อพท.ชงครม.ใช้โมเดลใหม่4พื้นที่เที่ยวยั่งยืน-EIAกระเช้าภูกระดึง
เร่งสูตรใหม่ท่องเที่ยวโดยชุมชน3Plus“เพิ่มรายได้-ลงทุน-อีโคกรีน
เพิ่มมาตรฐานสากลSTMขยายสู่ชุมชนโลกรองรับตลาดงานไมซ์
ทริปกลางปีช้อปที่คิง
เพาเวอร์ลดถึงใจสูงสุด 30% ทุกสนามบิน
คิงเพาเวอร์ออนไลน์เปิดคอลเลคชั่นสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ลด30%
ททท.ดึง18 อำเภอดัน
ChaingMai Prototype ต้นแบบเที่ยวยั่งยืน
บางจาก Q1/69 รายได้โต 6%
กำไรบริษัทใหญ่โตเพิ่มกว่าเท่าตัว
เที่ยวชุมชนกรีนเยือนที่ลพ(บุรี)พบถิ่นสิงห์(บุรี)พักพิงชัย(นาท)
“กินน้อย-ขยับร่างกาย-ลดเครียด-หลับลึก” ช่วยชะลอวัยสดใส
ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศสรุกเจาะเศรษฐียุโรปไฮเอนด์
รร.เคปกูดูเกาะยาวน้อย ภูเก็ต โปร 4วัน 3คืน “Kudu Getaway”
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวชุมชนกรีนใกล้กรุง
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! นายศิริปกรณ์
เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิด
อพท.ยุคใหม่นำร่องปี’69 ด้วย 3 การ
“วิชาการ-บูรณาการ-ประสบการณ์” พ.ค.-ก.ย.นี้ เดินหน้าเสนอ ครม. 2 เรื่องใหญ่ “สร้างโมเดลใหม่พื้นที่พิเศษ 4 แห่ง-ชง EIA สร้างกระเช้าภูกระดึง” เร่งยกเครื่องคุณภาพท่องเที่ยวโดยชุมชนด้วยสูตร 3
Plus
“ชุมชนพลัส/เพิ่มรายได้-ลงทุนพลัส/ขยายโครงสร้างพื้นฐาน-อีโคโนมีกรีนพลัส/เศรษฐกิจสีเขียว”
ปลุกองค์กรปกครองท้องถิ่นดันพื้ที่สู่ “สากล” ด้วยมาตรฐาน STMs บริหารจัดการพื้นที่ยั่งยืน และเกณฑ์ 83 รางวัลโลก
ขยายชุมชนสู่ MICE Venue ขานรับรายได้เสริมโต
สร้างดัชนีความสุขทั้งนักท่องเที่ยวและคนในชุมชนเจ้าของพื้นที่
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า พร้อมขับเคลื่อน อพท.เปิดศักราชปี 2569 จัดครบรอบ 22 ปี งานใหญ่ DASTA Forum 2569 (Fast Forward) 15–16 มกราคม นำเสนอภารกิจสู่สาธารณะครบทุกมิติ 3 การ ประกอบด้วย 1.วิชการ 2.บูรณาการ 3.ประสบการณ์ มีนักวิชาการจากทั่วประเทศมาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน
โดยได้ชูไฮไลต์
“ประสบการณ์” เชิญชวนชุมชนที่อยู่ในความดูแลของ อพท. เป็นพื้นที่พิเศษทั้งหมด 9 แห่ง ได้แก่ หมู่เกาะช้าง พัทยา สุโขทัย เลย น่าน อู่ทอง ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
เชียงราย และคุ้งบางกะเจ้า
นำสินค้าชุมชนท้องถิ่นมาเสนอขายกับผู้ซื้อตัวจริงที่เข้าร่วมงาน
พร้อมกับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการจริงในตลาดปัจจุบันและอนาคต
ส่วน
“บูรณาการ” อพท.ได้ลงนามข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับภาคีเครือข่าย 2 ฉบับ ฉบับแรก “กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช”
เพื่อเดินหน้าเรื่องการพัฒนาพื้นที่พิเศษในอุทยานทั่วไทย ฉบับที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล
มุ่งใช้วิชาการและนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยจะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ขับเคลื่อน
ครอบคลุมทั้ง 3 มิติดังนี้
“มิติวิชาการ” สนับสนุนด้านกระบวนการงบประมาณปี 2570 นำข้อมูลที่มีความแตกต่างกันมาแลกเปลี่ยนระหว่างกันหรือ Data-Driven
“มิติประสบการณ์” เกี่ยวกับรายได้ชุมชนที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันเรื่องแนวทางพัฒนาสินค้าชุมชนที่ผ่านมาคุณภาพดีได้มาตรฐาน แต่อนาคตจะต้องปรับเพิ่มแต่ละส่วนให้ถูกใจตลาด ทั้งด้านดีไซน์ ตอบโจทย์การใช้งาน
“มิติบูรณาการ” ขับเคลื่อนร่วมกับกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมาช่วยกันดูยุทธศาสตร์การพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืนของ อพท.ควรจะเพิ่มทิศทางใหม่ ๆ อะไรอีกบ้าง
ช่วงพฤษภาคม-กันยายน
2569 อพท.มี 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่
เรื่องที่ 1 อพท.กำลังสรุปกับ 4 พื้นที่ นำโดย 1.เกาะช้าง พื้นที่แรกที่นำร่องมาเมื่อ 20 ก่อน 2.พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา น้องใหม่ล่าสุด 3.เชียงราย 4.คุ้งบางกะเจ้า เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2569 เป็นโมเดลแผนแม่บทพื้นที่พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Master Plan) เป้าหมายเพื่อให้ความเห็นชอบแล้วนำไปใช้ “ปฏิบัติจริง” กับทุกหน่วยงาน เอื้อประโยชน์ด้านความยั่งยืน
เนื่องจาก “เกาะช้าง” ได้รับอนุมัติมานานกว่า 22 ปี และยุคนำร่องนั้นมติ ครม.อนุมัติให้เกาะช้างพัฒนาไปสู่ “World Class Destination” มีความหรูหรา นักท่องเที่ยวพักค้างนานวัน แต่สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปหมดแล้วอาจจะต้องหันมาพัฒนาใหม่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.“Low Carbon” คือ การท่องเที่ยวจะต้องลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ กระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 2. World Class Luxury Experience ประสบการณ์ระดับโลกที่แปลกแตกต่าง และ 3.Longevity ช่วยทำให้การพักผ่อนมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น
โดยทำให้เกิดองค์ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษที่มีความสมบูรณ์แบบ เชื่อมโยงไปถึงโครงการพื้นฐานจะต้องเชื่อมต่อเป็นวงกลมถึงกันได้ด้วย ตอนนี้กรมทางหลวงชนบทกับอุทยานแห่งชาติดูแลรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว ตามกรอบเวลาดำเนินงานทางกรมอุทยานดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้เริ่มดำเนินการแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการตกลงกันกับทางกรมทางหลวงกรณีการตัดต้นไม้เพื่อสร้างถนนเชื่อมบนเกาะจะต้องกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
เรื่องที่ 2 เสนอผลศึกษาการออกแบบและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง จังหวัดเลย ให้นายสุรศักดิ์ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำเสนอ ครม.ภายในกันยายน 2569 หรือหากไม่ทันก็อาจจะเป็นธันวาคมนี้ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการให้ครบถ้วน โดย อพท.ทำงานใกล้ชิดกับอุทยานแห่งชาติ หน่วยงานในพื้นที่ สายวิชาการ
ผอ.ศิริปกรณ์ กล่าวว่า แผนงานพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป จะใส่สูตรเร่งการพัฒนามี 3 Plus ได้แก่
สูตรที่ 1 ชุมชน พลัส มุ่งเน้นการกระจายรายได้ชุมชนใกล้เคียง เพื่อขายการท่องเที่ยวพ่วงกันได้ และมีตัวแทนกลางทำหน้าที่ช่วยกันขายควบคู่กันไปด้วย
สูตรที่ 2 ลงทุน พลัส ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนเชื่อมต่อกันได้
สูตรที่
3 Economy Green Plus เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจสีเขียวในแต่ละชุมชน
ตรงกับทิศทางใหม่ 3 เรื่อง ได้แก่
ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์/Low Carbon-ประสบการณ์หรูแบบใหม่/World
Class Luxury Experience-อายุยืน/Longivity
พยายามตอบโจทย์รัฐบาลทำให้ทุกพื้นที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผอ.ศิริปกรณ์กล่าวว่าสำหรับแนวทางการท่องเที่ยวตามแบบมาตรฐานยั่งยืนระดับสากล แต่ละพื้นที่มีความโดดเด่นหลากหลายทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต จะต้องเพิ่มเติมสิ่งที่สำคัญทั่วโลกยอมรับคือ “การบริหารจัดการ” โดย ประชาชนเจ้าของพื้นที่ อนาคต “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ซึ่งนานาชาติมีหลักเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกด้วย ซึ่งจะต้องมี “Sustainable Tourism Management :STMs” เป็นเรื่อง “การจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ด้วยแนวปฏิบัติการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งในปัจจุบันและอนาคตครบถ้วน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ให้สมดุลระหว่างความต้องการของนักท่องเที่ยว ชุมชนเจ้าบ้าน และสิ่งแวดล้อม
สำหรับ
STMs ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี
จนถึงปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศในพื้นที่พิเศษตามชุมชนประมาณ 111
แห่ง ได้นำเกณฑ์มาปฏิบัติใน 100 ข้อ
ทยอยทำให้เป็นไปตามสีแดง เหลือง เขียว โดยเปิดภาคสมัครใจ ดูทิศทางให้ตรงกัน
ยังมีการขับเคลื่อนมาตรฐานพื้นที่ท่องเที่ยวยั่งยืนควบคู่กับการเข้าเกณฑ์ระดับสากล 83 รางวัล ทาง อพท.มีคู่มือแนะนำไว้ในเว็บไซต์
