วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569

TCEBรุกTrust Meaningfulปลุกโลกเชื่อมั่นไทยฮับอุตฯไมซ์ โชว์ข่าวดี4เรื่อง-4มาตรการใหม่ภาษี/เงินกู้SME Bank

 


TCEBรุกTrust Meaningfulปลุกโลกเชื่อมั่นไทยฮับอุตฯไมซ์

โชว์ข่าวดีปลดล็อก4เรื่องดึงงานอินเตอร์ใหม่ๆเฮจัดในไทย

ชง4มาตรการใหม่“ภาษี-เงินทุน-เงินกู้SME DBank-ไมซ์โลก”

มาหาดีลฮ็อตที่คิงเพาเวอร์รางน้ำ-ภูเก็ต 3 โปรลดแรง40%

บินสนั่นเม.ย.ต้องช้อปคิงเพาเวอร์4สนามบินลดสุดๆ30%

คิงเพาเวอร์นำรร.เดอะสแตนดาร์ดรับอีสเตอร์มื้อพิเศษ

ททท.ปรับเป้าปี69รายได้2.58 ล้านล้าน/ต่างชาติลด18%

CEOบางจากเสนอWEFผนึกทั้งภูมิภาคทำNet Zero-SAF

TCEBพลิกจัดThailad MICE Weekรวมนโยบายชาติ-ธุรกิจ

สุขทันทีเที่ยวสงกรานต์ภาคเหนือดับร้อนให้ฉ่ำ ๆ 5 พิกัด

5 กิจวัตรเล็กๆ ในแต่ละวันทำให้สุขภาพดีแบบยืนยาว

ททท.จัดSmile @Trangนำท่องเที่ยวปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น

AirAsiaMOVEจัด2โปรห้องพักรับGenYแห่เที่ยวสงกรานต์

 

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #สงกรานต์

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1Do3ZrGwJu/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ ด้านบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดพันธกิจ “Trust Meaningful” ทีเส็บนำอุตสาหกรรมไมซ์ปลุกตลาดโลกเชื่อมั่นเลือกไทยเป็นศูนย์กลางไมซ์เอเชีย เร่งกระจายพื้นที่ “ไมซ์ ซิตี้” ทั่วประเทศ สร้างเศรษฐกิจโต 2 หลัก ข่าวดี 4 เรื่อง “ปลดล็อกใบอนุญาตทำงานให้ไมซ์ต่างชาติ-อย.ไฟเขียวนำสินค้าตัวอย่างงานแสดงอาหารและยาทั่วโลกมาจัดในไทย-ลดหย่อนภาษีไมซ์-ผนึก SME D Bankปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสถานที่จัดประชุม/ออร์กาไนเซอร์/เอ็กซิบิเตอร์” ควบคู่เสนอผู้นำองค์กร บอร์ด ชงรัฐบาลหนุนไมซ์ด่วนช่วงโลกวิกฤต 4 มาตรการ “ภาษี-เงินทุน-งบพัฒนาคน/สถานที่จัดไมซ์-ดึงงานไมซ์โลก”

 


นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ ด้านบริหารและพัฒนาองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บขับเคลื่อน Trust Meaningful เป็นกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นให้อุตสาหกรรมไมซ์ของไทย มุ่งเน้นเดินหน้ายกระดับมูลค่าอย่างยั่งยืนเพื่อให้ผู้ที่นำงานไมซ์ทุกประเภทมาจัดได้รับประโยชน์เชิงคุณค่ามากที่สุด โดยใช้เครื่องมือขับเคลื่อนด้วย 2 มาตรฐานหลัก ได้แก่ 1.มาตรฐานประเทศไทย (Thailand MICE Venue Standards: TMVS) 2.มาตรฐานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standards: AMVS) ด้าน คน/บุคลากร สิ่งของ และสถานที่/Venue ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ทีเส็บพัฒนาการพัฒนาคุณภาพระดับสากลโลก ให้การรับรองมาตรฐานสถานที่จัดประชุม สัมมนา งานนิทรรศการ กิจกรรมพิเศษ ด้วยตราสัญลักษณ์นี้จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย เทคโนโลยี และบริการแก่ผู้จัดงานได้ตลอดในระยะยาว

รวมทั้งได้จัดทำ “มาตรฐานเฉพาะแต่ละส่วน” คู่ขนานกันไปด้วย เช่น มาตรฐานจัดการประชุม (Meeting) การแสดงสินค้า (Exhibition) การประชุมขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ (convention) รวมทั้งสถานที่จัดประชุมต่าง ๆ (Venue) กระจายทั่วประเทศ ตามพื้นที่ได้ประกาศเป็น “MICE City” แล้วยังมีจัดหมวดเป็นเมือง Leed City เช่น “กรุงเทพมหานคร” ได้มาตรฐานการรับรองระดับสากลจากสภาอาคารสีเขียวแห่งสหรัฐอเมริกา (USGBC) มุ่งพัฒนาเมืองและชุมชนยั่งยืน จัดทำการประเมินและติดตามความคืบหน้าเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่ ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย


ในการตั้งเป้าขยายอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยให้เติบโตปีละ 2 หลัก ทีเส็บก็จะต้องเร่งเพิ่มพื้นที่ ไมซ์ ซิตี้ เพื่อสร้างโปรดักซ์ใหม่ ๆ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว โดยวิธีกระจายเมืองไมซ์ให้ครอบคลุมในภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น “ภาคเหนือ” เชียงใหม่ กับเชียงราย “ภาคอีสาน” ขอนแก่น กับอุดรธานี “ภาคตะวันออก” ชลบุรี ระยอง “ภาคกลาง” หัวหิน กับชะอำ “ภาคใต้” ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี แต่ละพื้นที่จะเป็น “จุดหมายปลายทางไมซ์” ล่าสุดปี 2569 ดึงงานระดับโลกไปจัดในภูเก็ต ซึ่งผลักดันเป็นไมซ์ ซิตี้ ต่อเนื่องมาหลายปี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ และบุคลากรได้การรับรองมาตรฐานเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ

รวมทั้งภาพรวมของไทยได้  Certified in Exhibition Management :CEM” มาตรฐานรับรองความเป็นมืออาชีพสูงสุดระดับโลกในอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ (Exhibition) จากสมาคม สมาคมนิทรรศการและกิจกรรมนานาชาติ (International Association of Exhibitions and Events :IAEE)

กลยุทธ์การรณรงค์ให้ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมสร้างมาตรฐานไมซ์สู่ระดับสากล นั้น ทีเส็บ ได้ทำการสื่อสาร จัดเวิร์คช้อป ทำแผนงาน ในแต่ละ 1 เมือง ซิตี้ มีขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้

ขั้นที่ 1 ศึกษา แต่ละส่วนตั้งแต่ศักยภาพ จุดแข็ง จุดเสริม ตลาด อุตสาหกรรมเด่น เช่น อาหาร อุตสาหกรรมหนักและเบา เชื่อมโยงเข้ากบมีความพร้อมรองรับ งานจัดแสดงสินค้า การประชุมนานาชาติ เมกะอีเวนต์ ทีเส็บก็จะเลือกงานที่เหมาะสมให้ไปจัดในพื้นที่ดังกล่าว

ตอนนี้ทีเส็บมุ่งทำควบคู่กันไปคือ City Branding, City DNA มีอะไรเด่นบ้าง เป็นเมืองวัฒนธรรม เมืองอาหาร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ตอนนี้มีกลุ่มเมือง กีฬา/Sport City วัฒนธรรม/Cultural อาหาร/Gastronomy ดนตรี/Music เทศกาล/Festival แล้วขับเคลื่อน

ขั้นที่ 2 แชร์ข้อมูลภาพรวม นำผลการศึกษาทั้งหมดไปแบ่งปันหารือร่วมกันในแต่ละเมืองทั้งกับองค์กรภาครัฐ เอกชน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย การท่องเที่ยว และชุมชน

ขั้นที่ 3 ตั้งคณะกรรมการพัฒนาเมืองไมซ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงหรือ Change ให้สอดคล้องตามเป้าหมายปัจจุบันจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วก็มาวางแผนใช้อุตสาหกรรมไมซ์ขับเคลื่อน ตอนนี้ก็มี 10 ไมซ์ ซิตี้

ปี 2569 นำร่องผนวกไมซ์ M-I-C-E กับเมกะอีเวนต์ และเฟสติวัล ผนวกเข้าไปด้วย สามารถต่อยอดจากงานประชุม จัดแสดงสินค้า จับคู่ธุรกิจ แบบครบวงจร ให้เกิดการส่งเสริมตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

นายสราญโรจน์ กล่าวว่า ปี 2569 ทีเส็บได้เร่ง “ปลดล็อกกฎกติกา” เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์จากทั่วโลกสามารถเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางจัดงานระดับนานาชาติ เพื่อให้ทุกอย่างเกิดประสิทธิภาพเป็นแรงส่งทำให้ไทยเป็นทางเลือกสำคัญของไมซ์ในตลาดโลก ขณะนี้เร่งเดินหน้าทำแล้ว 4 เรื่อง ดังนี้

 


เรื่องที่ 1  “ปลดล็อกการขอใบอนุญาตให้ต่างชาติมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย : Work Permit ในแต่ละงานที่เกี่ยวข้องกับไมซ์ ทั้งงานประชุมสัมมนา คอนเสิร์ต เฟสติวัล ถ้าไม่เกิน 15 วัน ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตทำงาน เพียงแต่จะต้องมีหลักฐานอ้างอิงจากทีเส็บ หน่วยงานภาครัฐ และจังหวัดเจ้าภาพจัดงาน ยืนยัน เพื่อรับการยกเว้น เช่น งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี  2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) จัดในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี ระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2569- 14 มีนาคม 2570 มีการจ้างงานคนจำนวนมาก ก็จะได้อำนวยความสะดวกให้เอกชนนานาชาติผู้เข้ามาร่วมได้จ้างงานใหม่เกิดขึ้น

เรื่องที่ 2 ปลดล็อกรายการสินค้าหรือนำเข้าอุปกรณ์มาจัดแสดงสินค้า หมวดใหญ่ได้แก่ งานแสดงสินค้าอาหารและยา ขณะนี้องค์การอาหารและยา (อย.) ของไทยอนญาตเรียบร้อยแล้วให้นำสินค้าตัวอย่างเข้ามาได้ 2 เท่า

เรื่องที่ 3 ขอลดหย่อนภาษีให้อุตสาหกรรมไมซ์ได้ 200 % ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง และต้นทุนสูงขึ้นจากปัจจัยอื่น ๆ แล้วยังช่วยเรื่องการจัดงานอย่างยั่งยืน

เรื่องที่ 4 การเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) จะช่วยปล่อยสินเชื่อหรือวงเงินกู้ดอกเบี้ยถูกกว่าอัตราตลาดปกติ เตรียมเปิดตัวในงาน Thailand MICE Week 2026 ช่วง 28-30 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะเป็นข่าวดีกับเป้าหมาย 3 กลุ่ม ได้แก่

 


-กลุ่มที่ 1 สถานที่จัดประชุม/Venue ต้องการได้เงินไปทำโครงการพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ แต่มีต้นทุนสูง ทีเส็บจึงได้ประสานกับทางธนาคารเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

-กลุ่มที่ 2 ออร์กาไนเซอร์/ผู้จัดงาน การจัดงานขนาดใหญ่แต่ละครั้งจำเป็นจะต้อง “มีเงินมัดจำ” ล่วงหน้าราคาค่อนข้างสูง และจะต้องจ่ายล่วงหน้าเป็นปี เพื่อให้การจัดงานมีขนาดใหญ่ขึ้น มีจำนวนงานเติบโตเพิ่ม ก็ต้องมีเงินทุนมาใช้หมุนเวียน

-กลุ่มที่ 3 ผู้จัดนิทรรศการแสดงสินค้า (Exhibitor) สามารถมีเงินสำรองนำไปจ่ายล่วงหน้าก่อนทำงาน (upfront) ถ้าธนาคารให้กู้นำไปจ่ายออร์กาไนเซอร์ ก็จะนำเงินที่ได้ไปจ่ายมัดจำให้สถานที่จัดงาน เป็นวงล้อให้เงินหมุนในระบบอย่างคล่องตัว

นายสราญโรจน์ กล่าวว่า ทีเส็บยังเตรียมเสนอผู้นำองค์กร คณะกรรมการ เพื่อเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาช่วยเหลืออุตสาหกรรมไมซ์ของไทยในจังหวะที่สถานการณ์ในประเทศและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสงครามจนทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมีผลให้ “ต้นทุน” ทั้งระบบเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงเสี่ยงจะโดนยกเลิกงานไมซ์ซึ่งมีแนวโน้มสูงมาก จึงขอให้พิจารณาหลัก ๆ ควบคู่กันไปอีก 4 มาตรการ

มาตการที่ 1 “เงินทุน” ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานเป็นแรงผลักให้ต้นทุนในอุตสาหกรรมไมซ์สูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้เจ้าของแต่ละงานไม่ยกเลิกมาจัดงานในไทย

มาตรการที่ 2 “ภาษี” แพกเกจให้การจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งหมดเพื่อนำไปลดหย่อนได้ 200% หรือ Tax Incentives ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเน้นการให้ที่มิใช่ภาษีอากร เพื่อสนับสนุนโครงการทำ Smart Venue ให้เป็นสถานที่จัดประชุมดูแลสิ่งแวดล้อมตามรูรูปแบบรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญเพราะจะเป็นห่วงโซ่ทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน ความยั่งยืน ต่อเนื่องระยะยาว ลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดขยะเป็นศูนย์ (zero Waste) ต่อเนื่องไปถึงการใช้ระบบขนส่งสำหรับงานไมซ์

มาตรการที่ 3 งบประมาณสนับสนุนการฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อผลิตมืออาชีพในวงการไมซ์ ต้องมีทักษะสูงด้านภาษา ดิจิทัล ภาษา เทคนิคต่าง ๆ ก้าวจะไปรับงานระดับชาติเข้ามาจัดในไทย โดยต้องการให้ได้งานไมซ์ที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลจำนวนงานมากขึ้น จะต้องให้ความสำคัญ ส่งต่อ เพื่อทำให้เกิดการเห็นความสำคัญภาคบริการเต็มรูปแบบ นอกเหนือจากความเป็นฮอสพิทาลิตี้ของคนไทย แล้วทุกฝ่ายก็อยากได้งานอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งการประมูลแต่ละงานระดับโลกต้องใช้เงินทุนสูง ต้องใช้แรงงาน เครือข่าย

มาตการที่ 4 สนับสนุนการดึงงานระดับโลกหรือ World Global เลือกไทยเป็นจุดหมายอย่างแท้จริง เช่น งานเอ็กซโป แต่ละครั้ง จะต้องใช้เวลาเตรียมงาน 3-5 ปี ซึ่งหน่วยงานกับทุกภาคส่วนต้องทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลยุทธ์ ขับเคลื่อน และการสนับสนุนเชิงรุกอย่างชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

นายสราญโรจน์กล่าวว่าฝากให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใช้ประโยชน์จาก “อุตสาหกรรมไมซ์” ซึ่งเป็นศูนย์กลางให้เป็นกลจักรสำคัญและพลังขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศเปิดตลาดผู้ซื้อพบผู้ขายทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินจากในประเทศและต่างประเทศ สร้างวงรอบเศรษฐกิจ การจ้างงานใหม่ ๆ และชุมชนทั่วประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นแบบครบวงจรทั้งด้าน อุตสาหกรรมการบิน โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมดิจิทัล/เทคโนโลยี อาหาร เกษตรกรรม และอีกมากมาย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-มาหาดีลฮ็อตที่คิงเพาเวอร์รางน้ำ-ภูเก็ต 3 โปรลดแรง40%

เมษายน นี้ “มาหาดีลฮอต” มาช้อปให้แฟ่ด ที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เเละภูเก็ต” 3 โปรเด่น

