วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ททท.ปลุกเทรนด์ธุรกิจใช้SHAแม่เหล็กเพิ่มรายได้ตลาดท่องเที่ยวปี’64

ททท.ปลุกเทรนด์ธุรกิจใช้SHAแม่เหล็กเพิ่มรายได้ตลาดท่องเที่ยวปี’64 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อัพเดทสถานการณ์ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2563 ภายในเวลาเพียงแค่ 5 เดือน มีธุรกิจประเภทต่าง ๆ สมัครเข้าร่วมขอการรับรองตราสัญลักษณ์ Amazing Thailand Safety & Health Admininstration : SHA รวมแล้วมากกว่า 10,000 ราย ผ่านการพิจารณารอบแรกแล้วกว่า 8,500 ราย ได้รับรองตราสัญลักษณ์ไปเรียบร้อยแล้วเกือบ 6,000 ราย ในปี 2564 ททท.ต้องการกระจายให้ทุกกลุ่มธุรกิจได้รับตราสัญลักษณ์ SHA ตอนนี้ อันดับ 1 กลุ่มธุรกิจโรงแรมรับตราสัญลักษณ์ SHA ไปมากที่สุด รองลงมาตามลำดับได้แก่ บริษัทตัวแทนนำเที่ยว รถบริการท่องเที่ยวหรือโลจิสติกส์ และเริ่มมีสายการบินขอเข้ารับด้วยเช่นกัน คือ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เกิดความแข็งแกร่งภายใต้มาตรฐาน SHA ของไทย สำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พัก กับสถานที่จัดประชุม ซึ่งต้องการจะยื่นขอการรับรองตราสัญลักษณ์มาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA จาก ททท. ต้องปฏิบัติตามคู่มือให้ได้ก่อน ดังนี้ ผู้ประกอบการห้องพักโรงแรม จะต้องจัดเตรียมดูแล “บริเวณพื้นที่สาธารณะ” ให้ครบทั้ง 15 ข้อ ดังนี้ 1.จัดให้มีทางเข้า-ออก ทางเดียว หากมีหลายทางจะต้องจัดจุดคัดกรองทุกเส้นทาง 2.จัดให้มีพนักงานคอยตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้าออก พร้อมกับทำตราสัญลักษณ์เพื่อให้ผู้ผ่านจุดคัดกรองรับรู้อุณหภูมิร่างกายขณะตรวจะต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส 3.ลงทะเบียนประวัติพนักงานและผู้รับบริการ รวมทั้งประวัติการเดินทาง 4.อนุญาตให้เฉพาะผู้รับบริการที่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเท่านั้นสามารถผ่านเข้า-ออก ได้ 5.จัดให้มีที่ล้างมือด้วยน้ำหรือสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ อย่างเพียงพอในบริการทำความสะอาด 6.จัดพื้นที่รอคิว พร้อมกับต้องจัดระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร 7.จัดวางแผ่นรองพื้นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณทางขึ้น หรือทางเข้าอาคาร  8.จัดพื้นที่เพื่อใช้ต้อนรับให้เหมาะ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร   9.ทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอ และผิวสัมผัสร่วมอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง เช่น ลูกบิด มือจับประตู ราวบันได ลิฟท์ ขึ้น-ลง 10.จัดระบบกำจัดขยะของเสียกระดาษชำระ และหน้ากากอนามัยให้เหมาะสม 11.จัดระบบระบายอากาศเป็นอย่างดีเพื่อการไหลเวียนรวมทั้งมีเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 เพื่อลดการเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหรือแบคทีเรีย 12.จำกัดจำนวนผู้เข้าไปใช้บริการในสัดส่วนเหมาะสม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดหรือติดเชื้อ 13.ควรมีแนวเส้นบอกเส้นทางโดยการตีเส้นบอกผู้ใช้บริการ หรือทำจุดสีแสดงการเว้นระยะห่าง 14.พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในโรงแรม เพื่อลดช่วยการสัมผัส เช่น QR CODE แทนการใช้คีย์การ์ด 15.สื่อสารให้ความรู้ข้อแนะนำผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ผู้ประกอบการจะต้องดูแลภายใน “ห้องพัก” ตามข้อแนะนำอย่างน้อย 7 ข้อ ดังนี้  1.ทำความสะอาดห้องพักอย่างสม่ำเสมอและทำความสะอาดผิวสัมผัสทุก 2 ชั่วโมง เช่น ที่จับประตู ห้องน้ำ 2.ทำระบบกำจัดขยะ ของเสีย กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย อย่างเหมาะสม 3.จัดทำฝาครอบอาหารทุกครั้งขณะเสิร์ฟรือให้บริการภายในห้อง (room service) ตามมาตรฐานร้านอาหาร 4.ใช้ผ้าที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาทำความสะอาด ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อทำความสะอาดห้องพักให้มีความปลอดภัยสูงสุด 5.ล้างอุปกรณ์ทำความสะอาด ผ้าทำความสะอาดทั้งหมด ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพิ่มระดับความเข้มข้นของน้ำยาทำความสะอาด 6.ทำความตามทางเดินห้องพักอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 7.ปรับตำแหน่งเครื่องปรับอากาศภายในห้องพักทุกห้องให้เหมาะสม ตรวจสอบการไหลเวียนของอากาศตลอดทุกวัน สำหรับ สถานประกอบการ “ห้องประชุม” จะต้องเข้ม 5 ข้อ ดังนี้  1.จัดให้มีบริการทางเข้า-ออก ทางเดียว  กรณีมีหลายช่องทางจะต้องจัดจุดคัดกรองไว้ทุกเส้นทาง 2.จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่ผ่านเข้า-ออก ทุกครั้ง พร้อมทำสัญลักษณ์ให้ผู้ผ่านการคัดกรองเห็นอุณหภูมิของร่างกายต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส 3.ลงทะเบียนประวัติพนักงาน และผู้ใช้บริการ พร้อมประวัติของคนผ่านเข้าออกในการเดินทาง 4.จัดพื้นที่รอคิว และต้องมีระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร และ 5.อนุญาตให้เฉพาะผู้รับบริการที่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเท่านั้นสามารถใช้บริการห้องประชุมได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...