วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565

“อนุทิน”นำททท.+TCEBยันจัดแน่Thailand InterHealth Expo2022 17-20มี.ค.65โชว์สมุนไพร-แพทย์ไทยสู่“ฮับเมดิคัล&เวลเนสโลก”

“อนุทิน”นำททท.+TCEBยันจัดแน่Thailand InterHealth Expo2022

17-20มี.ค.65โชว์สมุนไพร-แพทย์ไทยสู่“ฮับเมดิคัล&เวลเนสโลก”

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThailandInternationalHealthExpo2022 #TCEB #ททท


“หมอหนู-รองนายกฯ อนุทิน” นำทัพธุรกิจ ททท. TCEB เดินหน้าจัด “Thailand International Health Expo 2022” 17-20 มี.ค.65 ที่พารากอน ฮอลล์ ตอกย้ำไทยคือ “ฮับเวลเนสแอนด์เมดิคัลโลก” พร้อมโชว์ศักยภาพไฮเทคและนวัตกรรมการแพทย์กับสาธารณสุขไทย ยกระดับและเพิ่มมูลค่าครบวงจรทั้งสมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย แล้วไทยยังได้รับความเชื่อมั่นให้จัด “ประชุมผู้นำเอเปค ปี 2565+ชิงประมูลงาน Specialised Expo 2028” ปี 2571 มาจัดใหญ่ในภูเก็ต

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)เปิดเผยว่าได้เป็นประธานแถลงการจัดงาน Thailand International Health Expo 2022” ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขภาพ เสริมเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2565 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน คาดจะมีผู้เข้าร่วมชมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 50,000 คน

ตามที่รัฐบาลได้ส่งเสริมและผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของโลก - Medical and Wellness Hub” ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพสถานบริการสุขภาพทุกระดับให้ได้คุณภาพมาตรฐาน มีระบบการจัดการโรคติดต่อและวัคซีนที่ดี  

            การที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัด Thailand International Health Expo 2022”  จะช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพ ความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย รวมถึงยกระดับและเพิ่มมูลค่า สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย และภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพแบบไทย โดยเฉพาะกัญชาที่ได้ปลดล็อคให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่จะนำมาพัฒนาเป็น ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ

รวมทั้งยังจะ “สร้างรายได้” ให้ประชาชน ผู้ประกอบการ เกิดการส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การแพทย์ การสาธารณสุข การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นวัตกรรมทางการแพทย์ยุคใหม่ รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงกับตลาดธุรกิจสุขภาพทั่วโลก

พร้อมทั้งตั้งความหวังจะสร้างมูลค่าจากการให้บริการเป็นแม็กเน็ต (Magnet)  ที่มีศักยภาพดึงดูดผู้รับบริการ การจับคู่เจรจาทางธุรกิจ และการเผยแพร่ภาพลักษณ์ชื่อเสียงด้านสุขภาพที่ดีของไทยสู่สากล ช่วยทำให้การท่องเที่ยวของไทยกลับมาสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป


สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง คือ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ และผู้บริหารโรงพยาบาลและสถานประกอบการ และได้รับเกียรติจากเลขาธิการองค์การอนามัยโลก (WHO) (Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus) ร่วมประกาศความเชื่อมั่นในสถานการณ์โรคโควิด 19 และระบบวัคซีนของโลก 


นายอนุทิน กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยยังมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านโครงการสำคัญต่างๆ อาทิ การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Specialised Expo ปี 2571 ภายใต้ชื่องาน Expo 2028 – Phuket, Thailand การเตรียมพร้อมสู่การเป็นเมืองมหาอำนาจเวลเนสของโลกในเขตอันดามัน (Andaman Wellness Corridor: AWC) รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปคปี 2565

 

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า งาน Thailand International Health Expo 2022 จัดขึ้นในลักษณะห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในรูปแบบไฮบริด (HYBRID EXPO) ภายใต้ ธีมหลัก “Empowering Smart Healthcare Innovations การขับเคลื่อนนวัตกรรมการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ” โดยจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย คือ การประชุมสัมมนาด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์, การจัดแสดง Smart Healthcare Innovation Showcase เช่น 5G Technology ระบบนิเวศน์เทคโนโลยีสนับสนุนการบริการสุขภาพ (Health Service Support : HSS Ecosystem), คอมมูนิตี้สำหรับวัยเกษียณ, นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ มหัศจรรย์แห่งกัญชาและสมุนไพร

การจัดงานจะดำเนินการตามมาตรการ COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด และยังมีบริการด้านสาธารณสุข และฉีดวัคซีนโควิด 19 ฟรี ในเด็กอายุ 5 11 ปี และเข็มกระตุ้นให้บุคคลทั่วไป รวมวันละ 1,000 โดส ส่วนรูปแบบออนไลน์ประกอบด้วยนิทรรศการเสมือนจริง สัมมนา E-Market Place  และจับคู่เจรจาธุรกิจ

สามารถติดตามการจัดงานไทยแลนด์ เฮลท์ เอ็กซโป ได้ทางhttp://www.thailandhealthexpo.com Facebook : Thailand International


Health Expo 2022


 

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565

คิง เพาเวอร์เทโปรรับซัมเมอร์ตลอดมี.ค.65 Ready Go Summer กับ 3.3PowerDealลด60%

 “คิง เพาเวอร์”เพิ่มองศาโปรรับซัมเมอร์ช้อปสนุกตลอดมี.ค.65

Ready Go”แจกเงินบัตรสมาชิก”3.3PowerDealลด60%

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #KingPower #ReadyGoSummer #33PowerDeal

 


ซัมเมอร์นี้ช้อปด่วนที่ “คิง เพาเวอร์” โปรโมชั่นเพิ่มองศาความสนุกช้อปเติมสุขตลอด มี.ค.65 คุ้มที่สุดกับ 3 แคมเปญ นำร่องด้วย “เรดี้ โก ซัมเมอร์” 3 โปรเด็ด “คูปองส่วนลด 1,200บาท+ซื้อแคชการ์ดฟรีกิฟการ์ด+สมัครสมาชิก SCARLETและONYXรับเงินเพิ่มสูงสุด1.8หมื่นบาท” จากนั้นช้อปด่วนแคมเปญ “3.3 POWER DEAL”ลด 60 % แค่ 2 วันเท่านั้น 3-4 มี.ค.นี้ ปิดท้ายเบา ๆ กับแคมเปญช้อป 2สนามบินแบรนด์ดังลดเบอร์ใหญ่ 15 % ทั้งที่สุวรรณภูมิและภูเก็ต



กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ต้อนรับช้อปเติมสุขกับแคมเปญแรก “เรดี้ โก ซัมเมอร์ :Ready Go Summer! ที่สุดของการเริ่มต้นหน้าร้อน ตั้งแต่มีนาคม 2565  เป็นต้นไป คิง เพาเวอร์ เพิ่มองศาความสนุกให้นักช้อปได้ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2565 แวะมาเยี่ยมชมและช้อปได้ที่ร้านค้าปลอดอากรในเมือง หรือ ดิวตี้ฟรี ดาวน์ทาวน์ ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวทั้ง 4 สาขา คือ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต 

เติมสุขที่ 1 “รับคูปองส่วนลด” ทันที คนละ 1 สิทธิ์/วัน ลงทะเบียนก่อนช้อป รับฟรี ! คูปองมูลค่า 1,200 บาท เพื่อใช้ช้อป 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ โดยจะนับสิทธิ์รวมทุกสาขาที่ลงทะเบียนไว้ และทุกช่องทางการช้อปรวมถึงทาง Call to Shop หรือ Chat to Shop รับปุ๊บคูปองส่วนลดปุ๊บช้อปปั๊บรับสิทธิ์ทันที ภายในวันที่ได้แลกรับคูปองดังกล่าว พร้อมทั้งใช้ร่วมกับการจ่ายผ่านบัตรเครดิตร่วมของ คิง เพาเวอร์ กับธนาคารไทยพาณิชย์ และกสิกรไทย ได้ด้วย

เติมสุขที่ 2 “ซื้อบัตรช้อปเงินสด หรือ Cash Card ช้อปคุ้มค่า ท้าลมร้อน คลิกซื้อได้ทางออนไลน์ www.kingpower.com เลือกซื้อ Cash Card ราคา 10,000 บาท รับบัตรกำนัลฟรี (Gift Card) มูลค่า 3,000 บาท หรือเลือกซื้อ 25,000 บาท รับบัตรกำนัลฟรีมูลค่า 10,000 บาท ได้สิทธิ์แล้วรีบใช้เลือกซื้อสินค้าแบบด่วน ที่ คิง เพาเวอร์ในเมืองทุกสาขา บัตรเงินสดและบัตรกำนัลจะหมดอายุภายในวันที่ 31 มีนาคม 2565 แล้วยังสามารถนำยอดซื้อแต่ละครั้งมาคำนวณคะแนนกะรัตสะสม รวมถึงอัพเกรดสถานะสมาชิกได้

เติมสุขที่ 3 “สมัครสมาชิก” สมัครได้เลยทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในเมืองไทย (EXPAT) ได้สิทธิ์นี้ทันทีด้วยการสมัครสมาชิกใหม่หรือไม่เคยเป็นสมาชิกมาก่อน หรือลูกค้าสมาชิกเก่าที่บัตรหมดอายุแล้ว


ทันทีที่สมัครสมาชิกบัตร คิง เพาเวอร์” 1.ประเภทบัตร SCARLET ด้วยวิธีง่าย ๆ เติมเงินเข้าไปในบัตรมูลค่า 6,000 บาทจะได้รับยอดเงินเข้าบัญชีสมาชิกเพิ่มอีก 1,500 บาท และ 2.บัตรประเภท ONYX เติมเงินเข้าไปในบัญชีสมาชิกครบ 60,000 บาท รับยอดเงินเข้าบัญชีสมาชิกเพิ่มมากถึง 18,000 บาท โดยมีรายละเอียดปัง ๆ คือ

เมื่อสมัครบัตรสมาชิกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับยอดเงินเพิ่มในบัญชีสมาชิกมูลค่า 1,500 บาท และ มูลค่า 18,000 บาท กำหนดหมดอายุใช้เลือกซื้อสินค้าภายในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565  พร้อม ๆ กับได้สิทธิพิเศษเพิ่มนั่นคือ บัตรสมาชิกใหม่ทั้ง 2 ประเภท “สามารถใช้ร่วม” กับ ส่วนลดสมาชิก คิง เพาเวอร์ การซื้อสินค้าดิวตี้ ฟรี สินค้าป้ายฟ้า และส่วนลดสินค้าบริการส่งถึงบ้านตามเงื่อนไขปกติ (Home Delivery

คิง เพาเวอร์ให้แบบจุใจ “สิทธิ์ประโยชน์หลัก” เมื่อสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ SCARLET และ ONYX นับจากวันที่สมัครรับรวม 4 สิทธิ์ใหญ่ ๆ นานถึง 24 เดือน ดังนี้


 

1.บัตรสมาชิกแต่ละประเภทจะมีอายุใช้งานได้ภายใน 2 ปี สามารถสะสมยอดชื้อ และคะแนนเป็นกะรัตได้ตลอดอายุบัตร 2 ปี สะสมคะแนนกะรัตรีวอร์ด 100 บาท = 1 กะรัต และ 1 กะรัต = 1 บาท อายุคะแนนกะรัตรีวอร์ด 2 ปี

2.รับส่วนลดพิเศษฉลองวันเกิด (Birthday Celebration) เป็นเครดิตเงินคืนสูงสุด 25% จํานวน 2 สิทธิ์ (สิทธิ์ละ 1 ชิ้น) ตามร้านสาขา คิง เพาเวอร์ ทุกแห่ง ยกเว้นทางออนไลน์

3.รับส่วนลดร้านอาหารสูงสุด 25 % ภายในสนามบินนานาชาติหลักของเมืองไทย ในสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต

4.ใช้บริการห้องรับรองพิเศษ “คิง เพาเวอร์ เลาจน์” สมาชิกประเภท SCARLET ใช้ได้ปีละ 6 สิทธิ์ / ปี สมาชิกประเภท ONYX แต่ละปีใช้ได้ไม่จํากัดสิทธิ์

“วิธีช้อปอย่างคุ้มค่า” ที่คิง เพาเวอร์ ทุกวันทุกสาขา ก่อนช้อปหากยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิกก่อนเพื่อรับสิทธิ์ได้ทันที จากนั้นก็ลุยเลือกซื้อสินค้าที่ชอบ ง่ายและคุ้มสุด ด้วย 4 ขั้นตอน

STEP 1 : เดินเข้าไปแวะชมสินค้าที่ต้องการไว้ก่อนที่สาขาใดก็ได้ คือ รางน้ำ พัทยา ภูเก็ต และศรีวารี(เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์)

STEP 2 : ดูยอดรวมราคาสินค้าที่ต้องการจะซื้อทั้งหมด เพื่อเลือกโปรโมชั่นอย่างเหมาะสม

STEP 3 : ยังไม่เป็นสมาชิก ก่อนช้อปแนะนำให้สมัครสมาชิก ง่าย รวดเร็ว เพื่อที่จะได้สิทธิ์เพิ่มมากมาย – 30 เมษายน 2565  คือ 1.สมัครสมาชิก SCARLET แล้วเติมเงิน 6,000 บาท เพื่อรับเงินเพิ่มอีก 1,500 บาท ใช้ช้อปปิ้งรวมได้มากถึง 7,500 บาท 2.สมัครสมาชิก ONYX แล้วเติมเงิน 60,000 บาท เพื่อรับเงินเพิ่มอีก 18,000 บาท นำไปใช้ช้อปได้สูงสุด 78,000 บาท ระหว่างวันนี้ – 30 เมษายน 2565  จะงดส่งเสริมการขายโปรโมชั่นนี้ช่วงเทศกาลหยุดยาว 6-17 เมษายน 2565

STEP 4 : เช็กโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เพื่อเลือกรับคืนสูงสุด 17% หรือเลือกผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ตั้งแต่วันนี้– 31 มีนาคม 2565


แคมเปญที่ 2 ห้ามพลาด! 3.3 POWER DEAL เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 3-4 มีนาคม 2565 คลิกช้อป www.kingpower.com  ด่วน ๆ เพื่อรับดีลสุดคุ้มราคาพิเศษลดสูงสุด 60% พาเหรดสินค้าแบรนด์ดังพร้อมส่วนลดสุดปังเกินห้ามใจ ช้อปได้สบายแบบสบายใจ ไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ และไม่ต้องใส่รหัสส่วนลด แถมไม่ต้องมีขั้นต่ำ! ก็ส่งฟรีทั่วประเทศ แถมทุกออเดอร์แจกฟรี! ยาดม PASTEL POCKET INHALER (คละสี) 1 ชิ้น มาก่อนรับก่อนของแถมมีจำนวนจำกัด

 


แคมเปญที่ 3 สมาชิก คิง เพาเวอร์ รับทันทีส่วนลด 15 % ให้สิทธิ์บัตรทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ VEGA, CROWN, ONYX, SCARLET และ NAVY เพียงแค่แสดงบัตรเพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 15% จากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ ช้อปสบายใจพร้อมส่วนลดสินค้าแบรนด์ดังที่สนามบินหลัก 2 แห่ง คือ

“สนามบินสุวรรณภูมิ” ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2565 บรรดาแบรนด์ดัง ๆ พร้อมใจมอบส่วนลดสูงสุด 15 % อย่างคับคั่ง  เช่น BONCHON, BURGER KING, COFFEE WORLD, ONE MINUTE GOURMET, GLORIA JEAN’S COFFEES, IMM RICE&NOODLE, KANOM, KIN JAPANESE RESTAURANT, KOH HOP BAR, MILCH, REES, SUBWAY, THAI STREET FOOD, THE VILLA HALAL และกาแฟพันธุ์ไทย

“สนามบินภูเก็ต” ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2565 สินค้าแบรนด์ระดับอินเตอร์กอดคอกันมอบส่วนลด 15 % เช่น AIMM’S CAFÉ, SUBWAY, THE HUGS, THAI STREET FOOD และ ZURICH BREAD CAFÉ

 

“คิง เพาเวอร์” พร้อมที่จะเติมความสุขด้วยแคมเปญคุ้มที่สุด พร้อมดีลดี ๆ และสิทธิประโยชน์มากมาย ช้อปออนไลน์กราวนด์ได้ทุกสาขา และทางคิงเพาเวอร์ออนไลน์ คิงเพาเวอร์แอพลิเคชั่น Chat to Shop, Call to Shop เลือกซื้อสินค้านับหมื่นรายการได้ทุกช่องทาง ช้อปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

“แบงก์ชาติ”ชี้เป้าแนะป้องอนาคตไทยก้าวสู่“ยุคเหลื่อมล้ำ+ยากจน”หนัก “บพท.”ลุยแผนแก้จนฟื้น“เศรษฐกิจ+การศึกษา”สกัดตกงาน3.2ล้านคน

“แบงก์ชาติ”ชี้เป้าแนะป้องอนาคตไทยก้าวสู่“ยุคเหลื่อมล้ำ+ยากจน”หนัก

“บพท.”ลุยแผนแก้จนฟื้น“เศรษฐกิจ+การศึกษา”สกัดตกงาน3.2ล้านคน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บพท #แบงก์ชาติ #อนาคตประเทศไทยยุคเหลื่อมล้ำยากจนรุนแรง

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา 

ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) 

นายจิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีงานของ “หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่” (บพท.) ว่าขณะนี้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและการศึกษา จากข้อมูลไตรมาส 4 ปี 2564 พบมีผู้ว่างงานและเสมือนว่างงาน 3.2 ล้านคน ว่างงานเกินหนึ่งปี 1.6 แสนคน และไม่เคยมีงานทำ 2.7 แสนคน โดยยังไม่นับรวมแรงงานที่ย้ายถิ่นกลับต่างจังหวัดมากถึง 1.7 ล้านคน 

สภาพการณ์ต่าง ๆ เป็นปัจจัยกดดันให้อนาคตประเทศไทยมีแนวโน้มเกิดความเหลื่อมล้ำแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หลัก ๆ นอกจากเรื่องหนี้ครัวเรือนจะขึ้นถึงระดับ 89.3% ของจีดีพี เมื่อสิ้นปี 2564โควิดยังทำให้มีความเสี่ยงทำให้นักเรียนจะหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะความยากจนมากถึง 1.9 ล้านคน

 

ส่วนโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาของโลก ถึงแม้รัฐบาลไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นทำให้ภาพรวมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศเริ่มฟื้นตัว แต่จนถึงปลายปี 2565จะสามารถฟื้นตัวเต็มที่ได้

 

นายจิตเกษม พรประพันธ์ 

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

นายจิตเกษม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหา แนวทางที่ 1 ควรดำเนินการแบบ “One Thailand” ในแต่ละพื้นที่ต้องบูรณาการทรัพยากร บุคลากรและความรู้ ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสร้างเป็นระบบการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และชุมชน

แนวทางที่ประเทศไทยจะต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและแรงงาน โดยใช้องค์ความรู้ท้องถิ่นมาเพิ่มศักยภาพของคน ส่งเสริมเศรษฐกิจผู้สูงวัย พัฒนาเศรษฐกิจใหม่บนฐานทุนทรัพยากร Bio-Circular-Green และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งใน 4  ส่วน คือ ภาคการค้า อุตสาหกรรม เกษตร และท่องเที่ยว

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. เปิดเผยว่า จากโครงสร้างปัญดังกล่าว ทางบพท.ตระหนักเป็นอย่างดีต่อความสำคัญที่จะพัฒนาและแก้ปัญหาจากพื้นที่ จึงร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ 99 แห่ง ร่วมคิด ร่วมทำกับชุมชน จับมือกันแก้ปัญหาปัจจุบันพร้อมกับสร้างรากฐานเพื่อการพัฒนาในอนาคต

เนื่องจาก “ความเหลี่อมล้ำ” เป็นประเด็นปัญหาที่ฝังรากลึกในไทยมายาวนาน จึงต้องการแนวทางการแก้ไขแบบใหม่ให้ได้ผลกว่าเดิม นั่นคือการใช้ความรู้และการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ซึ่ง บพท.ลงมือทำพิสูจน์ให้เห็นแล้วได้ผลน่าพอใจ เพราะมีการทำงานครอบคลุมทั้งระดับครัวเรือน ชุมชนและระดับเมือง ร่วมกัน


ตามที่ บพท. ได้เดินหน้าส่งเสริมงานวิจัยเพื่อพัฒนาระดับพื้นที่ ยึดโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ด้าน คือ

1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการพัฒนาคนและกลไกจากฐานทุนทรัพยากรพื้นถิ่นและทุนทางวัฒนธรรม

2.ยุทธศาสตร์พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ

3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองน่าอยู่และเมืองแห่งการเรียนรู้


บพท. แสดงผลการดำเนินงานจากการร่วมกับสถาบันการศึกษา หน่วยราชการ และชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากทำให้ชุมชนเกิดความรู้และเข้มแข็ง เกิดการพัฒนากลุ่มอาชีพได้มากถึง 5,600 กลุ่ม เป็นพื้นฐานเพื่อให้คนในแต่ละพื้นที่สามารถเริ่มต้นพัฒนาตนเองได้ มีความรู้ใหม่ และมีนวัตกร หรือผู้นำท้องถิ่นที่จะทำให้ชุมชนของเขายั่งยืนต่อไปในอนาคต

รวมทั้ง บพท.จัดทำวิจัยสนับสนุนซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถค้นพบคนยากจนที่หลุดจากระบบความช่วยเหลือของรัฐใน 20 จังหวัดกว่า 800,000 คน ในจำนวนนี้ได้รับความช่วยเหลือไปเรียบร้อยแล้วกว่า 600,000 คน


ขณะที่ “การพัฒนาในระดับเมือง” บพท. ได้ส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวในพื้นที่ จัดตั้งเป็นบริษัทพัฒนาเมืองขึ้นแล้ว 19 แห่ง เพื่อใช้เป็น “กลไกการพัฒนา” ที่จะดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมวางแนวทางอนาคตของตนเอง เกิดเมืองแห่งการเรียนรู้ 18 พื้นที่ และเกิดกลไกบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 61 กลไก

ดร.กิตติ ย้ำว่า จากประสบการณ์ของ บพท. พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นได้จริง ๆ ถ้าเริ่มจากกระบวนการมองปัญหาและเริ่มการแก้ไขจากพื้นที่ของปัญหานั้น ๆ เพราะเจ้าของปัญหาลงมือทำเอง โดยมีความรู้และพี่เลี้ยงจากสถาบันการศึกษา

บพท.ได้วางแนวทางในอนาคตด้วยกลยุทธ์ “ต่อยอดกระบวนการทำงาน” ดังกล่าวให้ตอบความต้องการของประเทศมากยิ่งขึ้น เช่น ส่งเสริมงานวิจัยเพื่อยกระดับสมุนไพรไทย งานวิจัยการสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานทรัพยากรอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม



โดย “ทุนวิจัยในอนาคต” จะมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เชื่อมโยงการยกระดับชุมชนให้มาช่วยยกศักยภาพของประเทศ โดยเฉพาะในสาขาที่มีโอกาสสูง เช่น การที่ไทยเสียดุลนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรนปีละ นับหมื่นล้านบาท  ทั้งที่ไทยมีสมุนไพรอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นงานวิจัยจะเข้ามาช่วยชุมชน สังคมและประเทศต่อไป


ททท.+ไทยเวียดเจ็ททำLOIรุกเร็วตลาดคุณภาพเวียดนาม+กัมพูชา ชูVisit Thailand Yearใช้ไทยฐานขยายบินโกยนักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย

ททท.+ไทยเวียดเจ็ททำLOIรุกเร็วตลาดคุณภาพเวียดนาม+กัมพูชา

ชูVisit Thailand Yearใช้ไทยฐานขยายบินโกยนักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย

 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM87 #ทททLOIไทยเวียดเจ็ท

นายธเนศวร์  เพชรสุวรรณ 

รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

นายธเนศวร์  เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  เปิดเผยว่า ททท. ได้ลงนามกับทางสายการบินไทยเวียดเจ็ท ในหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent - LOI จับมือกันวางแผนทำตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยเชิงรุกในตลาดเวียดนามและกัมพูชา ตั้งแต่มีนาคม 2565 เป็นต้นไป


ททท.เล็งเห็นโอกาสเดินหน้าพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่โปรโมทปีท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิด Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters กระตุ้นการเดินทางและฟื้นคืนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาไทย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายความรุนแรงลง รัฐบาลไทยผ่อนคลายมาตรการ Test & Go ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างยั่งยืน หรือ Preferred Destination ได้อย่างแท้จริง

ประกอบกับตอนนี้หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้สถานการณ์การเดินทางทั่วโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป


นายธเนศวร์กล่าวว่า หลังจาก ททท.กับสายการบินไทยเวียตเจ็ททำ LOI เสร็จเรียบร้อยโดยมีผลต่อ 1 ปี มีแผนจะร่วมกันวางกลยุทธ์และดำเนินกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เจาะตลาดอาเซียนเดินทางมายังไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพ 2 ประเทศหลัก เวียดนามและกัมพูชา พร้อมทั้งเตรียมจัดกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1.ส่งเสริมการขาย (Joint Promotion) มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวในเส้นทางเดินทางมาไทย

2.จัดกิจกรรม Agent Fam Trip หรือ Media Fam Trip นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจากกัมพูชาและเวียดนาม ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยมุมมองใหม่ ๆ ผ่านการสำรวจและทดสอบสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย ที่จะตอบทุกโจทย์ความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยว

3.แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


ทางด้าน “สายการบินไทยเวียดเจ็ท” เองวางแผนเปิดให้บริการโดยใช้ไทยเป็นฐานบินขยายเส้นทางสู่ปลายทั่วภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ อันจะเกิดผลดีต่อการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในอนุภูมิภาค ควบคู่กับการพิจารณาเพิ่มความถี่จำนวนเที่ยวบินเพื่อรองรับสถานการณ์อนาคตที่มีแนวโน้มนักเดินทางมากขึ้น

ตามสถิติปี 2562 พบว่า มีนักท่องเที่ยวเวียดนามมาไทย   1,077,000 คน พักค้างเฉลี่ย 4 คืน ส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ และหนองคาย

ส่วนนักท่องเที่ยวกัมพูชามาไทย 908,000 คน พักค้างเฉลี่ย 5 คืน นิยมท่องเที่ยว ตามลำดับ  5 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สระแก้ว ปทุมธานี และเชียงใหม่



สำหรับการทำ LOI เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 มีนางสาวสุกัญญา สิริกาญจนากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท.ลงนาม ร่วมกับ นายเลือง เจื่อง อาน Executive Vice President of Thai VietJet Air โดยมีนายธเนศวร์  เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. และนายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ไทยเวียตเจ็ท ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนาม ณ ห้องประชุมจารุวัสตร์ ชั้น 10 อาคาร ททท.

 

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

ททท.ควงกู๊ดมู๊ดใช้บล็อคเชนช้อป“Thailand Holideals” ปลุกเที่ยวไทยขานรับเทรนด์ดิจิทัลผ่านเว็บเริ่มแค่9บาท

 ททท.ควงกู๊ดมู๊ดใช้บล็อคเชนช้อป“Thailand Holideals”

ปลุกเที่ยวไทยขานรับเทรนด์ดิจิทัลผ่านเว็บเริ่มแค่9บาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThailandHolideals #ททท #บล็อกเชน



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์     รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  เปิดเผยว่า หด้  เป็นประธาน เปิดตัวโครงการ "Thailand Holideals" พร้อมนำการท่องเที่ยวปูพรมขานรับเทรนด์ดิจิทัลโลกแห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยี "บล็อกเชน : Blockchain" การใช้เหรียญดิจิทัลจ่ายค่าสินค้าและบริการ เป็นแม่เหล๋กกระตุ้นตลาดด้านการท่องเที่ยวในประเทศ

ล่าสุด ททท.จับมือกับ บริษัท กู๊ดมู๊ด จำกัด พร้อมพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว เช่น  MVP, KLOOK และ Ascend Travel ทำโครงการ “Thailand Holideals”  โดยได้รวบรวมแพ็กเกจ และ Voucher ท่องเที่ยวราคาสุดพิเศษ จากผู้ประกอบการท่องเที่ยวชั้นนำทั่วเมืองไทยมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกช้อปบนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/holideals ราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท ซื้อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มีสินค้าท่องเที่ยวให้เลือกซื้อครอบคลุมทุกหมวด ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา นันทนาการ และบริษัทนำเที่ยว โดยสามารถเลือกชำระด้วยระบบโทเคนดิจิทัลได้ด้วย

สำหรับโครงการ “Thailand Holideals” ได้จัดแคมเปญช้อปสุดพิเศษ 3.3 (วันที่ 3 มีนาคม 2565) และ 4.4 (วันที่ 4 เมษายน 2565)  จะมี Voucher  เลือกซื้อสินค้าท่องเที่ยวราคาสุดพิเศษได้ตามต้องการ คือ ห้องพัก/โรงแรม ร้านอาหาร สปา นันทนาการ ทัวร์ และอื่น ๆ ทาง www.tourismthailand.org/holideals

เป็นโครงการนำร่องเปิดโลกท่องเที่ยวสู่ดิจิทัลครั้งแรกของเมืองไทยที่เปิดให้ใช้ "เหรียญดิจิทัล" จ่ายค่าสินค้าท่องเที่ยวในโครงการ ตอบโจทย์การท่องเที่ยวหลัก ๆ ในไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Free Individual Traveller และ Group Individual Traveller

ทั้งนี้ นางสาวฐาปนีย์ พร้อมพันธมิตร ได้เปิดโครงการ “Thailand Holideals” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 ณ ศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล FAAMAI Digital Arts Hub เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร

ททท.นำท่องเที่ยวเจาะตลาดกาตาร์โตเจาะ“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”

ททท.หารือฑูตดันอนาคตท่องเที่ยวไทย-กาตาร์โต รุกลักชัวรี่ 3 กลุ่มใหญ่“ครอบครัว-เวลเนส-อาหาร”   ททท.หารือเอกอัครราชฑูตกรุงโดฮา ดันการท่องเท...