ททท.ควงคมนาคมขยายท่องเที่ยวการบิน“Fly &Dive”
มิ.ย.-ก.ย.69นำร่องเที่ยวไทยไร้รอยต่อ4ภาค8จังหวัด
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #FlyandDive #ValueOverVolume
ททท.จับมือกระทรวงคมนาคม การบินไทย ใช้ศักยภาพสนามบินต่างจังหวัดของกรมท่าอากาศยาน
ขยายท่องเที่ยว 4 ภาค 8 จังหวัด เปิดจุดขายใหม่เดินทางอากาศแบบไร้รอยต่อ
ชูแคมเปญ Fly &Dive มิ.ย.-ก.ย.69 ชิมรางปลุกตลาดคนรวยใช้เครื่องบินน้ำ
ไพรเวทเจ็ท
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
ททท.ประชุมบูรณาการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับกระทรวงคมนาคม บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันยกระดับขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศและพัฒนาเส้นทางบิน
เร่งบูสต์เส้นทางบินกระจายสู่สนามบินภูมิภาคที่อยู่ในความดูแลกรมท่าอากาศยาน ภายใต้แนวคิด
“3-3-1-1” ได้แก่
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี และขอนแก่น “ภาคใต้” 3
จังหวัด กระบี่ นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี “ภาคกลาง” 1 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) “ภาคเหนือ”
1 จังหวัด ได้แก่ น่าน
โดยเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่
Fly & Drive หว่างมิถุนายน–กันยายน
2569
มีผู้เข้าร่วมนำโดย ดร.รยุศด์
บุญทัน ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายภัทรพงศ์
ภัทรประสิทธิ์) นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ
ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายภิรมย์ทิศ ทองแถม ณ อยุธยา
หัวหน้ากลุ่มงานการตลาดผลิตภัณฑ์ 2 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. คณะผู้บริหารระดับสูง
ททท. และ ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ว่าฯ
ฐาปนีย์ กล่าวว่ จากความท้าทายที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญภาวะการแข่งขันเข้มข้นและสถานการณ์ความไม่สงบทำให้สายการบินมีต้นทุนเพิ่มขึ้น
ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการเชื่อมโยงทางอากาศ
ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเร่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้นทั้ง “ตลาดในและต่างประเทศ”
สู่จังหวัดที่มีศักยภาพทางการรองรับการบินจากสนามบินของกรมท่าอากาศยาน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันคัดเลือกพื้นที่จะร่วมกันส่งเสริมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่
Fly & Drive
ททท.ยังได้นำเสนอที่ประชุมถึงแนวทางพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะการส่งเสริมการตลาดเน้นการเชื่อมโยงทางอากาศ เช่น ยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินเพื่อรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง
สอดคล้องกับไทยที่เป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวนมากเดินทางผ่านเพื่อรอเปลี่ยนเที่ยวบิน
การออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวระยะสั้นที่เหมาะสมกับการรองรับนักท่องเที่ยวรอเปลี่ยนเที่ยวบินหลายชั่วโมง
ที่มีโอกาสกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม
โดยผลักดันรูปแบบการเดินทางทางอากาศภายใต้แนวคิด
Value over Volume มุ่งพัฒนาและส่งเสริมประสบการณ์เดินทางที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ
โดยเน้นขยายรูปแบบการเดินทางทางอากาศเฉพาะกลุ่ม เช่น เครื่องบินน้ำ เครื่องบินส่วนบุคคล
เฮลิคอปเตอร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และยกระดับประสบการณ์เดินทางให้พิเศษและเป็นส่วนตัว
ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง
การพัฒนากลยุทธ์ร่วมด้านการตลาดการท่องเที่ยวด้วยการนำข้อมูลขนาดใหญ่
และข้อมูลผู้โดยสารมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยว
(Co-Marketing & Data-driven Tourism) มาตรการลดภาษีสรรพสามิตในน้ำมันเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศ
การยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวแบบการเดินทางแบบไร้รอยต่อเชื่อมอากาศ-บก-ราง-น้ำ
การขับเคลื่อนความร่วมมือส่งเสริมกาตลาดกับ ไฮแอทสุวรรณภูมิ และบริษัท
โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด
ททท. กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผนึกกันครั้งนี้โดยบูรณาการทำงานยกระดับศักยภาพด้านการเชื่อมโยงทางอากาศของไทย
ควบคู่การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว และการสร้างประสบการณ์เดินทางรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ
มุ่งกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวศักยภาพทั่วประเทศ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่
เสริมสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาคอย่างยั่งยืน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น