"สุวรรณภูมิ"ซ้อมใหญ่บริ
หวังเพิ่มวันละ480เที่ยวบิน+3.8หมื่นคน-อินเตอร์เข้มทุกขั้นตอน
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สุวรรณภูมิซ้อมใหญ่รับเปิดประเทศ1พย64
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) "ทอท./AOT" เปิดเผยว่า ได้จัดกิจกรรมซ้อมให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิแบบครบวงจร ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
คาดการณ์เมื่อเปิดประเทศแล้ว สนามบินสุวรรณภูมิจะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็นวันละ480 เที่ยว จากปัจจุบัน 320 เที่ยว จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 38,000 คน จากปัจจุบันวันละ 15,000 คน
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 จึงได้นำทีมงานสนามบินสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ร่วมกับทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานทั้งหมดในสุวรรณภูมิ ฝึกซ้อมใหญ่การให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดภายใต้มาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข
ตามแผนงานตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 จะดำเนินการดังนี้
🔊 ผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศ 🔊
ประกอบด้วย
🌷"ขาเข้าระหว่างประเทศสนามบินสุวรรณภูมิ" เตรียมพร้อมเปิดให้บริการผู้โดยสารทั้งอาคารเทียบเครื่องบินด้านทิศตะวันออก (Concourse C) และด้านทิศตะวันตก (Concourse E,F,G)
ผู้โเยสารจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 1 เริ่มตั้งแต่ผู้โดยสารลงจากเครื่องบินแล้ว จะต้องตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ แยกเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ผู้โดยสารบางส่วนจะยังต้องตรวจด้วยระบบใบอนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry :COE)
ส่วนที่ 2 จะตรวจด้วยวิธีการสแกน QR Code ของระบบ Thailand Pass ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย เร็วๆนี้จะนมาใช้แทนระบบ COE
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 2 ผู้โดยสารจะต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนด ผ่านการตรวจคัดกรองอุณหภูมิ หากผู้โดยสารอุณหภูมิเกิน 37.3 องศาเซลเซียส หรือเข้าเกณฑ์ PUI เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคฯ จะกันผู้โดยสารดังกล่าวไปดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าอุณหภูมิไม่เกิน 37.3 องศาเซลเซียส ก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 3 ผู้โดยสารเดินไปรับสัมภาระและผ่านพิธีการศุลกากรกรณีมีของสำแดง แต่หากไม่มีของสำแดงจะมีเจ้าหน้าที่นำผู้โดยสารไปพบตัวแทนโรงแรมที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือกที่ผู้โดยสารจองมาล่วงหน้าแล้ว บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 4 ผู้โดยสารขึ้นรถของโรงแรมซึ่งมีการจัดให้มีที่กั้นระหว่างพนักงานขับกับผู้โดยสารเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค เพื่อไปดำเนินการตรวจ RT-PCR ตามกำหนด ณ โรงแรมที่พักต่อไป
🌷 "ขาออกระหว่างประเทศ" จะมีขั้นตอนรวดเร็วมีเพียง 2 ขั้นตอน ดังนี้
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 1 เมื่อผู้โดยสารทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอิน เจ้าหน้าที่
สายการบินจะทำการตรวจสอบเอกสารตามที่ประเทศปลายทางกำหนดก่อนออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass)
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 2 ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่ขั้นตอนตรวจหนังสือเดินทางตามปกติต่อไป
🔊 การเดินทางภายในประเทศ 🔊
🌷"ขาออกภายในประเทศ" ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิให้บริการภายใต้มาตรการเฝ้าระวังโรคที่เข้มงวด
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 1 เมื่อผู้โดยสารมาเช็คอินจะต้องเตรียมเอกสารตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 2 สายการบินจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ เช่น เอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ หรือเอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit(ATK)
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อออกตั๋วโดยสารแล้ว ผู้โดยสารจะผ่านขั้นตอนคัดกรองตามปกติก่อนออกเดินทางต่อไป
🌷"ขาเข้าภายในประเทศ"
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 1 เมื่อผู้โดยสารลงจากเครื่องบินจะผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิเมื่อเข้ามาภายในอาคาร ก่อนรับกระเป๋าที่สายพาน
🇱🇨 ขั้นตอนที่ 2 เดินทางออกจากสนามบินไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ
นายกิตติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้โดยสารมาใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนจะเข้าอาคารผู้โดยสาร นั้น "ตรงประตูทางเข้า" จะเแดเฉพาะ ประตูหมายเลข 1,3,5,7,9 ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดขนาดเล็ก (Thermoscan) และติดตั้งป้ายสแกน QR Code ไทยชนะ
หากผู้โดยสารมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.3 องศาเซลเซียส จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าใช้บริการสนามบิน
ขณะเดียวกันสนามบินสุวรรณภูมิ ยังได้เตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A ตามหลักการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention อย่างเคร่งครัด
1.บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอิน ได้นำเครื่องเช็คอินอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS) ระบบรับสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop : CUBD) มาให้บริการเพื่อลดการสัมผัส จัดให้เว้นระยะห่าง เพิ่มความถี่การทำความสะอาดรถเข็นกระเป๋า บันไดเลื่อน ลิฟท์ ห้องน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค
2. พื้นที่ลานจอดรถ ได้เตรียมอาคารและลานจอดที่พอเพียงต่อการใช้บริการของผู้โดยสาร จัดบริการรถ shuttle bus ให้บริการทั้งภายในสุวรรณภูมิ และระหว่างทสภ.กับ ทดม.
3.ร้านค้าและร้านอาหารที่ปิดให้บริการช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเริ่มทยอยกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป
4.พื้นที่เขตการบินโดยมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาพื้นผิวทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดอากาศยานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบันได้ให้บริการทางวิ่ง 2 เส้นทาง และมีหลุมจอดเครื่องบิน 120 หลุมจอด
5.ความพร้อมด้านของบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานใน ทสภ. ได้รับวัคซีนครบ2 เข็ม ตั้งแต่เมษายน-มิถุนายนฉีดไปแล้ว 34,000 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 คาดสิ้นเดือนตุลาคมจะได้รับการฉีดครบทั้ง 34,000 คน หรือคิดเป็น 95 % ของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น