วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.ทำTabletop SaleขานรับLOT Airlines บินตรงฤดูหนาวปี69/70ดันตลาดดาวรุ่งยุโรปเข้าไทยคึกคัก

ททท.ลุยทำTabletop Saleไทย-โปแลนด์ขานรับLOT Airlines

บินตรงฤดูหนาวปี69/70ดันตลาดดาวรุ่งยุโรปเข้าไทยคึกคัก

ททท.นำธุรกิจไทยเปิด Tabletop Sale กับโปแลนด์รับ LOT Polish Airlines บินตรงแบบประจำ เริ่ม 7 ต.ค.2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #LOTAirlines #บินตรงวอซอร์สู่กรุงเทพ

ททท.นำธุรกิจไทยเปิด Tabletop Sale กับโปแลนด์ ปูพรมรับ LOT Polish Airlines นำร่องบินตรงแบบประจำ เริ่ม 7 ต.ค.นี้ ตลอดฤดูหนาวปี 69/70 พร้อมบิน 5 เที่ยว/สัปดาห์ ปั้นฮับเชื่อมตลาดบินยุโรป และดันไทยเป็นฮับอาเซียนตลาดโปแลนด์ 2 ประเทศ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยววิน วิน


นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเปิดเวที Tabletop Sale จับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวโปแลนด์และผู้บริหารสายการบินต่าง ๆ รุกเจาะโปแลนด์ตลาดดาวรุ่งยุโรปที่เติบโตดีต่อเนื่อง ล่าสุด LOT Polish Airlines สายการบินแห่งชาติโปแลนด์ เตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงแบบประจำอย่างเป็นทางการ ไป-กลับ วอร์ซอ–กรุงเทพฯ เริ่ม 7 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป คาดจะเป็นอีกแรงส่งสำคัญกระตุ้นนักท่องเที่ยวยุโรปช่วงฤดูหนาวปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาวระหว่าง 2 ประเทศได้

ขณะนี้โปแลนด์เป็นตลาดดาวรุ่งที่น่าจับตามีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยเติบโตโดดเด่น ท่ามกลางของภูมิภาคยุโรปที่ยังอยู่ในระดับทรงตัว จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ช่วง 1 มกราคม-18 พฤษภาคม 2569 โปแลนด์มาเที่ยวไทยแล้ว 137,772 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนถึง 17.08 % ต่อเนื่องจากปี 2568 มาไทย 237,570 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ราว 31.46%


LOT Polish Airlines เตรียมบริการเที่ยวบินตรง วอร์ซอ–กรุงเทพฯ  แบบเที่ยวบินประจำสู่ไทย หลังจากในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม–มีนาคม ที่ผ่านมาเคยทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) มายังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และกระบี่   ปีนี้ได้ปรับใหม่เริ่ม 7 ตุลาคม 2569 ระยะแรก 3 เที่ยว/สัปดาห์ และตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2569 ตลอดช่วงฤดูหนาวจะเพิ่มเป็น 5 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์

ททท. คาดการณ์ช่วงตารางบินฤดูหนาว 2569/2570 จะมีนักท่องเที่ยวโปแลนด์เดินทางมาไทยประมาณ 47,000 คน สร้างรายได้ราว 3,196 ล้านบาท และช่วงวินเทอร์ 2570/2571 คาดจะมาไทยเพิ่มเป็น 49,000 คน สร้างรายได้ 3,332 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพในระยะต่อไปตลาดโปแลนด์เติบโตดีมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


การเปิดบินตรงแบบประจำดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญกระตุ้นความต้องการเดินทาง (ดีมานด์) ด้วยการเพิ่มความสะดวกเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศ เปิดโอกาสให้โปแลนด์กลายเป็นจุดเชื่อมต่อของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่ต้องการมาไทยได้มากขึ้น ส่วนไทยจะก้าวเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอาเซียนของตลาดโปแลนด์ด้วย แล้วเส้นทางบินใหม่ยังสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับโปแลนด์ รวมทั้งต่อยอดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในระยะยาว

            สำหรับการทำ Tabletop Sale Session TAT x LOT Polish Airlines เมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 ททท.หวังเตรียมความพร้อมก่อน  LOT Polish Airlines เปิดบริการเที่ยวบินตรงอย่างเป็นทางการ วอร์ซอ–กรุงเทพฯ จึงได้เชิญคณะผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวโปแลนด์ 8 รายและผู้บริหารสายการบินฯ  2 ราย เดินทางมาสำรวจเส้นทางและบริการการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ระหว่าง 22-25 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะทำ Tabletop Sale Session TAT x LOT Polish Airlines เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวโปแลนด์และไทย (Seller) 18 ราย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 14 ราย และบริษัทนำเที่ยวไทย 4 ราย ได้พบเจรจาธุรกิจต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการขายต่อเนื่องการท่องเที่ยวฤดูหนาวปี 2569



เส้นทางบิน วอซอร์-กรุงเทพฯ ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง 20 นาที บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์รองรับผู้โดยสารสูงสุด 252 ที่นั่ง/ลำ รองรับนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งกลุ่มที่เดินทางเพื่อพักผ่อนและกลุ่มธุรกิจ

            ชาวโปแลนด์นิยมมาเที่ยวในพื้นที่สำคัญของไทย เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ เกาะสมุย และเชียงใหม่ พักเฉลี่ยประมาณ 14 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 68,800 บาท/คน/ทริป เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่สร้างรายได้ระดับสูงเข้าสู่การท่องเที่ยวไทย

 

บางจากร่วมTNCCนอร์เวย์ย้ำมุมมองธรรมาภิบาล-โปร่งใส หนุน “Integrity in Practice”

บางจากร่วมTNCCนอร์เวย์ย้ำมุมมองธรรมาภิบาล-โปร่งใส

หนุน “Integrity in Practice” สู่การปฏิบัติจริงต้านคอรัปชั่น

ผู้บริหารบางจากฯ ร่วมเวที TNCC ของนอร์เวย์ ย้ำแนวคิด “Integrity in Practice” สู่การปฏิบัติจริง

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #IntegrityInPractice

บางจากฯ ร่วมเวที TNCC ของนอร์เวย์ ย้ำแนวคิด “Integrity in Practice” สู่การปฏิบัติจริง แลกเปลี่ยนมุมมองด้าน “ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส” ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ต้านคอรัปชั่นภาคธุรกิจและสังคม



นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการหอการค้าไทย-นอร์เวย์ (Thai-Norwegian Chamber of Commerce :TNCC) เปิดเผยว่า ได้ขึ้นเวที “Integrity in Practice Forum: Shaping the Future through Responsible Governance” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ ทางหอการค้าไทย-นอร์เวย์   ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย และเครือข่ายหอการค้าต่างประเทศในไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแนวคิดด้านความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการต่อต้านคอร์รัปชันในภาคธุรกิจและสังคม

จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของหอการค้าไทย-นอร์เวย์ โดยมี H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และองค์กรด้านธรรมาภิบาลทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติด้านกำกับดูแลกิจการอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านเวทีเสวนาและการหารือเชิงปฏิบัติการ

 


โดยนางกลอยตาได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “From Vision to Practice: Transparency Roadmap” มุ่งสะท้อนมุมมองเรื่อง ESG และธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจดำเนินงานในทุกวัน มากกว่าจะเป็นเพียงกรอบจัดทำรายงานหรือข้อกำหนดเชิงนโยบาย

นางกลอยตา กล่าวว่า ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจต้องนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงานประจำวัน ผ่านกระบวนการที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ สร้างความเข้าใจร่วมกันภายในองค์กร โดย “Integrity in Practice” คือการมองให้ไกลกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด และพร้อมดำเนินการเชิงรุกเมื่อพบสัญญาณเตือนหรือความเสี่ยงด้านจริยธรรม



