วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Scootชี้เทรนด์คนไทย FIT ตลาดท่องเที่ยวอิสระมาแรง ปี’69แอร์ไลน์สเน้นยืดหยุ่นบูมเอเชีย

 Scootชี้เทรนด์คนไทย FIT ตลาดท่องเที่ยวอิสระมาแรง

ปี’69แอร์ไลน์สเน้นยืดหยุ่นเพิ่มประสบการณ์บูมเอเชีย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Scoot #คนไทยเที่ยวแบบFIT  

Scoot ชี้เทรนด์ “คนไทย” ตลาด FIT โตดี นิยมเที่ยวอิสระด้วยตัวเอง ปี69 แอร์ไลน์สพร้อมยืดหยุ่น เน้นเพิ่มประสบการณ์ และความคุ้มค่าเงิน ขานรับตลาดยุคใหม่ บินใกล้ในเอเชียมาแรง

Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SIA) เปิดเผยเทรนด์กลุ่มคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 พบว่ามีแนวโน้มเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น นิยมวางแผนการเดินทางด้วยตนเองแบบอิสระ (Free Independent Travel : FIT) จากข้อมูลการจองและอินไซต์ที่ Scoot เก็บรวบรวมตลอดเทศกาลสงกรานต์ มาจนถึงขณะนี้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง คาดจะมีคนไทยในกลุ่ม FIT หรือ semi-FIT เดินทางออกนอกประเทศประมาณ 65–75%  



ส่วน “กรุ๊ปทัวร์” ยังคงมีบทบาทในบางตลาด เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่สัดส่วนโดยรวมมีแนวโน้มลดลง เพราะคนไทยต้องการอิสระที่จะออกแบบประสบการณ์การเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น

“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” เป็นตัวเลือกหลักที่คนไทยเลือกเป็นจุดหมายยอดนิยม ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม  เพราะมีระยะเวลาบินค่อนข้างสั้น 3–6 ชั่วโมง มีข้อกำหนดการเดินทางไม่ซับซ้อน เช่น การยกเว้นวีซ่าหรือขั้นตอนการเข้าประเทศสะดวกขึ้น มีความถี่เที่ยวบินสูง

“ช่วงวันพัก” ทริปคนไทยส่วนใหญ่พักระยะสั้นเฉลี่ย 3–5 วัน/ทริป ส่วนทริประยะยาวขึ้น 5–7 วัน ในช่วงที่มีวันหยุดยาวหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ชื่นชอบไปแถบเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

“พฤติกรรมการจองเที่ยวบิน” คนไทยส่วนใหญ่มักจองล่วงหน้าก่อนเดินทางประมาณ 1–3 สัปดาห์ และมีกลุ่มนักเดินทางแบบ “นาทีสุดท้าย” (last-minute) ล่วงหน้าน้อยกว่า 7 วัน กลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงรอดูสถานการณ์ (wait-and-see) เพื่อเลือกติดตาม “ราคาค่าโดยสารหรือโปรโมชั่น” ก่อนตัดสินใจยืนยันการเดินทาง สอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบันที่ผู้บริโภคใช้จ่ายรอบคอบมากขึ้น และให้ความสำคัญกับทริปและประสบการณ์ที่มอบความคุ้มค่ามากขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพสูงขึ้น

“ปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทาง” ของคนไทยยังคงต้องการเลือกมีประสบการณ์ที่ดี ด้านอาหาร ชอปปิ้ง วัฒนธรรมคาเฟ่ กิจกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่น และจุดหมายปลายทางที่ไม่แออัด กำลังกลายเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนทริปมากขึ้น  สะท้อนถึงการท่องเที่ยวแบบปริมาณมาก (mass) สู่การเดินทางที่ “มีความเฉพาะตัวและมีความหมาย” มากขึ้น

สอดคล้องกับผลการศึกษาตามรายงานที่ Scoot จัดทำขึ้นเกี่ยวกับเทรนด์การเดินทางคนเดียวปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงหนึ่งในแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนไทยออกเดินทาง คือ ความต้องการหลีกหนีจากความจำเจและกิจวัตรประจำวัน โดยนักเดินทางไทยมีความเป็นอิสระและตั้งใจวางแผนการเดินทางเองมากขึ้น

