วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ ดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย

 รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ

รุกความร่วมมือดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล

“สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นำทีมบริหารเปิดบ้านต้อนรับ “คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว” สภาผู้แทนราษฎร รวมพลังแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ ความปลอดภัย และยั่งยืน สร้างเศรษฐกิจชาตินำรายได้กระจายถึงมือคนไทยทั้งประเทศ

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ต้อนรับคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร นำโดย พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมคณะและเจ้าหน้าที่ ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้ใช้โอกาสนี้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ประชาชนในทุกภูมิภาคอย่างทั่วถึง

โดยได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ที่ให้เกียรติเข้าเยี่ยมเยียนและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศ ด้วยข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวทางการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนได้ตรงเป้าหมาย

ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่หันมาใช้แนวคิด Value over Volume ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งขับเคลื่อนตลาดโดยเปลี่ยนจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ” มุ่งสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดคุณภาพ รักษาสมดุลเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้ท่องเที่ยวเป็นกลไกพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน



รวมทั้งให้น้ำหนักความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ปัจจุบันถือเป็นปัจจัยหลักให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาไทย โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ  เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว การท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ลดความแออัดตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจถึงมือประชาชนในทุกพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลต้องการใช้ท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมทำงานร่วมกับรัฐสภา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น สร้างรายได้ สร้างความยั่งยืนระยะยาว

 

บางจากMOU เครือพญาไท-เปาโลนำโปรเจ็กต์อาหารก้าวสู่ Fry to Fly

บางจากMOU เครือพญาไท-เปาโลนำอาหารเข้าสู่Fry to Fly

ผนึกธุรกิจนำโปรเจกต์อาหารสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #เครือโรงพยาบาลพญาไทเปาโล #FryToFly

กลุ่มบริษัทบางจาก MOU เครือใหญ่ “โรงพยาบาลพญาไท – เปาโล” และพันธมิตร นำโปรเจกต์อาหารก้าวสู่ Fry to Fly” ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare สร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ

            ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก โดยบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ ผู้บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลและพันธมิตรด้านบริการอาหาร เดินหน้าจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ผลักดันโครงการ Fry to Fly ของกลุ่มบริษัทบางจาก ผสานแนวคิด Sustainable Healthcare เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซสฯ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ฟาซิลิตี้ฯ (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนความยั่งยืน ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

โดยมี นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัทบีเอสจีเอฟ จำกัด นายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ ผู้อำนวยการทั่วไป บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ นายอิทธิ ทองแตง รองประธานคณะผู้บริหาร อาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล นายวิลเลี่ยม โวเวลล์ ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ/ประเทศไทย ธุรกิจบริการอาหาร พลังงานและทรัพยากรแพลตฟอร์มและกลยุทธ์ธุรกิจอาหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และนายนิตินันท์ ธรรมหทัย ผู้อำนวยการ บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมลงนาม

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการ Fry to Fly และไม่ทอดซ้ำ ของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยนำของเสียมาสร้างคุณค่าใหม่ให้เป็นพลังงานสะอาด หรือ ทรัพยากรใหม่ทางเศรษฐกิจในรูปแบบของพลังงานทางเลือก ทำให้ประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม



โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายภายในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกวิธี และจำหน่ายให้ บีเอสจีเอฟ เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิต SAF ต่อไป พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค รับทราบถึงอันตรายจากการใช้น้ำมันปรุงอาหารทอดซ้ำ และช่วยเสริมปริมาณวัตถุดิบเข้าสู่ระบบของหน่วยผลิต HEFA-SPK SAF แบบ Stand Alone แห่งแรกของไทย ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่ได้เริ่มเปิดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่พฤษภาคม 2569

รวมทั้งสอดคล้องตามแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ที่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพที่ดี ดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต ผ่านการดำเนินงานตามหลัก ESG และ Sustainable Healthcare มุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษาพยาบาล และแนวทาง Green Hospital

นับเป็นพลังความร่วมมือขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและต่อยอดเครือข่ายการจัดการน้ำมันใช้แล้วอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมการบิน และส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้ผู้บริโภค เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสอดรับกับวันสิ่งแวดล้อมโลกในเดือนมิถุนายนของทุกปี

 


ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกพลิกโฉมท่องเที่ยวไทย “เทรนด์-ตลาด-สินค้า”

ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกพลิกโฉมท่องเที่ยวไทย

“เทรนด์-ตลาด-สินค้า”ชู New Luxury-เที่ยวไทยปลอดภัย

 

ททท.MOU อโกด้า/Agoda แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกร่วมพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิ

ตย์
FM97 #TAT #Agoda  


ททท.MOU อโกด้า แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรระดับโลก ผนึกพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์แลกข้อมูลเชิงลึกครบวงจร “เทรนด์นักเดินทางทั่วโลก-แคมเปญตลาด-สินค้าบริการ” ตอบโจทย์ แผนเจาะตลาดหรูแนวใหม่ Healing is the New Luxury เพิ่มภาพลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ อโกด้า/Agoda แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก เดินหน้าส่งเสริมภาพลักษณ์และเสน่ไทยประเทศจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำในตลาดโลก  โดยมีนายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอโกด้า และนายเดเมียน เฟิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ ให้การต้อนรับร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมศักยภาพ และนำชมสำนักงานอโกด้าในอาคารวัน แบงค็อก กรุงเทพฯ

 ททท.พร้อมใช้แพลตฟอร์มอีโคโนมี เป็นตัวกลางยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว ด้วยข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.เทรนด์และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในการเดินทาง 2.การจัดทำแคมเปญท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อด้วยระบบดิจิทัลโลก 3.สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว   


นายออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอโกด้า กล่าวว่า อโกด้ายินดีเป็นพันธมิตรร่วมมือกับ ททท.เชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะจะผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เป็นความหรูหรารูปแบบใหม่ (Healing is the New Luxury) สื่อสารด้านความปลอดภัยในการเดินทางให้ชัดเจนขึ้น ความร่วมมือของสององค์กรช่วยดึงดูดและทำให้ทั่วโลกมั่นใจเดินทางมาเมืองไทย

“อโกด้า” เป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่ก่อตั้งมากว่า 20 ปี ที่ภูเก็ต เริ่มจากเปิดให้บริการจองที่พักและบริการทางการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงโรงแรมและที่พักส่วนตัวทั่วโลกกว่า 6 ล้านแห่ง เที่ยวบินกว่า 130,000 เส้นทาง กิจกรรมท่องเที่ยวกว่า 300,000 รายการ

ผ่านเว็บไซต์ Agoda.com กับแอปพลิเคชั่นอโกด้าซึ่งให้บริการภาษาต่างๆ ถึง 39 ภาษา อโกด้าเป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings Inc. (NASDAQ:BKNG) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย และมีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก 27 ประเทศ กว่า 7,000 คน

“เป้าหมาย” การทำ MOU ของ ททท.กับ อโกด้า ครั้งช่วยผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายสามารถนำข้อมูลเชิงลึกของอโกด้า ด้านการท่องเที่ยว กับ ททท.ที่เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมตลาด มาพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว ออกแบบโครงการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย สร้างเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน



 

ททท.บูมสื่อสารตลาดในTTM 2026ชู3โปรดักซ์ Wเที่ยวสร้างสรรคผ่านอีเวนต์-สุขภาพ-อาหาร”

ททท.บูมสื่อสารตลาดในTTM 2026ชู โปรดักซ์

โหม"เที่ยวสร้างสรรคผ่านอีเวนต์-สุขภาพ-อาหาร”



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTM2026  

ททท.โหมเปิดจุดขายในบิ๊กอีเวนต์ TTM +2026 บูมสื่อสารตลาด 3 โปรดักซ์ “เที่ยวสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์/ประเพณี-เชิงสุขภาพ-อาหาร” ชูอัตลักษณ์ New Thailand

นายนิธี  สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทำกิจกรรม Thailand Tourism Update ในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 โดยได้อัปเดตสถานการณ์การท่องเที่ยวและนำเสนอสินค้าพร้อมบริการท่องเที่ยวไทย โดยชูยุทธศาสตร์ Value over Volume” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน ด้วย “Healing is the New Luxury” ผ่านจุดแข็งด้านอีเวนต์ เวลเนส อาหารไทย และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

            ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 3 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องที่ 1 ทำภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าเพิ่มจำนวนผู้เดินทาง ด้วยการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคุมความสมดุล ความเข้มแข็ง ความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยทุกมิติ เรื่องที่ 2 ทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด นำเสนอแนวคิด “Healing is the New Luxury” และโครงการ “Trusted Thailand” เรื่องที่ 3 ยกระดับประเทศไทยสู่หมุดหมายแห่งการท่องเที่ยวคุณภาพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทางทั่วโลก



            ปีนี้ ททท.ได้คัดสรร “ความสดใหม่” สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งต่อและเติมเต็มประสบการณ์นักท่องเที่ยว โดย ททท.นำเสนอ “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์ เทศกาลและประเพณี” โดยใช้พลังจัดกิจกรรมเหล่านี้ชูอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายให้โดดเด่น เพื่อผลักดันไทยเป็น Global Event Destination ครอบคลุมทั้งงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ (MICE) งานด้านเวลเนส ศิลปะ วัฒนธรรม และดนตรี เช่น อินเตอร์ไพรด์ 2026, the Annual Global Wellness Summit จังหวัดภูเก็ต, เวทีเศรษฐกิจและการเงินอย่าง The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meeting กรุงเทพฯ

เทศกาลดนตรี Tomorrowland ครั้งแรกในไทยเดือนธันวาคม 2569, เทศกาลดนตรีวันเดอร์ฟรุท รวมถึงประเพณีทรงคุณค่าที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม งาน Vijit Chao Phraya 2026 และให้ความสำคัญกับความหลากหลายและเท่าเทียมผ่านกิจกรรม the Pride Show Bangkok 2026 และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026, HYROX และ Spartan Race Thailand

 


            การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” กำลังเติบโตรวดเร็วและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก ปัจจุบันได้ก้าวข้ามจากแนวคิด “Healing” ไปสู่ “Longevity” หรือมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสที่โดดเด่นบนเวทีโลก จากจุดแข็งผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ทั้งการบำบัดด้วยสมุนไพร น้ำพุร้อนเค็ม การอาบป่า สมาธิ โยคะท่ามกลางธรรมชาติ ควบคู่ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ มาตรฐานบริการระดับสากล และมิตรไมตรีแบบไทย

“การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” (Gastronomy Tourism) ยังเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของไทยที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม ความหลากหลายของอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาคผ่านรสชาติและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของวิถีชีวิต ภูมิปัญญาและรากเหง้าของผู้คน โดยศักยภาพดังกล่าวได้การยอมรับในระดับสากล ทั้งที่กรุงเทพมหานคร ได้การจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารยอดเยี่ยมจาก Tripadvisor's Travelers' Choice Awards 2026 จังหวัดสงขลาได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารยูเนสโกตลอดจนความสำเร็จครบรอบ 10 ปี โครงการ MICHELIN Guide Thailand

 

             การท่องเที่ยวยั่งยืน” ทำผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) STG STAR และ CF Hotels ผลักดันแหล่งท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โดยมี “Krabi Prototype” กระบี่เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูที่สร้างสมดุลอนุรักษ์ทรัพยากร การมีส่วนร่วมของชุมชน การมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมาย ผลักดันจังหวัดกระบี่สู่ Global Green Destination ปีนี้เตรียมขยายผลสู่เชียงใหม่ การเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Sustainable Tourism Conference 2026 เมื่อเมษายนที่ผ่านมา ยังสะท้อนบทบาทของไทยในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่แนวปฏิบัติสากล เพื่อก้าวสู่ผู้นำด้านท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก

 

            โดยมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกมิติต่อเนื่องและการเพิ่มมูลค่าแก่อัตลักษณ์ไทยอย่างหลากหลาย ททท. พร้อมเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ “New Thailand” ที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างสมดุลยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน งาน TTM+ ยังคงเป็นเวทีสำคัญเชื่อมโยงเครือข่าย สร้างความร่วมมือ


ทางธุรกิจเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

ตลอด 5 เดือนตั้งแต่ 1 มกราคม-31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยกว่า 14.03 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 679,274 ล้านบาท ททท.เน้นสื่อสารการตลาดเชิงรุกต่อเนื่อง โดยจัดทำภาพยนตร์โฆษณาในตลาดต่างประเทศ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” นำเสนอนิยามใหม่ของคำว่า “Luxury” จะเป็นคุณค่าประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย เยียวยาจิตใจ เติมพลังให้กับชีวิตและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ตลาดในประเทศผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ร่วมกับ “ลิซ่า : ลลิษา มโมบาล” Amazing Thailand Ambassador

 

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569

“รมว.ท่องเที่ยว-ททท.”เปิด!!อลังการ TTM+2026 ทั่วโลกแห่จับคู่ธุรกิจเพิ่ม5.7%-ทำเงินสะพัด5พันล้าน

 “รมว.ท่องเที่ยว-ททท.”เปิด!!อลังการ TTM+2026

ทั่วโลกแห่จับคู่ธุรกิจเพิ่ม5.7%-ทำเงินสะพัด5พันล้าน

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิด  TTM+2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTM2026

อ่านใน gurutourza…

TTM +2026 เปิดแล้ว “สุรศักดิ์” รมว.ท่องเที่ยว นำ ททท.ต้อนรับเอกชนไทยและทั่วโลก 10 มิ.ย.69 ที่ NICE สวนนงนุช ชลบุรี ผู้ซื้อนานาชาติแห่ร่วมเจรจาธุรกิจเพิ่ม 5.7 % คาดทำรายได้สะพัดกว่า 5,000 ล้าน


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ค่ำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ย้ำศักยภาพไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก เวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อ 429 ราย จากทั่วโลก 58 ประเทศ เพิ่มขึ้น 5.7 % ผู้ขายผู้ท่องเที่ยวไทย 428 ราย ร่วมกันนำเสนอสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพด้วยโปรดักซ์ โชว์เคส และไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน สะท้อนเสน่ห์การท่องเที่ยวเวลเนส และเวิลด์อีเวนต์ สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ททท. คาดหวังใช้เวทีงาน TTM+ 2026 จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 15,408 นัดหมาย และคาดจะสร้างรายได้เข้าไทยได้กว่า 5,000 ล้านบาท

พิธีเปิดงานมนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะกรรมการ ผู้บริหาร ททท. และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ที่ อเล็กซ่า บีช คลับ พัทยา ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand: Healing is the New Luxury” ถ่ายทอดทิศทางการสื่อสาร ชูแนวคิด The 5R ได้แก่ Retreats, Rituals, Reels, Rhythms และ Relations โดยได้นำเสนอการท่องเที่ยวผ่านอาหารและเครื่องดื่มผสานเสน่ห์ท้องถิ่นและนานาชาติ ควบคู่กิจกรรมอิมเมอร์ซีฟ อาร์ต การแสดงทางวัฒนธรรม ดนตรีร่วมสมัย ในธีม “Waves of Healing: Where Thailand Restores Your Soul” ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการฟื้นฟูกายและใจระดับโลก

 นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวช่วยสร้างเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศเติบโตต่อเนื่อง โดยใช้เวที TTM+ 2026 เสริมสร้างความเชื่อมโยงเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกพบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน ต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจยั่งยืน ส่งเสริมความร่วมมือทางการท่องเที่ยวขยายไปยังตลาดใหม่ทั้งในราชอาณาจักรภูฏาน และประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้ง สปป.ลาว เมียนมา ที่มาร่วมมือกันภายใต้ยุทธศาสตร์ “สองประเทศ หนึ่งจุดหมายปลายทาง” ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและภูมิภาคในอนาคตให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและราคาพลังงานผันผวนส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลก ททท. ได้จัด TTM+ 2026 ขึ้นระหว่าง 10-12 มิถุนายน นี้ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับทั่วโลกเสนอสินค้า บริการ และประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการเดินทางของทั้ง 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.เที่ยวซ้ำ 2.กลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่ ๆ (Niche Market) 3.กลุ่มเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งแรก (First Visit) ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ตอกย้ำภาพลักษณ์จุดหมายปลายทางเวลเนสและเสน่ห์เมืองน่าเที่ยว (Hidden Gems) สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เช่น "Zero Waste to Landfills" และ "Zero Food Waste"

TTM+ 2026 มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าร่วม 429 ราย จาก 58 ประเทศ เพิ่มขึ้น 5.7 % ครอบคลุมทั้งตลาดหลัก ตลาดรอง ตลาดศักยภาพใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ มีรายใหม่เข้าร่วมงานสูง 41.7 % เช่น โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เม็กซิโก คีร์กิซสถาน อุซเบกิสถาน ร่วมจับคู่ธุรกิจกับเอกชนไทยนำโดยกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ครอบคลุมธุรกิจท่องเที่ยวคุณภาพที่ได้มาตรฐาน TAT STAR, CF Hotels รางวัล Thailand Tourism Awards



รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ (NTO) ของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ได้แก่ เมียนมา ลาว ภูฏาน ร่วมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง เสริมความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีกด้วย

สำหรับวันแรก 10 มิถุนายน มีกิจกรรม Thailand Product Update โดย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ร่วมนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยและทิศทางการตลาดปี 2569 ต่อเนื่องกับเวที TTM Talk

ภายในงาน TTM+ 2026 ยังมีโปรดักซ์โชว์เคส รณรงค์การเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด Travel with Care โดยมีไฮไลต์ประติมากรรม “เต่าตนุ” ทำจากจากวัสดุรีไซเคิล ควบคู่การน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาไทยเชิงสุขภาพ เช่น “สาธิตสครับผิวด้วยสปาข้าวหลาม” โดย เทวารัณย์ เวลเนส บาย ดุสิต “เผายาสมุนไพรหน้าท้อง” โดยอภัยภูเบศร “สาธิตนวดไทย” จาก Let’s Relax Spa พัทยา เวิร์กชอปซังเชือกศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงชุมชนบ้านเนินฆ้อ จังหวัดระยอง ทำของที่ระลึกจาก Sea Glass และ TAT Certified ที่รวบรวมการจัดแสดงของผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวของ ททท. มีทั้ง CF-Hotels, STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand


นอกจากนี้ ปีนี้ยังเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นกับการนำเสนอสินค้า บริการ และกิจกรรมท่องเที่ยวไทยใน Thailand Pavilion ที่ถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิง Wellness จากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทยในรูปแบบ Experiential Marketing ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 มิติ ทั้งการชื่นชมความงดงามของผลไม้ไทยอัตลักษณ์ การลิ้มรสเมนูสุขภาพในรูปแบบ One Bite Experience การผ่อนคลายด้วยกลิ่นสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยไทย การดื่มด่ำกับภาพและเสียงจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวผ่านสื่อดิจิทัลแบบ Interactive นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสาธิตด้าน Wellness ควบคู่กับกิจกรรม Gastronomy Wellness Experience ที่นำเสนออาหารท้องถิ่นเพื่อสุขภาพจากทั้ง 5 ภูมิภาค อาทิ เมี่ยงคำกลีบบัว แตงโมปลาแห้ง ลาบข้าวคั่วสมุนไพร พล่าปลาย่ำสวาท และสาคูต้นมะพร้าวอ่อน รวมไปถึงการนำเสนอเทศกาลดนตรีระดับโลก “Tomorrowland Thailand 2026” สะท้อนทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่าน World Events เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งไฮไลต์ใน TTM+2026 คือ โปรแกรมนำเที่ยวให้ผู้ซื้อและสื่อมวลชนทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ได้สัมผัส Amazing Experience ด้วย เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวก่อนเริ่มงาน (Pre-Tour) 7 เส้นทาง ใน ศรีราชา พัทยา สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ ล่องเรือยอร์ช ท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่น และ “สำรวจแหล่งท่องเทียวหลังงาน (Post Tour )ระหว่าง 13-16 มิถุนายน เดินทางเชื่อมโยงทั่วไทย 5 ภูมิภาค 5 เส้นทาง ได้แก่ ระยอง–จันทบุรี, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม–กาญจนบุรี, สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช และเชียงราย เพื่อนำไปทำเส้นทางเสนอขายในตลาดโลก


ททท.โชว์พลังThailand Pavilion ในTTM+2026 ผู้ซื้อทั่วโลก+ผู้ขายไทยแห่ร่วม5สัมผัส5ภูมิภาค

 ททท.โชว์พลังThailand Pavilion ในTTM+2026

ผู้ซื้อทั่วโลก+ผู้ขายไทยแห่ร่วม5สัมผัส5ภูมิภาค

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThailandPavillion #TTM2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิด Thailand Pavilion ในงาน Thailand Travel Mart Plus 2026  วันแรก 10 มิถุนายน 2569 ,ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ NICE ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ดึงดูดความสนใจผู้ซื้อ (Buyer) นานาชาติ และผู้ขาย (Seller) ชาวไทย  เข้าร่วมอย่างคึกคัก

 โดยได้นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 (Sight, Taste, Scent, Sound & Touch) ถ่ายทอดเสน่ห์ไทยผ่าน “Thailand’s Five Signature Wellness Routes” ทั่วประเทศทั้ง จาก 5 ภูมิภาค

โดยผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความงดงามของไทย 

1.Sight การจัดแสดงผลไม้ไทยและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ 

2.Taste เชิญชวนมาลิ้มลองเมนูเวลเนสจากอาหาร (Wellness Gastronomy) และวัตถุดิบท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ 

3.Sence ดื่มด่ำกับกลิ่นหอมจากสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์ อโรมาเทอราปี 

4.Sound ผ่อนคลายไปกับเสียงบำบัดและบรรยากาศแห่งการเยียวยา 

5.Experience รวมถึงร่วมทดลองกิจกรรมนวดผ่อนคลายและเวลเนสจากภูมิปัญญาไทย 

โดยมีผู้เข้าร่วมงานต่างแวะเวียนเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ “Healing is the New Luxury” ต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มอบคุณค่าการเดินทางผ่านการดูแลกาย ใจ และจิตวิญญาณอย่างแท้จริง



วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

รมว.สุรศักดิ์ร่วมคณธนายกฯ อนุทินเยือนเวียดนาม ปลุกความร่วมมือ4ด้าน"ศก.-ท่องเที่ยว-การค้า-ลงทุน"

 รมว.สุรศักดิ์ร่วมคณธนายกฯ อนุทินเยือนเวียดนาม

ปลุกความร่วมมือ4ด้าน"ศก.-ท่องเที่ยว-การค้า-ลงทุน"


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ความร่วมมือไทยเวียดนาม

“สุรศักดิ์”รมว.ท่องเที่ยว ร่วมคณะ นายกฯ อนุทิน เยือนเวียดนาม ผปลุกพลัง 2 ประเทศ 4 ประเทศ ขยาย "ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ-เศรษฐกิจ-การค้า-การลงทุน"

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ร่วมคณะทีมประเทศไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ และร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ที่ กรุงฮานอย

มุ่งยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอาเซียน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงแนวทางร่วมกันผ่านการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงหลายประเทศ (Multi-destination Tourism) สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลและตลาดศักยภาพสูง อย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย และกลุ่มประเทศอาเซียน

รมว.สุรศักดิ์ กล่าวความร่วมมือดังกล่าวจะช่วย 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.เพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศ 2.การเชื่อมโยงเส้นทางบิน การเดินทางทางบก 3.การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยว และ 4.การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกัน ช่วยเพิ่มทางเลือกสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ส่วนเวทีการหารือระดับรัฐบาลและภาคเอกชนยังเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ทั้งธุรกิจโรงแรม สายการบิน แหล่งท่องเที่ยว แพลตฟอร์มดิจิทัล ช่วยเสริมศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล

รมว.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ในเวที ASEAN Future Forum ถือเป็นอีกกลไกแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพบริการในภูมิภาค สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลมุ่งผลักดันการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากเชิงปริมาณสู่คุณภาพ (Value over Volume) สร้างรายได้และความยั่งยืนให้ประเทศในระยะยาว

รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเชื่อมั่นการเยือนเวียดนามครั้งนี้จะเสริมสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและอาเซียนในอนาคต

การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีและคณะในครั้งนี้ จัดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ช่วยต่อยอดความร่วมมือทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เดินหน้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

“รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ ดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย

  “ รมว.สุรศักดิ์”เปิดบ้านรับกรรมธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนฯ รุกความร่วมมือดันท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพยั่งยืนปลอดภัย   สุรศักดิ์ พันธ์เจริญว...