วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564

Ep.1 “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ของผู้นำนะจ๊ะ ชำแหละ!!โอกาส-ความหวัง5ประเด็นร้อนฉ่า1ก.ค.64

Ep.1 “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ของผู้นำนะจ๊ะ

ชำแหละ!!โอกาส-ความหวัง5ประเด็นร้อนฉ่า1ก.ค.64

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #PhuketSandBox #ผู้นำนะจ๊ะ


             ได้ยินได้ฟังการแสดงความเห็น ข้อถกเถียง เสียงวิพากษ์ คำวิจารณ์ รวมไปถึง เสียงก่นด่า ผ่านมาหลากหลายช่องทาง เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้นำประเทศเจ้าของวลี “นะจ๊ะ” ที่โลกจดจำ ภายใต้คำสั่งประกาศเปิดโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์”

โดยเดินหน้าปักหมุดพื้นที่นำร่องทดลองเลือกทำเลแรก “เกาะภูเก็ต” เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 หลักใหญ่คือ “นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยโดยไม่กักตัว 14 วัน” ท่ามกลางสถานการณ์ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” ทั้งในพื้นที่ ในประเทศ และในทั่วโลก

นโยบายที่มาจาก “เสียงเรียกร้อง”  ซึ่งดังระงมจากทั่วสารทิศ ขอให้ “รัฐบาล” หาทาง “คลายล็อกดาวน์ประเทศ” เพราะพิษโควิดดึง “เศรษฐกิจชาติ” ดำดิ่งลงก้นเหว ยิ่งปล่อยเวลาทอดยาวนานวัน สัญญาณ “ใกล้ความตาย” จากความหิวโหย อดอยาก ตกงาน ซึมเศร้า สิ้นเนื้อปะดาตัว เปล่งรัศมีรุนแรงแซงโค้งสูงกว่า “ยอดผู้เสียชีวิต” จากโควิด

“อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ซึ่งเคยทำหน้าที่ผลิตออกซิเจนค้ำยันเศรษฐกิจคิดเป็นปีละ 20-24 %ของผลิตภัณฑ์ผลรวมรายได้ประเทศ (GDP) เสมือนเป็น “คาถามหารวย” เสกเงินได้ในยุครุ่งเรือง เฟื่องฟู แต่พอมี “โควิด” มาเกิดบนโลกใบนี้ ทำให้คาถาบทนี้สิ้นมนต์ขลัง ส่ง “จิตวิญญาณ” ผู้คน ธุรกิจ ที่เคยอู้ฟู่ท้าทายโลกอนาคตด้วยสารพัดเทคโนโลยีล้ำสุด ๆ ถูกแรงดีดกลับไป “ตั้งหลักนับหนึ่งใหม่”

“ประเทศไทย” ก็เป็นหนึ่งใน “กลุ่มสิ่งมีชีวิต” ที่โดนเชื้อโรค “โควิด” บริหารจัดการมายาวนาน 18 เดือน

วันนี้ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือส่องหา “โอกาสรอด-ดิ้นหาแสงสว่าง” ทดลองลงมือทำจริง เริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง จะได้รู้ความจริงชัด ๆ กันสักทีว่า 

“ปัญหา” มันซุกอยู่ตรงไหนบ้าง ? แล้ว “กลไกขัดขวาง” การฟื้นฟูประเทศด้วยท่องเที่ยว นับจากนี้เป็นต้นไป ต้อง “กำจัดขยะ” ส่วนใดให้สิ้นซาก

เป็นการ “พิสูจน์”คำพูดของผู้นำคำนิยม “นะจ๊ะ” ว่ารักประเทศไทยแต่ปาก และ/หรือ ตั้งใจช่วยคนในชาติรอดไปด้วยกันจริง ๆ

สำหรับ “ปัญหา” การนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศตามนโยบาย “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ไล่เรียงจากข้อมูลหน้างาน ณ ปัจจุบัน แล้ว มีดังนี้



อันดับ 1 “สายการบิน” ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นสายการบิน “สัญชาติตะวันออกกลาง” ซึ่งสายป่านยาว ยังมีเงินทุนเพียงพอพร้อมให้บริการจากที่ใดในโลกมาได้หมดก็จริง

แต่ในทางปฏิบัติ “หลายประเทศ” ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของไทยในตลาด ยุโรป อเมริกา จัดให้หลายประเทศในตะวันออกกลาง “เป็นกลุ่มประเทศเสี่ยงโควิด” จึงจัดอยู่ในโทนสีแดง หรือ “Red Listถึงแม้นักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา เดินทางออกเที่ยวต่างประเทศได้

ซึ่งระหว่างบิน “ขามาหรือขากลับ” เครื่องบินจะต้อง “แวะพัก” ยังประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งเป็นเจ้าของสายการบิน (และ/หรือ แวะรับผู้โดยสารจากประเทศเสี่ยงสูงโควิดขึ้นมาด้วย) เรื่องนี้เป็นไปตามกฎสากลการบินระหว่างประเทศ ที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานแล้ว

จึงส่งผลให้ “นักท่องเที่ยว” ที่เลือกซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบินเที่ยวบินนั้น ๆ เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศของตน จะต้อง “ถูกกักตัวเพิ่มอีก 14 วัน” ตามกฎมาตรการความปลอดภัยด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด


ครั้น!! จะหาตัวช่วยจาก “การบินไทย” ซึ่งสามารถ “บินตรง” จากต้นทางทั่วโลกสู่ปลายทางภูเก็ต แบบไม่แวะพักประเทศใดเลย ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า “การบินไทย” ยังจมน้ำ ช่วยเหลือตัวเองยากลำบาก ติดอยู่ใน “แผนฟื้นฟูกิจการ” ตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ไม่ได้มี “เงินถุงเงินถัง” มาลงทุนเปิดบินได้ทุกเมืองเหมือนแต่ก่อน จนถึงขณะนี้วิ่งหาเงินเสริมสภาพคล่องเร่งด่วน 50,000 ล้านบาท สำเร็จหรือยังก็ไม่รู้ !? 

อันดับ 2 “การสื่อข้อความของรัฐบาลไทย” กลับไปกลับมา ทั้งสับสน และล่าช้าไม่ทันใจผู้คนบนโลกใบนี้ และ/หรือ อาจจะใส่เกียร์ผิด จาก 5G เหลือไม่ถึง 2G หรือเปล่า คนไทยก็เห็นกันอยู่แล้ว

ทางออก - เมื่อรัฐบาลรู้ว่าพลาดพลั้งไป ก็ใช้ “หน่วยงานรับผิดชอบตรง” ออกมาประกาศแก้ไขตามความจริงให้ถูกต้อง เปลี่ยนจาก “เกียร์ว่าง” ช่วยกัน “ขยับเดินหน้า” ได้แล้วนะจ๊ะ

อันดับ 3 “เครื่องมือสากล” ที่เลือกนำมาใช้ตรวจสอบเอกสารนักท่องเที่ยว ทั่วโลกใช้ “ดิจิทัล” บนแอพลิเคชั่น ส่วนเราเลือกใช้ “แอพลิเคชั่น” แบบไทย  ต้องลุ้นกันจนถึงนาทีสุดท้ายจะลิงค์ข้อมูลกับชาวโลกอย่างไร และ/หรือ ว่า “จะใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ” ได้จริงหรือไม่ ต้องมา “ลุ้นกันหน้างาน” และ “แก้กันแบบประเทศกูมี” เหมือนที่เคยทำมาตลอดแบบไทย ๆ ต่อไป

สำหรับ “ปัญหาทางเทคนิค”  ของบรรดาธุรกิจ “ห้องพัก” โรงแรม “ผู้ขายตั๋วโดยสาร” เอเย่นต์และสายการบิน “โดนยกเลิกฉับพลัน” เงินที่อยู่ตรงหน้ากำลังจะเข้ากระเป๋า ปลิวหลุดลอยไป ทั้งตลาดจึงพากันส่งเสียงก่นด่าอื้ออึง คือ



อันดับ 4 การยื่นขอเอกสารเข้า-ออกประเทศไทย หรือ COE ของนักท่องเที่ยว ในหลายเมือง หลายประเทศ หากหน่วยงาน “ทีม ไทยแลนด์” ยังทำงานได้ดี ช่วยกันแก้ไขจนสามารถออกเอกสารได้ตามระเบียบ ส่วนเมืองไหน ประเทศใด “ทีม ไทยแลนด์” อ่อนแอ ก็ปัญหาเยอะเป็นปกติ ต้องถามทางผู้รับผิดชอบ “กระทรวงการต่างประเทศ (กต.)” ว่า ยังทำงานปกติดีอยู่หรือเปล่า !?

การไม่ส่งเสียงของ กต. ได้ยินแต่เพียงว่า เปิด ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ 1 กรกฎาคม 2564 กต.ทยอยออกเอกสาร COE ไปแล้ว 4,300 คน คำถามคือ “ตอบชาวโลก” ได้ “ตรงประเด็น” หรือ “แก้โจทย์ผิดถูก” อย่างไร ช่วยทำให้เป็น “สากล” ด้วยนะจ๊ะ

อันดับ 5 “ผลักภาระค่าใช้จ่ายสวอปตรวจหาเชื้อ” บวกเพิ่มเข้าไปใน “แพกเกจท่องเที่ยว” หรือให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนควักเงินจ่ายเอง สร้างความไม่สบายใจแก่ “ผู้ขายทัวร์ ขายห้องพัก” กับ “ผู้ซื้อคือนักท่องเที่ยว” อันเป็นผลจากเกณฑ์ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาภูเก็ตแล้ว ได้รับยกเว้นไม่โดนกักตัว 14 วัน 1.ถ้าอยู่ครบ 14 วัน “ต้องตรวจ” วันที่ 1, วันที่ 6-7 และวันที่ 12-13  หรือ 2 ถ้าอยู่ไม่ครบ ก็ตรวจแค่ 2 ครั้ง วันที่มาถึง และวันที่กลับออกไป

ประเด็น “ค่าใช้จ่ายสวอปตรวจหาเชื้อโควิด” ในยุโรป ยกตัวอย่าง อังกฤษ ใช้เกณฑ์นี้เช่นกัน นั่นคือ เมื่อออกไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วเดินทางกลับเข้ามา นักท่องเที่ยวคนนั้น ๆ จะต้องจ่ายเงินตรวจหาเชื้อโควิดเอง 2 ครั้ง คนละประมาณ 20 ปอนด์

ปัญหาอื่น ๆ ต้องรอประมวลผลอีกครั้ง หลังเปิด ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2564

เกาะติดกันต่อไปว่า “ผู้นำ นะจ๊ะ” จะทำให้ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เป็นก้อนอิฐ หรือดอกใจ ในใจประชาชน...ส่วนโอกาส ความหวัง ยามนี้ย้ำว่าตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน นะจ๊ะ...คนไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...