วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

กลุ่มดุสิตธานีเข้าร่วมสมาชิก GSTC สภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก

 “ชนินทธ์”นำโรงแรมเครือดุสิตเข้าร่วมสมาชิก GSTC

ชูท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างรับผิดชอบต่อยอดTree of Life”


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #DUSIT #GSTC 

#ท่องเที่ยวยั่งยืน

“ชนินทธ์ โทณวณิก” ซีอีโอกลุ่มดุสิต นำโรงแรมในเครือทั้งไทยและทั่วโลกเข้าร่วมเป็นสมาชิก GSTC สภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก รุกเต็มเหนี่ยวท่องเที่ยวยังยืน ต่อยอดโปรเจกต์Tree of Life” จัดเต็ม “ด้านสิ่งแวดล้อม” ทั้งพลังงาน-น้ำ-ขยะอาหาร “ด้านสังคม” และชุมชนทำ ดุสิต สไมล์

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนซึ่งในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญมากขึ้น จึงทำงานร่วมกับองค์กรที่เชี่ยวชาญได้การยอมรับในระดับสากล ประกาศเข้าร่วมเป็น “สมาชิกของสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก” (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) มุ่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การทำงานร่วมกัน และผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอุตสาหกรรม รวมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนทุกมิติ นำโรงแรมในเครือทั่วโลกขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน 

ที่ผ่านมากลุ่มดุสิตทำด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อการท่องเที่ยวอย่างความรับผิดชอบทุกมิติ จึงมั่นใจการเป็นสมาชิก GSTC ครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนในระดับโลก ที่พร้อมจะยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนไปสู่โรงแรมในเครือกระจายตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกด้วย

“กลุ่มดุสิตธานี” ก่อตั้งปี 2492 มุ่งพัฒนาการเติบโตเป็นบริษัทให้บริการต้อนรับแบบครบวงจร ครอบคลุมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท การศึกษาอาหารและการโรงแรม ธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และบริการที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ท และวิลล่าหรูกว่า 9 แบรนด์ กระจายอยู่ใน 18 ประทศ กว่า 290 แห่ง มีจำนวนห้องรวมมากกว่า 11,800 ห้อง

โดยได้ทำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน “กลุ่มดุสิตธานี” ได้ทำโครงการ Tree of Life เป็นกรอบการดำเนินงานระดับองค์กร เพื่อสนับสนุนธุรกิจเติบโตอย่างรับผิดชอบ สร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) เช่น การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริโภคอย่างรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมกับชุมชน  โดยได้เดินหน้าหน้าทำต่อเนื่องดังนี้


ด้านที่ 1 “สิ่งแวดล้อม” กลุ่มดุสิตธานีดำเนินการต่าง ๆ ทั้งพลังงาน น้ำ ขยะ ดังนี้

“บริหารจัดการพลังงาน” นำระบบมาใช้ในโรงแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่การลงทุนพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งแล้วหลายแห่ง เช่น ดุสิตธานี มัลดีฟส์, ดุสิต บีช รีสอร์ท กวม, ดุสิตธานี เกียวโต, อาศัย เกียวโต ชิโจ และดุสิตธานี ลูบี แพลนเทชัน รีสอร์ท

“การบริหารจัดการน้ำ” ได้ดำเนินการผ่านมาตรการประหยัดน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย นำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้เพื่อรดน้ำต้นไม้และดูแลภูมิทัศน์ นำมาตรการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เช่น อุปกรณ์แบบเติมได้ ขวดน้ำใช้ซ้ำ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 “การจัดการขยะอาหาร” ใช้แนวทาง 3 ด้าน ได้แก่ ลดของเสียในกระบวนเตรียมอาหาร การส่งต่ออาหารส่วนเกินให้ชุมชนท้องถิ่นเมื่อเป็นไปได้ นำขยะอินทรีย์ไปผลิตปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในสวนและโครงการชุมชน




ด้านที่ 2 “มิติสังคม”  ได้เข้าร่วม The Code เป็นหลักปฏิบัติเพื่อคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี 2561 พร้อมบูรณาการแนวทางป้องกันในนโยบายองค์กร และฝึกอบรมพนักงานในโรงแรมทั่วไทย โดยได้ลงนามในคำประกาศของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ว่าด้วยการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ตอกย้ำจุดยืนการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และนโยบายไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

“การมีส่วนร่วมกับชุมชน” ได้ทำโครงการต่าง ๆ เช่น  Dusit Smiles ร่วมมือกับมูลนิธิ Operation Smile ประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2553 ระดมทุนได้กว่า 13 ล้านบาท ช่วยสนับสนุนการผ่าตัดและการดูแลรักษาที่เปลี่ยนชีวิตเด็กไทยกว่า 750 คน

“มร. แรนดี้ เดอร์แบนด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก (GSTC) กล่าวว่า GSTC ยินดีต้อนรับกลุ่มดุสิตธานีในฐานะสมาชิก และชื่นชมความมุ่งมั่นในการสนับสนุนพันธกิจด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญในอนาคตต่อไป

 

ททท.ดึงผู้ซื้อท่องเที่ยว50ชาติร่วมTTM+2026ที่สวนนงนุช 10-12 มิ.ย.69บูมตลาดเมดิคัลเวลเนส

ททท.ดึงผู้ซื้อท่องเที่ยว50ชาติร่วมเจรจาธุรกิจ TTM+2026

10-12 มิ.ย.69เปิดNICEสวนนงนุชบูมตลาดเมดิคัล-เวลเนส

ททท.พร้อมจัด Thailand Travel Mart Plus :TTM+ 2026” 10-12 มิ.ย.69 ที่สวนนงนุชพัทยา

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTMPlus2026 #NICEสวนนงนุชพัทยา

ททท.เดินหน้าจัด “Thailand Travel Mart Plus :TTM+ 2026” ดึงผู้ซื้อท่องเที่ยว 50 ประเทศ ร่วมจับคู่ธุรกิจ 11,000 นัดหมาย 10-12 มิ.ย.69 ที่ NICE สวนนงนุช พัทยา พุ่งเป้าขายสินค้าและบริการราคาสูง “เมดิคัล-เวลเนส” โปรโมทเส้นทางเชื่อมโยงสู่ภาคอื่นทั่วไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ประกาศความพร้อมการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ระหว่าง 10–12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE Pattaya, Convention and Exhibition Center) จังหวัดชลบุรี เตรียมพร้อมต้อนรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก 400 ราย กว่า 50 ประเทศ เดินทางมาร่วมเจรจาธุรกิจ และทำให้ในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยในการเดินทาง และศักยภาพของประเทศรองรับการจัดประชุมระดับนานาชาติ

จะมีนัดเจรจาธุรกิจกว่า 11,000 นัดหมาย จากกิจกรรม 1.เจรจาธุรกิจ 2.Thailand Tourism Update ฉายภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย 3.TTM Talk การพูดคุยเสวนาภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งในด้านเมดิคัล และเวลเนส ไปจนถึงการฟื้นฟูอย่างครบวงจร  

ททท.จะใช้การจัดงาน TTM+2026 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจ ชุมชน ห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทุกมิติ


งาน TTM+ 2026 เป็นเวทีเจรจาธุรกิจ (B2B) ที่สำคัญระดับนานาชาติเชื่อมโยงผู้ซื้อจากธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกับผู้ประกอบการไทย นำเสนอศักยภาพสินค้าบริการที่มีความหลากหลายการท่องเที่ยว เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปีนี้จัดตามแนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ ให้ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ทั้ง 5 ภูมิภาค โดดเด่นด้วยสินค้าเวลเนสควบคู่การท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ( Travel with Care ) มีเป้าหมายนำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยั่งยืน



พร้อมทั้งจะเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์อันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดชลบุรี ผ่านการแสดงทางวัฒนธรรม งานหัตถศิลป์ท้องถิ่น กิจกรรมรายการนำเที่ยว “ก่อนงาน : Pre Tourชวนท่องเที่ยวไทยที่แตกต่างและน่าประทับใจ ผ่านธรรมชาติและไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ ล่องเรือยอร์ช การท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นในชลบุรี และ “หลังงาน : Post Tour จะนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอื่น ๆ กระจายการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและสร้างแรงบันดาลใจ

 

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

BCPG ปิดดีลโซลาร์รูฟท็อปเสริมพอร์ต Private PPA

BCPG ปิดดีลโซลาร์รูฟท็อปเสริมพอร์ต Private PPA

ขานรับตลาดพลังงานสะอาดเมืองไทยอนาคตโตแรง


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #BCPG #SolarRoofTop #PrivatePPA

บีซีพีจี”ปิดดีลความสำเร็จเข้าซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา กำลังการผลิตรวม 17.5 เมกะวัตต์ เสริมแกร่งธุรกิจ Private PPA ขานรับตลาดพลังงานสะอาดในไทยอนาคตโตแรง

นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อ 23 มีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการรับโอนหุ้นในบริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัด เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Roof top) ในไทยขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 17.5 เมกะวัตต์ หลังจากเมื่อปี 2568 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นไว้ ทำให้การเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแผน

ความสำเร็จการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้เป็นการต่อยอดกลยุทธ์ของบริษัทฯ ขยายพอร์ตโฟลิโอโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจการจำหน่ายไฟฟ้าในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private PPA) จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำที่มีความมั่นคงและต่อเนื่อง เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บมจ.บีซีพีจี มีแผนดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัทดังกล่าวเป็น “บริษัท บีซีพีจี เอ็นเนอร์ยี โซลูชั่นส์ จำกัด” เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ Private PPA ต่อไป

นายรวีกล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นขยายการลงทุนธุรกิจพลังงานสะอาดต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งพอร์ตโฟลิโอ ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอกย้ำบทบาทในการเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ของประเทศ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  

 

 

กรมท่องเที่ยวMOUกรมลดโลกร้อนผนึก 2 มาตรฐานดันท่องเที่ยวยั่งยืน

กรมท่องเที่ยวMOUกรมลดโลกร้อนดันท่องเที่ยวยั่งยืน

ผนึก 2 มาตรฐาน “ท่องเที่ยว-บริการมิตรสิ่งแวดล้อม”

กรมการท่องเที่ยว MOU กรมลดโลกร้อนเร่งทำ2มาตรฐานดันท่องเที่ยวไทยยั่งยืนในเวทีโลก

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กรมการท่องเที่ยว #กรมลดโลกร้อน #มาตรฐานท่องเที่ยวยั่งยืน

กรมท่องเที่ยว MOU กรมลดโลกร้อน ขับเคลื่อน 2 มาตรฐาน “ท่องเที่ยว-บริการเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม” นำเที่ยวไทยยั่งยืนระดับสากล สร้างเชื่อมั่นในตลาดโลกระยะยาว

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมมือด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยและมาตรฐานการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งบูรณาการควบคู่กัน 2 มาตรฐาน ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวไทย 2.การบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พร้อมกับผลักดันผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าสู่การประเมินมาตรฐานระดับสากล เช่น  Green Hotel Plus รวมถึงส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและโรงแรมให้ปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม



นายจาตุรนต์ กล่าวว่ากรมการท่องเที่ยวจะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวสู่การปฏิบัติ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพบริการทุกมิติ ทั้งด้านโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยระยะยาว

ซึ่ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันกำหนดแผนงานและโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้ มี ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามกับอธิบดีกรมการท่องเที่ยว โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นสักขีพยาน จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

 

 

ททท.x Porsche Club Singaporeบูมขับรถหรูเที่ยวไทย ตลุย10จังหวัดเหนือจรดใต้ร่วมสนุกสงกรานต์เชียงใหม่

