วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ก.ท่องเที่ยวชูเจ้าภาพVNL2026ดันไทยผงาดเที่ยวเชิงกีฬา17-21 มิ.ย.69นำธุรกิจโกย 2 พันล้าน

 ก.ท่องเที่ยวชูเจ้าภาพVNL2026ดันไทยผงาดเที่ยวเชิงกีฬา

จัดกระหึ่มหัวหมาก 17-21 มิ.ย.69นำธุรกิจโกย 2 พันล้าน

ไทยเจ้าภาพจัดวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ลีก VNL 2026 สนามสอง 17-21 มิ.ย.ที่ หัวหมาก กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #VNL2026 #SportTourism

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” หนุนไทยเจ้าภาพมหกรรมวอลเลย์หญิงเนชั่นส์ลีก “VNL 2026” สนามสอง 17-20 มิ.ย.นี้ ที่อินดอร์ หัวหมาก กรุงเทพฯ ดันไทยผงาดท่องเที่ยวเชิงกีฬา โกยรายได้กระจายถึงมือทุกธุรกิจ กว่า 2,000 ล้านบาท


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชั่นส์ ลีก 2026 (Volleyball Nations League 2026 : VNL 2026) เดินหน้ายกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ก้าวสู่ “Sports Tourism” ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก

ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก VNL 2026 อย่างเป็นทางการสนามที่ 2  ระหว่าง 17 - 21 มิถุนายน นี้ จะจัดที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร



ส่วนสนามแรกเริ่มการแข่งขันแล้ววันนี้ 3 มิถุนายน 2569 ที่เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกที่ได้รับความนิยมสูง ส่วนไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติที่มีความพร้อมครบทุก ด้านทั้ง สนามแข่งขัน ระบบบริหารจัดการ การต้อนรับนักกีฬา และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

รมว.สุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็น ซอฟท์ พาวเวอร์ สร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยว เสริมภาพลักษณ์ประเทศ ใช้การแข่งขัน VNL 2026 สร้างการรับรู้เมืองไทยในระดับนานาชาติ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชื่อมั่นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันช่วงสัปดาห์ที่ 2 จะช่วยตอกย้ำบทบาทไทยก้าวสู่ “World-Class Sports Destination” สนับสนุนนโยบาย “Tourism and Sports Hub” ของรัฐบาล



“กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา” ประเมินสถานการณ์จัดการแข่งขัน VNL 2026 ในไทย จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท จากคณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน แฟนกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศ กระจายรายได้ครอบคลุมไปยัง ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง ค้าปลีก บริการด้านการท่องเที่ยวและกีฬา สามารถช่วยพื้นที่กระตุ้นการจ้างงานและรายได้

สำหรับการแข่งขันยังเป็นโอกาสสำคัญด้านการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยถ่ายทอดสดผ่านสื่อดิจิทัลทั่วโลก ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยวระดับโลก ต่อยอดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของ

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ททท.ควงคมนาคมขยายท่องเที่ยวการบิน“Fly &Dive” มิ.ย.-ก.ย.69 เที่ยวไทยไร้รอยต่อ4ภาค8จังหวัด

ททท.ควงคมนาคมขยายท่องเที่ยวการบิน“Fly &Dive

มิ.ย.-ก.ย.69นำร่องเที่ยวไทยไร้รอยต่อ4ภาค8จังหวัด

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #FlyandDive #ValueOverVolume

ททท.จับมือกระทรวงคมนาคม การบินไทย ใช้ศักยภาพสนามบินต่างจังหวัดของกรมท่าอากาศยาน ขยายท่องเที่ยว 4 ภาค 8 จังหวัด เปิดจุดขายใหม่เดินทางอากาศแบบไร้รอยต่อ ชูแคมเปญ Fly &Dive มิ.ย.-ก.ย.69 ชิมรางปลุกตลาดคนรวยใช้เครื่องบินน้ำ ไพรเวทเจ็ท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.ประชุมบูรณาการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับกระทรวงคมนาคม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันยกระดับขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศและพัฒนาเส้นทางบิน เร่งบูสต์เส้นทางบินกระจายสู่สนามบินภูมิภาคที่อยู่ในความดูแลกรมท่าอากาศยาน ภายใต้แนวคิด “3-3-1-1” ได้แก่

“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี และขอนแก่น “ภาคใต้” 3 จังหวัด  กระบี่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี “ภาคกลาง” 1 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน)  “ภาคเหนือ”  1 จังหวัด ได้แก่ น่าน โดยเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ Fly & Drive หว่างมิถุนายน–กันยายน 2569

มีผู้เข้าร่วมนำโดย ดร.รยุศด์ บุญทัน ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์) นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายภิรมย์ทิศ ทองแถม ณ อยุธยา หัวหน้ากลุ่มงานการตลาดผลิตภัณฑ์ 2 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะผู้บริหารระดับสูง ททท. และ ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่ จากความท้าทายที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญภาวะการแข่งขันเข้มข้นและสถานการณ์ความไม่สงบทำให้สายการบินมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศ ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเร่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้นทั้ง “ตลาดในและต่างประเทศ” สู่จังหวัดที่มีศักยภาพทางการรองรับการบินจากสนามบินของกรมท่าอากาศยาน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่จะร่วมกันส่งเสริมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ Fly & Drive

            ททท.ยังได้นำเสนอที่ประชุมถึงแนวทางพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการส่งเสริมการตลาดเน้นการเชื่อมโยงทางอากาศ เช่น ยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินเพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง สอดคล้องกับไทยที่เป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวนมากเดินทางผ่านเพื่อรอเปลี่ยนเที่ยวบิน การออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวระยะสั้นที่เหมาะสมกับการรองรับนักท่องเที่ยวรอเปลี่ยนเที่ยวบินหลายชั่วโมง ที่มีโอกาสกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม


โดยผลักดันรูปแบบการเดินทางทางอากาศภายใต้แนวคิด Value over Volume มุ่งพัฒนาและส่งเสริมประสบการณ์เดินทางที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเน้นขยายรูปแบบการเดินทางทางอากาศเฉพาะกลุ่ม เช่น เครื่องบินน้ำ เครื่องบินส่วนบุคคล เฮลิคอปเตอร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และยกระดับประสบการณ์เดินทางให้พิเศษและเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง

การพัฒนากลยุทธ์ร่วมด้านการตลาดการท่องเที่ยวด้วยการนำข้อมูลขนาดใหญ่ และข้อมูลผู้โดยสารมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยว (Co-Marketing & Data-driven Tourism) มาตรการลดภาษีสรรพสามิตในน้ำมันเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศ การยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวแบบการเดินทางแบบไร้รอยต่อเชื่อมอากาศ-บก-ราง-น้ำ การขับเคลื่อนความร่วมมือส่งเสริมกาตลาดกับ ไฮแอทสุวรรณภูมิ และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด  



ททท. กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผนึกกันครั้งนี้โดยบูรณาการทำงานยกระดับศักยภาพด้านการเชื่อมโยงทางอากาศของไทย ควบคู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว และการสร้างประสบการณ์เดินทางรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ มุ่งกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เสริมสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

ก.ท่องเที่ยวเปิด5เดือนม.ค.-พ.ค.ต่างชาติเที่ยวไทย 14ล้านคน เอกชนชี้ไทยพึ่ง“จีน-มาเลย์-อินเดีย”มากสุดแนะหาตลาดเพิ่ม

ก.ท่องเที่ยวเปิด5เดือนม.ค.-พ.ค.ต่างชาติเที่ยวไทย 14ล้านคน

เอกชนชี้ไทยพึ่ง“จีน-มาเลย์-อินเดีย”มากสุดแนะหาตลาดเพิ่ม

5 เดือนแรก 1 ม.ค.-31 พ.ค.2569 ต่างชาติเดินทางมาไทย 14ล้านคน ลดลง 2.3 %

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ต่างชาติเที่ยวไทย14ล้านคน

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โชว์ 5 เดือนแรก 1 ม.ค.-31 พ.ค.69 ต่างชาติเที่ยวไทยแล้ว 14 ล้านคน ลดสร้างรายได้ 6.79 แสนล้านบาท “จีน” ครองแชมป์ 2.3 ล้านคน “เอกชน” ชี้ ไทยต้องเร่งฟื้นตลาดอื่นกลับมา หลังพึ่งเพียง 3 ตลาดใกล้ “จีน-มาเลเซีย-อินเดีย” รวมกัน 5 ล้านคน เกือบ 37% ของทั้งหมด “เกาหลีใต้” อาการหนักสุดลดเกือบ 20%


นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตลอด 5 เดือนแรก ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยรวมทั้งสิ้น 14,032,649 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.3 % สร้างรายได้ประมาณ 679,274 ล้านบาท นักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน 2,318,312 คน) มาเลเซีย 1,737,938 คน อินเดีย 1,056,729  คน รัสเซีย 946,732 คน และเกาหลีใต้ 539,848 คน

ช่วงสัปดาห์ 25-31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยว “ตลาดระยะใกล้” (Short haul) มาไทยกว่า 4.7 แสนคน เพราะหลายประเทศมีวันหยุดต่อเนื่อง เช่น วันอีดิ้ลฟิตรี วันเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการถือศีลอดของชาวมุสลิม วันวิสาขบูชาในสิงคโปร์หยุดยาวต่อเนื่อง 3 วัน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 จากเดิมอันดับ 6 โดยเฉพาะ “มาเลเซีย” เดินทางเข้ามามากถึง 185,721 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 110 %

ระหว่าง 1-31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 2.35 ล้านคน ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 603,792 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 83,256 คน หรือ 15.99 % เฉลี่ยวันละ 86,256 คน

นักท่องเที่ยวต่างชาติสัปดาห์ที่ 25-31 พฤษภาคม 2569 5 อันดับแรก เปรียบเทียบการเติบโตกับช่วงเดียวกับสัปดาห์ก่อน มีดังนี้

-มาเลเซีย 185,721 คน เพิ่ม 109.53 %

-สาธารณรัฐประชาชนจีน 81,097 คน  ลดลง 4.57  %

-อินเดีย 52,736 คน ลดลง 4.17  %

-สิงคโปร์ 22,333 คน เพิ่ม 32.78 %

-รัสเซีย 17,958 คน เพิ่ม 7.56 %

คาดการณ์สัปดาห์ถัดไป 1-7 มิถุนายน 2569  จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยลดลง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ สถานการณ์พลังงานในไทยเข้าสู่ภาวะปกติและปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก ไทยมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand  



“ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย” วิเคราะห์สถานการณ์ท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 5 เดือนแรก ปี 2569 ทั้งด้าน  “สถิติ โอกาส และความท้าทาย”

“ภาพรวม” ยังทรงตัว รักษาระดับได้ดี ตลอด 5 เดือนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 14,068,444 คน เฉลี่ยประมาณ 93,000 คน/วัน  ลดลงจากปี 2568 เพียงเล็กน้อยราว 2% สอดคล้องกัฤดูกาลท่องเที่ยวกำลังเข้าสู่ช่วงโลว์ ซีซั่น

ตลาดระยะใกล้ /Shorthaul ตลาดหลักช่วยพยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบมีดังนี้

-จีน เติบโตแข็งแกร่ง มียอดสะสม 2,330,260 คน เพิ่ 18.96% ครองอันดับ 1 ปัจจุบันช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเมืองไทย

-มาเลเซีย ตลาดระยะสั้นพึ่งพาได้ มียอดสะสม 1,744,747 คน ลดลง 8.24%

-อินเดีย ตลาดขนาดใหญ่มีความสม่ำเสมอ ยอดสะสม 1,056,729 คน เพิ่มขึ้น 7.98% 

-ไต้หวัน เป็นอีกหนึ่งตลาดระยะใกล้ 445,807 คน เติบโตเป็นบวกเพิ่ม 3.48%

 

ตลาดระยะไกล/Longhaul

-ยุโรป ส่วนใหญ่มีแนวโน้มทรงตัวและติดลบเล็กน้อย เช่น สหราชอาณาจักร ลด 2.52% เยอรมนี ลด2.94% ฝรั่งเศส ลด 0.87%

-สหรัฐอเมริกา ยังสามารถประคองตัวเป็นบวกเล็กน้อย 471,349 คน เพิ่ม0.42%

           

สัญญาณเตือนภัยที่ควรเร่งแก้ไข

-เกาหลีใต้ เป็นตลาดที่น่ากังวลมากสุด เดินทางมาไทย 541,113 คน ลดลงมากสุด 19.66% ชี้ให้เห็นว่าไทยอาจกำลังสูญเสียความนิยม ภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันวิเคราะห์สาเหตุ เร่งทำแคมเปญฟื้นฟูความเชื่อมั่นโดยด่วน

            ความเสี่ยงสำคัญที่ควรจับตา คือ การกระจุกตัวเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันไทยพึ่งพาเพียงไม่กี่ตลาดโดยเฉพาะ 3 ตลาด ได้แก่ “จีน-มาเลเซีย-อินเดีย” รวมกันสูงถึงประมาณ 5.13 ล้านคน หรือราว 36.5% ของทั้งหมด

สะท้อนถึงหากตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยเฉพาะจีนชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มภาพรวมทันที ดังนั้นการรักษามาตรการอำนวยความสะดวกให้ตลาดหลักอย่างจีนและอินเดียยังเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงและดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาจากประเทศอื่น ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้

ททท.ปั้น“Chiang Mai Prototype” เชียงใหม่เที่ยวยั่งยืนโลก ลุยทำ 6แนวสู่ Global Green Destination

ททท.ปั้นChiang Mai Prototype” เชียงใหม่เที่ยวยั่งยืนโลก

ผนึกทุกแนวร่วมลุยทำ 6แนวสู่ Global Green Destination

 

ททท.บูรณาการทุกภาคส่วนทำโครงการ Chiang Mai Prototype” ดันเชียงใหม่ต้นแบบเที่ยวยั่งยืนระดับโลก 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ChiangMaiPrototype #GlobalGreenDestination

ททท.จับมือทุกภาคส่วนลุยโปรเจกต์ Chiang Mai Prototype” ดันเชียงใหม่ต้นแบบเที่ยวยั่งยืนระดับโลก และ Global Green Destination ทำครบ 6 แนวทาง “เปิดเวทีฟังความเห็น-พัฒนาศักยภาพ-ออกแบบเส้นทาง-ยกพื้นที่และแหล่งสู่ยั่งยืน-หนุนนวัตกรรม-จัดกรีนอีเวนต์”


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เดินหน้าโครงการ “Chiang Mai Prototype” ให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนปี 2569 โดยได้พัฒนาและยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว (Supply Chain) ด้วยวิธีจับมือกับทุกภาคส่วนบูรณาการความร่วมมือกัน ผลักดันจังหวัดสู่สากล สอดรับกับทั่วโลกปัจจุบันให้ความสำคัญแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) มากขึ้น เน้นสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า แล้วพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ก็ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) และการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่

ททท. จึงเร่งนำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเข้าสู่เป้าหมายท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Tourism Goals (STGs) ร่วมกบภาครัฐ เอกชน ชุมชน เครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าพัฒนาและเพิ่มศักยภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเกิดกาท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

ปี 2569 ททท.ได้ต่อยอดความสำเร็จและพัฒนาการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลครบทุกมิติ สร้างคุณค่าและประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย จึงคัดเลือก “เชียงใหม่”เป็นพื้นที่ต้นแบบโครงการ “Chiang Mai Prototype” เพื่อผลักดันจังหวัดเชียงใหม่ วางอนาคตสู่การเป็น Global Green Destination เพราะพื้นที่ที่มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรการท่องเที่ยว อัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนา งานสร้างสรรค์ วิถีชุมชน โครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมมีความพร้อมเชื่อมโยงระดับจังหวัด ภูมิภาค และประเทศ ได้การรับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน และพัฒนาเมืองร่วมกับเครือข่ายนานาชาติเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างต่อเนื่อง


โครงการ “Chiang Mai Prototype” เป็นความร่วมมือแบบ Partnership 360° โดย ททท. ได้ดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วน 6 แนวทาง ดังนี้

1.เปิดเวที”รับฟังความคิดเห็น” จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่ายพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อนำสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนของ ททท. เช่น STGs STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) และ CF-Hotels (Carbon Footprint Hotels)

2.พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ (Up Skill) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ความยั่งยืนของ ททท. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและต่อยอดสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Product Prototype) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ร่วมกันออกแบบและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวยั่งยืน(Sustainable Tourism Journey) สะท้อนอัตลักษณ์เชียงใหม่ในมิติวัฒนธรรมล้านนา วิถีชุมชน อาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม ธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและตอบโจทย์เชิงคุณภาพ 



4.ผลักดันพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ (Best Practice) เข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานความยั่งยืน เพื่อยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวระดับโลก (Global Green Destination)

5.สนับสนุนนวัตกรรม (Start Up) ด้านการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาดให้ผู้ประกอบการในพื้นที่

6.ส่งเสริมการจัดกิจกรรม Green Event ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม
ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ททท. เชื่อมั่น “Chiang Mai Prototype” จะเป็นต้นแบบสำคัญพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ของประเทศไทย เติบโตอย่างสมดุล มีความรับผิดชอบ และยั่งยืนในทุกมิติ นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล

เมื่อปี 2568 ททท.นำร่องทำโครงการ “Krabi Prototype” พัฒนากระบี่เป็นจังหวัดต้นแบบท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สร้างความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 2 ส่วนหลัก ดังนี้



ส่วนที่ 1 ผลักดันผู้ประกอบการในพื้นที่กระบี่เข้าสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับประเทศ ได้แก่

-โครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน หรือ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) 119 ราย

-โครงการ CF-Hotels 65 ราย

-รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี 16 ราย

 

ส่วนที่ 2 ส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าสู่เวทีความยั่งยืนระดับสากล ได้แก่

-การเข้าร่วมเครือข่ายTourism Cares องค์กรชั้นนำด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยมีผู้ประกอบการจากกระบี่เข้าร่วม 11 แห่ง จากประเทศไทย 45 แห่ง และจากทั่วโลก 160 แห่ง

เพิ่มโอกาสเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล และนำโครงการ “คืนบ้านให้ปูเสฉวน” ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ คว้ารางวัล “Green Destinations Top 100 Stories” จาก Green Destinations Foundation เนเธอร์แลนด์



ก.ท่องเที่ยวชูเจ้าภาพVNL2026ดันไทยผงาดเที่ยวเชิงกีฬา17-21 มิ.ย.69นำธุรกิจโกย 2 พันล้าน

  ก.ท่องเที่ยวชูเจ้าภาพ VNL2026 ดันไทยผงาดเที่ยวเชิงกีฬา จัดกระหึ่มหัวหมาก 17-21 มิ.ย. 69 นำธุรกิจโกย 2 พันล้าน ไทยเจ้าภาพจัดวอลเลย์บอลห...