วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

"ทูลกระหม่อม"เสด็จเปิด Amazing Thailand Fest 2026 ททท.โปรโมทเสน่ห์อาหารไทยเพิ่มตลาดคุณภาพมาเลเซีย

 "ทูลกระหม่อม"เสด็จเปิด Amazing Thailand Fest 2026 

ททท.โปรโมทเสน่ห์อาหารไทยเพิ่มตลาดคุณภาพมาเลเซีย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Fest 2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailandFest2026 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Fest 2026 ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย ต่อยอด “รสชาติไทย” สู่แรงบันดาลใจเดินทางเที่ยวไทย



 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ห้างสรรพสินค้า Central i-City มาเลเซีย ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้น ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล และพันธมิตร ระหว่างวันที่ 26–28 มิถุนายน 2569 มุ่งนำเสนอเสน่ห์อาหารไทยใช้วัตถุดิบคุณภาพจากทุกภูมิภาคถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) 



พิธีเปิด มีผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน นำโดย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์  นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจจากไทยและมาเลเซีย ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในตลาดอาเซียน

ททท. พร้อมจะใช้ "อาหารไทย" เป็น Soft Power เชื่อมโยงวัฒนธรรม วิถีชีวิต สุขภาพ และการเดินทาง สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวคุณภาพตลาดระยะใกล้จากมาเลเซียที่มีศักยภาพสูงและเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยปี 2569 มากเป็นอันดับ 2  รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน


ไฮไลต์ในงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai)  ประกอบด้วย 5 กิจกรรมเด่น ๆ ดังนี้ 

● การสาธิตการประกอบอาหารไทย การแสดงนาฏศิลป์ไทย 
● การแสดงพิเศษจากศิลปิน T-Pop "เติร์ด ลภัส งามเชวง" 
● บูทร้านอาหารไทย บูทผลิตภัณฑ์อาหารไทย 
● กิจกรรมสร้างประสบการณ์ ได้แก่ AI Photo Booth, Photo Display 
● บริการนวดแผนไทย เพื่อการผ่อนคลายสุขภาพตามอัตลักษณ์ไทย

ทุกกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัส "รสชาติไทย" พร้อมเสน่ห์ทางศิลปวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีชีวิตเต็มไปด้วยเสน่ห์ไทย

ในโอกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงสาธิตการปรุงอาหารไทย ได้แก่ ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้กุ้ง และขนมถั่วแปบ นำเสนอถึงเอกลักษณ์อาหารไทยที่โดดเด่นทั้งรสชาติ ความประณีต การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของไทย ที่ได้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรม




สำหรับงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ที่ ททท.จัดครั้งนี้ จะช่วยประชาสัมพันธ์อาหารไทยในต่างประเทศแล้ว ยังได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ "World-Class Gastronomy Destination from Local to Global" พร้อมส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพผ่านรสชาติอาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิตไทย 

ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–22 มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยมาเลเซียเดินทางมาไทยแล้วกว่า 2,181,367 คน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสต่อยอดกระตุ้นนักท่องเที่ยวคุณภาพจากมาเลเซียเดินทางมาไทยต่อเนื่อง ตอกย้ำพลัง "เสน่ห์ไทย" เชื่อมโยงจากอาหาร สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง และการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน


ททท.นำCF-Hotelsคว้ารางวัลGreen Leadership เวทีอินเตอร์AREA

 

ขอแสดงความยินดีกับ "ททท.-ธุรกิจโรงแรมและประเทศไทย"
นำCF-Hotelsคว้ารางวัลGreen Leadership เวทีอินเตอร์AREA

กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท.พร้อมทีมนำ CF-HOTELS คว้ารางวัลจากAREA2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #CFHotels # SustainableTourismDestination

นากิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมทีมงาน นำ"CF-Hotels : Carbon Footprint Hotels : โครงการส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและที่พัก" คว้ารางวัลชนะเลิศ Green Leadership จากเวทีนานาชาติ Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2026 ที่มาเลเซีย


❤️ ● AREA" เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่ยกย่ององค์กรในภูมิภาคเอเชียที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

❤️ ● CF-Hotels ของไทยเป็น Transformation Platform มีบทบาทมากกว่าแพลตฟอร์มคำนวณก๊าซเรือนกระจกที่ช่วยให้โรงแรมทุกขนาด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME สามารถเริ่มต้นบริหารจัดการคาร์บอนตามมาตรฐานสากลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่โอกาสทางธุรกิจ ทั้งการเข้าถึงตลาด การยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน และแหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance)

❤️ ● ️ปัจจุบัน CF-Hotels ทั่วประเทศมีผู้ประกอบการโรงแรมทั่วไทยเข้าร่วมกว่า 900 แห่งเติบโตจากยุคบุกเบิกที่มีเพียง 21 แห่ง รวมพลังกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แล้วกว่า 16,838.79 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 1.2 ล้านต้น เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำผ่านกองทุน ThaiCI ได้แล้วถึง 29.3 ล้านบาท

❤️ ● ความสำเร็จจากของ ททท.และผู้ประกอบการโรงแรมทั่วประเทศ ที่สามารถนำCF-Hotels คว้ารางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำบทบาทของไทยพร้อมก้าวสู่เป้าประเทศจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืน " Sustainable Tourism Destination" อย่างแท้จริง



วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท.ไทเปนำไต้หวันเที่ยวไทยปี’69 สดใสทะลุ 1 ล้านคน รายได้ฉลุย 4 หมื่นล้าน-ครี่งหลังปี’69ลุยขาย4อีเวนต์

 


ททท.ไทเปนำไต้หวันเที่ยวไทยปี’69 สดใสทะลุ 1 ล้านคน

ใช้เงินเที่ยวสะพัดเมืองหลักเมืองน่าเที่ยวฉลุย 4 หมื่นล้าน

ครี่งหลังปี’69ลุย4อีเวนต์เจาะครอบครัวไฮเอนด์-คนรุ่นใหม่

คิงเพาเวอร์จัดเต็ม The Art of Beauty by Armani & Prada

คิงเพาเวอร์ชูบริการใหม่“TRY& BUY ลองใช้ ก่อนช้อป”

ช้อปคิงเพาเวอร์ก่อน25ส.ค.ซื้อCashCardรับฟรีกิฟท์การ์ด

ททท.บูม“Feel All The Feelings”เที่ยวกรีนซีซั่นตามLISA

CMC5ปีMOU9มหาลัยทำBangchakxUniversityGenZ-ESG

TCEB-EECO”ผนึกตลาดไมซ์ดึงการลงทุนทั่วโลกสู่ EEC

เที่ยวอยุธยา“ศิลป์สองแผ่นดิน-วัดกุฎีทอง-เจ้าแม่ทับทิม”

5อาหารเช้ากินแล้วเสี่ยงควรเลี่ยงระวังเพื่อสุขภาพที่ดี

AsianaAirถอนจากสตาร์ฯผู้โดยสารเช็คบริการ16ธ.ค.69

ททท.ผนึกAirAsiaMOVE3ปีดึงทั่วโลกเที่ยวไทยไร้รอยต่อ

 

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวอยุธยา

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/18csbD6EqF/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “สาริมา จินดามาตย์” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานไทเป เปิดแผนกระตุ้นตลาดไต้หวัน ปี’69 ทะลุ 1 ล้านคน นำรายได้หลั่งไหลเข้าไทย 38,000-40,000 ล้านบาท จับมือทุกเครือข่ายท่องเที่ยว แอร์ไลน์ส ทำตลาดเชิงรุก 4 กิจกรรม TTE 2026-Beyond Bangkok- Amazing Thailand Digital Detox 2026-ชาเตอร์ไฟลต์” ปลุกนักเดินทางกระเป๋าหนัก 2
กลุ่ม กลุ่มแรก “ครอบครัว” ชอบพาลูกเที่ยวช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ก.ค.-ส.ค.นี้ พร้อมขยายเมืองหลัก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สู่เมืองใหม่ในภาคตะวันออก พัทยา ระยอง จันทบุรี ตราด เชียงใหม่ สู่เชียงราย ลำปาง ลำพูน กลุ่มสอง “คนรุ่นใหม่/มิลเลนเนียล” ชอบเที่ยวคลายเครียด เวลเนสสปา ดำน้ำ เล่นกอล์ฟ กินอาหาร ฟินตามรูฟท็อปบาร์ คาเฟ่เก๋ ช้อปสินค้าไทยตั้งแต่ยาสีฟัน ผลไม้แปรรูป


นางสาวสาริมา จินดามาตย์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานไทเป ไต้หวัน เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางมาไทยเติบโตดีมากสถิติระหว่างมกราคม -11 มิถุนายน 2569 ทำได้ถึง 468,255 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3.99 % สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 18,000 ล้านบาท เตรียมขยายการเติบโตต่อเนื่องโดยจะร่วมกับพันธมิตรทุกเครือข่าย ปี 2569 ตั้งเป้าหมายนำไต้หวันเที่ยวเมืองไทยเกิน 1 ล้านคน/ปี สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 38,000-40,000 ล้านบาท โดยได้ทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดการขายช่วงครึ่งหลังปี 2569 กระตุ้นการใช้จ่ายเงินที่มีกำลังซื้อสูงจาก 2 ตลาดหลัก ดังนี้




กิจกรรมที่ 1 จัดส่งเสริมการตลาดโครงการ Thailand Travel Expo :TTE 2026 เป็นขายแพกเกจเที่ยวเมืองไทยกระตุ้นนักเดินทางในไต้หวันมาเที่ยวเมืองไทยช่วงครึ่งปีหลัง ระหว่างกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 รับเทศกาลปิดเทอมภาคฤดูร้อน (Summer Holiday) นักเรียน นักศึกษา จะมีวันหยุดยาวทำให้ผู้ปกครองพาเยาวชนเดินทางเที่ยวต่างประเทศ

กิจกรรมที่ 2 Beyond Bangkok สร้างแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวไต้หวันนิยมเลือกจุดหมายปลายทางจังหวัดหลักอย่าง กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ได้กระจายไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงด้วย เช่น กรุงเทพฯ เชื่อมโยงไปยังภาคตะวันออก สู่ พัทยา จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด หรือ “เชียงใหม่” ต่อไปยัง เชียงราย ลำปาง ลำพูน

กิจกรรมที่ 3 นำเสนอขายแคมเปญ Amazing Thailand Digital Detox 2026 รองรับกลุ่มคนวัยทำงานปัจจุบันอยู่ในอุตสาหกรรมการทำเซมิ คอนดั๊กเตอร์ มักจะเคร่งเครียดกับงาน จึงนิยมมาผ่อนคลาย พักผ่อน ล้างพิษ ด้วยโปรแกรมเวลเนสสอดคล้องกับ Healing is The New Luxury ธีมการขายเมืองไทยปี 2569  

กิจกรรมที่ 4 ร่วมกับสายการบินต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งสายการบินแบบประจำ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter flight) ในช่วงฤดูการเดินทางหรือ High Season จะต้องเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำตอบสนองความต้องการเดินทางของคนจำนวนมากจาก 2 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ ท่าอากาศยานไทเป และท่าอากาศยานเกาสง เมืองอุตสาหกรรมทางตอนใต้ของไต้หวัน เข้าสู่เมืองไทย


เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ททท.ไทเปร่วมกับ บริษัท แฟนทัส ทัวร์ จำกัด จัดโปรแกรมนำนักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำมายังไทย และกำลังหารือเพื่อส่งเสริมการขายต่อเนื่องจะเน้นฤดูเดินทางวันหยุด ซัมเมอร์ ฮอลิเดย์

ปัจจุบัน ไทเปมายังไทยมี “สายการบิน” จำนวนมากพร้อมให้บริการโดยมีจำนวนที่นั่งประมาณ 2 ล้านที่นั่ง/ปี นำโดย อีวีแอร์ สายการบินแห่งชาติไต้หวัน สตาร์ลัค การบินไทย รวมทั้งสายการบินต้นทุนต่ำ แอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ท ไทยไลออนแอร์ จากไทเปมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และมีบางส่วนบินตรงสู่ภาคใต้ เช่น ภูเก็ต 2 เที่ยว/สัปดาห์ จะพยายามผลักดันเพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น

นักท่องเที่ยวตลาดไต้หวันกำลังซื้อสูง นิยมเดินทางมาไทยตลอดทั้งปี จะมี 2 กลุ่มหลัก  ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ครอบครัว เดินทางช่วงวันหยุดยาวปิดเทอมภาคฤดูร้อน จุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ต่อไปยังภาคตะวันออก สู่ พัทยา ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวประเภท สวนน้ำ สวนสนุก โดยเฉพาะ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น จุลาสสิคเวิลด์ เอเชีย ทีค ริเวอร์ฟรอนท์ ริมเจ้าพระยา สวนสยาม ดรีมเวิลด์ ฟาราเวิลด์ ส่วนต่างจังหวัดก็จะเลือกโซนที่มี สวนน้ำขนาดเล็กหรือใหญ่ให้เด็ก ๆ และครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกันได้ และเชียงใหม่ จะชื่นชอบไปเที่ยวสวนสัตว์อย่าง ซาฟารีเวิลด์ ไนท์ซาฟารี รวมทั้งอาหารที่มีเอกลักษณ์พิเศษแตกต่างจากภาคกลาง



กลุ่มที่ 2 คนรุ่นใหม่/มิเลเนียล ชอบใช้เงินทำกิจกรรมนวดผ่อนคลายลดความตรึงเครียด โดยเฉพาการนวดสปานิยมทำได้ทุกวัน รวมทั้งซื้อคอร์สสปาเวลเนสเพื่อดีท็อกซ์ร่างกาย ท่องเที่ยวคาเฟ่เก๋ๆ การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยแบบง่ายๆ (Soft Adventure) การท่องเที่ยวเชิงกีฬาทางน้ำ ซื้อคอร์สเรียนดำน้ำตื้น-น้ำลึก เพราะไม่ต้องขนอุปกรณ์มาเองแถมมีผู้ช่วยบริการตลอดทริป รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ 

ไฮไลต์ “คนรุ่นใหม่ชาวไต้หวัน” พร้อมใช้จ่ายเงินเที่ยวหรูหราด้วย อย่าง การนั่งชิลตามรูฟ ท็อป บาร์เพื่อดื่มด่ำประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ อาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเมนู มิชลินไกด์ เรื่อยไปจนถึงอาหารสไตล์ Fine Dining และสตรีทฟู้ดตามย่านขึ้นชื่อของเมืองไทย เช่น ถนนบรรทัดทอง ถนนทรงวาด นิยมซื้อของฝากผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ได้แก่ ขนมผลไม้ไทยแปรรูป เป็นเจลลี่ อบแห้ง ทั้งมะม่วง มังคุด ซื้อเป็นของฝาก และของใช้แบรนด์ “นารายา” รวมทั้งยาสีฟันแบรนด์ต่าง ๆ ในเมืองไทย



“ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย” ที่ต้องการขยายฐานรองรับนักท่องเที่ยวไต้หวัน ควรจะเข้าใจ “พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไต้หวัน” ด้วย เพราะเป็นกลุ่มตลาดที่ให้ความสำคัญมากสุดเรื่องดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมเลือกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism) เลือกจองพักโรงแรมที่ได้มาตรฐาน CF-Hotel  

ส่วน“ภาษาจีน” ที่ใช้ก็ต้องเป็นหนังสือตัวเต็ม ตามปกติภาษาจีนจะมีหลายแบบ เพราะเป็นอีกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นักท่องเที่ยวไต้หวันให้ความใส่ใจ และ “มัคคุเทศก์” หลายส่วนยังต้องพึ่งพาไกด์ ดังนั้นจึงควรมีบุคลากรที่สื่อสารภาษาจีนสไตล์ไต้หวันได้ก็จะยิ่งดี เพื่อสร้างความประทับใจและสามารถดึงดูดจำนวนและนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำและกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาสู่เมืองไทยเพิ่มมากขึ้น



            “ไต้หวัน” เป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเสน่ห์ความเป็นไทย นิยมอาหาร ช้อปปิ้งสินค้าไทย กระแสตอบรับทุกกลุ่มตลาดที่รักในความเป็นไทยทุกอย่าง จึงจะขอความร่วมมือคนไทยให้รักษาความเป็นไทยฮอสปิตาลิตี้ไว้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งปัจจุบันและอนาคตต่อไป 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์จัด The Art of Beauty by Armani & Prada

 

คิง เพาเวอร์ ชวนเติมความสนุกทุกการช้อป กับ “The Art of Beauty by Armani & Prada” พร้อมรับของขวัญและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ วันนี้-31 กรกฎาคม 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ

 

PRADA MARKET ช้อปไม่มีขั้นต่ำ รับฟรีแยมผลไม้และพวงกุญแจ   รับของขวัญพิเศษเพิ่มเติม เมื่อช้อปครบตามกำหนด ถ่าย Photobooth Magnet สุดน่ารัก

 

ARMANI RETRO PHONE ช้อปไม่มีขั้นต่ำ รับฟรีไอศกรีม  รับของขวัญพิเศษเพิ่มเติม เมื่อช้อปครบตามกำหนด ถ่ายรูปกับ Photobooth บนรถสุดชิค

 


 ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์เปิดบริการใหม่ TRY & BUY ลองใช้ ก่อนช้อป”

 

คิง เพาเวอร์ นำของใหม่มาให้ลอง TRY & BUY ลองใช้ ก่อนช้อป”  เป็นบริการทดลองใช้สินค้าก่อน พร้อมรับส่วนลดพิเศษเมื่อตัดสินใจซื้อ จาก คิง เพาเวอร์

 

ไม่ว่าจะ EARBUDS & HEADPHONES, RIDEABLE LUGGAGE, TRAVEL ADAPTERS, POWER BANKS, CAMERAS ก็มีครบ!

 

จองสินค้าง่าย ๆ ผ่าน LINE OFFICIAL ACCOUNT @KINGPOWER หรือ https://kp.group/To9BkZ

เพียงคลิก TRY & BUY แล้วแชทกับพนักงานได้ทันที เงื่อนไขและรายละเอียดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


ข่าวที่ 3-ช้อปคิงเพาเวอร์ก่อน 25ส.ค.ซื้อCashCardรับฟรีกิฟท์การ์ด

 

รู้ยัง? ก่อนบิน 25 สิงหา 2569 นี้ ต้องมาช้อป! “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” เพราะช้อปล่วงหน้าได้ 60 วัน ซื้อ CASH CARD ใหม่ ใช้ช้อปได้ทุกโซนที่สุดของความคุ้ม ใช้ได้ทุกแผนก Beauty / Fashion / Watches / Accessories / Sunglasses และอีกมากมาย

 

เพียงซื้อ CASH CARD ก่อนช้อป 10,000บาท รับฟรี! GIFT CARD ช้อปได้รวมสูงสุด 14,500บาท

 

ช้อปแล้ว อย่าทิ้งใบเสร็จ! ช้อปครบ 15,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ เล่นตู้คีบ The Power Ball ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 5,000

 

ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 58,300 บาท และแบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน



ข่าวที่ 4-ททท.บูมFeel All The Feelings”เที่ยวกรีนซีซั่นตามLISA

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เป็นประธานพร้อมผู้อำนวยการตลาดในประเทศ ททท.ทั้ง 5 ภูมิภาค เปิดตัวโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelingsนำทั่วประเทศเสนอกิจกรรมไฮไลต์การท่องเที่ยวทั่วประเทศต่อยอดกระแสไวรัลเสน่ห์ไทยในมุมมองร่วมสมัย และพลังของLISA ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจริง ด้วยการรวบรวมและนำเสนอสิทธิพิเศษจากกิจกรรม เทศกาล เส้นทางท่องเที่ยว ควบคู่การเปิดตัว Thailand Feeling Map” ชวนร่วมแบ่งปันความรู้สึกและความประทับใจท่องเที่ยวตลอดกรีน ซีซั่น ระหว่างมิถุนายน–กันยายน 2569 ตอบโจทย์ทุกความรู้สึก และสร้างแรงบันดาลใจให้ออกเดินทางเที่ยวเมืองไทยได้ตลอด 365 วัน 

ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านจุดหมายทางการตลาด (Destination Marketing) สู่การแข่งขันด้านประสบการณ์แวดล้อม (Experience Economy) นักท่องเที่ยวไม่ได้เลือกจุดหมายปลายทางจากเพียงสถานที่หรือกิจกรรมที่น่าสนใจเท่านั้น แต่เลือกจากประสบการณ์และความรู้สึกที่อยากได้รับการเดินทาง ททท. จึงมุ่งต่อยอดทำแคมเปญไร้รอยต่อ Global Campaign สู่การสร้างชาตินิยมหรือ National Movement สร้าง 2 เปลี่ยน คือ 1.เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นการออกเดินทางจริง  2.เปลี่ยนความรู้สึกผู้คนโหยหาให้เป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้ทั่วทุกภูมิภาคของไทย ด้วยโครงการ “เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings” ช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569

ททท.สำนักงานในประเทศ 45 แห่ง 2 ศูนย์ จะรวบรวมกิจกรรมท่องเที่ยว เทศกาล เส้นทางท่องเที่ยว รวมถึงสิทธิพิเศษและโปรโมชั่น เชื่อมโยงความสนใจนักท่องเที่ยวเข้ากับประสบการณ์ให้ออกเดินทางไปสัมผัสของจริงใน 77 จังหวัด ส่งเสริมเที่ยวเมืองหลัก เมืองน่าเที่ยว ชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดการใช้จ่าย กระจายรายได้ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ค้นพบเสน่ห์ไทยตรงกับความสนใจของตนเอง

ททท. ยังได้ต่อยอดเปิด “Thailand Feeling Map” ในเว็บไซต์ tourismthailand.org เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราว ความประทับใจ มุมมองที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวจริง ร่วมแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์จากการเดินทางในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ร่วมสร้างแผนที่ความรู้สึกเมืองไทยจากประสบการณ์ตรง

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น ตั๋วโดยสารเครื่องบิน เวาเชอร์ที่พัก บริการสปา กิจกรรมท่องเที่ยว บัตรเติมน้ำมัน จูงใจเกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น

โปรโมชั่น” การตลาด และเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องมีดังนี้

ภาคเหนือ  ชวน “สุขทันที...ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืนทุกฤดู เช่น กิจกรรมไฮไลต์ Feel All The Feelings @ mae hong son : Rainy Charm จ.แม่ฮ่องสอน สัมผัส “3 สุข” (สุขกาย สุขใจ และสุขภาพดี) ท่ามกลางเสน่ห์สายฝนแม่ฮ่องสอน เทศกาลดนตรี  Pai Jazz & Blues Festival วันที่ 3-5 กรกฎาคม นี้

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งมอบประสบการณ์ “5 Feeling of Isan : สัมผัสอีสานผ่านประสบการณ์ 5 Senses ชูกิจกรรมไฮไลต์ NAKA ART 2026 "นาคาโชว์ พ(ร)าว : NAKA SOUL PROUD" เทศกาลสร้างสรรค์ลุ่มน้ำโขงที่รวบรวมศิลปิน ชุมชน ผู้ประกอบการงานคราฟต์ อาหาร ดนตรี และการท่องเที่ยวจากอุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว "พญานาคแห่งลุ่มน้ำโขง" ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย

 

ภาคตะวันออก นำเสนอ “เสน่ห์ตะวันออก ครบทุกอารมณ์ เลือกฟีลที่ใช่ แล้วออกไปเจอตะวันออกในแบบคุณ” กับกิจกรรม Feel All The Feelings @CHANTHABURI “จันท์ อวด ดี ² : เปิดพื้นที่อวดเมือง ส่งมอบความสุขยกกำลัง 2” จังหวัดจันทบุรี สัมผัสสุขในทุกมุมของชุมชนริมน้ำจันทบูร โชว์ศักยภาพธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ด้านอาหาร

 

ภาคกลาง พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ เที่ยวใกล้บ้าน@ภาคกลาง” กับหลากหลายเส้นทางท่องเที่ยว เช่น เส้นทาง Green Heart Tourism ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี เริ่ม 27 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2569, ย้อนวันวานในงาน “Feel All the Feelings @ Angthong : อ่างทอง ย้อนยุค สุขยกตลาด” ณ ตลาดป่าโมก ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 26–27 มิถุนายน และ 24–25 กรกฎาคม จังหวัดอ่างทอง “Feel All the Feelings @ Kanchanaburi : KaengPa & Coffee” วันที่ 17-19 กรกฎาคม นี้ งาน“Suphan Tower Tone & Taste” จังหวัดสุพรรณบุรี

 

ภาคใต้ ชวน “สัมผัสเสน่ห์ใต้ เชื่อมทุกความรู้สึก เชื่อมใจเข้ากับธรรมชาติ เชื่อมผู้คนเข้ากับวัฒนธรรม ออกเดินทางไปค้นพบภาคใต้ในแบบของคุณ" ดื่มด่ำมนต์เสน่ห์วัฒนธรรมบาบ๋า-เพอรานากัน กับกิจกรรม Feel All The Feelings @ Phuket : Illuminating Peranakan-Where Heritage Comes Alive in Light วันที่ 23–29 สิงหาคม นี้ นำเทคโนโลยี Projection Mapping มาถ่ายทอดเรื่องราวบนอาคารประวัติศาสตร์ในย่านเมืองเก่า ผสานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรม

แต่ละภูมิภาคยังมีอีกมากมายนอกเหนือจากไฮไลต์ข้างต้น ทุกพื้นที่พร้อมจะกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักตลอดฤดูฝน กรีน ซีซั่น 2569

 


ข่าวที่ 5- CMC5ปีMOU9 มหาลัยทำBangchakxUniversityGenZ-ESG

Carbon Markets Club (CMC) ประกาศความร่วมมือ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” กับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ 9 แห่ง เพื่อร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

CMC เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย บริหารจัดการโดย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) จัดงานครบรอบ 5 ปี เพื่อสะท้อนบทบาทในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ในพิธีประกาศความร่วมมือกับ สอวช.ร่วมงาน ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจากฯ อาคาร เอ็ม ทาวเวอร์ได้รับเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง จากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง  ได้แก่  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด และบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน กว่า 200 คน

“นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการดำเนินชีวิตและธุรกิจ หากไม่ร่วมกันแก้ไข ปัญหานี้อนาคตจะส่งผลต่อคนรุ่นต่อไป กลุ่มบริษัทบางจากตระหนักถึงความสำคัญเรื่องนี้ต่อเนื่องมาตลอด จึงร่วมกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ก่อตั้ง Carbon Markets Club ขึ้นเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นพื้นที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ผมขอแสดงความยินดีกับคณะทำงาน สมาชิก หน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมกันผลักดันให้ CMC เติบโตจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่เครือข่ายความร่วมมือด้านคาร์บอนที่ปัจจุบันได้การยอมรับอย่างกว้างขวาง และขอขอบคุณองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันรับรองมาตรฐาน และสถาบันการเงิน ที่ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของ CMC มาตลอด ทำให้เติบโตและสร้างประโยชน์กับสังคมได้ต่อเนื่อง

“ผมหวังว่า CMC จะยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักส่งเสริมความรู้ ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมรับมือกับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้คนรุ่นต่อไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญสานต่อความพยายามดูแลโลกและสังคมของเราในอนาคต”

“นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC เติบโตได้จากความร่วมมือของผู้ก่อตั้ง 11 องค์กร สู่เครือข่ายที่มีสมาชิกกว่า 1,800 ราย ทั้งในรูปแบบองค์กรและบุคคล โดยมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐด้านตลาดคาร์บอนและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลความรู้และสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสื่อสารและถ่ายทอดองค์ความรู้รูปแบบต่าง ๆ การเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชน ตลอดจนจัดทำเครื่องมือการซื้อขายและประเมินคาร์บอนในระดับองค์กรและบุคคล รวมถึงส่งเสริมการใช้กลไกตลาดคาร์บอนและพลังงานหมุนเวียน

บทบาท CMC ระดับภูมิภาคได้ขยายความร่วมมือผ่าน ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) ส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชนในอาเซียน สนับสนุนการเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันระหว่างตลาดคาร์บอนในภูมิภาค ตลอดจนยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอนในอาเซียน

ภารกิจเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไป โดยเชื่อมั่นการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของความร่วมมือ Bangchak Group x University Gen Z-ESG ด้วยจุดเริ่มต้นในวันนี้ ต่อยอดจากภารกิจ CMC ด้านต่าง ๆ เชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ในอนาคต

ภายในงาน กลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยลงนามทำ MOU โครงการ “Bangchak Group x University Gen Z-ESG” ร่วมกัน 9 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ด้าน ESG และความยั่งยืนให้นักศึกษาและบุคลากร เช่น CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด

รวมทั้งมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน การเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอน การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดอนาคตต่อไป

ในงานมีผู้แทนของกลุ่มบริษัทบางจาก นำทีมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน "ESG Risk, Carbon & the Next Gen Shift"  ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โอกาสจากตลาดคาร์บอน การบูรณาการ ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กร บทบาทของคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
ร่วมกับ บริษัท อาซอลล่า ไคลเมท จำกัด บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด และเพจ
 Go Green Girls บรรยายพิเศษโดย รองศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เกี่ยวกับการเร่งสร้างนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ และโอกาสในการเชื่อมโยงภาคการวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และแหล่งทุน เพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

และจัดนิทรรศการเผยแพร่ข้อมูลความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ Bangchak Initiative and Innovation Center (BiiC) เชิญชวนให้ช่วยกัน “ลด ละ เริ่ม” “ลด” รอยเท้าคาร์บอน “ละ” การสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อม “เริ่ม” ได้วันนี้และทุก ๆ วัน ผ่าน Netty เต่ามะเฟือง มาสคอตของ CMC เพื่อโลกยั่งยืน

CMC ยังคงเปิดรับสมาชิกฟรีทั้งแบบองค์กรและบุคคล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย สมัครและติดตามได้ที่ www.carbonmarketsclub.com

 


ข่าวที่ 6-TCEB-EECO”ผนึกตลาดไมซ์ดึงการลงทุนทั่วโลกสู่ EEC

 

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) “EECO” และ ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมี นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ สายงานเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EECO กับ ดร. สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการทีเส็บ เป็นพยาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงาน

 

 

            ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO เปิดเผยว่า EECO มีพันธกิจหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของภูมิภาค ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนคุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศ เน้นวางรากฐานให้กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ การแพทย์ครบวงจร ดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่  BCG และบริการ ตลอดจoบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับภาคการผลิตและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

 

            การลงนาม MOU ร่วมกับทีเส็บ ครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือของ 2 หน่วยงาน เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาประกอบกิจการในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นช่องทางทางการตลาดสำคัญ โดย EECO จะพัฒนายกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์และบริการจากพื้นที่และชุมชนในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้เกณฑ์ตามมาตรฐาน EEC Select เสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และวิสาหกิจชุมชนผ่านอุตสาหกรรมและกิจกรรมไมซ์ ช่วยสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนดังยกระดับสู่สินค้าได้ตรงความต้องการตลาด และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

 

 

            ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า อุตสาหกรรมไมซ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างเวทีเชื่อมโยงดึงการลงทุน เครือข่าย นวัตกรรม และต่อยอดสู่ความร่วมมือเชื่อมโลกสู่พื้นที่ EEC โดยทีเส็บจะใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่องมือทางการตลาดและการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลกได้เข้าถึงศักยภาพ EEC ผ่านเวทีสร้างเครือข่าย และธุรกิจ จากการประชุม งานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ การศึกษาดูงานภาคอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และพัฒนาเส้นทางการเยี่ยมชมโรงงาน (Factory Visit Routing) เพื่อเชื่อมโยงการประชุมและการลงทุนเข้ากับประสบการณ์รียนรู้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีโอกาสยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการ

 

 

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ “ทีเส็บ” วางแผนพร้อมจะดำเนินงานผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่

 

โครงการที่ 1  Empower Eastern Exhibition (EEE) ส่งเสริมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

 

โครงการที่ 2  EEC MICE Product Premium ยกระดับสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ EEC

 

โครงการที่ 3  EEC MICE Cluster Destination ส่งเสริมการตลาดและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐาน สินค้า บริการ ชุมชน สถานที่จัดงาน และการจัดงานในพื้นที่ EEC ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ร่วมผลักดันเป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนและไมซ์ในระดับโลก

 

 

รวมทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของ 2 องค์กร ที่ได้บูรณาการศักยภาพด้านการลงทุนและอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยี ควบคู่การยกระดับมาตรฐานสินค้า บริการ ชุมชน การจัดงานตามแนวทาง ESG ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก สอดรับตามนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน ในอนาคตได้ต่อไป

 

          ช่วงที่ 2 วันหยุดนี้ไปเที่ยวเมืองเก่า “พระนครศรีอยุธยา” ด้วยกัน มีงานให้เช็คอิน “ศิลป์สองแผ่นดิน” ที่หมู่บ้านญี่ปุ่น แล้วแวะไป “วัดกุฎีทอง” กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีมากกว่า 500 ปี และขอพรจาก “เจ้าแม่ทับทิม” ให้การงาน การเงิน การค้า รุ่งเรือง แล้วดูแลสุขภาพฟัง “5อาหารเช้า” กินแล้วเสี่ยงควรเลี่ยงระวังเพื่อสุขภาพที่ดี ตามมาด้วยข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “AsianaAirถอนจากสตาร์อัลไลแอนซ์” แนะผู้โดยสารเช็คบริการก่อน 16 ธ.ค.69 ข่าวที่สอง “ททท.ผนึก Air Asia MOVE 3ปี” ดึงทั่วโลกเที่ยวไทยไร้รอยต่อ

 

ท่องเที่ยว –สุขที่เที่ยวอยุธยา“ศิลป์สองแผ่นดิน-วัดกุฎีทอง-เจ้าแม่ทับทิม”

           

สถานที่เที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ขับรถสะดวก ง่าย ๆ ได้พักผ่อนฟิน ๆ ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา เปิดเมืองเก่ารอต้อนรับไว้แล้ว 3 พิกัด เริ่มจากชมกิจกรรมพิเศษศิลป์สองแผ่นดินในหมู่บ้านญี่ปุ่น ตามด้วยกราบพระวัดกุฎีทอง และไหว้ขอพรจากเจ้าแม่ทับทิม ออกเที่ยวเมืองไทยใกล้กรุงกันเลย

 

พิกัดที่ 1 หมู่บ้านญี่ปุ่น เสาร์ที่ 27-อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ชวนเที่ยวฟรีงาน “ ศิลป์สองแผ่นดิน ”  JAPAN - THAILAND MATCHA AND COFFEE CULTURAL HARMONY ดื่มด่ำรสชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรม เสน่ห์ความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น  ได้ตั้งแต่ 08.00 18.00 . มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเลือกได้หลากหลายตลอด 2 วัน ได้ถึง 5 กิจกรรม

 

-COFFEE & MATCHA EXPERIENCE :สัมผัสเสน่ห์กาแฟสเปเชียลตี้ ลิ้มรสมัทฉะต้นตำรับจากญี่ปุ่น

 

-DRESS UP & CHECK IN แต่งชุดไทย / ชุดกิโมโน เก็บภาพความประทับใจ

 

-ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ! CULTURAL WORKSHOP สนุกกับการพับกระดาษ Origami ตุ๊กตาไล่ฝน และการคัดภาษาญี่ปุ่นด้วยพู่กัน พร้อมชมโชว์วัฒนธรรมสุดพิเศษ

 

-STORY OF THAI–JAPAN CONNECTION ร่วมฟังเรื่องราว “สายธารวัฒนธรรมไทย–ญี่ปุ่น”

ผ่านความเชื่อ วิถีชีวิต และผืนผ้าแห่งกาลเวลา

 

 -FUN GAME & JAPAN POP CULTURE เปิดโลกการ์ตูน & อนิเมะ สนุกกับเกมทายเงาปริศนา

 

 พิกัดที่  2 ไหว้พระฟังเรื่องเล่า “วัดกุฎีทอง” มีมาตั้งแต่ต้นจนถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ก่อนสมเด็จพระเจ้าปราสาททองขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์นาม “พระองค์ไลย์” เคยตรัสตอนสมัยเป็นวัยรุ่นว่าหากได้เป็นเจ้าแผ่นดินเมื่อใดจะมาสร้างกุฎิปิดทองทั้งหลัง อีกไม่กี่ปีต่อพระองค์ได้สร้าง”วัดไชยวัฒนาราม” ขึ้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาและได้มอบหมายให้ช่างหลวงมาบูรณะกุฎิพร้อมลงรักปิดทองทั้งหลัง บูรณะวัดใหม่ให้นามว่า “วัดกุฎีทอง” ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรุปเก่าแก่ อายุกว่า 500 ปี ได้รับการบูณะใหม่จึงดูงดงามคล้ายพระพุทธรุปยุคปัจจุบัน

 

พิกัดที่ 3ศาลเจ้าแม่ทับทิม” ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานปรีดี-ธำรง ขาเข้าเมือง ถนนโรจนะ ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอพระนครศรีอยุธยา ลงสะพานประมาณ 300 เมตร เปิดให้สักการะขอพรความสำเร็จในหน้าที่การงานและ งานค้า งานขาย” มาได้ทุกวันเปิดตั้งแต่ 8.00-17.00 น.

 

ตามประวัติเล่าต่อๆ กันมาว่า ศาลเจ้าเดิมอยู่ริมน้ำป่าสัก เป็นเรือนไม้สร้างด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้าน และชาวเรือ กระทั่งปี 2508 สมาคมไหหลำร่วมกับพี่น้องชาวกรุงเก่าจัดหาสถานที่ใหม่สร้างอาคารปูนสถาปัตยกรรมจีนที่สวยงามมาก

 

ททท.สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย ในพระนครศรีอยุธยาร่วมแคมเปญ “Fin Feel Good : สุขใจทุกวัน เที่ยวอยุธยา–สระบุรีให้ฟิน กิน ช้อป เช็กอิน รับ “น้องสุขใจ” กลับบ้าน เมื่อได้มาสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าและธรรมชาติใกล้กรุง เมื่อมียอดใช้จ่ายตามร้านอาหารหรือคาเฟ่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หรือ จ.สระบุรี ครบ 500 บาทขึ้นไป (รวมใบเสร็จได้) วันนี้ -31 กรกฎาคม 2569 รีบเที่ยวได้เลย 100 คนแรก รับฟรี! “กระเป๋าน้องสุขใจสุดเก๋”

 

ร่วมกิจกรรมง่าย ๆ 1.สแกน QR Code กรอกแบบสอบถาม 2.แนบใบเสร็จร้านอาหาร / คาเฟ่ มูลค่าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป (รวมใบเสร็จได้และใช้จ่ายระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2569) 3.แนบภาพถ่ายตัวเองร่วมกับร้านที่ใช้สิทธิ์

 

             “พระนครศรีอยุธยา” มาเที่ยวได้ทั้งปี ตลอด 365 วัน กรีน ซีซั่น นี้ ปักหมุดรับความสุขทันทีที่ได้เที่ยวเมืองไทย

 

สุขภาพ –5 อาหารเช้ากินแล้วเสี่ยงควรเลี่ยงระวังเพื่อสุขภาพที่ดี

 

ด้วย ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ต้องรีบเดินทาง นักโภชนาการและโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ออกมาบอกเรื่องควรระวังหรือเลี่ยงการกินในตอนเช้า ที่อาจเสี่ยงทำลายสุขภาพ อีกทั้งยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเร็วพุ่งเร็ว หรือกระตุ้นการสะสมไขมัน โดยแนะนำลดเสี่ยงเลี่ยงการกินอาหารตอนเช้า 5 ชนิดนี้ คือ

 

1.เนื้อสัตว์แปรรูป (ไส้กรอก, เบคอน, แฮม): มีโซเดียมและไขมันอิ่มตัวสูง เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตและโรคหัวใจ

 

2.ปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ผสมน้ำตาล: ปาท่องโก๋อมน้ำมันและใช้แป้งขัดสี เสี่ยงอ้วนและไขมันในเลือดสูง

 

3.ข้าวเหนียวหมูปิ้ง (ส่วนที่ไหม้เกรียม): ข้าวเหนียวดูดซึมน้ำตาลเร็ว และส่วนไหม้เกรียมของหมูปิ้งเสี่ยงสารก่อมะเร็ง

 

4.ซีเรียลและเบเกอรี่: ขนมปังขาว เบเกอรี่ และซีเรียลสำเร็จรูปมักมีน้ำตาลสูง ทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งและหิวเร็ว

 

5.เครื่องดื่มรสหวานจัด (ชานมไข่มุก, กาแฟเย็น, น้ำผลไม้กล่อง): ให้พลังงานสูง ไม่มีกากใย เสี่ยงโรคเบาหวานและไขมันพอกตับ

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –“AsianaAir”ถอนจากสตาร์ฯผู้โดยสารเช็คบริการก่อน16ธ.ค.69

 

“อาเซียน่า แอร์ไลน์ส” (Asiana Airlines) สายการบินเอกชนระดับพรีเมี่ยมของเกาหลีใต้ ประกาศเตรียมออกจากสมาชิก “สตาร์ อัลไลแอนซ์” อย่างเป็นทางการวันที่ 16 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป นับจากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกลุ่มการบินระดับโลกดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2546 กระทั่งถึงปีนี้นานกว่า 23 ปี

 

ช่วงเปลี่ยนผ่านทาง “สตาร์ อัลไลแอนซ์และอาเซียน่า แอร์ไลน์ส”  จะร่วมกันดูแลผู้โดยสารให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยสมาชิก “โปรแกรมสะสมไมล์” ของสายการบินในเครือสตาร์อัลไลแอนซ์ยังสามารถสะสมไมล์สายการบินดังกล่าวได้ในเที่ยวบินที่ออกเดินทางไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม 2569

 

“ผู้โดยสาร” สามารถใช้ไมล์สะสมเพื่อแลกตั๋วโดยสารหรืออัปเกรดที่นั่งบนเที่ยวบินอาเซียน่า แอร์ไลน์สได้ตามเงื่อนไขของแต่ละโปรแกรมสะสมไมล์จนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2569

 

สำหรับสมาชิกสตาร์ อัลไลแอนซ์ ที่มีสถานะ Gold และ Silver จะยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น บริการเช็กอินพิเศษ สิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อน การเข้าใช้ห้องรับรองผู้โดยสาร จนถึงวันสุดท้ายที่อาเซียน่า แอร์ไลน์ส จะสิ้นสุดการเป็นสมาชิกพันธมิตร

 

ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป “สตาร์ อัลไลแอนซ์” จะเหลือสมาชิกสายการบินทั่วโลกทั้งหมด 25 สายการบิน หลังจาก “อาเซียน่า แอร์ไลน์ส” ออกจากสมาชิกแล้ว ยังคงมีสายการบินกลุ่มสตาร์ อัลไลแอนซ์ ให้บริการเข้าออกท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ รวม 14 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย สิงคโปร์แอร์ไลน์ส แอร์แคนาดา แอร์ไชน่า เสิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ อีวีเอแอร์ แอร์อินเดีย แอร์นิวซีแลนด์ เอทิโอเปียแอร์ไลน์ส ลุฟท์ฮันซ่า ล็อตโปแลนด์แอร์ไลน์ส สวิสแอร์   เตอร์กีสช์แอร์ไลน์ส ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส

 

ส่วนลุฟท์ฮันซ่า จัดทำแผนล่วงหน้า ด้วยการเริ่มโอนการคุ้มครองตั๋วโดยสารบางส่วนให้ลูกค้าไปใช้โคเรียนท์ แอร์ แทน เริ่มกันยายน 2569 รวมทั้งร่วมกับเจจูแอร์และโคเรียลด้วยเพื่อเชื่อมต่อเที่ยวบินเดินทางภายในประเทศเกาหลีใต้

 

ปัจจุบันสายการบินสมาชิกสตาร์ อัลไลแอนซ์ ให้บริการบินจากอินชอนสู่ทั่วโลก 29 จุดหมายปลายทาง เดือนละมากกว่า 1,900 เที่ยว

 

ข่าวที่สอง ททท.ผนึกAir Asia MOVE3 ปี ดึงทั่วโลกเที่ยวไทยไร้รอยต่อ

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ลงนามความร่วมมือกับ AirAsia MOVE แพลตฟอร์มตัวแทนขายการท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agency: OTA) ชั้นนำของเอเชีย เป็นเวลา 3 ปี สอดคล้องตามแนวทางททท. Amazing 5 Economy ด้านแพลตฟอร์ม อีโคโนมี มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางอย่างไร้รอยต่อระหว่างโลกออนไลน์กับออฟไลน์

 

 

            ททท.และ AirAsia MOVE จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตด้วยกลยุทธ์ ผสานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางและศักยภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าว เข้ากับแคมเปญ ททท.“5 Must Do in Thailand” นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย มุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจโดยตรงให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่นทั่วประเทศ และสนับสนุนการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอด 365 วัน กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสร้างเศรษฐกิจประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

 

          นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้ได้ขับเคลื่อน Platform Economy 1 ใน 5 เสาหลักของ Amazing 5 Economy ที่ ททท. ใช้เป็นแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ควบคู่ไปกับ “Life-Night -Subculture-Circular Economy ที่มีเครือข่ายนักเดินทางระดับภูมิภาคและฐานผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านราย/เดือน AirAsia MOVE ถือเป็นพันธมิตรที่จะเชื่อมต่อประสบการณ์การเดินทางระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว และส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities) แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว ซึ่งเป็นอนาคตสำคัญของการท่องเที่ยวไทย

 

 

          นางสาวนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับภูมิภาค และ AirAsia MOVE มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุน Platform Economy ภายใต้กรอบ Amazing 5 Economy ของ ททท. กระตุ้นกลุ่มนักเดินทางอาเซียน เติบโตตลอด 3 ปีข้างหน้า พร้อมใช้ศักยภาพแพลตฟอร์ม ที่มีฐานผู้ใช้งานระดับภูมิภาค และข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทาง เปลี่ยนความต้องการในการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และไร้รอยต่อ ช่วยสร้างอุปสงค์ทางการท่องเที่ยว ส่งต่อโอกาสสู่ผู้ประกอบการไทย สนับสนุนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

          ททท. และ AirAsia MOVE พร้อมผนึกกำลังใช้เทคโนโลยี ข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทาง และเครือข่ายการท่องเที่ยวในภูมิภาค ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าสู่ไทย สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

"ทูลกระหม่อม"เสด็จเปิด Amazing Thailand Fest 2026 ททท.โปรโมทเสน่ห์อาหารไทยเพิ่มตลาดคุณภาพมาเลเซีย

  "ทูลกระหม่อม"เสด็จเปิด Amazing Thailand Fest 2026  ททท.โปรโมทเสน่ห์อาหารไทยเพิ่มตลาดคุณภาพมาเลเซีย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญ...