ก.ท่องเที่ยวถกรัฐ-เอกชนหนุน
“เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ”
หวังรายได้8,000ล้าน/ปีใช้พัฒนาแหล่งเที่ยวลดภาษีคนไทย
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ไทยเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ #หวังรายได้ปีละ8,000ล้าน #กระทรวงการท่องเที่ยว
กระทรวงท่องเที่ยวถกรัฐ
เอกชน ยันเสียงหนุนเดินหน้า “เก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ตามกระแสโลก 80 ประเทศ หวังนำรายได้ 8,000 ล้านบาท/ปี พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ทำประกันลดภาษีคนไทยแบกภาระค่ารักษาพยาบาล เร่งเคาะวิธีจัดเก็บ
ประกันภัย ก่อนชงบอร์ดนโยบายท่องเที่ยว และ ครม.
นายสุรศักดิ์
พันธ์เจริญวรกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เป็นประธานที่ประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ”
ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม
ต่อเนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ที่สิ้นสุดไปเมื่อ 28 กันยายน 2569 โดยมีผู้เห็นด้วยกับร่างประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
80.50 % ทางกระทรวงจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนไปพิจารณากำหนดแนวทาง
1.การจัดเก็บค่าธรรมเนียม 2.การจัดทำประกันภัยเพื่อลดภาระค่ารักษาของรัฐ
3.นำรายได้ไปจัดสรรเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวผ่านกองทุนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
โดยมี
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมหารือ ร่วมกับตัวแทนภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ภาคเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สมาคมหอการค้าจีน กลุ่มเซ็นทรัล เดอะมอลล์ กรุ๊ป สยามพิวรรธน์ คิง เพาเวอร์
แพลทินัม กรุ๊ป สมาคมโรงแรมไทย สายการบินนานาชาติ และบริษัท แกร็บแท็กซี่
(ประเทศไทย) จำกัด และอื่น ๆ
รมว.สุรศักดิ์
เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่มกราคม-กันยายน
2569 มีต่างชาติมาเที่ยวไทยแล้วกว่า 22 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท เน้นเรื่องการรักษาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของคนเดินทางและคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว
ผลการรับฟังครั้งนี้จะช่วยให้กระทรวงสามารถออกแบบนโยบาย “สร้างรายได้ภาคการท่องเที่ยว”
รวมทั้งการจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว และบรรเทาภาระสถานพยาบาล
ลดภาระภาษีประชาชน พร้อมนำรายได้ไปดูแลแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนอย่างทั่วถึง
● “ร่างประกาศฯ” ได้เสนอจัดเก็บ 450 บาทต่อคน เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์
ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่าน “ช่องทางอากาศ” เมื่อประกาศมีผลบังคับใช้ โดยจะชะลอทางบก
– ทางน้ำ ไว้ 1 ปี รายได้จะนำเข้า “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย”
ประกอบด้วย
ส่วนที่
1 จะนำไปจัดหา “ประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว” ผู้ชำระค่าธรรมเนียม
ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง
ส่วนที่
2 จะนำไปใช้ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน
โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปีเพียงช่องทางเดียว
● “รายได้”
หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000
ล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
● “ข้อเสนอแนะ” ที่ได้รับจากหารือครั้งนี้คือ การจัดเก็บจะเป็นประโยชน์กับเงินกองทุนควรสนับสนุนพื้นที่
ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรให้ทั่วถึง พร้อมข้อเสนอการกำหนดหลักเกณฑ์และการเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินต้องตรวจสอบได้
ขณะที่
“ผลการรับฟังความคิดเห็นออนไลน์” เมื่อ 24 สิงหาคม – 28 กันยายน 2569 มีผู้ร่วมแสดงความเห็น
5,954 คน มีถึง 80.50 % เห็นด้วยกับร่างประกาศฯ
และอีก 78.30 % เห็นด้วยกับอัตรา 450 บาท/คน
“มีประเด็นที่ยังเห็นต่าง”
คือการเก็บอัตราเท่ากันทั้ง ทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ
● “วิธีจัดเก็บ” ส่วนใหญ่ 36.26%
เห็นด้วยกับช่องทางการจัดเก็บผ่านตั๋วโดยสารเครื่องบิน
เพื่อลดขั้นตอนและความล่าช้าตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง
จากข้อมูลเปรียบเทียบระบุกว่า
80 ประเทศ ได้จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างกัน
ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บาหลี (อินโดนีเซีย) ขณะที่ “ประเทศไทย”
มีเป้าหมายให้ผู้มาเยือนร่วมสมทบค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยและการดูแลแหล่งท่องเที่ยว
เพื่อลดการพึ่งพาภาษีคนไทยเพียงทางเดียว
“ประกันภัย”
ภายใต้มาตรการนี้ มุ่งคุ้มครองนักท่องเที่ยวที่ชำระค่าธรรมเนียม กระทรวงฯ
จึงเน้นออกแบบประกันภัย ที่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและเบิกจ่ายได้จริง
เพื่อลดค่ารักษาที่เรียกเก็บไม่ได้และภาระภาษีประชาชน พร้อมตรวจสอบปีฐานกับขอบเขตตัวเลขกับหน่วยงานสาธารณสุข
● “ข้อเสนอจากภาคเอกชน” 1.ขอให้กำหนดอัตราที่ไม่กระทบการตัดสินใจเดินทาง 2.จัดเก็บโดยไม่เพิ่มความล่าช้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
3.พิจารณาข้อยกเว้นผู้ค้าชายแดนและผู้เดินทางข้ามแดนประจำ 4.สื่อสารสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ชัด แม้ประเมินกรณีนักท่องเที่ยวกว่า 80
% โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกามีประกันเดินทางอยู่แล้ว
ภาคเอกชนยังขอให้เปิดเผยรายรับ การเบิกจ่าย ค่าประกันภัย ผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
ข้อเสนอทั้งหมดนี้ทางกองทุนจึงขอรับไปพิจารณากลไกกำกับดูแลให้ตรวจสอบได้
● “ผลสรุป” การหารือจัดเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวในวันที่
6 ตุลาคม 2569 ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯจะนำผลการประมวลข้อเสนอจากเวทีหารือร่วมรับฟังทางออนไลน์
มาประกอบด้วย เพื่อให้ร่างประกาศฯ มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ
และคณะรัฐมนตรีตามลำดับ
รวมทั้งจะต้องหารือกับสายการบิน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องวิธีการจัดเก็บ
การกำหนดข้อยกเว้น แนวทางการจัดหาประกันภัย และการใช้จ่ายเงินกองทุนต่อไป





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น