ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 หวังสร้างรายได้ลงยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านแพ็คเกจท่องเที่ยว 20 เส้นทาง 10 เส้นทางการบิน เน้นเดินทางเชื่อมโยงเมืองหลักสู่เมืองรอง สัมผัสชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารการกิน ผลิตภัณฑ์ชุมชนและธรรมชาติตามฤดูกาล ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร ททท.
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯททท. กล่าวว่า ททท. ได้ดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยว 55 เมืองรองอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 2561 โดยได้กำหนดแนวทางด้านการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand Go Local หรือ เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต” เพื่อกระจายโอกาสในเชิงพื้นที่ ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรองและชุมชนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน โดยจะเป็นการปรับสัดส่วนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติในพื้นที่เมืองหลักต่อเมืองรอง จาก 70:30 เป็น 65:35 อีกทั้งกระจายโอกาสในเชิงรายได้จากการท่องเที่ยวให้ลงสู่เศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางดังกล่าว ททท. ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาทิ
การจัดกิจกรรมใหญ่ในจังหวัดเมืองรอง การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่มุ่งไปยัง 55 เมืองรอง ซึ่ง 9 เดือนที่ผ่านมา มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวในเมืองรองในภาพรวมมีทิศทางที่ดี โดยด้านจำนวนขยายตัวเพิ่มมากกว่าร้อยละ 5 โดยเฉพาะในกลุ่ม “เมืองต้องห้ามพลาด...พลัส” เนื่องจากมีการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องค่อนข้างเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว โดยเมืองรองที่มีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บุรีรัมย์ (+8.39%) , พัทลุง (+7.60%), แม่ฮ่องสอน (+7.32%), ปัตตานี (+7.26%) และ ราชบุรี (+7.18%) ตามลำดับ
ในส่วนของแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน” นี้ ททท. ได้สนับสนุนในส่วนของการพิจารณาเส้นทางของแพ็คเกจลักษณะ Local Link 3 แบบ A B C ได้แก่ Additional จากเมืองหลักเชื่อมสู่เมืองรอง อาทิ เชียงใหม่-ลำพูน / เชียงใหม่-ลำปาง / ขอนแก่น – อุดรธานี – หนองคาย / กระบี่ – ตรัง / สงขลา(หาดใหญ่) – สตูล- พัทลุง Brand New เที่ยวในเมืองรองศักยภาพ อาทิ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี และ Combination จากเมืองรองสู่เมืองรอง อาทิ อุดรธานี – เลย / อุดรธานี – บึงกาฬ / นราธิวาส – ยะลา – ปัตตานี
โดยในแต่ละเส้นทาง ททท. ได้เสริมกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การได้เข้าไปสัมผัสชุมชนที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวสูง ชิมอาหารท้องถิ่น ร่วมทำกิจกรรม DIY งานฝีมือ Work Shop อาหาร ต่างๆ ชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติตามฤดูกาล แหล่งท่องเที่ยวห้ามพลาด วัดสำคัญ แหล่งช้อปปิ้ง อีกทั้งยังสามารถเลือกเส้นทางท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ตอบสนองนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ชอบเดินทางแบบจัดเส้นทางเอง (FIT) แบบหมู่คณะ แบบครอบครัว กลุ่มวัยเก๋า กลุ่ม Gen Y ก็เดินทางได้สะดวกเช่นกัน ทั้งนี้ ททท. จะดำเนินการด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์แคมเปญโดยเร่งสร้างการรับรู้ในช่วงแรกของการเปิดตัวโครงการและจะสื่อสารอย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับข่าวสารกระตุ้นการเดินทางตลอดช่วงการดำเนินโครงการ
นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท การบินไทย ในฐานะสายการบินแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของรัฐบาล โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับ ททท. ไทยสมายล์ และธนาคารกรุงไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้หลักของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนและพื้นที่เมืองรองของประเทศ โดยการบินไทยมีส่วนร่วมในภาคของธุรกิจการบิน เนื่องจากการบินไทยนำนักเดินทางและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าสู่เมืองไทยปีละ ประมาณ 25 ล้านคน จาก 61 จุดบิน 31 ประเทศ ซึ่งการบินไทยสามารถส่งนักเดินทางและนักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้าสู่เมืองต่างๆ ของประเทศ รวมทั้งเมืองรอง ด้วย 10 จุดหมายปลายทางของการบินไทยและไทยสมายล์ อาทิ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ นราธิวาส กระบี่ และภูเก็ต
นอกจากนี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้การท่องเที่ยวเมืองรอง การบินไทยโดยทัวร์เอื้องหลวง ได้ร่วมจัดแพ็คเกจทัวร์สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองจาก 10 เส้นทางบิน ไปยัง 20 เมืองรองในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ด้วยโปรแกรมท่องเที่ยว ในราคาที่คุ้มค่าและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก รถรับส่ง รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง
โดยจะเริ่มจำหน่ายแพ็คเกจทัวร์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 – 31 ธันวาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 20 โปรแกรม อาทิ โปรแกรมท่องเที่ยววิถีชุมชนในจังหวัดต่างๆ เช่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน, โปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางวัฒนธรรมและอารยธรรมสำคัญ เช่น เยือนอีสาน ตามรอยบั้งไฟพญานาค เที่ยวชมทะเลบัวแดง , โปรแกรมท่องเที่ยวสถานที่ Unseen ของประเทศ เช่น ปราสาทหินพันยอด สถานที่ Unseen แห่งใหม่ที่จังหวัดสตูล สระมรกต จังหวัดตรัง สามพันโบก แกรนด์แคนยอนของเมืองไทย จังหวัดอุบลราชธานี
โปรแกรมท่องเที่ยวแบบอิสระที่จะให้บริการเฉพาะบัตรโดยสารและโรงแรม สำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเองแบบอิสระ
นอกจากนี้ ลูกค้าทัวร์เอื้องหลวงที่ชำระเงินตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ Dining Voucher จากโรงแรม เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ มูลค่า 1,500 บาท สำหรับผู้ที่สนใจจองรายการท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ของทัวร์เอื้องหลวง สามารถติดต่อจองหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 02-288-7335 หรือที่เว็บไซต์ thaiairways.com/roh
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา การบินไทยได้จัดงานเสวนา “สานพลังพันธมิตร เพื่อไทยก้าวไกลอย่างยั่งยืน” โดยมีผู้บริหารสูงสุดของ 3 รัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ ททท. การท่าอากาศยานไทย จำกัด และ ธ.กรุงไทย ร่วมในการเสวนา ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังระหว่างรัฐวิสาหกิจของไทย เพื่อให้อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทย มีศักยภาพและช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไป
นางชาริตา ลีลายุทธ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า นโยบายเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี ไม่เพียงแต่จะมีข้อดีที่เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้เสียภาษีได้เพิ่มตัวเลือกที่จะนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่สำคัญ ไทยสมายล์ได้ขานรับนโยบายเที่ยวเมืองรอง โดยได้ดำเนินสนับสนุน ด้านการประชาสัมพันธ์นโยบายดังกล่าวผ่านทางช่องทางสื่อต่างๆ ของไทยสมายล์ ซึ่งจะมีเส้นทางให้เที่ยวในราคาพิเศษได้ต่อเนื่องทั้งปี 2562
ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ออกโปรแกรมส่งเสริมการขายอยู่เป็นระยะ เพื่อร่วมสื่อสารประชาสัมพันธ์ และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวเมืองรองให้มากที่สุด ปัจจุบัน ไทยสมายล์ได้ให้บริการใน 10 เส้นทางภายในประเทศ ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี นราธิวาส กระบี่ ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ซึ่งทั้ง 10 เส้นทางบินยังเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมต่อไปยังเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด ได้อย่างสะดวกสบาย
สายการบินไทยสมายล์ยังได้ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายจัดแพคเกจทัวร์เที่ยวเมืองรองแบบสุดคุ้มไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดเมืองรอง 4 เส้นทาง อาทิ
เส้นทางจังหวัดนราธิวาส มาพร้อมโปรแกรมท่องปลายสุดปลายขวานทอง นราธิวาส-บาเจาะ-ตากใบ-สุไหงโก-ลก สัมผัสบรรยากาศแม่น้ำสำคัญ 3 ใน 4 สายของจังหวัดนราธิวาส (3 วัน 2 คืน) ราคาเริ่มต้นที่ 7,200 บาท/ท่าน
เส้นทางหาดใหญ่ –พัทลุง ท่องสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ชื่นชมธรรมชาติ วิถีประมงพื้นบ้าน (2 วัน 1 คืน) ราคาเริ่มต้นที่ 8,800 บาท/ท่าน
เส้นทางสุราษฏร์ธานี – ระนอง ท่องเขื่อนเชี่ยวหลาน เกาะหัวใจมรกต ดำน้ำเกาะหัวใจ (3 วัน 2 คืน) ราคาเริ่มต้นที่ 16,800 บาท/ท่าน
เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ปาย เที่ยวชมประติมากรรมอันน่าอัศจรรย์จากธรรมชาติ Unseen Thailand (3 วัน 2 คืน) ราคาเริ่มต้นที่ 10,300 บาท/ท่าน ซึ่งเป็นราคาที่รวม อาทิ บัตรโดยสาร ภาษีสนามบิน ที่พัก ไว้แล้ว
ทั้งหมดนี้ มาพร้อมกับการบริการแบบฟูลเซอร์วิส ฟรีน้ำหนักกระเป๋าถึง 20 กิโลกรัม บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน อีกทั้งยังสามารถนำใบเสร็จมาใช้ในการลดหยอดภาษีได้เช่นกัน สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2561 เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2561 สำรองที่นั่งได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินไทยสมายล์ทุกแห่ง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไทยสมายล์คอลเซ็นเตอร์ 1181 หรือ โทร. 0 2118 8888
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ซึ่งมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับประเทศ โดยในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับอีก 3 องค์กรพันธมิตร ประกอบด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค โดยธนาคารกรุงไทยจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในด้านการชำระเงิน
ซึ่งจะเพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ณ แหล่งท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งเครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) การชำระเงินผ่าน QR Code รวมถึงแอปฯ เป๋าตุงที่ถูกพัฒนามาสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะ โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยาย QR Code ตามแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน ตลาดนัด ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วทั้ง 55 จังหวัดเมืองรอง โดยเฉพาะเส้นทางตามแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน”นี้
นอกจากนั้น ธนาคารเตรียมเปิดตัวแอปฯ Mobile Banking ใหม่ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าธนาคารกรุงไทย ในการใช้จ่ายและชำระค่าแพ็คเกจท่องเที่ยว ผ่านตัวแทนท่องเที่ยวที่ร่วมรายการ และใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้จากการท่องเที่ยวเมืองรองได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่จะได้จากความร่วมมือครั้งนี้ นอกเหนือจากการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในเมืองรองแล้ว ความร่วมมือในด้าน Data Analytics และ Big Data จะทำให้เกิดองค์ความรู้ที่จะนำไปต่อยอดเพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงรัฐบาลยังสามารถใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดนโยบายในการพัฒนาชุมชนในแต่ละจังหวัด สร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคตได้อีกด้วย
ช่องทางการชำระ คล่องปรื๋อ ทั้งหมดจะถูกบัยนทึกในเมล แล้วามารถหักภาษีผ่านอีเมลได้ทันที เพราะสรรพากร มีบันทึกอยู่ในระบบเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับการบริจาคทำบุญ จะได้ใบอนุโมทนาเป็น อีอนุโมทนา ยิ่งไปกว่านั้นการเข้าถึงชุมชนฐานรากมีโครงข่ายครบ
จากแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยังยืน” ดังกล่าว ผู้บริหารจากหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการทั้ง 4 คาดว่า จะส่งผลให้การท่องเที่ยวทั่วประเทศโดยเฉพาะใน 55 เมืองรองในช่วง 3 เดือนปลายปีคึกคักยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น