วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ททท.-การบบินไทยกอดคอปั๊มทัวร์ตลาดญี่ปุ่นปี'60 โดยรายได้ 6.5หมื่นล้านบาท

ททท.-บินไทย"กอดคอปั๊มทัวร์ญี่ปุ่นฉลองครบ130ปี
พาเอเย่นต์-สื่อลุยสำรวจทั่วไทยปี'60โกย6.5หมื่นล้าน

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -ขอบคุณ : ภาพจากฝ่ายพีอาร์ ททท.#gurutourza #AmazingThailand#Thaifest #TME1


นายยุทธศักดิ์ สุภสร  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าได้จับมือกับ นายนนท์  กลินทะ  ผู้อำนวยการเส้นทางบินญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดงาน THAILAND MEGA FAM TRIP ในโอกาสครบรอบ 130 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ญี่ปุ่นในปี 2560 จึงได้ต้อนรับและเปิดเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวให้กับผู้แทนบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ และสื่อมวลชนจากญี่ปุ่นรวม 130 ราย เพื่อสร้างการรับรู้ว่าประเทศไทยเป็น Preferred Destination สำหรับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ผ่านช่องทางการสื่อสาร สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ


ตามเป้าหมายปี 2560 คาดจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยประมาณ 1.5 ล้านคน สร้างรายได้ 65,370 ล้านบาท หลังจากปี 2559 ญี่ปุ่นเดินทางมาไทย 1.4 ล้านคน

และในการจัดฉลองความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 130 ปี ครั้งนี้มีตัวแทนบริษัทนำเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น 60 ราย อาทิ JTB World Vacation, H.I.S, Tabikobo อีกทั้ง สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ได้แก่       สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และผู้แทนบริษัทประชาสัมพันธ์ในญี่ปุ่นจำนวน 70 ราย อาทิ Nikkei business Publications,Inc., The Mainichi Newspapers, Yomiuri  เดินทางมาสำรวจสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว  สินค้าท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมของไทย


รวมถึงสถานที่สำคัญที่มีความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนาน เช่น หมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งในอดีตเคยมีประชากรชาวญี่ปุ่นมากกว่าหนึ่งพันคนอาศัยอยู่ร่วมกับคนไทยมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 หรือนานกว่า 600 ปี รวมทั้งเยี่ยมชมวัดพระศรีสรรเพชญ  วัดมหาธาตุ  และวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นอกจากการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว ผู้ร่วมการเดินทางในครั้งนี้ยังสามารถเลือกกิจกรรมในวันที่สอง ซึ่งได้มีการจัดเตรียมแนวทางการศึกษาดูงานตามความต้องการและประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของแต่ละบุคคล ประกอบด้วย


เส้นทางที่ 1 เยี่ยมชมวัด-วังสำคัญ ในเขตเกาะรัตนโกสินทร์

เส้นทางที่ 2 เดินทางสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ และศึกษาเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในแง่มุมต่างๆ ซึ่งได้จัดเก็บและแสดงที่พิพิธภัณฑ์สงคราม จังหวัดกาญจนบุรี

 เส้นทางที่ 3 หากผู้ร่วมเดินทางมีประสบการณ์ในการเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ ข้างต้นแล้วผู้ร่วมงานสามารถเลือกสัมผัสกับการดำเนินชีวิตปกติประจำวัน และความเอื้อเฟื้อมีน้ำใจของคนไทยอย่างใกล้ชิด ด้วยการเดินทางจากหัวลำโพง ผ่านเยาวราช และสัมผัสการใช้ชีวิตริมแม่น้ำด้วยการนั่งเรือหางยาวผ่านลำคลองต่างๆ ในเขตปทุมวัน หรือที่เรียกว่ารายการ Walking Bangkok

วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ททท."โตเกียว-โอซก้า"ญี่ปุ่นตั้งโนกิซากะ46 เป็นฑูตท่องเที่ยว

ททท.ญี่ปุ่น"2สำนักงานตั้ง"โนกิซากะ 46 ฑูตท่องเที่ยว
ตั้งเป้าชิงเค้กตลาดวัยรุ่นและผู้หญิงยุคใหม่ทัว์ไทยซ้ำๆ

 เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #AmazingThailand #Thaifest


นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ เปิดเผยว่า ททท. สำนักงานประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานโตเกียว และ สำนักงานโอซากา)   ได้แต่งตั้งให้ โนกิซากะ 46 เป็นทูตประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในประเทศญี่ปุ่น   พร้อมทั้งรับมอบประกาศนียบัตรให้กับโนกิซากะ 46  ณ ห้อง Akiba Hall อาคาร FUJISOFT Akiba Plaza เขตชิโยะดะ กรุงโตเกียว


เนื่องจาก "โนกิซากะ 46"  เป็นกลุ่มนักร้องหญิงที่มีชื่อเสียง  และมีอิทธิพลต่อผู้หญิงรุ่นใหม่ของญี่ปุ่น และมีแฟนคลับอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถสร้างการรับรู้ และสื่อสารภาพลักษณ์ในมุมมองใหม่ของประเทศไทยไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงญี่ปุ่น (โดยภาพรวมไทยมีส่วนแบ่ง 30%) อายุระหว่าง 20-30 ปี  และกลุ่ม First Visit (มีส่วนแบ่งโดยรวม 20%)   เลือกเดินทางมาไทย ในอนาคตยังจะกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มซ้ำ หรือ Repeater และนักท่องท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง (High Spender) ได้อีกช่องทาง


ประการสำคัญ ประเทศไทยมีสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวมากมายที่เหมาะสำหรับผู้หญิงรุ่นใหม่ ซึ่งสนใจเรียนรู้และต้องการมีประสบการณ์จากการท่องเที่ยว  มากกว่าแค่เพียงท่องเที่ยวเพื่อความสนุกสนาน  อาทิ Local Experience การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น   รวมถึงสินค้าประเภท Handicraft   ที่ออกแบบอย่างประณีต ร่วมสมัย เก๋ไก๋ โดยนักออกแบบไทย และใช้วัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่น  หรือกิจกรรมการผ่อนคลาย   และกิจกรรมเพื่อความงามนั่นเอง




เรือสำราญโลกแห่เทียบท่าในอ่าวไทย-อันดามัน-Majestic Princess มาแล้ว

ไทยเนื้อหอม"เรือสำราญ"แห่นำทัวร์คุณภาพมาเที่ยว
"Majestic Princess"พาเศรษฐีเทียบท่าแหลมฉบัง

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #AmazingThailand #thaifest

เมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน 2560 ประเทศไทยมีโอกาสได้ต้อนรับ "เรือMajestic Princess" ซึ่งเป็นเรือสำราญนานาชาตินำนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดหรู มีศักยภาพในการใช้จ่ายเงินสูง เข้ามายังท่าเทียบเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี


ปัจจุบันศักยภาพของไทยอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวเรือสำราญ (Cruise) ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้นำเรือสำราญนานาชาตินำนักท่องเที่ยวมาเทียบท่าบริเวณฝั่งอ่าวไทยและอันดามันปีละมากกว่า 10 สาย เช่น Princess Cruise, Royal Caribbean, Costa, Cunard, Star Cruise, P&O, Holland America Line Group


ตามนโยบายรัฐบาล "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดทำแผนพัฒนาการลงทุนท่าเทียบเรือในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้าให้เป็น Home Port ของภูมิภาคเอเชีย ลักษณะเดียวกันกับสิงคโปร์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน

ขณะนี้หน่วยงานเกี่ยวข้องได้เดินหน้าพัฒนาฌครงสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยวหลัก ๆ 5 เรื่อง ประกอบด้วย

1. ปรับปรุง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ แหลมฉบัง และภูเก็ต ควบคู่กับการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญอีก 2 แห่ง ได้แก่ จังหวัดกระบี่ และเกาะสมุย ไปพร้อม ๆกับวางแผนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เชื่อมโยงท่าเรือกับแหล่งท่องเที่ยว (เช่น รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง)

2. ประชาสัมพันธ์ให้บริษัทสายเดินเรือสำราญถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยขณะนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากลพร้อมรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเรือสำราญจากทั่วโลก

3.เร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศตามพื้นที่เมืองหลักและเมืองรอง โดยไฮไลต์ให้สอดคล้องกับพื้นที่ที่ได้จัดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว 8 คลัสเตอร์ และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการการท่องเที่ยว และมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

4.ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าออกของเรือโดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

5. พัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสำราญ ได้แก่ อาชีพลูกเรือ ผู้ให้บริการบนเรือ ผู้ประกอบการและชุมชน

ตามสถิติภาพรวมของการท่องเที่ยวเรือสำราญ "สมาคมการเดินเรือสำราญนานาชาติ" หรือ Cruise Lines International Association : CLIA ระบุว่า ปี 2558 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเรือสำราญกว่า  23 ล้านคน เพิ่มเฉลี่ย 4.4% ภายในเวลาต่สงกันเพียง 6 ปี เมื่อปี 2552  มีนักม่องเที่ยวเรือสำราญเพียงจาก 17.8 ล้าน ช่วงเลา 2-3 ปีที่ผ่านมาอัตราดารเติบโตเฉลี่ยปีละ 29%แนวโน้มในอนาคตจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ เป็นแม่เหล็กดึงดูดรายได้ที่ดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเข้มแข็งในระยะยาวให้กับประเทศไทย




วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ททท.เปิดแผนแม่บทปี2561ตั้งเป้าท้าทายทำรายได้ปีละ4ล้านล้านบาท

เปิดโร้ดแมฟ ททท.ปี’61เป้าท้าทายปีละ4ล้านล้านบาท”

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน -คอลัมนิสต์ท่องเทร่ยว และบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2560 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ได้ประชุมผู้บริหารสำนักงาน ททท.ในประเทศและทั่วโลก เพื่อระดมสมองเดินหน้าแผนแม่บทการท่องเที่ยว 5 ปี ระหว่างปี 2561-2564 ภายใต้หัวข้อ “ทันโลก ทันสมัย การท่องเที่ยวไทย 4.0” ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยั่งยืน ด้วยคอนเซ็ปต์ “Preferred Destination Preferred Destination Preferred Destination” : แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยนึกถึงและเลือกมาท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ตามเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดแผนระยะ 5 ปี 2564 ประเทศไทยจะต้องทำรายได้ 1ใน 7 ของโลก นำเงินจากทั่วโลกเข้าประเทศรวม 4 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ควบคู่กับการกระตุ้น “การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย” ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคนครั้ง

จากจุดเริ่มของแผนปีแรก 2560 ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ากว่า 3ล้านล้านบาท ยกระดับ “อันดับความสามารถในการแข่งขัน ด้านการท่องเที่ยว ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 30 ของโลก

ภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตามปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 นั้น ททท.ต้องร่วมมือกันภายในและสร้างเครือข่ายบูรณาการทำงานกับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ด้วยวิธีให้ความสาคัญกับเรื่องการกระจายผลประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่มีส่วนช่วยอนุรักษ์วิถีชีวิตและทรัพยากรของชุมชน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ทำให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการกับทรัพยากรของตนเอง

ควบคู่กับการเดินหน้าแนวคิด “การท่องเที่ยว ... เป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมลาทางสังคมจากการกระจายรายได้สู่ชุมชน เสริมสร้างการเรียนรู้ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนภายในประเทศและระหว่างประเทศ”

ภายใต้วางแผนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในภาพรวมขับเคลื่อนการตลาดปี 2561 ใน 6 แผนหลัก ประกอบด้วย

1.บริหารแหล่งท่องเที่ยวกาหนดมาตรฐานและกฎระเบียบ จัดโซนแหล่งท่องเที่ยว

2.ผลักดันมาตรการเชิงนโยบาย เช่น มาตรการภาษี วีซ่า วันหยุดพิเศษ

3. ให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว รับเรื่องร้องเรียน

4.บริหารความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว

5.พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว

6.บริหารกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการท่องเที่ยว

ททท.นำTTM+2017 ผงาดผู้นเอเชีย-รับปีท่องเที่ยว2561 หนุนสินค้าประชารัฐสดใส

ททท.บูมใช้TTM+ 2017ผงาดผู้นำเอเชีย
เปิดปีท่องเที่ยว2561หนุนสินค้าประชารัฐสดใส

เรื่องโดย –เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์ท่องเที่ยว gurutourza (ติดตามได้ใน X-CITE ไทยโพสต์ ฉบับ 18 มิถุนายน 2560)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2017 ภายใต้ธีม “Delivering Unique Experiences” เป็นงานเทรดท่องเที่ยวรายการใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2560  ณ ศูนย์การประชุมและการ แสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

“นายยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท.เปิดเผยว่า ตลอดการจัดงาน (TTM+) 2017 มีนักธุรกิจกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อการท่องเที่ยวเข้าร่วมมากสุดถึง 56 ประเทศ จำนวน 361 ราย เดินทางมาเพื่อเจรจาธุรกิจกับกลุ่มผู้ขายของไทยและประเทศลุ่มน้ำโขงและจากจีน 2 มณฑล คือ กวางสีกับยูนาน รวม 429 บูธ จาก 362 หน่วยงาน พร้อมทั้งมีผู้ขายที่เคยร่วมงานเป็นครั้งแรก 106 ราย และมีกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่จำนวนมากเข้าร่วมด้วย เช่น บัลแกเรีย โคโซโว  โมรอคโค  โปแลนด์  สโลวาเกีย  และศรีลังกา ส่วนประเทศที่เข้ามาร่วมเจรจาซื้อการท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ จีน สหราชอาณาจักร อินเดีย ออสเตรเลีย และอิตาลี
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เป็นปีแรกที่ ททท.ขยายลักษณะงานแบบเปิดเพิ่มอีก 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ได้คัดเลือกสินค้ากลุ่มประชารัฐผลิตภัณฑ์โอท็อปชุมชนระดับพรีเมี่ยม มีนวัตกรรมเชิงสร้างสรรในแถบล้านนามาจัดแสดงและจำหน่ายแก่นักธุรกิจทั้งหมดที่เข้าร่วมงาน ส่วนที่ 2 จัดสัมมนาให้ความรู้ทางด้านการท่องเที่ยวแก่สถาบันการศึกษาและนิสิตนักศึกษา ซึ่งสนใจเข้าฟังกว่า 500 คน
ตลอดการเจรจาธุรกิจและการจำหน่ายสินค้าประชารัฐโอท็อปชุมชนนั้น ทุกฝ่ายทั้งภาคเอกชนและรัฐยืนยันตรงกันว่าสามารถกระตุ้นรายได้การท่องเที่ยวเข้าถึงท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงในบริเวณล้านนา เนื่องจากผู้ซื้อและผู้ขายได้ลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวพร้อมทั้งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากด้วย
ผู้ว่าการ ททท.กล่าวถึงแผนงานอนาคตในปี 2561 พลเอกธนศักดิ์ และนางกอบกาญจน์ เห็นพ้องกันว่าการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2018 ปี 2561 จะไปจัดที่ “พัทยา” จังหวัดชลบุรี ใช้เป็นสปริงบอร์ดประชาสัมพันธ์ กระตุ้นนักลงทุนเข้าสู่พื้นที่ใหม่ “เขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งทะเลตะวันออก” Eastern Economic Coridor :EEC ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประการสำคัญพัทยาเป็นเมืองท่องที่ยวติดอันดับโลกสามารถเชื่อมโยงการขายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ อย่าง ระยอง จันทบุรี ตราด ได้ รวมถึงมีความพร้อมครบวงจรที่จะต้อนรับนักธุรกิจจากทั่วโลที่จะเข้าร่วมงานในปี 2561 มีทั้งสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา โรงแรมระดับ 5 ดาว แหล่งท่องเที่ยวชายทะเล วัฒนธรรม ชุมชน ผลิตภัณฑ์สินค้า อาหารถิ่น และความเป็นเจ้าบ้านที่ดี

ส่วนการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวช่วงครึ่งหลังปีงบประมาณ ระหว่างมิถุนายน-กันยายน นี้ ททท.มุ่งปลุกกระแสคนไทยเที่ยวในประเทศ รณรงค์กลุ่มเครือข่ายบริษัทและหน่วยงานภาครัฐเลือกเดินทางจัดประชุม-สัมมนา ภายในประเทศ เพื่อ
ทางด้าน พลเอกธนศักดิ์ ปฏิทาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้การส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าท่องเที่ยวยังคงมีความสำคัญอย่างต่อระบบเศรษฐกิจประเทศในการนำเงินรายได้จากทั่วโลกเข้ามาอุดหนุนท้องถิ่นทั่วประเทศ ภายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า รัฐบาลเตรียมประกาศให้ปี  2561 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยว (Tourism Year 2018) ควบคู่ไปกับไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับเวิลด์อีเวนต์ เช่น ASEAN TOURISM FORUM 2018 เดือนมกราคม งาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2018 เดือนมิถุนายน และงานรายการใหญ่ทางด้านกีฬาอื่น ๆ เพียงมากมาย
“นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. กล่าวเสริมถึงได้ใช้ศักยภาพของงาน Thailand Travel Mart Plus 2017  (TTM +) สร้างความแปลกใหม่ ด้วยการจัดทำเนื้อหาภายในงานใหม่ ได้แก่ OTOP SHOWCASE แบ่งเป็น 7 กลุ่ม ที่มีความโดดเด่น ได้แก่ ข้าว เครื่องครัว อุปกรณ์ตกแต่งโรงแรม สปา ทั้งหมดที่จะนำมาจัดแสดงตลอดงานสร้างรายได้ เข้าชุมชนเพราะมีผ้าฝ้ายสามารถสั่งซื้อล็อตใหญ่นำไปทำม่านของโรงแรม หรือของตกแต่งชนิดต่างๆ ระดับพรีเมี่ยม ทำให้เกิดการสั่งซื้อ “สินค้าท้องถิ่น” โดยตรงได้มากขึ้น ควบคู่การเปิดเวทีสัมมนานำเสนอ “อาชีพ” เช่น การทำงานบนเรือสำราญ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างงานได้มหาศาล เรื่อยไปจนถึงการตอกย้ำแบรนด์เชียงใหม่แนะนำ ASEAN TOURISM FORUM 2018 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ และส่งเสริมให้ CLMV เพื่อนบ้านของเราได้นำเสนอ และเปิดให้อุตสาหกรรมภายในประเทศได้เสนอความร่วมมือของ AEC เป็นการแชร์ความสำเร็จสู่เพื่อนบ้าน

ผลสัมฤทธิ์ของการจัดงานครั้งนี้ ปี 2561 ต้องเติบโตทั้งจำนวนและรายได้เกิน 10 % ซึ่งงานนี้จะเป็นสปิงบอร์ดสำคัญให้เกิดการขยายตัวและกระตุ้นกลุ่มผู้ซื้อจากทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว
ผนวกกับโครงการ THE LINK ซึ่ง ททท.สำนักงานในยุโรป กับ ททท.สำนักงานในประเทศ ทำงานได้คืบหน้ามาก ในงาน Arabian Travel Mart 2017 ประสบความสำเร็จในการนำจังหวัดสมุทรสงครามไปจับคู่กับตลาดตะวันออกกลาง โดยมีบริษัท วอเตอร์ เอ็กซ์โพเรอร์ จำกัด จัดทำโบชัวร์เสนอขายโปรแกรมท่องเที่ยวสมุทรสงครามเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับในเยอรมันขายแพกเกจคู่ขายจังหวัดพังงา แม่ฮ่องสอนกับสหราชอาณาจักรก็จับคู่ขายเหมือนกัน

ในปีงบประมาณใหม่ 2561 เริ่มเดือนตุลาคม 2560 จะขยายผลโครงการ THE LINK 2 โดย “เพิ่มเส้นทางเครือข่ายเชื่อมโยงเนื้อหาการท่องเที่ยว” เกี่ยวกับเส้นทาง Gastonomy Route ผลักดันให้เป็นหัวหอกใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และวางแนวทางการตลาดใหม่ยกระดับไทยเป็น Prefer Destinaition เพราะประเทศได้ใช้งบประมาณไปประมูลงานประชุมนานาชาติต่าง ๆ มาจัดในไทย
เส้นทางตัวอย่างการจับคู่เส้นทางกับตลาดต่างประเทศ ได้แก่ การทำโปรโมตนครศรีธรรมราชกับสวีเดน เมื่อมาถึงเมืองไทยจะชิมอาหารถิ่น ตามเส้นทางอาหารภาคใต้ที่น่าสนใจ แต่ละเมนูจะสร้างสรรค์ให้เป็น coudinary Jouney หรือเรื่องราวของการเดินทางอาหารถิ่นของไทยแต่ละเมนู ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ก็จะค้นหามานำเสนอเช่นเดียวกัน

“นายเรวัต สิงห์ศักดิ์” คนรุ่นใหม่ชาวยองในลำพูน ตัวแทนผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย ยกดอกเมืองลำพูน อธิบายว่า ทางกลุ่มชาวยองเมืองลำพูนซึ่งอยู่กันมานับร้อยปี โดยแต่ละครอบครัวจะผลิตผ้าฝ้าย ผ้าไหมยกดอกลำพูนประชารัฐ ปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประชารัฐโดยให้ความช่วยเหลือความรู้ เงินทุน และช่วยขยายช่องทางการตลาด ทำให้ชุมชนผลิตฝ้ายยกดอกมีความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพและขายสินค้าท้องถิ่น รวมทั้งมีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ละเดือนมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากเดิม 20-30 %
ระหว่างการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2017 ที่เชียงใหม่ ได้นำผลิตภัณฑ์ผ้ายกดอกมาเสนอขาย ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจที่เข้าร่วมเจรจาซื้อขายการท่องเที่ยวแวะมาซื้อผ้าแต่ละวันมูลค่าหลักหมื่นบาทขึ้นไป นอกจากจะได้เผยแพร่วัฒนธรรมผ่านผืนผ้าแล้ว ยังได้เพิ่มช่องทางการขายให้แก่ชาวบ้านในชุมชนด้วย
ททท.พร้อมจะใช้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกรูปแบบเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้กลายเป็นผู้นำเอเชียครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อไป


วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สมาคมภัตตาคารไทยบูมอาหารไทยผนวกขายวัฒนธรรมทั่วโลก-เปิดแผนแม่บท ททท.ปี'61

ไทยโหมอาหารผนวกวัฒนธรรมขายทั่วโลก
นายกหญิงภัตตาคารไทยลุยทำมาตรฐานใหม่
“ศุกร์หรรษา”ลดแจกใหญ่ที่คิงเพาเวอร์ศรีวารี
เปิดโร้ดแมฟททท.ปี’61เป้าท้าทายปีละ4ล้านล้าน
BPCGเครือบางจากซื้อหุ้นสตาร์ฯรุกพลังงานใหม่
ท้าเที่ยวข้ามภาคแห่เทียน-WomenJouneyก.ค.-ส.ค.
อิ่มใจประชุมช่วยชาติได้ที่ “ดอยตุง”เชียงราย

  สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2560 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz.ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” (ฟังทางมือถือเลือก FM 97.0 หรืออ่านใน www.facebook.com/penroong ฟังย้อนหลังทาง youtube www.facebook.com/rauydauykhao) #gurutourza #thailandfest #AmazingThailand
ช่วงที่ 1 แฟนพันธุ์แท้เรื่องอาหารห้ามพลาดฟัง “คุณฐนิวรรณ์ กุลมงคล” นายกสมาคมภัตตาคารไทย จะมาปลุกจิตวิญญาณคนไทยให้หันมาฟื้นฟู “รากของอาหารและขนมไทย” ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาหลายร้อยปี ปัจจุบันเมื่อการท่องเที่ยวเบ่งบาน อาหารไทยทำเงินเป็นกอบกำปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ประการสำคัญยังสามารถใช้โอกาสนี้บอกเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านอาหารไทยได้ด้วย ทั้งดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ คนไทยและชาวโลก
ฐนิวรรณ กุลมงคล
นายกสมาคมภัตตาคารไทย
“คุณฐนิวรรณ กุลมงคล”  นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า การพัฒนามาตรฐานอาหาร เพราะรสชาติต้องอร่อย และต้องยกสู่สากล ทางสมาคมร่วมกับองค์การอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข ทำมาตราฐานอาหารไทยในระดับสากล
ขณะนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารของไทย ประเมินกลุ่มที่เปิดบริการอยู่ในห้างสรรพสินค้าจะมีประมาณ 10 % ได้มาตรฐานทั้งเรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ ความสวยงาม เป็นระเบียบ ครบตามเกณฑ์สากล
 แต่สิ่งที่ต้องทำให้ได้สูงสุดจะต้องเป็น “ความปลอดภัยในการบริโภค” ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 ข้อ ที่ทุกร้านอาหารจะต้องทำให้ได้ แต่ปัจจุบันยังทำกันได้ไม่ครบ เช่น ชั้นวางของต่ำกว่า 60 เซนติเมตร หากทำไม่ได้ก็ถือว่าผิดเกณฑ์สากล ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโดยทั่วไปยังต้องร่วมมือกันปรับปรุง เพราะชื่อเสียงของไทยโด่งดังไปทั่วโลกเรื่อง STREET FOOD ในกรุงเทพมหานคร สร้างรายได้เข้าประเทศ
ขณะที่นักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงก็ต้องการบริโภคอาหารในร้านที่มีความปลอดภัยสูง ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องช่วยกันรักษามาตรฐานร้านอาหารให้ได้ระดับสูงตามเกณฑ์สากล

     สมาคมภัตตาคารอาหารไทยมีโครงการรณรงค์ให้เกิดความตื่นตัวด้วยการขอให้ หน่วยงานรับผิดชอบดูแลอย่าง กรุงเทพมหานคร เข้าไปให้ความรู้และควบคุมดูแล ส่วนสมาคมฯ มีสมาชิกผู้ประกอบการเอกชนจะพยายามอย่างเต็มที่ในการลงทุนทำร้านให้ได้มาตรฐานอยู่แล้ว เพียงแต่ร้านที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานต่าง  ๆแต่ไม่ได้เป็นสมาชิก ก็ต้องขอความร่วมมือช่วยกันนำผู้ประกอบการเข้ามาทำให้มาตรฐานที่ดีให้ได้ เพื่อประโยชน์ทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ
ขณะนี้ทางสมาคมมีโครงการรณรงค์ร้านอาหารขนาดพื้นที่ 200 ตารางเมตร ต้องมีมาตรฐาน GMP หมายถึง “ผู้บริโภค” ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ แหล่งวัตถุดิบมาจากไหน มีสารเคมีตกค้างหรือไม่ ทางสมาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกเหนือจากการร่วมมือกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) โปรโมต “อาหารไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก”
การยกระดับมาตรฐานร้านอาหารและความปลอดภัยเป็นโครงการสำคัญสุด ๆ ที่จะต้องทำให้สำเร็จ
ตลอดปีนี้ทางคณะกรรมการกลุ่มประชารัฐ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนโปรโมตโครงการ Amazing Thai Taste เพราะมีรายได้จากอาหารไทยปีละ 450,000 เป็น 500,000 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับร้านอาหาร ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายช่วยกันรณรงค์อาหารไทยให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักเมนูอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น เช่น รู้จักต้มยำกุ้ง ก็ควรรู้จัก ต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน เพื่อวางแผนกินอาหารไทย ทั้งผัดไทย มัสมั่น เพื่อเพิ่มรายได้จากการใช้เงินของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้อาหารไทยเติบโตทางรายได้

นอกจากจะทำเรื่อง “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ขยายเป็นวงกว้างในตลาดโลกแล้ว การร่วมมือกันของร้านอาหารภายในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาถึงถิ่นแล้วก็ควรจะช่วยกันประชาสัมพันธ์หรือแนะนำเมนูการเลือกรับประทานมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีความหลากหลายและสามารถกินได้ไม่ซ้ำในแต่ละวัน
การแข่งขันของร้านอาหารไทย ขณะนี้มีอาหารชาติอื่น โดยเฉพาะ “อิตาเลียน” เปิดวันละ 1 แห่ง รวมทั้งร้านญี่ปุ่น เกาหลี คู่แข่งในตลาดจึงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และมีผู้ประกอบการร้านไทยปิดกิจการ เนื่องจากมี “ร้านออนไลน์” เป็นทางเลือกใหม่เสิร์ฟถึงสำนักงานหรือหน้าบ้าน ส่งผลกระทบกับร้านอาหารที่ไม่ได้ปรับตัวเพราะลูกค้าหันไปใช้ดิลิเวอรี่แทน
สภาพสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จากครอบครัวแบบดั้งเดิมจะมีแม่บ้านทำอาหารแต่เดี๋ยวนี้คนออกไปทำงานนอกบ้าน การซื้อรับประทานจะถูกกว่า ดังนั้น  “ร้านอาหาร” จึงเป็นส่วนสำคัญกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ตามสภาพการคมนาคมและชีวิตที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารจึงเพิ่มขึ้นมากมายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ร้านอาหารจะมีจำนวนมากขึ้นการแข่งขันรุนแรง สมาคมจะไม่เน้นการแข่งขันกันเองแบบเอาเป็นเอาตาย แต่จะมุ่งสร้างเครือข่ายความเป็นพันธมิตร แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกวัน แนะนำซัพพลายเออร์ ร่วมกันจัดซื้ออุปกรณ์และวัตถุดิบในกลุ่มจะได้ต่อรองราคาดีกว่า เป็นประโยชน์ที่วินวินกัน
คุณฐนิวรรณ์  “นายกสมาคมภัตตาคารไทย” ย้ำว่าขณะนี้ได้เปิดธุรกิจเป็นแบรนด์อาหารเพิ่มอีกแบรนด์ เพราะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข มานานกว่า 10 ปี ได้เห็นข้อมูลตลอดเวลาว่าคนไทยเป็น “โรคอ้วน” โดยส่วนใหญ่ระหว่างประชุมสัมมนา ก็รับประทานเค้ก คอฟฟี่เบรกกับอาหารสไตล์ครีม ๆ นมเนย จำนวนมาก

ดังนั้นจึงได้คิดวิธีรณรงค์คนไทยที่ประชุม สัมมนา หันมาเลือก “รับประทานของว่างขนมไทย” ช่อม่วง ล่าเตียง คนรุ่นใหม่ในบ้านเราตอนนี้แทบจะไม่รู้จักเลย และเพื่อหาทางออกที่ดีให้แก่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ให้มีชีวิตดี ๆ ทั้ง 2 เรื่อง คือ สุขภาพ และเรียนรู้วัฒนธรรมไทยควบคู่กันไปได้ ผ่านเรื่องราวของ “ขนมและอาหารไทย” ซึ่งควรจะนำเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยยุคใหม่มากขึ้น แต่ผลจากการที่ขนมไทยโบราณและสไตล์ชาววังหาแหล่งซื้อได้ยาก ทางดิฉันจึงลุกขึ้นมาทดลองผลิตโดยใช้เวลามาแล้ว 2 ปี ใช้ชื่อแบรนด์ “กล่องทิพย์” บริการส่งถึงทุกสถานที่ทั้ง อาหารว่าง และอาหารกลางวัน งานประชุมสัมมนา เพื่อคืนสู่วัฒนธรรมอาหารไทย ทั้งแบบสำรับไทย และอาหารไทยชาววัง ส่วนขนมไทยส่งแบบดิลิเวอรี่ สั่งเพียง 10 กล่อง ก็มีบริการจัดส่งถึงที่หมาย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ขมกับอาหารไทย

เพราะอาหารไทยชาววังมีความปรานีตและดีต่อสุขภาพ ทางแบรนด์ “กล่องทิพย์” จึงเน้นทำอาหารว่างไทยชาววังบรรจุกล่อง (SNAX BOX)
สนใจสามารถสั่งจองซื้อได้ พิมพ์กล่องทิพย์ จะมีเฟซบุ๊คซึ่งมีรายละเอียดครบวงจรให้เข้าไปสั่งซื้อได้ และเมื่อเดือนเมษายน 2560 ยังได้เปิด “ร้านอาหารกล่องทิพย์” ตรงซอยจรัญสนิทวงศ์ 94 เพื่อให้ผู้บริโภคไปใช้บริการอยู่ในช้อปปิ้งมอลล์ เล็ก ๆ มีเมนูอาหารจานเดียว อาหารชาววัง สามารถติดต่อสอบถามทาง”คุณสามารถ” ผู้จัดการร้านกล่องทิพย์ได้ที่ 080-599-4344
ส่วนแพกเกจจิ้งอาหารกล่องทางโรงแรมหรือผู้จัดงานสัมมนาสามารถสั่งแล้วนำไปแช่แข็งไว้แล้วนำมาอุ่นด้วยไมโครเวฟเพียง 5 นาที ก็จะได้อาหารไทยรสชาติและความอร่อยปกติเหมือนการสั่งกินในร้านกล่องทิพย์นั่นเอง


เป้าหมายหลักต้องการให้คนไทยหันมาเลือกรับประทานอาหารไทย เผยแพร่วัฒนธรรม วิถีไทย ผ่านอาหารไทยสร้างความแข็งแรง ยั่งยืน เป็นอุตสาหกรรมสำคัญนำรายได้เข้าประเทศจากทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกปี

ฟังข่าวช่วงแรก
ข่าวที่ 1 “ศุกร์หรรษาช้อปลดแหลกที่ คิง เพาเวอร์ ศรีวารี”
ห้ามพลาดงานSale พิเศษต้อนรับฤดูช้อปครึ่งปีหลัง ได้ที่ “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ศรีวารี” กับมหกรรม  “8 ศุกร์หรรษา ลดสูงสุด 30%” เอาใจนักช้อปก่อนหยุดสุดสัปดาห์เฉพาะวันศุกร์เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันนี้- 28 กรกฎาคม 2560 นี้ มหกรรมลดสินค้าคุณภาพเลิศพร้อมโปรโมชั่นมากมายที่นำมามอบให้ลูกค้าคนไทย และสมาชิก คิง เพาเวอร์ เลือกได้เลยอีก 5 สิทธิ์
1.เพียงแค่ลงทะเบียนซื้อสินค้า ก็รับไปเลยคูปองส่วนลดมูลค่า 800 บาท เพื่อซื้อสินค้าราคา 2,500 บาทขึ้นไป 2.ส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายกา 3.รับฟรีทันที Gift Voucher 2,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 28,000 บาท พิเศษเมื่อช็อปครบ 28,000 บาทติดต่อกัน 8 สัปดาห์ สัปดาห์สุดท้ายรับ Gift Voucher เพิ่มเป็น 5,000 บาท
4.รับฟรีทันที Gift Voucher มูลค่า 50,000 บาท เมื่อมียอดช็อปสูงสุด ตั้งแต่ 800,000 บาทขึ้นไป (1 รางวัล / สัปดาห์) 5.พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Top Spender ลุ้นแพ็กเกจล่องเรือสำราญ Royal Caribbean เส้นทาง สิงคโปร์-มาเลเซีย เมื่อสะสมยอดซื้อสูงสุด ทุกวันศุกร์ตลอดรายการ ตั้งแต่ 1,800,000 บาทขึ้นไป
สอบถามได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1631 หรือดูได้ที่ www.kingpower.com

ข่าวที่ 2 “เปิดโร้ดแมฟททท.ปี’61เป้าท้าทายปีละ4ล้านล้านบาท”
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2560 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท.ได้ประชุมผู้บริหารสำนักงาน ททท.ในประเทศและทั่วโลก เพื่อระดมสมองเดินหน้าแผนแม่บทการท่องเที่ยว 5 ปี ระหว่างปี 2561-2564 ภายใต้หัวข้อ “ทันโลก ทันสมัย การท่องเที่ยวไทย 4.0” ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยั่งยืน ด้วยคอนเซ็ปต์ “Preferred Destination Preferred Destination Preferred Destination” : แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยนึกถึงและเลือกมาท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ตามเป้าหมายเมื่อสิ้นสุดแผนระยะ 5 ปี 2564 ประเทศไทยจะต้องทำรายได้ 1ใน 7 ของโลก นำเงินจากทั่วโลกเข้าประเทศรวม 4 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน ควบคู่กับการกระตุ้น “การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย” ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคนครั้ง
จากจุดเริ่มของแผนปีแรก 2560 ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ากว่า 3ล้านล้านบาท ยกระดับ “อันดับความสามารถในการแข่งขัน ด้านการท่องเที่ยว ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 30 ของโลก
ภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตามปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2560 นั้น ททท.ต้องร่วมมือกันภายในและสร้างเครือข่ายบูรณาการทำงานกับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน ด้วยวิธีให้ความสาคัญกับเรื่องการกระจายผลประโยชน์ให้กับคนในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่มีส่วนช่วยอนุรักษ์วิถีชีวิตและทรัพยากรของชุมชน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ทำให้คนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการกับทรัพยากรของตนเอง
ควบคู่กับการเดินหน้าแนวคิด “การท่องเที่ยว ... เป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมลาทางสังคมจากการกระจายรายได้สู่ชุมชน เสริมสร้างการเรียนรู้ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนภายในประเทศและระหว่างประเทศ”
ภายใต้วางแผนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในภาพรวมขับเคลื่อนการตลาดปี 2561 ใน 6 แผนหลัก ประกอบด้วย
1.บริหารแหล่งท่องเที่ยวกาหนดมาตรฐานและกฎระเบียบ จัดโซนแหล่งท่องเที่ยว
2.ผลักดันมาตรการเชิงนโยบาย เช่น มาตรการภาษี วีซ่า วันหยุดพิเศษ
3. ให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว รับเรื่องร้องเรียน
4.บริหารความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว
5.พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว
6.บริหารกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการท่องเที่ยว

ข่าวที่ 3 “ททท.ชวนปั่นเที่ยวรักษ์โลก8เส้นทางแพร่-น่าน”

นางสาวเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแพร่ กล่าวว่า  เชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจร่วมกิจกรรม IGreen ICare“จิตอาสา ลดโลกร้อน” ในเส้นทางจักรยาน Bike Green Love แพร่-น่านขานรับกลยุทธ์ที่  ททท.ได้นำเสนอแนวคิด 7Greens ตลอดฤดูท่องเที่ยวหน้าฝน  พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว 200 คนแรก เมื่อเลือกปั่นจักรยานในเส้นทางจักรยาน“ Bike Green love แพร่-น่าน” เพียง 1 เส้นทาง ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2560 แล้วถ่ายรูปพร้อมแชร์การทำกิจกรรม IGreen ICare “จิตอาสา ลดโลกร้อน”  ใน Facebook ของตนเอง แจ้งส่งชื่อและที่อยู่ทาง line : @tatphrae  ทาง ททท.สำนักงานแพร่ได้จัดเตรียมของที่ระลึกไว้แจกเพียบ มีทั้ง ขวดน้ำดื่มพร้อมขาจับอะลูมิเนียมเพื่อใช้วางขวดน้ำ และถุงผ้าลดโลกร้อน
โดยได้คัดเลือกเส้นทางปั่นจักรยานท่องเที่ยวชมธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม 8 เส้นทาง ประกอบด้วย แพร่ 4  เส้นทาง น่าน 4 เส้นทาง  นักท่องเที่ยวขาปั่นทั้งหลายสามารถขอรับคู่มือเส้นทางจักรยาน“ Bike Green love แพร่-น่าน” ได้ที่ ททท.สำนักงานแพร่ อ.เมือง จ.แพร่ และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน อ.เมือง จ.น่าน โทร.054-5211๒๗ , Line@ : Tatphrae หรือค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากแอพพลิเคชั่น Go2 phrae-nan และ Facebook fanpage : Tatphrae
นักท่องเที่ยวที่รักการ “ปั่น”ไปพร้อมๆ กับชมแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ล้ำค่าด้วยวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแพร่-น่าน ได้ชิมอิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่น ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และจัดกิจกรรมเปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคืนกำไรสู่สังคมด้วยการเที่ยวอย่างมีคุณภาพ
ข่าวที่ 4 “บีพีซีจีเครือบางจากร่วมทุนสตาร์ฯหวังรายได้พุ่ง”
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ในเครือ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานร่วมกับคณะกรรมการ ฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติให้บีพีซีจีเข้าซื้อหุ้นบริษัทสตาร์ เอ็นเนอร์ยี่ กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (Star Energy Group Holdings Pte.Ltd.) 33.33% เพื่อใช้เงินลงทุนรวมไม่เกิน 357.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 12,341 ล้านบาท ร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย ตามขั้นตอนหลังจากทำการซื้อขายหุ้นเรียบร้อยแล้ว สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ทันที
ผลดีในการลงทุนครั้งนี้จะทำให้บีพีซีจีมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเกือบ 2 เท่า เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิตรวม 995 เมกะวัตต์ ที่บีซีพีจีมีส่วนอยู่ 182 เมกะวัตต์ โดยโครงการทั้งหมดจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำที่ผลิตได้ให้แก่การไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) ภายใต้สัญญาระยะยาว
รวมทั้งบีซีพีจีจะมีโอกาสส่งพนักงานไปร่วมทำงานเพื่อเพิ่มความรู้และประสบการณ์ของบริษัทฯ ในธุรกิจพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นการพัฒนาศักยภาพในอนาคตด้วย

ข่าวที่ 5 ท้าเที่ยวข้ามภาค“แห่เทียน-Women Jouney”ก.ค.-ส.ค.นี้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานช่วงครึ่งปีหลัง ททท. 5 ภูมิภาค ได้เพิ่มความถี่ในการใช้โครงการ “ท้าเที่ยวข้ามภาค” กระตุ้นคนไทยออกไปเที่ยวข้ามภาค ไปสัมผัสกับความแตกต่างของแต่ละท้องถิ่น ออกไปแลกเปลี่ยน Local Experience ใหม่ๆ ประสบการณ์ต่างๆ สัมผัสความแตกต่างของวัฒนธรรมพื้นถิ่น และความแตกต่างของธรรมชาติ
ในเดือนกรกฎาคม จะมีงานประเพณียิ่งใหญ่ “แห่เทียนพรรษา” ที่แต่ละภาคสามารถท้าไปเที่ยวยังชุมชนต้นเทียนภาคอีสาน เรื่อยไปจนถึงสิงหาคม นี้ ตลอดทั้งเดือน ททท.จัดทำโครงการ “Weomen Jouney” ให้สิทธิพิเศษนักท่องเที่ยวผู้หญิงได้รับสิทธิพิเศษทั้งแพกเกจท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง สปา และโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ขณะนี้เอกชนกำลังทยอยทำแคมเปญรองรับเดือนแห่งผู้หญิงท่องเที่ยว
โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงถือเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพราะมีกำลังซื้อและมีอำนาจในการตัดสินใจสูง และกลุ่ม Silver Age เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย และมีเวลาท่องเที่ยว
สำหรับโครงการ “ท้าเที่ยวข้ามภาค” ททท.ตั้งเป้าเจาะลึกตลาดเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก เดินทางท่องเที่ยวข้ามภาคกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ได้แก่
กลุ่ม GEN Y ท้าลุยข้ามภาคไปท้าพิสูจน์ ของดีของเด็ดในภาคต่างๆ ท้าคนฝั่งทะเลข้ามภาคมาปีนเขา ท้าเด็กดอยมาโต้คลื่นกับเด็กทะเลที่ภาคใต้ ท้าคนรักหมูย่าง เมืองตรังมากินหมูยอสุดแซ่บที่ภาคอีสาน
กลุ่ม Women ท้าให้เที่ยวข้ามภาคออกไปใช้เวลาคุณภาพ กับตัวเอง เที่ยวข้ามพื้นที่ไปช้อป ใช้ชีวิตชิคๆ เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร

กลุ่ม Sliver Age ท้าก๊วนรุ่นใหญ่ หัวใจวัยสะรุ่น ให้ชวนเดอะแก๊งค์ ออกไปซิ่ง ข้ามภาคยกก๊วน ทั้งก๊วนกิน ก๊วนกอล์ฟ ก๊วนบุญ ก๊วนแด๊นซ์ ให้สุดสวิงริงโก้ เรียกว่าเที่ยวจนลืมวัย
โดยกลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นให้ GEN Y เป็นผู้สร้างเครือข่ายใยแมงมุมผ่าน Social Network

