ททท.MOU 2 พันธมิตรอินโดฯ“TransNusa Airline-Traveloka”
บินตรงไทย6ส.ค.-เชื่อมเที่ยวอาเซียนขยายฐานตลาดมุสลิม
อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นสักขพยานพิธี ททท.MOU สายการบิน TransNusa อินโดนีเซีย
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TransNusaAirline #Traveloka
ททท.ใช้โอกาสนายกฯ
อนุทิน เยือนอินโดนีเซีย ลงนาม MOU 2 พันธมิตรใหญ่ สายการบิน
“TransNusa” บินตรง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ 6 ส.ค.บาหลี-ภูเก็ต 9 ก.ย.นี้ ลุยยกระดับเชื่อมทางอากาศ
2 ประเทศ ผนึกแพลตฟอร์ม “Traveloka” ดันไทยสู่จุดหมายเที่ยวคุณภาพ
เชื่อม Asean Tourism และ Muslim-Friendly
Destination
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดย ททท. ได้รับโอกาสที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
นำคณะเดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเปิดตลาดท่องเที่ยวอาเซียน ทาง ททท.ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ
(MOU) ด้านการท่องเที่ยว 2 ฉบับ กับ Datuk
Bernard Francis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการบินทรานส์นุสา/TransNusa
และนายอัลเบิร์ตผู้ร่วมก่อตั้ง Traveloka ที่โรงแรมแฟร์มองต์
กรุงจาการ์ตา โดยได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี
พร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสำคัญดังกล่าว
ททท.วางแผนเดินหน้าทิศทางความร่วมมือโดยตั้งเป้าให้อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 5 ตลาดท่องเที่ยวหลักที่สำคัญมากในอาเซียน การลงนามครั้งนี้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์การยกระดับความเชื่อมโยงทางอากาศ
(Air Connectivity) เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไรร้อยต่อระหว่างสองประเทศ
มุ่งขยายบริการบินตรง ไป-กลับ 2 เส้นทาง ได้แก่ จาการ์ตา–กรุงเทพฯ
และ บาหลี–ภูเก็ต รวมทั้งแผนต่อยอดกระจายนักท่องเที่ยวไปยัง “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วเมืองไทย
ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings”
ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง ททท.กับ TransNusa
จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ จาการ์ตา–สุวรรณภูมิ
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป 2 เที่ยว/วัน และ บาหลี - ภูเก็ต เริ่มวันที่ 9
กันยายน 2569 เป็นต้นไป แล้ว TransNusa ยังมีบริการเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ตรงกับกลยุทธ์ททท.
เล็งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ส่วนความร่วมมือกับ “Traveloka” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมของภูมิภาคนี้
จะช่วยให้ ททท.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายศักยภาพสูงได้อย่างแม่นยำ ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักท่องเที่ยวการเดินทางด้วยตนเอง (FIT)
2.ครอบครัว 3.นักท่องเที่ยวมุสลิม
ททท.ได้ใช้การร่วมกับธุรกิจแถวหน้าของอินโดนีเซีย 2 พันธมิตร ย้ำความพร้อมผลักดันไทยให้เป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่มิตรต่อมุสลิม
(Muslim-Friendly Destination) พร้อมชูจุดขายด้านอาหารไทย
ประวัติศาสตร์ ชุมชน สุขภาพ และธรรมชาติชายหาด ควบคู่กันไปด้วย
สถิตินักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทยตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2569 มีจำนวน 376,337 คน วันเฉลี่ย 6 คืน/ทริป ตลอดปีนี้ ตั้งเป้าให้ได้ถึง 890,000 คน ททท.มั่นใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น