“วีระศักดิ์”ชี้เป้าเวลเนสไทยอนาคตไกลท่องเที่ยวบริการ
แนะธุรกิจที่พักรุกตลาดเกษียณทั่วโลกดันไทยผู้นำสุขภาพ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #วีระศักดิ์โควสุรัตน์ #Wellness
“ดร.วีระศักดิ์”
ชี้ไทยมีอนาคตไกลเรื่องบริการ Wellness แนะธุรกิจที่พักปรับกลยุทธ์ขยายแนวรุกตลาดกลุ่มเกษียณทั่วโลก
เบนเข็มเที่ยวพร้อมทำเวลเนส ดันไทยผู้นำการแพทย์และสุขภาพกำลังซื้อคุณภาพสูง
ดร.วีระศักดิ์
โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตลาดบริการเฉพาะด้านเวลเนส
(Wellness) ของไทยยังมีอนาคตไกล เพราะปัจจุบันคนชั้นกลางทุกภูมิภาคของโลก
เครียดจากแรงบีบรัดทางเศรษฐกิจการกีดกัน เครียดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม
จนเป็นปัญหาสุขภาพจิตไปทั่วโลก การปนเปื้อนในน้ำและอาหาร ด้วยจุดเด่นของไทยหลากหลายด้านทั้ง
วัฒนธรรมไทยมีความยืดหยุ่น อาหารอร่อยหลากหลาย อากาศยังพอคาดเดาได้ บวกกับความรอบรู้ด้านสมุนไพร
การสงบจิตเจริญสมาธิฝึกได้ ตอบโจทย์ความต้องการนักเดินทางที่ต้องการหลบความเครียดเลือกที่จะมาไทย
ล่าสุดได้บรรยายพิเศษในหลักสูตร
"ผู้นำด้านการแพทย์และสุขภาพ"
เรื่องศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว หรือ Longevity ที่ทางกรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต และเครือข่ายผู้ประกอบการสปาและเวลเนส
ที่โรงแรมเมอลิน ภูเก็ต
โดยได้สะท้อนถึงภาพรวมของโลกขณะนี้หลายประเทศมี
“กลุ่มผู้เกษียณแบบมีบำนาญมีสวัสดิการสังคม” แต่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด แล้วคนมี
“รายรับกับเงินออม” มั่นคงกลุ่มนี้ยังต้องการบริการด้านสุขภาพ แต่ในประเทศของตนเองราคาสูงมากหรือต้องจองคิวรอรับบริการนาน
คนกลุ่มนี้เลือกเข้าหาบริษัทพาเดินทางไปรับริการบริการในต่างประเทศ
ซึ่งได้ทั้ง
“ท่องเที่ยว” เพิ่มประสบการณ์ ควบคู่กับ “ได้รับบริการ” ที่ต้องการด้วย เช่น
ไปฝึกสมาธิ ฝึกธรรม และรับประทานอาหารซึ่งออกแบบให้ตามยีนขอแต่ละคน
การไปค้นหาวิธีที่เหมาะในการนอนหลับได้ลึก ไปลดน้ำหนักก่อนเข้าพิธีสำคัญ
ไปกายภาพบำบัดของนักเล่นกีฬา ไปกายภาพบำบัดของผู้ผ่านการผ่าตัดพักฟื้น ไปขับล้างงพิษ(
detox) ของระบบทางกายภาพหรือ ทางจิตใจ
ดังนั้น
สถานพยาบาล สถานพักฟื้น สถานดูแลผู้สูงวัย สถานเก็บตัวนักกีฬา โรงแรม รีสอรท์ ต่าง
ๆ ในไทยจึงยังมีโอกาสเป็นมากกว่าสถานที่พักแรม สามารถพัฒนาเพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิวิชาชีพ
หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะที่มีใบอนุญาตหรือที่ผ่านหลักสูตรอบรมมาอย่างถูกต้องแต่ละด้านมาเป็นผู้พาทำกิจกรรมต่าง
ๆ เป็นครั้งคราว สามารถสร้าง “รายได้”ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว เพิ่มกิจกรรมให้ลูกค้าที่แม้ไม่ได้พักที่โรงแรมรีสอรท์นั้นแต่ก็ได้เข้ามารับบริกาได้ทั้งคุณค่าและมูลค่าเสริม
ถ้าสถานประกอบการแต่ละพื้นที่จะจับกลุ่มเครือข่ายแล้วแบ่งบทบาทกัน
ไม่จำต้องแข่งแย่งลูกค้ากัน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็สามารถกระจายความเฉพาะทาง
ลดความเสี่ยง เฉลี่ยค่าการลงทุน และดึงชุมชนเข้ามาร่วมรับประโยชน์ได้อย่างดี พร้อมทั้งมีตัวชี้วัดด้าน
ESG ใช้วิทยาศาสตร์สุขภาพเข้ามาประยุกต์ ยกระดับคุณภาพท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น