วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569

ททท.-TPCดูแลผู้โดยสารชาวไทย+ต่างชาติที่สุวรรณภูมิ 28-29 ก.ย.นี้แจกอาหารผู้ประสบภัยตกค้างในสนามบิน

ททท.-TPCดูแลผู้โดยสารชาวไทย+ต่างชาติที่สุวรรณภูมิ

28-29 ก.ย.นี้แจกอาหารผู้ประสบภัยตกค้างในสนามบิน



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TPC #สุวรรณภูมิ


ผู้บริหาร ททท.และไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด “TPC” ลงพื้นที่ “สนามบินสุวรรณภูมิ” 28-29 ก.ย.นี้ แจกจ่ายอาหารเครื่องดื่ม ผู้โดยสารตกค้าง ลดความเดือดร้อนภัยธรรมชาติน้ำตกฉับพลัน เที่ยวบินล่าช้า ผลกระทบน้ำท่วม


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่ตกค้างสะสมอยู่ในอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่ พนักงานท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ภายในสนามบินอย่างเต็มที่

ททท. และ TPC ร่วมกันจัดเตรียมอาหารพร้อมรับประทานและเครื่องดื่ม รวมกว่า 1,000 ชุด มีทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย ข้าวไก่กระเทียม ข้าวหมูกระเทียม ข้าวผัดกะเพราหมู ข้าวผัดกะเพราไก่ และน้ำดื่ม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพร้อมกับดูแลผู้ที่ไดยสารให้ได้มากที่สุด โดยจะดำเนินการแจกจ่ายทั้งต่อเนื่องวันที่ 28 และ 29 กันยายน 2569



โดยมีผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจาก ททท. และ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ร่วมลงพื้นที่ด้วยตนเองและร่วมแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ตอกย้ำความร่วมมือ แสดงความห่วงใย และน้ำใจของบุคลากรภาคการท่องเที่ยวพร้อมอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือผู้ได้เดือดร้อนในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

ททท. และ TPC พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายดูแลนักท่องเที่ยว ผู้โดยสาร ผู้ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจะสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มความอบอุ่นใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติน้ำท่วมและเกิดพายุฝนขึ้นฉับพลัน



อินทนิล/บางจากลั่นปี70ขยายแฟรนไชส์เป็น1,400แห่ง ชูโมเดลสงขลาต้นแบบร้านกาแฟสู่“Local Destination”

อินทนิล/บางจากลั่นปี70ขยายแฟรนไชส์เป็น1,400แห่ง

ชูโมเดลสงขลาต้นแบบร้านกาแฟสู่“Local Destination”


“อินทนิล” เครือบางจากวางแผนขยายแฟรนไชส์ภายในปี’70 เพิ่มจาก 1,200 เป็น 1,400 สาขา

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #อินทนิล #ร้านกาแฟLocalDestination

“อินทนิล” เครือบางจากลั่นภายในปี’70 ลุยขยายแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 1,400 สาขา ชูแนวคิด “มาตรฐานเดียวแบบมีเอกลักษณ์” ยกระดับร้านกาแฟสู่ “Local Destination” ชูโมเดล 3H ปิโตรเลียม เกาะยอ สงขลา

            อินทนิล เดินหน้าขยายเครือข่ายแฟรนไชส์ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาจากปัจจุบันกว่า 1,200 สาขา สู่ 1,400 สาขา ภายในปี 2570 โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มาตรฐานเดียว แบบมีเอกลักษณ์” เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมธุรกิจนำความเข้าใจในบริบท และอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดการออกแบบร้าน และประสบการณ์ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค พร้อมพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์ให้ยืดหยุ่นตามศักยภาพของทำเล เพื่อสร้างความแตกต่างที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์เชิงพาณิชย์ของแต่ละสาขา


“ณิภาภรณ์ จักรพิทักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด กล่าวว่าอินทนิลวางแผนระยะต่อไป ไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมธุรกิจนำความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น มาร่วมสร้างสรรค์การออกแบบร้าน และประสบการณ์ที่เหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละชุมชน โดยอินทนิลทำหน้าที่ดูแลมาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อให้ แต่ละสาขาสร้างความแตกต่างได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ โดยยังคงมาตรฐานและความเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภค เชื่อมั่น

            แนวทางสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป เมื่อร้านกาแฟไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเครื่องดื่ม แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับทำงาน พบปะและใช้เวลาร่วมกัน ทำให้การออกแบบภายในและ Customer Experience มีบทบาทต่อการตัดสินใจมากขึ้น “อินทนิล” เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้จึงเปิดโอกาสให้แต่ละสาขาพัฒนารูปแบบที่สอดรับกับบริบทของทำเลและความต้องการของตลาดในพื้นที่ หนึ่งในกรณีศึกษาที่สะท้อนแนวคิด “มาตรฐานเดียว แบบมีเอกลักษณ์” คือ ร้านอินทนิล สาขาสถานี บริการน้ำมันบางจาก 3H ปิโตรเลียม จ.สงขลา ซึ่งเกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้ร่วมธุรกิจที่ต้องการยกระดับพื้นที่จาก จุดแวะพักระหว่างการเดินทาง สู่เดสติเนชั่นจุดหมายดึงดูดทั้งลูกค้าในพื้นที่ นักท่องเที่ยวต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

            “อรวรรณ ตันวิมลรัตน์” นักธุรกิจ ผู้ประกอบการร้านอินทนิลและสถานีบริการน้ำมันบางจาก 3H ปิโตรเลียม จ.สงขลา กล่าวว่ามองร้านกาแฟวันนี้เป็นมากกว่าจุดให้บริการเครื่องดื่ม แต่เป็นธุรกิจ รีเทลที่ต้องสร้างคุณค่าจากทั้งความต้องการของลูกค้าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของทำเล จึงให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งทางการตลาดให้ชัดเจน ออกแบบพื้นที่และนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นคุณค่าสถานที่ สร้างเดสติเนชั่นที่มีเหตุผลให้ลูกค้าตั้งใจมาเยือน โดยทำงานร่วมกับอินทนิลทำให้เข้าถึงมาตรฐานคุณภาพสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ระบบสนับสนุนการบริหาร องค์ความรู้ด้านการตลาด เมื่อผสานกับความเข้าใจในบริบทท้องถิ่นของพื้นที่แล้ว ช่วยให้เราพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ ตอบโจทย์ตลาดและมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว”


