วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

ททท.ต้อนรับคณะ InVoyage Globalไมซ์ไฮเอนด์ลุยตลาดLuxury MICE ดันไทยฮับไมซ์โลก

ททท.ต้อนรับคณะไมซ์ไฮเอนด์ลุยตลาดLuxury MICE

ชู InVoyage Global ดันไทยฮับจัดงานไมซ์โลกที่ยั่งยืน

 

ททท.เลี้ยงต้อนรับคณะไมซ์ไฮเอนด์มาจัดงาน InVoyage Global 2026 ที่กรุงเทพฯ ครั้งแรกในเอเชีย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #LuxuryMICE #InVoyageGlobal2026

ททท.ประกาศรุกตลาด Luxury MICE นำทีมร่วม Amazing Thailand Bangkok Night เลี้ยงต้อนรับทีมจัดไมซ์ไฮเอนด์งาน InVoyage Global 2026 โรงแรมหรูอวานีพลัส กรุงเทพฯ ดันไทยศูนย์กลางงานไมซ์โลกที่ยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เปิดเผยว่า ททท.นำทีมร่วม Amazing Thailand Bangkok Night Luxe ประกาศรุกตลาดคุณภาพสูงไฮเอนด์ Luxury MICE เลี้ยงต้อนรับคณะผู้จัดไมซ์ไฮเอนด์เลือกมาจัด InVoyage Global 2026 ในไทยเป็นเจ้าภาพจัดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้ซื้อ (Buyers) และผู้ขาย (seller) ระดับนานาชาติ กว่า 200 คน สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของไทยพร้อมก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางงานไมซ์ระดับโลกอย่างยั่งยืน” ช่วยตอกย้ำประเทศจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานสากล หรูหรา มีเอกลักษณ์ มีคุณภาพสูงของโลก  

ไทยกับพันธมิตรร่วมทำยุทธศาสตร์เชิงรุกสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในตลาด Luxury Incentive Travel & Events ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มหรูหราใช้จ่ายเงินสูงถึง 85,951 บาท/คน/ทริป พำนักเฉลี่ยในไทยนานถึง 12.68 คืน นิยมเดินทางมากรุงเทพฯ ภูเก็ต และชลบุรี รยะเวลาพักเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นและเข้าถึงหัตถศิลป์ชุมชนเชิงลึก ช่วยให้เม็ดเงินกระจายสู่ฐานรากและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากปริมาณสู่คุณภาพ Volume to Value อย่างยั่งยืน


งาน InVoyage Global 2026 จัดระหว่างวันที่17–20 เมษายน 2569 ในกรุงเทพฯ ตลอดงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อ 18 เมษายน 2569 ที่ Seen Rooftop Bar Bangkok โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ภายในงานได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย ภายใต้แนวคิด “THE SOUL OF THAI” ด้วยมิติแห่งความสง่างามและคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดอย่างลึกซึ้ง สะท้อนนิยามของ “Luxury” ที่มิได้จำกัดเพียงความหรูหรา หากแต่ได้นำเสนอประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ ผ่านศิลปวัฒนธรรมชั้นสูง งานหัตถศิลป์จากชุมชน องค์ความรู้ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness)



โดยได้จัดการแสดงวิจิตรนาฏศิลป์ไทย พร้อมโซนการแสดง “Heritage Terrace” มรดกของแผ่นดินไทยผ่านการสาธิตงานฝีมือชุมชนของไทย ประกอบด้วย สาธิตการร้อยมาลัยชาววัง สาธิตทำเครื่องเงินชนเผ่าจาก Stories of Silver ภูมิปัญญาเครื่องเงินชนเผ่ากะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ)

พร้อมไฮไลต์จัดแสดงนิทรรศการ “The Soul Gallery” ให้ผู้เข้าชมงานสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของไทยผ่านการนำเสนอภูมิปัญญาวิถีชีวิตชุมชนของไทยที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ศิลปะระดับโลก ประกอบด้วย

1.สาธิตการปักสะดึง กลึงไหม จากช่างฝีมือในวังหญิง

2.สาธิตการทำเครื่องประดับพลอย จากช่างฝีมือในวังชาย

3.งานฝีมือหัวโขนไทยจากโรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย

4.งานพวงมาลัยไม้ไผ่จักสานจากแบรนด์ วาสนา (Vassana) หนึ่งใน 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่สร้างสรรค์คอลเลคชั่นกระเป๋า Lady Dior ไม้ไผ่สานที่จัดแสดงภายใน Dior Gold House

5.งานทอผ้ามือโบราณ จังหวัดชัยนาท นอกจากนี้ แบรนด์ DIVANA ได้ให้การสนับสนุนกิจกรรม DIY ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม Sachet จากสมุนไพรไทยแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย



            งานเลี้ยงต้อนรับเมื่อค่ำคืนที่ 18 เมษายน 2569 มีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ให้เกียรติกล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน InVoyage Global 2026 พร้อมด้วย Mr.Richard Joslin CEO and Co-Founder InVoyage ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เเละ Mr. Michael Parker General Manager Anantara Riverside Bangkok






วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

ททท.นโยบายและแผนแจ้งข่าวดีQ1/69ทั่วโลกมาไทย10ล้านคน-Q2/69ชู2แผน“รักษาตลาดยุโรปดี-เพิ่มเอเชีย”-เม.ย.เงินสะพัดแสนล้าน