ทางด้านความสำเร็จของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่จะก้าวสู่การเป็นสถานที่จัดงานรองรับตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ นั้น เป็นไปตามเป้าหมายของ อพท.มุ่ง 2 เรื่อง คือ
เรื่องที่ 1 ทิศทางรายได้เสริม เพราะหลายชุมชนมีรายได้หลักอยู่แล้ว ส่วนท่องเที่ยวเป็นรายการเสริมสามารถให้บริการตามวันนัดหมาย วันหยุด เพิ่มขึ้นได้
เรื่องที่ 2 ดัชนีความสุข ทั้งของนักท่องเที่ยวฟินแล้วชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ต้องมีความสุขด้วย อพท.กับสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ร่วมกับชุมชนทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ตอบโจทย์ไมซ์ทั้งคุณค่า มูลค่า และประสบการณ์ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ปัจจุบัน
อพท.พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อทำให้พื้นที่การบริหารเพื่อการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขับเคลื่อนทั้งตลาดการท่องเที่ยวและไมซ์เติบโตได้บนพื้นฐานยั่งยืน
ขณะนี้ชุมชนกลุ่ม A พร้อมรับไมซ์ได้ทันทีมีประมาณ 30 % กลุ่ม B ยังต้องเสริมบางเรื่องมีประมาณ 40 % และกลุ่ม C มีใจอยากรับตลาดไมซ์แต่ยังขาดสินค้าที่เข้าสู่ระบบกระบวนการมาตรฐานมี
30%
ผอ.ศิริปกรณ์ กล่าวว่า ปี 2569 อพท.เชิญชวนทุกคนลองออกเดินทางเที่ยว “ชุมชนไทย” ใกล้ ๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นตลาด ชุมชนเพื่อนบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ให้โอกาสซึ่งกันและกัน ในยุคที่เหมาะกับการเที่ยวแบบประหยัดพลังงาน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิง เพาเวอร์มอบทริปกลางปีช้อปทุกสนามบินลดถึงใจสูงสุด30%
มีทริปกลางปี เดินทางต่างประเทศ “คิง เพาเวอร์” ลดทุกสนามบิน! ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ช้อปสินค้าแฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ร่วมรายการรับคุ้มกว่า กับสินค้าและแบรนด์ที่เข้าร่วมรายการลดสะใจสูงสุด 30%
● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ : • ลดสูงสุด 30%
เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท/ใบเสร็จ
-พิเศษ! สินค้า Luxury Brands ที่ร่วมรายการ •
รับฟรี! GIFT CARD มูลค่า 8,000 บาท เมื่อซื้อ CASH
CARD ก่อนช้อป 50,000 บาท • รับฟรี! GIFT CARD มูลค่า 3,000 บาทเมื่อซื้อ CASH CARD ก่อนช้อป
10,000 บาท
● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง : ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 4,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
-รับฟรี! GIFT CARD มูลค่า 3,000
บาท เมื่อซื้อ CASH CARD ก่อนช้อป 10,000 บาท
● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ : ลดทันที! 1,000 บาท
เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ และลดทันที! 500 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
-ลดสูงสุด 10% เมื่อช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ พิเศษ! สมาชิก POWER
PASS ลดเพิ่ม 5%
● คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานภูเก็ต : ลดทันที! 800 บาท
เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสรจ
-ลดสูงสุด 10% เมื่อช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ พิเศษ! สมาชิก POWER
PASS ลดเพิ่ม 5%
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ออนไลน์เปิดคอลเลคชั่นสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ลด30%
“คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” จัดเต็ม New Arrival for MAY 2026 อัปเดตของเข้าใหม่ คอลเลคชั่นใหม่มาแรง! พร้อมเสิร์ฟความสดใหม่ พบกับไอเทมสุดฮอตที่ใครๆ ก็ต้องมี รีบมาช้อปก่อนใคร อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้สะดวกสบาย วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569
สินค้าเข้าใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ แว่นตา นาฬิกาและอื่น ๆ อีกมาก อย่ารอช้า ต้องรีบกดก่อนของขาดตลาด และรอรับสินค้าง่ายๆที่สนามบิน
