ททท.ลุยทำ FOCUS GROUP
ทั่วเอเชียพลิกแผนท่องเที่ยวปีม้า69
แก้3โจทย์ยาก“ต่างชาติเที่ยวไทยราคาสูง-เงินเฟ้อ-แหล่งเที่ยวเก่า”
เล็งไฮเอนด์“สูงวัย-การแพทย์-กีฬา”โกยเงินอินบาวนด์1.66ล้านล้าน
แนะธุรกิจร่วมยั่งยืน+ใช้AI-วอนPost/Shareโซเชียลเชิงบวกช่วยชาติ
“คิง
เพาเวอร์”เปิดแล้ว!!บัตเตอร์แบร์สาขาใหม่สนามบินดอนเมือง
PROSPEROUS BEGINNINGSช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์ลด18-25%
คิงเพาเวอร์มหานครจัดเต็มวันเด็ก Cruzee
Thailand10-11ม.ค.69
ททท.ภาคกลางบูม “Fur Season Escape หนีเที่ยวกับคุณหนูสี่ขา”
กลุ่มบางจากจัดวันเด็ก10ม.ค.ชูSTEaM Landแจกของขวัญ5พันชิ้น
เที่ยวชุมพรรับปีม้าเปิดประตูสู่ทะเลใต้ที่“ถ้ำเขาเกรียบ-บ้านบ่อคา”
10 เป้าหมายบอกรักตัวเองปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพปีใหม่
2569
TCEBตั้งเป้าปี69ดันเอ็กซิบิชั่นสร้างแบรนด์ไทยโกย1.13
แสนล้าน
Scoot โลว์คอสต์สิงคโปร์โปรตั๋วบิน5เส้นทางไทย-เอเชียเริ่ม1,420บ.
วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวชุมพร
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1AA8cjJWMd/
สัมภาษณ์
!! “ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขับเคลื่อนแผนปีม้าทอง69 เดินสายทำ Focus Group ทั่วเอเชียใช้งานวิจัยแก้โจทย์ยาก
3 ความท้าทาย
“ราคาเที่ยวไทยสูงกว่าคู่แข่ง-เงินเฟ้อ-แหล่งท่องเที่ยวเก่า”ดึงเงินทั่วโลกเที่ยวไทย
1.66 ล้านล้านบาท เฟ้นเจาะนักท่องเที่ยวคุณภาพ
ใช้จ่ายเงินสูงไฮเอนด์ 3 กลุ่ม “ผู้สูงวัย-เดินทางเชิงการแพทย์-ท่องเที่ยวเชิงการกีฬา”
ขานรับเสียงสะท้อนคู่ค้าต่างชาติมองจุดเปลี่ยนไทย
4 เรื่อง “อัธยาศรัยไมตรี-อาหาร-วัฒนธรรม-ความปลอดภัย”
เชิญชวนธุรกิจเข้าสู่มาตรฐานยั่งยืน ใช้ AI
ดีไซน์เส้นทางเที่ยว ส่งต่อเสียงสะท้อนคู่ค้าอินเตอร์แนะคนไทย “Post
&Share” เพิ่มเรื่องความผิดชอบต่อภาพลักษณ์เชิงบวกให้ประเทศด้วย
นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า พร้อมจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีปัจจัยไม่ปกติหลายเรื่องจึงส่งผลถึงสรุปนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวเมืองไทย (inbound) 32.97 ล้านคน ลดลง 7% มาจาก 1.ตลาดระยะใกล้ (shorthaul) จากอาเซียน เอเชียและแปซิฟิก รวม 22 ล้านคน คิดเป็น 67 % ลดลง 14 % และ 2.ตลาดระยะไกล (Longhaul) ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทำได้เกิน 10.8 ล้านคน คิดเป็น 33 % เพิ่มขึ้น 11 % แล้วปี 2568 ยังมีสัญญาณที่ดีจากตลาดอังกฤษ/สหราชอาณาจักร 1.1 ล้านคน อเมริกา 1.2 ล้านคน
ตลอดปี
2568 ที่ผ่านมา
เกิดเหตุการณ์ที่มีผลเชิงลบต่ออุตสาหกรรมตลาดท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวเมืองไทย
เช่น เหตุการณ์หวังซิง ดาราจีนโดนจับตัวไป เกิดแผ่นดินทรุด
ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศต่าง ๆ สภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ และอื่น ๆ
ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุการณ์เหนือการควบคุมของ ททท.
ดังนั้นไทยสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ท่ามกลางความท้าทายมากมายถือเป็นสิ่งที่ดีแล้ว
ปี 2569 ผู้ว่าการ ททท.ให้นโยบายจะต้องนำเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวเมืองไทยดังนี้
“ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ” จำนวนนักท่องเที่ยว จะแบ่งเป็น 2 ตัวเลข ประกอบด้วย 1.เป้าหมาย 37 ล้านคน 2.แนวโน้ม 34-35 ล้านคน เผื่อความเสี่ยงหากเกิดกรณีไม่คาดฝัน และ “รายได้” 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่ม 4 %
“ตลาดในประเทศ” ตั้งเป้า “จำนวน” นักท่องเที่ยว 214 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4 % “รายได้” 1.17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 %
นายชูวิทย์กล่าวว่าบริบทใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2569 สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมากจากอิทธิพลของ Social Media ททท.ได้ลงพื้นที่ทำ Focus Group ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลาดสำคัญแถบเอเชียแปซิฟิกทั้ง ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเลเซีย เวียดนาม และอื่น ๆ ต่างสะท้อนความเห็นถึง “การท่องเที่ยวเมืองไทย” เผชิญ 3 ปัจจัย หลัก ได้แก่
ปัจจัยที่ 1 ต้นทุนการท่องเที่ยวสูงขึ้นกว่าคู่แข่งประเทศอื่น ๆ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก “เงินบาทแข็งค่า” สวนทางกับเงินวอน/เกาหลี เงินเยน/ญี่ปุ่น เงินหยวน/จีน เงินด่อง/เวียดนาม ลดลงทุกประเทศ
ปัจจัยที่ 2 อัตราเงินเฟ้อไทยสูง ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย ทั้งค่าที่พักโรงแรม ตั๋วเครื่องบินในประเทศ ร้านอาหารราคาแพงขึ้น
ปัจจัยที่ 3 แหล่งท่องเที่ยวไทยเก่าแล้วหรือ Classic Destination แล้วไทยก็ยังไม่ได้นำเสนอความแปลกใหม่ แบบเวียดนาม หรือมาเลเซีย แต่ละตลาดต่างประเทศยืนยันจะรอวันที่ไทยกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง
ส่วน “คู่แข่ง” ด้านการท่องเที่ยวของทยอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ละประเทศเป็นตลาดหลักของไทยและก็เป็นคู่แข่งด้วย แรงจูงใจคือ “ราคาถูกกว่าไทย” แต่ไทยก็ต้องระวังการใช้กลยุทธ์หลีกเลี่ยง “ดัมพ์ราคาเพื่อการแข่งขัน” เพราะอาจจะนำไปสู่ “กับดักเส้นทางท่องเที่ยวราคาถูก” หรือ Cheap Destination อีกครั้ง
ขณะนี้ “นักท่องเที่ยวทั่วโลก” มองไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพ สินค้าท่องเที่ยวราคาดีต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงมีคีย์เวิร์ดหลักเป็นจุดขายและจุดแข็งคือ “คุณภาพ” ที่จะเป็นพลัง “สร้างรายได้” เข้าประเทศ โดยวิธีคัดเลือกสินค้าให้ตรงกับตลาดกำลังซื้อสูงระดับไฮเอนด์ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้สูงวัย 2.กลุ่มเดินทางเชิงการแพทย์ 3.การท่องเที่ยวเชิงการกีฬา
ททท.ได้เก็บข้อมูลแต่ละตลาดจากการลงพื้นที่ทำ
Focus Group โดยตรง
โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับตัวแทนธุรกิจนำเที่ยวประเทศต่าง ๆ เพื่อสำรวจ 1.กลุ่มที่เคยเดินทางและไม่เคยเดินทาง 2.กลุ่มที่ชื่นชอบและไม่ชอบเมืองไทย
เห็นภาพชัดคือ
“กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ” อยู่ระดับบนมาก พร้อมใช้จ่ายเงินสูงมาก และมีความจงรักภักดีต่อเมืองไทย ซึ่งจะต้องช่วยกันรักษาไว้ให้ได้มากที่สุด ทางด้านนโยบายและแผน ททท.จึงจะต้องเร่งนำเสนอกลยุทธ์ “คัดเลือกสินค้าเป็นชุดแพกเกจ” รองรับกลุ่มใหม่ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปจากเดิม ได้แก่ 1.กลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง 2.กลุ่มรอจองโปรโมชั่นราคาถูกสุด 3.กลุ่มมีกำหนดช่วงเวลาส่วนตัวหรือ Leadtime ที่จะหยุดพักเพื่อการเดินทาง ตัวอย่าง “ตลาดยุโรป” มีพฤติกรรมจะต้องจองล่วงหน้าก่อนหยุดพักผ่อน 3 เดือน แตกต่างจาก “ตลาดเอเชีย” สามารถตัดสินใจจองเดินทางอย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน
ผลการสำรวจความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาไทยปี 2569 เป็นต้นไป พบเสียงสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนการท่องเที่ยวเมืองไทยตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป 4 เรื่อง ได้แก่
1.อัธยาศรัยไมตรี รอยยิ้ม ของคนไทย ยังเป็นจุดขายตลอดไป แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว
2.หันมาเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร มากกว่าเดิมที่ชื่นชอบทะเล ปัจจุบัน ททท.ได้จัดทำ Thailand Michelin Guide คัดเลือกร้านอาหารแต่ละประเภทที่ได้มาตรฐานดาวมิชลิน ตอบโจทย์ตลาดดังกล่าวได้ถูกทาง
3.การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามรูปแบบ Authentic City ยังสามารถขายได้ดี นักท่องเที่ยวสามารถหาประสบการณ์อย่างลึกซึ้งได้ เข้าถึงชุมชนชนท่องเที่ยวมากขึ้นเป็น Communitybase Tourism จึงเป็นจุดแข็งที่สมบูรณ์
4.ความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่ยังมองไทยไม่ได้ปลอดภัย 100% ขณะนี้มีงานวิจัยที่ ททท.พบกว่า “นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่” เกิดความกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัยที่จะเดินทางมาไทย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในอนาคตหากไม่สามารถสร้างตลาดใหม่ ๆ ให้เติบโตได้ในอนาคต อย่าง เจน Y, Z, อัลฟา ซึ่งนิยมใช้อินเตอร์เน็ตค่อนข้างสูง ผนวกกับในงานวิจัยมีหลายประเทศนำเสนอถึง “พฤติกรรมของคนไทย” นิยมแชร์ข่าวเชิงลบจำนวนมาก แตกต่างจากเกาหลีใต้ เวียดนาม ประชาชนจะแชร์ข่าวเชิงบวกกับประเทศตนเอง
ปัจจุบัน ททท.ร่วมกับหลายหน่วงานพยายามร่วมมือกันนำเสนอ “มาตรการความปลอดภัยเที่ยวเมืองไทย” หลังปีใหม่มา 1 สัปดาห์ พบสถานการณ์ตลาดต่างประเทศ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และตลาดหลัก เริ่มกลับมาดีขึ้น รวมทั้งตลาดระยะไกล จาก “ตะวันออกกลาง” ตอบรับดีมาก เพิ่มเที่ยวบินตรงเข้าไทย เช่น เที่ยวบินปฐมฤกษ์ อาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)-เชียงใหม่ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์-กระบี่ รวมทั้งสหภาพยุโรป กับเตรียมเปิดใหม่ในอเมริกาใต้ ซึ่งแต่ละตลาดมีความอ่อนไหวเรื่องความปลอดภัยแตกต่างกัน ซึ่งมีทั้งการขูดรีดนักท่องเที่ยว กรรโชกทรัพย์ อุบัติเหตุบนถนน หรือทะเล จึงต้องฝากถึงคนไทยทั้งประเทศให้ช่วยกันเป็นเจ้าภาพที่ดี
ปี 2569 ททท.มุ่งพัฒนาซัพพลายไซต์ ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขานรับกับพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีก 2 โครงการ ได้แก่
● โครงการที่
1 “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน :Sustainable
Tourism”
ขณะนี้สหภาพยุโรปประกาศใช้กฎหมายใหม่แล้ว คือ “CSRD :Corporate
Sustainability Reporting Directive” โดยให้บริษัทจำนวนมากต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน
(ESG) อย่างละเอียดและโปร่งใสมากขึ้น
เริ่มปี 2569 เป็นต้นไป จะมีผลกระทบต่อบริษัทในและนอก EU ที่เป็นคู่สัญญากันจะต้องแจงรายละเอียดการปล่อยคาร์บอน
การซื้อคาร์บอนเครดิต และมาตรฐานต่าง ๆ เพราะโลกต้องเคลื่อนไปตามนี้
แล้วนักเดินทางรุ่นใหม่ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนมากขึ้นทุกปี
ททท.ได้พยายามจัดทำมาตรฐานที่สอดคล้องกับความยั่งยืนของโลก ด้วยโครงการ STGs STAR : Sustainable Tourism Acceleration Rating ผลักดันแนวทางสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือร่วมขับเคลื่อน CF-Hotels และเมื่อ 3 ปีก่อน ททท.ร่วมลงนามสัญญากับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) “TGO” นำมาใช้กับททท.ทำกิจกรรมต่าง ๆ
● โครงการที่ 2 นำ AI เข้ามาใช้ออกแบบ “เส้นทางท่องเที่ยว” ขณะนี้ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และเอเชียหลยประเทศ เริ่มใช้แล้ว ททท.จึงจะกระตุ้นผู้ประกอบการให้เตรียมความพร้อมใช้ AI ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งพอจะเห็นโรงแรมบางแห่ง ใช้ AI ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว หรือออกแบบห้องพัก และดีไซน์เมนูอาหาร บ้างแล้ว จึงขอให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี เช่นเดียวกับ ททท.ลองเปิดพื้นที่ทำ Live Streaming ชั้น 1 รวมทั้งการวิเคราะห์นักท่องเที่ยวได้ตรงเป้าหมาย
นายชูวิทย์ กล่าวว่า
ททท.ต้องการฝากถึง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย”
หลังจากได้ลงสนามพบปะพูดคุยกับกลุ่ม Focus Group นานาชาติ ได้สะท้อนถึง “ความรับผิดชอบ”
ที่คนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่วมทำด้วยกัน โดยเฉพาะ 3 เรื่องหลัก
ได้แก่
● เรื่องที่ 1 การ Post &Share ในโซเชียล มีเดีย ให้คำนึงถึงผลที่จะตามมากับประเทศเพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก
● เรื่องที่ 2 รอยยิ้มของคนไทยหายไป
ส่วนหนึ่งอาจจะมีผลมาจากภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร
ที่หันมาใช้พนักงานต่างชาติมากขึ้น เพราะแรงงานภาคบริการคนไทยน้อยลง
● เรื่องที่ 3 การใช้ AI เป็นดาบสองคม เพราะ AI ไม่สามารถสร้างความรู้สึกสัมผัสแบบมนุษย์ได้ทั้ง ความเห็นอกเห็นใจ ควาเข้าใจ ความเอื้อเฟื้อ แตกต่างจากก่อนหน้านี้ “รอยยิ้มประเทศไทย” เป็นเจ้าบ้านที่ดีสร้างเสน่ห์ดึงดูดคนทั่วโลกเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทย
ทั้ง 3 เรื่อง เป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่จะช่วยเป็นแม่เหล็กดึงดูดตลาดทั่วโลกเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวต่อไป
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-“คิง เพาเวอร์”เปิดแล้ว!!บัตเตอร์แบร์สาขาใหม่สนามบินดอนเมือง
คิง เพาเวอร์ ต้อนรับปีใหม่ 2569 ประกาศจับมือกับ “บัตเตอร์แบร์” เปิดร้าน “KING POWER BUTTERBEAR” สาขาใหม่ ในท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ (Domestic) ชวนพ่อหมี มัมหมี นักเดินทางทุกวัย มาเติมความสุข ความน่ารัก และความหวานละมุนก่อนบินท่องเที่ยว
“KING POWER BUTTERBEAR” สาขาใหม่ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดตัวภายใต้ธีม “Sundae Sweetheart” เน้นถ่ายทอดบรรยากาศ Dessert Parlour อันแสนหวานของ “น้องเนย” มอบความสดใสและอบอุ่นอย่างเต็มที่ ด้วยไฮไลต์ “น้องหมีเนยขนาดใหญ่ 2 ตัว” จุดถ่ายรูปสุดคิวต์ และ “ตู้จดหมายของน้องเนย” ให้แฟนคลับได้เขียนข้อความส่งถึงน้องเนย เพื่อเพิ่มโมเมนต์พิเศษก่อนเริ่มต้นทุกการเดินทางอย่างมีความสุขของทุกคน
“จุดเด่น” คิง เพาเวอร์ บัตเตอร์แบร์ สาขาท่าอากาศยานดอนเมือง ที่นักช้อปนักเดินทางต้องห้ามพลาดแวะมาอุดหนุนได้ตลอดคือ
● “สินค้าป้ายฟ้า” สามารถเลือกซื้อได้โดยไม่จำเป็นต้องมีไฟลต์บินระหว่างประเทศ ครอบคลุมทั้งกลุ่มอาหาร (Food) และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร (Non-Food)
● “สินค้า Exclusive” พร้อมให้ช้อปทุกเวลา เฉพาะสาขาดอนเมือง ได้แก่ ถุงผ้าน้องเนย “บัตเตอร์รี่ สวีทฮาร์ท” (Buttery Sweetheart Drawstring Bag) ดีไซน์พิเศษในธีม Sundae Sweetheart เอาใจนักสะสมและแฟนคลับบัตเตอร์แบร์โดยเฉพาะ
ส่วนที่ “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เปิดบริการร้านบัตเตอร์แบร์ไปก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มี “สาขาดอนเมือง” เปิดปฐมฤกษ์ต้นปี 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะได้ขยาย Brand Experience ในทำเลสนามบินศูนย์รวมการเดินทางของทุกคน
คิง เพาเวอร์ ยังเปิด SEEK ‘N KEEP CLUB ร้าน Multi-Brand Store ศูนย์รวมสินค้าไลฟ์สไตล์น่าสะสม ในสนามบินดอนเมือง ตั้งอยู่ชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร 2 (Terminal 2) โดยได้รวบรวมคาแรคเตอร์ยอดนิยมจากทั่วโลก เช่น Monchhichi, Care Bears, Esther Bunny และ Disney มาให้เหล่านักเดินทางได้เลือกช้อปสินค้าไอคอนิก เติมสีสันและความสนุกระหว่างการเดินทางด้วย
การเปิดตัว “KING
POWER BUTTERBEAR” และ “SEEK ‘N KEEP CLUB” ในท่าอากาศยานดอนเมืองครั้งนี้ เน้นสร้างแม่เหล็กดึงดูดชวนนักเดินทางทุกวัย
ทุกครั้งก่อนการเดินทางขึ้นเครื่องสามารถแวะมาเติมความสุขพร้อมสัมผัสประสบการณ์ร้านรีเทลสีสันสดใสผสานความน่ารัก
ความสนุก ให้อารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพิ่มช่วงเวลาอันน่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกของทุกทริปให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน
ข่าวที่ 2 -PROSPEROUS
BEGINNINGSช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์ลด18-25%
PROSPEROUS BEGINNINGS ONLINE DEALS เริ่มต้นปีมงคล ดีลเด็ด “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” วันนี้ -31 มกราคม 2569 รวมไอเทมฮอต ราคาดี
พร้อมโปรแรงเฉพาะออนไลน์ ช้อปได้ง่าย คุ้มได้จริง ตั้งแต่ต้นปี 2569 รับพลังบวก และเปิดปีใหม่ด้วยไอเทมที่ใช่ เพราะการเริ่มต้นที่ดี
คือก้าวแรกของความสำเร็จตลอดปี
โอกาสดี ๆ มีไว้ให้คนที่พร้อมเริ่มต้นปีอย่างชาญฉลาด
ช้อปก่อนใคร พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
● ลดสูงสุด 18% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท กดรหัสส่วนลด 18JAN26
● ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รหัสส่วนลด 25JAN26
ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์มหานครจัดเต็มวันเด็กCruzee Thailand10-11ม.ค.69
วันเด็กปี 2569 “คิง เพาเวอร์ มหานคร” ชวนเด็ก ๆ มาสนุกและปล่อยพลังในงาน “Mahanakhon Balance Bike Kids’Day กับ Cruzee Thailand วันนี้ -11 มกราคม 2569
กิจกรรมสุดมันสำหรับนักปั่นตัวจิ๋ว เปิดรับสมัครเด็กอายุ 1.8 – 9 ปี ทุกแบรนด์จักรยาน มาร่วมสร้างประสบการณ์ เสริมทักษะ และความมั่นใจ ท่ามกลางบรรยากาศแลนด์มาร์กใจกลางเมือง
ไฮไลต์ วันแข่งขัน 11 มกราคม 2569 บริเวณ มหานคร สแควร์, คิง เพาเวอร์ มหานคร พบกับ Artwork by Cruzee Thailand เริ่มตั้งแต่ 10.00-12.00 น. สอบถามเพิ่มโทร. 02-677-8721
ข่าวที่ 4-ททท.ภาคกลางบูม“Fur Season Escape หนีเที่ยวกับคุณหนูสี่ขา”
นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้จัดทำโครงการ “Fur Season Escape หนีเที่ยวทุกฤดูกับคุณหนูสี่ขา” รุกเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม “ครอบครัวรักสัตว์เลี้ยง Pet Parent” ขานรับเทรนด์การท่องเที่ยวร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly Tourism) ด้วยไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ที่หลอมรวมความสุข ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่าไว้ในการเดินทางทุกช่วงเวลา โดยจับมือพันธมิตรชั้นนำอย่าง เพจพาหมาเที่ยว, Pet Friendly Thailand บัตรเครดิต KTC, โรงแรมหัวหินรีสอร์ตบาย ไอเอชจี โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ แอนิมอล และเซนทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน มอบสิทธิประโยชน์และกิจกรรมท่องเที่ยวตอบโจทย์ตลาดครอบครัวรักษ์สัตว์เลี้งยุคใหม่ เติมเต็มความสุขให้เจ้าของและคุณหนูสี่ขาอย่างแท้จริง
เทรนด์ตลาดการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) เป็นหนึ่งในการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวททท.ปี 2569 ภายใต้แนวคิด Value is the New Volume และการทำงานแบบพุ่งเป้าหมายเจาะกลุ่มตลาดศักยภาพสูง โดยนำวัฒนธรรมย่อยเป็นจุดขายและแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มสนใจเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันคนเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัวกำลังเป็นเทรนด์เติบโตทั่วโลก เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ได้มองเพียงการดูแลขั้นพื้นฐาน แต่หันมาแบ่งปันช่วงเวลาและคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน
ททท.มีผลสำรวจพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 20% ส่วนตลาดสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยมีมูลค่ากว่า 75,000 ล้านบาท อนาคตมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ดังนั้น ททท.จึงเดินหน้าพัฒนาโครงการ “Fur Season Escape หนีเที่ยวทุกฤดูกับคุณหนูสี่ขา” เปิดเส้นทางท่องเที่ยวพรีเมียมผสานความหรูหราเข้ากับความเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงจับมือพันธมิตรชั้นนำทำโปรโมชั่นและแพ็กเกจพิเศษจากโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว คาเฟ่ สถานประกอบการต่าง ๆ ให้การต้อนรับสัตว์เลี้ยงอย่างอบอุ่น มอบประสบการณ์ที่มีคุณค่า กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนระยะยาว (Extended Stay) เพิ่มการเข้าพักในพื้นที่ศักยภาพ ผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต สร้างสีสันใหม่ ๆ ให้การท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายอย่างภาคกลาง ภูมิภาคที่มีความพร้อมทั้งด้านการเดินทาง โครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งท่องเที่ยว
ปี 2569 ททท.มุ่งยกระดับพื้นที่จังหวัดในภาคกลาง เช่น ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรีพระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สระบุรี ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหรูหราของครอบครัวที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง มีมาตรฐานสูงและความยั่งยืน รองรับกลุ่มตลาดดังกล่าวที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียม ความสะดวกสบายครบครัน ตลอดจนบริการและกิจกรรมตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ของตนเองกับสัตว์เลี้ยง
ผอ.วรรณภา กล่าวว่า ปีนี้ ททท.ได้ต่อยอดประสบการณ์ด้วยการจัดงาน ME & PAWS Fair วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ที่อาร์ต โบทานิก การ์เด้น อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต บาย ไอเอชจี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในบรรยากาศ Paws in Bloom ชวนเหล่าครอบครัวรักสัตว์เลี้ยง พาคุณหนูตูบ & เหมียว มาเปิดโหมดชิลล์ เสพฟีลอาร์ตท่ามกลางสวนสวย พร้อมร่วมฟัง Talk Session: Fur Season Escape & Exclusive Privileges รับบริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเบื้องต้น สนุกกับกิจกรรม Pawlympic, Splash Paradise, Cookie Decoration, Paint Canvas รวมทั้ง Happy Tails Market ให้เลือกช้อปของกิน ของใช้ และของเล่นสัตว์เลี้ยงครรบทุกอย่าง
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท
บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ออกแบบสิทธิประโยชน์เชื่อมโยงเข้ากับการใช้ชีวิตจริงของสมาชิก
โดยมี “กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์” ชอบใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวและประสบการณ์ในโครงการนี้
ผู้ถือบัตรเครดิต KTC จะได้รับสิทธิประโยชน์
เช่น 1.ส่วนลดค่าห้องพักสูงสุด 30% 2.ส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือได้รับ Pet Amenities & Spa ในที่พักที่เข้าร่วมโครงการทั่วภาคกลาง
ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว Pet-friendly ระดับพรีเมียมเกิดขึ้นอย่างสะดวกมีคุณภาพ
ข่าวที่ 5-กลุ่มบางจากจัดวันเด็ก10ม.ค.ชูSTEaM Landแจกของขวัญ5พันชิ้น
กลุ่มบริษัทบางจาก
เชิญชวนเด็ก ๆ พร้อมผู้ปกครอง ร่วมงาน “วันเด็กบางจาก ประจำปี 2569” วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 -
11.30 น. เปิดพื้นที่ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง สุขุมวิท 64 ต้อนรับเด็ก ๆ มาร่วมเฉลิมฉลองความสุข ภายใต้แนวคิด “STEaM
Land” กับโลกแห่งจินตนาการ
ชวนต่อยอดการเรียนรู้ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์
และคณิตศาสตร์ หรือ “สะเต็มศึกษา”
ต่อยอดด้วยศิลปะผสมผสานกับศาสตร์ในการใช้ชีวิตและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
มุ่งพัฒนาอนาคตเด็กไทยเติบโต มีความรู้ คิดสิ่งใหม่ ก้าวทันโลก อย่างแท้จริง
ปี 2569 นำ “Giant Robot : หุ่นยนต์ส่งต่อความสุข”
สร้างสรรค์แบบจัดเต็มของขวัญให้ทุกคนในวันเด็กจากดินแดนแห่งความฝันกว่า 5,000 ชิ้น พร้อมกิจกรรมไฮไลท์ โชว์สุดพิเศษจากรายการ Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group การแสดงโชว์บนเวที MAD Science วงดนตรีจาก Sky
Band เสิร์ฟฟรีตลอดงานทั้ง อาหารว่าง และเครื่องดื่ม
เติมความสุขตลอดวันเด็กปีนี้
ช่วงที่ 2 เปิดประตูการเดินทางสู่มหาสมุทรภาคใต้ไป “ชุมพร” เช็คอินเที่ยวแนวใหม่ ไป
“ถ้ำเขาเกรียบ” ต่อด้วย “ชุมชนบ้านบ่อคา” วิถีประมงสโลว์ไลฟ์
เช็คอินโปรโมชั่นห้องพักดี ๆ รับมหกรรมกีฬาเยาวชนและอาวุโสแห่งชาติ แล้วฟัง “10ข้อคิดดี ๆ” ปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพรับปีใหม่ เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “TCEBดันเอ็กซิบิชั่น”ปีม้าสร้างแบรนด์ไทยโกยรายได้ 1.13 แสนล้าน
ข่าวที่สอง “Scoot โลว์คอสต์เครือสิงคโปร์แอร์”
เปิดโปรตั๋วบินไทยสู่เอเชีย เริ่ม 1,420 บาท/เที่ยว
ท่องเที่ยว
–เที่ยวชุมพรรับปีม้าเปิดประตูสู่ทะเลใต้ที่
“ถ้ำเขาเกรียบ-บ้านบ่อคา”
ปีม้า 2569 เปิดประตูสู่มหาสมุทรภาคใต้
ที่ “ชุมพร” ต้อนรับช่วงการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาอาวุโส พอดี
มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ กับ โปรโมชั่นโรงแรมที่พักเก๋ ๆ มาให้เช็คอิน 3 พิกัด ฟิน ๆ
พิกัดที่ 1 ถ้ำเขาเกรียบ ในเขตวัดถ้ำเขาเกรียบ ตำบลบ้านควน
อำเภอหลังสวน เป็นแหล่งท่องเที่ยวภูเขาหินปูนถูกค้นพบมากว่า 63 ปี จุดเด่นจะมีบันไดคอนกรีตสองข้างทางเรียงรายต้นไม้ใหญ่ชวนให้สายบุญได้เดินขึ้นไป
375 ขั้น “หน้าปากถ้ำ” จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
กับพระพุทธรูปองค์เล็กหลายองค์วางตามมุมถ้ำ “ภายในถ้ำขนาดใหญ่”
ตื่นตากับรูปร่างแปลกตาของ หินงอกหินย้อย เสาหิน ทำนบหิน ม่านหินย้อย
เพดานถ้ำสูงมีช่องแสงลอดเข้ามาได้ รวมทั้งี “แอ่งหินปูน”ไล่ระดับหลายชั้นคล้ายน้ำตก
พิกัดที่ 2 ชุมชนบ้านบ่อคา ต.ด่านสวี อ.สวี ใช้ชีวิตสโลไลฟ์ในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนประมงเงียบสงบ
วิถีประมงพื้นบ้าน อาคาร ร้าน เรือน แพปลา ในทะเล อยู่มานาน กว่า 200 ปี มีตลาดเก่าสไตล์
“บ้านไม้เคี่ยมโบราณ” สร้างเรียงรายตามตรอกซอยต่างๆ มีไทยเชื้อสายจีน อพยพมาค้าขายและตั้งถิ่นฐานอยู่ริมทะเล ทำอาชีพประมงเรียบง่าย
ทุกเช้าจะมีอาหารทะเลสดให้ช้อป และมีศาลเจ้าเก่าแก่
“บุ้นเถ้า” เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะด้วย
พิกัดที่ 3 “โรงแรมเดอะนูโว
ชุมพร บีช รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ” จัดโปรโมชั่นต้อนรับนักเดินทางเข้าร่วม
“ประตูภาคใต้เกมส์” การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 41 คัดเลือกภาค 4 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ
ครั้งที่ 8 ระหว่าง 12-22 มกราคม 2569
นำเสนอ“ราคาพิเศษ” ห้องพักรวมอาหารเช้า 1,300-1,800 บาท/ห้อง
พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ห้องอาหาร
สระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรฯ หาดทรายรี , จุดชมวิวเขามัทรี โรงแรมอยู่ใกล้สนามแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลเพียง 100 เมตร โทร : 077-529-529
โปรพิเศษ! ส่วนลดโรงแรมที่พักในชุมพร 100 บาท/ห้อง จองก่อนมีสิทธิ์ก่อน
100 สิทธิ์ เพื่อต้อนรับคณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้เกี่ยวข้อง ที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ วันที่ 12-29 มกราคม 2569
สามารถเลือกจองที่พักตรงกับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ
พร้อมแสดงบัตรนักกีฬา และผู้เกี่ยวข้อง ก็จะได้รับส่วนลดทันที โทร. 09 5415 9425
“ชุมพร” เที่ยวสบาย ๆ
ในเมืองแห่งประตูสู่มหาสมุทรภาคใต้ จากเมืองทะเล ลองมุดถ้ำ สโลว์ไลฟ์ในชุมชน
เปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนสไตล์ใหม่ ๆ ในปีม้าทอง
สุขภาพ –10
เป้าหมายบอกรักตัวเองปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพปีใหม่ 2569
ปี 2569 ตั้งเป้าหมายปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้นด้วยการ “ปรับพฤติกรรมสำคัญ” ที่จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น
ด้านสุขภาพกายและจิตใจเป็นพื้นฐานโดย “บอกรักตัวเอง” ทำ 10 เรื่องดี
ๆ
1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ - ช่วยเพิ่มระดับพลังงาน ปรับอารมณ์ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
โดยการศึกษาเผยว่า ผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเกิดโรคเรื้อรังต่ำกว่า 30%
(Warburton et al., 2006) เพื่อความยั่งยืนและสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย
ควรเลือกกิจกรรมที่ชอบ เช่น เดิน วิ่ง หรือโยคะ อะไรก็ได้ แต่ขอให้ทำสม่ำเสมอ
อย่างน้อย 30 นาที/วัน
2.กินอาหารที่มีประโยชน์ -เลือกรับประทานผักผลไม้ โปรตีน และธัญพืช เพื่อบำรุงร่างกาย
จากงานวิจัยพบว่าอาหารสมดุลสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเบาหวานชนิดที่ 2
หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัดหรือมันเกินไป
เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว
3.ตั้งเวลาพักผ่อนเพียงพอ -การนอนหลับอย่างเต็มที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ควรนอนประมาณ 7-8
ชั่วโมง/คืน
นักวิจัยพบว่าการอดนอนสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคซึมเศร้า
4.ฝึกสมาธิหรือนั่งนิ่งสักครู่
-ใช้เวลาในการฝึกสมาธิหรือการหายใจลึกๆ สัก 5-10 นาที
เพื่อคลี่คลายความเครียดและเพิ่มสมาธิ
ผลการศึกษาพบว่าการทำสมาธิสามารถลดระดับความเครียดได้ถึง 60%
5.อ่านหนังสือหรือศึกษาสิ่งใหม่ๆ
-การอ่านหนังสือจะช่วยขยายขอบเขตความรู้ เปิดโลกทัศน์ และกระตุ้นสมอง
งานวิจัยแสดงว่า
คนที่อ่านอยู่เป็นประจำมีแนวโน้มที่จะรักษาความสามารถทางปัญญาได้นานกว่า
แนะนำให้อ่านหนังสืออย่างน้อยหนึ่งบทในทุก ๆ วัน
6.ใช้เวลากับคนที่รัก -
สานสัมพันธ์กับคนสำคัญ เช่น ครอบครัวหรือเพื่อน ช่วยเติมเต็มชีวิต
มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางสังคมแข็งแรงสามารถลดอัตราเสียชีวิตได้ถึง
50%
7.ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ
ในแต่ละวัน - ลิสต์เป้าหมายง่าย ๆ
ที่ต้องการทำในแต่ละวัน เช่น ทำงานบ้าน อ่านบทความ หรือเรียนรู้อะไรใหม่
เป้าหมายเล็กนี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิต
ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทฤษฎี SMART กล่าวไว้ว่าเป้าหมายต้องเฉพาะเจาะจง
วัดผลได้ สามารถเข้าถึงได้ มีคุณค่า
8.เขียนบันทึกหรือไดอารี่
-บันทึกเรื่องราว ความคิด หรืออารมณ์ของตัวเองลงในไดอารี่นั้น
สามารถช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้จักการจัดการปัญหาได้ดีขึ้น
งานวิจัยระบุว่าการเขียนบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์เชิงบวกนั้น
ช่วยเพิ่มระดับสุขภาพจิตโดยรวมของบุคคล
9.ลองทำสิ่งใหม่ ๆ
ร่วมกันด้วยกิจกรรมสนุก ๆ
-ออกไปพบเจอสังคมหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ
เป็นวิธีหนึ่งในการเปิดโอกาสสำหรับประสบการณ์ใหม่
ส่งผลดีต่อสุขภาพทางด้านกล้ามเนื้อและสายสัมพันธ์
10.กล่าวคำพูดเชิงบวกกับตัวเอง
-พูดย้ำเตือนถึงคุณค่าของตน เริ่มต้นวันด้วยคำพูดเชิงบวก เช่น “ฉันมีค่ามาก” หรือ
“วันนี้ฉันจะทำดีที่สุด” เป็นวิธีหนึ่งที่จะเสริมสร้างความมั่นใจของเรา
มีหลักฐานแสดงว่า Affirmation สามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อแนวโน้มทางด้านเศรษฐศาสตร์
ความมั่นใจก็จะนำไปสู่วิสัยทัศน์สดใสร่วมด้วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –TCEBตั้งเป้าปี69ดันเอ็กซิบิชั่นสร้างแบรนด์ไทยโกย1.13 แสนล้าน
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2569 ทีเส็บพร้อมเดินหน้าสู่บทบาทอย่างชัดเจนเพิ่มขึ้นในเป้าหมายการสร้างแบรนด์ประเทศไทยให้เป็น
“The Best Exhibition Nation of ASEAN” ในฐานะศูนย์งานแสดงสินค้าแห่งภูมิภาค
สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าเป็นมากกว่ากิจกรรมทางธุรกิจ หากคือ “แพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์”
ในการเชื่อมโยงตลาดโลกกับอาเซียน เป็นกลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ
ทั้งการแพทย์และสุขภาพ ดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และอุตสาหกรรมบริการ
ทีเส็บคาดปี
2569 อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าไทยจะสร้างรายได้กว่า 113,000
ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนกว่า 10% เป็นแรงส่งให้ทีเส็บก้าวพัฒนาตลาดมีพลังมากในระยะต่อไป
จึงไม่ใช่เพีงแค่เพิ่มตัวเลขอุตสาหกรรมไมซ์เติบโต ทว่าเป็นเป้าหมายการวาง “ตำแหน่งประเทศไทย”
ในแผนที่เศรษฐกิจโลกใหม่โดยใช้ศักยภาพของ “งานแสดงสินค้า”
เป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอนาคต ผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
สอดคล้องกับปี
2569 ไทยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก 2 รายการใหญ่ ได้แก่
1. Gastech 2026 งานประชุมและแสดงเทคโนโลยีด้านก๊าซธรรมชาติ
LNG พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ
จัดระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2569 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค),
กรุงเทพฯ
2.UFI
Asia Pacific 2026 งานประชุมประจำปีสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการจัดแสดงสินค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ระหว่างวันที่ 5-6 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ข่าวที่สอง –
Scoot
โลว์คอสต์สิงคโปร์โปรตั๋วบิน5เส้นทางไทย-เอเชียเริ่ม1,420บาท
“Scoot” สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์
แอร์ไลน์ส (SIA) ด้วยโปรโมชั่นต้อนรับศักราชใหม่ปี 2569 “บินราคาพิเศษ” เริ่มต้นเพียง 1,420 บาท/เที่ยว จากไทย สิงคโปร์ สู่จุดหมายปลายทางอื่น
ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย เปิดให้จองตั้งแต่วันนี้-13 มกราคม 2569 แล้วนำไปใช้เดินทางได้ตั้งแต่
24 กุมภาพันธ์ – 24 ตุลาคม 2569
โดยมีหลายเส้นทางยอดนิยม
เป็นเที่ยวบินแวะพักที่สิงคโปร์ เช่น โตเกียว บาหลี ซิดนีย์ ตอกย้ำสกู๊ตมุ่งมั่นมอบความคุ้มค่า
ยืดหยุ่น และทางเลือกการเดินทางให้ลูกค้าคนไทย ด้วยค่าโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษเที่ยวเดียว
รวมภาษีแล้ว ต้นทางจากเมืองไทย 5 จังหวัด ดังนี้
● เชียงราย
– สิงคโปร์ เริ่มต้น 2,500 บาท (เส้นทางบินใหม่)
● ภูเก็ต
– สิงคโปร์ เริ่มต้น 1,420 บาท
● กรุงเทพฯ
– สิงคโปร์ เริ่มต้น 1,550 บาท
● เชียงใหม่
– สิงคโปร์ เริ่มต้น 3,100 บาท
● สมุย
– สิงคโปร์ เริ่มต้น 3,250 บาท
สกู๊ต
ทำโปรโมชั่นพิเศษควบคู่กับการเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่ เชียงราย – สิงคโปร์
อย่างเป็นทางการ เที่ยวบินแรกตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยใช้เครื่องบินแอมแบร์ E190-E2 จำนวน 5 เที่ยว/สัปดาห์
ช่วยเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อการเดินทางจากภาคเหนือของไทยสู่เครือข่ายเส้นทางบินทั่วภูมิภาคโดยแวะพักที่สิงคโปร์
สำหรับโปรโมชั่นนี้ยังครอบคลุมโดยมีค่าโดยสารเที่ยวเดียว
แบบรวมภาษีแล้ว อีก 6 เส้นทาง ดังนี้
● กรุงเทพฯ
– ไทเป เริ่มต้น 2,800 บาท
● กรุงเทพฯ
– โตเกียว (นาริตะ / ฮาเนดะ) เริ่มต้น 5,000 บาท
● กรุงเทพฯ
– โอซาก้า เริ่มต้น 5,000 บาท
● กรุงเทพฯ
– จาการ์ตา เริ่มต้น 2,200 บาท
● กรุงเทพฯ
– บาหลี เริ่มต้น 3,000 บาท
● กรุงเทพฯ
– ซิดนีย์ เริ่มต้น 6,200 บาท
“ช่องทางจองตั๋วโดยสาร”
ได้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน โดยอาจเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ
และข้อกำหนดด้านการบิน ดูตารางบินที่ www.flyscoot.com
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น