 

ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

ททท.นโยบายและแผนแจ้งข่าวดีQ1/69ทั่วโลกมาไทย10ล้านคน

ต่อยอดท่องเที่ยวQ2/69ชู2แผน“รักษาตลาดยุโรปดี-เพิ่มเอเชีย”

ข่าวดี!!เม.ย.นี้คนไทย/ต่างชาติทำท่องเที่ยวเงินสะพัดแสนล้าน

ปลุกไทยกลุ่มกระเป๋าหนัก“เที่ยวช่วยชาติ”-ทำโปรน้ำมัน5อย่าง

CEOคิงเพาเวอร์เปิดNext Moveพ.ค.นี้พลิกธุรกิจสู่สมดุล3โมเดล

รร.พูลแมนคิงเพาเวอร์จัดทีมมืออาชีพรุกตลาดประชุม/สัมมนา

ททท.จัด Health&WellnessTrade 2026 ดันไทยฮับเวลเนสโลก

บางจากมอบรถดับเพลิงEVคันแรกในไทยเซฟสิ่งแวดล้อมชุมชน

เที่ยวฟิน!!ตลอดฤดูสวนผลไม้จันทบุรีลดรัว ๆ 1พ.ค.-15ก.ค.นี้

8วิธีรับมือกับหน้าร้อนทำด่วนเพื่อสุขภาพป้องกันได้หลาอาการ

อโกด้าเผยปี69 Gen Z ไทยเที่ยวทริปสั้น/แบ่งปัน/ถี่ขึ้น1-3ครั้ง

ททท.ปิดจ็อบสงกรานต์ปี69สวนเบญกิติ5วันเงินสะพัด448ล้าน

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวฤดูเปิดสวนผลไม้จันทบุรี

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1bhqSAqL87/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ย้ำไตรมาส 1 ปี’69 ดึงต่างชาติเที่ยวไทยแตะ 10 ล้านคน เปิดแผนเฝ้าระวังสถานการณ์ตะวันออกกลาง “จบภายใน 3 เดือน” ลดจากเป้า 37 เหลือ 30-34 ล้านคน/ปี หายไป 18 %  กรณี “ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน” เหลือ 27-29 ล้านคน ลดลง 25% เร่ง 2 มาตรการ “รักษาตลาดที่ดี” จากระยะไกล รัสเซีย กลุ่มCIS ตุรกี สเปน ลุย “หาตลาดทดแทน” กลุ่มกระเป๋าหนักระยะใกล้ในเอเชีย ทั้ง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย เม.ย.นี้ตุนรายได้รวม 1 แสนล้าน ด้าน “ตลาดในประเทศ” ผนึกพันธมิตรรณรงค์ “ปลุกเที่ยวช่วยชาติ” ร่วม “แชร์-ช็อป-ชิม-ชิล-ช่วย” โหมโปรใช้พลังงานน้ำมัน 5 อย่าง

 

นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เฝ้าระวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีท่าทีจะยุติส่งผลมาถึงการท่องเที่ยวของไทย แต่ช่วงเดือนเมษายน นี้ คาดท่องเที่ยวทั่วไทยยังสามารถทำรายได้จากตลาดในและต่างประเทศได้กว่า 100,000 ล้านบาท ส่วนสถิติระหว่างวันที่ 1 มกราคม -10 เมษาน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยแล้ว แตะ 10  ล้านคน ประกอบด้วย

“ตลาดระยะไกล : Long Haulมาไทยแล้ว 3.8 ล้านคน ตัวเลขภาพรวมหากไม่รวมอิสราเอลจะเพิ่มขึ้น 5 % ถ้ารวมก็จะลดลง 2% ตอนนี้ “ตลาดยุโรป” ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะการเดินทางด้วยเที่ยวบิน 1 ใน 3 ของยุโรปจะต้องแวะต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานในตะวันออกกลาง ตอนนี้จึงมีนักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางบินอื่น แต่ก็ยังมีเรื่องน้ำมันทำให้ “ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินสูงขึ้น” กับภาวะขาดแคลน “น้ำมันเติมเครื่องบิน” ไป-กลับ ทั่วโลกมายังไทย ซึ่งบางประเทศก็มีเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว

ขณะนี้นักท่องเที่ยว “ตลาดตะวันออกกลาง” มาไทยลดลงประมาณ 67 % แต่ก็มีบางส่วนซื้อแพกเกจ ท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้า ทางตัวแทนขายยืนยันนักเดินทางจากกลุ่มประเทศ Gulf Corpooration Countries บางส่วนยังเดินทางตามปกติ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการรักษาสุขภาพ (Medical Tourism) เช่น ซาอุดิอาระเบีย  และบางประเทศ

ส่วน “ตลาดระยะใกล้ : short Haul มาไทยแล้ว 6.2 ล้านคน จากเอเชียและแปซิฟิกใต้ ได้แก่ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ อาเซียน โอเชเนีย เมื่อ ททท.ประเมินตลาดย่อยพบบางตลาดได้รับผลกระทบบ้างแล้ว และมีตลาดที่ดีน่าสนใจมากคือ

-สาธารณรัฐประชาชนจีน เริ่มกลับเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20,000-25,000 คน/วัน เติบโตขึ้น 18 %