Scoot ยังคงเดินหน้าสนับสนุนความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทั่วเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป พร้อมทางเลือกการเดินทางที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ลูกค้าปรับการเดินทางได้ตามงบประมาณ ความต้องการ ความสำคัญของแต่ละทริป ควบคู่การให้ความสำคัญกับบริการที่มีคุณภาพและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์การเดินทาง



ททท.นำTrusted Thailandขานรับนโยบายรัฐบางอนุทิน เข้มมาตรฐานธุรกิจ4ประเภทเที่ยวไทยปลอดภัย ยั่งยืน

ททท.นำTrusted Thailandขานรับนโยบายรัฐบางอนุทิน

เข้มมาตรฐานธุรกิจ4ประเภทเที่ยวไทยปลอดภัย ยั่งยืน

 

ททท.ขานรับรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกุล”นำTrusted Thailand” ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปลอดภัย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TrustedThailand #เที่ยวไทยปลอดภัยยั่งยืน

ททท.ขานรับรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกุล” เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปลอดภัย มีคุณภาพ ยั่งยืน นำ “Trusted Thailand” คุมเข้มมาตรฐานธุรกิจ 4 ประเภท “โรงแรมที่พัก-ภัตตาคารร้านอาหาร-ห้างศูนย์การค้า-นันทนาการแหล่งท่องเที่ยว”

            นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล เมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีนโยบายสำคัญเรื่องบูรณาการความร่วมมือ “4 เสาหลักความมั่นคง” ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ในการป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตั้งแต่ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” ประสานข้อมูล วางแผนเชิงรุก ป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ติดตามสถานการณ์ การบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ


“ภาคการท่องเที่ยว” รัฐบาลมีนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หน่วยงานด้านความมั่นคง เดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการไทย และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว

“การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ขานรับนโยบายโดยมุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว 4 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์

ประเภทที่ 2 ภัตตาคาร และร้านอาหาร

ประเภทที่ 3 ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า

ประเภทที่ 4 นันทนาการ และสถานที่ท่องเที่ยว

โดยใช้ตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” เป็นมาตรฐานสำคัญสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการ สนับสนุนการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการท่องเที่ยวของไทยให้ได้มาตรฐานสากล และเดินหน้าประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์สร้างความเชื่อมั่นการเดินทางท่องเที่ยวไทย เพื่อผลักดันไทยสู่จุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก



มาตรการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง “Tourism Safety Ecosystem” หรือระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ครอบคลุมทั้งด้านการดูแลนักท่องเที่ยว การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ การสร้างความเชื่อมั่นเชิงรุกในระดับสากล จะเป็นกลไกผลักดันจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ “Mass Tourism” ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงมูลค่าและยังยืน “High Value & Sustainable Tourism” ช่วยยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการท่องเที่ยว สร้างมาตรฐานที่ดีให้อุตสาหกรรม เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ททท. เชื่อมั่นการบูรณาการความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ร่วมกันยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติในการเดินทางมาไทย ส่งผลดีโดยตรงต่อภาพรวมเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย ทั้งด้านการกระตุ้นการใช้จ่าย การดึงดูดการลงทุน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่ “Trusted Thailand” โดยให้ “ความปลอดภัย – คุณภาพ – ความยั่งยืน” เป็นหัวใจสำคัญพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลผู้ประกอบการไทย การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาไทย

 

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP SPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ยSPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP SPENDERS

ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPower #TopSpender #เที่ยวไทยจีนเสริมเฮงตามฮวงจุ้ย


ปรานต์ชญาน์ อภิลัคนานุวัต รองประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์  พร้อมพา นำ TOP SPENDERS 32 คน ลูกค้า คิงเพาเวอร์ THE ATLAS CLUB สมาชิก POWER PASS สถานะ VEGA ที่ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดกับประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ 2 กิจกรรม คือ “เสริมดวงรับปีม้า ล่องเรือเจ้าพระยาไหว้สามเทพศักดิ์สิทธิ์ปรับชะตาชีวิต” และทริปเสริมพลังฮวงจุ้ยปฐมจักรพรรดิ ซานตง-ไท่ซาน เชื่อมพลังฟ้าดิน พลิกชะตา เปิดคลังสมบัติดวงมั่งคั่ง เสริมอำนาจและบารมี ตามหลักโหราศาสตร์ “ฮวงจุ้ย”


กิจกรรมแรก “ทริปล่องเรือเสริมพลัง 3 เทพเจ้าความมั่งคั่ง เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา” นำสมาชิกล่องเรือ SAFFRON CRUISE BY BANYAN TREE รับพลังงานเสริมความมั่งคั่ง สักการะ 3 เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้โหราศาสตร์จีน “ฮวงจุ้ย” กับ คุณกิตติธัช นำทักษ์ชัยกุล ทายาทรุ่น 3 ปฏิทินจีนโบราณน่ำเอี๊ยง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์จีนและฤกษ์ยามจีนโบราณ มาให้คำแนะนำ “ศาสตร์แห่งศรัทธา : ถอดรหัสเสริมพลังงานธาตุ สู่ความมั่งคั่ง” พร้อมมื้อกลางวันสุดพิเศษ ชมสถานที่ประวัติศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำที่สวยงาม

 


จุดแรก : พิธีป๋ออุ่ง ขอพรด้านสุขภาพ ต่อ “เทพเจ้าโจวซือกง”  ที่ศาลเจ้าโจวซือกง ตลาดน้อย

จุดที่สอง : ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน “ขอพรด้านการค้า” ความยุติธรรมในคดีความ การซื้อ–ขายที่ดิน ความมั่นคงในชีวิต ต่อ “เทพเจ้ากวนอู” แห่งความซื่อสัตย์ ส่งเสริมธุรกิจการงานให้เจริญก้าวหน้า

จุดที่สาม : ขอพร “องค์เจ้าแม่กวนอิมไม้ศักดิ์สิทธิ์” ที่ ศาลเจ้าเกียนอันเกง” ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาย่านกุฎีจีน โดยเชื่อกันว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมสามารถรับรู้คำอธิษฐานโดยตรง และตอบสนองด้วยพลังแห่งเมตตา โดยมีคุณบุณยนิธย์ สิมะเสถียร ทายาทที่ช่วยดูแลสถานที่ร่วมบอกเล่าเรื่องราวและให้รู้ถึงพลังความศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาหลายร้อยปี

 


กิจกรรมที่ 2 ทริปเปิดคลังสมบัติดวงมั่งคั่ง เสริมพลังฮวงจุ้ยปฐมจักรพรรดิ ซานตง-ไท่ซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตำนานพิธีไหว้ฟ้าดินของจิ๋นซีฮ่องเต้ รับพลังงานฟ้าดินที่เขาไท่ซาน หรือ “ประมุขแห่งปัญจมหาคีรี” มรดกโลกจากยูเนสโก UNESCO จุดรับพลังหยาง “ปรับดวงชะตา”

เริ่มต้นเปิดรับพลังมงคลและรีเซ็ตจังหวะชีวิตใหม่ในพิธี “เฟิงซาน” บวงสรวงฟ้า-ดินของจักรพรรดิจีนโบราณที่ “วัดไต้เหมี่ยว” โดย อาจารย์สุชานิตา มาเพิ่ม ศิษย์เอกผู้ช่วยสอนฮวงจุ้ยและดวงจีน กับอาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์ ผู้ก่อตั้งชมรมภูมิโหราศาสตร์ มูลนิธิสุสานฮูลินและเทียนฐานประตูสวรรค์  ร่วมพิธีบวงสรวงแบบเฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ มอบให้สมาชิก ด้วยไฮไลท์การเขียนคำอธิษฐานลงบนม้วนผ้าแพรที่เก็บรักษาไว้อย่างถาวร ที่หอสมุดศักดิ์สิทธิ์ของวัดนี้

 


จากนั้นก็เดินทางไป รับพลังหยางเปิดดวงชะตา บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์จุดเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับสวรรค์ใกล้ที่สุด ปิดท้ายด้วยการขอพร “พระพุทธรูปทองคำ” ด้านการเงินตอกย้ำการเสริมพลังความมั่งคั่งให้ชีวิต

รวมทั้งยังได้นำสมาชิกสัมผัสประตูสู่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ “ขงจื๊อ” เยี่ยมชมความงดงาม พร้อมศึกษาเรื่องราวคุณค่าทางศิลปะที่ “วัดสุสาน และคฤหาสน์ตระกูลขงจื๊อ เมืองฉู่ฟู่” มรดกโลกยูเนส สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขงจื๊อปี 478 ก่อนคริสต์ศักราช ตลอดการเดินทางสมาชิก ได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ด้วยเมนูอาหารฮ่องเต้สูตรลับจากวังหลวง ที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน

คิง เพาเวอร์ เชิญชวน สมาชิกทุกกลุ่มมาร่วมเป็น TOP SPENDERS  พร้อมรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย ได้ในโอกาสต่อไป



Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอนยกระดับสู่ภาคปฏิบัติ

Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอน

ผนึกสมชิกขยายความร่วมมือยกระดับภูมิภาคสู่ภาคปฏิบัติ

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #CarbonMarketClub #dกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน #ACCF

กรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน บางจากนำ Carbon Markets Club ผนึกสมาชิกเดินหน้าความร่วมมือยกระดับภูมิภาค พัฒนาสู่ตลาดคาร์บอนภาคปฏิบัติ

            นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF เปิดเผยว่า ล่าสุด ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) หรือกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน ได้รายงานความคืบหน้าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลาดคาร์บอนคุณภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมสมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ได้จัดการประชุม ACCF Steering Committee หรือคณะกรรมการที่สิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity Week 2026

โดยได้กล่าวถึงแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 และแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 รวมทั้งได้รับการอ้างอิงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN Capital Markets Forum  ตลอดปี 2568 ACCF ได้สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากลเช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและตลาดโลกให้การยอมรับคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน



ACCF ดำเนินงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.อุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน (Supply and Demand) 2.โครงสร้างพื้นฐานของตลาด (Market Infrastructure) 3.การสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพ (Strategic Communications and Capacity Building) โดยได้ผลักดันความสอดคล้องด้านนโยบาย (Policy Alignment) และธุรกรรมนำร่อง (Pilot Transactions) เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ มีสมาคมสมาชิกในแต่ละประเทศได้ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าดังกล่าว ผ่านโครงการระดับประเทศและภูมิภาคเชื่อมโยงกัน ได้แก่ Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA), Malaysia Carbon Market Association (MCMA) และ Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ร่วมสนับสนุนหลักการร่วมภายใต้ Coalition to Grow Carbon Markets อย่างเป็นทางการ



            “ประเทศไทย Carbon Markets Club (CMC) ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) รวมถึงการนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทย ขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก พร้อมกับร่วมสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative (HACI) ดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ และสนับสนุนการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนา

ทาง CMC ยังมีภารกิจด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพของ ACCF การพัฒนาแนวทางการสื่อสารและอัตลักษณ์องค์กร เพื่อสร้างการความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

พัฒนาการทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ACCF ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่สนับสนุนการประสานความสอดคล้องระหว่างระบบที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ พร้อมเปิดทางเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกประเทศใช้ระบบเดียวกัน แต่คือการทำให้ระบบที่แตกต่างกันเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ



ระยะต่อไป ACCF จะยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านคณะทำงานต่าง ๆ รวมถึงธุรกรรมนำร่อง การประสานความสอดคล้องด้านนโยบาย การพัฒนาศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน สนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดน และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในวงกว้าง

            ACCF ยังจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำและการประสานงาน โดยสมาคมสมาชิกจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการหมุนเวียนบทบาท เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและผลักดันเป้าหมายร่วมกันต่อไป การประชุมคณะกรรมการบริหารไตรมาส 2 ที่ SSFA ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญการส่งมอบตำแหน่งประธาน ACCF จาก MCMA ไปยัง SSFA จะเริ่มมีผลช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทาง ACCF จะยังคงขยายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนให้เชื่อมโยงกันและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นต่อไป

