วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร31ส.ค.69-7เม.ย.70

 “สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า

ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร31ส.ค.69-7เม.ย.70



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ #ซ่อมทางยกระดับเข้าออก30สิงหา69ถึง7เมษา70

“สนามบินสุวรรณภูมิ” แจ้งผู้โดยสารวางแผนเดินทางล่วงหน้า ช่วงปิดเบี่ยงจราจรบนยกระดับเข้าออกอาคารผู้โดยสาร “31 ส.ค.69-7 เม.ย.70”  

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประกาศแจ้งปิดเบี่ยงการจราจรบนทางยกระดับเข้า - ออกอาคารผู้โดยสาร เพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษารอยต่อบนทางยกระดับ เริ่ม 31 สิงหาคม 2569-7 เมษายน 2570  แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการรถไฟฟ้า Airport Rail Link ในการเดินทางเข้า - ออกสนามบิน

เนื่องจากทางสุวรรณภูมิมีความจำเป็นต้องปิดกั้น 3 ช่องจราจร พร้อมกับเบี่ยงเลนให้รถสัญจรได้ตามปกติ 2 ช่องจราจร บางช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่นอาจส่งผลให้การจราจรชะลอตัว


โดยจะทยอยซ่อมแซมเป็นช่วง ๆ และสลับจุดดำเนินการตามแผนงาน จึงจะต้องปิดเบี่ยงเฉพาะบริเวณที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซม พร้อมจัดการจราจรตามความเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางโดยรวม

ระหว่างการดำเนินงานจะจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร พร้อมติดตั้งป้ายเตือนตลอดพื้นที่ดำเนินงาน ขอให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวัง ชะลอความเร็ว ไม่จอดรถบนไหล่ทาง และปฏิบัติตามกฎระเบียบป้ายแนะนำการจราจร หรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงต้องขออภัยในความไม่สะดวก



สำหรับโครงการนี้เป็นแผนดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษารอยต่อเพื่อการขยายตัว (Expansion Joint) บนทางยกระดับเข้า - ออกอาคารผู้โดยสาร เชื่อมต่อเส้นทางหลักจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพ - ชลบุรี) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานของถนนเข้า - ออกสนามบินให้อยู่ในสภาพแข็งแรง ช่วยรองรับการสัญจรของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

         ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าการซ่อมแซมและบำรุงรักษา รวมถึงข้อมูลการปิดเบี่ยงการจราจรให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทราบต่อเนื่องเป็นระยะ ติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศต่างๆ ได้ทาง Facebook : Suvarnabhumi Airport เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มที่ AOT Contact Center 1722 

“ดร.วีระศักดิ์”ผนึกตม.รุกปรับเกณฑ์ต่างด้าวขาเข้าเมืองไทย เพิ่มสัญชาติใช้ช่องพาสปอร์ตอัตโนมัติลดแออัดสุวรรณภูมิ

“ดร.วีระศักดิ์”ผนึกตม.รุกปรับเกณฑ์ต่างด้าวขาเข้าเมืองไทย

เพิ่มสัญชาติใช้ช่องพาสปอร์ตอัตโนมัติลดแออัดสุวรรณภูมิ



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #วีระศักดิ์โควสุรัตน์ #ปรับใหม่ช่องตรวจหนังสือเดินทางต่างด้าวเข้าไทย  

“ดร.วีระศักดิ์” นำทีมแก้ทันควันร่วมกับ ตม.ปรับ “หลักเกณฑ์คนต่างด้าว” ใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ” ขาเข้า สนามบินสุวรรณภูมิ เร่งเพิ่ม “จำนวนสัญชาติ” ที่มีเครดิตดีเยี่ยม ให้ใช้งาน Auto Gate ได้ ช่วยลดปัญหาผู้โดยสารรอคิวแออัดมากเกินไป


ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เปิดเผยว่า ทางผู้บัญชาการสำนกงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้มีคำสั่งลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาให้ “คนต่างด้าว” ใช้ “ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ” (Automatic Chanel) หรือ “Auto Gate” โดยจะพิจารณาเพิ่มสัญชาติที่สามารถใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติได้ เพื่อลดความแออัดผู้โดยสารในการรอคิว ตรวจหนังสือเดินทางเข้าประเทศไทย