1.ช้อปน้ำหอมทุก 2 ชิ้น ลดสูงสุด 40% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) รุ่นฮิตๆ มีมาให้ช้อปเพียบ! พิเศษ เฉพาะลูกค้าสัญชาติไทยเท่านั้น         สินค้ามีจำนวนจำกัด ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เท่านั้น

2.ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง แว่นตา

-ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 1,500 บาท*

-ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 3,000 บาท*

-ช้อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 45,00 บาท*

ลดสูงสุด 40% วันนี้ -14 เมษายน 2569 ช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดทันที 8,000 บาท ให้ยอดซื้อสูงสุด 20,000 บาท / ใบเสร็จ หรือ ส่วนลดสูงสุดไม่เกิน 8,000 บาท / ใบเสร็จ

3.ช้อปแฟชั่น นาฬิกา :  ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ช้อปในแผนกและสินค้าที่ร่วมรายการ วันนี้– 8 เม.ย. 2569



ข่าวที่ 2 -บินสนั่นเม.ย.ต้องช้อปคิงเพาเวอร์4สนามบินลดสุดๆ30%

บินสนั่น เมษายน 2569 มันต้องช้อป! ที่ “คิง เพาเวอร์” 4 สนามบิน ลดสูงสุด 30% พิเศษ! Beauty Sale สำหรับสายน้ำหอม ลดทันที! สูงสุด 40% เมื่อซื้อน้ำหอมทุก 2 ชิ้น เลือกน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ วันนี้- 19 เม.ย. 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ ตามสนามบินต่าง ๆ ดังนี้

คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ และดอนเมือง :

-ลดสูงสุด 20%* เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-ลดสูงสุด 30%* เมื่อช้อปครบ 15,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-ลด ON-TOP เพิ่ม 10%* เมื่อช้อปครบ 25,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ


คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ :

-ลดทันที! 1,000 บาท เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-ลดทันที! 500 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ 

คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานภูเก็ต ช้อปแฟชั่น นาฬิกา เครื่องประดับ และแว่นตา

-ลดทันที! 800 บาท เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-ลดสูงสุด 10% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-พิเศษ! สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่ม 5%

ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์นำรร.เดอะสแตนดาร์ดรับอีสเตอร์มื้อพิเศษ

โรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด แบงคอก มหานคร ในเครือ “คิง เพาเวอร์” ต้อนรับเทศกาล “อีสเตอร์” ชวนยกครอบครัวมาใช้เวลามื้อพิเศษด้วยกันวันที่5 เมษายน 2569 เวลา 12.00–15.00 น. ที่ “เดอะ สแตนดาร์ด กริลล์”

แพกเกจ ผู้ใหญ่ 2,150++ บาท/คน เด็กอายุ 6–12 ปี 1,075++ บาท/คน และเพิ่มแพ็กเกจ Free Flow 2 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้น 1,500++ บาท/คน

ชวนกันเติมเต็มบ่ายวันอาทิตย์ด้วย “Easter Brunch” ได้รวมเมนูพรีเมียม ทั้งวากิว เนื้อแกะ ซีฟู้ดสด ๆ และของหวานสำปิดท้ายมื้อนี้อย่างลงตัว

พร้อมกิจกรรมของเด็ก ๆ ชวนกันตามหาไข่อีสเตอร์ หรือเพิ่มสีสันความสนุกด้วยการแต่งหน้าคุกกี้ ที่จะทำให้ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอสนุกยิ่งขึ้น



ข่าวที่ 4-ททท.ปรับเป้าปี69รายได้เหลือ2.58 ล้านล้าน/ต่างชาติลด18%

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไตรมาส 1/2569 ระหว่าง 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลัก อันดับ 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน 1.49 ล้านคน อันดับ 2-5 ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน เกาหลีใต้ 4.12 แสนคน ส่วน “ตลาดระยะไกล :Longhual” ที่ยังสามารถทำรายได้สูงต่อคนต่อทริปก็มี สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และเอเชีย คือ ญี่ปุ่น

 

ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากหลายปัจจัยภายนอกมีทั้ง 1.ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2.ต้นทุนการเดินทางผันผวน แต่ได้แรงหนุนจาก “โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยว” มีความหลากหลายมากขึ้น ช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยรักษาเสถียรภาพไว้ได้ และสามารถลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

 

ปี 2569 ปรับคาดการณ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงจากปัจจัยภายนอก ในตะวันออกกลาง ส่งผลเป็นวงกว้างทั้งกับไทยและทั่วโลก จึงได้ประเมินใหม่

 

รายได้การท่องเที่ยวภาพรวม” จะทำได้ประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และในประเทศ มีดังนี้

 

“ตลาดต่างประเทศ” จะมี “จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ใหม่ตลอดปีอีกครั้ง ภายใต้สมมติฐานจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน คาดจะมีต่างชาติเข้ามาไทยประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิม 18 % ด้วยปัจจัยหลัก หลายตลาดชะลอตัว ได้แก่ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

 

“ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ” คาดคนไทยเที่ยวในประเทศจะประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงจากเป้าหมาย 3 %

 

สถานการณ์ภาพรวมดังกล่าว ททท.ได้ปรับ “กลยุทธ์การตลาด” จากมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง 2.การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง 3.การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย 4.ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่องช่วงต้นปีนี้

 

สำหรับปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ “ภาพรวม” จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากตลาดที่เข้ามาบทบาทสำคัญทดแทนจีนช่วงปีก่อน คือ อาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง

 

“มิติทางเศรษฐศาสตร์” ททท.พบว่า “แนวโน้มรายได้” จากการท่องเที่ยวจะขยายตัวต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว สะท้อนถึง “พฤติกรรมการใช้จ่าย” มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่การสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะยังคงนำมาใช้ในปี 2569 ต่อไป

 

ข่าวที่ 5-CEOบางจากเสนอWEFต้องผนึกทั้งภูมิภาคทำNet Zero-SAF

 

            World Economic Forum : WEF ได้เผยแพร่รายงานสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ Global Aviation Sustainability Outlook 2026 และ Industrial Transformation in ASEAN: A Cluster-Driven Model for Regional and Global Collaboration เพื่อสะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ทั้งระดับอุตสาหกรรมการบินและภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมสะท้อนมุมมองในรายงานทั้ง 2 ฉบับ คือรายงานแรก “Industrial Transformation in ASEAN” เกี่ยวกับ  “การสร้างหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” (SAF) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หาก “ไม่มี” นโยบายที่ชัดเจนและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ สายการบินก็ยังคงลังเลจะทำสัญญารับซื้อ SAF ในระยะยาว สิ่งที่จะทำให้เกิดการขยายตัวในระดับที่แท้จริงคือ ต้องกำหนดเป้าหมายการผสมเชื้อเพลิง ที่มีผลผูกพัน มาตรการด้านภาษีหรือเงินอุดหนุนเพื่อลดช่องว่างด้านราคา รวมถึงยอมรับวัตถุดิบที่ได้การรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยขยายกำลังการผลิตและสายการบินที่จะนำไปใช้โดยเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

นายชัยวัฒน์ ยังเน้นเรื่องการสู่ความยั่งยืนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ โดยเฉพาะรูปแบบ cluster-based collaboration ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริงระดับภูมิภาค

 

ในรายงาน Industrial Transformation in ASEAN เผยแพร่เมื่อมกราคม 2569 ได้แสดงให้เห็นถึง “อาเซียน” มีศักยภาพเป็นฐานสำคัญการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรม หากสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและภาคอุตสาหกรรมในลักษณะคลัสเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เร่งการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

           

ส่วนรายงานฉบับที่สอง “Global Aviation Sustainability Outlook 2026 จัดทำโดยผู้บริหารทั่วโลกร่วมมือกันกว่า 100 องค์กร ระบุว่าอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญ “ความจริง 2 ด้าน” คือ 1.ความต้องการเดินทางยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็มี 2.แรงกดดันลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้อนาคตการเติบโตอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านต้นทุน เทคโนโลยี นโยบาย และห่วงโซ่อุปทาน

 

ในรายงานได้ระบุเรื่อง “น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน : Sustainable Aviation Fuel: SAF เป็นกลไกหลักระยะใกล้-กลาง แม้ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและวัตถุดิบ ส่วนเทคโนโลยีทางเลือก เช่น e-fuels และไฮโดรเจน ยังต้องใช้เวลาพัฒนาเพิ่มเติม ส่วนระยะสั้นเป็นการใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  

 

บทนำรายงานฉบับนี้นำเสนอมุมมองร่วมของผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก รวมถึงนายชัยวัฒน์ สะท้อนว่า อุตสาหกรรมการบินยงมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แต่จำเป็นต้อง “ปรับเส้นทาง” ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดจริง ทั้งด้านต้นทุน เทคโนโลยี และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ

 

พร้อมทั้งเสนอแนวคิด “ambitious but pragmatic” หรือการขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยานคู่กับความเป็นจริง เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งาน การจัดลำดับความสำคัญ การบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุ Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ ตั้งแต่ภาครัฐ อุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคการเงิน 

 

“กลุ่มบริษัทบางจาก” ได้มีส่วนร่วมในรายงานทั้ง 2 ฉบับ จึงสะท้อนบทบาทขององค์กรไทยในเวทีความร่วมมือระดับโลก และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่ 6- TCEBพลิกโฉมจัดThailad MICE Weekรวม“นโยบายชาติ-ธุรกิจ”

 

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บ จับมือสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA ยกระดับจัด Thailand MICE Week 2026 จาก MICE Day ประจำปี  จะจัดวันที่ 28–30 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวบรวมงานไมซ์หลายสาขาที่เคยแยกจัดตามวาระต่าง ๆ มาไว้ในงานเดียวกัน คือ  MICE Standards Day, MICE Academy Day, MICE City Summit และTMX :Thailand MICE X-Change ของ TEA ตั้งเป้าใช้งานนี้ทำ Net Zero Carbon Event งานแรกของเมืองไทย สร้างจุดขายอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่ยั่งยืน

 

“กิจกรรม” จะมี 12 พื้นที่ ร่วมกันนำเสนอพัฒนาการใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่เกิดจากความร่วมมือของทีเส็บกับพันธมิตรภาคเอกชนและภาคการศึกษา ทั้งการอำนวยความสะดวกจัดงาน นวัตกรรม เส้นทางบรรลุผลความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร การจับคู่ธุรกิจ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจุดหมายปลายทางการสร้างกำลังคนรุ่นใหม่

 

โดยจะเชื่อมโยงคอนเทนท์เชิงนโยบายกับการพัฒนาจากภาครัฐและเนื้อหาเชิงธุรกิจ รวมการพัฒนาของภาคเอกชนให้เกิดผลเชิงทวีคูณในโซ่อุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมงานได้ประโยชน์มางานเดียวได้ทุกอย่างครบวงจร

 

งาน Thailand MICE Week 2026 จะจัดปีแรกแทนงาน MICE Day เดิมจัดแค่ 1 วัน ต่อเนื่องมา 5 ปี ครั้งนี้ปรับใหม่จัดต่อเนื่อง วัน  ระหว่าง 28–30 เมษายน 2569 ผนวกรวมงานของทีเส็บกับ TEA เป็นหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานพร้อมเป็นกลไกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม 2 เวที ได้แก่

 

“เวทีนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ” มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม การส่งเสริมมาตรฐานและความยั่งยืน

 

เวทีธุรกิจ นำงาน Thailand MICE X-Change 2026 เป็นแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจและจับคู่ทางการค้า ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์ครบวงจร   

 

 ทีเส็บจึงได้จัดงาน Thailand MICE Week 2026 ภายใต้แนวคิด “MICE in Motion พลังไมซ์ ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต” ใช้พลังความร่วมมืออย่างเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เกิดระบบนิเวศไมซ์ผลักดันไทยในฐานะ Global MICE Destination และขับเคลื่อนประเทศสู่ Trustworthy Opportunity Connector หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

 

“ผู้เข้าร่วมงาน” จะประกอบด้วย 1.ผู้กำหนดนโยบายการพัฒนาระดับประเทศและระดับนานาชาติ 2.วิทยากรจากต่างประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากล 3.ผู้บริหาร C-Level จากภาคธุรกิจไมซ์ การเดินทาง การบิน โรงแรม สถานที่จัดงาน ผู้สร้างนวัตกรรม นักลงทุน คณาจารย์และนักศึกษา รวมกว่า 2,000 คน มารวมตัวกันผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระยะยาว

 

ภายในงานจะครอบคลุมทั้งเชิงนโยบาย แนวโน้มและยุทธศาสตร์ เชิงธุรกิจและการตลาด เชิงการพัฒนาทรัพยากรขั้นพื้นฐานทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา มาตรฐานสถานประกอบการ เมืองไมซ์ นวัตกรรมและความยั่งยืน ทำให้ผู้เข้าร่วมงานจากทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไมซ์และผู้สนใจทั่วไปเก็บเกี่ยวความรู้ ก้าวทันสถานการณ์ไมซ์ได้ครบในงานเดียว

 

นายลอย จุน ฮาว นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และ ประธานจัดงาน Thailand MICE X-Change 2026 กล่าวว่า นำ TMX 2026 เข้าร่วมกับ Thailand MICE Week ทำให้เป็นมากว่าการรวมตัวผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจจัดงานการประชุมและอีเวนต์ประจำปี แต่ได้เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนได้มาพบปะกันแบบตัวต่อตัว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นยกระดับและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ของไทยก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน  และความร่วมมือระดับสากล ร่วมสร้างบทบาทของไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชีย พร้อมขับเคลื่อนการลงทุน การค้า การเติบโตทางธุรกิจยั่งยืนในระดับภูมิภาค

 

          ช่วงที่ 2 การเดินทางพักผ่อนช่วงหยุดยาวรับความฉ่ำเย็นมหาสงกรานต์ “ภาคเหนือ” เปิดบ้านต้อนรับเชิญชวนไปเช็คอิน 5 พิกัด เชียงใหม่วอเตอร์เฟสต์ มหาสงกรานต์3แผ่นดินเชียงราย โพธิ์ประทับช้างพิจิตร มนต์เสน่ห์ริมปิงเมืองตาก คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026 ลำพูน แล้วฟัง “5กิจวัตรเล็ก ๆ” ทำซ้ำทุกวันดีต่อสุขภาพ เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ททท.จัด Smile@ตรัง” ฟื้นเศรษฐกิจชุมชน ข่าวที่สอง “AirAsiaMOVEจัด2โปรห้องพัก” รับ Gen Y แห่เที่ยวสงกรานต์

 

ท่องเที่ยว –สุขทันทีเที่ยวสงกรานต์ภาคเหนือดับร้อนให้ฉ่ำ ๆ 5 พิกัด

 

พร้อมไปเที่ยวปีใหม่ไทย ไปสาดความเย็นฉ่ำกับเหนือเที่ยวเหนือ หรือไทยเที่ยวเหนือ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนปักหมุด “สงกรานต์ล้านนา” ภาคเหนือ 5 พิกัด

 

พิกัดที่ 1 Chiangmai Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย จังหวัดเชียงใหม่ 11-13 เมษายน 2569 ที่วัดเจดีย์หลวง อำเภอเมือง

 

กิจกรรม : จัดให้มีการออกร้านชุมชน จุดสรงน้ำพระ และ แลนด์มาร์คถ่ายภาพ

 

พิกัดที่ 2 ม่วนอก ม่วนใจ๋ สงกรานต์ Soft Power เชียงราย กิจกรรม “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน วันที่ 13-18 เมษายน 2569 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

 

กิจกรรม : กิจกรรมสรงน้ำพระ ขบวนแห่พระพุทธรูป ก่อเจดีย์ทราย ถวายตุง ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ      รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ การเล่นน้ำแบบวิถีล้านนา การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังและศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย การจัดซุ้มอุโมงค์น้ำพร้อมแสง สี เสียง สุดอลังการ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ล้านนา เป็นต้น