            เมื่อแนวคิดทางธุรกิจถูกนำมาตีความเป็นรูปธรรม การออกแบบจึงเริ่มจากเรื่องราวพื้นถิ่น “เกาะยอ”และวิถีชีวิตริมทะเลสาบสงขลา ก่อนถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นตั้งแต่รูปทรงอาคารไปจนถึงรายละเอียดภายใน โดยหยิบองค์ประกอบจากวิถีประมงพื้นบ้านต่อยอดเป็นงานดีไซน์ ผสานระบบแสงภายในได้รับแรงบันดาลใจจาก แสงไฟที่ชาวประมงใช้หาปลายามค่ำคืน ทำให้อาคารภายนอกและรายละเอียดภายในสร้างบรรยากาศ และสื่อสารเรื่องราวของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม





การดีไซน์ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ของร้านกาแฟ แต่เป็นส่วนหนึ่งทำให้ร้านกลายเป็นจุดท่องเที่ยว สร้างความแตกต่างให้ธุรกิจ ด้วยความโดดเด่นที่เลือกใช้วัสดุและการออกแบบภายใต้แนวคิด “แบรนด์ x ผู้คน x ท้องถิ่น” จึงทำให้ร้านอินทนิล สาขา 3H ปิโตรเลียม ได้รับรางวัล จาก room SELECT AWARDS 2026 หมวด Usage of Material Awards สะท้อนศักยภาพการนำอัตลักษณ์ และทรัพยากรชุมชน มาสร้างเป็นคุณค่าร่วมได้ทั้งในมิติธุรกิจ ผู้บริโภค และพื้นที่ 

            การขยายแบรนด์อินทนิลมีเครือข่ายสู่ 1,400 สาขา จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนสาขา แต่ได้ขยาย โมเดลธุรกิจเปิดพื้นที่ให้แบรนด์แข็งแรง ด้วยมาตรฐานคุณภาพสินค้า ทำเลศักยภาพ วิสัยทัศน์ผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมร่างสร้างคุณค่าระยะยาวให้ผู้บริโภค ผู้ร่วมธุรกิจ ชุมชนในพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “ทุกแก้วคือคุณภาพ ทุกวันคือความสุข”



 

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569

TCEBทำสำเร็จเกินเป้าGASTECH2026โกย1.6ล้านล้านบาท เปิดบริการใหม่SuperPlatformMICEหนุนDigital Government

 


TCEBทำสำเร็จเกินเป้าGASTECH2026โกย1.6ล้านล้านบาท

ต่อยอด3เรื่อง“ผู้นำพลังงานเอเชีย-นวัตกรรม-บุกตลาดโลก

เปิดบริการใหม่SuperPlatformMICEหนุนDigital Government

ปลายปี69ดึง4งานโลกจัดในไทย-เร่งกระจายไมซ์ทั่วประเทศ

คิงเพาเวอร์รางน้ำ-ภูเก็ตจัดโปรดีสุดช้อปรัวๆ ลดแรง 37%

POWER PASSโหมดStaycationแลก3ส่วนลดรร.วีกรุงเทพฯ

ททท.MOU4องค์กรดึง5,000โรงแรมทำท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

บางจากพบนักลงทุนระดับโลกย้ำเชื่อมั่นผู้นำธุรกิจพลังงาน

บางจากปิดฉากGenwitซีซั่น3“เตรียมอุดม”คว้าแชมป์ฮีโร่แห่งปี

เที่ยวกรีนเช็คอินทั่วผืนป่าภูเขา/ทะเลเมืองไทยฮีลใจ 5 พิกัด

5อาหารหากินง่ายได้ประโยชน์พร้อมช่วยบรรเทาอาการหวัดได้

ไทยแอร์เอเชียฤดูหนาวปลายปี’69ทั่วเอเชีย46เมือง53เส้นทาง

ททท.ปิ๊งจัด“LUCKแลกลุ้น”รับสมาชิกAmazing FriendแจกBYD

 

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวฮีลใจกรีนซีซั่น5อุทยานแห่งชาติ

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/19PJJQv97h/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” สปีดไมซ์ 3 โปรเจกต์ โปรเจกต์แรก “นำ GASTECH 2026” สร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมพลังงานได้ประโยชน์ไหลเข้าเศรษฐกิจชาติมหาศาล เกิดมูลค่าการค้ากว่า 1.6 ล้านล้านบาท ใช้เวทีต่อยอดอนาคต 3 เรื่อง “ภาพลักษณ์ผู้นำจัดงานระดับโลกในเอเชีย-นวัตกรรมเทคโนโลยี-เอกชนขยายฐานคู่ค้าในตลาโลก” โปรเจกต์ 2 เปิด “MICE Super Platform” แพลตฟอร์มใหม่วันสต็อปเซอร์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยเชื่อมตลาดโลกครบวงจร มีฟีเวอร์สร้างความเท่าเทียมธุรกิจรายเล็กกับรายใหญ่ใช้ทุกข้อมูล เสนอโครงการของบได้ตลอด 24 ชั่วโมง หนุนนโยบาย Digital Government นำร่องใช้รับงาน IMF World Bank ต.ค.นี้ โปรเจกต์ 3 ดึงงานไมซ์มาจัดในไทยปลายปีนี้ 4 งานโลก “World Congress on Pain-FAPA 2026-InterPride-Global Wellness Sumit” และหนุนจัดไมซ์กระจายในต่างจังหวัด Farm Expo และจันทบุรี เจมส์

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บประสบความสำเร็จมากที่สุดในการร่วมเป็นเจ้าภาพนำงานประชุมด้านพลังงานระดับโลก “GASTECH 2026” มาจัดในไทย ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา พื้นที่เต็มทุกฮอลล์ขนาด 50,000 ตารางเมตร มีธุรกิจจาก 150 ประเทศ และมีรัฐมนตรีจากนานาชาติมาร่วมถึง 15 ประเทศ ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานเกินเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ประมาณ 50,000 คน มาจริงเกือบ 60,000 คน  สร้างผลลัพธ์การจับคู่ธุรกิจตลอดงานนี้มีมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านล้านบาท

