บางจาก9เดือนปี69รายได้กว่า 5 แสนล้านโตสูงสุด 32%
ธุรกิจโรงกลั่น/การตลาด/พลังงานชีวภาพรายได้เพิ่ม33%
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #9เดือนรายได้โต32เปอร์เซนต์
บางจากฯ
9 เดือนปี’69 ทำยอดขายและบริการ 508,377
ล้านบาท โตสูงสุด 32 % หลังรับรู้รายได้ SAF,
Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000
ล้านบาท “กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด พลังงานชีวภาพ” โตฉลุย 33
%
กลุ่มบริษัทบางจาก
รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2569
มี “รายได้” จากการขายและการให้บริการ 508,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันกับปีก่อน 32 % มี EBITDA
66,683 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 28,232 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 19.24 บาท
พร้อมรับรู้ผลจาก SAF, Bangchak Hong Kong และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานรวมประมาณ
9,000 ล้านบาท
สะท้อนผลของการบูรณาการธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ
นายชัยวัฒน์
โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอด 9 เดือนปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจากได้ต่อยอดบูรณาการกลุ่มธุรกิจหลักตลอดห่วงโซ่คุณค่า
เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาค
โดยกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ได้รับปัจจัยหนุนจากกำลังการผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น
จากการเพิ่มกำลังการกลั่นโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชา
เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ผนวกส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน
(Crack Spread) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนธุรกิจการตลาดในประเทศผลการดำเนินงานดีขึ้นจากค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้น
แล้วยังรับรู้ผลการดำเนินงานจากหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
(Sustainable Aviation Fuel: SAF) เปิดตั้งแต่พฤษภาคม 2569
ทำได้ 1,957 ล้านบาท และรับรู้ EBITDA 656 ล้านบาท
จาก Bangchak Hong Kong Limited (BHK) และ Synergy รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 ด้าน “กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ” ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว
กับราคาขายก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดพลังงานโลก
“ไตรมาส
3 ปี 2569” กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและการให้บริการ
182,296 ล้านบาท มี EBITDA 22,920 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 9,849 ล้านบาท
คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 6.73 บาท โดย EBITDA เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนมากกว่า 100 % แต่การปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนเพราะโรงกลั่นน้ำมันบางจาก
ศรีราชา ชะลอการกลั่นตามแผน (Slowdown) 28 วัน เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยกลั่น อีกทั้งผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า
(Oil Hedging)
“นางสาวภัทร์ภูรี
ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน
และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน
รายงานผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจในงวด 9 เดือนแรกปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ดังนี้
●
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ มีรายได้ 415,376
ล้านบาท เพิ่ม 33 % มี EBITDA 43,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 % โดยมีผลการดำเนินงานดังนี้
-ธุรกิจโรงกลั่น
มีรายได้ 444,794 ล้านบาท และ EBITDA 35,946 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100 % จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสูงขึ้น
ทำให้ค่าการกลั่นพื้นฐานภายหลังปรับผลกระทบจากมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นอยู่ที่
18.10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่วนกำลังการผลิตเฉลี่ยของโรงกลั่นทั้งสองแห่งเพิ่มขึ้นเป็น
271,600 บาร์เรล/วัน
และรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันรวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ 7,776 ล้านบาท แม้มีผลขาดทุนจาก Oil Hedging 15,242 ล้านบาท
ทางด้าน
“หน่วยผลิต SAF” สร้าง EBITDA 1,957 ล้านบาท
มีกำลังการผลิตเฉลี่ย 6,700 บาร์เรล/วัน และยอดจำหน่าย 92.8
ล้านลิตร นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เดือนพฤษภาคม 2569
-ธุรกิจการตลาด
มีรายได้ 354,652 ล้านบาท และ EBITDA 6,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48 % ค่าการตลาดสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น
0.92 บาท/ลิตร
จากกำไรสต็อกน้ำมันเป็นหลัก หากไม่รวมผลดังกล่าว ค่าการตลาดโดยรวมทรงตัว เริ่มรับรู้
EBITDA จาก Bangchak Hong Kong (BHK) 656 ล้านบาท ครั้งแรกในไตรมาส 3
สิ้นไตรมาส
3 บางจากมีสถานีบริการในประเทศ 2,194 แห่ง ทำส่วนแบ่งการตลาดผ่านสถานีบริการ28.6 % พร้อมขยายผลิตภัณฑ์พรีเมียม
น้ำมันดีเซล B20 และธุรกิจ Retail Experience ได้ต่อเนื่อง
-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ
มีรายได้ 18,560 ล้านบาท และ EBITDA 2,193 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นกว่า100 %จากยอดจำหน่ายไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นตามมาตรการผสม
B7 และส่งเสริมการใช้ B20 รวมยอดจำหน่ายและราคาขายเอทานอลที่สูงขึ้น
ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ
● กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
มีรายได้ 313,761 ล้านบาท และ EBITDA 1,644 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 % จากปริมาณซื้อขายภายในกลุ่มบริษัทบางจากเพิ่มขึ้น
เพื่อรองรับกำลังการกลั่นและการจำหน่าย SAF รวมธุรกิจขนส่งทางเรือได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้เรือและค่าระวางอยู่ในระดับสูง
ทำกำไรจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น
● กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ
มีรายได้ 29,009 ล้านบาท และ EBITDA 17,199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 % จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้น
35 % และราคาขายก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 29 % ตามภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดโลก ส่วน “OKEA” ปรับประมาณการผลิตปี
2569 ขึ้นเป็น 31,000 – 32,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน
โดยคาดว่าแหล่ง Bestla จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ไตรมาส 4
เร็วกว่ากำหนดเดิม
● กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
มีรายได้ 3,022 ล้านบาท และ EBITDA 4,696 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 34 % โดยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ
2,502 ล้านบาท จากค่าความพร้อมจ่ายที่สูงขึ้น จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม
Monsoon ใน สปป. ลาว 297 ล้านบาท
ภายหลังเปิดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเดือนสิงหาคม 2568 ส่วนธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับราคาตามสัญญาและการให้บริการหน่วยผลิต
SAF
“ฐานะทางการเงิน”
ของกลุ่มบริษัทบางจาก มี “เงินสดและรายการ” เทียบเท่าเงินสด 26,922
ล้านบาท และมี “สินทรัพย์” รวม 376,039 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 77,233 ล้านบาท เทียบกับ ณ 31 ธันวาคม 2568 มี “หนี้สิน”รวม 269,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54,984 ล้านบาท และ “ส่วนผู้ถือหุ้น”
รวม 106,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,250 ล้านบาท
โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนบริษัทใหญ่ 86,088 ล้านบาท มี “อัตราส่วนหนี้สิน”
ที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 0.91
เท่า

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น