วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564

“คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย”ลุยสร้างสนามบอลทั่วไทยปีที่ 4 จัดอบรมออนไลน์“บริหารสนามอย่างมืออาชีพ”น้องใหม่18แห่งสุดปลื้ม

“คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย”ลุยสร้างสนามบอลทั่วไทยปีที่ 4

จัดอบรมออนไลน์“บริหารสนามอย่างมืออาชีพ”น้องใหม่18แห่งสุดปลื้ม

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPowerThaiPowerพลังคนไทย   #WeBelieveInThaiPower  #เชื่อในพลังคนไทย 

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เดินหน้าโครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” จัดเต็มพลังกีฬา : SPORT POWER  ก่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม ขนาด 33 x 53 เมตร (7 คนเล่น) ตามมาตรฐานระดับสากล อย่างต่อเนื่องทยอยส่งมอบให้ชุมชนทั่วประเทศ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้จัดทำ ‘โครงการอบรมหลักสูตรบริหารจัดการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมอย่างมืออาชีพ’ ปีที่ 4 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลสนามฟุตบอล ให้โรงเรียน และชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ 18 แห่ง

โดยจัดอบรมในรูปแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันซูมสอดรับกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้แก่โรงเรียนและชุมชนที่ได้รับสนามฟุตบอลหญ้าเทียมสีน้ำเงิน 18 แห่ง ขณะนี้กำลังทยอยก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2565



นางสาวกรอบแก้ว ปันยารชุน  รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ยังคงขับเคลื่อนด้านความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ได้ปรับรูปแบบการจัดอบรมผ่านทางออนไลน์ เพื่อสร้างความรู้เรื่องการบริหารสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแบบมืออาชีพ ที่ยังคงเนื้อหาการนำเสนอไว้อย่างเข้มข้น เพื่อให้โรงเรียน และชุมชน ที่เข้ารับการอบรม ได้นำเทคนิคต่าง ๆ อย่างถูกวิธีไปใช้ประโยชน์ เพราะหลังก่อสร้างสนามฟุตบอลเสร็จแล้ว ทาง คิง เพาเวอร์ ได้ติดตามดูแลสภาพสนามทุกแห่ง โดยจะจัดส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลบำรุงรักษาสนามทุก ๆ 3 เดือนเป็นเวลาติดต่อกัน 6 ปี

ส่วนการอบรมออนไลน์ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาทั้งการออกแบบ ก่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม อาทิ ดร.พงษ์เทพ นามศิริ ผู้อำนวยการส่วนงานบริหารวิศวกรรมและสาธารณูปโภค และทีมผู้ดำเนินงานก่อสร้าง จากบริษัท Soccer Pro จำกัด และโค้ชจุ่น-อนุรักษ์ ศรีเกิด อดีตโค้ชทีมชาติไทยที่มาเผยเคล็ดลับการฝึกซ้อมให้ประสบความสำเร็จ


รวมทั้งมีตัวแทนจากชุมชนรุ่นก่อน ๆ ที่ได้รับมอบสนามฟุตบอลไปแล้วมาบอกเล่าประสบการณ์ ทั้งด้านงานระบบ การดูแลรักษาสนามหลังใช้งาน ข้อห้ามต่างๆ และการพัฒนาพื้นที่บริเวณสนามโดยรอบควบคู่กันไปด้วย 

นางสุพรรณา แก้วเพิ่มพูน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล เล่าว่า ทางโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและเด็กกำพร้า ฐานะยากจนกว่า 800 คน เป็นโรงเรียนประจำแบบกินนอน และกลับบ้านเดือนละ 1 ครั้ง แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งผู้ปกครองไม่สามารถมารับกลับบ้านได้ เนื่องจากฐานะยากจน

โรงเรียนจึงทำเรื่องขอสนามฟุตบอลหญ้าเทียม เพราะอยากให้เด็ก ๆ มีพื้นที่เล่นกีฬา และทำกิจกรรมร่วมกัน สร้งความรู้สึกให้เด็กเห็นว่าตัวเองมีคุณค่า และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เบื้องต้นทางโรงเรียนได้เตรียมแผนรองรับในการใช้สนามฟุตบอล โดยแบ่งทีม แบ่งหน้าที่กันดูแลสนามฟุตบอลแล้ว และจะนำเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้จากการอบรมไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป


นายสุกิจ จันทบาล ผู้อำนวยการโรงเรียนปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า เมื่อเด็ก ๆ รู้ว่าทางโรงเรียนจะได้รับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจาก คิง เพาเวอร์ เป็นแห่งแรกของจังหวัด ทุกคนตื่นเต้นและดีใจมาก ซึ่งทางโรงเรียนมีทีมฟุตบอลชาย และฟุตบอลหญิง เคยไปแข่งจนได้รับรางวัลระดับจังหวัด และระดับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อเด็ก ๆ ได้ฝึกซ้อมในสนามฟุตบอลจริงมาตรฐานสากล จะช่วยพัฒนาฝีเท้าได้ไกลกว่าเดิม

และพร้อมผลักดันให้สนามหญ้าเทียมแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจัดแข่งขันกีฬาทุกระดับในอำนาจเจริญ การอบรมครั้งนี้ ได้เก็บเกี่ยวความรู้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการดูแลรักษาสนาม เพื่อทำให้สนามแห่งนี้อยู่คู่กับชาวอำนาจเจริญในระยะยาว



โค้ชจุ่น-อนุรักษ์ ศรีเกิด อดีตโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนทุกโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับสนามฟุตบอลที่ดี และได้มาตรฐานระดับสากล ซึ่งสนามฟุตบอลที่ดีจะช่วยฝึกเด็ก ๆ ที่เอาจริงเอาจังกับกีฬาฟุตบอลได้รวดเร็วขึ้น การเลี้ยง การส่งลูกฟุตบอลก็จะดียิ่งขึ้น และอยากฝากให้ผู้ดูแลทีม โค้ช ควรหาแมทช์แข่งขันให้เด็กได้ออกไปแข่งขันจริงอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้ข้อดีข้อเสียของทีม การมีน้ำใจนักกีฬา แล้วกลับมาพัฒนาฝีเท้าให้เก่งกว่าเดิม เตรียมการฝึกร่างกายให้แข็งแรง มีสมาธิ มีระเบียบวินัย รับรองว่าความฝันในการได้ระดับแชมป์ต้องมาถึงสักวัน และขอให้ทุกโรงเรียน ชุมชน ที่ได้รับสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจากคิง เพาเวอร์ ช่วยกันรักษา และใช้ประโยชน์จากสนามแห่งนี้ให้มากที่สุดต่อไป

สำหรับโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมปีที่ 4 รวม 18 แห่ง ได้แก่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล จ.อุดรธานี  2.โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู 3.โรงเรียนปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ 4.ชุมชนเทศบาลตำบลดอนตาลผาสุก จ.มุกดาหาร

ภาคกลาง 6 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนป่าเด็งวิทยา จ.เพชรบุรี 2.โรงเรียนวัดด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี 3.โรงเรียนธัญบุรี จ.ปทุมธานี 4.โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จ.นนทบุรี 5.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลกรับใหญ่ จ.ราชบุรี 6.โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค จ.สระบุรี

ภาคใต้ 2 แห่ง ได้แก่ 1.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42.สตูล 2.โรงเรียนเทศบาล 1 (สังขวิทย์) จ.ตรัง

ภาคเหนือ 5 แห่ง ได้แก่ 1.ชุมชนบ้านสักลอ จ.พะเยา  2.โรงเรียนท่าข้ามวิทยาคม จ.แพร่ 3.โรงเรียนศรีนคร จ.สุโขทัย 4.ชุมชนบ้านป่าซ่าน จ.พิษณุโลก 5.โรงเรียนมัธยมกัลยานิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ จ.เชียงใหม่

“กรุงเทพมหานคร” 1 แห่ง ได้แก่ ชุมชนตำรวจกองปราบปราม

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมจะเติมพลังเพื่อสร้างประโยชน์สู่สังคม ให้ทุกคนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ภายใต้ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย”

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เปิดTTE2025นำไทยสู่ Land of Art Toy เที่ยวเชิงสร้างสรรค์

  ททท.เปิดงาน TTE 2025 ดันไทยเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ Land of Art Toy ททท.ลั่นใช้ TTE2025 นำไทยสู่ Land of Art Toy ปลุกเทรนด์เที่ยวเชิงสร...