วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

“IATA-แอร์บัส-Accenture”จับมือเปิดผลศึกษาตลาด "SAF EAc"

“IATA-แอร์บัส-Accenture”จับมือเปิดผลศึกษาตลาด "SAF EAc"

เเร่งช่วยแอร์ไลน์สปลดล็อกต้นทุน-ปี’73ยอดใช้SAFพุ่ง3-6เท่า


“IATA-แอร์บัส-Accenture” 3องค์กรโลกเปิดผลศึกษาตลาด “SAF EAc” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #SAFEAc #IATA #Airbus #Accenture

“IATA-แอร์บัส-Accenture” 3องค์กรโลกเปิดผลศึกษาตลาด “SAF EAc” ใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อมน้ำมันการบินยั่งยืน รองรับอนาคตปี’73 ความต้องการใช้จะพุ่ง 1-1.9 ล้านตัน เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมกันช่วยแอร์ไลน์ปลดล็อกการแบกภาระต้นทุน เดินหน้าวางรากฐานให้ถูกทาง 3 เรื่อง “การลงทุน-ขยายตลาด-เพิ่มปริมาณผลิต”

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) แอร์บัส และแอคเซนเจอร์ (Accenture) ได้เผยแพร่ รายงานผลการศึกษาตลาด “ใบรับรองคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (SAF Environmental Attribute Certificate : EAc) สำหรับเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” (SAF :Sustainable Aviation Fuels)  โดยได้ประมาณการ “การซื้อของภาคธุรกิจ” จะสนับสนุนปริมาณการใช้ SAF ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ในปริมาณระหว่าง 1.0 -1.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3-6 เท่า จากปี 2567 (ค.ศ.2024) ที่มีการใช้เพียง 323,000 ตัน

“ปริมาณต้องการใช้ SAF” ดังกล่าวเป็นสัญญาณสะท้อนถึง “ความต้องการอนาคตแข็งแกร่ง” สอดคล้องกับการผลิต SAF ที่จะเพิ่มมากขึ้น จึงจะต้องร่วมมือกัน “ปลดล็อกปัจจัยที่จำกัด” เพื่อเปิดภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น กฎด้านบัญชีที่ยังไม่ชัดเจน ราคาน้ำมันสูง ความซับซ้อนในการจัดซื้อ และอื่น ๆ

“SAF” เป็นน้ำมันอากาศยานยั่งยืนซึ่งสามารถ “ลดการปล่อยมลพิษจากการบิน” ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงเจ็ทแบบดั้งเดิม ตามคาดการณ์ปี 2569 ทั่วโลกมีกำลังการผลิตอยู่เพียง 2.4 ล้านตัน หรือ 0.8% ของการใช้เชื้อเพลิงเจ็ททั้งหมด จึงทำให้มี “ราคาแพง” กว่าเชื้อเพลิงเจ็ทแบบดั้งเดิม 2-3 เท่า

“มารี โอเวนส์ ธอมเซน” รองประธานอาวุโสฝ่ายความยั่งยืนและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษในขอบเขตที่ 3 (สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการขนส่งสินค้าทางอากาศ) ผ่านการซื้อ SAF EAc จะช่วยแบ่งเบาต้นทุน SAF ด้วยวิธี “ขยายตลาด” ไปยังผู้เข้าร่วมในห่วงโซ่คุณค่ามากขึ้น เรื่องนี้จำเป็นต้องมีระบบการจองและการเรียกร้องอย่างมีประสิทธิภาพและแข็งแกร่ง เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถเรียกร้องผลประโยชน์ได้ด้วยจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อมีการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

เนื่องจาก “SAF” เป็นเครื่องมือลดคาร์บอนสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมการบิน แต่ “สายการบิน” จะไม่สามารถ “แบกรับต้นทุน” ในการขยายขนาดการใช้น้ำมันชนิดนี้ได้เพียงลำพัง ต้องพึ่งพิงภาคธุรกิจ “กลุ่มผู้ซื้อ” มีโอกาสพิเศษที่จะช่วยสร้างตลาด SAF สนับสนุนต้นทุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานการขนส่งทางอากาศ และได้รับประโยชน์จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 โดยต้องได้การยอมรับในกระบวนการนี้ เพราะศักยภาพแท้จริงนั้นมีมากมาย

แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบริษัทต่าง ๆ สามารถเข้าร่วมได้อย่างมั่นใจ โดยรู้ว่าการมีส่วนร่วมของพวกเขาจะมีผลเชิงบวก ภายใต้กระบวนการนั้นง่ายและน่าเชื่อถือ การวางรากฐานที่ถูกต้องจะช่วย 1.ปลดล็อกการลงทุน 2.ขยายตลาด 3.เร่งการผลิต SAF

“จูเลียน มานเฮส” รองประธานฝ่ายพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนและการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ของแอร์บัส กล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเรื่องความต้องการของภาคธุรกิจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทรงพลัง และยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่เพื่อการขยายขนาดเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน การให้ความมั่นใจด้านบัญชีแก่ผู้ซื้อภาคธุรกิจที่พวกเขาต้องการเพื่อร่วมลงทุนเกี่ยวกับ “ส่วนต่างราคาของ SAF” นั้น

เรื่องระบบการจองและเรียกร้องสิทธิ์สามารถเปลี่ยนความสนใจที่อาจเกิดขึ้นให้กลายเป็นพันธสัญญาที่มั่นคง ส่งสัญญาณความต้องการในระยะสั้นให้ผู้ผลิตเชื้อเพลิงต้องการเร่งการผลิตและลดต้นทุนได้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

“เจสโก นอยเอ็นเบิร์ก” หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนด้านการบินและการเดินทางระดับโลกของ Accenture กล่าวว่า น้ำมันเชื้อเพลิงยั่งยืน “SAF” จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบินได้มาก แต่สายการบินและกลุ่มบริษัทบางกลุ่มไม่สามารถแบกรับต้นทุนนี้ไปจนถึงปี 2593 (ค.ศ.2050) ได้ ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 15% ของบริษัทที่สำรวจซื้อ SAF แต่ส่วนใหญ่กำลังรอ 1.ให้ราคาลดลง 2.การคำนวณคาร์บอนมีความชัดเจน และ 3.กระบวนการซื้อขายง่ายขึ้น สายการบินที่สร้างความสามารถชดเชยต้นทุน SAF ได้ในตอนนี้ จะอยู่ในตำแหน่งดีที่สุดเมื่อตลาด SAF EAc เติบโตอย่างรวดเร็ว

โอกาสปัจจุบันคือการมุ่งเน้นไปยังภาคส่วนที่มีความต้องการเกิดขึ้นแล้ว ทำให้คุณสมบัติของ SAF ซื้อได้ง่ายและโปร่งใส มีการลงทุนในระบบ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยสามารถขยายขนาดได้เมื่อตลาดเติบโตเต็มที่


สำหรับ “ศักยภาพสำคัญ” ที่ยังคงไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ : โดยทั่วไปแล้ว “ใบรับรอง SAF EAc” มีราคาอยู่ระหว่าง 150- 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ขณะที่บริษัทต่างๆ รายงานว่า ยินดีจ่ายในราคาใกล้เคียง 300 ดอลลาร์สหรัฐ  มี “สายการบิน” คิดเป็นประมาณ 53% ของการซื้อใบรับรอง SAF องค์กร จึงทำให้สายการบินเป็นแหล่งใบรับรองใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัทที่ต้องการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางเพื่อธุรกิจและการขนส่งทางอากาศ

ส่วน “การปลดล็อกความต้องการขององค์กร” : ตามผลการศึกษาชุดนี้ระบุถึง 3 ประเด็นสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมมากขึ้น ได้แก่

1.กฎเกณฑ์ทางบัญชีที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ซื้อมาจะได้รับการบันทึกอย่างถูกต้อง

2.ระบบติดตามที่โปร่งใสและใช้งานร่วมกันได้ เพื่อป้องกันการนับซ้ำและรับประกันความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม

3.กลไกการจัดซื้อที่ง่ายขึ้น รวมถึงความโปร่งใสมากขึ้นด้านราคา ปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำในเพดานต่ำลง และระยะเวลาสัญญาควรสั้นลง 

“โอเวนส์ ธอมเซน” กล่าวตอนท้ายว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถสร้างปริมาณเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมการบินได้ ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพ และการขยายกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญยังคงเป็นสิ่งจำเป็น แต่การซื้อเพิ่มเติมจากภาคเอกชนแต่ละครั้งจะเปลี่ยนความมุ่งมั่นด้านสภาพภูมิอากาศให้กลายเป็นความต้องการในตลาดที่แท้จริง รวมถึงจะช่วยกระจายต้นทุนลดการปล่อยคาร์บอนในวงกว้างมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปคือต้องทำให้การมีส่วนร่วมง่ายขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้นกับบริษัททุกขนาดที่จะเข้าสู่ตลาดดังกล่าวนี้

 

มิชลิน!! ยึดหัวลำโพงโชว์นวัตกรรม“Michelin Lights Up”ชมจุใจ2ค่ำคืน16-17ต.ค.69

มิชลิน!! ยึดหัวลำโพงโชว์นวัตกรรม“Michelin Lights Up”

จัดเต็มแสงสีภาพเคลื่อนไหวให้ชม2ค่ำคืน16-17ต.ค.69

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #มิชลิน #MichelinLightsUp #สถานีรถไฟหัวลำโพง

“มิชลิน” ชวนชมการแสดงแสงสีและภาพเคลื่อนไหว “Michelin Lights Up” สุดตระการตา เพียง 2 คืนเท่านั้น เริ่มแล้วเย็นวันนี้ 16-17 ตุลาคม 2569 เวลา 18.30-23.30 น.ตื่นตากับ Projection Mapping เปลี่ยนโฉมสถานีรถไฟหัวลำโพงด้วยแสงสีและภาพเคลื่อนไหวสุดล้ำ พร้อมให้เก็บภาพความประทับใจ

● “กิจกรรม”  Michelin Lights Up อยู่ภายใต้แคมเปญ On the Road and Beyond! หรือ “มิชลิน...ในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม” มุ่งตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมและวัสดุคอมโพสิตที่คิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อโลกที่ดีกว่าและชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านแสงสีและภาพเคลื่อนไหวเทคนิคล้ำสมัย

● “ถ่ายทอดเรื่องราว” ความน่าสนใจที่มีความยาวรอบละกว่า 2 นาที ฉายวนรอบต่อเนื่อง มุ่งนำเสนอบทบาทของ “มิชลิน” ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนายางรถยนต์ แต่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อขับเคลื่อนการเดินทาง เทคโนโลยี การใช้ชีวิตในอนาคตให้รุดหน้าอย่างยั่งยืน



● “ต่อยอด” มิชลินด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์สู่นวัตกรรมการใช้งานรูปแบบใหม่ ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งการเดินทาง การก่อสร้าง การบิน พลังงานสะอาด การดูแลสุขภาพ และอื่นๆ

● “นวัตกรรม” โดดเด่นล้ำหน้าในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิมของมิชลิน ได้แก่

-Michelin Lunar Wheelนวัตกรรมยางล้อไร้ลมที่ออกแบบสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ขององค์การนาซา

-WISAMO (Wing Sail Mobility) นวัตกรรมใบเรือที่ใช้พลังลมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางหรือขนส่งสินค้าทางทะเล

-Michelin Acoustic เทคโนโลยีที่ให้ประสบการณ์ความเงียบในห้องโดยสารเหนือกว่าในการเดินทาง

- นวัตกรรมยางยั่งยืน (Performance Made to Last) ที่บูรณาการสมรรถนะและความปลอดภัยเข้ากับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ยางมีสมรรถนะดีเยี่ยมยาวนานตั้งแต่วันแรกที่ใช้ จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป

-Universal Tire Digital Twin เทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง ซึ่งสามารถแปลงข้อมูลที่ได้จากระบบรถเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงแบบเรียลไทม์ เพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถยนต์หรือผู้ขับขี่ จึงช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน


● “มิชลิน” มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี โดยได้รับความไว้วางใจจากคนไทยมากว่า 36 ปี ครองตำแหน่ง 2026 Thailand’s Most Admired Brand ส่งผลให้เป็น “แบรนด์ยางรถยนต์” ที่ผู้บริโภคชื่นชอบติดต่อกันสูงสุด 27 ปี

ทั้งยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติอีกมากมาย ล่าสุดติดอันดับ “World’s Strongest Brands 2026” แบรนด์แข็งแกร่งที่สุดในโลก จาก Brand Finance สถาบันที่ปรึกษาด้านการประเมินมูลค่าแบรนด์ชั้นนำของโลกเป็นผู้จัดอันดับดังกล่าว



วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569

การบินไทยเปิดเยียวยาวันแรก16ต.ค.69 ที่ศูนย์ฯวิภาวดี ผู้โดยสารที่เจอวิกฤตบินช่วง26-30ก.ย.69

 การบินไทยเปิดเยียวยาวันแรก16ต.ค.69 ที่ศูนย์ฯวิภาวดี

ผู้โดยสาร!!นำเอกสารเคลมพิษวิกฤตบินช่วง26-30ก.ย.69





เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #การบินไทย #เปิดเยียวยาผู้โดยสารการบินไทย

บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ประกาศ เตรียมเปิดศูนย์บริการลูกค้า (Customer Care Center) วันแรก 16 ตุลาคม 2569 เปิดให้ผู้โดยสาร "ยื่นคำขอรับการเยียวยาค่าเสียหาย" จากกรณีเที่ยวบินล่าช้า เที่ยวบินถูกยกเลิก และได้รับสัมภาระล่าช้าช่วงวิกฤตเมื่อ 26-30 กันยายน 2569 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ


🔶️● วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 การบินไทย จะเดพื้นทร่ อาคาร 3 ชั้น 1 สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ รับเอกสารเยียว เวลา 13.00–16.00 น.

🔶️● ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เปิดให้บริการทุกวัน (ไม่เว้นวันหยุด) ตลอดททั้งวันตั้งแต่  08.30–16.00 น. 

🔶️● ขอให้ผู้โดยสารที่ประสวค์ยื่นรับการเยียวยา เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนให้พร้อมด้วย เช่น

- บัตรประจำตัวประชาชน 
-หนังสือเดินทาง (Passport) 
-หมายเลขบัตรโดยสาร (E-ticket) 
-หรือข้อมูลบัตรที่นั่ง (Boarding pass) 
-หมายเลขสัมภาระ (Baggage tag) 
-รวมทั้งเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพราะเที่ยวบินล่าช้าหรือถูกยกเลิก หรือได้รับสัมภาระล่าช้า 

🔶️● การบินไทยระบุให้ผู้โดยสารสามารถยื่นคำขอรับการเยียวยาค่าเสียหาย ผ่านออนไลน์ได้ทาง 

https://www.thaiairways.com/en-th/content/help/flight-disruption/ 



“สิงคโปร์แอร์ไลน์ส”ชูใช้Amenity Kitโฉมใหม่แจกหรูผู้ใหญ่แบรนด์Sisley-เด็กแบรนด์Disneyเริ่มพ.ย.69

“สิงคโปร์แอร์ไลน์ส”ชูใช้Amenity Kitโฉมใหม่ 4 ชั้นโดยสาร

แจกหรูผู้ใหญ่แบรนด์Sisley-เด็กแบรนด์Disneyเริ่มพ.ย.69

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #SingaporeAirlines #AmenityKit #Sisley #Disney

“สิงคโปร์แอร์ไลน์ส” ลงทุนพลิกโฉมใหม่ “Amenity Kits” เริ่ม พ.ย.69 เป็นต้นไป จับมือแบรนด์ฝรั่งเศส SISLEY แจก 4 ชั้นโดยสาร “สวีท&เฟิร์ส-ชั้นธุรกิจ-พรีเมียมประหยัด-ชั้นประหยัด” พร้อมผนึกแบรนด์ Disney เอาใจผู้โดยสารเด็ก ด้วยชุดกระเป๋าของใช้จำเป็นบนเครื่อง

สิงคโปร์แอร์ไลน์ส หรือ “SIA” ประกาศการลงทุนปรับโฉมบริการใหม่พร้อมเปิดตัวชุดสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบิน หรือ “Amenity Kits” กับชุดนอน “Sleeper Suits” ครบทั้ง 4 ชั้นโดยสาร “สวีท&เฟิร์สคลาส-ชั้นธุรกิจ-ชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยม-ชั้นประหยัด” ด้วยการเลือกนำแบรนด์หรู SISLEY ของฝรั่งเศส มาบริการ พร้อมเอาใจผู้โดยสารเด็ก ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ของ Disney ทั้งหมดจะเริ่มทยอยบริการตั้งแต่พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ในทุกเที่ยวบินที่ให้บริการระยะทางบินมากกว่า 6 ชั่วโมง ในแต่ละชั้นที่นั่ง ดังนี้

● ชั้นสวีท&เฟิร์สคลาส (Suites และ First Class) : จับมือกับแบรนด์เครื่องสำอางหรูจากฝรั่งเศส SISLEY แยกดีไซน์เป็น “ผู้หญิง” ใช้กลุ่มSisleÿa) และผู้ชาย ใช้กลุ่ม Sisleÿum จะมี “ชุดนอน”  ผ้าฝ้าย 100% สีเทาเข้มลายบาติก พร้อมรองเท้าแตะผ้า Coral Fleece นุ่มเบาสบาย


● ชั้นธุรกิจ (Business Class) : แจก "ชุดนอน" ครั้งแรกให้ผู้โดยสาร ได้คัดสรรชุดผ้าฝ้ายผสมโพลีเอสเตอร์สีน้ำเงินกรมท่า ทรงหลวมสวมใส่สบาย รองเท้าแตะสีเทา ใช้บนเที่ยวบินระยะไกลและเที่ยวบินกลางคืน ส่วน “Amenity Kit”  ร่วมกับ BYREDO ในกลุ่ม Blanche) จัดทำกระเป๋าซิปสีเทาอ่อน ภายมีสเปรย์น้ำหอม Blanche Eau de Parfum ให้ด้วยเป็นครั้งแรก



● ชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยม (Premium Economy Class) : ภายในกระเป๋าใส่ของทำจากวัสดุรีไซเคิลลายบาติก พร้อมสายคล้องมือ ใส่ “ลิปบาล์ม” กลิ่นไวท์ทีแบรนด์ออสเตรเลีย Ink & Water พร้อมผ้าปิดตา ถุงเท้า และชุดแปรงสีฟัน




● ชั้นประหยัด (Economy Class) : มีกระเป๋าผ้าหูรูดลายเอกลักษณ์บาติกใส่ของจำเป็นในการเดินทาง เช่น ผ้าปิดตา ถุงเท้า และชุดแปรงสีฟัน



● ผู้โดยสารเด็ก ตั้งแต่เด็กเล็กถึง 12 ปี :  จับมือกับ Disney นำของใช้และกิจกรรมธีม Pixar's Toy Story มาให้บริการ พร้อมตุ๊กตาผ้า Beary รุ่นใหม่ขนาดใหญ่และนุ่มมือ

 

ททท.ผนึกบริษัทชั้นนำดึงสเปนเที่ยวไทยปลายปี’69-70เติมรายได้ 8,500 ล้าน

ททท.ผนึกบริษัทชั้นนำดึงสเปนเที่ยวไทยปลายปี’69-70

บูมทัวร์“อาหาร-วัฒนธรรม-เรือ”เติมรายได้ 8,500 ล้าน

ททท.จัดแคมเปญใหญ่“Grandes Viajes 2027: Descubre Tailandia” ดึงตลาดสเปนเที่ยวไทยปลายปี69-70


เรื่องโดย...
#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #นักท่องเที่ยวสเปน  


ททท.จัดใหญ่แคมเปญ“Grandes Viajes 2027: Descubre Tailandia” ผนึกบริษัทชั้นนำเจาะตลาดคุณภาพ “สเปน” ต่อยอดขายแพกเกจเที่ยวเมืองไทยคึกคักช่วงฤดูหนาวปลายปี’69-ต้นปี’70 บูมทัวร์เชิงอาหาร วัฒนธรรม เรือสำราญ ตั้งเป้าทำยอดกว่า 3,000 แพ็ก เติมรายได้ปีนี้เกิน 8,500 ล้านบาท


นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิดแคมเปญ “Grandes Viajes 2027: Descubre Tailandia” คาดจะสร้างการรับรู้ได้ไม่น้อยกว่า 20 ล้านครั้ง กระตุ้นยอดขายแพ็กเกจท่องเที่ยวมาไทยช่วงฤดูหนาวปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ได้ประมาณ 3,000 แพ็กเกจ โดยได้ร่วมกับ Viajes El Corte Inglés บริษัทนำเที่ยวชั้นนำของสเปน จัดขึ้นช่วง 26 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 ทำประชาสัมพันธ์ประเทศไทย ในจังหวะการจัดงาน “Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai)” พร้อมกับต่อยอดนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวด้วยข้อเสนอพิเศษกระตุ้นการเดินทางมาไทยต่อเนื่อง

โดยได้ขยายผลจาก “เสน่ห์อาหารไทย” คู่วัฒนธรรมและประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยในงาน Amazing Thailand Fest 2026 มาผลิตเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองไทย ส่งเสริม ททท.โปรโมทการท่องเที่ยวโดยให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าปริมาณ (Value over Volume) ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้จากตลาดระยะไกลเติบโตอย่างแข็งแกร่ง



“สเปน” เป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีศักยภาพของไทย ททท. คาดการณ์ตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวสเปนเดินทางมาไทยประมาณ 200,000 คน สถิติระหว่าง 1 มกราคม–30 กันยายน 2569 มาไทยแล้ว 137,228 คน สร้างรายได้ประมาณ 8,500 ล้านบาท โดยมีวันพำนักเฉลี่ย 14 วัน

แคมเปญ “Grandes Viajes 2027: Descubre Tailandia” ได้เปิดตัวในงาน Amazing Thailand Fest 2026 ตามแนวคิด “The Wholesome Taste of Thai” ที่ห้างสรรพสินค้า El Corte Inglés Sanchinarro กรุงมาดริด ราชอาณาจักรสเปน เมื่อ 26–27 กันยายน 2569 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน มีกลุ่มพรีเมียมและบริษัทชั้นนำในสเปนเข้าร่วม ททท.จึงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เจาะกลุ่มลูกค้า Loyal Shoppers ด้วยแพ็กเกจพร้อมส่วนลดสูงสุด 400 ยูโร ครอบคลุมประสบการณ์ท่องเที่ยวด้านอาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยวสำราญทางน้ำในตลาดสเปน


ทั้ง ททท.และบริษัท Viajes El Corte Inglés ยังได้ทำประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านเครือข่ายการขายของบริษัททั่วสเปนกว่า 400 จุด ควบคู่สื่อสังคมออนไลน์ จดหมายข่าว สื่อดิจิทัลนอกบ้าน (DOOH) เพื่อขยายการรับสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวสเปน

 


บางจาก ถกOKEA-JAPEXเพิ่มโอกาสธุรกิจสำรวจและปิโตรเลียมในเอเชียและทั่วโลก

บางจาก-OKEA-JAPEXถกแผนความร่วมมือเพิ่มโอกาสใหม่

เดินหน้าลุยธุรกิจสำรวจและปิโตรเลียมในเอเชียและทั่วโลก

กลุ่มบริษัทบางจากร่วมหารือกับ OKEA และ JAPEX เพิ่มโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจในเอเชีย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #OKEA #JAPEX  

กลุ่มบริษัทบางจาก OKEA และ JAPEX เดินหน้าหารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ หวังลุยสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย และทั่วโลก


            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ OKEA ASA กับ Mr. Svein J. Liknes, Chief Executive Officer, OKEA ASA พร้อผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก เปิดสำนักงานใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ พบผู้บริหารของ 2 กลุ่มบริษัท 2 ประเทศ คือ Japan Petroleum Exploration Co., Ltd. (JAPEX) ประเทศญี่ปุ่น และ JAPEX Norge AS บริษัทในเครือ JAPEX นอร์เวย์ เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจและพิจารณาโอกาสความร่วมมือโดยเน้นไปยังธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย และโอกาสทางธุรกิจของแต่ละบริษัททั่วโลก


ทางผู้บริหาร JAPEX ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ประกอบด้วย Mr. Tetsuji Shibuta, Executive Officer and Vice President, Overseas Business Division, JAPEX และ Chairman of the Board, JAPEX Norge AS; Ms. Hilde Salthe, Managing Director, JAPEX Norge AS; และ Mr. Katsutoshi Hirooka, Deputy Managing Director, JAPEX Norge AS

การพบปะกันครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง OKEA ขายส่วนการถือครองหุ้น 20 % ในใบอนุญาตสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่ง Mistral ในนอร์เวย์ ให้แก่ JAPEX Norge ซึ่งกลุ่มบริษัทบางจากเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน OKEA ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม


ดังนั้นการหารือครอบคลุม “แนวทางความร่วมมือระหว่างกัน” โดยเฉพาะธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชีย สอดคล้องกับ 1.แผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทบางจาก 5 ปี มุ่งขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2.กระจายแหล่งการผลิต 3.เสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการรับมือความผันผวนด้านพลังงาน

จากนั้นนายชัยวัฒน์ได้นำคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและผู้บริหาร OKEA ASA เดินทางเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ไปญี่ปุ่นเพื่อพบกับผู้บริหารระดับสูงของ JAPEX โดยได้หารือต่อเนื่องถึงโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกันต่อไป

 

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569

นายกฯอนุทินเชิญเนเน่โชว์พลังต้อนรับคณะIMF-WorldBank ททท.บูม“อาหาร-ดนตรี-ศิลปวัฒนธรรม”

 นายกฯอนุทินเชิญเนเน่โชว์พลังต้อนรับคณะIMF-WorldBank

ททท.บูมท่องเที่ยวเสน่ห์ไทย “อาหาร-ดนตรี-ศิลปวัฒนธรรม”

 

"เนเน่ รอยัล" แชมป์ AGT2026 เข้าทำเนียบโชว์พลังดนตรีในงานเลี้ยงต้อนรับคณะ IMF-World Bank 2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เนเน่รอยัล #IMFWorldBank2026

นายกฯ อนุทิน เชิญ “เนเน่ รอยัล” เจ้าของแชมป์ AGT2026 ได้โชว์พลังดนตรีต้อนรับคณะ IMF-World Bank กว่า 400 คน ที่ทำเนียบรัฐบาล ททท.ลุยเสนอจุดขายท่องเที่ยว Thai Talent สู่ Thai Soft Power และ Thailand Destination” เสริมเสน่ห์ไทยด้าน อาหาร ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดงานเลี้ยงต้อนรับ “คณะผู้บริหารและผู้นำด้านการเงินระดับโลก” กว่า 400 คน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) นายกรัฐมนตรีได้เชิญ “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว รัตติกานต์ อำลอย” ศิลปินเยาวชนไทยวัย 16 ปี เจ้าของแชมป์ America’s Got Talent 2026 (AGT 2026) มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษร่วมแสดงในงานเลี้ยงดังกล่าว เยาวชนที่ได้โชว์ศักยภาพส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สายตานานาชาติ


บรรยากาศเลี้ยงต้อนรับครั้งนี้ ภายในงานได้รวบรวมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า อาทิ การแสดงจากศิลปินแห่งชาติ บทเพลงบรรเลงโดยวงเซราะกราว ซิมโฟนีออเคสตรา การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์
เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์และภูมิปัญญาด้านศิลปะการแสดงของไทยสู่สายตานานาชาติ นำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านการจัดแสดงแสงสีประดับไฟบริเวณตึกไทยคู่ฟ้า อาหารไทยต้นตำรับระดับพรีเมียมในรูปแบบ 4-
Course Menu สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเสน่ห์ไทยให้ผู้มีเกียรติจากทั่วโลกได้สัมผัสประสบการณ์



“ประเทศไทย” จัดงานเลี้ยงครั้งนี้โดยนำเสนอพลังของเยาวชน ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และอาหารไทย ต่อยอดการสื่อสารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แนวคิด “Thai Talent สู่ Thai Soft Power และ Thailand Destination” เชื่อมโยงเข้ากับศิลปินไทยที่ประสบความสำเร็จ ด้วยอัตลักษณ์และประสบการณ์ท่องเที่ยวของไทย ขยายการรับรู้ในระดับนานาชาติ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกสนใจเดินทางมาสัมผัสเมืองไทยให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

 

“IATA-แอร์บัส-Accenture”จับมือเปิดผลศึกษาตลาด "SAF EAc"

“ IATA- แอร์บัส- Accenture ”จับมือ เปิดผลศึกษาตลาด " SAF EAc" เเร่งช่วยแอร์ไลน์สปลดล็อกต้นทุน-ปี ’73 ยอดใช้ SAF พุ่ง 3-6 เท่า ...