วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

วิสุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์”หมอผู้ตกหลุมหลงรัก“ท้องทะเลอันดามัน” นำ“เจ้าหญิงน้อย”ซูเปอร์ยอร์ชแบ่งปันความรักนักเดินทางทุกวัย

 “วิสุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์”หมอผู้ตกหลุมหลงรัก“ท้องทะเลอันดามัน”

นำ“เจ้าหญิงน้อย”ซูเปอร์ยอร์ชแบ่งปันความรักนักเดินทางทุกวัย

 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ซูเปอร์ยอร์ชเจ้าหญิงน้อย #หลงรักทะเลอันดามัน #หลงรักสิมิลัน

 

นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์”

เจ้าของซูเปอร์ยอร์ช “เจ้าหญิงน้อย” และประธาน บริษัท ADSGO DRUGS

“นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์” คุณหมอเกษียณอารมณ์ดีวัย 66 ปี เจ้าของซูเปอร์ยอร์ช “เจ้าหญิงน้อย” และประธาน บริษัท ADSGO DRUGS ผู้ตกหลุมรักธรรมชาติเหนือผืนน้ำและโลกใต้ทะเลอันดามัน ได้ส่งเสียงบอกเล่าเรื่องราวผ่านโทรศัพท์ถึงการใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขอยู่กับการได้ปล่อยพลังดำน้ำลึกหรือ Scuba dive ดิ่งลงสู่ใต้อันดามันวันละ 5 dive ทริปละ 3-4 คืน ต่อเนื่องกันตราบเท่าที่เกาะสิมิลันเปิดให้นักดำน้ำได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในท้องทะเลอันมันเหนือและใต้

            คุณหมอวิศุทธิ์ ย้ำหนักแน่นว่า “ชีวิตบั้นปลาย ควรใช้ชีวิตหาความสุข จะหาความทุกข์รึ? จะไปหามาทำไม เงินที่หามาได้ พอตายบาทเดียวก็นำไปไม่ได้ แต่ตอนนี้มีชีวิตอยู๋ ก็ใช้ให้พออย่างมีความสุข”

 


แล้วคุณหมอก็เริ่มเล่าเรื่อง “เจ้าหญิงน้อย” ตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็นซูเปอร์ยอร์ชบริการนักดำน้ำสวยสุดในอันดามันซูเปอร์ยอร์ช สวยที่สุดแห่งอันดามัน มีขนาด 15 ห้อง แบ่งเป็น ห้องพักธรรมดา 12 ห้อง ห้องพักสวีท 3 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบชั้นโรงแรม 5 ดาว


ซูเปอร์ยอร์ชลำนี้ลงทุนไปราว 90 ล้านบาท ขนาด 500 ตันกร๊อส สูง 6 ชั้น ต้องบริหารจัดการดูแลบำรุงรักษาสูงมาก ด้วยความที่ผมอยากเที่ยว อยากล่องเรือ หลังจากแบ่งทรัพย์สินให้ครอบครัว ภรรยา ลูก แบ่งไว้รักษาชีวิต ส่วนที่เหลือก็นำมาใช้เติมประสบการณ์ความสุขของชีวิตตัวเอง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

นักเดินทางบนเรือลำนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพิเศษขนาดเล็ก ๆ ที่ชื่นชอบการดำน้ำลึกเป็นชีวิตจิตใจ บ้าพลัง รวมทั้งจะรู้จักมักคุ้นกัน มีทุกวัยทุกกลุ่ม ทั้งผู้มีชื่อเสียง ศิลปิน ดารา และหลากหลายอาชีพ ประการสำคัญผู้ที่หลงรักเที่ยวซูเปอร์ยอร์ชนั้น จะต้องเป็นคน “มีเงิน” ด้วย

 


ในเมืองไทยมีเรือซูเปอร์ยอร์ชที่นำมาบริการดำน้ำลึกราว 30-50 ลำ  “เจ้าหญิงน้อย” เป็นหนึ่งในซูเปอร์ยอร์ชของกลุ่ม “คนหลงรักการดำน้ำในอันดามัน” ซึ่งแต่ละคนมีใบอนุญาตดำน้ำลึก Scuba Dive

ที่มักจะปักหมุดดำน้ำลึก 2 เส้นทางความสุข คือ

 


เส้นทางที่ 1 อันดามันเหนือ บริเวณอุทยานแห่งชาติเกาะสิมิลัน ซึ่งจะเปิดปีละเพียง 6 เดือนเท่านั้น เรือแต่ละที่จะนำนักท่องเที่ยวไปดำ จะต้องได้รับอนุญาตจากทางอุทยานแห่งชาติจึงจะเข้าไปดำน้ำตามเกาะแก่งเล็ก ๆ รอบสิมิลันได้ 

เส้นทางที่ 2 อันดามันใต้ ก็ลงไปถึงเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูล


“เจ้าหญิงน้อย” ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปใช้บริการ จะต้องเป็นกลุ่มเฉพาะ ก่อนจะมาใช้ชีวิตบนเรือจะต้องไปเรียนคอร์สดำน้ำลึกมาก่อน รวมทั้งต้องมีใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากองค์กรมาตรฐานที่ได้การรับรองด้านการดำน้ำ เช่น  NAVY หรือ PADDY เพราะคนปกติถ้าจะมาเที่ยวบนซูเปอร์ยอร์ชลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลโดยไม่ชอบการดำน้ำ ก็ไม่รู้ว่าจะมากันทำไม คนที่ยอมเสียเงินครั้งละหลายหมื่นบาท ต้องเป็น “คนที่หลงรักการดำน้ำ” จริง ๆ

ในแต่ละวันนักท่องเที่ยวของ “เจ้าหญิงน้อย” กลุ่มบ้าพลังจะดำน้ำลึกวันละ 5 dive เริ่มตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก่อนกินอาหารเช้า 1 Dive หลังอาหารเช้า 1 dive ระหว่างวันจนถึงเย็นอีก 2 dive ปิดท้ายกลางคืนอีก 1 nightdive

 


“ผมเป็นคนชอบทะเลมาก” สมัยก่อนมียอร์ช 7-8 ลำ แต่เมื่อ 5 ปีก่อน “เจ้าหญิงน้อย” ลำก่อนจมทะเลแถวเกาะตาชัย ส่วนผู้โดยสารรอดปลอดภัยทั้งหมด จากนั้นก็เลยมาสร้าง “เจ้าหญิงน้อย” ลำปัจจุบัน ตอนนี้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ใช้สีทอง สไตล์เรือใหม่ มี 3 เครื่องยนต์ เป็นซูเปอร์ยอร์ชที่ตั้งใจทำให้เป็นยอร์ชสมัยใหม่สามารถดำน้ำได้ บนเรือทุกห้องพักมีห้องน้ำในตัว ตกแต่งห้องแบบโรงแรม 5 ดาว

ปัจจุบันลูกน้องทำแพกเกจขายเพื่อเลี้ยงตัวไป แต่ละทริปรวม ๆ ต้นทุนจะประมาณ 600,000-700,000 บาท/ลำ ก็ต้องไปขายรวม ๆ ทริปละ 5 วัน 4 คืน ให้ได้เพื่อทำกำไรบ้างเล็กน้อย ทริปละ 100,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากทางทีมงานต้องดูแลนักท่องเที่ยวครบวงจร ตั้งแต่ อาหารทุกมื้อ การอัดออกซิเจนลงถังดำน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในเรือทั้งหมด ยกเว้น “พอลงใต้น้ำ” นักท่องเที่ยวจะต้องมีครูหรือบัดดี้มาเอง เป็นไปตามกฎสากลในการดำน้ำลึก

 


สำหรับ “นักลงทุน” ที่คิดจะทำธุรกิจซูเปอร์ยอร์ช ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดี ๆ เพราะธุรกิจนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะ “ค่าดูแลบำรุงรักษาเรือ” ทั้งบนบกและในน้ำ ค่าสีแพงมโหฬาร ถ้าไม่รัก ไม่ชอบจริงจัง อย่ามาลงทุน

“ผมเอง” ลงทุนเพราะใจรักมากจริง ๆ โดยต้องหาวิธีบริหารจัดการต้นทุนการดูแลรักษา บวกกับจะต้องหาช่องทางให้พนักงานผู้ดูแลมีงานทำสร้างรายได้ไปด้วยในตัว เพราะถึงอย่างไรก็ต้องจ้างคนมาดูแลแบบประจำอยู่แล้ว

 

หรือการออกทริป เฉพาะค่าน้ำมันอย่างเดียวต้นทุนค่าใช้จ่ายก็ทริปละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท แล้ว ค่าอาหารอีก 100,000 บาท/ทริป ค่าจอดเรือ ค่าจ้างพนักงาน และอื่น ๆ  แถมอุทยานแห่งชาติในอันดามันก็เปิดให้เข้าไปได้แค่ 6 เดือน จะหาลูกค้ามาซื้อแพกเกจก็มีจำนวนไม่ได้มาก อย่างเก่ง “เจ้าหญิงน้อย” ทำได้ปีละ 24 ทริป เอาจริง ๆ มีกำไรเบื้องต้นแต่จะเป็นกำไรสุทธิหรือเปล่าไม่แน่นอน อาศัยใจรักและชอบดำน้ำ

 

คุณหมอวิศุทธิ์ ฝากถึงคนที่คิดจะทำ “ธุรกิจเรือ” นั้น บอกได้เลยว่า “การจะทำกำไร” นั้นยากจริง ๆ วงจรชีวิตซูเปอร์ยอร์ช ถ้าบำรุงรักษาดี ๆ อาจจะอยู่ได้ 40 ปี แต่ก็ต้องบอกว่า “ต้องใช้บำรุงรักษามหาศาล” ด้วยเช่นกัน

 

สำหรับ “นายแพทย์วิศุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์” เป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งธุรกิจอาหารเสริมยุคแรกของเมืองไทย ในนาม  ADSGO เน้นทางด้าน การพัฒนา ค้นคว้า วิจัย ประเมินผล (RD : Reserch Develment & Evaluation) แล้วรับจ้างผลิตให้กลุ่มเครือข่ายสมาชิก


 

สำหรับธุรกิจ “ซูเปอร์ยอร์ด-เจ้าหญิงน้อย” คุณหมอวิศุทธิ์ยืนยันว่าเป็นงานอดิเรก ทำเพราะรัก แล้วก็เพื่อให้คนที่มาใช้บริการท่องเที่ยว ได้มาแชร์ค่าใช้จ่ายแล้วได้รับประสบการณ์ดี ๆ ส่วนบุคลากรบริการบนเรือจะต้องฝึกอบรมดูแลลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดี

แต่ละคนล้วนมี “ความรัก” แตกต่างกันไป “คุณหมอวิศุทธิ์ สุขภัทราพิรมย์” วัย 6 ทศวรรษครึ่ง นับเป็นอีกบุคคลที่สะท้อนประสบการณ์ “ความรัก” ด้วยการใช้ชีวิตบั้นปลายดำรงอยู่อย่างมีความสุข

เป็น “ความรัก” แบบแบ่งปันให้กับเครือข่าย “ผู้หลงรัก” ซูเปอร์ยอร์ช “เจ้าหญิงน้อย” ที่เลือกท้องทะเลอันดามันเป็นเพื่อนแท้ ให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ “มอบความรัก” อย่างจริงใจกับทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ มาร่วมกันดูแลรักษาความรักทะเลเมืองไทยให้ยั่งยืนไปด้วยกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...