1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รับรหัสส่วนลด 20MAY26
2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รับรหัสส่วนลด 30MAY26
-สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย!
รับสินค้าที่สนามบิน
-แบ่งชำระ 0%* นานสูงสุดถึง 6
เดือน
-รับเครดิตเงินคืนสูงสุด
62,800 บาท
-ฟรี!
ของสมนาคุณสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง (ของแถมมีจำนวนจำกัดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
ข่าวที่ 3-ททท.ดึง18อำเภอดันChaingMai Prototypeต้นแบบเที่ยวยั่งยืน
นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. เดินหน้าโครงการ “Chiang Mai Prototype” ยกระดับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ทำกิจกรรม “ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน จังหวัดเชียงใหม่” ด้วยวิธีระดมความคิดเห็น สร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายพันธมิตรในเชียงใหม่ 18 อำเภอ มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism Goals : STGs) ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่จุดหมายปลายทางความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวไทยให้มีคุณค่าและมีความหมายต่อทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
จึงดำเนินการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการท่องเที่ยวในพื้นที่ต้นแบบ โดยใช้กระบวนการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Product Prototype) ควบคู่การยกระดับคุณภาพและศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้มีความพร้อมเข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับประเทศและสากล ในปี 2569 ได้คัดเลือกเชียงใหม่เป็นพื้นที่ยั่งยืนต้นแบบ (Chiang Mai Prototype) ด้วยศักยภาพของพื้นที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลายและอัตลักษณ์ล้านนาอันโดดเด่น มีโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม ครอบคลุมระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศ มุ่งพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านความร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้ง UNESCO Creative Cities Network ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน”
ททท.จะร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่คัดเลือกสินค้าและบริการท่องเที่ยวเข้าสู่กระบวนการรับรองเกณฑ์ความยั่งยืน เช่น STGs STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating), รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) และ CF-Hotels (Carbon Footprint Hotels) พร้อมผลักดันสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล มุ่งสร้างสรรค์เส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน สร้างการรับรู้ และนำไปสู่การเสนอขาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มเป้าหมาย และขยายพื้นที่ต้นแบบความยั่งยืนสู่ Green Destination ใหม่ของไทย
กิจกรรม “ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน จังหวัดเชียงใหม่” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Chiang Mai Prototype มีผู้แทนจากเชียงใหม่ 18 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, อ.สะเมิง, อ.สันกำแพง, อ.สันทราย, อ.แม่ออน, อ.กัลยาณิวัฒนา, อ.ดอยสะเก็ด, อ.สารภี, อ.อมก๋อย, อ.แม่แจ่ม, อ.ไชยปราการ, อ.เวียงแหง, อ.เชียงดาว, อ.จอมทอง, อ.แม่ริม, อ.แม่อาย, อ.แม่วาง, อ.แม่แตง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 68 คน ระดมความคิดเห็นนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวยั่งยืนที่มีศักยภาพ ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่เน้นการใส่ใจตนเอง สิ่งแวดล้อม และชุมชนท้องถิ่น (Travel with Care)
โดยใช้หลักเกณฑ์คัดเลือกที่สอดคล้องกับแนวคิด Sustainable & Regenerative Tourism เช่น ความพร้อมในการขาย การเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก จุดเด่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ททท.
และเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่ยังได้ร่วมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืนร่วมกับบริษัทนำเที่ยว
(DMC) เช่น บริษัท ตริกายะ จำกัด, Monkey Travel Asia, Northern Smile
Travel, Standard Tour, Tour Merng Tai และ Chiangmai
Adventure ร่วมสร้างสรรค์เส้นทางส่งมอบประสบการณ์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว
ควบคู่การอนุรักษ์และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่จะนำไปสู่การพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนเติบโตอย่างสมดุล
และต่อยอดทำการตลาดในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วย
ข่าวที่ 4-บางจาก
Q1/69 รายได้โต
6% กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว
กลุ่มบริษัทบางจาก
รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส
1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528
ล้านบาท เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร” ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว
เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน
มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม 3,700 ล้านลิตร
แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน
บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม
นายชัยวัฒน์
โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม
2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ
ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ไตรมาส 1
ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด
ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น
สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม
จากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ
ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม
2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที
เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น
-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล
B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม
-ทำโครงการ
“Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด
“น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค
-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด
700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน
-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน
(Sustainable
Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม
2569
กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท
จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ
การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา
การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น
Chevron Hong
Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย
สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง
พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น
การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว
รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร
คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569
สำหรับไตรมาส
1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก
มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้
-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 6 %
- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %
-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ
มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท
“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน
และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส
1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้
● กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น
การตลาด และพลังงานชีวภาพ
-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA
10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง
ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ
279,800 บาร์เรลต่อวัน ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่
18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด
และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม
-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA
1,563 ล้านบาท
มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร
จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV
กว่า 592 สถานี
มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง
Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า
18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ
40 สถานี ส่วน Retail Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม
1,187 สาขา
● กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก
(Out‑Out) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น
ช่วงที่ 2
ท่องเที่ยว –เที่ยวชุมชนกรีนเยือนที่ลพ(บุรี)พบถิ่นสิงห์(บุรี)พักพิงชัย(นาท)
ท่องเที่ยวมุมใหม่ใกล้กรุง กับ ททท.สำนักงานลพบุรี
ชวนท่องเที่ยว สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนเชิงเกษตร เจ้าของรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ประเภทการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเพื่อความยั่งยืน ผ่านมาตรฐาน STAR : Sustainable Tourism
Acceleration Rating เมืองน่าเที่ยว “ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท” ระหว่าง 15 พฤษภาคม
- 15 สิงหาคม 2569 มีกิจกรรมรับสิทธิพิเศษมากมายกับท่องเที่ยวชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ใกล้ที่ไหนไปเช็คอินที่นั่นฟิน 3 พิกัด
● พิกัดที่
1 วิสาหกิจชุมชน ท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงเกษตร บ้านมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถอีแต๋นชมวิถีชาวนา ชมบ้านโบราณ (บ้านหลบโจร) ที่มีประวัติน่าสนใจ
ไปทัวร์สวนเกษตรผสมผสาน สัมผัสทิวทัศน์ริมคลองบางขาม
-กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร พาไปเรียนรู้การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด ทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา สานตะกร้าหวาย
-สนุกกับการทำเวิร์กช็อปและอาหารท้องถิ่น มีทั้งแหนมเห็ด พิซซ่าเตาถ่าน ชิมน้ำพริกขี้กา เมนูพื้นบ้าน
-เที่ยวเชิงผจญภัยไปพายซับบอร์ดพร้อมกับชมวิวแม่น้ำ
และผ่อนคลายสุขภาพด้วยการแช่เท้าในน้ำสมุนไพร
● พิกัดที่
2 บ้านข้าวหอม ฟาร์มสเตย์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี อีกแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชวนให้มาลองเช็คอินสัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติ
เรียนรู้วิถีเกษตรและสนุกกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ขับรถ ATV ทัวร์เส้นทางรอบฟาร์มสเตย์ หรือจะปั่นจักรยานชมท้องนา
ดูการปลูกข้าวอินทรีย์ พายเรือในร่องสวน เก็บผลไม้สดๆ จากต้น ให้อาหารปลาและควายเผือก
ส่องนกตามธรรมชาติ
ที่นี่มีบ้านพักเรือนไทยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตั้งอยู่กลางน้ำและกลางสวนอาหารพื้นบ้าน
เสิร์ฟเมนูสุขภาพ เช่น ปลาช่อนแดดเดียว ผักปลอดสารพิษ ชาข้าวไรซ์เบอร์รี่ พร้อมุมถ่ายภาพเช็กอินคู่กับทุ่งนาเขียวขจีกับสระ
ให้ความรู้สึกฮีลกายใจได้เป็นอย่างดี
● พิกัดที่
3 วิสาหกิจชุมชนริเช่ฟาร์ม
อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เหมาะกับสายชิลเที่ยวเชิงเกษตรแบบผสมผสานและปลอดภัยหรือออร์แกนิก เน้นทำเกษตรสมัยใหม่ครบวงจร เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ ปลูกและเก็บผักจากแปลงมาทำเวิร์กช็อปอาหาร
อย่างพิซซ่าเตาถ่าน หรือมากับครอบครัว ก็พาเด็ก ๆ เดินเก็บไข่ไก่สด ๆ จากเล้า และเลือกซื้อผักออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์ปลอดภัยกลับไปทำเมนูอร่อย
ๆ ปลอดภัยไร้สารกินที่บ้านได้ด้วย
มีปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม!มาเที่ยวชุมชนสีเขียวในราคาเพียงคนละ 250 บาท เริ่ม
