วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

“ดร.นิตินัย”CEO คิง เพาเวอร์ฯลุยพลิกโฉมใหม่ดิวตี้ฟรีปี’69 #NextMoveSeason2“ลดคนเติมAI+เพิ่มรายได้3ทาง


“ดร.นิตินัย”CEO คิง เพาเวอร์ฯลุยพลิกโฉมใหม่ดิวตี้ฟรีปี’69

#NextMoveปรับ2โครงสร้าง“ลดคนเติมAI+เพิ่มรายได้3ทาง

เคลียร์5สนามบิน-ผสานธุรกิจเทรนด์ใหม่เปิดในเมือง3สาขา

ชูโมเดลจีนลุยตลาดอินเตอร์-อัดโปรแรงโดนใจไทยเที่ยวนอก

ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์แบรนด์บำรุงผิวสวยลดสูงสุด30%

คิงเพาเวอร์นำแฟชั่นฝ้ายทอมือชุมชน2แบรนด์สู่ตลาดโลก

POWER PASSคิงเพาเวอร์ชาร์จพลัง“กิน/ผ่อนคลาย/เที่ยว”

ททท.ลุยเทรด“FITUR 2026”โกย745ล้านรุกสเปน2.5แสนคน

บางจากชวนร่วมกิจกรรมรักษ์โลกวันนี้-25ม.ค.แจก10รางวัล

เที่ยวสงขลาดื่มด่ำวัฒนธรรมเมืองเก่าร่วมงานโลกSITE 2026

5 Genเลือกกินวิตามินในอาหารให้เหมาะสมช่วงวัยมากที่สุด

อุเบซกิสถานแอร์ปี69บินเข้าไทย8เที่ยว/สัปดาห์-ตั๋ว250ดอลล์

รร.ชาเทรียมกรุงเทพบูมขาย “SMART START MEETINGS

 

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveQFM97 อ่านใน www.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower #TAT   #บางจาก  #เที่ยวสงขลา

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/17epwGjPHW/

ช่วงที่ 1 ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าลุย “NEXT MOVE :ก้าวใหม่” ดิวตี้ฟรีไทยปี’69 “ปรับโครงสร้างรายได้ใหม่” ในเมือง-สนามบิน-อีคอมเมอร์ซ “ลดคนเพิ่มAI” ขยายความเร็วให้ทันเกมตลาดยุคใหม่ จับตา กลางปี’69 ลุยการลงทุนธุรกิจผสมผสานแนวใหม่ในเมือง 3 สาขา “ศรีวารี-มหานคร-พัทยา” พร้อมพลิกโฉม “ในประเทศ” เต็มรูปแบบ “จัดทัพสินค้าแบรนด์”ขานรับตลาดต่างชาติเที่ยวไทย คู่ขนาน “ลงทุนต่างประเทศ” ใช้โมเดลจีนวิเคราะห์พฤติกรรมนักช้อปรุ่นใหม่ลดละเลิกใช้แบรนด์ดังหันซื้อสินค้าราคาปานกลาง ส่วน “คนไทยบินต่างประเทศ” ชอบโปรลดล้างสต็อกมาแรงสุดๆ


ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนธุรกิจต้อนรับปี 2569 ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 เดินหน้าวางแผนดำเนินงานตามโครงสร้างประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรหรือดิวตี้ฟรี แบ่งเป็นก่อนและหลังเกิดสถานการณ์โควิดมีรายได้แตกต่างจากโดยมาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่


ส่วนที่ 1 ร้านค้าดิวตี้ฟรีท่าอากาศยาน (Airport dutyfree) “ก่อนโควิด” ทำรายได้ 50 % ซึ่งเป็นร้านค้าในสนามบินที่อยู่ในความดูแลของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT5 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่  “หลังโควิด” สัดส่วนรายได้ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีน และปัจจัยอื่น ๆ



ส่วนที่ 2 ร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมือง (downtown dutyfree) ก่อนโควิดทำรายได้ 50 % จาก 5 สาขา คือ รางน้ำ มหานคร ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต “หลังโควิด” รายได้ลดมากกว่าปกติ ผนวกกับเมื่อช่วงกันยายน 2568 ต้องตัดสินใจปิดบริการชั่วคราว 3 สาขา คือ ศรีวารี มหานคร และพัทยา

ปี 2569 วางกลยุทธ์เชิงรุก สู่ “ก้าวใหม่ :NEXT MOVE SEASON 2ภายใต้โจทย์ท้าทาย “ร้านค้าดิวตี้ฟรีสนามบิน” ตอนนี้ได้รับคำตอบจาก AOT ชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว ก็สามารถวางแผนเดินหน้าต่อตามกลยุทธ์ที่จัดเตรียมไว้ได้ ส่วน “ร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมือง” ที่เปิดบริการ 2 สาขา ที่รางน้ำ กับภูเก็ต มีรายได้เหลือเพียง 10% จากเดิมก่อนโควิดมีประมาณ 50% ของทั้งหมด รวมทั้งกำลังพิจารณา “ปรับรูปแบบการลงทุนใหม่สไตล์ผสมผสาน” ร้านดิวตี้ฟรีที่ปิดชั่วคราว 3 สาขา ภายในกลางปีนี้พร้อมจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง

 


โดยได้ “ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่” ให้พร้อมขับเคลื่อนในจังหวะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปี 2568 ประกอบด้วย 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1.ลดพนักงานเหลือราว 6,000 คน จากเดิม 8,000 คน หันมาเน้นปรับสัดส่วนคนทำงานตามระบบ (work about work) เหลือประมาณ 60% เพื่อเพิ่มการทำงานด้วย AI เข้ามาทดแทนโดยมีผลการศึกษาที่จะนำมาใช้ในแผนกที่เหมาะสมอีกประมาณ 40% เนื่องจากลักษณะของคนในองค์กรมักทำงานเป็นแบบไซโล แล้วก็โยนเรื่องกันไปกันมาก่อให้เกิดความสูญเสียกับบริษัท จึงจำเป็นต้องปรับโฟลว์การทำงานใหม่ให้รวดเร็วสอดคล้องกับกลไกธุรกิจในตลาดซึ่งกำลังเน้นการเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์ ก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริง

2.ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติการจัดซื้อ/จัดจ้างภายในบริษัทกับคู่ค้าต่าง ๆ



3.ปรับโครงสร้างรายได้ธุรกิจใหม่จากเดิม 2 ส่วน จากร้านค้าในเมืองและสนามบิน เพิ่มส่วนที่ 3 การพัฒนาช่องทางการค้าผ่านอี-คอมเมอร์ซ มุ่งเน้นขยยรายได้จากขายผ่านออนไลน์ แทนที่รายได้บางส่วนจากการขายผ่านออนกราวนด์ โดยที่ยังไม่ได้รวมแผนขับเคลื่อน “ขยายการลงทุนในต่างประเทศ”

 

ดร.นิตินัย กล่าวว่า เป้าหมายก้าวใหม่ที่จะสร้างความสำเร็จเป็นรูปธรรม ยังคงต้องวิเคราะห์เชิงลึก ไปพร้อม ๆ กับการวางแผนธุรกิจเชิงรุกเร็ว เล็งตรงเป้าหมายเพิ่มมากขึ้นโดยลงมือทำทันที 2 เรื่อง

 

เรื่องที่ 1 เริ่มขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ ทดลองเปิดธุรกิจใหม่ในท่าอากาศยานเซี่ยงไฮ้ผู่ตง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้ง บริษัท เซี่ยงไฮ้ คิง เพาเวอร์ คอมเมิร์ซ จำกัด (Shanghai King Power Commerce Co., Ltd.) พร้อมกับเปิดธุรกิจใหม่คือ ร้านอาหารไทย แบรนด์ “SOMBAT THAIและร้านขนมไทยแบรนด์ “TAI HAI TAO” นำสินค้าไทยไปชิมลางตลาดจีน และเพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการค้าในจีนซึ่งก่อนหน้านี้นิยมเดินทางมาเที่ยวและซื้อสินค้าเมืองไทย

 

เรื่องที่ 2 ปรับแบรนด์สินค้าในร้านค้าดิวตี้ฟรีในประเทศทั้งในเมืองและสนามบิน ให้สอดคล้องกับตลาดนานาชาติที่เดินทางมาเมืองไทย ซึ่งเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นชาติอื่น ๆ มากขึ้นอย่าง อินเดียไต้หวัน เวียดนาม โดยได้ทยอยเรื่องสำคัญคือ “ปรับสต็อกสินค้า” จัดมหกรรม “ลดล้างสต็อก+โปรโมชั่นแรงๆ” เริ่มทำมาตั้งแต่กลางปี 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้สินค้าเหลือไม่มากแล้ว สร้างสมดุลกับตลาดใหม่

 

ตัวอย่าง “ร้านดิวตี้ฟรีรางน้ำ” ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ในเมืองไทย จากยุคเฟื่องฟูมีนักท่องเที่ยวจีนมาเดินวันละ 10,000 คน ปี 2568-ปัจจุบัน เหลือประมาณวันละ 1,000 คน ผนวกกับคนที่มาเดินใช้เงินซื้อสินค้าลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นจึงต้องแก้ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ต้องหาวิธีการดึงคนจากต้นทางเดินทางมาร้าน “กลางน้ำ” เมื่อมาถึงร้านแล้วจะต้องหาวิธีให้ใช้จ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น ด้วยการใช้แผน “เปลี่ยนบริการสินค้าดิวตี้ฟรีผสมผสานกับนำธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม” “ปลายน้ำ” ตอบโจทย์รายได้ตามเป้าหมายปี 2569 ให้ได้มากที่สุด

 

ต้นปี 2569 สถานการณ์ตลาดภาพรวม “นักเดินทาง” คนไทยเดินทางต่างประเทศมาแรง นิยมเลือกซื้อสินค้าดิวตี้ฟรีขานรับมหกรรมลดล้างสต็อก และโปรโมชั่นต่าง ๆ ทำอย่างเข้มข้น ส่วน “นักท่องเที่ยวจีน” ค่อนข้างแผ่วลงตามปริมาณการเดินทางเข้าออกไทย ผนวกกับ “พฤติกรรมลดการใช้แบรนด์” ต้องวิเคราะห์ตลาดใหม่ซึ่งยังอยู่ในระยะการปรับตัว โดยเฉพาะ “ธุรกิจดิวตี้ฟรีไทย” จะยังพึ่งกำลังซื้อจีนต่อได้หรือไม่ พร้อมกับต้องมองหาสินค้าใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการกับกำลังซื้อที่เปลี่ยนไป ลักษณะคล้ายคลึงกับธุรกิจรถระบบไฟฟ้า (EV) ที่ยังไม่เสถียรเท่าที่ควร

 

เพราะจากประสบการณ์เดินทางไปยังเซี่ยงไฮ้ พบปรากฎการณ์ใหม่ประชากรจีนรุ่นใหม่หันมาใช้ “สินค้าราคาปานกลาง” ไม่ได้นิยมสินค้าแบรนด์ราคาสูงเหมือนอดีตมากนัก เป็นผลมาจาก 1.จีนรณรงค์คนเจนเก่าให้เลือกใช้สินค้าอย่างเหมาะสม ไม่หวือหวา 2.คนกลุ่มรุ่นใหม่ Gen Z กับอัลฟ่า รายได้ไม่ได้สูงเหมือนยุคก่อน ๆ จึงมีพฤติกรรมเลือกใช้สินค้าโดยเน้น “ประโยชน์ใช้สอยงาน” เป็นหลัก แล้วก็ใช้แบรนด์ระดับกลาง ๆ ราคาไม่ได้แพง พร้อมกับสร้างอัตลักษณ์เสริมด้วย Cover เป็นการแขวนด้วยตุ๊กตาเทรนด์นิยมอย่าง ลาบูบู้ หรืออื่น ๆ แทน

 

ดร.นิตินัย กล่าวว่าแผนขับเคลื่อนตลาดในประเทศต้อนรับเทศกาลแห่งการขายรายการใหญ่ “ตรุษจีน” เดือนกุมภาพันธ์ นี้ กับ “สงกรานต์” เมษายน 2569 จะเป็นจังหวะทำรายได้ด้วยการลดแลกแจกแถมอย่างคุ้มค่าเงินด้วยแพกเกจเด็ด ๆ จะต้องรอติดตามกันอย่างใกล้ชิด แล้วก็ฝากถึง “นักช้อปคนไทย” เดินทางต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้หยุดบริการ “ซื้อสินค้าขาเข้า” จึงทำให้เงินบางส่วนอาจรั่วไหลไปต่างประเทศบ้าง เพราะ “การซื้อสินค้าขาออก” แล้วต้องแบกสินค้าไปด้วย เป็นแรงผลักให้คนไทยบินต่างประเทศตัดสินใจซื้อจากประเทศปลายทางเข้ามาแทน สิ่งที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดตลาดคนไทยซื้อสินค้าดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ ได้คือ “มหกรรมบิ๊กเซลกับโปรโมชั่นที่แตกต่างจากทั่วไป” ปี 2569 ผู้ที่มีรายได้มากทุกครั้งที่มีไฟลต์บินต่างประเทศ ฝากพิจารณาสินค้าดิวตี้ฟรีคนไทยไว้ใน

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์แบรนด์บำรุงผิวสวยลดสูงสุด30%

 

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ จัดเต็ม Get Your Best Skin (And a Free Gift) รวมมาให้แล้วกับไอเทมสุดฮอต ช่วยบำรุงผิวสวยพร้อมของแถมมากมาย จากแบรนด์ KIEHL'S , LA MER, L’ORÉAL PARIS, SK-II , SHISEIDO , SULWHASOO, L'OCCITANE, CLINIQUE, LA ROCHE-POSAY และอื่นๆอีกมาก เข้าชมสินค้าพร้อมช้อปและรับดีลพิเศษลดสูงสุด 30 % วันนี้-31 มกราคม 2569

 

ร่วมเฉลิมฉลองทุกความสำเร็จกับ King Power Celebration 2026 ที่สุดแห่งการช้อป รวมแบรนด์ระดับโลก ดีลพิเศษ ประสบการณ์เหนือระดับเมื่อเลือกช้อป “ดิวตี้ ฟรี ออนไลน์” เท่านั้น ถึงเวลาจัดความคุ้ม แข่งกันช้อป แข่งกันลุ้น ดีลแรงมาไว ของโดนใจต้องรีบคว้า พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ

 

ลดสูงสุด 30% ช้อปไม่มีขั่นต่ำ รหัสส่วนลด NEWJAN26

 

พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่มทันที 5% รหัสส่วนลด PWPJAN26

(เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)

 

ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์นำแฟชั่นฝ้ายทอมือชุมชน2แบรนด์สู่ตลาดโลก

 

            กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ขับเคลื่อนโครงการ  “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” ปี 2569เดินหน้าส่งเสริมสินค้าชุมชน (Community Power) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้ากับ คิง เพาเวอร์ และผู้เข้าร่วมโครงการ “ตลาดพลังคนไทย หรือ Thai Power Market ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นเสื้อผ้าชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอัตลักษณ์กับดีไซน์และเรื่องราวโดดเด่นพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดสากล โดยได้รับคัดเลือกให้วางจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ใน คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี, Kingpower.com และ Thaipowermarket.com แต่ละแบรนด์จะได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อยู่ใน โซเชียล มีเดีย ทุกช่องทาง เป็นหนึ่งในสเน่ห์ไทยที่ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวนานาชาติที่น่าสนใจ 2 แบรนด์ ดังนี้

 

Hom Studio หนึ่งในแบรนด์คนไทยที่เกิดจากความตั้งใจสร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยสู่คนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจผ้าไทยมากยิ่งขึ้น โดยได้ถ่ายทอดเสน่ห์ “เสื้อผ้าฝ้ายธรรมชาติ” จากช่างฝีมือชุมชนใน อำเภอฮอด และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นำผ้าฝ้ายทอมือมาดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัย ด้วยเอกลักษณ์ด้วย “สีพาสเทล” สดใส เหมาะสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านใช้ใจรังสรรค์ลงบนผืนผ้าทุกชิ้น ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวฝ้าย มาปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมสีธรรมชาติ ถักทอด้วยกี่ทอผ้าแบบโบราณ แล้วก็ร่วมมือกับ “คิง เพาเวอร์” พาผลงานมาไกลกว่าเดิม ทุกวันนี้กลายมาเป็นสินค้าหลากหลายมีทั้ง เสื้อ กางเกง กระโปรง ชุดเอี๊ยม ชุดเดรส กระเป๋า ผ้าพันคอ และอื่น ๆ

 

นางสาวณัฐชา ปัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hom Studio กล่าวว่า สินค้าของเรามาไกลเกินคาด ตอนนี้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดระดับโลกขายผ่านช่องทาง “คิง เพาเวอร์” จึงรู้สึกขอบคุณที่ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้อย่างยั่งยืน ที่ได้มอบองค์ความรู้ คำแนะนำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์จุดแข็งของแบรนด์เรื่องการใช้สีพาสเทล นำมาพัฒนาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ช่วยให้แบรนด์เข้าใจตลาดต่างประเทศมากขึ้นทั้งเรื่องเทรนด์แฟชั่น การเลือกผ้า โทนสี การออกแบบดีไซน์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าต่างชาติ เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งฐานลูกค้าเหล่านี้ทางแบรนด์แม้จะเปิดบูธตามงานแฟร์ทั่วไปก็หาตลาดแบบนี้ไม่ได้ Hom Studio ได้รับสิ่งที่ดีจาก “คิง เพาเวอร์” นำพาการเติบโตจนเป็นที่รู้จักอย่ากว้างขวาง ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

 

ขณะที่ “Natrada cotton แบรนด์ชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านห้วยทราย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งต่อภูมิปัญญามา รุ่น ตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นยาย รุ่นแม่ และรุ่นปัจจุบันคือ ปลื้ม-ผกาวดี แก้วชมภู” ที่เติบโตมากับการทำผ้าฝ้ายทอมือ มีความโดดเด่นด้านเทคนิคการทอโดยปราชญ์ชาวบ้าน เลือกใช้เส้นฝ้ายหลากหลายขนาด แล้วทอเส้นเล็กสลับกับเส้นใหญ่เกิดเป็นลวดลายที่ไม่เหมือนใคร กับการย้อมสีผ้าฝ้ายธรรมชาติจากมูลช้าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้เฉดสีใหม่สวยงาม เช่น สีน้ำตาลอมเทาจากมูลช้าง สีเหลืองจากมูลช้างผสมเปลือกมังคุด แล้ววันนี้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดังกล่าวได้วางขายอยู่ใน คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก อาคาร วัน แบงค็อก  

 

นางสาวผกาวดี แก้วชมภู ทายาทรุ่นที่ ของ Natrada cotton เล่าว่า ต้องพัฒนาสินค้าให้ตามเทรนด์ โดยต้องไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าตลาดใหม่ ๆ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมี “ทีม คิง เพาเวอร์” ช่วยแบ่งปันองค์ความรู้กับทางแบรนด์เยอะมาก ทั้งเรื่องการออกแบบแพทเทิร์น ทำไซส์ใหญ่ขึ้นเหมาะสมกับชาวต่างชาติ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ การปรับกระบวนการตัดเย็บให้ได้มาตรฐานระดับสากล และแนวทางสร้างเอกลักษณ์สีสันและลวดลาย สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นชัดเจน อย่างการทอผ้าที่ใช้เส้นฝ้ายหลากหลายขนาดมาทอจนเกิดลายใหม่ ๆ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า มีมาตรฐานสูงขึ้น ดึงดูดความสนใจลูกค้า

 

ทาง “คิง เพาเวอร์” ให้ชุมชนมากกว่าช่องทางจำหน่าย นั่นคือเป็น “โรงเรียนพัฒนาแบรนด์แฟชั่นชุมชน” ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เรียนรู้ เข้าใจตลาดโลก มีความมั่นใจถึงความพร้อมลงสนามแข่งขันในเวทีสากล สร้างพลังสินค้าท้องถิ่นก้าวสู่สากลสำเร็จได้เป็นอย่างดี

           

ข่าวที่ 3- POWER PASSคิงเพาเวอร์ชาร์จพลัง“กิน-ผ่อนคลาย-เที่ยว”

 

POWER PASS ชวนชาร์จพลังให้ใจฟูกับ“คิง เพาเวอร์” ตอนนี้มี 3 ทริคให้ใช้ CARAT REWARDS แลกความฟินได้ทุกวัน

 

1. ชาร์จพลังด้วยของอร่อย เติมความสุขให้ทุกมื้อ เปิดให้คลิกแลกรับส่วนลดร้านดัง : ที่ คิง เพาเวอร์

 

2. ชาร์จพลังด้วยความผ่อนคลาย ปล่อยใจให้สบายมากขึ้น : คลิกแลกรับสิทธิ์ผ่อนคลายสุดฟิน ที่คิง เพาเวอร์

 

3. ชาร์จพลังด้วยการออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เติมสีสันให้วันธรรมดา : คลิกแลกรับดีลท่องเที่ยว เดินทาง ที่คิง เพาเวอร์

 

เพียงกดสมาชิก POWER PASS ก็สามารถชาร์จพลังได้ง่าย ๆ วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2569

 

พิเศษ! สมัครฟรีวันนี้ LINE Official Account @KINGPOWER และช่องทางที่บริษัทกำหนด รับทันที! เซตคูปองส่วนลดสูงสุด 30% x 6 ใบ ให้นำใช้ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา, FIRSTER, KINGPOWER.COM, TAIHAITAO และ KINGPOWER-CN.COM

 

ข่าวที่ 4-ททท.ลุยเทรด“FITUR 2026”โกย745ล้านรุกสเปน2.5แสนคน

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 26 ราย เข้าร่วมงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) 2026 ระหว่าง 21 – 25 มกราคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Feria de Madrid กรุงมาดริด ประเทศสเปน วางกลยุทธ์ใช้งานเทรดรายการนี้เจาะนักท่องเที่ยวสเปนและละตินอเมริกา หนึ่งในตลาดระยะไกลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เตรียมพร้อมนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เร่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) ตั้งเป้าหมายทำสถิติใหม่ปี 2569 จะดึงสเปนมาไทย 250,000 คน

 

ททท.คาดเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ปีนี้จะมีจำนวนนัดหมายจับคู่เจรจาธุรกิจรวมกว่า 780 นัดหมาย สร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าไทยได้มากกว่า 745 ล้านบาท  เนื่องจากงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) ครั้งที่ 46 เป็นงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวรายการใหญ่ที่สุดของสเปนจัดขึ้นทุกปี ในส่วนของไทยได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยตัวแทนผู้ขาย พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลก เอกชนไทยที่เข้าร่วมงาน 26 ราย มาจาก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ภูเก็ต และ กระบี่ แบ่งเป็น ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต 12 ราย ตัวแทนจัดการท่องเที่ยว/DMCs 13 ราย และ สายการบิน 1 ราย

 

การเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ครั้งนี้ ททท. ยังได้จัดงาน Amazing Thailand Networking Lunch เชิญสื่อมวลชนจากตลาดสเปนและละตินอเมริกา (Spanish-speaking countries) เข้าร่วมฟังแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ที่เกี่ยวข้องกับ 2 ตลาดนี้ พร้อมกับเชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวสเปน Mrs. Carla Royo-Villanova ร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อพบปะเครือข่ายพันธมิตรทั้งสื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ ส่งเสริมทำประชาสัมพันธ์เมืองไทย หารือการทำงานเชิงรุกร่วมกัน เช่น ผลักดันการเพิ่มเที่ยวบินจากสเปนมาไทยมากขึ้นในอนาคต

 

ขณะนี้นักท่องเที่ยวสเปนถือเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพภูมิภาคยุโรป ส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงมิถุนายน – สิงหาคม ช่วยเติมเต็มช่วงโลว์ซีซั่นได้ดี ปี 2568 สเปนเดินทางมาไทยทำสถิติใหม่หรือนิวไฮ 216,249 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 4.11 % สร้างรายได้ 13,778 ล้านบาท มีวันพักเฉลี่ย 16 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 63,717 บาท/คน/ทริป “นิยมท่องเที่ยว” วัฒนธรรมผนวกการท่องเที่ยวชายทะเล จังหวัดยอดนิยมเรียงตามลำดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน)

 

สำหรับงาน FITUR 2026 ระหว่าง 21-25 มกราคม 2569 ดีไซน์คูหาประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” สื่อสารผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่

 

กิจกรรมที่ 1 สาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารไทย ได้แก่ ทำค็อกเทลเมี่ยงคำและค็อกเทลสมุนไพรไทย เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้คุณประโยชน์และเป็นตัวอย่างสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เป็นอย่างดี

 

กิจกรรมที่ 2 จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้ชม มโนราห์ภาคใต้ ฟ้อนอีสาน ระบำไก่ชน พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการแสดง“ชุดไทยพระราชนิยม” และโขนฉบับย่อ ซึ่งพระองค์ทรงฟื้นฟูให้กลับมามีความรุ่งเรืองอีกครั้ง เพิ่มเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก สร้างแรงบันดาลใจให้เดินทางมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและประทับใจอย่างไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) ตามกลยุทธ์ของ ททท.มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลเข้าสู่เมืองไทย

 

ข่าวที่ 5-บางจากชวนร่วมกิจกรรมรักษ์โลกวันนี้-25ม.ค.แจก10รางวัล

 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ชวนทุกคนมาร่วมแชร์เรื่องราวดี ๆ ผ่านคำถามง่าย ๆ ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคน ร่วมกิจกรรม “ปี2569 ไปต่อแบบคนรักษ์โลก” ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 มกราคม 2569 ร่วมทำสิ่งดี ๆ เพื่อโลกต่อเนื่องจากปี 2568 เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายคนได้เริ่มต้น และเดินไปด้วยกันบนเส้นทางของโลกที่ยั่งยืน

 

ผู้ร่วมกิจกรรมมีสิทธิ์ลุ้นรับ #บัตรเติมน้ำมันบางจาก มูลค่า 500 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 5,000 บาท

 

วิธีการร่วมสนุก

1. กดไลก์และแชร์โพสต์นี้ (ตั้งค่าเป็นสาธารณะ)

2. คอมเมนต์ตอบคำถามใต้โพสต์ พร้อมติดแฮชแท็ก #Bangchak #BangchakActivity

           

คัดเลือกผู้โชคดี วันที่ 28 มกราคม 2569

ประกาศผลรางวัล วันที่ 29 ม.ค. 69 เวลา 17.00 น. ทาง Facebook Page Bangchak

 

วิธีการตัดสินและเงื่อนไขการรับรางวัล

 

1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ปฏิบัติตามกติกาครบถ้วน และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จำนวน 10 คน จะมีสิทธิ์ได้รับรางวัล โดยจะพิจารณาเป็นไปตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ และต้องสามารถตรวจสอบได้ว่าไม่มีการทุจริต หรือการกระทำที่ขัดต่อเงื่อนไขของกิจกรรม

 

2. ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของโพสต์และคอมเมนต์เป็น สาธารณะ (Public) เพื่อให้ทีมงานสามารถตรวจสอบได้เท่านั้น

 

3. การตรวจสอบการเข้าร่วมกิจกรรมและการตัดสินรางวัล ดำเนินการโดยคณะกรรมการและแบรนด์ Bangchak เท่านั้น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการในวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 

4. บริษัทฯ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับรางวัลทาง Facebook Page Bangchak ในวันที่ 29 ม.ค. 69 เวลา 17.00 น.

 

ช่วงที่ 2 ลงใต้ไปเที่ยว “สงขลา” กำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก SITE 2026 ชวนลองประสบการณ์ ที่พัก อาหาร แหล่งท่องเที่ยว ไฮไลต์ “ย่านเมืองเก่าสงขลา” ฟิน 3 พิกัด แล้วฟัง “5Genเลือกกินวิตามินในอาหาร” ให้เหมาะกับช่วงวัยมากที่สุด ห้ามพลาด ข่าวดี ๆ ข่าวแรก “อุเบซกิสถานแอร์เวย์” เปิดบินเข้าไทยปี69 เพิ่มเป็น 8 เที่ยว/สัปดาห์ ดึงคนไทยไปเที่ยวด้วย ข่าวที่สอง “โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” บูมขาย Smart Start Meeting Package” เจาะตลาดไมซ์

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวสงขลาดื่มด่ำวัฒนธรรมเมืองเก่าร่วมงานโลกSITE 2026

 

เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน ลองเลือกจุดหมายปลายทางภาคใต้ใน “สงขลา” เตรียมต้อนรับนักเดินทางเชิงธุรกิจทั่วโลกเข้าร่วม “Southern International Trade Expo หรือ SITE 2026” ระหว่าง 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ดังนี้  

 

“ที่พัก” : World-class Stay : สร้างความมั่นใจในบริการกับเครือโรงแรมชั้นนำและที่พักบูทีคเก๋ ๆ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจำนวนมาก มีระบบการจัดการสะดวกสบาย เข้าถึงงานได้รวดเร็ว

 

“แหล่งท่องเที่ยว” มางานเดียวเที่ยวครบทุกแนว 1.ดื่มด่ำย่านเมืองเก่าสงขลา 2.เขาคอหงส์เปิดให้นั่งชิลชมวิวเมืองหาดใหญ่ 3.ฟินริมหาดสมิหลา 4.ชมวิวหลักล้านที่ทะเลสาบสงขลา

 

“อาหาร” : Gastronomy Heaven : จัดเต็มความอร่อยระดับตำนาน ตั้งแต่สตรีทฟู้ด อาหารทะเลสดคาเฟ่ชิค ๆ ทั่วเมืองรอเสิร์ฟความฟินให้ทุกคนได้ไม่มีอั้น

 

“กินเมนูท้องถิ่น” กับตำนานที่ร้านในรู และ “ฮาลาล ไดนิ่ง”  อิ่มอร่อยกับ “ไก่ทอด” ร้านเดชา “โรตี”ร้าน กูโรตีชาชัก ร้านอาหารศิรดาริมทะเลสาบสงขลา

 

“จิบกาแฟ” แบบ Café Hopping ของนักท่องเที่ยวผู้หลงรักการพาย ได้ที่  เดอะ คอมพานี คอฟฟี่ หรือนั่งชิลคุยงานในตึกเก่าสงขลาที่ Lyn’s The Coffee Roaster

“ย่านเมืองเก่าสงขลา” เป็นไฮไลต์แนะนำนักท่องเที่ยวลองมาเดินสัมผัสเสน่ห์ ความสงบเรียบง่าย สองฝั่งถนนชมอาคารนับร้อยปี“สถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีส” ท่ามกลางวิถีวัฒนธรรมจีน มีจุดให้เลือกหยุดชมเพลิน ๆ 3 พิกัด ดังนี้

 

พิกัดที่ 1 ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำริมทะเลสาบสงขลา จุดเช็คอินยอดนิยมก่อนเข้าสู่ย่านเมืองเก่า

 

พิกัดที่ 2 พิพิธภัณฑ์พธำมะรงค์ (บ้านตระกูลติณสูลานนท์) บอกเล่าเรื่องราวรากวัฒนธรรมชุมชนจีนและบทบาทของสงขลาในฐานะเมืองท่าเก่าแก่ ย่านนี้สามารถขับรถเลียบแต่ละซอยค่อนข้างแคบ หรือจะเดินชมก็ได้

 

ต้องลองชิมอาหารถิ่น มีร้านเก่าแก่ประจำแต่ละซอยให้ลิ้มรส โรตีร้อน ๆ ไอติมโอ่งสูตรโบราณ ขนมจีบซาลาเปา หรือจะเป็นของกินเล่น ร้านคาเฟ่ ให้แวะเติมพลังตลอดการเดินชมเมืองอย่างสนุกสนาน

 

พิกัดที่ 3 บ้านนครใน กับ โซน Street Art เมืองเก่า ชมศิลปะบนกำแพงที่กระจายอยู่ทั่วตามจุดต่าง ๆบริเวณที่ต้องห้ามพลาด อย่าง “โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น” อาคารสีแดงอายุกว่าศตวรรษ ครั้งหนึ่ง “ในอดีต” เคยเป็นโรงสีข้าวสำคัญของภาคใต้ “ปัจจุบัน” แปลงโฉมเป็นพิพิธภัณฑ์และพื้นที่เรียนรู้ของชุมชน บรรยากาศของพื้นที่เหล่านี้ยิ่งเดินยิ่งเพลิน

 

สุขทันทีที่ได้มาเที่ยว “สงขลา-หาดใหญ่” ได้ช่วยภาคใต้ของไทยฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยวิถีชีวิตเข้าถึงง่ายด้วยประสบการณ์ดี  ๆ ทุกวัน

 

สุขภาพ –5 Genเลือกกินวิตามินในอาหารให้เหมาะสมช่วงวัยมากที่สุด

           

“วิตามิน” คือสารอาหารประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อย หากขาดไปอาจส่งผลให้เจ็บป่วย หรือเกิดอาการข้างเคียงไม่รู้ตัว และหากรับวิตามินชนิดนั้นๆ มากเกินความต้องการของร่างกายไป ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน

 

วิตามินที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพสำหรับแต่ละ Gen มีข้อมูลแนะนำจากโรงพยาบาลดังแห่งหนึ่งดังนี้

 

Gen Alphaวัยกำลังเจริญเติบโต ต้องการวิตามินดี แคลเซียม สังกะสี เพราะมีความสำคัญต่อกระดูก และการเจริญเติบโตของร่างกาย

 แหล่งอาหาร: นมวัว ชีส โยเกิร์ต ถั่ว นมถั่วเหลือง นมงาดำ นมอัลมอนด์

 

 Gen Zวัยรุ่นสู่วัยทำงาน เริ่มมีความเครียด :  ต้องการวิตามินซี วิตามินบีรวม โอเมก้า-3 ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาทให้สดชื่น พร้อมลุยงานในแต่ละวัน

แหล่งอาหาร : วิตามินซี – ผลไม้ / วิตามินบีรวม - เนื้อสัตว์ ตับ ไข่แดง / โอเมก้า-3 - ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า ปลาทะเลน้ำลึก

 

Gen Yวัยผู้ใหญ่  : ต้องการแคลเซียม วิตามินดี ช่วยเรื่องกระดูก และข้อ ไปจนถึงเรื่องของความเครียด

 แหล่งอาหาร : ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่แดง น้ำมันตับปลา

 

Gen Xวัยเก๋าสารอาหารบำรุงสายตา เช่น ลูทีน ซีแซนทีน หรือวิตามินเอจากอาหารธรรมชาติ

แหล่งอาหาร : ตับ แครอท ฟักทอง ผักโขม

 

 Baby Boomer – วัยชราต้องการวิตามิน บี12 เพราะช่วยการทำงานของระบบประสาท ความจำ และช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจาง  

แหล่งอาหาร : เนื้อ ปลา ตับ ไข่ นม

 

            จะอยู่ในวัยไหน ก็ควรพิจารณาการตรวจระดับวิตามินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ร่วมกับการตรวจสุขภาพพื้นฐาน เพื่อความแม่นยำในการเลือกเสริมวิตามินให้ร่างกาย และเพื่อทราบปริมาณที่เหมาะสมตรงกับความต้องการของร่างกายที่ตอบโจทย์สุขภาพ ส่วนการเสริมวิตามินควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ด้วย 

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –อุเบซกิสถานแอร์ปี’69บินเข้าไทย8เที่ยว/สัปดาห์-ตั๋ว250ดอลล์

 

นายมูรอด กูลยามอฟ ผู้จัดการประจำประเทศไทย “อุเบซกิสถาน แอร์เวย์ส” สายการบินแห่งชาติอุซเบกิสถาน เปิดเผยว่า ได้จัดงาน “Uzbekistan Airways Thailand Connectivity & Strategic Partnership Forum” ร่วมกับพันธมิตรประกาศขยายตลาดและเส้นทางบิน ผลักดันอุซเบกิสถานเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ของไทย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์แหงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำงานใกล้ชิดกับ บริษัท ไทย แอร์ เซอร์วิส จำกัด (Thai Air Services – TAS)  มีความร่วมมือกันมายาวนานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานปี 2537 มาจนถึงปัจจุบันด

 

อุเบซกิสถาน แอร์เวย์ส หลังโควิด-19 กลับมาบริการมาไทยอีกครั้งเมื่อปี 2566 จาก 2 เที่ยว/สัปดาห์ ปัจจุบันเพิ่มเป็น 6 เที่ยว/สัปดาห์ บินตรงสู่ กรุงเทพฯ 4 เที่ยว และภูเก็ต 2 เที่ยว ปี 2569 มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ “จังหวัดกระบี่” ตั้งเป้าเพิ่มความถี่เป็น 8 เที่ยว/สัปดาห์ นับเป็นครั้งแรกที่จะมีเที่ยวบินจากกรุงทาชเคนต์สู่ไทยเกือบทุกวัน

 

“ฝูงบินบริการ” สายการบินเลือกใช้แอร์บัส A321neo กับโบอิ้ง B-767 และ B-787 ดรีมไลเนอร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทาง วางกลยุทธ์การตลาดร่วมกับไทย แอร์ เซอร์วิส ด้วยการเน้น “ราคาเข้าถึงได้” ค่าตั๋วโดยสารเริ่มต้นประมาณ 250–260 ดอลลาร์สหรัฐ/เที่ยว

 

“จุดแข็งและจุดขาย” ของอุซเบกิสถานมีแหล่งท่องเที่ยว 3 ไฮไลต์ ได้แก่

1.เชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหม พร้อมเมืองมรดกโลกอย่าง ซามาร์คานด์ บูคารา และคีวา

 

2.แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น เทือกเขาเทียนซาน ทะเลทรายคีซิลคุม และกรุง ทาชเคนต์ เมืองหลวงที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

 

3.อุซเบกิสถานในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของเอเชียกลาง ปัจจุบันจะเป็นประเทศมุสลิมเป็นหลัก แต่ยังคงมีร่องรอยโบราณสถานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนใต้ เช่น เมืองเทอร์เมซ ซึ่งทางรัฐบาลอุซเบกิสถานมีแผนบูรณะและอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่สอง รร.ชาเทรียมกรุงเทพบูมขายSMART START MEETINGS

 

“โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” เปิดตัวแพ็กเกจระดับพรีเมียม “SMART START MEETINGS PACKAGE” ต้อนรับปี 2569 นำเสนอแลนด์มาร์คใจกลางสยามที่มีศักยภาพความพร้อมรองรับตลาดไมซ์/MICE เป็นสถานที่จัดประชุม สัมมนา การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive) จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ (Exhibition) ของกรุงเทพฯ จึงได้ออกแพ็กเกจให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรยุคใหม่มองหาสถานที่จัดงานสไตล์หรูหรา

“ดีไซน์แพ็กเกจ” ให้เหมาะบริการกลุ่มจัดงานไมซ์ที่มีผู้เข้าร่วม 20-200 คน ด้วยการมอบสิทธิพิเศษมากมาย เมื่อจองใช้สถานที่ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ด้วยไฮไลท์ เครื่องดื่มต้อนรับฟรี คัดสรรเครื่องดื่มและของว่างมาเสิร์ฟเป็นพิเศษ พร้อมบริการนวดผ่อนคลายช่วงพักเบรก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ผ่อนคลายในการประชุมแบบอัดแน่นตลอดทั้งวัน

 

แพ็กเกจการประชุมเต็มวัน ราคา 2,000 บาทสุทธิ/คน รวมค่าห้องประชุมเต็มวัน บริการต้อนรับ บริการชาและกาแฟเช้าและบ่าย อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ที่ร้าน Savio อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์มาตรฐาน และเครื่องเขียนที่ใช้ในการประชุมตลอดงาน

 

แพ็กเกจการประชุมครึ่งวัน ราคา 1,800 บาทสุทธิ/คน รวมค่าห้องประชุมสูงสุด 4 ชั่วโมง เครื่องดื่มต้อนรับฟรี ชาและกาแฟช่วงพักเบรก 1 ครั้ง อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ที่ร้าน Savio อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์มาตรฐาน และเครื่องเขียนที่ใช้ในการประชุม

 

“โรงแรม ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” ยังมีห้องพักหรูหรารองรับอีก 562 ห้อง พร้อมให้บริการผู้เข้าพักกลุ่ม วิทยากร และผู้แทนจากต่างประเทศ โดยจอดรถกว่า 500 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบในโรงแรมที่ได้ผสมผสานความสง่างามร่วมสมัยเข้ากับความประณีตแบบไทยดั้งเดิมอย่างลงตัว ในบรรยากาศหรูหราและอบอุ่นเป็นกันเอง

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

CEOกลุ่มบางจากใช้เวทีMIT-AIT ชี้“Energy Addition”วิถีพลังงานโลก

  CEO กลุ่มบางจากชี้“ Energy Addition ”วิถีพลังงานโลก ใช้เวที MIT-AITถอดเส้นทางการ เปลี่ยนผ่านพลังงาน   นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช CEO กล...