วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน

ผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #การบินไทย #ผลดำเนินงานไตรมา2ปี69

การบินไทยโชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี’69 ทำรายได้รายได้รวม 48,621 ล้านบาท เพิ่ม 8.5% “กำไรสุทธิ” เหลือแค่ 1,521 ล้านบาท ให้บริการผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน ครึ่งปีหลังเกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง เน้นบริหารต้นทุน รักษาสภาพคล่อง

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศ “ผลการดำเนินงาน” ไตรมาส 2 ปี 2569 เปรียบเทียบการเติบโตหรือลดลงกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ได้ดังนี้

มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 48,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3,793 ล้านบาท หรือ 8.5% จากรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัยไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) เพิ่มขึ้น 20.3% ตามที่บริษัทฯ ได้ทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน และภาวะการแข่งขัน

มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 44,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึง 104.6%

มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 3,691 ล้านบาท และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) (EBIT Margin) 17.5% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อให้ผลการดำเนินงานและสภาพคล่องบริษัทฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

มีต้นทุนทางการเงิน 3,165 ล้านบาท และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 335 ล้านบาท

มีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,134 ล้านบาท และมี EBITDA 8,182 ล้านบาท

มีสินทรัพย์รวม 322,085 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 18,026 ล้านบาท หรือ 5.9%

-มีหนี้สินรวม 240,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 12,105 ล้านบาท หรือ 5.3%

-มีส่วนของผู้ถือหุ้น 81,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 5,921 ล้านบาท หรือ 7.8%

-มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมทั้งสิ้น 123,757 ล้านบาท


“ด้านการปฏิบัติการ” ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569

-มีเครื่องบิน 84 ลำ ใช้ประโยชน์เครื่องบินเฉลี่ย 12.9 ชั่วโมง/ลำ/วัน

-จำนวนผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 3.66 ล้านคน

-มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 16,778 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.4% จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ผู้โดยสารต้องการเดินทางลดลง

-มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 11,993 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 11.3%

-อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 71.5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำไว้ 77.0%

“ผลการดำเนินงาน” งวด 6 เดือนแรกปี 2569

-มีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 99,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,198 ล้านบาท หรือ 3.3%

-มีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 82,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4%

-มีกําไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 17,437 ล้านบาท

-มีต้นทุนทางการเงิน 6,152 ล้านบาท บริษัทฯ มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,424 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากกำไรจากการยกเลิกและเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าเครื่องบิน

-มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกปี 2569 จำนวน 11,645 ล้านบาท



“การรับมอบเรื่องบิน” ช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 บริษัทฯ ทำการรับมอบเครื่องบินลำตัวแคบแอร์บัส A321neo 5 ลำ รับมอบเครื่องบินลำตัวกว้างโบอิ้ง B787-8 จำนวน 3 ลำ และ B787-9 1 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบินและรองรับการขยายเส้นทางการบินในอนาคต

บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และปรับแผนดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยมุ่งเน้นวินัยการบริหารจัดการต้นทุนและการรักษาสภาพคล่อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน



ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง

ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา

12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เกาะเกิดศิลป์แผ่นดินสยาม  

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ร่วมสัมผัส “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชื่อมโยงพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 บนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจาก “พระบรมมหาราชวัง” กรุงเทพมหานคร สู่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ผ่านงานประณีตศิลป์ การแสดงโขน และเรื่องราวของพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ททท.ได้จัดบริการรถรับ–ส่งฟรี กรุงเทพฯ-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เส้นทาง ระหว่างพระบรมมหาราชวังและศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งแต่วันนี้ -26 ธันวาคม 2569 ทุกวันพุธ–อาทิตย์ เปิดลงทะเบียนที่ https://artofthekingdomfreebus.com/ สามารถไปท่องเที่ยวได้ตามรายละเอียดดังนี้




“เที่ยวไป” รถออกจากบริเวณถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์ ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ เวลา 11.00 น. เดินทางถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ประมาณ 12.30 น.

 “เที่ยวกลับ” รถออกจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เวลา 15.30 น. จุดส่งถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อาคาร 4 ประมาณ 16.30–17.00 น.

เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า ผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามจำนวนที่นั่งของรถในแต่ละรอบไม่เกิน 50 ที่นั่ง

เชิญชวนทุกคนได้ชมพะราชกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะงานศิลปาชีพ ธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่น ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สืบทอดองค์ความรู้ด้านงานช่างฝีมือไทยจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นรากฐานสำคัญการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป





เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

โดย ททท. ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเดินทางไปสัมผัสคุณค่างานประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย ที่พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด แหล่งรวบรวมผลงานอันวิจิตรงดงามสะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต ฝีมือของช่างศิลป์ไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ




เปิดให้ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เยี่ยมชม อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน เรียนรู้คุณค่าของ “โขน” ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยผสมผสานศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง  และเดินทางด้วยรถรางไปยัง “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน” เพื่อชมผลงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่า ภายในพื้นที่จะด้ชมและซื้อผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก ได้ด้วย

ททท. จะประชาสัมพันธ์กิจกรรมโครงการนี้ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินและอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยที่มีเอกลักษณ์ทรงคุณค่า ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป



 

 

 

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ไทยจัด“BKKCAW 2026”3-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์ ททท.หนุนประเทศผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

 ไทยจัด“BKKCAW 20263-11ต.ค.นี้รับประชุมเวิลด์แบงก์

ททท.หนุนประเทศโชว์พลังผู้นำท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน


ททท.สนับสนุนหลักจัดBKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 โชว์พลังไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายั่งยืน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #BangkokClimateActionWeek2026 #ไทยผู้นำการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

ไทยรวมพลังจัด “BKKCAW 2026 ช่วง 3-11 ต.ค.69 ททท.สนับสนุนหลัก โชว์ความพร้อมประเทศผู้นำ “การท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน” ต้อนรับการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank Group และ IMF

Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ประกาศความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการวางตำแหน่งประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ความยั่งยืนและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงแนวคิดตามกระแส แต่เป็น “หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า” ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ งาน และผลลัพธ์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ ความร่วมมือนี้สอดรับกับพันธกิจของ BKKCAW กำลังเร่งขับเคลื่อนทางออกด้านสภาพภูมิอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำไทยจะมีบทบาทผู้นำเพิ่มขึ้นด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน

งาน BKKCAW 2026 เตรียมจัดวันที่ 3-11 ตุลาคม 2569 โดยจะรวบรวมผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม เยาวชน และชุมชนท้องถิ่น นำเสนอโปรแกรมกิจกรรมทั่วเมืองที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการลงมือแก้ปัญหาความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน โดยมี ททท.ร่วมมือสนับสนุนช่วยยกระดับบทสนทนาว่าด้วยการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการเดินทางที่มีความหมาย รับผิดชอบ และมีเป้าหมายชัดเจน

ท่ามกลางการท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากขึ้นกับประสบการณ์ที่แท้จริงและสร้างผลเชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อม



แนวโน้มนี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของไทยพร้อมเดินหน้าเสริมสร้างจุดยืนในฐานะ “ต้นแบบ” ด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน ภายใต้กรอบ Amazing Thailand ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และความยั่งยืน

สะท้อนวิสัยทัศน์รัฐบาลไทยมีนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตผ่านกลยุทธ์ Amazing 5 Economy ครอบคลุม Life Economy, Sub-Culture Economy, Night Economy, Circular Economy และ Platform Economy เชื่อมโยงนักนวัตกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน BKKCAW จะทำหน้าที่เป็นเวทีแปลงหลักการเหล่านี้สู่แนวปฏิบัติสร้างคุณค่าให้ผู้คน สถานที่ และโลก

BKKCAW เป็นแพลตฟอร์มการลงมือทำ การเรียนรู้ ความร่วมมือระดับภูมิภาค มุ่งก้าวข้ามการดำเนินงานแบบแยกส่วน นำไปสู่การบ่มเพาะแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคส่วนได้จริง การจัดงานสัปดาห์แห่งกิจกรรมจึงถูกวางบทบาทให้เป็นตัวเร่งและจุดนัดพบสำคัญกระตุ้นสาธารณชน รวมพลังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย สร้างวาระร่วม ยกระดับความร่วมมือระหว่างพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันผนึกกันขับเคลื่อนความยั่งยืน


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า แม้การท่องเที่ยวจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล แต่กิจกรรมด้านการท่องเที่ยวอาจก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากขาดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ท้ายที่สุดย่อมส่งผลกระทบกลับไปยังวิถีชีวิตของประชาชน ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของประสบการณ์การท่องเที่ยว

ททท. จึงมุ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจัด Bangkok Climate Action Week 2026 จะช่วยยกระดับประเทศในฐานะจุดหมายปลายทางความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตด้วยการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลยุทธ์ Amazing 5 Economy ควบคู่การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า เชื่อมโยงนวัตกรรม 3 ด้าน 1.การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2.การมีส่วนร่วมของชุมชน 3.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งมอบประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปในอนาคต

“ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ Bangkok Climate Action Week และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และพลังชีวิต สามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมาตลอด แต่อนาคตขึ้นอยู่กับจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้มากเพียงใด ดังนั้นการจัด Bangkok Climate Action Week คือช่วงเวลาสำคัญเชื่อมโยงมรดกการท่องเที่ยวของไทยเข้ากับความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศอย่างกล้าหาญ เพื่อร่วมกันสร้างจุดหมายปลายทางสีเขียวที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับอนาคตของคนรุ่นต่อไป

BKKCAW 2026 จะจัดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ World Bank Group และ IMF ในกรุงเทพฯ จึงเป็นเวทีสำคัญแสดงบทบาทผู้นำของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เทศกาลนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพลเมือง เชื่อมโยงแนวทางแก้ไขเป็นรูปธรรม แสดงให้เห็นสิ่งที่ใช้ได้จริง และสร้างเรื่องเล่าเสริมพลังจุดประกายการลงมือร่วมกันทั่วทั้งภูมิภาค



Travelokaชี้Q2/69คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพทัวร์นอก“โซล”ครองแชมป์-เที่ยวไทย5พื้นที่มาแรง

Travelokaชี้ไตรมาส2ปี69คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพ

เที่ยวนอก“โซล”ครองแชมป์-เที่ยวไทย5พื้นที่มาแรง

Traveloka SEA Index ชี้ไตรมาส 2ปี 2569 คนไทยจองเที่ยวโซลได้คะแนนเต็ม 100 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TravelokaSEAIndex #Q2ปี69  #เทรนด์คนไทยเน้นเที่ยวคุณภาพ

Traveloka SEA Index ชี้คนไทยเที่ยวไตรมาส 2 ปี’69 ก้าวสู่เทรนด์ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ทัวร์นอก “โซล” ครองแชมป์ทำคะแนนเต็ม 100 ดาวรุ่งมาแรง “ไทเป” ส่วน “ชิงเต่า” พุ่งจากปีก่อน 38 เท่า ขณะที่ “ไทยเที่ยวไทย” มาแรงใหม่ 5 พื้นที่ “นครพนม-สกลนคร-พัทยา-ตรัง-สุราษฎร์ธานี”

            Traveloka  แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงาน Traveloka SEA Index ฉบับแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวรายไตรมาส ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหา ผลสำรวจ และการจองผ่านแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยภาพรวมได้สะท้อนถึงความสำคัญของเทรนด์ “Quality over Quantity” หรือ “เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ” กลุ่มนักเดินทางคนไทยเริ่มวางแผนเดินทางอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับ 1.การพักผ่อนระยะยาว 2.ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง 3.จุดหมายปลายทางที่มีความหมาย วิเคราะห์จากข้อมูลการค้นหาและการจองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับ “ล้านรายการ”

Traveloka SEA Index ระบุไตรมาส 2 ปี 2569 คนไทยมีพฤติกรรมของผู้ใช้งานและแนวโน้มระดับภูมิภาค สะท้อนถึง “ความต้องการ” เดินทางเปลี่ยนไป ด้วยการเลือก “จุดหมายใหม่” กำลังมาแรง และ “แนวโน้ม” การเดินทางในอนาคต ซึ่งพบเทรนด์สำคัญหลายประการ ได้แก่

“จุดหมายปลายทางในประเทศ” นักเดินทางชาวไทยยังคงเลือกเส้นทางหลัก อย่าง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต โดยมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ทำยอดจองมาแรง ได้แก่ นครพนม สกลนคร พัทยา ตรัง สุราษฎร์ธานี 

“จุดหมายท่องเที่ยวต่างประเทศ” ก็เพิ่มขึ้น โดยมีระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะ “เอเชียตะวันออก”  อย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน แต่ละจุดหมายเหล่านี้มีอัตราเร่งเติบโต (Pace) ชัดเจนสูงกว่าภาพรวมของตลาด  แล้ว “คนไทย” ยังครองสถิติการเดินทางคนเดียวมากที่สุดในภูมิภาคนี้


            ทิภาพร ดวงมาก” ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ Traveloka กล่าวว่า นักเดินทางไทยกำลังวางแผนและตัดสินใจเลือกแต่ละทริปอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เห็นแนวโน้มนี้จากการเดินทางในและต่างประเทศ แบ่งเป็น “ในประเทศ” จุดหมายปลายทางดาวรุ่ง ได้แก่ “นครพนมและสกลนคร” สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิม “ต่างประเทศ” จุดหมายหลักยังคงเป็น กรุงโซล/เกาหลี กับโตเกียว/ญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มก็มี ไทเป/ไต้หวัน ซัปโปโร/ญี่ปุ่น ชิงเต่า/จีน ตอกย้ำถึงคนไทยมีแผนที่การเดินทางขยายตัวที่ดี สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เกาหลีใต้และญี่ปุ่นแชมป์จุดหมายสุดฮอตเที่ยวนอก

“โซลและโตเกียว” เป็น 2 เมืองยอดฮิตครองใจคนไทยมากอันดับ 1  ใช้จ่ายเงินต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติชัดเจน สอดคล้องกับเทรนด์ เที่ยวน้อยลง แต่ใช้เวลาและงบประมาณกับแต่ละทริปมากขึ้น

-โซล คว้าคะแนนความต้องการ (Demand Score) สูงสุดเต็ม 100 คะแนน ขึ้นแท่นคนไทยสนใจท่องเที่ยวมากสุดอันดับ 1  เปรียบเทียบกับปีก่อน มียอดจองเติบโตขึ้นถึง 2/3 ระยะเวลาพักยาวขึ้นเฉลี่ย 3.5 คืน ใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไปเกือบ 5 เท่า (4.9x)


-โตเกียว ทำคะแนนความต้องการ 96 คะแนน ครองใจคนไทยเลือกเป็นจุดหมายปลายทางมียอดจองสูงสุด เป็นหนึ่งในเมืองมีค่าใช้จ่ายเติบโตเร็วที่สุด สูงถึง 6.7 เท่าของงบประมาณของทริปทั่วไป

ไทเปขึ้นแท่น “เมืองน่าจับตาอันดับ 1 ”

นักเดินทางไทยเลือกค้นหาไทเปเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสนใจตลาดอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ไทเปเป็นหนึ่งในเพียง 4 จุดหมาย ร่วมกับ โอซาก้า โซล และเซี่ยงไฮ้ เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดต้นทางในทั้ง 5 ประเทศ สะท้อนความสนใจกำลงผลักดันความต้องการเดินทาง ไทเปก้าวสู่จุดหมายปลายทางต่างประเทศอันดับ 1 เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักเดินทางไทย ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไป 2.6 เท่า

ข้อมูลจาก Index ชี้ให้เห็นว่า นักเดินทางไทยยังอยู่ในช่วงค้นคว้าและวางแผนการเดินทางไปไทเป อยู่ในระยะเริ่มต้นที่มีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่การจองจริงในเวลาถัดไป



เมืองรองของจีนครองอันดั “Breakout” เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง

หมวด “Breakout” คือ “การจัดอันดับเมืองที่เติบโตแซงค่าเฉลี่ยตลาด” ในหลายประเทศ มีเมืองรองของจีนติด 4 ใน 5 อันดับแรก  โดย “ซัปโปโร/ญี่ปุ่น” ติดอันดับที่ 5 เข้ามาร่วมด้วย

-เมืองรองของจีน ได้แก่ เฉิงตู เซินเจิ้น คุนหมิง ฉงชิ่ง เติบโต 2.6–3.9 เท่า ของตลาด โดยได้แรงหนุนจากมาตรการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน การขยายเวลายกเว้นวีซ่าของจีนไปถึงสิ้นปี 2569 “เฉิงตู” ดึงดูดนักเดินทางด้วยวัฒนธรรมอาหารและแพนด้ายักษ์ “เซินเจิ้น” โดดเด่นด้วยศักยภาพของเขต Greater Bay Area  “คุนหมิง” สภาพอากาศที่เย็นกว่าช่วยดึงดูดนักเดินทาง “ฉงชิ่ง” ทัศนียภาพเมืองที่คึกคักมีเอกลักษณ์

-ซัปโปโร ติดอันดับ 5 เติบโต 2.4 เท่าของตลาด เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ เทรนด์ “Coolcation” หรือการหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น

ชิงเต่าอาจเป็น “ม้ามืด” แห่งใหม่

“ชิงเต่า” เมืองที่มีชื่อเสียงของโรงเบียร์ระดับโลก เมืองเก่าสไตล์เยอรมัน และชายหาดเล็ก ๆ หลายแห่งที่อยู่ติดเมือง จึงมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตาของนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะคนไทยเทียบกับช่วงปีก่อน มียอดเพิ่มขึ้นถึง 38 เท่า และเพิ่มขึ้นรวม 9 เท่าจาก 4 ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม

การเติบโตดังกล่าวได้แรงหนุนจากเที่ยวบินไป-กลับ เชื่อมต่อชิงเต่ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 92 เที่ยว/สัปดาห์ และเส้นทางบินตรงใหม่เปิดเมื่อต้นปีนี้ โฮจิมินห์ซิตี้-ปีนัง และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ เป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ จากเดิมที่มีน้อยกว่านี้



คนไทยต้องการเดินทางในประเทศสู่จุดหมาย

คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ พบการจองเติบโตใน 5 จังหวัด ได้แก่ “นครพนม-พัทยา-สกลนคร-ตรัง-สุราษฎร์ธานี” สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางไทยกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ แต่ละจังหวัดครองคะแนนความต้องการ (Demand Score) สูงสุดตลาดในประเทศดังนี้ “นครพนม” คะแนน 92 “พัทยา” คะแนน 80 โดยสนใจเดินทางแบบครอบครัว

 

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

การบินไทย Q2/69 รายได้เพิ่ม 8.5% กำไรเหลือ 1,521 ล้าน ผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน-ครึ่งปีหลัง 69 เน้นบริหารต้นทุน   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่ง...