15พฤษภาคม - 15 สิงหาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
ททท.สำนักงานลพบุรี โทร. 036-770096-7 หรือ Facebook Fanpage : ททท.สำนักงานลพบุรี : Tat
Lopburi
สุขภาพ –“กินน้อย-ขยับร่างกาย-ลดเครียด-หลับลึก”ช่วยชะลอวัยสดใส
ความสงสัยว่าทำไมบางวันเราถึงรู้สึกหมดแรงตั้งแต่ตื่นนอน
หรือยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญถึงยิ่งพังง่าย ต้องถาม “ผู้ช่วยตัวจิ๋ว”
ในร่างกายเราที่มีชื่อว่า ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) มีหน้าที่หลักคือ
“เปลี่ยนอาหาร” ที่เรากินให้กลายเป็นพลังงาน (ATP) เพื่อให้หัวใจเต้น
สมองคิด ร่างกายขยับได้ แต่ก็ “เปราะบาง” กว่าที่คิด ถ้าใช้งานผิดวิธี
หรือสร้างอนุมูลอิสระจนทำให้เซลล์เราเสื่อมสภาพเร็วขึ้นทันที
4 พฤติกรรมยอดฮิตที่กำลังทำร้าย “ไมโตคอนเดรีย” ในร่างกายแต่ละโดยไม่รู้ตัว
กับวิธีกู้คืนระบบพลังงานให้กลับมาสดใสได้
1.กินเยอะตลอดเวลา ไม่มีช่วงพักเตา (Overeating)
การกินมื้อใหญ่เกินไปหรือกินจุบจิบตลอดเวลา
เท่ากับโหมฟืนเข้าเตาเผาจนล้น
ยิ่งกินแป้งและน้ำตาลมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้ในขณะนั้น
ระบบการผลิตพลังงานในไมโตคอนเดรียจะเกิดการติดขัด เปรียบเสมือน “ควันพิษ”
หรือเกิดอนุมูลอิสระปริมาณมหาศาล
ที่จะย้อนกลับมาทำลายตัวไมโตคอนเดรียเองให้พังเสียหาย ทำให้อ้วนง่ายขึ้นและรู้สึกอ่อนเพลียหลังกินอาหาร
●
ทางแก้ : ลองฝึกเว้นช่วงมื้ออาหาร หรือแค่หยุดกินจุกจิก
เพื่อให้ไมโตคอนเดรียมีเวลาเคลียร์พลังงานเก่าและซ่อมแซมตัวเองบ้าง
การปล่อยให้ท้องร้องนิด ๆ คือช่วงเวลาที่เซลล์กำลังทำความสะอาดตัวเอง
2.นั่งนิ่งๆ ทั้งวัน ไม่ออกกำลังกาย (Sedentary Lifestyle)
ร่างกายเราฉลาดมาก
ถ้าไม่ขยับตัว ร่างกายจะเข้าใจว่า “เราไม่ต้องการพลังงาน”
และจะสั่งลดจำนวนไมโตคอนเดรียลง และที่มีอยู่เดิมเสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะในเซลล์
แต่ร่างกายก็ไม่กำจัดทิ้ง (ขาดกระบวนการ Mitophagy) ทำให้เซลล์เต็มไปด้วยโรงไฟฟ้าเก่าๆ
ทำงานไม่ดี ผลลัพธ์คือ พอเราต้องขยับตัวนิดหน่อยก็จะรู้สึกเหนื่อย ในทางกลับกัน
“การออกกำลังกาย” เป็นการส่งสัญญาณให้ร่างกาย
“สร้างไมโตคอนเดรียใหม่ที่สดใหม่และแข็งแรงขึ้นทันที
●
ทางแก้ : ขยับตัวให้บ่อยขึ้น ออกเดินเร็ว หรือลุกเดินระหว่างวัน
ก็ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวแล้ว
3.เครียดเรื้อรัง จนฮอร์โมนเผาโรงงาน (Chronic Stress)
-ความเครียดไม่ได้ทำร้ายแค่จิตใจ แต่ทำลายลึกถึงระดับเซลล์ เมื่อเราเครียด
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอลออกมา ถ้ามีมากและนานเกินไป
จะส่งผลให้โครงสร้างของไมโตคอนเดรียเสียหายโดยตรง
งานวิจัยพบว่าความเครียดเรื้อรังทำให้ไมโตคอนเดรียในเซลล์สมองทำงานแย่ลง
ส่งผลให้เกิดอาการ “สมองล้า” (Brain Fog) ความจำไม่ดี
เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า
ทำให้ไมโตคอนเดรียในตับและกล้ามเนื้อดื้อต่ออินซูลินอ้วนลงพุงง่ายขึ้นอีก
●
ทางแก้ : ต้องหา “จุดพัก” ความเครียดในแต่ละวัน เช่นฝึกหายใจลึกๆ การทำสมาธิ
หรือแค่ปิดจอโทรศัพท์แล้วอยู่กับตัวเองสักพัก
เพื่อลดระดับฮอร์โมนเครียดลงให้มากที่สุด
4.นอนน้อย หรือนอนกรน (Poor Sleep & Apnea)
ช่วงเวลาที่เราหลับลึก
คือช่วง “ซ่อมบำรุง” สำคัญที่สุดของไมโตคอนเดรีย ถ้าเรานอนน้อย
ร่างกายจะไม่ได้เข้าสู่โหมดซ่อมแซมนี้เลย
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ
“การนอนกรนแบบมีภาวะหยุดหายใจ” (Sleep Apnea) เพราะตอนหยุดหายใจ
ร่างกายจะขาดออกซิเจน ทำให้ไมโตคอนเดรียหยุดชะงัก พอเราเฮือกหายใจกลับมา
ออกซิเจนทะลักเข้ามาให้เกิดปฏิกิริยากระชาก (Reoxygenation injury) สร้างอนุมูลอิสระออกมาทำลายเซลล์อย่างรุนแรงตลอดคืน
ตื่นมาจึงรู้สึกเพลียเหมือนคนไม่ได้นอน และเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว
●
ทางแก้ : ให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ
ปิดไฟให้สนิทเพื่อให้เมลาโทนินทำงาน ถ้าใครนอนกรนดัง แนะนำให้ไปตรวจ Sleep
Test เพื่อรักษา จะช่วยกู้คืนสุขภาพไมโตคอนเดรียได้มหาศาล
สรุป
“ไมโตคอนเดรีย” คือเพื่อนตัวจิ๋วที่คอยดูแลพลังงานให้เราตลอดชีวิต การดูแลก็แค่
“กินพอดี-ขยับบ่อยๆ- อย่าเครียดนาน-นอนให้หลับลึก”
เท่านี้โรงไฟฟ้าในตัวเราก็จะกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพ ช่วยชะลอวัยสดใสด้วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ผู้ว่าฯ
ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศสเจาะเศรษฐียุโรปไฮเอนด์
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า ได้ให้สัมภาษณ์สื่อชั้นนำในฝรั่งเศสที่ครองกลุ่มตลาดคุณภาพสูง
นำเสนอความพร้อมของประเทศไทยในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก หรือ “Film
Location Paradise Throughout Thailand” สื่อสารไปยัง 4 สื่อ นำไปเผยแพร่ต่อไป ได้แก่ 1.Exclusive Owners เป็นนิตยสารระดับ
“อัลตร้า ลักชัวรี่” เจาะตลาดเข้าถึงกลุ่มระดับไฮเอนด์คุณภาพ Ultra-High
Net Worth Individual (UHNWI) รวมถึงผู้บริหารระดับสูง
เจ้าของกิจการ นักวิชาชีพอิสระ และนักสะสมงานศิลปะ 2.Vins et Gastronomie นิตยสารด้านอาหารหรือ Gastronomy ชั้นนำของฝรั่งเศส
มีฐานผู้อ่านรายได้สูงและมีศักยภาพในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศจำนวนมาก 3.สื่อท้องถิ่น «Yes I Cannes» และ 4.Bloomberg
ททท.มุ่งขยายการรับรู้ประเทศไทยในตลาดนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์และ
Ultra Luxury ผ่านสื่อคุณภาพของฝรั่งเศส
สอดคล้องกับแนวคิด Value over Volume ตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมบนเวทีนานาชาติ
ที่จะสามารถสร้างรายได้การท่องเที่ยวจากกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ไทยได้ในอนาคตต่อไป
ข่าวที่สอง –รร.เคปกูดูเกาะยาวน้อยภูเก็ตโปร4วัน3คืน“Kudu Getaway”1.74หมื่น
“โรงแรมเคปกูดู
เกาะยาวน้อย” ภูเก็ต หนึ่งในสมาชิก Small
Luxury Hotels of the World (SLH) กับ “Kudu Getaway” จัดโปรโมชั่นห้องพักแพ็คเกจ 4 วัน 3 คืน พร้อมอาหารเช้า 2 คน “ห้องดีลักซ์” ราคาเริ่มต้น
17,460 บาท สุทธิ/ ห้อง “ห้องดีลักซ์ซีวิว” ราคาเริ่มต้น 23,505
บาท สุทธิ/ ห้อง จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569
ขอเชิญชวนทุกท่านที่หลงใหลในกลิ่นไอทะเล
หลงเสน่ห์วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์บนเกาะ มาเพลิดเพลินไปกับสายลม แสงแดด
และทริปล่องเรือท่องเที่ยว ที่ชวนให้
ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามตระการตาของอ่าวพังงา
พักผ่อนอย่างสะดวกสบายในห้องพักสุดหรู พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทันสมัยของโรงแรมเคปกูดู
เกาะยาวน้อย
สิทธิพิเศษและเงื่อนไขเพิ่มเติม
-สิทธิประโยชน์การเข้าพักขั้นต่ำ
3 คืนขึ้นไป รวมอาหารเช้า 2 คน
-อภินันทนาการเครื่องดื่มต้อนรับ
และผลไม้สดตามฤดูกาลในห้องพัก
-ฟรี
!! รถรับส่ง (ส่วนตัว) จากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
เรือโดยสาร (ร่วมกับผู้โดยสารคนอื่น) เพื่อข้ามเกาะ รถโดยสารถึงโรงแรม
ทั้งขาไปและขากลับ
-ทริปท่องเที่ยวรอบเกาะครึ่งวันกับ
“Kudu Wanderer” 2 คน
-เข้าพักก่อนเวลา
เช็คอินได้ เลทเช็คเอาท์ได้ถึง 14.00 น.
(ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักว่างในแต่ละวัน)
-รับส่วนลด
10% ที่ เคปสปา เมื่อเข้าพักระหว่าง 1 มิถุนายน – 31 ตุลาคม 2569
-รับส่วนลด
10% รับประทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมฯ
เฉพาะเมนูอะลาคาร์ท และเครื่องดื่ม ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ไม่ได้ที่คาเฟ่
แคนทารี) จองเข้าพัก 1 มิถุนายน – 31 ตุลาคม
2569
-ฟรีบริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง
-สำรองห้องพักและชำระเงินล่วงหน้าเต็มจำนวนผ่านโรงแรมหรือเว็บไซต์โรงแรมโดยตรง
ไม่สามารถขอยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือคืนเงินทุกกรณี
สำรองห้องพักล่วงหน้าสอบถามเพิ่มที่
โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย โทร. 076-592-600 หรือ
อีเมล: reservations@capekuduhotel.com และดูได้ที่www.capekuduhotel.com
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.







.jpg)


