วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564

นายกรัฐมนตรีลงใต้ตรวจแผนแก้จน-เมืองปูทะเลโลก ปลุกธุรกิจท้องถิ่นแห่ลงทุนปลดล็อกคนจนเฉียดแสนราย

“นายกฯประยุทธ์”ลงใต้ตรวจแผนแก้จน-เมืองปูทะเลโลก

ปลุกธุรกิจท้องถิ่นแห่ลงทุนปลดล็อกคนจนเฉียดแสนราย

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #นายกรัฐมนตรีตรวจปัตตานียะลา #บพทแก้จนเบ็ดเสร็จ #เปิดโครงการเมืองปูทะเลโลก



บพท.โชว์ผลงานต้อนรับ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรี นำทีมตรวจพื้นที่ชายแดนใต้ 15 ธ.ค.64 เกาะติดแผนงาน “แก้จนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ” ของ บพท.กับ ศอ.บต. มหาลัยในพื้นที่ ภาคีเครือข่าย เปิดโปรเจ็กต์ “เมืองปูทะเลโลกปัตตานี”ปลุกธุรกิจท้องถิ่นแห่ลงทุนเพิ่มสร้างเงิน งาน อาชีพ โตยั่งยืน ปลดล็อกคนจนเฉียดแสนราย

พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เดินทางตรวจราชการในพื้นที่ชายแดนใต้ 2 จังหวัด ที่ยะลาและปัตตานี พร้อมประชุมร่วมกับผู้บริหารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต).เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 เน้นประเด็น”การแก้ปัญหาความยากจน” เนื่องมาจากปัตตานีเป็นจังหวัดที่ประชากรมีรายได้น้อยที่สุดในประเทศไทยตามดัชนีความก้าวหน้าของคน

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของแผนงานการแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันตามบันทึกความเข้าใจที่ลงนามร่วมกันระหว่าง ศอ.บต.กับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหนึ่งในโครงการความร่วมมือนั้นคือ “เมืองปูทะเลโลก” ซึ่งมีการคิดค้นการเพาะพันธุ์ลูกปูทะเลสำเร็จเป็นครั้งแรกจนเกิดเป็นอาชีพใหม่ให้แก่ประชาชน


นายกรัฐมนตรีและคณะได้ตรวจเยี่ยม “โครงการเมืองปูทะเลโลก” ของจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ประสานการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่าง ศอ.บต. กับ บพท.

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. กล่าวว่า ปี 2563  บพท.ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ตรวจค้น ตรวจทานจนสามารถนำประชาชนที่ยากจนเข้าสู่กระบวนการความช่วยเหลือของรัฐได้แล้ว 98,000 คน และยังได้สนับสนุนการพัฒนาโครงการเมืองปูทะเลโลกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่แก่ประชาชนด้วย


โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือและบูรณาการระหว่าง บพท. ศอ.บต. ตลอดจนภาคีอื่น ๆ ได้แก่ มหาวิทยาสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่  โดยมีทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้เรื่องปูทะเลด้วยภูมิปัญญาคนไทยอย่างครบวงจร

 


ผอ.กิตติย้ำว่า ทุนวิจัย บพท.ช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เมื่อนำไปเชื่อมโยงกับกลไกสภาเกษตรกร เกษตรกร ฟาร์มเพาะเลี้ยง ภาคธุรกิจเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ทำให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ของประชาชน และจะต่อยอดฐานทรัพยากรให้เกิดเป็นเป็นเมืองปูทะเลโลกที่ปัตตานีได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 


นายซุกรี หะยีสาแม กล่าวว่าในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเมืองปูทะเลโลก และอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โครงการนี้เป็นวิจัยเพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูทะเลให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่แบบครบวงจร เน้นการมีส่วนร่วมการใช้กลไกความร่วมมือเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดปัตตานี ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก บพท.เข้ามาพัฒนาต้นแบบโครงการ

โดยเฉพาความต้องการปูทะเลมีสูงและสม่ำเสมอ แต่ที่ผ่านมาใช้ลูกปูจากธรรมชาติมาเพาะเลี้ยงทำให้ไม่มีผลผลิตมากและสม่ำเสมอมากเพียงพอ เมื่อได้งบวิจัยจนเกิดการเพาะพันธุ์ได้สำเร็จแล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ทั้งยังกระตุ้นการลงทุน กระทั่งตอนนี้เกิดห่วงโซ่ครบวงจรแล้วในปัตตานี


 นายซุกรียืนยันว่าโครงการเมืองปูทะเลโลก ได้รับความเชื่อมั่นทั้งจากเกษตรกร และผู้ประกอบการภาคเอกชนมากขึ้น สังเกตุเห็นความได้ชัดเจนจากจำนวนเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรสมัครใจเข้าร่วมโครงการต่อเนื่องจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึงมีเอกชนหันมาลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับปูทะเลมากขึ้น

 

จึงน่าเชื่อได้ว่าโครงการเมืองปูทะเลโลก จะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจระดับฐานรากที่จะมีส่วนอย่างสำคัญเรื่อง การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ที่มั่นคงยั่งยืนแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาความยากจนได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ

 

สำหรับ “โครงการเมืองปูทะเลโลก จังหวัดปัตตานี” มีพัฒนาการเริ่มต้นจากการเพาะฟักลูกปู แล้วนำลูกปูไปส่งเสริมให้เกษตรกรทำฟาร์มเลี้ยงปูทะเลแบบบ่อดิน แรกเริ่มมีเกษตรกรสนใจทำฟาร์มปูทะเลเพียง 3 ฟาร์ม แต่ปัจจุบันขยายเป็น 25 ฟาร์ม และมีเกษตรกรพัฒนาเป็นฟาร์มปูขุนระบบคอนโดน้ำหมุนเวียน และแบบแพลอยน้ำอีก 22 ราย อีกทั้งยังมีการทำฟาร์มอนุบาลลูกปูวัยอ่อนเกิดขึ้น 2 แห่ง

รายงานการศึกษาวิจัยเบื้องต้นพบว่า การเลี้ยงปูบนที่ดินตัวเองของเกษตรกร ขนาดบ่อ 2 ไร่ ต้องใช้ต้นทุนรวม 23,100 บาทต่อรอบ 109 วัน สามารถทำรายได้จากการขายเป็นปูขุนได้ 89,000 บาทต่อรอบ สร้างกำไรจากการเลี้ยงรอบละ 65,900 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการเลี้ยงรอบละ 285.28 % 

ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการเลี้ยงปู อยู่ที่คุณภาพน้ำ ต้องควบคุมให้มีค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง พีเอช 6-8 และต้องรักษาค่าความเค็มให้ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 30 พีพีเอ็ม

  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...