TCEBผนึก“ม.อ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดตัวนวัตกรรมไมซ์
ชูสงขลาโมเดลแพลตฟอร์มไมซ์ดันศก.ฐานรากสู่เวทีโลก
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #MICECitySummit2026 #สงขลาโมเดล
ทีเส็บ
ใช้งาน MICE City Summit ปีที่ 10 เปิดนวัตกรรมความร่วมมือพัฒนาเมืองกับ
3 พันธมิตร “ม.อ.-มหาดไทย– อาชีวะ” ทำยุทธศาสตร์ชาติ
ปั้นนักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ใช้ “สงขลาโมเดล” สร้างแพลตฟอร์มนำเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทยผงาดในเวทีโลก
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
“TCEB” เปิดเผยว่า วันที่ 28 เมษายน
2569 ทีเส็บจัดงานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ “MICE
City Summit” ปีที่ 10 โดยได้เปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือไมซ์
4 พันธมิตร นำโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทีเส็บจับมือกับ
กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ
(City Data Intelligence) มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก
ทีเส็บมุ่งทำภารกิจพัฒนาเมืองไมซ์
“MICE City” ให้มีขีดความสามารถจัดงานระดับนานาชาติ หนึ่งในจุดขาย
“การประมูลสิทธิ์” ดึงงานมาจัดในไทย เริ่มจัดงาน MICE City Summit มาตั้งแต่ปี 2559 โดยให้จังหวัดที่เป็นเมืองไมซ์ภูมิภาคต่างๆ
หมุนเวียนเป็นเมืองเจ้าภาพแต่ละปี สร้างเวทีให้ผู้นำเมือง
ผู้บริหารเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมอง
ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้และถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์การพัฒนาเมืองโดยใช้ “ไมซ์” เป็นกลไกและเครื่องมือขับเคลื่อน
ขณะนี้มี 10ไมซ์ ซิตี้
ปี 2569 ในโอกาส MICE City Summit 2026 ปีที่ 10 จึงไดจัดทำเพิ่มพิเศษและลงนาม “ข้อตกลงความร่วมมือมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ
: City Data Intelligence” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก โดยมีหน่วยงานหลักร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรม ได้แก่
1.กระทรวงมหาดไทย
หน่วยงานหลักของภาครัฐที่กำกับการบริหารการพัฒนาเมืองทั่วประเทศ
2.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
หน่วยงานอุดมศึกษาชั้นนำของภาคใต้และของเมืองไมซ์สงขลา
3.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ
4.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อน
“ผลสำเร็จ”
จากความร่วมมือระหว่าง ทีเส็บ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา
และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางความยั่งยืน เมื่อปี 2567
ได้รับการประเมินเป็นเมืองที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย มีตัวชี้วัดเข้าเกณฑ์ดัชนีความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางทั่วโลก (The
Global Destination Sustainability Index :GDS-Index) ได้นำมาใช้ภายใต้ข้อลงความร่วมมือครั้งนี้คือ
“สงขลาโมเดล”
นายพลพีร์
สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า
กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นการพัฒนาเมืองในศตวรรษนี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ ข้อมูล
ความรู้ กลไกเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศอย่างแท้จริง โดยมีอุตสาหกรรมไมซ์หนึ่งเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ทรงพลังที่สุด
ซึ่งทำได้มากกว่าสร้างรายได้จากการจัดงาน แต่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ
ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม “ความร่วมมือ”
คือการประกาศก้าวใหม่การพัฒนาเมืองไทย ทางมหาดไทยพร้อมใช้พลังของรัฐ
เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน เยกระดับเมืองให้ทันสมัย เข้มแข็ง เติบโตอย่างสมดุลบนฐานของประชาชนอย่างแท้จริง
นายชัยวัฒน์
ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า
กระทรวงมหาดไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ยุคใหม่พร้อมยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการท้องถิ่นโดยใช้
“แพลตฟอร์มไมซ์” เป็นกลไกหลักทลายความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ มุ่งสร้าง
“นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง” ที่มีดีเอ็นเอเข้าใจภูมิสังคมอย่างลึกซึ้ง พลิกโฉมทุกหัวเมืองทั่วไทยให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุมชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
เป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะที่วัดผลได้จริงจากรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้น
และการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยตัดสินใจเชิงนโยบายแบบเรียลไทม์
การผนึกกำลังในครั้งนี้จึงเป็นการปฏิรูปมหาดไทยสู่หน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมจะยกระดับท้องถิ่นไทยก้าวสู่เมืองจุดหมายปลายทางระดับโลก
ผศ.ดร.นิวัติ
แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า
ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จ “สงขลาโมเดล” ในฐานะ Living Lab ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมีศูนย์กลางขับเคลื่อนเชิงรุกอย่าง
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ทำหน้าที่เป็น “City CVB” ยกระดับเมืองสู่เวทีโลกจนปรากฏผลสัมฤทธิ์ได้รับการจัดอันดับ
GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย อันดับ 28 ของโลก และคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress)
ได้รับการยกย่องเป็น
“เมืองเทศกาลและ อีเวนต์โลก” (IFEA World Festival & Event City
2025) ความสำเร็จระดับโลกดังกล่าวได้สกัดเป็นองค์ความรู้เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต
(Credit Bank) ทลายทุกกำแพงการเรียนรู้ กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนา
“นักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง” คิดเป็น ทำได้ ลงมือปฏิบัติได้ทันท่วงที โดยม.อ.
มุ่งใช้โมเดลนี้เป็นพิมพ์เขียวยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
และการจัดงานระดับโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน
ดร.
ศุภวรรณ กล่าวว่า “ทีเส็บ
มีนโยบายพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทยให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นเพื่อการแข่งขันระดับสากล
โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบุคลากรไมซ์และการยกระดับเมืองจุดหมายการจัดงาน
เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน เมื่อทีเส็บลงนามร่วมมือกับอีก
3 พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไมซ์ไทยถือเป็นหมุดหมายใหม่ของนวัตกรรมครอบคลุม
เชิงนโยบาย การปฏิบัติการและการศึกษา ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้รากฐานระบบนิเวศไมซ์ไทย
สะท้อนความคิดริเริ่มและความมุ่งมั่นขยายบทบาทงานไมซ์จาก Business เป็น Development Event ส่งสัญญาณเชิงบวกให้ตลาดไมซ์นานาชาติเชื่อถือและเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายสร้าง
High Value Impact จากแพลตฟอร์มไมซ์
นายยศพล
เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “สอศ.” กล่าวว่า
“ภายใต้นโยบาย OVEC ONE Team “เรียนดี มีความสุข” และหลักการ “ทำดี
ทำได้ ทำทันที” พร้อมนำความเชี่ยวชาญระดับสูงจาก ม.อ.
และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากทีเส็บ เป็นเบ้าหลอมสำคัญ “เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา”
ทั่วประเทศก้าวสู่การเป็นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติอย่างแท้จริง โดยจะใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไร้พรมแดนบ่มเพาะครูอาชีวะให้เป็นผู้นำนวัตกรรมปั้นนักปฏิบัติรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพร้อมทำงานได้ทันที
ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ
นับเป็นก้าวย่างสำคัญการอาชีวศึกษาไทย
จะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนศักยภาพคนไทยสู่เวทีสากล สร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจยั่งยืนและมั่นคงให้ไทยตั้งแต่วันนี้สู่อนาคตที่ดีต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น