วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2569

ททท.ภูมิภาคยุโรปเร่งตลาดเพิ่มปลายปี’69-ต้นปี’70 ก.ย.-ธ.ค.นี้ยอดจองตั๋วบินโต2หลัก 13-17%


สุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผอ.ภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

ททท.ภูมิภาคยุโรปเร่งเครื่องปั๊มตลาดโตปลายปี’69-ต้นปี’70

ก.ย.-ธ.ค.นี้ยอดจองตั๋วบินล่วงหน้ามาไทยเพิ่ม2หลัก 13-17%

3แอร์ไลน์ส“LOT-เบลาเวียร์-เวอร์จิน”แห่บินตรงไทยต.ค.นี้

พลิกโฉม“WTM-ITB”ชู“มูลค่า-ประสบการณ์-กระจายรายได้”

คิง เพาเวอร์เปิด“CHATShop-TRY&BUY-HOMEDELIVERY”

ช้อปสนั่นคิงเพาเวอร์8บัตรเครดิตให้รับเงินคืนสูงสุด24%

แจกโพยเดือนก.ย.69 ช้อปได้มากกว่าที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

บางจากร่วม“Thailand Focus 2026”โชว์แผนยุทธศาสตร์5 ปี

สุขทันทีเที่ยวเกาะยอกลางทะเลสาบสงขลาได้ทุกสาย6พิกัด

5 พื้นฐานการดูแลสุขภาพทำคุณภาพชีวิตให้อายุยืนยาวได้

ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี’69ดึงรายได้เข้า 1 ล้านล้านบาท

LHMHทุ่ม4.3พันล้านเปิดแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์วอยาจพัทยา

 

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวเกาะยอ

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแผนเจาะตลาดยุโรปไฮซีซั่นปี’69 สัญญานฟื้นตัวแรง “ยอดจองตั๋วบินล่วงหน้า” มาไทย ต.ค.-ธ.ค.เพิ่มสองหลัก 13-17 %  ตารางบินฤดูหนาว ต.ค.นี้ เที่ยวบินตรงเพิ่มคึกคัก 3 แอร์ไลน์สจัดเต็ม “LOT POLISH” สร้างปรากฏการณ์ขยายฐานยุโรปตะวันออก ปรับจากชาเตอร์ไฟลต์หรือแวะพักมาบินประจำ วอร์ซอ สู่ กรุงเทพฯ เริ่ม 17 ต.ค.นี้ 3-5 เที่ยว/สัปดาห์ “เวอร์จินแอตแลนติก” บินลอนดอน(ฮีทโธรว์)-ภูเก็ต เริ่ม 18 ต.ค. “เบลาเวียแอร์” จากเมืองมินส์ค (เบลารูส) สู่ กรุงเทพฯ 25 ต.ค.และภูเก็ต 29 ต.ค.นี้ ส่วนมหกรรม 2 เทรดโลก “WTM 20263-5 พ.ย.ปรับโฉมรับแผน ททท.ปี’70 The Year of Transformation โชว์พลังขาย Heal is The Healing 4 ด้าน “รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส-เที่ยวยั่งยืนโมเดลใหม่ Chaingmai Prototype-ชู Link Plus ลอนดอนกับพังงา-บุกโพสต์ทัวร์เมืองรองดูเซลดอร์ฟ/ฮัมบูร์ก” ITB 2027 ต้น มี.ค.ปีหน้า แนะเอกชนพลิกกลยุทธ์ขาย 3 เรื่อง “มูลค่า/คุณค่า-ประสบการณ์-กระจายรายได้นอกโปรดักซ์” ปลุกธุรกิจรุกบริหารความเสี่ยง Shape Supply พ่วงเสน่ห์โดยรอบเพิ่มจุดขายประสบการณ์ทั่วพื้นที่่




นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เดือนกันยายนนี้ใกล้ปิดปีงบประมาณ 2569 และตุลาคมนี้จะเข้าสู่แผนการตลาดปีงบประมาณ 2570 โดยภาพรวมดูแลนักท่องเที่ยวยุโรปเป็นตลาดระยะไกล (Longhaul Market) เริ่มจากต้นปีนี้ส่วนใหญ่ได้รับ “ผลกระทบ” จากเหตุการณ์ในตะวันออก ด้วยพฤติกรรมการเดินทางต้องใช้ “ทางอากาศ” โดยสารเครื่องบินด้วยบริการหลัก ๆ มีทั้ง เที่ยวบินตรง (Direct flight) เช่าเหมาลำ (Charter flight) และ เที่ยวบินแวะพัก (Via ) ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ต่อเครื่องในตะวันออกกลางมีประมาณ 30% ของยุโรปทั้งหมดที่มาไทย ทำให้เกิดความลังเลที่จะออกเดินทาง เพราะรัฐบาลบางประเทศมีคำแนะนำหรือประกาศเตือนเรื่องความปลอดภัย (Travel Advisory) ส่งผลถึงบริษัทไม่คุ้มครองประกันการเดินทาง

