วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

TCEBผนึก“ม.อ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดตัวนวัตกรรมไมซ์ชูสงขลาโมเดลดันศก.ฐานรากสู่เวทีโลก

 TCEBผนึก“ม.อ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดตัวนวัตกรรมไมซ์

ชูสงขลาโมเดลแพลตฟอร์มไมซ์ดันศก.ฐานรากสู่เวทีโลก


 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #MICECitySummit2026 #สงขลาโมเดล

ทีเส็บ ใช้งาน MICE City Summit ปีที่ 10 เปิดนวัตกรรมความร่วมมือพัฒนาเมืองกับ 3 พันธมิตร “ม.อ.-มหาดไทย– อาชีวะ” ทำยุทธศาสตร์ชาติ ปั้นนักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ใช้ “สงขลาโมเดล” สร้างแพลตฟอร์มนำเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทยผงาดในเวทีโลก

 


ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า วันที่ 28 เมษายน 2569 ทีเส็บจัดงานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ “MICE City Summit” ปีที่ 10 โดยได้เปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือไมซ์ 4 พันธมิตร นำโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทีเส็บจับมือกับ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ (City Data Intelligence) มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

          ทีเส็บมุ่งทำภารกิจพัฒนาเมืองไมซ์ “MICE City” ให้มีขีดความสามารถจัดงานระดับนานาชาติ หนึ่งในจุดขาย “การประมูลสิทธิ์” ดึงงานมาจัดในไทย เริ่มจัดงาน MICE City Summit มาตั้งแต่ปี 2559 โดยให้จังหวัดที่เป็นเมืองไมซ์ภูมิภาคต่างๆ หมุนเวียนเป็นเมืองเจ้าภาพแต่ละปี สร้างเวทีให้ผู้นำเมือง ผู้บริหารเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมอง ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้และถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์การพัฒนาเมืองโดยใช้ “ไมซ์” เป็นกลไกและเครื่องมือขับเคลื่อน ขณะนี้มี 10ไมซ์ ซิตี้


        ปี 2569 ในโอกาส MICE City Summit 2026 ปีที่ 10 จึงไดจัดทำเพิ่มพิเศษและลงนาม “ข้อตกลงความร่วมมือมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ : City Data Intelligenceเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก โดยมีหน่วยงานหลักร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรม ได้แก่

1.กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานหลักของภาครัฐที่กำกับการบริหารการพัฒนาเมืองทั่วประเทศ

2.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่วยงานอุดมศึกษาชั้นนำของภาคใต้และของเมืองไมซ์สงขลา

3.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ

4.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อน

“ผลสำเร็จ” จากความร่วมมือระหว่าง ทีเส็บ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางความยั่งยืน เมื่อปี 2567 ได้รับการประเมินเป็นเมืองที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ ของเอเชีย มีตัวชี้วัดเข้าเกณฑ์ดัชนีความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางทั่วโลก (The Global Destination Sustainability Index :GDS-Index) ได้นำมาใช้ภายใต้ข้อลงความร่วมมือครั้งนี้คือ “สงขลาโมเดล”



นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นการพัฒนาเมืองในศตวรรษนี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ ข้อมูล ความรู้ กลไกเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศอย่างแท้จริง โดยมีอุตสาหกรรมไมซ์หนึ่งเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ทรงพลังที่สุด ซึ่งทำได้มากกว่าสร้างรายได้จากการจัดงาน แต่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม “ความร่วมมือ” คือการประกาศก้าวใหม่การพัฒนาเมืองไทย ทางมหาดไทยพร้อมใช้พลังของรัฐ เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน เยกระดับเมืองให้ทันสมัย เข้มแข็ง เติบโตอย่างสมดุลบนฐานของประชาชนอย่างแท้จริง


นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”  ยุคใหม่พร้อมยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการท้องถิ่นโดยใช้ “แพลตฟอร์มไมซ์” เป็นกลไกหลักทลายความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ มุ่งสร้าง “นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง” ที่มีดีเอ็นเอเข้าใจภูมิสังคมอย่างลึกซึ้ง พลิกโฉมทุกหัวเมืองทั่วไทยให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุมชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะที่วัดผลได้จริงจากรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้น และการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยตัดสินใจเชิงนโยบายแบบเรียลไทม์ การผนึกกำลังในครั้งนี้จึงเป็นการปฏิรูปมหาดไทยสู่หน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมจะยกระดับท้องถิ่นไทยก้าวสู่เมืองจุดหมายปลายทางระดับโลก

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จ “สงขลาโมเดล” ในฐานะ Living Lab ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมีศูนย์กลางขับเคลื่อนเชิงรุกอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ทำหน้าที่เป็น “City CVB” ยกระดับเมืองสู่เวทีโลกจนปรากฏผลสัมฤทธิ์ได้รับการจัดอันดับ GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย อันดับ 28 ของโลก และคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress)

ได้รับการยกย่องเป็น “เมืองเทศกาลและ อีเวนต์โลก” (IFEA World Festival & Event City 2025) ความสำเร็จระดับโลกดังกล่าวได้สกัดเป็นองค์ความรู้เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ทลายทุกกำแพงการเรียนรู้ กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนา “นักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง” คิดเป็น ทำได้ ลงมือปฏิบัติได้ทันท่วงที โดยม.อ. มุ่งใช้โมเดลนี้เป็นพิมพ์เขียวยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และการจัดงานระดับโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน



ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีนโยบายพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทยให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นเพื่อการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบุคลากรไมซ์และการยกระดับเมืองจุดหมายการจัดงาน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน เมื่อทีเส็บลงนามร่วมมือกับอีก 3 พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไมซ์ไทยถือเป็นหมุดหมายใหม่ของนวัตกรรมครอบคลุม เชิงนโยบาย การปฏิบัติการและการศึกษา ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้รากฐานระบบนิเวศไมซ์ไทย สะท้อนความคิดริเริ่มและความมุ่งมั่นขยายบทบาทงานไมซ์จาก Business เป็น Development Event ส่งสัญญาณเชิงบวกให้ตลาดไมซ์นานาชาติเชื่อถือและเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายสร้าง High Value Impact จากแพลตฟอร์มไมซ์

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “สอศ.” กล่าวว่า “ภายใต้นโยบาย OVEC ONE Team “เรียนดี มีความสุข” และหลักการ “ทำดี ทำได้ ทำทันที” พร้อมนำความเชี่ยวชาญระดับสูงจาก ม.อ. และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากทีเส็บ เป็นเบ้าหลอมสำคัญ “เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา” ทั่วประเทศก้าวสู่การเป็นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติอย่างแท้จริง โดยจะใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไร้พรมแดนบ่มเพาะครูอาชีวะให้เป็นผู้นำนวัตกรรมปั้นนักปฏิบัติรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพร้อมทำงานได้ทันที ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ

นับเป็นก้าวย่างสำคัญการอาชีวศึกษาไทย จะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนศักยภาพคนไทยสู่เวทีสากล สร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจยั่งยืนและมั่นคงให้ไทยตั้งแต่วันนี้สู่อนาคตที่ดีต่อไป

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

AOT ลุยงาน Routes Asia 2026จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่ หนุนไทยศูนย์กลางการบิน

AOT ลุยงาน Routes Asia 2026 จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่ ต่อยอดตลาดอินเตอร์เชิงพาณิชย์หนุนไทยศูนย์กลางการบิน บมจ.ท่าอากาศยานไทย "AO...