ททท.LOI 5องค์กรเปิดแผนท่องเที่ยวการบินกระตุ้นเศรษฐกิจไทย
ดึงผู้โดยสารต่อเครื่องเที่ยวไทยผ่านTransfer Passenger Privilege
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailandTransferPassengerPrivilege #ผู้โดยสารต่อเครื่องเที่ยวเมืองไทย
ททท.แท็กทีม
5 องค์กร ลงนาม LOI แผน “กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและการบริการประเทศไทย”
เปิดโปรเจกต์ดึงผู้โดยสาร “ต่อเครื่อง-แวะพัก” สนามบินไทยใช้ช่วงเวลารอเครื่องออกมาเที่ยวได้
เดินหน้าโปรโมท “Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege” เปิดจุดขายเพิ่มรายได้ธุรกิจเอกชน
นายพิพัฒน์
รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายภัทรพงศ์
ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนาม
หนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ (Letter of Intent: LOI) เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาค การท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” ของการท่องเที่ยวและการบินรวม
6 องค์กร นำโดย “นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์”
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายดนัย เรืองสอน
อธิบดีกรมท่าอากาศยาน พร้อมภาคีเครือข่ายอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ นายกฤษ พัฒนสาร
นายกสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย นายวิชญ์ กิจจาทร
ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด
(มหาชน) “AOT” และรักษาการผู้จัดการ
บริษัท โรงแรมท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ จำกัด รศ.ดร.ดุลย์พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีดาพงศ์
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โดยมีนางสาวนัทรียา
ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล
ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามความร่วมมือของทั้ง 6 องค์กร เมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมราชรถสโมสร
กระทรวงคมนาคม
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยวา การลงนามความร่วมมือครั้งนี้
มุ่งเปลี่ยน “เวลารอระหว่างเที่ยวบิน” ให้เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” เชิญชวนให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง
(Transfer Passenger) และผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit
Passenger) สามารถเดินทางออกจากท่าอากาศยานเพื่อท่องเที่ยว
สัมผัสอาหาร วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว สินค้า
และประสบการณ์ของประเทศไทยในช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบิน เชื่อมโยงการเดินทาง
“สนามบิน – เมือง – แหล่งท่องเที่ยว – ผู้ประกอบการ” มุ่งเพิ่มการใช้จ่ายและกระจายรายได้นักท่องเที่ยวไปยังภาคธุรกิจและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมืองไทย
โดยโครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege ของ
ททท.เข้ามารองรับความร่วมมือดังกล่าว
ททท.
เล็งเห็นศักยภาพผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเมืองไทย ไม่ควรเป็นเพียง
“ผู้โดยสารที่รอเที่ยวบิน” แต่สามารถเป็น “นักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสประเทศไทย”
ได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเชื่อมศักยภาพด้านการบินเข้ากับการท่องเที่ยว
เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
โดยมุ่งเปลี่ยนทุกช่วงเวลาการรอให้เป็นโอกาสค้นพบประเทศไทย ควบคู่การสร้างรายได้ใหม่
ๆ จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มยิ่งขึ้นต่อไป
โดย ททท.
จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักประสานและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ
ท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภายใต้โครงการ Amazing
Thailand Transfer Passenger Privilege เพื่อพัฒนาสิทธิประโยชน์และแนวทางอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารกลุ่ม
Transfer และ Transit Passenger รวมถึงออกแบบเส้นทางและเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่อง
โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการเดินทางกลับมาต่อเที่ยวบินได้อย่างมั่นใจ
พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและระบบสนับสนุนให้เกิดการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless
Journey) ตั้งแต่ท่าอากาศยานสู่แหล่งท่องเที่ยวและกลับมาต่อเที่ยวบิน
ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน
และธุรกิจบริการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน
ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ผลักดันประเทศไทยเป็น
Aviation Hub และ Tourism Hub ของภูมิภาค
โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง โครงข่ายการบิน ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
เพื่อเพิ่มมูลค่าจากการเดินทางผ่านประเทศไทย
ในระยะแรกที่จะมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และ “Transit Experience” ที่เหมาะสมกับระยะเวลาการต่อเที่ยวบิน
เช่น City Express, Food Express, Wellness Express พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ ดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ สร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่ผู้เดินทาง อันจะนำไปสู่การยกระดับไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination เสริมขีดความสามาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น