TCEBจัดเต็มเมกะอีเวนต์“มหกรรมพืชสวนโลกอุดร”ปี’69
โชว์เคสMICE CITY4โมเดล-สร้างGDPอีสานพุ่ง2หมื่นล้าน
ต่อยอดเมืองไมซ์ใหม่3ปีหน้า“MI&Conference”MICE CITY
คิงเพาเวอร์ออนไลน์NewArrival-ออนกราวนด์Beauty Deal
คิงเพาเวอร์อัพไอเทมใหม่กลางปี69สินค้าแฟชั่นลดอีก30%
ททท.ดึงโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสเปิดทัวร์รถไฟหรูในไทยปี’70
บางจากศรีราชาจัดเต็มครูอาสาสอนภาษาสู่ชุมชนยั่งยืน
เที่ยวใต้กรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ6พิกัด
5วิธีลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบายชีวิตเป็นสุขได้
ITB Asia 2026ปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย”
ไทยไลอ้อนแอร์เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวตรังสตูล
ฟังสดจาก Link...https://www.
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดแผนใส่เกียร์หนุนเต็มเหนี่ยวเมกะอีเวนต์ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี”
ไทป์ Bจัดครั้งแรกของโลกในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1 พ.ย.69-14 มี.ค.70 ตลอด 134
วัน สร้างเศรษฐกิจกว่า 36,000 ล้านบาท
ดันจีดีพีอีสานพุ่ง 20,000 ล้านบาท พร้อมโชว์เคส “MICE
City Model” ต่อยอด 4 มิติ
“เมืองเมกะอีเวนต์เกตเวย์GMS-แลปวิชาการแหล่งคอนเทนท์เทรนด์อินเตอร์-สร้างมัลติอีโคโนมิกอิมแพ็ค-สร้างภาพจำอุตสาหกรรมเกษตรอีสานในเวทีโลก”
วางกลยุทธ์ต่อยอดแผน 3-5 ปีหน้า ขยายเพิ่ม 5 ไมซ์ ซิตี้ แตกไลน์ใหม่เพิ่มตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มเมืองใหม่ 2 ประเภท “MI + Conference MICE City”
ดร.สุรัชสานุ์
ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB”
เปิดเผยว่า ทีเส็บได้ร่วมผลักดันและสนับสนุน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี
พ.ศ. 2569” (Udon Thani International
Horticultural Expo 2026) เป็นงานพืชสวนโลก Type B ได้การรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH : International
Association of Horticultural Producers) มาตรฐานสูงสุดครั้งนี้เป็นนิทรรศการระดับนานาชาติจะจัดวันที่
1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570
รวม134 วัน ตรงตามการก่อตั้งอุดรธานี 134
ปี ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่จัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด
ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
“ทีเส็บ”
เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น “คิดแผน” และเป็น Bidding Agency หรือหน่วยงานตัวแทนการประมูล เตรียมความพร้อมทั้งหมดเพื่อแข่งขันกับนานาชาติ
ภายใต้แนวคิดหลัก "Diversity of Life: Connecting People, Water, and
Plants for Sustainable Living" (ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต :
สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน)
โดยเน้นการจัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนหนองแด
ขนาดพื้นที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่น้ำ 400 ไร่ และพื้นดิน 630 ไร่
ดังนั้นคอนเซ็ปต์จัดงานครั้งนี้โดยได้ร่วมกับทางจังหวัดอุดรธานีประมูลงานดังกล่าวมาจัดเตรียมใช้เป็น
Global Platform ทางด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
นวัตกรรมของประเทศไทย สู่สายตานานาชาติ ซึ่งเป็นเมกะอีเวนต์ ที่จะยกระดับ
“อุดรธานีและภาคอีสาน” ได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำทางด้านพืชสวน
เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี
ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งองคาพยพทั่วภาคอีสาน ครอบคลุม ภาคเกษตร การค้า
การลงทุน กระจายการเติบโตในพื้นที่
โดยจะสามารถสร้างความเจริญด้านต่างๆ
หลั่งไหลเข้าสู่ภาคอีสานเนื่องจากเป็น 1 ใน 5 เมกะอีเวนต์โลก สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลไทยครบทุกมิติ โดยเฉพาะการเพิ่ม
“ผลิตภัณฑ์วลรวมในประเทศ” (GDP)
สร้างรายได้หมุนเวียนจากนักเดินทางทั่วโลก เม็ดเงินการลงทุนจากทุกฝ่าย ดึงดูด
“ผู้เข้าร่วมงาน” ตลอดการจัดงานไม่ต่ำกว่า 3.6 ล้านคน คนไทย 70
% ต่างชาติ 20 ประเทศอีกประมาณ 30 % “สร้างรายได้” เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 32,000 ล้านบาท
มีสัดส่วนจีดีพีกว่า 20,000 ล้านบาท มีรายได้ทางภาษี 6,600
ล้านบาท สร้างงานอาชีพกว่า 80,000 อัตรา
แล้วยังจะส่งผลดีต่อภาคการเกษตรของอีสานด้วย
ขณะนี้เป็นอุตสาหกรรมหลักของไทย 1.ก่อให้เกิดความรู้เชื่อมโยงเครือข่ายติดต่อซื้อขายพืชอย่างหลากหลาย
2.กระจายรายได้ให้เกษตรกร 3.แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมการเกษตรของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก
4.ต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือแลกเปลี่ยนของนักวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศทั่วโลกนำเทคโนโลยีมาช่วยกันพัฒนาภาคอีสานและประเทศไทย
ให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไปด้วย
“ความโดดเด่นของงาน”
จะโชว์นวัตกรรมสีเขียวที่จะเกิดขึ้นในภาคอีสานด้วย จะมีโซนต่าง ๆ
ภายในเมกะอีเวนต์นี้มากมายตลอด 134 วัน
ดร.สุรัชสานุ์
กล่าวว่า ทีเส็บสามารถนำโมเดลการจัดเมกะอีเวนต์ “พืชสวนโลกอุดรธานี” มาขยายผลสร้าง
“MICE City” ซึ่งมีมิติมากกว่าการจัดงาน การซื้อ การขาย
โดยจะโชว์เคส ครอบคลุม 3 มิติ ดังนี้
มิติที่
1 อุดรธานีเป็นเมืองไมซ์
พร้อมรองรับการจัดประชุมเมกะอีเวนต์ได้ดีมาก
ประการสำคัญอุดรธานียังเป็นเกตเวย์ของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง GMS
:Greated Mekhong Sub Regions
มิติที่
2 เป็นห้องทดลองการจัดงานประชุมเนื่องจากมีนักวิชาการจากทั่วโลกมารวมตัวกัน
ทำให้เกิดคอนเทนท์ต่าง ๆ ลงไปสู่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงต่อไป
มิติที่
3 การสร้างเครือข่าย/Network
สร้างแรงกระเพิ่มเชิงบวกกับเศรษฐกิจอย่างหลากหลายทั้งระบบ(Multiplier
Economic Impack) กระจายไปยังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ
ท่องเที่ยวเชิงการเกษตร การนำรายได้เข้าสู่สถานประกอบการที่พักโรงแรม
ศูนย์ประชุมสัมมนา สถานที่จัดงานแสดงสินค้า
และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเมกะอีเวนต์นานาชาติ เช่น
ระบบโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์รองรับแบบครบวงจร บริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยว ชุมชน
วิสาหกิจต่าง ๆ ด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรมอีสานทั้งระบบ
มิติที่
4 สร้างภาพจำในระดับนานาชาติถึงหมุดหมายใหม่ของพื้นที่ชุ่มน้ำแดนอีสาน
เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแถวหน้าของเมืองไทย
“ทีเส็บ”
วางแผนกระตุ้นการให้คนเข้ามามีส่วนร่วมชมงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี เริ่มจาก
“ก่อนงาน”
ได้นำตัวแทนผู้ซื้อนานาชาติเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริง จัดแถลงข่าวสื่อสารสู่สาธารณะ
ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสถานที่จัดงาน เยี่ยมชมโรงแรมที่พัก สถานที่จัดประชุม
การทำเครือข่ายเชื่อมโยงให้กลุ่มผู้ประกอบการไมซ์ที่จะเข้าร่วมประชุมสัมมนา
แนะนำวิธีการต่าง ๆ การจัดแสดงสินค้า
“ระหว่างงาน”
ต่อยอดเวทีจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)
ในเซกชั่นอีเวนต์ออนไซต์ อาจจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จัดงาน
แต่จะกระจายอยู่ตามโรงแรมต่าง ๆ ทั่วอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เช่น กรุงเทพฯ
ขอนแก่น หนองคาย เลย และแม้แต่กรุงเทพฯ
ก็จะเปิดประชุมก่อนที่จะเดินทางไปร่วมงานสถานที่จริง
จัดฟอรัมสัมมนากับภาคีพันธมิตร และเวทีการค้า การเกษตรต่าง ๆ
“หลังงาน” เมื่องานเสร็จสิ้นลง
ทีเส็บจะเปิดเวทีจัด MICE Expo ยกระดับอีสานให้เห็นถึงศักยภาพสถานที่จัดงาน
ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์วิชาการเกษตร
โดยใช้โมเดลพืชสวนโลกครั้งนี้เป็นต้นแบบขยายผลจัดเป็นประจำทุกปี
รวมถึงการนำคอนเทนท์เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ถอดบทเรียนมาใช้จริงในพื้นที่
และการนำเสนอการจัดไมซ์อย่างยั่งยืนใส่ใจสิ่งแวดล้อม
โดยมีการเตรียมความพร้อมร่วมกับภาคีเครือข่ายไมซ์ทั่วภาคอีสาน
เพื่อตอกย้ำให้อุดรธานีเป็น MICE City ที่จะเชื่อมกับอีก 2
เมือง คือ ขอนแก่น และนครราชสีมา ได้ด้วย
โชว์บทบาทแต่ละเมืองที่แตกต่างกัน
ส่วนในระยะยาว
ทีเส็บได้หารือกับทางหอการค้า สภาอุตสาหกรรม
และสมาคมที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ทำ “แพกเกจ” เข้ามารองรับ
ทั้งทางด้านธุรกิจของตนเอง
หรือการค้าการลงทุนที่จะเข้ามาสั่งซื้อสินค้าภาคการเกษตร การจัดสัมมนา
นำองค์ความรู้มาต่อยอด ทางทีเส็บจะใช้ ไมซ์ ซิตี้
เป็นแกนหลักในการต่อยอดแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน หรือแม้แต่อัตลักษณ์ต่าง ๆ ในอุดรธานี
มาเป็นจุดขาย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นนำงาน “เมกะ อีเวนต์”
มาสร้างแลนด์มาร์กและต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย
ดร.สุรัชสานุ์
กล่าวว่า ทีเส็บพร้อมที่จะขยายจำนวนเมือง “ไมซ์ ซิตี้”
อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ต่อเนื่องระหว่างปี 2570-2573 เพิ่มอีก 5
จังหวัด นำร่องแล้วเปิดรับสมัครตั้งแต่ปี 2569 มีจังหวัดต่าง ๆ สนใจทยอยสมัครเข้ามาบ้างแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา
และตั้งคณะกรรมการลงตรวจแต่ละจังหวัดที่สมัครเข้ามาร่วมโครงการ สำหรับ “คุณสมบัติ”
การเป็นเมือง ไมซ์ ซิตี้ จะต้องพร้อมทุกองค์ประกอบ M-I-C-E
/Meeting-Incentive-Exhibition-Conference
ส่วนที่ยากสุดคือการเป็นเมืองจัดนิทรรศการแสดงสินค้า (Exhibition) และความพร้อมจัดงาน เมกะอีเวนต์
ดังนั้นทีเส็บ
จึงมีแผนในระยะ 5 ปีหน้า ผนวกกับการจัดทำเมืองเฉพาะตามอัตลักษณ์ของไมซ์
หากไม่ได้เป็นเมือง “ไมซ์ ซิตี้”
ก็จะให้มีเมืองที่พร้อมรับตามศักยภาพคาแร็กเตอร์ของเมืองนั้น ๆ แยกเป็น 1.เมือง
MI City (ประชุมสัมมนาและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล) และ 2.เมือง “Conference City” รองจัดงานประชุมนานาชาติ
ปี 2569
ทีเส็บมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ดึงรายได้เข้าประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ด้วยการยกระดับไลน์อัพแต่ละอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน
รวมกลุ่มกันดึงงานเข้าไปจัดในพื้นที่ตามศักยภาพความโดดเด่น เช่น ไมซ์ด้านการเกษตร
หรือบางจังหวัดมีจุดหมายพัฒนากลุ่มจังหวัดใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนเป็นเมืองอัจฉริยะ
จะดึงงานไมซ์เข้าไปจัดให้ตรงตามอัตลักษณ์ของพื้นที่นั้น ๆ
สร้างความแตกต่างของแต่ละไมซ์ ซิตี้ ที่ไม่เหมือนกัน
แต่ตอบโจทย์ศักยภาพของจังหวัดดังกล่าว โดยใช้อุตสาหรรมเป้าหมายเป็นแกนหลักการดึงงานเข้าไปจัดอย่างเต็มที่ประสิทธิภาพต่อไป
ทั้ง 4 ภูมิภาค “ภาคกลาง-ภาคเหนือ-ภาคใต้-ภาคอีสาน” ทุกพื้นที่มีจุดแข็งพร้อมรองรับไมซ์ ซึ่งมีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยสามารถใช้งานไมซ์เข้าไปเป็นเครื่องมือเสริมการจัดงาน ผนึกกำลังร่วมกันได้ทุกเมืองเพื่อนำพื้นที่สู่ตลาดระดับนานาชาติได้ในอนาคต
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ออนไลน์NewArrival-ออนกราวนด์Beauty Deal
เปิดคลังดิวตี้ฟรี “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เสิร์ฟแคมเปญ “New Arrival for JUNE 2026” อัปเดตของเข้าใหม่ มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่มาแรง! พร้อมเสิร์ฟความสดใหม่ พบกับไอเทมสุดฮอตที่ใคร ๆ ก็ต้องมี รีบมาช้อปก่อนใคร อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้สะดวกสบาย ช้อปเลยวันนี้ที่คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เลือกสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ วันนี้- 30 มิถุนายน 2569
สินค้าเข้าใหม่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ แว่นตา นาฬิกาและอื่นๆอีกมาก อย่ารอช้า ต้องรีบกดก่อนของขาดตลาด และรอรับสินค้าง่ายๆที่สนามบิน
1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท กดรับรหัสส่วนลด 20JUN26
2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท กดรับรหัสส่วนลด 30JUN26
พร้อมเปิดออนกราวนด์ที่ “คิง เพาเวอร์
รางน้ำ และภูเก็ต” ให้ช้อปแคมเปญ “BEAUTY
DEAL” ชวนกันมาช้อปเครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30% เพียงแค่มียอดซื้อให้ครบ 20,000 บาทขึ้นไป /
ใบเสร็จ แถมนำกะรัตสะสม 100 CARAT รับฟรี! คูปองส่วนลด 300 บาท
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์อัพไอเทมใหม่กลางปี69สินค้าแฟชั่นลดอีก30%
อัพเดท! ไอเทมใหม่กลางปี 2569 ดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ ที่ สนามบินทั่วไทย ช้อป แฟชั่น ลดทันที! 30% วันนี้ -30 มิถุนายน 2569
สมาชิก POWER PASS ช้อป 1 ชิ้น โดยไม่มียอดซื้อขั้นต่ำลดทันที 30% แฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ห้ามพลาดรับสิทธิ์ต่อเนื่องด้วยดังนี้
ดีลพิเศษ!เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 58,300 บาท แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน
ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! รับทันที! เซตคูปองส่วนลด สูงสุด 30% รวม 5 ใบ สมัครได้ทางเว็บไซต์ POWERPASS.KINGPOWER.COM หรือLINE Official Account @KINGPOWER
พิเศษ!
สมาชิกใหม่ POWER PASS ช้อปครบ 25,000
บาทขึ้นไป (สุทธิ) ภายในวันที่สมัคร รับฟรี!* สิทธิ์เข้าใช้บริการ THE
ATLAS CLUB ภายใน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ข่าวที่ 3-ททท.ดึงโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสเปิดทัวร์รถไฟหรูในไทยปี’70
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำทีม ผู้บริหาร ททท.หารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟหรูหราลักระดับโลก อีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนทัล เอ็กซ์เพรส (OE :Eastern & Oriental Express) ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาลไทย กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศทไยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ผลักดันทำโครงการดังกล่าวตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก ตามแผนภายในปี 2570 จะนำร่องเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – หัวหิน – หาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์
ททท.พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวทางราง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ “การสร้างคุณค่า และมูลค่าใหม่”ให้การท่องเที่ยวไทย จากตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จุดแข็งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากสินค้าด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกยอมรับ แต่ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมี KPI เป็นชี้วัดความสำเร็จการท่องเที่ยว 2 ส่วน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์“ ที่นักท่องเที่ยวได้รับ และ “มูลค่า” ที่สามารถกระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน
“การท่องเที่ยวทางราง” จึงนับเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญตอบโจทย์การท่องเที่ยวยุคใหม่ด้วยการเดินทางโดย “รถไฟ” ซึ่งจะเป็นประตูแห่งประสบการณ์เปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสเมืองไทยในมิติแตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่นได้เป็นอย่างดี
สอดรับกับนโยบายรัฐบาลกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทั้งด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงกฎระเบียบใหม่ๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม ด้านการพัฒนาระบบรางเอื้อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ว่าฯ
ฐาปนีย์กล่าวว่า ความร่วมมือของ ททท.กับ อีสเทิร์น โอเรียนทัล เอ็กซ์เพรส ครั้งนี้
จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย
ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5
Must Do ตลอดจนช่วยสร้างรายได้กระจายการเดินทางสู่เมืองรองและทุกภูมิภาคทั่วไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ข่าวที่ 4-บางจากศรีราชาจัดเต็มครูอาสาสอนภาษาสู่ชุมชนยั่งยืน
นางกัณฑมาศ
กฤตยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) “BSRC” เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ
“ครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ” ครั้งที่ 24 ที่โรงเรียนวัดแหลมฉบัง
จังหวัดชลบุรี โดยร่วมกับ นางสาวเนรัญชญาดา หอมทิพย์
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดแหลมฉบัง พร้อมพนักงานจิตอาสา BSRC คณะครู และนักเรียน
ร่วมกันจุดประกายการเรียนรู้และเปิดประตูสู่โอกาสที่กว้างขึ้นให้แก่เยาวชนในพื้นที่
โครงการ
“ครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ” ของ BSRC
เริ่มต้นทำมาแล้วกว่า 24 ปี ตั้งแต่ปี 2545 เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่มุ่งมั่นดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน
ปีการศึกษา 2569 มีพนักงานจิตอาสา BSRC พร้อมนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ลงพื้นที่ร่วมถ่ายทอดความรู้
ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตลอดปีการศึกษาให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเนื้อหาการเรียนการสอน ครอบคลุมทั้งการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
การฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อให้เยาวชนนำไปต่อยอดใช้ได้จริง
พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป
BSRC ส่งเสริมให้พนักงานใช้ศักยภาพ และความรู้ความสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคม
ผ่านกิจกรรมจิตอาสาตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะด้านการศึกษา
ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
และเป็นกุญแจสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ช่วงที่ 2 ชวนกันเที่ยวใต้รับไอเย็นประสบการณืกรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ
6พิกัด เปิดอาณาจักรความอร่อยตรังเช้าถึงดึก ไหว้ศาลเจ้าดัง แช่น้ำตกฉ่ำ ๆ
ยลวิถีชุมชน ส่วน “สตูล” ที่ปากบารามีร้านคาวหวานอร่อย ๆ รออยู่เพียบ
แถมมีย่านพหุวัฒนธรรม ศาลเจ้า วัด เที่ยวได้สบายใจ และห้ามพลาดชม “อุทยานธรณีโลก”
ที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แล้วฟัง “5วิธีลดความเครียด” ช่วยให้นอนหลับสบาย
และข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ITB
Asia 2026” ที่สิงคโปร์พร้อมปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย”
ข่าวที่สอง “ไทยไลอ้อนแอร์” เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป ราคาตั๋วเริ่มต้นแค่
4,995
บาท
ท่องเที่ยว –เที่ยวใต้กรีนซีซั่น“ตรัง-สตูล”กินฟินมูปังชีลธรรมชาติ6พิกัด
เที่ยวใต้ช่วงหน้าฝนกรีน ซีซั่น
“ตรัง-สตูล” มุมใหม่ที่ไม่ใช่ทะเลของ “สายกิน” สุดยอดอาหารถิ่นอร่อยทุกมื้อ
“สายมู” สักการะศาลเจ้า วัด ดัง “สายกรีน” ต้องห้ามพลาด เที่ยน้ำตก
วิถีชุมชน อุทยานธรณีโลก
“จังหวัดตรัง” ตลุยเที่ยว 3 พิกัด
กินได้ตลอดทั้งแต่เช้าถึงดึก ระหว่างวันชวน “สายมู”
ปักหมุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอต่าง ๆ และชวนสายรักธรรมชาติ
เที่ยวน้ำตกฉ่ำเย็น
พิกัดที่ 1 “สายกิน” อร่อยครบ 9 มื้อ “มื้อเช้า” ร้านติ่มซำต้นตำรับ อย่าง ร้านพงษ์โอชา
ร้านเรือนไทย รับประทานกับหมูย่าง ติ่มซำ ชาหรือกาแฟโบราณ “กลางวัน” ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นแกงใต้รสชาติจัดจ้าน
เช่น ร้านครัวท่องนาท่าม /บ้านคุณย่าเมืองตรัง ร้านจีนกวางตุ้งก็มี ร้านเกาหยง
หมีน้ำเลี้ยว ปักหมุดร้านสีฟ้า “มื้อเย็น” ซีฟู้ด เช็คอินที่ปากเมง เช่น
ร้านเจ๊นาซีฟู้ด หรือในเมืองต้อง ร้านเกาะไหงแคมป์ปิ้ง ซีฟู้ด “มื้อค่ำ” นั่งร้านข้าวต้มพุ้ย ร้านเจ๊อ้วน
ร้านศรีบุญเรือน หรือข้าวต้มกิมปริญญา อร่อยเลิศ “มื้อดึก” ชิมโรตีจิบน้ำชายามดึกร้านโรตีเมืองตรัง
โกปี๊สมบัติ ร้านซินจิว
เส้นทางที่
2 “สายมู” ปักหมุดใน
“อำเภอกันตรัง” ไหว้ศาลเจ้าเด่น ๆ “ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย” ขอพรด้านโชคลาภ
การค้า ความเป็นสิริมงคล “ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี๋ย” เด่นเรื่องสุขภาพ
ความปลอดภัย “ศาลเจ้าหมื่นราม” ขอเรื่องการงาน ความสำเร็จ และ “วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์
(วัดในเตา) วัดเก่าแก่โด่งดังเรื่องความขลังตำนาน
"เสือนอนกิน" และ "7 นารีพันหลัก" ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาสูง
เส้นทางที่ 3 “สายกรีน” เที่ยวธรรมชาติ จุดที่ 1 “น้ำตกกะช่อง” ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองศก–คลองพา
ดื่มด่ำธรรมชาติเขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยเสด็จบริเวณผาหินมีพระปรมาภิไธยสลักอยู่ด้วย
จุดที่ 2 ชุมชนบ้านเขาหลัก อ.เมือง นั่งคายัคล่องผ่านแก่งหินต่าง ๆ สัมผัสธรรมชาติ 4
กม. แล้วชุมชนแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเลี้ยงไก่ดำด้วยสมุนไทยเป็นยา 5 ชนิด คือ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด ขมิ้นชัน กราวเครือดำ กระชายดำ จุดที่
3 วิสาหกิจเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด บ่อหินฟาร์มสเตย์
อ.สิเกา แหล่งเรียนรู้วิถีชาวประมง
ล่องเรือชมอ่าว ชมป่าโกงกาง ซื้อสินค้าขึ้นชื่อ ปลาเค็มกางมุ้ง ผ้าบาติก
ผลิตภัณฑ์จักสานเตยปาหนันบ้านดุหุน และปลูกหญ้าทะเลให้พะยูนฝูงใหญ่ในเมืองไทย
“จังหวัดสตูล”
มีทุกอย่างรองรับนักท่องเที่ยวด้วย
3 พิกัด
พิกัดที่ 4 “สายกิน” เช็คอินที่ “ปากบารา”
ศูนย์รวมอาหารซีฟู้ดริมหาด มีร้านทะเลสดๆ มากมาย และร้านเอกลักษณ์พิเศษ “สโตย
โดย เซน” ร้านเค้กที่นำจำปาดะผลไม้ GI ปรุงสูตรพิเศษ
“ทุ่งหว้า ร้าน ฉิมเมล่อน”
เสิร์ฟเครื่องดื่มเมล่อนที่พิเศษด้วยลวดลายฟอสซิลสัญลักษณ์เมืองสตูล “ร้านวังสายทอง”
อาหารถิ่นสูตรเด็ด แกงไก่หยวกกล้วย ยำผักกูด
พิกัดที่ 5 “สายมู” ชวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง ในเมืองสตูล”
จุดไหว้ขอพรเรื่องการงาน การค้าขาย “วัดชนาธิปเฉลิม” (วัดสตูล) พระอารามหลวงแห่งแรกและศูนย์รวมพหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนชาวไทยพุทธ มุสลิม และไทยเชื้อสายจีน
พิกัดที่ 6 “สายกรีน” ท่องเที่ยวแหล่งขึ้นชื่อระดับโลก จุดที่ 1 อุทยานธรณีโลกสตูล ยูเนสโกขึ้นให้เป็นอุทยานธรณีโลก หรือ Satun UNESCO Global Geopark แห่งแรกของไทย แห่งที่ 36 ของโลก เแหล่งที่ 5 ของอาเซียน ครอบคลุมในสตูล 4
อำเภอ คือ ทุ่งหว้า มะนัง ละงู อำเภอเมือง เป็นเทือกเขาหินปูน มีเกาะน้อยใหญ่
ชายหาดที่สวยงาม สามารถทำกิจกรรมท่องเที่ยวได้หลากหลาย เช่น ล่องแก่ง ดำน้ำ
เที่ยวถ้ำ จุดที่ 2 สะพานข้ามกาลเวลา ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ในพื้นที่เขาโต๊ะหงาย
มีไฮไลต์เป็นรอยต่อหิน 2
ยุคทำให้ผู้มาเยือนก้าวข้ามเวลาในจุดเดียวผ่านช่วงอายุหินต่างกันหลายร้อยล้านปี
ททท.ชวนเที่ยวอย่างยั่งยืน
“ตรัง-สตูล” ตลอดกรีน ซีซั่น ได้ทั้งฤดู และตลอดทั้งปี
สุขภาพ –5วิธีลดความเครียดช่วยให้นอนหลับสบายชีวิตเป็นสุขได้
ความเครียดเป็นปัญหาที่คนจำนวนมากเผชิญในชีวิตประจำวัน
มักส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ เมื่อความเครียดสูง การนอนหลับก็ยากขึ้น
ทำให้เราพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางกายและจิตใจในระยะยาว
ดังนั้น การลดความเครียดก่อนนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญจะช่วยให้คุณหลับสนิทได้ในทุกคืนได้อย่างมีคุณภาพ
1.สร้างบรรยากาศการนอนที่ผ่อนคลาย บรรยากาศในห้องนอนมีผลโดยตรงต่อการนอนหลับ จัดห้องนอนให้เงียบสงบและปรับแสงให้มืดสนิทจะช่วยให้สมองของคุณเตรียมตัวนอน
การใช้เครื่องนอนที่มีคุณสมบัติระบายอากาศ ช่วยรองรับสรีระได้ดีและระบายความร้อน
เมื่อตื่นขึ้นมาจะสดชื่น
2.ทำสมาธิหรือฝึกการหายใจลึกๆ ก่อนนอนช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้อย่างดี
ด้วยวิธีหายใจเข้าลึก ๆ ช้าๆ หายใจออกช้าๆ ต่อเนื่อง ทำซ้ำ 5-10 นาที วิธีนี้ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความฟุ้งซ่าน ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
3.เลี่ยงการใช้เทคโนโลยีก่อนนอน แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ก่อนเข้านอน 30 นาที เพราะแสงนี้จะไปรบกวนการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน
ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ แนะนำให้ทำกิจกรรมผ่อนคลายแทน เช่น อ่านหนังสือ
ฟังเพลง ทำสมาธิ จะช่วยให้ร่างกายเตรียมพร้อมนอนหลับที่ลึกยิ่งขึ้น
4.ดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เครื่องดื่มอุ่นๆ
อย่าง ชาคาโมมายล์ นมอุ่น หรือน้ำผึ้งผสมมะนาว
เป็นตัวช่วยผ่อนคลายร่างกายและลดความเครียดก่อนนอน
สารสกัดจากธรรมชาติช่วยทำให้หลับง่ายและสนิทได้ตลอดคืน
5.ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
เพราะจะไปช่วยเพิ่มระดับเอนดอร์ฟิน
ฮอร์โมนตัวช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียด
แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนนอน เพราะร่างกายอาจตื่นตัวเกินไป จนหลับยาก
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ITB Asia 2026ปั้น3ธุรกิจโตแรง“อาหาร-สุขภาพ-ผจญภัย”
ITB
Asia 2026 รายงานว่า
การจัดงานแสดงสินค้าท่องเที่ยวแบบจับคู่เจรจาธุรกิจ (B2B) รายการใหญ่ที่สุดในเอเชียเตรียมกลับมาจัดยิ่งใหญ่วันที่ 21-23 ตุลาคม 2569
ที่ Sands Expo & Convention Centre
สิงคโปร์ พร้อมนำเสนอโซนประสบการณ์ใหม่ ๆ
และทัวร์นำเที่ยวที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ตรงเป้าหมาย
จัดร่วมกับอีก 2 งาน คือ MICE Show Asia และ Travel Tech Asia มีผู้ร่วมจัดสำคัญ ได้แก่
รีสอร์ท เวิลด์ เซ็นโทซ่า, การท่องเที่ยวฟิจิ และ Visit Maldives คาดจะมีคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารวมกัน ได้แก่
“ผู้เข้าร่วมงาน” กว่า 18,000 คน “ผู้ซื้อ” คุณภาพกว่า 1,500 ราย “ผู้จัดแสดงสินค้า/ผู้ขาย” กว่า1,000 ราย
“วิทยากร”มากกว่า160 คน
นำเสนอแนวคิด
“ประสบการณ์แห่งการเคลื่อนไหว :
การออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมสู่การท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์
ที่ออกแบบอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น บูรณาการเพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยีตลอดเส้นทางที่นักท่องเที่ยวเดินทาง
“ดาร์เรน
ซีห์” กรรมการบริหารของ Messe Berlin Asia Pacific ผู้จัดงาน ITB Asia กล่าวว่า
ปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 19
ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ขับเคลื่อนโดยความคาดหวังของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
ธีมปี 2569 จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบที่
“ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” การสนทนาในอุตสาหกรร
รวมทั้งยังคงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่มีความหมาย ความร่วมมือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริง
“โซนประสบการณ์ใหม่” งาน
ITB Asia 2026 จะเปิดตัวโซนประสบการณ์ ใหม่ ด้าน
“ธุรกิจการท่องเที่ยว 1.เชิงอาหาร 2.เชิงสุขภาพ
3.เชิงผจญภัยเพื่อเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เติบโตสูง
ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กำลังเกิดขึ้นใหม่
โดยมีเป้าหมายให้ผู้จัดแสดงสินค้าที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มการท่องเที่ยวที่เติบโตสูงได้รับความสนใจและโอกาสทางธุรกิจตรงเป้าหมายมากขึ้น
ทางแพลตฟอร์ม Tripadvisor ได้ร่วมสนับสนุนโดยจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น
ทำแพลตฟอร์มให้ผู้จัดแสดงสินค้าสร้างแรงบันดาลใจ ดึงดูด และเชื่อมต่อกันได้
“เปิดครั้งแรกทัวร์พร้อมไกด์นำเที่ยว”
ได้คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับงาน ITB Asia 2026 นำชมแบบพิเศษเพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อกับผู้จัดแสดงสินค้าเป้าหมายในภาคส่วนสำคัญต่างๆ
อำนวยความสะดวกในการค้นหาผู้จัดแสดงสินค้าอย่างเป็นระบบ
สร้างโอกาสและเครือข่ายที่เน้นเฉพาะเจาะจงมากขึ้นทั่วพื้นที่จัดแสดง
ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถใช้เวลาในสถานที่จัดงานคุ้มค่าที่สุด
และมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้จัดแสดงสินค้าที่สอดคล้องตามเป้าหมายทางธุรกิจของแต่ละราย
ขณะนี้มีผู้จัดแสดงสินค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่วระดับประเทศและนานาชาติยืนยันเข้าร่วมแล้ว
เบื้องต้น 4 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่
1 บริษัทด้านการท่องเที่ยวและการเดินทาง
เช่นTourism FijiและTurespaña
ทั้งสองบริษัทเข้าร่วม ITB Asia 2026 เป็นครั้งแรก รวมถึง Booker
Travel , Crossing Vietnam Tours , Go Galapagos , In Tours Portugal , Tourgreece
, Towns of ItalyและThames River Sightseeing
ด้วย
กลุ่มที่
2 สายการบิน สถานที่ท่องเที่ยว
ตัวแทนบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น
อีวีเอแอร์ ,Mandai Wildlife Group , Sentosa Development
Corporation , Paradise CityและMagical Pond Resort
กลุ่มที่
3 โรงแรมและแบรนด์ บริการต่างๆ ได้แก่ BWH Hotels
, GP Hotel Management , Melia Hotels International , ONYX Hospitality Group ,
Outrigger Resorts & Hotels , Pan Pacific Hotels Group , Radisson Hotel
Group , The Shilla Hotels & Resorts , TUI Hotels & Resorts , United
Hotels of Portugal , Worldwide HotelsและWyndham Hotels
& Resorts
กลุ่มที่
4 องค์กรการท่องเที่ยวนานาชาติและระดับภูมิภาค ได้แก่
ของไทย ก็มี องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กับสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต,
การท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเช็ก , กรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งจาการ์ตา
, สำนักงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมยะโฮร์ (JETCO)
, เทศบาลนครเกาสง , การท่องเที่ยวลิทัวเนีย ,
การท่องเที่ยวแห่งมอลตา , การท่องเที่ยวระดับโลกปีนัง
,,การท่องเที่ยวแห่งรัฐ ซาราวัก , การท่องเที่ยว
แห่ง สิงคโปร์ , สำนักงานบริหาร การท่องเที่ยวไต้หวัน ,
สมาคมการท่องเที่ยวแห่ง เมืองซาราเยโว , การท่องเที่ยว
แห่งประเทศไทย , คณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งฟิลิปปินส์
, Visit Almaty , Visit Berlin , Visit Estonia , Visit Finland, Visit
Greater Palm Springs , Visit Hungary , Visit Iceland , Visit Maldives
Corporation , Visit NorwayและVisit Rovaniemi
ข่าวที่สอง –ไทยไลอ้อนแอร์เพิ่มบินใหม่กรุงเทพฯ–โอกินาว่าแวะไทเป
“ไทย ไลอ้อน แอร์”
ประกาศเพิ่มเที่ยวบินใหม่ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป)
จะเริ่มบินตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ราคาตั๋วโดยสารเริ่มที่ 4,995 บาท/เที่ยว
เพิ่มทางเลือกให้ผู้ต้องการเดินทางทั้งการท่องเที่ยวและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยได้จัดเตรียมตารางเวลาบินวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ ดังนี้
เที่ยวบินทุกวันจันทร์
พุธ ศุกร์ : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป) เที่ยวบิน
SL 380
เวลา 03.00 – 11.15 น.
โอกินาว่า (แวะไทเป) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เที่ยวบิน SL 381 เวลา 12.15
– 16.40 น.
เที่ยวบินทุกวันอาทิตย์ : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – โอกินาว่า (แวะไทเป) เที่ยวบิน SL 380 เวลา 09.40
– 18.00 น. และโอกินาว่า (แวะไทเป) – กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) เที่ยวบิน
SL 381
เวลา 19.25 – 00.15 น.
เลือกโปรโมชั่นพร้อมราคาพิเศษทางเว็บไซต์
www.lionairthai.com หรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Contact
Center Line Official Account: @lionairgroup และโทร 02-529-9999
โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจองและตัดบัตร และติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง www.facebook.com/Thailionair
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น