            โดยเฉพาะงานที่ “นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จัดขึ้นโดยเฉพาะคือ Bangkok Dialog โปรโมทนโยบายไปยังทั่วโลกสามารถต่อยอดโครงการด้านพลังงานกับไทยได้ในอนาคต รวมทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานวันเปิดงานกล่าวถึงนโยบายความปลอดภัยทางพลังงานของไทยแบบครบวงจร ตลอดงานผู้เกี่ยวข้องใน “ภูมิภาคเอเชีย” ยังได้นำเสนอเรื่องอนาคตพลังงานสะอาด “Clean Energy” ทำให้แต่ละภาคส่วนได้ธุรกิจกันไปแบบเต็ม ๆ


            ความสำเร็จของไทยครั้งนี้ทำให้ทางผู้รับผิดชอบจัดงานหรือ DMC (Destination Management Company) กับพันธมิตรกลุ่ม ได้พูดคุยเจรจาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพื่อจะขอนำงานพลังงานดังกล่าวกลับมาจัดอีกครั้งในไทย ตามปกติจะวนจัดตามประเทศต่างๆ คือ “อเมริกา” เจ้าภาพครั้งต่อไป ปี 2570 “ยุโรป” ปี 2571 แล้วจึงจะวนกลับมาจัดอีกครั้งในเอเชีย  ซึ่ง“ประเทศไทย” เองก็สนใจที่จะให้เลือกมาจัดในรอบต่อไปด้วย

            “อุตสาหกรรมไมซ์ไทย” ได้ผลตอบแทนจากงาน GASTECH 2026 ครั้งนี้กันถ้วนหน้า 1.ธุรกิจโรงแรม ได้ทั้งยอดจองห้องพัก และการจองใช้ห้องประชุมเต็มเกือบทุกแห่ง รับตลาด Site Event นานาชาติที่จัดพบปะลูกค้าตามโรงแรมต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ 2.ท่องเที่ยวได้ต่อยอดขาย Spouse Program เป็นการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวหรือกิจกรรมให้กับผู้ติดตามมางานตามหลังเสร็จสิ้นงานไปยัง พัทยา/ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่

            ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บได้วางแผนใช้โอกาสระหว่างการจัดงาน GASTECH 2026

ซึ่งมีระดับซีอีโอและบริษัทขนาดใหญ่ของโลกเดินทางเข้ามาร่วมด้วยการนำเสนอแผนงานต่อยอดทางการตลาดไมซ์ 3 ส่วน ประกอบด้วย



ส่วนที่ 1 ทำ Corporate Meeting กับ Incentive Program โดยได้คัดจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ที่มีความพร้อมในไทย เชื่อมเป็นทางเลือกให้แต่ละองค์กร

ส่วนที่ 2 ใช้เวทีงานอีเวนต์ที่มีสมาคมของไทยกับนานาชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน AI เพื่อนำงานด้านพลังงานทางเลือก มาจัดต่อเนื่องในเมืองไทยระยะยาว ทางกระทรวงพลังงาน บริษัทพลังงานขนาดใหญ่ของไทยอย่าง ปตท., กัล์ฟ คอร์ปอเรชั่น, ราชโฮลดิ้ง และอื่น ๆ ก็ได้ร่วมสนับสนุนที่จะช่วยกันต่อยอดดึงงานไมซ์ดังกล่าวมาจัดในไทย

ขณะเดียวกันก็ได้ “ขยายผลความสำเร็จ” ต่อเนื่องได้อีก 3 เรื่อง ประกอบด้วย

เรื่องที่ 1 สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย เป็นผู้นำการจัดงานพลังงานระดับโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะงานนี้ช่วยตอกย้ำให้ “ผู้นำระดับโลก” จากประเทศต่าง ๆ ได้เห็นศักยภาพของไทย

เรื่องที่ 2 การต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ  ที่แต่ละประเทศนำเข้ามาโชว์เคส โดยได้ฐานองค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งมีวิทยากรทั่วโลกมาขึ้นเวทีกว่า 1,000 คน

เรื่องที่ 3 ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายผลธุรกิจในอนาคต หลังจากมีรัฐมนตรีด้านพลังงานแต่ละประเทศประกาศความพร้อมขับเคลื่อนโครงการอนาคตมากมาย

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่าทีเส็บยังได้เปิดตัวโครงการแห่งปี “MICE Super Platform” เริ่มนำมาใช้งานในอุตสากรรมไมซ์ของประเทศเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป “เฟสแรก” ได้รวบรวมฐานข้อมูลหลักที่กระจัดกระจายอยู่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไมซ์มารวมศูนย์ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวเพื่อให้บริการแบบ One Stop Service เป็น Single Site Platform ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่จะเป็น Digital Government โดยได้จัดทำการให้บริการอย่างเป็นระบบ รวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการ โรงแรมที่พัก ทั่วประเทศเข้ามาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกนรวมแล้วกว่า 10,000 ราย ด้วยองค์ประกอบการใช้งานหลัก ๆ ดังนี้

1.การขอสนับสนุนโครงการไมซ์ จากทีเส็บ และระบบการจ่ายเงิน (Payment) สามารถลงทะเบียนยื่นเรื่องเข้ามาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

2.ฟีเจอร์ที่เป็น Open DATA จัดให้สามารถค้นหา การวิเคราะห์ตลาดไมซ์เชิงรุก ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้บริการจะได้เห็นข้อมูลอัพเดทวิเคราะห์ตลาดไมซ์ทั้งในประเทศและทั่วโลก รวมทั้ง บทวิเคราะห์อุตสาหกรรมเป้าหมาย และการจัดงานไมซ์ให้ประสบความสำเร็จ จะปรากฎอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ โดยมีตัว AI สามารถตั้งคำถามเพื่อให้ตอบออกมาได้ และจะมีดิสเพย์ ทำเป็น Dashbroad สถิติไมซ์ให้ด้วย จะเป็นอีกโครงการที่จะขยายความเท่าเทียมให้ “ธุรกิจไมซ์รายย่อย” ได้รับอย่างเท่าเทียมกับรายใหญ่

ตัวอย่าง ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ก็จะมีข้อมูลโรงแรม ร้านค้า รอบพื้นที่จัดงาน อยู่ในระบบให้เลือกดูด้วยเช่นกัน

รวมทั้งมีฟีเจอร์ให้ผู้จัดการได้ใช้เครื่องมือคำนวณ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจการจัดไมซ์แต่ละงาน Economic Impack ที่ให้ผลตอบแทนกับประเทศ ส่วนที่ 2 “Carbon Footprint” ไม่ว่าจะเป็นงานของคอร์ปอเรต ออร์กาไนเซอร์ หรือเจ้าของงานเฟสติวัลต่างๆ สามารถมาทำการวัดออกมาเป็น กิโล-ตันคาร์บอน และสามารถชดเชยคาร์บอน (Carbon Opset) กับในส่วนเรียกว่า “การสร้างประสบการณ์เดินทาง” ผ่าน Application ที่ล่าสุดออกแบบใช้งานได้แล้วคือ “เจอกัน :JerGan” เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลแรกสำหรับนักเดินทางไมซ์ (MICE) ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อผู้เข้าร่วมงานประชุมและนักธุรกิจกับระบบนิเวศธุรกิจ ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น

3.ทีเส็บทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมมซ์ได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ไปจนถึงการทำการตลาดใหม่ ๆ ได้ด้วย เช่น วิเคราะห์ตลาด ดูแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค การค้นหาคู่ค้า เรื่อยไปจนถึง การนำเข้าสินค้า อุปกรณ์

ส่วนเฟสที่ 2 ทีเส็บเตรียมเดินหน้าพัฒนาเข้าสู่ เปิดเวทีให้เกิดการจับคู่ธุรกิจเพื่อสร้างการค้าร่วมกันได้ครบวงจร เตรียมเปิดเพิ่มกลางปี 2570 ต้องรองบประมาณพัฒนาระบบการรวบรวมข้อมูลที่มีจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศมาไว้ด้วยกัน


ปลายปี 2569 ทีเส็บได้นำงานไมซ์รายการใหญ่เข้ามาจัดในไทย โดยเฉพาะคอนเวนชั่น ได้แก่

1.งานประชุมวิชาการระดับโลกด้านความเจ็บปวด "IASP 2026 World Congress on Pain" ขนาดกว่า 2,000 คน จัดโดยสมาคมระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเรื่องความเจ็บปวด (IASP :International Association for the Study of Pain) จัดที่ศูนย์ประชุมนานาชาติไบเทค บางนา

2. งาน The 31st Federation of Asian Pharmaceutical Associations Congress) FAPA 2026 การประชุมสหพันธ์สมาคมเภสัชกรรมแห่งเอเชีย ครั้งที่ 31 ระหว่าง 3 – 7 พฤศจิกายน 2569 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขนาดกว่า 5,000 คน



3.งาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 (GM&WC 2026) ประจำปี 2569 ระหว่าง  26–31 ตุลาคม 2569 ที่ภูเก็ต การประชุมสมาชิก LGBTQ+ ครั้งแรกในเอเชีย กว่า 600 ราย ซึ่งจะทำการโหวตเลือกประเทศที่จะจัด World Pride 2030 ด้วย ตอนนี้ไทยกับบาร์เซโลนา กำลังเสนอตัวชิงเจ้าภาพงานนี้ แล้วการประชุมมีกิจกรรมหลักต่อเนื่องถึง 1 พฤศจิกายน นี้ด้วย

4.Global Wellness Summit 2026 ครั้งที่ 20 ระหว่าง 10-13 พฤศจิกายน 2569 จัดโรงแรมอังสนา ลากูนา ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยมีนักลงทุน ผู้นำนวัตกรรมด้านเวลเนส Longivity มารวมตัวกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขกับทีเส็บและจังหวัดภูเก็ตร่วมเป็นเจ้าภาพนำงานนี้มาจัดในไทย เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ "Health for Wealth" นำไทยขยายเศรษฐกิจเวลเนสและซอฟท์ พาวเวอร์ สู่ตลาดโลก โดยเฉพาะภูเก็ตทำยุทธศาสตร์เป็นจังหวัดเวลเนสของอันดามัน

ส่วนไมซ์ที่จะกระจายจัดในเมืองไมซ์จังหวัดขนาดใหญ่ เช่น 1.FARM EXPO 2026 วันที่ 24-27 กันยายน 2569 อิมแพ็คเมืองทองธานี มีงานพบปะกันของไทยและคู่ค้าต่างประเทศ 2.งานจันทบุรี เจมส์ หรืองานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2026 วันที่ 4 - 8 ธันวาคม 2569 ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี (เคพี จิวเวลรี่ เซ็นเตอร์) และบริเวณตลาดพลอย จะผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับมาเลือกซื้อพลอยดิบ พลอยเจียระไน เครื่องประดับ และจับคู่เจรจาธุรกิจ

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ปี 2569 อุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้หยุดนิ่งจากเดิมมุ่งทำให้เป็นจุดหมายปลายทางการจัดงาน แข่งขันกับภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นทั้งผู้จัดการ ผู้ให้บริการ ต้องเข้าใจออร์กาไนเซอร์ต่างชาติ หรือนักลงทุนเจ้าของงาน M-I-C-E มีความคาดหวังสูงกว่าเดิม เรื่องการใช้เวลาเดินทางจากครอบครัวและประเทศของตนเอง ทางไทยเองจึงควรเตรียมความพร้อมให้มากกว่าเคย เพราะเมืองที่เป็นเจ้าภาพอย่างไทยต้องคิดเพิ่มเมื่อเกิดมีคนระดับคุณภาพวงการไมซ์ทั่วโลกมารวมกันในแต่ละงาน จะทำอย่างไรให้เกิด “impack” มายังประเทศและแต่ละอุตสาหกรรม นำมาต่อยอดแต่ละอุตสาหกรรม เชื่อมโยงผู้ประกอบการ สมาคมต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่ได้ประโยชน์เพียงองค์ความรู้ หรือการมาดูนวัตกรรมเท่านั้น การซื้อขาย ทำเทรดต่อยอดในอนาคตควบคู่กันไปได้ด้วย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์รางน้ำ/ภูเก็ตจัดโปรดีสุดช้อปรัวๆ ลดแรง37% 

คิง เพาเวอร์ เปิดโร้ดแมฟให้นักช้อป นักเดินทาง เตรียมตัวออกมาคว้า “โปรดีที่สุดแห่งปี” ที่  คิง เพาเวอร์ สาขาในเมือง 2 แห่ง คือ รางน้ำ กรุงเทพฯ และภูเก็ต (ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก) เริ่มวันแรก 28 กันยายน– 1 ตุลาคม 2569 สตาร์ตได้เลยดังนี้

1.START ดีลแรก! ส่วนลดสูงสุด 37% ไม่มีขั้นต่ำ ช้อปได้เลยทันที (สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ)เริ่มรับได้ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป

2.ดีลก่อนช้อป ต้องแวะซื้อ!  ซื้อ ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 14,500 บาท

พิเศษ! ซื้อ ANNIVERSARY CARD ครบทุก 3 ใบ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่า 1,000 บาท

3.ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS? สมัครฟรีวันนี้!

4.มีไฟลต์ – ช้อปป้ายขาวได้ล่วงหน้าก่อนบิน 60 วัน!

5.ไม่มีไฟลต์ – ช้อปป้ายฟ้า รับสินค้ากลับบ้านได้ทันที



ข่าวที่ 2 - POWER PASS เปิดโหมดStaycationแลก3ส่วนลดรร.วีกรุงเทพฯ

 

คิง เพาเวอร์ เปิดโหมด Staycation ใจกลางกรุงเทพฯ  ให้สมาชิก “POWER PASS” เอนจอยดีลสุดพิเศษผ่าน CARAT REWARDS ได้ทันที! ในทุกช่วงเวลาของการพักผ่อน คุ้มและพิเศษกว่าเดิม ที่ โรงแรม วี กรุงเทพฯ (VIE Hotel Bangkok) สามารถใช้สิทธิ์แลก 3 ส่วนลด ได้ตั้งแต่วันนี้ -31 ธันวาคม 2569 ดังนี้

 

1.แลกฟรี ! ส่วนลด 15% สำหรับห้องพัก

 

2.แลกฟรี! ส่วนลด 15% สำหรับอาหาร และเครื่องดื่ม ทุกห้องอาหาร

 

3.แลกฟรี! ส่วนลด 30% บริการสปาคลิก: https://kp.group/iyYm7R

 

สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! กดแลกรับดีลสุดคุ้มผ่าน CARAT REWARDS ได้ทันที สมัครผ่าน LINE Official Account @KINGPOWER

 

ข่าวที่ 3-ททท.MOU4องค์กรดึง5,000โรงแรมทำท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

 

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การยกระดับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำของประเทศไทยโดยการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” ระยะ 5 ปี ระหว่าง 2569-2574 กับพันธมิตร 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กรมการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มุ่งผลักดันสมาชิกโรงแรมทั่วไทยเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 5,000 แห่ง ซึ่งเป็นการพลังขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานคาร์บอนต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขานรับการท่องเที่ยวไทยปี 2570 ประกาศให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานพันธมิตร

 

ข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงข้อมูลพลังงานของผู้ประกอบการเข้ากับการประเมิน Carbon Footprint ผ่านแพลตฟอร์ม CF-Hotels สร้างการรับรู้ “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” (Low Carbon Tourism) ให้นักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทาง ททท. เชื่อมั่นเมื่อภาครัฐ ภาคพลังงาน ภาคธุรกิจโรงแรมทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานไฟฟ้าภาคการท่องเที่ยวได้ถึง 1.310 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtonCO2eq) เสมือนได้ช่วยปลูกป่าให้โลกใบนี้ราว93,000 ล้านต้น ผ่านแพลตฟอร์ม CF-Hotels

      

            ตั้งเป้าหมายผลักดันโรงแรมทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 5,000 แห่ง ดึงเข้าสู่ระบบประเมินและจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ EnPI และ CF-Hotels สร้างฐานข้อมูลด้านพลังงานและคาร์บอนภาคการท่องเที่ยว แล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นฐานติดตามและวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของโรงแรม ยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่นทั้ง Soft Loan และ Green Loan มุ่งช่วยผู้ประกอบการลงทุนด้านประสิทธิภาพพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม      

            ททท.มีบทบาทใน MOU ฉบับนี้เรื่องการ “สนับสนุนเครื่องมือ” ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ให้โรงแรมและที่พัก ผ่านแพลตฟอร์ม CF-Hotels และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงแรมและที่พัก ส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานโรงแรมได้การรับรองมาตรฐานสากล เช่น Green Hotel GSTC และรางวัล Sustainable Award

 

เฟสแรก ทั้ง 5 หน่วยงานจะนำร่องโครงการโรงแรมต้นแบบด้านพลังงาน 80 แห่ง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พังงา และภูเก็ต  นำโรงแรมที่เข้าร่วมจะเริ่มจากประเมิน EnPI วิเคราะห์ Energy Gap และออกแบบมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเฉพาะแต่ละโรงแรม พร้อมติดตามผลตามหลัก Measurement and Verification (M&V)

 

นายณัฐ กล่าวว่ ททท. คาดหวังความมือครั้งนี้จะส่งเสริมโรงแรมคาร์บอนต่ำและการท่องเที่ยวยั่งยืนโดยทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี (2569-2574) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) เสริมภาพลักษณ์ Amazing Thailand ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและรับผิดชอบต่อสังคม สร้างความยั่งยืนที่แข็งแกร่งให้ประเทศในระยะยาว

 

ข่าวที่ 4-บางจากพบนักลงทุนระดับโลกย้ำเชื่อมั่นผู้นำธุรกิจพลังงาน

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมนางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน ร่วมพบปะนักลงทุนสถาบันชั้นนำระดับโลกจากสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และได้สื่อสารยุทธศาสตร์ แนวโน้มธุรกิจ โอกาสการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านศักยภาพ พร้อมกับแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักลงทุนอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรม Global Investor Roadshow และ International Conference ที่บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ได้แก่ CLSA, Morgan Stanley และ Maybank จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ  นี้     

 

คณะผู้บริหารได้พบกับนักลงทุนสถาบันและกองทุนชั้นนำระดับโลก อาทิ GIC, Point72 และ Employees Provident Fund (EPF) ของมาเลเซีย รวมถึงผู้ลงทุนสถาบันรายสำคัญในภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มอุตสาหกรรม และการสร้าง Synergy จาก Integrated Value Chain ครอบคลุมธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจากที่มีความหลากหลาย สะท้อนจุดแข็งในการบริหารธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดจนการต่อยอดสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำและโอกาสการเติบโตในอนาคต

 

สำหรับการพบปะนักลงทุนต่างประเทศครั้งนี้ สะท้อนถึงกลุ่มบริษัทบางจากความมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียนานาชาติอย่างเต็มที่

 

ข่าวที่ 5-บางจากปิดฉากGenwitซีซั่น3“เตรียมอุดม”คว้าแชมป์ฮีโร่แห่งปี

 

            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีกับ “แชมป์เยาวชน” ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ รายการ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group" ซีซั่น 3 ควิซโชว์แข่งขันตอบปัญหาเชิงวิชาการตามแนวทางสะเต็มศึกษาของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีทีมจากแต่ละโรงเรียนได้รับรางวัลดังนี้

 

ทีมชนะเลิศ “ARISTOTRIAM” จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รับถ้วยพระราชทานฯ และทุนการศึกษาจากกลุ่มบริษัทบางจาก 1,000,000 บาทจากกลุ่ม

 

ทีมรองชนะเลิศ “MWIT SI KRUB” จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้รับทุนการศึกษา 500,000 บาท โดยมีนายปัญญา นิรันดร์กุล ประธาน บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ ดร.วิชนี ศรีสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับทั้ง 2 โรงเรียนด้วย

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ได้มอบทุนการศึกษาและกล่าวแสดงความยินดีกับเยาวชนอัจฉริยะพันธุ์ใหม่ ผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศในซีซั่น 3 ว่า ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ที่ได้แชมป์และรองแชมป์ วันนี้น้องเก่งมากทั้ง 8 คน แพ้ชนะไม่เป็นไร สิ่งนี้คือการฝึกฝนเบื้องต้น ขอให้ตั้งใจพัฒนาตนเองต่อไป และจงตระหนักถึงวันนี้น้องทุกคนประสบความสำเร็จแล้วขั้นหนึ่ง เป็นความภูมิใจของครอบครัว เป็นฮีโร่ของเพื่อน และความภูมิใจของโรงเรียน อยากให้จดจำความรู้สึกตรงนี้ไว้ และยังรักษาความสามารถเหล่านี้เพื่อในอีก 25-30 ปีข้างหน้า จะกลายเป็นความภูมิใจของประเทศของทวีปและโลกใบนี้ต่อไป

 

รายการ Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group ซีซั่น 3 เป็นความร่วมมือต่อเนื่อง ระหว่าง กลุ่มบริษัทบางจาก และบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ร่วมสร้างสรรค์รายการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนด้านสะเต็มศึกษา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 

ปี 2569 จัดซีซั่น 3 มีโรงเรียนร่วมแข่งขัน 24 โรงเรียน ออกอากาศระหว่าง 17 มิถุนายน -23 กันยายน 2569 ซีซั่นนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการให้ท้าทายมากยิ่งขึ้น ด้วยบรรยากาศความสดใหม่ เกมการแข่งขันตื่นเต้นมากขึ้นตลอด 15 EP มี “ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

           

ขณะที่ “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group” เป็นรายการที่สามารถกวาดรางวัลจากหลายเวที อาทิ รางวัลนาฏราช สาขารายการเกมโชว์และการแข่งขันยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน รางวัล MORAL AWARDS 2024 ทางกลุ่มบริษัทบางจากจึงได้จัดรายการต่อเนื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ด้วยการร่วมแข่งขันอย่างสนุกท้าทาย ฝึกการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการทำงานเป็นทีมได้ด้วย

 

          ช่วงที่ 2 ตามหาความสุข เที่ยวสไตล์กรีนสุดเช็คอินทั่วผืนป่าภูเขา ทะเลเมืองไทยฮีลใจ 5 พิกัด แล้วฟัง “5อาหารหากินง่าย” ได้ประโยชน์พร้อมช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ เสิร์ฟข่าวร้อน ๆ ข่าวแรก “ไทยแอร์เอเชีย” บินฤดูหนาวปลายปี69ทั่วเอเชีย46เมือง53เส้นทาง ข่าวที่สอง “ททท.” ปิ๊งจัด“LUCKแลกลุ้น”รับสมาชิกAmazing FriendแจกรถBYD

 

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวกรีนผืนป่าภูเขา/ทะเล เมืองไทยฮีลใจ 5 พิกัด

 

พาร่างไปรับพลังสูดโอโซนธรรมชาติเขียว ๆ ในช่วงที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว “กรีน ซีซั่น” เลือกออกเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเองตามอุทยานแห่งชาติช่วย “ฮีลใจ” สัมผัสความสมบูรณ์ของผืนป่า สายหมอก สายน้ำฉ่ำเย็น สะดวกที่ไหน ใกล้อุทยานใด เช็คอินได้เลย  5 พิกัด

 

● พิกัดที่ 1 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เดินชมป่าเมฆและมอสเขียวชุ่มฉ่ำ พร้อมสัมผัสสายหมอกที่ลอยคลุมยอดเขาสูง ได้บนแผ่นดินยอดเขาสูงหลังคาประเทศครอบคลุม 4 อำเภอ จอมทอง แม่แจ่ม แม่วาง และดอยหล่อ

 

4 จุดเช็คอิน : 1.อ่างกา เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้นปกคลุมด้วยหมอกตลอดปี 2.กิ่วแม่ปาน จุดชมวิวและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น 3.พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ  พระมหาธาตุคู่บุญบารตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้เมืองหนาว 4.น้ำตกวชิรธาร น้ำตกแม่กลาง น้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามและมีน้ำไหลตลอดปี

 

● พิกัดที่ 2 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  จ.ลำปาง ได้ชื่อว่าเป็น “ออนเซนเมืองไทย” ชวนไปผ่อนคลายกับบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ท่ามกลางผืนป่าร่มรื่นเขียวขจี

 

3 จุดเช็คอิน : 1.อาบน้ำแร่แช่ออนเซ็น อุทยานมีบริการทั้งห้องแช่น้ำแร่แบบส่วนตัว บ่อรวม บ่อแช่เท้ากลางแจ้ง 2.น้ำตกแจ้ซ้อน สวยงาม 6 ชั้น 3.ลานกางเต็นท์ ช่วงปลายฝนต้นหนาว

 

● พิกัดที่ 3 อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ชมภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์พร้อมเปิดมุมมองชมทิวทัศน์แม่น้ำโขงจากหน้าผา

 

4 จุดเช็คอิน : 1.ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์: ภาพเขียนสีโบราณตามแนวหน้าผาหินทรายอายุราว 3,000–4,000 ปี มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3.4 กม.2.เสาเฉลียงประติมากรรมหินทรายตามธรรมชาติคล้ายดอกเห็ดยักษ์ 3.จุดชมวิวผาแต้ม หน้าผาสูงชันมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา 4.น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรู) เที่ยวหน้าฝนสวยมากเป็นน้ำตกสุดอันซีนที่สายน้ำจะตกลงมาผ่านรูหินลงสู่แอ่งด้านล่าง

 

● พิกัดที่ 4 อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี  ไฮไลต์มีน้ำตกที่มีสายน้ำสีฟ้าอมเขียวมรกตใสขนาด 7 ชั้นสะอาดไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินปูนท่ามกลางผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์

 

7 จุดเช็คอิน : ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง & ชั้นที่ 2 วังมัจฉา มีแอ่งน้ำกว้างและมี ปลาพลวง อาศัยอยู่จำนวนมาก ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก สายน้ำจะไหลตกลงมา มีสะพานไม้ให้ยืนชมวิวจากมุมสูง ชั้นที่ 4 อกผีเสื้อ มีโขดหินรูปทรงคล้ายอกผีเสื้อที่น้ำไหลผ่าน ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง เงียบสงบขึ้น นั่งพักผ่อนยาว ๆ ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา ร่มรื่นล้อมรอบด้วยต้นไม้และพันธุ์ป่าไม้หนาตา ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ จุดสิ้นสุดเส้นทางเดินป่า มีผาหินปูนคล้ายหัวช้างเอราวัณสามเศียร ในเทพปกรณัมฮินดู

 

● พิกัดที่ 5 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ชมทิวทัศน์พาโนรามาของหมู่เกาะกลางอ่าวไทยหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน

 

4 จุดเช็คอิน : 1.จุดชมวิวผาจันทร์จรัส (เกาะวัวตาหลับ) สวยที่สุดมองเห็นหมู่เกาะทอดตัวยาวตามแนว 360 ทั้ง 42 เกาะ 2. ทะเลใน (เกาะแม่เกาะ) คล้ายทะเลสาบน้ำเค็มสีเขียวมรกตซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาหินปูน มีทางเดินบันไดไม้ให้ไต่ขึ้นไปชมวิวทัศนียภาพสวยแปลกตา 3.พายเรือคายัคหรือดำน้ำตื้น ดื่มด่ำธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พายคายัคลอดซุ้มหินปูนและชมปะการังรอบเกาะสามเส้า หรือเกาะท้ายเพลา

 

สุขภาพ –5อาหารหากินง่ายได้ประโยชน์ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้

 

ช่วงสภาพอากาศแปรปรวนฝนตกพรำ ๆ เกือบทุกวัน มีข้อแนะนำให้รับประทาน “อาหาร 5 อย่าง” หาได้ง่ายๆ แถมช่วยบรรเทาการเป็นหวัดได้ด้วย เมื่อนำสารอาหารที่ดีเข้าร่างกาย ดังนี้

 

1.น้ำผึ้ง -ถือเป็นยารักษาโรคที่ใช้มาตั้งแต่โบราณ และช่วยรักษาอาการไข้หวัดและเจ็บคอได้เป็นอย่างดี มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ เคลือบคอได้เป็นอย่างดี น้ำผึ้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติและคุณสมบัติต้านจุลชีพ ต่อสู้กับการติดเชื้อจากเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรียได้ดี

 

2.ชาเขียว - เครื่องดื่มช่วยรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย ช่วงที่ร่างกายป่วยไข้ เนื่องจากชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารคาเทชินที่มีความสามารถในการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสได้อีกด้วย

 

3.ชาขิง -เครื่องดื่มช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอได้ เพราะขิงเป็นสมุนไพรที่มีสาร “เสสควิเทอร์พีนส์” ช่วยกำจัดไวรัสหวัดพบบ่อยที่ชื่อไรโน และมี “จินเจอร์รอล” ที่มีส่วนช่วยต้านการอักเสบสามารถต่อสู้การติดเชื้อได้เป็นอย่างดี

 

4.ผลไม้รสเปรี้ยว -อุดมด้วยวิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ ในแต่ละวันต้องพยายามให้ร่างกายได้รับอย่างเพียงพอเพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ผสมผสานการกินผักและผลไม้บางชนิดร่วมด้วย เช่น กะหล่ำดาว บล็อกโคลี มันเทศ สควอช พริกหยวกแดง บัตเตอร์นัท มะเขือเทศ และมะละกอ ก็อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอได้ดีเช่นกัน

 

5.น้ำซุป -สามารถต่อสู้กับไวรัสช่วยลดการอักเสบที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการหวัดได้เป็นอย่างดี เมื่อมีอาการหวัดหรือเจ็บคอ แนะนำให้ซดน้ำซุปอุ่นๆ จะหายเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมและโพแทสเซียม พร้อมสารอาหารหลากหลายชนิดช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี แนะนำให้เติมเพิ่มลงในน้ำซุป คือ แครอท หัวหอม ขึ้นฉ่ายลงไปจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินเอและวิตามินซีเพิ่มตามไปด้วย

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ไทยแอร์เอเชียบินฤดูหนาวปลายปี69ทั่วเอเชีย46เมือง53เส้นทาง

 

แอร์เอเชีย พร้อมรับไฮซีซั่นไตรมาส 4 ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2569 ประกาศเปิดบินตรงจากดอนเมืองสู่ต่างประเทศ 46 เมือง 53 เส้นทาง โดยเพิ่มบินตลาดอินเดียมากสุด 11 เมือง ดึงผู้โดยสารเข้าไทย เชื่อมต่อกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศแข็งเเกร่ง ส่วน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ยึดเส้นทางญี่ปุ่น รวมสูงสุด 46 เที่ยว/สัปดาห์ 4 เส้นทาง ได้แก่ โตเกียว โอซาก้า ซัปโปโร และนาโกย่า

 

เมื่อรวมแอร์เอเชียทั้ง 2 สายการบิน คือ ไทยแอร์เอเชีย และไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ แล้ว ตลอดตารางบินฤดูหนาวจะมีบินตรงจากดอนเมืองสู่ปลายทาง 46 เมือง 53 เส้นทาง แบ่งเป็น เอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเก๊า รวม 17 เมือง อาเซียน เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ลาว รวม 15 เมือง เอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟส์ รวม 13 เมือง และเอเชียกลาง ได้แก่ คาซัคสถาน 1 เมือง