-เอเชียใต้ อินเดีย เพิ่ม 14 % รวมบังกลาเทศ ปากีสถาน ซึ่งมีพื้นฐานเข้มแข็งเติบโตดีขึ้นตามลำดับ---

-โอเชเนีย ออสเตรเลีย เติบโต 13 %  ส่วนนิวซีแลนด์ ก็มีกระแสการเดินทางในทางที่ดี

 -อาเซียน นักท่องเที่ยว มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ลดลงบ้างเล็กน้อย เนื่องจากมีภาพข่าวความไม่ปลอดภัย รวมทั้งคู่แข่งใช้กลยุทธ์ราคาชิงส่วนแบ่งตลาดไป แต่ “ไทย”ยังคงได้เปรียบในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคลาสสิก เพราะเปิดบริการมานาน ททท.กับเอกชนร่วมมือกันพยายามหาสินค้าใหม่ ๆ มาตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


ปัจจุบัน ททท.ได้เตรียมแผนรับสถานการณ์ตะวันออกกลางไว้ 2 กรณี (scenario) ประกอบด้วย

กรณีที่ 1 เหตุการณ์จบภายใน 3 เดือน คาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเหลือ 30-34 ล้านคน/ปี จากเป้าหมายปกติ 37 ล้านคน ลดลง 18 % โดยททท.จะเดินหน้าทำควบคู่กัน 2 ส่วน คือ

-ส่วนที่ 1 พยายามรักษาตลาดที่ยังเดินทางได้ดี ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพลังงานน้ำมันอย่าง รัสเซีย ตุรกี กลุ่มประเทศ CIS ตลาดเช่าเหมาลำจากโปแลนด์

-ส่วนที่ 2 หาตลาดทดแทนเพิ่มขึ้น จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย มาเลเซีย และจะร่วมกับสายการบินฝั่งแปซิฟิก  เช่น ไชน่าแอร์ไลน์ ของจีน อีวีเอแอร์ของไต้หวัน  และแอร์ไลน์สแถบยุโรปโดยให้ความสำคัญมากกับตลาด สเปน

กรณีที่ 2 เหตุการณ์ลากยาวเกินกว่า 3 เดือน จะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาไทยประมาณ 27-29 ล้านคน ลดลง 25% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกถดถอย กระทบต่อจิตใจนักเดินทาง รวมทั้งราคาน้ำมันมีผลกับต้นการเดินทางท่องเที่ยวสูงขึ้นมาก

ททท.พยายามรักษาตลาดที่มีความแข็งแกร่งโดยหันหาทางแถบเอเชียและแปซิฟิกทั้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กับกลุ่มระยะใกล้ซึ่งใช้เวลาบิน 3-4 ชั่วโมง อย่าง อินโดนีเซีย อินเดีย แล้วสายการบินต่าง ๆ อย่างจีนมีน้ำมันเติมเครื่องบินได้ตลอดทั้งขาและกลับ


นักท่องเที่ยวเป้าหมายที่จะนำมาทดแทนมี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 นักท่องเที่ยวสนใจเฉพาะ (Niche Market)การท่องเที่ยวเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ (Health & Wellness) กลุ่มที่ 2 ทำงานด้วยเทคโนโลยีได้ทุกที่ (Digital Nomad) กลุ่มที่ 3 ผู้สูงวัย ซึ่งมีความพร้อมด้านการเงินและสามารถเดินทางได้ตลอด

 ททท.วางแผนนำเสนอจุดแข็งของไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวที่ปลอดภัย 2.มีความร่มรื่น 3.นักท่องเที่ยวสามารถมาพำนักระยะยาวหรือรักษาพยาบาล

 


ส่วน “ตลาดในประเทศ” ไทยเที่ยวไทย ททท.ได้ประเมินนโยบายและแผนรับสถานการณ์ไว้ 2 กรณี เช่นเดียวกัน คือ

กรณีที่ 1 เหตุการณ์จบภายใน 3 เดือน จะมีคนเที่ยวในประเทศประมาณ 204-206 ล้านคน-ครั้ง จากเป้าหมายเดิม 212 ล้านคน-ครั้ง จะเพิ่มขึ้น 1-2 % แล้ว ททท.จึงขอให้คนในประเทศออกมาท่องเที่ยวกันดีกว่าเพื่อทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปยังชุมชนทั่วประเทศ

กรณีที่ 2 หากเหตุการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน จะมีคนในประเทศเหลือเพียง 200-202 ล้านคน-ครั้ง ลดลงจากเป้าหมาย 1 %

แต่โดยภาพรวมไทยเที่ยวไทยยังต้อง “เฝ้าระวังเรื่องน้ำมัน” ที่สร้างความกังวลกับกลุ่มนักเดินทาง แล้วอาจจะส่งผลต่อ “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว” ในรอบปีนี้จะลดความถี่การเดินทางลงบ้าง หรือสายการบินจะลดความถี่เที่ยวบินหรือลดเส้นทางบินลงชั่วคราว  ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวข้ามภาคชะลอตัวตามไปด้วย แต่คนจะหันไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงกันแทน ลดการขับรถท่องเที่ยวเอง หันมาใช้รถบริการสาธารณะมากขึ้น