ส่วนผู้นำองค์กรต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติจริง (walk the talk) ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบเปิดกว้าง ให้พนักงานกล้าตั้งคำถาม กล้าสะท้อนความกังวล และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง
ไม่ใช่แค่ปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น เพราะหลักการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น การดึงดูดการลงทุน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับบางจากฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายกำกับดูแลกิจการเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2546 พร้อมกลไกสนับสนุนการดำเนินงานโปร่งใสและตรวจสอบได้ อาทิ ระบบช่วงงดซื้อขายหลักทรัพย์ การเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การกำหนดระดับอำนาจอนุมัติ การแบ่งแยกหน้าที่ในการทำงาน การพิจารณาและอนุมัติโครงการแบบข้ามสายงาน cross-functional ตลอดจนระบบควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และคณะกรรมการตรวจสอบ

ด้านการดำเนินงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญความโปร่งใสและความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติ ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ผ่านหลักปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การกำกับดูแลด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบเอกสารและการตรวจสอบย้อนกลับ การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และนโยบายงดรับของขวัญ



อีกทั้งได้ขยายแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมไปยังคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านการกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้า การจัดกิจกรรมและสัมมนาเพื่อสร้างความตระหนักด้านธรรมาภิบาลร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บางจากฯ เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ตั้งแต่ปี 2556 โดยให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่อเนื่องมาตลอด ปัจจุบันมีคู่ค้ากว่า 136 ราย ที่ได้การรับรอง CAC สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในองค์กร แต่กำลังขยายไปสู่ห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศทางธุรกิจในวงกว้าง ผ่านความร่วมมือของภาคธุรกิจยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันร่วมกัน

 

"เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ"เสด็จนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล เปิดประวัติศาสตร์โลกมรดกวัฒนธรรมไทยที่ปารีสวันนี้-1พ.ย.

"เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ"เสด็จนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล

เปิดประวัติศาสตร์โลกมรดกวัฒนธรรมไทยที่ปารีสวันนี้-1พ.ย.

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #นิทรรศการราชพัสตราสู่สากล #มรดกวัฒนธรรมไทย

"เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ" เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานงานเลี้ยงรับรองนิทรรศการประวัติศาสตร์ผ้าโลก “ราชพัสตราสู่สากล” ฉลองความสัมพันธ์ทางการฑูต 170 ปีไทย-ฝั่งเศส เปิดให้ชมมรดกวัฒนธรรมไทย วันนี้-1 พ.ย.69 ที่ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในงานเลี้ยงรับรองเปิดนิทรรศการระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส จัดโดยพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส  พร้อมถ่ายทอดความงดงามของราชพัสตราไทยจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมสู่ความร่วมสมัยบนเวทีโลก

ในโอกาสนี้ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.คณะผู้บริหาร ททท. เข้าร่วมรับเสด็จฯ และพิธีเปิดนิทรรศการ ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดทำหนังสือ La Mode en Majeste ที่นำมาจัดแสดงประกอบการจัดงาน ร่วมเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยผ่านพลังแห่งแฟชั่น ศิลปะ และงานหัตถศิลป์ชั้นสูงสู่สายตานานาชาติ

นิทรรศการระดับโลกครั้งนี้เปิดให้ผู้เข้าชมร่วมสัมผัสเสน่ห์แห่งมรดกทางวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่วันนี้-1 พฤศจิกายน 2569 ที่ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส



                ตลอดงานนิทรรศการระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” นำเสนอความงดงามของมรดกภูมิปัญญาไทย วิวัฒนาการเครื่องแต่งกายของราชสำนักไทย นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมุมมองด้านการทูตทางวัฒนธรรม ด้วยการจัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูง รวมไปจนถึงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ออกแบบตัดเย็บโดยดีไซเนอร์ชาวไทย และนายปิแอร์ บัลแมง ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสและผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก และฉลองพระองค์ใน สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตลอดจนผลงานร่วมสมัยจากนักออกแบบไทยกว่า 200 รายการ ภายใน 7 ห้องจัดแสดง ที่ถ่ายทอดบทบาทของเครื่องแต่งกายในฐานะสื่อกลางทางวัฒนธรรมและการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส  


ภายในงานนิทรรศการ แบรนด์ SIRIVANNAVARI นำเสนอผลงานการออกแบบร่วมสมัยสะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทยผ่านมุมมองแฟชั่นระดับสากล ภายในห้องจัดแสดง “นักออกแบบไทยร่วมสมัย” โดยองค์อุปถัมภ์ได้ทรงคัดเลือกผลงานออกแบบจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมกับภัณฑารักษ์ของ Musée des Arts Décoratifs (MAD) 3 ชุด พร้อมผลงานศิลปะงานปักจาก Sirivannavari Atelier & Academy เพื่อถ่ายทอดการตีความชุดไทยในบริบทแฟชั่นร่วมสมัย โดยผสานโครงสร้างเครื่องแต่งกายสากลเข้ากับเสน่ห์ของผ้าไทยและงานหัตถศิลป์อันประณีต ในบริบทของงานดีไซน์สากลในทุกคอลเลกชั่น และจัดแสดงในช่วง Milan Fashion Week เป็นประจำอย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล

ผลงานจัดแสดงภายในนิทรรศการล้วนสะท้อนเอกลักษณ์และความงดงามของราชพัสตราไทยผ่านมุมมองร่วมสมัยที่แตกต่างกันอย่างงดงาม ดังนี้



ชุดแรก  : ชุดราตรียาว จากผ้าไหมยกดิ้นของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่มีแรงบันดาลใจจากชุดไทยโบราณที่มีสไบสองชาย ปักลวดลายกรวยเชิงบนผ้า และจับเดรปด้านหน้าแบบชุดไทยพระราชนิยม

ชุดที่สอง : ชุดเดรสยาวเข้ารูปจากผ้าไหมมัดหมี่ ลูกเล่นจับเดรปและการอัดพลีตอย่างประณีต ประดับงานปักลูกปัดสามมิติเป็นรูปดอกจำปาขาว ดอกไม้ไทยโบราณ 

ชุดที่สาม : แจ๊กเก็ตสีขาวที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายราชปะแตนของบุรุษ เติมความอ้อนช้อยด้วยลูกเล่นงานปักช่วงแขน รูปดอกพุดซ้อน กระโปรงสั้นจับเดรปทิ้งชาย สะท้อนศิลปะแห่งการการนุ่งห่มและการจับผ้าแบบไทยโบราณอย่างร่วมสมัย

            นิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญการเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านพลังแฟชั่น ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการตีความใหม่อย่างร่วมสมัย ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส ผ่านความงดงามอันทรงคุณค่าแห่งราชพัสตราไทยร่วมสมัยอย่างสง่างามน่าประทับใจ

 

ททท.ตากชวนเที่ยวประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ) เสริมพลังบุญใหญ่ท30พ.ค.-3มิ.ย.69

ททท.ตากชวนเที่ยวประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ)

เสริมพลังบุญใหญ่ที่วัดพระบรมธาตุ30พ.ค.-3มิ.ย.69

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ขึ้นธาตุเดือนเก้าเหนือ #วัดพระบรมธาตุจังหวัดตาก

ททท.ตาก จัดใหญ่ประเพณี “ขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)” 30 พ.ค.-3 มิ.ย.นี้ ที่วัดพระบรมธาตุ ร่วม 5 พลังบุญ ไฮไลต์ปี’69 “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” นำทีมเสริมดวงชะตา

นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก เปิดเผยว่า สายบุญท่องเที่ยวงานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)” ประจำปี 2569 ร่วมสืบสานและสัมผัสพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ วันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน นี้ ที่วัดพระบรมธาตุ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ปีนี้มีความพิเศษพบกับอาจารย์คฑา ชินบัญชร” พยากรณ์ชื่อดังร่วมทำพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมพลังชีวิตและหนุนดวงชะตาเสริมพลังบุญให้ทุกคน

“ขึ้นธาตุเดือนเก้า” (เหนือ) เป็นประเพณีที่ชาวบ้านตากสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เพื่อสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุ บวงสรวงขอพรเทวดาช่วงเริ่มฤดูทำนา จะทำตรงกับวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำ เดือนเก้าเหนือ ซึ่งแต่ละปีวันที่กับเดือนสากลจะไม่ตรงกัน เนื่องจากนับตามปฏิทินล้านนา อยู่ระหว่างพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี)

ไฮไลต์วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเก้า ผู้คนจะจัดเตรียมเครื่องคาว หวาน ธูป เทียน ดอกไม้ ตกแต่งประดับประดาสวยงาม มารวมกันบริเวณเชิงสะพานบุญ แล้วเคลื่อนขบวนไปตามสะพานบุญ ขึ้นสู่บันไดนาคผ่านประตูเคลื่อนไปยังองค์พระธาตุ เพื่อบูชาเครื่องสักการะขอพรให้การทำนาลุล่วงไปด้วยดี ฝนตกต้องตามฤดูกาล

ปี 2569 ในงานจะจัดให้มีกิจกรรมและขบวนแห่ตามประเพณีดั้งเดิมเสริมพลังบุญตามศรัทธาความเชื่อไฮไลต์ 5 กิจกรรม

 


พิธีถวายผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ : ร่วมห่มผ้าองค์เจดีย์สีทองรายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย  ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะเมีย

ขบวนแห่ปัจจัยไทยทานและผ้าห่มธาตุ : เริ่มเคลื่อนขบวนจากบริเวณหนองเล่ม ผ่าน "สะพานบุญ" มุ่งสู่องค์พระบรมธาตุอย่างตระการตา

ขบวนตุงไชยและต้นเงินต้นทอง : ตกแต่งตามแบบศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างสวยงาม สะท้อนความเลื่อมใสของคนในท้องถิ่น

กราบหลวงพ่อทันใจ: ขอพรความสำเร็จจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตาก

กิจกรรมพลังบุญกับอาจารย์คทา: มีการนำสวดมนต์รับพลังบวก แนะนำเคล็ดลับการไหว้ขอพรองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ และการทำบุญหนุนดวงชะตาตามหลักทักษา



          ผอ.ธมลวรรณ กล่าวว่า งานขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) เป็นประเพณีพื้นถิ่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะกับคนเกิดปีมะเมีย เนื่องจาก “วัดพระบรมธาตุ” แห่งนี้ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง บรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ส่วน “พระนลาฏ” ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาร่วมบุญครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วยกัน

 

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บางจาก-พันธมิตรจัดวันผึ้งโลกหนุนชุมชนบางน้ำผึ้งสู่สากล 3มาตรฐาน

บางจาก-พันธมิตรจัดวันผึ้งโลกหนุนชุมชนบางน้ำผึ้งสู่สากล

3มาตรฐาน”อาหารปลอดภัย-ชุมชนเข้มแข็ง-เศรษฐกิจBCG

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #วันผึ้งโลก #ชุมชนบางน้ำผึ้งสู่สากล

บางจากฯ ร่วมพันธมิตรจัด “วันผึ้งโลก ครั้งที่ 5 หนุนชุมชน “บางน้ำผึ้ง” สู่สากล เพิ่มความเข้มข้นอนุรักษ์ธรรมชาติ กวาด 3 มาตรฐาน “อาหารปลอดภัย-ชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเอง-เศรษฐฺกิจสีเขียว BCG

           

            นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ. บางจาก ร่วมกับหน่วยงานภาคี จัดงาน “วันผึ้งโลก (World Bee Day) ประจำปี 2569” ครั้งที่  5 เพื่อรณรงค์อนุรักษ์ธรรมชาติ ดูแลระบบนิเวศ และส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งชันโรงของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งชันโรง ตำบลบางน้ำผึ้ง ให้มีคุณภาพและครอบคลุมได้  3 มาตรฐาน ได้แก่ 1.อาหารปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 2.ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเอง (มพช.) และ 3.เศรษฐกิจหมุนเวียนและสีเขียว (BCG Model)

ในโอกาสนี้บางจากมีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนการจัดงานวันผึ้งโลก โดยได้เห็นความก้าวหน้าของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งชันโรง ตำบลบางน้ำผึ้ง ปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่มฯ สามารถยกระดับการเลี้ยงผึ้งชันโรงจนได้การรับรองถึง 3 มาตรฐาน จาก อย., BCG และชุมชนเข้มแข็ง (มพช.) สะท้อนถึงการผสานการดูแลสิ่งแวดล้อม พื้นที่สีเขียวปลอดสารเคมี การสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างเป็นรูปธรรม


“นายอานนท์ บูรณะภักดี” นายอำเภอพระประแดง กล่าวว่า “ปัจจุบันประชากรผึ้งทั่วโลกกำลังลดลงจากผลกระทบของสารเคมีและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผึ้งและชันโรงจึงมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและภาคการเกษตร การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกกลไกอนุรักษ์ธรรมชาติ ควบคู่ส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าอย่างยั่งยืน


“นางสาวขวัญตา หล่อเพชร” เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ ได้สนับสนุนกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งชันโรงบางน้ำผึ้งผ่านโครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ตั้งแต่สนับสนุนรังแม่พันธุ์ พืชอาหาร การอบรมมาตรฐาน GAP ไปจนถึงการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญในน้ำผึ้งและโพรโพลิส เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและรายได้ให้เกษตรกร



ปัจจุบัน “กลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งชันโรงตำบลบางน้ำผึ้ง” มีสมาชิก 124 ราย ขยายจำนวนรังเลี้ยงเป็น 1,000 รัง จากเดิม 900 รัง สะท้อนถึงพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยจากสารเคมี ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงคุณภาพมาตรฐาน อย. วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์กลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งชันโรง ตำบลบางน้ำผึ้ง ที่ “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้ชุมชน

เปิดให้ผู้สนใจสั่งซื้อน้ำผึ้งชันโรง หรือร่วมอบรมการเลี้ยงผึ้งชันโรงได้ โทร. 08 9440 3362



            ภายในงานได้จัดกิจกรรมสำคัญ เช่น เวที Special Talk โดยนายกิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวระดับแนวหน้าของประเทศ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในฐานะผู้เลี้ยงผึ้งมือใหม่จาก “นา 3 D” อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก มีพิธีมอบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐาน อย. มพช. BCG และ GAP ให้สมาชิกกลุ่ม รวมถึงจัดประกวดรังผึ้งชันโรงและนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันสืบสานคุณค่าของผึ้งจิ๋วผู้พิทักษ์ระบบนิเวศให้คงอยู่ต่อไป

บางจากฯ พร้อมเดินหน้าการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับชุมชนเพื่อนบ้าน ร่วมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมมาตลอดการดำเนินธุกิจกว่า 40 ปี

ททท.ทำTabletop SaleขานรับLOT Airlines บินตรงฤดูหนาวปี69/70ดันตลาดดาวรุ่งยุโรปเข้าไทยคึกคัก

ททท.ลุยทำTabletop Saleไทย-โปแลนด์ขานรับ LOT Airlines บินตรงฤดูหนาวปี 69/70 ดันตลาดดาวรุ่งยุโรปเข้าไทยคึกคัก ททท.นำธุรกิจไทยเปิด Tabletop S...