วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

“TCEB”ควง3ธุรกิจเปิดแผนรุกผู้นำเอ็กซิบิชั่นเอเชียปี’64 “อินฟอร์มา-เอ็น.ซี.ซี.-กวินฯ”หนุนตลาดโกย2.3หมื่นล้าน

 TCEB”ควง3ธุรกิจเปิดแผนรุกผู้นำเอ็กซิบิชั่นเอเชียปี’64

“อินฟอร์มา-เอ็น.ซี.ซี.-กวินฯ”หนุนตลาดโกย2.3หมื่นล้าน

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEBนำไทยเจ้าตลาดเอ็กซิบิชั่นแห่งเอเชีย



TCEB” ระดมพันธมิตรเปิดแผนเชิงรุก “เจ้าตลาดเอ็กซิบิชั่น”แห่งเอเชียปี’64 เสริมทัพด้วย 5 กลยุทธ์ “เพิ่มผู้เข้าร่วมงานผ่านออนออฟไลน์-ดึงงานใหม่-ขยายพื้นที่จัด-ผนึกรัฐ-พึ่งเทคโนโลยี ไฮบริด มาแรงด้านเอกชน 3 ธุรกิจใหญ่ “อินฟอร์มา-เอ็น.ซี.ซี.-กวิน อินเตอร์เทรด” ขานรับพร้อมกอดคอนำไมซ์ไทยผงาดในสนามแข่งอินเตอร์โกยรายได้ 23,000 ล้าน



นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บจัดทำแผนการส่งเสริมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ (E : Exhibtion) ระยะ 5 ปี ระหว่าง 2562-25666 ในปี 2564 เตรียมสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ 58 งาน ประกอบด้วย งานเดิม 44 งาน และงานใหม่ 14 งาน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับงานใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ 1.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 2.ป้องกันประเทศ 3.ดิจิทัล 4.การแพทย์ครบวงจร และ 5.อุตเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ แนวโน้มจะสร้างรายได้หมุนเวียนรวม 23,000 ล้านบาท โดยจะขับเคลื่อนการจัดงานเอ็กซิบิชั่นวิถีใหม่ด้วย 5 กลยุทธ์ ดังนี้คือ

1. เอเชีย เซนทริค (Asia Centric) มุ่งเน้นเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานแถบเอเชียมากขึ้นผ่านการจัดงานแบบออนไลน์และออฟไลน์ จัดแพ็กเกจสนับสนุนผู้จัดแสดงงาน (Exhibitor) ผู้จัดงาน (Organizer) ผู้เข้าร่วมงาน (Visitor) มอบสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ จากผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้ออกร้าน และผู้เข้าร่วมงานจากกลุ่มประเทศในเอเชีย เพื่อรักษาไทยเป็นศูนย์กลางเอ็กซิบิชั่นแห่งเอเชีย

2. ดึงงานแสดงสินค้าใหม่ และส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมนานาชาติ หรือ งานเฟสติวัลต่างๆ ที่มีลักษณะงานใกล้เคียงกัน เข้ามาจัดในช่วงเวลาเดียวกัน (Attract new shows + Clustering Events) เน้นเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานให้มากยิ่งขึ้น

3. ส่งเสริมการขยายงานลงสู่พื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ ที่มีศักยภาพ (Driving Opportunities to Regions) อาทิ โครงการไทยแลนด์ ล็อก-อิน อีเวนต์ ดึงงานเข้าสู่พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

4. ร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ ผลักดันให้เกิดการจัดงานใหญ่ในหน่วยงานต่างๆ (Collaborating with Government) ทำให้เกิดการจัดงานหนึ่งกระทรวงหนึ่งงานเอ็กซ์โป (One Ministry One Expo) และกระตุ้นภาครัฐให้เห็นความสำคัญงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนการจัดงานหรือส่งเสริมการประชุมหรือการแข่งขันชิงงานเอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติภายใต้อุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และยกระดับความสำคัญของงานดังกล่าว

5. ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมชมงานผ่านช่องทางออนไลน์ (Innovation & Technology to Drive Trade Shows) มุ่งเน้นเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และกระจายเครือข่ายให้มากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนให้ผู้จัดงาน ผู้ออกร้าน รวมทั้งการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยียังช่วยลดการสัมผัสงานที่จัดขึ้นตามปกติด้วย


นายจิรุตถ์กล่าวว่า ปี 2563 สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ตามปกติ แต่ผู้จัดงานในอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ ต่างนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดงานรูปแบบปกติร่วมกับออนไลน์หรือไฮบริด เอ็กซิบิชั่น จึงยังคงเกิดการเจรจาธุรกิจและการซื้อขายระหว่างนักธุรกิจไทยและกลุ่มลูกค้าในอาเซียน เกิดการจับคู่ทางธุรกิจขึ้นกว่า 15,000 คู่ โดยทีเส็บได้สนับสนุนทั้งสิ้น 24 งาน ซึ่งมีผู้ร่วมงานจากทั้งในและต่างประเทศรวม 133,259 คน สร้างรายได้ 6,521 ล้านบาท

ในปี 2563 ทีเส็บมุ่งเน้นการดึงงานและสนับสนุนการจัดงาน 12 อุตสาหกรรมหลัก เพื่อตอบรับนโยบายจากรัฐบาล โดยปรับแผนงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์โควิด-19 พร้อมรับการจัดงานวิถีใหม่ New Normal ที่รวมถึงทีเส็บได้จัดทำโครงการเอ็กซิบิชั่นนิวนอร์มช่วยฟื้นฟูและผลักดันผู้จัดเอ็กซิบิชั่นในไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเสริมศักยภาพในประเทศได้ตามมาตรการอย่างปลอดภัย ครอบคลุมทุกรูปแบบการจัดงาน ทั้งการจัดงานในรูปแบบปกติ (Face to Face) และไฮบริดออนไลน์



นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ทางอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าในยุควิถีใหม่ โดยงานแสดง  ทุกงานได้จัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์งานผ่านช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ อาทิ การจัดสัมมนาออนไลน์ (Webinar) เพื่อให้ความรู้กับอุตสาหกรรมและประชาสัมพันธ์งานอย่างต่อเนื่อง  เน้นย้ำสุขอนามัยในการเข้าร่วมงานตามมาตรฐาน Standard Operating Procedure (SOP)  เพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์งานให้หลากหลาย เช่น ทางเว็บไซต์ E-newsletter Facebook และ Line OA โดยจัดงานแสดงสินค้าแบบไฮบริด เอ็กซิบิชั่น มีผู้สนใจเข้าชมงานจากหลากหลายประเทศผ่านดิจิทัลกว่า 2,500 คน และการจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ กว่า 500 นัด ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม



นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด กล่าวว่า การจัดงานเอ็กซิบิชั่นยังคงเป็นกลไกสำคัญเชื่อมต่ออุตสาหกรรม พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแม้ในช่วงวิกฤต ทางนีโอเองในฐานะผู้จัดงานเเสดงสินค้าระดับนานาชาติได้นำเทคโนโลยีเข้ามาผสานร่วมกับครีเอทีฟไอเดียในการสร้างสรรค์งานเเสดงสินค้าในรูปเเบบใหม่ อาทิ Webinar, Live streaming, Virtual Exhibition และ Online Business Matching เพื่อเสริมศักยภาพและการเข้าถึงอย่างไร้ขีดจำกัด


นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 และการห้ามเดินทางระหว่างประเทศ จึงได้เริ่มนำดิจิทัล เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานแสดงของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แสดงไทยได้มีโอกาสพบปะกับกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อจากต่างประเทศที่สนใจแต่ไม่สามารถเดินทางมาได้เพราะปิดประเทศ ผลปรากฎได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้แสดงสินค้านานาชาติปี 2564 เตรียมจัดงานในรูปแบบไฮบริดมีทั้ง Face to Face และดิจิทัล พร้อมทั้งคาดสถานการณ์โควิด-19 คงยังไม่จบและวัคซีนที่ผลิตออกมายังมีไม่เพียงพอ การใช้ดิจิทัลจะครอบคลุมทั้งงานในส่วนเอ็กบิชั่นนานาชาติที่สนใจต้องการขยายตลาดมาไทยแต่มาร่วมงานไม่ได้ และ การจัด Thai Exhibitors ที่ต้องการขายสินค้าไปต่างประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อไมซ์ของไทยพร้อมใจกันปรับกลยุทธ์รองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ธุรกิจวิถีใหม่

             

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...