STARLUXไต้หวันรับมอบฝูงบินใหม่ลำแรกA350-1000
โชว์นวัตกรรมใหม่เซฟน้ำมันขยายบริการยุโรป/อเมริกา
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #StarluxAirlines #A350
“สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ส” ไต้หวัน ประเดิมปี’69 รับมอบแอร์บัส A350-1000
เครื่องลำแรกรุ่นใหญ่สุด ลุยบริการตลาดข้ามทวีป ยุโรป อเมริกาเหนือ เอเชียบางเส้นทาง
ชูจุดเด่นนวัตกรรมห้องโดยสารแอร์สเปซ เซฟเชื้อเพลิง ใช้น้ำมัน SAF ได้แล้ว 50%
“สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ส” (STARLUX) สายการบินไต้หวัน
ได้รับมอบเครื่องบินแอร์บัสลำแรก A350-1000 จากทั้งหมด 18 ลำ เป็นสายการบินลำดับที่ 11 ของโลก สั่งนำเครื่องบินเข้าประจำการรุ่นใหญ่ที่สุดตระกูล A350 เครื่องลำใหม่รุ่นนี้จะเข้าร่วมฝูงบิน A350-900 ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 10 ลำ พร้อมให้บริการเที่ยวบินระยะไกลระดับพรีเมียมจาก
“ไทเป/ไต้หวัน” สู่จุดหมายปลายทางหลัก ได้แก่ ยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ และได้คัดเลือกบางเส้นทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
“STARLUX” เฉลิมฉลองฝูงบินสมาชิกเข้าประจำการสมาชิกใหม่ล่าสุด
ด้วยการเปิดตัวลวดลายตัวถังเครื่องบินโฉมใหม่โดดเด่น สะท้อนนวัตกรรมและอัตลักษณ์ของสายการบิน
ผสานเอกลักษณ์ด้านภาพลักษณ์ของสตาร์ลักซ์เข้ากับลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ สื่อถึงวัสดุคอมโพสิตขั้นสูงซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างเครื่องบิน
ส่วนตัวเลข
“1000” ปรากฏอย่างเด่นชัดบนลำตัวเครื่อง
ยังเน้นย้ำสถานะของ A350-1000 คือเครื่องบินแอร์บัสรุ่นที่มีขนาดใหญ่สุดขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิต
และจะทำหน้าที่เป็นเครื่องบินหลักรุ่นใหม่ให้สายการบินผงาดในตลาดนานาชาติ
ปัจจุบัน STARLUX ให้บริการด้วยฝูงบิน “แอร์บัส” ทั้งหมด
ประกอบด้วย เครื่องบินรุ่นต่าง ๆ ดังนี้ A321neo, A330-900, A350-900 และA350-1000 เครื่องลำใหม่รุ่นนี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและเติมเต็มฝูงบินที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว
รวมทั้งสายการบินสตาร์ลักซ์ยังได้สั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้าจากแอร์บัส
รุ่น A350F อีก 10 ลำ เพื่อรองรับอนาคตการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งสินค้าที่เติบโตขึ้นทั่วโลก
“ฝูงบิน
A350” เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างทันสมัยที่สุดในโลก
สร้างมาตรฐานใหม่ให้การเดินทางระหว่างทวีป ด้วยดีไซน์ใหม่ทั้งหมดจากการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยกับอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง
มอบประสิทธิภาพปฏิบัติการและความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารอย่างโดดเด่น โดยมี “เครื่องยนต์”
เจเนอเรชันใหม่ควบคู่การใช้วัสดุน้ำหนักเบา ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง
ต้นทุนการดำเนินงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 25 %
เมื่อเทียบกับเครื่องบินคู่แข่งในรุ่นก่อนหน้า
แล้วเครื่องบินรุ่น A350 ยังมาพร้อม “ห้องโดยสาร แอร์สเปซ” ขนาดกว้างขวาง ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ด้วยที่นั่งขนาดกว้าง
เพดานสูง ระบบแสงไฟที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางอย่างผ่อนคลาย มีคุณสมบัติแบบเดียวกันกับเครื่องบินแอร์บัสทุกรุ่น
สามารถปฏิบัติการบินด้วยเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation
Fuel: SAF) สัดส่วนผสมได้สูงสุดถึง 50 % แอร์บัสตั้งเป้าภายในปี 2573 บริษัทจะพัฒนาเครื่องบินทุกรุ่นให้รองรับการใช้ SAF ได้ 100 %
ผลการดำเนินงานสิ้นเดือนพฤศจิกายน
2568 เครื่องบินตระกูล A350 มียอดคำสั่งซื้อสะสมเกือบ 1,500 ลำ
จากลูกค้าทั่วโลก 66 ราย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น