ททท.ปรับเป้าปี69รายได้เหลือ2.58 ล้านล้านบาท/ต่างชาติลด18%
เหตุวิกฤตตะวันออกกลางช่วง1-3เดือน-Q1/69มาไทย9.31ล้านคน
ททท.ปรับเป้าท่องเที่ยวปี 2569 หลังวิกฤตตะวันออกกลาง รายได้เหลือ 2.59 ล้านล้านบาท
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี69
ททท.ปรับคาดการณ์ท่องเที่ยวใหม่ปี’69 ช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง 1-3 เดือน “รายได้รวม” เหลือ 2.58 ล้านล้านบาท “ต่างชาติเที่ยวไทย”
ลด 18 % “ไทยเที่ยวไทย” ลด 3 % หลังไตรมาส
1/69 ทั่วโลกมาไทยแล้ว 9.31 ล้านคน
หวังกระจายตลาดให้หลากหลายลดความเสี่ยง และพฤติกรรมคนระวังใช้เงินน้อยลง
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไตรมาส 1/2569 ระหว่าง
1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลัก อันดับ
1 สาธารณรัฐประชาชนจีน
1.49 ล้านคน อันดับ 2-5 ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย
7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน เกาหลีใต้ 4.12 แสนคน ส่วน “ตลาดระยะไกล :Longhual” ที่ยังสามารถทำรายได้สูงต่อคนต่อทริปก็มี สหราชอาณาจักร เยอรมนี
สหรัฐอเมริกา และเอเชีย คือ ญี่ปุ่น
ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากหลายปัจจัยภายนอกมีทั้ง
1.ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
2.ต้นทุนการเดินทางผันผวน แต่ได้แรงหนุนจาก “โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยว”
มีความหลากหลายมากขึ้น ช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยรักษาเสถียรภาพไว้ได้ และสามารถลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
ปี 2569 ปรับคาดการณ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงจากปัจจัยภายนอก
สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลเป็นวงกว้างทั้งกับไทยและทั่วโลก จึงได้ประเมินใหม่
● “รายได้การท่องเที่ยวภาพรวม” จะทำได้ประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และในประเทศ มีดังนี้
● “ตลาดต่างประเทศ” จะมี “จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ใหม่ตลอดปีอีกครั้ง
ภายใต้สมมติฐานจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน คาดจะมีต่างชาติเข้ามาไทยประมาณ
30–34 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิม 18 % ด้วยปัจจัยหลัก หลายตลาดชะลอตัว ได้แก่ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน
และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
● “ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ” คาดคนไทยเที่ยวในประเทศจะประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง
ลดลงจากเป้าหมาย 3 %
สถานการณ์ภาพรวมดังกล่าว ททท.ได้ปรับ “กลยุทธ์การตลาด”
จากมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value
over Volume) โดยให้ความสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่
1.เพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง 2.การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง
3.การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย 4.ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่องช่วงต้นปีนี้
สำหรับปี 2568
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง
โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ “ภาพรวม” จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
จากตลาดที่เข้ามาบทบาทสำคัญทดแทนจีนช่วงปีก่อน คือ อาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง
“มิติทางเศรษฐศาสตร์” ททท.พบว่า “แนวโน้มรายได้” จากการท่องเที่ยวจะขยายตัวต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว
สะท้อนถึง “พฤติกรรมการใช้จ่าย” มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญการยกระดับ
“ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่การสร้างคุณภาพของประสบการณ์
มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะยังคงนำมาใช้ในปี 2569 ต่อไป




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น