วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

“หวัง อี้” พบ “อนุทิน” 2ผู้นำส่งสัญญาณดีรอบด้านจีน-ไทย ททท.รุกแผนต่อยอดตลาดรับจีนคุณภาพเที่ยวไทย2ปีหน้า

“หวัง อี้” พบ “อนุทิน” 2ผู้นำส่งสัญญาณดีรอบด้านจีน-ไทย

ททท.รุกแผนต่อยอดตลาดรับจีนคุณภาพเที่ยวไทย2ปีหน้า


นายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน มาเยือนไทยพร้อมเข้าพบหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #หวังอี้ #อนุทินชาญวีรกุล #TAT #ต่อยอดทัวร์จีนคุณภาพ2ปีหน้า

            นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน มาเยือนไทย ระหว่างวันที่ 23–25 เมษายน 2569 โดยเข้าพบหารือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 พร้อมการประชุมกลไกความร่วมมือไทย–จีน ครั้งที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินจะเป็น “สัญญาณบวกต่อตลาดการท่องเที่ยว” ที่ทรงพลังต่อการรับรู้ของนักท่องเที่ยวจีน  ภาพการพบกันของ 2 ผู้นำ ครั้งนี้ ได้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศมิตร เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จีนให้ความสำคัญ ในมุมการตลาด ความสัมพันธ์ระดับรัฐเปรียบเสมือน “Brand Endorsement ทางนโยบาย” ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตาผู้บริโภคจีน และเอื้อต่อเรื่องสื่อสารเชิงบวกผ่านสื่อหลัก และแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้จีนตลาดขนาดใหญ่ตัดสินใจเดินทางมาไทยเพิ่มมากขึ้น


                ททท.พร้อมจะเร่งใช้โอกาสที่นายหวัง อี้ มาเยือนไทย ในบรรยากาศการเมืองเชิงบวกนี้เป็น “จุดตั้งต้นแผนการตลาดเชิงรุกตลาดจีนระยะ 1-2 ปี หรือ 12–24 เดือน” แปลงบรรยากาศทางการทูตให้เป็นผลลัพธ์ทางการตลาดการท่องเที่ยวเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

                1.Strategic Messaging สื่อสารภาพลักษณ์ผ่านสื่อหลัก แพลตฟอร์มดิจิทัล และ KOL จีนอย่างเป็นระบบ

                2. High Value Demand Activation พัฒนาแคมเปญเฉพาะกลุ่มเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่การนำเสนอจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง

                3. Co creation & Partnership Marketing ทำงานร่วมกับหน่วยงานท่องเที่ยวจีน สายการบิน แพลตฟอร์ม OTA และภาคเอกชนจีน ภายใต้กรอบ Thailand–China Tourism Partnership 2026–2030 เดินหน้ายกระดับการตลาดสู่การขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ต่อเนื่องและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว



                เนื่องจาก “นายหวัง อี้” มาเยือนไทยครั้งนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักและความน่าเชื่อถือนโยบาย “ยกเว้นวีซ่าไทย–จีน” จากเครื่องมือเชิงนโยบาย สู่ “Selling Point” จุดขายทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ในนโยบายรัฐที่ต่อเนื่องช่วยลดความกังวล (Perceived Risk) ให้นักท่องเที่ยวจีน พร้อมสื่อให้รู้ว่าประเทศไทยเปิดกว้างและพร้อมต้อนรับอย่างยั่งยืน

                “การหารือด้านความมั่นคง” และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ยังมีบทบาทเชิงการตลาดเชิงภาพลักษณ์ (Destination Image Recovery) ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและรีเฟรมประเทศไทยให้กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เป็นมิตร และน่าเดินทาง สำคัญกับการกระตุ้นดีมานด์ในช่วงก่อนหน้านี้ตลาดจีนชะลอตัวเพราะข่าวด้านความปลอดภัย



                “ในเชิงกลยุทธ์การตลาด” จะเปิดโอกาสให้ไทยขยับจากเชิงปริมาณ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพและมูลค่าสูงของจีน เชื่อมโยงกับกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ นักเดินทางระดับพรีเมียม ขยายตลาด MICE กลุ่มลองสเตย์ กลุ่มธุรกิจและการพักผ่อน (Business & Leisure : Bleisure) สามารถกระจายตลาดจีนทั้งเมืองหลักและจังหวัดรอง เช่น กระบี่ เพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อทริปและกระจายรายได้อย่างยั่งยืน

