ผู้ว่าฯ ททท.ลั่นปี69นำตลาดใกล้-ไกล-ในประเทศโกย 2.65 ล้านล้าน
TTM +2026ดึง58ประเทศ428เอกชนไทยสร้างความสำเร็จ5,000ล้าน
พัทยาเปิดลงทุนใหม่3โปรเจกต์“พีระมิดอียิปต์-ZeaForest เวลเนส”
ธุรกิจท่องเที่ยวหนุน
ททท.ขยายตลาดไฮเอนด์เวลเนส/เมดิคัล/สปา
คิงเพาเวอร์รางน้ำเปิดดีลสนั่นเมืองวันเดียว3มิ.ย.69เท่านั้นลด
50%
Special Sale ช้อปคิง เพาเวอร์ออนไลน์ ลดแรง50%วันนี้-30 มิ.ย.นี้
คิงเพาเวอร์ออนไลน์ชูน้ำหอมตัวท็อปช้อปด่วนYou deserve a new
ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกดันตลาดเที่ยวไทยสู่
New Luxury
บางจากMOU
เครือพญาไท-เปาโล-พันธมิตรอาหารทำ Fry to Fly
TCEB ปลุกตลาดไมซ์2บริการ“Thailand MICE Visa Card-JerGan”
สุขทันทีที่เที่ยวไทย3เทศกาล“ผีตาโขน-แห่เทียน-ตักบาตรดอกไม้”
5 ประโยชน์ของการดื่มน้ำขิงทุกวัน และควรระวังโทษด้วย3
เรื่อง
3เอกชนขอนแก่นรับธงเจ้าภาพTTM+2027ดัน5สินค้าบุกตลาดโลก
การบินไทยครึ่งปีหลังอัด2โปร“Mid Year Wander-TG Early Escape”
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #KingPower #TAT #บางจาก #แห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี #ผีตาโขนด่่านซ้าย #ตักบาตรดอกไม้สระบุรี
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1EKobn7jEV/
ททท.นำท่องเที่ยวไทยครองใจตลาดโลกปี’69 ยืนรายได้ 2.65 ล้านล้านบาท ครึ่งปีหลังเร่งตลาดต่างประเทศใกล้/ไกล โกยให้ถึงเป้า 1.55 ล้านล้านบาท ในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท พร้อมโชว์ความสำเร็จ “Thailand Travel Mart Plus 2026 :TTM +Plus” ดึงคู่ค้าทั่วโลกจับคู่ธุรกิจได้กว่า 5,000 ล้านบาท ด้านเอกชนแห่ลงทุนจุดขายใหม่เพิ่ม “สวนนงนุช” อาณาจักรสวนสวยติด 1 ใน 4 ของโลก ทุ่มงบเปิดโซนขายใหม่ “อียิปต์-พีระมิดจำลอง” ผนวกโปรเจกต์ผลิตโซลาร์เซลรุกท่องเที่ยวเชิงนิเวศยั่งยืนขานรับทัวร์รถยนต์ไฟฟ้า ลดปล่อยคาร์บอน ส่วน “สยาม เวลเนส” โหมโปรเจกต์ใหม่ “ซีฟอเรสต์ เวลเนส แซงชัวรี่ บาย เลทส์ รีแลกซ์” ทุ่ม 520 ล้านบาท เนรมิตสวนป่าธรรมชาติผืนสุดท้ายริมหาดตะวันรอน เมืองพัทยา บูม เวลเนส เดสติเนชั่น แห่งใหม่ เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี’70 ครบวงจรทั้ง เวลเนส Longivity รีสอร์ต ร้านอาหาร คาเฟ่ รีทรีตเมนท์ หนุน ททท.รุกตลาดไฮเอนด์เวลเนส เมดิคัล สปา
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าตลอดปี 2569 ททท.จะร่วมกับพันธมิตรทุกเครือข่ายในประเทศและทั่วโลกเร่งสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้ได้กว่า 2.55 ล้านล้านบาท จาก “ตลาดต่างประเทศ” ทั้งระยะใกล้ (Shorthaul) ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระยะไกล (Longhaul) ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา ให้ถึง 1.55 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 33 ล้านคน และ “ตลาดในประเทศ” อีก 1 ล้านล้านบาท จากทั้ง 5 ภูมิภาค ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้
โดยจะพยายามปรับกลยุทธ์กระตุ้นตลาดต่างประเทศผ่านยุทธศาสตร์
“Airlines Focus”
ทำการตลาดร่วมตามรูปแบบต่าง ๆ
เพื่อให้สายการบินแถวหน้าและต้นทุนต่ำสามารถเพิ่มความถี่เที่ยวบินและเส้นทางบินช่วงตารางบินฤดูหนาว
ปลายเดือนตุลาคม 2569-มีนาคม 2570 ซึ่งมีหลายตลาดในสหภาพยุโรป
อเมริกา รวมทั้งเอเชีย ยังคงมีสัญญาณที่ดี ขณะที่ “ตลาดตะวันออกกลาง”
ได้บริหารจัดการตามสถานการณ์จริงเลวร้ายสุด ททท.คาดการณ์จะลดลงประมาณ 20-30
%
รวมทั้งการสร้างความสำเร็จในการจัดงานเทรดนานาชาติ “Thailand Travel Mart Plus 2026 :TTM +Plus” ได้อย่างยิ่งใหญ่ระดับโลก เมื่อ 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ประชุม NICE สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี โดยสามารถนำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยฝ่าวิกฤตการเดินทางของผู้คนโลกจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว แต่ “ประเทศไทย” ยังคงมีพลังดึงคู่ค้าซึ่งเป็นตัวแทนผู้ซื้อการท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 58 ประเทศ 429 ราย เพิ่มขึ้น 5.7 % เดินทางมาจับคู่เจรจาธุรกิจ กับเอกชนตัวแทนผู้ขายของไทยจากทั่วประเทศ 428 ราย สร้างมูลค่าทางการค้าได้รวมกว่า 5,000 ล้านบาท ตอบโจทย์การนำเสนอขายสินค้าใหม่หรูหราตามคอนเซ็ปต์ “Healing is the New Luxury”
โดย ททท.ได้ใช้เวที “TTM +2026” ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง “สร้างความสำเร็จ”
ขยายฐานตลาดต่างประเทศทั้งระยะใกล้ (shorthaul)
และระยะไกล (Longhaul) เพิ่มเชิงรุก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ตลาดกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ ๆ (Repeator) กลุ่มที่
2 กลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่ ๆ (Niche
Market) กลุ่มที่ 3 นักท่องเที่ยวมาไทยครั้งแรก
(First Visit) โดยผู้ประกอบการสามารถนำเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวมูลค่าสูงขานรับแผนยุทธศาสตร์
ททท.ที่เดินหน้ายกระดับไทยเป็นจุดปลายทางเวลเนสและเสน่ห์เมืองน่าเที่ยว
(Hidden Gems) ควบคู่การใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG อย่าง Zero
Waste to Landfills กับ Zero Food Waste ตอกย้ำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
พร้อมกับเปิดโซนพิเศษ “Thailand Pavillion” ภายในงานสร้างประสบการณ์จริงให้ทั่วโลกเข้าถึงเสน่ห์ไทย 5 ภาค ด้วยการนำเสนอสินค้า บริการ กิจกรรมท่องเที่ยว จัดทำโชว์เคส “อัตลักษณ์ผลไม้ไทย” เสิร์ฟเมนูสุขภาพ “การผ่อนคลาย” ด้วยกลิ่นสมุนไพรไทยน้ำมันหอมระเหยและเสียงจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ “โชว์ข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว” ผ่านสื่อดิจิทัลแบบอินเทอแรคทีฟ โปรโมท “เวิลด์ อีเวนต์” ที่ไทยกำลังจะจัด “Tomorrowland Thailand 2026” เทศกาลดนตรีระดับโลก ระหว่าง 11-13 ธันวาคม 2569 ที่พัทยา ชลบุรี
ผนวกการดีไซน์สร้างประสบการณ์ให้ผู้ซื้อและสื่อมวลชนทั่วโลกเดินทางลงพื้นที่จริงสำรวจแหล่งท่องเที่ยวก่อนและหลังงานเพื่อนำไปต่อยอดเสนอขายในตลาดโลกต่อเนื่องได้อีก
12 เส้นทาง ช่วงก่อนเริ่มงาน (Pre-Tour) 7 เส้นทาง ใน ศรีราชา
พัทยา สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และหลังงาน (Post Tour ) ระหว่าง 13-16 มิถุนายน กระจายใน 5 ภูมิภาค 5
เส้นทาง คือ 1.ระยอง–จันทบุรี
2.ปราจีนบุรี-นครราชสีมา 3.นครปฐม–กาญจนบุรี
4.สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช 5.เชียงราย
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ระหว่างงาน TTM +2026 พบการลงทุนใหม่ ๆ ของ “นายกัมพล ตันสัจจา” ประธาน
สวนนงนุช พัทยา ชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ ได้พัฒนาจุดขายใหม่ในพื้นที่กว่า
1,750 ไร่ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสวนนงนุชติดอันดับ 4 ของโลก และเป็น 1ใน 10
สวนสวยที่สุดในโลก ด้วยดีไซน์อย่างอลังการจัดแสดงสวนที่มีชีวิตต่าง ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำธรรมชาติรวมแล้วมากกว่า
60 โซน
ล่าสุดลงทุนเปิดโซนใหม่
“อียิปต์-พีระมิดจำลอง” จะแล้วเสร็จเต็มรูปแบบภายในกรกฎาคม 2569 ไฮไลต์โดดเด่นคือ
“สถาปัตยกรรมอียิปต์โบราณ พีระมิดจำลอง” พร้อมรูปปั้นสฟิงค์ขนาดมหึมา โดยช่างปั้นฝีมือดีสามารถเก็บรายละเอียดอย่างสมจริง
ตอนนี้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนานาชาติสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้แล้ว
แล้วยังได้ใช้เงินอีกกว่า
60 ล้านบาท ทำโครงการ “ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา” (Solar
Rooftop) เมื่อแล้วเสร็จภายในสิ้นปี
2569 จะสามารถผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 3.5 เมกะวัตต์ นำมาใช้ในบริเวณลานจอดรถ พร้อมกับมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
(EV Charging Station) บริการกลุ่มนักเดินทางที่นิยมใช้รถยนต์ไฟฟ้าสร้างสมดุลการเดินทางท่องเที่ยวหันมาร่วมมือกันลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว
เป็นอีกโครงการยกระดับ
“การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและยั่งยืน”
ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมดูแลด้านสิ่งแวดล้อม-สังคม มีธรรมาภิบาล “ESG :Environmental,
Social and Governance”
“ณรัล วิวรรธนไกร” กรรมการบริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
ได้เข้าร่วมงาน TTM +2026 พร้อมกับแนะนำโครงการลงทุนใหม่ “ซีฟอเรสต์ เวลเนส แซงชัวรี่ บาย เลทส์
รีแลกซ์” (ZeaForest Wellness Sanctuary by Let's Relax)
มูลค่ากว่า 520 ล้านบาท เตรียมเปิดบริการไตรมาส 1 ปี 2570 ตั้งเป้าพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางเวลเนสแห่งใหม่
ในพื้นที่กว่า 38 ไร่ ริมชายหาดตะวันรอน พัทยา ใกล้นาจอมเทียน มีเอกลักษณ์สำคัญตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
ต้นไม้หายากอายุกว่า 400 ปี มีแนวชายหาดยาวกว่า 200 เมตร
ภายใน “ซี
ฟอเรสต์ เวลเนส แซงชัวรี่ บาย เลทส์ รีแล็กซ์” จะประกอบด้วย
-ส่วนที่ 1 อาคาร Wellness &
Longevity ครบวงจร
-ส่วนที่ 2 ห้องพักริมทะเลกว่า 50 ห้อง
-ส่วนที่ 3 ห้องอาหาร All Day Dining
-ส่วนที่ 4 คาเฟ่กลางป่า
-ส่วนที่ 5 พื้นที่เพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
เพื่อมอบประสบการณ์เวลเนส รีทรีต บริการครบทุกมิติทั้งร่างกายและจิตใจ
บริษัท
สยามเวลเนส จำกัด (มหาชน) วางกลยุทธ์ต่อยอดประสบการณ์ของกลุ่มบริษัทที่มีมายาวนานกว่า
28 ปี ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจสปา ออนเซ็น เวลเนส โรงแรม และร้านอาหาร
มารวมไว้ในโครงการเดียว เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของ
ททท.และรัฐบาลไทย ซึ่งกำลังร่วมมือกับตลาดในและต่างประเทศขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตอกย้ำบทบาท SPA ในฐานะผู้นำธุรกิจเวลเนสของประเทศไทยอย่างแท้จริง
ททท.ใส่เกียร์เร่งกระตุ้น
“ตลาดท่องเที่ยวทั่วโลก” ทั้งระยะใกล้และระยะไกล ควบคู่กับรณรงค์ “ตลาดในประเทศ” สร้างความสำเร็จปี
2569 มีรายได้รวม 2.65 ล้านล้านบาท
ส่วนเอกชนเดินหน้าลงทุนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในพัทยาทั้งที่ “สวนนงนุช และซีฟอเรส
เวลเนส” เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศ วิน วิน
ไปด้วยกัน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์รางน้ำเปิดดีลสนั่นเมืองวันเดียว3มิ.ย.69เท่านั้นลด 50%
ดีลแรงสนั่น! วันเดียวเท่านั้น! ที่ “คิง
เพาเวอร์” รางน้ำ โปรแรงกลางปี! เฉพาะ 13 มิ.ย. 2569 เท่านั้นEnd of Season Sale กับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังลดสูงสุด
50% (เฉพาะแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการ) + ส่วนลด ON-TOP
สูงสุด 20% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
พิเศษ!! เฉพาะวันนี้!
สินค้าแฟชั่นราคาปกติ ลดสูงสุด 20% (เฉพาะแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการ)
+ ส่วนลด ON-TOP สูงสุด 20%* เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
ยังไม่หมด! สายบิวตี้ห้ามพลาด รีบมาตุนของ! ลดสูงสุด30% (เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข)
สมาชิก!! POWER PASS เปลี่ยน CARATเป็นส่วนลดได้คุ้มสนั่นแล้ววันนี้! รับฟรี ส่วนลดสูงสุด 30%
ช้อปเสร็จแล้ว
อย่าลืมแลก CARATใช้ลดได้ทันที (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
สิทธิพิเศษ !! เมื่อช้อปแล้วจ่ายผ่านบัตรเครดิต
รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 58,300 บาท
ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์ออนไลน์ Special Sale วันนี้-30 มิ.ย.ลดแรง 50%
SPECIAL ONLINE
SALE ดีลพิเศษเฉพาะ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” วันนี้-30 มิถุนายน 2569 รวมไอเทมฮิต ราคาสุดคุ้ม ช้อปครบ
จบในคลิกเดียว พร้อมรับสิทธิพิเศษมากกว่าที่เคย ลดแรง 50%
โอกาสดี
ๆ มีจำกัด รีบช้อปก่อนโปรหมด คัดสรรดีลคุณภาพจากแบรนด์ดัง
ช้อปออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า ของดีราคาพิเศษ รอคุณอยู่แค่ช่วงนี้เท่านั้น “ลดสูงสุด
50%” ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องกรอกรหัสส่วนลด
-สินค้า
Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย! รับสินค้าที่สนามบิน
-แบ่งชำระ
0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน
ช้อปตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด
-รับเครดิตเงินคืนสูงสุด
62,800 บาท
-รับเลย!
ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์
-รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก
คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท (สุทธิ)
ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์ออนไลน์เสิร์ฟน้ำหอมตัวท็อปช้อปด่วนYou deserve a new
คิง
เพาเวอร์ ออนไลน์ เสิร์ฟแคมเปญ You deserve a new, perfect scent รวมกลิ่นหอมตัวท็อปประจำซีซั่น
เติมเสน่ห์ทุกลุค ให้ทุกวันของคุณน่าจดจำยิ่งกว่าเดิม
ด้วยข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์
ESTEE LAUDER, CLE DE PEAU BEAUTE, SK-II, L'OCCITANE, CLINIQUE,
SULWHASOO, KIEHL'S, CLARINS, LA ROCHE POSAY และอื่นๆอีกมาก
เข้าชมสินค้าพร้อมช้อปและรับดีลพิเศษ
SOMETHING
AMAZING ARRIVES ช้อปแบบเหนือระดับก่อนออกทริป... รวมไอเทมลักชัวรี
บิวตี้ น้ำหอม และแฟชั่นสุดไอคอนิก พร้อมดีลพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด คิง เพาเวอร์
ออนไลน์ ช้อป DUTY-FREE พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รหัสส่วนลด 20JUN26
2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รหัสส่วนลด 30JUN26
ข่าวที่ 4-ททท.MOUอโกด้าแพลตฟอร์มโลกพลิกตลาดเที่ยวไทยสู่New Luxury
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เปิดเผยว่า ททท.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ อโกด้า/Agoda แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก
เดินหน้าส่งเสริมภาพลักษณ์และเสน่ไทยประเทศจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำในตลาดโลก
โดยมีนายออมรี มอร์เกนสเติร์น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอโกด้า และนายเดเมียน เฟิร์ช
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์
ให้การต้อนรับร่วมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมศักยภาพ
และนำชมสำนักงานอโกด้าในอาคารวัน แบงค็อก กรุงเทพฯ
ททท.พร้อมใช้แพลตฟอร์มอีโคโนมี
เป็นตัวกลางยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยว
ด้วยข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.เทรนด์และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในการเดินทาง 2.การจัดทำแคมเปญท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สร้างประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อด้วยระบบดิจิทัลโลก 3.สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว
นายออมรี มอร์เกนสเติร์น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอโกด้า กล่าวว่า อโกด้ายินดีเป็นพันธมิตรร่วมมือกับ ททท.เชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะจะผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เป็นความหรูหรารูปแบบใหม่
(Healing is the New Luxury) สื่อสารด้านความปลอดภัยในการเดินทางให้ชัดเจนขึ้น ความร่วมมือของสององค์กรช่วยดึงดูดและทำให้ทั่วโลกมั่นใจเดินทางมาเมืองไทย
“อโกด้า” เป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวระดับโลกที่ก่อตั้งมากว่า
20 ปี ที่ภูเก็ต เริ่มจากเปิดให้บริการจองที่พักและบริการทางการท่องเที่ยว
ซึ่งรวมถึงโรงแรมและที่พักส่วนตัวทั่วโลกกว่า 6 ล้านแห่ง เที่ยวบินกว่า 130,000 เส้นทาง กิจกรรมท่องเที่ยวกว่า
300,000 รายการ
ผ่านเว็บไซต์ Agoda.com กับแอปพลิเคชั่นอโกด้าซึ่งให้บริการภาษาต่างๆ ถึง 39 ภาษา
อโกด้าเป็นส่วนหนึ่งของ Booking
Holdings Inc. (NASDAQ:BKNG) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย
และมีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก 27 ประเทศ กว่า 7,000 คน
“เป้าหมาย” การทำ MOU ของ ททท.กับ อโกด้า ครั้งช่วยผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายสามารถนำข้อมูลเชิงลึกของอโกด้า
ด้านการท่องเที่ยว กับ ททท.ที่เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมตลาด มาพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยว
ออกแบบโครงการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย
สร้างเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวที่
5-บางจากMOU เครือพญาไท-เปาโล-พันธมิตรอาหารทำFry to Fly
ผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก โดยบริษัท
บีเอสจีเอฟ จำกัด และบริษัท
กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ
ผู้บริหารเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโลและพันธมิตรด้านบริการอาหาร เดินหน้าจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
(SAF) ผลักดันโครงการ Fry to Fly ของกลุ่มบริษัทบางจาก ผสานแนวคิด Sustainable
Healthcare เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล บริษัท
ฟู้ดเฮ้าส์เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซสฯ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ฟาซิลิตี้ฯ (ประเทศไทย) จำกัด ขับเคลื่อนความยั่งยืน
ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ที่โรงพยาบาลพญาไท
พหลโยธิน
โดยมี
นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (มหาชน) และกรรมการ บริษัทบีเอสจีเอฟ
จำกัด นายอธิษฐ์ ชินันท์ธนาศิริ ผู้อำนวยการทั่วไป
บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ นายอิทธิ ทองแตง
รองประธานคณะผู้บริหาร อาวุโส เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล นายวิลเลี่ยม โวเวลล์
ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ/ประเทศไทย ธุรกิจบริการอาหาร พลังงานและทรัพยากรแพลตฟอร์มและกลยุทธ์ธุรกิจอาหาร
บริษัท โซเด็กซ์โซ่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และนายนิตินันท์
ธรรมหทัย ผู้อำนวยการ บริษัท ฟู้ดเฮ้าส์ เคเทอร์ริ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมลงนาม
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวการผสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
ร่วมสร้างผลลัพธ์เชิงบวกสู่สังคม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการ Fry to Fly และไม่ทอดซ้ำ
ของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยนำของเสียมาสร้างคุณค่าใหม่ให้เป็นพลังงานสะอาด หรือ
ทรัพยากรใหม่ทางเศรษฐกิจในรูปแบบของพลังงานทางเลือก ทำให้ประชาชนได้มีสุขภาพที่ดี
ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม
โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเครือข่ายภายในเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล
จัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกวิธี และจำหน่ายให้ บีเอสจีเอฟ
เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิต SAF ต่อไป พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค
รับทราบถึงอันตรายจากการใช้น้ำมันปรุงอาหารทอดซ้ำ และช่วยเสริมปริมาณวัตถุดิบเข้าสู่ระบบของหน่วยผลิต HEFA-SPK
SAF แบบ Stand Alone แห่งแรกของไทย
ภายในโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่ได้เริ่มเปิดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่พฤษภาคม
2569
รวมทั้งสอดคล้องตามแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล
ที่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพที่ดี ดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต
ผ่านการดำเนินงานตามหลัก ESG และ Sustainable
Healthcare มุ่งสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพการรักษาพยาบาล
และแนวทาง Green Hospital
นับเป็นพลังความร่วมมือขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน
ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างและต่อยอดเครือข่ายการจัดการน้ำมันใช้แล้วอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมการบิน
และส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้ผู้บริโภค
เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญสอดรับกับวันสิ่งแวดล้อมโลกในเดือนมิถุนายนของทุกปี
ข่าวที่
6-TCEB ปลุกตลาดไมซ์ 2 บริการ“Thailand MICE Visa
Card-JerGan”
นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บได้เดินหน้าขับเคลื่อน “Enhancing
Customer Value Through Government Support, Privileges and Seamless Experiences”
จากงาน Let’s Meet (UP) in Thailand ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์
Thailand MICE Visa Card ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์
ที่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งผู้เข้าร่วมงาน และผู้จัดงาน (ออร์กาไนเซอร์) ด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย
ครอบคลุมประกอบด้วย
“สิทธิประโยชน์” ครอบคลุม “ไมซ์
โซน” โดยเฉพาะสถานที่จัดการประชุมนานาชาติ นำโดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิกิติ์ (QSNCC) ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ไบเทค และราชประสงค์
“รับส่วนลด” ค่าเดินทางผ่าน
Grab สูงสุด 50% หรือไม่เกิน 100
บาท/เที่ยว
“พันธมิตรกลุ่มห้างสรรพสินค้า” มอบส่วนลดและบริการพิเศษให้ผู้ถือบัตรสามารถเข้าใช้ เกสร เลาจน์ และสิทธิประโยชน์มากมายจากเครือ
เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ได้ด้วย
“เครือข่ายสปา” พันธมิตรกลุ่มสุขภาพมอบความพิเศษโดยเฉพาะบริการเวลเนสจากแบรนด์ดัง
เช่น เลทส์ รีแล็กซ์ (Let’s Relax) และ โอเอซิสสปา
“สายการบิน” ที่เข้าร่วมโครงการมอบส่วนลดตั๋วโดยสารและบริการให้สมาชิกสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องในต่างประเทศ
เป็น เวิลด์ไวด์ พริวิเลจ
“ดิจิทัล โซลูชั่น” สามารถเลือกใช้จากพันธมิตรชั้นนำของโลก เช่น Google Workspace, ดิจิทัลโอเชี่ยน
“พันธมิตรหลากหลาย” ครอบคลุมทั้งบริการด้านอาหาร
เครื่องดื่ม เช่น สตาร์บรัคส์ “การท่องเที่ยว” แพลตฟอร์ม Tagthai และอีคอมเมิร์ซ ช้อปปิ้งออนไลน์ Shopee
“หริสุดา บุญยวัฒน์” ผู้อำนวยการฝ่ายไมซ์อินเทลลิเจนซ์และนวัตกรรม
ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บร่วมแบ่งปันมุมมองและแนวคิดสำคัญ
นำเสนอ “JerGan” เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงอีโคซิสเตมอุตสาหกรรมไมซ์ไว้ในที่เดียว
ล่าสุดได้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คำถามนักเดินทางไมซ์หลังจบกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น อาหารการกิน
สถานที่เดินทางไปทำกิจกรรมต่อเนื่อง และคำแนะนำจะทำอะไรดี
ออกแบบโดยคำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องเวลาของผู้เข้าร่วมงานไมซ์
จึงเน้นการเข้าถึงสถานที่และกิจกรรมเข้าถึงสะดวก รวดเร็ว และเดินทางง่าย
ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม JerGan จะนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางไมซ์
ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากหลายจุดมาไว้ในระบบเดียว จากดาต้าที่กระจัดกระจาย สู่ Data-Driven
Decision Making หรือกระบวนการตัดสินใจโดยอาศัยข้อเท็จจริงมีตัวชี้วัด
การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นหลักฐานสนับสนุนชัดเจน มีคุณสมบัติสามารถแนะนำเส้นทางและกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้
ปัจจุบันมีเส้นทางแนะนำให้เลือกใช้งานกว่า 55 เส้นทาง
ช่วงที่ 2 ฝนโปรยปรายทั่วฟ้าเมืองไทย เป็นสัญญาณชวนเที่ยวภาคกลางและอีสาน 3 เทศกาล“ผีตาโขน” อำเภอด่านซ้าย
จ.เลย ตามผีสวยไปชมรากวิถีชุมชน 20-22 มิ.ย. นี้ ต่อด้วย “ตักบาตรดอกไม้” จ.สระบุรี 27-30 ก.ค.นี้
ปิดท้าย “แห่เทียนพรรษา” จังหวัดอุบลราชธานี สวยอลังการ 28-30 ก.ค.นี้ เปิดให้เที่ยวยาวไปจนถึง 17 ส.ค.นี้
แล้วฟัง “5 ประโยชน์การดื่มน้ำขิงทุกวัน” ดี 5 อย่างโทษ 3
อย่าง เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “3เอกชนลั่นนำขอนแก่นเจ้าภาพTTM+2027” เปิดตลาดโลก5สินค้า
ข่าวที่สอง “การบินไทยครึ่งปีหลัง” อัด2โปร “MidYear Wander-TG Early Escape” เปิดขายวันนี้-30
มิ.ย.69
ท่องเที่ยว –สุขทันทีที่เที่ยวไทย3เทศกาล“ผีตาโขน-แห่เทียน-ตักบาตรดอกไม้”
สัมผัส ”ประเทศไทย"
ในมุมมองที่แตกต่างกันช่วงปลายเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม นี้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดพิกัดให้สายสนุก สายศรัทธา เพิ่มประสบการณ์สุขทันทีที่เที่ยวเมืองไทย
3 เทศกาล แล้วจะทำให้คุณหลงรักวัฒนธรรมไทย ยิ่งกว่าเดิม เตรียมปักหมุดลงวันที่จะเที่ยวไว้ล่วงหน้ากันได้เลย
เทศกาลแรก “ผีตาโขน” อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย วันที่ 20-22 มิถุนายน 2569 จากตำนาน "ผีตามคน"
ในพุทธประวัติสู่ขบวนแห่หน้ากากลวดลายวิจิตร ณ อำเภอด่านซ้าย
งานบุญหลวงที่รวบรวมความสนุกสนาน ความคิดสร้างสรรค์
และคติธรรมทางพุทธศาสนาไว้ได้อย่างลงตัว
เทศกาลที่ 2 แห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี
วันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ชมขบวนเทียนแกะสลักสุดอลังการ ที่ถ่ายทอดฝีมือและศรัทธาของชาวอุบลฯ
ผ่านงานศิลป์อัน งดงามในช่วงเข้าพรรษา
เทศกาลที่ 3 ตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี วันที่ 27-30 กรกฎาคม 2569 ร่วมสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวของของไทย ณ
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารกับการนำดอกไม้ถวายพระภิกษุท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายและเปี่ยมไปด้วยศรัทธา
ออกเดินทางฮีลกายใจไปร่วมสัมผัสประสบการณ์และเสน่ห์การท่องเที่ยว
แล้วอย่าลืมร่วมสนุกกับกิจกรรม Feel
All The Feelings, Seeking Thailand’s Wonders เพื่อลุ้นรับของพิเศษ
Amazing Thailand Ambassador เพียงแค่ทำตามกติกาก็รับความสุขพร้อมของที่ระลึกในแต่ละเทศกาลได้ด้วย
สุขภาพ –5
ประโยชน์ของการดื่มน้ำขิงทุกวัน-3โทษที่ควรระวังเช่นกัน
น้ำขิง เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่หลายคนเลือกดื่มทุกวันช่วยสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น
บรรเทาอาการท้องอืด เพิ่มภูมิคุ้มกัน หรือควบคุมน้ำหนัก
แต่การดื่มทุกวันนั้นดีจริงหรือ? มีข้อเท็จจริงทั้งด้านดีและข้อควรระวังอย่างรอบด้านมาฝากกัน
5 ประโยชน์ของการดื่มน้ำขิงทุกวัน
1. ช่วยระบบย่อยอาหารดีขึ้น : น้ำขิงมีสารจินเจอรอล (Gingerol)
ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ลดอาการท้องอืด จุกเสียด และคลื่นไส้
โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อนหรือแพ้ท้อง
2. ลดการอักเสบในร่างกาย : สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำขิงสามารถลดการอักเสบที่เป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังหลายชนิด
เช่น โรคข้ออักเสบ หรือกลุ่มโรคหัวใจ
3. เสริมภูมิคุ้มกัน : การดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ
เป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน
ทำให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรียได้ดีขึ้น
4. ควบคุมน้ำตาลในเลือด : มีงานวิจัยระบุว่าน้ำขิงอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่
2 เมื่อดื่มอย่างสม่ำเสมอ
5. ช่วยควบคุมน้ำหนัก : น้ำขิงช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ
ลดความอยากอาหาร และทำให้รู้สึกอิ่มนาน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ดื่มน้ำขิงทุกวัน
อาจมีโทษด้วยเช่นกันเบื้องต้น 3 เรื่อง ดังนี้
1.ระคายเคืองกระเพาะอาหาร : หากดื่มน้ำขิงเข้มข้นหรือขณะท้องว่าง
อาจทำให้รู้สึกแสบท้องหรือระคายเคืองในบางราย
2. เลือดออกง่ายขึ้น : สารในน้ำขิงมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด
จึงควรหลีกเลี่ยงหากกำลังใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือก่อน-หลังผ่าตัด
3. อาจมีปฏิกิริยากับยา : น้ำขิงอาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาบางชนิด
เช่น ยาลดความดัน ยาต้านเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มเป็นประจำ
การดื่มน้ำขิงทุกวันสามารถให้ผลดีต่อสุขภาพ
หากอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและไม่มีข้อห้ามทางสุขภาพ
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลระบบย่อยอาหาร เสริมภูมิคุ้มกัน หรือควบคุมน้ำหนัก
อย่างไรก็ตาม
ควรฟังร่างกายตัวเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำ
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –3เอกชนลั่นนำขอนแก่นเจ้าภาพTTM+2027เปิดตลาดโลก5สินค้า
ดร.ณัฎฐิญา
ตันทสุข ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น
และนายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์ขอนแก่น เปิดเผยว่า นำทีมภาคเอกชนมาสังเกตุการณ์งาน Thailand
Travel Mart Plus :TTM +2026 เมื่อ 10-12 มิถุนายน
2569 ที่ศูนย์ประชุมศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยาหรือ NICE พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อรับธงเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปในการจัดงาน :TTM
+2027 ที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเปิดประตูขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภาคอีสาน
ปลดล็อกการส่งเสริมตลาดในเวทีโลกให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยมีจุดขายโดดเด่นทางด้านเมดิคัล
เวลเนส และบริการเชิงการแพทย์ที่แข็งแรง ตั้งเป้าหมายจะทำให้เฉพาะช่วงการงาน TTM
+2027 จะสามารถสร้างเศรษฐกิจเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทขึ้นไป
เป้าหมายในอนาคตของขอนแก่นอีก
10-20 ปีข้างหน้า จะขยายฐาน “ตลาดต่างชาติ” เลือกเป็นจุดหมายปลายทางการพักระยะยาว
(Longstay) หรือเป็นบ้านพักหลังที่สอง บ้านพักคนชราของคนในประเทศได้ด้วย
รวมทั้งคนไทยไม่ได้เป็นรองชาติใดเรื่องภาษา แล้วการดึงคนเข้ามาจะเพิ่มเม็ดเงินจะไม่ได้เฉพาะแต่ภาคธุรกิจเท่านั้น
ยังกระจายไปถึงชุมชนท้องถิ่น การสร้างงาน สร้างอาชีพ ควบคู่กันไป
ส่วนการเป็นเจ้าภาพจัด
TTM +2027 มุ่งหวังจะให้คนทั่วโลกรู้จัก “ขอนแก่น”
ว่าอยู่ในภาคอีสาน ต้องการต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ
จึงเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันใช้เวทีนี้สร้างความสำเร็จระดับประเทศและนานาชาติทำให้โลกรู้ว่า
“อาหารยอดนิยม” อย่าง “ส้มตำ” ที่แพร่หลายอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทุกวันนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากภาคอีสาน
นายภพพล
เกษมสันต์ ณ อยุธยา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า
เตรียมนำเสนอสินค้าหลักตามยุทธศาสตร์ผ่านเวทีเจ้าภาพจัดงาน TTM+2027
ด้วย 5 มิติ ประกอบด้วย 1.การท่องเที่ยวเชิงอาหาร 2.การท่องเที่ยวเชิงแฟชั่นผ้าไหมอีสาน
3.นวดขิดอีสานตามแบบนวดไทยโบราณจากภูมิปัญญาการจับเส้นพื้นบ้านของภาคอีสาน
4.วัฒนธรรมการแสดงหมอลำพื้นบ้าน 5.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
(Medical & Wellness)
มีโรงพยาบาลแบรนด์มาตรฐานสากลรองรับ เช่น เครือบีดีเอ็มเอส โรงพยาบาลกรุงเทพ
ขอนแก่นราม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น
ขณะนี้ขอนแก่นมีศักยภาพความพร้อมครบ
ด้านที่ 1 “การคมนาคม” เป็นจังหวัดที่มีท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง
9 กม.เชื่อมเข้ากับบริการโลจิสติกต์ทางบกอย่างสะดวกสบาย
มีขีดความสามารถรองรับได้ปีละประมาณ 1.8 ล้านคน ด้านที่ 2
เสน่ห์อาหารและวัฒนธรรม ตามแผนจะใช้งาน ISAN Night รวมความโดดเด่นทั้งภาคอีสานมาจัดแสดงไม่เฉพาะขอนแก่นเพียงจังหวัดเดียว ด้านที่ 3 จะยกระดับเป็นเมดิคัล
ฮับ ป้องกันรักษาและอายุยืน (longevity) มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่
โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวนเตียงมากสุด 5,000 เตียง ใหญ่สุดในเมืองไทยและอาเซียน เตรียมเปิดบริการปลายปี 2570 หรือต้นปี 2571
นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น
กล่าวว่า ได้ยกระดับขอนแก่นด้วยหลากหลายยุทธศาสตร์
โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่พร้อมสร้างประสบการณ์ความประทับใจด้วยสินค้าอันหลากหลาย
ส่วนสนามบินก็มีความพร้อมด้วยเที่ยวบินตรงข้ามภาค เช่น ขอนแก่น ปลายทาง เชียงใหม่
ภูเก็ต ตามฤดูที่เหมาะสมกับความต้องการเดินทาง
รวมทั้งได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเป็นเมืองพี่น้อง (Sister City)
ขอนแก่น(ไทย)-ดานัง(เวียดนาม) โดยได้แลกเปลี่ยนธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ผสานเข้ากับเมดิคัลการป้องกันดูแลรักษาสุขภาพ
ขณะเดียวกันก็มี “โรงแรม/ที่พัก”
มาตรฐานระดับ 4-5 ดาว ที่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาเป็นเจ้าภาพจัด TTM +2027 เบื้องต้นกว่า 1,200 ห้อง 3 โรงแรม
ได้แก่ 1.อวานี
ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ 2.เดอะ เฮอริเทจ
แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเว็นชั่น 3.แอด ลิบ (Ad
Lib) ขอนแก่น รวมทั้งได้เสนอคอนเว็นชั่นจัดงานซึ่งมีพื้นที่กว่า 10,000
ตารางเมตร
สำหรับภาพรวมของขอนแก่นกับความพร้อมรองรับกลุ่มตลาดต่างชาติ
ตอนนี้ก็มีการแลกเปลี่ยนค้าขายกับ เวียดนาม และกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
รวมทั้งมีจากแถบยุโรป มีฝรั่งเศส และอีกหลากหลายเชื้อชาติ
ปัจจุบันเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีเขยต่างชาติอยู่ด้วย
ข่าวที่สอง –บินไทยครึ่งปีหลังอัด2โปร “MidYear
Wander-TG Early Escape”
นายกิตติพงษ์
สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เปิดตัวตั๋วโดยสาร 2 แคมเปญ “MidYear Wander”
และ “TG Early Escape” นำเสนอราคาพิเศษ ตอบโจทย์ผู้โดยสารทั้งกลุ่มที่ต้องการเดินทางในระยะเวลาอันใกล้
และกลุ่มที่วางแผนการเดินทางล่วงหน้า กับทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่า
ครอบคลุมจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลกผ่านเครือข่ายเส้นทางการบินไทยร่วมสนับสนุนการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
แคมเปญแรก : “MidYear Wander” ทำภายใต้แนวคิด
“Book Now, Travel Now” ทำราคาตั๋วโดยสารพิเศษให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางช่วงกลางปี
เปิดขายตั้งแต่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
และสามารถเดินทางได้ภายใน 31 กรกฎาคม 2569
แคมเปญที่
2 “TG
Early Escape” ทำภายใต้แนวคิด “Book Early, Save More” เหมาะกับผู้โดยสารที่วางแผนการเดินทางล่วงหน้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
โดยเปิดขายตั๋วโดยสารตั้งแต่วันนี้ถึง-30 มิถุนายน 2569
แล้วนำไปใช้การเดินทางระหว่าง 1 กันยายน – 30
พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุมช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี
ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น
นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า
ทั้ง 2 แคมเปญตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ ‘MidYear
Wander’ และ ‘TG Early Escape’ ร่วมเฉลิมฉลองโอกาสการบินไทยครบรอบ
66 ปี การบินไทย ตั้งใจมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจการบินไทยมาโดยตลอด
โดยหวังจะช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างคุ้มค่าและประหยัดยิ่งขึ้น ด้วยการออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่
สร้างความทรงจำที่มีความหมาย ค้นพบแรงบันดาลใจจากการเดินทาง ตามเส้นทางระหว่างประเทศของการบินไทยทั้งในเอเชีย
ออสเตรเลีย และยุโรป และจุดหมายปลายทางสำคัญในเครือข่ายพันธมิตร ด้วยบริการสะดวกสบายและอบอุ่นแบบไทย
ผู้โดยสารจองตั๋วโดยสารและดูเพิ่มได้ที่ www.thaiairways.com สำนักงานขายการบินไทย THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111
และตัวแทนขายตั๋วโดยสารทั่วประเทศ
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น