 

“ธันย์สิตา อัครฤทธิภิรมย์” ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า ไฮซีซั่นปีนี้ คาดการเดินทางจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทั้งคนไทยไปท่องเที่ยวต่างประเทศ และต่างชาติมาไทย โดยเฉพาะ”อินเดีย”  จึงเร่งนำเส้นทางที่เคยหยุดกลับมาให้บริการอีกครั้ง 6 เส้นทาง ควบคู่ “ภูเก็ต-เสียมราฐ และไฮไลต์เส้นทาง กรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์

 

ขณะที่ ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ก็พร้อมให้บริการตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2569 เน้นเส้นทางบินตรงจากดอนเมือง สู่ญี่ปุ่น  4 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.โตเกียวสูงสุด 21 เที่ยว/สัปดาห์ 2.โอซาก้าสูงสุด 14 เที่ยว/สัปดาห์ 3.ซัปโปโรสูงสุด 4 เที่ยว/สัปดาห์ (เริ่ม 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป) 4.นาโกย่า 4 เที่ยว/สัปดาห์ (เริ่ม 2 ต.ค.) จากนั้นจะเพิ่มสูงจุด 7 เที่ยว/สัปดาห์ ตั้งแต่ 1 ธันาคม นี้เป็นต้นไป รวมทั้ง มีบินตรง กรุงเทพฯ-กรุงเดลี(อินเดีย)  4 เที่ยว/สัปดาห์ และเมืองอัลมาตี(คาซัคสถาน) 4 เที่ยว/สัปดาห์

 

 ข่าวที่สอง –ททท.ปิ๊ง!!จัด“LUCKแลกลุ้น”รับสมาชิกAmazing FriendแจกรถBYD

 

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เดินหน้านโยบายขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ได้จัดกิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” ภายใต้แนวคิด “ได้รู้–ได้แลก–ได้ลุ้น” ชวนคนไทยสมัครสมาชิก Amazing Friend เพื่อรับข่าวสาร แรงบันดาลใจ และสิทธิประโยชน์ด้านท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 1 และของรางวัลด้านการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 252 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 พฤศจิกายน 2569 จะจับรางวัล 13 พฤศจิกายน  ประกาศรายชื่อผู้โชคดี 17 พฤศจิกายน  ทาง Facebook: Amazing Thailand

 

ททท.เปิดให้สมัครสมาชิก Amazing Friend ผ่าน LINE Official Account: @amazingthailand หรือเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/amazingfriend ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569

 

เนื่องจาก “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว” เปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การวางแผน การตัดสินใจเดินทางที่รวดเร็วขึ้น ททท.จึงได้ยกระดับเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกมาเชื่อมโยงและแบ่งปันฐานข้อมูลร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการตลาดและออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ขานรับปี 2570 มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายการเป็น Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination

 

“ข้อมูล” คือหัวใจสำคัญขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยุคใหม่ การนำข้อมูลจากการลงทะเบียนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” จึงเป็นอีกกลไกที่จะช่วยให้ ททท. เข้าใจความสนใจและความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มได้แม่นยำขึ้น

 

โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมชิงรางวัล แต่เป็นอีกก้าวสำคัญการพัฒนาเครื่องมือการตลาดดิจิทัล ทำให้ ททท. สามารถนำเสนอข่าวสาร สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตรงใจ สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยออกเดินทางและกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

 

ททท.จัดกิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” ภายใต้โครงการสร้างแคมเปญการพัฒนานวัตกรรมเพื่อจัดเก็บข้อมูลและติดตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่สมาชิก Amazing Friend เพื่อรวบรวมข้อมูลที่มีคุณภาพและหลากหลายนำไปวิเคราะห์และต่อยอดการตลาดท่องเที่ยวผ่านระบบ Customer Data Platform (CDP) ช่วยให้ เข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้แม่นยำยิ่งขึ้น ก่อนนำผลการวิเคราะห์ไปวางแผนการตลาด พัฒนาการสื่อสาร สิทธิประโยชน์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวให้ตรงกับความสนใจของแต่ละกลุ่ม ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สามารถร่วมนำเสนอสินค้า บริการ สิทธิประโยชน์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากขึ้น

 

กิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” เตรียมมอบสิทธิประโยชน์แก่สมาชิก Amazing Friend ภายใต้แนวคิด “ได้รู้–ได้แลก–ได้ลุ้น” ได้แก่

 

-ได้รู้ รับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ข่าวสาร แรงบันดาลใจ และสิทธิประโยชน์จากผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์ม Amazing Thailand และ E-Newsletter

 

-ได้แลก ร่วมกิจกรรมและแลกรับของรางวัลผ่านบูธภายในงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ ของ ททท.

 

-ได้ลุ้น ร่วมสนุกชิงรางวัลด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวจากกิจกรรมออนไลน์ที่จัดขึ้นทุกเดือนผ่าน Facebook: Amazing Thailand

 

“รางวัลใหญ่” ในกิจกรรมนี้มีพันธมิตรด้านท่องเที่ยวและบริการ ได้แก่ BYD, AVIS, การบินไทย, โรงแรม Ana Anan Pattaya, ticket2Attraction และหนีกรุง ร่วมสนับสนุน 252 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท แบ่งเป็นของรางวัลระหว่างโครงการ 200 รางวัล และจับรางวัลใหญ่ 52 รางวัล

 

-รางวัลที่ 1 ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 1 จำนวน 1 รางวัล พร้อมตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ บัตรกำนัลที่พัก บัตรกำนัลรถเช่า บัตรกำนัลเติมน้ำมัน บัตรสปา คูปองส่วนลดกิจกรรมท่องเที่ยว และทริปพิเศษอีกมากมาย

 

ผู้สมัคร 1 ราย มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ 1 สิทธิ์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ทาง Facebook: Amazing Thailand หรือโทร. 1672 เพื่อนร่วมทาง

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ททท.-TPCดูแลผู้โดยสารชาวไทย+ต่างชาติที่สุวรรณภูมิ 28-29 ก.ย.นี้แจกอาหารผู้ประสบภัยตกค้างในสนามบิน

ททท.- TPC ดูแลผู้โดยสารชาวไทย + ต่างชาติที่สุวรรณภูมิ 28-29 ก.ย.นี้แจกอาหารผู้ประสบภัยตกค้างในสนามบิน เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #g...