วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ททท.โกยความสำเร็จTTM+2018-ยุทธศักดิ์ดัน5โปรเจ็กต์ขายท่องเที่ยว

ททท.นำไทยโกยความสำเร็จ TTM+2018
ผู้ว่าฯยุทธศักดิ์รุกใหญ่5โปรเจ็กต์ท่องเที่ยว
“คิงเพาเวอร์”เปิดขายของที่ระลึกบอลโลก
ททท.ต่อยอดเที่ยวเมืองรองEECหลังTTM
บางจากช่วยเกษตรซื้อสับปะรดขายในปั๊ม
ทอท.เท200ล้านลดแออัดดอนเมืองปี’62
ชวนเที่ยวเมืองภูเขากินได้ลับแลอุตรดิตถ์
จำกัดความหิวก่อนนอนได้ด้วยวิธีง่ายสุด
เร่งอุตฯบินผลิตคนรับผู้โดยสาร200ล้าน
การบินไทยลุยเปิดปูซานโกยตลาดเกาหลี
ไทยแอร์อัดโปรส.ค.บินเพิ่มใหม่2เส้นทาง
รมว.วีระศักดิ์รุกไทยแลนด์ริเวียร่า5 แนว

ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังเรียลไทม์ได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen    และบล็อกเกอร์ #gurutourza

ช่วงที่ 1 เกาะติดสนามกับการสัมภาษณ์พิเศษ “ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้นำดูแลการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM +) 2018 ที่เพิ่งปิดฉากลงโดยผู้ประกอบการกลุ่มผู้ซื้อการท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้การตอบรับเรื่องธุรกิจของประเทศไทยเป็นอย่างดี เปิดทางให้ ททท.สามารถเดินหน้าต่อยอดได้อีกไม่ต่ำกว่า 4 โปรเจ็กต์ใหม่



ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การจัดงาน TTM +2018 เป็นการจัดงานครั้งที่ 17 ที่โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ ประสบความสำเร็จสูงมาก ประเมินจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 ราย แบ่งเป็นกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อการท่องเที่ยวจากทั่วโลก 292 ราย ผู้ขายในไทย 363 หน่วยงาน สื่อมวลชนนานาชาติอีกกว่า 120 คน ได้รับการชื่นชมจากผู้ซื้อและผู้ขาย โดยได้ใช้เวทีงานนี้ขยายจุดขายท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองรองรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) สร้างภาพลักษณ์มุมใหม่ทั้งในพัทยาและจังหวัดโดยรอบอย่าง ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี บรรจุการพัฒนาการท่องเที่ยวไว้ตั้งแต่แรกให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและการพักผ่อน ซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผสมผสานเข้าไป ด้วยวิธีโปรโมตเมืองรองตามนโยบายรัฐบาลนำอาหารถิ่นภาคตะวันออกมาสร้างความสนใจแก่ผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจ TTM +2018 ตลอดงาน สร้างความประทับใจกับทุกคน เรื่อยไปจนถึงการตอกย้ำพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นใหม่ ๆ เรื่องความโรแมนซ์เป็นการจุดประกายขายตลาดไฮเอนด์ต่อไป



ส่วนการสร้างจุดขายให้เข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียก็ได้ใช้ธีมงานภายใต้ชื่อ Amazing Gateway to the Greated Mekhong Sub Region ทำให้ไทยเป็นประตูสู่อนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปูพรมให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลซึ่งกำลังจะประกาศยุทธศาสตร์ในประเด็นเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านโดยการใช้ยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะไทยกับอาเซียน และลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นงาน TTM+ 2018 ที่จัดครั้งนี้ ททท.จึงเปิดให้ผู้ประกอบการไทย อาเซียน เอเชีย แสดงให้เห็นศักยภาพในสายตาผู้ซื้อจากทั่วโลกซึ่งมีสื่อมวลชนแถวหน้ากว่า 120 คน มาจากทวีปไกล ในยุโรป อเมริกา แอฟริกา และเอเชีย จะกลับไปช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

ททท.ได้นำร่องโปรโมตการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวสายโรแมนติก ทั้งในเมืองรอง จันทบุรี ตราด และบางพื้นที่ข้ามไปทางฝั่งเกาะสมุยด้วย จะนำผู้ประกอบการลงพื้นที่สำรวจซึ่งกระแสตอบจากผู้ซื้อดีมาก

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ TTM +2018 จะนำ ททท.ทำอีก 5 โปรเจ็กต์ใหม่ ประกอบด้วย โครงการที่ 1เปิดปฎิญญาความสะอาดแห่งชาติ (คสช.) ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร 3 ปี เลือกภาคีพันธมิตร พื้นที่นำร่อง กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยว ขั้นแรกหน่วยงานที่สามารถนำร่องทำร่วมกันได้ทันที เช่น บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. การบินไทย บริษัทผู้นำการจัดการขยะ

โครงการที่ 2 จัดทำกิจกรรม "ละโลกเลอะ"  นำร่องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร ขยายไปสู่เครือข่ายอื่น ๆ เพื่อทำต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าเป็นองค์การดีเด่นด้านผู้นำ CSR



ภายในปี 2562 จะทำเป็นการท่องเที่ยวปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนภายใต้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.ลดปริมาณขยะพลาสติก เนื่องจากปริมาณเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียไปกับการผลิตขยะพลาสติกตามสถิติของกรมควบคุมมลพิษ เช่นขวดพลาสติกมีมากถึง 48,000 ล้านบาท 2.ส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ 3 R คือ Reduce-ลดปริมาณการใช้สิ่งที่ไม่จำเป็นลงเพราะจะก่อให้เกิดขยะ Reuse-ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากสุด Recycle- เลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 3.ททท.จะสร้างLess Waste Traveller : LWT  นักท่องเที่ยวพันธุ์ใหม่ใส่ใจต่อการอนุรักษ์ดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างขยะ

เบื้องต้นกำลังมองวางแผนรณรงค์การนักท่องเที่ยวพันธุ์ใหม่ที่พกติดตัว 3 อาวุธการเดินทาง คือ 1.พกถุงผ้า 2.แก้วเติมน้ำดื่ม 3.ผลิตภัณฑ์ Reuse

ทั้งนี้ ททท.ได้นำร่องปลุกจิตสำนึกเต็มรูปแบบในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2018 เป็นปีแรกที่ไม่แจกขวดน้ำพลาสติกแต่ให้ใช้แก้วเติมน้ำแทน ใช้ภาชนะอาหารรียูส จากนี้ไปจะเริ่มหารือกับผู้ประกอบการโรงแรมลดการใช้พลาสติก เลิกแจกน้ำบรรจุขวดพลาสติกแต่ควรกันไปใช้ระบบถังน้ำดื่มแทน แม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ตอนนี้นักท่องหลายประเทศตื่นตัวกับการลดขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นแล้ว

โครงการที่ 3 เร่งขยายฐานรายได้นักท่องเที่ยวตลาดโลก ขานรับสถานการณ์ต่างชาติเที่ยวเมืองไทย (inbound) สดใสต่อเนื่องมาตลอด 6 เดือนแรก สถิติระหว่าง 1 มกราคม-11 มิถุนายน 2561 มีจำนวนรวม 17.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14 % เฉพาะจีนตลาดเดียวมีมากถึง 5.35 ล้านคน เพิ่ม 27 % ยุโรป อิาลี 6 % ฝรั่งเศส 3.96 %รัสเซีย 20 % อเมริกา 6.5 % ตลอดทั้งปีตั้งเป้าเพิ่มรายได้รวมเติบโต 12 % จากกระแสของอาเซี่ยน+เอเชียตะวันออกมาแรง จึงเตรียมเปิดสำนักงานใหม่เมืองฟูกูโอกะ ญี่ปุ่น พร้อมกับมีนโยบายให้สำนักงาน ททท.ต่างประเทศทำยอดนักท่องเที่ยวให้ได้แห่งละ 1 ล้านคนต่อปี ส่วนเรื่องรายได้ 3-5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มรายได้เพิ่มเท่าตัวนั้นจะต้องสร้างโปรดักซ์ กิจกรรม และตัวช่วยอีกหลาย ๆ ส่วนเข้ามาเสริมทัพ

ถึงแม้ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างกลางเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม นี้ อาจได้รับผลกระทบบ้างเนื่องจากนักท่องเที่ยยุโรปบางประเทศลดลง  แต่ก็มีตลาดอื่นเข้ามาแทนที่อย่าง ตุรกี โครเอเชีย จากการหารือกับสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA)  ซึ่งเป็นเอกชนนำเข้านักท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทยยืนยันนักท่องเที่ยวจีนจะมาไม่ต่ำกว่า 11.5 ล้านคน และภาพรวมต่างชาติทั้งหมดกว่า 37.5 ล้านคน


โครงการที่ 4  จะใช้งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2561 มาจัดทำ "เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 55 เมืองรอง" ขึ้นในช่วงเดือนกันยายน นี้ กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ขายแพกเกจเที่ยวลดหย่อนภาษีได้ ทั้งที่พักและโฮมสเตย์ ช่วยกระจายรายได้ส่งเสริมโอท็อป จากนั้นช่วงพฤศจิกายนลุยจัดเทศกาลลอยกระทง ด้วยงาน OTOP Tourism 2018 เพราะผลจากการจัดเก็บตัวเลข 55 เมืองรอง ปัจจุบันคนไทยยังนิยมเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด เพิ่มขึ้น 20 % แต่ ททท.ต้องทำกิจกรรมเชิงรุกเพื่อเพิ่มการกระจายตัวและรายได้สู่ท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด


โครงการที่ 5 ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการท่องเที่ยว 5 เรื่อง ที่กำหนดไว้แผนแม่บท 20 ปีหน้า ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพสินค้า บริการและความยั่งยืน 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว ที่สอดรับกับแผนลงทุนของกระทรวงคมนาคม 3.ยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ 4.ยุทธศาสตร์ด้านการตลาดและเสริมสร้างภาพลักษณ์ และ5.ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการและกฎหมาย นั้น

ททท.ต้องเดินหน้าเพื่อสร้างการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ผลักดันการขยายตัวทางธุรกิจ บูมการท่องเที่ยวทางน้ำและเรือสำราญ และอาจจะต้องถอนตัวออกจากภารกิจบางอย่างที่มีหน่วยงานอื่นทำอย่างเข้มข้นอยู่แล้วในเรื่อง Supply side หรือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เนื่องจากตอนนี้ทางกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มีงบลงทุนเข้าไปทำ หมู่บ้านท่องเที่ยวนวัตวิถีได้ครอบคลุมทั่งประเทศ และทางกระทรวงพานืชย์ประกาศทำโครงการ อุตสาหกรรมชุมชนท่องเที่ยว อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว

บทบาทหน้าที่ของ ททท.ในวันนี้และอนาคตควรหันไปเล่นในเรื่องถนัดในการเพิ่มด้านตลาด (Demand side) Ffpสร้างเครื่องมือใหม่หาช่องนำโปรดักซ์ท่องเที่ยวเจาะเข้าไปให้ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่ม กลุ่มใหม่ ตลาดต่างประเทศและในประเทศให้ได้มากที่สุด



ล่าสุดได้ให้นโยบายสำนัก ททท.ทั่วโลก 29 แห่ง ต้องมีเป้าหมายหานักท่องเที่ยวมาให้ได้สำนักงานละ 1 ล้านคนต่อปี ควบคู่กับเน้นการตลาดที่จะต้องเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวต่อหัวต่อทริปด้วย เนื่องจากขณะนี้ ททท.นำรายได้จากตลาดต่างประเทศเข้าเมืองไทยปี 2561 ประมาณ 2 ล้านล้านบาท

ส่วนความเป็นไปได้ในอีก 3-5 ปีหน้าจะขยับรายได้ประเทศเป็นปีละ 4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเท่าตัวอาจจะยากก็จริง เนื่องจากต้องดูโครงสร้างโปรดักซ์ที่จะดึงความสนใจให้นักท่องเที่ยวจ่ายเพิ่ม บวกกับขีดความสามารถทางโลจิสติกส์การบินในท่าอากาศยานนานาชาติปัจจุบันแต่ละแห่งมีปริมาณผู้ใช้บริการล้นอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่แนวทางการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวจะเป็นเป้าหมายหลัก โดยจะไม่เน้นจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตจนมากเกินไป และการขายสินค้าก็จะเพิ่มความเข้มข้นทำโปรดักซ์ลักชัวรี่ หรูหรา เพื่อขยับฐานลูกค้าจากตลาดระดับล่างสู่ระดับกลาง-บน-ไฮเอนด์ มากขึ้น

ผู้ว่าฯ ททท.ได้รวมพลังกับผู้บริหารทุกฝ่ายร่วมสร้างความสำเร็จงาน TTM+ 2018 พร้อมกับประกาศเดินหน้าอีก 5 โปรเจ็กต์ที่จะนำพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศผงาดอยู่แถวหน้าเอเชีย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์เปิด2สาขาขายที่ระลึกฟุตบอลโลก2018”



นายสมบัตร เดชาพานิชกุล รองประธานกรรมการ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า คิง เพาเวอร์ จับมือกับทาง บริษัท เอ็นเคเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สนับสนุนการนำสินค้าที่ระลึกฟุตบอลโลก 2018 FIFA World Cup Russia มาวางจำหน่ายในร้านค้าสาขาหลัก ๆ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมพิเศษตลอดช่วงการแข่งขัน โดยจัดนิทรรรศการที่สาขารางน้ำ จัดแสดงของที่ระลึกนักฟุตบอลโลก เช่น รองเท้า รูปภาพต่าง ๆ ตลอดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 FIFA World Cup Russia ซึ่งจัดขึ้นที่รัสเซีย ระหว่างวันนี้  – 15 ก.ค. 2561

น.ส.นโม โกมารกุล ณ นคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเคเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการให้จำหน่ายสินค้าที่ระลึกฟุตบอลโลก 2018 FIFA World Cup Russia อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยร่วมกับกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ นำมาสคอต “ซาบิวากา” ดีไซน์เท่ๆเก๋ ๆ ซึ่งผลิตเป็นสินค้าที่ระลึกมาวางขายในร้านค้าคิง เพาเวอร์ โดยติดป้ายฟ้า คนทั่วไม่มีตั๋วโดยสารเดินทางต่างประเทศหรือนักท่องเที่ยวต่างประเทศก็สามารถซื้อได้ทันที โดยมีให้เลือกตามความชอบทั้ง ตุ๊กตา เสื้อ พวงกุญแจ หมวก รองเท้า โปสเตอร์ สติ๊กเกอร์ ในราคาเริ่มชิ้นละตั้งแต่ 40-1,200 บาท

ข่าวที่ 2 “ททท.ต่อยอดเที่ยวเมืองรองEECสู่เทรนด์ใหม่”



นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้สร้างประวัติศาสตร์การจัดงาน TTM +2018 เป็นครั้งแรกที่กำหนด Theme ชัดเจน คือ “Million Shades of Romance” พลิกโฉมความแปลกใหม่ให้คู่ค้าทั่วโลกจดจำภาพเมืองไทยใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่

1.สร้างภาพจำใหม่ทางการท่องเที่ยวพัทยาและเมืองรองในฝั่งทะเลตะวันออกใหม่เป็นเมืองแห่งเส้นทางท่องเที่ยวโรแมนซ์ มีสถานที่สวยงามทั้งธรรมชาติทางทะเลสีฟ้ามากมาย เหมาะกับการจัดแต่งงาน ฮันนีมูน คู่รัก  2.เปิดเวทีให้ ททท.เป็นผู้นำทัพรณรงค์การท่องเที่ยวลดขยะเป็นวาระโลก และชวนสื่อมวลชนทั่วโลกที่เข้าร่วมงานเผยแพร่แนวทางของ ททท.ด้วย

3.นำต้นแบบ TTM +2018 เป็นโมเดลจัดงานครั้งต่อไปพุ่งเป้าขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มไฮเอนด์ที่สนใจท่องเที่ยวเฉพาะหรือ Niche Market ซึ่งปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่งรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมากถึงปีละเกือบ 2 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 10 % ของเป้าหมายปี 2561 ที่ตั้งไว้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท  4.เปิดจุดขายใหม่เรื่องการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) เนื่องจากการพัฒนาระบบโครงข่ายโลจิสติกส์การคมนาคมขนส่งการเดินทางจากพัทยา ตั้งแต่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา การก่อสร้างถนนสุขุมวิทใหม่ และการเตรียมสร้างรถไฟรางคู่เป็นวงแหวนในจังหวัดแถบภาคตะวันออก ซึ่งก่อนและหลังการจัด TTM + 2018 ได้จัดทำโปรแกรมนำผู้ประกอบการและสื่อมวลชนต่างประเทศลงไปตามแหล่งท่องเที่ยว โดยจะโปรโมตให้เป็นมหานครแห่งเมืองผลไม้ของประเทศ

นายธเนศวร์กล่าวว่า เตรียมทำกิจกรรมสื่อสารการตลาดในประเทศควบคู่กันไปด้วย ในเมืองรองจังหวัดจันทบุรี เตรียมบูมจุดขายใหม่ด้วยธีมคอนเซ็ปต์ “สุขทุกวันที่จันทบุรี” นำเสนอการท่องเที่ยวแบบครบวงจรทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาหาร ผลไม้ เมืองสมถะ มีสิ่งแวดล้มและเป็นมิตรกับทุกคน ดึงดูดผู้ที่ถวิลหาเมืองแห่งที่มีภาพลักษณ์ผสมผสานการอนุรักษ์ความเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ

ข่าวที่ 3 “บางจากรับซื้อสับปะรดช่วยเกษตรพันครัวเรือน”



นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) “BCP” เปิดเผยว่าบางจากร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เข้ารับซื้อสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียทันที 200 ตัน จากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี และพื้นที่อื่น ๆ ที่มีผลผลิตสับปะรดล้นตลาด เพื่อนำมาแปรรูปเป็นของสมนาคุณลูกค้าตามสถานีบริการน้ำมันบางจาก ซึ่งได้ทำโครงการ  "บางจากฯ ร่วมใจช่วยบรรเทาภาวะสับปะรดล้นตลาด" ให้แก่ผู้ปลูกสับปะรดที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เพราะตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน นี้ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

บางจากคาดโครงการนี้จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้กว่า 1,000 ครัวเรือน  ซึ่งก่อนหน้านี้ทางปั๊มสหกรณ์บางจากได้รับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรกว่า 70 ตัน และนำไปเป็นของสมนาคุณลูกค้าและจำหน่ายที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในจังหวัดระยอง

นายชัยวัฒน์กล่าวว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา  บางจากร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรโดยตรงที่ประสบปัญหาเพื่อนำมาสมนาคุณให้ลูกค้าผู้ใช้น้ำมัน มีทั้งข้าว ไข่ไก่ มะนาว กระเทียม หอมแดง สับปะรด กล้วย และอื่น ๆ

ข่าวที่ 4 “ทอท.ทุ่ม200ล้านแก้ผู้โดยสารดอนเมืองแออัด”



นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.”  เปิดเผยว่า ได้รับอนุมัติจากบอร์ด ทอท.ให้เร่งเดินหน้าแผนแก้ไขปัญหาความแออัดระยะสั้นท่าอากาศยานดอนเมืองด้วยการใช้งบประมาณเร่งด่วนปี 2561 กว่า 200 ล้านบาท โดยจะใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถบัสระหว่างอาคารสำนักงานดอนเมืองกับอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ขนาด 2 ชั้น วางผังบริเวณชั้น 2 เปิดเป็นเคาน์เตอร์เช็กอินรองรับผู้โดยสารเดินทางเป็นหมู่คณะอย่างนักท่องเที่ยวจีน ส่วนชั้นล่างจัดทำที่จอดรถบัส กำหนดทำให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการภายในเมษายน 2562

สำหรับสถิติผู้โดยสารใช้บริการ 6 สนามบินที่อยู่ในความดูแลของ ทอท.ตลอด 4 เดือนแรก ระหว่าง ม.ค.-เม.ย.2561  มีจำนวนรวม 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.4% แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 20.85 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.85% ระหว่างประเทศ 29.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.92% ส่วนสนามบินที่มีปัญหาแออัดอย่างสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 22.41 ล้านคน ดอนเมืองมี 14 ล้านคน เชียงใหม่ 3.84 ล้านคน

ดร.นิตินัยย้ำว่า ทอท.จะเร่งแก้ปัญหาความแออัดในแต่ละสนามบิน โดยคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักสากลทุกประการ

ช่วงที่ 2 แพ็กกระเป๋าตามไป “เมืองลับแล อุตรดิตถ์” ชีวิตดี๊ดีแน่ ๆ ถ้าได้ไปเมืองห้ามพูดโกหก แถมภูเขาไฟยังกินได้ มีทั้งอาหารถิ่นหนึ่งเดียวในเมืองไทย สวนผลไม้เลื่องชื่อ ทุเรียนพันธุ์หลง-หลินลับแล แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก วัดท่าถนน จวนผู้ว่าสวยสุดในโลกสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ร้านขนมเทียนเสวยตำรับโบราณ และหลากหลายเรื่องเล่า ส่วนการดูแลสุขภาพ “เคล็ดลับวิธีกำจัดความหิวก่อนนอน” และสารพัดข่าวน่ารู้

@กินเที่ยวเลี้ยวแวะอุตรดิตถ์เมืองภูเขากินได้

เตรียมตัวให้พร้อมจากกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนในเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ แหล่งพักผ่อนกลางหุบเขาในอ้อมกอดธรรมชาติแสนงดงาม มีเอกลักษณ์โดดเด่นบอกกันปากต่อปากมาจนถึงทุกวันนี้ว่าเมื่อได้เข้ามาเมืองแล้ว "ห้ามพูดโกหก" แถมยังได้ชื่อว่าเมือง “ภูเขากินได้” ดินดีเป็นแหล่งปลูกผลไม้ขึ้นชื่อที่จะชวนนักท่องเที่ยวบุกไปชิมถึงสวนกัน อย่าง ทุเรียนหลง-หลินลับแล ลองกอง ลางสาด เชื่อมโยงไปจนถึงการเดินชมตลาดกลางค้าผลไม้หัวดง  ท่ามกลางวิถีชาวเมืองลับแล   เลือกหาซื้อของฝาก ทุเรียนหลง-หลิน ลับแล ลองกอง ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าพื้นเมือง



มาถึงเมืองลับแลแล้วนักท่องเที่ยวจะได้ใช้ชีวิตพักผ่อนช้า ๆ แบบสโลว์ไลฟ์ ชมชาวบ้านทำอาชีพเสริมนอกฤดูทำสวนผลไม้ ก็จะปลูกหอม ทำข้าวแคบ-ข้าวเกรียบว่าว การทอผ้าซิ่นตีนจก การทำไม้กวาดตองกง


ภายในอำเภอลับแลเป็นแหล่งอาหารการกินร้อยเรียงไปตามเส้นทางอาหารถิ่น Eat Local  เริ่มจาก ร้านของทอดป้าณี-หมี่พันป้าหว่าง ข้าวพันผักริมคลอง ข้าวแคบ ข้าวเกรียบว่าว ไอศครีมทุเรียน  ร้านปักเป้าเจ้าแห่ตำราอาหารประเภทปลา หรือจะเป็นเมนูง่าย ๆ อย่างก๋วยเตี๋ยวแนะนำร้านม่อนลับแล หรือ ร้านป้านาคก๋วยเตี๋ยวไก่ และแวะชิมกาแฟตามร้านเก๋ ๆ กินคู่กับ Honey Toast Durian ที่ร้านเฮือนลับแล (กาแฟเสวย)





ส่วนอาหารถิ่นในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ต้องที่ “ร้านเรือนพี่เรือนน้อง” ที่เปิดมานานกว่า 20 ปีเจ้าของสำรับขนมจีนน้ำยาปลาตะโกกรสชาติอร่อยแห่งเดียวในเมืองไทย ปรุงตามสูตรสุขภาพอีกทั้งยังมีน้ำพริก แกงเผ็ดปลากรายใส่ถั่วพู กินกับขนมจีนเสิร์ฟพร้อมผักพื้นบ้านปลอดสารหลากชนิด

พอแดดร่มลมตก จะชวนนั่งรถรางชมแหล่งท่องเที่ยวชม วัดสำคัญ ในเขตเมืองลับแลที่ยังคงสวยงาม เช่น วัดท้องลับแล  วัดดอนสัก วัดผักราก


ส่วนใน “ตัวเมืองอุตรดิตถ์” ต้องห้ามพลาด ไปขอพรที่ “อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก” แวะวัดท่าถนน สักการะหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ สมัยเชียงแสน และวัดใหญ่ท่าเสา สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และเป็นสถานที่เรียนมวยของพระยาพิชัยดาบหัก ชม “จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์” หลังเก่าอายุกว่า 100 ปี สร้างตั้งแต่สมัยราชกาลที่ 5  ดื่มด่ำกับ “อาคารหอวัฒนธรรมเมืองอุตรดิตถ์” อาคารเก่าสถาปัตยกรรมโรมันเป็นแหล่งเรียนรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มี 3 วัฒนธรรม ได้แก่  ไทยกลาง ล้านนา และล้านช้าง ตั้งอยู่ใกล้ ๆ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ในวันที่ 22 สิงหาคม 2561 เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปร่วมพิธีเปิดจวนในโอกาสครบ 103 ปีที่ย้ายจากลับแลมาอยู่ในเมืองอุตรดิตถ์

อีกแห่งที่ต้องไปชมคือ “บ้านทำขนมเทียนเสวย” ของคุณชิดดวง กนกมณี ทายาทขุนนางเมืองอุตรดิตถ์ ที่ผันชีวิตมาทำขนมโบราณ พร้อมสาธิตกรรมวิธี และนำบ้านมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้


ชวนกันมาเที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองที่ครบเครื่องทุกเรื่องทั้งอาหารถิ่น วิถีไทย และความแปลกใหม่แห่งเมืองสวนผลไม้ ที่คนไทยและต่างชาติกำลังแห่กันเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกวัน

ต้องห้ามพลาด ชมชุมชนสาธิตวิธีทำขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่เมืองอุตรดิตถ์เป็นสูตรต้นตำรับสูตรดั้งเดิมแบบโบราณอบควันเทียน ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ มีร้านอาหารอร่อย ๆ แนะนำ อาทิ ครัวชายน้ำ

@วิธีการกำจัดความหิวยามดึกทำได้ง่ายมาก

อาการหิวก่อนนอนถือเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งการกินอาหารก่อนนอนนอกจากจะทำให้ความตั้งใจในการลดน้ำหนักล้มเหลว ยังทำให้คุณเป็นกรดไหลย้อนเพราะกินแล้วนอนได้ จึงมีวิธีสุดง่ายที่สามารถช่วยได้โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหาร ไม่เพิ่มน้ำหนัก และไม่ทำให้คุณเป็นกรดไหลย้อนด้วย ดังนี้

1. การแปรงฟัน พูดแบบนี้อาจจะดูแปลกๆ แต่การแปรงฟันเป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้คุณไม่อยากทานอะไรตอนกลางคืนแล้ว กลิ่นมินต์ หรือรสซ่าๆ จะทำให้คุณรู้สึกว่าปากสะอาดและไม่อยากหยิบอะไรเข้าปากอีก เพราะฉะนั้น ใครที่หิวดึกๆ แทนที่จะลุกไปเปิดตู้เย็นหาของเข้าปาก ก็เดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันก็ช่วยบรรเทาความอยากได้

2. ปิดทีวี หลายคนนั่งดูทีวีเพลินๆ มีหรือที่มือจะไม่คว้าขนมอะไรสักอย่างเข้าปาก บางคนก็ติดเป็นนิสัยไปแล้วที่ต้องกินไปนั่งดูโทรทัศน์ไป เพราะฉะนั้น วิธีที่จะหลีกเลี่ยงก็คือปิดทีวีซะ หรือเปิดทีวีไว้ก็ได้ แต่เปลี่ยนนิสัยให้เป็นการออกกำลังกายหน้าทีวีแทนที่จะนั่งไปหม่ำไอศกรีม หรือเคี้ยวมันฝรั่งทอดกรุบกรอบหน้าจอ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ปิดทีวีไปเลยดีกว่า

3. ดื่มน้ำ บางทีความหิวหรืออยากรับประทานอาหารของเราอาจเกิดจากร่างกายของเราขาดน้ำหรือเสียน้ำมากเกินไป เพราะฉะนั้นก่อนมองหาของกิน ให้ลองดื่มน้ำดูก่อน เพราะถ้าร่างกายเราขาดน้ำจริงๆ น้ำจะช่วยทำให้เราหายหิวได้ และควรเลือกดื่มน้ำเปล่า ห้ามดื่มพวกกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนเด็ดขาด

เมนูเเนะนำก่อนนอน

1. น้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้ที่มีขายทั่วไปในตลาดโต้รุ่ง เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับบรรเทาความหิวยามดึก นอกจากจะอุ่นท้องแล้ว ยังมีกรดอะมิโนทริปโตฟานที่ช่วยให้คุณหลับสบายอีกด้วย และคุณควรเลือกดื่มแบบที่ไม่เติมน้ำตาลและธัญพืชอะไรเลย ระบบย่อยจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก แต่หากคุณทานแบบจืดๆ ไม่ได้จริงๆ คุณสามารถใส่น้ำตาลได้แต่เพียงแค่ 1ช้อนชา เท่านั้น

2. ส้ม ส้มเป็นผลไม้ที่มีสารอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ บี ซี และอื่นๆ แต่ก็มีน้ำตาลสูงเช่นกัน เวลากินต้องกินทั้งผลเท่านั้น ไม่ควรดื่มเฉพาะน้ำส้มคั้น เพราะจะให้น้ำตาลในปริมาณเกินพอดี หากคุณกินแล้วต้องกลับไปทำงานต่อ รสเปรี้ยวของส้มจะช่วยลดความเครียดและทำให้คุณรู้สึกสดชื่นขึ้น

3. แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูง มีแคลอรี่ต่ำ โดยเฉพาะแอปเปิ้ลสีเขียว ที่มีน้ำตาลย้อยกว่าแอปเปิ้ลอื่นๆ ดังนั้นหากคุณหิวแนะนำให้เลือกทานเป็นแอปเปิ้ลเขียวจะดีที่สุด รับรองว่าอิ่มท้องแน่นอน

4. โยเกิร์ตไขมันต่ำ ย้ำชัดๆ อีกครั้งว่าเป็นโยเกิร์ตไขมันต่ำเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เพื่อป้องกันปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไป เพราะในช่วงเวลาคับขันแบบนี้ ควรจะเป็นอาหารเบาๆ ในปริมาณไม่มาก ไม่มีแป้ง และไขมันสูง จะดีที่สุด

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “ไทยจ่อผลิตคนการบินรับผู้โดยสารพุ่ง200ล้านคน”



นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้ให้นโยบายสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ในฐานะผู้นำการผลิตบุคลากรด้านการบินให้ทันการเติบโตอุตสาหกรรมการบินของไทย ซึ่งในอนาคตสนามบินในกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง จะมีผู้โดยสารใช้บริการรวมกันปีละ 180-200 ล้านคน หลังจากรัฐบาลเดินหน้าขยายสนามบินอู่ตะเภา ระยะยาว 20 ปี ให้รองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 60 ล้านคนเมื่อรวมกับสุวรรณภูมิ และดอนเมือง  ผู้โดยสารเพิ่มต่อเนื่องทุกปี อีกทั้งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ยืนยันไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลางการบินของเอเชียแปซิฟิกอย่างแน่นอน

บุคลากรการบินที่จะต้องผลิตให้ทันต่อการเติบโต อาทิ นักบิน ช่างซ่อมบำรุงอากาศยานและช่างบำรุงรักษาอุปกรณ์ภาคพื้นด้วย เพื่อให้ครอบคลุมงานบริการภาคพื้นแบบครบวงจร ควบคู่การยกระดับไทยเป็นศูนย์การเรียนการสอนด้านการบิน Training Center c]tศูนย์ปฏิบัติการด้านการบินที่ครบวงจร (Academy of Thailand)

นายปิยะ อาจมุงคุณ ผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า แต่ละปีจะส่งเจ้าหน้าที่สำรวจความต้องการบุคลากรด้านการบิน โดยล่าสุดได้หารือกับบริษัท แอร์บัส บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เรื่องการก่อสร้างศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลผลิตด้านช่างอากาศยาน ช่างบำรุงรักษาอุปกรณ์ภาคพื้นเพิ่มขึ้นปีละ 250-350 คนต่อปี จากเดิมผลิตเพียงปีละ 120 คน พร้อมกับปรับมาตรฐานการเรียนการสอนให้เป็นไปตามทั้งของ ICAO และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ซึ่งเบื้องต้นทางบริษัท แอร์บัสกับการบินไทยพร้อมให้การสนับสนุนเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วย

ข่าวที่สอง “การบินไทยเพิ่มปูซานสัปดาห์ละ7เที่ยว”

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานว่า เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นไปได้เพิ่มเที่ยวบินใหม่ ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปูซาน TG650 จากสัปดาห์ละ 6  เป็น 7 เที่ยว และมีเที่ยวบินบริการสู่กรุงโซล บินลงสนามบินอินชอนรวมสัปดาห์ละ 32 เที่ยว

ล่าสุด นายถิรวรรธน์ ทองเผือก ผู้จัดการทั่วไป ประจำเมืองปูซาน เกาหลี การบินไทย เป็นประธานพิธีตัดริบบิ้นเที่ยวบินไทย โดยมีเครือข่ายพันธมิตรร่วมแสดงความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ มีทั้งสายการบินเอเชียน่า ท่าอากาศยานนานาชาติกิมแฮ

ข่าวที่สาม “แอร์เอเชียเพิ่ม2จุดบินใหม่ส.ค.นี้"

แอร์เอเชียจะเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ทางภาคเหนือและย่างกุ้งพม่า โดยจะให้บริการเส้นทางสามครั้งตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เนื่องจากเชียงใหม่เป็นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ปัจจุบันมีสายการบินแอร์บัส A320 จำนวน 6 ลำซึ่งมีให้บริการ 13 เส้นทางทั้งในและต่างประเทศ

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่าเดือนสิงหาคม 2561 เตรียมเพิ่มบริการ 2 เส้นทางบินใหม่  1.เชียงใหม่-ย่างกุ้ง (เมียนมา) สัปดาห์ละ 3 เที่ยว ทุกทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และวันเสาร์ เริ่ม 11 สิงหาคม โดยจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A 320 เพิ่มจำนวนนักนักท่องเที่ยวจากไทยและเมียนมา โดยเฉพาะย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงเก่ามีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ส่วนเชียงใหม่เป็นฐานการบินภาคเหนือที่แข็งแกร่งซึ่งแอร์เอเชียสามารถเชื่อมเที่ยวบินต่อได้ทั่วประเทศ 8 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอู่ตะเภา

เส้นทางที่ 2 จะเพิ่มความถี่เส้นทางบิน กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-โคตาคินาบาลู มาเลเซีย สัปดาห์ละ 3 เที่ยว เริ่ม 16 สิงหาคม 2561 ระหว่างนี้จัดโปรโมชั่นพิเศษตั๋วเริ่มต้นเที่ยวละ 1,190 บาท ต่อเที่ยว จองภายใน 17 มิถุนายน นี้ นำไปใช้เริ่ม 16 ส.ค. 2561-13 ส.ค. 2562 จองได้ที่ www.airasia.com

ข่าวที่สี่ “รมว.วีระศักดิ์รุกไทยแลนด์ริเวียร่า5แนว”



นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่หัวหินเพื่อหารือกับภาครัฐ เอกชน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันตก (Thailand Rivera)  4 จังหวัด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง โดยเสนอให้ขับเคลื่อน 5 แนวหลัก คือ 1.แนวเขาตะนาวศรี 2.แนวถนนเพชรเกษม 3.แนวทางรถไฟ 4.แนวชายทะเล 5.แนวประมงชายฝั่งและขยายแนวขวางเชื่อมโยงระหว่างชายฝั่งทะเลกับเทือกเขาตะนาวศรี

เพื่อเน้นการใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งเรื่องการพัฒนาสาธารณูปโภคจัดหาพื้นที่ทำแหล่งน้ำจืดเพื่อลดความขัดแย้งแย่งชิงน้ำระหว่างภาคการเกษตรและภาคการท่องเที่ยว การตัดเชื่อมการพัฒนาถนนชมวิวสวย ช่วยลดความแออัดจากถนนเพชรเกษม การพัฒนาปรับปรุงชานชาลาสถานีรถไฟหัวหินให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย พัฒนาการตลาด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ซึ่งจะเป็นจุดขายสำคัญในอนาคตของไทยในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากกระจายรายได้เข้าถึงชุมชนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้โครงการใหม่ ไทยแลนด์ ริเวียร่า ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

ติดตามฟังรายการได้ตลอดเสาร์-อาทิตย์ 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM97.0 MHz.

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ททท.สบช่องใช้เวทีครม.สัญจรดัน"พิจิตร"จุดขายท่องเที่ยวเมืองเล็กน่ารัก5เรื่องใหม่

ททท.สบช่องครม.สัญจรปลุกจุดขายใหม่5แนว
“พิจิตร”เมืองเล็กน่ารักมากวิถีถิ่นคลังอาหารโลก

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #GoNorth  #Amazingthailand
ขอบคุณภาพโดย...ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา /สมฤดี จิตรจง ผอ.ททท.ภาคเหนือ

ททท.ภาคเหนือ ชิงใช้เวที ครม.สัญจร จุดพลุท่องเที่ยวจังหวัดพิจิตร5 คอนเซ็ปต์ใหม่ “เมืองชุมชนเล็กน่ารัก-เมืองงามธรรมชาติสวย-เมืองโบราณตำนานชาละวัน-เมืองเกษตรปลอดภัย ผลไม้หลากหลาย-เมืองอาหารอร่อย” 



ระหว่างที่ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมสัญจรวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ที่จังหวัดพิจิตร ในช่วงบ่ายวันนี้ ได้พิจารณาการอนุมัติใช้งบประมาณพัฒนาเมืองเชิงบูรณาการเชื่อมโยงเต็มรูปแบบภาคเหนือตอนล่างประมาณ 20,000 ล้านบาท ในพื้นที่จังหวัดหลัก ๆ พิจิตร และนครสวรรค์



ขณะที่ “นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมในพิจิตรตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน โดยเสนอแนะผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมปรับปรุงพัฒนาเรื่องหลัก เพื่อการขับเคลื่อนพิจิตรอย่างยั่งยืน และวันนี้ 11 มิถุนายน 2561 ก็ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่และเข้าร่วมประชุม ครม.รวมทั้งพบประพูดคุยกับประชาชนในท้องถิ่นแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิดก่อนจะเดินทางต่อเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์



“นางสมฤดี จิตรจง” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ระหว่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร พร้อมด้วยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ได้นำเสนอแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อผลักดันจุดขายใหม่ของจังหวัดพิจิตร 5 คอนเซ็ปต์ใหม่ กระตุ้นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสัมผัส “พิจิตรเมืองเล็กแต่ที่น่ารัก”



 1.พิจิตรเมืองงาม ธรรมชาติสวย (หลีกหนีความวุ่นวาย ผ่อนคลายที่พิจิตร) มีบึงสีไฟ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขนาดกว่า 5,000 ไร่  เป็นบึงแห่งการดูนกพันธุ์หายากกว่า 100 ชนิด ให้ชมการอพยพมาอาศัยอยู่ดูได้เต็มตา เช่น นกอ้ายงั่ว นกอัญชัญคิ้วข้าว นกกระสาแดง เป็ดแดง ทุกช่วงเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม ของทุกปี มีดอกบัวหลวงบานสะพรั่งนักท่องเที่ยวสามารถมาให้อาหารปลาได้ และเป็นสวรรค์การนั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

รอบบริเวณจะมีแหล่งท่องเที่ยว “สวนสมเด็จพระศรีนรินทร์” สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนรินทราบรมราชชนนีเนื่องในวโรกาสพระชนมายุ 80 พรรษา เปิดเมื่อ 4 มีนาคม 2530 “สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” มีพันธุ์ไม้นานาชนิด และแหล่งศึกษาทางธรรมชาติ “สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ” “ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองพิจิตร” จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองพร้อมของที่ระลึก เช่น เครื่องสานผักตบชะวา ผ้าทองบ้าป่าแดง มะขามแก้วสี่รส เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่ 10.00- 17.00 น.



2.พิจิตรเมืองโบราณ ตำนานชาละวัน (นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปิดทององค์พระปฏิมาตามล่าหาพญาชาละวัน) และเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวทางบุญหนุนนำวัฒนธรรมไทย-จีน รอบพื้นที่มีวัดศักดิ์สิทธิ์อย่าง “วัดท่าหลวง” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน สร้างเมื่อปี 2388 ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ปางมารวิชัย เป็นพระคู่เมืองพิจิตร “วัดโพธิ์ประทับช้าง” เก่าแก่กว่า 200 ปี “วัดนครชุม” อายุกว่า 800 ปี มีพระอุโบสถเก่าแก่มาก เคยเป็นวัดของประดิษฐานหลวงพ่อเพชร “วัดท้ายน้ำ” ประดิษฐานหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ ภายในได้จัดทำพิพิธภัณฑ์เรือนไทย และมีจิตรกรรมฝาผนัง เล่าประวัติของหลวงพ่อไว้ด้วย



นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาพิจิตร มักจะไปร่วมตักบาตรทุกเช้าวันเสาร์ตั้งแต่ ตี 5 ถึง 10 โมงเช้า บริเวณ “หน้ากำแพงแห่งความจงรักภักดี” ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร ถนนสายนี้ถือเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ใช้การตักบาตรเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตลอดระยะทางยาวของกำแพง 500 เมตร ซึ่งมีภาพพระบรมทิสลักษณ์ประดิษฐานอยู่ถึง 84 ภาพ

อีกทั้งยังมีแหล่งวัฒนธรรมจีน ประกอบด้วย ศาลเจ้าพ่อทับคล้อ ศาลเจ้าบางมูลนาก หรือศาลเจ้าพ่อแก้ว ศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ




ส่วนตำนานไกรทองกับชาละวัน เป็นบทละครนอกจากบทประพันธ์ของรัชกาลที่ 2 เล่าเรื่องเศรษฐีที่มีลูกสาวแสนสวย 2 คน ชื่อตะเภาแก้วกับตะเภาทอง ซึ่งถูกชาละวัน จระเข้ที่สามารถแปลงร่างเป็นคนมาจับไป จากนั้นเศรษฐีได้ประกาศหาคนจับจระเข้ซึ่งได้ “ไกรทอง” มาปราบสำเร็จ ดังนั้นชาวพิจิตรจึงนำรูปจระเข้มาทำเป็นสินค้าที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว



3.พิจิตรชุมชนเล็ก แต่น่ารัก (สัมผัสความเก่า เก๋าและเก๋)  อยู่ใน “ย่านเก่าวังกรด” อดีตเป็นย่านการค้าเก่าแก่ ภายหลังเริ่มซบเซาร้านรวงเลิกกิจการไป ปัจจุบันยึงได้นำมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวอดีตเกี่ยวกับ วิถีชีวิต ที่ยังคงสมบูรณ์ด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือน ตลาด ศาลเจ้าพ่อวังกลม โรงหนังมิตรบันเทิง สถานีรถไฟวังกรด และภาพชาวบ้าน ผู้แก่ผู้เฒ่า ยิ้มแย้มแจ่มใส มีรำวงย้อนยุค ตลาดนัดชุมชน ขายอาหาร สินค้า ราคาประหยัด



4.พิจิตรเมืองเกษตรปลอดภัย ผลไม้หลากหลาย (เที่ยวชมสวนชิมผลไม้หลากหลายตามฤดูกาล) ทั้งศูนย์เกษตรพอเพียงหนองจิกสี อ.บึงนาราง สวนเกษตรคุณลี อ.เมือง กลุ่มพัฒนาไมผลตำบลวังทับไทร แหล่งเกษตรพอเพียงผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศด้วย




 5.พิจิตรเมืองอาหารอร่อย (หลากหลายเมนูปลา อาหารถิ่นเลิศรส) มีร้านเด็ดดังมากมายให้เลือกแถมมีเมนูเส้นอร่อย ๆ เพียบพร้อม ร้านที่มีเมนูเด็ดปลาแม่น้ำหลายชนิด ได้แก่ ร้านครัวต้นคูณ ร้านขวัญข้าว ร้านไร่ปลายน้ำ ร้านลานนา บาหลี สเต็กกำนันเต่า   ร้านอ้วน-ปลาแม่น้ำ ร้านลุงแว่น ปลาแม่น้ำ

ส่วนร้านเส้นเด่น ๆ ก็มี ร้านบะหมี่ลิ้นชัก ตะพานหิน ร้านสุกี้ อ.สากเหล็ก ร้านเจ๊แป๊ด ก๋วยเตี๋ยวไทยต้มยำโบราณ เส้นบะหมี่ไข่” ร้านผัดไทยป้าวุ้น ร้านกินเส้นใจกลางเมืองพิจิตร

นับจากนี้เป็นต้นไป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคเหนือ จะใช้จังหวะและโอกาสหลังจาก ครม.สัญจร เรียบร้อยแล้ว โหมจุดขายใหม่ทั้ง 5 คอนเซ็ปต์ เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามากระจายรายได้สู่ท้องถิ่นทั่วจังหวัดพิจิตร เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน



วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561

นายกฯลุงตู่นำครม.สัญจรพิจิตรดันท่องเที่ยว เกษตร คึกคัก

นายกฯลุงตู่ เปิดใจ ครม.สัญจรพลิกเมืองผ่านพิจิตร
ดันจุดเปลี่ยน4.0”ท่องเที่ยว-เกษตร-คน-การศึกษา”

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #ไทยแลนด์4.0

การลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันที่ 11 มิถุนายน 2561  เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ มาต้อนรับกว่า 1,000 คน



พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปถึงจังหวัดพิจิตร โดยแวะสักการะ หลวงพ่อเพ็ชร ปางมารวิชัย วัดท่าหลวง วัดเก่าแก่กว่า 900 ปี แล้วเดินทางมายังบริเวณลานบึงสีไฟ รับฟังเด็กโรงเรียนอนุบาลพิจิตร ขับร้องเพลงสู้เพื่อแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีแต่ง จากนั้นได้รับฟังรายงานจากนายวีระศักดิ์  วิจิตรแสงสี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวถึงพิจิตรมี 12 อำเภอ ในพื้นที่ประมาณ 4,531 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ราว 540,000 คน ประกอบอาชีพหลักทางการเกษตร ปลูกพืชหลัก ได้แก่ ข้าว มะม่วง ส้ม และอื่น ๆ มีแม่น้ำ 3 สายไหลผ่าน คือ แม่น้ำน่าน แม่น้ำยม แม่น้ำพิจิตร ส่วนบริเวณบึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำสำคัญทางการเกษตรซึ่งทางจังหวัดได้ใช้งบประมาณประมากว่า 3,100 ล้านบาท ขุดลอกความตื้นเขินเพื่อที่จะให้เก็บกักน้ำไว้ใช้จากปัจจุบันปีละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มในอนาคตเป็น 12 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมทั้งยังมีเส้นทางจักรยาน และแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพต่อไป



พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในขณะที่ลงพื้นที่พบประชาชน บริเวณบึงสีไฟ ว่า พิจิตรเป็นเมืองช้า ๆ ใช้ชีวิต Slow life แต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ไหวเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือถึงแม้จะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยแต่ก็ต้องมีความสุข โดยหันมาร่วมมือกันพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ในการนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จัดประชุม ครม.สัญจร ก็เพื่อดูแลงานภาคเหนือตอนล่าง 4 จังหวัด โดยจะมาติดตามความคืบหน้า พร้อมปรับทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องโครงการให้ตรงกัน เพราะที่รัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงงบประมาณก็ต้องการให้สอดคล้องกันทั้งการบริหารจัดการใช้งบระดับภาคและจังหวัด ถึงจะมีตัวเลขต่างกันแต่ก็ต้องบูรณาการให้มีประสิทธิภาพ



ส่วนจังหวัดพิจิตรได้ชื่อว่าเป็นเมืองเล็กน่ารัก ก็สามารถพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองแห่งความสุข ได้ พร้อมกับยกตัวอย่างเสื้อที่นายกรัฐมนตรีสวมวันนี้มีแผนที่ประเทศไทยแล้วจังหวัดพิจิตรก็อยู่ตรงใกล้หัวใจนายกฯ พอดี ดังนั้น จึงต้องการให้ทุกฝ่ายช่วยกัน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณการสัญจรครั้งนี้ถึงจะมีการหยิบยกประเด็นจะอนุมัติงบประมาณ 15,000 -20,000 ล้านบาท หรือไม่นั้น เป้าหมายหลักคือจะบริหารจัดการอย่างไรให้เป็นไปตามนโยบายการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ โดยจะต้องสอบถามชาวบ้านด้วย แต่จะให้งบดังกล่าวได้หรือไม่ก็ต้องทำตามเสียงประชามติการเชื่อมโยงกันหลายกระทรวง เพื่อบูรณาการใช้งบประมาณอย่างแท้จริงตามแผนการใช้เงิน-คน-โครงการ เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างห่วงโซ่ เพิ่มศักยภาพอาชีพซึ่งเป็นเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความยั่งยืน ขณะเดียวกันทุกคนก็ต้องรักษาสิทธิของตนเองในช่องทางที่ถูกต้อง



เรื่องสำคัญ ๆ ที่จะต้องทำคือ ทำหัวใจทุกดวง มือทุกมือ รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน รัฐบาลเองก็ได้พูดย้ำ ๆ หลายเรื่อง โดยเฉพาะ 1.ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นแนวโน้มการปฏิบัติอุตสาหกรรมของทั้งโลกด้วยเทคโนโลยีและดิจิตอล รัฐบาลเองก็จะทำให้ประเทศไปแนวทาง “ประเทศไทย 4.0 และ Stronger together” ต้องเติบโตแข่งขันในโลกสากลที่มีความท้าทายโดยจะต้องมีการลงทุนด้วย จึงต้องผลักดันให้เกิด “ไทยนิยม” ตามมาในการจัดสรรงบประมาณหมู่บ้านละ 200,000 บาท หรืออาจจะขยายวงเงินได้มากกว่าเป็นหลักล้านบาท เพราะตอนนี้ความต้องการเรื่องแรกที่ชุมชนต้องการอันดับแรกคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับแผนพัฒนาภาคเหนือตอนล่างนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องมาดูพื้นที่จริงว่าทำนโยบายตรงกันหรือยังในเรื่องการใช้งบประมาณบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถ้ายังไม่ตรงหรือต้องการก็จะเติมงบกลางให้ แต่ไม่ได้เพื่อหาเสียง อีกอย่างการอนุมัติงบประมาณแต่ละครั้งก็มีคณะกรรมการหลายชุดพิจารณาอย่างรอบคอบ ส่วนเรื่องหน้าที่คือทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นของคนไทยทุกคนอยู่อย่างมีความสุข เช่นเดียวกับคนในภาคเหนือตอนล่างเอง พิจิตรเป็น 1 ใน 4 กลุ่มภาคเหนือก็ต้องรวมกลุ่มกันให้แข็งแรง โดยเฉพาะการใช้จุดแข็งที่มีศักยภาพดีอยู่แล้วอย่าง การเกษตร การท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ หล่อเลี้ยงคนในพื้นที่ ส่วนวิธีการดำรงชีวิตตามครรลองประชาธิปไตยก็ต้องมีกฎหมายกำกับดูแลพอสมควร แต่ไม่ใช่การต่อต้านกันจนทำงานไม่ได้



พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำว่า ศักยภาพของจังหวัดพิจิตร เรื่องการท่องเที่ยวก็มีบึงสีไฟซึ่งมีพื้นที่กว่า 5,300 ไร่ ขณะนี้ลงทุนพัฒนาขุดลอกโดยใช้งบไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อดูแลแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญให้เป็นแก้มลิงหล่อเลี้ยงพื้นที่โดยรอบในระยะยาว ครอบคลุม 1.การเกษตร ซึ่งมีผลผลิตหลากหลายทั้งพืชอาหาร พืชพลังงาน คนพื้นที่ควรคิดปลูกพืชหลาย ๆ อย่างผสมผสาน หรือจะเพิ่มพื้นที่ปศุสัตว์ด้วยก็ได้ อีกทั้งยังต้องเตรียมมาตรลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การรับมือกับผู้บริโภคในตลาดโลก หันมาเพิ่มการทำเกษตรอินทรีย์ ด้วยการปรับพื้นที่เพาะปลูก สร้างความสมดุล เพราะทุกวันนี้ต่างชาติซึ่งเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าเกษตรจากไทยเน้นเรื่องการตรวจแหล่งที่มาของสินค้า จะต้องปลูกในพื้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย ลดละเลิกการใช้สารเคมีหันมาผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น

2.เตรียมรับมือกับการขาดแคลนแรงงานระดับล่าง ตัวอย่างการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจชายฝั่งตะวันออก (EEC) นักลงทุนจึงหันไปนำหุ่นยนตร์หรือนวัตกรรม AI เข้ามาแทนที่แรงงานมากขึ้น

3.การศึกษา ชาวพิจิตรเองก็ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาของเยาวชนควบคู่กันไป โดยจะต้องดูเป้าหมายของตลาดการจ้างงานต้องการผู้จบการศึกษาทางด้านไหนเข้าทำงานบ้าง แล้วส่งเสริมลูกหลานเรียนให้สอดคล้องกับผู้จ้าง

4.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตั้งแต่เด็กแรกเกิด คุณแม่วัยใส และคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น ต้องดูแลให้มีคุณภาพและคำนึงถึงการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องมีคุณธรรม ตามเป้าหมายของจังหวัดพิจิตรที่ตั้งเป้าเป็นจังหวัดคุณธรรม นำร่องเป็นพื้นที่  1 ใน 4 แรกของประเทศ

5.การพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยง (connectivity) ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าจัดทำโครงการรถไฟรางคู่ผ่านพิจิตรไปสู่ภาคเหนือเชียงใหม่

ทั้งนี้รัฐบาลหวังมุ่งมั่นทำให้พิจิตรและประเทศไทย เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งประเทศอยู่ดีกินดีมีความสุข ขณะเดียวกันแต่ละพื้นที่จะต้องมีการลงทุนควบคู่กันไปด้วย ลำพังตั้งหน้าตั้งตาแก้ปัญหาอย่างเดียวคงไม่พออย่างแน่นอน



รมว.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นำทีมพลิกจุดขายท่องเที่ยว10เรื่อง รับ ครม.ลุงตู่สัญจร พิจิตร-นครสวรรค์ 11-12 มิ.ย.

รมว.วีระศักดิ์บุกสำรวจพิจิตรรับ ครม.สัญจร
พลิก10จุดขายเมืองผ่านสู่เมืองท่องเที่ยวใหม่
เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน  
ขอบคุณภาพโดย...ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา



นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้นำทีมลงพื้นที่ก่อนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมสัญจร ระหว่าง 11-12 มิถุนายน 2561 ที่จังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์


ตลอดทั้งวันที่ 10 มิถุนายน 2561 ได้นำผู้บริหาร พร้อมกรรมการตรวจเยี่ยมการจัดการ การท่องเที่ยววัดท่าหลวงและบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร โดยได้ประเมินแล้วศักยภาพบึงสีไฟพอจะเป็นท่องเที่ยวชุมชนได้ แต่รัฐจะต้องเข้าจัดการปรับสถานการณ์ให้พร้อมด้วยบึงแห่งนี้อายุมาก บวกกับสภาพซึ่งมีตะกอนสะสมจนตื้นเขิน จะต้องลอกแล้วนำตะกอนไปทำประโยชน์เช่นไปถมที่ ทำทาง ทำทางรถไฟ ถมที่ดินราชการหรือที่สาธารณะ ที่วัด แล้วบึงจะได้จุน้ำได้จริงและใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นต่อไป
รวมทั้งได้ไปสำรวจศักยภาพ "อุทยานเมืองเก่าพิจิตร" เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพราะมีเรื่องราวในฐานะอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีความร่มรืนที่สุด





ต่อด้วยการนำผู้กำกับภาพยนตร์ที่กำลังพัฒนาบท หนังเรื่อง "Uncle Ho" ไปดูโลเกชั่นบริเวณ "พิพิธภัณฑ์บ้านดง" สถานที่ที่ท่านประธานโฮจิมินห์เคยมาใช้ชีวิต ตอนคิดแผนการกู้ชาติโดยใช้ชีวิตเป็นครูสอนหนังสืออยู่ในจังหวัดพิจิตร



"ท่านโฮจิมินห์จึงพูดไทยได้และนี่คือจุดกำเนิดของแผนปฏิวัติกู้ชาติที่เดียนเบียนฟูในเวลาต่อมา..โดยหลังจากอยู่ที่พิจิตร..ท่านโฮจิมินห์ย้ายไปใช้ชีวิตที่อุดรธานี..และนครพนมอีกหลายปี..ก่อนจะรวบรวมสหายมากพอที่จะกลับไปนำการต่อสู้ให้เวียดนามเหนือหลุดพ้นจากอาณานิคมฝรั่งเศส" รมว.วีระศักดิ์ย้ำ



จากนั้น รมว.วีระศักดิ์ ได้ไปเยี่ยมราษฎรที่อยู่ในชุมชนต่าง ๆ ทั่วอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งมีทั้ง 1.สถานีรถไฟเก่าแก่ที่รอดจากสงครามโลกครั้งที่สอง 2.ย่านตลาดเก่าร้อยปีที่สามารถรักษาไว้ได้อย่างมีชีวิตชีวา 3.ย่านเมืองที่มีจุดที่น่าสนใจ เป็นเส้นทางใส่บาตรเช้า ตลาดลานวัฒนธรรมชุมชน และ 4.สะพานแขวนข้ามแม่น้ำน่าน



รมว.วีระศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากพิจิตรเป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนล่างที่มีคนรู้จักน้อยมาก หลังจากลงพื้นที่ทั้งหมดแล้ว จึงแนะทางจังหวัดให้เร่งดำเนินการพัฒนา 10 เรื่องหลัก ๆ คือ



1.ทำเมืองให้สะอาด 2.ทำทางเข้าแหล่งให้สะดวก 3.ทำห้องน้ำให้ดี 4.ทำเมนูท้องถิ่นให้ชัด 5.ทำป้ายให้เยอะอ่านง่าย 5.ทำหนังสั้น 6.ทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน 7.ทำวิสาหกิจชุมชน 8.เตรียมความพร้อมรองรับรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-เชียงใหม่จะผ่านเข้าถึงในปีอีก 5-6 ปีหน้า จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามามหาศาล พลิกโฉมจากที่เป็นเมืองผ่านซึ่งเคยได้แต่ขายขนมของฝากกลายเป็นเมืองที่มีคนจะมาพักค้างคืน สร้างรายได้เป็นกอบกำ เพราะเดินทางสะดวกกว่าขับรถมาเอง




ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่พิจิตรยังยังไม่เคยมีคือ 9.สถาบันที่สร้างคนทำงานด้านท่องเที่ยว และ 10.ไม่มีสถาบันอุดมศึกษา จึงควรพัฒนาคนและระบบรถสาธารณะของชุมชนรอไว้ด้วยเช่นกัน

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561

โรแรมไทยแห่ใช้ดิจิตอล4.0โกยเงินทั่วโลก รามาการ์เด้นส์รุกTTM+2018กวาดลูกค้าเอเชีย-เที่ยวลำพูนปฐมอายธรรมล้านนาพันปี

โรงแรมไทยฮือใช้ดิจิตอล4.0โกยรายได้โลก
รามาการ์เด้นส์รุกใช้TTM+กวาดตลาดเอเชีย
คิงเพาเวอร์ผนึกไทยสไมล์-ดีเทคแจกชิมช้อป
ททท.หนุนคาราวานไทย-เมียนมาดูด 3 ล้าน
บางจากลุยปลูกป่า/BCPGคว้ารางวัลเอเชีย
ทอท.เฮรับมติครม.ให้แก้สัญญาครัวการบิน
“ลำพูน”เมืองน่าเที่ยวปฐมอารยล้านนาพันปี
นอนให้เป็นสุขไร้ไรฝุ่นเลี่ยงภัยเงียบใกล้ตัว
เจ้าท่าปรับใหญ่ท่าเรือเที่ยวอันดามัน 7 จุด
กระบี่จัดมิสสิคเฟสต์เที่ยวหน้าฝน 30 มิ.ย.
รัฐลุยเช็คบิลธุรกิจโรงแรม-ดำน้ำเถื่อนกระบี่
คาเธย์ฯงัดโปรตั๋วถูก3จังหวัดไทยไปทั่วโลก

ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังเรียลไทม์ได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen    และบล็อกเกอร์ #gurutourza

ช่วงที่ 1 เจาะใจการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของ “นันทินี เชื้อชูวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการโรงแรมมายาวนานหลายทศวรรษ ทว่าเทคนิคการพัฒนาธุรกิจยังแพรวพราวล้ำสมัยกับการนำดิจิตอลติดอาวุธทำการตลาดเชิงรุกเร็ว ในสไตล์ marketing digital 4.0 เข้าถึงคนไทยและทั่วโลกทั้งห้องอาหาร การออกแบบบริการเฉพาะตามความต้องการของลูกค้ากลุ่มย่อย ๆ  โดยรามาการ์เด้นส์เป็นโรงแรมแรกที่ทุ่มทุนสร้างยิมเนเซี่ยมขึ้นใจกลางสวนดูดกำลังซื้อตลาดท่องเที่ยวเชิงกีฬานานาชาติ อีกทั้งยังถ่ายโอนกลยุทธ์ให้เครือข่ายนักธุรกิจโรงแรม Start up เข้ามารับไม้ต่อ ที่จะผนึกพลังดูดนักท่องเที่ยวเอเชียที่มีประชากรกว่าค่อนโลกมากถึง 4,400 ล้านคน มาเป็นลูกค้าของเมืองไทย

เพิ่มคำนันทินี เชื้อชูวงศ์
 ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ



นันทินี เชื้อชูวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า วางแนวทางการพัฒนาตลาดธุรกิจโรงแรมเข้าสู่เทรนด์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง 4.0 ให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านการบริหารข้อมูล เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่เข้มข้นมากกว่าการจองห้องพักออนไลน์ ตอนนี้เร่งทำเรื่องการจองห้องอาหาร ห้องประชุม กิจกรรมส่งเสริมการขาย มีแพกเกจ โปรโมชั่น เด่น ๆ แต่ละเดือน โดยได้พิจารณาเลือกใช้โปรแกรม ช่วยจองห้องอาหาร หรือ Open Rice ภายใน 6 เดือนข้างหน้า จะรีบนำเข้ามาใช้เพื่อยกระดับโรงแรมของคนไทยแข่งขันกับเชนสากลได้ สำหรับนวัตกรรมจองห้องอาหารโรงแรมแนวใหม่จะเข้ามาจัดการจองผ่านหน้าเว็บไซต์ของผู้ให้บริการและของโรงแรม รวมทั้งจัดสรรปริมาณยอดจองโต๊ะ แนะนำการทำโปรโมชั่นเพิ่มยอดขาย ช่วยบริหารได้ทันเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เรื่อยไปจนถึงช่วยเพิ่มรายได้ให้โดดเด่นสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าซึ่งสนใจเข้ามาสัมผัสความแปลกใหม่ของรามาการ์เด้นส์ โดยจะเริ่มก่อนเดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป ต้อนรับฤดูเดินทางท่องเที่ยวหนาแน่นช่วงปลายปี


ขณะเดียวกันก็พร้อมจะถ่ายโอนองค์ความรู้เชิงการตลาดแนวดิจิตอลไปยังนักการตลาดโรงแรมกลุ่ม Start up ด้วย โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมโรงแรมไทย (Thailand Hotels Association : THA) ให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ ให้แก่คนรุ่นใหม่ซึ่งจัดเป็นประจำปีละ 3-4 ครั้ง ในการรวมพลังเข้าร่วมโปรแกรม Start up สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมใหม่ขนาดเล็ก ๆ ครอบคลุมทั้งเรื่อง กลยุทธ์ส่งเสริมการขายและบูรณาการตลาด 4.0  กฎหมาย โรงแรม และบริการห้องพัก ซึ่งจะมีกูรูที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้ดี ๆ แต่ละหัวข้อ

คุณนันทินีกล่าวว่า โรงแรมรามาการ์เด้นส์ได้เริ่มปรับปรุงฮาร์ดแวร์ ลงทุนปรับโฉมห้องอาหาร คอฟฟี่ช็อป มุม”คาโมบาย บาย รามา” เป็นมุมคอนเนอร์ห้องกระจกในสวนน่ารักมองไปเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามแบบพาโนรามา เสิร์ฟกาแฟเก๋อร่อย และชารสเลิศ รวมทั้งกำลังปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงแรมอีกหลายส่วนด้วยกัน



ส่วนการบุกตลาดจะใช้เจาะกลุ่มเป้าหมายย่อยลงลึกมากกว่าโรงแรมทั่วไป เช่น การผลิตแพกเกจให้นักเรียน นักศึกษา มาฉลองจบการศึกษา รับปริญญา หรือตลาดจัดแต่งงาน ก่อนสละโสดก็มีบริการแพกเกจ Afer Party ให้เลือกอย่างหลากหลาย ทำให้การขายมีชีวิตชีวาเพิ่มรายได้ ส่วนแพกเกจการประชุมจะแบ่งตามงบประมาณในกลุ่มเฉพาะซึ่งมีกำลังซื้อแตกต่างกัน โดยมีงบประมาณตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไปก็สามารถมาใช้บริการได้แล้ว โดยทำเป็นบริการออกแบบแพกเกจให้ตามวงเงินที่จะใช้ จะมีทีมงานให้คำปรึกษาแนะนำแก่ลูกค้าแต่ละกลุ่มตามความต้องการที่สอดคล้องกับงบประมาณแต่ละครั้ง



คุณนันทินี กล่าวว่าการวางแผนเข้าร่วมมหกรรมการขายระดับอินเตอร์เนชั่นแนลในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM +) 2018 รามาการ์เด้นส์ยังพุ่งเป้าไปยังตลาดหลักกลุ่มเอเชีย ซึ่งมีถึง 48 ประเทศ จำนวนประชากร 4,400 ล้านคน คิดเป็น 60 % ของประชากรโลก ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่สุดที่ดึงดูดผู้ประกอบการโรงแรมเข้าไปชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวดังกล่าว โดยจะใช้กลยุทธ์เป็นหัวหอกสำคัญเรื่องจุดขายของโรงแรมสไตล์สวนธรรมชาติมีพื้นที่กว้างใหญ่ สามารถดึงความสนใจนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ชื่นชอบสวน และเหนือไปกว่านั้นยังรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา ทางรามาการ์เด้นมียิมเนเซียมฝึกซ้อมขนาดมาตรฐานเป็นแห่งแรก ๆ ของเมืองไทย จึงเหมาะกับกลุ่มทีมกีฬาต่างประเทศสนใจมาใช้บริการ ทั้งฟุตซอลท์ ฟุตบอล ฟิตเนสเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ หรือฝึกซ้อมก่อนลงสนามแข่งรายการใหญ่ ๆ ระดับนานาชาติ



ขณะเดียวกันก็จะผลักดันจุดขายห้องอาหารเข้าสู่เทรนด์ Gastronomy ให้สอดคล้องกับพืชผักผลไม้ตามฤดูกาลในเมืองไทย เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารถิ่นของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แนวโน้มเทรนด์นักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้าเมืองไทย จีนยังคงนำโด่งมาปีละกว่า 10 ล้านคน ผู้ประกอบการโรงแรมทั้งหลายก็ต้องพร้อมรับมือ รวมถึงนักท่องเที่ยวเอเชียซึ่งมีความถี่ในการเดินทางมาเที่ยวซ้ำ ๆ มีสูงกว่าแถบยุโรป อีกทั้งยังมีกลุ่มไฮเอนด์หรือ up market แต่ละคนพร้อมใช้จ่ายเงินเต็มที่แบบไม่จำกัด ทั้งการกินอาหาร ช้อปปิ้ง แตกต่างจากยุโรปมีจุดแข็งอย่างเดียวคือพักอยู่ในไทยจำนวนต่อเนื่องยาวกว่าเอเชีย แต่ใช้จ่ายเงินเฉลี่ยแต่ละวันน้อยกว่า ยกเว้นค่าใช้จ่ายด้านอาหารยุโรปยอมจ่ายมากกว่าเอเชีย

โดยรวมแล้วกูรูทางการตลาดอย่าง “นันทินี เชื้อชูวงศ์” มองเอเชียขุมทรัพย์สำคัญทางการท่องเที่ยวที่เป็นเทรนด์ทำเงินเข้าประเทศไทยที่มีอนาคตสดใสทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์ผนึกไทยสไมล์-ดีแทคแจกสิทธิ์ช้อปชิมเพียบ”



กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบข่าวดีให้สมาชิกระหว่างวันนี้ - 30 กันยายน 2561 ผู้ถือบัตรคิง เพาเวอร์ ที่ซื้อตั๋วโดยสารของ ไทย สไมล์ รับสิทธิพิเศษ กับ แคมเปญแรก “DINE & FLY บินกับไทยสมายล์” รับฟรี! คูปองเงินสด มูลค่า 100 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลด เมื่อรับประทานอาหาร 600 บาทขึ้นไป ต่อใบเสร็จ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 10 แบรนด์ร้านดัง ๆ อาทิ  Thai Chef Express, คอฟฟี่เวิลด์, ลีการ์เด้น, Cream & Fudge, Spawn และอื่น ๆ

แคมเปญที่  2 ระหว่างวันนี้ - หมดเขต 31 ธันวาคม 2561 ลูกค้าของคิง เพาเวอร์ ที่ใช้บริการค่ายโทรศัพท์มือถือ ดีแทค ประเภท Silver Member รับไปเลย ส่วนลด 10% Gold Member ส่วน Blue Member รับส่วนลด 15%  การเลือกรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารที่ร่วมรายการได้ถึง 3 สนามบิน คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,ท่าอากาศยานภูเก็ต บริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และยานดอนเมือง บริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ด้วยวิธีรับสิทธิง่าย ๆ เพียงแค่ กด *140*9550# โทรออก

สมาชิกบัตรคิง เพาเวอร์ สอบถามสิทธิประโยชน์มากมายได้ที่ คอล เซ็นเตอร์ 1631

 ข่าวที่ 2 “ททท.หนุนคาราวานทัวร์ไทย-เมียนมา5วันโกย3ล้าน”



นายสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย แปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ Myanmar Tourism Marketing  (MTM) จัดคาราวานข้ามพรมแดนเมียนมา-ไทย “MTM - TAT Heritage Trails Tourism Cross Border Rally (Myanmar–Thailand)”  มีรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วม 30 คัน และคณะเดินทาง 80 คน เป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและการค้า สื่อมวลชน รวมถึง Celebrity เมียนมา Miss Grand Myanmar 2014 และ Miss Myanmar International 2018

การจัดกิจกรรมคาราวานข้ามแดนรายการนี้นักเดินทางจะอยู่ในไทย 5 วัน ระหว่าง 19-23 มิถุนายน 2561 ตามเส้นทาง Heritage Trails จากย่างกุ้ง- เมืองทวาย–กาญจนบุรี–นครสวรรค์-พิษณุโลก-สุโขทัย-ตาก-เมืองเมียวดี-กรุงย่างกุ้ง ระยะทาง 2,500 กิโลเมตร จะเดินทางข้ามแดนเพื่อเข้าไทย ณ จุดผ่านแดน (ชั่วคราว) พุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 19 มิถุนายน 2561 จากนั้นเดินทางเข้าสู่สุโขทัย ในวันที่ 21 มิถุนายน 2561 แล้วออกจากไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในวันที่ 23 มิถุนายน 2561

คาดช่วงที่คณะคาราวานพำนักในประเทศจะก่อให้เกิดรายได้มากกว่า 3 ล้านบาท และไทยยังจะได้รับประโยชน์ด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ความพร้อมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางผ่านสื่อมวลชน และ Celebrity เมียนมา ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันกลุ่มผู้มีรายได้สูงในเมียนมาและประเทศกลุ่ม CLMV นิยมท่องเที่ยวคาราวานโดยรถยนต์มากขึ้น ปี 2560เมียนมาเที่ยวไทย389,600 คน เติบโต 7 % มีรายได้ 16,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11 %

ข่าวที่ 3 “บางจากลุยปลูกป่า-BCPGคว้ารางวัลเอเชีย”



นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามความร่วมมือโครงการ "ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา" พร้อมด้วย นายเกรียงพล พัฒนรัฐ ประธานกรรมการ มูลนิธิปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา โดยทางบริษัท บางจากฯ พร้อมร่วมสนับสนุนการปลูกป่า ชายเลน ในบริเวณพื้นที่เขตบางขุนเทียน เพื่อปลูกจิตสำนึกให้คนไทยมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของแผ่นดิน ด้วยการร่วมกันอนุรักษ์ป่าและสร้างระบบนิเวศน์ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติชัดเจนทางด้านสนับสนุนโครงการปลูกป่าและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทางด้าน นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และฝ่ายบริหารบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่บริษัทฯ ได้รับรางวัล Capital Finance International Awards 2018 สาขา Best Clean Energy Community Solutions Southeast Asia 2018 จากนิตยสาร Capital Finance International หรือ cfi.coประเทศอังกฤษ ในฐานะที่บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในการประกอบธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่หลากหลาย ได้แก่ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพ รวมถึงเป็นผู้ ริเริ่มในการนำนวัตกรรมมาใช้ ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถผลิตและบริหารจัดการไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยตัวเอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นการสนับสนุนแนวคิดที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ข่าวที่ 4 “ทอท.เฮรับมติครม.ให้แก้ไขสัญญาใหม่ครัวการบิน”




นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาโครงการครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่าง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.”  ผู้ดูแลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กับ บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด (BAC) และบริษัท แอลเอสจี สกายเชฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (LSG)  ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการครัวการบินในสุวรรณภูมิ

ตามมติ ครม.ดังกล่าว ได้อนุมัติให้สามารถบริการครัวการบินแก่สายการบินที่เป็นลูกค้าของตัวเองในท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นต้น เนื่องจากท่าอากาศยานดังกล่าวไม่มีผู้ให้บริการครัวการบินที่ได้มาตรฐาน

เมื่อเปิดโอกาสให้มีบริการครัวการบินเกิดขึ้น จะทำให้ ทอท.รายได้จากค่าผลประโยชน์ตอบแทนจากการใช้พื้นที่ในอัตรา 12% ของยอดรายได้ที่ได้รับจากการให้บริการในเดือนนั้น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว


ช่วงที่ 2 ตื่นตาตื่นใจกับการเปิดเมืองท่องเที่ยวรอง “ลำพูน” ดินแดนแห่งเมืองปฐมอารยธรรมล้านนาพันปี มีเส้นทางจักรยานปั่นทัวร์บุญในยุครุ่งเรืองของพระนางจามเทวี ย้อนรอยเรื่องราวกรุพระดัง ชมกู่ช้างกู่ม้า และ ขัวมุง เสน่ห์ท้องถิ่นที่นี่ที่เดียว ส่วนการดูแลสุขภาพมีข้อมูลมาบอกว่า “ทำตัวให้ห่างไกลไรฝุ่นภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องระวัง”

@เที่ยว“ลำพูน”เมืองปฐมอารยธรรมล้านนาพันปี



ไปแอ่วเหนือเมืองท่องเที่ยวรองที่กำลังจะมีสนามบินแห่งที่ 2  เกิดขึ้นช่วง 2 ปีข้างหน้าใน “ปฐมอารยนครแห่งล้านนา” อายุกว่า 1,300 ปี ที่ “จังหวัดลำพูน” เมืองเรื่องชื่อพระดังอย่าง พระรอด พระคง พระลือ และสวนลำไยใหญ่สุดในประเทศแถมรสชาติดีที่สุดในโลกด้วย และยังมีชุมชนทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย งานหัตถกรรม ขึ้นชื่อ

ชวนกันไปพักผ่อนแบบรักษ์โลก กับการปั่นจักรยานท่องเที่ยว เส้นทางสิริมงคลชัย ไหว้พระ 9 วัด จากวัดพระธาตุหริภุญชัย อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี วัดจามเทวี วัดมหาวัน วัดพระคงฤาษี วัดสันป่ายางหลวง กู่ช้างกู่ม้า วัดพระยืน ขัวมุง



เส้นทางปั่นท่องเที่ยวสายนี้อยู่รอบเมืองซึ่งมีวัดเก่าแก่กว่า 1,300 ปี เริ่มต้นที่ “วัดสี่มุมเมือง” เมื่อปี พ.ศ.1223 พระนางจามเทวีทรงสร้างวัดไว้ทั้ง 4 ทิศ คือ ทิศเหนือ วัดพระคงฤาษี ทิศใต้ วัดประตูลี้ ทิศตะวันออก วัดดอนแก้ว ทิศตะวันตก วัดมหาวัน พอกรุแตกทำให้ผู้คนได้รู้ถึงชื่อเสียงพระเครื่องลำพูนและทำเนียบพระเบญจภาคียอดนิยม อย่าง พระรอดลำพูน พระคง พระลือ พระเปิม พระบาง พระเลี่ยง พระลบ เป็นพระพุทธศิลป์แบบทวารดีผสมผสานกับศรีวิชัย สันนิษฐานมีความเก่าแก่ 1,000-1,300 ปี



วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นปูชะนีสถานที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองทางศาสนาไว้ตรงบริเวณ อาคารจักรหริภุญชัย ที่ประดิษฐานพระเกศธาตุภายในบรรจุโกศทองคำ เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของคนปีระกา



ขณะที่ “วัดมหาวัน” เป็นแหล่งพบพระรอดลำพูน ซึ่งมีพระรอดหลวงอายุกว่า 1,400 ปี ปางนาคปรกเชื่อกันว่าคือ พระพุทธสิกขิ หรือพระศีลดำ ที่พระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากกรุงละโว้



จากนั้นก็ไปสักการะ “อนุสาวรีย์เจ้าแม่จามเทวี” ตำบลในเมือง ตรงสวนสาธารณะหนองดอก เป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย ทรงเป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม นำพาพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม มาเผยแผ่จนดินแดนแถบนี้รุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน



สำหรับโบราณสถานเหมาะกับการท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้ ในบริเวณใกล้เคียงก็ยังมี “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติลำพูน” อยู่บริเวณถนนอินทยงยศ เยื้อง  ๆ กับ พระธาตุหริภุญชัย เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ปิด วันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์ ภายในมีการจัดแสดงโบราณวัตถุแบ่ง 3 ห้อง ได้แก่ ห้องจัดแสดงใหญ่ นำเสนอวัตถุด 3 ยุค ตั้งแต่ยุคก่อนหริภุญชัย ยุคหริภุญชัย และยุคล้านนา



“กู่ช้าง กู่ม้า” อยู่ในเขตอำเภอเมือง แถว ๆ ชุมชนวัดไก่แก้ว มีรูปทรงศิลปกรรมค่อนข้างสมบูรณ์ บริเวณกู่ช้างเป็นเจดีที่บรรจุซาก “ปู่ก่ำงาเขียว” พระยาช้างเผือกคู่บารมีของพระเจ้ามหันตชัยยศ พระโอรสของพระนางจามเทวี



“ขัวมุง” อยู่บริเวณบ้านศรีเมืองยู้ ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เป็นกาดหรือตลาดขายของฝาก ของใช้ ของที่ระลึก พ้นเมือง เป็นศูนย์รวมของดีของเด่นจากชุมชนท้องถิ่นตามอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดลำพูน มาเสนอขายนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ เช่น ผ้าฝ้ายยกดอกลำพูน สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ แวะไปอุดหนุนกันได้ทุกวัน เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง  6 โมงเย็น

ลำพูนเป็นเมืองอารยธรรมเก่าแก่ ทว่ามีกลิ่นอายความรุ่งเรืองเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ว่างวันไหนแวะมาเที่ยวได้ตลอด เมืองไทยมีมุมใหม่ ๆ ให้สัมผัสประสบการณ์ดี ๆ เสมอ

@ภัยเงียบเวลานอนจากไรฝุ่นภัยอันตรายใกล้ตัว

ภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพของเราโดยไม่รู้ตัวในช่วงระหว่างการพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนหลับ ดังนั้นทุกคนจึงพิถีพิถันกับการจัดห้องนอนที่ดูเงียบสงบ ให้ห่างไกลจากสิ่งใกล้ตัวอย่าง “ไรฝุ่นในที่นอน”

 ไรฝุ่นจะมากับฝุ่นละอองที่ล่องลอยตามอากาศ และจะเจริญเติบโตได้ดีตามที่ที่มีเส้นใยหนาแน่น เช่น ที่นอน หมอน ตุ๊กตา หรือแม้กระทั่ง ฟูก เราจึงควรทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ เพราะจะก่อให้เกิดผื่นคันลามไปถึงการเป็นโรคภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ หากไปสัมผัสกับไรฝุ่นที่ตายแล้ว ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทาน (Antibodies) และปล่อยสารเคมีที่ทำให้ผิวหนังเกิดอาการบวม อาการระคายเคืองผิวหนัง บางรายอาจจามหรือไอ และลามไปถึงมีอาการหอบหืดที่เป็นอันตรายต่อชีวิต โดยสาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นโรคภูมิแพ้กันมากก็คือ การกำจัดไรฝุ่นที่นอนที่หลายคนอาจจะมองข้ามนี่เอง

การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการนำที่นอนออกไปทำความสะอาดเหมือนคนสมัยก่อน

1.ยกที่นอนไปตากแดด การตากแดดจะทำให้ไข่ของไรฝุ่นฟ่อ และเชื้อโรคด้านในตาย

2. นำหวายตีที่นอน หรือไม้ มาตีที่นอน ให้ปริมาณ ฝุ่นหรือเชื้อโรค ที่อยู่ในที่นอน ออกไปให้เยอะที่สุด แต่ถ้าทำเองไม่ได้แนะนำให้ จ้างบริษัทกำจัดไรฝุ่นที่มีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานเพื่อการทำความสะอาดที่นอนที่ดีที่สุด

การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ไม่กลายเป็นภัยร้ายที่ทำลายสุขภาพของคุณเสียเอง จึงไม่ควรนิ่งนอนใจและเลือกใช้บริการที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เครื่องนอนของคุณปราศจากไรฝุ่น เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “เจ้าท่ารุกปรับใหม่ท่าเรือเที่ยววงแหวนอันดามัน7จุด”



นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเส้นทางเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ประกอบเดินเรือ เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่โรงแรมเคป พันวา จังหวัดภูเก็ต โดยได้ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพด้านการเดินเรือเข้าร่วมรับการพิจารณาคัดเลือกเดินเรือ 6 เส้นทาง ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และกำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอภายใน 30 วันนับจากวันที่ประกาศ โดยคณะกรรมการจะพิจารณาผลการคัดเลือกภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2561

แผนการพัฒนาเส้นทางเดินเรือประจำทางเชื่อมต่อจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ จำนวน 7 เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางที่ 1 เส้นทางเรือโดยสารขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยง 2 สนามบิน ได้แก่ ภูเก็ต - กระบี่ โดยเริ่มจากท่าเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (ปากคลองจิหลาด) ถึง ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

เส้นทางที่ 2 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี่ และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต ถึง ท่าเรือช่องหลาด จังหวัดพังงา และถึง ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่

เส้นทางที่ 3 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี่ และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ ถึง ท่าเรือมาเนาะ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

เส้นทางที่ 4 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี่ และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือบ้านหัวหิน ตำบลเกาะกลาง อำเภอลันตา ถึง ท่าเรือบ้านคลองหมาก ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอลันตา จังหวัดกระบี่

เส้นทางที่ 5 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี่ และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวทองหลาง เกาะลันตา ถึง เกาะฮั่ง เกาะปู จังหวัดพังงา

เส้นทางที่ 6 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี่ และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออำเภอเก่า เกาะลันตาใหญ่ ถึง ท่าเรือเกาะปอ จังหวัดกระบี่

เส้นทางที่ 7 เส้นทางเดินเรือโดยสารประจำทาง จากท่าเรือศาลาด่าน เกาะลันตา ถึง ท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต

ข่าวที่สอง “กระบี่จัดมิวสิคเฟสปลุกทัวร์หน้าฝน30มิ.ย.-1ก.ค.”



พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า  เตรียมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัด เทศกาลดนตรีอ่าวนางบีท มิวสิคเฟสติวัล ระหว่าง 30 มิ.ย. - 1 ก.ค.2561 เพื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาลเดินทางหน้าฝน (Green Season) เป็นการแสดงดนตรีบนชายหาดเน้นความเป็นสากลสนุกสนานเร้าใจ เช่น จังหวะดนตรี (Beat) ที่มีสีสันบนชายหาด ประกอบด้วยนักร้องชื่อดัง ดา เอ็นโดรฟิน  บุรินทร์และวงกรู๊ฟไรเดอร์ นนท์-เดอะว๊อยซ์  วงทีโบน ดีเจดีเซล จากสหรัฐอเมริกา และศิลปินพื้นถิ่นอีก 4 วง

โดยจัดบูทจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศจากโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำกว่า 50 บูธ สุดยอดสินค้า OTOP ของที่ระลึกเมืองกระบี่ มานำเสนอแก่นักท่องเที่ยวตลอดงาน ตลอด 2 วัน 2 คืน ทุกวันเวลา 17.00 -23.30 น. ณ ชายหาดอ่าวนาง ตำบลอ่าวนาง จ.กระบี่

ข่าวที่สาม “รัฐลุยจัดระเบียบธุรกิจโรงแรม-ดำน้ำเถื่อนทั่วกระบี่”


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ติดตามการทำงานของชุดปฏิบัติการจัดระเบียบโรงแรมรีสอร์ตที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องการบุกรุกแหล่งท่องเที่ยวในกระบี่และบนเกาะพีพีพบบางจุดยื่นขออนุญาตก่อสร้างหลายสิบหลังและสร้างไปแล้วประมาณ 20 %  ทั้งอาคารและที่พัก บนที่ดินที่มีความลาดชันเกินกว่า 35 องศา เบื้องต้นตรวจพบความผิดปกติ 7 แห่ง จึงแจ้งให้ผู้ครอบครองเร่งนำเอกสารหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด เพื่อตรวจสอบต้นทางของเอกสารต่อไป หากพบว่าไม่ถูกต้องก็จะได้ดำเนินคดีและเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิต่อไป

ส่วนธุรกิจดำน้ำ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ 9 ราย  พบประกอบการไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต  ขออนุญาตดำเนินธุรกิจมีสำนักงานหลายสำนักงาน จดทะเบียนซ้ำซ้อนเพื่อเพิ่มจำนวนคนต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต  ไม่แจ้งการเข้าพักอาศัย ไม่ทำประกันสังคมลูกจ้าง

ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจดำน้ำที่ดำเนินการโดยชาวอังกฤษและสก๊อตแลนด์ จึงได้ประสานให้ตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัท การถือหุ้นของหุ้นส่วนบริษัท การชำระภาษี   การจ้างงาน และอื่น ๆ ที่ไม่ตรงตามที่กฎหมายระบุ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีทันที การเข้าปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนร่วมคณะด้วย

เป็นการจัดระเบียบธุรกิจการท่องเที่ยวในกระบี่ครั้งใหญ่ในรอบปี เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่สี่ “สายการบินคาเธย์จัดโปรตั๋วถูก3จังหวัดไทยไปทั่วโลก”



สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค รายงานว่า ได้จัดโปรโมชั่นบัตรโดยสารราคาพิเศษระหว่างวันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561จากเที่ยวบินต้นทางในไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต   ทั้งชั้นประหยัดและชั้นธุรกิจ ฟรีน้ำหนักสัมภาระกระเป๋าเดินทาง จากทั้ง  3 จังหวัด ไปยังฮ่องกง มีเที่ยวบินบริการวันละกว่า 10 เที่ยว ราคาเริ่มต้นที่ 4,600 บาท  อีกทั้งยังมีเที่ยวบินสู่เมืองยอดนิยมในญี่ปุ่น ได้แก่ โตเกียว นาโงย่า โอซาก้า ฟุกุโอกะ และโอกินาว่า ตั๋วชั้นประหยัดเริ่มต้น 10,950 บาท นอกจากนี้ก็ยังมีโปรโมชั่นสู่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ เมืองท่องเที่ยวหลักในจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว คุนหมิง และสหรัฐอเมริกา อย่างบอสตัน ชิคาโก้ ลอสแองเจลิส นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก

ททท.ผนึกMormaiiแบรนด์ไลฟ์สไตล์แถวหน้าบราซิล ตลุย7จังหวัดปลุกอเมริกาใต้เที่ยวไทย

ททท.แอลเอผนึก Mormaii แบรนด์ไลฟ์สไตล์แถวหน้าบราซิล ตลุย 7 จังหวัดทำ Official Backdrop ปลุกอเมริกาใต้เที่ยวไทย   ททท.ลอสแองเจลิส จับมือ  ...