“เครือสันธิญารีสอร์ต”ลุยขายที่พักหรูนำไทยชิงตลาดโลก
รุกทำSaleCallยุโรป-เอเชียยันเริ่มมีสัญญาณดีQ4/69-Q1/70
นำรีสอร์ต“พะงัน-ยาวใหญ่-นาใต้-เกาะช้าง”ดึงลูกค้าลักชัวรี
แนะพลิกโฉมไทยสู่ Luxury Destination แทน Good Value
คิงเพาเวอร์รางน้ำซื้อCash Cardช้อปคุ้มกว่าทั้งป้ายฟ้า-ขาว
มื้อค่ำที่พูลแมนคิงเพาเวอร์ศุกร์-เสาร์จองออนไลน์ลด 30%
ททท.หารือฑูตเร่งขยายท่องเที่ยว“ไทย-กาตาร์”อนาคตโต
“บางจาก”นำทอดผ้าป่ารักษาป่าต้นน้ำฟื้น“โคก
หนอง นา”
ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์
แผ่นดินสยาม”อยุธยา
5 ผักสุขภาพรังสรรค์ทำเมนูหมุนเวียนกินได้หลากหลาย
“ศุภจี”มอบ“วีระศักดิ์-กอบศักดิ์”นำ4ทีมดันQuick Big Win
Travelokaชี้Q2/69คนไทยเลือกคุณภาพเที่ยวไทย/ทัวร์นอก
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เกาะเกิดศิลป์แผ่นดินสยาม
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...
ช่วงที่ 1
!! สัมภาษณ์ “กลชัย/แดนนี่ สุโกมล” รองกรรมการผู้จัดการ
เครือสันธิญา รีสอร์ต แอนด์ สปา รุกครึ่งปีหลัง 2569
ทำ Sale Call คู่ค้ารวมกว่า 35 บริษัท ปูพรมต่อยอดขยาย ตลาดยุโรป “ปารีส/มาร์กเซย
ฝรั่งเศส-ลอนดอน/แมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร” พบแนวโน้มมีสัญญาณยอดจองที่พักหรู Q4/69-Q1/70 ดีต่อเนื่อง พร้อมลุยขายเวิลด์อีเวนต์ WTM
2026 พ.ย.69 นำเสนอโปรดักซ์คุณภาพ
“เกาะพะงัน-ยาวใหญ่-นาใต้-เกาะช้าง” พร้อมวิเคราะห์ความท้าทายของไทยกับคู่แข่ง
ช่วงซัมเมอร์ไทยแข่งดุกับ “ญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้” ช่วงวินเทอร์แข่งกับเวียดนาม
ส่วนตลาดเอเชีย ยังต้องพึ่ง “อินเดีย-จีน” เน้นกลุ่ม FIT กำลังซื้อสูง
ชี้เป้า “รัฐ-เอกชน” ผนึกกันยกระดับจุดขายสู่ Thailand Luxury Destination แทน Good Value Destination
นายกลชัย/แดนนี่
สุโกมล รองกรรมการผู้จัดการ เครือสันธิญา รีสอร์ต แอนด์ สปา เปิดเผยว่า
ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เดินสายทำการตลาดเชิงรุกในต่างประเทศทั้งระยะใกล้
(Short haul) และระยะไกล (Long haul) ล่าสุดต้นเดือนสิงหาคม
2569 เพิ่งจะเสร็จสิ้นการทำ Sale Call กับคู่ค้าท่องเที่ยวในปารีส
ฝรั่งเศส และลอนดอน สหราชอาณาจักร รวมกว่า 35 บริษัท เน้นเจาะตลาดศักยภาพสูงทำให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางตลาดหรู
Luxury อย่างแท้จริง
ตลาดแรกทำใน
2 เมืองใหญ่ “ปารีสกับมาร์กเซย” เมื่อ
3-6 สิงหาคม พบพันธมิตรทางธุรกิจ 22 บริษัท จัดทำโปรดักซ์ เทรนนิ่ง ให้ทางที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว
(Travel Consultants) 61 คน นำเสนอเนื้อหาหลักกับคู่ค้าประกอบด้วย
1.ก่อนเกิดความขัดแย้ง
อเมริกากับอิหร่าน มียอดจองมาไทยค่อนข้างดี แต่พอเกิดสงครามพลังงานยอดจองลดลง เพราะความต้องการเดินทางบางส่วนเปลี่ยนไปยังสหรัฐอเมริกา
แคนาดา และแซนซิบาร์
2.ปี 2570 แนวโน้มยอดจองมาไทยจึงจะเริ่มมีสัญญาณดี
เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 เครือสันธิญา โดยมีคู่ค้าจำนวนมากสอบถามข้อมูลการเดินทางมาพักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
3.เครือสันธิญา รีสอร์ต แอนด์ สปา ได้นำเสนอสถานที่พักให้เป็นส่วนหนึ่งด้วยการทำโปรแกรมจัดการท่องเที่ยวแบบ
Multi-Destination เชื่อมโยง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ – เกาะยาว – เกาะพะงัน
พร้อมแนะนำการพักผ่อนบนเกาะประมาณ 5 คืน
4.การทำโปรแกรมอบรมสินค้าการท่องเที่ยว (Product Training) มากถึง 4 รอบ รวมการทำพรีเซนต์ช่วงค่ำที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานปารีส
ด้วย
5.นำเสนอประเด็นสำคัญในการอบรมและแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด ได้แก่
“ตลาดฝรั่งเศส” เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 แม้ยอดจองส่วนใหญ่ยังคงเป็นแบบกระชั้นชิด
(Last-minute Booking) นักท่องเที่ยวยังคงนิยมใช้สายการบินตะวันออกกลาง
ได้แก่ เอทิฮัดแอร์เวย์ส เอมิเรตส์แอร์ไลน์ส เนื่องจากมีค่าโดยสารที่ถูกกว่า
บินตรง แล้วไทยยังคงเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่มียอดขายสูงสุดใกล้เคียงกับเวียดนาม
สำหรับปี 2570
จะเป็นไปในทิศทางที่ดี แม้ยอดจองตามคาดการณ์อาจชะลอตัวชั่วคราวช่วงการเลือกตั้งทั่วไปในฝรั่งเศส
ระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2570
พื้นที่
2 “ลอนดอน-แมนเชสเตอร์” เมื่อ
27-30 กรกฎาคม 2569 ได้พบ 13 บริษัท และ ททท. สำนักงานลอนดอน
โดยภาพรวมตัวบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว (Tour Operators)
ตลาดนี้สะท้อนความเห็นสอดคล้องกันคือปี 2569 ตลาดสหราชอาณาจักรเดินทางเที่ยวต่างประเทศ (UK
Outbound) ยังคงเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก
“สถานการณ์”
นักท่องเที่ยว
“สหราชอาณาจักร” สามารถเดินทางผ่านตะวันออกกลางได้แล้ว แต่การเดินทางยังมีความกังวลและความไม่แน่นอน
“ไอร์แลนด์” ยังคงได้รับผลกระทบจากสหภาพยุโรปประกาศเตือนเรื่องการเดินทางผ่านตะวันออกกลางและกาตาร์
“กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวหรูหรา” จากข้อมูลของ
Dubai Luxury Market ยืนยันนักเดินทางในสหราชอาณาจักรลดลงกว่า 30% ส่วนการเดินทางมาไทยคาดปีนี้จะลดลงประมาณ
12% เพราะลูกค้าไม่มั่นใจสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์กับราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น
แนวโน้มช่วงฤดูร้อนกับไตรมาส
4 ปี 2569 ยังอาจชะลอตัวอยู่บ้าง แต่ไตรมาส 1 ปี 2570
เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวใกล้เคียงกับปี 2568 หากไม่มีปัจจัยลบเพิ่มเติมเข้ามาเป็นตัวแปรการตัดสินใจเดินทาง
การจองที่พักในเครือ
“สันธิญา” เกาะยาวใหญ่ กับเกาะพะงัน ยังคงเป็นรีสอร์ตที่พักหลักที่ได้รับการโปรโมต ส่วน “สันธิญา
เกาะช้าง” มีแนวโน้มดีขึ้น และ “สันธิญา นาใต้”
ปัจจุบันยังไม่อยู่ในปรแกรมของคู่ค้าตลาดยุโรป
“แนวโน้มตลาด”
ภาพรวมช่วงวันหยุดฤดูร้อน
ลูกค้าหันไปเที่ยวภายในยุโรปกันเองมากขึ้น โดยเฉพาะอิตาลีและกรีซ แต่ไทยยังคงเป็น
อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(Far East) ประมวลผลธุรกิจโดยรวมลดลงประมาณ 13% ผนวกกับพฤติกรรมการจองแบบนาทีสุดท้าย
(Last-minute) มากขึ้น
“จุดหมายในเมืองไทยที่มียอดขายดี” เรียงตามลำดับ ได้แก่ ภูเก็ต สมุย/สุราษฎร์ธานี เขาหลัก/พังงา
กรุงเทพฯ และกระบี่ เครือสันธิญา รีสอร์ต ได้จัดแผนโปรโมตให้มีชื่ออยู่ในโปรแกรมลูกค้าครบทั้ง
เกาะยาวใหญ่ และเกาะช้าง
พื้นที่
3 เกาหลี
ตลาดระยะใกล้ในเอเชีย เพิ่งจะไปทำโร้ดโชว์ พบตลาดลดลงมากอย่างน่าตกใจ
คนเกาหลีหันไปเลือกเที่ยวใกล้บ้าน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผลมาจากไทยมี
ค่าครองชีพสูง ราคาตั๋วเครื่องบินแพง แตกต่างจากสองประเทศดังกล่าว
เครือสันธิญาวางแผนหันพึ่ง
“ตลาดอินเดีย” กลุ่มเดินทางโดยลำพัง (FIT)
จองพักต่อเนื่องตลอดปี ที่เกาะยาวใหญ่ และนาใต้ กับ “ตลาดจีน”
ซึ่งมีเป็นนักเดินทาง FIT เช่นกัน
ซึ่งคุ้นเคยกับพื้นที่อันดามัน
นายแดนนี่
กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2569 ตลาดต่างประเทศทั้งระยะใกล้และไกล
มีแผ่วลงไปตามสถานการณ์โลก จาก “จำนวนยอดจองที่พัก” สันธิญา เกาะพะงัน
ยังมีสัญญาณที่ดี ส่วน “เกาะยาวใหญ่ กับนาใต้”
วางตำแหน่งเป็นเกตเวย์ตัวเลขลดลงบ้าง ต้องรอดูปลายปี ส่วน “สันธิญา เกาะช้าง”
มีตลาดคนไทยเข้ามาช่วยเติมยอดเข้าพักช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
วันหยุดยาวนักขัตฤกษ์
ผนวกกับต่างประเทศแถบยุโรปไม่ได้พูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา แล้ว
จึงเป็นสัญญาณที่ดีปี 2570 ที่พักเกาะช้างอาจจะกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ตัวเลขจองห้องพักดีขึ้นตามลำดับ
ช่วงไตรมาส
4 ปี 2569 ตลาดระยะไกลที่เหนียวแน่นทยอยจองห้องพักแล้ว
ได้แก่ 1.เยอรมัน 2.สหราชอาณาจักร/อังกฤษ
เริ่มดีขึ้น สแกนดิเนเวีย สนใจจองห้องพักเกาะช้าง
แต่จะต้องอธิบายวิธีการเดินทางคมนาคมเข้าถึงสถานที่ให้ลูกค้าอย่างชัดเจน
ปกติลงเครื่องบินแล้วต้องนั่งรถเรือข้ามไปยังเกาะใช้เวลารวม 4-6 ชั่วโมง แต่เมื่อมาถึงแล้วจะ “พักยาวมาก” เฉลี่ยช่วงไฮซีซั่น 11.3 คืน/คน/ทริป ช่วงโลว์ซีซั่น 7.6 คืน/คน/ทริป
แล้วลูกค้าเห็นเกาะช้างเป็นจุดหมายที่ค่าครองชีพไม่แพงจับต้องได้
มีความเป็นธรรมชาติ ได้รับประสบการณ์เข้าถึงวิถีชุมชนได้ด้วย
จึงเป็นแรงส่งให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยดีขึ้นตามลำดับ
ส่วนจุดขายของไทยควรจะร่วมมือกันยกระดับเป็นจุดหมายปลายทางตลาดกลุ่มหรู
“Luxury Destination”
ปัจจุบันทั่วโลกยังรับรู้เมืองไทยคือ Good Value Destination ซึ่งทางเครือสันธิญา รีสอร์ต แอนด์ สปา
เป็นหนึ่งในโรงแรมหรูมีอัตลักษณ์เฉพาะทำจากไม้สักระดับ 5 ดาว
เร่งเพิ่มลูกค้ากลุ่มลักชัวรี่เข้ามาใช้มากเป็นอันดับ 1 ในแต่ละพื้นที่ตั้ง
หาก ททท.เพิ่มความเข้มข้นทำให้สินค้าลักชัวรี่มีความชัดเจนมากขึ้น
ด้วยการสร้างการรับรู้สินค้าท่องเที่ยวของไทยมีคุณภาพดีขึ้น จะเป็นแรงจูงใจให้
“ตลาดทั่วโลก” ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้แท้จริง เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน
“ราคาเที่ยวบินสูง” กลุ่มลูกค้าที่จะเข้าถึงได้คือคนที่มีกำลังซื้อสูงจริง
น่าจะเป็น “จุดเปลี่ยน”
ช่วยยกระดับอนาคตการเข้าถึงตลาดลักชัวรี่เลือกมาไทยเพิ่มได้
แต่ปัจจุบันการรับรู้ของตลาดโลกเรื่องไทยเป็น
“จุดหมายปลายทางลักชัวรี่” ยังไม่ชัดเจน แล้วก็อาจจะมองไทยเป็น Good
Value Destination หรือประเทศจุดหมายความคุ้มค่าเงินอยู่มากกว่า
ซึ่งจะต้องใช้เวลา แต่ก็มีความเป็นไปได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันนำเสนอ “แคมเปญ”
ต่อเนื่องเจาะเข้าถึงขยายตลาดหรูเหล่านี้มากขึ้น
นายแดนนี่
กล่าวว่า ช่วงฤดูร้อนและกรีนซีซั่นปีนี้ ระหว่าง สิงหาคม-ต้นตุลาคม 2569
เครือสันธิญา รีสอร์ต ยังคงต้อนรับ “ตลาดในประเทศ” จองพัก “สันธิญา
เกาะช้าง” โดยเฉพาะการขับรถท่องเที่ยว หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ไฮซีซั่น
กลางเดือนตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะมี “ตลาดยุโรป”
เข้าพักจำนวนมาก ปลายปี “ราคา” จะปรับสูงขึ้นตามฤดู
ทำให้รายได้พื้นที่เกาะช้างดีขึ้นตามไปด้วย
“เครือสันธิญา
รีสอร์ต” วางแผนเดินสายทำตลาดต่างประเทศสิ้นสุดปีนี้ ได้แก่ 1.เตรียมเข้าร่วมเทรดโชว์ใหญ่ World Travel Mart 2026
ช่วงพฤศจิกายน 2569 ที่ลอนดอน อังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดท็อปติด 1
ใน 3 ของรีสอร์ต
วางแผนจะไปนำเสนอแคมเปญการตลาดปี 2570 โดยจะนำเสนอจุดขายที่ดึงดูดลูกค้า
เช่น แคมเปญเชิญชวนพักรับเครดิต รีสอร์ต ใช้จ่ายที่ห้องอาหาร สปา
เริ่มเปิดประชาสัมพันธ์ ลูกค้ามาใช้บริการด้วยเสียงตอบรับดีมาก
เป็นเสมือนได้รับส่วนลดเพิ่ม จึงจะย้ำสิทธิประโยชน์เหล่านี้มากข้น และ 2.ร่วมโร้ดโชว์ของ ททท.
ส่วนที่น่าเสียดายคืองาน
ILTM :International Luxury Travel Mart ไทยไม่ได้ลงทะเบียนนำเอกชนไปร่วมงานขายตลาดลักชัวรี่เมืองคานส์
ฝรั่งเศส แล้ว หลังจากเกิดโควิดจนถึงปัจจุบันไม่ได้ลงทุนเปิดบูธในงานดังกล่าว
อนาคตก็หวังให้ ททท.มีงบประมาณเข้าไปเปิดบูธในงาน ILTM เอกชนพร้อมจะเข้าร่วมอย่างเต็มที่
สำหรับคู่แข่งทางการขายท่องเที่ยวของไทยปี
2570 เอกชนมองว่า ตลาดจะเลือกจุดหมายหลัก
ช่วงวันหยุดฤดูร้อน/Summer คนจะเลือกไป “ญี่ปุ่น” กับ
“แอฟริกาใต้” โจทย์ที่จะดึงลูกค้าเลือกมาทางเอเชียตะวันออกไกลจึงค่อนข้างท้าทาย
แต่ก็ยังมีความหวังตรงเดสติเนชั่นเมืองไทย เมื่อมาแล้วจะ “พักนานวันขึ้น”
ส่วนฤดูหนาว/Winter ไทยต้องแข่งกับ “เวียดนาม”
มีสัญญาณต่อเนื่องมาแล้ว 2 ปี ด้วยแม่เหล็กดึงดูดด้วย ราคาค่าครองชีพกับมีเที่ยวบินตรงราคาตั๋วถูก
“เมืองไทย” ทางเวนเดอร์ท่องเที่ยวที่ยังโปรโมทการท่องเที่ยวไทยก็ยังทำอยู่ต่อเนื่อง จุดแข็ง 1.อาหารไทยอร่อยราคาจับต้องได้ 2.เปรียบเทียบแล้วต้นทุนการใช้จ่ายดีกว่าอาศัยอยู่ในบ้านตนเองช่วงวันหยุดแต่ละปี ดังนั้นในฐานะธุรกิจที่อยู่กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมายาวนาน หวังให้ภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญ 1.สายการบินนานาชาติเปิดบินเพิ่มมายังเมืองไทย 2.บริษัททัวร์ โอเปอเรเตอร์ ยังจับต้องเมืองไทยได้ไม่ดีพอ หากจัดทริปนำตัวแทนมาสร้างประสบการณ์สำรวจแหล่งท่องเที่ยวระดับ “พรีเมี่ยม” มากขึ้น ก็จะเป็นผลดีมากขึ้น 3.มาตรการความปลอดภัย ที่สร้างความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เป็นเดสติเนชั่นท่องเที่ยวมาแล้วอบอุ่นใจ ก็จะเป็นพลังเสริมความมั่นใจกับตลาดโลกในอนาคต
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์รางน้ำซื้อCash Cardช้อปคุ้มกว่าทั้งป้ายฟ้า-ขาว
“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” กระตุกต่อม “นักช้อป” แนะนำให้เลือกช้อปแบรนด์ดังได้มากกว่า ด้วยการซื้อบัตร Cash Card แล้วเลือกสินค้าได้ทั้งมูลค่าและของเยอะกว่าปกติ
1.เพียงซื้อ CASH CARD 10,000 บาท แล้ว รับฟรี! GIFT CARD 4,500 บาท รวมแล้วจะช้อปได้ยอดรวมสูงสุด 14,500 บาท โดยเลือกแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการได้ในแผนกต่าง ๆ
2.ใครที่ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS สมัครฟรี! รับเซตคูปองส่วนลดสูงสุด 30%
3.มีไฟลต์ ช้อปป้ายขาว ก่อนบินได้60วัน! ไม่มีไฟลต์ ช้อปป้ายฟ้า รับกลับทันที
รีบมาช้อปก่อนหมดโปร ที่ คิง เพาเวอร์
รางน้ำ เดินทางสะดวกเข้าถึงง่ายด้วยรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางออก 2
ข่าวที่ 2 -มื้อค่ำที่พูลแมนคิงเพาเวอร์ศุกร์-เสาร์จองออนไลน์ลด30%
คิง
เพาเวอร์ นำเสนอ “บุฟเฟ่ต์อาหารทะเล” ในกรุงเทพ กับมื้อค่ำสุดอลังการ ที่ “ห้องอาหารควิซีน
อันปลั๊ก” โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ชวนให้รางวัลตัวเองและครอบครัว
ได้ลิ้มรสความอร่อยหลากหลายสะอาดและสดใหม่ ละลานตาด้วยเมนูอาหารทะเลและอื่น ๆ
มากมาย
“บุฟเฟ่ต์สุดสัปดาห์” วันศุกร์-เสาร์ : พบกับบุฟเฟ่ต์ปูและซีฟู้ด คุณภาพพรีเมียม ดาวเด่นต้องยกให้ ปูอลาสก้า ขาปูหิมะ หอยนางรม ขาแกะกิวออสเตรเลีย ซาชิมิ อาหารทะเลบนเกล็ดน้ำแข็ง หอยนางรมสดและกุ้งแดง ชมการย่างกุ้งแม่น้ำตัวโตสดๆ หรือข้าวหน้าซาชิมิ ทำจากวัตถุดิบพรีเมียมเลือกเองได้
เติมเต็มเมนูไทย เอเชีย ตะวันตกไฮไลต์ อีกหลายรายการ เช่น แกะย่างชิ้นโต เนื้อวัวพรีเมียมสุกกำลังดี และ ฟัวกราส์หรูหรา พร้อมฟัวกราส์คนละ 1 เสิร์ฟ ทำให้มื้อนี้กลายเป็นประสบการณ์ความคุ้มค่า
ราคาปกติ : “วันศุกร์– วันเสาร์” คนละ 2,490 บาทสุทธิ รวมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ ชา กาแฟ หรือสั่งเครื่องดื่ม เบียร์ ไวน์ สปาร์คกลิ้ง จ่ายเพิ่ม อีกคนละ 950 บาทสุทธิ/คน
รับสิทธิพิเศษ : ส่วนลดสูงสุด 30% เมื่อจองผ่านเว็บไซต์โรงแรมโดยตรง , สมาชิกแอคคอร์ พลัส รับส่วนลดตามสิทธิประโยชน์จากราคาปกติ
สำหรับ “เด็ก” อายุ 0-5 ปี รับประทานฟรี อายุ 6-11 ปี รับส่วนลดจากราคาเต็ม 50%
ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก” ได้คัดสรรเมนูเลิศรสจากทุกมุมโลกมาให้เลือกอีกกว่า 50 เมนู เช่น
โซนที่ 1 อาหารญี่ปุ่น มี ซูชิหน้าปลาแซลมอน ไข่หวาน ซาซิมิที่มีทั้งปลาแซลมอน ปลาโทโร่ ปลาหมึก พร้อมข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่ายและอีกมากมาย
โซนที่ 2 อาหารอิตาเลี่ยนอบร้อน ๆ นำโดย พิซซ่า พาสต้าทำสดใหม่ อาหารไทย สลัด อาหารจีน และอาหารนานาชาติ
โซนที่
3 ขนมหวาน เค้กนานาชนิด ไอศกรีม ผลไม้ตามฤดูกาล
และอีกมากมาย
ข่าวที่ 3-ททท.หารือฑูตเร่งขยายท่องเที่ยว“ไทย-กาตาร์”อนาคตโต
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า น.ส.เพ็ญโสม เลิศสิทธิชัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้เข้าพบหารือกับ ททท. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและส่งเสริมความร่วมมือการท่องเที่ยวไทย–กาตาร์ พร้อมหาแนวทางขยายโอกาสทางการตลาดระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป ในฐานะที่ “กาตาร์” เป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ (High Value Market) สำคัญของภูมิภาคในกลุ่มประเทศกัล์ฟ (Gulf Coutries Corporation :GCC) ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและความสนใจสินค้าการท่องเที่ยวหรูหรา (Luxury) การท่องเที่ยวเวลเนสและเมดิคัล การท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy)
ปัจจุบันแม้ตลาดจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ภาพรวมขณะนี้ยังคงมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดี สถิตินักท่องเที่ยววันที่ 1 กรกฎาคม -9 สิงหาคม 2569 กาตาร์เดินทางมาไทย 13,603 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนเพียง 0.52 % สะท้อนถึงความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการเดินทางช่วงฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อนหรือซัมเมอร์ โดยมี “กาตาร์ แอร์เวย์ส” ให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่าง “โดฮา” สู่ กรุงเทพฯ และภูเก็ต รวม 49 เที่ยว/สัปดาห์ ช่วยเสริมศักยภาพการเดินทางและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างไทยกับกาตาร์ได้เข้มแข็ง
ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งขับเคลื่อนตลาดกาตาร์ภายใต้แนวคิด Value over Volume เน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพผ่านการส่งเสริมไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหรูหราและสุขภาพ (Luxury & Wellness) มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวเดินทางช่วงฤดูร้อน ควบคู่ต่อยอดการสื่อสารผ่านตลาดกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ นำไปสู่การสร้างยอดขาย การพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสายการบินดังกล่าว ขยายฐานนักท่องเที่ยวและเชื่อมโยงตลาดจากภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยอย่างยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี
สำหรับการหารือระหว่าง
ททท.กับ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ครั้งนี้
ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนของกาตาร์
ต่อยอดจุดแข็งคุณภาพการท่องเที่ยวไทย
ยกระดับการทำประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาด เพื่อสนับสนุนตลาดตะวันออกกลางเติบโต
และเสริมความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวสองประเทศในระยะยาว
ข่าวที่ 4-“บางจาก”นำทอดผ้าป่ารักษาป่าต้นน้ำฟื้น“โคก หนอง นา”
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารและพนักงานกลุ่มบริษัทบางจาก
ผู้แทนสถานีบริการน้ำมันสหกรณ์การเกษตรคอนสาร คณะทำงานโครงการฟื้นป่าภูหลงฯ
อาสาสมัคร และชาวบ้านในพื้นที่ รวมกว่า 70 คน
ร่วมกิจกรรมปลูกป่าภูหลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 เมื่อเร็ว
ๆ นี้ โดยได้ร่วมปลูกต้นไม้เพิ่ม 1,000 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ เพื่อรักษาต้นน้ำลำปะทาว
พร้อมจัดกิจกรรม “ทอดผ้าป่า รักษาต้นน้ำลำปะทาว” โดยมี พระอธิการไพศาล วิสาโล
เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต พร้อมคณะสงฆ์วัดป่าสุคะโตและวัดป่ามหาวัน เป็นผู้รับผ้าป่า ที่วัดป่ามหาวัน
อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
“ป่าภูหลง” เป็นผืนป่าต้นน้ำลำปะทาว
บนเทือกเขาภูแลนคา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่
บางจากฯ
เป็นพันธมิตรสำคัญของชุมชนที่สนับสนุนโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำปะทาวมาตั้งแต่ปี 2548 เพราะป่าภูหลงประสบปัญหาไฟป่าเป็นระยะ ๆ เมื่อปี 2563 บางจากฯ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “ป่าเปียก”
ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มาใช้เป็นแนวทางเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า โดยใช้น้ำเป็นแนวกันไฟ
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
ลดความรุนแรงและป้องกันการเกิดไฟไหม้ ควบคู่การเพิ่มแหล่งเก็บน้ำตามแนวทาง “โคก
หนอง นา” เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดินและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ
โดยดำเนินการในผืนป่าแห่งนี้แล้วรวมกว่า 50 ไร่
บริษัท
บางจากฯ ในฐานะหนึ่งในภาคีพันธมิตรฟื้นฟูผืนป่า จึงร่วมกับคณะทำงานทยอยปลูกต้นไม้ในพื้นที่ป่าเปียกเพิ่มเติมเพื่อขยายผลการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
นำโดย “พระอธิการไพศาล วิสาโล” ร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านในพื้นที่
อาสาสมัครและภาคีภาคเอกชนผู้ร่วมสนับสนุน
“กิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี” เป็นการระดมทุนถวายวัดป่าสุคะโต
ในปี 2569 เพื่อเป็นกองทุนสนับสนุนภารกิจการดูแลป่า
“พระอธิการไพศาล
วิสาโล” ใช้โอกาสนี้กล่าวขอบคุณบางจากฯ
ที่ร่วมเป็นกัลยาณมิตรในการดูแลรักษาผืนป่ามาอย่างต่อเนื่อง
และแสดงเทศนาธรรมสะท้อนความหมายของการรักษาป่า ว่า
“การรักษาป่าไม่ใช่เพียงการรักษาธรรมชาติ แต่คือ การรักษาต้นน้ำ รักษาสังคม
รักษาจิตใจ และรักษาธรรม” เพราะผืนป่าเป็นทั้งแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร แหล่งสร้างอาชีพ
ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตและครอบครัวที่มั่นคง
ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่แห่งความสงบสำหรับการปฏิบัติธรรมด้วย
ช่วงที่ 2 ชวนออกไปดื่มด่ำเสน่ห์ภูมิปัญญาไทย ที่“เกาะเกิดศิลป์
แผ่นดินสยาม” จ.พระนครศรีอยุธยา ททท.กับพันธมิตรจัดรถบริการฟรี ไป-กลับ
กรุงเทพฯถึงพิพิธภัณฑ์เกาะเกิด อยากให้แต่ละครอบครัวพาแม่เที่ยวยาวๆ
ถึงปลายธันวาคม 2569 แล้วฟัง “5 ผักสุขภาพ” นำมารังสรรค์ทำเมนูหมุนเวียนกินได้หลากหลาย
เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ศุภจี”มอบ“วีระศักดิ์-กอบศักดิ์”นำ
4 ทีมดันQuick Big Win ข่าวที่สอง “Traveloka ชี้Q2/69” คนไทยเลือกคุณภาพเที่ยวไทย/ทัวร์นอก
ท่องเที่ยว –ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา
เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสกิจกรรม “เกาะเกิดศิลป์
แผ่นดินสยาม” ที่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำเสนอเชื่อมโยง “พระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด”
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ตามเส้นทางท่องเที่ยวจาก
“พระบรมมหาราชวัง” กรุงเทพมหานคร สู่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ผ่านงานประณีตศิลป์ การแสดงโขน
และเรื่องราวของพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชม
อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน เรียนรู้คุณค่าของ “โขน”
ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยผสมผสานศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง โดยมีบริการรถรางไปยัง “พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน”
เพื่อชมผลงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่า ภายในพื้นที่จะได้ชมและซื้อผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก
ได้ด้วย
ภายใน
“ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน
นักท่องเที่ยวจะได้ชมพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์
ฟื้นฟู และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย
โดยเฉพาะงานศิลปาชีพ
ธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่น
ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สืบทอดองค์ความรู้ด้านงานช่างฝีมือไทยจากรุ่นสู่รุ่น
อันเป็นรากฐานสำคัญการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
“มีบริการรถรับ–ส่งฟรี”
กรุงเทพฯ-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด)
อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่ วันนี้-26 ธันวาคม 2569
เส้นทาง ระหว่างพระบรมมหาราชวังและศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เปิดให้ลงทะเบียนที่
https://artofthekingdomfreebus.com/ และนั่งรถฟรี
แต่ละรอบไม่เกิน 50 ที่นั่ง ทั้งไปและกลับดังนี้
● “เที่ยวไป” รถออกจากบริเวณถนนหน้าพระลาน
ตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์ ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพฯ เวลา 11.00 น.
เดินทางถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ประมาณ 12.30 น.
● “เที่ยวกลับ” รถออกจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เวลา
15.30 น. จุดส่งถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อาคาร 4 ประมาณ 16.30–17.00 น.
พาครอบครัว
และคุณแม่ ไปเที่ยว “เกาะเกิดศิลป์
แผ่นดินสยาม” ที่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” อำเภอบางปะอิน ได้จนถึงปลายปี 2569
สุขภาพ
–5ผักสุขภาพนำมาทำเมนูหมุนเวียนกินได้หลากหลาย
นับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อไปตลาด “หมอเจด” แนะนำให้เลือกซื้อผักที่มีประโยชน์หาง่าย
กลับมาบ้าน นำทำอาหารได้หลายเมนู โดยซื้อแบบหมุนเวียนอยู่เรื่อย ๆ ผัก 5 อย่าง ดังนี้
1.คะน้า – ได้ทั้งใยอาหาร แคลเซียม และวิตามิน K
-คะน้ามีทั้ง ใยอาหาร วิตามิน C เบต้าแคโรทีน วิตามิน K แร่ธาตุหลายชนิด
โดยเฉพาะวิตามิน K ที่มีบทบาทต่อกระบวนการสร้างโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและการแข็งตัวของเลือด
ส่วนใยอาหารช่วยให้กินคาร์โบไฮเดทน้อยลงเพิ่มความอิ่ม
เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย เมื่อนำไปทำเมนู ลวก ผัดน้ำมันหอย คะน้าปลาเค็ม
2.ผักบุ้ง – ผักราคาธรรมดา มีทั้งโพแทสเซียมและแคโรทีนอยด์
-สีเขียวเข้มของผักบุ้งมาจากเม็ดสีหลายชนิด และมีเบต้าแคโรทีน
ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามิน A ได้ตามความต้องการ สำคัญต่อเยื่อบุ
การมองเห็น และระบบภูมิคุ้มกัน
แถมมีโพแทสเซียม
ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสมดุลโซเดียมและความดันโลหิตด้วย ส่วนบ้านที่กินเค็ม
แก้ได้ด้วยการกินกล้วยเพิ่ม ลดเค็มด้วย แล้วกินผักเพิ่มให้หลากหลาย
3.บรอกโคลี – ผักตระกูลกะหล่ำที่มีสารกลุ่ม Glucosinolates
-อยู่ในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งมีสารกลุ่ม glucosinolates เมื่อถูกหั่น เคี้ยว หรือย่อย จะเกิดสารต่อเนื่องหลายชนิด เช่น isothiocyanates ช่วยเรื่องกระบวนการกำจัดสารแปลกปลอมของเซลล์
การควบคุม oxidative stress กับกลไกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพระยะยาว
บรอกโคลีเป็นอีกหนึ่งผักที่ควรกิน นำไป นึ่ง ลวก ผัดเร็ว
ๆ หรือใส่แกงจืดก็ได้ ถ้าต้มจนเละเป็นโจ๊กสีเขียว
สารอาหารบางชนิดก็เสียไปเยอะเหมือนกัน ควรทำให้พอสุกกำลังดี
4.มะเขือเทศ – ได้ Lycopene และช่วยเพิ่มสีให้จานแบบง่ายมาก
-จุดเด่น มีไลโคปีนซึ่งเป็นสารในกลุ่มคาโรเทนอยส์
สีแดง มีงานศึกษาระบุช่วยต้าน oxidative stress และสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด หากนำมะเขือเทศไปผ่านความร้อนร่างกายอาจดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น
ถ้ามีไขมันเล็กน้อยในมื้อ เช่น น้ำมันพืช ถั่ว หรือปลา ก็ช่วยการดูดซึมคาโรเทนอยส์ได้อีกด้วย
แนะนำให้นำไปใส่ไข่เจียว ต้มจืด แกง ผัดกับไข่ ทำซอสมะเขือเทศแบบไม่เติมน้ำตาล
5.เห็ด – เพิ่มความอิ่มได้ดี แต่พลังงานไม่สูง
-ในจานอาหารใช้เห็ดแทนหรือเสริมผักกินได้ดีมาก
ให้พลังงานไม่สูง มีน้ำและใยอาหารพอสมควร ทำให้เพิ่มปริมาตรในมื้อได้โดยไม่ต้องเพิ่มข้าวหรือเนื้อ เห็ดบางชนิดยังมี เบต้า-กลูแคนส์ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ในลำไส้และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน
-นำมาทำอาหารได้ง่ายมาก อย่าง เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง
เห็ดหอม เห็ดออรินจิ ใส่ต้มจืด ผัด ยำ หรือแกง
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“ศุภจี”มอบ“วีระศักดิ์-กอบศักดิ์”นำ4ทีมดันQuick Big Win
“นางศุภจี
สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว
และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
โดยมีผู้เข้าร่วมคือ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ
นางศุภจี
กล่าวว่าเป็นการประชุมต่อยอดนโยบายนายกรัฐมนตรีเพื่อวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ
ซึ่งทางคณะอนุกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการค้าและการบริการ ครอบคลุมทั้ง
การท่องเที่ยว คุณภาพและเวลเนส เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร
การค้าปลีกค้าส่งและการค้าระหว่างประเทศ
มุ่งกรอบแก้ปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว
เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4
คณะ ได้แก่
ด้านที่
1 การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy
มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม
อัตลักษณ์ และประสบการณ์ของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากผู้มาเยือน เชื่อมโยงเมืองรอง
ชุมชน สินค้าและบริการ
ด้านที่
2 สินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง มี
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งยกระดับภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต
การแปรรูป และตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน
และสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ด้านที่
3 เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs มี
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งดูแลระบบนิเวศของผู้ประกอบการ
ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ลดภาระและปรับปรุงใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้
ยกระดับสินค้าและบริการ ตลอดจนส่งเสริมการขยายการเติบโตและการแข่งขันที่เป็นธรรม
โดยมีการค้าปลีกค้าส่งเป็นหนึ่งในมิติเชื่อมโยงอยู่ด้วย
ด้านที่
4 การค้าระหว่างประเทศ มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
เป็นประธาน มุ่งสร้างสมดุลทางการค้า ขยายตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จาก FTA รับมือบริบทการค้าโลกและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเพิ่มสัดส่วน SMEs
ในโครงสร้างการส่งออก และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
นางศุภจีกล่าวว่า
ทั้ง 4 คณะ มีภารกิจสำคัญเรื่องการจัดทำ “Quick Big Win” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน
6 เดือน –1 ปี มุ่งเน้น “ทบทวนและปลดล็อก” กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค
ควบคู่การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ควบคู่การวาง Big Win ปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในอนาคตระยะ
2–4 ปีหน้า รวมถึงจะเร่งกระจายตลาดและสร้างความร่วมมือ
ใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่ส่งเสริมการค้าเชิงรุก
พร้อมวางโครงสร้างระยะยาวให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งและมีโครงสร้างการส่งออกที่สมดุลมากขึ้น
กำหนดรูปแบบการทำงานของทั้ง
4 ให้เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง
มีเจ้าภาพและเป้าหมายชัดเจน
ก่อนนำข้อเสนอต่อคณะอนุกรรมการและผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
(กรอ.)
นางศุภจีย้ำให้ทั้ง
4 คณะทำงาน เร่งขับเคลื่อนตามกรอบเวลาที่กำหนด ให้เกิด Quick Big Win มอบให้ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้ในระยะสั้น
ควบคู่กับทำ Big Win ปรับโครงสร้างในระยะยาว
ก่อนนำข้อเสนอผ่านเข้าสู่คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง เสนอ
กรอ.ผลักดันให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ข่าวที่สอง –Travelokaชี้Q2/69คนไทยเลือกท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
“Traveloka” แพลตฟอร์มท่องเที่ยวครบวงจรอันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยรายงาน “Traveloka
SEA Index” ฉบับแรกที่ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวรายไตรมาส
ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหา ผลสำรวจ
และการจองผ่านแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยภาพรวมได้สะท้อนถึงความสำคัญของเทรนด์ “Quality
over Quantity” หรือ “เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ” กลุ่มนักเดินทางคนไทยเริ่มวางแผนเดินทางอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น
โดยให้ความสำคัญกับ 1.การพักผ่อนระยะยาว 2.ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง 3.จุดหมายปลายทางที่มีความหมาย
วิเคราะห์จากข้อมูลการค้นหาและการจองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับ “ล้านรายการ”
“Traveloka
SEA Index” ระบุไตรมาส 2 ปี 2569 คนไทยมีพฤติกรรมของผู้ใช้งานและแนวโน้มระดับภูมิภาค
สะท้อนถึง “ความต้องการ” เดินทางเปลี่ยนไป ด้วยการเลือก “จุดหมายใหม่”
กำลังมาแรง และ “แนวโน้ม” การเดินทางในอนาคต ซึ่งพบเทรนด์สำคัญหลายประการ
ได้แก่
“จุดหมายปลายทางในประเทศ” นักเดินทางชาวไทยยังคงเลือกเส้นทางหลัก
อย่าง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต
“จุดหมายท่องเที่ยวต่างประเทศ”
ก็เพิ่มขึ้น โดยมีระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะ “เอเชียตะวันออก” อย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน แต่ละจุดหมายเหล่านี้มีอัตราเร่งเติบโต (Pace) ชัดเจนสูงกว่าภาพรวมของตลาด แล้ว “คนไทย” ยังครองสถิติการเดินทางคนเดียวมากที่สุดในภูมิภาคนี้
“ทิภาพร
ดวงมาก” ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสิงคโปร์ Traveloka กล่าวว่า นักเดินทางไทยกำลังวางแผนและตัดสินใจเลือกแต่ละทริปอย่างรอบคอบมากขึ้น
โดยใช้เวลาเดินทางนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เห็นแนวโน้มนี้จากการเดินทางในและต่างประเทศ
แบ่งเป็น “ในประเทศ” จุดหมายปลายทางดาวรุ่ง ได้แก่ “นครพนมและสกลนคร” สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดประสบการณ์ใหม่
ๆ นอกเหนือจากเส้นทางท่องเที่ยวเดิม “ต่างประเทศ” จุดหมายหลักยังคงเป็น
กรุงโซล/เกาหลี กับโตเกียว/ญี่ปุ่น ส่วนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มก็มี ไทเป/ไต้หวัน
ซัปโปโร/ญี่ปุ่น ชิงเต่า/จีน ตอกย้ำถึงคนไทยมีแผนที่การเดินทางขยายตัวที่ดี สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
● เกาหลีใต้และญี่ปุ่นแชมป์“จุดหมายสุดฮอตเที่ยวนอก”
“โซลและโตเกียว” เป็น 2 เมืองยอดฮิตครองใจคนไทยมากอันดับ 1 ใช้จ่ายเงินต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติชัดเจน
สอดคล้องกับเทรนด์ “เที่ยวน้อยลง
แต่ใช้เวลาและงบประมาณกับแต่ละทริปมากขึ้น”
-โซล คว้าคะแนนความต้องการ (Demand
Score) สูงสุดเต็ม 100 คะแนน
ขึ้นแท่นคนไทยสนใจท่องเที่ยวมากสุดอันดับ 1 เปรียบเทียบกับปีก่อน
มียอดจองเติบโตขึ้นถึง 2/3 ระยะเวลาพักยาวขึ้นเฉลี่ย 3.5 คืน ใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไปเกือบ 5 เท่า (4.9x)
-โตเกียว ทำคะแนนความต้องการ 96 คะแนน ครองใจคนไทยเลือกเป็นจุดหมายปลายทางมียอดจองสูงสุด เป็นหนึ่งในเมืองมีค่าใช้จ่ายเติบโตเร็วที่สุด
สูงถึง 6.7 เท่าของงบประมาณของทริปทั่วไป
● ไทเปขึ้นแท่น “เมืองน่าจับตาอันดับ 1 ”
นักเดินทางไทยเลือกค้นหาไทเปเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสนใจตลาดอื่น
ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ไทเปเป็นหนึ่งในเพียง 4 จุดหมาย ร่วมกับ โอซาก้า
โซล และเซี่ยงไฮ้ เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดต้นทางในทั้ง 5 ประเทศ
สะท้อนความสนใจกำลงผลักดันความต้องการเดินทาง ไทเปก้าวสู่จุดหมายปลายทางต่างประเทศอันดับ
1 เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักเดินทางไทย
ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปสูงกว่าทริปทั่วไป 2.6 เท่า
ข้อมูลจาก Index ชี้ให้เห็นว่า
นักเดินทางไทยยังอยู่ในช่วงค้นคว้าและวางแผนการเดินทางไปไทเป อยู่ในระยะเริ่มต้นที่มีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่การจองจริงในเวลาถัดไป
● เมืองรองของจีนครองอันดับ “Breakout” เมืองดาวรุ่งพุ่งแรง
หมวด “Breakout” คือ “การจัดอันดับเมืองที่เติบโตแซงค่าเฉลี่ยตลาด” ในหลายประเทศ มีเมืองรองของจีนติด 4 ใน 5 อันดับแรก โดย “ซัปโปโร/ญี่ปุ่น” ติดอันดับที่ 5 เข้ามาร่วมด้วย
-เมืองรองของจีน ได้แก่ เฉิงตู เซินเจิ้น คุนหมิง ฉงชิ่ง เติบโต 2.6–3.9 เท่า ของตลาด
โดยได้แรงหนุนจากมาตรการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทยกับจีน
การขยายเวลายกเว้นวีซ่าของจีนไปถึงสิ้นปี 2569 “เฉิงตู” ดึงดูดนักเดินทางด้วยวัฒนธรรมอาหารและแพนด้ายักษ์
“เซินเจิ้น” โดดเด่นด้วยศักยภาพของเขต Greater Bay Area “คุนหมิง” สภาพอากาศที่เย็นกว่าช่วยดึงดูดนักเดินทาง “ฉงชิ่ง” ทัศนียภาพเมืองที่คึกคักมีเอกลักษณ์
-ซัปโปโร ติดอันดับ 5 เติบโต 2.4 เท่าของตลาด เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ เทรนด์ “Coolcation” หรือการหนีร้อนไปสัมผัสอากาศเย็น
● ชิงเต่าอาจเป็น
“ม้ามืด” แห่งใหม่
“ชิงเต่า”
เมืองที่มีชื่อเสียงของโรงเบียร์ระดับโลก เมืองเก่าสไตล์เยอรมัน และชายหาดเล็ก ๆ
หลายแห่งที่อยู่ติดเมือง จึงมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตาของนักเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะคนไทยเทียบกับช่วงปีก่อน มียอดเพิ่มขึ้นถึง 38 เท่า และเพิ่มขึ้นรวม 9
เท่าจาก 4 ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม
การเติบโตดังกล่าวได้แรงหนุนจากเที่ยวบินไป-กลับ
เชื่อมต่อชิงเต่ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 92 เที่ยว/สัปดาห์ และเส้นทางบินตรงใหม่เปิดเมื่อต้นปีนี้
โฮจิมินห์ซิตี้-ปีนัง และการเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ เป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์
จากเดิมที่มีน้อยกว่านี้
● คนไทยต้องการเดินทางในประเทศสู่จุดหมาย
คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ
พบการจองเติบโตใน 5 จังหวัด ได้แก่ “นครพนม-พัทยา-สกลนคร-ตรัง-สุราษฎร์ธานี”
สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางไทยกำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ แต่ละจังหวัดครองคะแนนความต้องการ (Demand Score) สูงสุดตลาดในประเทศดังนี้
“นครพนม” คะแนน 92 “พัทยา” คะแนน 80 โดยสนใจเดินทางแบบครอบครัว
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น