ททท.เตรียมความพร้อมมุ่งรณรงค์ “เที่ยวช่วยชาติ” เพื่อตอบโจทย์งบประมาณ ระยะทาง กิจกรรม ตอบโจทย์ความคุ้มค่าการท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด ด้วยวิธีเที่ยวไปแชร์ไป ช้อปไป ชิมไป เที่ยวไปช่วยกันไป สนับสนุนการทำโปรโมชั่น ขอให้หน่วยงานราชการและองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่หมุนเวียนการจัดประชุม/สัมมนา เพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่การท่องเที่ยว


นายชูวิทย์ กล่าวว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการตลาดต่างประเทศ (inbound) ตลาดในประเทศ (Domestic) ร่วมมือกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งมีส่วนสร้างรายได้ 17 %ของรายได้มวลรวมผลิตภัณฑ์ในประเทศ(GDP) ด้วยวิธีส่งเสริมช่วยเหลือซึ่งกันและกันเน้นเรื่องพลังงานน้ำมันการเดินทางครอบคลุม 5 เรื่อง ดังนี้

1.ทำโปรโมชั่น ตรึงราคาน้ำมัน

2.สร้างแอพลิเคชั่นให้นักเดินทางสามารถใช้บริการน้ำมันอย่างเพียงพอ

3.รณรงค์ให้ใช้บริการบริษัทนำเที่ยวและรถทัวร์เดินทางพร้อมกันเป็นหมู่คณะ

4.ขอความร่วมมือคนไทยที่มีศักยภาพเที่ยวได้พยายามออกเดินทาง เพื่อรักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้ต่อไป

5.เสนอมาตรการดูแลภาษีน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบินซึ่งมีความจำเป็นจะต้องให้สายการบินต่าง ๆ เติมน้ำมันได้ทั้งไปและกลับ สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวไทยและทั่วโลก

นับจากนี้เป็นต้นไปทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ใน “ช่วงความจำเป็น” ที่ทุกฝ่ายควรช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ทำให้การท่องเที่ยวสร้างเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจชาติต่อเนื่องได้ต่อไป

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1- CEOคิงเพาเวอร์เปิดNext Moveพ.ค.นี้พลิกธุรกิจสู่สมดุล 3 โมเดล

ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกประมาณพฤษภาคม 2569 การจัดทำแผนธุรกิจในกลุ่ม คิง เพาเวอร์ จะเริ่มสู่ก้าวใหม่หรือ Next Move โดเน้นใช้หลักสมดุล 3 โมเดล ได้แก่

โมเดลที่ 1 กลุ่มธุรกิจตอบโจทย์ความต้องการตลาดในประเทศ เดินหน้าปรับรูปแบบบริการสาขาร้านค้าปลอดอากรในเมือง (Duty free downtown) ผสานกิจกรรมอื่น ๆ สร้างแม่เหล็กใหม่ดึงดูดคนไทยเข้าสู่พื้นที่มาเที่ยวใช้จ่ายเงินต่อเนื่องเพิ่มขึ้น

โมเดลที่ 2 กลุ่มธุรกิจสินค้าดิวตี้ฟรีตอบโจทย์นักท่องเที่ยว คนไทยเดินทางต่างประเทศ (outbound) และต่างประเทศเที่ยวเมืองไทย (Inbound)

โมเดลที่ 3 กลุ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ตอบโจทย์การขายออนไลน์ จะใช้กลยุทธ์จับมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์มช้อปปิ้งและกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่อเนื่องได้ตลอด

ส่วน “สินค้า” จะแยกชัดเจนตามสีของป้ายจำหน่าย  2 สี ได้แก่ 1.ป้ายฟ้า” จะนำสินค้าทั่วไป สามารถซื้อแล้วนำกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องมีบัตรโดยสารบินต่างประเทศ 2.ป้ายขาว เป็นสินค้าดิวตี้ฟรีแบรนด์นานาชาติ ตามระเบียบผู้ซื้อจะต้องมีตั๋วโดยสารบินต่างประเทศ ซื้อเสร็จแล้วต้องไปรับของที่สนามบิน ปัจจุบันเปิดให้ซื้อล่วงหน้าได้นานสูงสุด 60 วัน ไปจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องบินลัดฟ้าไปประเทศต่าง ๆ

 


ข่าวที่ 2 -รร.พูลแมนคิงเพาเวอร์จัดทีมมืออาชีพรุกตลาดประชุม/สัมมนา

โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ นำเสนอสถานที่จัด “งานประชุมและอีเว้นท์” ด้วยห้องบอลรูมอเนกประสงค์ 2 ห้อง รองรับการจัดงาน ประชุมในกรุงเทพ ที่สมบูรณ์แบบของทุกคน โดยทีมงานมืออาชีพพร้อมเพื่อให้งานของคุณประสบความสำเร็จในทุกรายละเอียด ทั้งประชุมสัมมนาเชิงธุรกิจ งานกิจกรรมต่าง ๆ งานเลี้ยงส่วนตัวและงานเปิดตัวสินค้า งานสัมมนาและจัดเลี้ยงทุกงานจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

“เดินทางสะดวก” ทุกการจัดกิจกรรมองค์กร การสร้าง Team building สัมมนา จัดนิทรรศการและกาล่าดินเนอร์  ในสถานที่เชื่อมต่อคุณเข้ากับใจกลางเมือง เพียงไม่กี่นาทีจาก รถไฟฟ้า BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ สถานีพญาไท สร้างความมั่นใจในการเดินทางให้ผู้ร่วมงานประชุมและอีเว้นท์สามารถมาแต่ละอย่างสะดวกสบาย

“บริการ” เริ่มจาก ลานจอดรถภายในโรงแรมมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานด้วย ตามมาด้วย “อาหาร” มีห้องอาหารและบาร์มากถึง 5 แห่ง สร้างความประทับใจด้วยเมนูความหลากหลาย อิ่มอร่อยและทำงานอย่างมีความสุข

1.ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล และเมนูนานาชาติกว่า 50 รายการ

2.โรงละครอักษรา มีที่นั่งรองรับได้ถึง 550 ที่นั่ง สามารถเพลิดเพลินกับเมนูอาหารไทยสุดครีเอทให้ งานประชุมและอีเว้นท์ ด้วยการแสดงศิลปะการแสดงไทยอันงดงาม

3.เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีจากแบรนด์ชั้นนำมากมายในคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ ข้างโรงแรมพูลแมน พร้อมบัตรกำนัลเงินสดและบัตรส่วนลดที่ผู้ร่วมประชุมจะได้รับเมื่อเข้าพักโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 


ข่าวที่ 3-ททท.จัดHealth&WellnessTrade2026ดันไทยฮับเวลเนสโลก

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมจัดงาน “Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026” วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่โรงแรมโมเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต กรุงเทพฯ ต้อนรับเทรนด์เวลเนสที่จะเปิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการต่างชาติ 74 ราย กับไทย 68 ราย รุกสร้างโอกาสและขยายเครือข่ายความร่วมมือในตลาดนานาชาติ ผนึกความร่วมมือกันนำเสนอขายท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง

โดยพร้อมโชว์ศักยภาพไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก งานนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญผลักดันไทยก้าวสู่ “ศูนย์กลางด้านสุขภาพของโลก” สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคง สมดุล ยั่งยืน ในระยะยาว

ขานรับกระแสการท่องเที่ยวสุขภาพ (Wellness Tourism) ทั่วโลกกำลังเติบโตก้าวกระโดดภายในปี 2571 มูลค่าตลาดมีแนวโน้มแตะ 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 43 ล้านล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญช่วยยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “เวลเนส ฮับ แห่งเอเชีย” เต็มรูปแบบ 

ปัจจุบันไทยถือผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพดังกล่าวโดยมีมูลค่าตลาดกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดอันดับจุดหมายปลายทางเวลเนสชั้นนำของโลก แต่ละปีเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป จุดแข็งสำคัญของไทยคือ 1.มาตรฐานการบริการระดับสากล 2.บุคลากรทางการแพทย์คุณภาพสูง 3.ความหลากหลายบริการสุขภาพ มีตั้งแต่บริการเชิงการแพทย์ (Medical Wellness) ไปจนถึง การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) ผสานกับเอกลักษณ์ไทยอันโดดเด่น ทั้งการนวดไทย สมุนไพรไทย วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

ททท.มุ่งหวังให้งาน Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูง ตามแนวคิด “High Value & Sustainable Tourism” เน้น 5 เรื่อง ได้แก่ 1.นำเสนอสินค้าและบริการเวลเนสมาตรฐานสากล 2.เจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูง 3.พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง 4.ส่งเสริมความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน 5.สร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว ด้วยวิธีเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรทั่วโลกสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยเป็นจุดหมายสุขภาพระดับโลก

 

ภายในงานดังกล่าว ททท.ได้เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้าร่วม จากต่างประเทศ 74 ราย และไทย 68 ราย ครอบคลุมหลายสาขา ทั้งธุรกิจสปา การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก รีสอร์ตสุขภาพ บริการด้านเวลเนสครบวงจร



ข่าวที่ 4-บางจากมอบรถดับเพลิง EV คันแรกไทยเซฟสิ่งแวดล้อมชุมชน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้บริหารบางจากฯ ร่วมส่งมอบรถดับเพลิงพลังงานไฟฟ้า (Electric Fire Truck – EV Conversion) คันแรกของประเทศไทย เพื่อนำไปให้บริการแก่
ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง เสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สนับสนุนการรับมือเหตุฉุกเฉิน ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยมีผู้แทนกรรมการชุมชนร่วมรับมอบเมื่อเร็ว ๆ  นี้ ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง

“รถดับเพลิง EV คันดังกล่าวได้พัฒนาและดัดแปลงเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท บางจากฯ กับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2566 ครอบคลุมการพัฒนาและดัดแปลงรถดับเพลิง งานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านยานยนต์สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้อง 

เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยมลพิษ โดยยังคงประสิทธิภาพการปฏิบัติภารกิจดับเพลิงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครบถ้วน สะท้อนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาชุมชนของบางจาก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

ภายหลังส่งมอบ นายชัยวัฒน์และคณะผู้บริหารได้ร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้นำและผู้แทนชุมชน เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความเคารพและสืบสานประเพณีไทย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ กับชุมชนในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

          ช่วงที่ 2 เที่ยวไทยไปกันต่อ “ภาคตะวันออก” เตรียมเปิดสวนรอ Fruit Lover ตลุยเที่ยวช่วงเปิดฤดูกาล “เที่ยวสวนผลไม้ จันทบุรี” เริ่ม 1 พ.ค.-15 ก.ค.2569 ฟินกับส่วนลด จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และแอปแม่มณี แล้วฟัง “8วิธีรับมือหน้าร้อน” ลดสารพัดโรคได้ เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “อโกด้าชี้ปี69 Gen Zชาวไทย” หันเที่ยวทริปสั้นถี่ขึ้น 1-3 เลือกแบ่งปันความสุข ข่าวที่สอง “ททท.ปิดจ็อบสงกรานต์” สวนเบญจกิติ 5 วัน ทำเงิน 448 ล้านบาท

 


ท่องเที่ยว –เที่ยวฟิน!!ตลอดฤดูสวนผลไม้จันทบุรีลดรัว ๆ 1พ.ค.-15ก.ค.นี้

เตรียมตัวให้พร้อมช่วงเปิดฤดูกาล “ท่องเที่ยวสวนผลไม้จันทบุรี”  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจันทบุรี ร่วมกับพันธมิตรสวนผลไม้ทั่วเมือง ชวนคนไทยทั้งประเทศสายทุเรียนเลิฟเวอร์ ปักหมุดจองสวนไว้ได้เลย ปีนี้ “ทุเรียนสายแร่อัญมณีเต็มกะรัต” หลากหลายสายพันธุ์ อร่อยไม่เป็นสองรองใคร พร้อมต้อนรับแฟนคลับทุกวัยร่วมกับพันธมิตร

 

เดินทางมาพักผ่อนพร้อมอร่อยฟิน เที่ยวกิน ผลไม้เมืองจันท์ เพียงเข้าสวนผลไม้ที่เข้าร่วมโครงการฯ รับเลยคูปองส่วนลดการซื้อผลไม้ ของฝาก คาเฟ่ในสวนที่เข้าร่วมโครงการฯ ต่อเนื่อง 2 เดือนครึ่ง เริ่มตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 15 กรกฎาคม 2569

 

ฟินที่ 1 : ซื้อผลไม้ครบ 500 บาท ททท. ลดให้ 100 บาท

 

ฟินที่ 2 : ซื้อผลไม้ครบ 1,000 บาท แม่มณี ลดเพิ่มให้อีก 100 บาท   

 

วันที่ 1-5 พฤษภาคม 2569 เปิดเซ็นทรัล จันทบุรี เพิ่มความสนุกสนานกับมหกรรม “จันทบุรี สรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน ปี 2569” รวมกิจกรรมไฮไลต์การประกวดคลิปวิดีโอ “From Farm to Feel ประกวดผลไม้เมืองร้อน อาหารคาวหวานจากผลไม้ แข่งขันส้มตำผลไม้ลีลา แข่งขันจัดกระเช้าผลไม้ การแข่งขันกินผลไม้สุดมันส์! เวทีประกวดหนูน้อยชาวสวนเมืองจันท์ มางานเดียว ได้ครบทุกอารมณ์ทั้ง เรียนรู้ สนุก ชิม ช้อป เชียร์ แชร์ ลุ้นรับรางวัลมากมาย

 

เปิดเวทีให้เกษตรกรและเจ้าของสวนผลไม้คุณภาพจากทั่วทั้งจังหวัด ร่วมประชันมาตรฐานและรสชาติอย่างเข้มข้น คัดเฉพาะ “ของดี ของแท้ ของถึง” เพื่อชิงความเป็นสุดยอดผลไม้แห่งปี

 

ไฮไลต์ 1 พฤษภาคม 2569 เริ่มเปิดรับผลไม้เข้าประกวดตั้งแต่ 08.00 น. เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศจันทบุรีศูนย์กลางแหล่งผลิต “ผลไม้เมืองร้อนคุณภาพระดับประเทศ”

 

ภายในงานจัดประกวดผลไม้คุณภาพรวม 7 ประเภท 12 ชนิด มีทั้งผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด นำโดย “ทุเรียน” สายพันธุ์ยอดนิยมทั้ง หมอนทอง ชะนี ก้านยาว นกหยิบ พวงมณี กิจกรรมพิเศษที่ทุกคนรอคอยทุกปีต้องห้ามพลาดชมการประกวด “ทุเรียนยักษ์”

 

รวมทั้งการประกวดราชินีผลไม้อย่าง “มังคุด” ทั้งผิวมันและผิวลาย “เงาะ โรงเรียนและสีทอง ตามมาด้วย ลองกอง สละสุมาลี กล้วยไข่เพื่อการส่งออก

 

นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถเดินชมงาน “จันทบุรี สรวงสวรรค์แห่งผลไม้เมืองร้อน ปี 2569” ต่อนเนื่อง 5 วัน พร้อมอุดหนุนผลไม้รสชาติดีในภาคตะวันออก และสามารถเดินทางไปเที่ยวฤดูเปิดสวนผลไม้แบบยาว ๆ

 

สุขภาพ –8วิธีรับมือกับหน้าร้อนทำด่วนเพื่อสุขภาพป้องกันได้หลายอาการ

 

หน้าร้อนแต่ละปีหลายคนมักจะมีอาการต่าง ๆ ตามมา  เดี๋ยวก็ ปวดหัว  ปวดท้อง ท้องเสียบ้าง ดังนั้นควรหันใส่ใจถึงวิธีดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงง่าย ๆ ทำได้ทนด้วย 8  วิธี

 

1.ไม่ควรกินน้ำแข็ง หรือดื่มน้ำเย็นจัด ฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยดับความร้อน เพื่อป้องกันความร้อน กระทบร่างกายมากเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยให้คุณเจ็บป่วยน้อยลง

 

2.ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะหน้าร้อนจะสูญเสียเหงื่อมาก และควรดื่มน้ำเปล่าที่สุกแล้ว หรือเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ หรือสมุนไพรอื่น ๆ ก็สามารถรับประทานได้

 

3.ไม่ควรนอนให้ลมหรือความเย็นโกรก ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตากลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว หนักหัว ไม่สดชื่น หรืออาจทำให้เป็นหวัดได้

 

4.การนอนพักผ่อน ควรนอนหลับให้เพียงพอ              

 

5.ควรเลือกทานอาหารอ่อน ๆ ตอนเช้า เช่น ข้าวต้ม เพราะในช่วงเช้า ยังไม่ควรทานอาหารที่หนัก ๆ แค่ทานผักผลไม้เยอะ ๆ และหลีกเลี่ยง อาหารทอด ๆ มัน ๆ แห้ง ๆ 

 

6.ควรดูแลสุขภาพของเด็ก ๆ โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการดำเนินชีวิต

 

7.หญิงตั้งครรภ์  สิ่งที่ควรปฏิบัติในหน้าร้อน คือ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น และห่มผ้าคลุมกายเสมอ ระวังอย่าให้เป็นไข้หวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัด หรือเย็นจัด

 

8.คน 3 ประเภทที่ต้องระวังให้มาก คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่ไม่ดี เมื่อได้รับความร้อนจากแสงแดด หรือถ้าดื่มน้ำเย็นมากเกินไป และเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการ ท้องเสีย ติดเชื้อราง่าย ขี้หนาว ปวดตัว ตัวร้อน ได้ง่าย

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –อโกด้าเผยปี69 Gen Z ไทยเที่ยวทริปสั้น/แบ่งปัน/ถี่ขึ้น1-3ครั้ง

 

“อโกด้า” แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยข้อมูลผ่าน Agoda Travel Outlook 2026 พบว่า ปี 2569 กลุ่ม Gen Z ชาวไทยกำลัง “เปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง” หันมาเน้นเลือกทำกิจกรรมบ่อยขึ้น ด้วยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิต พักผ่อนลดเครียด หันมาเลือกทริปสั้นเดินทางบ่อยขึ้นเพื่อเติมพลังให้ตนเองแทนทริปยาวแบบเดิม

 

โดยให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและความคุ้มค่าเป็นหลัก นิยมอยากแบ่งปันร่วมกับคนรัก ทริปต่าง ๆ ยังต้องสอดคล้องกับตารางชีวิตและงบประมาณได้อย่างลงตัว การเลือกจุดหมายปลายทางยอดนิยมในประเทศ หรือออกสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และมีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้นคือ “มองหาสมดุล” ที่ลงตัวระหว่างการหลีกหนีความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันกับความคุ้มค่าในราคาเข้าถึงได้

 

Gen Z ไทยสมัยใหม่หันมาเที่ยวทริปสั้นบ่อยขึ้น

 

Gen Z ชาวไทยกำลังก้าวสู่ผู้นำเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หันม อโกด้าระบุปีนี้ Gen Z ชาวไทย 62% มีแผนจะเดินทางอย่างน้อยบ่อยขึ้น และ 65 % จะเที่ยวสั้น ๆ 1-3 ทริป สะท้อนถึงแนวโน้มการวางแผนได้ง่ายและเกิดขึ้นได้บ่อย แทนที่จะเลือกวันหยุดยาวตามเทศกาล

 

เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน  เปิดโอกาสให้นักเดินทางจัดสรรทริปสั้น ๆ ให้สอดคล้องกับงาน การเรียน ตารางชีวิตส่วนตัวแบบยืดหยุ่นได้

 

ด้าน “มุมมองทางสังคม” การเดินทางระยะสั้นบ่อยครั้งขึ้น ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดอีกอย่าง จากผู้ตอบแบบสอบถาม 44% ระบุพวกเขานิยมเดินทาง “ร่วมกับคู่สมรสหรือคนรัก” บอกเห็นถึงความต้องการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางสั้น ๆ แต่บ่อยครั้งกับบุคคลใกล้ชิดมากขึ้น

 

เป้าหมายหลัก : เที่ยวเพื่อรีชาร์จด้วยงบใช้เงินอย่างคุ้มค่า

 

ปี2569 การเดินทางคือ การรีชาร์จพลังมากกว่าเน้นเที่ยวชมสถานที่หรือทำกิจกรรมตามที่วางไว้  ผู้ตอบแบบสอบถาม 77% ระบุเหตุผลหลักในการเดินทางคือการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว ต้องการหลีกหนีความเครียดในชีวิตประจำวัน

 

“งบประมาณ” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ  72% ระบุเน้นประหยัดค่าใช้จ่าย อีก 34% เลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก เพื่อลดค่าใช้จ่ายได้ เป็นแนวคิดเรื่องความคุ้มค่าเงิน