                “การพบปะระหว่าง 2 ผู้นำ” เกิดขึ้นในจังหวะเหมาะสมหลังฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน การทองเที่ยวสามารถต่อยอดแคมเปญการตลาดร่วม ภายใต้กรอบ Thailand–China Tourism Partnership 2026–2030” 1.การทำแบรนด์เส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันของไทยและจีน (Co Branding Destination) 2.การเพิ่มเที่ยวบิน 3.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาการค้าระหว่าง จีน-ไทย ให้บรรลุเป้าหมายได้ด้วย

                ปี 2569 เป็นปีที่รัฐบาลใหม่ของไทยเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ และเป็นปีที่จีนประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569-2573) ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังผันผวน แปรปรวน สันติภาพ และการพัฒนาศักยภาพได้รับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลง ฝ่ายจีนจึงยินดีร่วมมือกับฝ่ายไทยก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปด้วยกัน

           


 

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

บางจากศรีราชา-ปตท.-เทศบาลแหลมฉบังจัดซ้อมจริงแผนอพยพชุมชนรอบโรงกลั่น

บางจากศรีราชา-ปตท.-เทศบาลแหลมฉบังจัดซ้อมจริง

แผนอพยพรับสถานการณ์ฉุกเฉินเน้นชุมชนปลอดภัย


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #BSRC #ซ้อมแผนอพยพรอบโรงกลั่น #ชุมชนปลอดภัย

BSRC จับมือ ปตท. เทศบาลนครแหลมฉบัง ซ้อมจริง “แผนอพยพ” ชุมชนรับสถานการณ์ฉุกเฉินเต็มรูปแบบ มุ่งสร้างความเชื่อมั่นชุมชนกับโรงกลั่นอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

 

บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ “BSRC” รายงานว่า ได้ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเทศบาลนครแหลมฉบัง ยกระดับความปลอดภัยเชิงรุกโดยได้ “จัดซ้อมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน” ตามแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชน ที่ชุมชนบ้านแหลมฉบัง เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่

การฝึกซ้อมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารเข้าร่วมบัญชาการอย่างพร้อมเพรียง นำโดย
นายวรพจน์ รังสีวิจิตประภา ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ดร.นงลักษณ์ ชวาลกุลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโรงกลั่น นายพิภวัตร สิทธิชัยเกษม
Safety Specialist Executive บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) นายถิรนันท์ ไกรทองสุข ผู้จัดการฝ่ายบริหารคลังภาคตะวันออก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง


ทีมสนับสนุนของแต่ละหน่วยงาน ได้ร่วมกันจำลองสถานการณ์เหตุฉุกเฉิน ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา และคลังก๊าซเขาบ่อยา ปตท. พร้อมจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครแหลมฉบัง เพื่อควบคุมสั่งการและดำเนินการอพยพประชาชนจากชุมชนบ้านแหลมฉบังไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม

นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนได้บูรณาการความร่วมมือ นำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชุมชนที่มีอยู่ มาลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการฝึกซ้อมครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอน 1.การแจ้งเหตุไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง 2.การจัดตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ 3.การเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างเป็นขั้นตอนและรวดเร็ว



การฝึกปฏิบัติจริงครั้งนี้สามารถช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังช่วยเสริมสร้างทักษะบุคลากรที่เกี่ยวข้องรับมืออย่างมีสติและเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งภาคอุตสาหกรรมและชุมชนจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างดี ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย และความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ



แอร์ไลน์สชั้นนำ-โลว์คอสต์ทั่วโลกทยอยลดบิน6เดือน แนะท่องเที่ยวไทยรับมือช่วงพ.ค.-ต.ค.69

แอร์ไลน์สชั้นนำ-โลว์คอสต์ทั่วโลกทยอยลดบิน6เดือน

แนะธุรกิจท่องเที่ยวไทยปรับแผนด่วนช่วงพ.ค.-ต.ค.69

สายการบินชั้นนำและโลว์คอสต์ทั่วโลกทยอยหยุดบินลดความถี่ช่วง 6 เดือน พ.ค.-ต.ค.2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #แอร์ไลน์สทั่วโลกลดเที่ยวบิน #ท่องเที่ยวไทยปรับแผนด่วน

จับตา !! แอร์ไลน์รายใหญ่ โลว์คอสต์ ทั่วโลก เจอพิษสู้รบในอิหร่าน ฉุด “น้ำมัน” ราคาพุ่ง-ขาดแคลน ต้องทยอยประกาศ “ยกเลิกเส้นทางบิน-ลดความถี่” แนะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยปรับตัวรับสถานการณ์ตลาดช่วง 6 เดือนนี้ “พ.ค.-ต.ค.69



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินนานาชาติชั้นนำของโลก ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่ได้ข้อยุติอย่างชัดเจน ทำให้ “ราคาน้ำมันเครื่องบิน” และ “ราคาตั๋วโดยสาร” ต้องขยับสูงขึ้นมาตลอด ส่งผลต่อสายการบินต่าง ๆ ต้องการตัดสินใจ “ยกเลิกเที่ยวบิน” ทั้งภายในและระหว่างประเทศจำนวนมาก ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจเกี่ยวข้องต้องเร่งปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยว ที่มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วยในช่วง 6 เดือน นี้ ระหว่าง พฤษภาคม-ตุลาคม 2569

ลุฟท์ฮันซ่า” ผู้นำสายการบินของเยอรมัน ประกาศยกเลิกเที่ยวบินระยะสั้น “20,000 เที่ยว” ระหว่างนี้ไปจนถึงสิ้นสุดตารางบินฤดูร้อนปลายเดือนตุลาคม 2569

โดยมุ่งปรับตารางบินเลือก “เที่ยวบินไม่ทำกำไร" ทุกเส้นทางบินระยะใกล้ เริ่มยกเลิกล็อตแรกเริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 รวม 120 เที่ยว/วัน จะยกเลิกต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

“สาเหตุ” : จากสงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว บริษัทคาดเมื่อยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวจะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 40,000 ตัน

หลังจากลุฟท์ฮันซ่าประกาศปลดระวางเครื่องบินในกลุ่มซิตี้ไลน์ไปเมื่อ 16 เมษายน 2569 รวม 27 ลำเพื่อหยุดภาวะขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากการประท้วงหยุดงาน ผนวกกับสถานการณ์ตะวันออกกลางตรึงเครียดต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น



การบินไทย ยกเลิกเที่ยวบิน และ/หรือ ปรับลดจำนวนเที่ยวบิน 46 เส้นทาง ภายในประเทศและระหว่างประเทศ ระหว่าง 1-31 พฤษภาคม 2569 ได้แก่

-เส้นทางในประเทศ ยกเลิกบางเที่ยวบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ อุดรธานี  อุบลราชธานี ขอนแก่น

-เส้นทางระหว่างประเทศ (ยกเลิกเที่ยวบิน และ/หรือ ปรับลดจำนวนเที่ยวบิน)

“อาเซียน” จากกรุงเทพฯ ปลายทาง สิงคโปร์ (TG407 / TG408) ระหว่าง 2–31 พ.ค.พนมเปญ” (เตโช) (TG586 / TG587) ยกเลิกเที่ยวบินทุกวันอังคาร พฤหัสบดี เสาร์ ระหว่าง 2–30 พ.ค.

“เอเชียเหนือ” จากกรุงเทพฯ ปลายทาง ฮ่องกง (TG602 / TG603, TG628 / TG629) ยกเลิกเที่ยวบินบางช่วง  6–10, และ 9–31 พ.ค.กาสง/ไต้หวัน (TG630 / TG631) ยกเลิก 8–31 พ.ค. ไทเป/ไต้หวัน (TG636 / TG637) ยกเลิก 6–31 พฤษภาคม 2569 โตเกียว (นาริตะ) (TG640 / TG641) ยกเลิก 11–19 และ 30–31 พ.ค.โซล (อินชอน) (TG656 / TG657) ยกเลิก 8–31 พ.ค.

เซี่ยงไฮ้ (ผู่ตง) (TG662 / TG663) ยกเลิก11–29 และ 31 พ.ค. ปักกิ่ง (TG674 / TG675) ยกเลิก 7–29 และ 30–31 พ.ค. ฉางชา (TG694 / TG695) ยกเลิก10–31 พ.ค.

“เอเชียใต้”  กรุงเทพฯ ปลายทางสู่ ไฮเดอราบัด (TG329 / TG330) ยกเลิกทุกวันจันทร์, พุธ (ขาไป) และวันอังคาร, พฤหัสบดี (ขากลับ)  4–28 พ.ค. นิวเดลี (TG335 / TG336) ยกเลิกทุกวันศุกร์ (ขาไป) และวันเสาร์ (ขากลับ)  1–30 พ.ค. มุมไบ (TG351 / TG352) ยกเลิก 1–31 พ.ค.

“ยุโรป” (ยกเลิกเที่ยวบิน และ/หรือ ปรับลดจำนวนเที่ยวบิน) กรุงเทพฯ สู่ปลายทาง อิสตันบูล (TG900 / TG901) ยกเลิกทุกวันจันทร์, พุธ (ขาไป) และวันอังคาร, พฤหัสบดี (ขากลับ)  11–28 พ.ค. แฟรงก์เฟิร์ต (TG922 / TG923) ยกเลิกทุกวันจันทร์ และพุธ  18–27 พ.ค. มิวนิก (TG924 / TG925)ยกเลิกทุกวันอังคาร และพฤหัสบดี 19–28 พ.ค. โคเปนเฮเกน (TG950 / TG951) ยกเลิกทุกวันจันทร์ และพุธ 18–27 พ.ค.

ออสโล (TG954 / TG955) ยกเลิกทุกวันอังคาร และพฤหัสบดี 19–28 พ.ค. สตอกโฮล์ม (TG960 / TG961) ยกเลิกทุกวันจันทร์ และพุธ 18–27 พ.ค.



ไทยเวียตเจ็ท” มีรายงานล่าสุดผู้โดยสารเข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ ไม่ปรากฎรหัสเที่ยวบิน VZ810 เส้นทางไป-กลับ สุวรรณภูมิ/ไทย–ฟุกุโอกะ/ญี่ปุ่น (BKK–FUK) ไม่มีตารางบินระหว่าง 11 พฤษภาคม -30 มิถุนายน 2569 พบรหัสเที่ยวบินดังกล่าวเริ่มกลับมาบินอีกครั้ง 2 กรกฎาคม 2569

ผู้โดยสารจองซื้อตั๋วเส้นทางดังกล่าว แนะนำให้ติดตามประกาศของสายการบินอย่างใกล้ชิด ถึงข้อมูลและแนวทางการช่วยเหลือการเปลี่ยเที่ยวบิน ขอคืนเงิน หรือมาตรการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

กาตาร์ แอร์เวย์ส ยกเลิกบินช่วงเมษายน-พฤษภาคม 2569 หยุดบริการชั่วคราวกว่า 60 เส้นทาง รวมแล้วหลายพันเที่ยว

“ไชน่า แอร์ไลน์ส” ล่าสุดประกาศเดือนพฤษภาคม 2569 เตรียมจะยกเลิกบินบางวัน บางเที่ยวบิน ไป-กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ-ไทเป และ เกาสง มีคำแนะนำผู้โดยสารติดตามประกาศจากสายการบินอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบสถานะเที่ยวบินล่วงหน้า เพื่อวางแผนการเดินทางใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงตั๋วตามเงื่อนไขที่สายการบินกำหนด

“คาเธ่ย์ แปซิฟิก” ฮ่องกง ลดเที่ยวบินบางส่วน ช่วง 16 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2569 ประมาณ 2 %ของทั้งหมด

เกรทเตอร์เบย์แอร์ไลน์ส ยกเลิกบิน “ฮ่องกง-กรุงเทพฯ” 12 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป จะให้บริการอีกครั้ง 1 ตุลาคม นี้



ททท.จัด Health & Wellness Trade Meet โกย929ล้านบาท หนุนไทยฮับทัวร์สุขภาพ-ปี69ตลาดโลก7.9 ล้านล้านดอลล์

ททท.จัด Health & Wellness Trade Meet โกย929ล้านบาท

หนุนไทยฮับทัวร์สุขภาพ-ปี69ตลาดโลก7.9 ล้านล้านดอลล์

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT # AmazingThailandHealthWellnessTradeMeet2026 #HealthWellnessHub

ททท.จัด Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026” นำคู่ค้าทั่วโลกจับคู่ธุรกิจ 1,632 นัด สร้างเงินสะพัด 929 ล้านบาท ดันไทยสู่ฮับเที่ยวเชิงสุขภาพ ขานรับรายได้โตปีละเกิน 10% ปี69 มูลค่าตลาดทั้งโลกใหญ่มาก 7.9 ล้านล้านดอลล์

