บพท.นำเครือข่ายพหุภาคีสานพลังชงแผนแก้จนยั่งยืนทั่วไทย
สภาพัฒน์ใส่ในแผนชาติฉบับ14พลิกโฉมสู่ Area Baseเริ่มปี70
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บพท #แผนแก้จนอย่างยั่งยืน #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ14
เครือข่ายพหุภาคีเปิดเวที
”พลังสู้ชนะจน
ครั้งที่ 3 สู่แผนชาติฉบับที่ 14” ระดมความเห็นหนุน
“บพท.” รวมข้อมูลชงแผนให้สภาพัฒน์บรรจุใช้แก้จนยั่งยืนของประชาชน เริ่มปี’70 พลิกโฉมการจัดทำใหม่เป็นเชิงพื้นที่ Area Base แทนเชิงประเด็น
“Issue-based”
ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา
ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(องค์การมหาชน) “บพท.” กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ”พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3
สู่แผนชาติฉบับที่ 14” เมื่อ 15 กันยายน 2569
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีคณาจารย์
นักวิจัย และภาคีเครือข่ายใหญ่ ทั้งภาคราชการ ภาคประชาสังคม องค์กรธุรกิจเอกชน ร่วมระดมความคิดเห็น
ประสบการณ์ พัฒนาแผนแก้ความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำแบบเบ็ดเสร็จและยั่งยืน เตรียมส่งต่อให้สภาพัฒน์ใส่ไว้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่
14 ยกระดับสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขประชาชน
โดยใช้ชุดความรู้จากงานวิจัยของ บพท.ร่วมกับสถาบันวิชาการศึกษาค้นคว้าเป็นสารตั้งต้นจัดทำขึ้น
เป้าหมายหลักการจัดสัมมนาครั้งนี้ต้องการระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาหลายภาคส่วน
ทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณาจารย์นักวิจัยจากสถาบันวิชาการเครือข่าย
19 แห่ง ใน 20 จังหวัด องค์กรชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม องค์กรภาคธุรกิจ ทำหน้าที่หาข้อสรุปแนวทางมาตรการที่เป็นรูปธรรม
เตรียมนำเสนอเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 จะมีผลบังคับใช้เป็นแผนแม่บทในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศช่วงปี
2570-2574
โดยใช้ข้อมูลความรู้จาก “งานวิจัยแก้ปัญหาความยากจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ”
ทาง บพท.ร่วมกับคณาจารย์นักวิจัย
และสถาบันวิชาการดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563
เป็นต้นมา มีข้อค้นพบครัวเรือนยากจนใน 20 จังหวัด พบยากจนสูงสุดของประเทศ 303,444
ครัวเรือน คนจน 1,243,449 คน เป็นฐานข้อมูลตั้งต้ระดมความคิดเห็นดังกล่าว
ดร.กิตติ กล่าวว่า ได้ออกแบบการสัมมนาให้สอดคล้องกับโครงสร้างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่
14 ของสภาพัฒน์ ประกอบด้วย กลุ่มย่อย 5 กลุ่ม คือ กลุ่ม 1 โครงสร้างเศรษฐกิจ กลุ่ม 2 การปฏิรูปภาครัฐ กลุ่ม
3 การยกระดับทุนมนุษย์ กลุ่ม 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
กลุ่ม 5 การถ่ายทอดและลงทุนในงานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สกัดข้อมูลความรู้
ประสบการณ์ ความคิดเห็นจากทุกกลุ่ม รวมเป็นชุดข้อมูลผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่
14 มุ่งเน้นแก้ปัญหาความยากจน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต
สร้างความมั่นคงในชีวิตแก่ประชาชนในพื้นที่
“โจทย์สำคัญ” มีหลายประเด็นที่คาดหวังอยากให้มีคำตอบชัดเจนในแผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 14 ได้แก่ “เกษตรกร” 9 ล้านครัวเรือน ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือ “แรงงานนอกระบบ”
อีกหลายสิบล้านคน หรือ “ครัวเรือน” ยากจน 20% ระดับล่างสุด และ “เศรษฐกิจฐานราก” ระดับชุมชน
จะอยู่ตรงไหนของแผน จะมีกลไกอย่างไรในกระบวนการพัฒนา
“แนวทาง” สำคัญนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนยั่งยืน
มีอยู่กัน 3 ประการ ได้แก่ 1.การพัฒนาทักษะการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ
2.การพัฒนาทักษะการจัดการทางการเงิน 3.การสร้างเสริมอุปนิสัยความพอเพียง
ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ควรต้องเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณให้เข้าถึงครัวเรือนยากจนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ทางด้าน “นายเอ็นนู
ซื่อสุวรรณ” กรรมการ
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กล่าวว่าข้อมูลจากการผสมผสานความรู้จากงานวิจัย ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ
และประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมสัมมนา ผลลัพธ์จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้ จะนำไปสังเคราะห์เข้าสู่แผนพัฒนาฯ
ฉบับที่ 14 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ 1 ตุลาคม 2570 จะเป็นแผนฉบับแรก
ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ หรือ “Area Base” ความสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนในพื้นที่
แตกต่างจากแผนก่อนหน้านี้ที่เป็นแผนพัฒนาเชิงประเด็น หรือ “Issue-based”
ในกระบวนการทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 14 จะแตกต่างจากก่อนหน้านี้ คือจะเปิดโอกาสให้ประชาชนหลายภาคส่วน
หลายกลุ่มอาชีพ มีส่วนร่วมแสดงความเห็น เสนอแนะอย่างเต็มที่ เพื่อมุ่งเน้นให้แผนฉบับที่
14 เป็นแผนพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ไม่ใช่แผนของสภาพัฒน์เพียงอย่างเดียว
สำหรับ “ฐานข้อมูลงานวิจัยแก้ปัญหาความยากจน”
ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ 20 จังหวัดยากจนที่สุด ครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ
ประกอบด้วย ปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน
ชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร
ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหาร
กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ นราธิวาส
อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง
นครราชสีมา ร้อยเอ็ด พิษณุโลก
เลย และยะลา






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น