ข่าวที่ 5 “ผู้นำทอท.จ่อเปิดประมูลเสรีสัมปทานสุวรรณภูมิปลายปี60”
ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” กล่าวว่า วางแผนงานอนาคตหลังขยายพื้นที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2  จะเริ่มทยอยเปิดประมูลเสรีสัมปทานสัญญาพื้นที่ปลอดอากร พื้นที่เชิงพาณิชย์ พื้นที่ Common use ครั้งใหม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า อาจเป็นภายในสิ้นปี 2560 หรือต้นปี 2561
โดย ทอท. พร้อมทั้งจะนำบทเรียนจากอดีตมาปรับปรุง โดยเตรียมจัดระเบียบขั้นตอนให้สังคมเข้าใจง่าย ๆ ตรงกันเพื่อลดความขัดแย้งทางความคิดลง ตามหลักปฏิบัติจะต้องเปิดประมูลสัมปทานทั้งสองส่วนล่วงหน้าก่อนเปิดบริการเฟสใหม่ 1-2 ปี นั่นคืออย่างเร็วที่สุดปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561
สำหรับกรอบเวลาตามแผนพัฒนาการลงทุนโครงการขยายพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 ทอท.จะทำให้แล้วเสร็จช่วงพฤศจิกายน 2562 กำหนดเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการปี 2563 ซึ่งสัญญาระหว่าง ทอท.กับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะสิ้นสุดพอดี
 ส่วน “วิธีการคำนวณ” การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพื่อการจำหน่ายสินค้าดิวตี้ฟรีและเชิงพาณิชย์ ตามแผนขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2  ขนาดพื้นที่ใช้สอยในอาคารผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนแน่นอน แต่จะเข้าตาม“พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535”  มีมูลค่าการลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท หรือไม่ จะจ้างผู้เชี่ยวชาญการประเมินสรุปใหม่อีกครั้ง
เบื้องต้นการเปิดประมูลรอบใหม่จะพิจารณาสัมปทานบริหารพื้นที่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งเฟส 1-2 เพียง  1 รายเดียวเท่านั้น
ดร.นิตินัยย้ำว่าในช่วงปี 2559 เรื่อยมาจนถึงครึ่งปีแรก 2560 ทอท.ถูกกระแสโจมตีอย่างหนักโดยการรื้อฟื้นเรื่องเก่าในอดีตที่ ทอท.เคยชี้แจงมาแล้วหลายครั้งถึงการดำเนินงานตามขั้นตอนอย่างชัดเจน กรณีให้สัมปทานกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ผู้ชนะการประมูลได้สิทธิบริหาร “พื้นที่ร้านค้าปลอดอากร” (duty free) และ “พื้นที่เชิงพาณิชย์” รวมถึงจุดส่งมอบสินค้า (pick up counter) ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เรื่อยไปจนถึงกรณีถูกโจมตีประเด็นการติดตั้ง “ระบบรายงานยอดขาย-Point of Sale : POS” และการลงทุนเข้าข่าย “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535” นั้น
ตลอดสัญญาธุรกิจทั้ง ทอท.และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ต่างดำเนินการตามขั้นตอนโดยผ่านกระบวนการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ชี้ขาดทุกข้อสงสัยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อยืนยันความจริงตามสิทธิและการปฏิบัติตามทุกเงื่อนไขสัญญาระหว่างรัฐพึงกระทำกับเอกชน นำประโยชน์สูงสุดคืนสู่รัฐมาตลอด

ช่วงที่ 2 ทำให้ชีวิตคือการท่องเที่ยว เรียนรู้ความแปลกใหม่ ทริปนี้แนะนำให้ไป “โครงการดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำเริ สุขภาพ และข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์

@อิ่มใจได้เที่ยว“โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เชียงราย”

ได้เวลาเก็บกระเป๋าพาทีมงานในองค์กรออกไป ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ  ใน โครงการพระราชดำริ” โครงการแรก “โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดาริ จ.เชียงราย” สามารถไปใช้สถานที่จัดประชุมและสัมมนาพร้อม ๆ กับร่วมทำกิจกรรมที่มีคุณค่าแก่ชีวิตของเรา
สามารถที่จะนำเพื่อนพ้องน้องพี่ในแต่ละองค์กร “กิจกรรมศึกษาดูงาน” ได้ถึง 4 ส่วน คือ 1.ศึกษาดูงานและเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน การทาธุรกิจ เพื่อสังคม การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคนผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยน ฟังบรรยายจากคนในพื้นที่
2.ชมหอแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งมีนิทรรศการที่ถ่ายทอดแนวพระราชดาริ พระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจของราชสกุลมหิดล
3.ชมศูนย์ส่งเสริมเกษตรกรรม อาทิ ป่าเศรษฐกิจ งานเพาะเนื้อเยื่อ กาแฟ ไม้กระถาง ไม้ประดับจากต่างประเทศ
4.ชมกระบวนการผลิตงานฝีมือชาวเขา ณ ศูนย์ผลิตและจาหน่ายงานมือ อาทิ การทอผ้าและพรม การทาเซรามิก กระดาษสา และการคั่วกาแฟ
หรือจะเลือกทำ “กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม” แต่ละหน่วยงานสามารถพาทีมไปทำเรื่องดี ๆ ด้วยกั้นทั้ง  การร่วมกิจกรรมทาฝายชะลอน้า ร่วมทำแนวกันไฟ

และเต็มอิ่มกับ “กิจกรรมสันทนาการ” ที่จะได้สัมผัสกลิ่นอายชุมชน ในวิถีชีวิตชนเผ่าและเยี่ยมชมบ้านของชาวบ้านในพื้นที่รอบโครงการฯ แล้วลองไปเก็บเมล็ดกาแฟ และแมคคาเดเมีย พืชเศรษฐกิจดอยตุง ใช้ชีวิตสโลไลฟ์เดินชมเรือนเพราะชาไม้กล้าและทดลองปลูก ชมความงามของพระตาหนักดอยตุง ดอกไม้ ณ สวนแม้ฟ้าหลวง แล้วแวะไปสักการะพระบรมธาตุทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
“สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจัดประชุม” (MICE FACILITIES)  ภายในโครงการพัฒนาดอยตุง   ประกอบด้วย ห้องพัก รองรับได้สูงสุด 104 คน ห้องประชุม 3 ห้อง รองรับได้สูงสุด 100 คน ห้องอาหาร 3 ห้อง สามารถจัดเลี้ยงได้สูงสุด 250 คน ดอยตุงไลฟ์สไตล์ จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมโดยชาวดอยตุง
บริการมุมสบายสไตล์ดอยตุงที่ คาเฟ่ดอยตุง และร้านต้นไม้ดอยตุง สอบถามได้ที่ 053-767-7001, 053-767-7043 หรือดูรายละเอียดที่ www.doitung.org , www.maefahluang.org

@เปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นคนยิ้มง่าย
ผู้ที่มีอาการกระสับกระส่าย ไม่มีสมาธิ หงุดหงิดง่าย ย้ำคิดย้ำทำในบางเรื่อง หากคุณกำลังเผชิญอาการเหล่านี้ ให้สันนิฐานว่าอาจเกิดจากภาวะวิตกกังวล จึงแนะนำให้ลองทำกิจกรรมต่อไปนี้ แล้วคุณจะกลายเป็นคนยิ้มง่ายได้เลย
1. ออกกำลังกายให้เหงื่อออก งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้มีภาวะวิตกกังวลมีสารกาบา (GABA-Gamma-Aminobutyric Acid) อยู่ในระดับต่ำ แนะนำให้ผู้ป่วยไปออกกำลังกาย เช่น ฝึกโยคะ เพราะจะทำให้ระดับกาบาในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้จิตใจสงบขึ้น
2. หายใจเข้า-ออก ให้ช้าและลึก โดยหายใจเข้านับ 1-5 สังเกตว่าระหว่างหายใจเข้าท้องพองออก จากนั้น กลั้นลมหายใจ นับ 1-3 แล้วหายใจออก นับ 1-5 นับเป็น 1 ครั้ง ทำ 5 ครั้ง
3. กินบริเวอร์ยีสต์ คือยีสต์  ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอติน หรืออิโนซิทอล (Inositol) งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า สารเสริมอาหารที่มี อิโนซิทอล ช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของภาวะวิตกกังวลได้ดีเท่ากับการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้า
4. กินน้ำมันปลา งานวิจัยชิ้นหนึ่งให้อาสาสมัครกินน้ำมันปลา วันละ 3 กรัม นาน 3 เดือน พบว่า ความเครียด ความวิตกกังวลลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่กินยาหลอก แต่ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชียวชาญก่อนทุกครั้ง
5. เข้าหาศาสนา การศึกษาในผู้ใหญ่ จำนวน 718 คน พบว่า ผู้หญิงที่ไม่สนใจศาสนา มีภาวะวิตกกังวลมากกว่าผู้ที่เข้าศาสนา 3 เท่า จึงแนะนำให้ทุกคนมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม คือ ไปวัดหรือ ไปศาสนสถานตามศาสนาที่ตนนับถือ
เพื่อลดความวิตกกังวลและช่วยเพิ่มรอยยิ้มที่สดใสให้ตัวเอง เราสามารถเลือกที่จะมีความสุขได้เสมอทุกอย่างอยู่ที่เราเลือก

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก “เที่ยววิถีไทยในสนามกอล์ฟเพียง999บาท”
นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าจับมือกับ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สนับสนุน "อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ - พีทีที เอ็กซ์คลูซีฟ กอล์ฟ 2017" กอล์ฟราคาประหยัด 999 บาท สนาม 2 กำหนดดวลวงสวิงกันในวันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. 60 ณ สนามบางปะกง ริเวอร์ไซด์ นับเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตามแคมเปญ "ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ สไตล์ลึกซึ้ง" ที่มี บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมสนับสนุนด้วยทั้งนักกอล์ฟแอลพีจีเอ.และนักกอล์ฟสมัครเล่น

ข่าวที่สอง “4จังหวัดภาคเหนือลุยจัดแรลลี่วิถีล้านนา”
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 รายงานว่า ได้จัด "แรลลี่ 4 จังหวัด สัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา" ชวนปั่นจักรยานแรลลี่ 2 วัน 1 คืน ใน 4 จังหวัด 4 สไตล์ 4 ชุมชน ตั้งเป้าโปรโมทการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างรายได้- ความยั่งยืนและความภูมิใจแก่ท้องถิ่น ยังมีอีก 2 สนามให้ร่วมสนุกช่วง 24-25 มิถุนายน และ 1-2 กรกฎาคม นี้ สมัครได้ที่สำนักงานทางการท่องเที่ยวและกีฬาใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปางและลำพูน หรือโทร 053-711-805 และ 086-882-5110 และติดตามได้ที่ Facebook Fan page : "แอ่วเหนือ ม่วนใจ"

โครงการ"แรลลี่ 4 จังหวัด สัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา...แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ชื่นชมวิถีไทย สุขใจวิถีล้านนา" เป็นการแข่งขันกีฬาปั่นจักรยานแรลลี่ 2 วัน 1 คืน ใน 4 จังหวัด 4 สไตล์ 4 ชุมชน ช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบด้วย สนามที่ 3 บ้านสามขา ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปางในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 และสนามที่ 4 บ้านเมืองปอน ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันที่ 1-2 กรกฎาคม 2560
 ส่วนที่แข่งเสร็จไปแล้วคือ สนามที่ 1 ชุมชนไทลื้อบ้านออนหลวย ตำบลออนเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 10-11 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา สนามที่ 2 บ้านธิ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ในวันที่ 17-18 มิถุนายน 2560
เป็นการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวด้วย "โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพCBT การท่องเที่ยวโดยชุมชน" ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ ที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้ยั่งยืน เพิ่มมูลค่า สร้างความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