ขณะที่ “ครึ่งปีหลัง” เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ จากข้อมูลการ “จองเดินทางล่วงหน้า” (forward booking) พบมี “จองตั๋วโดยสารเครื่องบินมาไทย”เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เริ่มตั้งแต่ “กันยายน” นี้ เพิ่มขึ้น 16 % เป็นแรงส่งต่อไปเข้าสู่ไฮซีซันตลาดยุโรป “เดือนตุลาคม” นี้ มียอดจองตั๋วเพิ่ม 13 % พฤศจิกายน เพิ่ม 17 % และธันวาคม เพิ่ม 15 %



สำหรับ “ตลาดยุโรปใต้” ได้แก่ อิตาลี สเปน โปตุเกส หดตัวค่อนข้างมากติดลบสูงได้รับกระทบมาก สาเหตุเพราะส่วนใหญ่นิยมจองตั๋วเครื่องบินแวะพักต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางถึง 60-70 %

กลยุทธ์การทำตลาด ททท.ภูมิภาคยุโรป ยังคงเน้นร่วมกับพันธมิตรทำ Airlines Focus/ Airlines Centric ร่วมกับสายการบินต่าง ๆ ทั้งเปิดเพิ่มเที่ยวบิน เส้นทางบิน ทำกิจกรรมส่งเสริมโปรโมชั่นการตลาดร่วมกัน (Joint Promotion) เช่น บริติช แอร์เวย์ส (BA) นอร์ธแอตแลนติกแอร์เวย์ส, คอนดอแอร์, แอร์ฟรานซ์ รวมทั้งสายการบินนานาชาติในยุโรปอีกหลายราย ร่วมมือกันทำกิจกรรมโปรโมชั่นในตลาดต้นทาง

โดยมีปัจจัยบวกที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ จากสายการบินทยอยเปิดบินตรงเข้าสู่เมืองไทย เบื้องต้น 3 สายการบิน ได้แก่



1.LOT POLISH Airlines โปแลนด์ พลิกโฉมตลาดตะวันออกจากเดิมจะใช้การเดินทางเช่าเหมาลำ (Charter flight) หรือจะต้องไปเครื่องในยุโรปด้วยกันหรือที่ตะวันออกกลาง ตั้งแต่ตุลาคม 2569 ได้หันมาเปิดบินตรงแบบประจำ (Regular flight) ช่วงตารางบินฤดูหนาว 2569/70 ไป-กลับ วอร์ซอ-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ตั้งแต่ 17 ตุลาคม 2569 รวม 3 เที่ยว/สัปดาห์ หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 5 เที่ยว/สัปดาห์ ด้วยเครื่องโบอิ้ง B787 ดรีมไลเนอร์ ขนาดบรรทุกกว่า 290 ที่นั่ง/เที่ยว จะเพิ่มความสะดวกสบายให้ชาวโปแลนด์กับยุโรปตะวันออกเข้ามาเที่ยวเมืองไทย ทั้งกลุ่มเดินทางแบบอิสระ (FIT) ครอบครัว เติบโตเพิ่มมากขึ้น

2.สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก บินตรงเป็นครั้งแรก ไป-กลับ ลอนดอน(สนามบินลอนดอนฮีทโธรว์ อังกฤษ)-ภูเก็ต (ไทย) เริ่ม 18 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป 3 เที่ยว/สัปดาห์ อีก 200 ที่นั่ง/เที่ยว นำนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร (UK) ปี 2568 ตลาดนี้ทำสถิติดีมากมาไทยทะลุ 1 ล้านคน ปี 2569 ยังหดตัวเล็กน้อย เมื่อเปิดบินเพิ่มแล้วจะช่วยการเดินทางสะดวก



3.สายการบินเบลาเวีย (Belavia Belarusian Airlines) ประเทศเบลารุส จะเปิดบินตรง ไป-กลับ เข้าไทยจาก 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. เมืองมินส์ค (Minsk) -กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) 1 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม25 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ด้วยเครื่องแอร์บัส A330 และ 2.เมืองมินส์ค (Minsk) -ภูเก็ต 2 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 29 ตุลาคม นี้เป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้าเคยบินแบบเช่าเหมาลำมายังท่าอากาศยานอู่ตะเภา ครั้งละ 10-11 วัน จะมี 1 เที่ยว ตั้งแต่ปลายปีนี้จะเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินตรงแบบประจำ ซึ่งจะช่วยขยายตลาดกลุ่มประเทศ CIS (Commonwealth of Independent States) เดินทางสะดวกสบายเพิ่มขึ้น

ผอ.สุลัดดา กล่าวว่า ททท.ภูมิภาคยุโรป ยังพร้อมที่จะขับเคลื่อนตลาดใน 2 เทรดโลก ได้แก่ งานที่ 1 World Travel Market : WTM 2026 จะจัดวันที่ 3 –5 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม เอ็กซ์เซล ลอนดอน ประเทศอังกฤษ จะเน้นเจาะตลาดระยะไกลในสหราชอาณาจักร ที่ผ่านมา ททท.เข้าร่วมงานต่อเนื่อง ปีนี้จะเน้นให้สอดคล้องกับแผนการตลาดประจำปี 2570 ชูธีมขาย “Healing is The New Luxury

สำหรับสินค้าลักชัวรี่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อน การรักษา หรือ ที่พักโรงแรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมไปถึง 1.การมีเวลาให้ตัวเองเพิ่มมากขึ้น 2.การฟื้นฟูร่างกาย เยียวยาจิตใจ เติมพลังชีวิต 3.ได้รับประสบการณ์ที่มีความหมาย 4.การเพิ่มความสุขให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น (longevity)



ดังนั้นการเข้าร่วมงาน WTM 2026 ททท.จะเน้นนำเสนอไฮไลต์ที่สอดคล้องกับแผนการตลาดท่องเที่ยวประจำปี 2570

ส่วนที่ 1 “ภายในคูหาการท่องเที่ยวประเทศไทย” ด้วย “รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส” ใส่เสียงการบำบัดด้วยธรรมชาติ เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง ธรรมชาติบำบัด เพื่อให้เกิดความรู้สึกทำให้คนเดินเข้ามาอย่างมีความสุข “กลิ่น” อโรมาทำให้สมองกายใจมีความสุข

ส่วนที่ 2 การท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourismปีนี้จะนำโมเดลใหม่ “Chiang Mai Prototype” ที่ ททท.เดินหน้ายกระดับเชียงใหม่ให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล (Global Green Destination) เสริมวิถีอัตลักษณ์ชุมชนต่าง ๆ

ส่วนที่ 3 ททท.สำนักงานลอนดอน จะทำ Link Plus นำเสนอพื้นที่การท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้น นำร่อง Link  “ททท.ลอนดอนกับจังหวัดพังงา” เปิดการท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง



ส่วนที่ 4 วิธีการเข้าร่วมงาน ได้ขยายพื้นที่ตลาดเพิ่มเติมในยุโรป ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่องหลังงาน WTM 2026 ใน เมืองดุสเซลดอร์ฟ กับ ฮัมบูร์ก เยอรมันี เป็นกลยุทธ์การกระจายตลาดตามเมืองรองในยุโรปมากขึ้น เนื่องจากอาจจะมีเฉพาะเมืองใหญ่ เมืองหลัก เท่านั้นที่เข้ามาร่วมเจรจาธุรกิจกับไทย


งานที่ 2 Internationale Tourismus-Börse Berlin : ITB Berlin 2027 ระหว่าง16 – 18 มีนาคม 2570 ที่ศูนย์แสดงสินค้า Messe Berlin (Berlin ExpoCenter City) กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี  ททท.จะทำในลักษณะใกล้เคียงกัน ส่วนความ “แตกต่างกัน” คือ 

1.งาน ITB จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า WTM หลายเท่า

2.จำนวนผู้ขายจากไทยที่เดินทางเข้าร่วมงานจะมีมากกว่า ตัวอย่างปี 2568 มีประมาณ 160 ราย โดยมีเชียงใหม่เข้าร่วมครั้งแรก ต่อเนื่องในปี 2570 แล้วก็มีทางภาคใต้จาก ภูเก็ต กระบี่ พังงา

3.พันธมิตรอื่น ๆ กลุ่มสมาคมท่องเที่ยว องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) “อพท.” บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” สายการบินนานาชาติของไทย ทั้งการบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส

4.จัดทำ Pre-Post Tour ไปเจาะตลาดก่อนและหลังงาน จะไปทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เช่น เมืองนิซ, มาร์กเซย, ตูลูส และเมืองอื่น ๆ

ผอ.สุลัดดา กล่าวว่า ททท.ภูมิภาคยุโรป แนะนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวเมืองไทยที่จะเข้าร่วมงานเทรดระดับโลกทั้ง WTM และ ITB ให้สอดคล้องกับแผนตลาดท่องเที่ยวของ ททท.ประจำปี 2570 “ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย : The Year of Transformation” ซึ่งจะเน้น 3 เรื่อง 1.การท่องเที่ยวเชิงมูลค่า/คุณค่า (Value Tourism) 2.การขายเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) เพื่อขยายวันพัก และเพิ่มการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้น 3.เน้นเพิ่มการกระจายรายได้สู่บริเวณรอบพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น 

ททท.จะขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมทั้ง  2 เทรดโลก นอกจากจะขายโปรดักซ์แบรนด์หรือโครงการของตนเองแล้ว อยากให้เพิ่มการนำเสนอ “พื้นที่” เชื่อมโยงรอบสถานประกอบการ เพื่อสร้างแรงจูงใจเพิ่มประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้นเป็นการสร้างมูลค่าให้กับการเดินทางแต่ละครั้งด้วย



ผอ.สุลัดดา กล่าวว่า ททท.ภูมิภาคยุโรป ตลอด 2568 ถือเป็นปีทองของตลาดระยะไกล (Long haul) ปี 2569 อาจจะสะดุดเล็กน้อยเพราะเจอความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ อุณหภูมิโลกร้อน สิ่งที่ภาคธุรกิจควรจะต้องเตรียมเรื่อง “การบริหารความเสี่ยง” ต่าง ๆ ซึ่ง ททท.ทำงานพยายามร่วมกับสายการบินเพื่อนำนักท่องเที่ยวจากตลาดต้นทางเข้ามาไทยให้ได้มากที่สุด จึงต้องฝากความหวังกับการทำ Shape Supply หรือแนวทางการพัฒนาของผู้ผลิต/ผู้ขายในเมืองไทย ที่จะตอบโจทย์เทรนด์ตลาด ประสบการณ์ที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสประสบการณ์  การเดินทางพักผ่อนทั้งทางกายและใจ และเทรนด์ใหม่ ๆ ของโลก เพื่อสร้างการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืนในตลาดระยะไกลทั้งปัจจุบันและอนาคตด้วย

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-คิง เพาเวอร์เปิด“CHATtoSHOP-TRY&BUY-HOMEDELIVERY

 

คิง เพาเวอร์” นำเสนอประสบการณ์เชื่อมต่อตลอดเส้นทางให้ลูกค้า (Customer Jouney) เริ่มกันยายน 2569 เป็นต้นไป ด้วย 3 บริการใหม่ เริ่มจาก  CHAT TO SHOP ถามก่อนช้อป เช็ก จ่าย จบในแชทเดียว ต่อด้วย TRY & BUY ลองใช้ก่อนช้อป มั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ และ HOME DELIVERY ส่งตรงถึงบ้าน ไม่ต้องบินก็ช้อปได้ เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างสะดวกและรวดเร็ว ตอบโจทย์ ผู้บริโภคยุคใหม่ “SMART SHOPPER” เลือกซื้อสินค้าอย่างฉลาด คุ้มค่า ได้อย่างลงตัว

 

บริการใหม่ของ คิง เพาเวอร์ จะช่วยเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งในตลอดเส้นทางหรือ CUSTOMER JOURNEY ให้เป็นหนึ่งเดียว “ปลดล็อก” ทุกข้อจำกัด นำลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการแบรนด์ชั้นนำระดับโลกได้ง่ายขึ้น “ตอบโจทย์” สายช้อปยุคใหม่ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า ความมั่นใจในคุณภาพสินค้า ในบริการ ได้แก่

 

บริการแรก : CHAT TO SHOP ถามก่อนช้อป เช็ก จ่าย จบในแชทเดียว ใช้ผู้ช่วยส่วนตัวผ่าน LINE Official @KINGPOWER อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีเที่ยวบินต่างประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลสินค้า เช็กราคาและโปรโมชัน ช่องทางวิธีชำระเงินได้ทันทีผ่าน PAYMENT LINK หรือโอนผ่านธนาคาร สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 60 วัน จนถึงก่อนขึ้นเครื่อง 5 ชั่วโมง พร้อมรับสินค้าได้อย่างสะดวกสบายในวันเดินทางที่สนามบิน

 

บริการที่สอง : TRY & BUY ลองใช้ก่อนช้อป มั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัส และทดลองใช้งานสินค้าจริงก่อนตัดสินใจ ครอบคลุมสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี แก็ดเจ็ต ไลฟ์สไตล์ ทั้ง กล้อง หูฟัง พาวเวอร์แบงก์ อะแดปเตอร์เดินทาง สกู๊ตเตอร์ มีส่วนลดพิเศษสูงสุดมอบให้ถึง 30% หลังทดลองใช้แล้วตัดสินใจซื้อสินค้า มาพบบริการนี้ได้ที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” ชั้น 2 จากนั้นภายในธันวาคม 2569 เตรียมขยายจุดบริการเพิ่มที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4

 

บริการที่สาม : HOME DELIVERY ส่งตรงถึงบ้าน ไม่ต้องบินก็ช้อปได้ เลือกช้อปสินค้าป้ายฟ้าผ่านเว็บไซต์ Kingpower.com และ KING POWER แอปพลิเคชัน จัดไอเทมสินค้าไว้รอมากกว่า 240 รายการ เช่น แว่นตากันแดด กระเป๋าเดินทาง นาฬิกา หูฟัง เครื่องสำอาง บอดี้ออยล์ ขนม และสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมสิทธิพิเศษสมาชิก POWER PASS สะสมและใช้ CARAT แลกได้ตามปกติ ด้วยบริการจัดส่งตรงถึงบ้านเพิ่มความมั่นใจและสะดวกสบาย

 

ข่าวที่ 2 -ช้อปสนั่นคิงเพาเวอร์8บัตรเครดิตให้รับเงินคืนสูงสุด24%

 

ช้อปสนั่น โปรบัตรเครดิต "ช้อปได้เยอะกว่า" ตลอดเดือนกันยายน 2569 แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 24% "ช้อปได้สบายกว่า" แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ภูเก็ต คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก  และ คิง เพาเวอร์ อีก 3 ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต

 

โดยมีธนาคารเข้าร่วมให้ผู้ถือบัตรช้อปสินค้า คิง เพาเวอร์ แล้วเแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนได้ถึง 8 แบรนด์ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์,  กสิกรไทย, อเมริกัน เอ็กซ์เพรส, ธนาคารกรุงเทพ,ธนาคารออมสิน, ทีทีบี,กรุงศรี, เคทีซี และยูโอบี ตัวอย่างสิทธิประโยชน์มีดังนี้

 

 -ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้แลกคะแนนเพื่อรับเครดิตเงินคืน 20 % ส่วนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 24 %

 

-กรุงศรี มอบ 4 คุ้ม ได้แก่ คุ้มที่ 1 รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 4,200 บาท คุ้มที่สอง รับเครดิตเงินคืน 7,000 บาท คุ้มที่สาม Top Spender รับเพิ่มไมล์สะสมสมาชิก ROP :Royal Orchid Plus รวมสูงสุด 60,000 ไมล์ คุ้มที่สี่ แลกพอยต์รับเครดิตเงินเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท

 

-UOB รับ 2 ต่อ ต่อแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 4,000 บาท ต่อที่ 2 แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15%

 

-กรุงเทพฯ , อเมริกัน เอ็กซ์เพรส , ออมสิน แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15 %

 

-เคทีซี รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13%

 

-กสิกรไทย , ทีทีบี รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10%

 

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารกำหนด และใช้เท่าที่จำเป็นเเละชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

 

ข่าวที่ 3-แจกโพยเดือนก.ย.69 ช้อปได้มากกว่าที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 

แจกโพยนักช้อป โปรเด็ดเดือนกันยายน 2569 ช้อปแบรนด์ดัง “ได้มากกว่า” ทั้งสินค้าบิวตี้ แฟชั่น นาฬิกา เครื่องประดับ แว่นตา และอีกมากมาย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 

-เพียงซื้อ CASH CARD 10,000 บาท รับฟรี! GIFT CARD 4,500 บาท ช้อปได้รวมสูงสุด 14,500 บาท

 

-ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ​ แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 24% แบ่งชำระ0% นาน6 เดือน

 

-ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS? สมัครฟรี! รับเซตคูปองส่วนลดสูงสุด 30%

 

-มีไฟลต์ ช้อปป้ายขาว ก่อนบินได้60วัน!

 

-ไม่มีไฟลต์ ช้อปป้ายฟ้า รับกลับทันที

 

ข่าวที่ 4-ททท.ขานรับ ครม.สัญจรต่อยอดเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำผู้บริหาร ททท. ร่วมต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าสงขลา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามศักยภาพด้านการท่องเที่ยว พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรม มุ่ง “ต่อยอด” ทุนทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตชุมชน สู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า พร้อมกับเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา ได้สะท้อนถึงเรื่องราว พัฒนาการ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสงขลา การเชื่อมโยงแนวคิด “สงขลาสู่มรดกโลก” เพื่อผลักดันคุณค่าเมืองให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งระดับประเทศและนานาชาติ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จังหวัดสงขลาโดดเด่นมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะย่านเมืองเก่าสงขลามีทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และเอกลักษณ์แห่งวิถีชีวิตสามารถนำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าและรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ โดยการพัฒนาเมืองกับการท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำควบคู่กับการอนุรักษ์เสน่ห์และอัตลักษณ์เมืองให้คงอยู่ต่อไป

 

นายกรัฐมนตรีและคณะได้สัมผัส เสน่ห์เมืองเก่าสงขลา” ผ่านแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ทางวัฒนธรรม อาทิ ประตูเมืองสงขลา ตึกสงครามโลก Nora House 168 (แหล่งเรียนรู้การแสดงวัฒนธรรมโนรา) บ้านนครใน และโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ซึ่งบอกเล่าเรื่องราว พัฒนาการของเมือง สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ สะท้อนถึงทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวได้

 

โดยเฉพาะศิลปะการแสดง โนรา” ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ สะท้อนภูมิปัญญาและรากเหง้าของคนในภาคใต้ และเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์คนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ ถ่ายทอด สืบสาน และรักษามรดกทางวัฒนธรรม ให้คงอยู่สืบไป

 

เมืองเก่าสงขลามุ่งเชื่อมโยง มรดก–เมือง–ชุมชน–การท่องเที่ยว” เข้าด้วยกัน โดยนำเรื่องราวและทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้า บริการ กิจกรรมทางการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าให้พื้นที่และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการและคนในท้องถิ่น

 

ททท. ได้ใช้โอกาสนี้สนับสนุนเผยแพร่นำเสนอเมืองเก่าสงขลาในหลายมิติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของชุมชน ควบคู่ส่งเสริม “เส้นทางเชื่อมโยง” แหล่งท่องเที่ยวและประสบการณ์ในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์พื้นที่อย่างลึกซึ้งและหลากหลาย พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่พื้นที่

 

การขับเคลื่อน สงขลาสู่เมืองแห่งมรดกโลก” จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอดีต แต่คือการนำคุณค่าของอดีตมาสร้างโอกาสในอนาคต ผ่านการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การสร้างมูลค่า การมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของเมืองเก่าสงขลา เดินหน้าสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้พื้นที่ ส่งต่อคุณค่าของเมืองสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณค่า ควบคู่การรักษาอัตลักษณ์และเสน่ห์เมืองอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่ 5-บางจากร่วม“Thailand Focus 2026”โชว์แผนยุทธศาสตร์5 ปี

 

นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารและพนักงานบริษัท บางจากฯ กับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงาน Thailand Focus 2026 ปีที่ 20 เมื่อ 26-28 สิงหาคม 2569 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดขึ้นโดยร่วมมือกับพันธมิตรในตลาดทุน ชูธีม “Reignite Thailand”  ใช้เวทีนี้พบปะและนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ

 

พร้อมทั้งสื่อสารทิศทางการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และศักยภาพการเติบโตของกลุ่มบริษัทบางจาก ท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนสถาบันต่อพื้นฐานธุรกิจและโอกาสการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนต่างชาติ ที่สะท้อนผ่านสัดส่วนการถือหุ้นผ่าน NVDR รวมกว่า 37% ตอกย้ำความสนใจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพของกลุ่มบริษัทบางจากและทิศทางการเติบโตในระยะยาว

           

นางสาวภัทร์ภูรี ได้นำเสนอ “แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี” โดยมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือกับความผันผวน (Energy Security and Resiliency) ผ่านจุดแข็งของ “การดำเนินธุรกิจพลังงานแบบครบวงจร” เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมใช้ประโยชน์จากการผนึกกำลังธุรกิจในกลุ่ม สร้างผลการดำเนินงานที่มีความสมดุล ยืดหยุ่น และพร้อมเติบโตท่ามกลางความผันผวนได้อย่างเข้มแข็ง

           

จากช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีผลการดำเนินงานสะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบางจากอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจหลักเติบโตเคียงข้างการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ แล้วบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับ “การสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น” โดยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 3.00 บาทต่อหุ้น ตอกย้ำแนวทางการบริหารเงินทุนที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต การรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และการส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

 

ช่วงที่ 2 เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ทริปนี้ชวนไปสุขทันทีที่ได้เที่ยว “เกาะยอ” กลางทะเลสาบสงขลา มีเสน่ห์รองรับทุกสายรออยู่ถึง 6 พิกัด งานนี้ ททท.บอกต่อให้ลองไปใช้ชีวิตช้า ๆ กับวิถีประมงครบทุกสไตล์ แล้วฟัง “5 พื้นฐานดูแลสุขภาพ” ทำคุณภาพชีวิตให้อายุยืนยาวได้ พร้อมติดตามข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี’69” รายได้ไหลเข้าแล้วเกิน 1 ล้านล้านบาท ข่าวที่สอง “LHMHทุ่ม4,300ล้าน” เปิดรร.แกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์วอยาจพัทยา

 

ท่องเที่ยว –สุขทันทีเที่ยวเกาะยอกลางทะเลสาบสงขลาได้ทุกสาย6พิกัด

 

ประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีชีวิตที่ร่ำรวยความสุขบน “เกาะยอ” จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวบนเกาะเล็ก ๆ เงียบสงบกลางทะเลสาบสงขลา เดินทางเชื่อมจากแผ่นดินไปยังเกาะด้วย “สะพานติณสูลานนท์” เพื่อสัมผัสธรรมชาติผสมผสานวิถีประมงพื้นบ้าน แหล่งทอผ้าชื่อดัง พร้อมความฟินจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

“เกาะยอ” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิใจนำเสนอหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรเดินสายไปจัดประชุมเมื่อเร็ว ๆ นี้ เกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์โดนใจนักท่องเที่ยวครบทุกสาย ไม่ว่าจะเป็น สายศรัทธา สายมู สายศิลปะ สายเรียนรู้ประสบการณ์แปลกใหม่ เลือกได้ 6 พิกัด

 

พิกัดที่ 1 วัดแหลมพ้อ: ชมองค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่สีขาวริมทะเลสาบและสะพานติณสูลานนท์ แลนด์มาร์กสำคัญ

 

พิกัดที่ 2 สถาบันทักษิณคดีศึกษา: เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์พื้นบ้านภาคใต้ พร้อมจุดชมวิวทะเลสาบมุมสูง

 

พิกัดที่ 3 วัดท้ายยอ : วัดเก่าแก่คู่เกาะยอ สัมผัสสถาปัตยกรรมโบราณและบรรยากาศริมน้ำ

 

พิกัดที่ 4 ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ: เยี่ยมชมและเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองที่มีลวดลายเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการพักผ่อนสัมผัสวิถีชีวิตประมงภาคใต้ ตลอดการใช้ชีวิตอยู่บนเกาะมีพิกัดร้านอาหาร ที่พัก ให้เลือกตามความชอบด้วย

 

พิกัดที่ 5 ร้านอาหารทะเลสด ๆ : ชิมเมนูปลาสดจากกระชังในทะเลสาบสงขลา เช่น ปลากะพงทอดน้ำปลา

 

พิกัดที่ 6 คาเฟ่และโฮมสเตย์: พักผ่อนนอนโฮมสเตย์สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมง หรือนั่งคาเฟ่ชมวิวธรรมชาติ รอบเกาะแห่งนี้

 

สุขภาพ –5 พื้นฐานดูแลสุขภาพทำคุณภาพชีวิตให้อายุยืนยาวได้

 

การดูแลสุขภาพให้อายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ด้วย 5 พื้นฐานสำคัญ ดังนี้

 

1.กินอาหารให้สมดุล  เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนคุณภาพดี และลดอาหารรสหวาน มัน และเค็ม เพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง

 

2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ : ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยและสภาพร่างกาย และเดินหรือขยับตัวบ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ

 

3. พักผ่อนให้เพียงพอ : นอนหลับให้สนิทวันละ 7-9 ชั่วโมง ส่วนช่วงเวลากลางคืนช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้ดีที่สุด

 

4. จัดการความเครียด : หาเวลาผ่อนคลายและทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อลดฮอร์โมนความเครียด รักษาจิตใจให้แจ่มใสและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง

 

5. หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำร้ายสุขภาพ งดสูบบุหรี่และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ,ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาความผิดปกติและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ต่างชาติเที่ยวไทย8เดือนปี’69รายได้เข้าไทย1ล้านล้านบาท

 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ผลประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวเบื้องต้น 1 มกราคม – 29 สิงหาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย จำนวนรวมทั้งสิ้น 20,807,511 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.97 % สร้างรายได้ 1,007,140 ล้านบาท ยอดสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชน จีน 3,524,071 คน มาเลเซีย 2,634,309 คน อินเดีย1,527,030 คน รัสเซีย 1,175,121 คน เกาหลีใต้ 765,842 คน

 

 เฉพาะสัปดาห์ที่ 23 - 29 สิงหาคม 2569 การท่องเที่ยวไทยภาพรวมชะลอตัวตามแนวโน้มปกติ จำนวน 491,456 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 64,944 คน หรือ 11.67 % เฉลี่ย 70,208 คน/วัน สาเหตุเพราะเข้าสู่ช่วงท้ายปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนและไต้หวัน ส่วนมาเลเซียขยายตัวมีวันหยุดต่อเนื่องช่วงต้นและท้ายสัปดาห์ วัน Melaka Governor’s Day ในรัฐมะละกา วัน Maulidur Rasul และวันชาติมาเลเซีย   เมื่อพิจารณาตามกลุ่มเปรียบเทียบการลดและเพิ่มกับสัปดาห์ก่อนเป็นดังนี้

 

-ตลาดระยะใกล้ (Short Haul) มีนักท่องเที่ยว 352,617 คน ลดลง 8.36 %

 

-ตลาดระยะไกล (Long Haul) มีนักท่องเที่ยว 138,839 คน ลดลง 19.10 % จากสัปดาห์ก่อน

 

-ตลาดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 83,319 คน ลดลง 24.44 % มาเลเซีย 74,633 คน เพิ่ม 18.76 % อินเดีย 33,027 คน ลดลง 11.47 % ญี่ปุ่น 21,109 คน ลดลง 5.30 % และไต้หวัน 19,607 คน ลดลง 22.65 %

 

สัปดาห์ถัดไป วันที่ 1-6 กันยายน 2569 คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยโดยรวมแนวโน้มใกล้เคียงกับสัปดาห์นี้ เพราะผ่านพ้นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนทั้งตลาดระยะใกล้   และตลาดระยะไกล   ส่งผลให้การเดินทางมีแนวโน้มชะลอตัวตามปกติ

 

สำหรับ “อินเดีย” มีแนวโน้มชะลอตัวจากสายการบินลดจำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) เส้นทางการบินมาไทย “มาเลเซีย” ยังมีปัจจัยสนับสนุนจาก National Day เป็นวันชาติมาเลเซีย จะมีวันหยุดต่อเนื่องทำให้ไทยมีความจากตลาดนี้จะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น

 

ข่าวที่สอง LHMHทุ่ม4.3พันล้านเปิดใหม่รร.แกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์วอยาจพัทยา”

 

บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ขยายพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวใช้เงินลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท เปิดตัว “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” โรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ของกลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พร้อมบริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะช่วยทำให้ปีนี้โรงแรมทั้งเครือมีรายได้ถึงเป้าหมาย 8,000 ล้านบาท จึงได้เปิดโรงแรมดังกล่าวในกลุ่ม Limited Collection เป็น Themed Hotel มุ่งยกระดับพัทยายกระดับการตลาดดึงทั่วโลกเข้าสู่พื้นที่ด้วย “World-Class Family & MICE Destination” และกลุ่ม MICE ชูคอนเซ็ปต์ “The Borderless Journey” ผลักดันเป็นจุดหมายปลายทางแบบบูรณาการ (Integrated Destination) นำพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

 

“สุวรรณา พุทธประสาท” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า มีแนวคิดพัฒนาแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่ผู้คนอยากกลับมาผ่าน 4 ประการ ได้แก่ 1.Quality First ลงทุนกับคุณภาพของอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้โรงแรมมีคุณค่าในระยะยาว 2.Experience-driven ออกแบบประสบการณ์มากกว่าการออกแบบห้องพัก ให้แขกมีเหตุผลใช้เวลาอยู่ในโรงแรมตลอดทั้งวัน 3.Thai Hospitality นำความอบอุ่นและการบริการแบบไทยมาผสานกับมาตรฐานสากล 4.Continuous Innovation พัฒนาแนวคิดใหม่ในทุกโครงการ ให้แต่ละโรงแรมมีคาแรกเตอร์และเรื่องราวของตัวเอง

 

“กิตติ วรบรรพต” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายการดำเนินงานว่า “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา เป็นโครงการในกลุ่ม Limited Collection พัฒนาบนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตร ปีนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในพัทยา ซึ่งมี แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ทำอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 90% จึงตั้งใจทำโรงแรมในพัทยาทั้ง 3 แห่ง มีตำแหน่งทางการตลาดชัดเจนและเสริมกัน 

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ภูมิภาคยุโรปเร่งตลาดเพิ่มปลายปี’69-ต้นปี’70 ก.ย.-ธ.ค.นี้ยอดจองตั๋วบินโต2หลัก 13-17%

สุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผอ. ภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ททท.ภูมิภาคยุโรปเร่งเครื่องปั๊มตลาดโตปลายปี ’69- ต้นปี ’70 ก.ย.-ธ.ค.นี้ย...