #AmentityKit #แบรนด์SIRIVANNAVARI

การบินไทยร่วมกับ SIRIVANNAVARI รังสรรค์คอลเลคชั่นใหม่ “Amenity Kit” ชั้น Royal First Class นำเสนอความงดงามศิลปะและวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย 2 แนวคิด 2 สไตล์ พร้อมมอบให้ผู้โดยสารได้ใช้แล้วในเส้นทางบิน ลอนดอน โอซา โตเกียว


บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ “SIRIVANNAVARIแบรนด์แฟชั่นลักซ์ชัวรีภายใต้พระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อยอดความร่วมมือการออกแบบ Amenity Kit คอลเลกชันพิเศษให้ผู้โดยสารชั้น Royal First Class โดยนำแรงบันดาลใจจากศิลปะ วัฒนธรรม และความเชื่อของไทยมาตีความในรูปแบบร่วมสมัย มอบประสบการณ์การเดินทางผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับมาตรฐานการบริการระดับสากล

คอลเลกชั่นพิเศษชุดนี้พร้อมให้บริการแก่ผู้โดยสารชั้น ในเส้นทางบินสู่ลอนดอน โอซาก้า และโตเกียวนาริตะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Amenity Kit คอลเลกชั่นใหม่ในเที่ยวบินโดยสารการบินไทยชั้น รอยัล เฟิร์ส คลาส ประกอบด้วย 2 แนวคิด 2 ลวดลาย ดังนี้


● ลวดลายแรก : ได้รับแรงบันดาลใจจากเทพปกรณัมไทย นำเสนอสัตว์มงคลทั้ง 4 ทิศแห่งเขาพระสุเมรุ ผ่านงานศิลป์ที่ได้รับอิทธิพลจากจิตรกรรมฝาผนังไทยโบราณรูปแบบคล้ายสีน้ำ ได้แก่ ลวดลายม้า ช้าง สิงห์ และวัว ซึ่งเป็นตัวแทนของนักเดินทางจากทั้งสี่ทิศของโลก ผสานลวดลาย “นกยูงและดอกไอริส” สัญลักษณ์แบรนด์ SIRIVANNAVARI กับ “ลายดอกกล้วยไม้” สัญลักษณ์ของการบินไทย สะท้อนเรื่องราวแห่งมิตรภาพและศิลปะการใช้ชีวิต

● ลวดลายที่สอง : ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแห่งการต้อนรับแบบไทย นำรูปแบบของพวงมาลัยและเครื่องแขวนโบราณ "อุบะ" มาประยุกต์เป็นลวดลายร่วมสมัย ถ่ายทอดความปรารถนาดีและความเป็นสิริมงคลที่มีต่อผู้มาเยือน เติมเต็มด้วยลวดลาย “ต้นกล้วย” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความร่มรื่น และความผาสุก ผสานเข้ากับลวดลาย “นกยูงอันเป็นเอกลักษณ์แบรนด์ SIRIVANNAVARI และเลือกใช้คู่สีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ก่อเกิดเป็นงานออกแบบผสานเสน่ห์วัฒนธรรมไทยเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว


กระเป๋าทั้ง 2 คอลเลกชั่น ได้รับการออกแบบในทรงเหลี่ยมเพื่อความสะดวกในการใช้งาน สามารถบรรจุของใช้จำเป็นระหว่างการเดินทางได้ครบครัน พร้อมหูจับหนังพรีเมียมเข้าชุดกับตัวกระเป๋า ประดับโลโก้ SIRIVANNAVARI ด้วยเทคนิคปั๊มนูน เสริมความโดดเด่นให้งานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์


ภายใน Amenity Kit ได้รับการคัดสรรผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมเพื่ออำนวยความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก LA PRAIRIE จาก SIRIVANNAVARI รวมของใช้จำเป็นระหว่างการเดินทางที่ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถัน

ผู้โดยสารชั้น รอยัล เฟิร์ส คลาส การบินไทย จะได้รับ Facial Treatment Voucher จาก LA PRAIRIE เพื่อใช้บริการทรีตเมนต์ผิวหน้า ตามสาขาที่ร่วมรายการทั้งในไทยและต่างประเทศ มอบช่วงเวลาแห่งการดูแลและผ่อนคลายหลังการเดินทาง



 

“คิง เพาเวอร์ มหานคร”เปิดคลาสRise Aboveปลุกสายสุขภาพฟินวิวหลักล้าน8ส.ค.นี้1,200บาท/คน

“คิง เพาเวอร์ มหานคร”เปิดคลาสโยคะ “Rise Above”

ปลุกสายสุขภาพฟินวิวหลักล้าน8ส.ค.นี้1,200บาท/คน

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPower #RiseAbove #Yoga

“คิง เพาเวอร์ มหานคร” เปิดแล้ว !! คลาส “Rise Above” ชั้น 74 เอาใจสายรักสุขภาพ ชวนมาฟินกับโยคะและบำบัดด้วยเสียงวิวหลักล้าน 3 ศาสตร์เด็ด เสาร์ที่ 8 ส.ค.69 จองได้เลย 1,200 บาท/คน

“คิง เพาเวอร์ มหานคร” แลนด์มาร์คท่องเที่ยวระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษเพื่อคนรักสุขภาพด้วยกิจกรรม "Rise Above : Yoga, Sound Healing & Oracle Guidance" พร้อมจะพาทุกคนก้าวข้ามความวุ่นวายของเมืองใหญ่ สู่พื้นที่แห่งการฟื้นฟูพลังกายและจิตใจ บริเวณจุดชมวิวภายในอาคาร ชั้น 74 คิง เพาเวอร์ มหานคร

พบกันวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 06.30 – 08.00 น. เริ่มลงทะเบียน 06.00 น. ราคาคนละ 1,200 บาท/คน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ดื่มด่ำไปกับเช้าวันใหม่อันเงียบสงบผ่าน 3 ศาสตร์แห่งการบำบัด ได้แก่



Gentle Yoga Flow การฝึกโยคะที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเพื่อปลุกพลังในร่างกายกับครูเบญ ครูสอนโยคะ ประสบการณ์กว่า 5 ปี และผู้เขียนหนังสือ “Yoga is Bananas-First Step-ก้าวแรกที่มือใหม่ต้องรู้”

Immersive Sound Healing การบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากขันทิเบตที่จะช่วยปรับสมดุลและลดความเครียดสะสมอย่างล้ำลึก

Oracle Card Guidance ช่วงเวลาแห่งการตั้งเจตจำนงและการค้นหาคำตอบ เพื่อรับแรงบันดาลใจและทิศทางในการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความชัดเจน

กิจกรรม "Rise Above" เปิดให้สำรองที่นั่งในราคา 1,200 บาท/คน  สามารถสัมผัสบรรยากาศยามเช้าเหนือเส้นขอบฟ้าใจกลางมหานคร พร้อมเติมพลังบวกให้กับชีวิตไปด้วยกัน

สำรองที่นั่ง และติดตามรายละเอียดเพิ่มทาง https://kingpowermahanakhon.co.th

 

“ดร.เชน”ลั่นต่อยอดโมเดลแก้จนบพท.20 จังหวัดนำร่อง แก้การดำรงชีพ 5 ทุน-เชื่อม 4 กระทรวง

“ดร.เชน”ลั่นต่อยอดโมเดลแก้จนบพท.20 จังหวัดนำร่อง

แก้5ทุน“มนุษย์/กายภาพ/ธรรมชาติ/ศก./สังคม”-4กระทรวง

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว.ต่อยอดโมเดลแก้จนของ บพท.