ข่าวที่สาม "ททท.นำทีมจัดยิ่งใหญ่กิจกรรมทางน้ำฉลอง50ปีอาเซียน"
นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม ททท. กล่าวว่า ได้ร่วมกับกองทัพเรือประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดมหกรรมทางเรือนานาชาติ ฉลองครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน ระหว่าง 13-22 พฤศจิกายน 2560 จะจัดกิจกรรมทั้งทางทะเลและบนบกในจังหวัดชลบุรี  เช่น การสวนสนามทางเรือนานาชาติ การฝึกผสมแบบพหุภาคี กองทัพเรืออาเซียน และใกล้เคียง เทศกาลอาหารทะเล การแสงพลุ กิจกรรมลานวัฒนธรรม การแสดงดนตรี
ส่วนจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำฉลองครบ 50 ปีอาเซียน ทททท.ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกกองทัพ ภาครัฐและภาคเอกชน จัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับโลกร่วมกันส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี นำการท่องเที่ยวเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่กับการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมไทยให้แพร่หลายไปทั่วโลก
เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
คอลัมนิสต์และเข้าของรายการ "รวยด้วยข่าวเวาร์-อาทิตย์" สวท.FM97.0

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560

TTM+2017 ททท.ต่อยอดปีท่องเที่ยว 2561-เที่ยวโครงการอุทยานอาชีพชัยพัฒนา นครปฐม


ไทยใช้สปริงบอร์ดTTM+เพิ่มตลาดทั่วโลกปี’61
ผู้นำททท.ปลุกชุมชนเจ้าบ้านที่ดีรับปีท่องเที่ยว
คิงเพาเวอร์ซื้อOHLเบลเยี่ยมสร้างชื่อในเวทีโลก
“ททท.-CLMV”ยึดTTM+ดันเที่ยวเชิงอาหารพุ่ง
เที่ยวได้งานในโครงการอุทยานอาชีพนครปฐม
3แอร์ไลน์แถวหน้าของไทยงัดสารพัดแผนรอด
การบินไทยเปิดฤดูซื้อฝูงบินใหม่ขายฝูงบินเก่า
ไทยสไมล์บินเพิ่มภูเก็ตวันละ7เที่ยวเริ่ม1ก.ค.นี้
นกแอร์เคว้งแผนหาผู้ร่วมหุ้นเพิ่มทุนปลดหนี้
ไทยแอร์เอเชียทำโปร1,990บาทบินตรงมัลดีฟ

         สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่ 2560 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz.ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” (ฟังสดทางได้มือถือเลือก FM 97.0 หรืออ่านได้ทาง www.facebook.com/penroong และ gurutourza.blogspot.com ฟังข่าวย้อนหลังใน youtubeทาง www.facebook.com/rauydauykhao)
         ช่วงที่ 1 ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะมาเล่าถึงความสำเร็จอย่างล้นหลามของาน Thailand Travel Mart 2017 แล้วปีหน้าจะไปจัดที่พัทยา บูมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งทะเลตะวันออก EEC พร้อมผ่าแผนอนาคตการท่องเที่ยวเรื่องหลัก ๆ การเตรียมเป็นเจ้าภาพ ASEAN TOURISM FORUM 2018, ประกาศปีท่องเที่ยวไทย 2561 การกระตุ้นตลาดครึ่งปีหลัง 2560

 
ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ให้สัมภาษณ์ในรายการถึง เรื่องแรก การเป็นเจ้าภาพ Thailand Travel Mart Plus 2017 TTM+ : Dilivering Unique Experience ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2560 ณ ศุนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ สร้างความสำเร็จต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 ได้รับความสนใจจากกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในตลาดโลกเกินเป้าหมาย 429 บูธ  362 หน่วยงาน 56 ประเทศ แลกเปลี่ยนการซื้อขายเป็นงานเทรดแรกที่มีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีชื่อเสียงมากที่สุดในอาเซียน

การสร้างและกระจายรายได้สู่กลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าประชารัฐชุมชน ซึ่งคัดสรรผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทั้งอาหารแปรรูป เครื่องประดับ ผ้า หัตถกรรม ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการค้าจากต้นทางเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง

แนวโน้มประโยชน์ที่จะเกิดกับการท่องเที่ยวของประเทศ เนื่องจากมีทั้งกลุ่มที่เคยเข้าร่วมรายเก่า อีกทั้งยังรายใหม่เข้ามาเสริมอีกถึง 106 ราย จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถให้กับเจ้าของโปรดักซ์ท่องเที่ยวรายใหม่ของไทยได้มีประสบการณ์ทำการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการด้วย


การจัด Thailand Travel Mart Plus 2017 ปีนี้ จึงเป็นงาน “จุดประกายสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่” ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมโดยตรงและเกี่ยวเนื่องทางด้านภาคการผลิตสินค้าชุมเข้าสู่ตลาดการค้าท่องเที่ยวของโลกไปด้วยกัน

ต่อจากนั้นในปี 2561 ตามนโยบายของรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้มอบหมายให้ พลเอกธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับผิดชอบแผนงานการประกาศให้ “พัทยา”รับเป็นเจ้าภาพจัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2018  ซึ่งเป็นมหานครแห่งการท่องเที่ยวมีชื่อเสียงติดอันดับโลก และอนาคตกำลังยกระดับเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งตะวันออก : Eastern Economic Corridor : EEC โดยสามารถใช้งาน Thailand Travel Mart Plus เป็นสปริงบอร์ดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ดึงดูดนักลงทุน และการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก ควบคู่กันไปด้วยได้


หลังจากเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง 2559-2560 ได้เลือกจัดที่เชียงใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีแล้ว ประกอบกับ ช่วงมกราคม ปี 2561 เชียงใหม่ยังคงได้รับเลือกเป็นพื้นที่จัดงานใหญ่อีกรายการได้แก่ ASEAN TOURISM FORUM 2018

ย้อนกลับมาถึงเรื่องศักยภาพขีดความสามารถของพัทยาที่จะเป็นเจ้าภาพจัด Thailand Travel Mart Plus 2018 นั้น มีทั้งความพร้อมทางด้านศูนย์กลางสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่รองรับการจัดประชุมนานาชาติ จำนวนผู้ซื้อผู้ขายจำนวนมากนับพันคนได้ ซึ่งจะต้องติวเข้มกันต่อไปถึง “ความพร้อมของพื้นที่ในฐานะเจ้าภาพ” โดย ททท.เองก็จะต้องพิจารณาใส่งบประมาณเสริมสร้างความแกร่งทางด้านอื่น ๆ เข้าไปเสริมให้พัทยาแสดงบทบาท “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี” โดยรณรงค์ในพื้นที่ภายในพัทยาและโดยรอบเข้ามามีส่วนร่วมด้วยในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ก็จะยิ่งเพิ่มความสำเร็จให้กับการจัดงานระดับโลกได้


ในการเสริมความแกร่งใน “การเป็นเจ้าบ้านที่ดี” จะเริ่มออกตัวตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะการเป็นเจ้าบ้านที่ดีอยู่ในสายเลือดหรือหัวใจของคนไทยอยู่แล้ว ผนวกกับรัฐบาลได้จัดทำโครงการเจ้าบ้านที่ดีให้การอบรมมาตั้งแต่ต้นปี การต้อนรับผู้มาเยือน ความสะอาด ความปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพของนักท่องเที่ยว องค์ประกอบรวม ๆ ทั้งหมดจะนำพัทยาและประเทศไทยก้าวไปสู่ความสำเร็จต่อไป ในปี 2561

เรื่องที่ 2 ในการเป็นเจ้าภาพจัด ASEAN TOURISM FORUM : ATF 2018 จะนำเครื่องมือใหม่เข้ามาสร้างความยิ่งใหญ่และความสำเร็จให้เหมือนกับงาน TTM+2017 ที่เชียงใหม่เหมือนกัน ต่างกันบริบทของ   ATF จะเป็นความร่วมมือประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน เมื่อปี 2560 สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพได้จัดเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว และไทยได้รับมอบธงเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดช่วงเดือนมกราคม 2561


ดังนั้นในปี 2561 จะมี 2 ใหญ่ เกิดขึ้นในประเทศไทย คือ ATF 2018 ช่วงเดือนมกราคม 2561 จัดที่เชียงใหม่ กับงาน  TTM+2018 จัดในพัทยา (ชลบุรี) ช่วงเดือนมิถุนายน 2561 เป็นความตั้งใจของ ททท.ให้เกิดความสำเร็จในระดับใกล้เคียงกัน โดยมีความท้าทายอยู่บ้างในการที่จะต้องเชิญชวน “ผู้ประกอบการ” มาร่วมทั้ง 2 งานในปีเดียวกัน โดย ATF จะเจาะจงผู้ขายจากอาเซียน ส่วน TTM + จะมีแนวร่วมอื่นเข้ามาด้วย

โอกาสปี 2561 ททท.ทุกสำนักงานในต่างประเทศทั่วโลก น่าจะได้เชิญชวน “ผู้ประกอบการ” ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ซื้อเข้ามาเพิ่ม ส่วน ททท.ในประเทศก็จะปลุกกระแส “ผู้ประกอบการในประเทศ” จำนวนมากขึ้นเช่นกัน แล้วหาช่องทางสร้างจุดขายให้ผู้เข้าร่วมงานแตกต่างกัน

เรื่องที่ 3 รัฐบาลเตรียมประกาศให้ปี 2561 เป็นปีการท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Year ตามนโยบายของพลเอกธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นความตั้งใจที่จะนำการท่องเที่ยวไปสู่ “คุณภาพ” ในหลายปีที่ผ่านมา ททท.มีส่วนร่วมทำโครงการ Visit Thailand Year หรืออื่น ๆ สร้าง demand & supply site สร้างทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานคู่ขนานกันไป


แบ่งเป็นทางด้าน demand จะเน้นหนักยกระดับ “เพิ่มคุณภาพนักท่องเที่ยวตลาดโลก” ที่เดินทางเข้าเมืองไทย ทั้งประเทศระยะใกล้และไกล การให้ความสำคัญกับลูกค้าที่เป็นเซ็กเมนต์เฉพาะมากยิ่งขึ้นไป เช่น กลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน หรือแม้กระทั่งการเจาะลึกกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Green Tourism ส่วน supply site การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีความพร้อมทางด้านการเชื่อมโยง “โครงสร้างพื้นฐาน” ทั้งระบบ  การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และบริการเจ้าบ้านที่ดีด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อาจจะส่งผลต่อ “การเพิ่มแข่งขันในระยะยาว” สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะนำประเทศไทยพัฒนาเป็นองค์รวมก้าวเข้าสู่ “การท่องเที่ยวตามวาระแห่งชาติ”  ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ยั่งยืน

สำหรับการสร้างสรรค์โครงการเพื่อประกาศให้ไทยทั้งเป็นประเทศร่วมเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ต่อไป ขณะนี้ระยะสั้นเรื่อยไปจนถึงปี 2561 การท่องเที่ยวยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อน “รายได้” เพิ่มขึ้น แต่ ททท.อยากเห็นมากกว่าการเป็นเพียงแค่ดึงรายได้ หากต้องการเห็นคุณภาพความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะต้องทำให้ซึมไปใน “ระดับฐานราก” จึงจะต้องอาศัย”ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” ไม่ใช่เฉพาะการทำงานของ ททท.เพียงองค์กรเดียว หน่วยงานเกี่ยวข้องด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อันจะเป็นโอกาสที่ดีในการปลุกกระแส “การมีส่วนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี”  เพราะความเป็น Thai Hospitality คือสิ่งที่ฝังอยู่ในสายเลือดคนไทยมาอย่างยาวนาน ควรจะนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากขึ้นไปอีก


เรื่องที่ 4 แผนการตลาดช่วงครึ่งปีหลัง  2560 ททท.จะใช้โครงการหลัก ๆ สร้างกระแสการเดินทางใช้จ่ายเงินท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่มิถุนายน-กันยายน นี้ ก่อนปิดปีงบประมาณ จะต้องหาทางทำให้คนไทย “เที่ยวซ้ำ” ต่อเนื่อง จากนั้นช่วงปลายปีจะเริ่มเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวหนาแน่น ตั้งแต่ปลายตุลาคมไปจนถึงต้นปีหน้า สินค้ากับโครงการนั้นมีอยู่ แต่จะต้องสนับสนุนให้เกิดการประชุมในประเทศ เพื่อนำรายได้ซึมลงสู่ชุมชน โดยจะไม่ไปบังคับชุมชนให้ต้องพร้อมรับแต่จะเลือกพื้นที่ที่พร้อมจริง ๆ สามารถกระจายเม็ดเงินได้

โครงการที่จะนำไปใช้คือ “เที่ยวไทยเท่” จะสร้างเม็ดเงินซึมลงสู่ชุมชนฐานรากได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศได้

ดร.ยุทธศักดิ์  พร้อมที่จะนำทัพ ททท.เดินหน้าพัฒนาการตลาดเชิงรุกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไทยเป็นประเทศแม่เหล็กดึงทั้งรายได้และกำลังซื้อคุณภาพเข้ามากระจายลงสู่ชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

ช่วงที่ 2 จะพาไปสร้างประสบการณ์ความสุขกับการท่องเที่ยว สุขภาพ และข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์



ฟังข่าวช่วงแรก

ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์ซื้อOHLสร้างชื่อไทยดังทั่วโลก”



นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ได้เข้าซื้อหุ้นสโมสรเอาด์ เฮเวเลย์ เลอเวิน หรือ OHL ซึ่งอยู่ในลีก 2 สัดส่วนหุ้นจำนวน 92%   ตั้งอยู่ในเมืองเลอเวิน กรุงบัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม โดยมีสนาม เดน ดริฟ รองรับผู้ชมถึง 10,000 ที่นั่ง ในฐานะนักธุรกิจคนไทยยอมรับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมงานกับสโมสรที่มีความมุ่งมั่นและมีศักยภาพ

ส่วนแผนการลงทุนจะทำทั้งเรื่องบุคคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับผู้สนับสนุนและแฟนบอลในพื้นที่ คือเป้าหมายในระยะยาวของเรา เพื่อสร้างความสำเร็จแก่ OHLอย่างยั่งยืนก้าวไปสู่ลีกสูงสุดของเบลเยียมให้ได้ ซึ่งพร้อมจะร่วมงานกับผู้บริหารและพนักงานทุกคนของ OHL ที่มีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญ เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสโมสรในระยะยาว

ขณะเดียวกันก็เตรียมวางกลยุทธ์สร้างชื่อเสียงประเทศไทย เรื่อยไปจนถึงทำให้แบรนด์คิง เพาเวอร์ รู้จักอย่างแพร่หลายในตลาดโลก และการสร้างสรรประโยชน์ต่อผลิตภัณฑ์ไทยอีกมากในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้อัยยวัฒน์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของสโมสร OHL พร้อมกับมีทีมผู้บริหารชุดเดียวกันจากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ อย่าง ซูซาน วีแลน ประธานเจ้าหน้าบริหาร จอน รัดกิ้น ผู้อำนวยการสโมสร ทำงานคู่ขนานกับการบริหารสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ไปพร้อม ๆ กัน



ข่าวที่ 2 “บิ๊กททท.นำCLMVขึ้นเวทีTTM+บูมท่องเที่ยวเชิงอาหาร”



นายฉัททันต์  กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กล่าวว่า ได้ร่วมกับผู้บริหารใน CLMV กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เปิดวงเสวนาในงาน Thailand travel Mart Plus the Greater Mekong Subregion 2017 (TTM+ 2017) หัวข้อหลัก “CLMVT: Moving towards Shared Prosperity” ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกและไทยเข้าร่วมกว่า 100 ราย เพื่อนำเสนอความคืบหน้าด้านตลาดการท่องเที่ยวของไทยและกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

โดยได้กล่าวถึงเรื่องไฮไลต์เกี่ยวกับอนาคตของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Lively Metropolis and Foodie Experience โดย ททท. เห็นช่องทางในการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวผ่าน “Gastronomy tourism” หรือ “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” เนื่องจากอาหาร สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในการเดินทางท่องเที่ยวได้หลากหลาย เราสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผู้คนและชุมชน ผ่านการเรียนรู้ถึงเรื่องราวและความเป็นมาที่น่าสนใจสอดแทรกอยู่ในอาหารถิ่นทุกประเภท “

          เมื่อเร็ว ๆ นี้ ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thai Taste”   ซึ่งเน้นสร้างการรับรู้ว่าประเทศไทยมีจุดเด่นด้านอาหาร ที่สามารถดึงดูดนักชิมอาหารจากทั่วโลกให้เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่ม Food tourism รวมทั้งไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia’s 50 Best Restaurants 2017 หรือ 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย จัดอันดับโดยสมาคม  Asia s 50 Best Restaurants Academy  ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลในอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 300 คน ประกอบด้วยนักเขียน นักวิจารณ์อาหาร เชฟ เจ้าของร้านอาหาร และผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักชิม

อีกทั้ง United Nations Educational, Scientific and Cultural Organisation หรือ UNESCO ยังได้ประกาศให้จังหวัดภูเก็ตเป็น “City of Gastronomy” หรือ “เมืองของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร”  ด้วยเหตุผลที่จังหวัดภูเก็ตเป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ มีวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารถิ่นที่มีลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร และกิจกรรมที่จัดขึ้นเร็วๆนี้ ได้แก่ การเป็นผู้สนับสนุนการจัด “Michelin Guide Bangkok 2017” เป็นครั้งแรก จะเปิดเดือนธันวาคม 2560 ส่วนในปี 2561 ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Forum on Gastronomy Tourism 2018  ซี่ง ททท.ตั้งเป้าเป็นประเทศจุดหมายปลายทางของ Gastronomy Tourism destination ระดับโลกต่อไป



ข่าวที่ บางจากลุยซื้อปาล์มดิบเพ่มหทื่นตันช่วยเกษตร

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ บมจ.บางจากคอร์ปอเรชั่น (BCP) กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัท บางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบางจากฯ ไดเตรียมเพิ่มการสำรองน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อบรรเทาความเดือดนลร้อนของเกษตรกร ซึ่งขณะนี้มีกำลังการผลิตไบโอดีเซล B100 ได้วันละ 81,000 ตัน ใช้ปาล์มดิบเดือนละ 20,000 ตัน จากปัจจัยดังกล่าว จะเพิ่มปริมาณสำนลรองอีก 10,000 ตัน 


อีกทั้งยังได้เตรียมหาพันธมิตรต่างประเทศเพื่อร่วมลงทุนผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติต่อยอดจากสินค้าเกษตรทั้งมันสำปะหลัง อ้อย และปาล์มน้ำมัน โดยให้ความสนใจลงทุนผลิตวัตถุดิบเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม เบื้องต้นจะดำเนินการสร้างโรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพให้อยู่ภายใต้ บริษัท บีบีพี โฮลดิ้ง จำกัด (BBH) เตรียมจะระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วงปี 2561 รองรับการขยายลงทุนดังกล่าวอาจจะต้องใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท วางแผนจะปรับโครงสร้างธุรกิจให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2560


เนื่องจากบริษัทมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าราคาสูงต่าง ๆ ที่เป็นการนำเข้าจากตลาดต่างประเทศ โดยเรียกสินค้าใหม่นี้ว่า Bio product แทน Biofuel รวมทั้งพยายามจะต่อยอดทุกตัว ต่อยอดมัน ต่อยอดอ้อย ต่อยอดปาล์ม อีกทั้งยังสนใจการผลิตเครื่องสำอาง ยา อาหารเสริม food ingredient ตั้งเป้าหมายสร้างbrand ในระดับนานาชาติ
ข่าวที่ 4 “ผู้นำใหม่TCEBย้ำแผนไมซ์เชิงรุกปี61

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB วางแผนจะใช้ยุทธศาสตร์ต่อเนื่องปี 25602-561 พัฒนาเมืองไมซ์ให้เติบโตคู่ขนานกันไปในทุกแห่ง ตามเมืองใหญ่ ๆ ที่มีศูนย์ประชุมตั้งอยู่นั้น โดยเฉพาะ “พัทยา” กำลังจะยกระดับเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Economic Coridor : EEC เป็นโอกาสนำไมซ์เข้าไปช่วยทำให้การพัฒนาเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น ขณะนี้กำหนดไมซ์ ซิตี้ ไว้ 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น และพัทยา ต่อไปผู้ที่รับผิดชอบดูแลพัทยาจะต้องมีองค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจด้วย เพราะรัฐบาลกำลังยกระดับชายฝั่งตะวันออกเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษ EEC สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้พัฒนาไมซ์ ซิตี้ เมืองลักษณะดังกล่าว



ส่วนปรับปรุงภายในทีเส็บเองก็จะริเริ่มจัดตั้ง Maketing Intelligent จะเป็นหน่วยใหม่ในองค์กรโดยใช้บุคลากรที่ทำอยู่แล้ว เข้ามาทำหน้าที่ “คิดค้นเครื่องมือทางเทคโนโลยี” ผนวกเสริมการตลาด เพราะปัจจุบันในฝ่ายเอ็กซิบิชั่นของทีเส็บมีคนทำงานหน่วย intelligent และ innovation อยู่แล้ว หรือฝ่ายตลาดในประเทศเองก็มีหน่วยงานหนึ่งเรียกว่า MICE CITY เตรียมปรับโครงสร้างแต่งตั้ง “ผู้จัดการไมซ์แต่ละเมือง” หรือ Area base manager สามารถดูแลงานแยกแต่ละจังหวัดที่ได้รับแต่งตั้งเป็นไมซ์ ซิตี้ ส่วนวิธีการทำงานจะไปอยู่ในพื้นที่หรือสำนักงานใหญ่ก็ได้

รวมทั้งจะขยายผลแผนงานส่งเสริม “โครงการพระราชดำริ” กระตุ้นด้วยแคมเปญ “โครงการ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ” รณรงค์ให้เลือกโครงการพระราชดำริเป็นสถานที่หลักการจัดงานไมซ์ขององค์กรทั้งในและต่างประเทศ โดยได้พยายามเสนอหน่วยงานราชการ และบริษัทที่มีเครือข่าย ให้ไปทำซีเอสอาร์ พนักงานของทุกหน่วยงานจะได้ทั้งการเรียนรู้และข้อมูลการศึกษาหลายส่วนที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์พัฒนาการเรียนรู้โครงการพระราชดำริ โครงการหลวง โครงการแม่ฟ้าหลวง และอีกหลากหลายโครงการ



ข่าวที่ 5 “ครึ่งปีแรกททท.กวาดรางวัลตอกย้ำความสำเร็จในเวทีโลก”



ในปี 2560 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สร้างชื่อเสียงประเทศไทยกวาดรางวัลระดับโลกมากมาย ตอกย้ำความสำเร็จครองใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2560 ทาง Hurun Report Inc. หน่วยงานวิจัยที่มีชื่อเสียงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศในงาน  International Luxury Travel Market (ILTM)  2017 จัดณ นครเซี่ยงไฮ้   ให้ไทยคว้ารางวัลแหล่งท่องเที่ยวถึง 3 ประเภท ด้วยกันในฐานะประเทศน่าจดจำสำหรับนักท่องเที่ยวจีนผู้มีรายได้สูงที่เป็นช่วง Gen Y  (Millennials Luxury Travellers) รวมถึงชาวจีนกลุ่ม Luxury จากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้  กว่างโจว เทียนจิน และเฉิงตู

ประเภท Most MemorableTravel Destinations : จังหวัดภูเก็ต ได้อันดับที่ 1 จากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y ชาวจีนที่มีรายได้สูง และประเทศไทยได้อันดับที่ 6 จากนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่ม Luxury

ประเภท Most Popular Summer / Autumn International Travel Destinations : จังหวัดภูเก็ต ได้อันดับที่ 2 จากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y ชาวจีนที่มีรายได้สูง และจังหวัดภูเก็ต ได้อันดับที่ 1 จากนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่ม Luxury

ประเภท Most Popular Winter / Spring International Travel Destinations : จังหวัดภูเก็ต ได้อันดับที่ 2 จากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y ชาวจีนที่มีรายได้สูง และจังหวัดภูเก็ต ได้อันดับที่ 2 จากนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่ม Luxury



นอกจากนี้ตลอดครึ่งปีแรก ททท.ยังคว้ารางวัลด้านท่องเที่ยวจากกลุ่มต่าง ๆ อาทิ Trip adviser มอบรางวัล Travellers' Choice ประจำปี 2560 ให้ภูเก็ตติด 1 ใน 25 อันดับจุดหมายปลายทองยอดนิยมของโลก “วัดโพธิ์” ติดอันดับสถานที่สำคัญยอดนิยมของโลก บริษัท Ctrip.com ออนไลน์เอเจนซี่ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของจีน มอบรางวัล Ctrip Best Tourist Destination of the Year Awards Ceremony 2559

 สำนักข่าว CNN จัดอันดับให้กรุงเทพฯ เป็น สวรรค์แห่งอาหารริมทาง หรือเมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food) ดีที่สุดในโลกต่อเนื่องจากเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน



 ช่วงที่ 2 ไปเที่ยวได้งานใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ใน “โครงการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา” จ.นครปฐม และทำอย่างไรให้อารมณ์ดีได้ภายใน 2 นาที ส่วนข่าวฮ็อตมาฟังเกิดอะไรขึ้นบ้างกับแต่ละสายการบิน



@เที่ยวได้งานในอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา นครปฐม



โครงการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา เป็นโครงการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีความหลากหลายทางด้านการสอนอาชีพและการให้บริการแก่สังคมท้องถิ่น ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บริเวณตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

เป็นสถานที่สามารถเข้าไปเยี่ยมชม และเรียนรู้อาชีพต่าง ๆ ภายในโครงการได้ดำเนินกิจกรรมแยกเป็น  2 ส่วน คือ เป็นแหล่งให้วิทยาการและบริการวิชาการทางด้านอาชีพหลายรูปแบบแก่เยาวชน กับประชาชน อีกส่วนเป็นบริการทางสังคมแก่ท้องถิ่น ให้สามารถดำเนินตามแนวพระราชดำริส่งเสริมให้เห็นศูนย์วิชาการ และศูนย์ข้อมูลการพัฒนาอาชีพ แหล่งฝึกอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

กิจกรรมที่ผู้เข้าไปเยี่ยมเยือนสามารถร่วมทำได้ ก็มี ร่วมทดลองฝึกอาชีพระยะสั้นรูปแบบต่าง ๆ ตามความสนใจ เช่น ทำอาหาร งานฝีมือ จัดดอกไม้ งานประดิษฐ์ จะรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ แล้วแจ้งจำนวนความสนใจที่จะไปร่วมทำกิจกรรม หรือจะไปชมโครงการอันเนื่องพระราชดำริด้านอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

ภายในโครงการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา มีร้าน “ภัทรพัฒน์ ณ อุทยาน” บริการอาหารและเครื่องดื่ม ร้านกาแฟสด ร้านนวดเพื่อสุขภาพ รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับการจัดเลี้ยงด้วยธีมเก๋ ๆ

          เหมาะกับการไปพักผ่อนใช้ชีวิตแบบช้า ๆ แล้วยังสามารถ “เที่ยวได้งาน” ไปพร้อม ๆ กันได้ ในการเลือกเป็นที่จัดประชุม หรือสัมมนาขนาดใหญ่ได้ด้วย เพราะมีห้องประชุมขนาดใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ย่อย รองรับงานจัดเลี้ยงสไตล์โต๊ะจีนได้ประมาณ 65 โต๊ะ และจุผู้เข้าร่วมงานได้ราว 700 คน ตามปกติจะได้รับความนิยมให้เช่าเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลากหลาย อาทิ งานสัมมนา จัดแต่งงาน และอื่น ๆ


          โครงการอุทยานการอาชีพชัยพัฒนา มีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว และองค์กรภาครัฐและเอกชน ต่อสังคมในหลายด้าน ๆ สามารถสอบถามเพิ่มได้ที่ 034-270-280, 034-272-661-4



@เคล็ดลับ 2 นาทีอารมณ์ดีสู้งาน

ในวันที่มีเรื่องราวมากมายที่กระทบใจทำให้รู้สึกเศร้าเซ็งหรือหงุดหงิดโมโห

หรือหมดกำลังใจทำงานขึ้นมาดื้อๆ ลองทำกิจกรรมต่อไปนี้ภายใน นาทีจะช่วยผ่อนคลายจิตใจให้อารมณ์ดีขึ้น พร้อมกลับมาทำงานได้ค่ะ

- ดูภาพโปรด โดยเฉพาะภาพที่มักทำให้อมยิ้มหรือหัวเราะ เช่น ภาพถ่ายส่วนตัวกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท ภาพตลกในหนังสือเล่มโปรด หรือเว็บไซต์ที่เข้าไปดูบ่อยๆ

- รับแสงแดด เปิดหน้าต่างบานใกล้กับโต๊ะทำงาน หรือเดินไปยังบริเวณที่ได้รับแสงแดด เพราะแสงแดดจะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้อารมณ์ดี

- เก็บโต๊ะทำงาน หรือชั้นวางของให้เข้าที่ วิธีนี้เป็นการใช้สติและความคิดไปจดจ่ออยู่กับกิจกรรมจัดของ เป็นเหมือนการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง จึงช่วยให้ผ่อนคลาย แถมเมื่อโต๊ะสะอาดเรียบร้อยยังช่วยเพิ่มอารมณ์ดีได้อีกทางด้วย

- คุยกับเพื่อนที่มีอารมณ์ขัน การหัวเราะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มสารเอนดอร์ฟิน (สารความสุข) ขึ้นได้

เพราะเมื่ออารมณ์ดีขึ้นแล้ว การทำงานก็กลับมามีประสิทธิภาพดังเดิม



ฟังข่าวท้ายชั่วโมง



ข่าวแรก“บินไทย-ไทยสไมล์-นกแอร์” สู้ยิบตา



บินไทยเปิดฤดูซื้อฝูงบิน28ลำ



นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า การบินไทยมีแผนที่จะจัดซื้อเครื่องบินใหม่จำนวน 28 ลำ ในระยะ 5 ปี (2560-2564) เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าเพื่อรักษาฝูงบินไว้ให้อยู่ในระดับ 100 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินของการบินไทย 19 ลำ และสายการบินไทยสมายล์อีก 9 ลำ ส่วนวงเงินจัดซื้อจะต้องกำหนดชนิดเครื่องบินก่อนจึงจะประเมินมูลค่าได้

ภายในเดือนกรกฎาคมนี้คาดที่ประชุมบอร์ดการบินไทยจะพิจารณาอนุมัติแผนจัดซื้อดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปต้องเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงสิงหาคมนี้ จากนั้นจะเริ่มทยอยจัดซื้อตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นต้นไป



ไทยสไมล์เพิ่มเที่ยวบินตรงภูเก็ตวันละ7เที่ยว 1 ก.ค.นี้

ทางด้าน สายการบินไทยสมายล์เติมรอยยิ้มเร่งทำการตลาด โดยประกาศเพิ่มเที่ยวบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เป็นวันละ  7 เที่ยว ได้แก่เที่ยวบิน WE281/WE283 กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ภูเก็ต เที่ยวบิน WE282/WE284 กรุงเทพฯ ภูเก็ต - กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

          อีกทั้งยังย้ำว่าไทยสไมล์เป็นสายการบินที่หนึ่งของเอเชียแปซิฟิก การันตีด้วย 3 รางวัล จาก TripAdvisor Travellers’ Choice Awards 2017พร้อมบริการเต็มรูปแบบ (Full Service) ไม่ต้องจ่ายเพิ่มฟรี! น้ำหนักกระเป๋าถึง 20 กิโลกรัม ฟรี! อาหารว่างและเครื่องดื่ม ฟรี! เลือกที่นั่งโดนใจ สะสมไมล์กับรอยัลออร์คิดพลัส

สอบถามที่  www.thaismileair.com  Smile Call Center 1181 หรือ 02-118-8888 และ ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินไทยสมายล์ทุกแห่ง



“นกแอร์” เคว้งแผนขายหุ้นเพิ่มทุนปลดหนี้

ขณะที่ “นกแอร์” มีรายงานว่า หลังจากบอร์ด บมจ.การบินไทย มีมติไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนนกแอร์ เพราะต้องการฟื้นฟูแผนพัฒนาการลงทุนการบินไทยให้เข้มแข็งมากกว่าปัจจุบัน นกแอร์ก็ตัดสินใจหันหัวเรือไปหานักลงทุนในจีน ซึ่งแสดงความสนใจจะเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน แต่การเจรจาตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากกลุ่มทุนต่างชาติขอถือครองสูงสุดตามกฎหมายไทย 49 % รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) นกแอร์เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 โดยมีนายสมใจนึก เองตระกูล เป็นประธาน ยังไม่ได้ตัดสินใจสรุปการขายหุ้นเพิ่มทุนแก่จีน แต่ได้มีมติให้ฝ่ายบริหารไปจัดทำแผนการเงินและการลงทุนให้ชัดเจนมากกว่าที่นำเสนอเข้าบอร์ดอีกครั้ง

ทั้งนี้นกแอร์เป็นสายการบินลูกของการบินไทยถือหุ้น 39.2 %  ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ปี 2558 ได้นำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องปีละกว่า 2,000 ล้านบาท



ข่าวที่สอง “แอร์เอเชียทำโปรบินมัลดีฟ1,990บาท

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ไทยแอร์เอเชียเตรียมเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ กรุงเทพ-มัลดีฟส์ ให้บริการบินทุกวัน เริ่ม 11 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป จึงทำราคาตั๋วโดยสารโปรโมชั่นสุดพิเศษ เริ่มต้นเที่ยวละ 1,990 บาท จองได้ตั้งแต่วันนี้–25 มิถุนายน 2560 แล้วนำไปเดินทางได้ตั้งแต่11สิงหาคม 2560 - 28 สิงหาคม 2561ซื้อตั๋วได้ทุกช่องทางจำหน่าย และที่ www.airasia.com






ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12ส.ค.น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง

ททท.ชวนท่องเที่ยว“เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม”อยุธยา 12 ส.ค. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระพันปีหลวง   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #...