วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2569

HMA 2026จัดใหญ่ที่กรุงเทพฯงานรวมพลผู้นำด้านสาธารณสุขทั่วเอเชีย

HMA 2026จัดใหญ่ที่กรุงเทพฯงานรวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข

ฉลอง25ปีเร่งดันโรงพยาบาลในไทย-ทั่วเอเชียสู่ความเป็นเลิศ



 Hospital Management Asia(HMA)2026”เปิดงานประชุมการบริหารจัดการโรงพยาบาลใหญ่สุดในเอเชียที่กรุงเทพฯ 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #HMA2026 #ยกระดับโรงพยาบาลไทยทั่วเอเชียสู่ความเป็นเลิศ

HMA 2026” ฉลอง 25 ปี จัดใหญ่ในกรุงเทพ 2-4 ก.ย.69 รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุขทั่วเอเชีย ผนึกกำลังยกระดับ “โรงพยาบาลภูมิภาคเอเชีย” สู่ความเป็นเลิศ ถกปมท้าทายของโรงพยาบาล 6 เรื่อง เร่งแก้โจทย์เร่งด่วน ปูทางอนาคตประเทศไทย

            Hospital Management Asia (HMA) 2026 เปิดเวทีงานประชุมการบริหารจัดการโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดเวทีแล้วในวาระฉลองครบ 25 ปี จัดขึ้นวันที่ 2-4 กันยายน 2569 ในกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลัก “Leading Change that Delivers” หรือ “ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” โดยได้รวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาล ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล  นักนวัตกรรรมด้านสาธารณสุข จากภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ร่วมกันขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงจากนวัตกรรมและเทคโนโลยี สู่การยกระดับระบบบริการด้านสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน



            เน้นแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องความท้าทายปัจจุบันที่โรงพยาบาลต่างๆ กำลังเผชิญในมิติเชิงกลยุทธ์และการปฏิบัติงาน ครอบคลุมทั้ง 6 เรื่อง คือ 1.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน (Workforce Transformation) 2.ความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety) 3.ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (Digitalization) 4.ประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience) 5.การพัฒนาคุณภาพบริการ (Quality Improvement) 6.การจัดบริการสาธารณสุขที่ยั่งยืน (Sustainable Healthcare Delivery)

แม้โรงพยาบาลจะพยายามลงทุนอย่างมากเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่หลายแห่งยังคงเผชิญความท้าทายพื้นฐาน รวมถึงความคลาดเคลื่อนทางยา อาจนำไปสู่การใช้ยาที่ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วย การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Hospital-acquired Infections) การพลัดตกหกล้มของผู้ป่วย แผลกดทับ (Pressure Ulcers) และรอคิวนาน  รอพบแพทย์  รอเตียง รอหมอสั่งจำหน่ายผู้ป่วยในออกจากโรงพยาบาล (Discharge)

ในเวทีประชุมวิชาการ HMA 2026 จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะความสามารถของเทคโนโลยีใหม่ แต่มองถึงความเป็นไปได้และศักยภาพขององค์กรด้านสาธารณสุข พร้อมจะปรับกระบวนการและวัฒนธรรมการทำงานเพื่อ “เปลี่ยน” นวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นเครื่องมือส่งมอบบริการสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นให้ผู้ป่วย และยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กร


นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน (Thailand Private Hospital Association) เปิดงาน “วันแรก” ให้ฟังมุมมองผู้นำด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ได้แก่ ผู้แทนจากการกระทรวงสาธารณสุข และมีหัวข้อการประชุมอื่น ๆ เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของสาธารณสุขในไทย โดย “เชื่อมโยงประเด็นสำคัญระดับท้องถิ่นกับภูมิทัศน์ของการพัฒนาระบบสุขภาพในภูมิภาคเอเชีย” จากนั้น “วันที่สอง” จัดให้มีเวทีเสวนาเปิดงานหัวข้อ “The Future of Thailand’s Healthcare, and Leadership Perspectives from Thailand’s leading hospitals” (อนาคตสาธารณสุขประเทศไทย และมุมมองจากผู้บริหารของโรงพยาบาลชั้นนำ)

            

        

        

        นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า อนาคตระบบสาธารณสุขของไทย  ต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ 1.ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพของการดูแล ความคาดหวังของผู้ป่วย ความสามารถในการบริหารจัดการ และให้บริการสาธารณสุขต่อเนื่องในระยะยาว (Operational Sustainability) 2.การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมีบทบาทขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานบริการสาธารณสุข ควบคู่การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศด้านสุขภาพ งาน HMA 2026 สร้างโอกาสสำคัญให้ประเทศไทยได้แบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการและบริการสาธารณสุข กับผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชีย แล้วยังเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแนวทางและวิธีปฏิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย

งาน HMA 2026 มีหนึ่งในแนวคิดหลักคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัล สู่กระบวนการทำงานจริงในระบบบริการสาธารณสุข  ได้แก่

-ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยเพื่อประเมินความเสี่ยง (AI-powered Clinical Risk Assessment)

-การตัดสินใจโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Decision-Making)

-ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและข้อมูลออกแบบแผนการดูแลรักษาผู้ป่วย (Digital Clinical Pathways)

-สร้างโอกาสและความเสี่ยงในการนำ Generative AI และ Agentic AI มาใช้ในบริการด้านการแพทย์ 

รวมทังมีเวิร์กช็อปก่อนการประชุมเจาะลึกแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในหลายมิติการดำเนินงานโรงพยาบาล ทั้งด้านการสนับสนุนงานคลินิกและการบริหารจัดการ พร้อมพิจารณาประเด็นสำคัญด้านธรรมาภิบาลข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความพร้อมนำเทคโนโลยีไปใช้ และการกำกับดูแลโดยมนุษย์



“นายฟาบริซ เลอเกต์” กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Siemens Healthineers กล่าวว่าระบบสาธารณสุขกำลังเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีจะต้องก้าวข้ามการสร้างนวัตกรรมเพียงเพื่อความแปลกใหม่ แต่ต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่ชัดเจนด้าน 1.การรักษาพยาบาล 2.ประสิทธิภาพการดำเนินงาน 3.ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราเห็นโอกาสสำคัญเรื่องการใช้งานข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจ ลดกระบวนการทำงาน สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ทำงาน หัวใจสำคัญคือ การผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการที่ถูกต้อง ทักษะ และความเป็นผู้นำ เพื่อแปลงนวัตกรรมไปสู่ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อโรงพยาบาลและผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม

“ประสบการณ์ของผู้ป่วย” ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญลำดับต้น ๆ ที่องค์กรด้านสาธารณสุขกำลังทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการดูแลรักษา งาน HMA 2026 จึงมุ่งสำรวจรูปแบบการดูแลที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การสื่อสาร กระบวนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบคัดแยกผู้ป่วย (Triage Optimization) การบริหารจัดการเตียง การดูแลอย่างต่อเนื่อง บทบาทของเทคโนโลยีในการสร้างเส้นทางการรับบริการของผู้ป่วยที่ไร้รอยต่ออย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้นต่อไป

ในวาระฉลองครบ 25 ปี Hospital Management Asia เวทีนี้ช่วยตอกย้ำบทบาทการเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคของผู้นำด้านสาธารณสุข ในการทำงานร่วมกัน แบ่งปันองค์ความรู้เชิงประจักษ์ สร้างแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อรับมือความท้าทายการเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขในอนาคต

“นายริชาร์ด ไอร์แลนด์” ซีอีโอ Clarion Events Asia กล่าวว่า ตลอด 25 ปี งาน Hospital Management Asia ได้สร้างแพลตฟอร์มผู้นำในวงการสาธารณสุขทั่วภูมิภาคนี้ เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การท้าทายความคิดแบบเดิม ๆ และการเรียนรู้จากคนในวงการ ในยุคที่ระบบสาธารณสุขเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ “โจทย์เร่งด่วน” ลำดับแรก จึงไม่ใช่เพียงการค้นหานวัตกรรมแห่งอนาคต แต่คือการทำความเข้าใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างคุณค่าให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร HMA 2026 คือการรวมตัวของผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงประจักษ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง ซี่งจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้ระบบสาธารณสุข และผู้ป่วยต่อไป

  


“OKEA”กลุ่มบางจากคว้ารางวัล“Improved Recovery Award” ยืดอายุ 2 แหล่งได้ถึงปี’83

OKEA”กลุ่มบางจากคว้ารางวัลImproved Recovery Award

เพิ่มประสิทธิภาพผลิตปิโตรเลียมยืดอายุ 2 แหล่งได้ถึงปี’83



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #OKEA #บางจาก #คว้ารางวัลImprovedRecoveryAward

OKEA ในกลุ่มบริษัทบางจากที่นอร์เวย์ คว้ารางวัล Improved Recovery Award 2026” เวทีพลังงนโลก ONS 2026 โดดเด่นด้านเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียม ด้วยเทคโนโลยีเพิ่มปริมาณสำรองและการผลิต ยืดอายุแหล่ง Draugen และ Brage ถึงปี’83

            บริษัท OKEA ASA ซึ่งดำเนินธุรกิจสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมในนอร์เวย์ ภายใต้กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติของ “กลุ่มบริษัทบางจาก” ได้รับรางวัล Improved Recovery Award ประจำปี 2569 จากสำนักงานทรัพยากรนอกชายฝั่งแห่งนอร์เวย์ (Norwegian Offshore Directorate) หน่วยงานเฉพาะทางของรัฐภายใต้กระทรวงพลังงานนอร์เวย์ จากความสำเร็จใน “การใช้นวัตกรรมเพิ่มปริมาณน้ำมัน” โดยสามารถนำขึ้นมาผลิตได้จากแหล่ง Draugen และ Brage บนไหล่ทวีปนอร์เวย์

Mr. Svein Jakob Liknes ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKEA เป็นผู้แทนบริษัทรับรางวัลจาก Mr. Torgeir Stordal, Director General of the Norwegian Offshore Directorate เมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้นภายในงาน Offshore Northern Seas (ONS) 2026 หนึ่งในเวทีประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานชั้นนำของโลกซึ่งจัดขึ้นทุก 2 ปี ที่เมืองสตาแวนเจอร์ นอร์เวย์ มาแล้วกว่า 50 ปี นับเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมผู้นำภาครัฐ ผู้บริหารอุตสาหกรรม นักวิชาการ นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากทั่วโลก มาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางพลังงาน เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ปีนี้มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกเกือบ 70,000 คน จาก 92 ประเทศ

            OKEA  รับเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) 1.แหล่งเดราเกน/Draugen เมื่อปี 2561 และ 2.แหล่งบราจ/Brage ปี 2565 และได้พัฒนาประสิทธิภาพของแหล่งต่อเนื่องทั้ง 2 แหล่ง  โดยนำเทคโนโลยีควบคุมทิศทางการเจาะตามข้อมูลธรณีวิทยา (Geosteering) มาใช้ร่วมกับการบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ (real-time data integration) การเจาะหลุมแนวนอนที่มีระยะขุดเจาะยาวเป็นประวัติการณ์ (record-length horizontal wells) และการสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงแหล่งผลิตเดิมอย่างตรงเป้าหมาย (targeted near-field exploration)

            “การดำเนินงาน” ดังกล่าวช่วยเพิ่มปริมาณสำรองและทรัพยากรปิโตรเลียม เพิ่มปริมาณการผลิต และคาดว่าจะช่วยยืดอายุการดำเนินงานของทั้ง 2 แหล่ง ไปจนถึงปี 2583

-แหล่ง Draugen ค่า Recovery Factor หรืออัตราส่วนของน้ำมันที่คาดว่าจะสามารถนำขึ้นมาผลิตได้เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันทั้งหมดในแหล่ง ช่วงปี 2562 ทำได้ 67.3% ปี 2569 เพิ่มเป็น 72.6% แล้วกลยุทธ์การขุดเจาะของ OKEA ยังช่วยสร้างข้อมูลและองค์ความรู้สำคัญเกี่ยวกับสภาพใต้พื้นดิน นำไปสู่การค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ และทำให้ทรัพยากรที่เดิมยังไม่คุ้มค่าต่อการพัฒนาสามารถนำมาผลิตในเชิงพาณิชย์ได้

“รางวัล Improved Recovery Award มอบให้แก่กลุ่มผู้ถือสิทธิภายใต้ใบอนุญาตการผลิต บริษัท โครงการ หรือบุคคล เพื่อยกย่องความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และความกล้าในการใช้เทคโนโลยีและวิธีการทำงานเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สามารถนำขึ้นมาผลิตได้บนไหล่ทวีปนอร์เวย์ ให้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามแผนและวิธีการเดิม ทาง OKEA เป็น 1 ในผู้ได้รับเสนอจากทั้งหมด 17 ราย แล้วได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะรางวัลประจำปี 2569 

กลุ่มบริษัทบางจากเข้าลงทุนใน OKEA ตั้งแต่ปี 2561 และถือหุ้นผ่าน บริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด สัดส่วน 45.58% ทำให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ OKEA จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออสโล และมีความเชี่ยวชาญในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมช่วงกลางถึงปลายอายุการผลิต รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่

            รางวัลนี้ตอกย้ำบทบาทของ OKEA ในฐานะกำลังสำคัญของกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติกลุ่มบริษัทบางจาก และสะท้อนกลยุทธ์การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถรับมือกับความผันผวน ผ่านการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญดำเนินงาน การลงทุนอย่างมีวินัยและตรงเป้าหมาย

 

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2569

ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี69เงินเข้าเกิน1ล้านล้านบาท ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัว

ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี69เงินเข้าเกิน1ล้านล้านบาท

ปลายส.ค.-ต้นก.ย.นี้ชะลอตัวจบซัมเมอร์ตลาดใกล้/ไกล

 


นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย 1 ม.ค.-29 ส.ค.2569 สร้างรายได้แล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #รายได้ต่างชาติเที่ยวไทยเกิน1ล้านล้าน  


กระทรวงท่องเที่ยวยันต่างชาติเที่ยวไทย 8 เดือนปี’69 “รายได้” ไหลเข้าเกิน 1 ล้านล้านบาทแล้ว ช่วงปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.แนวโน้มชะลอตัวหมดวันหยุดภาคฤดูร้อนทั้งตลาดใกล้และไกล

 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวเบื้องต้น 1 มกราคม – 29 สิงหาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 20,807,511 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.97 % สร้างรายได้ 1,007,140 ล้านบาท ยอดสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชน จีน 3,524,071 คน มาเลเซีย 2,634,309 คน อินเดีย1,527,030 คน รัสเซีย 1,175,121 คน เกาหลีใต้ 765,842 คน

 เฉพาะสัปดาห์ที่ 23 - 29 สิงหาคม 2569 การท่องเที่ยวไทยภาพรวมชะลอตัวตามแนวโน้มปกติ จำนวน 491,456 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 64,944 คน หรือ 11.67 % เฉลี่ย 70,208 คน/วัน สาเหตุเพราะเข้าสู่ช่วงท้ายปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนและไต้หวัน ส่วนมาเลเซียขยายตัวมีวันหยุดต่อเนื่องช่วงต้นและท้ายสัปดาห์ วัน Melaka Governor’s Day ในรัฐมะละกา วัน Maulidur Rasul และวันชาติมาเลเซีย   เมื่อพิจารณาตามกลุ่มเปรียบเทียบการลดและเพิ่มกับสัปดาห์ก่อนเป็นดังนี้




-ตลาดระยะใกล้ (Short Haul) มีนักท่องเที่ยว 352,617 คน ลดลง 8.36 %

-ตลาดระยะไกล (Long Haul) มีนักท่องเที่ยว 138,839 คน ลดลง 19.10 % จากสัปดาห์ก่อน

-ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 83,319 คน ลดลง 24.44 % มาเลเซีย 74,633 คน เพิ่ม 18.76 % อินเดีย 33,027 คน ลดลง 11.47 % ญี่ปุ่น 21,109 คน ลดลง 5.30 % และไต้หวัน 19,607 คน ลดลง 22.65 %




สัปดาห์ถัดไป วันที่ 1-6 กันยายน 2569 คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยโดยรวมแนวโน้มใกล้เคียงกับสัปดาห์นี้ เพราะผ่านพ้นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนทั้งตลาดระยะใกล้   และตลาดระยะไกล   ส่งผลให้การเดินทางมีแนวโน้มชะลอตัวตามปกติ

สำหรับ “อินเดีย” มีแนวโน้มชะลอตัวจากสายการบินลดจำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) เส้นทางการบินมาไทย “มาเลเซีย” ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก National Day เป็นวันชาติมาเลเซีย จะมีวันหยุดต่อเนื่องทำให้ไทยมีความจากตลาดนี้จะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น

 


 

ททท.ดีไซน์บูธโปรโมทเที่ยวสงขลา3ไฮไลต์รับ ครม.สัญจร

ททท.ดีไซน์บูธโปรโมทเที่ยวสงขลารับ ครม.สัญจร

ชู3ไฮไลต์สัมผัสได้จริงกระจายรายได้ลงสู่ท้องถิ่น

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ครมสัญจร #ทททโปรโมทเที่ยวสงขลา

 ททท.โชว์บูธโปรโมท “ท่องเที่ยวสงขลา” รับ ครม.สัญจร ชูกิจกรรม “สัมผัสจริง-เรียนรู้จริง-เก็บภาพประทับใจกลับไป” ด้วย 3 ไฮไลต์ “กาแฟโรบัสต้า-Sound of Healing นกเขาชะวา-Photo Booth เสน่ห์สงขลา”ปูพรมกระจายรายได้ท่องเที่ยวเข้าท้องถิ่น

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้นำเสนอบูธนิทรรศการภายในงานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยร่วมต้อนรับคณะรัฐมนตรี และถ่ายทอดภาพลักษณ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาสู่สายตาผู้เข้าร่วมงานและสื่อมวลชน

        ททท. ออกแบบบูทครั้งนี้ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ไทย เสน่ห์สงขลา” ด้วยกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ “สัมผัสจริง – เรียนรู้จริง – เก็บความประทับใจกลับไป” ชูอัตลักษณ์สงขลาที่มีความหลากหลายทั้ง อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิต สร้างแรงดึงดูความน่าสนใจด้วย 3 ไฮไลต์




-ไฮไลแรก เริ่มจากการเชิญชวนลิ้มลอง “กาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย” สะท้อนศักยภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเมืองสงขลา รวมถึงทำประชาสัมพันธ์การเป็น “เมืองศูนย์กลางเทศกาล :Festival hub” ที่สามารถดึงงานขนาดใหญ่ ๆ มาในพื้นที่ได้อีกหลายรายการ เช่น  Ultraman Hero Run 2026 วันที่ 26 กันยายนนี้

-ไฮไลต์ที่ 2 การเติมสีสันด้วย “Sound of healing” เสียงไพเราะของ "นกเขาชวา" หนึ่งในอัตลักษณ์สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวสงขลา

-ไฮไลต์ที่ 3 จัดพื้นที่ Photo Booth “เสน่ห์สงขลา” รวบรวมภาพจำและจุดเด่นของจังหวัดไว้ในมุมเดียว เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมรับภาพพร้อมกรอบที่ระลึกจาก “ครม.สัญจร สงขลา 2569” สร้างประสบการณ์และความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมงาน




ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ ย้ำว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งบทบาทของ ททท. ในการใช้เวที ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา เป็นโอกาสนำเสนอและประชาสัมพันธ์ “เสน่ห์สงขลา” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยว ตอกย้ำภาพลักษณ์ สงขลาเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและมีเรื่องราว เชื่อมโยงไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยวกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่ให้ชุมชนและภาคธุรกิจต่อเนื่องในอนาคตต่อไป



 

ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

ชูประวัติศาสตร์-ศิลปวัฒนธรรม-วิถีชุมชนดึงรายได้เข้าพื้นที่

ผู้ว่าฯ ททท.ต้อนรับนายกรัฐมนตรี นำครม.สัญจรชมเมืองเก่าสงขลา ต่อยอดท่องเที่ยวสู่เมืองมรดกโลก

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก #ครมสัญจร

ททท.ขานรับครม.สัญจร ต่อยอดเสน่ห์ “เมืองเก่าสงขลา” สู่ “เมืองมรดกโลก” ชูทุนทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ วิถีชุมชน สร้างคุณค่าเป็นจุดขาย กระจายรายได้ตอบโจทย์คนและธุรกิจในพื้นที่


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำผู้บริหาร ททท. ร่วมต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าสงขลา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรม มุ่ง “ต่อยอด” ทุนทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตชุมชน สู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า พร้อมกับเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา ได้สะท้อนถึงเรื่องราว พัฒนาการ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสงขลา การเชื่อมโยงแนวคิด “สงขลาสู่มรดกโลก” เพื่อผลักดันคุณค่าเมืองให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งระดับประเทศและนานาชาติ


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จังหวัดสงขลาโดดเด่นมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะย่านเมืองเก่าสงขลามีทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และเอกลักษณ์แห่งวิถีชีวิตสามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยการพัฒนาเมืองกับการท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำควบคู่กับการอนุรักษ์เสน่ห์และอัตลักษณ์เมืองให้คงอยู่ต่อไป

นายกรัฐมนตรีและคณะได้สัมผัส เสน่ห์เมืองเก่าสงขลา” ผ่านแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ทางวัฒนธรรม อาทิ ประตูเมืองสงขลา ตึกสงครามโลก Nora House 168 (แหล่งเรียนรู้การแสดงวัฒนธรรมโนรา) บ้านนครใน และโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ซึ่งบอกเล่าเรื่องราว พัฒนาการของเมือง สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ สะท้อนถึงทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวได้


โดยเฉพาะศิลปะการแสดง โนรา” ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สะท้อนภูมิปัญญาและรากเหง้าของคนในภาคใต้ และเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์คนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ ถ่ายทอด สืบสาน และรักษามรดกทางวัฒนธรรม ให้คงอยู่สืบไป

เมืองเก่าสงขลามุ่งเชื่อมโยง มรดก–เมือง–ชุมชน–การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกัน โดยนำเรื่องราวและทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้า บริการ กิจกรรมทางการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าให้พื้นที่และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการและคนในท้องถิ่น

ททท. ได้ใช้โอกาสนี้สนับสนุนเผยแพร่นำเสนอเมืองเก่าสงขลาในหลายมิติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่ส่งเสริม “เส้นทางเชื่อมโยง” แหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์ในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์พื้นที่อย่างลึกซึ้งและหลากหลาย พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่พื้นที่


การขับเคลื่อน สงขลาสู่เมืองแห่งมรดกโลก” จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอดีต แต่คือการนำคุณค่าของอดีตมาสร้างโอกาสในอนาคต ผ่านการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การสร้างมูลค่า การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของเมืองเก่าสงขลา เดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ ส่งต่อคุณค่าของเมืองสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ควบคู่การรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์เมืองอย่างยั่งยืน

 

แอร์บัสลั่นติดตั้งเครื่องบินจำลอง220ที่ศูนย์ฝึกในสิงคโปร์รองรับอนาคต10ปีหน้าตลาดเอเชียโตสุด

แอร์บัสลั่นติดตั้งเครื่องบินจำลอง220ที่ศูนย์ฝึกในสิงคโปร์

อนาคต10ปีหน้าแอร์ไลน์สทั่วเอเชียใช้ฝูงบินรุ่นใหม่โตสุด

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #A220 #AirbusAsiaTrainingCentre

 

แอร์บัสประกาศเปิดโปรเจกต์ติดตั้งเครื่องจำลองการบิน A220 ที่ Airbus Asia Training Centre สิงคโปร์ รองรับอนาคต “เอเชีย แปซิฟิก” เป็นตลาดใหญ่ใช้ฝูงบินรุ่นนี้โตมากสุด แอร์ไลน์สต้องการผลิตนักบิน ลูกเรือ รองรับได้กว่า 10,000 คน/ปี


 

Airbus Asia Training Centre (AATC) บริษัทร่วมทุนระหว่างแอร์บัสกับ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ประกาศในงาน Asia Pacific Aviation Training Summit (APATS) 2026 ที่กรุงเทพฯ ว่า เตรียมติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (Full-Flight Simulator: FFS) เครื่องบินแอร์บัส A220 ที่ศูนย์ฝึกอบรมในสิงคโปร์ เพื่อรองรับบริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเครื่องจำลองการบิน A220 กำหนดเปิดให้บริการไตรมาส 4 ปี 2570 ในภูมิภาคนี้จึงมีความต้องการ “ฝึกอบรมนักบินและบุคลากร” ด้านการซ่อมบำรุเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นล่าสุด

บริการฝึกอบรมแอร์บัส A220 จะดำเนินการร่วมกับ Flight Training Alliance (FTA) ผู้ให้บริการฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากแอร์บัส (Airbus Authorised Training Provider) และเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง CAE กับ Lufthansa Aviation Training (LAT) 


ภายใต้ข้อตกลงนี้ ศูนย์ฝึกอบรม FTA จะเป็นผู้ติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (FFS) ส่วนAirbus Asia Training Centre (AATC) จะรับผิดชอบการดำเนินงานและจัดฝึกอบรมเป็นหลัก

Airbus Asia Training Centre ตั้งอยู่ที่ Seletar Aerospace Park เป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกอบรมนักบินใหญ่ที่สุดในเครือข่ายของแอร์บัสทั่วโลก เปิดสอนหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อการรับรองแบบอากาศยานและการฝึกอบรมทบทวนของเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่นที่อยู่ในสายการผลิต

พร้อมพื้นที่ติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบ (FFS) 10 ช่อง ปัจจุบัน 4 ช่องรองรับ เอ350 (A350) 2 ช่องรองรับ เอ320 (A320) และอย่างละ 1 ช่องรองรับเอ330 (A330) และเอ380 (A380) ขณะที่อีก 1 ช่องติดตั้งเครื่องจำลองการบินเต็มรูปแบบฝูงบินเอทีอาร์ 72-600 (ATR 72-600) ผลิตโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างแอร์บัสและลีโอนาโด (Leonardo) ของอิตาลี

ศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้ยังมีอุปกรณ์ฝึกอบรมห้องนักบินแบบติดตั้งประจำที่ เครื่อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านห้องเรียนครบครัน รองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้สูงสุดปีละ 10,000 คน




“ซิลเวีย เมโลนี” ผู้จัดการทั่วไปของ แอร์บัส เอเชีย เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (Airbus Asia Training Centre) กล่าวว่า การสร้างขีดความสามารถด้านการฝึกอบรม A220 ในภูมิภาคถือเป็นกลยุทธ์สำคัญสนับสนุนขยายการดำเนินงานของแอร์บัสในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก A220 เครื่องจำลองการบิน A220 รุ่นใหม่นี้จะช่วยให้สายการบินต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมระดับโลกได้อย่างสะดวก ช่วยให้สายการบินต่าง  ๆฝึกอบรมนักบินได้ใกล้กับฐานปฏิบัติการของตนมากขึ้น พร้อมสนับสนุนการนำฝูงบิน A220 เข้าประจำการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ และยังคาดหมายความต้องการด้านการฝึกอบรม A220 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งฝูงบินรุ่นนี้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

A220 เดินหน้าขยายการให้บริการทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วย “เครื่องจำลองการบินแห่งใหม่” ในสิงคโปร์ นับเป็นหมุดหมายของแอร์บัสเชิงกลยุทธ์มอบการสนับสนุนต่อเนื่องและมีคุณภาพสูงในพื้นที่ใกล้กับการดำเนินงานของลูกค้า เพื่อให้มั่นใจฝูงบิน A220 สามารถดำเนินงานด้วยมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ



แอร์บัสทำรายงานคาดการณ์ตลาดโลกฉบับล่าสุด (Global Market Forecast) ช่วง 20 ปีข้างหน้า แนวโน้มเมืองจะการขยายตัวเปลี่ยนไปสู่ “เมืองขนาดเล็ก” มากขึ้น ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ ขยายเครือข่ายการเชื่อมต่อไปยังเมืองต่าง ๆ นอกเหนือจาก “มหานครขนาดใหญ่” แบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยให้สายการบินเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ ๆ มีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น เพื่อจะเชื่อมโยงกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วเอเชียและแปซิฟิก ด้วย 3 จุดเด่น ได้แก่

-เป็นฝูงบินพิสัยการบินไกล” สูงสุด 3,600 ไมล์ทะเล (6,700 กิโลเมตร)

-ต้นทุนการดำเนินงานต่อที่นั่งต่ำกว่าเครื่องบินรุ่นก่อนหน้า 25 %

-ความจุเหมาะสมตั้งแต่ 100 -160 ที่นั่ง เครื่องบิน A220 

 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 แอร์บัสส่งมอบเครื่องบิน A220 แล้ว 532 ลำ ให้ผู้ให้บริการทั่วโลกมากกว่า 25 ราย มียอดคำสั่งซื้อสะสมมากกว่า 1,100 ลำ

ดังนั้น AATC และ FTA จะให้บริการหลักสูตรฝึกอบรมลูกเรือประจำห้องนักบินเครื่องบิน A220 แบบครบวงจร ทั้งการฝึกอบรมเพื่อรับการรับรองแบบอากาศยาน (type-rating) การฝึกอบรมทบทวน (recurrent training) พร้อมทีมครูการบิน A220 ที่ได้การรับรองและเจ้าหน้าที่เทคนิคด้านปฏิบัติการโดยเฉพาะ

 

HMA 2026จัดใหญ่ที่กรุงเทพฯงานรวมพลผู้นำด้านสาธารณสุขทั่วเอเชีย

HMA 2026 จัดใหญ่ที่กรุงเทพฯงานรวมพลผู้นำด้านสาธารณสุข ฉลอง 25 ปีเร่งดันโรงพยาบาลในไทย-ทั่วเอเชียสู่ความเป็นเลิศ   “ Hospital Management As...