วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ททท.นำไทยคว้ารางวัลในเวทีโลก Weibo Gala 2026 นำศิลปินไทย-จีนโชว์พลังซอฟท์พาวเวอร์-เสน่ห์ไทย

ททท.นำไทยคว้ารางวัลในเวทีโลก Weibo Gala 2026

นำศิลปินไทย-จีนโชว์พลังซอฟท์พาวเวอร์-เสน่ห์ไทย

ททท.นำไทยคว้ารางวัล "Weibo Thailand Best Travel Destination Country" เวทีโลก “Weibo Gala 2026” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WeiboGala2026 #ไทยคว้ารางวัลระดับโลก

ททท.นำไทยคว้ารางวัล "Weibo Thailand Best Travel Destination Country" เวทีโลก “Weibo Gala 2026” นำศิลปินดัง ไทย จีน โชว์พลังซอฟท์ พาวเวอร์ เสน่ห์ไทย ด้าน ททท.ในจีน 5 สำนักงาน ลุยใช้แคมเปญ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” ปลุกตลาดคุณภาพ


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คว้ารางวัล "Weibo Thailand Best Travel Destination Country" บนเวทีระดับโลก “Weibo Gala 2026” โดยได้นำเสนอพลัง ซอฟท์ พาวเวอร์ รวมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง ขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคุณภาพ โดยเจาะลึกวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่จึนเต็มรูปแบบในฐานะตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยการจัดงานระดับภูมิภาค “Weibo Gala 2026 : Weibo Cultural Communication Night” ที่สยามพารากอน ฮอลล์ เชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนครบรอบ 51 ปี พร้อมสร้างปรากฏการณ์คว้ารางวัลดังกล่าว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่นักท่องเที่ยวชาวจีนมีต่อประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

การสนับสนุนจัดงานครั้งนี้ สอดคล้องกับภารกิจกระตุ้นนักท่องเที่ยวคุณภาพตลาดจีน โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและอุตสาหกรรมบันเทิงให้เกิดประโยชน์จากที่มีผู้ใช้งานทั่วจีนหลายร้อยล้านคน “งาน Weibo Gala 2026” เป็นศูนย์รวมของศิลปิน ผู้ทรงอิทธิพล สื่อมวลชน ครีเอเตอร์ระดับแนวหน้าของทั้งไทยและจีน ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อนักท่องเที่ยวในการตัดสินใจเดินทาง


สำหรับรางวัล Weibo Thailand Best Travel Destination Country ที่ ททท. ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย รวมถึงความมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การเดินทางอันประทับใจ ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสเสน่ห์ในแบบฉบับ Amazing Thailand

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.ใช้โอกาสนี้ดำเนินกลยุทธ์ Content Marketing เชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านศิลปินชื่อดัง เชิญนักแสดงชาวจีน He Changxi และ He Yanzhao เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทย ที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และย่านประวัติศาสตร์อย่างทรงวาด–ตลาดน้อย กรุงเทพมหานคร และได้ส่งศิลปินไทย อาโป ณัฐวิญญ์ และ Butterbear เดินทางไปถ่ายทำคอนเทนต์นำเสนออัตลักษณ์ไทย ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเผยแพร่เสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตสู่สายตาชาวจีน ความร่วมมือผ่านกลุ่มศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์


กิจกรรมอันหลากหลายเห่านี้จะช่วยขยายฐานการรับรู้ กระตุ้นการใช้จ่ายให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตอกย้ำบทบาท “เสน่ห์ไทย” ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยบนเวทีนานาชาติ สอดรับกับแคมเปญการตลาดของ ททท. สำนักงานในจีนทั้ง 5 แห่ง ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” และภายใต้โครงการ “中泰一家 : จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ถ่ายทอดแนวคิด “การเดินทางที่หัวใจเลือก”เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง มอบประสบการณ์การเดินทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความสนใจ และความรู้สึกของแต่ละบุคคล อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความประทับใจ ความผูกพันกับเมืองไทยในระยะยาว




วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569

TCEBปั้นคนไมซ์เปิดหลักสูตรแรกในเมืองไทย“CVM” งัด8โมดูลพลิกโฉมไมซ์ไทยหนุนมูลค่าเศรษฐกิจ3แสนล้าน/ปี


สุกัญญา จันทร์ชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรแมทช์ เอ็กซ์ จำกัด


เจาะลึก!!TCEBปั้นคนไมซ์เปิดหลักสูตรแรกในเมืองไทย“CVM

งัด8โมดูลพลิกโฉมไมซ์ไทยหนุนมูลค่าเศรษฐกิจ3แสนล้าน/ปี

5สมาคม+โปรแมทช์ฯนำผู้เชี่ยวชาญปั้นคนในธุรกิจสู่ยุคใหม่

กระตุ้นเอกชน/รัฐ/ท้องถิ่นใช้หลักสูตรพลิกโฉมธุรกิจ 7 อย่าง

คิงเพาเวอร์ ซิตี้ บูทีก ต้อนรับ ส.ค.69 ลดสนั่นสุดพลัง 40%

คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิแจกฟรีคูปอง+ส่วนลดแบรนด์เนม30%

ททท.ชูความสำเร็จ“เซี่ยงไฮ้/เฉิงตู/ปักกิ่ง”ขายเวลเนส+กีฬา

“บางจาก-อบก.”ผนึกนำไทยยกระดับตลาดคาร์บอนสู่สากล

สิงหาพาแม่เที่ยววัดโพธิ์-ท่าเตียนไหว้พระนวดไทยดินเนอร์

4วิธีช่วยเด็กพัฒนาทักษะทางอารมณ์โตเป็นผู้ใหญ่คิดบวก

บันยันกรุ๊ปผนึกพันธมิตรชูภูเก็ตเที่ยวยั่งยืนจัดPHIST 2026

อโกด้าชี้ยุโรปแห่ทัวร์ฤดูร้อนไทย3แห่ง“กรุงเทพ-สมุย-พัทยา”

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #สิงหาพาแม่เที่ยววัดโพธิ์ท่าเตียน

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1BYJs3XfA8/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสุกัญญา จันทร์ชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรแมชท์เอ็กซ์ จำกัด รวมพลัง TCEB เปิดครั้งแรกในเมืองไทยหลักสูตร “ปั้นคนไมซ์” จัดเต็มเหนี่ยวหลักสูตร Certified Venue Management : CVM” 8 Module นำร่อง 24-27 ส.ค.69 รวมพลังแถวหน้าของเมือง 5 สมาคม ปลุกบุคลากรรัฐเอกชนทั่วไทย 5 กลุ่ม “ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม-ไมซ์ออร์กาไนเซอร์-เจ้าของศูนย์ประชุมรัฐ เอกชน-สถาบันการศึกษา-องค์กรท้องถิ่น” เร่งยกระดับคนเข้าสู่อุตสาหกรรมไมซ์ไทยในเวทีโลก ต่อยอดประโยชน์อนาคตชาติ 7 เรื่อง “1.สร้างคน 2.เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไมซ์ 3 แสนล้าน 3.เชื่อมเครือข่ายผู้อบรม 4.เพิ่มความสามารถการแข่งขันยกระดับสถานที่จัดงาน 5.ดึงงานใหม่ระดับโลก 6.ตอบโจทย์ความยั่งยืน 7.ดันไทยประเทศผู้นำจุดหมายไมซ์แห่งเอเชีย

นางสุกัญญา จันทร์ชู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรแมชท์เอ็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้จับมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดหลักสูตร Certified Venue Management : CVMเป็นครั้งแรกในเมืองไทย นำร่องรับบุคลากรเข้าอบรม 8 Module ระหว่าง 24–27 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับบุคลากรทั้งระบบของเมืองไทยในอุตสาหกรรมไมซ์โดยเฉพาะทางด้าน “สถานที่จัดไมซ์ : Venue” ซึ่งเป็นธุรกิจที่จะต้องพุ่งเป้าพัฒนาหัวใจหลักคือ 1.มุ่งสร้างประสบการณ์ให้ผู้จัดการ 2.สร้างมูลค่าให้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ เพราะฉนั้นหลักสูตรนี้จึงไม่ได้สอนกรอบการบริหารจัดการแต่จะสอนการทำธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

จากการหารือร่วมกันจึงได้มีโอกาสสร้างหลักสูตร Certified Venue Management : CVM” ตามแผนงานของทีเส็บ มุ่งมั่นสร้าง “นักบริหารสถานที่จัดไมซ์” ให้มีวิสัยทัศน์ มาตรฐาน ความพร้อม สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ครบเครื่องด้านกลยุทธ์ การบริการ และนวัตกรรม ตอบโจทย์แบบครบวงจร โดยได้บูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับคณาจารย์จากสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสถานที่จัดงานไมซ์ ผู้บริหารจากสถานที่จัดงานชั้นนำของเมืองไทย มารวมตัวกันร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้หลักสูตรสามารถตอบโจทย์การปฏิบัติงานจริงของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมี “ทีเส็บ” เป็นเจ้าของหลักสูตรแรกของเมืองไทย CVM โดยได้ร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในอุตสาหกรรมไมซ์ชั้นนำของไทย 5 สมาคมวิชาชีพหลัก ได้แก่ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) “TICA” สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) “TEA” สมาคมโรงแรมไทย “THA” สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน “EMA” และสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมด้านการเดินทางท่องเที่ยว (ไทย) “SITE Thailand”



“ความพิเศษ” ในการจัดอบรมหลักสูตร CVM ครั้งแรกนี้คือ ได้เชิญผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญจากวงการสมาคมโรงแรม และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ มาร่วมออกแบบและเป็นวิทยากรด้วย จึงสอดคล้องกับการทำงานจริงในภาคปฏิบัติ โดยได้สรรหา “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” เช่น การตลาด การบริหารความเสี่ยง ความยั่งยืน เทคโนโลยี นวัตกรรม

 “การลงทุนสถานที่จัดไมซ์/Venue ไม่ใช่การลงทุนสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเพิ่ม “การลงทุนด้านบุคลากร” ดังนั้นจึงได้ริเริ่มทำหลักสูตรอบรม CVM ขึ้น ให้สถานที่จัดงาน สถานศึกษา มาร่วมสร้างประสบการณ์ สร้างความเชื่อมั่น ความได้เปรียบ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอุตสาหกรรมไมซ์ให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติได้อย่างยั่งยืน



“กลุ่มเป้าหมาย” เปิดรับจำนวนจำกัด เพื่อการเรียนรู้แบบเข้มข้นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เน้นเชิญชวนผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร VCM เล็งกลุ่มตลาดภาคธุรกิจ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการสถานที่จัดงาน (Venue) เช่น “โรงแรม” ที่มีห้องประชุม ศูนย์การประชุม (convention center) ศูนย์แสดงสินค้า อีเวนต์ฮอลล์ บอลรูม ฟังก์ชั่น หรือสถานที่จัดงานทางเลือก เช่น พิพิธภัณฑ์ สถานที่จัดงานกลางแจ้ง (outdoor)

ด้วยเนื้อหาของหลักสูตรจะมีเรื่องการบริหารด้วย ดังนั้น “ผู้สมัครเข้าอบรม” จึงพุ่งเป้าเชิญชวนบุคลากรเป้าหมาย 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ ธุรกิจโรงแรม อีเวนต์ จัดงานฟังก์ชั่น หรือผู้จัดการฝ่ายขาย ฝ่ายอีเวนต์ รวมทั้งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ต่อเนื่องไปจนถึงโรงแรมที่รองรับตลาดสำคัญ จัดสัมมนา แต่งงาน จัดงานเลี้ยง

กลุ่มที่ 2 ผู้จัดการงานไมซ์ต่าง ๆ  (MICE Organizer) ที่จะนำความรู้ไปทำงานร่วมกับทีมสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระดับเจ้าของสถานที่ ผู้ปฏิบัติงาน PCO PEO ,DMC อีเวนต์ออร์กาไนเซอร์

กลุ่มที่ 3 หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน ที่มีห้องจัดงานประชุมในองค์กร เช่น ศูนย์ประชุมของหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว หน่วยงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะหน่วยงานเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจากผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การจัดประชุม ผู้ที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบงานดังกล่าวควรจะมีส่วนการรู้ถึงรายละเอียดการบริหาร เพื่อเพิ่มความเข้าใจได้ตรงตามการใช้งานสถานที่มากขึ้น

กลุ่มที่ 4 สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย พร้อมเจ้าหน้าที่บริหาร ดูแลสถานที่จัดประชุม รวมไปถึงอาจารย์ที่สอนด้านท่องเที่ยว MICE เพื่อนำองค์ความรู้ไปพัฒนาหลักสูตรในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ถ่ายทอดให้นักเรียนจบออกมาเป็นบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์อย่างมีคุณภาพ

กลุ่มที่ 5 ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวและบริการ เอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ สวนสนุก เทอร์มินัล สถานที่สวนธรรมชาติ ศูนย์กีฬา และคอมมิวนิตี้รองรับไมซ์ เพื่อให้มองภาพอุตสาหกรรมไมซ์ได้ชัดเจนมากขึ้น

“ช่องทางการสมัคร” หลักสูตร CVM ระหว่าง 24-27 สิงหาคม 2569 รวม 8 Module วันละ 2 Moduleในราคาค่าอบรมเพียง 6,000 บาท/คน เฉลี่ยจ่ายวันละเพียง 750 บาท/วัน เพราะจะได้ความคุ้มค่ามากจริง ๆ

ลงทะเบียน: https://bizconnect.tceb.or.th/en/e/859/certified-venue-management-program-cvm-  สอบถามเพิ่มได้ที่ คุณนวลรัมภา งามบรรหาร ผู้จัดการอาวุโส อีเมล nuanrumpa_n@tceb.or.th โทร. 065-598-9449 และ คุณนับเดือน กิตติรัต ผู้จัดการ อีเมล nubduan_k@tceb.or.th โทร. 093-623-5459

“ประโยชน์ที่หลักสูตร CVMจะสร้างสรรค์ให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยในมิติต่าง ๆ ได้ถึง 6 ส่วนกัน คือ

ส่วนที่ 1 “ตัวบุคคล” จะได้ทั้งความรู้ครอบคลุมที่ทันสมัยในการจัดการสถานที่จัดงานไมซ์ เพราะวิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นสายตรงที่เคยปฏิบัติ ผู้อบรมจึงสามารถนำไปใช้จริงได้ ส่วนที่ 2 ได้ใบรับรองประกอบวิชาชีพจาก ทีเส็บ ที่ได้การยอมรับในอุตสาหกรรมไมซ์

ส่วนที่ 3 ได้เชื่อมเครือข่ายกับผู้อบรมซึ่งจะมาจากภาคธุรกิจ องค์กรรัฐ ซึ่งจะทำให้สถานที่จัดงานแต่ละแห่งมีสมรรถนะสูงขึ้น สร้างบริการให้ลูกค้าพึงพอใจสูงขึ้น แล้วยังนำไปใช้ในองค์กรให้สามารถบริการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ใหญ่ “เรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้”

ส่วนที่ 4 ยกระดับขีดความสามารถองค์กรให้มีแข่งขันได้สูงขึ้น รองรับการจัดงานที่มีคุณภาพสูงได้มากขึ้น

ส่วนที่ 5 ปูทางไปสู่การพัฒนาบุคลากรให้นำองค์ความรู้ไปใช้ยกระดับสถานที่จัดงานสู่เป้าหมาย “มูลค่าแห่งความยั่งยืน” (Sustainable Value) อย่างแท้จริง ด้วยนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ภาคอุตสาหกรรมไมซ์ (Innovative MICE Venue)

ส่วนที่ 6 ใช้หลักสูตร CVM ช่วยกันยกระดับสถานที่จัดงานไมซ์ของเมืองไทย ให้ทัดเทียมระดับสากล ไม่เฉพาะความสวยงามของสถานที่จัดงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีขีดความสามารถทางการแข่งขัน เป็นจุดหมายปลายทางเมืองไมซ์แห่งภูมิภาคเอเชีย ด้วยการสร้างบุคลากรไมซ์ให้มีประสิทธิภาพยั่งยืน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

            ส่วนที่ 7 ในเชิงเศรษฐกิจด้วยศักยภาพอุตสาหกรรไมซ์ของไทย ไม่ได้สร้างเฉพาะ “รายได้” แต่ยังช่วย “เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ” แต่ละปีทำได้กว่า 300,000 ล้านบาท แล้วยัง “จ้างงาน” กว่า 300,000 ตำแหน่ง แรงขับเคลื่อนตัวเลขการเติบโตดังกล่าว ไม่เพียงแต่การสร้างศูนย์การประชุมใหม่เพียงอย่างเดียว หากจะต้อง “สร้างคนเข้าสู่อุตสาหกรรม” เพื่อนำองค์ความรู้ไปสร้าง “ประสบการณ์ระดับโลก”

            ตัวอย่างการก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ปี 2567 ทีเส็บรายงานสรุปตัวเลขมีนักเดินทางไมซ์มาเมืองไทยกว่า 25 ล้านคน สร้างรายได้โดยตรงประมาณ 148,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลบวกทางเศรษฐกิจกว่า 309,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.76 % ของจีดีพีประเทศ

            ดังนั้นแนวทางการพัฒนาบุคลากรจากหลักสูตรจะเป็นเครื่องมือนำร่องที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากอุตสาหกรรมไมซ์และบริการ เป็น “People Business” ฉนั้น “ผู้จัดงาน” ไม่ได้เลือกจัดงานเพราะอาคารสถานที่สวยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณา 1.ทีมงานมีความเป็นมืออาชีพ 2.คุณภาพการบริการ 3.สุขอนามัย 4.ความปลอดภัย สำคัญที่สุดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง 5.ความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง และรวดเร็ว 6.มีความคิดสร้างสรรค์สามารถทำให้งานภาพรวมสร้างความประทับอยากมาจัดงานซ้ำในโอกาสต่อไป 7.ความยั่งยืน

            องค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นต้องมี “คนเท่านั้น” เป็นกลไกทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อคนเข้ามาอบรมในหลักสูตร CVM จะเกิดผลต่อเนื่องได้หลายด้าน เช่น สถานที่จัดงานสามารถรับงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น เพราะคนมีความมั่นใจ แล้วลูกค้าเองสามารถกลับมาใช้สถานที่ซ้ำได้หลายครั้ง สำคัญสุดมองศักยภาพประเทศไทยในอนาคตควรจะแข่งขันได้ทัดเทียม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศชั้นด้านไมซ์ รวมถึงกระตุ้นให้เกิด “การใช้จ่ายเงินต่อเนื่อง” ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่เมืองไมซ์และชุมชนในภูมิภาค

            ทิศทางปี 2569 มีแผนที่ชัดเจนจากภาคอุตสาหกรรมไมซ์และบริการ ถนนทุกสายมุ่งสู่เรื่อง ESG : Environment-Social-Governance” ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม การมีธรรมาภิบาล กับเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ไม่ได้เป็นแค่จุดขายเสริม แต่ได้กลายเป็น “เงื่อนไขพื้นฐานของสถานที่จัดงานไมซ์” ทั่วโลก ซึ่งจะต้องทำให้เกิดเป็นมาตรฐานสากลจริง ทั้ง AI, Eevent Tech, Workforce การบริหารธุรกิจ ได้นำเรื่องเหล่านี้มาใช้เป็นเกณฑ์ ซึ่งการแข่งขันกับจุดหมายอื่นในประเทศใกล้เคียงจะมีมากขึ้น จึงจำเป็นต้อง “เร่งพัฒนาคน”ให้ทันกับสถานการณ์ตลาด ซึ่งตอนนี้มีเทรนด์ “การจัดงานเมกะอีเวนต์” เติบโตเพิ่มขึ้น เช่น ปี 2569 ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF World Bank Meeting 2026 และอื่น ๆ ด้วย

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีกต้อนรับส.ค.69 ลดสนั่นสุดพลัง 40%

 

พาแม่มาช้อปก่อนบิน บอกรักให้สุดพลัง ที่ “คิง เพาเวอร์ ซิตี้ บูทีก ชั้น 1-2 โซน Parade วัน แบงค็อก” วันนี้ -31 สิงหาคม 2569

“บิวตี้ไอเทม” ลดสนั่น สุดพลัง นำสินค้าที่เข้าร่วมลดสูงสุด 40% เมื่อช้อปครบ 20,000 บาท ขึ้นไป / ใบเสร็จ

เฉพาะคนมีไฟลต์บิน ช้อปแล้วรับที่สนามบิน และเปลี่ยน CARAT เป็นส่วนลดได้คุ้มสนั่นแล้ววันนี้!

 

-โปรฯ เฉพาะคนไทย! ช้อปบิวตี้ไอเทม ลดเพิ่มอีก 300 บาท เพียงแลก 100 CARAT คลิก https://kp.group/IyT4dJ

 

-ช้อปเสร็จแล้ว อย่าลืมแลก CARAT ใช้ลดได้ทันที (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)

 

-ช้อปเสร็จอย่าทิ้งใบเสร็จ แจกความคุ้มให้นักช้อปตลอดสิงหาคม 2569

 

มือดีลุ้นรับของขวัญมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท และส่วนลดสูงสุด 35%

 

-วันพุธสุด SURPRISE! เพียงช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) / ใบเสร็จ รับสิทธิ์เล่นตู้คีบ The Power Bag ลุ้นของขวัญจากบิวตี้แบรนด์ดัง มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท

 

-คีบสนั่น วัน PAYDAY 25–30 ส.ค. 2569  เพียงช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) / ใบเสร็จ

 

-รับสิทธิ์เล่นตู้คีบ The Power Ball ลุ้นคูปองส่วนลดสูงสุด 35%

 

-ใช้เป็นส่วนลดได้ทันที ไม่มีขั้นต่ำในการช้อป 1 - 31 ส.ค. 2569 ช้อปสนั่นด้วยโปรฯบัตรเครดิต

 

-พิเศษ! สมาชิก POWER PASS แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน

 

ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิแจกฟรี+ส่วนลดแบรนด์เนม 30%

 

บิน “สุวรรณภูมิ” แจกฟรี! ส่วนลดแบรนด์เนม สูงสุด 30% ช้อป “แฟชั่น” ลดทันที! 30% สมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุด 30% โดยไม่มีขั้นต่ำ 2 ใบ สินค้าแผนกแฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ร่วมรายการ คิง เพาเวอร์ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต วันนี้ -31 สิงหาคม 2569

 

-ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! รับทันที! คูปองส่วนลด สูงสุด 30% รวม 4 ใบ*

 

-การซื้อสินค้าแผนกที่ร่วมรายการภายในสาขาที่กำหนดเท่านั้น ตลอดรายการ ให้คนละ 1 สิทธิ์ สมัครฟรี สมัครง่าย สมัครได้ด้วยตัวเอง! ที่ เว็บไซต์ POWERPASS.KINGPOWER.COM หรือ LINE Official Account @KINGPOWER

 

-ช้อปคุ้ม ช้อปสบาย! ด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

 

-แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 24%

 

- พิเศษ! สมาชิก POWER PASS แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน เมื่อมียอดช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป ที่คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง

 

ข่าวที่ 3-ททท.ชูความสำเร็จ“เซี่ยงไฮ้-เฉิงตู-ปักกิ่ง”รุกขายเวลเนส+กีฬา

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. 3 สำนักงาน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ได้ขับเคลื่อนตลาดในสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเข้มข้นตลอดปี 2569 โดยมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพในแต่ละภูมิภาค เน้นสร้างประสบการณ์ใหม่และกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวของไทย ผลงานแบ่งตามพื้นที่สำคัญหลักในจีนที่ได้วางกลยุทธ์ตอบโจทย์พฤติกรรมในแต่ละพื้นที่

 

“ภูมิภาคจีนตะวันออก” เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง มี ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ นำเสนอขายประเทศไทยโดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) เจาะกลุ่มพรีเมียม โดยได้ร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่

 

กลุ่มที่ 1 LANN Space หรือ LANNSPACE  พื้นที่ไฮไลต์ด้านทำสมาธิ ฝึกสติ และบำบัดจิตใจ (Mindfulness & Healing Space) ภายใต้แบรนด์ LANN ของจีน ซึ่งโดดเด่นด้านการผสานศาสตร์ผ่อนคลายเข้ากับแนวคิดสุขภาพองค์รวม (Holistic Wellness)

 

กลุ่มที่ 2 Tuniu.com หนึ่งในแพลตฟอร์มตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ชั้นนำของจีน เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยในตลาดจีนตะวันออก ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Healing is the New Luxury” นำเสนอประสบการณ์สมาธิและการเจริญสติในพื้นที่ “สระบุรีและเขาใหญ่” ผ่านกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจ เช่น การเดินป่า (Forest Bathing) และการฝึกหายใจ (Breathwork) โปรโมตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์, ดิจิทัล, KOLs (Key Opinion Leaders) ร่วมกันนำเสนอภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย

 

ขณะนี้ ททท.เซี่ยงไฮ้ ยังคงเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” เผยแพร่ผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำในเซี่ยงไฮ้ 5 แห่ง ฉายรวมกว่า 2,500 รอบ เพื่อเข้าถึง “กลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง” ช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของตลาดจีน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางและตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงได้ทำประชาสัมพันธ์ขยายสู่ มณฑลเจียงซู ผ่านรายการสดทางสถานีโทรทัศน์นานาชาติหนานจิง นำเสนอแนวคิด Experiential Tourism พร้อมแนะนำเมืองน่าเที่ยว เช่น ระยอง หัวหิน เข้าถึงฐานผู้ชมได้กว่า 5 ล้านคน

 

“ภูมิภาคจีนตะวันตก” ททท. สำนักงานเฉิงตู วางกลยุทธ์เจาะกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและปลุกพลังนักสร้างคอนเทนท์ (Content Creator)  ปั้นไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเชิงกีฬา ร่วมมือกับ “Zx-tour” บริษัทนำเที่ยวและชุมชนกีฬาของจีนที่โดดเด่นด้านการจัดนำเที่ยวเชิงกีฬา โดยเฉพาะทริปวิ่งมาราธอนและการแข่งขันวิ่งระดับโลก ร่วมกันจัดกิจกรรม Offline Sharing Session for Amazing Thailand Marathons” ที่เฉิงตู ดึงดูดนักวิ่งและผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายในมณฑลเสฉวนและฉงชิ่ง ควบคู่การทำประชาสัมพันธ์ปฏิทินการแข่งขันมาราธอนในเมืองน่าเที่ยว เช่น สุโขทัย กำแพงเพชร บุรีรัมย์ หัวหิน และสงขลา

 

ได้นำคณะ KOLs กับ Content Creators จากจีนเข้าร่วมกิจกรรมแฟมทริปมายังจังหวัดเชียงใหม่ สัมผัสวิถีชุมชน กาแฟออร์แกนิก ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวสายมู ก่อนต่อยอดทำประชาสัมพันธ์เชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่เชียงราย และสนับสนุนในอนาคตจะเปิดเส้นทางบินตรงจากจีนตะวันตกสู่เชียงใหม่และเชียงราย

 

“ภูมิภาคจีนทางตอนเหนือ” ททท. สำนักงานปักกิ่ง มุ่งเจาะตลาด “กลุ่มครอบครัว” ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เน้นกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนในพื้นที่มณฑลระดับรอง โดยจับมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่มณฑลจี๋หลิน จัดงาน “Cool Summer Breeze · Long-Lasting Friendship Between Jilin and Thailand” ที่เมืองฉางชุน นำเสนอวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ไทยครบวงจร ทั้งการจำลองเทศกาลสงกรานต์ ตลาดสินค้า ผลไม้ไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง การแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 80,000 คน สอดคล้องกับจำนวนที่นั่งสายการบินบินตรงจากมณฑลจี๋หลินมายังไทยเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ถึง 7 %

 

ททท.สำนักงานในจีนทั้ง 3 แห่ง สร้างความสำเร็จปี 2569 ชูจุดขายอย่างเป็นรูปธรรมทั้ง “จีนตะวันออก” ด้วยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “จีนตะวันตก” การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและไลฟ์สไตล์ “จีนตอนเหนือ” เจาะตลาดครอบครัวผ่านซอฟต์พาวเวอร์

 

สะท้อนถึง ททท.ทั้ง 3 สำนักงานในจีน ได้ปรับตัวเชิงกลยุทธ์ไม่เพียงแต่กระตุ้นการเดินทางภาพรวมเข้าประเทศ แต่ยังมุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ส่งต่อโอกาสทางการท่องเที่ยวลงสู่เมืองน่าเที่ยวต่าง ๆ อย่างทั่วถึงด้วย

           

ขณะนี้สาธารณรัฐประชาชนจีน ยังคงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยต่อเนื่อง สถิติการเดินทาง 1 มกราคม–5 สิงหาคม 2569 จีนมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว 3,149,889 คน สะท้อนให้เห็นชาวจีนฟื้นตัวเดินทางท่องเที่ยวและเกิดความเชื่อมั่นต่อไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยม

 

ททท. คาดการณ์ตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยกว่า 5 ล้านคน ตอกย้ำถึงศักยภาพของจีนในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของไทย ทั้งด้านปริมาณและมูลค่าการใช้จ่าย โดยมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การคมนาคม การค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ

 

ข่าวที่ 4-“บางจาก-อบก.”ผนึกนำไทยยกระดับตลาดคาร์บอนสู่สากล

 

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club ร่วมเสวนาในงานแถลงผลสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทย ปี 2569 ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “อบก.” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวเปิดงานและนำเสนอทิศทางตลาดคาร์บอนไทย ซึ่งกำลังเปลี่ยนจาก “การแข่งขันด้านราคาและปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือ” สอดคล้องกับแนวโน้ม High-Integrity Carbon Credits ในตลาดโลก ส่วนผลสำรวจนำเสนอโดยนางอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต อบก. และนายบุญรอด เยาวพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด สะท้อนถึงภาคธุรกิจไทยตื่นตัวและมองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นโอกาสมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม จึงยังมีช่องว่างระหว่างความสนใจกับการเข้าสู่ตลาดจริง เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดต่อไป

 

นางกลอยตา ได้ร่วมเสวนา “ยกระดับมาตรฐานคาร์บอนไทย และเปิดรับโอกาสใหม่สู่ตลาดสากล” ด้วยการรวบรวมมุมมองจากผู้มีบทบาทตลอดห่วงโซ่ตลาดคาร์บอน ทั้งผู้กำหนดมาตรฐาน ผู้ซื้อ ผู้พัฒนาโครงการ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย ผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.ปวีณา พาณิชยพิเชฐ ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองคาร์บอนเครดิต อบก. นายสุรพล บุพโกสุม ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโซลูชันด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางสาววุฒิอร พจน์อารีสกุล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายฉัตรเทพ จันทร์แย้ม Senior Policy Analyst, Global Green Growth Institute (GGGI) Thailand

 

ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า Premium T-VER จะเป็นกลไกสำคัญยกระดับคาร์บอนเครดิตไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รองรับความต้องการเครดิตคุณภาพสูง และต่อยอดสู่มาตรฐานที่ได้การยอมรับร่วมกันในอาเซียน ซึ่ง “ประเทศไทย” ยังต้องเร่งพัฒนากระบวนการออกหนังสือรับรองการถ่ายโอนเครดิตระหว่างประเทศ เชื่อมโยงระบบทะเบียน ลดต้นทุนการพัฒนาและทวนสอบโครงการ รวมถึงลดช่องว่างระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เพื่อให้เกิดธุรกรรมข้ามพรมแดนที่น่าเชื่อถือ สนับสนุนบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางตลาดคาร์บอนของภูมิภาค

 

“นางกลอยตา” ได้แบ่งปันประสบการณ์ของบางจากฯ กล่าวถึงการใช้คาร์บอนเครดิตว่า ต้องยึดหลัก “Reduce First” ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรก่อน แล้วใช้เครดิตชดเชยเฉพาะส่วนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมา บางจากฯ ได้นำคาร์บอนเครดิตมาใช้ชดเชยการปล่อยจากกิจกรรมทั้งในระดับบุคคลและการจัดงานคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

“การเลือกซื้อคาร์บอนเครดิต” จึงไม่ควรพิจารณาเพียง “ราคา” แต่ต้องคำนึงถึง “วัตถุประสงค์และคำกล่าวอ้าง” ในการใช้เครดิต ความน่าเชื่อถือ การตรวจสอบได้ การป้องกันการนับซ้ำ การยอมรับในตลาด ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

 

สำหรับ “องค์กร” ที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ ต้องเลือกเครดิตที่สอดคล้องกับข้อกำหนดและได้การยอมรับในตลาดที่เกี่ยวข้อง โดยมองว่า Premium T-VER เป็นพื้นฐานสำคัญเครดิตคุณภาพสูงของไทย และการมีสิทธิใช้ภายใต้ CORSIA จะช่วยขยายการใช้ประโยชน์ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้แก่ผู้พัฒนาโครงการ

 

“กลุ่มบริษัทบางจาก” มีบทบาททั้งในฐานะผู้ซื้อ ผู้พัฒนาโครงการของกลุ่มบริษัท ผู้ร่วมพัฒนาโครงการกับพันธมิตร รวมทั้ง น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ยังสามารถแยกและถ่ายโอนคุณลักษณะลดการปล่อยผ่านระบบ Book and Claim เพื่อให้องค์กรนำไปใช้จัดการการปล่อย Scope 3 ได้ แม้ไม่ได้รับเชื้อเพลิงจากเที่ยวบินหรือสถานที่เดียวกันโดยตรง

 

ขณะเดียวกันยังร่วมพัฒนาตลาดคาร์บอนไทยผ่านคณะทำงานต่าง ๆ เช่น เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ช่วยกระตุ้นการซื้อขายผ่าน Carbon Markets Club ต่อยอดสู่ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) ซึ่งเป็นความร่วมมือของเอกชนระดับภูมิภาคที่ช่วยเสริมการขับเคลื่อน High-Integrity ASEAN Carbon Initiative (HACI) ข้อริเริ่มที่ประเทศไทยเสนอผ่านกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันพัฒนาตลาดคาร์บอนอาเซียนให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงกันได้ พร้อมเพิ่มโอกาสให้คาร์บอนเครดิตและโครงการลดการปล่อยของไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

           

นางกลอยตาย้ำว่า “ภาพความสำเร็จ” ที่อยากเห็นภายในปี 2593 (ค.. 2030) ตลาดคาร์บอนไม่ควรวัดจาก “ปริมาณเครดิตที่ซื้อขาย” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ “ดึงดูดเงินทุนและการลงทุน” ทำให้โครงการที่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น เปิดโอกาสให้ SMEs และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานเข้าถึงตลาด เชื่อมโยงเครดิตไทยกับผู้ซื้อต่างประเทศ กระจายประโยชน์สู่เกษตรกร ชุมชน และธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนทำให้ตลาดในอาเซียนเชื่อมถึงกันมากขึ้น

 

สำหรับ “Carbon Markets Club ได้เข้าร่วมกิจกรรม Business Matching ซึ่งจัดขึ้นคู่ขนานตลอดงาน เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่าง ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้พัฒนาโครงการ สถาบันการเงิน และพันธมิตรทางธุรกิจ

 

          ช่วงที่ 2 ได้เวลา “พาแม่เที่ยว” เมืองไทย เที่ยวแบบสบาย ๆ ได้ครบ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชี้เป้าให้ลองเช็คอิน “วัดโพธิ์-ท่าเตียน” พาแม่ไหว้พระ นวดไทยผ่อนคลาย นั่งฟินคาเฟ่ ดื่มด่ำ “ดินเนอร์” ริมเจ้าพระยาชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แล้วฟัง “4วิธีช่วยเด็กพัฒนาทักษะทางอารมณ์” เพื่อให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดบวก พร้อมข่าวดี ๆ  ข่าวแรก “บันยันกรุ๊ป” ผนึกพันธมิตรชูภูเก็ตเที่ยวยั่งยืนจัดPHIST 2026 ข่าวที่สอง “อโกด้าชี้ยุโรปแห่ทัวร์ฤดูร้อนไทย” 3แห่ง“กรุงเทพ-สมุย-พัทยา”

 

ท่องเที่ยว –สิงหาพาแม่เที่ยววัดโพธิ์-ท่าเตียนไหว้พระนวดไทยดินเนอร์

 

สิงหา พาแม่เที่ยวเมืองไทย ไปกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับประสบการณ์ ชวนคุณแม่ออกไปใช้วันสบาย ๆ เดินทางแบบง่าย  ในกรุงเทพมหานคร ในเส้นทางทัวร์ธรรมะแห่งศรัทธา ได้เที่ยววัดทำบุญ ชมพิพิธภัณฑ์ รอบวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดโพธิ์” และเดินชมย่านท่าเตียน แวะพักนวดผ่อนคลาย แล้วแฮงท์เอาท์ “คาเฟ่หรือดินเนอร์” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 5 พิกัด

 

พิกัดที่ 1 ไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคล : ปักหมุดแรกฮีลใจด้วยการ “สักการะพระพุทธไสยาสน์” พระนอนวัดโพธิ์ พร้อมเดินชมสถาปัตยกรรมและบรรยากาศอันงดงามภายในวัดโพธิ์ เปิดทุกวัน 08.00–19.30 น.เดินเข้าไปชม "พิพิธภัณฑ์วัดโพธิ์"  ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ชมโบราณวัตถุและสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน

 

ททท.ชวนร่วมกิจกรรมสนุก ๆ เดินสะสมตราประทับที่ระลึกตามจุดจัดแสดง เพลินได้ทั้งคุณแม่และคุณลูก ภายในวัดโพธิ์ 5 พิพิธภัณฑ์ 1.พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติหกรอบ ร.9 อยู่ในอาคารหอสมุดสมเด็จ ว.ผ.ต.เปิด 08.30–16.30 น.) 2.พิพิธภัณฑ์เครื่องถ้วยและเครื่องแก้ว ในศาลาพระมณฑป ทิศตะวันตก เปิด 08.00–18.30 น. 3.พิพิธภัณฑ์เครื่องมุก ในพระวิหารทิศใต้ / พระปัญจวัคคีย์ เปิด 08.00–17.00 น. 4.พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ในพระวิหารทิศตะวันตก / พระนาคปรก เปิด 08.00–17.00 น. และ 5.พิพิธภัณฑ์นวดไทย ตรงพระวิหารขาวและศาลาพระมณฑป ทิศใต้ เปิด 08.00–17.00 น.

 

พิกัดที่ 2 นวดแผนไทย ต้นตำรับวัดโพธิ์  กับภูมิปัญญาไทยที่ได้การยอมรับในระดับโลก ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเติมความสดชื่นก่อนออกไปเที่ยวต่อ

 

พิกัดที่ 3 เช็กอินคาเฟ่ ย่านท่าเตียน ด้วยการจิบกาแฟ แนะนำให้ไปดื่มประสบการณ์ความพิเศษได้ที่ร้าน “Kin&Koff Cafe” เปิดทุกวัน 08.00–17.00 น.

 

พิกัดที่ 4 เดินลัดเลาะชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่อนคลายกายใจ แบบสบาย  ๆ ก่อนเติมพลังด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษ

 

พิกัดที่ 5 ดินเนอร์ที่ร้าน “ศาลา รัตนโกสินทร์ อีเทอรี่ แอนด์ บาร์ : Sala Rattanakosin Eatery & Bar” พร้อมชมวิววัดอรุณยามเย็นช่วงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงสู่แม่น้ำ 17.30–22.30 น.

 

สิงหาคม นี้ พาคุณแม่เที่ยวกรุงเทพมหานคร แวะ “วัดโพธิ์” กับประสบการณ์เชิงมูลค่ามากมาย แล้วก็เดินชิลชมบรรยากาศ “ท่าเตียน” ได้ตลอดทุกวัน

 

สุขภาพ –4วิธีช่วยเด็กพัฒนาทักษะทางอารมณ์โตเป็นผู้ใหญ่คิดบวก

 

เรื่องราวของเด็กไทยที่ครอบครัวควรหันมาใส่ใจอย่างจริง เพื่อช่วยสนับสนุน “พัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ในเด็ก”  เพื่อทำให้เติบโตในเชิงบวก เบื้องต้นทางการแพทย์แนะนำ 4 วิธี

 

วิธีที่ 1 - ระบุอารมณ์แบบเรียลไทม์  ก่อนเด็ก ๆ จะสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ พวกเขาต้องรู้จักอารมณ์เหล่านั้นเสียก่อน (เช่น เศร้า หงุดหงิด ตื่นเต้น และวิตกกังวล อธิบายสิ่งที่พวกเขากำลังประสบอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป ภาษานั้นจะกลายเป็นรากฐานทักษะการควบคุมอารมณ์ ช่วยให้เด็กเข้าใจ แสดงออก และจัดการโลกภายในของตนเองได้ดียิ่งขึ้น 

 

วิธีที่ 2 – ฝึกฝนเทคนิคการสงบสติอารมณ์ล่วงหน้า  เมื่อเด็กกำลังอยู่ในภาวะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ไม่ใช่เวลาจะแนะนำทักษะการรับมือใหม่ ๆ สมองของเด็กอยู่ในโหมดเอาตัวรอด ควรสอน “กลยุทธ์การสงบสติอารมณ์” ในช่วงเวลาที่เด็กรู้สึกปลอดภัยและได้รับการสนับสนุน เทคนิคการสงบสติอารมณ์ที่มีประสิทธิภาพบางอย่าง เช่น

 

-การหายใจลึกๆ ด้วยท้อง ทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาจดจ่อกับการหายใจและกระตุ้นระบบสงบสติอารมณ์ตามธรรมชาติของร่างกาย 

 

-ช่วงพักเพื่อเคลื่อนไหวร่างกาย การกระโดด เดินเลียนแบบสัตว์ ช่ววยระบายพลังงานที่สะสมอยู่ได้ 

 

-ใช้จินตนาการนำทาง ชวนเด็กๆ จินตนาการภาพในจิตใจเพื่อให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียดและเบี่ยงเบนความสนใจจากความรู้สึกที่ท่วมท้นได้ 

 

-ท่าโยคะ : ท่าพื้นฐานอย่างท่าเด็ก ช่วยให้ร่างกายรู้สึกมั่นคงและผ่อนคลาย พร้อมทั้งส่งเสริมความสงบและการหายใจลึกๆ 

 

วิธีที่ 3 - เสริมสร้างพฤติกรรมการควบคุมตนเองด้วยการให้ความสนใจในเชิงบวก  เพราะเด็กเรียนรู้สิ่งที่สำคัญจากสิ่งที่พวกเขาสังเกตเห็น นั่นเป็นเหตุผลด้านการเสริมสร้างทักษะควบคุมอารมณ์ด้วยการให้ความสนใจในเชิงบวกและเน้นความพยายามจึงทรงพลังมาก การเสริมแรงไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดเสมอไป การยกนิ้วโป้งจากอีกฝั่งของห้อง รอยยิ้ม หรือพยักหน้าเพื่อบอกว่า "ฉันเห็นหนูพยายามอยู่" สัญญาณเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้เด็กฝึกฝนต่อไป

 

วิธีที่ 4 - ส่งเสริมการกำกับดูแลผ่านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานอย่างมีระบบ 

การควบคุมอารมณ์เป็นทักษะทางสังคม การเล่นที่มีโครงสร้าง การแบ่งงานในห้องเรียน และ กิจกรรม การเรียนรู้ด้านสังคมและอารมณ์ช่วยให้เด็กๆ มีวิธีที่ปลอดภัยและมีความหมายในการรับมือกับความหงุดหงิด การผลัดกันเล่น และการแก้ไขความขัดแย้งในสถานการณ์จริง 

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –บันยันกรุ๊ปผนึกพันธมิตรชูภูเก็ตเที่ยวยั่งยืนจัดPHIST 2026

 

เค พี โฮ (KP Ho) ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บันยัน กรุ๊ป กล่าวว่า ภูเก็ต เตรียมจัดงาน PHIST 2026 วันที่ 7 กันยายน 2569 ระหว่าง 09.00 – 18.00 น.ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต โดยเปิดให้ฟรีเพียงแค่ลงทะเบียนล่วงหน้า คาดจะมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการเข้าร่วมกว่า 1,300 คน โดยสมาคมโรงแรมภูเก็ตกับพันธมิตร C9 Hotelworks และ Greenview จะจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีสำคัญแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การร่วมพัฒนาแนวทางแก้ไข การผลักดันให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริง ภายในงานจะมีมากกว่า 25 เซสชัน ดำเนินรายการโดย ผู้เชี่ยวชาญ การเสวนา เวิร์กช็อป การสนทนาแบบ Fireside Chat เจาะลึกประเด็นสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม 1.การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน 2.รายงานด้าน ESG การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ 3.ระบบอาหาร 4.เทคโนโลยี 5.การบริหารจัดการจุดหมายปลายทางอย่างยั่งยืน และอีกหลากหลายหัวข้อ

 

งานปี 2569 ทาง KP Ho ผู้ก่อนตั้งบันยันขึ้นเมื่อปี 2537 ซึ่งได้พัฒนาองค์กรจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมลักชัวรีที่ประสบความสำเร็จมากสุดแห่งหนึ่งของโลก โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาทำธุรกิจที่เป็นรากฐานขององค์กรคือ “Embracing the Environment, Empowering People” หรือ “ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างพลังให้ผู้คน” จะร่วมพูดคุยกับ เดวิด จอห์นสัน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Delivering Asia เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

KP Ho กล่าวว่า “อนาคตของอุตสาหกรรมการบริการ” จะเป็นของธุรกิจที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นความยั่งยืนสามารถสร้างคุณค่าได้จริง ไม่เพียงต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแขกผู้เข้าพัก พนักงาน นักลงทุน และชุมชนท้องถิ่น PHIST ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเวทีที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม สำหรับการแลกเปลี่ยนนวัตกรรม ความร่วมมือ และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต”

 

“อรทัย เกิดทรัพย์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมพูดถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนและสร้างความสำเร็จให้จังหวัดภูเก็ตในระยะยาวในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ยกระดับการท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สุดของภูเก็ต และอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ขึ้นอยู่กับ “การสร้างสมดุล” ระหว่าง การเติบโต การบริหารจัดการจุดหมายปลายทางอย่างรับผิดชอบ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยให้การท่องเที่ยวสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชนของเรา

 

งาน PHIST 2026 จะได้รวบรวมผู้บริหารระดับสูงและผู้ประกอบการชั้นนำจากหลากหลายองค์กรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการมาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ ได้แก่

 

-Bjorn Courage ประธานสมาคมโรงแรมภูเก็ต และผู้จัดการทั่วไปของ InterContinental Phuket Resort

 

-นิดา วงศ์พันเลิศ กรรมการผู้จัดการของ 137 Pillars Hotels & Resorts, Jeff Smith รองประธานฝ่ายความยั่งยืนของ Six Senses

 

-Maitri Fischer ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Eco Mantra

 

-Willem Neimeijer ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ YAANA Ventures

 

- Branavan Aruljothi หัวหน้าประจำประเทศไทยของ Booking.com, Laurence Onfroy รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Beyond Green

 

-Tali Goldman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Market For Good, Ken Kuguru กรรมการผู้จัดการของ Winnow

 

-ทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Scholars of Sustenance (SOS Thailand)

 

พร้อมทั้งเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าเยี่ยมชม Green Groove Sustainability Exhibition ซึ่งจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการด้านความยั่งยืนล่าสุด โดยมีโซนองค์กรไม่แสวงหาผล โซนผู้ผลิตจากฟาร์มท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการโรงแรมกับผู้ผลิตในชุมชนโดยตรง ภายในงานยังจะประกาศรางวัล PHIST Spotlight Video Awards เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรม การจัดแฟชั่นโชว์ Remade Elegance ที่นำเสนอเสน่ห์อย่างยั่งยืน และปิดท้ายด้วยกิจกรรม Networking ที่บาร์ลอยกระทง โรงแรมอังสนา

 

Jayne MacDougall” ผู้อำนวยการบริหารสมาคมโรงแรมภูเก็ต กล่าวว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความยั่งยืนได้กลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จทางธุรกิจและความสามารถรับมือจุดหมายปลาย เวที PHIST จะเปิดโอกาสให้ผู้นำในอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนแนวคิด สร้างความร่วมมือ ร่วมกันค้นหาแนวทางปฏิบัติที่สามารถสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรมให้ธุรกิจ ชุมชน จุดหมายปลายทางไปพร้อมกัน ยินดีเป็นที่จะได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลกสู่เก็ต

 

ข่าวที่สอง อโกด้าชี้ยุโรปแห่ทัวร์ฤดูร้อนในไทย3แห่ง“กรุงเทพ-สมุย-พัทยา”

 

“อโกด้า” แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว อ้างอิงจากข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้าระหว่างเมษายน-มิถุนายน 2569 ชาวยุโรปเลือกเดินทางฤดูท่องเที่ยวหน้าร้อนช่วงปิดเทอมสามารถเดินทางเป็นครอบครัวได้ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 เลือกจุดหมายปลายทางเมืองยอดนิยมโดยมีไทยติด 3 เมืองติด 5 เมืองในเอเชีย 1.กรุงเทพฯ ครองแชมป์ 2.เกาะสมุยอันดับ 3 เลื่อนจากปีก่อนอยู่อันดับ 4 และ พัทยาปีนี้ติดอันดับ 5 โดยมี “บาหลี” คงครองอันดับที่ 2 ต่อเนื่องปีที่สอง “โตเกียว” ติดอันดับ 4

 

ปี 2569 กลุ่มนักเดินทางยุโรปที่ค้นหาข้อมูล นำโดย “เยอรมนี-ฝรั่งเศส-เนเธอร์แลนด์” ครอง 3 อันดับแรกของนักเดินทางที่ค้นหาเมืองไทยเพื่อช่วงฤดูร้อนเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วน “สเปนกับอิตาลี” ติดอันดับ 5

 

“นางสาวอรรคพร รอดคง” ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า นักเดินทางชาวยุโรปได้ทำให้ “ไทย” กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการเดินทางประจำปีไปแล้ว เห็นได้จากการที่ไทยครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ด้วยประเทศต้นทางที่ใกล้เคียงเดิมและมีเมืองในไทยถึง 3 เมือง ติดท็อป 5 สะท้อนให้เห็นถึงเกิดความสนใจขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าเป็นเพียงกระแสความนิยมชั่วขณะ โดยเฉพาะ กรุงเทพฯ เกาะสมุย และพัทยาติดอันดับยอดนิยมพร้อมกัน ตอกย้ำถึงไทยมีความน่าสนใจที่ไม่ได้มาจากประสบการณ์แบบใดแบบหนึ่ง แต่เป็นประเทศที่มีเสน่ห์หลากหลายให้นักเดินทางได้ค้นหา อโกด้ารู้สึกยินดีที่ได้ช่วยให้นักเดินทางค้นพบเอเชียในแบบฉบับของตัวเอง

 

“อโกด้า” ตอบรับชาวยุโรปกำลังเริ่มวางแผนทริปฤดูร้อน ด้วยการมอบประสบการณ์การจองที่พักวันหยุดได้ครอบคลุมทั่วโลกกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง กิจกรรมท่องเที่ยวกว่า 300,000 รายการ ค้นหาดีลคุ้มค่าที่สุดช่วงฤดูร้อนสู่เอเชียและจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ได้ที่ Agoda.com หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอโกด้า

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

 

ททท.นำไทยคว้ารางวัลในเวทีโลก Weibo Gala 2026 นำศิลปินไทย-จีนโชว์พลังซอฟท์พาวเวอร์-เสน่ห์ไทย

ททท.นำไทยคว้ารางวัลในเวทีโลก Weibo Gala 2026 นำศิลปินไทย-จีนโชว์พลังซอฟท์พาวเวอร์-เสน่ห์ไทย ททท.นำไทยคว้ารางวัล " Weibo Thailand Best...