“กลุ่มดุสิต”ยิ้มรับQ2/69พลิกทำกำไร291ล้านEBIDAโต550%
แนวโน้มครึ่งปีหลังหวังพึ่ง3ธุรกิจ “โรงแรม-อาหาร-อสังหา”
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #DUSITGroup #ไตรมาส2ทำกำไร
กลุ่มดุสิตธานีไตรมาส
2 ปี’69 รายได้โต 113.8% พลิกขาดทุนเป็นกำไร 291 ล้าน ทำ EBITDA พุ่ง 550.4% นำธุรกิจทำกำไรจากโรงแรม
ผนวกรับรู้รายได้โปรเจกต์ห้องชุด “เดอะ เรสซิเดนเซส
แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” แนวโน้มครึ่งปีหลังหวังโตจาก 3 ธุรกิจ
“โรงแรม-อาหาร-อสังหาริมทรัพย์”
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ประกาศ
ผลประกอบการธุรกิจในกลุ่ม“กลุ่มดุสิตธานี” ไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) และงวด 6 เดือนแรก
(มกราคม-มิถุนายน) ปี 2569 สามารถพลิกจากขาดทุนกลับมามี “กำไรสุทธิ”
ไตรมาสสอง 97 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกรวม
347 ล้านบาท โดยมีแรงสนับสนุนหลักจาก
3 ปัจจัย ได้แก่ 1.การบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล
2.รายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งจากโรงแรมดุสิตธานี
กรุงเทพ การรับรู้รายได้ส่งมอบห้องชุดของโครงการ “เดอะ เรสซิเดนเซส แอท
ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” 3.EBIDA เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 550.4%
ทั้ง 3 ปัจจัย สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจ
แล้วก็ยังคงติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้ยืดหยุ่น
เน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยผลประกอบการ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
มีรายละเอียดดังนี้
● “ไตรมาส
2 ” เมษายน-มิถุนายน
2569 มีรายได้รวม 3,633 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 113.8% มีกำไรสุทธิ 97
ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 291 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย
ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 550.4%
● “ครึ่งปีแรกหรือ 6เดือน” มกราคม-มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5% กำไรสุทธิ 347 ล้านบาท เทียบกับเมื่อ 6 เดือนปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 243 ล้านบาท
ส่วน EBITDA ทำได้ 1,621 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 156.1%
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี
เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 และช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 นำธุรกิจมีผลดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง
สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและธุรกิจมีความยืดหยุ่น
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อันท้าทาย ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากครึ่งปีแรกนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว
แต่กลุ่มดุสิตธานียังสามารถรักษาโมเมนตัมให้เติบโตได้จาก 1.การบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล
2.การกระจายฐานลูกค้า 3.ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เติบโตดี
ส่วนไตรมาส 2 รายได้มีปัจจัยสนับสนุนหลักคือ 1.รับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดโครงการที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่
“เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” 2.ควบคู่ธุรกิจโรงแรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะโรงแรมที่บริษัทฯ ลงทุนเอง มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 21.5%
จากทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น โดยมี “โรงแรมดุสิตธานี
กรุงเทพ” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรก รายได้เติบโตได้น่าพอใจ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก
จะส่งผลกระทบต่อกับโรงแรมในมัลดีฟส์ และโรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง แต่พอร์ตโรงแรมในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังแข็งแกร่งเพียงพอจะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง
สะท้อนถึงประสิทธิภาพการกระจายพอร์ตธุรกิจและความสามารถในการบริหารรายได้ของบริษัทฯ
ได้เป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินงานของ
“โรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารบางพื้นที่”
บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ
2 ตลาด ได้แก่ 1.ต่างประเทศระยะใกล้
2.ตลาดในประเทศ จะช่วยบรรเทาผลกระทบโดยรวมต่อธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวมได้ในระดับหนึ่ง
รวมทั้ง “กลุ่มดุสิตธานี” ยังคงเน้นมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อรักษาความสามารถทำกำไรท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย โดยกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวมุ่งกระจายความเสี่ยงทางไปสู่
2 ธุรกิจคือ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และอาหาร มั่นใจจะช่วยเสริมความสามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นผลการดำเนินงานในอนาคตได้
สำหรับตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท “ขยายธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรม”
ไปยังตลาดใหม่ใน ซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้กลุ่มดุสิตธานีขับเคลื่อนธุรกิจต่อเนื่องดังนี้
-โรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 290 แห่ง ใน 19 ประเทศ
-ธุรกิจเบเกอรี่ Bonjour Bakery มีสาขารวม
118 แห่ง หลังเปิดเพิ่มสุทธิ 7 สาขา
-โครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย
“ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” การก่อสร้างคืบหน้าต่อเนื่อง มียอดขายแล้วประมาณ
97% ของพื้นที่ขาย และทยอยส่งมอบห้องพัก
-บริษัทประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569
มูลค่า 1,500 ล้านบาท นักลงทุนตอบรับเป็นอย่างดี
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อบริษัทและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ
โดยบริษัทนำเงินที่ได้รับไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
“แนวโน้มธุรกิจปี
2569” บริษัทฯ ประมาณการเติบโต
1. รายได้รวม จะขยายตัว 5-8% (ไม่รวมรายได้จากการส่งมอบ
โครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) ทำ EBITDA
ได้ 18-20% ของรายได้รวม
2.ประมาณการรายได้และ EBITDA ธุรกิจโรงแรม
อาหาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้เท่าเดิม
3.ปรับลดเป้าหมายธุรกิจการศึกษามีรายได้เติบโตเพียง 5-7% ทำ EBITDA ประมาณ 8-10%
จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับต่ำ
ส่งผลให้ความต้องการด้านการศึกษาชะลอตัวลงตามไปด้วย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น