รมว.วีระศักดิ์นำทัพท่องเที่ยวบุกWTM2018
UKสน6เทรนด์ทัวร์ไทย-แจกบัตรอีลิตนักดำถ้ำ
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #สวท97
ขอบคุณภาพ...รมว.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ส่งตรงจากลอนดอน
ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ขึ้นเวทีในงาน World Travel Mart 2018 : WTM ณ กรุงลอนดอน อังกฤษ โดยได้นำเสนอแนวคิดการขายท่องเที่ยวของ ปี 2562 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวอังกฤษหรือสหราชอาณาจักร (UK) กำลังสนใจเทรนด์หลัก ๆ ได้แก่
1.การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อคนทั้งมวล
4.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา
5.การท่องเที่ยวอาหารไทย
6.การท่องเที่ยวเชิงชุมชน
ขณะเดียวกันก็ได้กล่าวขอบคุณ Mr.Bill Whitehouse รองประธานสภานักดำถ้ำกู้ภัยอังกฤษ ผู้มีคุนูปการต่อประเทศไทย ในฐานะการเป็นผู้สื่อสารตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามา ในเหตุการณ์ 13 หมูป่าติดถ้าหลวง ขุนน้ำนางนิน โเยตั้งแต่การเริ่มประสานจัดหานักดำถ้าเข้ามาช่วยทีมหมูป่าจนผ่านพ้นวิกฤตมาเป็นอย่างดี
ดร.วีระศักดิ์ กล่าวว่า ภายในงานWTM 2018 ยังได้ร่วมกับ ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. และ การบินไทย มอบตั๋วเครื่องบินและบัตรอีลีตการ์ดให้กับ Mr. Bill Whitehouse เพื่อให้มาเที่ยวประเทศไทยต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่เคยมาเที่ยวเมืองไทยมาก่อน
ทั้งนี้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในอังกฤษ เป็นอย่างมาก ในการจัดกิจกรรมนี้ครั้งนี้
วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
คิงเพาเวอร์เปิดให้คนทั่วไปฟังสวดและเคารพศพ คุณศรีวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้
คิง เพาเวอร์เปิดให้คนเข้าพิธีสวดเจ้าสัววิชัยได้
5-9 พ.ย.นี้พร้อมร่วมบริจาคเงินสมทบทุนศิริราช
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดทำหนังสือแจ้งว่าได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรมและเคารพศพ
นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เนื่องด้วยมีผู้ที่เคารพรัก และมีความประสงค์เข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรมและเคารพศพเป็นจำนวนมาก
กลุ่มบริษัท คิง เพาอวร์ จึงเปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์ดังกล่าวเข้าร่วมงานได้ ระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.00 - 16.00 น.และเวลาหลังพิธีสวดอภิธรรม ระหว่างเวลา 20.30-23.00 น. และวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเวลา 11.00-16.00 น.ณ ศาลากวีนิมิต วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดพวงหรีด โดยสามารถร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่ออาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช
ชื่อบัญชี : บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อสมทบทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช ธนาคารกสิกรไทย สาขารางน้ำ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 020-8-94778-8
ทั้งนี้ขอให้ผู้เข้าร่วมงานโปรดแต่งกายสุภาพสีขาวดำ
5-9 พ.ย.นี้พร้อมร่วมบริจาคเงินสมทบทุนศิริราช
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดทำหนังสือแจ้งว่าได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรมและเคารพศพ
นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เนื่องด้วยมีผู้ที่เคารพรัก และมีความประสงค์เข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรมและเคารพศพเป็นจำนวนมาก
กลุ่มบริษัท คิง เพาอวร์ จึงเปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์ดังกล่าวเข้าร่วมงานได้ ระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.00 - 16.00 น.และเวลาหลังพิธีสวดอภิธรรม ระหว่างเวลา 20.30-23.00 น. และวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเวลา 11.00-16.00 น.ณ ศาลากวีนิมิต วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดพวงหรีด โดยสามารถร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่ออาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช
ชื่อบัญชี : บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อสมทบทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช ธนาคารกสิกรไทย สาขารางน้ำ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 020-8-94778-8
ทั้งนี้ขอให้ผู้เข้าร่วมงานโปรดแต่งกายสุภาพสีขาวดำ
วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
3พ.ย.61วันที่โลกต้องจดจำ วิชัย ศรีวัฒนประภา
เสาร์ที่ 3 พ.ย.61วันที่โลกต้องจดจำตลอดไป
วิชัย ศรีวัฒนประภาTHE POSSIBLE MAN VS
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #สวท97
ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ที่กรุงเทพมหานคร มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ และพิธีสวดพระอภิธรรม เป็นวันแรกของ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
ทว่าในอีกซีกโลก นักเตะและแฟนเลสเตอร์ ซิตี้ ต่างสวมใส่สื้อไว้อาลัยแด่การจากไปของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา พร้อมกับนำธงชาติไทยโบกสะบัดไปทั่ว เพื่อให้เห็นถึงพลังคนไทย ที่สามารถทำได้ไม่แพ้ใครในโลก
วิชัย ศรีวัฒนประภาTHE POSSIBLE MAN VS
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #สวท97
ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ที่กรุงเทพมหานคร มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ และพิธีสวดพระอภิธรรม เป็นวันแรกของ "คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา" ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
ทว่าในอีกซีกโลก นักเตะและแฟนเลสเตอร์ ซิตี้ ต่างสวมใส่สื้อไว้อาลัยแด่การจากไปของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา พร้อมกับนำธงชาติไทยโบกสะบัดไปทั่ว เพื่อให้เห็นถึงพลังคนไทย ที่สามารถทำได้ไม่แพ้ใครในโลก
ตั้งเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานบอร์ด ททท.
เทวินทร์ วงศ์วานิช นั่งประธานบอร์ด ททท.
มีผลตั้งแต่31ต.ค.61พ่วงกรรมการอีก3คน
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #สวท97
ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามแต่งตั้ง นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ซีอีโอ บรษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ข้ามห้วยมานั่งเป็นประธานบอร์ด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2561
พ่วงด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 คน คือ รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบีการการท่องเที่ยว นายอนามัย ดำเนตร
รออยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็มาจนได้ ประธานบอร์ด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ร่ำลือกันอยู่พักใหญ่ถึงการกำหนดคุณสมบัตรขั้นเทพ ที่จะมานั่งตำแหน่งนี้ ในที่สุดก็เฉลยเสียที ว่าคือคนนี้นั่นเอง
มีผลตั้งแต่31ต.ค.61พ่วงกรรมการอีก3คน
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #สวท97
ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามแต่งตั้ง นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ซีอีโอ บรษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ข้ามห้วยมานั่งเป็นประธานบอร์ด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2561
พ่วงด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 3 คน คือ รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบีการการท่องเที่ยว นายอนามัย ดำเนตร
รออยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็มาจนได้ ประธานบอร์ด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ร่ำลือกันอยู่พักใหญ่ถึงการกำหนดคุณสมบัตรขั้นเทพ ที่จะมานั่งตำแหน่งนี้ ในที่สุดก็เฉลยเสียที ว่าคือคนนี้นั่นเอง
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วิชัย ศรีวัฒนประภา THE POSSIBLE MAN VS-นำพลังไทยด้านท่องเที่ยว-กีฬา ยิ่งใหญ่ในเวทีโลก
วิชัย ศรีวัฒนประภา : THE POSSIBLE MAN VS
นำพลังไทยด้านท่องเที่ยว-กีฬายิ่งใหญ่ในเวทีโลก
เสาร์ที่3พ.ย.พระราชทานน้ำหลวงอาบศพคุณวิชัย
คิงเพาเวอร์เปิด90ปีมิคกี้เมาส์บูมท่องเที่ยวข้ามปี
ททท.หนุนคุนหมิงแอร์ไลน์เพิ่มจีนเที่ยวหาดใหญ่โต
บางจากชวนร่วมทำหนังสือเสียงช่วยผู้พิการทางตา
ทีเส็บลุยเลือกโมเดลต้นแบบขอนแก่นไมซ์ซิตี้2แบบ
ทอท.ฉลุย6สนามบินปี’61ผู้โดยสารพุ่ง132ล้านคน
ทัวร์นครสวรรค์เมืองอาหารอร่อยล้ำ-แหล่งทัวร์เลิศ
อาการแพ้เครื่องสำอางมีวิธีรับมือให้สวยได้ตลอด
การบินไทยผุดลีมูซีนสุวรรณภูมิเจาะตลาดคนรวย
รถไฟยิ้มตั๋วปีใหม่ขายเกลี้ยง244ตู้ขนวันละแสนคน
เจ้าท่าเอาจริงมาตรการปลอดภัยเรือทัวร์อันดามัน
ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97
ช่วงที่ 1 เจาะลึกคุณูปการของนักธุรกิจคนไทยผู้“วิชัย ศรีวัฒนประภา” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ คือ “The Possible Man VS” ที่คนทั่วโลกพากันยกย่อง โดยได้สร้างผลงานมากมายตลอด 3 ทศวรรษ บุกเบิก 16 บริษัท 5 กลุ่มธุรกิจ ทำให้พลังคนไทยโด่งดังมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทั้งทางด้านร้านค้าปลีกการท่องเที่ยวดิวตี้ฟรี นำพาประเทศไทยมียอดขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับอินเตอร์ผู้สร้างปาฏิหารย์เมืองเลสเตอร์ สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ “การสร้างและการให้โอกาส” คนทุกชนชาติได้รับอานิสงส์เหล่านี้วินวินไปด้วยกัน
พลังคนไทยที่ชื่อ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บุรุษผู้สร้างประวัติศาสตร์จนทั่วโลกพากันยกย่องสรรเสริญว่าเป็นสุภาพบุรุษสุดยอดนักธุรกิจ “ผู้ให้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด” ถึงแม้จะล่วงลับไปด้วยวัยเพียง 60 ปี จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตกบริเวณใกล้สนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561
ทว่าคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้บุกเบิกและก่อตั้งไว้ 16 บริษัท จัดได้ 5 กลุ่มธุรกิจ เป็นน้ำหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจประเทศ สร้างและให้โอกาสกับผู้คน
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน “วิชัย ศรีวัฒนประภา” สกุลเดิม รักศรีอักษร บินลัดฟ้าจากฮ่องกง กลับบ้านเกิดในประเทศไทย พร้อม ๆ กับเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ กลุ่มแรก “ร้านค้าปลอดภาษีและอากร” ภายใต้ชื่อ บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อปี 2532 ยึดทำเลแรกในตึกมหาทุน พลาซ่า แล้วต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ โดยการแตกไลน์ตามลักษณะของธุรกิจ อาทิ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, ดิวตี้ฟรี, แท็กฟรี, มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์, เอนเตอร์เทนเมนท์ และมหานคร
กระทั่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีครบวงจร ได้แก่
1.ดิวตี้ฟรีในเมือง (duty free downtown) ซึ่งรัฐบาลไทยเปิดเสรีเมื่อปี 2537 ทำให้คิง เพาเวอร์ ขยายสาขาได้ถึง 5 แห่ง ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ที่รางน้ำ และศรีวารี พัทยา ภูเก็ต และกำลังจะเปิดในตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ภายในปี 2561 เป็นต้นไป
2.ดิวตี้ฟรีสนามบิน (duty free airport ) ได้มาจากการลงแข่งขันประมูลสิทธิ์อย่างถูกต้องจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวม 5 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่
3.ดิวตี้ฟรีบนเครื่องบิน (duty free onbroad) ใน 2 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย และแอร์เอเชีย
ธุรกิจกลุ่มที่ 2 กีฬาฟุตบอล กับโปโล โดยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับอินเตอร์เนชั่นแนล 2 สโมสร และยังได้บุกเบิกก่อตั้งสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย
ธุรกิจกลุ่มที่ 3 อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ และอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร เทรนด์ใหม่สไตล์ MIX USE ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในโครงการมีบริการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าดิวตี้ฟรี จุดชมวิวสูง และส่วนเชื่อมต่อกับคอนโดมิเนียม
ธุรกิจกลุ่มที่ 4 การโฆษณา การตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าของบริษัทเป็นหลัก รวมถึงการทำแบรนด์อินเฮาส์ของตนเอง
ธุรกิจกลุ่มที่ 5 เกี่ยวกับการบินบางประเภท ซึ่งเข้าไปถือหุ้นไทย แอร์เอเชีย บางส่วน และการดูแลเครื่องบินส่วนตัวที่ใช้ในกิจการสโมสรฟุตบอล
เส้นทางการพัฒนาธุรกิจจากจุดเริ่มเล็ก ๆ จนกลายเป็นอาณาจักรที่มีความมั่งคั่ง ตามที่นิตยสาร Forb จัดให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของเมืองไทย ประจำปี 2561 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 1.62 แสนล้านบาท
ตลอด 3 ทศวรรษที่ “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา” ก่อร่างสร้างขึ้นมาจนทำให้คนทั่วโลกรู้จัก “ประเทศไทย” รวมทั้งยังเป็นเสาหลักส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยได้สร้างรายได้เข้าสู่ระบบในเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล แต่ละยุคผ่านวิกฤตและความยากลำบากมาไม่ต่ำกว่า 10 รัฐบาล
ระหว่างปี 2532-2560 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ทำให้ร้านค้าดิวตี้ฟรีเป็นแม่เหล็กสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยใช้จ่ายเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 ล้านล้านบาท พร้อม ๆ กับสนับสนุนสินค้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 1,200 ราย นำสินค้ามาวางจำหน่ายในร้านดิวตี้ฟรีคิง เพาเวอร์ สาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงขณะนี้มูลค่าเกินกว่าครึ่งแสนล้านบาท
ประการสำคัญ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ “จ่ายภาษี-ผลตอบแทนรัฐ” อย่างสม่ำเสมอมาตลอด 29 ปี รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การชำระค่าตอบแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 80,000 ล้านบาท จ่ายภาษีธุรกิจคืนรัฐประมาณ 25,000 ล้านบาท ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนไทยนับจากวันเริ่มต้นที่อาคารมหาทุน พลาซ่า มีพนักงานแค่หลักร้อยคน กระทั่งวันนี้มีสาขาทั่วประเทศรวมพนักงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน
ทศวรรษที่ 1 ระหว่างปี 2532-2542
ช่วง 10 ปีแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้เปิดร้านค้าปลอดภาษีและอากร (duty/tax free) แห่งแรกในประเทศไทย โดยใช้อาคาร “มหาทุนพลาซ่า” เป็นฐานที่มั่นรวม 7 ปี จากปี 2533 มาจนถึงปี 2537
ปี 2534 หลังบุกเบิกธุรกิจดิวตี้ฟรีในเมืองแห่งแรกของไทยสำเร็จ ถัดไปเพียง 1 ปี คุณวิชัยได้ขยายแนวรุกไปยังต่างประเทศ โดยขยายสู่ต่างประเทศ จากการได้รับอนุญาตให้เปิด “ดิวตี้ฟรีกัมพูชา” ขึ้นอีกแห่ง เปิดบริการประมาณ 12 ปี ก็ยุติลงเมื่อปี 2545
ปี 2536 คุณวิชัยได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งจากการได้รับสัมปทานเปิดร้านค้าดิวตี้ฟรีในสนามบินดอนเมือง (airport duty free) เป็นเวลา 10 ปี ครบสัญญาเมื่อปี 2545
ปี 2538-2540 ทางรัฐบาลจีนสนับสนุนให้คิง เพาเวอร์ ใช้พื้นที่ในบริเวณกำแพงเมืองจีน กรุงปักกิ่ง เปิดร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก พร้อม ๆ กับการได้สัมปทานในสนามบินไคตั๊ก พัฒนาร้านค้าดิวตี้ฟรีที่เกาะฮ่องกง
ปี 2540-2549 คุณวิชัยนำทีมสร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในการเข้าบริหารร้านค้าดิวตี้ฟรีบริเวณชั้น 7 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อีกทั้งยังได้สัมปทานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ให้เปิดร้านค้าในสนามบินดอนเมืองต่อเป็นครั้งที่ 2
ปี 2542 สามารถทำธุรกิจดิวตี้ฟรีแบบครบวงจร เมื่อ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สิทธิ์คิง เพาเวอร์ สามารถนำสินค้าขึ้นไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทยในทุกเที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็นเวลา 3 ปี สัญญาแรกสิ้นสุดปี 2544
ทศวรรษที่ 2 ช่วงปี 2543-2549
ปี 2549 คุณวิชัย นำคิงเพาเวอร์ประเดิมการบริหารจัดการพื้นที่ร้านค้าดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ (commercial area) ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเปิดบริการปีแรก
รวมถึงเป็นปีที่ได้ก่อสร้างอาณาจักรใหม่เป็นของตนเอง บนที่ดินเช่าใช้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พื้นที่ขนาด 30 ไร่ เดิมเคยเป็นที่ตั้งองค์การรับส่งพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) แล้วถูกยุบทิ้งในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ดินดังกล่าวได้รับการแปลงโฉมใหม่กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งแห่งใหม่ของเมืองไทย
คิง เพาเวอร์ ทุ่มเงินราว 3,500 ล้านบาท ก่อสร้าง อาคารคิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่ระหว่างซอยรางน้ำและศรีอยุธยา ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 ร้านค้าปลอดอากรในเมืองมีเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมเป็นลูกโลกครึ่งใบเรียกว่า Crown Complex มีพื้นที่ กว่า 10,000 ตารางเมตร เปิดขายสินค้าปลอดอากร ปลอดภาษี สินค้าหัตถกรรมไทยและไทยโมเดิร์น พร้อมภัตตาคาร ร้านอาหาร และโรงละครอักษรา ขนาด 1,200 ที่นั่ง
ส่วนที่ 2 อาคารสำนักงานใหญ่ 9 ชั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยรวม 12,250 ตารางเมตร
ส่วนที่ 3 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซึ่งเปิดเป็นแห่งแรกในเอเชีย ด้วยสไตล์ City Hotel กึ่งรีสอร์ต จำนวน 430 ห้อง มีห้องอาหาร ห้องประชุม สัมมนา และบริการครบวงจร
ปี 2550 คิง เพาเวอร์ หวนกลับไปได้สัญญาจากการนำสินค้าขึ้นไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทยอีกครั้ง
ทศวรรษที่ 3 ระหว่างปี 2553-ปัจจุบัน
ปี 2554 คุณวิชัยประกาศขยายดิวตี้ฟรีในเมืองสาขาแรกในต่างจังหวัด โดยเลือกพัทยาซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน
ในปีเดียวกันก็ยังได้ร่วมมือกับ “แอร์ เอเชีย” ซึ่งเป็นสายการบินแบบประหยัดรายแรกของทวีปเอเชีย นำสินค้าดิวตี้ฟรีขึ้นไปขายบนเครื่องทุกเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ปี 2555 เมื่อรัฐบาลประกาศให้กลับมาเปิดใช้สนามบินนานาชาติดอนเมืองอีกครั้ง หลังจากปิดมาถึง 7 ปี ครั้งนั้นคุณวิชัยเข้าร่วมประมูลพื้นที่ร้านค้าดิวตี้ฟรีดอนเมืองใหม่อีกครั้งและสามารถชนะการประมูลได้สิทธิจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กลายเป็นเจ้าของพื้นที่ดิวตี้ฟรีสนามบินศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ทั้ง 2 แห่ง คือสุวรรณภูมิและดอนเมือง
ปี 2556 เพียงหนึ่งปีให้หลังก็ได้ลงทุนใช้เงินกว่า 3,000 ล้านบาท เนรมิต “คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์”เมกะโปรเจ็กต์ดิวตี้ฟรีในเมือง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีไว้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการแวะช้อป และรับประทานอาหาร เพื่อรอเวลาจะขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องไปแออัดกันอยู่ในสนามบิน ปัจจุบันศรีวารีเป็นร้านค้าดิวตี้ฟรีที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะปีละหลายล้านคน
ปี 2557 คุณวิชัยได้สร้างปรากฏการณ์ลงทุนอีก 2 โครงการ นั่นคือนำคิง เพาเวอร์ เข้าไปจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีบนเครื่องแอร์เอเชียอีกครั้งครอบคลุมเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก รวมทั้งได้เปิดร้าน “เลสเตอร์ ซิตี้แฟน” แห่งแรกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม
ปี 2559 ทุ่มทุนสร้างดิวตี้ฟรีในเมืองภูเก็ต ขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน โดยเปิดทั้งชั้น นำสินค้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนไปวางจำหน่าย ช่วยยกระดับสินค้าไทย
ปี 2560 ในเดือนตุลาคม ได้ปิดปรับปรุงอาคารร้านค้าดิวตี้ฟรีเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ปรับโฉมเปิดบริการใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2561 จนถึงขณะนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ล้ำสมัยในการ “เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ด้วยดีไซน์ทันสมัยสีสันสดใส พร้อมกับเพิ่มไฮไลต์ใหม่นำร้านอาหารสตรีทฟู้ดแถวหน้าของเมืองไทยมาไว้ในคอมเพล็กซ์ ชั้น 3 พร้อม ๆ กับแปลงโฉมบริเวณลานด้านหน้าอาคารให้กลายเป็น “ฟาวเท่น สแควร์” เพื่อใช้จัดกิจกรรมอีเวนต์กลางแจ้งช่วงเทศกาลสำคัญ อาทิ เคาน์ดาวน์ ปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง และกิจกรรมบันเทิงพิเศษ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดคนไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเยือนเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้คึกคักต่อเนื่องทุกปี
โดยยังคงส่วนประกอบของอาคารโดยรวมไว้คือ อาคารสำนักงานใหญ่ 9 ชั้น และโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ 430 ห้อง มีห้องอาหาร ห้องประชุม สัมมนา และบริการครบวงจร
กลุ่มที่ 2 “ธุรกิจฟุตบอล” นำคิง เพาเวอร์ เข้าเป็นเจ้าของสโมสรใหญ่ในทวีปยุโรปถึง 2 สโมสร
เริ่มจากปี 2553 คุณวิชัยสร้างความฮือฮาทั่วโลก ในการตัดสินใจจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในนามกิจการร่วมค้า “เอเชียน ฟุตบอล อินเวสต์เมนท์” ใช้เงินทุนเกือบ 5,000 ล้านบาท (100 ล้านปอนด์) เข้าสู่ซื้อสโมสรฟุตบอล “เลสเตอร์ ซิตี้” ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้ครอบครองทรัพย์สินหลัก ๆ คือ สนามฟุตบอล สถาบันฝึกสอนฟุตบอล และวอล์เกอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”
ปี 2560 ถัดจากนั้นอีก 7 ปี ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีดังกล่าว เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลแห่งที่ 2 “Oud-Heverlee Leuven : OHL” ประเทศเบลเยี่ยม
ไฮไลต์สำคัญคือ คุณวิชัยใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถนำ “สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้” ซึ่งตกชั้นมายาวนาน 132 ปี ผงาดคว้าแชมป์ “ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ” เป็นผลสำเร็จได้ในฤดูกาล ปี 2015/2016 เปิดประวัติศาสตร์โลกครั้งสำคัญเป็นตำนานได้รับการกล่าวขานถึงจากทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ถึงศักยภาพความสามารถของนักธุรกิจไทย
นั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ชาวเมืองเลสเตอร์รักคุณวิชัยและครอบครัว ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงปลุกเมืองที่เคยหลับไหลให้ตื่นมามีชีวิตคึกคักในหลาย ๆ ด้าน ทั้งชื่อเสียงซึ่งทำให้คนทั่วโลกรู้จักมากขึ้น สร้างเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คนเลสเตอร์ ดีขึ้น ๆ ตามลำดับ โดยนำเงินบริจาคช่วยด้านการศึกษา โรงพยาบาล สร้างงาน สร้างโอกาสให้ชาวยุโรป และนักเตะมีรายได้เป็นกอบกำ
ในปี 2560 ได้ใช้เงินราว 500 ล้านบาท ซื้อสนามแฮมโปโล ใจกลางกรุงลอนดอน พัฒนาปรับปรุงแล้วแปลี่ยนชื่อเป้น คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค
ปี 2561 ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประกาศใช้เงิน 14,000 ล้านบาท ซื้อโครงการขนาดใหญ่คิง เพาเวอร์ มหานคร กลุ่มธุรกิจใหม่ถอดด้าม อสังหาริมทรัพย์สไตล์ Mix Use เตรียมเปิดบริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้
วิชัย ศรีวัฒนประภา คือ THE IMPOSSIBLEMAN VS คือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ทั่วโลกต้องจดจำไปตลอดกาล
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวแรก “พระราชทานน้ำหลวงอาบศพคุณวิชัยคิงเพาเวอร์”
กำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ณ ศาลากวีนิรมิต (กลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 17.30 น.พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ เวลา 18.30 น.พิธีสวดอภิธรรมศพ
วันอาทิตย์ที่ 4 – วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พิธีสวดอภิธรรมศพ ทุกวันเวลา 19.00 น.
การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเวลากลางคืน กำหนด 3 คืน
ในการนี้ เจ้าภาพขอความร่วมมืองดพวงหรีด โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช
ข่าวที่ 2 “คิงเพาเวอร์เปิด90ปีมิคกี้เมาส์ดึงคนเที่ยวยาว
นายนิพนธ์ รักศรีอักษร รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เป็นประธานเปิดงาน “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เมื่อเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นแคมเปญความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์ ต่อเนื่อง 88 วัน ณ บริเวณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนศกนี้ - 27 มกราคม 2562 เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ร่วมในดินแดนมหัศจรรย์ 6 โซน พร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยระบบ 3D แม็ปปิ้ง นิทรรศการภาพวาดโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินไทยชั้นนำระดับประเทศ
การจัดงานฉลอง 90 ปี แห่งความมหัศจรรย์ของมิคกี้ เม้าส์ ที่ได้เดบิวต์ครั้งแรกในการ์ตูนสั้นเรื่อง Steamboat Willie กำกับโดย วอลท์ ดีสนีย์ เมื่อ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1928 (พ.ศ.2471) ซึ่งวันดังกล่าวทุกปีจึงกลายมาเป็นวันเกิดของมิคกี้ เม้าส์ ปีนี้ได้นำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
การเปิดงานวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นตามกำหนด โดยมีเหล่าดาราดังและศิลปินชั้นนำให้เกียรติร่วมงานคับคั่ง อาทิ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ควงคู่มากับก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พร้อมด้วยคู่เพื่อนรัก เบลล์-เขมิศรา พลเดช และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย และลูกๆ ทั้ง 4 ได้แก่ ออกัส ออก้า ออกู๊ด และ ออเกรซ ส่วน เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค มาพร้อม เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
ตลอดการจัดงาน 88 วัน ทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เนรมิตพื้นที่ด้วยการดีไซน์เรื่องราวของมิคกี้ เมาส์ ให้นักท่องเที่ยวด้เดินชมดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 6 โซน ได้แก่
1.“เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส (Celebration Express)” รถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟิกแอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับรถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริง ๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
2.“การ์เด้น ออฟ ดรีมส์ (Garden of Dreams)” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้แฟนๆ สามารถสนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่
3.“มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด (Mickey and Friends Boulevard)” ออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตกแต่งอาคารทั้งสองฝั่งถนนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่าง ๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล พร้อมมีกิจกรรมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ช่วงเย็นด้วยขบวนพาเหรดสร้างความประทับใจให้ทุกคน
4.“มิคกี้ ฮอลล์เวย์ (Mickey Hallway)” ผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารัก ๆ และจอสำหรับเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือนดังนี้
- เดือนพฤศจิกายน แฟนๆ จะได้สนุกไปกับเหล่าเพื่อนผองจากดีสนีย์ในเกมโยนลูกบอลลงห่วงรูปมิคกี้ เม้าส์
- เดือนธันวาคม สนุกไปกับกิจกรรมปั้นหิมะเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
-เดือนมกราคมจะมีกล่องรางวัลมากมาย ที่จะมีพลุออกมาเมื่อสัมผัส
5.“เมกา สโตร์ (Mega Store)” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ออกแบบมาเพื่อร่วมเทศกาลนี้ มีสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ วางจำหน่ายในช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของมิคกี้ เม้าส์ โดยมีสินค้ามิคกี้ เม้าส์ คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก
6.“มิคกี้ แกลเลอรี่ (Mickey Gallery)” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดย 9 ศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมาย เพื่อฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์
ไฮไลต์วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 แฟนดีสนีย์ และลูกค้า คิง เพาเวอร์ จะได้มีโอกาสกระทบไหล่กับเหล่าผองเพื่อนตัวโปรดจากดีสนีย์ และชวนคนเกิดเดือนพฤศจิกายน 1,928 คน มาร่วมสร้างสถิติกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส ร่วมเป่าเทียน 1,928 เล่มพร้อมกันเพื่อฉลองวันเกิดให้มิคกี้ เม้าส์ พร้อมทั้งร่วมปล่อยบอลลูนสู่ท้องฟ้า 1,928 ลูกสู่ท้องฟ้า แล้วจากนั้นก็สามารถร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ตลอดระหว่าง 23- 25 พฤศจิกายน 2561
สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชวนนักท่องเที่ยวร่วมได้ภายในงาน ประกอบไปด้วย กิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างสรรค์แอคเซสเซอรี่สไตล์ดีสนีย์ ชมการแสดง แสง สี เสียง และ 3D แม็ปปิ้ง สุดตระการตา ในโอกาสพิเศษนี้ แฟน ๆ มิคกี้เมาส์จะได้พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษมากมายทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ตุ๊กตา เครื่องครัว เครื่องใช้ต่าง ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ในร้านคิง เพาเวอร์ ทุกสาขา รวมทั้ง เมกา สโตร์ (Mega Store) บริเวณ ถนนรางน้ำ โดยไม่ต้องมีเที่ยวบินเดินทางไปต่างประเทศก็ซื้อได้เช่นเดียวกับ “สินค้าป้ายฟ้า” พร้อมจำหน่ายและเปิดให้ช้อปได้ปกติเหมือนสินค้าทั่วไป
ข่าวที่ 3 “ททท.หนุนคุนหมิงแอร์เพิ่มจีนดันหาดใหญ่โต”
นางฐิติพร มณีเนตร ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สายการบินคุนหมิงแอร์ไลน์ ได้กลับมาเปิดบินตรงในช่วงตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562 เส้นทางไป-กลับ ไท่หยวน-คุนหมิง-หาดใหญ่ ด้วยเที่ยวบิน KY8361 และ KY8362 ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองของไทย บริเวณเชื่อมโยงจากหาดใหญ่ สงขลา สู่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จะเติบโตเพิ่มจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งแต่ละปีเดินทางเข้าเมืองไทย 6.7 - 7 แสนคน โดยนิยมไปพักผ่อนตามจังหวัดที่มีหาดทรายชายทะเล ชอบใช้จ่ายเงินรับประทานอาหารอร่อย ช้อปปิ้ง
ตามที่ ททท. ประเมินสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นฟูกลับมาและจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ตามปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 10.5 – 10.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5 – 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้ประเทศได้ถึง 5.9 – 6.02 แสนล้านบาท เพิ่ม 10 – 12% ปี 2562 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีนไว้ประมาณ 11.1 ล้านคน เพิ่ม 4% และสามารถสร้างรายได้กระจายสู่ทั่วประเทศอีกประมาณ 6.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9 %
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นางนิติพรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ KY8361 ที่เดินทางมาถึงหาดใหญ่ พร้อมกับมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มดังกล่าว โดยมีนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าการราชการจังหวัดสงขลา Ms. Yilin Jin รองกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดสงขลาร่วมมือกันอย่างแข็งขัน
ข่าวที่ 4 “บางจากชวนร่วมทำหนังสือเสียงช่วยสังคม”
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ในเฟสบุ๊ค เชิญชวนให้ร่วมโครงการ จัดทำหนังสือเสียง ให้แก่ผู้พิการทางสายตา ซึ่งหนังสือคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ จึงเปิดให้คนที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์หนังสือเสียง เพื่อส่งมอบความสุขและโอกาสให้กับผู้พิการทางสายตา
ผู้ที่สนใจร่วมสร้างสรรค์การทำหนังสือเสียง สามารถเข้าร่วมได้ในช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1.ผ่านแอพพลิเคชั่น “Read for the Blind” ด้วยการอ่านหนังสือหรือบทความสั้นๆ ที่น่าสนใจ ได้อย่างง่ายๆและสะดวกมากขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/ReadfortheBlind
2. ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย ผ่านโปรแกรม OBI ข้อมูลเพิ่มเติม www.nlbp.org, www.facebook.com/daisyth.team
ข่าวที่ 5 “TCEBผนึกรัฐ/เอกชนปั้นโมเดลขอนแก่นไมซ์ซิตี้”
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ได้นำทีมลงพื้นที่ไมซ์ ซิตี้ จังหวัดขอนแก่น เพื่อผนึกกำลังกันประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) กับรัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมไมซ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมมากกับการขับเคลื่อนไมซ์เพื่อกระจายรายได้สู่เมืองและชุมชน
โดยได้เดินหน้าสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมไมซ์กับหน่วยราชการ ถ่ายทอดองค์ความรู้เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้า ขณะเดียวกันทีเส็บยังได้เชิญวิทยากรระดับมืออาชีพจากศูนย์ประชุมในกรุงเทพฯ ไปสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มผู้ฟังโดยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากทั้ง นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมเวิร์คช็อปพร้อมกับแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้เข้าร่วมงาน
ระหว่างการเวิร์คช็อปครั้งนี้ มีการนำเสนอให้ขอนแก่นเป็นโมเดลต้นแบบไมซ์ซิตี้ โดยผู้เข้าร่วมได้เสนอความเหมาะสมให้เลือก 4 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. เมืองขอนแก่นตั้ง Convention and Visitors Bureau :cvb ขึ้นเอง เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม อุตสาหกรรมไมซ์ 2. สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์ประสานงาน 3. ตั้งสมาคมไมซ์ของเมืองขอนแก่น โดยเอกชน 4. ทีเส็บลงทุนไปตั้งสำนักงานสาขาแห่งใหม่เพื่อทำหน้าที่พัฒนาไมซ์แบบครบวงจร
ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมสนใจโมเดลแบบที่ 2 ให้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์ประสานงาน จากนั้นจะยกระดับไปสู่แบบที่ 3 ให้เอกชนขับเคลื่อนการจัดตั้งสมาคมไมซ์ ซิตี้ ขึ้น เพื่อความยั่งยืน โดยให้ยึดแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายต้องมีความพร้อมเดินหน้าไปด้วยกันแล้วทำงานเป็นทีม พัฒนาโมเดลขอนแก่นไมซ์ ซิตี้ ให้ก้าวหน้าต่อไป
ข่าวที่ 6“ทอท.ทำ6สนามบินผู้โดยสารปี61พุ่ง132ล้านคน”
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” กล่าวว่า ปี 2561 ได้สรุปผลการดำเนินงาน ระหว่างตุลาคม 2560 – กันยายน 2561 ท่าอากาศยาน ทอท.ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีผู้โดยสารใช้บริการมากถึง 139.52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8 % แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 80.49 ล้านคน เพิ่ม 11 % โดยสารภายในประเทศ 59.03 ล้านคน เพิ่ม 4.2 % ส่วนเที่ยวบินจำนวน 875,000 เที่ยว เพิ่ม 6.2 % แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 462,230 เที่ยวเพิ่ม 11.3 % และเที่ยวบินภายในประเทศ 412,770 เที่ยว เพิ่ม 1.1 %
สถิติผู้โดยสารมากสุดคือ สุวรรณภูมิ 62.81 ล้านคน เพิ่ม 6.3 % แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 51.15 ล้านคน เพิ่ม 6.6 % ผู้โดยสารภายในประเทศ 11.66 ล้านคน เพิ่ม 5.3 % มีเที่ยวบิน 364,000 เที่ยว เพิ่ม 5.3 % แบ่งเป็นระหว่างประเทศ 277,900 เที่ยว เพิ่ม 6.9 % เที่ยวบินในประเทศ 86,100 เที่ยว เพิ่ม 0.3 %
รองลงมาคือดอนเมืองมีผู้โดยสาร 40.56 ล้านคน เพิ่ม 9.1 % แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 15.83 ล้านคน เพิ่ม 19.2 % ผู้โดยสารภายในประเทศ 24.73 ล้านคน เพิ่ม 3.5 % มีเที่ยวบิน 270,000 เที่ยว เพิ่ม 6.5 % แบ่งเป็นระหว่างประเทศ 96,160 เที่ยว เพิ่ม 15.5 % ในประเทศ 173,840 เที่ยว เพิ่ม 2.1 %
ส่วนอีก 4 สนามบิน ได้แก่ 1.ภูเก็ตมีผู้โดยสาร 18.26 ล้านคน เพิ่ม 12.5 % มีเที่ยวบิน 116,500 เที่ยว เพิ่ม 11.1 % 2.เชียงใหม่มีผู้โดยสาร 10.81 ล้านคน เพิ่ม 8.4 % มีเที่ยวบิน 75,600 เที่ยว เพิ่ม 4.9 % 3.เชียงราย มีผู้โดยสาร 2.81 ล้านคน เพิ่ม 17.6 % มีเที่ยวบิน 19,700 เที่ยว เพิ่ม 16.7 % 4.หาดใหญ่ มีผู้โดยสาร 4.27 ล้านคน ลดลง 1.9 % มีเที่ยวบิน 29,200 เที่ยว ลดลง 4.2 %
สำหรับผู้โดยสารเข้าและออก ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินทั้ง 6 แห่ง แยกตามสัญชาติจำนวนมากสุดไล่ลงไปตามลำดับ คือ กลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก รัสเซีย และอเมริกา แยกเป็น 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน มีจำนวนมากสุด ท.กว่า 19.79 ล้านคน เพิ่ม 21.8 % ตามด้วย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย รัสเซีย อเมริกัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และอังกฤษ
ช่วงที่ 2 ออกไปลุยเที่ยว “นครสวรรค์ เมืองอาหารอร่อยล้ำ-แหล่งท่องเที่ยวแสนดี” ของกินแต่ละอย่างเด็ดอย่าบอกใคร ไฮไลต์ข้าวช่อราตรีแชมป์ระดับประเทศ ปลากรายเนื้อนุ่ม โมจิไส้ครบเครื่อง ปุยฝ้ายสวรรค์รสเลิศ กินเสร็จปีนไปเที่ยวยอดเขาหน่อแก้ว อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ เมืองไทยมีสุดยอดของดี จากนั้นก็มาดูว่า “อาการแพ้เครื่องสำอางมีวิธีป้องกันและแก้อย่างไร” ส่วนข่าวส่งท้าย “การบินไทย” ฮึดอีกรอบด้วยบริการลีมูนหรูผ่านออนไลน์ไป-กลับ สุวรรณภูมิ หวังเจาะตลาดคนรวยติดหรู “รถไฟ” ยิ้มกริ่มขายตั๋วเต็มแล้วช่วงปีใหม่ 28 ธ.ค.61- 4 ม.ค.2562 จัดรถไว้ 244 ขบวน รับได้วันละแสนคน ส่วน “เจ้าท่า” จัดใหญ่มาตรการความปลอดภัยเที่ยวทางเรือในกระบี่-อันดามัน
@นครสวรรค์เมืองอาหารเลิศรส-แหล่งเที่ยวแสนดี
เมืองท่องเที่ยวรองมีชื่อเสียงโด่งดังของศูนย์รวมของกินอร่อย ต้องยกให้ “นครสวรรค์” ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยารอยต่อภาคกลางตอนบนกับภาคเหนือตอนล่าง มีของอร่อยสมคำร่ำลือทั้ง “ขนมโมจิ” ต้นตำรับของเมืองไทย “ข้าวช่อราตรี” ของดีเมืองปากน้ำโพ “ลูกชิ้นปลากราย” รสนุ่มหนึบปลาล้วน ๆ ไร้แป้ง ได้ถูกกระจายไปผสมอยู่ในจานเด็ดตามร้านก๋วยเตี๋ยว “ขนมปุยฝ้าย” ที่ใช้ในงานเทศกาลมงคลมากมาย
“นครสวรรค์” เป็นเมืองการค้าเก่าแก่ขึ้นชื่อของปากน้ำโพ นครสวรรค์ เป็นอีกเมืองรองที่มีวัฒนธรรมอาหารถิ่น แปลกแตกต่างจากอีกหลายจังหวัด ไฮไลต์ “ข้าวช่อราตรี” มีคุณสมบัติโดดเด่นมากเมื่อนำมาหุงจะขึ้นหม้อ มีทั้งกลิ่นหอมและความนุ่มมาก เคยชนะเลิศคว้ารางวัลระดับประเทศมาแล้วเมื่อปี 2559
ส่วนขนม “ปุยฝ้ายสวรรค์” เป็นของฝากที่ใช้ในงานเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงความรุ่งเรืองเฟื่องฟู คล้ายลักษณะของขนม สำหรับรสชาติก็อร่อยไม่แพ้หน้าตาสวยหวานซึ้ง
“โมจิ” เป็นการนำขนมโมจิของญี่ปุ่นมาดัดแปลงรสชาติของไส้ให้ถูกปากคนไทย ครบเครื่องทั้งรสหวาน มัน เค็ม แตกต่างจากญี่ปุ่นจะเน้นไส้ที่มีความหวานเข้มข้นเพียงอย่างเดียว
เมื่อไปถึงนครสวรรค์ จะพลาดไม่ได้เลยในการเข้าไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง “เขาหน่อ-เขาแก้ว” ซึ่งเป็นจุดชมวิวท้าทายนักปีนป่ายเขาผ่านขั้นบันได เพื่อขึ้นไปยืนสูดโอโซนบนยอดสูงสุด ปรายตาทอดลงมามองจะเห็นทุ่งนาพาโนรามาเขียวขจี
“อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” สุดยอดแห่งความงามในผืนป่าตะวันตก มีเส้นทางให้เหล่านักผจญภัยต้องชวนกันพิชิตเทือกเขา “โมโกจู” ในอุทยานแห่งนี้ ขอบอกก่อนเลยว่าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ความสวยที่ซ่อนความท้าทายอยู่อย่างมาก
“วัดคีรีวงศ์” ที่ประดิษฐานพระเจดีย์ 4 ชั้น ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ มีพระจุฬามณีเจดีย์ สีทองอร่าม แต่ละชั้นมีรูปหล่อเกจิอาจารย์ดังและพระพุทธรูปจำลองสำคัญ ๆ อีกทั้งด้านบนสุดยังเป็นชมวิวทั้งเมืองนครสวรรค์ได้อย่างตระการตา
เที่ยวเมืองไทยไปนครสวรรค์ แล้วจะรู้ว่า “ของกินอาหารถิ่น” อร่อยล้ำ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวก็เทียบชั้นได้กับอีกหลายจังหวัดชั้นนำของเมืองไทย
@ผู้หญิงทั้งหลายเมื่อแพ้เครื่องสำอางต้องทำอย่างไร
การแพ้เครื่องสำอางมีลักษณะหลายประเภทต่าง ๆ กันตามกลไกการเกิดโรคดังนี้
1. ผิวหนังอักเสบจากภาวะภูมิไว้เกิน (Allergic Contact Dermatitis) เกิดจากสาร Paraphenylene diamine ในยาย้อมผม น้ำหอม ยาทาเล็บ สารกันบูด ยาระงับกลิ่นตัว ลิปสติก ทำให้มีผื่นแดง ตุ่มน้ำเหลืองเยิ้ม
2. ผิวหนังอักเสบจากภาวะภูมิไวเกิน ที่มีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น (Paoto Allergic Dermatitis) จะพบผื่นแดง อาจมีตุ่มน้ำและปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย บริเวณที่พบการอักเสบคือส่วนของผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้า เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม หู คอ พบบ่อยว่าเกิดจากสบู่ยา เครื่องสำอางที่ผสมน้ำหอม
3. ลมพิษตรงที่สัมผัสถูกสารเคมี (Contact Mrticaria) เช่น ใช้น้ำหอมทาที่ซอกคอก็เกิดผื่นลมพิษที่ซอกคอ ผื่นลมพิษนี้จะหายไปเองใน 24 ชม. ถ้าไม่ได้รับสารที่ทำให้เกิดลมพิษอีก มีการพบบ่อยในเครื่องสำอางที่ผสม Cinnamon Aldehyde, Cinnamon Acid, Benzoic Acid, Benzaldehyde)
กรณีที่เกิดการแพ้ขึ้นแล้วควรปฏิบัติอย่างไร?
ขั้นแรกให้รีบหยุดใช้เครื่องสำอางที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ รอดูอาการสัก 3-4 วัน ถ้าไม่ดีขึ้นหรือไม่หายให้ไปปรึกษาแพทย์ ระหว่างที่รออาจลองรักษาเองโดยใช้สำลี หรือผ้าขาวสะอาด ชุบน้ำต้มสุก ชะน้ำเหลืองออกวันละ 3-4 ครั้ง (ถ้ามีน้ำเหลืองเยิ้ม) ถ้าการอักเสบเป็นเพียงผื่นแดงไม่เยิ้ม ใช้น้ำสุกประคบก็ได้วันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 15-30 นาที หากมีอาการคันให้กินยาแก้แพ้ (คลอร์เฟนิรามีน) ขนาด 4 มก. ครั้งละ 1-2 เม็ด (สำหรับผู้ใหญ่) วันละ 3-4 ครั้ง
กรณีที่ไปพบแพทย์ ควรนำเครื่องสำอางพร้อมฉลากแนะนำผลิตภัณฑ์ติดตัวไปให้แพทย์ดูด้วย อาจช่วยให้การหาสาเหตุของการแพ้ง่ายขึ้น
มีวิธีการป้องกันการแพ้เครื่องสำอางหรือไม่?
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีที่เราเคยแพ้ แต่ในทางปฏิบัติเป็นการยากมาก เพราะมีหลายสาเหตุ และเครื่องสำอางประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิดรวมกัน คนที่แพ้ อาจจะแพ้สารเคมีชนิดเดียว หรือหลายๆชนิด ที่เป็นส่วนผสมก็ได้
ดังนั้นก็คงต้องลองดูก่อนที่จะนำมาใช้จริง โดยลองทาเป็นบริเวณเล็กๆ ที่ท้องแขน แล้วปล่อยไว้ 24-48 ชม. โดยไม่ให้ถูกน้ำ หากปรากฏว่าเกิดผื่นแดงชัดเจน หรือมีตุ่มน้ำร่วมด้วย แสดงว่าแพ้ ก็ไม่ควรนำมาใช้อีกต่อไป
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวที่ 1 บินไทยรุกบริการลีมูนซีนหรูไป-กลับสุวรรณภูมิ
นางปริยา จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ดิจิทัลและการตลาดรายได้เสริมองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ บริษัท แบล็ค ไท เซอร์วิส จำกัด ในเรื่องสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าการบินไทยได้ใช้รถลีมูซีนรับ-ส่ง และบริการอำนวยความสะดวกในสนามบิน ระดับเวิลด์คลาส หรูหรา ความปลอดภัย ตรงเวลา ไว้วางใจได้
นางสาวกนกพร ณ ระนอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบล็ค ไท เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า
ให้บริการลูกค้าคอร์เปอร์เรทระดับพรีเมี่ยมโดยจะให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวบินต่างประเทศของการบินไทยในสุวรรณภูมิเท่านั้น โดยจะนำประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรี่คอร์เปอร์เรทแบรนด์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มไพรเวทแบงค์กิ้ง ลักซ์ชัวรี่คาร์ กลุ่มประกันภัย กลุ่มวานิชธนกิจ กลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจสายการบิน
บริการดังกล่าวนี้ผู้โดยสารจะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทาง www.thaiairways.blacktie-limousine.com หรือ โทร. 0-2239-8800 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 น.
ข่าวที่สอง “ตั๋วรถไฟปีใหม่เต็มแล้ว244ขบวนวันละแสนคน”
นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)กล่าวว่า การรถไฟฯ เตรียมแผนรองรับการเดินทางชช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่าง 28 ธันวาคม 2561– 4 มกราคม 2562 โดยได้จัดขบวนรถไว้บริการวันละ 244 ขบวน พร้อมพ่วงเพิ่มตู้โดยสารทุกขบวน และเพิ่มพิเศษอีก 8 ขบวน รับได้วันละ 1 แสนคน เพียงพอจะไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รวมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่การรถไฟ ตำรวจรถไฟ คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย และเดินรถให้ตรงเวลา
แต่ละวันจะมีบริการขบวนนรถสายเหนือ 42 ขบวน รองรับได้ 17,294 คน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 58 ขบวน รองรับได้ 21,280 คน สายใต้ 76 ขบวนรองรับได้ 28,040 คน สายตะวันออก 26 ขบวน รองรับได้ 12,936 คน และสายแม่กลอง 42 ขบวน รองรับได้ 11,088 คน
ช่วงขาออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2561 สายเหนือกับอีสานจะเพิ่มอีก 4 ขบวน รับผู้โดยสารได้ 5,200 คน ส่วนเที่ยวกลับช่วงวันที่ 1 – 2 มกราคม 2562 อีก 4 ขบวน รองรับได้ 5,200 คน ขณะนี้ยอดจองตั๋วรถไฟเต็มแล้วทุกเส้นทาง 100 % โดยเฉพาะรถขบวนใหม่ เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพ - อุบลราชธานี ชั้น 1 และชั้น 2 เนื่องจาก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ได้จองตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าตามกติกาสามารถจองก่อนเดินทางได้ไม่เกิน 90 วัน
ข่าวที่สาม “เจ้าท่าเร่งเรือทัวร์กระบี่-อันดามันมาตรการเซฟตี้”
นาย สมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า ผลการประชุมร่วมระหว่างเจ้าท่ากับหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลในกระบี่และอันดามัน ได้กำหนดมาตรการดูแลการท่องเที่ยวทางน้ำเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องการตรวจความปลอดภัยทางน้ำประจำสัปดาห์ร่วมกัน 3 หน่วยงานหลัก คือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-เกาะพีพี
รวมทั้งการกำหนดและมอบหมายพื้นที่รับผิดชอบทางน้ำที่ชัดเจน ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ การซักซ้อมวิธีปฏิบัติร่วมกับผู้ประกอบการตรวจเรือก่อนออกจากจุด check point ของจังหวัดกระบี่ 9 แห่ง เน้นย้ำต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินที่กำหนด เสื้อชูชีพต้องครบและได้มาตรฐาน การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้โดยสาร อุปกรณ์ประจำเรือ เอกสารอนุญาตเรือและคนประจำเรือต้องถูกต้อง
และให้ผู้ประกอบการเรือเร็วถ่ายรูปเรือและผู้โดยสารก่อนออกเรือ ส่วนผู้ประกอบการต้องถ่ายทอดสื่อประชาสัมพันธ์การถอดบทเรียนอุบัติเหตุ เรือไฟไหม้ เรือระเบิด ไปยังนายท้าย ช่างเครื่อง ให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำ โดยเป็นการจัดทำร่วมกันระหว่างกรมเจ้าท่ากับภาคเอกชนผู้ผลิตเครื่องเรือ เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักในมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ
อีกทั้งยังได้ขอให้ผู้ประกอบการลดความเร็วและลดเสียงเรือหัวโทง ในเขตชุมชนและบริเวณพื้นที่จัดงานแสดง รวมถึงการหารือแนวทางกำหนดและประกาศค่าโดยสารทางน้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับนักท่องเที่ยว
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง FM 97.0 MHz.
นำพลังไทยด้านท่องเที่ยว-กีฬายิ่งใหญ่ในเวทีโลก
เสาร์ที่3พ.ย.พระราชทานน้ำหลวงอาบศพคุณวิชัย
คิงเพาเวอร์เปิด90ปีมิคกี้เมาส์บูมท่องเที่ยวข้ามปี
ททท.หนุนคุนหมิงแอร์ไลน์เพิ่มจีนเที่ยวหาดใหญ่โต
บางจากชวนร่วมทำหนังสือเสียงช่วยผู้พิการทางตา
ทีเส็บลุยเลือกโมเดลต้นแบบขอนแก่นไมซ์ซิตี้2แบบ
ทอท.ฉลุย6สนามบินปี’61ผู้โดยสารพุ่ง132ล้านคน
ทัวร์นครสวรรค์เมืองอาหารอร่อยล้ำ-แหล่งทัวร์เลิศ
อาการแพ้เครื่องสำอางมีวิธีรับมือให้สวยได้ตลอด
การบินไทยผุดลีมูซีนสุวรรณภูมิเจาะตลาดคนรวย
รถไฟยิ้มตั๋วปีใหม่ขายเกลี้ยง244ตู้ขนวันละแสนคน
เจ้าท่าเอาจริงมาตรการปลอดภัยเรือทัวร์อันดามัน
ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97
ช่วงที่ 1 เจาะลึกคุณูปการของนักธุรกิจคนไทยผู้“วิชัย ศรีวัฒนประภา” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ คือ “The Possible Man VS” ที่คนทั่วโลกพากันยกย่อง โดยได้สร้างผลงานมากมายตลอด 3 ทศวรรษ บุกเบิก 16 บริษัท 5 กลุ่มธุรกิจ ทำให้พลังคนไทยโด่งดังมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทั้งทางด้านร้านค้าปลีกการท่องเที่ยวดิวตี้ฟรี นำพาประเทศไทยมียอดขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับอินเตอร์ผู้สร้างปาฏิหารย์เมืองเลสเตอร์ สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือ “การสร้างและการให้โอกาส” คนทุกชนชาติได้รับอานิสงส์เหล่านี้วินวินไปด้วยกัน
พลังคนไทยที่ชื่อ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บุรุษผู้สร้างประวัติศาสตร์จนทั่วโลกพากันยกย่องสรรเสริญว่าเป็นสุภาพบุรุษสุดยอดนักธุรกิจ “ผู้ให้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด” ถึงแม้จะล่วงลับไปด้วยวัยเพียง 60 ปี จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตกบริเวณใกล้สนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม 2561
ทว่าคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้บุกเบิกและก่อตั้งไว้ 16 บริษัท จัดได้ 5 กลุ่มธุรกิจ เป็นน้ำหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจประเทศ สร้างและให้โอกาสกับผู้คน
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน “วิชัย ศรีวัฒนประภา” สกุลเดิม รักศรีอักษร บินลัดฟ้าจากฮ่องกง กลับบ้านเกิดในประเทศไทย พร้อม ๆ กับเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ กลุ่มแรก “ร้านค้าปลอดภาษีและอากร” ภายใต้ชื่อ บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อปี 2532 ยึดทำเลแรกในตึกมหาทุน พลาซ่า แล้วต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ โดยการแตกไลน์ตามลักษณะของธุรกิจ อาทิ บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, ดิวตี้ฟรี, แท็กฟรี, มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์, เอนเตอร์เทนเมนท์ และมหานคร
กระทั่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีครบวงจร ได้แก่
1.ดิวตี้ฟรีในเมือง (duty free downtown) ซึ่งรัฐบาลไทยเปิดเสรีเมื่อปี 2537 ทำให้คิง เพาเวอร์ ขยายสาขาได้ถึง 5 แห่ง ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ที่รางน้ำ และศรีวารี พัทยา ภูเก็ต และกำลังจะเปิดในตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ภายในปี 2561 เป็นต้นไป
2.ดิวตี้ฟรีสนามบิน (duty free airport ) ได้มาจากการลงแข่งขันประมูลสิทธิ์อย่างถูกต้องจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวม 5 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่
3.ดิวตี้ฟรีบนเครื่องบิน (duty free onbroad) ใน 2 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย และแอร์เอเชีย
ธุรกิจกลุ่มที่ 2 กีฬาฟุตบอล กับโปโล โดยเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับอินเตอร์เนชั่นแนล 2 สโมสร และยังได้บุกเบิกก่อตั้งสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย
ธุรกิจกลุ่มที่ 3 อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ และอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร เทรนด์ใหม่สไตล์ MIX USE ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในโครงการมีบริการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าดิวตี้ฟรี จุดชมวิวสูง และส่วนเชื่อมต่อกับคอนโดมิเนียม
ธุรกิจกลุ่มที่ 4 การโฆษณา การตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าของบริษัทเป็นหลัก รวมถึงการทำแบรนด์อินเฮาส์ของตนเอง
ธุรกิจกลุ่มที่ 5 เกี่ยวกับการบินบางประเภท ซึ่งเข้าไปถือหุ้นไทย แอร์เอเชีย บางส่วน และการดูแลเครื่องบินส่วนตัวที่ใช้ในกิจการสโมสรฟุตบอล
เส้นทางการพัฒนาธุรกิจจากจุดเริ่มเล็ก ๆ จนกลายเป็นอาณาจักรที่มีความมั่งคั่ง ตามที่นิตยสาร Forb จัดให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 5 ของเมืองไทย ประจำปี 2561 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 1.62 แสนล้านบาท
ตลอด 3 ทศวรรษที่ “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา” ก่อร่างสร้างขึ้นมาจนทำให้คนทั่วโลกรู้จัก “ประเทศไทย” รวมทั้งยังเป็นเสาหลักส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยได้สร้างรายได้เข้าสู่ระบบในเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล แต่ละยุคผ่านวิกฤตและความยากลำบากมาไม่ต่ำกว่า 10 รัฐบาล
ระหว่างปี 2532-2560 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ทำให้ร้านค้าดิวตี้ฟรีเป็นแม่เหล็กสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยใช้จ่ายเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 ล้านล้านบาท พร้อม ๆ กับสนับสนุนสินค้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 1,200 ราย นำสินค้ามาวางจำหน่ายในร้านดิวตี้ฟรีคิง เพาเวอร์ สาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงขณะนี้มูลค่าเกินกว่าครึ่งแสนล้านบาท
ประการสำคัญ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ “จ่ายภาษี-ผลตอบแทนรัฐ” อย่างสม่ำเสมอมาตลอด 29 ปี รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การชำระค่าตอบแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องกว่า 80,000 ล้านบาท จ่ายภาษีธุรกิจคืนรัฐประมาณ 25,000 ล้านบาท ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนไทยนับจากวันเริ่มต้นที่อาคารมหาทุน พลาซ่า มีพนักงานแค่หลักร้อยคน กระทั่งวันนี้มีสาขาทั่วประเทศรวมพนักงานไม่ต่ำกว่า 10,000 คน
ทศวรรษที่ 1 ระหว่างปี 2532-2542
ช่วง 10 ปีแรก หลังจากได้รับใบอนุญาตให้เปิดร้านค้าปลอดภาษีและอากร (duty/tax free) แห่งแรกในประเทศไทย โดยใช้อาคาร “มหาทุนพลาซ่า” เป็นฐานที่มั่นรวม 7 ปี จากปี 2533 มาจนถึงปี 2537
ปี 2534 หลังบุกเบิกธุรกิจดิวตี้ฟรีในเมืองแห่งแรกของไทยสำเร็จ ถัดไปเพียง 1 ปี คุณวิชัยได้ขยายแนวรุกไปยังต่างประเทศ โดยขยายสู่ต่างประเทศ จากการได้รับอนุญาตให้เปิด “ดิวตี้ฟรีกัมพูชา” ขึ้นอีกแห่ง เปิดบริการประมาณ 12 ปี ก็ยุติลงเมื่อปี 2545
ปี 2536 คุณวิชัยได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งจากการได้รับสัมปทานเปิดร้านค้าดิวตี้ฟรีในสนามบินดอนเมือง (airport duty free) เป็นเวลา 10 ปี ครบสัญญาเมื่อปี 2545
ปี 2538-2540 ทางรัฐบาลจีนสนับสนุนให้คิง เพาเวอร์ ใช้พื้นที่ในบริเวณกำแพงเมืองจีน กรุงปักกิ่ง เปิดร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก พร้อม ๆ กับการได้สัมปทานในสนามบินไคตั๊ก พัฒนาร้านค้าดิวตี้ฟรีที่เกาะฮ่องกง
ปี 2540-2549 คุณวิชัยนำทีมสร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ในการเข้าบริหารร้านค้าดิวตี้ฟรีบริเวณชั้น 7 อาคารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อีกทั้งยังได้สัมปทานจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ให้เปิดร้านค้าในสนามบินดอนเมืองต่อเป็นครั้งที่ 2
ปี 2542 สามารถทำธุรกิจดิวตี้ฟรีแบบครบวงจร เมื่อ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สิทธิ์คิง เพาเวอร์ สามารถนำสินค้าขึ้นไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทยในทุกเที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็นเวลา 3 ปี สัญญาแรกสิ้นสุดปี 2544
ทศวรรษที่ 2 ช่วงปี 2543-2549
ปี 2549 คุณวิชัย นำคิงเพาเวอร์ประเดิมการบริหารจัดการพื้นที่ร้านค้าดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ (commercial area) ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเปิดบริการปีแรก
รวมถึงเป็นปีที่ได้ก่อสร้างอาณาจักรใหม่เป็นของตนเอง บนที่ดินเช่าใช้จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พื้นที่ขนาด 30 ไร่ เดิมเคยเป็นที่ตั้งองค์การรับส่งพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) แล้วถูกยุบทิ้งในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ดินดังกล่าวได้รับการแปลงโฉมใหม่กลายเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งแห่งใหม่ของเมืองไทย
คิง เพาเวอร์ ทุ่มเงินราว 3,500 ล้านบาท ก่อสร้าง อาคารคิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่ระหว่างซอยรางน้ำและศรีอยุธยา ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 ร้านค้าปลอดอากรในเมืองมีเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมเป็นลูกโลกครึ่งใบเรียกว่า Crown Complex มีพื้นที่ กว่า 10,000 ตารางเมตร เปิดขายสินค้าปลอดอากร ปลอดภาษี สินค้าหัตถกรรมไทยและไทยโมเดิร์น พร้อมภัตตาคาร ร้านอาหาร และโรงละครอักษรา ขนาด 1,200 ที่นั่ง
ส่วนที่ 2 อาคารสำนักงานใหญ่ 9 ชั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยรวม 12,250 ตารางเมตร
ส่วนที่ 3 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซึ่งเปิดเป็นแห่งแรกในเอเชีย ด้วยสไตล์ City Hotel กึ่งรีสอร์ต จำนวน 430 ห้อง มีห้องอาหาร ห้องประชุม สัมมนา และบริการครบวงจร
ปี 2550 คิง เพาเวอร์ หวนกลับไปได้สัญญาจากการนำสินค้าขึ้นไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทยอีกครั้ง
ทศวรรษที่ 3 ระหว่างปี 2553-ปัจจุบัน
ปี 2554 คุณวิชัยประกาศขยายดิวตี้ฟรีในเมืองสาขาแรกในต่างจังหวัด โดยเลือกพัทยาซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน
ในปีเดียวกันก็ยังได้ร่วมมือกับ “แอร์ เอเชีย” ซึ่งเป็นสายการบินแบบประหยัดรายแรกของทวีปเอเชีย นำสินค้าดิวตี้ฟรีขึ้นไปขายบนเครื่องทุกเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ปี 2555 เมื่อรัฐบาลประกาศให้กลับมาเปิดใช้สนามบินนานาชาติดอนเมืองอีกครั้ง หลังจากปิดมาถึง 7 ปี ครั้งนั้นคุณวิชัยเข้าร่วมประมูลพื้นที่ร้านค้าดิวตี้ฟรีดอนเมืองใหม่อีกครั้งและสามารถชนะการประมูลได้สิทธิจำหน่ายสินค้าแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ กลายเป็นเจ้าของพื้นที่ดิวตี้ฟรีสนามบินศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ทั้ง 2 แห่ง คือสุวรรณภูมิและดอนเมือง
ปี 2556 เพียงหนึ่งปีให้หลังก็ได้ลงทุนใช้เงินกว่า 3,000 ล้านบาท เนรมิต “คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์”เมกะโปรเจ็กต์ดิวตี้ฟรีในเมือง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มีไว้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการแวะช้อป และรับประทานอาหาร เพื่อรอเวลาจะขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องไปแออัดกันอยู่ในสนามบิน ปัจจุบันศรีวารีเป็นร้านค้าดิวตี้ฟรีที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะปีละหลายล้านคน
ปี 2557 คุณวิชัยได้สร้างปรากฏการณ์ลงทุนอีก 2 โครงการ นั่นคือนำคิง เพาเวอร์ เข้าไปจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีบนเครื่องแอร์เอเชียอีกครั้งครอบคลุมเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก รวมทั้งได้เปิดร้าน “เลสเตอร์ ซิตี้แฟน” แห่งแรกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม
ปี 2559 ทุ่มทุนสร้างดิวตี้ฟรีในเมืองภูเก็ต ขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวฝั่งทะเลอันดามัน โดยเปิดทั้งชั้น นำสินค้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนไปวางจำหน่าย ช่วยยกระดับสินค้าไทย
ปี 2560 ในเดือนตุลาคม ได้ปิดปรับปรุงอาคารร้านค้าดิวตี้ฟรีเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ปรับโฉมเปิดบริการใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2561 จนถึงขณะนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ล้ำสมัยในการ “เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ด้วยดีไซน์ทันสมัยสีสันสดใส พร้อมกับเพิ่มไฮไลต์ใหม่นำร้านอาหารสตรีทฟู้ดแถวหน้าของเมืองไทยมาไว้ในคอมเพล็กซ์ ชั้น 3 พร้อม ๆ กับแปลงโฉมบริเวณลานด้านหน้าอาคารให้กลายเป็น “ฟาวเท่น สแควร์” เพื่อใช้จัดกิจกรรมอีเวนต์กลางแจ้งช่วงเทศกาลสำคัญ อาทิ เคาน์ดาวน์ ปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง และกิจกรรมบันเทิงพิเศษ กระตุ้นการท่องเที่ยว ดึงดูดคนไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเยือนเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้คึกคักต่อเนื่องทุกปี
โดยยังคงส่วนประกอบของอาคารโดยรวมไว้คือ อาคารสำนักงานใหญ่ 9 ชั้น และโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ 430 ห้อง มีห้องอาหาร ห้องประชุม สัมมนา และบริการครบวงจร
กลุ่มที่ 2 “ธุรกิจฟุตบอล” นำคิง เพาเวอร์ เข้าเป็นเจ้าของสโมสรใหญ่ในทวีปยุโรปถึง 2 สโมสร
เริ่มจากปี 2553 คุณวิชัยสร้างความฮือฮาทั่วโลก ในการตัดสินใจจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในนามกิจการร่วมค้า “เอเชียน ฟุตบอล อินเวสต์เมนท์” ใช้เงินทุนเกือบ 5,000 ล้านบาท (100 ล้านปอนด์) เข้าสู่ซื้อสโมสรฟุตบอล “เลสเตอร์ ซิตี้” ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ได้ครอบครองทรัพย์สินหลัก ๆ คือ สนามฟุตบอล สถาบันฝึกสอนฟุตบอล และวอล์เกอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”
ปี 2560 ถัดจากนั้นอีก 7 ปี ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีดังกล่าว เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลแห่งที่ 2 “Oud-Heverlee Leuven : OHL” ประเทศเบลเยี่ยม
ไฮไลต์สำคัญคือ คุณวิชัยใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถนำ “สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้” ซึ่งตกชั้นมายาวนาน 132 ปี ผงาดคว้าแชมป์ “ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ” เป็นผลสำเร็จได้ในฤดูกาล ปี 2015/2016 เปิดประวัติศาสตร์โลกครั้งสำคัญเป็นตำนานได้รับการกล่าวขานถึงจากทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ถึงศักยภาพความสามารถของนักธุรกิจไทย
นั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ชาวเมืองเลสเตอร์รักคุณวิชัยและครอบครัว ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงปลุกเมืองที่เคยหลับไหลให้ตื่นมามีชีวิตคึกคักในหลาย ๆ ด้าน ทั้งชื่อเสียงซึ่งทำให้คนทั่วโลกรู้จักมากขึ้น สร้างเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คนเลสเตอร์ ดีขึ้น ๆ ตามลำดับ โดยนำเงินบริจาคช่วยด้านการศึกษา โรงพยาบาล สร้างงาน สร้างโอกาสให้ชาวยุโรป และนักเตะมีรายได้เป็นกอบกำ
ในปี 2560 ได้ใช้เงินราว 500 ล้านบาท ซื้อสนามแฮมโปโล ใจกลางกรุงลอนดอน พัฒนาปรับปรุงแล้วแปลี่ยนชื่อเป้น คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค
ปี 2561 ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประกาศใช้เงิน 14,000 ล้านบาท ซื้อโครงการขนาดใหญ่คิง เพาเวอร์ มหานคร กลุ่มธุรกิจใหม่ถอดด้าม อสังหาริมทรัพย์สไตล์ Mix Use เตรียมเปิดบริการอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้
วิชัย ศรีวัฒนประภา คือ THE IMPOSSIBLEMAN VS คือผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ทั่วโลกต้องจดจำไปตลอดกาล
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวแรก “พระราชทานน้ำหลวงอาบศพคุณวิชัยคิงเพาเวอร์”
กำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ณ ศาลากวีนิรมิต (กลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 17.30 น.พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ เวลา 18.30 น.พิธีสวดอภิธรรมศพ
วันอาทิตย์ที่ 4 – วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 พิธีสวดอภิธรรมศพ ทุกวันเวลา 19.00 น.
การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศแปดเหลี่ยม ฉัตรเบญจาตั้งประดับ ปี่ กลองชนะประโคมเวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเวลากลางคืน กำหนด 3 คืน
ในการนี้ เจ้าภาพขอความร่วมมืองดพวงหรีด โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถร่วมบำเพ็ญกุศลสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช
ข่าวที่ 2 “คิงเพาเวอร์เปิด90ปีมิคกี้เมาส์ดึงคนเที่ยวยาว
นายนิพนธ์ รักศรีอักษร รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เป็นประธานเปิดงาน “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เมื่อเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นแคมเปญความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์ ต่อเนื่อง 88 วัน ณ บริเวณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนศกนี้ - 27 มกราคม 2562 เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ร่วมในดินแดนมหัศจรรย์ 6 โซน พร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยระบบ 3D แม็ปปิ้ง นิทรรศการภาพวาดโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินไทยชั้นนำระดับประเทศ
การจัดงานฉลอง 90 ปี แห่งความมหัศจรรย์ของมิคกี้ เม้าส์ ที่ได้เดบิวต์ครั้งแรกในการ์ตูนสั้นเรื่อง Steamboat Willie กำกับโดย วอลท์ ดีสนีย์ เมื่อ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1928 (พ.ศ.2471) ซึ่งวันดังกล่าวทุกปีจึงกลายมาเป็นวันเกิดของมิคกี้ เม้าส์ ปีนี้ได้นำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
การเปิดงานวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นตามกำหนด โดยมีเหล่าดาราดังและศิลปินชั้นนำให้เกียรติร่วมงานคับคั่ง อาทิ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ควงคู่มากับก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พร้อมด้วยคู่เพื่อนรัก เบลล์-เขมิศรา พลเดช และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย และลูกๆ ทั้ง 4 ได้แก่ ออกัส ออก้า ออกู๊ด และ ออเกรซ ส่วน เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค มาพร้อม เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
ตลอดการจัดงาน 88 วัน ทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เนรมิตพื้นที่ด้วยการดีไซน์เรื่องราวของมิคกี้ เมาส์ ให้นักท่องเที่ยวด้เดินชมดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 6 โซน ได้แก่
1.“เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส (Celebration Express)” รถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟิกแอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับรถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริง ๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
2.“การ์เด้น ออฟ ดรีมส์ (Garden of Dreams)” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้แฟนๆ สามารถสนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่
3.“มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด (Mickey and Friends Boulevard)” ออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตกแต่งอาคารทั้งสองฝั่งถนนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่าง ๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล พร้อมมีกิจกรรมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ช่วงเย็นด้วยขบวนพาเหรดสร้างความประทับใจให้ทุกคน
4.“มิคกี้ ฮอลล์เวย์ (Mickey Hallway)” ผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารัก ๆ และจอสำหรับเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือนดังนี้
- เดือนพฤศจิกายน แฟนๆ จะได้สนุกไปกับเหล่าเพื่อนผองจากดีสนีย์ในเกมโยนลูกบอลลงห่วงรูปมิคกี้ เม้าส์
- เดือนธันวาคม สนุกไปกับกิจกรรมปั้นหิมะเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
-เดือนมกราคมจะมีกล่องรางวัลมากมาย ที่จะมีพลุออกมาเมื่อสัมผัส
5.“เมกา สโตร์ (Mega Store)” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ออกแบบมาเพื่อร่วมเทศกาลนี้ มีสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ วางจำหน่ายในช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของมิคกี้ เม้าส์ โดยมีสินค้ามิคกี้ เม้าส์ คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก
6.“มิคกี้ แกลเลอรี่ (Mickey Gallery)” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดย 9 ศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมาย เพื่อฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์
ไฮไลต์วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 แฟนดีสนีย์ และลูกค้า คิง เพาเวอร์ จะได้มีโอกาสกระทบไหล่กับเหล่าผองเพื่อนตัวโปรดจากดีสนีย์ และชวนคนเกิดเดือนพฤศจิกายน 1,928 คน มาร่วมสร้างสถิติกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดส ร่วมเป่าเทียน 1,928 เล่มพร้อมกันเพื่อฉลองวันเกิดให้มิคกี้ เม้าส์ พร้อมทั้งร่วมปล่อยบอลลูนสู่ท้องฟ้า 1,928 ลูกสู่ท้องฟ้า แล้วจากนั้นก็สามารถร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ตลอดระหว่าง 23- 25 พฤศจิกายน 2561
สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชวนนักท่องเที่ยวร่วมได้ภายในงาน ประกอบไปด้วย กิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างสรรค์แอคเซสเซอรี่สไตล์ดีสนีย์ ชมการแสดง แสง สี เสียง และ 3D แม็ปปิ้ง สุดตระการตา ในโอกาสพิเศษนี้ แฟน ๆ มิคกี้เมาส์จะได้พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษมากมายทั้งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ตุ๊กตา เครื่องครัว เครื่องใช้ต่าง ๆ
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ในร้านคิง เพาเวอร์ ทุกสาขา รวมทั้ง เมกา สโตร์ (Mega Store) บริเวณ ถนนรางน้ำ โดยไม่ต้องมีเที่ยวบินเดินทางไปต่างประเทศก็ซื้อได้เช่นเดียวกับ “สินค้าป้ายฟ้า” พร้อมจำหน่ายและเปิดให้ช้อปได้ปกติเหมือนสินค้าทั่วไป
ข่าวที่ 3 “ททท.หนุนคุนหมิงแอร์เพิ่มจีนดันหาดใหญ่โต”
นางฐิติพร มณีเนตร ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สายการบินคุนหมิงแอร์ไลน์ ได้กลับมาเปิดบินตรงในช่วงตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2561 – 30 มีนาคม 2562 เส้นทางไป-กลับ ไท่หยวน-คุนหมิง-หาดใหญ่ ด้วยเที่ยวบิน KY8361 และ KY8362 ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองของไทย บริเวณเชื่อมโยงจากหาดใหญ่ สงขลา สู่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จะเติบโตเพิ่มจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งแต่ละปีเดินทางเข้าเมืองไทย 6.7 - 7 แสนคน โดยนิยมไปพักผ่อนตามจังหวัดที่มีหาดทรายชายทะเล ชอบใช้จ่ายเงินรับประทานอาหารอร่อย ช้อปปิ้ง
ตามที่ ททท. ประเมินสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นฟูกลับมาและจะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ตามปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 10.5 – 10.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5 – 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้ประเทศได้ถึง 5.9 – 6.02 แสนล้านบาท เพิ่ม 10 – 12% ปี 2562 ตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีนไว้ประมาณ 11.1 ล้านคน เพิ่ม 4% และสามารถสร้างรายได้กระจายสู่ทั่วประเทศอีกประมาณ 6.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9 %
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 นางนิติพรร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ KY8361 ที่เดินทางมาถึงหาดใหญ่ พร้อมกับมอบของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มดังกล่าว โดยมีนายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าการราชการจังหวัดสงขลา Ms. Yilin Jin รองกงสุลใหญ่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสงขลา พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในจังหวัดสงขลาร่วมมือกันอย่างแข็งขัน
ข่าวที่ 4 “บางจากชวนร่วมทำหนังสือเสียงช่วยสังคม”
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ในเฟสบุ๊ค เชิญชวนให้ร่วมโครงการ จัดทำหนังสือเสียง ให้แก่ผู้พิการทางสายตา ซึ่งหนังสือคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ จึงเปิดให้คนที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์หนังสือเสียง เพื่อส่งมอบความสุขและโอกาสให้กับผู้พิการทางสายตา
ผู้ที่สนใจร่วมสร้างสรรค์การทำหนังสือเสียง สามารถเข้าร่วมได้ในช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
1.ผ่านแอพพลิเคชั่น “Read for the Blind” ด้วยการอ่านหนังสือหรือบทความสั้นๆ ที่น่าสนใจ ได้อย่างง่ายๆและสะดวกมากขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/ReadfortheBlind
2. ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย ผ่านโปรแกรม OBI ข้อมูลเพิ่มเติม www.nlbp.org, www.facebook.com/daisyth.team
ข่าวที่ 5 “TCEBผนึกรัฐ/เอกชนปั้นโมเดลขอนแก่นไมซ์ซิตี้”
นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ได้นำทีมลงพื้นที่ไมซ์ ซิตี้ จังหวัดขอนแก่น เพื่อผนึกกำลังกันประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) กับรัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมไมซ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมมากกับการขับเคลื่อนไมซ์เพื่อกระจายรายได้สู่เมืองและชุมชน
โดยได้เดินหน้าสร้างความเข้าใจในอุตสาหกรรมไมซ์กับหน่วยราชการ ถ่ายทอดองค์ความรู้เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้า ขณะเดียวกันทีเส็บยังได้เชิญวิทยากรระดับมืออาชีพจากศูนย์ประชุมในกรุงเทพฯ ไปสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มผู้ฟังโดยได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากทั้ง นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมเวิร์คช็อปพร้อมกับแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้เข้าร่วมงาน
ระหว่างการเวิร์คช็อปครั้งนี้ มีการนำเสนอให้ขอนแก่นเป็นโมเดลต้นแบบไมซ์ซิตี้ โดยผู้เข้าร่วมได้เสนอความเหมาะสมให้เลือก 4 รูปแบบ ประกอบด้วย 1. เมืองขอนแก่นตั้ง Convention and Visitors Bureau :cvb ขึ้นเอง เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม อุตสาหกรรมไมซ์ 2. สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์ประสานงาน 3. ตั้งสมาคมไมซ์ของเมืองขอนแก่น โดยเอกชน 4. ทีเส็บลงทุนไปตั้งสำนักงานสาขาแห่งใหม่เพื่อทำหน้าที่พัฒนาไมซ์แบบครบวงจร
ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมสนใจโมเดลแบบที่ 2 ให้สถาบันการศึกษาเป็นศูนย์ประสานงาน จากนั้นจะยกระดับไปสู่แบบที่ 3 ให้เอกชนขับเคลื่อนการจัดตั้งสมาคมไมซ์ ซิตี้ ขึ้น เพื่อความยั่งยืน โดยให้ยึดแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายต้องมีความพร้อมเดินหน้าไปด้วยกันแล้วทำงานเป็นทีม พัฒนาโมเดลขอนแก่นไมซ์ ซิตี้ ให้ก้าวหน้าต่อไป
ข่าวที่ 6“ทอท.ทำ6สนามบินผู้โดยสารปี61พุ่ง132ล้านคน”
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” กล่าวว่า ปี 2561 ได้สรุปผลการดำเนินงาน ระหว่างตุลาคม 2560 – กันยายน 2561 ท่าอากาศยาน ทอท.ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีผู้โดยสารใช้บริการมากถึง 139.52 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8 % แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 80.49 ล้านคน เพิ่ม 11 % โดยสารภายในประเทศ 59.03 ล้านคน เพิ่ม 4.2 % ส่วนเที่ยวบินจำนวน 875,000 เที่ยว เพิ่ม 6.2 % แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 462,230 เที่ยวเพิ่ม 11.3 % และเที่ยวบินภายในประเทศ 412,770 เที่ยว เพิ่ม 1.1 %
สถิติผู้โดยสารมากสุดคือ สุวรรณภูมิ 62.81 ล้านคน เพิ่ม 6.3 % แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 51.15 ล้านคน เพิ่ม 6.6 % ผู้โดยสารภายในประเทศ 11.66 ล้านคน เพิ่ม 5.3 % มีเที่ยวบิน 364,000 เที่ยว เพิ่ม 5.3 % แบ่งเป็นระหว่างประเทศ 277,900 เที่ยว เพิ่ม 6.9 % เที่ยวบินในประเทศ 86,100 เที่ยว เพิ่ม 0.3 %
รองลงมาคือดอนเมืองมีผู้โดยสาร 40.56 ล้านคน เพิ่ม 9.1 % แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 15.83 ล้านคน เพิ่ม 19.2 % ผู้โดยสารภายในประเทศ 24.73 ล้านคน เพิ่ม 3.5 % มีเที่ยวบิน 270,000 เที่ยว เพิ่ม 6.5 % แบ่งเป็นระหว่างประเทศ 96,160 เที่ยว เพิ่ม 15.5 % ในประเทศ 173,840 เที่ยว เพิ่ม 2.1 %
ส่วนอีก 4 สนามบิน ได้แก่ 1.ภูเก็ตมีผู้โดยสาร 18.26 ล้านคน เพิ่ม 12.5 % มีเที่ยวบิน 116,500 เที่ยว เพิ่ม 11.1 % 2.เชียงใหม่มีผู้โดยสาร 10.81 ล้านคน เพิ่ม 8.4 % มีเที่ยวบิน 75,600 เที่ยว เพิ่ม 4.9 % 3.เชียงราย มีผู้โดยสาร 2.81 ล้านคน เพิ่ม 17.6 % มีเที่ยวบิน 19,700 เที่ยว เพิ่ม 16.7 % 4.หาดใหญ่ มีผู้โดยสาร 4.27 ล้านคน ลดลง 1.9 % มีเที่ยวบิน 29,200 เที่ยว ลดลง 4.2 %
สำหรับผู้โดยสารเข้าและออก ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินทั้ง 6 แห่ง แยกตามสัญชาติจำนวนมากสุดไล่ลงไปตามลำดับ คือ กลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก รัสเซีย และอเมริกา แยกเป็น 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน มีจำนวนมากสุด ท.กว่า 19.79 ล้านคน เพิ่ม 21.8 % ตามด้วย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย รัสเซีย อเมริกัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และอังกฤษ
ช่วงที่ 2 ออกไปลุยเที่ยว “นครสวรรค์ เมืองอาหารอร่อยล้ำ-แหล่งท่องเที่ยวแสนดี” ของกินแต่ละอย่างเด็ดอย่าบอกใคร ไฮไลต์ข้าวช่อราตรีแชมป์ระดับประเทศ ปลากรายเนื้อนุ่ม โมจิไส้ครบเครื่อง ปุยฝ้ายสวรรค์รสเลิศ กินเสร็จปีนไปเที่ยวยอดเขาหน่อแก้ว อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ เมืองไทยมีสุดยอดของดี จากนั้นก็มาดูว่า “อาการแพ้เครื่องสำอางมีวิธีป้องกันและแก้อย่างไร” ส่วนข่าวส่งท้าย “การบินไทย” ฮึดอีกรอบด้วยบริการลีมูนหรูผ่านออนไลน์ไป-กลับ สุวรรณภูมิ หวังเจาะตลาดคนรวยติดหรู “รถไฟ” ยิ้มกริ่มขายตั๋วเต็มแล้วช่วงปีใหม่ 28 ธ.ค.61- 4 ม.ค.2562 จัดรถไว้ 244 ขบวน รับได้วันละแสนคน ส่วน “เจ้าท่า” จัดใหญ่มาตรการความปลอดภัยเที่ยวทางเรือในกระบี่-อันดามัน
@นครสวรรค์เมืองอาหารเลิศรส-แหล่งเที่ยวแสนดี
เมืองท่องเที่ยวรองมีชื่อเสียงโด่งดังของศูนย์รวมของกินอร่อย ต้องยกให้ “นครสวรรค์” ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยารอยต่อภาคกลางตอนบนกับภาคเหนือตอนล่าง มีของอร่อยสมคำร่ำลือทั้ง “ขนมโมจิ” ต้นตำรับของเมืองไทย “ข้าวช่อราตรี” ของดีเมืองปากน้ำโพ “ลูกชิ้นปลากราย” รสนุ่มหนึบปลาล้วน ๆ ไร้แป้ง ได้ถูกกระจายไปผสมอยู่ในจานเด็ดตามร้านก๋วยเตี๋ยว “ขนมปุยฝ้าย” ที่ใช้ในงานเทศกาลมงคลมากมาย
“นครสวรรค์” เป็นเมืองการค้าเก่าแก่ขึ้นชื่อของปากน้ำโพ นครสวรรค์ เป็นอีกเมืองรองที่มีวัฒนธรรมอาหารถิ่น แปลกแตกต่างจากอีกหลายจังหวัด ไฮไลต์ “ข้าวช่อราตรี” มีคุณสมบัติโดดเด่นมากเมื่อนำมาหุงจะขึ้นหม้อ มีทั้งกลิ่นหอมและความนุ่มมาก เคยชนะเลิศคว้ารางวัลระดับประเทศมาแล้วเมื่อปี 2559
ส่วนขนม “ปุยฝ้ายสวรรค์” เป็นของฝากที่ใช้ในงานเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ เพื่อสื่อถึงความรุ่งเรืองเฟื่องฟู คล้ายลักษณะของขนม สำหรับรสชาติก็อร่อยไม่แพ้หน้าตาสวยหวานซึ้ง
“โมจิ” เป็นการนำขนมโมจิของญี่ปุ่นมาดัดแปลงรสชาติของไส้ให้ถูกปากคนไทย ครบเครื่องทั้งรสหวาน มัน เค็ม แตกต่างจากญี่ปุ่นจะเน้นไส้ที่มีความหวานเข้มข้นเพียงอย่างเดียว
เมื่อไปถึงนครสวรรค์ จะพลาดไม่ได้เลยในการเข้าไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง “เขาหน่อ-เขาแก้ว” ซึ่งเป็นจุดชมวิวท้าทายนักปีนป่ายเขาผ่านขั้นบันได เพื่อขึ้นไปยืนสูดโอโซนบนยอดสูงสุด ปรายตาทอดลงมามองจะเห็นทุ่งนาพาโนรามาเขียวขจี
“อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” สุดยอดแห่งความงามในผืนป่าตะวันตก มีเส้นทางให้เหล่านักผจญภัยต้องชวนกันพิชิตเทือกเขา “โมโกจู” ในอุทยานแห่งนี้ ขอบอกก่อนเลยว่าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ความสวยที่ซ่อนความท้าทายอยู่อย่างมาก
“วัดคีรีวงศ์” ที่ประดิษฐานพระเจดีย์ 4 ชั้น ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ มีพระจุฬามณีเจดีย์ สีทองอร่าม แต่ละชั้นมีรูปหล่อเกจิอาจารย์ดังและพระพุทธรูปจำลองสำคัญ ๆ อีกทั้งด้านบนสุดยังเป็นชมวิวทั้งเมืองนครสวรรค์ได้อย่างตระการตา
เที่ยวเมืองไทยไปนครสวรรค์ แล้วจะรู้ว่า “ของกินอาหารถิ่น” อร่อยล้ำ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวก็เทียบชั้นได้กับอีกหลายจังหวัดชั้นนำของเมืองไทย
@ผู้หญิงทั้งหลายเมื่อแพ้เครื่องสำอางต้องทำอย่างไร
การแพ้เครื่องสำอางมีลักษณะหลายประเภทต่าง ๆ กันตามกลไกการเกิดโรคดังนี้
1. ผิวหนังอักเสบจากภาวะภูมิไว้เกิน (Allergic Contact Dermatitis) เกิดจากสาร Paraphenylene diamine ในยาย้อมผม น้ำหอม ยาทาเล็บ สารกันบูด ยาระงับกลิ่นตัว ลิปสติก ทำให้มีผื่นแดง ตุ่มน้ำเหลืองเยิ้ม
2. ผิวหนังอักเสบจากภาวะภูมิไวเกิน ที่มีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น (Paoto Allergic Dermatitis) จะพบผื่นแดง อาจมีตุ่มน้ำและปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วย บริเวณที่พบการอักเสบคือส่วนของผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้า เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม หู คอ พบบ่อยว่าเกิดจากสบู่ยา เครื่องสำอางที่ผสมน้ำหอม
3. ลมพิษตรงที่สัมผัสถูกสารเคมี (Contact Mrticaria) เช่น ใช้น้ำหอมทาที่ซอกคอก็เกิดผื่นลมพิษที่ซอกคอ ผื่นลมพิษนี้จะหายไปเองใน 24 ชม. ถ้าไม่ได้รับสารที่ทำให้เกิดลมพิษอีก มีการพบบ่อยในเครื่องสำอางที่ผสม Cinnamon Aldehyde, Cinnamon Acid, Benzoic Acid, Benzaldehyde)
กรณีที่เกิดการแพ้ขึ้นแล้วควรปฏิบัติอย่างไร?
ขั้นแรกให้รีบหยุดใช้เครื่องสำอางที่สงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ รอดูอาการสัก 3-4 วัน ถ้าไม่ดีขึ้นหรือไม่หายให้ไปปรึกษาแพทย์ ระหว่างที่รออาจลองรักษาเองโดยใช้สำลี หรือผ้าขาวสะอาด ชุบน้ำต้มสุก ชะน้ำเหลืองออกวันละ 3-4 ครั้ง (ถ้ามีน้ำเหลืองเยิ้ม) ถ้าการอักเสบเป็นเพียงผื่นแดงไม่เยิ้ม ใช้น้ำสุกประคบก็ได้วันละ 3-4 ครั้ง ๆ ละ 15-30 นาที หากมีอาการคันให้กินยาแก้แพ้ (คลอร์เฟนิรามีน) ขนาด 4 มก. ครั้งละ 1-2 เม็ด (สำหรับผู้ใหญ่) วันละ 3-4 ครั้ง
กรณีที่ไปพบแพทย์ ควรนำเครื่องสำอางพร้อมฉลากแนะนำผลิตภัณฑ์ติดตัวไปให้แพทย์ดูด้วย อาจช่วยให้การหาสาเหตุของการแพ้ง่ายขึ้น
มีวิธีการป้องกันการแพ้เครื่องสำอางหรือไม่?
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีที่เราเคยแพ้ แต่ในทางปฏิบัติเป็นการยากมาก เพราะมีหลายสาเหตุ และเครื่องสำอางประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิดรวมกัน คนที่แพ้ อาจจะแพ้สารเคมีชนิดเดียว หรือหลายๆชนิด ที่เป็นส่วนผสมก็ได้
ดังนั้นก็คงต้องลองดูก่อนที่จะนำมาใช้จริง โดยลองทาเป็นบริเวณเล็กๆ ที่ท้องแขน แล้วปล่อยไว้ 24-48 ชม. โดยไม่ให้ถูกน้ำ หากปรากฏว่าเกิดผื่นแดงชัดเจน หรือมีตุ่มน้ำร่วมด้วย แสดงว่าแพ้ ก็ไม่ควรนำมาใช้อีกต่อไป
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวที่ 1 บินไทยรุกบริการลีมูนซีนหรูไป-กลับสุวรรณภูมิ
นางปริยา จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ดิจิทัลและการตลาดรายได้เสริมองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับ บริษัท แบล็ค ไท เซอร์วิส จำกัด ในเรื่องสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าการบินไทยได้ใช้รถลีมูซีนรับ-ส่ง และบริการอำนวยความสะดวกในสนามบิน ระดับเวิลด์คลาส หรูหรา ความปลอดภัย ตรงเวลา ไว้วางใจได้
นางสาวกนกพร ณ ระนอง ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบล็ค ไท เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า
ให้บริการลูกค้าคอร์เปอร์เรทระดับพรีเมี่ยมโดยจะให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวบินต่างประเทศของการบินไทยในสุวรรณภูมิเท่านั้น โดยจะนำประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มลักซ์ชัวรี่คอร์เปอร์เรทแบรนด์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มไพรเวทแบงค์กิ้ง ลักซ์ชัวรี่คาร์ กลุ่มประกันภัย กลุ่มวานิชธนกิจ กลุ่มห้างสรรพสินค้า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจสายการบิน
บริการดังกล่าวนี้ผู้โดยสารจะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทาง www.thaiairways.blacktie-limousine.com หรือ โทร. 0-2239-8800 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-21.00 น.
ข่าวที่สอง “ตั๋วรถไฟปีใหม่เต็มแล้ว244ขบวนวันละแสนคน”
นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)กล่าวว่า การรถไฟฯ เตรียมแผนรองรับการเดินทางชช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่าง 28 ธันวาคม 2561– 4 มกราคม 2562 โดยได้จัดขบวนรถไว้บริการวันละ 244 ขบวน พร้อมพ่วงเพิ่มตู้โดยสารทุกขบวน และเพิ่มพิเศษอีก 8 ขบวน รับได้วันละ 1 แสนคน เพียงพอจะไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รวมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่การรถไฟ ตำรวจรถไฟ คุมเข้มมาตรการความปลอดภัย และเดินรถให้ตรงเวลา
แต่ละวันจะมีบริการขบวนนรถสายเหนือ 42 ขบวน รองรับได้ 17,294 คน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 58 ขบวน รองรับได้ 21,280 คน สายใต้ 76 ขบวนรองรับได้ 28,040 คน สายตะวันออก 26 ขบวน รองรับได้ 12,936 คน และสายแม่กลอง 42 ขบวน รองรับได้ 11,088 คน
ช่วงขาออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 28 – 29 ธันวาคม 2561 สายเหนือกับอีสานจะเพิ่มอีก 4 ขบวน รับผู้โดยสารได้ 5,200 คน ส่วนเที่ยวกลับช่วงวันที่ 1 – 2 มกราคม 2562 อีก 4 ขบวน รองรับได้ 5,200 คน ขณะนี้ยอดจองตั๋วรถไฟเต็มแล้วทุกเส้นทาง 100 % โดยเฉพาะรถขบวนใหม่ เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพ - อุบลราชธานี ชั้น 1 และชั้น 2 เนื่องจาก ผู้โดยสารส่วนใหญ่ได้จองตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าตามกติกาสามารถจองก่อนเดินทางได้ไม่เกิน 90 วัน
ข่าวที่สาม “เจ้าท่าเร่งเรือทัวร์กระบี่-อันดามันมาตรการเซฟตี้”
นาย สมชาย สุมนัสขจรกุล รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า ผลการประชุมร่วมระหว่างเจ้าท่ากับหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลในกระบี่และอันดามัน ได้กำหนดมาตรการดูแลการท่องเที่ยวทางน้ำเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องการตรวจความปลอดภัยทางน้ำประจำสัปดาห์ร่วมกัน 3 หน่วยงานหลัก คือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-เกาะพีพี
รวมทั้งการกำหนดและมอบหมายพื้นที่รับผิดชอบทางน้ำที่ชัดเจน ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ การซักซ้อมวิธีปฏิบัติร่วมกับผู้ประกอบการตรวจเรือก่อนออกจากจุด check point ของจังหวัดกระบี่ 9 แห่ง เน้นย้ำต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินที่กำหนด เสื้อชูชีพต้องครบและได้มาตรฐาน การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้โดยสาร อุปกรณ์ประจำเรือ เอกสารอนุญาตเรือและคนประจำเรือต้องถูกต้อง
และให้ผู้ประกอบการเรือเร็วถ่ายรูปเรือและผู้โดยสารก่อนออกเรือ ส่วนผู้ประกอบการต้องถ่ายทอดสื่อประชาสัมพันธ์การถอดบทเรียนอุบัติเหตุ เรือไฟไหม้ เรือระเบิด ไปยังนายท้าย ช่างเครื่อง ให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำ โดยเป็นการจัดทำร่วมกันระหว่างกรมเจ้าท่ากับภาคเอกชนผู้ผลิตเครื่องเรือ เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักในมาตรการความปลอดภัยทางน้ำ
อีกทั้งยังได้ขอให้ผู้ประกอบการลดความเร็วและลดเสียงเรือหัวโทง ในเขตชุมชนและบริเวณพื้นที่จัดงานแสดง รวมถึงการหารือแนวทางกำหนดและประกาศค่าโดยสารทางน้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับนักท่องเที่ยว
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง FM 97.0 MHz.
วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ชำแหละการบินไทยรับน้องดีดีคนใหม่-TG971 เปิดขยะใต้พรม6ทศวรรษ
ชำแหละบินไทย”รับน้องดีดีใหม่”นอกวงการ
TG971ขยี้ปมเปิดขยะใต้พรม6ทศวรรษ4เรื่อง
คิงเพาเวอร์โชว์จัดไฮไลต์ดีสนีย์6โซน2พ.ย.61
พลังคิงเพาเวอร์เปิดคอลเลคชั่นใหม่INDIGO2
บิ๊กททท.นำทีมเพิ่มทางเลือกใหม่ทัวร์หาด/เกาะ
รัฐสั่งลุยใช้ทุกมาตรการกู้ตลาดอินเตอร์ปลายปี
บางจากเปิดพื้นที่ดึงคู่ค้าร่วมอบรมSME คลีนิก
นายกฯลั่นทอท.เคลียร์ได้อาคาร 2 สุวรรณภูมิ
เที่ยวอ่างทองแหล่งมรดกราชสำนักทำชุดโขน
แพทย์เตือนระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์ฟันหลอก
พัทยา/ภูเก็ตเฮบีโอไอหนุน5พันล้านท่องเที่ยว
บางกอกแอร์โค้ดแชร์ดึงฟิลิปปินส์แห่เข้าไทย
แคนทารีปราจีนจัดเมนูจานเด็ดญี่ปุ่น 6-8 พ.ย.
ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97
ช่วงที่ 1 ชำแหละ “TG 971” กับบทวิเคราะห์เจาะลึกมหกรรมรับน้อง “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” ดีดีการบินไทยใหม่นอกองค์กรคนที่ 5 มาแค่เดือนเศษก็เจอแจ๊คพอต ทั้งเที่ยวบินไถลออกนอกรันเวย์ และปรากฎการณ์ “ศึกใหญ่ภายใน" รุมขยายแผลองค์กรเปิด “ขยะใต้พรม 4 เรื่องใหญ่” สาวไส้กันเพลิน ทั้งเรื่องอัพเกรดตั๋ว ลามไปถึงการขาดความแม่นยำในกฎของบริษัท ผลประกอบการติดหล่มขาดทุนยับเกือบ 10 ปี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจถูกวิพากษ์ดำรงตำแหน่งแบบสิ้นสภาพไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2554 เป็นตำนานเรื่องเล่าของสายการบินแห่งชาติตลอด 6 ทศวรรษ เกือบ 60 ปี ที่ยังเกาไม่ถูกที่คันสักรัฐบาล
สายการบินแห่งชาติ “การบินไทย” ต้อนรับน้องใหม่ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ DD คนนอก คนที่ 5 ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561
นับจากวันแรก 3 กันยายน 2561 ภารกิจแรกของสุเมธคือ “รื้อแผนฟื้นฟูการจัดซื้อฝูงบินใหม่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท” ตามคำสั่ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ขีดเส้นต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และให้เวลา 3 เดือน พิสูจน์ฝีมือ
ผ่านไปแค่เดือนเศษ “สุเมธ” ก็เจอศึกรับน้อง 2 เหตุการณ์ใหญ่ เริ่มจากวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เครื่องการบินไทยโบอิ้ง 747-400 TG 679 จากกวางโจว ไถลออกนอกรันเวย์สุวรรณภูมิ ต้องใช้เวลากู้กันอยู่นานค่อนวันทำให้การจราจรติดขัดกว่า 400 เที่ยวบิน
อีก 3 วันต่อมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 นายสุเมธเจอเหตุการณ์ที่ 2 “กัปตันการบินไทยถูกร้องเรียน” ในเที่ยวบิน TG 971 ซูริก-กรุงเทพฯ ออกเดินทางล่าช้ากว่าเวลาปกติ 2 ชั่วโมงเศษ ทำให้ผู้โดยสารทั้งลำกว่า 300 ชีวิต เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน
ปรากฎการณ์ “น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่เกิดขึ้นจาก “การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน” ในการจัดการที่นั่งโดยสารของสายการบินแห่งชาติ ซึ่งเปิดบริการมาเกือบครบ 60 ปี สะท้อนให้เห็น “แผลลึกและขยะใต้พรม” ที่ถูกกระพือรื้อขึ้นมาตีแผ่สู่สาธารณะอีกครั้งว่าตลอด 6 ทศวรรษ ปัญหายังคงย่ำอยู่กับที่ โดยแทบไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี
ทันทีที่ “นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม” ดีดีนอกองค์กร คนที่ 5 ลงนามสัญญารับค่าจ้างเดือนละ 6 แสนบาท (น้อยสุดในบรรดาดีดีคนอกที่ผ่านมา 4 คน) ก็ถูกจับจ้องว่าจะมีพลังมากพอหรือไม่ ที่จะโชว์ศักยภาพในเวลาอันรวดเร็วเพื่อครองใจทำให้เกิดการยอมรับจากพนักงานการบินไทย องค์กรที่มีวัฒนธรรมสืบทอดจากรุ่นก่อตั้งมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน
ปมนี้จึงเป็นความท้าทายภายในองค์กร เพราะแต่ละฝ่ายพร้อมแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้ชนิดเหนือความคาดหมาย เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับดีดีคนนอกทั้ง 4 คน ล้วนแล้วแต่ฝีมือระดับพระกาฬ แต่ก็จบชีวิตการทำงานในองค์กรนี้แบบไม่สวยสักราย
ประเดิมคนแรก “นายกนก อภิรดี” นักการตลาดมือดีของรัฐบาลยุคนั้น ไฟเขียวให้เข้ามาเป็นดีดีเมื่อปี 2545 ในยุค ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร แต่กนกก็โดนบอกเลิกจ้างในปี 2548 ก่อนสัญญาจ้างจะสิ้นสุดเพียงไม่กี่เดือน
คนที่ 2 “นายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์” นักบริหารมีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย เข้ามาปี 2552 โดนบอกเลิกจ้างปี 2555 ด้วยเหตุผลแปลก ๆ คือ ไม่สามารถสื่อสารกับคณะกรรมการและผู้บริหาร ทำให้การทำงานการบินไทยไม่เป็นเอกภาพ
คนที่ 3 “นายสรจักร เกษมสุวรรณ” ข้ามห้วยจากสื่อชั้นนำที่มีชื่อเสียง มานั่งเก้าอี้ดีดีได้ไม่ถึงปี โดยเข้าทำหน้าปี 2555 แต่ก็ต้องมีเขียนลาออกเองช่วงปี 2556 โดยระบุเหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ เพราะระหว่างนั้นโดนแรงกดดันหนักจากภายในองค์กร
คนที่ 4 “นายจรัมพร โชติกเสถียร” เข้ามาเมื่อพฤศจิกายน 2557 พ้นวาระไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2560 ตอนเดินเข้าการบินไทยพกความมั่นใจ ในฐานะนักบริหารตลาดทุนมือหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการเรียกค่าจ้างประมาณเดือนละ 1.5 ล้านบาท สูงสุดในบรรดาดีดีการบินไทยทั้งหมด แต่สุดท้ายจบออกไปแบบค้านสายตาคนส่วนใหญ่ เพราะนอกจากจะไม่ได้ฝากผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตลอดการเข้าบริหารแล้ว ตอนพ้นเก้าอี้ดีดียังทิ้งภาระขาดทุนต่อเนื่องไว้สูงเป็นประวัติการณ์หลักหมื่นล้านบาท
คนที่ 5 “นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม” เข้ามารับตำแหน่งดีดี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 ผ่านชนิดเลือดตาแทบกระเด็นเนื่องจากผลการสรรหาสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมแต่ต้องรอถึงกันยายนจึงเข้ารับหน้าที่ได้
นายสุเมธเป็นดีดีคนนอที่ทำงานเพียงเดือนเศษเดียวก็โดนรับน้อง 2 เหตุการณ์ใหญ่ ซึ่งสามารถจุดกระแสสังคมติดอย่างรวดเร็ว เรื่องแรกอุบัติเหตุ เครื่องบิน TG 679 วันที่ 3 ตุลาคม 2561 ไถลออกนอกรันเวย์ เหตุการณ์นี้เคลียร์จบรวดเร็ว เพราะมี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าของสถานที่เป็นหัวหอกแก้ไขตามมาตรฐานสนามบิน
มาถึงเรื่องที่ 2 TG 971 นักบินการบินไทย 4 ชีวิต ทำให้เที่ยวบินจากซูริกออกล่าช้ากระทบผู้โดยสารทั้งลำ เพียงเพราะขอใช้สิทธิ์ตามสัญญาจ้างนั่งเฟิร์สคลาสจากซูริกกลับกรุงเทพฯ ซึ่งนักบินกลุ่มดังกล่าวถูกสังคมตัดสินไปเรียบร้อยแล้วว่า “มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม” และเป็นชนวนทำให้ “ภาพลักษณ์การบินไทย” ย่ำแย่ลง
แม้เหตุการณ์เที่ยวบิน TG 971 ถูกขีดเส้นตายการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องให้จบในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 แต่ส่วนใหญ่ก็รู้ผลมาตั้งแต่ต้นว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะสั่งลงโทษนักบินซึ่งทำตามสัญญาจ้างทุกประการ
แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏชัดก็คือ TG 971 คือ “บทเรียนราคาแพง” ของดีดีคนนอกอย่างนายสุเมธ ด้วยเพราะเรื่องนี้คือชนวนเปิด “แผลใหญ่การบินไทย” ให้สังคมเห็น “ปัญหาเรื้อรังที่ฝังลึกอยู่ในองค์กร” ตลอดเกือบ 60 ปี หรือผ่านมาแล้วเกือบ 6 ทศวรรษ ทุกปัญหาทั้งเก่าและใหม่ยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้เป็น “สายการบินแห่งชาติ 4.0-รักคุณเท่าฟ้า” ตามคำโฆษณาอย่างแท้จริง ดังนั้นไส้ขดใหญ่จึงถูกสาวสู่สาธารณะอีกครั้งถึง 4 เรื่องสำคัญ
1.เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สังคมรู้ว่า “ระบบคู่มือปฏิบัติงาน” ของพนักงานที่รับผิดชอบตามสถานีการบินต่างประเทศ มีรูรั่วจนก่อให้เกิดปัญหาบานปลายใหญ่โตได้ โดยเฉพาะเรื่องคาใจคนในสังคมกรณี “Up Grade ที่นั่งผู้โดยสาร” คือ “แผลเป็น” ที่พร้อมจะฟื้นภาพจำในใจคนไทย แถมการอัพเกรดชั้นเฟิร์สคลาสครั้งนี้ ผู้ใช้บริการออกมายืนยันว่าไม่ได้ร้องขอแต่พนักงานตัดสินใจเปลี่ยนให้เอง ประการสำคัญดันไปกระทบสิทธินักบินของบริษัทซึ่งมีระเบียบปฏิบัติระบุไว้ชัดเจน แถมยังทำให้นักบินการบินไทยต้องตกเป็น “จำเลยสังคม”
2.เหตุการณ์ครั้งนี้มี “นักบินบางกลุ่ม” ฉวยจังหวะเรียกร้องฝ่ายบริหารให้ทบทวน “การขึ้นเงินเดือนนักบิน” เพื่อป้องกันสมองไหล ซึ่งเรื่องแบบเคยมีหลายยุคสมัย แต่จะกลายเป็นประเด็นต่อเนื่องใหญ่ขนาดไหนต้องรอดูกันต่อไป อีกทั้งเมื่อสมาคมนักบินไทยออกมาย้ำว่าหากถอยให้ถูกกระทำมากไปกว่านี้ ต่อไปนักบินการบินไทยอาจจะไม่มีที่ยืนนั้น ถูกตีความไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าต้องการส่งสัญญาณอะไร ?
3.เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อ “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” ออกมาแสดงความเห็นว่านักบินกลุ่มดังกล่าวแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็ทำให้คนการบินไทยด้วยกันเอง ขุดคุ้ยสถานะของ “กรรมการสหภาพ” ชุดปัจจุบัน ล้วนเป็นบุคคลที่ “สิ้นสภาพทางกฎหมาย” มานานแล้ว เนื่องจากเป็นกรรมการที่อยู่ได้ด้วยการอ้างสิทธิตามข้อบังคับเพื่อ “รักษาการสหภาพแรงงาน” มาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย
4.เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ “เกิดการขุดคุ้ยผลการดำเนินงานการบินไทยขาดทุนยับ” ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ตอกย้ำถึงสถานะตอนนี้สายการบินแห่งชาติยังยืนอยู่บนปากเหว เพราะตัวเลขขาดทุนที่ปรากฏยังบานทะโล่
ตามที่การบินไทยระบุผลขาดทุนไตรมาส 2 ปี 2561 จาก 4 ปัจจัยเดิม ๆ ได้แก่ 1.ต้นทุนค่าน้ำมันเครื่องบินสูงขึ้น 2.ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 3.ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และ 4.อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในการค้า อีกตัวแปรที่การบินไทยอ้างอิงขาดทุน หรือ กำไร มาตลอด
หากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างปี 2561 กับ 2560 มีดังนี้
ปี 2561 ค่าน้ำมัน 14,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,873 ล้านบาท (15.3%) ปี 2560 อยู่ที่ 12,279 ล้านบาท
ปี 2561 ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 3,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,023 ล้านบาท (8.3%) ปี 2560 อยู่ที่ 2,673 ล้านบาท
ปี 2561 ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน 4,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370 ล้านบาท (8.1%) ปี 2560 อยู่ที่ 4,544 ล้านบาท
รวมแล้วปี 2561 การบินไทยมีค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาสที่ 2 อยู่ 50,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,022 ล้านบาท (6.4%) มากกว่าปี 2560 อยู่ที่ 47,024 ล้านบาท
เมื่อผลัดเปลี่ยน “ดีดีคนใหม่” จากนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว บุคลากรภายในซึ่งได้รับแต่งตั้งรักษาการดีดีปีเศษ เกษียนอายุ แล้วเปิดทางให้ “นายสุเมธ ดำรงชัยกุล” เข้ารับตำแหน่งวันที่สอง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในรัฐบาล คสช.ก็แวะมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายชุดใหญ่ ประกาศกลางห้องออดิทอเรียมต่อหน้าพนักงานนับพันคน ให้ดีดีคนใหม่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการดึงพลังจากพนักงานเลือดสีม่วงทุกคนเข้ามาไว้ในอ้อมใจ เพราะต้องอาศัยความสามารถจากทุกคนสายการบินแห่งชาติจึงประสบความสำเร็จได้
ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2561 รัฐบาลฝากความหวังไว้กับ “นายสุเมธ” ดีดีมือใหม่การบินไทย มอบให้ลุยแก้ไขแผนฟื้นฟูฉบับใหม่โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพื่อช่วยกันนำพาการบินไทยออกจากหุบเหวกขาดทุนมายาวนานเกือบทศวรรษให้ได้
แต่สูตรที่นายสุเมธให้สัมภาษณ์เรื่องการทำแผนฟื้นฟูการบินไทยอีก 5-10 ปีหน้า ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิม นั่นคือ 1.ใช้เงินเกินแสนล้านบาทซื้อฝูงใหม่ 2.ปรับปรุงเส้นทางบิน 3.เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับสายการบินในตลาดโลก
ดังนั้นเมื่อเจอแรงกระเพื่อมจากการรับน้อง 2 เหตุการณ์ข้างต้น “แผลใหญ่การบินไทย” จึงระบมอีกครั้ง โดยเฉพาะ “ปัญหาศึกใหญ่ภายใน” คือภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่ฝังลึกมายาวนาน 4 Big Problem ได้แก่
1.เรื่องระบบการจัดที่นั่งในเที่ยวบินเพื่อบริการผู้โดยสารกระทำอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม จริงหรือไม่ ?
2.เรื่องผู้นำที่มาจากคนนอกองค์กร จะบริหารจัดการความพึงพอใจของพนักงานด้วยกันเอง แล้วลดความขัดแย้งแต่ละฝ่ายลงได้จริงหรือ ปัญหานี้ยากแสนสาหัส ที่สำคัญไม่มีสูตรสำเร็จในการบินไทยซึ่งเป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย
3.เรื่องพลังร่วมจะหาจากตรงไหนเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อให้ “รายได้ขยับเป็นบวก” และ “รายจ่ายลดลง”
4.เรื่องแผนฟื้นฟูกิจการฉบับใหม่ หลัง ดร.สมคิด ขีดเส้นตายให้แก้ไข ไม่ว่าจะลงเอยแบบไหนการบินไทยก็ตกเป็นจำเลยสังคม เพราะหลายยุคที่ผ่านมาพอเสียงปี่กลอง “การเลือกตั้ง” รัวรัวครั้งใด การบินไทยก็มักมีเหตุต้องใช้เงินมหาศาลจัดซื้อฝูงบินใหม่ กระแสทั้งสังคมจึงมักจ้องจับตาเป็นพิเศษว่า ซื้อเพื่อชาติหรือ...เพื่อใคร ?
อีกทั้งคำอธิบายของ “นายสุเมธ” ที่เข้ามาเพียงไม่กี่วัน จะมีพลัง มีมนต์ขลัง มีน้ำหนักมาก เพียงพอ จะทำให้คนการบินไทยและทั้งสังคมเปลี่ยนใจไปเชื่อความจริงที่ว่าสายการบินแห่งชาติทำตามหลักธรรมาภิบาลเป๊ะทุกประการได้จริง ๆ หรือ ?
ภายใต้โลโก้ “ดอกจำปี” บนสัญลักษณ์ “สีม่วง” ของ “การบินไทย” คือตำนานเรื่องเล่าที่อยู่กับคนไทยในเชิงลบมายาวนาน เหตุเพราะ “การสื่อสารสู่สาธารณะ” ของสายการบินแห่งชาติ ทุกยุคมีปัญหาขั้นรุนแรง จนกลายเป็นดีเอ็นเอที่นำพาองค์กรเข้าสู่วงโคจรความวิกฤตศรัทธา จมดิ่งลงใต้เหวลึก ทั้ง ๆ ที่มีของดีอยู่มากมายแต่นำเสนอสู่สาธารณะไม่ถูกทาง
ยิ่ง “นายสุเมธ” ผู้นำเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาโดยติดกระดุมเม็ดแรกพลาดตั้งแต่เริ่ม ตอบความจริงได้ไม่โดน จนอาจนำไปสู่การขาดความน่าเชื่อถือ ก็ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเรื่องใหญ่กว่านี้ดีดีคนใหม่จะนำพาองค์กรไปรอดได้อย่างไร ?
ถึงเวลาที่ “รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ต้องผ่าทางตันการบินไทยแบบจริงจัง สังคมไทยยังมีมืออาชีพอยู่จริง เพียงแต่ต้องค้นหาให้เจอแล้วใช้งานให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1 คิงเพาเวอร์ชวนเที่ยวดีสนีย์แลนด์รางน้ำ6โซน2พ.ย.นี้”
นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ในการจับมือกับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำโครงการ “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เทศกาลความหมัศจรรย์ไม่มีที่สิ้นสุด รวม 88 วัน ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 – 27 มกราคม 2562 ณ ดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างปรากฎการณ์ใหม่ขึ้นในวงการร้านค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทยให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะการปลุกกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังลดลงให้หันกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้งอย่างคึกคักนั้น
ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป จะได้เนรมิตพื้นที่ภายในงานให้ชมกันอย่างจุใจ แบ่งเป็น 6 โซน ประกอบด้วย
โซนที่ 1 “เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส” ออกแบบสร้างรถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์ ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง แต่หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟฟิคอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับว่ารถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
โซนที่ 2 “การ์เด้น ออฟ ดรีมส์” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้เด็กๆ สามารถสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ได้อย่างเต็มที่
โซนที่ 3 “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด” ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยการตกแต่งของอาคารทั้งสองฝั่งถนนได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่างๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล อีกทั้งยังมีเกมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟนๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ในตอนเย็น คือขบวนพาเหรดของเหล่าการ์ตูนดีสนีย์ตัวโปรดที่จะสร้างทั้งความสุข และความประทับใจให้กับทุกคน
โซนที่ 4 “มิคกี้ ฮอลล์เวย์” คือผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารักๆ และจอเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือน
โซนที่ 5 “เมกาสโตร์” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ประกอบด้วยสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ จะวางจำหน่ายในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของ มิคกี้ เม้าส์ และเป็นครั้งแรกกับสินค้ามิคกี้ เม้าส์คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มีให้เลือกได้อย่างครบครัน
โซนที่ 6 “มิคกี้ แกลเลอรี่” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดล มิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมายเพื่อฉลองครบรอบ 90 ปีมิคกี้ เม้าส์
ข่าวที่ 2 “คิงเพาเวอร์ชูครามชุมชนINDIGO2บุกตลาดโลก16พ.ย.”
นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนมาออกแบบสินค้าวางจำหน่ายในสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ภายใต้ชื่อ INDIGO คอลเลคชั่นแรก เมื่อกลางปี 2561 ได้เปิดตัวที่อังกฤษ คิง เพาเวอร์ จากนั้นต่อยอดพัฒนาคอลเลคชั่น 2 ทำ INDIGO II ภายใต้แนวคิด ‘Nature is More’ ร่วมกับชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร ทีมครูช่างศิลปหัตถกรรม ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และทีมนักออกแบบของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดยเพิ่มลูกเล่นพร้อมเติมความสนุกการมิกซ์แอนด์แมทช์นำโทนสีครามมาเล่น มัดให้เป็นลายทางและใส่เทคนิคการไล่สี
โดยยังคงคุณสมบัติเด่นของผ้าสีย้อมครามไว้ ได้แก่ เป็นสีธรรมชาติ 100% เนื้อนุ่ม ระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย ใช้ได้หลากหลายโอกาส ทุกชิ้นผ่านการย้อมด้วยมือแบบดั้งเดิม คือ ม้วน มัด และจุ่มในสีจนเกิดเป็นลวดลายเอกลักษณ์ที่งดงาม ประณีต และมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป คอลเลคชั่นใหม่ INDIGO II จะนำมาวางจำหน่ายในร้านค้า คิง เพาเวอร์ สาขาในเมืองทั้ง รางน้ำ พัทยา (ยกเว้นแจ็กเกต และเสื้อสเวเตอร์) ศรีวารี ภูเก็ต และคิง เพาเวอร์ มหานคร (ยกเว้นลูกฟุตบอลผ้า) รวมทั้งภายในสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต และในอังกฤษที่ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ (ยกเว้นแจ็กเกต, ผ้าพันคอ และหมวกแก๊ป)
โดยจะมีให้เลือกกว่า 5 หมวด ได้แก่ 1.หมวดเสื้อแฟชั่น เสื้อยืดคอกลมแขนสั้น เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อโปโลแขนสั้น แจ็กเก็ต แจ็กเก็ตแบบมีหมวก 2.ผ้าพันคอ 3.หมวกแก๊ป 4.กระเป๋า ถใหมอนอิง และ 5.ลูกฟุตบอลผ้า โดยมีทีมนักออกแบบจาก LCFC อังกฤษ เข้าช่วยทำให้สินค้าโดดเด่นมากขึ้นเพิ่มคุณภาพการดีไซน์อย่างทัดเทียมระดับโลก แต่จำหน่ายในราคาเพียงชิ้นละ 690 – 2,190 บาท
การจัดทำคอลเลคชั่น Indigo นั้น เป็นหนึ่งในโครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เพื่อสนับสนุนชุมชน ของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ กับชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร นำสินค้าไทยก้าวไทยตอบโจทก์ตลาดต่างประเทศทั่วโลก
ข่าวที่ 3 “ททท.เพิ่มทางเลือกใหม่ทัวร์อ่าวมาหยา-สิมิลัน”
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) ซึ่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเป็นของทุกคนที่จะต้องให้ความสำคัญโดยช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ จึงได้นำผู้บริหาร ทีมพนักงานด้านสื่อสารการตลาด และตลาดในประเทศ ททท.ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่และพังงา ประกาศจุดยืนโครงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในปีงบประมาณ 2562
โดยวางกลยุทธ์เร่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีมากกว่า อ่าวมาหยาซึ่งต้องปิดพักฟื้น หรือหมู่เกาะสิมิลัน ได้ออกมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปในแต่ละวัน แต่ยังมีทางเลือกเที่ยวเกาะและหาดใกล้เคียงอ่าวมาหยาเที่ยวได้ตามปกติ เช่น อ่าวโละซามะ อ่าวโละปิเละ อ่าววังหลัง อ่าวนุ้ย อ่าวลิง อ่าวแหลมตม เกาะไม้ไผ่ เขาหงอนนาค ส่วนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ททท. จะประชาสัมพันธ์เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมใกล้เคียงกัน เช่น เกาะงวงช้าง หรือเกาะอื่น เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะพระทอง
ขณะเดียวกันก็ให้เร่งประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากส่วนที่ไม่อยู่ในบริเวณที่ประกาศ เช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี มีพื้นที่ถึง 242,437.17 ไร่
ทั้งนี้ ททท.จะทำประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ได้รับความนิยม โดยมุ่งเน้นทำโครงการณรงค์ให้นักท่องเที่ยวลดการสร้างขยะ หรือลดเลิกใช้พลาสติกอย่างจริงจัง แล้วหันมาใช้อุปกรณ์ทดแทน เช่น ถุงผ้า ขวดน้ำพกพา กล่องข้าวพกพา หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ ผ้าเช็ดหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2563 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศจะต้องลดขยะพลาสติกลงให้ได้ถึง 50 % เบื้องต้นชุมชนตามเกาะต่าง ๆ ในฝั่งทะเลอันดามันให้ความร่วมมือเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ข่าวที่ 4 “ททท.-ก.ท่องเที่ยวงัดทุกมาตรการกู้ตลาดโลกพ.ย.-ธ.ค.นี้”
ผู้สื่อข่าวรายงาน ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ให้ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าหารือพร้อมทั้งสั่งการให้เร่งระดมทำกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบแรง ๆ กระตุ้นรายได้ช่วงปลายปีซึ่งยังมีเวลาอีก 2 เดือน ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2561
ต่อเนื่องจากโครงการ 4 พันธมิตร ที่เพิ่งทำแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน” ร่วมกัน 4 องค์กร คือ ททท.-การบินไทย-ไทยสไมล์-ธนาคารกรุงไทย โดยได้ทำแพกเกจราคาพิเศษออกขายตลาดในประเทศผ่านทัวร์เอื้องหลวง การบินไทย 20 เส้นทาง 10 จุดบิน เพิ่มจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวกระจายเข้าสู่ 55 เมืองรอง ระหว่าง 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2561
อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬายังได้เสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณามาตรการด้านวีซ่าเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว 2 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 เสนอยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) ให้จีนและต่างชาติ 21 ประเทศ ระยะสั้น เริ่ม 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562 เพื่อปลุกกำลังซื้อจีนเข้ามาเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องที่ 2 เสนอมาตรการเปิด Double Entry Visa แก่นักท่องเที่ยวจีน ด้วยการให้จ่ายค่าวีซ่าเดินทางเข้าไทย 1 ครั้ง เพียงคนละ 1,000 บาท โดยสามารถเข้าออกประเทศไทยภายในเวลา 180 วัน ได้ 2 ครั้ง
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวถึงการเข้าพบ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้เสนอจับมือกับสมาคมค้าปลีกไทย ทำแคมเปญใหญ่ Passport Sale 2018 ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 61 โดยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติโชว์พาสปอร์ต ณ ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการทั้งในกรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่กำลังประสบปัญหาตลาดจีนหายไป อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา รับไปเลยทันทีส่วนลดขั้นต่ำในการช็อปปิ้ง 14% เป็นการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % บวกส่วนลด 7% และจัด Top Thailand Brand Sale นำสินค้าไทยยอดนิยมจากชุมชนเมืองรองทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย
ตั้งเป้าใช้แคมเปญ Passport Sale 2018 ดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่อง 1.5 ล้านคน ได้ใช้เงินช็อปปิ้งกับแคมเปญดังกล่าวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นตลาดในรัศมีการบินไม่เกิน 6 ชั่วโมง เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นตลอด 2 เดือนนี้ด้วยเช่นกัน
ข่าวที่ 5 “บางจากเปิดอบรม SME คลีนิก15พ.ย.61”
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าร่วมโครงการอบรม SME Clinic เพื่อทำระบบป้องกันการจ่ายสินบนตามแบบประเมินตนเองในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ IOD Member Space ชั้น 5 เกสรพลาซ่า
ตามที่บางจากฯ มีนโยบายจะส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัทฯ เข้าเป็นแนวร่วมและเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองของ โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC – Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption) โดยพร้อมจะสนับสนุนให้คู่ค้าเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองของ CAC ตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บางจาก โดยกลุ่มเอสเอ็มอีจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานและจะต้องปฏิบัติตามช่องทางการสมัครอย่างถูกวิธี เบื้องต้นสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการลงทะเบียนได้ที่ http://www.thai-iod.com/th/seminar-events-detail.asp?id=519
ข่าวที่ 6 “นายกฯสั่งทอท.เคลียร์ปมเทอร์มินอล2สุวรรณภูมิเอง”
จากกระแสความแรงต่อเนื่องที่มีต่อโครงการ ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ให้กระทรวงคมนาคม กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชนป “ทอท.” เดินหน้าดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างโปร่งใส ถูกต้องและเป็นธรรม โดยให้ตรวจสอบเร่งรัดให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีลงไปสั่งการทุกเรื่อง
ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ได้ทำอย่างเต็มที่เพื่อให้การก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนการประมูล ประการสำคัญคือความจำเป็นของประเทศที่จะต้องขยายพื้นที่รองรับนักเดินทางเข้าออกประเทศให้ทันต่อการเติบโตซึ่งปี 2561 สุวรรณภูมิต้องให้บริการคนเข้าออกมากกว่า 60 ล้านคน เกินขีดความสามารถที่มีเพียงปีละ 45 ล้านคน
สำหรับประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ นั้น ทอท.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องพร้อมจะอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเดินหน้าการลงทุนตามแผนแม่บทนั้นทุกฝ่ายได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ทอท.ยังเตรียมเจรจากับกรมธนารักษ์เรื่องการปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุในสนามบิน ทอท.ต่างจังหวัด 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต แม่ฟ้าหลวงเชียงราย หาดใหญ่ และในกรุงเทพฯ ที่ดอนเมือง หลังจากปีนี้จ่ายเงินรวมให้กรมธนารักษ์ไปประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าน้อยกว่าสุวรรณภูมิ เพราะสนามบินต่างจังหวัดจะมีพื้นที่เชิงพาณิชย์น้อยกว่านั่นเอง
สำหรับปี 2561 ทอท.ประกาศจ่ายโบนัสพนักงาน อัตราเฉลี่ย 7.75 เดือน
ช่วงที่ 2 ตามไปเที่ยวเมืองรองใกล้กรุงอีกจังหวัด ที่ “อ่างทอง” ศูนย์รวมมรดกราชสำนักแหล่งใหญ่ใน “ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง” แหล่งผลิตชุด “การแสดงโขนพระราชทาน” ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์มาแรงที่ วัดม่วง วัดสังกระต่าย จากนั้นฟังหมอฟันเตือนเรื่องการดูโฆษณาชวนเชื่อให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทันตกรรมต่าง ๆ ต้องระวังถูกหลอก และสีสันข่าวส่งท้ายสัปดาห์ “พัทยา-ภูเก็ต” 5 โปรเจ็กต์ท่องเที่ยวเฮรับบีโอไอให้การส่งเสริมอีกกว่า 5,000 ล้านบาท “บางกอกแอร์” โค้ดแชรป์ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส ขายตั๋วกระหึ่มไทย “แคนทารี โคราช” ชวนไปชิมเทศกาลอาหารญี่ปุ่นในต่างจังหวัด
@เที่ยวศิลปาชีพสีบัวทองศูนย์รวมมรกดกราชสำนักอ่างทอง
การท่องเที่ยวใกล้กรุง ในเมืองรองขับรถเพียงชั่วโมงกว่า ๆ ไป “อ่างทอง” ไปสัมผัสประสบการณ์มุมใหม่ของเมืองศูนย์ช่างฝีมือดีของเมืองไทย ที่มีผู้สืบทอดงานศิลปะตามแบบราชสำนักให้คงอยู่เป็นมรดกไทยมาอย่างยาวนาน
ประสบการณ์ความลึกซึ้งทั้งหมดนี้สามารถไปชมได้ที่ “ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง” อันเป็นจุดเริ่มที่อยู่เบื้องหลังความงดงามของ “การแสดงโขนพระราชทาน” ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ด้วยเพราะศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองคือแหล่งผลิตที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นทุกรายละเอียดของ กรรมวิธีการสร้างชุดที่ใช้ในการแสดงโขนพระราชทาน อันเป็นงานศิลปะโบราณจากราชสำนัก ซึ่งมีทั้งผ้ายกทอง หัวโขน กระดาษข่อยโบราณ และทำเครื่องเคลือบเซรามิก
ภายในบริเวณรอบโครงการฟาร์มเกษตรตัวอย่างตามพระราชดำริ ปลูกพืชเชิงการเกษตรแบบไทย ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความประณีตของงานหัตถกรรม การทำเกษตรอนุรักษ์ ให้ความรู้วิถีไทยแบบครบวงจรในอีกมุมได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันจังหวัดอ่างทองก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อย่าง “วัดม่วง” ตอนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้วที่ผู้คนจะพากันไปขอพรจาก “พระพุทธมหานวมินทร ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” นับเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระสีทองตั้งตระหง่านอยู่กลางแจ้งโดยมีปลายพระหัตถ์ทั้งสองมีนิ้วเรียวงามทอดลงมา เชื่อกันว่าหากผู้ใดได้สัมผัสปลายพระหัตถ์แม้เพียงนิดเดียวก็จะทำให้ก้าวหน้าเติบโตทางการงาน แต่ละวันจึงมีนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติแวะเวียนกันไปแตะปลายพระหัตถ์กันไม่ขาดสาย
จากนั้นก็จะไป “วัดขุนอินทรประมูล” เพื่อสักการะพระนอนองค์ใหญ่อันดับ 2 ของเมืองไทย อยู่ในวัดโบราณสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย องค์พระนอน โดยมีพระพักตร์ยิ้มอย่างงดงาม สงบเยือกเย็น สร้างความศรัทธาแก่ผู้คนเข้ามากราบไหว้บูชา
อีกแห่งเป็น “วัดสังกระต่าย” ได้รับการกล่าวขานเป็นอันซีน ไทยแลนด์ ด้วยมีโบสถ์เก่ารายล้อมต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ทั้ง 4 ทิศ ภาในโบสต์มีพระประทานองค์ขนาดใหญ่ให้สักการะท่ามกลางความร่มเย็นของต้นโพธิ์ดังกล่าว
เที่ยวไทยต้องไปให้รู้ เที่ยวได้ทุกที่ และเท่ได้ทุกเวลา
@แพทย์เตือนระวังถูกโฆษณาหลอกให้ซื้อผลิตภัณฑ์โรคฟัน
กรมอนามัย ได้แจ้งให้แต่ละจังหวัด เตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระวังการโฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทันตกรรมหรือโรคฟันต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบันมีสื่อที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพขายอยู่บนโลกออนไลน์จำนวนมาก เช่น น้ำยาบ้วนปากสลายหินปูน ยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาว หรือยาสีฟันที่เติมเต็มเนื้อฟันที่ผุให้กลับมาเหมือนฟันปกติ
นำเสนอเป็นโฆษณาโดยมีเนื้อหาข่าวประชาสัมพันธ์ หรือการแอบอ้างบทสัมภาษณ์นักวิชาการ ซึ่งเนื้อหาของผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพบางชนิดโฆษณาเกินจริงและไม่ครบถ้วน หรือให้ความจริงด้านเดียว หลอกลวง เพื่อนำเสนอข้อดีของผลิตภัณฑ์ในการแก้ปัญหาในช่องปากได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาทางทันตกรรม หรือเสียเวลาไปพบทันตแพทย์
สำหรับการรักษาที่ถูกต้อง สำหรับโรคในช่องปาก ประชาชนจะต้องได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ เพราะปัญหาที่พบส่วนใหญ่ คือ โรคฟันผุ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด เชื้อโรคจะสะสมรวมกันกับเศษอาหารที่ตกค้างในช่องปาก เกิดเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวๆ เกาะผิวฟันที่เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ เชื้อโรคในคราบจุลินทรีย์เหล่านี้จะผลิตกรดออกมาย่อยสลายแร่ธาตุบนผิวฟัน ทำให้เกิดรูที่เรียกว่าฟันผุ ซึ่งจะค่อยๆ ลุกลามจากผิวฟันด้านนอกสู่ชั้นโพรงประสาทฟันได้ หากไม่มีการกำจัด เนื้อฟันที่ผุออก และรับการอุดฟันโดยทันตแพทย์ ซึ่งการแปรงฟันให้สะอาดมากขึ้นหลังจากเกิดฟันผุแล้ว อาจช่วยลดการลุกลามของฟันผุเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำให้รูผุกลับมาเป็นฟันปกติได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสารในผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพตัวใดทดแทนแร่ธาตุในเนื้อฟันธรรมชาติได้
แล้วยังมีโรคช่องปากที่แพทย์พบบ่อย คือ โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด และการมีหินปูนในช่องปาก อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้น เนื่องจากหินปูนคราบคือคราบจุลินทรีย์บริเวณ คอฟันที่สะสมรวมกับแร่ธาตุในน้ำลาย มีลักษณะเป็นก้อนแข็งเกาะแน่นกับผิวฟันบริเวณขอบเหงือก ผิวของหินปูนมีลักษณะขรุขระ ทำให้มีการสะสมของเชื้อโรคได้มากขึ้น ซึ่งร่างกายของคนเราจะสร้างปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกรุนแรงขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดหินปูนในช่องปากแล้ว การแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากใดๆ ก็ไม่สามารถกำจัดหินปูนออกไปได้ จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนออกเท่านั้น
วิธีแปรงฟันอย่างถูกวิธี แนะนำให้ทำแบบ 2-2-2 ได้แก่ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที และไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง จะเป็นแนวทางการป้องกันปัญหาใน ช่องปากที่ทุกคนสามารถทำได้
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก “5โปรเจ็กต์พัทยา-ภูเก็ตเฮบีโอไอส่งเสริมลงทุน5พันล้าน”
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ล่าสุดบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมโครงการใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีเอกชนนักลงทุนยื่นขอรับการส่งเสริมเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่รวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.จังหวัด ภูเก็ต 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสวนน้ำวานา นาวา เงินลงทุน 2,430 ล้านบาท กับสวนน้ำของนักธุรกิจจากสหราชอาณาจักร อีก 1,346 ล้านบาท
2.จังหวัดชลบุรี มี 3 โครงการ ได้แก่ โครงการที่ 1 บริษัท บูรพา สตูดิโอ จำกัด เสนอลงทุนโครงการเมืองจำลองอาณาจักรในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ วงเงิน 975 ล้านบาท โครงการที่ 2 บริษัท ดอลฟินส์ เบย์ พัทยา จำกัด เสนอทำโครงการจัดแสดงโลมา สิงโตทะเลและแมวน้ำ 170 ล้านบาท โครงการที่ 3บริษัท พาโรดี้ อาร์ท มิวเซียม จำกัด เสนอสร้าง พิพิธภัณฑ์งานศิลปะและประติมากรรม 80 ล้านบาท
นายนฤตม์กล่าวว่าตลอด 10 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่รวม 32 โครงการ มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท เช่น สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค สวนน้ำรามายณะ สวนน้ำซานโตรินี่พาร์ค สวนน้ำวานา นาวา สวนน้ำไดโน วอเตอร์พาร์ค จ.ขอนแก่น หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร คิดส์ซาเนีย ไลน์วิลเลจ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดสามมิติ อาร์ท อิน พาราไดซ์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่และสวนสนุกแหล่งรวมซูเปอร์ฮีโร่ เดอะมาร์เวล เอ็กซ์พีเรียนซ์ และอื่น ๆ
ข่าวที่สอง “บางกอกแอร์โค้ดแชร์ฟิลิปปินส์เพิ่มลูกค้ากรุงเทพ/เชียงใหม่”
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า ได้ลงนามข้อตกลงกับฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส เพื่อให้บริการเที่ยวบินร่วม หรือ codeshare agreement ผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความสะดวกดึงนักท่องเที่ยวเดินทางอย่างสะดวกเพิ่มขึ้นระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์
การทำโค้ดแชร์ครั้งนี้ จะครอบคลุมเส้นทางบิน ระหว่าง กรุงเทพฯ-กรุงมะนิลา และ กรุงมะนิลา-เชียงใหม่ (ต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ) โดยผู้โดยสารบางกอกแอร์เวย์สสามารถเดินทางในเส้นทางบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-กรุงมะนิลา (ฟิลิปินส์) กับเที่ยวบินของฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ และผู้โดยสารจากกรุงมะนิลามากรุงเทพฯ ก็ใช้บางกอกแอร์บินเชื่อมต่อไปยังเชียงใหม่ ระหว่างนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเที่ยวบินร่วมเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆ ในไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ข่าวที่สาม “แคนทารีปราจีนจัดเทศกาลญี่ปุ่น6-8พ.ย.นี้”
โรงแรมแคนทารี 304 ปราจีนบุรี เปิดห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด ชวนนักท่องเที่ยวไปสัมผัสรสชาติต้นตำรับในเทศกาลอาหารญี่ปุ่น ระหว่าง 6 - 8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.00 น. - 22.00 น. โดยเชฟมืออาชีพ ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงอย่างพิถีพิถันให้ได้อิ่มเอมบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำกับเมนูอร่อยขึ้นชื่อ เช่น ซูชิ ซาซิมิ เทมปูระ เทริยากิ และอีกหลากหลายเมนู ในราคาสุทธิเพียงคนละ 650 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีลดครึ่งราคา
โทร. 037-239-777 หรือดูรายละเอียดได้ใน www.kantarycollection.com
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.
TG971ขยี้ปมเปิดขยะใต้พรม6ทศวรรษ4เรื่อง
คิงเพาเวอร์โชว์จัดไฮไลต์ดีสนีย์6โซน2พ.ย.61
พลังคิงเพาเวอร์เปิดคอลเลคชั่นใหม่INDIGO2
บิ๊กททท.นำทีมเพิ่มทางเลือกใหม่ทัวร์หาด/เกาะ
รัฐสั่งลุยใช้ทุกมาตรการกู้ตลาดอินเตอร์ปลายปี
บางจากเปิดพื้นที่ดึงคู่ค้าร่วมอบรมSME คลีนิก
นายกฯลั่นทอท.เคลียร์ได้อาคาร 2 สุวรรณภูมิ
เที่ยวอ่างทองแหล่งมรดกราชสำนักทำชุดโขน
แพทย์เตือนระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์ฟันหลอก
พัทยา/ภูเก็ตเฮบีโอไอหนุน5พันล้านท่องเที่ยว
บางกอกแอร์โค้ดแชร์ดึงฟิลิปปินส์แห่เข้าไทย
แคนทารีปราจีนจัดเมนูจานเด็ดญี่ปุ่น 6-8 พ.ย.
ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97
ช่วงที่ 1 ชำแหละ “TG 971” กับบทวิเคราะห์เจาะลึกมหกรรมรับน้อง “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” ดีดีการบินไทยใหม่นอกองค์กรคนที่ 5 มาแค่เดือนเศษก็เจอแจ๊คพอต ทั้งเที่ยวบินไถลออกนอกรันเวย์ และปรากฎการณ์ “ศึกใหญ่ภายใน" รุมขยายแผลองค์กรเปิด “ขยะใต้พรม 4 เรื่องใหญ่” สาวไส้กันเพลิน ทั้งเรื่องอัพเกรดตั๋ว ลามไปถึงการขาดความแม่นยำในกฎของบริษัท ผลประกอบการติดหล่มขาดทุนยับเกือบ 10 ปี สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจถูกวิพากษ์ดำรงตำแหน่งแบบสิ้นสภาพไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2554 เป็นตำนานเรื่องเล่าของสายการบินแห่งชาติตลอด 6 ทศวรรษ เกือบ 60 ปี ที่ยังเกาไม่ถูกที่คันสักรัฐบาล
สายการบินแห่งชาติ “การบินไทย” ต้อนรับน้องใหม่ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ DD คนนอก คนที่ 5 ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561
นับจากวันแรก 3 กันยายน 2561 ภารกิจแรกของสุเมธคือ “รื้อแผนฟื้นฟูการจัดซื้อฝูงบินใหม่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท” ตามคำสั่ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ขีดเส้นต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และให้เวลา 3 เดือน พิสูจน์ฝีมือ
ผ่านไปแค่เดือนเศษ “สุเมธ” ก็เจอศึกรับน้อง 2 เหตุการณ์ใหญ่ เริ่มจากวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เครื่องการบินไทยโบอิ้ง 747-400 TG 679 จากกวางโจว ไถลออกนอกรันเวย์สุวรรณภูมิ ต้องใช้เวลากู้กันอยู่นานค่อนวันทำให้การจราจรติดขัดกว่า 400 เที่ยวบิน
อีก 3 วันต่อมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 นายสุเมธเจอเหตุการณ์ที่ 2 “กัปตันการบินไทยถูกร้องเรียน” ในเที่ยวบิน TG 971 ซูริก-กรุงเทพฯ ออกเดินทางล่าช้ากว่าเวลาปกติ 2 ชั่วโมงเศษ ทำให้ผู้โดยสารทั้งลำกว่า 300 ชีวิต เดือดร้อนไปตาม ๆ กัน
ปรากฎการณ์ “น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่เกิดขึ้นจาก “การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน” ในการจัดการที่นั่งโดยสารของสายการบินแห่งชาติ ซึ่งเปิดบริการมาเกือบครบ 60 ปี สะท้อนให้เห็น “แผลลึกและขยะใต้พรม” ที่ถูกกระพือรื้อขึ้นมาตีแผ่สู่สาธารณะอีกครั้งว่าตลอด 6 ทศวรรษ ปัญหายังคงย่ำอยู่กับที่ โดยแทบไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี
ทันทีที่ “นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม” ดีดีนอกองค์กร คนที่ 5 ลงนามสัญญารับค่าจ้างเดือนละ 6 แสนบาท (น้อยสุดในบรรดาดีดีคนอกที่ผ่านมา 4 คน) ก็ถูกจับจ้องว่าจะมีพลังมากพอหรือไม่ ที่จะโชว์ศักยภาพในเวลาอันรวดเร็วเพื่อครองใจทำให้เกิดการยอมรับจากพนักงานการบินไทย องค์กรที่มีวัฒนธรรมสืบทอดจากรุ่นก่อตั้งมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน
ปมนี้จึงเป็นความท้าทายภายในองค์กร เพราะแต่ละฝ่ายพร้อมแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ได้ชนิดเหนือความคาดหมาย เฉกเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับดีดีคนนอกทั้ง 4 คน ล้วนแล้วแต่ฝีมือระดับพระกาฬ แต่ก็จบชีวิตการทำงานในองค์กรนี้แบบไม่สวยสักราย
ประเดิมคนแรก “นายกนก อภิรดี” นักการตลาดมือดีของรัฐบาลยุคนั้น ไฟเขียวให้เข้ามาเป็นดีดีเมื่อปี 2545 ในยุค ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ สมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร แต่กนกก็โดนบอกเลิกจ้างในปี 2548 ก่อนสัญญาจ้างจะสิ้นสุดเพียงไม่กี่เดือน
คนที่ 2 “นายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์” นักบริหารมีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย เข้ามาปี 2552 โดนบอกเลิกจ้างปี 2555 ด้วยเหตุผลแปลก ๆ คือ ไม่สามารถสื่อสารกับคณะกรรมการและผู้บริหาร ทำให้การทำงานการบินไทยไม่เป็นเอกภาพ
คนที่ 3 “นายสรจักร เกษมสุวรรณ” ข้ามห้วยจากสื่อชั้นนำที่มีชื่อเสียง มานั่งเก้าอี้ดีดีได้ไม่ถึงปี โดยเข้าทำหน้าปี 2555 แต่ก็ต้องมีเขียนลาออกเองช่วงปี 2556 โดยระบุเหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ เพราะระหว่างนั้นโดนแรงกดดันหนักจากภายในองค์กร
คนที่ 4 “นายจรัมพร โชติกเสถียร” เข้ามาเมื่อพฤศจิกายน 2557 พ้นวาระไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2560 ตอนเดินเข้าการบินไทยพกความมั่นใจ ในฐานะนักบริหารตลาดทุนมือหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการเรียกค่าจ้างประมาณเดือนละ 1.5 ล้านบาท สูงสุดในบรรดาดีดีการบินไทยทั้งหมด แต่สุดท้ายจบออกไปแบบค้านสายตาคนส่วนใหญ่ เพราะนอกจากจะไม่ได้ฝากผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตลอดการเข้าบริหารแล้ว ตอนพ้นเก้าอี้ดีดียังทิ้งภาระขาดทุนต่อเนื่องไว้สูงเป็นประวัติการณ์หลักหมื่นล้านบาท
คนที่ 5 “นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม” เข้ามารับตำแหน่งดีดี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561 ผ่านชนิดเลือดตาแทบกระเด็นเนื่องจากผลการสรรหาสิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมแต่ต้องรอถึงกันยายนจึงเข้ารับหน้าที่ได้
นายสุเมธเป็นดีดีคนนอที่ทำงานเพียงเดือนเศษเดียวก็โดนรับน้อง 2 เหตุการณ์ใหญ่ ซึ่งสามารถจุดกระแสสังคมติดอย่างรวดเร็ว เรื่องแรกอุบัติเหตุ เครื่องบิน TG 679 วันที่ 3 ตุลาคม 2561 ไถลออกนอกรันเวย์ เหตุการณ์นี้เคลียร์จบรวดเร็ว เพราะมี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าของสถานที่เป็นหัวหอกแก้ไขตามมาตรฐานสนามบิน
มาถึงเรื่องที่ 2 TG 971 นักบินการบินไทย 4 ชีวิต ทำให้เที่ยวบินจากซูริกออกล่าช้ากระทบผู้โดยสารทั้งลำ เพียงเพราะขอใช้สิทธิ์ตามสัญญาจ้างนั่งเฟิร์สคลาสจากซูริกกลับกรุงเทพฯ ซึ่งนักบินกลุ่มดังกล่าวถูกสังคมตัดสินไปเรียบร้อยแล้วว่า “มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม” และเป็นชนวนทำให้ “ภาพลักษณ์การบินไทย” ย่ำแย่ลง
แม้เหตุการณ์เที่ยวบิน TG 971 ถูกขีดเส้นตายการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องให้จบในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 แต่ส่วนใหญ่ก็รู้ผลมาตั้งแต่ต้นว่าคงเป็นไปได้ยากที่จะสั่งลงโทษนักบินซึ่งทำตามสัญญาจ้างทุกประการ
แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏชัดก็คือ TG 971 คือ “บทเรียนราคาแพง” ของดีดีคนนอกอย่างนายสุเมธ ด้วยเพราะเรื่องนี้คือชนวนเปิด “แผลใหญ่การบินไทย” ให้สังคมเห็น “ปัญหาเรื้อรังที่ฝังลึกอยู่ในองค์กร” ตลอดเกือบ 60 ปี หรือผ่านมาแล้วเกือบ 6 ทศวรรษ ทุกปัญหาทั้งเก่าและใหม่ยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้เป็น “สายการบินแห่งชาติ 4.0-รักคุณเท่าฟ้า” ตามคำโฆษณาอย่างแท้จริง ดังนั้นไส้ขดใหญ่จึงถูกสาวสู่สาธารณะอีกครั้งถึง 4 เรื่องสำคัญ
1.เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สังคมรู้ว่า “ระบบคู่มือปฏิบัติงาน” ของพนักงานที่รับผิดชอบตามสถานีการบินต่างประเทศ มีรูรั่วจนก่อให้เกิดปัญหาบานปลายใหญ่โตได้ โดยเฉพาะเรื่องคาใจคนในสังคมกรณี “Up Grade ที่นั่งผู้โดยสาร” คือ “แผลเป็น” ที่พร้อมจะฟื้นภาพจำในใจคนไทย แถมการอัพเกรดชั้นเฟิร์สคลาสครั้งนี้ ผู้ใช้บริการออกมายืนยันว่าไม่ได้ร้องขอแต่พนักงานตัดสินใจเปลี่ยนให้เอง ประการสำคัญดันไปกระทบสิทธินักบินของบริษัทซึ่งมีระเบียบปฏิบัติระบุไว้ชัดเจน แถมยังทำให้นักบินการบินไทยต้องตกเป็น “จำเลยสังคม”
2.เหตุการณ์ครั้งนี้มี “นักบินบางกลุ่ม” ฉวยจังหวะเรียกร้องฝ่ายบริหารให้ทบทวน “การขึ้นเงินเดือนนักบิน” เพื่อป้องกันสมองไหล ซึ่งเรื่องแบบเคยมีหลายยุคสมัย แต่จะกลายเป็นประเด็นต่อเนื่องใหญ่ขนาดไหนต้องรอดูกันต่อไป อีกทั้งเมื่อสมาคมนักบินไทยออกมาย้ำว่าหากถอยให้ถูกกระทำมากไปกว่านี้ ต่อไปนักบินการบินไทยอาจจะไม่มีที่ยืนนั้น ถูกตีความไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าต้องการส่งสัญญาณอะไร ?
3.เหตุการณ์ครั้งนี้เมื่อ “สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย” ออกมาแสดงความเห็นว่านักบินกลุ่มดังกล่าวแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็ทำให้คนการบินไทยด้วยกันเอง ขุดคุ้ยสถานะของ “กรรมการสหภาพ” ชุดปัจจุบัน ล้วนเป็นบุคคลที่ “สิ้นสภาพทางกฎหมาย” มานานแล้ว เนื่องจากเป็นกรรมการที่อยู่ได้ด้วยการอ้างสิทธิตามข้อบังคับเพื่อ “รักษาการสหภาพแรงงาน” มาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย
4.เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ “เกิดการขุดคุ้ยผลการดำเนินงานการบินไทยขาดทุนยับ” ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ตอกย้ำถึงสถานะตอนนี้สายการบินแห่งชาติยังยืนอยู่บนปากเหว เพราะตัวเลขขาดทุนที่ปรากฏยังบานทะโล่
ตามที่การบินไทยระบุผลขาดทุนไตรมาส 2 ปี 2561 จาก 4 ปัจจัยเดิม ๆ ได้แก่ 1.ต้นทุนค่าน้ำมันเครื่องบินสูงขึ้น 2.ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 3.ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และ 4.อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในการค้า อีกตัวแปรที่การบินไทยอ้างอิงขาดทุน หรือ กำไร มาตลอด
หากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างปี 2561 กับ 2560 มีดังนี้
ปี 2561 ค่าน้ำมัน 14,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,873 ล้านบาท (15.3%) ปี 2560 อยู่ที่ 12,279 ล้านบาท
ปี 2561 ค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่ 3,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,023 ล้านบาท (8.3%) ปี 2560 อยู่ที่ 2,673 ล้านบาท
ปี 2561 ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน 4,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 370 ล้านบาท (8.1%) ปี 2560 อยู่ที่ 4,544 ล้านบาท
รวมแล้วปี 2561 การบินไทยมีค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาสที่ 2 อยู่ 50,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,022 ล้านบาท (6.4%) มากกว่าปี 2560 อยู่ที่ 47,024 ล้านบาท
เมื่อผลัดเปลี่ยน “ดีดีคนใหม่” จากนางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว บุคลากรภายในซึ่งได้รับแต่งตั้งรักษาการดีดีปีเศษ เกษียนอายุ แล้วเปิดทางให้ “นายสุเมธ ดำรงชัยกุล” เข้ารับตำแหน่งวันที่สอง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในรัฐบาล คสช.ก็แวะมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายชุดใหญ่ ประกาศกลางห้องออดิทอเรียมต่อหน้าพนักงานนับพันคน ให้ดีดีคนใหม่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการดึงพลังจากพนักงานเลือดสีม่วงทุกคนเข้ามาไว้ในอ้อมใจ เพราะต้องอาศัยความสามารถจากทุกคนสายการบินแห่งชาติจึงประสบความสำเร็จได้
ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2561 รัฐบาลฝากความหวังไว้กับ “นายสุเมธ” ดีดีมือใหม่การบินไทย มอบให้ลุยแก้ไขแผนฟื้นฟูฉบับใหม่โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เพื่อช่วยกันนำพาการบินไทยออกจากหุบเหวกขาดทุนมายาวนานเกือบทศวรรษให้ได้
แต่สูตรที่นายสุเมธให้สัมภาษณ์เรื่องการทำแผนฟื้นฟูการบินไทยอีก 5-10 ปีหน้า ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิม นั่นคือ 1.ใช้เงินเกินแสนล้านบาทซื้อฝูงใหม่ 2.ปรับปรุงเส้นทางบิน 3.เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับสายการบินในตลาดโลก
ดังนั้นเมื่อเจอแรงกระเพื่อมจากการรับน้อง 2 เหตุการณ์ข้างต้น “แผลใหญ่การบินไทย” จึงระบมอีกครั้ง โดยเฉพาะ “ปัญหาศึกใหญ่ภายใน” คือภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่ที่ฝังลึกมายาวนาน 4 Big Problem ได้แก่
1.เรื่องระบบการจัดที่นั่งในเที่ยวบินเพื่อบริการผู้โดยสารกระทำอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม จริงหรือไม่ ?
2.เรื่องผู้นำที่มาจากคนนอกองค์กร จะบริหารจัดการความพึงพอใจของพนักงานด้วยกันเอง แล้วลดความขัดแย้งแต่ละฝ่ายลงได้จริงหรือ ปัญหานี้ยากแสนสาหัส ที่สำคัญไม่มีสูตรสำเร็จในการบินไทยซึ่งเป็นเช่นนี้มาทุกยุคสมัย
3.เรื่องพลังร่วมจะหาจากตรงไหนเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อให้ “รายได้ขยับเป็นบวก” และ “รายจ่ายลดลง”
4.เรื่องแผนฟื้นฟูกิจการฉบับใหม่ หลัง ดร.สมคิด ขีดเส้นตายให้แก้ไข ไม่ว่าจะลงเอยแบบไหนการบินไทยก็ตกเป็นจำเลยสังคม เพราะหลายยุคที่ผ่านมาพอเสียงปี่กลอง “การเลือกตั้ง” รัวรัวครั้งใด การบินไทยก็มักมีเหตุต้องใช้เงินมหาศาลจัดซื้อฝูงบินใหม่ กระแสทั้งสังคมจึงมักจ้องจับตาเป็นพิเศษว่า ซื้อเพื่อชาติหรือ...เพื่อใคร ?
อีกทั้งคำอธิบายของ “นายสุเมธ” ที่เข้ามาเพียงไม่กี่วัน จะมีพลัง มีมนต์ขลัง มีน้ำหนักมาก เพียงพอ จะทำให้คนการบินไทยและทั้งสังคมเปลี่ยนใจไปเชื่อความจริงที่ว่าสายการบินแห่งชาติทำตามหลักธรรมาภิบาลเป๊ะทุกประการได้จริง ๆ หรือ ?
ภายใต้โลโก้ “ดอกจำปี” บนสัญลักษณ์ “สีม่วง” ของ “การบินไทย” คือตำนานเรื่องเล่าที่อยู่กับคนไทยในเชิงลบมายาวนาน เหตุเพราะ “การสื่อสารสู่สาธารณะ” ของสายการบินแห่งชาติ ทุกยุคมีปัญหาขั้นรุนแรง จนกลายเป็นดีเอ็นเอที่นำพาองค์กรเข้าสู่วงโคจรความวิกฤตศรัทธา จมดิ่งลงใต้เหวลึก ทั้ง ๆ ที่มีของดีอยู่มากมายแต่นำเสนอสู่สาธารณะไม่ถูกทาง
ยิ่ง “นายสุเมธ” ผู้นำเลือกใช้วิธีแก้ปัญหาโดยติดกระดุมเม็ดแรกพลาดตั้งแต่เริ่ม ตอบความจริงได้ไม่โดน จนอาจนำไปสู่การขาดความน่าเชื่อถือ ก็ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเรื่องใหญ่กว่านี้ดีดีคนใหม่จะนำพาองค์กรไปรอดได้อย่างไร ?
ถึงเวลาที่ “รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ต้องผ่าทางตันการบินไทยแบบจริงจัง สังคมไทยยังมีมืออาชีพอยู่จริง เพียงแต่ต้องค้นหาให้เจอแล้วใช้งานให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1 คิงเพาเวอร์ชวนเที่ยวดีสนีย์แลนด์รางน้ำ6โซน2พ.ย.นี้”
นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ในการจับมือกับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำโครงการ “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เทศกาลความหมัศจรรย์ไม่มีที่สิ้นสุด รวม 88 วัน ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 – 27 มกราคม 2562 ณ ดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ เพื่อสร้างปรากฎการณ์ใหม่ขึ้นในวงการร้านค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวของไทยให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะการปลุกกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังลดลงให้หันกลับมาเที่ยวไทยอีกครั้งอย่างคึกคักนั้น
ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป จะได้เนรมิตพื้นที่ภายในงานให้ชมกันอย่างจุใจ แบ่งเป็น 6 โซน ประกอบด้วย
โซนที่ 1 “เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส” ออกแบบสร้างรถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์ ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง แต่หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟฟิคอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับว่ารถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
โซนที่ 2 “การ์เด้น ออฟ ดรีมส์” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้เด็กๆ สามารถสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ได้อย่างเต็มที่
โซนที่ 3 “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด” ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยการตกแต่งของอาคารทั้งสองฝั่งถนนได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่างๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล อีกทั้งยังมีเกมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟนๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ในตอนเย็น คือขบวนพาเหรดของเหล่าการ์ตูนดีสนีย์ตัวโปรดที่จะสร้างทั้งความสุข และความประทับใจให้กับทุกคน
โซนที่ 4 “มิคกี้ ฮอลล์เวย์” คือผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารักๆ และจอเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือน
โซนที่ 5 “เมกาสโตร์” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ประกอบด้วยสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ จะวางจำหน่ายในช่วงการเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของ มิคกี้ เม้าส์ และเป็นครั้งแรกกับสินค้ามิคกี้ เม้าส์คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มีให้เลือกได้อย่างครบครัน
โซนที่ 6 “มิคกี้ แกลเลอรี่” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดล มิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมายเพื่อฉลองครบรอบ 90 ปีมิคกี้ เม้าส์
ข่าวที่ 2 “คิงเพาเวอร์ชูครามชุมชนINDIGO2บุกตลาดโลก16พ.ย.”
นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการนำผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนมาออกแบบสินค้าวางจำหน่ายในสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ภายใต้ชื่อ INDIGO คอลเลคชั่นแรก เมื่อกลางปี 2561 ได้เปิดตัวที่อังกฤษ คิง เพาเวอร์ จากนั้นต่อยอดพัฒนาคอลเลคชั่น 2 ทำ INDIGO II ภายใต้แนวคิด ‘Nature is More’ ร่วมกับชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร ทีมครูช่างศิลปหัตถกรรม ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และทีมนักออกแบบของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดยเพิ่มลูกเล่นพร้อมเติมความสนุกการมิกซ์แอนด์แมทช์นำโทนสีครามมาเล่น มัดให้เป็นลายทางและใส่เทคนิคการไล่สี
โดยยังคงคุณสมบัติเด่นของผ้าสีย้อมครามไว้ ได้แก่ เป็นสีธรรมชาติ 100% เนื้อนุ่ม ระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย ใช้ได้หลากหลายโอกาส ทุกชิ้นผ่านการย้อมด้วยมือแบบดั้งเดิม คือ ม้วน มัด และจุ่มในสีจนเกิดเป็นลวดลายเอกลักษณ์ที่งดงาม ประณีต และมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป คอลเลคชั่นใหม่ INDIGO II จะนำมาวางจำหน่ายในร้านค้า คิง เพาเวอร์ สาขาในเมืองทั้ง รางน้ำ พัทยา (ยกเว้นแจ็กเกต และเสื้อสเวเตอร์) ศรีวารี ภูเก็ต และคิง เพาเวอร์ มหานคร (ยกเว้นลูกฟุตบอลผ้า) รวมทั้งภายในสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต และในอังกฤษที่ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ (ยกเว้นแจ็กเกต, ผ้าพันคอ และหมวกแก๊ป)
โดยจะมีให้เลือกกว่า 5 หมวด ได้แก่ 1.หมวดเสื้อแฟชั่น เสื้อยืดคอกลมแขนสั้น เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อโปโลแขนสั้น แจ็กเก็ต แจ็กเก็ตแบบมีหมวก 2.ผ้าพันคอ 3.หมวกแก๊ป 4.กระเป๋า ถใหมอนอิง และ 5.ลูกฟุตบอลผ้า โดยมีทีมนักออกแบบจาก LCFC อังกฤษ เข้าช่วยทำให้สินค้าโดดเด่นมากขึ้นเพิ่มคุณภาพการดีไซน์อย่างทัดเทียมระดับโลก แต่จำหน่ายในราคาเพียงชิ้นละ 690 – 2,190 บาท
การจัดทำคอลเลคชั่น Indigo นั้น เป็นหนึ่งในโครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย เพื่อสนับสนุนชุมชน ของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ กับชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร นำสินค้าไทยก้าวไทยตอบโจทก์ตลาดต่างประเทศทั่วโลก
ข่าวที่ 3 “ททท.เพิ่มทางเลือกใหม่ทัวร์อ่าวมาหยา-สิมิลัน”
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) ซึ่งทรัพยากรการท่องเที่ยวเป็นของทุกคนที่จะต้องให้ความสำคัญโดยช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ จึงได้นำผู้บริหาร ทีมพนักงานด้านสื่อสารการตลาด และตลาดในประเทศ ททท.ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่และพังงา ประกาศจุดยืนโครงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในปีงบประมาณ 2562
โดยวางกลยุทธ์เร่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีมากกว่า อ่าวมาหยาซึ่งต้องปิดพักฟื้น หรือหมู่เกาะสิมิลัน ได้ออกมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปในแต่ละวัน แต่ยังมีทางเลือกเที่ยวเกาะและหาดใกล้เคียงอ่าวมาหยาเที่ยวได้ตามปกติ เช่น อ่าวโละซามะ อ่าวโละปิเละ อ่าววังหลัง อ่าวนุ้ย อ่าวลิง อ่าวแหลมตม เกาะไม้ไผ่ เขาหงอนนาค ส่วนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ททท. จะประชาสัมพันธ์เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมใกล้เคียงกัน เช่น เกาะงวงช้าง หรือเกาะอื่น เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะพระทอง
ขณะเดียวกันก็ให้เร่งประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากส่วนที่ไม่อยู่ในบริเวณที่ประกาศ เช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี มีพื้นที่ถึง 242,437.17 ไร่
ทั้งนี้ ททท.จะทำประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ได้รับความนิยม โดยมุ่งเน้นทำโครงการณรงค์ให้นักท่องเที่ยวลดการสร้างขยะ หรือลดเลิกใช้พลาสติกอย่างจริงจัง แล้วหันมาใช้อุปกรณ์ทดแทน เช่น ถุงผ้า ขวดน้ำพกพา กล่องข้าวพกพา หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ ผ้าเช็ดหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2563 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศจะต้องลดขยะพลาสติกลงให้ได้ถึง 50 % เบื้องต้นชุมชนตามเกาะต่าง ๆ ในฝั่งทะเลอันดามันให้ความร่วมมือเรื่องนี้เป็นอย่างดี
ข่าวที่ 4 “ททท.-ก.ท่องเที่ยวงัดทุกมาตรการกู้ตลาดโลกพ.ย.-ธ.ค.นี้”
ผู้สื่อข่าวรายงาน ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ให้ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าหารือพร้อมทั้งสั่งการให้เร่งระดมทำกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบแรง ๆ กระตุ้นรายได้ช่วงปลายปีซึ่งยังมีเวลาอีก 2 เดือน ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2561
ต่อเนื่องจากโครงการ 4 พันธมิตร ที่เพิ่งทำแคมเปญ “ไทยเที่ยวไทย ไทยยั่งยืน” ร่วมกัน 4 องค์กร คือ ททท.-การบินไทย-ไทยสไมล์-ธนาคารกรุงไทย โดยได้ทำแพกเกจราคาพิเศษออกขายตลาดในประเทศผ่านทัวร์เอื้องหลวง การบินไทย 20 เส้นทาง 10 จุดบิน เพิ่มจำนวนและรายได้ท่องเที่ยวกระจายเข้าสู่ 55 เมืองรอง ระหว่าง 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2561
อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬายังได้เสนอต่อที่ประชุม ครม.พิจารณามาตรการด้านวีซ่าเพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว 2 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1 เสนอยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) ให้จีนและต่างชาติ 21 ประเทศ ระยะสั้น เริ่ม 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562 เพื่อปลุกกำลังซื้อจีนเข้ามาเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องที่ 2 เสนอมาตรการเปิด Double Entry Visa แก่นักท่องเที่ยวจีน ด้วยการให้จ่ายค่าวีซ่าเดินทางเข้าไทย 1 ครั้ง เพียงคนละ 1,000 บาท โดยสามารถเข้าออกประเทศไทยภายในเวลา 180 วัน ได้ 2 ครั้ง
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวถึงการเข้าพบ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยได้เสนอจับมือกับสมาคมค้าปลีกไทย ทำแคมเปญใหญ่ Passport Sale 2018 ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 61 โดยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติโชว์พาสปอร์ต ณ ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการทั้งในกรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่กำลังประสบปัญหาตลาดจีนหายไป อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา รับไปเลยทันทีส่วนลดขั้นต่ำในการช็อปปิ้ง 14% เป็นการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % บวกส่วนลด 7% และจัด Top Thailand Brand Sale นำสินค้าไทยยอดนิยมจากชุมชนเมืองรองทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย
ตั้งเป้าใช้แคมเปญ Passport Sale 2018 ดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาท่องเที่ยวต่อเนื่อง 1.5 ล้านคน ได้ใช้เงินช็อปปิ้งกับแคมเปญดังกล่าวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการกระตุ้นตลาดในรัศมีการบินไม่เกิน 6 ชั่วโมง เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นตลอด 2 เดือนนี้ด้วยเช่นกัน
ข่าวที่ 5 “บางจากเปิดอบรม SME คลีนิก15พ.ย.61”
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าร่วมโครงการอบรม SME Clinic เพื่อทำระบบป้องกันการจ่ายสินบนตามแบบประเมินตนเองในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ IOD Member Space ชั้น 5 เกสรพลาซ่า
ตามที่บางจากฯ มีนโยบายจะส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้าของบริษัทฯ เข้าเป็นแนวร่วมและเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองของ โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC – Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption) โดยพร้อมจะสนับสนุนให้คู่ค้าเป็นสมาชิกที่ได้รับการรับรองของ CAC ตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บางจาก โดยกลุ่มเอสเอ็มอีจะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานและจะต้องปฏิบัติตามช่องทางการสมัครอย่างถูกวิธี เบื้องต้นสามารถเข้าไปดูรายละเอียดการลงทะเบียนได้ที่ http://www.thai-iod.com/th/seminar-events-detail.asp?id=519
ข่าวที่ 6 “นายกฯสั่งทอท.เคลียร์ปมเทอร์มินอล2สุวรรณภูมิเอง”
จากกระแสความแรงต่อเนื่องที่มีต่อโครงการ ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ให้กระทรวงคมนาคม กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชนป “ทอท.” เดินหน้าดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างโปร่งใส ถูกต้องและเป็นธรรม โดยให้ตรวจสอบเร่งรัดให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีลงไปสั่งการทุกเรื่อง
ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ได้ทำอย่างเต็มที่เพื่อให้การก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนการประมูล ประการสำคัญคือความจำเป็นของประเทศที่จะต้องขยายพื้นที่รองรับนักเดินทางเข้าออกประเทศให้ทันต่อการเติบโตซึ่งปี 2561 สุวรรณภูมิต้องให้บริการคนเข้าออกมากกว่า 60 ล้านคน เกินขีดความสามารถที่มีเพียงปีละ 45 ล้านคน
สำหรับประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ นั้น ทอท.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องพร้อมจะอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเดินหน้าการลงทุนตามแผนแม่บทนั้นทุกฝ่ายได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ทอท.ยังเตรียมเจรจากับกรมธนารักษ์เรื่องการปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุในสนามบิน ทอท.ต่างจังหวัด 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต แม่ฟ้าหลวงเชียงราย หาดใหญ่ และในกรุงเทพฯ ที่ดอนเมือง หลังจากปีนี้จ่ายเงินรวมให้กรมธนารักษ์ไปประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าน้อยกว่าสุวรรณภูมิ เพราะสนามบินต่างจังหวัดจะมีพื้นที่เชิงพาณิชย์น้อยกว่านั่นเอง
สำหรับปี 2561 ทอท.ประกาศจ่ายโบนัสพนักงาน อัตราเฉลี่ย 7.75 เดือน
ช่วงที่ 2 ตามไปเที่ยวเมืองรองใกล้กรุงอีกจังหวัด ที่ “อ่างทอง” ศูนย์รวมมรดกราชสำนักแหล่งใหญ่ใน “ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง” แหล่งผลิตชุด “การแสดงโขนพระราชทาน” ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์มาแรงที่ วัดม่วง วัดสังกระต่าย จากนั้นฟังหมอฟันเตือนเรื่องการดูโฆษณาชวนเชื่อให้ซื้อผลิตภัณฑ์ทันตกรรมต่าง ๆ ต้องระวังถูกหลอก และสีสันข่าวส่งท้ายสัปดาห์ “พัทยา-ภูเก็ต” 5 โปรเจ็กต์ท่องเที่ยวเฮรับบีโอไอให้การส่งเสริมอีกกว่า 5,000 ล้านบาท “บางกอกแอร์” โค้ดแชรป์ฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส ขายตั๋วกระหึ่มไทย “แคนทารี โคราช” ชวนไปชิมเทศกาลอาหารญี่ปุ่นในต่างจังหวัด
@เที่ยวศิลปาชีพสีบัวทองศูนย์รวมมรกดกราชสำนักอ่างทอง
การท่องเที่ยวใกล้กรุง ในเมืองรองขับรถเพียงชั่วโมงกว่า ๆ ไป “อ่างทอง” ไปสัมผัสประสบการณ์มุมใหม่ของเมืองศูนย์ช่างฝีมือดีของเมืองไทย ที่มีผู้สืบทอดงานศิลปะตามแบบราชสำนักให้คงอยู่เป็นมรดกไทยมาอย่างยาวนาน
ประสบการณ์ความลึกซึ้งทั้งหมดนี้สามารถไปชมได้ที่ “ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง” อันเป็นจุดเริ่มที่อยู่เบื้องหลังความงดงามของ “การแสดงโขนพระราชทาน” ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ด้วยเพราะศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทองคือแหล่งผลิตที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นทุกรายละเอียดของ กรรมวิธีการสร้างชุดที่ใช้ในการแสดงโขนพระราชทาน อันเป็นงานศิลปะโบราณจากราชสำนัก ซึ่งมีทั้งผ้ายกทอง หัวโขน กระดาษข่อยโบราณ และทำเครื่องเคลือบเซรามิก
ภายในบริเวณรอบโครงการฟาร์มเกษตรตัวอย่างตามพระราชดำริ ปลูกพืชเชิงการเกษตรแบบไทย ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความประณีตของงานหัตถกรรม การทำเกษตรอนุรักษ์ ให้ความรู้วิถีไทยแบบครบวงจรในอีกมุมได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกันจังหวัดอ่างทองก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อย่าง “วัดม่วง” ตอนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้วที่ผู้คนจะพากันไปขอพรจาก “พระพุทธมหานวมินทร ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” นับเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระสีทองตั้งตระหง่านอยู่กลางแจ้งโดยมีปลายพระหัตถ์ทั้งสองมีนิ้วเรียวงามทอดลงมา เชื่อกันว่าหากผู้ใดได้สัมผัสปลายพระหัตถ์แม้เพียงนิดเดียวก็จะทำให้ก้าวหน้าเติบโตทางการงาน แต่ละวันจึงมีนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติแวะเวียนกันไปแตะปลายพระหัตถ์กันไม่ขาดสาย
จากนั้นก็จะไป “วัดขุนอินทรประมูล” เพื่อสักการะพระนอนองค์ใหญ่อันดับ 2 ของเมืองไทย อยู่ในวัดโบราณสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย องค์พระนอน โดยมีพระพักตร์ยิ้มอย่างงดงาม สงบเยือกเย็น สร้างความศรัทธาแก่ผู้คนเข้ามากราบไหว้บูชา
อีกแห่งเป็น “วัดสังกระต่าย” ได้รับการกล่าวขานเป็นอันซีน ไทยแลนด์ ด้วยมีโบสถ์เก่ารายล้อมต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ทั้ง 4 ทิศ ภาในโบสต์มีพระประทานองค์ขนาดใหญ่ให้สักการะท่ามกลางความร่มเย็นของต้นโพธิ์ดังกล่าว
เที่ยวไทยต้องไปให้รู้ เที่ยวได้ทุกที่ และเท่ได้ทุกเวลา
@แพทย์เตือนระวังถูกโฆษณาหลอกให้ซื้อผลิตภัณฑ์โรคฟัน
กรมอนามัย ได้แจ้งให้แต่ละจังหวัด เตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระวังการโฆษณาชวนเชื่อเกินความจริง เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทันตกรรมหรือโรคฟันต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบันมีสื่อที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพขายอยู่บนโลกออนไลน์จำนวนมาก เช่น น้ำยาบ้วนปากสลายหินปูน ยาสีฟันที่ทำให้ฟันขาว หรือยาสีฟันที่เติมเต็มเนื้อฟันที่ผุให้กลับมาเหมือนฟันปกติ
นำเสนอเป็นโฆษณาโดยมีเนื้อหาข่าวประชาสัมพันธ์ หรือการแอบอ้างบทสัมภาษณ์นักวิชาการ ซึ่งเนื้อหาของผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพบางชนิดโฆษณาเกินจริงและไม่ครบถ้วน หรือให้ความจริงด้านเดียว หลอกลวง เพื่อนำเสนอข้อดีของผลิตภัณฑ์ในการแก้ปัญหาในช่องปากได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาทางทันตกรรม หรือเสียเวลาไปพบทันตแพทย์
สำหรับการรักษาที่ถูกต้อง สำหรับโรคในช่องปาก ประชาชนจะต้องได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ เพราะปัญหาที่พบส่วนใหญ่ คือ โรคฟันผุ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด เชื้อโรคจะสะสมรวมกันกับเศษอาหารที่ตกค้างในช่องปาก เกิดเป็นแผ่นฟิล์มเหนียวๆ เกาะผิวฟันที่เรียกว่าคราบจุลินทรีย์ เชื้อโรคในคราบจุลินทรีย์เหล่านี้จะผลิตกรดออกมาย่อยสลายแร่ธาตุบนผิวฟัน ทำให้เกิดรูที่เรียกว่าฟันผุ ซึ่งจะค่อยๆ ลุกลามจากผิวฟันด้านนอกสู่ชั้นโพรงประสาทฟันได้ หากไม่มีการกำจัด เนื้อฟันที่ผุออก และรับการอุดฟันโดยทันตแพทย์ ซึ่งการแปรงฟันให้สะอาดมากขึ้นหลังจากเกิดฟันผุแล้ว อาจช่วยลดการลุกลามของฟันผุเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำให้รูผุกลับมาเป็นฟันปกติได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสารในผลิตภัณฑ์ทันตสุขภาพตัวใดทดแทนแร่ธาตุในเนื้อฟันธรรมชาติได้
แล้วยังมีโรคช่องปากที่แพทย์พบบ่อย คือ โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด และการมีหินปูนในช่องปาก อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคเหงือกอักเสบรุนแรงขึ้น เนื่องจากหินปูนคราบคือคราบจุลินทรีย์บริเวณ คอฟันที่สะสมรวมกับแร่ธาตุในน้ำลาย มีลักษณะเป็นก้อนแข็งเกาะแน่นกับผิวฟันบริเวณขอบเหงือก ผิวของหินปูนมีลักษณะขรุขระ ทำให้มีการสะสมของเชื้อโรคได้มากขึ้น ซึ่งร่างกายของคนเราจะสร้างปฏิกิริยาต่อต้านเชื้อโรคเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกรุนแรงขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดหินปูนในช่องปากแล้ว การแปรงฟันหรือใช้น้ำยาบ้วนปากใดๆ ก็ไม่สามารถกำจัดหินปูนออกไปได้ จำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนออกเท่านั้น
วิธีแปรงฟันอย่างถูกวิธี แนะนำให้ทำแบบ 2-2-2 ได้แก่ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน แปรงฟันนานอย่างน้อย 2 นาที และไม่รับประทานอาหารและเครื่องดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง จะเป็นแนวทางการป้องกันปัญหาใน ช่องปากที่ทุกคนสามารถทำได้
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก “5โปรเจ็กต์พัทยา-ภูเก็ตเฮบีโอไอส่งเสริมลงทุน5พันล้าน”
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ล่าสุดบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมโครงการใหญ่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีเอกชนนักลงทุนยื่นขอรับการส่งเสริมเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่รวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.จังหวัด ภูเก็ต 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสวนน้ำวานา นาวา เงินลงทุน 2,430 ล้านบาท กับสวนน้ำของนักธุรกิจจากสหราชอาณาจักร อีก 1,346 ล้านบาท
2.จังหวัดชลบุรี มี 3 โครงการ ได้แก่ โครงการที่ 1 บริษัท บูรพา สตูดิโอ จำกัด เสนอลงทุนโครงการเมืองจำลองอาณาจักรในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ วงเงิน 975 ล้านบาท โครงการที่ 2 บริษัท ดอลฟินส์ เบย์ พัทยา จำกัด เสนอทำโครงการจัดแสดงโลมา สิงโตทะเลและแมวน้ำ 170 ล้านบาท โครงการที่ 3บริษัท พาโรดี้ อาร์ท มิวเซียม จำกัด เสนอสร้าง พิพิธภัณฑ์งานศิลปะและประติมากรรม 80 ล้านบาท
นายนฤตม์กล่าวว่าตลอด 10 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่รวม 32 โครงการ มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท เช่น สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเวิร์ค สวนน้ำรามายณะ สวนน้ำซานโตรินี่พาร์ค สวนน้ำวานา นาวา สวนน้ำไดโน วอเตอร์พาร์ค จ.ขอนแก่น หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร คิดส์ซาเนีย ไลน์วิลเลจ พิพิธภัณฑ์ภาพวาดสามมิติ อาร์ท อิน พาราไดซ์ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่และสวนสนุกแหล่งรวมซูเปอร์ฮีโร่ เดอะมาร์เวล เอ็กซ์พีเรียนซ์ และอื่น ๆ
ข่าวที่สอง “บางกอกแอร์โค้ดแชร์ฟิลิปปินส์เพิ่มลูกค้ากรุงเทพ/เชียงใหม่”
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า ได้ลงนามข้อตกลงกับฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส เพื่อให้บริการเที่ยวบินร่วม หรือ codeshare agreement ผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มความสะดวกดึงนักท่องเที่ยวเดินทางอย่างสะดวกเพิ่มขึ้นระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์
การทำโค้ดแชร์ครั้งนี้ จะครอบคลุมเส้นทางบิน ระหว่าง กรุงเทพฯ-กรุงมะนิลา และ กรุงมะนิลา-เชียงใหม่ (ต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ) โดยผู้โดยสารบางกอกแอร์เวย์สสามารถเดินทางในเส้นทางบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-กรุงมะนิลา (ฟิลิปินส์) กับเที่ยวบินของฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ และผู้โดยสารจากกรุงมะนิลามากรุงเทพฯ ก็ใช้บางกอกแอร์บินเชื่อมต่อไปยังเชียงใหม่ ระหว่างนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเที่ยวบินร่วมเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆ ในไทยเพิ่มขึ้นด้วย
ข่าวที่สาม “แคนทารีปราจีนจัดเทศกาลญี่ปุ่น6-8พ.ย.นี้”
โรงแรมแคนทารี 304 ปราจีนบุรี เปิดห้องอาหาร ดิ ออร์ชาร์ด ชวนนักท่องเที่ยวไปสัมผัสรสชาติต้นตำรับในเทศกาลอาหารญี่ปุ่น ระหว่าง 6 - 8 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.00 น. - 22.00 น. โดยเชฟมืออาชีพ ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงอย่างพิถีพิถันให้ได้อิ่มเอมบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำกับเมนูอร่อยขึ้นชื่อ เช่น ซูชิ ซาซิมิ เทมปูระ เทริยากิ และอีกหลากหลายเมนู ในราคาสุทธิเพียงคนละ 650 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีลดครึ่งราคา
โทร. 037-239-777 หรือดูรายละเอียดได้ใน www.kantarycollection.com
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.
คิงเพาเวอร์เปิดยิ่งใหญ่90ปีมิคกี้เมาส์ 1 พ.ย.61-27ม.ค.62
คิงเพาเวอร์เปิดครั้งแรกแคมเปญ90ปีมิคกี้เมาส์
นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมชม6โซนมหัศจรรย์
เรื่องและภาพโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
อ่านได้ในมติชนและข่าวสด https://www.matichon.co.th/publicize/news_1207353
https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_1767024
นายนิพนธ์ รักศรีอักษร รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เป็นประธานเปิดงาน “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เมื่อเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นแคมเปญความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์ ต่อเนื่อง 88 วัน ณ บริเวณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนศกนี้ - 27 มกราคม 2562 เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ร่วมในดินแดนมหัศจรรย์ 6 โซน พร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยระบบ 3D แม็ปปิ้ง นิทรรศการภาพวาดโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินไทยชั้นนำระดับประเทศ
การจัดงานฉลอง 90 ปี แห่งความมหัศจรรย์ของมิคกี้ เม้าส์ ที่ได้เดบิวต์ครั้งแรกในการ์ตูนสั้นเรื่อง Steamboat Willie กำกับโดย วอลท์ ดีสนีย์ เมื่อ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1928 (พ.ศ.2471) ซึ่งวันดังกล่าวทุกปีจึงกลายมาเป็นวันเกิดของมิคกี้ เม้าส์ ปีนี้ได้นำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
การเปิดงานวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นตามกำหนดการ โดยมีเหล่าดาราดังและศิลปินชั้นนำให้เกียรติร่วมงานคับคั่ง อาทิ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ควงคู่มากับก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พร้อมด้วยคู่เพื่อนรัก เบลล์-เขมิศรา พลเดช และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย และลูกๆ ทั้ง 4 ได้แก่ ออกัส ออก้า ออกู๊ด และ ออเกรซ ส่วน เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค มาพร้อม เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
ตลอดการจัดงาน 88 วัน ทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เนรมิตพื้นที่ด้วยการดีไซน์เรื่องราวของมิคกี้ เมาส์ ให้นักท่องเที่ยวด้เดินชมดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 6 โซน ได้แก่
1.“เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส (Celebration Express)” รถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟิกแอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับรถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริง ๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
2.“การ์เด้น ออฟ ดรีมส์ (Garden of Dreams)” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้แฟนๆ สามารถสนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่
3.“มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด (Mickey and Friends Boulevard)” ออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตกแต่งอาคารทั้งสองฝั่งถนนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่าง ๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล พร้อมมีกิจกรรมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ช่วงเย็นด้วยขบวนพาเหรดสร้างความประทับใจให้ทุกคน
4.“มิคกี้ ฮอลล์เวย์ (Mickey Hallway)” ผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารัก ๆ และจอสำหรับเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือนดังนี้
- เดือนพฤศจิกายน แฟนๆ จะได้สนุกไปกับเหล่าเพื่อนผองจากดีสนีย์ในเกมโยนลูกบอลลงห่วงรูปมิคกี้ เม้าส์
- เดือนธันวาคม สนุกไปกับกิจกรรมปั้นหิมะเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
-เดือนมกราคมจะมีกล่องรางวัลมากมาย ที่จะมีพลุออกมาเมื่อสัมผัส
5.“เมกา สโตร์ (Mega Store)” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ออกแบบมาเพื่อร่วมเทศกาลนี้ มีสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ วางจำหน่ายในช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของมิคกี้ เม้าส์ โดยมีสินค้ามิคกี้ เม้าส์ คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก
6.“มิคกี้ แกลเลอรี่ (Mickey Gallery)” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดย 9 ศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมาย เพื่อฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์
นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติร่วมชม6โซนมหัศจรรย์
เรื่องและภาพโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
อ่านได้ในมติชนและข่าวสด https://www.matichon.co.th/publicize/news_1207353
https://www.khaosod.co.th/pr-news/news_1767024
นายนิพนธ์ รักศรีอักษร รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เป็นประธานเปิดงาน “คิง เพาเวอร์ แอนด์ ดีสนีย์ เอนด์เลส เซเลเบรชั่นส์” (King Power and Disney’s Endless Celebrations) เมื่อเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นแคมเปญความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กับ บริษัท เดอะ วอลท์ ดีสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อจัดฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์ ต่อเนื่อง 88 วัน ณ บริเวณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนศกนี้ - 27 มกราคม 2562 เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ร่วมในดินแดนมหัศจรรย์ 6 โซน พร้อมกับเทคโนโลยีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยระบบ 3D แม็ปปิ้ง นิทรรศการภาพวาดโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดยศิลปินไทยชั้นนำระดับประเทศ
การจัดงานฉลอง 90 ปี แห่งความมหัศจรรย์ของมิคกี้ เม้าส์ ที่ได้เดบิวต์ครั้งแรกในการ์ตูนสั้นเรื่อง Steamboat Willie กำกับโดย วอลท์ ดีสนีย์ เมื่อ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1928 (พ.ศ.2471) ซึ่งวันดังกล่าวทุกปีจึงกลายมาเป็นวันเกิดของมิคกี้ เม้าส์ ปีนี้ได้นำมาสร้างสรรค์ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์ครั้งแรกในประเทศไทยและเอเชีย ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ
การเปิดงานวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นตามกำหนดการ โดยมีเหล่าดาราดังและศิลปินชั้นนำให้เกียรติร่วมงานคับคั่ง อาทิ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ควงคู่มากับก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ พร้อมด้วยคู่เพื่อนรัก เบลล์-เขมิศรา พลเดช และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง, เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย และลูกๆ ทั้ง 4 ได้แก่ ออกัส ออก้า ออกู๊ด และ ออเกรซ ส่วน เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค มาพร้อม เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา
ตลอดการจัดงาน 88 วัน ทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้เนรมิตพื้นที่ด้วยการดีไซน์เรื่องราวของมิคกี้ เมาส์ ให้นักท่องเที่ยวด้เดินชมดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 6 โซน ได้แก่
1.“เซเลเบรชั่น เอ็กซ์เพรส (Celebration Express)” รถไฟมหาสนุกที่มีหน้าต่างเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
ซึ่งเหมาะใช้เป็นฉากหลังในการถ่ายภาพ ภายในรถไฟจำลองเหมือนของจริง หน้าต่างจะเป็นจอที่มีภาพทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามในรูปแบบกราฟิกแอนิเมชั่น เมื่อขึ้นไปบนรถไฟจะรู้สึกราวกับรถไฟกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริง ๆ เพื่อเดินทางไปสู่ “มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด”
2.“การ์เด้น ออฟ ดรีมส์ (Garden of Dreams)” เป็นสวนกลางถนนรางน้ำที่ตกแต่งในธีมมิคกี้ เม้าส์แห่งแรกในประเทศไทย สวนนี้เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝัน ที่ละลานตาไปด้วยดอกไม้จริงที่มีสีสันสวยงาม มีจุดสำหรับถ่ายรูปพร้อมตัวการ์ตูนต่างๆ มากมาย ที่มอบโอกาสให้แฟนๆ สามารถสนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่
3.“มิคกี้ แอนด์ เฟรนด์ส บูเลอวาร์ด (Mickey and Friends Boulevard)” ออกแบบให้มีบรรยากาศเหมือนย่านการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ตกแต่งอาคารทั้งสองฝั่งถนนโดยได้รับแรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนดิสนีย์ในท่าทางต่าง ๆ ทั้งมิคกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ พลูโต กู๊ฟฟี่ โดนัลด์ ดั๊ก เดซี่ ดั๊ก และชิปแอนด์เดล พร้อมมีกิจกรรมและเวิร์คช็อปสำหรับแฟน ๆ ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไฮไลท์ช่วงเย็นด้วยขบวนพาเหรดสร้างความประทับใจให้ทุกคน
4.“มิคกี้ ฮอลล์เวย์ (Mickey Hallway)” ผนังอินเตอร์แอคทีฟขนาดยาว ที่จะมีการแสดงภาพกราฟิกน่ารัก ๆ และจอสำหรับเล่นเกม โดยเกมจะเปลี่ยนไปตามธีมของแต่ละเดือนดังนี้
- เดือนพฤศจิกายน แฟนๆ จะได้สนุกไปกับเหล่าเพื่อนผองจากดีสนีย์ในเกมโยนลูกบอลลงห่วงรูปมิคกี้ เม้าส์
- เดือนธันวาคม สนุกไปกับกิจกรรมปั้นหิมะเป็นรูปมิคกี้ เม้าส์
-เดือนมกราคมจะมีกล่องรางวัลมากมาย ที่จะมีพลุออกมาเมื่อสัมผัส
5.“เมกา สโตร์ (Mega Store)” พบกับสินค้าลิขสิทธิ์คอลเลกชั่นพิเศษจากดีสนีย์ที่ออกแบบมาเพื่อร่วมเทศกาลนี้ มีสินค้าสำหรับทุกคนในครอบครัว อาทิ เสื้อผ้า ของเล่น ที่หุ้มกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสะพาย พวงกุญแจ และเครื่องใช้ต่าง ๆ วางจำหน่ายในช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของมิคกี้ เม้าส์ โดยมีสินค้ามิคกี้ เม้าส์ คอลเลคชั่น ‘สวัสดี’ มาจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก
6.“มิคกี้ แกลเลอรี่ (Mickey Gallery)” นิทรรศการศิลปะสุดแนวในชื่อ “ขอต้อนรับมิคกี้สู่ประเทศไทย” ที่สร้างสรรค์ลวดลายบนหุ่นโมเดลมิคกี้ เม้าส์ โดย 9 ศิลปินชาวไทย และนักแสดงระดับแถวหน้า พร้อมเหล่าคนดังมากมาย เพื่อฉลองครบรอบ 90 ปี มิคกี้ เม้าส์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง
ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12 ส.ค. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #...
-
บมจ.ท่าอากาศยานไทย "AOT" ขอเปิดพื้นที่สูบบุหรี่ในสนามบินเริ่มปี 2568 AOT แจงขอสธ.เปิดห้องสูบบุหรี่ใน 6 สนามบินไทย ยันทำตามมาต...
-
ชำแหละ !! การบินไทยเปิด”ตั๋วบินฟรีแบบใหม่”ต้อนรับปีฉลู ’64 ตั๋ว” R1-R2-ZED ”กับสารพัดปมร้อนรอ”พลเอกประยุทธ์”เคลียร์ เรื่องโดย...เพ็ญรุ...
-
ททท.เปิดจุดขายใหม่ทัวร์รถไฟหรู“ Blue Jasmine ” โปรโมท 3 เมืองมรดกโลกรุกตลาดระยะไกลพ.ย. 68 ททท.เปิดจุดขายใหม่ Blue Jasmine Rail Journey นำ...















