วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568

เปิดกระหึ่ม!! เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 26-30 มี.ค.ขายเสน่ห์5 ภูมิภาค

 

สรวงศ์ เทียนทอง รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดใหญ่เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2568

เปิดกระหึ่ม!! เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 26-30 มี.ค.68

5 ภูมิภาคโชว์เสน่ห์ 5 Must Do-ชูโมเดลลดคาร์บอน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #เทศกาลเที่ยวเมืองไทย2568

“รมว.สรวงศ์” เปิดงานใหญ่ ททท. “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย” 26-30 มี.ค.68 ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์  5 ภูมิภาค ภูมิใจนำเสนอ เสน่ห์ 5 Must Do “อาหาร-วัฒนธรรม-แฟชั่นผ้า-แหล่งเที่ยว-ทำเลใหม่” ควบโมเดลลดคาร์บอน สร้างการรับรู้ 45 ล้านคน-ครั้ง กระตุ้นเที่ยวต่อได้ทั้งปีเสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

 

นายสรวงศ์  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย”  ช่วงเย็นวันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 26-วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยจะดึงนักท่องเที่ยวเข้างานตลอด 5 วัน ประมาณ 130,000 คน แวะมาเยี่ยมชมภายในงานเน้นนำเสนอความเป็น Grand Festivity เสน่ห์เทศกาลไทย มีทั้งหมด 9 โซน ไฮไลต์ด้วย “หมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค” ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ  

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย มุ่งโปรโมทการท่องเที่ยว โดย ททท.ตั้งเป้าหมายจะทำให้คนทั้งประเทศรับรู้และเข้าถึงได้ไม่ต่ำกว่า 45 ล้านคน-ครั้ง เมื่อเดินทางมาชมงานจะได้รับความสุข ข้อมูลเพื่อนำไปต่อยอดวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยได้ตลอดทั้งปี เพื่อกระจายรายได้ สร้างรอยยิ้ม และสร้างเศรษฐกิจทั่วประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็ง

 


          นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2568 ครั้งที่ 43 ททท. นำแนวความคิดนวัตกรรมมาผสมผสานกับวัฒนธรรมและเอกลักษณ์รูปแบบต่างๆ  5 ภูมิภาค ชูแนวคิด “5 Must Do in Thailand” กับ “Carbon Neutral Tourismขับเคลื่อนปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ปลุกแรงบันดาลใจให้คนออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ดี ๆ หรือ Grand Moment

            ภายในงานทำโมเดลการท่องเที่ยวยั่งยืนต่อเนื่องปีที่ 3 ผ่านกิจกรรม ลดโลกเลอะ Zero Waste to Landfills กำหนดให้แยกขยะทั่วงาน 14 จุด เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังบ่อฝังกลบให้น้อยที่สุด ตั้งเป้าหมายท้าทายลดปริมาณขยะที่ไม่ได้แยกไว้สูงสุด 10%


เทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปีนี้ มีทั้งหมด 9 โซน กิจกรรมใหญ่สุดอยู่ตรง หมู่บ้าน 5 ภูมิภาค  5 โซน ได้ยกขบวนเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค  ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้ทุกคนออกเดินทางรับ“สุขทันที ที่เที่ยวไทย” แต่ละโซนจัดเต็มนำเสนอแลนด์มาร์กสุดไอคอนิก จุดถ่ายภาพต้องเช็กอินผสานนวัตกรรมการท่องเที่ยวสุดล้ำสมัย ชวนเพลิดเพลิน ชอป ชิม ฟินกับอาหารและสินค้าท้องถิ่นจากทั่วประเทศ เรียนรู้ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรมสาธิตและ DIY ที่น่าสนใจมากมาย และเพิ่มความสนุกตื่นตาตื่นใจไปพบโชว์วัฒนธรรมและร่วมสมัยที่ไม่ควรพลาด


 

เปิดให้ชมงานฟรีตั้งแต่วันที่ 26-30 มีนาคม 2568 เริ่ม 10.00 - 21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถเลือกใช้ใช้บริการขนส่งสาธารณะได้หลายช่องทาง คือ 1.รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 2.รถแท็กซี่มีจุดบริการรับ - ส่ง ตรงชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ 3.รถประจำทาง สาย 136 สอบถามเพิ่มได้ที่ 1672

รร.อินเตอร์คอนยกทะเลโลกมาไว้ที่เอสเพรสโซ๋กับบุฟเฟต์พรีเมี่ยม

ห้องเอสเพรสโซ่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล จัดเต็มบุฟเฟต์พรีเมี่ยมมื้อค่ำทุกศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

รร.อินเตอร์คอนยกทะเลโลกมาไว้ที่ห้องเอสเพรสโซ่

เสิร์ฟบุฟเฟต์พรีเมี่ยมมื้อค่ำ1,200-2,250++ บาท/คน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #อินเตอร์คอนติเนนตัลกรุงเทพ #บุฟเฟต์ทะเลพรีเมี่ยม

โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล ยกทะเลทั่วโลกมารวมไว้ในกรุงเทพฯ ที่ห้อง “เอสเพรสโซ่” เสิร์ฟบุฟเฟต์พรีเมี่ยมสุด ๆ มื้อค่ำทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ผู้ใหญ่แค่ 2,250 ++ บาท เด็ก 6-12 ปี 1,200++ บาท


โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ชวนมาอิ่มอร่อยในบรรยากาศหรูที่ “ห้องอาหารเอสเพรสโซ่” กับ “บุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมี่ยม” มื้อค่ำทุกคืนวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ โดยได้ยกสวรรค์ของคนรักทะเลเสิร์ฟ “อาหารทะเลและอาหารนานาชาติ” มื้อค่ำคุณภาพเยี่ยมสดใหม่พร้อมให้บริการเป็นประจำ ระหว่าง 18.30-22.30 น.

“ราคา” คนละ 2,250++ บาท เด็กอายุ 6-12 ปี ราคาคนละ 1,200++ บาท เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีรับประทานฟรีเมื่อมาพร้อมผู้ใหญ่ที่จ่ายค่าบริการตามปกติ 

“ฟังและชมดนตรีแจ๊ส” ขับกล่อมด้วยเสียงเพลงไพเราะระหว่างมื้ออาหารตั้งแต่ 18.3-21.15 น.


“เมนูสด” ละลานตากับ หอยนางรมสดไอริส หอยนางรม ฟิน เดอ แคลร์ ไข่ปลาคุณภาพนานาชนิด เช่น คาเวียร์ อาวูรูกา ไข่ปลาแซลมอน ไข่ปลาลัมพิชสีดำ ละไข่ปลาลัมพิชสีแดง

“อาหารทะเลลวกสุก” กำลังพอดีแช่เย็นฉ่ำบนน้ำแข็ง ได้แก่ ขาปูยักษ์สีทอง แคนาเดียนล็อบสเตอร์ กุ้งแม่น้ำและกุ้งขาวลวก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และปูม้านึ่ง



“มุมบาร์บีคิว” เลือกรับประทานให้ครบทั้ง สเต็กปลาทูน่าปรุงรส ปลาเก๋าย่างเสิร์ฟกับซอสครีมผสมผักชีลาว  พลาดไม่ได้ต้องลอง “กั้ง” สด ๆ ย่างเสิร์ฟกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด ผู้ที่ชื่นชอบเนื้อ แนะนำซี่โครงแกะหมักสมุนไพร และสเต็กเนื้อวากิวออสเตรเลีย สามารถสั่งย่างให้สุกตามชอบแบบจานต่อจาน

“มุมอาหารพิเศษ” มีเนื้อสันนอกออสเตรเลียอบสมุนไพรสด ปลาแซลมอนทั้งตัวอบเกลือและสมุนไพรไทยให้บริการไม่จำกัด ตามด้วย “กุ้งแม่น้ำ” อบกับกระเทียมตะไคร้เสิร์ฟกับน้ำจิ้มแจ่วเป็นอาหารพิเศษขนาดใหญ่ผ่ากลางแล้วอบกับซอสสูตรเฉพาะมีส่วนผสมของสมุนไพรไทย ได้แก่ กระเทียม ข่า และ ขมิ้น กับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดที่รับรองว่าจานเดียวไม่เคยพอ

“มุมอาหารจีน” จัดเต็มด้วย เป็ดปักกิ่ง หมูกรอบ หมูแดงย่าง รสชาติแสนอร่อย เมื่อได้ชิมล้วนติดใจ

“ขนมหวาน” ก็มีมากมายทั้งขนมไทย ขนมเค้ก ขนมหวานพิเศษที่ทุกคนชอบอย่างเครปซูเซ็ตต์ รับประทานคู่กับ นูเทลล่า สตอร์วเบอร์รี่ หรือช็อคโกแล็ต ข้าวเหนียวมะม่วง ช็อคโกแลตฟาวเทน หรือช็อคโกแลตฟองดูที่ใช้จุ่มผลไม้สดตามฤดูกาล

“ห้องอาหารเอสเพรสโซ่” ตั้งอยู่ที่ชั้น Mezzanine  โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ จองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มโทร +66 (0) 2 656 0444 อีเมล dining.bkkhb@ihg.com

CEOบางจากถ่ายทอดภาวะผู้นำใช้4หลัก“คิดนอกกรอบ-ไม่กลัวล้ม-สนุก-อธิบายได้”

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซีอีโอกลุ่มบางจากถ่ายทอดผู้นำความสำเร็จยุคเปลี่ยนผ่านบริหารด้วย4หลัก

CEOบางจากถ่ายทอดภาวะผู้นำที่ดียุคเปลี่ยนผ่าน

ชู4หลัก“คิดนอกกรอบ-ไม่กลัวล้ม-สนุก-อธิบายได้”

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #บางจาก  

CEO กลุ่มบริษัทบางจากขึ้นเวทีงาน TMA ถ่ายทอดภาวะผู้นำยุคเปลี่ยนผ่าน “Transformation & Synergy” ในงาน A Night Out with CEOs on Transformation เน้นใช้ 4 หลัก “

       นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญเป็นวิทยากรงาน A Night Out with CEOs on Transformation ของสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดขึ้นที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิดเวทีให้ผู้นำองค์กรร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนองค์กรด้วย Transformation & Synergy : เส้นทางที่มั่นคง ชัดเจน และปรับตัวไวสู่ความสำเร็จที่จับต้องได้” จึงได้สะท้อนประสบการณ์การบริหารจากเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งในฐานะวิศวกร นักการเงิน/วาณิชธนกิจ และที่ปรึกษาทางการเงินในและต่างประเทศ ก่อนจะก้าวสู่ผู้นำบางจากฯ นำพาองค์กรพลังงานชั้นนำเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยศักยภาพของทีมงาน การบริหารเชิงกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ


ด้วยการใช้หลักการสำคัญ นำพาองค์กรก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านแล้วสร้างความสำเร็จได้ด้วย 4 หลักสำคัญ คือ

หลักที่ 1 การตั้งคำถามว่า “ทำไม” การคิดนอกกรอบ การบริหารสภาพคล่องอย่างรัดกุม และการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่อัปเดตทุกวัน พร้อมกับย้ำให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่ของ “ผู้นำ”ต้องไม่ปล่อยให้วิกฤตผ่านไปโดยไม่เรียนรู้ เพราะในทุกปัญหามีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ หาก “กล้าคิด-กล้าทำ-กล้าเผชิญ”

หลักที่ 2 สะท้อนแนวคิดเรื่อง “อย่ากลัวที่จะล้ม” เพราะการล้มคือบทเรียนทำให้ลุกได้เร็วและแข็งแรงขึ้น แต่ต้องเข้าใจเหตุแห่งความผิดพลาด แล้วใช้เป็นบทเรียนเพื่อเดินต่ออย่างชาญฉลาด

หลักที่ 3 ต้องสนุกกับงานที่ทำ และมองปัญหาเป็นความท้าทาย ไม่ใช่อุปสรรค

หลักที่ 4 ทำในสิ่งที่อธิบายได้ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วยืนหยัดบนเหตุผล ความถูกต้อง มากกว่าการตัดสินใจตามกระแสหรือความนิยม จะไม่ก่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดี



นายชัยวัฒน์ ได้แสดงให้ถึงตลอดการทำหน้าที่ผู้นำบางจากฯ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ขยายจาก “ธุรกิจพลังงานดั้งเดิม” มุ่งเน้นสร้าง “นวัตกรรมสีเขียวและผลิตภัณฑ์”ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น การพัฒนาสถานีบริการน้ำมันดีไซน์ทันสมัย เสริมธุรกิจ non-oil พลังงานหมุนเวียน น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และอีกหลากหลาย

ขณะเดียวกันก็ได้ “สร้างความมั่นคงทางพลังงาน” ด้วยกลยุทธ์ การเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท OKEA ประเทศนอร์เวย์ เข้าซื้อกิจการเอสโซ่ ประเทศไทย ปัจจุบันคือ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) “BSRC” และสร้างความแข็งแกร่งให้กลุ่มบริษัทบางจากมีธุรกิจครบวงจร

TCEBเปิดMICE Data Platform บิ๊กดาต้าพลิกโฉมไมซ์ไทยเวทีโลก

 

 

TCEB เปิดตัวครั้งแรก MICE Data Platform ขับเคลื่อนไมซ์ไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก

TCEBเปิดครั้งแรกบิ๊กดาต้า“MICE Data Platform

พลิกโฉมไมซ์ไทยเพิ่มขีดการแข่งขันเวทีโลกดิจิทัล

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #TCEB #MiceDataPlatform


TCEB เปิดแล้ว “MICE Data Platform” ครั้งแรก วันสต็อป “บิ๊ก ดาต้า” รวมข้อมูลอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องมาไว้ที่เดียว กระตุ้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใช้ประโยชน์เต็มที่ เดินหน้าพลิกโฉมไมซ์ไทยยุคดิจิทัลแข่งขันได้ในเวทีโลก 


          นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บ เปิดตัวแพลตฟอร์มครั้งแรก "MICE Data Platform" ที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data เดินหน้าช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ในไทยให้แข่งขันในเวทีสากลได้อย่างยั่งยืน โดยได้สนับสนุนข้อมูลอุตสาหกรรมไมซ์และอื่น ๆ  ลงทุนสร้างเครื่องมือสำคัญด้วยการรวบรวม วิเคราะห์ นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไมซ์ ตามแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนและพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ของอุตสาหกรรมไมซ์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2568 - 2570) ตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูล มุ่งใช้ข้อมูลในอุตสาหกรรมไมซ์ และยกระดับธรรมาภิบาล

ร่วมมือกันกันขับเคลื่อน “MICE Data Platform เป็นเครื่องมือสำคัญพลิกโฉมอุตสาหกรรมไมซ์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกได้



สำหรับ “MICE Data Platform มีคุณสมบัติโดดเด่นและให้บริการสำคัญ ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่

ส่วนที่ 1 ข้อมูลอัจฉริยะในรูปแบบ Interactive Dashboard : รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ICCA WEF GDS และ CEIC การแสดงสถิติอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย เปรียบเทียบศักยภาพกับประเทศในภูมิภาค และวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที่ 2 เชื่อมโยงข้อมูลกับ Travel Link : ทีเส็บร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม แทรเวล ลิงค์ เชื่อมโยงข้อมูลการท่องเที่ยวให้ครอบคลุมมากขึ้นในระยะยาว

ส่วนที่ 3 บทวิเคราะห์เชิงลึก (Insight Report) : เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปใช้ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ

ส่วนที่ 4 บริการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ (Open Data) และ API (Application Programming Interface) : เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดได้



โดยเน้นให้บริการ “กลุ่มเป้าหมาย” ที่สนใจใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว คือ กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น โทรคมนาคม การเงิน และการวิจัย




ภายในงานทีเส็บได้จัดเวทีเสวนา หัวข้อ "MICE Data Platform พลิกโฉมอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่" เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์สูงร่วมพูดคุยถึงทิศทางและโอกาสของอุตสาหกรรมไมซ์สามารถใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ให้เป็นประโยชน์ มีความโปร่งใสและความปลอดภัยในยุคดิจิทัลนำโดย  

ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Chief Information Officer : CIO) ทีเส็บ

รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)

คุณปกาสิต วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด

ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิพงษ์ คุรุหงษา อุปนายกสมาคมดาต้า เมเนจเม้นต์ (ประเทศไทย-กรุงเทพ)

ทีเส็บเปิดให้ผู้สนใจเข้าใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่ https://datahub.tceb.or.th/

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568

ททท.หารือฑูตฝรั่งเศสในไทยต่อยอดท่องเที่ยวตลาดทัวร์หรูปี’68


 ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.หารือฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศส

ททท.หารือฑูตฝรั่งเศสในไทยต่อยอดท่องเที่ยวปี’68

ตั้งเป้าดึงแบรนด์หรู-อินฟลูมาไทยรับปีGrandTourism

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋  

ททท.จัด Luncheon Meeting ฑูตฝรั่งเศสประจำไทย ฉลองความสัมพันธ์ 340 ปี “สยาม-ฝรั่งเศส” ต่อยอดท่องเที่ยว ลุยขยายผลหลังเปิดตัว “Louis Vuitton City Guide Bangkok 2025” เชิญชวนอินฟลู กับแบรนด์แฟชั่นอินเตอร์มาถ่ายทำในไทยในฐานะแขกของรัฐบาลจัดแคมเปญ Be My Guest มิ.ย.68


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำคณะผู้บริหาร ททท. เข้าพบหารือกับนายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย Luncheon Meeting แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในโอกาสเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย - ฝรั่งเศส วาระครบรอบ 340 ปีการติดต่อครั้งแรกระหว่างสยามกับฝรั่งเศสตั้งแต่ พ.ศ. 2568 และวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พ.ศ. 2569

รวมทั้งได้ใช้โอกาสนี้หารือถึงความร่วมมือเดินหน้าทำกิจกรรมตลาดการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ต่อเนื่องจากปี 2567 มาเที่ยวเมืองไทยแล้วกว่า 850,000 คน สร้างรายได้ 47,000 ล้านบาท



ททท.ยังมุ่งต่อยอดความร่วมมือกับ Louis Vuitton หลังเพิ่งเปิดตัวคู่มือท่องเที่ยวโดยได้เน้นนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน “Louis Vuitton City Guide Bangkok 2025” ส่งเสริมปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 เจาะกลุ่มนักเดินทางกลุ่มพรีเมียมระดับไฮเอนด์ เลือกกรุงเทพมหานคร และประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางออกมาสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ล้ำสมัย และบริการอันยอดเยี่ยม

เนื่องจาก “กรุงเทพมหานคร” เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เต็มไปด้วยชีวิตชีวาตามแนวคิด 5 Must Do In Thailand ได้แก่ Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek และ Must See



ททท. ได้ใช้โอกาสนี้ขอให้ทูตฝรั่งเศสสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยโดยเชิญชวน “อินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์” ของฝรั่งเศสเข้ามาจัดกิจกรรมในเมืองไทย รวมถึงการเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำคอลเลคชั่นใหม่ของแต่ละแบรนด์แฟชั่นฝรั่งเศส  และขอให้พิจารณาเชิญกลุ่มผู้นำ หรือ "อินฟลูเอนเซอร์" เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทย ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 รัฐบาลไทยเตรียมจัดแคมเปญ Be My Guest มาในฐานะแขกของรัฐบาลไทย

ททท.เล่นใหญ่ยกชั้น“แห่เทียนอุบล”สู่ทัวร์วัฒนธรรมโลก-ททท.ปารีสรับลูกดึงยุโรปเฮเที่ยวอีสาน+ชายทะเล

ททท.เล่นใหญ่ยกชั้น“แห่เทียนอุบล”สู่ทัวร์วัฒนธรรมโลก สนง.ปารีสทำโปรเจกต์ดึงยุโรปเฮเที่ยวอีสาน + ชายทะเล ททท.ยกระดับแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี...