วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP SPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ยSPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP SPENDERS

ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPower #TopSpender #เที่ยวไทยจีนเสริมเฮงตามฮวงจุ้ย


ปรานต์ชญาน์ อภิลัคนานุวัต รองประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์  พร้อมพา นำ TOP SPENDERS 32 คน ลูกค้า คิงเพาเวอร์ THE ATLAS CLUB สมาชิก POWER PASS สถานะ VEGA ที่ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดกับประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ 2 กิจกรรม คือ “เสริมดวงรับปีม้า ล่องเรือเจ้าพระยาไหว้สามเทพศักดิ์สิทธิ์ปรับชะตาชีวิต” และทริปเสริมพลังฮวงจุ้ยปฐมจักรพรรดิ ซานตง-ไท่ซาน เชื่อมพลังฟ้าดิน พลิกชะตา เปิดคลังสมบัติดวงมั่งคั่ง เสริมอำนาจและบารมี ตามหลักโหราศาสตร์ “ฮวงจุ้ย”


กิจกรรมแรก “ทริปล่องเรือเสริมพลัง 3 เทพเจ้าความมั่งคั่ง เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา” นำสมาชิกล่องเรือ SAFFRON CRUISE BY BANYAN TREE รับพลังงานเสริมความมั่งคั่ง สักการะ 3 เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้โหราศาสตร์จีน “ฮวงจุ้ย” กับ คุณกิตติธัช นำทักษ์ชัยกุล ทายาทรุ่น 3 ปฏิทินจีนโบราณน่ำเอี๊ยง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์จีนและฤกษ์ยามจีนโบราณ มาให้คำแนะนำ “ศาสตร์แห่งศรัทธา : ถอดรหัสเสริมพลังงานธาตุ สู่ความมั่งคั่ง” พร้อมมื้อกลางวันสุดพิเศษ ชมสถานที่ประวัติศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำที่สวยงาม

 


จุดแรก : พิธีป๋ออุ่ง ขอพรด้านสุขภาพ ต่อ “เทพเจ้าโจวซือกง”  ที่ศาลเจ้าโจวซือกง ตลาดน้อย

จุดที่สอง : ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน “ขอพรด้านการค้า” ความยุติธรรมในคดีความ การซื้อ–ขายที่ดิน ความมั่นคงในชีวิต ต่อ “เทพเจ้ากวนอู” แห่งความซื่อสัตย์ ส่งเสริมธุรกิจการงานให้เจริญก้าวหน้า

จุดที่สาม : ขอพร “องค์เจ้าแม่กวนอิมไม้ศักดิ์สิทธิ์” ที่ ศาลเจ้าเกียนอันเกง” ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาย่านกุฎีจีน โดยเชื่อกันว่าองค์เจ้าแม่กวนอิมสามารถรับรู้คำอธิษฐานโดยตรง และตอบสนองด้วยพลังแห่งเมตตา โดยมีคุณบุณยนิธย์ สิมะเสถียร ทายาทที่ช่วยดูแลสถานที่ร่วมบอกเล่าเรื่องราวและให้รู้ถึงพลังความศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาหลายร้อยปี

 


กิจกรรมที่ 2 ทริปเปิดคลังสมบัติดวงมั่งคั่ง เสริมพลังฮวงจุ้ยปฐมจักรพรรดิ ซานตง-ไท่ซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตำนานพิธีไหว้ฟ้าดินของจิ๋นซีฮ่องเต้ รับพลังงานฟ้าดินที่เขาไท่ซาน หรือ “ประมุขแห่งปัญจมหาคีรี” มรดกโลกจากยูเนสโก UNESCO จุดรับพลังหยาง “ปรับดวงชะตา”

เริ่มต้นเปิดรับพลังมงคลและรีเซ็ตจังหวะชีวิตใหม่ในพิธี “เฟิงซาน” บวงสรวงฟ้า-ดินของจักรพรรดิจีนโบราณที่ “วัดไต้เหมี่ยว” โดย อาจารย์สุชานิตา มาเพิ่ม ศิษย์เอกผู้ช่วยสอนฮวงจุ้ยและดวงจีน กับอาจารย์เกรียงไกร บุญธกานนท์ ผู้ก่อตั้งชมรมภูมิโหราศาสตร์ มูลนิธิสุสานฮูลินและเทียนฐานประตูสวรรค์  ร่วมพิธีบวงสรวงแบบเฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ มอบให้สมาชิก ด้วยไฮไลท์การเขียนคำอธิษฐานลงบนม้วนผ้าแพรที่เก็บรักษาไว้อย่างถาวร ที่หอสมุดศักดิ์สิทธิ์ของวัดนี้

 


จากนั้นก็เดินทางไป รับพลังหยางเปิดดวงชะตา บนยอดเขาศักดิ์สิทธิ์จุดเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับสวรรค์ใกล้ที่สุด ปิดท้ายด้วยการขอพร “พระพุทธรูปทองคำ” ด้านการเงินตอกย้ำการเสริมพลังความมั่งคั่งให้ชีวิต

รวมทั้งยังได้นำสมาชิกสัมผัสประตูสู่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ “ขงจื๊อ” เยี่ยมชมความงดงาม พร้อมศึกษาเรื่องราวคุณค่าทางศิลปะที่ “วัดสุสาน และคฤหาสน์ตระกูลขงจื๊อ เมืองฉู่ฟู่” มรดกโลกยูเนส สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขงจื๊อปี 478 ก่อนคริสต์ศักราช ตลอดการเดินทางสมาชิก ได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ด้วยเมนูอาหารฮ่องเต้สูตรลับจากวังหลวง ที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน

คิง เพาเวอร์ เชิญชวน สมาชิกทุกกลุ่มมาร่วมเป็น TOP SPENDERS  พร้อมรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย ได้ในโอกาสต่อไป



Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอนยกระดับสู่ภาคปฏิบัติ

Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอน

ผนึกสมชิกขยายความร่วมมือยกระดับภูมิภาคสู่ภาคปฏิบัติ

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #CarbonMarketClub #dกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน #ACCF

กรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน บางจากนำ Carbon Markets Club ผนึกสมาชิกเดินหน้าความร่วมมือยกระดับภูมิภาค พัฒนาสู่ตลาดคาร์บอนภาคปฏิบัติ

            นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF เปิดเผยว่า ล่าสุด ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) หรือกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน ได้รายงานความคืบหน้าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลาดคาร์บอนคุณภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมสมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ได้จัดการประชุม ACCF Steering Committee หรือคณะกรรมการที่สิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity Week 2026

โดยได้กล่าวถึงแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 และแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 รวมทั้งได้รับการอ้างอิงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN Capital Markets Forum  ตลอดปี 2568 ACCF ได้สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากลเช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและตลาดโลกให้การยอมรับคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน



ACCF ดำเนินงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.อุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน (Supply and Demand) 2.โครงสร้างพื้นฐานของตลาด (Market Infrastructure) 3.การสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพ (Strategic Communications and Capacity Building) โดยได้ผลักดันความสอดคล้องด้านนโยบาย (Policy Alignment) และธุรกรรมนำร่อง (Pilot Transactions) เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ มีสมาคมสมาชิกในแต่ละประเทศได้ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าดังกล่าว ผ่านโครงการระดับประเทศและภูมิภาคเชื่อมโยงกัน ได้แก่ Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA), Malaysia Carbon Market Association (MCMA) และ Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ร่วมสนับสนุนหลักการร่วมภายใต้ Coalition to Grow Carbon Markets อย่างเป็นทางการ



            “ประเทศไทย Carbon Markets Club (CMC) ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) รวมถึงการนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทย ขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก พร้อมกับร่วมสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative (HACI) ดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ และสนับสนุนการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนา

ทาง CMC ยังมีภารกิจด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพของ ACCF การพัฒนาแนวทางการสื่อสารและอัตลักษณ์องค์กร เพื่อสร้างการความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

พัฒนาการทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ACCF ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่สนับสนุนการประสานความสอดคล้องระหว่างระบบที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ พร้อมเปิดทางเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกประเทศใช้ระบบเดียวกัน แต่คือการทำให้ระบบที่แตกต่างกันเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ



ระยะต่อไป ACCF จะยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านคณะทำงานต่าง ๆ รวมถึงธุรกรรมนำร่อง การประสานความสอดคล้องด้านนโยบาย การพัฒนาศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน สนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดน และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในวงกว้าง

            ACCF ยังจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำและการประสานงาน โดยสมาคมสมาชิกจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการหมุนเวียนบทบาท เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและผลักดันเป้าหมายร่วมกันต่อไป การประชุมคณะกรรมการบริหารไตรมาส 2 ที่ SSFA ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญการส่งมอบตำแหน่งประธาน ACCF จาก MCMA ไปยัง SSFA จะเริ่มมีผลช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทาง ACCF จะยังคงขยายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนให้เชื่อมโยงกันและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นต่อไป

Malaysia Carbon Market Association (MCMA) มีบทบาทสำคัญสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนมาเลเซีย และเปิดตัวนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติของมาเลเซียเมื่อเมษายน 2569 ระบุให้ ACCF เป็นกลไกสำคัญสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค และสะท้อนถึงความสอดคล้องที่เพิ่มขึ้นระหว่างกรอบนโยบายระดับประเทศกับความร่วมมือภูมิภาค MCMA ยังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดและการประสานด้านนโยบาย เพื่อเสริมสร้างปัจจัยเอื้อต่อการมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดน

            ASEAN Alliance on Carbon Markets (AACM) ยังคงสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมสมาชิก รวมถึงการผลักดันคณะทำงานสำคัญด้านการจัดทำข้อมูลอุปสงค์และอุปทาน โครงสร้างพื้นฐานของตลาด การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ภายใต้คณะทำงานด้านการยอมรับวิธีการคำนวณร่วมกันของโครงการคาร์บอนเครดิตในระบบต่าง ๆ AACM และ Fairatmos ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลระดับภูมิภาคสำหรับวิธีการคำนวณโครงการคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และการหารืออย่างต่อเนื่องกับผู้กำหนดนโยบาย พันธมิตรด้านเทคนิค ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค ผ่านเวทีต่าง ๆ เช่น ASEAN Climate Forum ยังช่วยเสริมสร้างความสอดคล้องและความพร้อมด้านการลงทุนของภูมิภาค



Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ได้ผลักดันการจัดทำคู่มือ “Implementation Guide for Corporate Usage of High-Integrity Carbon Credits” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงควบคู่กับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คู่มือดังกล่าวได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับกรอบแนวทางทั้งระดับประเทศและสากล รวมถึงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่สำนักงานเลขาธิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติสิงคโปร์

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และ Enterprise Singapore เผยแพร่ร่วมกันในเดือนตุลาคม 2568 แนวทางดังกล่าวมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจด้วยหลักเกณฑ์และขั้นตอนเชิงปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้จะพัฒนาขึ้นในบริบทของสิงคโปร์ แต่ยังสามารถใช้เป็นแนวทางอ้างอิงระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกันมากขึ้น และเสริมสร้างสัญญาณอุปสงค์ของตลาดคาร์บอนในอาเซียน

 Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA) มุ่งเน้นผลักดันการดำเนินงานภาคปฏิบัติผ่านการพัฒนาโครงการ การกระตุ้นตลาด และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนทั้งด้านอุปทานคาร์บอนเครดิตและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด โดยความพยายามดำเนินอยู่รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของ transition credits โดยเฉพาะกรณีการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด ตลอดจนความคืบหน้าด้าน Carbon Capture and Storage (CCS) 

IDCTA ยังเดินหน้าสร้างเวทีหารือและความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของระบบนิเวศตลาดคาร์บอน พร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและสากล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ธุรกรรมนำร่อง ความร่วมมือข้ามพรมแดน ความพยายามเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุปทานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สามารถขยายตัวได้ในอนาคต

           

 

ททท.รุกตลาดใกล้เอเชียฯม.ค.-พ.ค.69เข้าไทย8.29ล้านคน-Q3/69 พ.ค.-ส.ค.ทรงตัว

ททท.รุกตลาดใกล้เอเชียฯม.ค.-พ.ค.69เข้าไทย8.29ล้านคน

จีนแชมป์โต18%-Q3/69 พ.ค.-ส.ค.ทรงตัว-เติบโตเล็กน้อย

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Shorthaul #AsiaPacific

ททท.ผ่าตลาดท่องเที่ยวระยะใกล้เอเชียและแปซิฟิกใต้ 1 ม.ค.-16 พ.ค.69 มาไทยแล้ว 8.24 ล้านคน “จีน” แชมป์โตสูงสุด 18.79 % ไตรมาส 3 ปี 69 “ทรงและขยายตัว” เล็กน้อย ชู 4 ปัจจัยหนุน “วันหยุดทั่วอาเซียน/เอเชีย-เจาะตลาดคุณภาพ-กระแสทัวร์คอนเสิร์ต- Thailand Summer Blast


 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Shorthaul) เดินทางมาไทยแล้วกว่า 8.24 ล้านคน “เอเชียตะวันออก” เติบโตแรงสุดคือ “สาธารณรัฐปราชนจีน” ครองแชมป์เป็นตลาดหลักเติบโตสูงสุด 18.79 % ส่วนอีก 4 ตลาด อินเดีย ไต้หวัน เมียนมา ฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง คาดตลอดปี 2569 มีนักท่องเที่ยวมาไทยรวม 21.87 ล้านคน

ช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ประเมินสถานการณ์ตลาดระยะใกล้มี “แนวโน้มทรงตัว” ถึงขยายตัวเล็กน้อย จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดภาคเรียน (School Holidays) ในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ ช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม รวมถึงช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีน

ส่วน “ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน” ปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางระยะใกล้หรือภายในภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันยิ่งทวีความเข้มข้น

ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2569 ททท.เล็งเห็นถึงจังหวะสำคัญของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและช่วงชิงขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับกลยุทธ์จากแนวคิด ฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยจำนวน (Volume Recovery) สู่การขับเคลื่อนด้านมูลค่า (Value-driven Growth) ในระยะยาวจะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



โดยททท. พร้อมเดินหน้ากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ส่งเสริมการเดินทางช่วงวันหยุดและฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทางและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดย ททท.  

สถิติระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ (shorthaul) มาไทยรวมทั้งสิ้น 8.24 ล้านคน  นำโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออก  3.73 ล้านคน ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ รวม 4.50 ล้านคน  เดินทางมามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.สาธารณรัฐประชาชนจีน 2,151,861 คน เติบโต 18.79 % หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 340,000 คน โดยมีเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

2.มาเลเซีย 1.46 ล้านคน

3.อินเดีย  941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80 %

4.เกาหลีใต้ 0.51 ล้านคน  

5.ไต้หวัน  410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68 %  เป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางอิสระ (FIT) และเดินทางท่องเที่ยวซ้ำสูง (Repeat Visitor)



ขณะที่ “เมียนมา” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะสม 291,913 คน เพิ่มขึ้น 24.47 % ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง   

“ฟิลิปปินส์” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้ว 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21 % ไทยยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 1 ใน 10

 

            ตลาดเอเชียมีแรงกระตุ้นเป็นแม่เหล็กจูงใจให้นักท่องเที่ยวตลาดเอเชียเดินทางเข้ามาไทยในทิศทางที่แข็งแกร่งช่วงนี้จากสนับสนุนการเดินทาง 4 ปัจจัย




ปัจจัยที่ 1 การทำตลาดเชิงรุกมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มความสนใจพิเศษ เช่น กลุ่มอินเซ็นทีฟ กอล์ฟ เวลเนส และเดินทางเป็นคู่

ปัจจัยที่ 2 จัดทำโครงการกระตุ้นตลาดต่างประเทศ Thailand Summer Blast โดยสนับสนุนการเชื่อมต่อเที่ยว ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ  และทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์     

ปัจจัยที่  3 กระแสการเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ต แฟนคอน และแฟนมีตของศิลปิน K-pop และ T-pop ในไทย ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับจาก อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ซึ่งเป็นตลาดแฟนคลับขนาดใหญ่และมีกำลังใช้จ่ายสูง   

ปัจจัยที่ 4 นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการขยายช่วงวันหยุดยาวของประเทศตลาดหลักอย่างจีน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกเดินทางท่องเที่ยวไทย

 


           

 

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“สวนดุสิตอรุณ”ที่ดุสิตเซ็นทรัลพาร์คเปิดฟรีแอโรบิคลอยฟ้า “Aerobic in the Park”

สวนดุสิตอรุณ”ที่ดุสิตเซ็นทรัลพาร์คเปิดฟรีแอโรบิคลอยฟ้า

บูม “Aerobic in the Park” ขานรับเทรนด์คนกรุงรักสุขภาพ

สวนดุสิตอรุณ สวนลอยฟ้าในดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค เปิดร่วมฟรี Aerobic in the Park”ทุกวันพุธ 18.00-19.00 น.

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สวนดุสิตอรุณ #ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค #AerobicInThePark

สวนดุสิตอรุณ” ใน ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เปิดร่วมฟรีฟิตกลางกรุงกับกิจกรรมแอโรบิคลอยฟ้า “Aerobic in the Park” ทุกวันพุธ 18.00-19.00 น.ขานรับเทรนด์คนรักสุขภาพ ยกทีมผู้สอนจากสวนลุมมานำเต้นสุดมันส์

“กลุ่มดุสิตธานี”  นำพื้นที่ “สวนดุสิตอรุณ ชั้น 6” ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” เปิดฟรีต้อนรับกิจกรรม “Aerobic in the Parkที่ได้เนรมิตสวนลอยฟ้าใจกลางย่านธุรกิจให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพสำหรับทุกคน ชูไลฟ์สไตล์แอคทีฟ สุขภาพดี เข้าถึงง่าย



กิจกรรม “Aerobic in the Park” เปิดให้คนรักสุขภาพเข้าร่วมฟรีได้ทุกวันพุธ ระหว่าง 18.00 – 19.00 ที่สวนดุสิตอรุณ ชั้น 6 ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

เป็นการนำเทรนด์ออกกำลังกายยอดนิยมจากสวนลุมพินีมาสู่สวนลอยฟ้า โดยได้ทีมครูผู้สอนมืออาชีพจาก Dance for U (ทีมเดียวกับสวนลุมพินี) มานำเต้นอย่างสนุกและปลอดภัย พร้อมการสนับสนุนจาก Lululemon และทีมช่างภาพ DGI ร่วมบันทึกบรรยากาศความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมทุกคน

“สวนดุสิตอรุณ” ถูกออกแบบให้เป็น “ปอดของชุมชน” ท่ามกลางเมืองใหญ่ เติมเต็มพื้นที่สีเขียว เชื่อมต่อแนวคิดระบบนิเวศเมืองกับสวนลุมพินี เอื้อต่อการไหลเวียนของลมและธรรมชาติ เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อน ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติได้ทุกวัน

 ติดตามรายละเอียดเพิ่มทาง LINE Official Account: @dusitcentralpark

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟTOP SPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ยSPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย

คิงเพาเวอร์จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ TOP SPENDERS ช้อปมากเที่ยวฟรีเสริมมั่งคั่ง“ไทย-จีน”เฮงตามฮวงจุ้ย   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #...