“พิพัฒน์นำ2รมช.ใหม่คมนาคมสั่งทุกหน่วยลุย4นโยบาย
รับมือพลังงาน-CAATชูปลอดภัย-สกัดกักตุนสล็อตบินไทย
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #คมนาคม #4นโยบายรับมือวิกฤตพลังงาน #CAATสกัดตุนสล็อตบินเมืองไทย
“พิพัฒน์
รัชกิจประการ ” นำ 2 รมช.คมนาคมใหม่ มอบทุกสังกัดเข้ม 4 นโยบาย “ลดภาระค่าบริการ/ใช้จ่ายภาคขนส่ง-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านQuick
Win 39 โปรเจกต์-ดันขนส่งสู่พลังงานสะอาด-ลุยใช้ PPP แผนร่วมทุนรัฐเอกชนยปรับโครงสร้างพื้นฐาน” ควบ 3 เรื่อง
“รับมือวิกฤตพลังงาน-คุมค่าโดยสาร-ผุดมาตรการช่วยเอกชน” ด้าน CAAT ทำด่วน 2 เรื่อง “กำกับการบินปลอดภัยสูง-ป้องกันกักตุนสล็อตการบินในไทย”
นายพิพัฒน์
รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นำรัฐมนตรีใหม่กระทรวงคมนาคมอีก
2 คน คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์
ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายโดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินงานภายใต้กรอบ
4 นโยบายหลัก ได้แก่
● นโยบายที่
1 : การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง
มุ่งลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวันของประชาชน
ควบคู่การจัดระเบียบและแก้ปัญหาจุดเสี่ยงบนท้องถนน เร่งสางปัญหาการก่อสร้างบนถนน
เพื่อคืนพื้นผิวจราจรและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน
● นโยบายที่
2 : การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการเร่งด่วน โดยเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินโครงการต่าง
ๆ เพื่อให้เกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนในระบบ กระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภาพรวม
โดยเร่งรัดลำดับแรก Quick Win 39 โครงการ
● นโยบายที่
3 : การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด (Green
Transport) ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทนในระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มรูปแบบ
ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกำลังสำคัญแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน
● นโยบายที่
4 : การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้พร้อมรองรับอนาคต
เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ
ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน และช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว
โดยใช้รูปแบบ PPP (Public-Private Partnership) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนร่วมทุน
ออกแบบ ก่อสร้าง หรือดำเนินกิจการโครงการพื้นฐานและบริการสาธารณะ แบ่งปันความเสี่ยงและผลตอบแทน
โดยเอกชนนำความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเงินทุนมาใช้ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ลดภาระงบประมาณภาครัฐ
กระทรวงคมนาคมยังให้ทุกหน่วยเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกอย่างครอบคลุม
3 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่
1 “เตรียมความพร้อม” รับมือสถานการณ์
“วิกฤตพลังงาน” จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและต้นทุนการให้บริการขนส่ง พร้อมทั้งให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
วางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจภาคขนส่งสาธารณะจะมี
“เชื้อเพลิง” เพียงพอให้บริการไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วประเทศ
● เรื่องที่
2 “ดูแลค่าบริการและค่าโดยสาร” กำชับให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลทำงานเชิงรุกป้องกันผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบภาพรวม
ภาคขนส่งต้องบริหารจัดการราคาให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และไม่สร้างภาระต่อประชาชน
โดยเฉพาะช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง
● เรื่องที่
3 “เร่งทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ” ด้านขนส่งและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบขยับสูงขึ้น
เพื่อป้องกันผลกระทบเป็นวงกว้างกับปะชาชนเรื่องค่าโดยสารและบริการ
“พลอากาศเอก
มนัท ชวนะประยูร”
ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า ตนพร้อมนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์
รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรฐกิจการบิน ได้เข้ารับฟังการมอบนโยบายและทิศทางการทำงาน
โดยเฉพาะด้านคมนาคมทางอากาศ CAAT เป็นหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลมาตรฐานการบินของประเทศ รับนโยบายจากกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
2 เรื่องสำคัญ ได้แก่
● เรื่องที่
1 กำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยให้คงอยู่ “ระดับสูงอย่างยั่งยืน”
ภายหลังประเทศไทยกลับเข้าสู่ FAA Category 1
และได้รับผลการตรวจด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยจากองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
(ICAO : International
Civil Aviation Organization) ในระดับที่ดี
● เรื่องที่
2 ให้ศึกษาอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม
กำหนดมาตรการป้องกันการกักตุนเวลาการบิน (Slot Hoarding) ส่งเสริมเส้นทางบินใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน
(Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น