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัด “Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026” ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทาง  Health & Wellness ระดับโลก โดยได้รวบรวมผู้ประกอบการไทยตัวแทนผู้ขาย 69 ราย และตัวแทนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผู้ซื้อจากทั่วโลก 74 ราย จับคู่เจรจาธุรกิจสร้างโอกาสขยายเครือข่ายตลาดนานาชาติตามแนวคิด “Healing is the New Luxury” ภายในงานมีสุดยอดนวัตกรรมและสินค้าเฮลท์ เวลเนสช่วยต่อยอดประสบการณ์เยี่ยมชมสถานประกอบการชั้นนำจริงในกรุงเทพฯ คาดจับคู่กันกว่า 1,632 นัดหมาย สร้างรายได้ราว 929.62 ล้านบาท


ตามที่ Global Wellness Institute ยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสุขภาวะโลกปี 2567 มีมูลค่าราว 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2569 จะขยายตัวเกือบ 7.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านเรื่องการดูแลสุขภาพชัดเจน

“ประเทศไทย” ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีเศรษฐกิจสุขภาวะเติบโตสูงที่สุดในโลก ปี 2567 มีมูลค่ากว่า 4,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 10 % แล้วการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยกำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ ภายในปีเดียวสูงถึง 36.4 % สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบ 3 เท่า ที่มีมูลค่าถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั่วโลกเชื่อมั่นศักยภาพไทยด้านเฮลท์ เวลเนส ด้านภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์สมัยใหม่ การบริการ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญอนาคตสู่จุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการฟื้นฟูระดับโลก

 


            ปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและมูลค่าสูงต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน ภายใต้แนวคิด “Life Economy” ใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสร้างความสุข พลังชีวิต ความสมดุลให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น

ด้วยความตั้งใจดังกล่าวได้จัดงาน Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 สร้าง โอกาสทางธุรกิจและขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยด้านสุขภาพและความงาม 69 บริษัท ครอบคลุมทั้ง ธุรกิจสปา การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์ทางเลือก รีสอร์ตสุขภาพ บริการเวลเนสครบวงจร กับผู้ซื้อทั่วโลก 74 รายทั่วโลก รวมสื่อมวลชนและอินฟลูเอ็นเซอร์ต่างประเทศอีก 24 ราย  

 


                ภายในงานเริ่มมีเวทีเสวนา Wellness Experience Sharing หัวข้อ “Thailand and the Future of Longevity-Driven Tourism & Living” โดย จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Bitkub Capital Group Holdings ร่วมถ่ายทอดมุมมองอนาคตการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผสานไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ต่อยอดสู่กิจกรรม Business Matching เปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อนานาชาติ นำเสนอสินค้าและบริการเฮลท์ แอนด์ เวลเนส ที่หลากหลาย

ควบคู่ “โซนโชว์เคส” ได้รวบรวมไฮไลต์นวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น การวิเคราะห์ธาตุเจ้าเรือนจาก ศิริราชสัปปายสถาน เทคโนโลยี Smart Pulse จาก WINCELL เครื่องตรวจสภาพผิว 3 มิติ  BMRI จาก Dr. Orawan Medical Center การตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายจาก Celfix Clinic and Lab เชิญชวนผู้ร่วมงานได้ทดลองใช้ศักยภาพนวัตกรรมสุขภาพของไทยครบทุกมิติ

 


“ส่วนกิจกรรมเยี่ยมชมสถานประกอบการ” เปิดให้ผู้ซื้อต่างประเทศได้สัมผัสประสบการณ์สถานที่จริงชั้นนำในกรุงเทพฯ ได้แก่ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก , Mousai Wellness, ชีวารักษ์เวลเนส คลินิก, Inspire  IVF, อนันตรา เวลเนส, Cryo-on Thailand, Ren wellness  และโรงพยาบาลสมิติเวช และมีโปรแกรม Amazing Thailand Health & Wellness Fam Trip 2026 พาไปสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลายพื้นที่ศักยภาพของไทย อย่าง กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงและต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดนานาชาติ  

“หวัง อี้” พบ “อนุทิน” 2ผู้นำส่งสัญญาณดีรอบด้านจีน-ไทย ททท.รุกแผนต่อยอดตลาดรับจีนคุณภาพเที่ยวไทย2ปีหน้า

“หวัง อี้” พบ “อนุทิน” 2 ผู้นำส่งสัญญาณดีรอบด้านจีน-ไทย ททท.รุกแผนต่อยอดตลาดรับจีนคุณภาพเที่ยวไทย 2 ปีหน้า นายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่า...