วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

บางจาก9เดือนปี69รายได้กว่า 5 แสนล้านโตสูงสุด 32% ธุรกิจโรงกลั่น/การตลาด/พลังงานชีวภาพรายได้เพิ่ม33%

บางจาก9เดือนปี69รายได้กว่า 5 แสนล้านโตสูงสุด 32%

ธุรกิจโรงกลั่น/การตลาด/พลังงานชีวภาพรายได้เพิ่ม33%

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #9เดือนรายได้โต32เปอร์เซนต์  

บางจากฯ 9 เดือนปี’69 ทำยอดขายและบริการ 508,377 ล้านบาท โตสูงสุด 32 % หลังรับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท “กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด พลังงานชีวภาพ” โตฉลุย 33 %

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มี “รายได้” จากการขายและการให้บริการ 508,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันกับปีก่อน  32 % มี EBITDA 66,683 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 28,232 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 19.24 บาท พร้อมรับรู้ผลจาก SAF, Bangchak Hong Kong และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานรวมประมาณ 9,000 ล้านบาท สะท้อนผลของการบูรณาการธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอด 9 เดือนปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจากได้ต่อยอดบูรณาการกลุ่มธุรกิจหลักตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ได้รับปัจจัยหนุนจากกำลังการผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มกำลังการกลั่นโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ผนวกส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน (Crack Spread) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนธุรกิจการตลาดในประเทศผลการดำเนินงานดีขึ้นจากค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้น

แล้วยังรับรู้ผลการดำเนินงานจากหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เปิดตั้งแต่พฤษภาคม 2569 ทำได้ 1,957 ล้านบาท และรับรู้ EBITDA  656 ล้านบาท จาก Bangchak Hong Kong Limited (BHK) และ Synergy รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ด้าน “กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ” ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว กับราคาขายก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดพลังงานโลก

“ไตรมาส 3 ปี 2569” กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 182,296 ล้านบาท มี EBITDA 22,920 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 9,849 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 6.73 บาท โดย EBITDA เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนมากกว่า 100 % แต่การปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนเพราะโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา ชะลอการกลั่นตามแผน (Slowdown) 28 วัน เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยกลั่น อีกทั้งผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า (Oil Hedging)

“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจในงวด 9 เดือนแรกปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดังนี้

● กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ มีรายได้ 415,376 ล้านบาท เพิ่ม 33 % มี EBITDA 43,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 % โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้

-ธุรกิจโรงกลั่น มีรายได้ 444,794 ล้านบาท และ EBITDA 35,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100 % จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสูงขึ้น ทำให้ค่าการกลั่นพื้นฐานภายหลังปรับผลกระทบจากมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 18.10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่วนกำลังการผลิตเฉลี่ยของโรงกลั่นทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นเป็น 271,600 บาร์เรล/วัน และรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันรวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ 7,776 ล้านบาท แม้มีผลขาดทุนจาก Oil Hedging 15,242 ล้านบาท

ทางด้าน “หน่วยผลิต SAF” สร้าง EBITDA 1,957 ล้านบาท มีกำลังการผลิตเฉลี่ย 6,700 บาร์เรล/วัน และยอดจำหน่าย 92.8 ล้านลิตร นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เดือนพฤษภาคม 2569

-ธุรกิจการตลาด มีรายได้ 354,652 ล้านบาท และ EBITDA 6,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48 % ค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 0.92 บาท/ลิตร จากกำไรสต็อกน้ำมันเป็นหลัก หากไม่รวมผลดังกล่าว ค่าการตลาดโดยรวมทรงตัว เริ่มรับรู้ EBITDA จาก Bangchak Hong Kong (BHK) 656 ล้านบาท ครั้งแรกในไตรมาส 3

สิ้นไตรมาส 3 บางจากมีสถานีบริการในประเทศ 2,194 แห่ง ทำส่วนแบ่งการตลาดผ่านสถานีบริการ28.6 % พร้อมขยายผลิตภัณฑ์พรีเมียม น้ำมันดีเซล B20 และธุรกิจ Retail Experience ได้ต่อเนื่อง

-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มีรายได้ 18,560 ล้านบาท และ EBITDA 2,193 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า100 %จากยอดจำหน่ายไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นตามมาตรการผสม B7 และส่งเสริมการใช้ B20 รวมยอดจำหน่ายและราคาขายเอทานอลที่สูงขึ้น ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ

● กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มีรายได้ 313,761 ล้านบาท และ EBITDA 1,644 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 % จากปริมาณซื้อขายภายในกลุ่มบริษัทบางจากเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกำลังการกลั่นและการจำหน่าย SAF รวมธุรกิจขนส่งทางเรือได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้เรือและค่าระวางอยู่ในระดับสูง ทำกำไรจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น

● กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มีรายได้ 29,009 ล้านบาท และ EBITDA 17,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 % จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้น 35 % และราคาขายก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 29 % ตามภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก ส่วน “OKEA” ปรับประมาณการผลิตปี 2569 ขึ้นเป็น 31,000 – 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน โดยคาดว่าแหล่ง Bestla จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ไตรมาส 4 เร็วกว่ากำหนดเดิม

● กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน มีรายได้ 3,022 ล้านบาท และ EBITDA 4,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34 % โดยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 2,502 ล้านบาท จากค่าความพร้อมจ่ายที่สูงขึ้น จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว 297 ล้านบาท ภายหลังเปิดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเดือนสิงหาคม 2568 ส่วนธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาตามสัญญาและการให้บริการหน่วยผลิต SAF

“ฐานะทางการเงิน” ของกลุ่มบริษัทบางจาก มี “เงินสดและรายการ” เทียบเท่าเงินสด 26,922 ล้านบาท และมี “สินทรัพย์” รวม 376,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77,233 ล้านบาท เทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2568 มี “หนี้สิน”รวม 269,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54,984 ล้านบาท และ “ส่วนผู้ถือหุ้น” รวม 106,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,250 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนบริษัทใหญ่ 86,088 ล้านบาท มี “อัตราส่วนหนี้สิน” ที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 0.91 เท่า

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ลพบุรีบูมหน้าหนาวพ.ย.-ธ.ค.2กิจกรรม3อีเวนต์ 2 เทศกาล ลพบุรีบูมมหานครทุ่งทานตะวัน-รถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

  ททท.ลพบุรีบูมหน้าหนาวพ.ย.-ธ.ค. 2 กิจกรรม 3 อีเวนต์ 2 เทศกาล ลพบุรีชูมหานครทุ่งทานตะวัน-รถไฟลอยน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แต่งไทยไปชมวังพ...