วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

วันธรรมดาน่าเที่ยว "เกาะสีชัง"


วันธรรมดาน่าเที่ยว “เกาะสีชัง”

ความสุขในเกาะคลาสสิก-ทะเลใกล้กรุง

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน –blogger : gurutourza.blogspot.com

(เจ้าของรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ออกอากาศทุกเสาร์-อาทิตย์ 11.00-12.00 น.

ทาง FM 97.0 MHz.สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์)

ความสุขใกล้กรุงพร้อมตั้งต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แล้ว โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ขับรถไปจนถึงแยกที่จะออกไปยังทางหลวงหมายเลข 3241 เป็นเส้นทางทะลุไปออกยังอำเภอศรีราชา มุ่งหน้าสู่ “เกาะลอย” ซึ่งมีบริการท่าเรือข้ามไปเกาะสีชัง พอถึงเกาะลอยจอดรถทิ้งไว้ได้ แล้วไปเข้าคิวซื้อตั๋วลงเรือ “เกาะสีชัง”  จะมีเรือบริการทุกชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 50 บาท
 

เรือโดยสารไปยังเกาะสีชังจะเป็นเรือติดเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งมีที่นั่ง 2 ชั้น ชั้นล่างกับดาดฟ้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ระหว่างทางในทะเลอ่าวไทย จะเห็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ลักษณะแบบเดียวกับเรือในหนังเรื่อง กัปตันฟิลิปส์ ที่มีเรือ Covered Lifeboat สีเหลือง ๆ ส้ม ๆ ซึ่งโจรสลัดในเรื่องนี้ใช้จับกัปตันฟิลิปส์นั่นเอง

พอถึงเกาะสีชัง มีรีสอร์ตน่ารัก น่านอนพักอยู่ที่ “ปารีฮัท” เป็นกระท่อมริมผา ตั้งอยู่อีกฟากทางทิศใต้ของเกาะ ตัดสินใจเลือกพักที่ปารีฮัทเพราะสามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามา 360 องศา บ้านพักทุกหลังสร้างจากไม้ไผ่หันหน้าออกทะเล มีแต่ต้นไม้ไร้ตึกสูงบดบังทัศนียภาพ นอนฟังเสียงคลื่นกระทบหน้าผาได้อย่างสบายใจ หรือจะเป็นช่วงเย็นเป็นมุมนั่งชม “พระอาทิตย์ตก” สวยงาม
 

ส่วนบริการรถนำเที่ยวบนเกาะสีชังคือ “รถสกายแลป” หรือ “รถสามล้อ” นั่นเอง ชาวบ้านบนเกาะได้ออกแบบโดยนำรถมอเตอร์ไซด์กับรถตุ๊กตุ๊กมารวมกัน

สถานที่ท่องเที่ยวจุดแรก “รอยพระพุทธบาท” บนไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้า (เขาคยาศระ) ตามประวัติเล่าว่าสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระอัญเชิญมาจากพุทธคยา อินเดีย มาประดิษฐานที่เกาะสีชังเมื่อ พ.ศ.2435 ท่านทรงสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานประมาณ 500 ปี ปัจจุบันสร้างเป็นมณฑปสีขาวครอบไว้

บริเวณที่ตั้งรอยพระพุทธบาท สามารถเป็นจุดชมวิวมองเห็นเกาะสีชังทั้งเกาะ วันที่อากาศสดใสจะเห็นไปถึง “ปากน้ำ” สมุทรปราการ

จากนั้นก็ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สอง “รอยจารึกอักษรพระนามย่อ จจจ.” ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงจากรึกไว้เมื่อ ร.ศ.110 ตรงกับปี พ.ศ.2434

สถานที่เที่ยวแห่งต่อไปคือ “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” ศาลที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพอย่างมาก รวมทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนด้วย องค์เจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นรูปแกะสลักบนเสาหินภายในถ้ำ ปีนี้ใครปีชงสามารถมาสักการะขอพรได้เลย นั่งรถตลุยต่อไปยัง “ช่องอิศริยาภรณ์ ” หรือ “ช่องเขาขาด” เป็นมุมเก็บภาพที่สวยงามมาก

บริเวณไม่ไกลจากช่องเขาขาดมีร้านอาหารประจำเกาะ “ร้านเจ๊จุ๋ม” มีบริการอาหารรสอร่อย ราคาประหยัด อาทิ ผัดกระเพาทะเล ปลากะพงทอดน้ำปลา ต้มยำกุ้ง ต้องแวะไปชิมแล้วจะรู้ว่าเจ๊จุ๋มทำอาหารได้อร่อยถูกปากนักท่องเที่ยว

สำหรับสถานที่ห้ามพลาด เมื่อมาถึงเกาะสีชังต้องเข้าไปชมให้ได้นั่นคือ “พระจุฑาธุชราชฐาน” ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีหลากหลายมุมที่นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะบริเวณ “สะพานอัษฎางค์” ที่ใช้เป็นฉากถ่ายรูปของคู่แต่งงาน

การขับรถยนต์ส่วนตัวไปท่องเที่ยวเกาะสีชัง สามารถฝากรถไว้ที่ฝั่งเกาะลอยได้ และ สถานที่ที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด ได้แก่ 1.สถานที่น่ากราบ คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งยอดเขาพระจุลจอมเกล้า 2.สถานที่น่าเดิน คือ อุโมงค์ดอกไม้ 3.ขนมน่าชิมคือ ขนมปังสังขยาร้านโกเต่ง สูตรดั้งเดิมต้นตำรับอายุนับร้อยปี และ 4.สถานที่น่านอนพัก คือ ปารีฮัท

รอบ ๆ  เกาะสีชังยังมีเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมอีกหลายแห่ง เช่น เกาะยายท้าว เกาะท้ายตาหมื่น เกาะค้างคาว เกาะสัมปันยื้อ เกาะขามน้อย

ทุกวันธรรมดา วันจันทร์-พฤหัสบดี เป็นวันที่น่าเดินทางออกไปท่องเที่ยวมากกว่าวันหยุดที่มีผู้คนหนาแน่น แออัด ไม่ชีลและแชะได้สบาย ๆ เหมือนวันธรรมดา

ขอบคุณ - ภาพประกอบจาก www.google.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...