 

ไฮไลท์ : การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังและศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย การจัดซุ้มอุโมงค์น้ำพร้อมแสง สี เสียง สุดอลังการ

 

พิกัดที่ 3 สงกรานต์โพธิ์ประทับช้าง พิจิตร ปี 2569 วันที่ 13-15 เมษายน 2569 ที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

 

กิจกรรม มาร่วม ทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล สรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อแสดงความกตัญญูและขอพร เล่นสาดน้ำ สื่อถึงการชำระล้างสิ่งไม่ดี และสร้างความสนุกสนาน ร่วมสนุกกับกิจกรรมพื้นบ้านและการละเล่นไทย เช่น ก่อพระเจดีย์ทราย การแสดงศิลปวัฒนธรรม งานออกร้าน งานมหรสพ การแสดงแสงสีเสียง จากศิลปินท้องถิ่น, การแสดงแสงสีเสียง จากศิลปินที่มีชื่อเสียง, การแสดงแสงสีเสียง เล่าขานตำนานพื้นถิ่น การแสดง การละเล่นชุมชน

 

ไฮไลท์ ชมการแสดงแสงสีเสียง จากศิลปินท้องถิ่น, การแสดงแสงสีเสียง จากศิลปินที่มีชื่อเสียง, การแสดง  แสงสีเสียง เล่าขานตำนานพื้นถิ่น

 

พิกัดที่ 4 มหาสงกรานต์ มนต์เสน่ห์ริมปิง สู่ศรัทธาสองแผ่นดิน 12-15 เมษายน 2569 ที่อำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

 

กิจกรรม สนุกกับอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ร่วมจัดกิจกรรมประเพณีของพื้นที่ การจัดกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยว

 

ไฮไลท์ : กิจกรรมสงกรานต์ ประเพณีของพื้นที่ และกิจกรรมมอบสิทธิพิเศษ แก่นักท่องเที่ยว

 

พิกัดที่ 5 คอนเสิร์ต Monster Water Fest 2026  Lamphun Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย จังหวัดลำพูน วันที่ 11-13 เมษายน 2569 บริเวณถนนรถแก้ว อำเภอเมือง

 

กิจกรรม : จัดให้มีการออกร้านชุมชน จุดสรงน้ำพระ และแลนด์มาร์คถ่ายภาพ

 

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 เลือกไปเล่นสาดน้ำภาคเหนือ เลือกสนุกใกล้บ้าน กระจายรายได้สู่ชุมชน มอบความสุขปีใหม่ไทยให้สุขสันต์ตลอดเทศกาลความสุขนี้

 

สุขภาพ –5 กิจวัตรเล็กๆ ในแต่ละวันทำให้สุขภาพดีแบบยืนยาว

 

สุขภาพที่ดีเริ่มได้จาก “5 กิจวัตรเล็กๆ” ที่ทำซ้ำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพราะแค่ขยับร่างกายให้ถูกจังหวะในแต่ละช่วงของวัน ก็ช่วยให้ร่างกายทำงานดีขึ้น สะสมเป็นสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาวได้

 

1.เมื่อตื่นนอน : เริ่มต้นวันด้วยการบิดตัวซ้าย–ขวาเบา ๆ ประมาณ 30 วินาที เพื่อปลุกร่างกายให้ค่อย ๆ ตื่นตัวหลังจากนอนนิ่งมาทั้งคืน การเคลื่อนไหวเบา ๆ ทันทีหลังตื่น จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ แก้อาการตึงของหลัง เอว และลำตัว รวมถึงช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่มึน ไม่อืด  

 

2.หลังอาบน้ำ : ลองยืน ยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกช้าๆ 1 นาที ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ช่วยเปิดปอดให้รับออกซิเจนได้ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสดชื่น สมองปลอดโปร่ง  

 

3.มื้อเช้า : มื้อแรกของวัน อย่ากินแบบรีบเกินไป แต่ให้เวลากับการเคี้ยวมากขึ้น เพราะการเคี้ยวให้ละเอียดช่วยระบบย่อยอาหารทำงานง่ายขึ้น ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี และยังช่วยให้รู้สึกอิ่มนานกว่าเดิม  

 

4.ระหว่างวัน :  ช่วงเวลาทำงาน หรือใช้ชีวิตประจำวัน ลองเตือนตัวเองให้ยืน ให้นานกว่านั่ง หรืออย่างน้อยลุกขึ้นขยับตัวบ่อยๆ การนั่งนานเกินไปทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง และอาจทำให้ร่างกายอ่อนล้าโดยไม่รู้ตัว การลุกยืน เดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวันจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ปกติ  

 

5.ช่วงเย็น :  ปิดท้ายวันด้วยมื้อเย็นที่เบา และย่อยง่าย เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องทำงานหนักเกินไปในช่วงกลางคืน การกินมื้อเย็นแบบพอดีจะช่วยให้หลับสบายขึ้น ลดอาการแน่นท้อง อึดอัด หรือหลับไม่สนิท และยังช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหารในเวลาที่ร่างกายควรได้พักฟื้น เมื่อร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่ การฟื้นฟูระบบต่างๆ ก็จะทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อทั้งพลังงานในวันถัดไป รวมไปถึงอารมณ์ และภาพรวมของสุขภาพระยะยาว

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ททท.จัด Smile @Trangนำท่องเที่ยวปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น

 

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จัดงาน Smile @Trang ภายใต้แคมเปญ Smile @South กระตุ้นท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ 3–5 เมษายน 2569 ที่สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 จังหวัดตรัง โดยมีกิจกรรมหลากหลายและครบครัน เช่น แลนด์มาร์กถ่ายภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์แสงไฟ (LED) สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง สำคัญ 2 จุด โซนอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ร้าน นำเสนอเมนูท้องถิ่นและอาหารยอดนิยม โซนร้านค้า โอท็อป อาร์ต แอนด์ คราฟท์ สินค้าวินเทจกว่า 10 ร้าน รวมโซนกิจกรรม เวิร์คช้อปและการสาธิต เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ในอัตลักษณ์ท้องถิ่น

 

มีเวทีการแสดงจัดเต็มทั้งศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง วันที่ 4 เมษายน 2569 พบกับ Yes'sir Days ชมการแสดงพิเศษหนังตะลุง วันที่ 5 เมษายน 2569 พบกับ Mirrr จะมาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจตลอดงาน

 

การจัดงานครั้งนี้ คาดจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม เสริมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดตรังให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อม ปลอดภัย และน่าเดินทางอย่างยั่งยืน

 

 ข่าวที่สอง AirAsiaMOVEจัด2โปรห้องพักรับGenYแห่เที่ยวสงกรานต์

 

 

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยอินไซต์ " Songkran Travel Trends (2567-2569)" โดยมีวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ที่ผ่านมาตลอด 3 ปี พบนักเดินทางกลุ่มหลักมี “การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ” โดยเฉพาะพลังของ Gen Y (หรือคนรุ่นใหม่/Millennials) กับเทรนด์การเที่ยวคนเดียว (Solo Traveller) พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

1. นักท่องเที่ยวเบอร์หนึ่ง : Gen Y ครองบัลลังก์นักเดินทาง 3 ปีซ้อน จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่ากลุ่ม Gen Y คือหัวใจหลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างชัดเจนดังนี้

 

- สัดส่วนผู้เดินทางสูงสุด : ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Gen Y ทุกปีครองจำนวนที่นั่งขายได้ (Seats Sold) สูงที่สุดเป็นอันดับ 1    โดยยืนยัน “การเติบโตต่อเนื่อง” ปี 2568 มีจำนวนที่นั่งขายให้กลุ่ม Gen Y เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปี 2567 เกือบ 30%

 

- แชมป์ตลอดกาลปี 2569 : แม้ภาพรวมตลาดจะเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่ม Gen Y ยังคงเดินทางต่อเนื่อง จองที่นั่งครองสัดส่วนสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X เกือบ 1 เท่า

 

- ระยะเวลาพำนัก : นักท่องเที่ยว Gen Y ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาพักผ่อนยาว 3-5 วัน

 

- พฤติกรรมการจอง : นิยมวางแผนล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่จองผ่านระบบ Digital

 

2. Top Destinations: เช็คอินที่ไหนกันบ้าง

คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับ "ไทยเที่ยวไทย" เป็นอันดับ 1 ในทุกๆ ปี แต่เทรนด์การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวสู่หลากหลายจุดหมาย

 

-Domestic : เส้นทางยอดฮิตยังคงเป็นเชียงใหม่ (CNX), ภูเก็ต (HKT), และหาดใหญ่ (HDY)

 

-International : ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายต่างประเทศที่คนไทย Gen Y และ Gen X เลือกไปมากที่สุด ตามมาด้วย เวียดนาม และจีน ในปี 2568-2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

AirAsia MOVE ส่งดีลแรงรับฤดูท่องเที่ยว

 

AirAsia MOVE จัดเต็มดีลสุดคุ้มต้อนรับ ฤดูกาลท่องเที่ยวในราคาประหยัดกว่าเดิม ด้วย “ส่วนลดพิเศษ” เพื่อการจองโรงแรมทั่วโลก ดังนี้

 

1.ลดเพิ่มทันที 400 บาท เพียงใส่โค้ด MOVEHOTELS50 (เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 3,000 บาท)

 

2.รับส่วนลดเพิ่ม 450 บาท เมื่อใส่โค้ด SNAPNOW (เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 7,700 บาท) มอบให้สายเที่ยวแบบแพ็กเกจสุดคุ้มกับ SNAP! (เที่ยวบิน+โรงแรม) ทุกจุดหมายปลายทาง

 

 จองเลยผ่านแอป AirAsia MOVE เพื่อ "บิน พัก เที่ยว แอปเดียวครบ" ในราคาสบายกระเป๋า โดยติดตามได้ที่ @airasiamove บน Instagram & TikTok ดาวน์โหลดแอป AirAsia MOVE ผ่าน Apple App Store Google Play Store และ Huawei App Gallery

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

TCEBรุกTrust Meaningfulปลุกโลกเชื่อมั่นไทยฮับอุตฯไมซ์ โชว์ข่าวดี4เรื่อง-4มาตรการใหม่ภาษี/เงินกู้SME Bank

  TCEB รุก Trust Meaningful ปลุกโลกเชื่อมั่นไทยฮับอุตฯไมซ์ โชว์ข่าวดีปลดล็อก 4 เรื่องดึงงานอินเตอร์ใหม่ๆเฮจัดในไทย ชง 4 มาตรการใหม่“ภาษี...