เนื่องจากปัจจุบัน “ขาเข้าประเทศ” อนุญาตให้ใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติเพียง 3 สัญชาติเท่าน้น คือ ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกงใช้  บัดนี้ควรใช้เพิ่มได้แล้วหลายสัญชาติที่หนังสือเดินทางมีเครดิตระดับดีเยี่ยม แต่ถ้าเป็น “นักเดินทางที่เดินทางมาครั้งแรก (first time visiting) ยังไม่ได้อนุญาตผ่านเข้าทางช่องตรวจอัตโนมัติ เพราะยังไม่ได้เก็บการจดจำข้อมูล (biometrix) ไว้ในระบบมาก่อน



หากเดินทางกลับมาไทยซ้ำรอบใหม่ นักท่องเที่ยว แต่ละสัญชาติที่ได้รับอนุมัติเพิ่ม ก็จะสามารถผ่านเข้ามาใช้บริการ “ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ” ได้ ซึ่งในอนาคตจะช่วยลดความแออัดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วยสถานการณ์ผู้โดยสารเบาบางลงบ้าง รวมทั้งทางหน่วยงานรับผิดชอบกำลังเร่งติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติเพิ่มเป็น 10 ช่องตรวจ









ททท.-TikTokนำครีเอเตอร์ทั่วเอเชียโปรโมทย่านทรงวาดสู่ตลาดโลกบูม วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว-อาหาร-ไลฟ์สไตล์

 

ททท.-TikTokดึงครีเอเตอร์ทั่วเอเชียโปรโมททรงวาดสู่ตลาดโลก

ทำคอนเทนต์บูมขายวัฒนธรรม-แหล่งเที่ยว-อาหาร-ไลฟ์สไตล์

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TikTok #เสน่ห์ย่านทรงวาด

ททท.จับมือ Tik Tok ดึงครีเอเตอร์ทั่วเอเชียฯ กว่า 300 คน ร่วมแรลลี่ทำคอนเทนท์โปรโมทเสน่ห์ “ทรงวาด” กรุงเทพฯ ชูจุดขาย วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ สู่สายตาแฟนคลับทั่วโลกเลือกมาสัมผัสเมืองไทยด้วยตนเอง



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ TikTok จัด  TikTok LIVE Community Fest 2026” รวมไลฟ์ครีเอเตอร์ชั้นนำจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) กว่า 300 คน ทั้งไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และคอเคซัสและเอเชียกลาง (CCA) ร่วมสัมผัสเสน่ห์กรุงเทพมหานคร ทำกิจกรรม “ทีม แรลลี่” ย่านถนนทรงวาด สร้างสรรค์คอนเทนต์จากประสบการณ์จริง ถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์เมืองไทยเข้าถึงผู้ติดตามชาวไทยและต่างชาติ ก่อนร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของคอมมูนิตี้ด้วยกิจกรรม Victory Celebration Gala เมื่อ 25 สิงหาคม 2569 ที่ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม



ททท. มุ่งขับเคลื่อนแนวคิด “Creator-Powered Tourism” นำพลังของ Creator Community มาถ่ายทอดเรื่องราวและเสน่ห์เมืองไทย สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่นิยมค้นหาจุดหมายปลายทาง ผ่านคอนเทนต์จาก “ประสบการณ์จริง” โดยมีครีเอเตอร์ถ่ายทอดบนแพลตฟอร์มดิจิทัล TikTok ที่มีบทบาทเชื่อมโยงเรื่องราว ผู้คน กลุ่มคน ที่ทั่วโลกสนใจเข้าด้วยกัน ไทยพร้อมนำเสนอในหลายมิติ ทั้งวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว อาหาร ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย เพื่อขยายสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวในวงกว้าง เปลี่ยนจากการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นการตัดสินใจเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง


งาน TikTok LIVE Community Fest 2026” จัดขึ้นในธีม “Be Part of the Win” เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของครีเอเตอร์ โดยให้ความสำคัญกับพลังของคอมมูนิตี้ที่อยู่เบื้องหลังเติบโต นำครีเอเตอร์นานาชาติเข้าร่วมกว่า 300 คน ย่านถนนทรงวาด เรียนรู้เรื่องราวของพื้นที่ผ่านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิถีริมน้ำ และอาหารท้องถิ่น พร้อมนำประสบการณ์จากสถานที่จริงมาถ่ายทอดเป็นคอนเทนต์ เปลี่ยนจาก “คนที่มาเที่ยว” สู่ “คนชวนเที่ยว” ส่งต่อความประทับใจจากไทยสู่ผู้ติดตาม สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยว “เห็น รู้สึก และอยากเดินทาง” โดยทีมครีเอเตอร์เข้าร่วมแข่งขันแรลลี่ได้สิทธิ์ลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองไทยรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

ภายในงานได้จัด Meet & Greet เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ได้พบปะแฟน ๆ ร่วมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วม ประกาศรางวัล TikTok LIVE Community Fest 2026 ระดับภูมิภาค 5 สาขา พร้อมการแสดงจากศิลปิน นักแสดง และไลฟ์ครีเอเตอร์



 

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

บางจากคว้ารางวัลแบรนด์สร้างแรงบันดาลใจเวทีAPEA สร้างชื่อบริษัทพลังงานระดับเอเชีย

บางจากคว้ารางวัลแบรนด์สร้างแรงบันดาลใจเวทีAPEA

วางรากฐานธุรกิจโรงกลั่นสู่“บริษัทพลังงานระดับเอเชีย”


บางจากคว้ารางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ”เอเชีย ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #รางวัลแบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ #บริษัทพลังงานระดับเอเชีย

“บางจาก” คว้ารางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ” ระดับเอเชีย เป็นครั้งที่ 2 ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 สร้างรากฐานธุรกิจโรงกลั่นเชื่อมโยงสู่บริษัทพลังงานแห่งภูมิภาค

            

        นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทน บมจ.บางจาก ที่ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 สาขา Inspirational Brand Award หรือรางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ” ระดับภูมิภาคเอเชีย เป็นครั้งที่ 2 ในงาน APEA 2026 Thailand เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

ตลอดกว่า 40 ปี บางจากฯ เติบโตจากธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันสู่กลุ่มบริษัทพลังงานระดับภูมิภาค โดยมีรากฐานจากการสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2565 บางจากฯ ได้พัฒนาแบรนด์ไอเดีย Greenovate to Regenerate สมดุลธรรมชาติ สรรค์พลังไม่สิ้นสุด” เพื่อถ่ายทอดทิศทางของแบรนด์ในยุคปัจจุบัน นำมาใช้พัฒนาธุรกิจ การสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า และการทำงานร่วมกับสังคม



            บางจากฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจากภายในองค์กร ใช้การสื่อสารให้พนักงานเข้าใจแบรนด์ไอเดียแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานของตน ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “พนักงานทุกคนคือผู้ดูแลแบรนด์” และมีส่วนร่วมในการรักษาชื่อเสียงขององค์กร เพราะทุกการตัดสินใจ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ บริการ และการปฏิสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนร่วมกันสร้างประสบการณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์บางจากได้เป็นอย่างดี

            “แบรนด์ไอเดีย” ของบางจากนี้ ได้ถ่ายทอดเชื่อมโยงกันผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 




-Regenerative Power การต่อยอดความเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทนสู่พลังงานแห่งอนาคต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

-Regenerative Innovation การใช้นวัตกรรมสีเขียวและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น “Fry to Fly” และ “Farm to Fly” ตลอดจนการนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในธุรกิจการตลาดผ่านฟีเจอร์ “ต้นไม้ของฉัน” บนแอปพลิเคชันบางจาก ซึ่งช่วยให้สมาชิกบางจากกรีนไมลส์เห็นข้อมูลประมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เชื่อมโยงกับการเติมน้ำมันผ่านต้นไม้เสมือนจริง

            -Regenerative Life มุ่งสร้างโอกาสและส่งต่อคุณค่าให้สังคม ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ชุมชน สถาบันการศึกษา และอื่น ๆ  เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการเรียนรู้ของเยาวชน

ทั้ง 3 แนวทาง บางจากได้สะท้อนการนำแบรนด์ไอเดียไปใช้ตั้งแต่การดำเนินธุรกิจ การสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ไปจนถึงการทำงานร่วมกับสังคม ให้อยู่ด้วยกันอย่างมีคุณค่า

            “รางวัล Inspirational Brand Award ทางบางจากฯ ได้รับเป็นครั้งที่ 2 สะท้อนการนำ “Greenovate to Regenerate สมดุลธรรมชาติ สรรค์พลังไม่สิ้นสุด” มาใช้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ทิศทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และบริการ ประสบการณ์ของลูกค้า การทำงานร่วมกับชุมชนและพันธมิตร ไปจนถึงวัฒนธรรมภายในองค์กร ทำให้แบรนด์เติบโตพร้อมกับสร้างการมีส่วนร่วมและส่งต่อคุณค่าอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

Asia Pacific Enterprise Awards จัดโดย Enterprise Asia องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ส่งเสริมผู้ประกอบการและองค์กรที่มีความรับผิดชอบในภูมิภาคเอเชีย โดย Inspirational Brand Award มอบให้แก่แบรนด์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น สามารถสร้างผลกระทบและแรงบันดาลใจแก่กลุ่มเป้าหมาย

 

“บางจาก”เปิดแผน5ปีขึ้นชั้นสู่“กลุ่มพลังงานระดับโลก” ตั้งเป้าปี’73มีEBIDAโต2เท่า-ปี74รายได้1ล้านล้านบาท

“บางจาก”เปิดแผน5ปีขึ้นชั้นสู่“กลุ่มพลังงานระดับโลก”

ตั้งเป้าปี’73มีEBIDAโต2เท่า-ปี74รายได้1ล้านล้านบาท

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก  #แผนยุทธศาสตร์5ปีสู่กลุ่มพลังงานระดับโลก

กลุ่มบริษัทบางจากเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี หวังขึ้นชั้น “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก” สร้างธุรกิจครบวงจร เสริมความมั่นคงพลังงานและรับมือความผันผวน ตั้งเป้าภายในปี73 ทำ EBITDA เพิ่ม 2 เท่า ปี’74 สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ.บางจากฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งเน้นความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถรับมือความผันผวน (Energy Security and Resiliency) เป็นแกนสำคัญ โดยใช้ความแข็งแกร่งด้วยวิธี “ผนึกธุรกิจครบวงจร” เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและบริหารสมดุลด้านพลังงานเมื่อเกิดวิกฤต หรือห่วงโซ่อุปทานชะงัก ภายในปี 2573 ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่า พร้อมก้าวขึ้นเป็น “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก”  นำองค์กรติดอันดับเครดิตสากลระดับ Investment Grade และภายในปี 2574 จะสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท

 ขณะนี้กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ความแข็งแกร่งดังกล่าวมาจากผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ทำได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มี EBITDA 43,763 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท โดยได้แรงสนับสนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง SAF ธุรกิจการค้า ธุรกิจต้นน้ำ ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน Bangchak Hong Kong (BHK) จะเป็นฐานสำคัญขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้

ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานติดขัด ความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีทรัพยากรเพียงพอเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งพลังงาน แปรรูป และส่งมอบถึงตลาดอย่างต่อเนื่อง


“ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม” จึงยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านแหล่งพลังงาน (Energy Security) ภายในปี 2578 โลกยังต้องการน้ำมันจากแหล่งผลิตใหม่อย่างน้อย 20 ล้านบาร์เรล/วัน

“โรงกลั่น” มีบทบาทแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์พลังงานที่ตลาดต้องการอย่างเพียงพอและมั่นใจ (Energy Reliability) โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังการกลั่นโลกตึงตัว

“เครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์” ช่วยกระจายแหล่งจัดหาและเส้นทางขนส่ง เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบเมื่อเกิดความผันผวนหรือวิกฤต (Energy Resiliency)

เมื่อเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ กับ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก 2 แห่ง ที่มีกำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรล/วัน เข้ากับเครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ “กลุ่มบริษัทบางจาก” จึงสามารถบริหารพลังงานได้ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงตลาด พร้อมทั้งมีความคล่องตัวปรับแผนตามสถานการณ์ และการดำเนินงานเมื่อเกิดวิกฤต (Resiliency)  มีความสามารถในการรักษาความต่อเนื่อง เห็นได้จากการรักษาการขนส่งและส่งมอบสินค้าช่วงไตรมาส 1-2 ปี 2569 ที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญข้อจำกัด

การปรับโครงสร้างเมื่อต้นปีนี้เป็น 5 กลุ่มธุรกิจ กลุ่มบางจากมุ่งสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่จาก “เชื้อเพลิงฟอสซิล” สู่พลังงานสะอาด โดยมีธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง ใช้สินทรัพย์และระบบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่สามารถใช้ร่วมกับระบบเดิมได้ เช่น SAF และกรีนดีเซล (HVO) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ลดทอนความมั่นคงของระบบ และเพิ่มความพร้อมรับวิกฤตในอนาคต ตามรายละเอียดดังนี้


กลุ่มที่ 1 ธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ : เพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Optimization)  ด้วยการเชื่อมโยงสินทรัพย์และเครือข่ายตั้งแต่โรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงช่องทางตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมีธุรกิจสำคัญคือ “SAF” รองรับการเติบโต เมื่อพฤษภาคม 2569 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ทำให้ไตรมาส 2 สร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาท แนวโน้มโลกช่วง 10 ปีหน้า ข้อกำหนดหลายประเทศมีความต้องการ SAF เพิ่มขึ้นประมาณ 11 เท่า

-ธุรกิจการตลาดในประเทศ ภายในปี 2574 ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% เพิ่ม EBITDA ในธุรกิจ non-oil และอินทนิลเป็น 3 เท่า “ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น” โตเป็น 2 เท่า  และ “บางจาก ฮ่องกง/BHKW มีเครือข่ายสถานีบริการ 31 แห่ง “คลังน้ำมัน” จะเป็นฐานธุรกิจในฮ่องกงและรองรับการเติบโตในภูมิภาค ครอบคลุมตลาดค้าปลีก ลูกค้าธุรกิจ เชื้อเพลิงเรือ ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และน้ำมันหล่อลื่น ภายในปี 2574 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือเป็น 25 % จาก 13%

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจการค้าน้ำมัน : มุ่งสร้างความยืดหยุ่นและคล่องตัว ขยายเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ โดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ จัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ไปจนถึงธุรกิจโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง ธุรกรรมอนุพันธ์ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการค้าระดับสากลของกลุ่มบริษัท เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกับลูกค้าภายนอกกลุ่มบริษัทฯ ควบคู่ “การบริหารความเสี่ยงและวิเคราะห์ตลาด” เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาและความต้องการในแต่ละภูมิภาค

อีกบทบาทสำคัญคือช่วยให้กลุ่มบริษัทบริหารแหล่งจัดหาและกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว รักษาความต่อเนื่องการส่งมอบพลังงาน เมื่อเส้นทางขนส่งหรือห่วงโซ่อุปทานเกิดข้อจำกัด ตั้งเป้าภายในปี 2574 มี EBITDA ประมาณ 5,000 ล้านบาท



กลุ่มที่ 3 ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ : เร่งเพิ่มความมั่นคงเข้าถึงแหล่งพลังงาน โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญของ OKEA ในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมช่วงกลางถึงปลายอายุการผลิตในนอร์เวย์ เน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์เดิม ควบคู่การพัฒนาโครงการเดิมและลงทุนใหม่อย่างมีวินัย วางฐานดำเนินงานในอ่าวไทยและขยายพอร์ตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระจายแหล่งผลิต พร้อมสร้างผลตอบแทน กับกระแสเงินสดระยะยาว ภายในปี 2574 ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรล/วัน (เทียบเท่าน้ำมันดิบ)

กลุ่มที่ 4 ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน : ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานของกลุ่มบริษัทฯ โดยยกระดับธุรกิจผลิตไฟฟ้าสู่แพลตฟอร์มด้านพลังงานและสาธารณูปโภค “ธุรกิจผลิตไฟฟ้า” จะนำประสบการณ์และฐานดำเนินงานในไทยและสหรัฐอเมริกามาพัฒนารูปแบบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถขยายผลได้ ตั้งเป้าภายในปี 2574 จะขยายกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ ควบคู่การพัฒนาบริการคลังและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อใช้สินทรัพย์ให้เต็มศักยภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นดำเนินงาน พัฒนาโอกาสด้านการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ เน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปี 2574 ตั้งเป้าทำEBITDA เป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568

กลุ่มที่ 5 ธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ : บ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มบริษัทฯ โดยจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพธุรกิจและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ “ด้านการเงิน” กลุ่มบริษัทบางจากจะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน โดยเลือกลงทุนในธุรกิจหลักและโอกาสที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง ควบคู่การจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก นำเงินทุนกลับไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อรักษาสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นทางการเงิน ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด

โดยเสริมความแข็งแกร่ง “ฐานะการเงิน” พร้อมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี และการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ด้วยอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6%    



นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของกลุ่มบริษัทบางจาก” ไม่ได้ตั้งเป้าปี 2574 ไว้เพียงรายได้ 1 ล้านล้านบาทเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการเติบโต” ทั้งโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความสามารถทำกำไร กระแสเงินสดที่มั่นคง วินัยทางการเงิน แต่มีกลไกสำคัญคือ “การประสานจุดแข็ง 5 กลุ่มธุรกิจ” ให้ทำงานเป็นแพลตฟอร์มพลังงานเดียวกัน สร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ จากวันนี้เป็นองค์กรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 21 ใน Fortune Southeast Asia 500 ภายในปี 2574 มุ่งสู่ “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก” ติดอันดับ Fortune Global 500 ควบคู่ได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ Investment Grade จาก S&P และ Moody’s

 

“สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร31ส.ค.69-7เม.ย.70

  “สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร 31 ส.ค. 69-7 เม.ย. 70 เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสา...