วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569

“อพท.”เปิดโร้ดแมฟปี’70ถ่ายโอนพื้นที่เที่ยวพิเศษให้120องค์กรท้องถิ่นรับไม้ต่อบริหารเอง-ลุยทำ3โปรเจกต์ใหม่“


ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ  

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)  “อพท.หรือDASTA” 

“อพท.”เปิดโร้ดแมฟปี’70ถ่ายโอนพื้นที่เที่ยวพิเศษให้ท้องถิ่น

19 ต.ค.จัดรียูเนียน120องค์กรท้องถิ่นรับไม้ต่อบริหารพื้นที่

ลุย3โปรเจกต์ใหม่“ดึงอย.จดสินค้าชุมชน-หารายได้Fry to Fly”

ผนึกปัญญาภิวัฒน์เครือซีพีแจกทุนเด็กพื้นที่อพท.เรียนตรี/โท

หามพลาด!!ช้อป“Clearance Sale”ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำลด 70%

คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิจัดใหญ่โปรเดือนเกิดแจก500+ลด25%

3เซอร์ไพรส์“Celebration Weeks”ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำ/ภูเก็ต

ททท.-9สมาคมเปิดขายเที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์ถึง31ม.ค.70

บางจากลั่นผลิตSAFเต็มกำลังชงรัฐหนุนขยายตลาดระยะยาว

เที่ยวประเพณีเติมบุญ“ออกพรรษา”ไปทุกภาคทั่วไทย 6 พิกัด

5 หลักการกินให้อายุยืนด้วยวิธีกินอาหารทุกวันแบบสมดุล

TCEBผงาดIFEA World 2026นำไมซ์6จว.กวาด13รางวัลโลก

ไทยแอร์เอเชียบินเพิ่ม“อุดร”รับพืชสวนโลกจัดโปรลดสุด30%

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #DASTA #เที่ยวงานประเพณีออกพรรษา6พิกัด

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1E4qNUafFE/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)  “อพท.หรือDASTA” เปิดโร้ดแมฟปี’70 ทยอยถ่ายโอน “พื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ” ให้เครือข่าย 120 องค์กรท้องถิ่นดูแลเอง หลังพัฒนามา 23 ปี เดินหน้าจัดเวทีรียูเนี่ยน 19 ต.ค.นี้ ซาวเสียงเทศบาล อบต.กลุ่มเครือข่ายที่ผ่านหลักสูตรเข้ม “STMS” หาแชมป์ที่พร้อมรับไม้ต่อจาก อพท.พร้อมกับอาวุธ 3 อย่าง “แผนยุทธศาสตร์-ทีมพี่เลี้ยง-เครื่องมือ” และสูตรทำตลาดเชิงรุกไปด้วย ปลายปีนี้ อพท.ใส่เกียร์เร่งเสริมทัพใหม่ 3 โครงการ “เจรจา อย.รับรองมาตรฐานเลขจดแจ้งสินค้าชุมชนก้าวสู่ตลาดสากล-ผนึกบางจากเพิ่มรายได้ให้ชุมชนเข้าร่วม Fry to Fly ผลิตน้ำมัน SAF การบินยั่งยืน-จับมือสถาบันการศึกษาให้ทุนเยาวชนเรียนตรี/โท” กลับมาพัฒนาบ้านเกิดยั่งยืน และเตรียมจัดพื้นที่ใหม่ตามอัตลักษณ์ “ลากูน-อีโค-มรดกโลก”

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ  องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)  “อพท.หรือ DASTA” เปิดเผยว่า โร้ดแมฟการขับเคลื่อน อพท.ปีงบประมาณ 2570 ก้าวสู่ปีที่ 24 ยังคงเดินหน้า “ต้องยั่งยืนทุกพื้นที่” ด้วยอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ปัจจุบันดูแลทั้งหมด 9 แห่ง  ได้แก่ 1.หมู่เกาะช้าง (ตราด) 2.พัทยา (ชลบุรี) 3.อพท.สุโขทัย (สุโขทัย) 4.เลย (จังหวัดเลย) 5.น่าน (จังหวัดน่าน) 6.อู่ทอง (สุพรรณบุรี) 7.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (สงขลา และพื้นที่ใกล้เคียง) 8.เชียงราย (จังหวัดเชียงราย) 9.คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ)

ภายใต้การประกาศพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กับคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ(กทช.) เมื่อให้เป็นพื้นที่พิเศษแล้วพัฒนาตามขั้นตอนจบหลักสูตรการท่องเที่ยวยั่งยืนแล้ว ก็จะต้องออกจากดูแลของ อพท.ขณะนี้กำลังหา “พื้นที่แชมเปี้ยน” เพื่อนำร่องเป็นต้นแบบการถ่ายโอนหรือส่งมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นรับไม้ต่อไปดำเนินการ (graduate) เช่น เทศกาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นำพื้นที่พิเศษอย่างยั่งยืนไปดูแลร่วมกับชุมชน และภาคีในพื้นที่  ตอนนี้ อพท.มีเครือข่าย 120 องค์กรปกครองท้องถิ่น


