“หวัง อี้” พบ “อนุทิน” 2ผู้นำส่งสัญญาณดีรอบด้านจีน-ไทย
ททท.รุกแผนต่อยอดตลาดรับจีนคุณภาพเที่ยวไทย2ปีหน้า
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #หวังอี้ #อนุทินชาญวีรกุล #TAT #ต่อยอดทัวร์จีนคุณภาพ2ปีหน้า
นายหวัง
อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน มาเยือนไทย ระหว่างวันที่ 23–25 เมษายน 2569 โดยเข้าพบหารือกับ
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 พร้อมการประชุมกลไกความร่วมมือไทย–จีน
ครั้งที่ 3 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินจะเป็น “สัญญาณบวกต่อตลาดการท่องเที่ยว”
ที่ทรงพลังต่อการรับรู้ของนักท่องเที่ยวจีน ภาพการพบกันของ 2 ผู้นำ ครั้งนี้
ได้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศมิตร
เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จีนให้ความสำคัญ ในมุมการตลาด ความสัมพันธ์ระดับรัฐเปรียบเสมือน
“Brand Endorsement ทางนโยบาย” ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตาผู้บริโภคจีน
และเอื้อต่อเรื่องสื่อสารเชิงบวกผ่านสื่อหลัก และแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้จีนตลาดขนาดใหญ่ตัดสินใจเดินทางมาไทยเพิ่มมากขึ้น
ททท.พร้อมจะเร่งใช้โอกาสที่นายหวัง อี้ มาเยือนไทย ในบรรยากาศการเมืองเชิงบวกนี้เป็น
“จุดตั้งต้นแผนการตลาดเชิงรุกตลาดจีนระยะ 1-2 ปี หรือ 12–24
เดือน” แปลงบรรยากาศทางการทูตให้เป็นผลลัพธ์ทางการตลาดการท่องเที่ยวเป็นรูปธรรม
ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1.Strategic Messaging สื่อสารภาพลักษณ์ผ่านสื่อหลัก
แพลตฟอร์มดิจิทัล และ KOL จีนอย่างเป็นระบบ
2. High Value Demand Activation พัฒนาแคมเปญเฉพาะกลุ่มเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ
ควบคู่การนำเสนอจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง
3. Co creation & Partnership
Marketing ทำงานร่วมกับหน่วยงานท่องเที่ยวจีน สายการบิน แพลตฟอร์ม OTA
และภาคเอกชนจีน ภายใต้กรอบ Thailand–China Tourism
Partnership 2026–2030 เดินหน้ายกระดับการตลาดสู่การขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ต่อเนื่องและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
เนื่องจาก
“นายหวัง อี้” มาเยือนไทยครั้งนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักและความน่าเชื่อถือนโยบาย “ยกเว้นวีซ่าไทย–จีน”
จากเครื่องมือเชิงนโยบาย สู่ “Selling Point” จุดขายทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ในนโยบายรัฐที่ต่อเนื่องช่วยลดความกังวล
(Perceived Risk) ให้นักท่องเที่ยวจีน พร้อมสื่อให้รู้ว่าประเทศไทยเปิดกว้างและพร้อมต้อนรับอย่างยั่งยืน
“การหารือด้านความมั่นคง”
และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ยังมีบทบาทเชิงการตลาดเชิงภาพลักษณ์ (Destination Image Recovery) ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและรีเฟรมประเทศไทยให้กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย
เป็นมิตร และน่าเดินทาง สำคัญกับการกระตุ้นดีมานด์ในช่วงก่อนหน้านี้ตลาดจีนชะลอตัวเพราะข่าวด้านความปลอดภัย
“ในเชิงกลยุทธ์การตลาด” จะเปิดโอกาสให้ไทยขยับจากเชิงปริมาณ สู่การท่องเที่ยวคุณภาพและมูลค่าสูงของจีน
เชื่อมโยงกับกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ นักเดินทางระดับพรีเมียม
ขยายตลาด MICE กลุ่มลองสเตย์ กลุ่มธุรกิจและการพักผ่อน (Business
& Leisure : Bleisure) สามารถกระจายตลาดจีนทั้งเมืองหลักและจังหวัดรอง
เช่น กระบี่ เพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อทริปและกระจายรายได้อย่างยั่งยืน
“การพบปะระหว่าง
2 ผู้นำ” เกิดขึ้นในจังหวะเหมาะสมหลังฉลองครบรอบ
50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน การทองเที่ยวสามารถต่อยอดแคมเปญการตลาดร่วม ภายใต้กรอบ “Thailand–China
Tourism Partnership 2026–2030” 1.การทำแบรนด์เส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันของไทยและจีน
(Co Branding Destination) 2.การเพิ่มเที่ยวบิน
3.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาการค้าระหว่าง จีน-ไทย
ให้บรรลุเป้าหมายได้ด้วย
ปี 2569 เป็นปีที่รัฐบาลใหม่ของไทยเข้ามาปฎิบัติหน้าที่
และเป็นปีที่จีนประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ.
2569-2573) ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังผันผวน แปรปรวน สันติภาพ
และการพัฒนาศักยภาพได้รับความท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลง
ฝ่ายจีนจึงยินดีร่วมมือกับฝ่ายไทยก้าวข้ามความท้าทายนี้ไปด้วยกัน






%20re.jpg)
%20re.jpg)

%20re.jpg)





.jpg)

.jpg)
.jpg)