ททท.x Porsche Club Singaporeบูมขับรถหรูเที่ยวไทย

ตลุย10จังหวัดเหนือจรดใต้ร่วมสนุกสงกรานต์เชียงใหม่

 

ททท. สิงคโปร์ × Porsche Club Singapore นำคาราวานรถหรูปอร์เช่สิงคโปร์ตลุยเที่ยว Drive of the Year

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #PorscheClubSingapore  

ททท. สิงคโปร์ × Porsche Club Singapore นำคาราวานรถหรูปอร์เช่สิงคโปร์ตลุยเที่ยว "Drive of the Year"-สัมผัสเสน่ห์ไทยจากเหนือจรดใต้” 10 จังหวัด 14 คืน ร่วมสนุกสงกรานต์เชียงใหม่ ทำซีเอสอาร์ที่แม่สอด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสิงคโปร์ (ททท.) ร่วมกับ Porsche Club Singapore (PCS) ปล่อยตัวขบวนคาราวาน "Drive of the Year — Porsche Club Singapore" ณ สถานเอกอัครราชทูต สิงคโปร์ มีสมาชิกร่วมเดินทาง 36 คน พร้อมรถยนต์ Porsche พรีเมียม 21 คัน มุ่งหน้าสู่ประเทศไทยเป็นเวลา 14 คืน ระหว่างวันที่ 12–25 เมษายน 2569

ในพิธีปล่อยขบวนคารานรถหรูท่องเที่ยวครั้งนี้ มีอุปทูต นางชลธี จันทร์รัชชกูล รักษาราชการแทนเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับเป็นทางการ พร้อมด้วยประธาน Porsche Club Singapore และทีมประเทศไทย ร่วมมือกันสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว


คารวานสมาชิกรถชมรมผู้ใช้รถปอร์เช่ในสิงคโปร์ที่ได้การรับรองจาก Porsche AG ชื่นชอบทำกิจกรรมเพื่อคนรักปอร์เช่ ขับรถท่องเที่ยว (Drives) และการกุศลต่าง ๆ ปี 2569 เลือกขับรถท่องเที่ยวมาไทยจากเหนือจรดใต้ 10 จังหวัด 11 พื้นที่ ตามเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้

หาดใหญ่ (ด่านสะเดา) เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน (บ้านรักไทย) สุโขทัย–พิษณุโลก อยุธยา กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช–พัทลุง สงขลา


โดยนำรถยนต์ขนส่งทางรถพ่วงไปเชียงใหม่ จากนั้นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยเครื่องบินจากหาดใหญ่

“กิจกรรมหลัก” ที่สมาชิกคาราวานปอร์เช่ วางแผนเตรียมทำตามเส้นทางต่าง ๆ ที่อยู่ในเมืองไทย ได้แก่

เทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่  ร่วมฉลองเทศกาลมรดกโลกทางวัฒนธรรม เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเส้นทางคารวานปี 2569

CSRทำซีเอสอาร์ ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  เตรียมมอบสิ่งของให้เด็กนักเรียน สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น

กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนท้องถิ่น ร่วมเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวพรีเมี่ยม : Premium Destination” ตลาดสิงคโปร์

 

AOTปลื้มSKYTRAXให้2สนามบินไทยคว้ายอดเยี่ยมโลก “สุวรรณภูมิ”ติดอันดับ36 -“ดอนเมือง”โลว์คอสต์อันดับ7

AOTปลื้มSKYTRAXให้2สนามบินไทยคว้ายอดเยี่ยมโลก

“สุวรรณภูมิ”ติดอันดับ36 -“ดอนเมือง”โลว์คอสต์อันดับ7


AOT ปี 2569 นำสุวรรณภูมิคว้ายอดเยี่ยมอันดับ 36 ของโลก ดอนเมืองคว้าโลว์คอสต์อันดับ 7 จาก Skytrax

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #Skytrax #สุวรรณภูมิยอดเยี่ยมอันดับ36 #ดอนเมืองโลว์คอสต์อันดับ7โลก

AOT ปลื้ม !! Skytrax จัด 2 สนามบินไทยปี’69 อันดับดีขึ้น “สุวรรณภูมิ” คว้าอันดับ 36 สนามบินยอดเยี่ยมของโลกและอันดับ 4 กลุ่มรองรับผู้โดยสาร 60-70 ล้านคน/ปี “ดอนเมือง” คว้าอันดับ 7 สนามบินโลว์คอสต์

            นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมืองสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง หลังจาก Skytrax องค์กรจัดอันดับการให้บริการสนามบินระดับโลก ประกาศผล World’s Best Airport ประจำปี 2026 โดยจัดอันดับโลกไว้ให้ดังนี้


“ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ติดอันดับ 36 ของโลก ขยับขึ้นจากเมื่อปี 2568 อยู่อันดับ 39 รวมทั้งได้รับการจัดอันดับในกลุ่มสนามบินที่สามารถรองรับผู้โดยสาร 60–70 ล้านคน/ปี (Best Airport 2026: 60 to 70 million passengers) โดยคว้าอันดับ 4 ประจำปี 2026 สะท้อนถึงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพต่อเนื่องด้านการให้บริการ




“ท่าอากาศยานดอนเมือง” ติดอันดับ 7 ของโลกในกลุ่มสนามบินสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำ (World’s Best Low-Cost Airline Terminals) ขยับขึ้นจากเมื่อปี 2568 อยู่อันดับที่ 8 ซึ่งดอนเมืองเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญรองรับปริมาณผู้โดยสารเข้าออกกรุงเทพมหานคร

โดย Skytrax ได้สำรวจโดยใช้ชื่อ “World’s Airport Survey” สอบถามความคิดเห็นจากผู้เดินทางด้วยเครื่องบินทั่วโลก แล้วประกาศการจัดอันดับปี 2569 ในฐานะบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านการบินชั้นนำของประเทศอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญวิเคราะห์คุณภาพการให้บริการของสายการบินและสนามบินทั่วโลกแสดงให้เห็นถึง “ศักยภาพในการบริหารจัดการผู้โดยสาร” จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ “มาตรฐานการให้บริการ” เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“ความสำเร็จ” ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ของ AOT เป็นผลจากการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะ ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการอำนวยความสะดวก ยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร ซึ่งรวมถึงความรวดเร็วในการให้บริการ ความสะอาด ความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ

นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT มุ่งมั่นยกระดับท่าอากาศยานในความดูแลให้ก้าวข้ามบทบาทการเป็นเพียงต้นทางหรือปลายทางสู่ “จุดเชื่อมต่อการเดินทางและเป็นจุดหมาย” แห่งการบริการระดับโลก ที่ผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงจุดหมายปลายทางด้วยมาตรฐานการบริการแบบ World Class Hospitality” ผสานความเป็นไทยเข้ากับความเป็นสากลอย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางอย่างอบอุ่น ประทับใจ น่าจดจำทุกครั้งที่มาเยือนเมืองไทย

 

ททท.ควงพันธมิตรเจ้าภาพงาน“GSTC 2026” ที่ภูเก็ต ดันไทยสู่ฝันท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

 ททท.ควงพันธมิตรเจ้าภาพงาน“GSTC 2026” ที่ภูเก็ต

ดันไทยสู่ฝันท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกรับอานิสง6เรื่อง

 

ททท.ร่วมพันธมิตรจัดงานGlobal Sustainable Tourism Conference 2026 : GSTC 2026” 21-24เม.ย.69 จ.ภูเก็ต

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #GSTC2026 #ไทยจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

ททท.แท็กทีมพันธมิตรหนุนงาน “GSTC 2026” 21-24 เม.ย.69 ที่ภูเก็ตสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ดึงสมาชิกนานาชาติ 50 ประเทศ ประชุมที่ภูเก็ต ดันไทยสู่งฝัน “ประเทศจุดหมายท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก” รับอานิสง 6 เรื่องใหญ่

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่มกับสนับสนุนจัดงาน Global Sustainable Tourism Conference 2026 : GSTC 2026” การประชุมใหญ่ระดับโลกด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่าง 21–24 เมษายน 2569 จะจัดที่โรงแรม รอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และโรงแรมคอร์ดยาร์ด บาย แมริออต ภูเก็ต ทาวน์ จังหวัดภูเก็ต หลังไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ ภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) จังหวัดภูเก็ต มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ร่วมกันผลักดัน “ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก”

          งานนี้ทางสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC)  องค์กรนานาชาติผู้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานสากลด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้ผู้ประกอบการ โรงแรม แหล่งท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางทั่วโลก เพื่อยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามหลักความยั่งยืน สอดคล้องกับ ททท.มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นระบบสู่ “จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน” เน้น “สร้างคุณค่ามากกว่าปริมาณ” ควบคู่กับการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างสมดุล

เวที GSTC 2026 ถือเป็นการประชุมระดับโลกด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารองค์กร ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เครือข่ายภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนจากทั่วโลก เดินทางมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

นายธีระพงศ์ ช่วยชู” รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตยินดีที่ GSTC เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Global Sustainable Tourism Conference 2026 ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นทั่วโลกต่อประเทศไทยพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน และภูเก็ตพร้อมจะก้าวเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมระดับนานาชาติ ด้วยศักยภาพและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม สถานที่จัดประชุมและที่พักมาตรฐานสากล ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ มุ่งมั่นช่วยผลักดันภูเก็ตก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก

Mr. Randy Durbandประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GSTC กล่าวว่า GSTC ยินดีกับภูเก็ตสถานที่จัดการประชุม GSTC 2026 ขึ้นในไทยที่จังหวัดซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีผู้นำทางการท่องเที่ยวและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนของแต่ละภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

            งาน GSTC 2026 คาดจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 700 คน จากทั่วโลกกว่า 30–50 ประเทศ จัดภายใต้กรอบสาระสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.Sustainable Hospitality 2.Resilient Cities & Communities และ 3.Carrying Capacity & Visitor Distribution Management

ร่วมสะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งของชุมชน การบริหารจัดการทรัพยากรและจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้น รูปแบบการจัดงานยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “ความยั่งยืน” อย่างรอบด้าน

โดยมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดงานแบบปลอดของเสีย (Zero Waste) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดใช้กระดาษ เลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly Signage) สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน (Value Creation) ทำให้จัดงานครั้งนี้เป็นต้นแบบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล  



            สำหรับ “ประเทศไทย” มุ่งหวังให้การเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม GSTC 2026 สร้างผลเชิงบวก 6 เรื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 สร้างเชื่อมั่นการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน

เรื่องที่ 2 ความพร้อมเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมระดับนานาชาติ

เรื่องที่  3 ททท. มุ่งหวังให้เป็นโอกาสและกลไกสำคัญขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานสากลสู่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการจุดหมายปลายทางที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เรื่องที่ 4 ยกระดับมาตรฐานโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และเมืองให้สอดคล้องกับเกณฑ์ความยั่งยืนสากล

เรื่องที่ 5 สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียง จากการใช้จ่ายที่พัก การเดินทาง อาหารและบริการท่องเที่ยว

เรื่องที่ 6 ขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

            ผู้สนใจ GSTC 2026 ติดตามและลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://www.gstc.org/gstc2026phuket/


กลุ่มดุสิตธานีเข้าร่วมสมาชิก GSTC สภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก

  “ชนินทธ์”นำโรงแรมเครือดุสิตเข้าร่วมสมาชิก  GSTC ชูท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างรับผิดชอบต่อยอด “ Tree of Life” กลุ่มดุสิตธานีนำโรงแรมในไทยและทั...