"ททท.-ส.โรงแรมไทยแจกใบรับรอง98แห่งควบมาตรฐานSHA
กระตุ้นโรงแรม1.8ล้านห้องรุกมาตรฐานสุขอนามัยฟื้นท่องเที่ยว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว นางอริสา สุโกศล นายกสมาคมโรงแรมไทย และผู้บริหารโรงแรมร่วมกันยกระดับมาตรฐาน THAI HOTEL STANDARD และมาตรฐาน SHAไปด้วยกัน
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย และสมาคมโรงแรมไทย จัดทำโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดำเนินนโยบาย “ซ่อม-สร้าง” ล่าสุดวันที่ 24 กันยายน 2563 ได้จัดพิธีมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม ประจำปี 2563 จำนวน 98 แห่ง โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี เพื่อส่งเสริมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3-5 ดาวให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางตามวิถีปกติใหม่ หรือ New Normal
เนื่องจากในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้ออกมาตรการเร่งด่วน วางแผนพัฒนา ฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยร่วมมือกับสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนนโยบาย “ซ่อม-สร้าง” และโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานโรงแรมไทย
ร่วมกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทำการปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบริการ ยกระดับโรงแรมสู่มาตรฐาน 3-5 ดาว ให้สอดรับกับวิถีปกติใหม่ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ตามปกติ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตอกย้ำการสร้างมาตรฐานSHA
ทั้งนี้ ททท. ได้เดินหน้าโครงการส่งเสริมพัฒนาและยกระดับมาตรฐานโรงแรมไทย ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย และมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย ด้วยการพิจารณามาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว คำนึงถึง 5 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย
1.สภาพทางกายภาพ อาทิ สภาพแวดล้อม ที่ตั้ง ของโรงแรมทั่วประเทศ
2.การก่อสร้าง โรงแรม เช่น โครงสร้างทางกายภาพของโรงแรม ระบบภายในโรงแรม การเลือกใช้วัสดุ ระบบความปลอดภัย
3. สิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผู้เข้าพักและผู้มาใช้บริการ เช่น ปริมาณของใช้
ที่จัดให้ อุปกรณ์ตกแต่ง ภายในโรงแรม
4.คุณภาพการบริการและการรักษาคุณภาพ อาทิ บุคลิกภาพพนักงาน คุณภาพการบริการ ของสถานประกอบการ
5. การบํารุงรักษาโรงแรมและสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ รองประธานมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ 66,209 แห่ง มีจำนวนห้องพัก 1.8 ล้านห้อง แบ่งเป็นโรงแรมที่ถูกกฎหมาย 16,282 แห่ง จำนวนห้องพัก 783,855 ห้อง และโรงแรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 49,927 แห่ง มีห้องพักมากถึง 1.06 ล้านห้อง ตามข้อมูลจากกรมการปกครอง ณ วันที่ 6 พ.ค. 2563
สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่องบางรายต้องยุติธุรกิจหรือประกาศขายกิจการ ส่วนโรงแรมที่ยังคงเปิดบริการอยู่ ต้องเผชิญกับปัญหารายได้เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการลดลงมาก
ขณะนี้โรงแรมทั่วประเทศจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุค New Normal เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สุขอนามัย และมาตรการป้องกันโรคเป็นหลัก จึงได้ร่วมมือกับ ททท.ยกระดับมาตรฐานของโรงแรมที่พักพัฒนาสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม 3-5 ดาว แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความมั่นใจในมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานโรงแรม ประจำปี 2563 มีสถานประกอบการ โรงแรมและรีสอร์ตที่ผ่านเกณฑ์ ตามตัวชี้วัดหลักที่ระบุไว้ 98 แห่ง
ประกอบด้วย
1.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 5 ดาว 28 แห่ง
2.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 4 ดาว 46 แห่ง
3.โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานระดับ 3 ดาว 24 แห่ง
โดยภาพรวม ททท. มั่นใจว่าโครงการความร่วมมือดังกล่าว ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย เตรียมพร้อมรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยเป็นประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยววิถีใหม่ มากด้วยคุณภาพ มีมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเลือกเดินทางมาก่อนเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศในอนาคตอันใกล้นี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น