บางจากลั่นลุยผลิตเต็มกำลังน้ำมันเครื่องบิน SAF
ชงรัฐหนุนขยายตลาดใช้พลังงานยั่งยืนระยะยาว
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ผลิตSAFเต็มกำลัง
กลุ่มบริษัทบางจากลั่นลุยผลิต “SAF เต็มกำลัง” บนเวที ASIA-TECH 2026 ชงภาครัฐเร่งสร้างตลาดดันกลไกหนุนการใช้น้ำมันคาร์บอนต่ำเติบโตยั่งยืนในระยะยาว
นางองค์อร เปลี่ยนรังษี
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future of Sustainable Fuels – From
Policy to CommercialScale” ในงาน ASIA-TECH 2026:
Asia Refining & Petrochemicals Tech Forum ซึ่งทาง Euro
Petroleum Consultants (EPC) จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี
เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ แผนขยายการผลิตและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)
เชิงพาณิชย์
เวทีนี้มีผู้ร่วมเสวนาหลัก ๆ คือ Mr. Steven Bartholomeusz, Head of
Public & Regulatory Affairs, APAC, Neste Asia Pacific, Mr. TC Goh, Head of
Asia Pacific, Business Development, Aether Fuels นายพงษ์พัฒน์ เทียนศิริ
รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ดำเนินรายการโดย
Mr. Chris Chatterton, Director, Global Centre for Green Fuels
นางองค์อรกล่าวว่า หน่วยผลิต HEFA-SPK SAF ของ บริษัท
บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) มีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน โดยได้ “เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต” แล้ว เพื่อรองรับการส่งออกให้ลูกค้าในทวีปยุโรป
ซึ่งมีข้อกำหนดใช้ SAF (mandate) พร้อมเสนอให้ภาครัฐกำหนดเป้าหมายและแผนส่งเสริมการใช้อย่างชัดเจน
รวมทั้งสนับสนุนสัญญารับซื้อระยะยาวระหว่างผู้ผลิตกับสายการบิน
ปัจจุบันราคา SAF ประมาณ 2-3
เท่าของเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบซึ่งคิดเป็น 70-80 % ของต้นทุนการผลิต และกระบวนการผลิต ซึ่ง “ราคา” SAF สูงกว่าน้ำมันทั่วไป
ซึ่งช่วงเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำขยายตลาดต้องเผชิญความท้าทายเหล่านี้ แต่ “ต้นทุน”
มีโอกาสลดลงเมื่อการผลิตและการใช้เพิ่มขึ้น จากมาตรการด้านราคาคาร์บอน เงินอุดหนุน
สินเชื่อสีเขียวจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนได้เป็นอย่างดี
ขณะนี้กลุ่มบริษัทบางจากนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบผลิต SAF โดยรวบรวมผ่านโครงการ Fry to Fly ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ
สถานศึกษา ครัวเรือน สถานีบริการน้ำมัน และอื่น ๆ เพื่อให้มี “ปริมาณเพียงพอ” คุณภาพดี
และต้นทุนเหมาะสม พร้อมกับศึกษาวัตถุดิบทางเลือก เช่น
น้ำมันปาล์มที่ได้การรับรองความยั่งยืน กรดไขมันปาล์มกลั่น (Palm Fatty
Acid Distillate: PFAD) และวัตถุดิบจากน้ำเสียของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
(Palm Oil Mill Effluent: POME) โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ
ไม่ทำลายป่า มีมาตรฐานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของตลาด และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
บริหารต้นทุนพลังงานและไฮโดรเจน แนวทางปรับสัดส่วนการผลิต SAF และดีเซลหมุนเวียน (HVO) ตามสภาวะตลาด
เพื่อรองรับตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำเติบโตได้ในระยะยาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น