ทาง อพท.จะส่งมอบโดยจะถอนกำลังคน งบประมาณ ออก แล้วทำหน้าที่คอยเป็น “พี่เลี้ยง” เพื่อจะประกาศ “พื้นที่ใหม่” หลังทำงานมาเป็นปีที่ 23 แล้ว และในพ.ศ.2570 กำลังจะก้าวสู่ปีที่ 24

สำหรับการหา “แชมเปี้ยน” เพื่อเป็นโมเดลต้นแบบออกจากการดูแลของ อพท.นั้น จะใช้ผสมผสานระหว่าง “นิติศาสตร์” ตามมติ ครม.และ กทช. กับหลัก “รัฐศาสตร์” การบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับชุมชน ย้อนหลังไป 20 ปี ซึ่ง อพท.ได้วางพื้นฐานการอบรม หน่วยงานปกครองท้องถิ่นไว้ล่วงหน้าต่อเนื่องมา 10 ปี ภายใต้หลักสูตร “มาตรฐานการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน : STMS - Sustainable Tourism Management Standard” ควบคู่การทำเส้นทางการตลาดหรือ DMO :Destination Marketing Organization

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 อพท.จะนัดพื้นที่ผ่านการอบรมมาตรฐาน STMS มารวมตัวกันใหม่ (Reunion) ที่โรงแรมเดอะ พาร์ค แจ้งวัฒนะ โดยมีเครือข่ายทั้งหมดเป็น “องค์กรปกครองท้องถิ่น 120 แห่ง” เข้ากระบวนการผ่านขั้นตอนตามมติ ครม.และ กทช.เรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จะหา “แชมเปี้ยน” ที่สนใจจะเป็นผู้รับมอบ “พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ไปบริหารจัดการเองต่อไป

ขณะนี้พื้นที่พร้อมส่งมอบให้องค์กรท้องถิ่นไปดูแลมีอยู่แล้วครบทั้ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง (ใกล้เคียง) ภาคใต้ ที่จะเป็น The Winner กำหนดจะหารือกันในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 กับทางเทศกาล องค์การบริหารส่วนตำบลที่จะมารวมตัวกัน 120 แห่ง เพื่อสอบถามถึงความต้องการหลังรับพื้นที่พิเศษไปดูแลเอง โดย อพท.จะส่งมอบโดยมีสิ่งที่จัดเตรียมไว้ 3 ส่วน ได้แก่ 1.แผนพัฒนายุทธศาสตร์ กับแนวทางการขับเคลื่อนแต่ละพื้นที่ได้ 2.มีทีมพี่เลี้ยง 3.เครื่องมือหลากหลายทั้งการทำการท่องเที่ยวให้เป็นฐานความยั่งยืน การบริหารจัดการลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Low Carbon)

ส่วน “DMO” องค์กรทำตลาดเส้นทางพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน ตัวอย่าง “พื้นที่ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว” จังหวัดตราด เมื่อแยกตัวออกไปทำเองแล้วจะมีองค์ประกอบที่นำมาใช้อยู่ 4 ด้าน คือ

1.เศรษฐกิจ สามารถทำให้รายได้เกิดการกระจายตัวไปยังชุมชนใกล้เคียงด้วยแล้ว และชาวบ้านมีความสุขกับรายได้ดังกล่าวหรือไม่

2.สังคม วัดค่าจากดัชนีความสุขของประชาชนในพื้นที่ ทาง อพท.ได้ทำเป็น Happyness Index ทุกปลายปี นักท่องเที่ยวฟิน คนในท้องถิ่นมีความสุขอย่างไร ควรจะต้องเติมตัวไหนให้ครบก่อน

3.สิ่งแวดล้อม เป็นเกณฑ์ที่จะต้องประเมินผลกระทบทางตรงและอ้อม สามารถวัดผลเพื่อคงรักษาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนไว้ หรือพัฒนาไปสู่การสร้างอายุผู้คนให้ยืนยาว (generative tourism)

4.บางพื้นที่เมื่อบริหารจัดการโดยชุมชนแล้ว มีเทศบาล อบต.ดูแลชัดเจน มีนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ททท. กรมการท่องเที่ยว และ อพท.อยู่ในพื้นที่ด้วย

โดย อพท.จะใช้เวทีนัดรวมตัวกันวันที่ 19 ตุลาคมนี้ เรื่องที่ 1 สร้างความเข้าใจ กับชุมชน แต่ละพื้นที่ เรื่องการ “นำพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” หรือ “Exit” เพื่อออกจาก อพท.นั้น “ไม่ใช่การเพิกถอน” แต่จะเป็นประกาศว่า “ท้องถิ่น” สามารถดูแลตัวเองได้แล้วในเวทีสากล เรื่องที่ 2 สร้างความร่วมมือ เพื่อมาเติมเต็มส่วนที่ขาด แล้วองค์กรไหนจะต้องช่วยในส่วนใดอีกบ้าง

ผอ.ศิริปกรณ์ กล่าวว่าปีงบประมาณ 2569 ต่อเนื่องปี 2570 อพท.มีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ในการกระจายความสุขและรายได้ควบคู่กันไป เนื่องจากพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืนโดยชุมชนนั้น จะเน้นทำการท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริมจากอาชีพหลักของชาวบ้าน ซึ่งมีคณะมาเยี่ยมชม “รายได้” จึงไม่สูงมาก แต่เน้น “ความสุข” มากกว่าเงิน โดยใช้วิธีพึ่งพาองค์กรที่มีความแข็งแกร่งเข้ามาสนับสนุน ขณะนี้ อพท.เดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับสินค้าชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน 3 โครงการใหม่ ๆ ดังนี้

โครงการที่ 1 อพท.กำลังเปิดเจรจากับเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) ให้การรับรอง”ออกเลขจดแจ้ง” สินค้าชุมชนพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU กันเร็ว ๆ นี้ เพราะแต่ละชุมชนผลผลิตเพื่อจำหน่ายนักท่องเที่ยวอยู่เกือบ 40% ทั้งประเภทอาหาร นวด ยาสมุนไพร แบบเป่า ฉีด ยาดม และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งทำมาจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีมีคุณภาพ แต่ก็จะต้องได้การรับรองด้วย “มาตรฐาน” อย่างชัดเจน

จากนั้นก็จะขยับไปช่วยดู เรื่องบรรจุภัณฑ์ คลังสินค้า เจรจากับเอกชนที่มีความพร้อมเข้ามาช่วยออกแบบใหม่ให้ทันสมัย

เป้าหมายสุดท้าย เมื่อมีระบบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนแล้ว มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัย จะนำไปสู่การตลาดเชิงรุก ส่งออกขายในต่างประเทศได้ด้วย

โครงการที่ 2 สร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดย อพท.ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เจรจากับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเข้าร่วมโครงการ Fry to Fly นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว ไปขายให้ทางสถานีบริการบางจาก เพื่อนำไปผลิตน้ำมันอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF : Sustainable Aviation Fuel)

โครงการนี้จะ Win Win กันทุกฝ่าย นั่นคือชุมชนได้ช่วยดูแลมาตรฐานสุขภาพให้นักท่องเที่ยว ไม่น้ำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาใช้ซ้ำ แต่จะนำไปขายให้บางจาก เพื่อนำไปผลิตน้ำมันเครื่องบินที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โครงการที่ 3 จับมือกับสถาบันการศึกษา นำร่องที่จะลงนาม MOU กับ “สถาบันปัญญาภิวัฒน์” เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หาทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ให้เยาวชนในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน ที่มีผลงานดี ๆ ได้เข้าศึกษาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ สร้างความสุข ความยั่งยืนให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ เพื่อกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเองเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ



ผอ.ศิริปกรณ์ กล่าวว่า ปี 2570 การพิจารณาเพิ่ม “พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืนแห่งใหม่” ยังคงต้องอาศัยเวลาพอสมควร ตัวอย่างการสร้าง “กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง” จังหวัดเลย ผลักดันกันมา 40-50 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบกระเช้าจะใช้เวลาแล้วเสร็จอีกราว 2 เดือน จากนั้นจะนำมาปะกบกับการทำแผนศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้ทำการศึกษา ทำประชาพิจารณ์ ส่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเมินองค์ประกอบการตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมครบ 4 มิติ

ครอบคลุมทั้งเรื่องการไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ สร้างเศรษฐกิจกระจายตัวจริงหรือไม่ อาชีพเดิมไม่ตกงาน เพิ่มอาชีพใหม่ได้ด้วย ความปลอดภัยแต่ละด้านใช้งานได้จริง คนป่วย คนไข้ และเป็นอารยสถาปัตย์ให้คนทุกกลุ่มใช้งานร่วมกันได้

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะได้พิจารณาทุกองค์ประกอบอย่างครบถ้วน เพื่อให้แบบกระเช้า ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในช่วงครึ่งปี 2570 พิจารณาเห็นชอบเฟสแรกเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งหมด บนพื้นฐานการวิเคราะห์ผลเชิงบวกสูงสุด (Best case snyerio) ทำต่อเนื่องเฟส 2 ใช้เวลาก่อสร้างกระเช้าอีกประมาณ 1-1 ปีครึ่ง ปลายปี 2571 จะได้เห็นหน้าตากระเช้าขึ้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเกิดขึ้นในเมืองไทย

ผอ.ศิริปกรณ์ กล่าวตอนท้ายว่า อพท.มี “โมเดล “พื้นที่ต้นแบบ” แตกต่างกันไป แบ่งตามประเภท ตามมติ ครม. ให้เน้นขับเคลื่อน Agenda Base คือการบริหารงานหรือการกำหนดตัวชี้วัดที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย เบื้องต้นจึงแบ่งได้ตามลักษณะเฉพาะ โดยร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ ตามแผนปี 2570 กำลังจะเปิดตัวอีกครั้งดังนี้

1.Lagoon Tourism ต้นแบบเพื่อการท่องเที่ยวพื้นที่ชุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

2.Eco Tourism ต้นแบบความสุขเชิงนิเวศ  เช่น ชุมชนบางกะเจ้า จ.สมุทปราการ

3.ต้นแบบการจัดการมรดกทางวัฒนธรรม เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต้อนรับการรวมกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน ซึ่งมีแผนจะต้องทำต่อเรื่องการจัดการอุทยานมรดกโลกอย่างยั่งยืน เนื่องจากสุโขทัยเป็นเมือง 3 มงกุฎ ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับโลกจากยูเนสโก ได้แก่ 1.เมืองมรดกทางวัฒนธรรม 2.เมืองเครือข่ายสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network - UCCN) เมื่อปี 2562 สาขาด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) 3. UNGC (UN Global Compact) ด้านเครือข่ายแห่งการเรียนรู้

ด้วยศักยภาพโดดเด่นดังกล่าว “สุโขทัย” จึงเป็นตัวอย่างพื้นทิ่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืนเรื่อง “รายได้” ปี 2569 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 10 % ขณะเดียวกัน “จำนวน” นักเดินทางเข้าพื้นที่ และ “วันพักเฉลี่ย” ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ความสุขในพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน สามารถติดตามอัพเดทข้อมูลได้ทาง Page , website DASTA และโซเชียล มีเดีย ทั้งหมดได้ตลอดทุกวันทุกช่องทาง

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1-ห้ามพลาด!! ช้อป“Clearance Sale”ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำลด 70%

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ คืนกำไรโค้งสุดท้ายฉลองเดือนเกิด วันนี้ -31 ตุลาคม 2569 ใส่เกียร์ “เพิ่มความคุ้มค่า” ให้นักช้อปคนไทย ที่มีไฟลต์บินต่างประเทศช้อปสินค้า “ป้ายขาว” แล้วไปรับของได้ที่สนามบินขาออกประเทศ ส่วนผู้บริโภคในประเทศไม่ต้องมีไฟลต์ก็ช้อปสินค้า “ป้ายฟ้า” ซื้อแล้วถือกลับบ้านได้ทันที ระหว่างวันนี้-31 ตุลาคม 2569 คัดสรรสินค้าฮ็อตสุดกระจายตามสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ห้ามพลาดมหกรรม “Clearance Sale” มหกรรมลดล้างสต็อกสูงสุด 70% ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ช้อปด่วนตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึง 1 พฤศจิกายน 2569 พร้อมเปิดโซนสินค้า “ราคาพิเศษ” เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 แวะช้อปแว่นตาแบรนด์ยอดนิยม และชั้น 2 สินค้าแฟชั่น ละลานตา มาได้ทุกวัน ทุกแผนก ทุกแบรนด์ รอต้อนรับสายช้อปที่ชื่นชอบความคุ้มค่าสมราคาทุกผลิตภัณฑ์

 


ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิจัดใหญ่โปรเดือนเกิดแจก500+ลด25% 

ช้อปโปรเดือนเกิดคิง เพาเวอร์ ตลอดตุลาคม 2569 โค้งสุดท้ายก่อนบิน แบรนด์ดังระดับโลกตบเท้าเข้าร่วมที่  “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” พร้อม “แจกฟรี”  คูปองส่วนลด 500 บาท ให้นำไปใช้ลดออนท็อปเพิ่มทุกการช้อป 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(สุทธิ) 

และเปิดให้ช้อปสินค้าครองความนิยมลดสูงสุด 25 % ได้แก่ หมวดแรก “บิวตี้” ความสวยความงาม ลดสูงสุดถึง 25 % เริ่มจาก 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 10% หรือ 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 15% หรือครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20% และช้อปสูงสุด 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25% ส่วนสินค้า และ หมวดที่ 2 “แฟชั่น” สมาชิก POWER PASS ไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำก็สามารถรับคูปองไว้เป็นส่วนลด 20% ได้ถึง 2 ใบ



ข่าวที่ 3-“Celebration Weeks”3เซอร์ไพรส์ที่คิงเพาเวอร์รางน้ำ/ภูเก็ต

 

จัดมหกรรม “Celebration Weeks” พบกับสัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลอง ที่ คิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์สาขาในเมือง ทั้ง 2 แห่ง สาขาหลัก “รางน้ำ” กรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยว “จังหวดภูเก็ต” ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก เสาร์17-อาทิตย์ 18 ตุลาคม 2569 กับ “ANNIVERSARY CARD” ให้ช้อปได้เยอะกว่าเดิม กับ 3 เซอร์ไพรส์ ดังนี้

 

-เซอร์ไพรส์แรก : ซื้อ ANNIVERSARY CARD 60,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT มูลค่า 40,000 บาท นำไปช้อปได้จริงมูลค่ารวมสูงถึง 100,000 บาท

 

-เซอร์ไพรส์ที่สอง : ซื้อ ANNIVERSARY CARD 30,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 15,000 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 45,000 บาท

 

-เซอร์ไพรส์ที่สาม : ซื้อ ANNIVERSARY CARD 10,000 บาท รับฟรี! ANNIVERSARY GIFT 4,500 บาท ช้อปได้จริงมูลค่า 14,500 บาท

 

ข่าวที่ 4-ททท.-9สมาคมเปิดขาย“เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์”วันนี้-31ม.ค.70

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จับมือกับเครือข่ายสมาคมการท่องเที่ยวในประเทศ 9 พันธมิตร ผนึกจัดกิจกรรม “Amazing Thailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์” กระตุ้นการเดินทางต่อเนื่อง 3 เดือนครึ่ง เริ่มตั้งแต่วันนี้ 15 ตุลาคม 2569 – 31 มกราคม 2570

 

● ไฮไลต์พิเศษสุดคุ้ม! ททท. ได้ร่วมสนับสนุนค่ารถโดยสารไม่ประจำทางหรือรถนำเที่ยว ให้กับ “นักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นหมู่คณะ” ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินทาง มอบความคุ้มค่าทุกการเดินทาง

 

ททท.เชิญชวนคนไทยวางแผนเดินทางท่องเที่ยวออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองไทย ใช้จ่ายเงินกระจายรายได้สร้างเศรษฐกิจถึงมือพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ไม่ ทุกวัยที่ชื่นชอบเที่ยวครอบคลุมทั้ง 4 สาย ดังนี้

 

● สายบุญ & วัฒนธรรม : ชวนไป ไหว้พระอิ่มบุญ ชมวิถีชีวิตท้องถิ่น

 

● สายธรรมชาติ & ผจญภัย : เปิดจุดเช็กอินแหล่งท่องเที่ยว Unseen ให้ชวนกันไปกอดทะเลหมอก ล่องใต้ชมเล

 

● สายประวัติศาสตร์ & เรียนรู้ : แนะนำพิกัดท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และเลือกศึกษาดูงาน ได้ทั่วเมืองไทย

 

● สายสุขภาพ & CSR : พักผ่อนเติมพลัง พร้อมทำกิจกรรมดี ๆ ร่วมกับชุมชน ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ไปด้วยกัน

 

“วิธีเข้าร่วมโครงการและจองแพกเกจ” นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสแกน QR Code เพื่อติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมได้โดยตรงจากสมาคมการท่องเที่ยวในประเทศ 9 พันธมิตร ประกอบด้วย

 

1. สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.)

2. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)

3. สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA)

4. สมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA)

5. สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.)

6. สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.)

7. สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)

8. สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.)

9. สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA)

 

สอบถามเพิ่มจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โทร. 02-250-5500

 

ข่าวที่ 5-บางจากลั่นผลิตSAFเต็มกำลังชงรัฐหนุนขยายตลาดระยะยาว

 

นางองค์อร เปลี่ยนรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนาหัวข้อ “Future of Sustainable Fuels – From Policy to CommercialScale” ในงาน ASIA-TECH 2026: Asia Refining & Petrochemicals Tech Forum ซึ่งทาง Euro Petroleum Consultants (EPC) จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยี เชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ แผนขยายการผลิตและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์

 

เวทีนี้มีผู้ร่วมเสวนาหลัก ๆ คือ Mr. Steven Bartholomeusz, Head of Public & Regulatory Affairs, APAC, Neste Asia Pacific, Mr. TC Goh, Head of Asia Pacific, Business Development, Aether Fuels  นายพงษ์พัฒน์ เทียนศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ดำเนินรายการโดย
Mr. Chris Chatterton, Director, Global Centre for Green Fuels

 

 

นางองค์อรกล่าวว่า หน่วยผลิต HEFA-SPK SAF ของ บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) มีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน โดยได้ “เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต” แล้ว เพื่อรองรับการส่งออกให้ลูกค้าในทวีปยุโรป ซึ่งมีข้อกำหนดใช้ SAF (mandate) พร้อมเสนอให้ภาครัฐกำหนดเป้าหมายและแผนส่งเสริมการใช้อย่างชัดเจน รวมทั้งสนับสนุนสัญญารับซื้อระยะยาวระหว่างผู้ผลิตกับสายการบิน

 

ปัจจุบันราคา SAF ประมาณ 2-3 เท่าของเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบซึ่งคิดเป็น 70-80 % ของต้นทุนการผลิต และกระบวนการผลิต ซึ่ง “ราคา” SAF สูงกว่าน้ำมันทั่วไป ซึ่งช่วงเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำขยายตลาดต้องเผชิญความท้าทายเหล่านี้ แต่ “ต้นทุน” มีโอกาสลดลงเมื่อการผลิตและการใช้เพิ่มขึ้น จากมาตรการด้านราคาคาร์บอน เงินอุดหนุน สินเชื่อสีเขียวจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนได้เป็นอย่างดี

 

 

ขณะนี้กลุ่มบริษัทบางจากนำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบผลิต SAF โดยรวบรวมผ่านโครงการ Fry to Fly ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ครัวเรือน สถานีบริการน้ำมัน และอื่น ๆ  เพื่อให้มี “ปริมาณเพียงพอ” คุณภาพดี และต้นทุนเหมาะสม พร้อมกับศึกษาวัตถุดิบทางเลือก เช่น น้ำมันปาล์มที่ได้การรับรองความยั่งยืน กรดไขมันปาล์มกลั่น (Palm Fatty Acid Distillate: PFAD) และวัตถุดิบจากน้ำเสียของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม (Palm Oil Mill Effluent: POME) โดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ ไม่ทำลายป่า มีมาตรฐานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของตลาด และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริหารต้นทุนพลังงานและไฮโดรเจน แนวทางปรับสัดส่วนการผลิต SAF และดีเซลหมุนเวียน (HVO) ตามสภาวะตลาด เพื่อรองรับตลาดเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำเติบโตได้ในระยะยาว

 

          ช่วงที่ 2 สายศรัทธา เตรียมแพ็กกระเป๋าออกเดินทางเที่ยวงานประเพณีเติมบุญ “ออกพรรษา”ไปทุกภาคทั่วไทยได้ถึง 6 พิกัด แล้วฟัง “5 หลักการกินให้อายุยืน” ด้วยวิธีกินแบบสมดุล พร้อมข่าวดี ๆ ข่าวแรก “TCEB ผงาดในIFEA World 2026” นำไมซ์6จังหวัดกวาด13รางวัลโลก ข่าวที่สอง “ไทยแอร์เอเชีย” บินเพิ่ม“ดอนเมือง-อุดรธานี” มากสุด 6 เที่ยว/วัน รับพืชสวนโลกจัดโปรลดสูงสุด 30%

 

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวประเพณีเติมบุญ“ออกพรรษา”ไปทุกภาคทั่วไทย 6 พิกัด

 

สายบุญ สายศรัทธา แพ็กกระเป๋าให้พร้อมเตรียมไปร่วมงานบุญใหญ่ประเพณี “ออกพรรษา” ปลายเดือนตุลาคม 2569  ทั่วประเทศ โดยใช้พลังศรัทธาเชื่อมโยงทุกพื้นที่เข้าด้วยกัน ด้วยภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นสืบสานวิถีชุมชนให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเช็คอินเที่ยวงานประเพณี 6 พิกัด

● พิกัดที่ 1 : ประเพณีรับบัว จ.สมุทรปราการ สัมผัสประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่สะท้อนศรัทธาและวิถีชุมชนของชาวบางพลี รวันที่ 19–27 ตุลาคม  ร่วม “พิธีโยนบัว” ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงานได้ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ร่วมโยนดอกบัวสักการะหลวงพ่อโตจำลองกลางคลองสำโรง

 

● พิกัดที่ 2 : ประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม วันนี้–27 ตุลาคม  ห้ามพลาดไฮไลต์ วันไหลเรือไฟตรงกับวันที่ 26 ตุลาคม ชมปรากฎการณ์ความงดงามของเรือไฟ 12 อำเภอ ส่องสว่างตระการตากลางแม่น้ำโขง ภายใต้แนวคิด “แสงไฟแห่งศรัทธา จากภูมิปัญญาลุ่มน้ำโขง”

 

● พิกัดที่ 3 : ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จ.สกลนคร วันที่ 20–26 ตุลาคม  ตื่นตากับขบวนแห่ยิ่งใหญ่ตระการตา วันที่ 25 ตุลาคม สัมผัสประสบการณ์งานศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่น “ปราสาทผึ้ง” งานศิลป์สร้างสรรค์ขึ้นจากแรงศรัทธา ก่อนอัญเชิญไปถวายที่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

 

● พิกัดที่ 4 : ประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด (แห่จองพารา) จ.แม่ฮ่องสอน วันที่ 22 ตุลาคม–3 พฤศจิกายน ชมขบวนแห่จองพารา 24 ตุลาคม สัมผัสวิถีและวัฒนธรรมไทใหญ่ที่สืบทอดกันมายาวนาน ท่ามกลางบ้านเรือนและวัดวาอารามที่ประดับประทีปโคมไฟ พร้อมชมขบวนแห่ “จองพารา” หรือ “ปราสาทพระ” หนึ่งในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสำคัญของแม่ฮ่องสอน

 

● พิกัดที่ 5 : ประเพณีชักพระ จ.สุราษฎร์ธานี วันที่ 23–31 ตุลาคม โดยจะจัดขบวนแห่ใหญ่ให้นักท่องเที่ยวสายศรัทธาได้ชมวันที่ 27 ตุลาคม  สิ่งที่ทุกคนรอคอยนั่นคือการได้ชมขบวนเรือพนมพระทั้งทางบกและทางน้ำพร้อมงานประเพณีทอดผ้าป่าและการแข่งขันเรือยาวริมแม่น้ำตาปี

 

● พิกัดที่ 6 : ประเพณีตักบาตรเทโว จ.อุทัยธานี วันที่ 26–27 ตุลาคม สัมผัสภาพจำแห่งเทศกาลออกพรรษาของอุทัยธานีร่วมพิธีตักบาตรเทโวและชมขบวนแห่พุทธประวัติในวันไฮไลต์ 27 ตุลาคม โดยจะได้เห็นภาพพระสงฆ์หลายร้อยรูปเดินลงจากยอดเขาสะแกกรังลงมาสู่ลานวัดสังกัสรัตนคีรีจากเหนือจรดใต้

 

อิ่มบุญ ฮีลใจ เที่ยวเมืองไทยให้ครบทุกภาค ได้ตลอดเทศกาล “ออกพรรษา” ปลายเดือนตุลาคม 2569

 

สุขภาพ –5 หลักการกินให้อายุยืนด้วยวิธีกินอาหารทุกวันแบบสมดุล

 

เทคนิค “การกินให้อายุยืน” มีหลักปฏิบัติมาแนะนำ ด้วยการเน้นวิธีรับประทานอาหารแบบ “สมดุล” หรือ Balanced Diet ผสมผสานกับแนวคิดจากกลุ่ม Blue Zones พื้นที่ที่มีคนอายุยืนเกิน 100 ปี มากที่สุดในโลก มีหลักการและอาหารแนะนำไว้ดังนี้

 

5 หลักการกินให้อายุยืน มีดังนี้

 

1.กินอิ่มแค่ 80% (Hara Hachi Bu): หยุดกินเมื่อรู้สึกเกือบอิ่ม ไม่กินจนแน่นท้อง ช่วยลดภาระของอวัยวะภายในและลดการอักเสบในร่างกาย

 

2.เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-Based): เพิ่มสัดส่วนผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่างๆ

 

3.ลดเนื้อสัตว์ใหญ่และน้ำตาล: ลดการทานเนื้อวัว เนื้อหมู รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำตาลและอาหารแปรรูป

 

4.ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ดื่มน้ำสะอาดให้ได้มากกว่า 2 ลิตรต่อวัน

 

5.อาหารที่ควรทานเป็นประจำ ได้แก่

 

-ผักและผลไม้หลากสี / ตระกูลกะหล่ำ: เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี ช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

 

-ปลาและอาหารทะเล : แหล่งของโปรตีนย่อยง่ายและกรดไขมันดี

 

-ถั่วและเมล็ดพืช : เช่น ถั่วเหลือง อัลมอนด์ หรือถั่วต่างๆ ช่วยบำรุงหัวใจและให้ไขมันดี

 

-น้ำมันมะกอก : ไขมันดีที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและบำรุงหลอดเลือด

-กระเทียมและชาเขียว : ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –TCEBผงาดIFEA World 2026นำไมซ์6จังหวัดกวาด13รางวัลโลก

 

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปร่วมงาน IFEA World 2026 จัดขึ้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ที่ El Conquistador Tucson, A Hilton Resort เมือง Tucson รัฐ Arizona สหรัฐอเมริกา ทีเส็บเป็นตัวแทนรับรางวัลระดับโลกให้ประเทศไทยซึ่งได้รับมากสุดทั้งหมดถึง 13 รางวัล  ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพอุตสาหกรรมเทศกาลไทย ครอบคลุมทั้งด้าน ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการ การสร้างประสบการณ์ การเชื่อมโยงผู้คนและชุมชน การพัฒนาเมืองและระบบนิเวศเทศกาล ก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

 

จึงขอแสดงความยินดีกับจังหวัดต่าง ๆ ได้ส่งผลงานเข้าประกวดกวาดรางวัลมากมายจาก 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา/ชลบุรี นครพนม แพร่ เพชรบุรี ศรีสะเกษ และงานเฟสติวัลต่าง ๆ ฝีมือความสำเร็จของทีมงานทีเส็บสำนักภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน และทีมเมกะ อีเวนต์

 

โดยเฉพาะ “ฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนต์และเทศกาลนานาชาติ” TCEB ได้เดินหน้าผลักดันและประสานการสมัครเข้าร่วมประกวดของเทศกาล เมือง และสถาบันการศึกษาของไทยไปยังเวที IFEA 2026 กระทั่งสามารถคว้ารางวัลและเกียรติยศระดับโลก ทั้ง 1.IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards 12 รางวัล และ 2.IFEA World Festival & Event City Award 1 รางวัล รวแล้วมากถึง 13 รางวัล ดังนี้

 

● “IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards” 12 รางวัล แบ่งเป็น

 

“GOLD AWARD”  6 รางวัล ได้แก่

-Bangkok Illustration Fair 2025 รวม  3 รางวัล คือ 1.Best Printed Materials (Multiple Page)

-Best Outdoor Billboard / Signage 3.Best Event / Program Within an Event to Benefit A Cause

-Bangkok Design Week 2026 รวม 1 รางวัล คือ 4.Best Overall Sponsorship Program

-Nakhon Phanom World Fire Boat Festival 2025 รวม 1 รางวัล คือ 5.Best Nighttime Economy Event

-Night at the Museum Festival 2025 รวม 1 รางวัล คือ 6.Best Nighttime Economy Event

 

“SILVER AWARD”  5 รางวัล ได้แก่

 

-Sound of Sisaket 2025 ได้ Best Culture, Community & Connection Plan

-Phrae Craft Festival 2025 ได้ Best Green Program

-Bangkok Illustration Fair 2025 ได้ Best On-Site Décor

-The 39th Phra Nakhon Khiri – Muang Phet Festival 2026 ได้ Best Event (Within an Existing Festival)

-Thammasat University ได้ Best Event Management Bachelor’s Degree

 

“BRONZE AWARD”  1 รางวัล ได้แก่

-Nakhon Phanom World Fire Boat Festival 2025 ได้ Best Promotional Poster

 

● IFEA WORLD FESTIVAL & EVENT CITY AWARD 1 รางวัล ได้แก่ Pattaya City

งาน 71st Annual IFEA Convention & Expo ได้จัดพิธีมอบรางวัลทั้งหมดเมื่อ 5 ตุลาคม 2569 ที่ El Conquistador Tucson, A Hilton Resort เมือง Tucson รัฐ Arizona สหรัฐอเมริกา รางวัลดังกล่าวทั้งหมดเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำประเทศไทย ได้ยกระดับเทศกาล เมือง สถาบันการศึกษา บุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ เป็นความภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมไมซ์และคนไทยทั้งประเทศที่ได้การยอมรับในระดับเวทีโลกอย่างสง่างาม

 

ข่าวที่สอง –ไทยแอร์เอเชียบินเพิ่ม“อุดร”รับพืชสวนโลกจัดโปรลดสุด 30%

“ไทยแอร์เอเชีย” ประกาศบริการเพิ่มเส้นทางบินและความถี่บิน จากกรุงเทพ(ดอนเมือง) สู่อุดรธานี สูงสุด 6 เที่ยว/วัน เชียงใหม่ สูงสุด 4 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์ ภูเก็ต 4 เที่ยว/สัปดาห์ ทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ รวมเส้นทางเชื่อมต่อ Fly thru (ต่อเครื่องที่สนามบินดอนเมือง) 7 เส้นทาง ได้แก่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี สิงคโปร์ ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง โตเกียว

 

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า เตรียมเพิ่มความถี่ ไป-กลับ เส้นทาง กรุงเทพฯ-อุดรธานี ต้อนรับเจ้าภาพงานมหกรรมพืชสวนโลก ประจำปี 2569 ที่ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนงาน และร่วมจัดสวนองค์กร ภายใต้แนวคิด “Connecting Life, Sustaining the Skies..บินเชื่อมความหลากหลาย สู่เป้าหมายความยั่งยืน” โดยจำลองเครื่องบินลายพิเศษมาประจำการอยู่ในพื้นที่สวนแอร์เอเชีย 4 เดือนครึ่ง คาดช่วการจัดงานจะบินเชื่อมหลายจังหวัดเข้าสู่อุดรธานีทำอัตราบรรทุกให้ได้ 85 % ด้วยราคาคุ้มค่า โดยได้จัดทำ “โปรโมชั่น” ประกอบด้วย

 

-โปรที่ 1 ทุกเส้นทางบินตรงสู่ “อุดรธานี” ลดลูงสุด 30% เมื่อจองภายใน 18 ตุลาคม 2569 ผ่านwww.airasia.com หรือ MOVE application นำตั๋วไปใช้บินจริงได้ตั้งเเต่วันนี้- 31 มีนาคม 2570

 

-โปรที่ 2  “บินอุดร คุ้มยกทีม” ตั๋วกรุ๊ปตั้งเเต่ 5 คนเป็นต้นไป ลดสูงสุด 20% จองได้ตั้งแต่วันนี้-15 มีนาคม 2570 ครอบคลุมช่วงเวลาจัดงาน ใช้เดินทางได้ตั้งเเต่วันนี้-31 มีนาคม 2570

 

-พิเศษ..สั่งอาหารล่วงหน้าเมนูฮิต ข้าวกระเพราไก่หม่อมหน่อยและข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ ลด 15%

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ taa_uthdeal@airasia.com

 

“มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี” จะจัดขึ้น 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ หนองเเด (ห่างจากสนามบินอุดรธานีประมาณ 15 นาที) โดยมี “ไทยแอร์เอเชีย” เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดสวนองค์กร ด้วยเเนวคิด Connecting Life, Sustaining the Skies..บินเชื่อมความหลากหลาย สู่เป้าหมายความยั่งยืน ภายในสวนจะจัดเเสดงเครื่องบินจำลองลายพิเศษเป็นไฮไลท์ บอกเล่าเรื่องราวความหลากหลายและความเชื่อมโยงของสายน้ำ พรรณไม้ เเละผู้คน พร้อมเอกลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี ทั้งแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเเละทะเลบัวเเดง สร้างสรรค์เป็นลายเครื่องบินสุดพิเศษ สอดเเทรกเเนวคิดการพัฒนาความยั่งยืน อวดโฉมเเละต้อนรับผู้เข้าร่วมชมงานทุกคน

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz. 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“3ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี69-ต้นปี70“บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง”

  ททท.อุดรธานีพลิโฉมศก.ท่องเที่ยวอีสานใหม่“ 3 ปรากฏการณ์โลก” ปลายปี 69- ต้นปี 70 “บั้งไฟพญานาคโลก-พืชสวนโลก-ทะเลบัวแดง” “โรงแรม-ธุรกิจชุ...