 

“เลือกที่พัก” นักเดินทางกลุ่มนี้ 57%  ให้ความสำคัญกับราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่พัก ทั้งจโรงแรมหรือที่พักหรือการเช่า

 

นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า กลุ่ม Gen Z ชาวไทยกำลังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางครั้งสำคัญ มุ่งสู่การท่องเที่ยวที่มีเป้าหมายชัดเจนและเน้นเดินทางบ่อยครั้งมากขึ้น โดยคนรุ่นใหม่ต้องการรีชาร์จและหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ภายใต้งบประมาณที่คุ้มค่า อโกด้ามุ่งมั่นตอบโจทย์ดังกล่าวผ่านตัวเลือกที่หลากหลายทั้งที่พัก เที่ยวบิน กิจกรรมต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกระดับงบประมาณ พร้อมรองรับทั้งจุดหมายปลายทางยอดนิยมและสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก

 

ปัจจุบันอโกด้ามีที่พักให้เลือกกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางบิน 130,000 แห่ง และกิจกรรมมากกว่า 300,000 รายการ สามารถช่วยให้นักเดินทางวางแผนและจองรวมกันได้ในครั้งเดียวอย่างสะดวกบนแพลตฟอร์มอโกด้า ทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย สอดคล้องกับจังหวะชีวิตของแต่ละบุคคล ค้นหาข้อมูลเพิ่มทางแอปพลิเคชัน Agoda หรือ Agoda.com

 

ข่าวที่สอง ททท.ปิดจ็อบสงกรานต์ปี69สวนเบญกิติ5วันเงินสะพัด448ล้าน

 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ขอบคุณประชาชนไทยทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ดูแล ช่วยเหลือ ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรีจิต รวมทั้งเป็นต้นแบบการร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์อย่างเหมาะสม พร้อมส่งมอบประสบการณ์อันน่าจดจำ ประทับใจ จนทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง

 

ส่วนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและหน่วยงานภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมือเต็มที่โดยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้ประเทศไทย และทำให้เกิดภาพงานสงกรานต์อันน่าประทับใจเผยแพร่สู่ทั่วโลก โดยมีสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานบรรยากาศการเฉลิมฉลองแบบเรียลไทม์ ยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทยเป็น 1 ในอีเวนต์ระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ มีชีวิตชีวา สะท้อนพลังวัฒนธรรมไทยอย่างโดดเด่น

 

งานที่ ททท.จัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้สวนสาธารณะรองรับนักท่องเที่ยว และกลุ่มครอบครัวประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีทั้ง 2 งาน ได้แก่

 

งานที่ 1 Maha Songkran World Water Festival 2026” ระหว่าง 11-15 เมษายน 2569 ที่สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ตลอด 5 วัน ดึงผู้ร่วมงานรวมทั้งสิ้น 300,878 คน เป็นชาวไทย 123,664 คน และต่างชาติ 177,214 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 448 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพมรดกทางวัฒนธรรมและเทศกาลประเพณีไทยสู่สายตานานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก

           

ตลอดการจัดงานมีกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ การแสดงโดรนสุดตระการตากว่า 1,200 ลำ ที่เนรมิตท้องฟ้าเหนือสวนเบญจกิติให้กลายเป็นผืนผ้าใบแห่งแสงสี ถ่ายทอดเรื่องราวความงดงามของสงกรานต์ไทย โซนลานเล่นน้ำและคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การละเล่นและการแสดงทางวัฒนธรรมไทย ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุก เสน่ห์ร่วมสมัยของสงกรานต์ไทยได้อย่างลงตัว

 

งานที่ 2 Saneh Art by Songkran Festival 2026” ททท.สนับสนุนให้เปิดชมฟรีทุกวันจนถึง 30 เมษายน 2569 ตั้งแต่ 10.00–20.00 น.ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาสัมผัสประติมากรรมสุดน่ารักทั้ง 6 ชิ้นงานจากศิลปินและคาแรกเตอร์ชื่อดัง ทั้ง Cry Baby, Mamuang, 2CHOEY, POORBOY และ TOMATO TWINS

           

หลังจากนี้สามารถเก็บตกท่องเที่ยว “เทศกาลสงกรานต์” ในพื้นที่ภาคตะวันออกได้อีกหลายพื้นที่ทั่วไทย อีก 3 งาน ได้แก่

 

งานที่ 1 วันไหลพัทยา 2569 วันที่ 17-19 เมษายน 2569  บริเวณชายหาดพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

 

งานที่ 2 ประเพณีสงกรานต์สำราญใจวันไหลเกาะช้าง วันที่ 19-21 เมษายน 2569 ที่สนามบินเล็ก เกาะช้าง จังหวัดตราด

 

งานที่ 3 ประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 วันที่ 24-26 เมษายน 2569 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ททท.ต้อนรับคณะ InVoyage Globalไมซ์ไฮเอนด์ลุยตลาดLuxury MICE ดันไทยฮับไมซ์โลก

ททท.ต้อนรับคณะไมซ์ไฮเอนด์ลุยตลาด Luxury MICE ชู InVoyage Global ดันไทยฮับจัดงานไมซ์โลกที่ยั่งยืน   ททท.เลี้ยงต้อนรับคณะไมซ์ไฮเอนด์มาจั...