Malaysia Carbon Market Association (MCMA) มีบทบาทสำคัญสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนมาเลเซีย และเปิดตัวนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติของมาเลเซียเมื่อเมษายน 2569 ระบุให้ ACCF เป็นกลไกสำคัญสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค และสะท้อนถึงความสอดคล้องที่เพิ่มขึ้นระหว่างกรอบนโยบายระดับประเทศกับความร่วมมือภูมิภาค MCMA ยังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดและการประสานด้านนโยบาย เพื่อเสริมสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดน

            ASEAN Alliance on Carbon Markets (AACM) ยังคงสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมสมาชิก รวมถึงการผลักดันคณะทำงานสำคัญด้านการจัดทำข้อมูลอุปสงค์และอุปทาน โครงสร้างพื้นฐานของตลาด การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ภายใต้คณะทำงานด้านการยอมรับวิธีการคำนวณร่วมกันของโครงการคาร์บอนเครดิตในระบบต่าง ๆ AACM และ Fairatmos ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลระดับภูมิภาคสำหรับวิธีการคำนวณโครงการคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และการหารืออย่างต่อเนื่องกับผู้กำหนดนโยบาย พันธมิตรด้านเทคนิค ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค ผ่านเวทีต่าง ๆ เช่น ASEAN Climate Forum ยังช่วยเสริมสร้างความสอดคล้องและความพร้อมด้านการลงทุนของภูมิภาค



Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ได้ผลักดันการจัดทำคู่มือ “Implementation Guide for Corporate Usage of High-Integrity Carbon Credits” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงควบคู่กับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คู่มือดังกล่าวได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับกรอบแนวทางทั้งระดับประเทศและสากล รวมถึงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่สำนักงานเลขาธิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติสิงคโปร์

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และ Enterprise Singapore เผยแพร่ร่วมกันในเดือนตุลาคม 2568 แนวทางดังกล่าวมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจด้วยหลักเกณฑ์และขั้นตอนเชิงปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้จะพัฒนาขึ้นในบริบทของสิงคโปร์ แต่ยังสามารถใช้เป็นแนวทางอ้างอิงระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกันมากขึ้น และเสริมสร้างสัญญาณอุปสงค์ของตลาดคาร์บอนในอาเซียน

 Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA) มุ่งเน้นผลักดันการดำเนินงานภาคปฏิบัติผ่านการพัฒนาโครงการ การกระตุ้นตลาด และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนทั้งด้านอุปทานคาร์บอนเครดิตและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด โดยความพยายามดำเนินอยู่รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของ transition credits โดยเฉพาะกรณีการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด ตลอดจนความคืบหน้าด้าน Carbon Capture and Storage (CCS) 

IDCTA ยังเดินหน้าสร้างเวทีหารือและความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของระบบนิเวศตลาดคาร์บอน พร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและสากล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ธุรกรรมนำร่อง ความร่วมมือข้ามพรมแดน ความพยายามเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุปทานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สามารถขยายตัวได้ในอนาคต

           

 

ททท.รุกตลาดใกล้เอเชียฯม.ค.-พ.ค.69เข้าไทย8.29ล้านคน-Q3/69 พ.ค.-ส.ค.ทรงตัว

ททท.รุกตลาดใกล้เอเชียฯม.ค.-พ.ค.69เข้าไทย8.29ล้านคน

จีนแชมป์โต18%-Q3/69 พ.ค.-ส.ค.ทรงตัว-เติบโตเล็กน้อย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Shorthaul #AsiaPacific

ททท.ผ่าตลาดท่องเที่ยวระยะใกล้เอเชียและแปซิฟิกใต้ 1 ม.ค.-16 พ.ค.69 มาไทยแล้ว 8.24 ล้านคน “จีน” แชมป์โตสูงสุด 18.79 % ไตรมาส 3 ปี 69 “ทรงและขยายตัว” เล็กน้อย ชู 4 ปัจจัยหนุน “วันหยุดทั่วอาเซียน/เอเชีย-เจาะตลาดคุณภาพ-กระแสทัวร์คอนเสิร์ต- Thailand Summer Blast


 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Shorthaul) เดินทางมาไทยแล้วกว่า 8.24 ล้านคน “เอเชียตะวันออก” เติบโตแรงสุดคือ “สาธารณรัฐปราชนจีน” ครองแชมป์เป็นตลาดหลักเติบโตสูงสุด 18.79 % ส่วนอีก 4 ตลาด อินเดีย ไต้หวัน เมียนมา ฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง คาดตลอดปี 2569 มีนักท่องเที่ยวมาไทยรวม 21.87 ล้านคน

ช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ประเมินสถานการณ์ตลาดระยะใกล้มี “แนวโน้มทรงตัว” ถึงขยายตัวเล็กน้อย จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดภาคเรียน (School Holidays) ในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ ช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม รวมถึงช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีน

ส่วน “ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน” ปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางระยะใกล้หรือภายในภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันยิ่งทวีความเข้มข้น

ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2569 ททท.เล็งเห็นถึงจังหวะสำคัญของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและช่วงชิงขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับกลยุทธ์จากแนวคิด ฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยจำนวน (Volume Recovery) สู่การขับเคลื่อนด้านมูลค่า (Value-driven Growth) ในระยะยาวจะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



โดยททท. พร้อมเดินหน้ากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ส่งเสริมการเดินทางช่วงวันหยุดและฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทางและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดย ททท.  

สถิติระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ (shorthaul) มาไทยรวมทั้งสิ้น 8.24 ล้านคน  นำโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออก  3.73 ล้านคน ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ รวม 4.50 ล้านคน  เดินทางมามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.สาธารณรัฐประชาชนจีน 2,151,861 คน เติบโต 18.79 % หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 340,000 คน โดยมีเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

2.มาเลเซีย 1.46 ล้านคน

3.อินเดีย  941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80 %

4.เกาหลีใต้ 0.51 ล้านคน  

5.ไต้หวัน  410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68 %  เป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางอิสระ (FIT) และเดินทางท่องเที่ยวซ้ำสูง (Repeat Visitor)



ขณะที่ “เมียนมา” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะสม 291,913 คน เพิ่มขึ้น 24.47 % ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง   

“ฟิลิปปินส์” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้ว 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21 % ไทยยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 1 ใน 10

 

            ตลาดเอเชียมีแรงกระตุ้นเป็นแม่เหล็กจูงใจให้นักท่องเที่ยวตลาดเอเชียเดินทางเข้ามาไทยในทิศทางที่แข็งแกร่งช่วงนี้จากสนับสนุนการเดินทาง 4 ปัจจัย




ปัจจัยที่ 1 การทำตลาดเชิงรุกมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มความสนใจพิเศษ เช่น กลุ่มอินเซ็นทีฟ กอล์ฟ เวลเนส และเดินทางเป็นคู่

ปัจจัยที่ 2 จัดทำโครงการกระตุ้นตลาดต่างประเทศ Thailand Summer Blast โดยสนับสนุนการเชื่อมต่อเที่ยว ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ  และทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์     

ปัจจัยที่  3 กระแสการเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ต แฟนคอน และแฟนมีตของศิลปิน K-pop และ T-pop ในไทย ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับจาก อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ซึ่งเป็นตลาดแฟนคลับขนาดใหญ่และมีกำลังใช้จ่ายสูง   

ปัจจัยที่ 4 นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการขยายช่วงวันหยุดยาวของประเทศตลาดหลักอย่างจีน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกเดินทางท่องเที่ยวไทย

 


           

 

Scootชี้เทรนด์คนไทย FIT ตลาดท่องเที่ยวอิสระมาแรง ปี’69แอร์ไลน์สเน้นยืดหยุ่นบูมเอเชีย

  Scoot ชี้เทรนด์คนไทย FIT ตลาดท่องเที่ยวอิสระมาแรง ปี ’69 แอร์ไลน์สเน้นยืดหยุ่นเพิ่มประสบการณ์บูมเอเชีย   Scoot สายการบินโลว์คอสต์สิงคโ...