TCEBหนุนภูเก็ตจัดไมซ์โลก3งาน“GSTC-InterPride-GWS2026”
ยกชั้นเมืองไมซ์โลกตอบโจทย์สากล“ยั่งยืน-สุขภาวะ-เท่าเทียม”
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #MICE #GSTC #InterPride #GWS2026
TCEB เดินหน้าลุยหนุน “ภูเก็ต” เจ้าภาพปี’69 จัดไมซ์นานาชาติ 3 งาน “GSTC-InterPride-GWS2026” สร้างชื่อภูเก็ตเมืองไมซ์โลก
โชว์ศักยภาพตอบโจทย์สากลชัด 3 เรื่อง “ความยั่งยืน–สุขภาวะ–ความเท่าเทียม”
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
“TCEB” เปิดเผยว่า ภูเก็ตเป็นหนึ่งในเมืองไมซ์ต้นแบบ ปี 2569
ทีเส็บได้ร่วมสนับสนุนการดึงงานระดับโลก 3 การประชุมนานาชาติ
เข้ามาจัดอย่างยิ่งใหญ่ แต่ละงานพร้อมขับเคลื่อนครบทั้ง 3 ด้าน
คือ ความยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness)
และความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Diversity,
Equity and Inclusion) ในการเป็นเจ้าภาพงานไมซ์นานาชาติตั้งเป้าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติ
2,100 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 351.40 ล้านบาท สร้างงาน 484 ตำแหน่ง ประกอบด้วย
งานแรก Global
Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026 ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก
(Global Sustainable Tourism Council) ระหว่างวันที่ 21-24
เมษายน 2569 ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้
และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน
งานที่ 2 InterPride General Meeting & World
Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล (International
Association of Pride Organizers หรือ InterPride) ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-
1 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท
แอนด์ สปา โดยนฤมิตไพรด์ จำกัด
มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (FOR-SOGI) มีเจ้าภาพร่วมคือสมาคมอันดามันพาวเวอร์
ภูเก็ต (Phuket Pride)
ส่วน
“ทีเส็บ” ร่วมสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการรวมตัวและความเข้มแข็งของชุมชนไพรด์ (Pride
Community) ในประเทศและการสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาค
งานที่ 3 Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ของสถาบันเวลเนสโลก (Global Wellness Institute) ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 โดยมีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นองค์กรหลัก
และมีทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนอย่างเต็มที่
ดร.ศุภวรรณ
กล่าวว่า ทีเส็บมีส่วนร่วมดึงงานประชุมระดับโลกมุ่งขับเคลื่อนเทรนด์โลกมาจัดในภูเก็ตได้สำเร็จ
ตอกย้ำกลยุทธ์การสร้าง “แบรนด์เมือง” ได้ทั้งระบบ สร้างความโดดเด่นเรื่อง “ความเชื่อมั่น”
ความเป็นผู้นำเจ้าภาพจัดงานระดับโลกได้ถึง 3 งาน ต่อยอดจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
แล้วยังช่วยสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการพัฒนา สอดคล้องตามกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของทีเส็บ
ซึ่งมีหมุดหมายดึงงานระดับโลกมาจัดในไทย ภายใต้เป้าหมายพัฒนาเมืองไมซ์ภูมิภาคในการสร้างแบรนด์เฉพาะ
พร้อมกับกระจายการจัดงานระดับนานาชาติสู่เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร
นายสุวิทย์
พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ภูเก็ตใช้ไมซ์เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพ
นำงานประชุมนานาชาติเข้ามากระจายประโยชน์สู่ธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนได้ชัดเจน
ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะภาคท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ในฐานะภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์นานาชาติ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมือง
เพิ่มโอกาสการลงทุน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมจะพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้จังหวัดและเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในระดับภูมิภาค
นายภูมิกิตติ์
รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต
ผู้ร่วมริเริ่มดึงงานประชุมนานาชาติ เช่น GSTC และ GWS
สู่ภูเก็ต กล่าวว่า ในฐานะเอกชนยินดีที่เมืองได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกปีนี้ถึง
3 งาน ซึ่งเกิดจากพลังความเข้มแข็งระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมกันขับเคลื่อน
7 ยุทธศาสตร์จังหวัด มุ่งเน้นนำศักยภาพความยั่งยืนและบริการสุขภาพระดับสากลมาสร้างผลลัพธ์ใหม่
ๆ ที่จับต้องได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกอย่างมีกลยุทธ์ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสุขของคนในท้องถิ่น
สร้างเศรษฐกิจเติบโตควบคู่กันไป ถือเป็นการวางรากฐานที่ยั่งยืนและคืนประโยชน์สู่จังหวัดภูเก็ตและประเทศอย่างแท้จริง
ขณะที่ทีเส็บเน้นจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน
ทุกการจัดงานจะวัดค่าการเลี่ยงและลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ผลักดันเข้าสู่การรับรองมาตรฐานดำเนินงานไมซ์
ในภูเก็ต ซึ่งมีเครือข่ายการท่องเที่ยวยั่งยืนที่เข้มแข็ง เป็นสมาชิก GSTC
รวมถึงทุกภาคส่วนมีบทบาทเชิงรุกทั้งภาครัฐ แหล่งท่องเที่ยว
ผู้ประกอบการโรงแรม และมีชุมชนที่ขับเคลื่อนกิจกรรมความยั่งยืนตอบโจทย์ข้อเสนอการจัดแต่ละงาน
อีกทั้งภูเก็ตยังร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ
(UNDP) กำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี
2573 ทำโครงการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับพื้นที่และได้รับคัดเลือกเป็นเมืองนำร่องในโครงการประเมินระบบนิเวศระดับชาติ
(National Ecosystem Assessment – NEA) เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพบนเกาะ
สำหรับภูเก็ตเตรียมเป็นจ้าภาพปี
2569 แต่ละงาน มีรายละเอียดดังนี้
“งาน
InterPride General Meeting & World Conference 2026” มีปัจจัยความสำเร็จที่ประเทศทไยผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม
และกำลังเดินหน้าทำกฎหมายรับรองเพศ (Gender Recognition) สิทธิแรงงานบริการทางเพศ
ยิ่งทำให้การประชุมครั้งนี้ได้ตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ผนวกกับจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมพร้อมจะเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ
(LGBTQIA+ Friendly) โดยมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งพร้อมยกระดับเป็นเมืองต้นแบบความเท่าเทียม
และสื่อสารภาพลักษณ์ “ไข่มุกสีรุ้งแห่งเอเชีย” สู่สายตานานาชาติ ใช้ต่อยอดการตลาดในอนาคต
ปลุกตลาดนักเดินทางไมซ์กลุ่มหลากหลายทางเพศ และยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองไมซ์ระดับโลก
“งาน
GWS 2026” จะช่วยเปิดโลกโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาวะของภูเก็ตและไทยไปยังนักลงทุนและนักธุรกิจในสาขาอาชีพนี้
เพราะไทยมีแนวคิดผลักดันเศรษฐกิจเวลเนส และมีนโยบายสนับสนุนบทบาทภูเก็ตเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
(Medical Hub) และผลักดันประเทศเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ
20 ปี
แล้วภูเก็ตยังมีโรงแรมระดับ
5 ดาว สถานบริการมาตรฐานสากลให้บริการด้านสุขภาพและสุขภาวะระดับพรีเมียม
กับเม็ดเงินลงทุนใหม่ยกระดับบริการ ตอบโจทย์ใหม่ ๆ ในตลาดโลก เช่น เรื่อง Health
Span ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียงเอื้อต่อการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ
ผนวกกับผู้ประกอบการในภูเก็ตและไทยจะได้มีโอกาสติดตามทิศทาง แนวโน้มและโอกาสใหม่ ๆ
จากตลาดโลก นำมาใช้พัฒนาบริการหรือต่อยอดธุรกิจในอนาคตอย่างเต็มประสิทธิภาพได้



