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #บพท #อว #โมเดลแก้จน

“ดร.ยศชนัน” รองนายกฯ และ รมว.อว.ลั่นหลังลงพื้นที่ยโสธร ลุยต่อยอดโมเดล “แก้จน” ของ บพท.ในพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัด ทะลวงปัญหาความยากจนการใช้ชีวิตด้วย 5 ทุน “มนุษย์—กายภาพ-ธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-สังคม” นำงานวิจัยเชื่อมเครือข่าย 4 กระทรวง “พม.-แรงงาน-ศึกษาธิการ-เกษตร”

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวต่อที่ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร โดยให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นถึงความมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือประชาชนแก้ไขความยากจนอย่างเต็มที่ ด้วยการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยมีนายชาญชัย  ศรศรีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน นายชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยโสธร  และผู้บริหารของจังหวัดยโสธร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมอยู่ด้วย

      โดยจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนครอบคลุมทุนดำรงชีพ 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนธรรมชาติ ทุนเศรษฐกิจ ทุนสังคม ด้วยชุดความรู้จากโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ดำเนินการร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยต่อเนื่องมากว่า 7 ปี นำร่องทั่วประเทศในพื้นที่ 20 จังหวัด



            ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานวิจัยแก้จน ที่ บพท.เป็นแกนกลางขับเคลื่อนร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยในพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัด ภายใต้กลไกกระบวนการตั้งแต่ขั้นตอน สืบค้นสอบทานข้อมูลคนจนอย่างละเอียด แล้วนำไปออกแบบโมเดลแก้จนให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ บนหลักการมีส่วนร่วมของคนจน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้ผ่านการพิสูจน์ยืนยันผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ช่วยคนจนให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาแล้ว จะได้รับการผลักดันให้เป็น “แม่แบบ” นำไปใช้แก้ไขปัญหาความยากจนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

            ความสำเร็จและโมเดลแก้จนที่ดีจากพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย จะต้องถูกนำไปถอดบทเรียนเพื่อให้ได้โมเดลที่ดีที่สุด นำไปแชร์และขยายผลใช้กับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี  หากโมเดลไหนในพื้นที่ใดสามารถเดินหน้าได้ดีแล้ว ก็จะส่งมอบต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดงบประมาณและการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ

            ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่จริง 2 จุด คือ

จุดที่ 1 การเข้าเยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจนของนางบัวผัน อุปพันธ์ วัย 72 ปี ซึ่งสภาพบ้านเสื่อมโทรมไม่ปลอดภัย มีปัญหาน้ำท่วมขังฤดูฝน ได้โครงการวิจัยแก้จนจาก บพท. ร่วมกับ วิทยาลัยชุมชนยโสธรและภาคีเครือข่าย ประสานส่งต่อข้อมูลให้สภาองค์กรชุมชนและสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมเทพื้นคอนกรีต เปลี่ยนหลังคา ประตู หน้าต่าง ให้ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัย เพื่อความมั่นคงในการใช้ชีวิต



จุดที่ 2 เยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้โมเดลแปลงรวมเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองแหน” ต.หนองแหน อ.กุดชุม ใช้พื้นที่แปลงรวม 30 ไร่ ของนายปริญญา มีไชย มาเป็นพื้นที่ทำกินร่วมของชุมชน มีแปลงรวมให้ครัวเรือนยากจนร่วมใช้ประโยชน์ 30 ครัวเรือน มุ่งเน้นการเชื่อมโยง “คน – ความรู้ – ทรัพยากร – ตลาด” เข้าด้วยกัน ผ่านกลไกนักพัฒนาเชิงพื้นที่หรือ ADM ที่เข้ามาเป็นโค้ชอย่างใกล้ชิด ควบคู่หนุนปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีจากสถาบันวิชาการ อาทิ วิทยาลัยชุมชนยโสธร และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่นำนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเพื่อสร้างรายได้เสริมและทักษะการพึ่งพาตนเองของครัวเรือนยากจนได้

            ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวด้วยว่าโครงการวิจัยแก้จนของ บพท.ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้พลิกโฉมรูปแบบความช่วยเหลือคนจน จากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ผสานระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะ และเทคโนโลยี AI ปูพรมค้นหาคนจนตกหล่น ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน นำพาคนจนผู้ขัดสนทุนดำรงชีพ เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้แล้วกว่า 7,663 คน สร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท รวมถึงประสานภาคีเครือข่ายช่วยลดหนี้และมอบทุนการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

             "ผมลงพื้นที่มาแล้วหลายจังหวัด ตั้งแต่อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด ล่าสุดมาถึงยโสธร ด้วยความตั้งใจจริงจะใช้ข้อมูลความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แก้ไขปัญหาความยากจน และเร่งผลักดันเรื่องระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา มีอาชีพ มีงานทำ และโอกาสมีที่อยู่อาศัยปลอดภัย ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบเรื่องทุนมนุษย์ จะพยายามบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ทุกมิติ แก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ"


ดร.ยศชนั ชี้แจงด้วยว่าได้ใช้ฐานข้อมูลเพื่อหาเหตุผลถึงการเกิดความยากจน โดยมีความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม PPAP ต่อยอดมาจาก TPMAP เมื่อสแกนพบผู้ที่ “ตกหล่น” จากระบบ หน้าที่ของเราคือเข้าไปช่วยทันที แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การส่งเสริมอาชีพ ในมิติของโมเดลแก้จน และการส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ หากพบว่าข้อมูลใครยังไม่ครบถ้วน ในพื้นที่จะมีวิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏ  เป็นแกนนำลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้สมบูรณ์

รวมทั้งได้วิเคราะห์ความยากจนผ่านฐานทุนดำรงชีพ 5 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนมนุษย์ พบชัดเจนมีกลุ่มเปราะบางหรือผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เข้ามาช่วยเพิ่มทักษะให้ตรงความต้องการของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุทำงานได้ เหนื่อยน้อยลง ใช้ต้นทุนลดลง แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่อง “ทุนทางกายภาพ” เช่น ขาดที่ดินทำกิน วันนี้ผมได้เห็นความประทับใจในพื้นที่ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง ให้ชุมชนเข้าทำมาหากินร่วมกัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก และแก้ปัญหาได้จริง



ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า บพพท.ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กระทรวง อว. ยินดีอย่างยิ่งที่ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี รับเป็นธุระช่วยต่อยอดขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโครงการแก้จน ไปเชื่อมโยงกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านทุนมนุษย์ที่กำกับดูแลอยู่ ได้แก่กระทรวง อว. กับอีก 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แรงงาน  ศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยทำให้คนจนเข้าถึงโอกาสได้รับสวัสดิการจากรัฐสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

“การขยายผลงานวิจัยโครงการแก้จน และโมเดลแก้จน จาก 20 จังหวัดนำร่อง ไปทั่วประเทศตามความตั้งใจของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตคนจน และต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและต้องทำต่อเนื่องจริงจัง สำคัญที่สุด กลไกทั้งระดับพื้นที่ ชุมชนต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยกัน ท้ายที่สุดเรื่องความยากจนไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเชิงโครงสร้างเท่านั้น แต่จะต้องให้คนเข้าสู่โอกาสต่าง ๆ ทั้ง การศึกษา การเพิ่มรายได้ เพื่อทำให้คนลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ยืนหยัดได้ ให้ทุกคนมีความรู้สึกว่ามีคุณค่าทางสังคม”

บพท. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และด้วยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) จะได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ยกระดับความช่วยเหลือให้ครอบคลุมคนจนเป้าหมายใน 20 จังหวัดนำร่อง ขยายผลสู่จังหวัดที่ให้ความสนใจจะใช้แพลตฟอร์มและโมเดลแก้จนนี้ สร้างความมั่นคง ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศต่อไป



ททท.เปิด“Tourism Clinic”ติดอาวุธตลาดท่องเที่ยวปี’70 นำไทยสู่เป้าหมายใหม่ประเทศปลายทางเที่ยวมูลค่าสูง

ททท.เปิด“ Tourism Clinic ”ติดอาวุธตลาดท่องเที่ยวปี ’70 นำไทยสู่เป้าหมายใหม่ประเทศปลายทางเที่ยวมูลค่าสูง ททท.เปิด  “ Tourism Clinic and Mar...