“บางจาก-อบก.”นำไทยยกระดับตลาดคาร์บอนสู่สากล
ยันหัวใจหลักไม่ใช่เน้นราคาต้อง“ดึงเงิน+การลงทุน”ได้
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #อบก #หนุนคาร์บอนเครดิตไทยสู่ตลาดสากล
บางจากฯ
ร่วมเวที อบก. เห็นพ้องหัวใจทำคาร์บอนเครดิตต้องมุ่ง “คุณภาพและความน่าเชื่อถือ”
คือ พร้อมนำเอกชนยกระดับตลาดคาร์บอนไทย เชื่อมโยงอาเซียน ปูพรมโอกาสสู่ตลาดสากล
ย้ำหลักใหญ่ต้องไม่เน้นราคาอย่างเดียวต้องดึงเงินและการลงทุนได้ด้วย
นางกลอยตา
ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon
Markets Club ร่วมเสวนาในงานแถลงผลสำรวจตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจประเทศไทย
ปี 2569 ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
(องค์การมหาชน) หรือ “อบก.” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นายณกรณ์
ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ อบก. กล่าวเปิดงานและนำเสนอทิศทางตลาดคาร์บอนไทย
ซึ่งกำลังเปลี่ยนจาก “การแข่งขันด้านราคาและปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพ ความโปร่งใส
และความน่าเชื่อถือ” สอดคล้องกับแนวโน้ม High-Integrity Carbon
Credits ในตลาดโลก ส่วนผลสำรวจนำเสนอโดยนางอโณทัย สังข์ทอง
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต อบก. และนายบุญรอด เยาวพฤกษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด สะท้อนถึงภาคธุรกิจไทยตื่นตัวและมองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นโอกาสมากขึ้น
แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม
จึงยังมีช่องว่างระหว่างความสนใจกับการเข้าสู่ตลาดจริง เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดต่อไป
นางกลอยตา
ได้ร่วมเสวนา “ยกระดับมาตรฐานคาร์บอนไทย และเปิดรับโอกาสใหม่สู่ตลาดสากล” ด้วยการรวบรวมมุมมองจากผู้มีบทบาทตลอดห่วงโซ่ตลาดคาร์บอน
ทั้งผู้กำหนดมาตรฐาน ผู้ซื้อ ผู้พัฒนาโครงการ
ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย ผู้เชี่ยวชาญด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ
โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.ปวีณา พาณิชยพิเชฐ ผู้จัดการอาวุโส
สำนักรับรองคาร์บอนเครดิต อบก. นายสุรพล บุพโกสุม ผู้อำนวยการอาวุโส
หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโซลูชันด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท
บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นางสาววุฒิอร พจน์อารีสกุล
หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และนายฉัตรเทพ
จันทร์แย้ม Senior Policy Analyst, Global Green Growth Institute (GGGI)
Thailand
ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า “Premium T-VER” จะเป็นกลไกสำคัญยกระดับคาร์บอนเครดิตไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
รองรับความต้องการเครดิตคุณภาพสูง และต่อยอดสู่มาตรฐานที่ได้การยอมรับร่วมกันในอาเซียน
ซึ่ง “ประเทศไทย” ยังต้องเร่งพัฒนากระบวนการออกหนังสือรับรองการถ่ายโอนเครดิตระหว่างประเทศ
เชื่อมโยงระบบทะเบียน ลดต้นทุนการพัฒนาและทวนสอบโครงการ
รวมถึงลดช่องว่างระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
เพื่อให้เกิดธุรกรรมข้ามพรมแดนที่น่าเชื่อถือ สนับสนุนบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางตลาดคาร์บอนของภูมิภาค
“นางกลอยตา” ได้แบ่งปันประสบการณ์ของบางจากฯ
กล่าวถึงการใช้คาร์บอนเครดิตว่า ต้องยึดหลัก “Reduce First” ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรก่อน
แล้วใช้เครดิตชดเชยเฉพาะส่วนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมา บางจากฯ
ได้นำคาร์บอนเครดิตมาใช้ชดเชยการปล่อยจากกิจกรรมทั้งในระดับบุคคลและการจัดงานคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“การเลือกซื้อคาร์บอนเครดิต”
จึงไม่ควรพิจารณาเพียง “ราคา” แต่ต้องคำนึงถึง “วัตถุประสงค์และคำกล่าวอ้าง” ในการใช้เครดิต
ความน่าเชื่อถือ การตรวจสอบได้ การป้องกันการนับซ้ำ การยอมรับในตลาด
ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
สำหรับ
“องค์กร” ที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ
ต้องเลือกเครดิตที่สอดคล้องกับข้อกำหนดและได้การยอมรับในตลาดที่เกี่ยวข้อง
โดยมองว่า “Premium T-VER” เป็นพื้นฐานสำคัญเครดิตคุณภาพสูงของไทย และการมีสิทธิใช้ภายใต้ CORSIA จะช่วยขยายการใช้ประโยชน์ เพิ่มโอกาสทางการตลาด
และสร้างรายได้แก่ผู้พัฒนาโครงการ
“กลุ่มบริษัทบางจาก”
มีบทบาททั้งในฐานะผู้ซื้อ ผู้พัฒนาโครงการของกลุ่มบริษัท ผู้ร่วมพัฒนาโครงการกับพันธมิตร
รวมทั้ง น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ “SAF” ยังสามารถแยกและถ่ายโอนคุณลักษณะลดการปล่อยผ่านระบบ “Book and Claim” เพื่อให้องค์กรนำไปใช้จัดการการปล่อย Scope
3 ได้
แม้ไม่ได้รับเชื้อเพลิงจากเที่ยวบินหรือสถานที่เดียวกันโดยตรง
ขณะเดียวกันยังร่วมพัฒนาตลาดคาร์บอนไทยผ่านคณะทำงานต่าง
ๆ เช่น เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) ช่วยกระตุ้นการซื้อขายผ่าน Carbon
Markets Club ต่อยอดสู่ ASEAN Common Carbon
Framework (ACCF) ซึ่งเป็นความร่วมมือของเอกชนระดับภูมิภาคที่ช่วยเสริมการขับเคลื่อน High-Integrity
ASEAN Carbon Initiative (HACI) ข้อริเริ่มที่ประเทศไทยเสนอผ่านกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
เพื่อร่วมกันพัฒนาตลาดคาร์บอนอาเซียนให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงกันได้
พร้อมเพิ่มโอกาสให้คาร์บอนเครดิตและโครงการลดการปล่อยของไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ
นางกลอยตาย้ำว่า “ภาพความสำเร็จ” ที่อยากเห็นภายในปี
2593 (ค.ศ. 2030) ตลาดคาร์บอนไม่ควรวัดจาก “ปริมาณเครดิตที่ซื้อขาย”
เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ “ดึงดูดเงินทุนและการลงทุน”
ทำให้โครงการที่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น เปิดโอกาสให้ SMEs และผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานเข้าถึงตลาด
เชื่อมโยงเครดิตไทยกับผู้ซื้อต่างประเทศ กระจายประโยชน์สู่เกษตรกร ชุมชน
และธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนทำให้ตลาดในอาเซียนเชื่อมถึงกันมากขึ้น
สำหรับ
“Carbon Markets Club” ได้เข้าร่วมกิจกรรม Business
Matching ซึ่งจัดขึ้นคู่ขนานตลอดงาน เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่าง
ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้พัฒนาโครงการ สถาบันการเงิน และพันธมิตรทางธุรกิจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น