บพท.ปลุกพลังนักวิจัยต่อยอดชุดความรู้พลิกวิกฤตปุ๋ยแพง
อีสาน-เหนือ-ใต้ลุยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองลดนำเข้าแสนล้าน/ปี
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บพท #พลิกวิกฤตปุ๋ยแพง #ช่วยเกษตรกรทั่วไทย
บพท.รวมพลังคณาจารย์
นักวิจัย มหาลัยที่ได้ทุนทั่ว “อีสาน-เหนือ-ใต้” นำชุดความรู้ช่วยเกษตรกร หันทำปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ใช้เอง
ลดพึ่งพานำเข้าปีละเกือบแสนล้าน พลิกวิกฤตสงครามตะวันออกกลางทำ“ปุ๋ยราคาแพงและอาจขาดแคลน”
สร้างโอกาสใหม่อนาคตภาคเกษตร ขานรับนโยบายรัฐบาลไทย
“ดร.กิตติ
สัจจาวัฒนา” ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
(บพท.) เปิดเผยว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี และน่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อคณาจารย์
นักวิจัย ที่บพท.ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยกระตือรือร้นร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัย ในช่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
ทำให้ภาคการเกษตรของไทยได้รับผลกระทบหนักเรื่องปุ๋ยราคาแพงและอาจจะขาดแคลน ทางมหาวิทยาลัยต่าง
ๆ จึงได้นำเอาองค์ความรู้งานวิจัยไปรณรงค์ “ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุชีวมวล” ในพื้นที่
ทดแทนการพึ่งพาปุ๋ยเคมีนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยเกษตรกรลดปัญหาเรื่องปุ๋ยรวมถึงสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ด้วย
โดยมีคาดหวังวิกฤตสงครามครั้งนี้
ได้พลิกวิกฤตสร้างโอกาสใหม่ที่ดีให้ภาคเกษตรไทยหันมาพึ่งพาตัวเอง ลดการนำเข้าปุ๋ยปริมาณสูงถึงปีละ 5 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าสูงปีละ 94,000 ล้านบาทลงได้
อนาคตจะเป็นประโยชน์คุณภาพชีวิตเกษตรกร ระบบเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมโดยรวมของไทยทั้งประเทศ
ดร.นิสานาถ
แก้ววินัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เปิดเผยว่า คณาจารย์และนักวิจัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
(บพท.) รวมพลังกันทำวิจัย พัฒนาปุ๋ยชีวภาพ จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกร
บรรเทาผลกระทบเรื่อง “ปุ๋ยราคาแพงและอาจขาดแคลน” เพราะสงครามอ่าวเปอร์เชียในตะวันออกกลาง
ขณะนี้ บพท.กับสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(องค์การมหาชน) “รวพ.” ภายใต้กำกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(อว.) ต่างตระหนักดีถึงสงครามครั้งนี้มีผลกระทบกับเกษตรกรเรื่องการเพาะปลูกต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี
ซึ่งมีความเสี่ยงจะต้องแบกรับ “ภาระค่าปุ๋ย” แพงขึ้น และ “เสี่ยงจะขาดแคลนปุ๋ย” จึงได้ร่วมกันขยายผลองค์ความรู้งานวิจัยนำมาใช้ประโยชน์
“พัฒนาปุ๋ยชีวภาพ” จาก “วัสดุชีวมวลในพื้นที่” ส่งเสริมเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง
ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดปัญหาปุ๋ยแพงและขาดแคลน
ล่าสุดมีเกษตรกรพื้นที่หลายกลุ่มลงมือทำแล้ว
ได้แก่ กลุ่มยะวึก กลุ่มไทรงาม กลุ่มบุตาโสม กลุ่มบ้านศรีณรงค์ กลุ่มบ้านหัวนาคำ ด้วยการรณรงค์ถ่ายทอดองค์ความรู้วิธีทำปุ๋ยใช้เองจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่
ทำให้มีปุ๋ยใช้ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกเดือนพฤษภาคม นับจากวันพืชมงคล 2569
เป็นต้นไป
“ผศ.ดร.ชัญญรินทร์
สมพร” รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าวว่า คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ส่งเสริมเกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง เตรียมรับมือปุ๋ยเคมีราคาแพงและอาจขาดแคลน
เพราะค่าปุ๋ยมีสัดส่วนสูงถึง 40-60% ของต้นทุนการผลิตทางการเกษตร
คณะวิจัยได้นำชุดความรู้จากงานวิจัยวิธีที่เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ได้เอง
ไปถ่ายทอดสู่กลุ่มเป้าหมายนำมูลวัว มูลหมู มูลไก่ ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป นำไปหมักกับน้ำเชื้อจุลินทรีย์ผสมกับแกลบ
แล้วเกษตรกรยังทำน้ำเชื้อจุลินทรีย์เองได้ โดยนำเศษผักไปหมักช่วยให้พึ่งพาตัวเองเรื่องปุ๋ยได้มากขึ้น
“ผศ.ดร.กัมปนาท
เภสัชชา” อาจารย์และนักวิจัยคณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่า คณะนักวิจัยได้พัฒนาชุดความรู้จากงานวิจัยไปช่วลดภาระปัญหาปุ๋ยกับอาหารสัตว์ราคาแพง
โดยได้คิดค้นสูตรอาหารสัตว์ เลี้ยงโค เน้นใช้มันสำปะหลัง รำข้าว
ที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้แทนวัตถุดิบลดพึ่งพาการนำเข้าควบคู่การรวบรวมมูลโคไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี
“ผศ.ดร.ณรงค์
คชภัคดี” รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และอาจารย์สาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวว่า นำงานวิจัยมาขยายผลทำปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ส่งเสริมเกษตรกร
นำใบกระถินไปหมักกับนมเปรี้ยว กากน้ำตาล จนได้ปุ๋ยชีวภาพที่มีสารอาหารและแร่ธาตุจำเป็นของพืชครบถ้วน
ปุ๋ยสูตรนี้ใช้แล้วได้ผลทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วลายเสือ ลำใย และผัก
ทั้ง
รศ.ดร.จรีรัตน์ รวมเจริญ ผศ.ดร.ณัฏฐากร วรอัฐสิน
และผศ.ดร.เอกนรินทร์ เรืองรักษ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า คณาจารย์และนักวิจัยมหาลัยสงขลานครินทร์
มีชุดความรู้จากงานวิจัยทำปุ๋ยอินทรีย์หลายสูตรที่จะทดแทนพึ่งพาปุ๋ยเคมี
โดยเฉพาะการใช้ต้นปาล์มน้ำมันไปหมักกับมูลไก่
หรือนำมูลแพะไปหมักกับใบปาล์มน้ำมัน หรือนำเศษวัสดุจากทะเล อย่างเศษปลา แกนปลาหมึก
เปลือกกุ้ง เปลือกหอย เปลือกปู ไปหมักร่วมกับน้ำต้มปลา และน้ำจุลินทรีย์ ทำให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีทดแทนปุ๋ยเคมี
ลดความเดือดร้อนจากราคาแพงและขาดแคลนช่วงสงครามตอนนี้ได้
“ผศ.ดร.ปริศนา
วงค์ล้อม” อาจารย์คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า ได้เร่งรัดพัฒนาสารปรับปรุงดิน
ช่วยเหลือเกษตรกรและตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยนำมูลค้างคาวจากถ้ำเขากลาง จ.พัทลุง
มาใช้เป็นวัตถุดิบ เกิดเป็นปุ๋ยซึ่งมีปริมาณมากเป็นตัน มูลค้างคาวมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม
ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พืชต้องการสูงมาก สามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างดี
“ผศ.ดร.พีรนาฏ
คิดดี” คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ใช้ความรู้จากงานวิจัยอีกชุดหนึ่งช่วยเหลือเกษตรกรเช่นกัน โดยนำสาหร่ายหางกระรอก
วัชพืชน้ำ ไปหมักกับมูลโคเป็นปุ๋ยหมักจากสาหร่ายหางกระรอก





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น