AOTลุยทำสัญญาร่วมทุน AOTGA2โครงการในสุวรรณภูมิ
สัมปทานรายที่3“ภาคพื้น/คาโก้”25ปี-พร้อมเปิดบริการปี’70
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #AOTGA #สัมปทานในสุวรรณภูมิ
“AOT” เดินหน้าทำสัญญาร่วมทุน “AOTGA” รายที่ 3 ในสุวรรณภูมิ 2 บิ๊กโปรเจกต์ “บริการภาคพื้นGSEทั้งหมด-คาร์โก้” ตลอดสัมปทาน 25 ปี ขอเวลาเตรียมสร้างคลัง
23 เดือน พร้อมเปิดบริการปี’70 รองรับขนส่งสินค้าทางอากาศ
โลจิสติกส์ไทยในอนาคตโต
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า AOT ได้ลงนามกับ บริษัท บริการภาคพื้น
ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ “AOTGA” ตามสัญญาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในฐานะเป็นผู้ประกอบการรายที่
3 ที่จะเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่
-โครงการที่ 1 ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น
และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Ground Support Equipment: GSE)
-โครงการที่ 2 ให้บริการคลังสินค้า (Cargo)
หลังจากนี้ไปทาง AOTGA จะเตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากรและอุปกรณ์
เพื่อเข้าดำเนินโครงการ GSE คาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ปี
2570 เป็นต้นไป ในส่วนโครงการคาร์โก้จะก่อสร้างคลังสินค้า และเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ คาดจะใช้เวลาประมาณ 23 เดือน มีระยะเวลาสัญญาตลอดโครงการรวม 25
ปี
ในสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าว AOT ได้กำหนดประสิทธิภาพการให้บริการเป็นตัวชี้วัดผลงาน
(KPI) พร้อมกำหนดเงื่อนไขบทลงโทษและค่าปรับหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามระบุไว้ในสัญญา
ส่วนการลงนามมีตัวแทน 3 ฝ่าย ได้แก่ “นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์”
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT นายสิริวัฒน์
โตวชิรกุล ผู้จัดการใหญ่ AOTGA เป็นผู้ลงนามร่วมลงทุน นายศิโรตม์ ดวงรัตน์
รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด AOT พลเอก ศุภวัฒน์ เชิดธรรม ประธานกรรมการบริษัท AOTGA พร้อมผู้บริหารร่วมเป็นสักขีพยยานจากทั้ง 2 บริษัท
AOT ระบุการลงนามในสัญญาการร่วมลงทุนทั้ง 2 โครงการนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรา 36
แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (พ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ
พ.ศ.2562) ตามที่บริษัท AOTGA เป็นผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน
และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าดำเนินการ 2 โครงการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 8
กันยายน 2569
ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
ความร่วมมือของ 2 หน่วยงาน มุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เพื่อรองรับและเพิ่มทางเลือกให้กับบริการสายการบิน เตรียมความพร้อมด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ทำให้การให้บริการภายในท่าอากาศยานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการหยุดชะงัก
ตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินและสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้คุณภาพการให้บริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ
จากธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ของประเทศจะขยายตัวอนาคตต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น