วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เกาะรัตนโกสินทร์-อาคารเก่าเล่าเรื่อง-ศูนย์พัฒนาผาตั้งเชียงราย-ททท.


สนง.ทรัพย์สินฯเปิดตำนานอาคารเก่าเล่าเรื่อง

เกาะรัตนโกสินทร์-รอบพระบรมมหาราชวัง

ห้ามพลาดชมศูนย์พัฒนาฯดอยผาตั้งเชียงราย

ท่องเที่ยวเลื่อน-ยกเลิก-จัดงานปกติสิ้นปี59

สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2559   เวลา 11.00-12.00 น.พบกันทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย” FM 97.0 MHz.ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” รู้ทันข่าวและสารคดีท่องเที่ยวอัพเดททุกสถานการณ์

ช่วงแรกเวลา 11.15 น.


คุณกำพล เอกพันธ์
หัวหน้ากองอาวุโสกองโครงการอนุรักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

“คุณกำพล เอกพันธ์” หัวหน้ากองอาวุโสกองโครงการอนุรักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการถึง “อาคารเก่าเรื่อง” รอบเกาะรัตนโกสินทร์และบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง เริ่มต้นจากการทำหนังสือเล่มใหม่ “อนุรักษณียาคาร” พูดถึงเกี่ยวกับตึกแถว หน้าพระลาน ท่าช้าง ท่าเตียน โดยอาจารย์ยงธนิศร์ พิมลเสถียร ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารงานอนุรักษ์ รองศาสตราจารย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนไว้ค่อนข้างครบถ้วน

            ทางคุณกำพลจึงจะขอเล่าในส่วนที่จำได้และคุ้นเคยกับการทำงาน ซึ่งอาจจะไม่ละเอียดเท่าข้อมูลในหนังสือที่อาจารย์ยงธนิศร์รวบรวมไว้

คุณกำพลเริ่มต้นเล่าเรื่องว่า อาคารเก่าทั้ง  3 แห่ง จากหน้าพระลาน ท่าช้าง ถึง ท่าเตียน เป็นตึกแถวที่มีจุดเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดให้มีการวางผังเมืองยุคแรก ๆ ทำให้เมืองใหม่มีระเบียบเรียบร้อย รวมถึงผสมผสานการเป็น “ย่านการค้า” กับ “ที่อยู่อาศัย” ไปพร้อม ๆ กันด้วย
 

            ตึกแถวทั้ง 3 แห่ง ทั้งหน้าพระลาน ท่าช้าง ท่าเตียน สร้างขึ้นในยุคไล่เลี่ยกันเมื่อปี พ.ศ.2450-2452-2453 เริ่มจากตึกแถว “หน้าพระลาน” พระองค์ทรงให้สร้างขึ้นเพื่อรองรับการค้าหรือคนที่จะมาเข้าเฝ้าแวะพักรอหน้าวัง อาคารที่สร้างจึงอยู่ใกล้กับหน้าวังด้วย ส่วนต่อมาที่ขยายออกไปคือ “ท่าช้าง” อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมเป็นวังเก่าของเจ้านายซึ่งได้ปรับปรุงพัฒนาขึ้นมา แล้วการค้าเดิมใช้เรือพาย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่  5 มีระบบการขนส่งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการอยู่บ้านบนเรือนแพก็ไม่เหมาะกับยุคสมัย พระองค์ท่านจึงดำริให้สร้างตึกแถวขึ้นมาหลายตึกทีเดียว รวมทั้งตึกท่าช้างต่อจากหน้าพระลาน เพื่อรองรับการค้าที่อยู่ติดถนน

อิทธิพลของสถาปัตยกรรมการก่อสร้างอาคารก็จะมาจากยุโรป รวมทั้ง “ท่าเตียน” ความจริงเป็นตลาดน้ำที่มีทั้งของสด ของคาว เพราะเป็นบริเวณขึ้นสินค้าทางน้ำและเป็นชุมชนมาก่อน ข้าวของค่อนข้างรก พระองค์ทรงให้ปรับอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้มาพบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอีกภายในหลังเมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 7 ทรงดำริว่า “ตลาดท่าเตียน” แห่งนี้รกตาฉันเหลือเกินจะทำอย่างไรจึงจะเป็นระเบีบบมากขึ้น

จึงได้ทำส่วนขยายจากยุครัชกาลที่ 5 มาสู่รัชกาลที่ 7 ทั้งหลายทั้งปวงของ อาคารเก่าทั้ง 3 แห่ง หน้าพระลาน ท่าช้าง ท่าเตียน ปรับปรุงแต่ละสมัยก็เพื่อ 1.ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย 2.ประโยชน์ทางการค้า 3.ชุมชนที่อยู่รอบพระนครยังเอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตที่ดีของชุมชนโดยรอบด้วย

ร่องรอยความเจริญที่พบเห็นมีความแตกต่างกันแต่ละยุค จากการศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ทั้ง  3 แห่ง นั้น แต่เดิมทำอะไรมาบ้าง โดยพบว่า “ผู้เช่า” ตระกูลต่างๆ สืบทอดกันมานานกว่า 80 ปี และธุรกิจที่ทำต่อกันมา ก็ได้เห็นว่าเคยทำอะไรมาบ้าง

เช่น “ท่าช้าง” ห้างหลักทำร้านไฟฟ้าอยู่หัวมุม ร้านค้าย่อย ร้านของชำ ร้านยา ร้านหนังสือ ส่วน “ท่าเตียน” เป็นโซนของแห้งร้านค้าส่งจำนวนมาก พวกลูกเต๋า ร้านยา ปลาเค็มปลาแห้ง

อาคารเก่าดังกล่าวได้ทำให้เห็นร่องรอยทางการค้าที่มีความหลากหลาย สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีต โดยเฉพาะตึกแถวในบริเวณแต่ละแห่งจะมีไฮไลต์เป็น “ร้านอาหารขึ้นชื่อ” อยู่ด้วย ปัจจุบันยังพอหลงเหลืออยู่บ้าง ทางเราอยากให้เขากลับมาแต่เขาทำไม่ไหว ตัวอย่าง ร้านหน้าพระลาน “ร้านมิ่งหลี” ยังมีอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ร้านคู่แข่งรุ่นเดิมขายอาหารของครอบครัวซึ่งมาจากเมืองจีน ทายาทรุ่นหลังมาเปลี่ยนเป็น “ร้านขายของที่ระลึกนักท่องเที่ยว”

สำหรับ “ท่าช้าง” ก็ยังมีร้านเก่า ๆ ยังไม่ได้กลับไปทำเพราะส่งคืนได้เพียงปีเศษ จึงยังไม่ได้เข้าไปทำ เพราะเอกลักษณ์ของตึกแถวพอปรับปรุงรุ่นพ่อแม่ก็ส่งให้รุ่นลูกแล้วสืบต่อกิจการ ซึ่งลูกหลานอาจจะเปลี่ยนตามมุมมองใหม่ในด้านการค้าขาย โดยได้เปลี่ยนทั้งอาชีพ ธุรกิจ และสินค้า เช่นร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ก็เปลี่ยนดีไซน์เป็นร้านกาแฟชื่อ “ร้านปาลิโอ” เช่นเดียวกับ “ท่าเตียน” ร้านไข่เค็ม ปลาเค็ม ปลาแห้ง จัดระเบียบสวยขึ้น ร้านลูกเต๋าก็เปลี่ยนเป็นร้านอาหารแทน เพราะพอทางสำนักงานทรัพย์สินปรับปรุงแล้วส่งคืนให้รุ่นพ่อแม่เดิมก็ไม่ทำแล้ว แต่นำไปให้รุ่นลูกทำต่อเพราะสูงวัยเหนื่อยทำไม่ไหวต้องการไปพัก ทางลูก ๆ ส่วนใหญ่ก็นำไปทำเป็น “ร้านอาหาร” ร้านเล็ก ๆ น่ารัก จำนวนมาก ขายนักท่องเที่ยวที่ออกจากวัด พักจากการชมเมือง ก็มานั่งพักผ่อน ตามร้านดังกล่าว

ล่าสุดทางสำนักงานทรัพย์สินกับกรุงเทพมหานครได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ลานจอดรถสวนนาคราภิรมย์ ไปตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2559 นับจากนี้ต่อไปจะดูดีขึ้นมากเมื่อสร้างแล้วเสร็จภายในปลายปี 2561 ซึ่งเป็นที่รับรู้ถึงการปรับปรุงของหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตามแผนการพัฒนาทางกรุงเทพมหานครมองถึงจุดที่ “คนไทย” ได้พักผ่อนตอนนี้มีไม่กี่แห่ง เดิมสวนนาคราภิรมย์พอทำเสร็จตอนนั้นต้นไม้น้อยจึงร้อนมาก

ดังนั้นในการปรับปรุงครั้งใหม่ที่วางศิลาฤกษ์ไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2559 นั้น จึงมุ่งหวังให้คนไทยหรือนักท่องเที่ยว มาใช้ เพราะจุดนี้เป็น “แกนหลัก” สมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์มองเปรียบเทียบฝรั่งเศสระหว่างแกนหลักของเมืองในมุมสวย ๆ ต้องให้ความสำคัญ แต่ในยุคหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญ จึงต้องการเปิดมุมมองความสำคัญ นับจากด้านหลังจะเห็น พระบรมมหาราชวัง และวัดระฆัง ย้อนอีกข้างจะเห็นวัดหงส์ เป็นมุมตัดกัน ที่สวยงาม สำหรับบริเวณมุมที่ไม่สำคัญก็ออกแบบปลูกต้นไม้ เป็นจุดพักผ่อน รวมถึงทำเป็นลานแสดงเล็ก ๆ หรือลานแสดงใหญ่ ที่ทางกรุงเทพมหานครได้จัดกิจกรรมอย่าง สงกรานต์หรือปีใหม่ นำมาจัดยังสถานที่แห่งใหม่ได้เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันตรงสวนนาคราภิรมย์ ทางสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็กำลังปรับปรุง “ตลาดท่าเตียน” โดยจะทำให้สอดคล้องกันในแนวพื้นที่ริมน้ำเป็นทางยาวขึ้น เปิดพื้นที่ให้โล่งโปร่ง ทำให้เห็นจุดสำคัญได้มากขึ้น เชื่อได้ว่าแนวคิดมีผู้มีความรู้ นักออกแบบ มาร่วมถกเถียงจนตกผลึก จนได้แบบชัดว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะสร้าง ศาลาท่าน้ำ ท่าเรือ จะเกิดความปลอดภัยมีความแปลกใหม่ไปในทางที่ดียิ่งขึ้น สุดท้ายก็ลงตัวเป็นแบบใหม่ที่กำลังทยอยทำในขณะนี้

“เส้นทางพักผ่อน” ระหว่างอาคารเก่าเชื่อมโยงกันทั้ง  3 แห่ง กรณีแรก “เดินชม” ก็จะได้ระยะทางสั้น ๆ หากจะให้ได้บรรยากาศมากขึ้นคือ “ปั่นจักรยาน” จะสนุกมาก เพราะจุดเชื่อมโยงไปได้ไกลมากขึ้น ปัจจุบันท่ามหาราช และ ยอดพิมาน ทำเสร็จแล้ว โดยออกแบบกิจกรรม

เส้นทางรอบเกาะรัตนโกสินทร์และรอบพื้นที่พระบรมมหาราชวัง เมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้เห็นโฉมใหม่ที่ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมสไตล์ยุโรปยุคแรกอย่างชัดเจน บวกกับสิ่งใหม่ที่สร้างเพื่อรองรับความปลอดภัยตามมาตรฐานใหม่

แนะนำว่าถ้าจะเดินเล่นก่อนจากหน้าวัง แวะหน้าพระลาน ไปแวะรับประทานอาหารท่าช้าง เดินเลียบไปตลาดท่าเตียน สำหรับคนไทยใช้เวลาเดินสักประมาณชั่วโมงกว่า ๆ หรือ 2-3 ชั่วโมงอาจจะร้อนเกินไป แต่ถ้าปั่นจักรยานก็จะได้ระยะทางไกลกว่านั้น จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ไปวนใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เลียบคลองแล้วเข้ามาทางกระทรวงกลาโหม แล้ววนกลับเลาะคลองไปเข้าตลาดแวะท่าช้าง ตลอดสองข้างทางจะได้เห็นอาคารเก่ากลาโหม วัดต่าง ๆ ที่สวยงามมากมาย โดยเฉพาะวันอาทิตย์ปริมาณรถยนต์น้อยจะปั่นจักรยานได้สะดวกสบายด้วย

ทั้งนี้บริเวณแห่งใหม่ “ลานจอดรถสวนาคราภิรมย์” มีบริเวณจุดจอดจักรยานได้ด้วย เพราะมีจุดฝากจักรยานหรือนำจักรยานข้ามไปปั่นต่อ โดยขึ้นตรงบริเวณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดกัลยาณมิตรราชวรมหาวิหาร ซึ่งหลังปี 2561 จะได้ใช้อย่างสมบูรณ์

ช่วงการก่อสร้างและพัฒนาลานจอดรถและปรับปรุงตลาดท่าเตียน ได้ข้อคิดเห็นร่วมกันเรียบร้อยแล้วในหลักการขยายพื้นที่ สิ่งต่อไปคือ “เรื่องการท่องเที่ยว” จากบริเวณสวนนาคราภิรมย์ จะสวยเหมือนเดิมมีฟังก์ชั่นเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีอาคารเก่าคลังสินค้าที่ปรับปรุงซ่อมแซมเป็น “พิพิธภัณฑ์โขน” ซึงยังคงซ่อมอนุรักษ์ให้เหมือนเดิมโดยปรับพื้นที่ใช้งาน เป็นจุดชมใหม่ใกล้มหาราชวัง ชุมชนเมืองที่ได้เห็นศิลปะโขน เป็นจุดน่าสนใจมาสวนแล้วยังได้ชมพิพิธภัณฑ์ควบคู่กันไป

ระหว่างก่อสร้างจะมีกิจกรรมภาพเขียน “จิตรกร” บริเวณรอบรั้วลานจอดรถ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ หรือจะเดินทางไปชมวิถีชีวิตชาวตลาดท่าเตียนซึ่งมีเสน่ห์อีกแห่งในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์นั่นเอง

จากนั้นมาฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1 “ซื้อแคชการ์ดรับฟรีกิฟการ์ดที่คิงเพาเวอร์”

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ แนะนำผู้เดินทางเมื่อแวะเข้าไปยังร้านดิวตี้ฟรี ได้เลือกซื้อ CASH CARD รับฟรีทันที GIFT CARD สูงสุด 15,000 บาท ที่แผนกสินค้าแบรนด์เนม และนาฬิกา โดยสามารถซื้อได้แล้ววันนี้ – 31 ตุลาคม 2559 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี และคิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  และดอนเมือง

เพื่อนำ CASH CARD ไปใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าราคาปกติที่แผนก Watch และ Boutique ที่ร่วมรายการเท่านั้น (ยกเว้น Chanel) ใช้ร่วมกับส่วนลดของบัตรสมาชิก คิง เพาเวอร์ ยกเว้นการใช้ร่วมกับสินค้าโซน Brandname Outlet และรายการ Delights & Surprises ที่ร้านค้า คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และศรีวารี เข้าไปดูรายละเอียดที่ www.kingpower.com

ข่าวที่ 2 “เสนอยูเนสโก้พิจารณาอนุรักษณียาคารไทยปี’61”

 

นางอรนุช อิ่มอารมณ์ หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารงานอนุรักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า ทางฝ่ายงานอนุรักษ์ฯ ได้จัดทำหนังสือชื่อ “อนุรักษณียาคาร” เสนอของชิงรางวัลทางด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมดีเด่นระดับโลก ต่อ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก้ ภายในปี 2561 โดยรายละเอียดภายในหนังสือดังกล่าวได้รวบรวมเรื่องราวอาคารรอบเกาะรัตนโกสินทร์และรอบบริเวณพระมหาราชวัง 3 อาคาร ได้แก่ หน้าพระลาน ท่าช้าง และท่าเตียน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2450 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 ล้วนมีประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมทั้งสะท้อนเศรษฐกิจแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดี

นับเป็นครั้งแรกที่ได้จัดทำหนังสือ “อนุรักษณียาคาร” ด้วยวิธีรวบรวมเอกสารหลักฐาน ภาพอดีต จากทุกแหล่งมาไว้อยู่ในเล่มอย่างสมบูรณ์ โดยใช้เวลานานกว่า 2 ปี เพื่อบอกเล่าคุณค่าของอาคารรอบเกาะรัตนโกสินทร์ต่อพี่น้องชาวไทยและชาวโลก ซึ่งได้เคยนำไปมอบให้หลายประเทศในอาเซียนตามโอกาสสำคัญ ๆ และส่งต่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องทางด้านศิลปวัฒนธรรม

สำหรับในประเทศไทย ผู้ที่สนใจหรือหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ สามารถทำจดหมายขอหนังสือ“อนุรักษณียาคาร” ได้ฟรี เพียงแต่จะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนให้ทางฝ่ายบริหารงานอนุรักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พิจารณาตามความเหมาะก่อนจะอนุมัติให้นำหนังสือไปใช้ประโยชน์ต่อไป

 ข่าวที่ 3 “ชมแมงกะพรุนหลากสีแหลมกลัด จ.ตราด”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด รายงานว่า ขณะนี้ชาวประมงบ้านแหลมกลัด ได้แจ้งการพบฝูงแมงกะพรุนหลากสีจำนวนนับแสนตัว  เข้ามาอาศัยอยู่ในทะเลติดชายหาดพลอยแดง ม.9ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด เริ่มมีนักท่องเที่ยว เช่าเหมาเรือประมงพื้นบ้าน ออกไปแล่นเรือชมฝูงแมงกะพรุนในทะเลดังกล่าว ซึ่งมีฝูงแมงกะพรุนหลากสีจำนวนมาก ขนาดตัวยังไม่ใหญ่นัก และยังไม่มีสีสันสดใสนัก ยังเป็นสีอ่อนๆ ทั้งสีฟ้า สีเขียว สีน้ำตาล และสีส้ม  ลอยอยู่ใต้ผิวน้ำเนื่องจากหลบแสงแดด และอยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10-50 เมตร กระจายเป็นกลุ่มๆไปทั่วบริเวณ เป็นทางยาวกว่ากิโลเมตร โดยธรรมชาติแมงกะพรุนหลากสีจะเข้ามาอาศัยในทะเลตำบลแหลมกลัดทุกๆปี ในช่วงเดือนตุลาคม –พฤศจิกายน  

ผู้ที่สนใจดูแมงกะพรุนร้อยสีสามารถเดินทางไปชมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงหลังเทศกาลลอยกระทงช่วงที่เหมาะที่สุดคือ ช่วงเช้า 6.00-11.00 น. ลงเรือไปดูแมงกะพรุนที่หาดพลอยแดง ใช้เส้นทาง ตราด-คลองใหญ่ เลยหาดมุกแก้ว มาประมาณ 1 กม. แล้วเลี้ยวขวา เข้าทางเดียวกับพลอยแดงซีฟู้ด ประมาณ 200 เมตร เลี้ยวขวา เข้าท่าเรือ

ส่วนผู้ประกอบการเรือประมงพื้นบ้าน จะมีบริการพาออกไปเที่ยวชมและถ่ายภาพความสวยงามของฝูงแมงกะพรุนหลากสี ค่าบริการ เรือไม้คิดคนละ 100 บาท นั่งได้ลำละ 5 คน หากไปไม่ถึง 5 คน สามารถเหมาเรือได้ลำละ 400 บาท มีเรือรองรับอยู่ 6 ลำ ติดต่อเช่าเรือได้ที่ คุณจเร โทร. 095 541 7341   

ขณะที่ผู้ประกอบการบริเวณหาดราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน มีที่พักไว้รองรับเป็นโรงแรมหลายแห่งระดับ3-5ดาว และโฮมสเตย์ สอบถามได้ที่ โทร 095-541-7341

ข่าวที่ 4 “บางจากรับได้ใบประกาศต่ออายุCAC”

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้รับมอบใบประกาศรับรองการต่ออายุเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC – Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption) จาก ดร.กอปร กฤตยากีรณ รองประธานกรรมการ CAC พร้อมเป็นวิทยากรร่วมเสวนาในเรื่อง “700 Companies: From Collective Action to Action” ในงานสัมมนาระดับชาติประจำปี (National Conference on Collective Action against Corruption) ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ “Ethical Leadership: Combating Corruption Together” จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ณ โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ บริษัท บางจากฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกของแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต หรือ CAC ครั้งแรกในปี 2556 ซึ่งใบรับรองดังกล่าวมีอายุ 3 ปี

ข่าวที่ 5 “ไทยวางยุทธศาสตร์10ปีผนึกไมซ์อาเซียน”

นางสาววิภารัตน์ ธาราธีรภาพ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารรัฐกิจวิสาหกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB”  กล่าวว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี (พ.ศ. 2559-2568) นั้น วางเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 อาเซียนจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและการจัดงานไมซ์ที่มีคุณภาพ โดยนำเสนอความหลากหลายผ่านประสบการณ์อาเซียน อันนำไปสู่การจัดงานไมซ์อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน มีความครอบคลุมในทุกมิติอย่างมีสมดุล นำไปสู่การกินดีอยู่ดี และความเป็นอยู่ที่ดีทางเศรษฐกิจและสังคมประชาชนอาเซียน โดยมี 2 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่

ด้านที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน ผ่านแนวทางต่างๆ ดังนี้ (1) ทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเข้มข้น (2) มีผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ที่หลากหลาย (3) ดึงดูดให้เกิดการลงทุนทางด้านธุรกิจไมซ์เพิ่มมากขึ้น (4) เพิ่มปริมาณและความสามารถของบุคลากรด้านไมซ์ (5) วางแผนดำเนินงานและขยายมาตรฐานในการจัดงานไมซ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และจุดหมายปลายทางต่างๆ (6) วางแผนดำเนินงานและขยายการเชื่อมต่อตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของจุดหมายปลายทางต่างๆ และ (7) เสริมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจัดงานไมซ์

ด้านที่ 2 สร้างความมั่นใจว่าการจัดงานไมซ์ในอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ (1) เพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชนในห่วงโซ่อุปทานด้านไมซ์ (2) ปรับปรุงและพัฒนาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และ (3) เพิ่มความรับผิดชอบต่อการปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลของสภาพภูมิอากาศ

 ข่าวที่ 6 “5ขั้นตอนจองตั๋วบินถูกแบบง่ายๆ”

วิธีการจองโปรโมชั่นตั๋วโดยสารเครื่องบิน โดยเฉพาะของ “ไทย แอร์เอเชีย” เพื่อเดินทางไปพักผ่อนให้ได้ราคาที่ถูก ประหยัด คุ้มค่า อย่างแท้จริงมี 5 ขั้นตอนง่าย  ๆ ดังนี้

            1.วางแผนการเดินทางก่อนเข้าไปจองตั๋วโดยสารเครื่องบินโดยพยายามหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหนาแน่น มาก ๆ

            2.เช็คราคาล่วงหน้าไว้หลาย ๆ เดือนก่อนตัดสินใจเดินทาง เพราะยิ่งรู้ล่วงหน้ามากจะมีโปรโมชั่นตั๋วโดยสารที่ขายผ่านทางเว็บไซต์ในราคาถูกและคุ้มค่ากว่าที่จะตั๋วประเภทตัดสินใจซื้อในนาทีสุดท้าย ซึ่งราคาจะยิ่งแพงขึ้นตามลำดับ

            3.ใช้บริการโหลดแอพลิเคชั่นแจ้งเตือนโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินไว้บนมือถือ เพื่อจะได้ไม่พลาดข้อมูลต่าง ๆ

            4.เปรียบเทียบราคาโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินของหลาย ๆ สายการบิน เพื่อจะได้ทางเลือกที่ดีกว่า

            5.ในการจองซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์สายการบินควรจะต้องดูรายละเอียด เพราะตามปกติก็จะบวกค่าสัมภาระ ค่าประกันภัยเดินทาง หรือ ค่าอาหารว่าง ถ้าไม่จำเป็นหรือเราไม่ต้องการก็ให้ตัดทิ้งไป จะได้ประหยัดเงินค่าตั๋วโดยสาร

            เป็นหลักวิธีซื้อตั๋วโปรโมชั่นราคาประหยัดที่สามารถนำไปลองปฏิบัติกันได้ แล้วจะได้ราคาที่ถูกใจคุ้มค่าเงินนั่นเอง
ช่วงที่ 2 เวลา 11.45 น.ออกมาเดินทางเยี่ยมชม 70 เส้นทางตามรอยพระบาทข้ามภูมิภาค ณ โครงการหลวงผาตั้ง เชียงราย แล้วฝึกเรียนรู้วิธีกินยาพาราเซตามอนอย่างปลอดภัย ปิดท้ายด้วยข่าวประจำสัปดาห์

@ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง จังหวัดเชียงราย
 

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง อยู่ที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เป็นโครงการพัฒนาการเกษตรอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่ม ความยั่งยืนและสร้างรากฐานอาชีพภายในชุมชนอย่าง มั่นคง วันนี้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ไม่เพียงเป็น แหล่งผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ตลอดจนมีระบบ อนุรักษ์ดินและน้ำที่ดีเพียงเท่านั้น บ้านผาตั้งยังกลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในบทบาทชุมชนอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งสำคัญของเชียงราย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08:00 - 16:00 น.

            จากเดิมที่เคยเป็นหน่วยย่อยของศูนย์พัฒนา โครงการหลวงห้วยแล้ง ภายหลังได้รับถวายฎีกาการ พฒั นาปรับปรุงพื้นที่จากชาวบ้านหมู่บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้า ผาหม่น และบ้านศิลาแดง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประทานมูลนิธิโครงการหลวง โปรดให้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งขึ้น ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2550 เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่ชาวบ้าน

            ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง มีการปรับพื้นที่ ภายในศูนย์ฯ สำหรับวางแผนทดสอบและสาธิตวิธีการ ปลูกผักและไม้เมืองหนาว รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ กระต่าย แพะ ไก่กระดูกดำ และหมู เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชน ประกอบด้วย คนจีนคณะชาติ ม้ง เย้า มูเซอ อีก้อ ไทลื้อ และคนพื้นเมืองมากกว่า 600 ครัวเรือนอย่างทั่วถึง

 " ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร เน้นการปลูกผักภายใต้โรงเรือนและลดการใช้สารเคมี "

การเดินทางไปท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน “วันแรก”  ช่วงเช้า นั่งเรือหางยาวชมวิวแก่งผาได จุดที่แม่น้ำโขง ไหลออกจากเมืองไทยสู่ลาวเป็นจุดแรก ช่วงบ่าย ชมผาบ่อง ประตูรักแห่งขุนเขา ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ จุดชมวิวเนิน 102 ดอยผาตั้ง

“วันที่สอง” ช่วงเช้า ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกที่ภูชี้ดาว โครงการหลวงผาตั้ง ชมแปลงพืชผักเมืองหนาว ช่วงบ่าย ขี่จักรยานชมเมืองเชียงของ ชมการทอผ้าทอไทลื้อแบบดั้งเดิมที่พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ

“วันที่สาม” ช่วงเช้า ตักบาตรรับอรุณริมโขงที่เชียงของ ลันเจีย ลอดจ์ เยี่ยมชมโฮมสเตย์ และทำกิจกรรมในชุมชน ชมการแสดงของชุมชน

            สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด แปลงทดสอบการปลูกผักและ ไม้เมืองหนาว ชมพืชผักเมืองเหนือ บนแปลงดินกว่า 16 ชนิด ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูง ดอยผาหม่น ชมดอกไม้เมืองหนาว อาทิ ทิวลิป และลิลลี่

 

 ดอยผาตั้ง จุดชมวิวไทย-ลาว และจุดชมทะเลหมอก สูงจากระดับน้ำ ทะเล 1,800 เมตร

            กิจกรรมห้ามพลาด ชมวิถีชีวิตชุมชนในละแวก ใกล้เคียงของชาวเขาเผ่าม้ง ชาวจีนยูนนาน และเย้า อุดหนุนผลิตผลจากโครงการและ งานหัตถกรรมชาวเขา

สอบถามเพิ่มที่โทร. 0-5316-3308

การเดินทาง  จากตัวเมืองเชียงราย ใช้เส้นทาง เชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย- บ้านเต่า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1733 และ 1152) ประมาณ 50 กม. ต่อมาถึงบ้านเต่า บ้านท่าเจริญ เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155) ระยะทางประมาณ 17 กม. และต่อไปยังบ้านปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กม.

 @แนะวิธีกินพาราเซตามอลอย่างปลอดภัย

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล ประธานคณะทำงานสร้างเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ให้ข้อมูลว่า “พาราเซตามอล” เป็นยาเป็นยาลดไข้ที่ดีที่สุดที่ใช้ในปัจจุบัน แต่อันตรายของการใช้พาราเซตามอล คือ การเป็นพิษต่อตับ (hepatotoxicity) ส่งผลตั้งแต่การทำงานของตับ ไปจนถึง ภาวะตับวายอย่างเฉียบพลัน (acute liver failure) และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ซึ่งการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อตับเกิดจากการรับประทานยามากกว่าขนาดยาสูงสุดที่แนะนำต่อวัน

ใช้ยาพาราเซตามอลให้ปลอดภัยต้องดูที่ขนาด

ผศ.นพ.พิสนธิ์ แนะนำว่า ควรกินตามน้ำหนักตัว คูณด้วย 10 หรือ 15 จะได้ขนาดยาเป็นมิลลิกรัมที่เหมาะกับตัวเรา (แต่ต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อครั้ง) เช่น หนัก 50 กิโลกรัม ขนาดยาที่เหมาะคือ 500 หรือ 750 มิลลิกรัม ซึ่งเท่ากับยา 1 เม็ด หรือ 1 เม็ดครึ่ง (ถ้าตัวใหญ่ คูณน้ำหนักแล้วเกิน 1,000 ก็กินไม่เกิน 2 เม็ด)

ขนาดยาสูงสุดต่อวันสำหรับผู้ใหญ่

- ขนาดมาตรฐานทั่วไป ไม่เกิน 4,000 มิลลิกรัม โดยรวมถึงยาที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่ด้วยเช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาหวัด เป็นต้น

- สำหรับคนตัวเล็ก ควรไม่เกิน 3,000-3,250 มิลลิกรัม (เป็นค่าเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น)

- สำหรับผู้ที่ต้องกินต่อเนื่องระยะยาว ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ไม่เกิน 2,500-2,600 มิลลิกรัม

- ผู้ป่วยโรคตับ หรือดื่มสุราเป็นประจำ ต้องกินไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม

- สำหรับผู้ป่วยทีต้องรับยาวาร์ฟาริน (Warfarin) คือ ยาต้านทานการแข็งตัวของเลือด ที่ทางการแพทย์ใช้รักษาและป้องกันภาวะอุดตันของหลอดเลือด อันมีสาเหตุจากการทำงานของเกล็ดเลือดที่ผิดปกติ (ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ) ควรกินไม่เกินครั้งละ 1,300-1,500 มิลลิกรัม

ขนาดยาสูงสุดต่อวันสำหรับเด็กอายุ 0-12 ปี

ไม่เกิน 75 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หมายถึงคูณน้ำหนักตัวเด็กด้วย 10 หรือ 15 คือมิลลิกรัมที่เหมาะต่อการป้อนยา 1 ครั้ง วันละไม่เกิน 5 ครั้ง ควรอ่านฉลากให้เข้าใจเสมอว่ายาที่กำลังจะป้อนเด็ก 1 ช้อนชาหรือ 5 ซีซี นั้น มีตัวยากี่มิลลิกรัม

การบริโภคยาพาราฯ เกินขนาดจะไม่เห็นอาการในเร็ววัน จะเห็นก็ต่อเมื่อระยะอันตราย เป็นตับอักเสบ ตับแข็ง และก่อให้เกิดมะเร็งตับแล้ว ดังนั้น ควรใช้ยาเมื่อมีความจำเป็น เพิ่มความระมัดระวังโดยการอ่านฉลากข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัดทุกครั้งที่จะมีการใช้ยา

  ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “ดอนเมืองจัดรถฟรีผู้โดยสารตจว.ถวายบังคมพระบรมศพ”

นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เป็นท่าอากาศยานที่ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (Low cost carriers) โดยมีผู้โดยสารกว่าร้อยละ 70 เป็นผู้โดยสารภายในประเทศที่เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร เพื่อไว้อาลัยและถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระบรมมหาราชวัง

เพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้และเป็นการไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทดม.จึงเปิดให้บริการรถรับ-ส่งผู้โดยสารในเส้นทาง สนามบินดอนเมือง- สนามหลวง เพื่อให้บริการผู้โดยสารที่จะเดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพและไว้อาลัยโดยไม่คิดค่าบริการ ซึ่งจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2559 - 15 พฤศจิกายน 2559 ระหว่างเวลา 08.00 - 17.00 น ทุกวัน ให้บริการทุกๆ 1 ชั่วโมง โดยรถจะออกจากอาคารผู้โดยสาร ทดม.อาคาร 2 ชั้น 3 ประตู 15

โดยในเที่ยวไปจะใช้เส้นทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ต่อเนื่องทางพิเศษเฉลิมมหานคร ลงทางลงยมราช และจอดส่งด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และเที่ยวกลับ ออกจากด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ต่อเนื่องทางยกระดับอุตราภิมุข และจอดส่งบริเวณอาคารผู้โดยสาร ทดม.อาคาร 2 ชั้น 3 ประตู 15 ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center 1722

ข่าวที่สอง “ท่องเที่ยวแจ้งงาน“จัดปกติ-เลื่อน-ยกเลิก”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รวบรวมงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยที่ทยอยแจ้งยกเลิกและเลื่อนไปในระหว่างการจัดงานพระบรมศพ  ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต โดยให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์กำหนด 1 ปี และงดการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ เป็นเวลา 30 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป มีดังนี้

งานที่ยังจัดตามปกติ ได้แก่

1.งานไตรกีฬาชาเลนต์ ณ เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 23 ตุลาคม 2559 จัดงานตามปกติสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ challenge-thailand.com โทรศัพท์ 08 7939 6442

2.งานมหกรรมหนังสือ ณ ศูนย์สิริกิติ์ จัดแสดงต่อถึงวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2559

3.งานผาสาดลอยเคราะห์ จังหวัดเลย จัดแต่งดการแสดงดนตรีท้องถิ่นและปรับรูปแบบงานใหม่

งานที่ยกเลิก ได้แก่

1. การประกวดวงดนตรีเยาวชน กาดสวนแก้วลูกทุ่ง (ครั้งที่ 2) วันที่ 22,23,30 ตุลาคม 2559 ณ กาดสวนแก้ว เชียงใหม่ เลื่อนการประกวดออกไปอย่างไม่มีกำหนดOtop SME Excellence Fair 2016

            2. มหกรรมเล่นกับผีที่เมกาบางนา ตอน จิตคลั่ง โรงพยาบาลหลอนวันที่ 20-31 ตุลาคม 2559 ณ เมกา บางนา

3.Otop SME Excellence Fair 2016 วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์การค้าโพศรีวิลเลจ

4. เทศกาลส้มสีทอง ของดีทุ่งช้าง แอ่วงานเกี๋ยงเป็ง จังหวัดน่าน วันที่ 9-15 พฤศจิกายน 2559 ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งช้าง

5.งานประเพณีออกพรรษาอุบลราชธานี ไหลเรือไฟ ลอยกระทง และการแข่งขันเรือยาว วันที่วันที่ 22-23 ตุลาคม 2559

6.ถนนคนเดิน วันเสาร์ (ถนนวัวลาย), ถนนคนเดินวันอาทิตย์ (ราชดำเนิน) และไนซ์บาซ่า (ยกเลิกการจำหน่ายสินค้าโดยไม่มีกำหนด)

งานที่เลื่อนการจัด ได้แก่

1.งานเทศกาลหุ่นโลกกาญจนบุรี วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2559 เลื่อนเป็นวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์ 2560

2.งานจันทบุรีซีนิคมาราธอน วันที่ 29-30 ตุลาคม 2559 ณ จันทบุรี เลื่อนการจัดงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด

3. งานเทศกาลเที่ยวพิมาย นครราชสีมา (เลื่อนการจัดงานอย่างไม่มีกำหนด)

4.คอนเสิร์ต Mystic Valley นครราชสีมา (เลื่อนการจัดงานอย่างไม่มีกำหนด)

5.งานแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนดงมะไฟ  นครราชสีมา(เลื่อนการจัดงานอย่างไม่มีกำหนด)

6.งานมหกรรมลำปางมอเตอร์โชว์ 2016 (เลื่อนการจัดงานอย่างไม่มีกำหนด)

พบกับสาระข่าวดี ๆ ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.

ดำเนินรายการโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน

ติดตามฟังรายการย้อนหลังเข้าไปที่ www.google.com พิมพ์คำว่า รวยด้วยข่าว97.0 หรือทาง www.facebook.com/rauydauykhao และ ข่าววิเคราะห์เจาะลึกทางบล็อกเกอร์ :gurutourza.blogspot.com
เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน ผู้ดำเนินรายการ
คอลัมน์นิสต์และบล็อกเกอร์การบิน/ท่องเที่ยว 
 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

TCEBทำสำเร็จเกินเป้าGASTECH2026โกย1.6ล้านล้านบาท เปิดบริการใหม่SuperPlatformMICEหนุนDigital Government

  TCEB ทำสำเร็จเกินเป้า GASTECH2026 โกย 1.6 ล้านล้านบาท ต่อยอด 3 เรื่อง“ผู้นำพลังงานเอเชีย-นวัตกรรม-บุกตลาดโลก เปิดบริการใหม่ SuperPlatf...