TCEB-3พันธมิตรดึง“IEEE ICRA 2030”จัดในไทยปี’73
ผนึกโลกดันไทยฮับอุตฯผสานไฮเทคขั้นสูงแห่งภูมิภาค
TCEB จับมือ 3 พันธมิตร ประกาศความสำเร็จดึงงาน “IEEE ICRA 2030” มาจัดในไทย 13-17 มิ.ย.2573
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #IEEEICRA2030 #AdvancedManufacturingInnovationHub
TCEB ผนึก 3 พันธมิตรโชว์ความสำเร็จดึงงานโลก
“IEEE ICRA 2030” มาจัดในไทย 13-17 มิ.ย.73
จัดในไทยที่ศูนย์สิริกิติ์ ระดมนักวิชาการ การค้า การลงทุน ด้าน AI
โรโบติกส์ ออโตเมชั่น ดันไทยสู่ฮับอุตฯผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค
Advanced Manufacturing/Innovation Hub
นางสาวจิตนันท์
เตชะศรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
“TCEB” เปิดเผยว่า “TCEB” ประกาศความสำเร็จของประเทศไทยที่คว้าสิทธิ์ครั้งแรกเจ้าภาพงาน
“The 2030 IEEE
International Conference on Robotics and Automation :IEEE ICRA 2030” โดยร่วมกับ 3 พันธมิตร คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล IEEE RAS (Robotics and Automation Society) Thailand Chapter และ IEEE Thailand
Section ดึงงานประชุมวิชาการเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติระดับโลกมาจัดในไทย
ทุกฝ่ายตั้งเป้าใช้เวทีนี้ขับเคลื่อนพัฒนาระบบออโตเมชั่นภาคธุรกิจไทย ดึงการลงทุนด้านโรโบติกส์ AI และออโตเมชั่น เข้าประเทศ ผลักดันไทยสู่ “ศูนย์กลางการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค”
(Advanced Manufacturing/Innovation Hub)
IEEE ICRA 2030 จะจัดวันที่
13-17 มิถุนายน 2573 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำทั่วโลกเข้าร่วมประมาณ
10,000 คน จากต่างประเทศ 8,000 คน และไทย
2,000 คน คาดจะสร้างรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยกว่า 1,064.44 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 590.60 ล้านบาท จ้างงานราว 745 อัตรา สร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐประมาณ
36.41 ล้านบาท
สำหรับงานใหญ่ที่สุดของโลกครั้งนี้
จะมาจัดขึ้นในไทยครั้งแรกโดยมี 3 หน่วยงาน กับสมาคมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ไทย
ร่วมเป็นเจ้าภาพวางตำแหน่งอุตสาหกรรมไมซ์ไทยของทีเส็บ ช่วงที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
จึงต้องมีขีดความสามารถสร้างคุณค่าใหม่ (New Value Creation)
ดึงดูดการค้า การลงทุน ผนวกเข้ากับรัฐบาลมีวาระแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทีเส็บจะต้องทำให้งานที่ได้มานี้เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ
(Strategic Economic Platform) ที่มีศักยภาพและขีดความสามารถดึงดูดความร่วมมือ
การค้า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้ประเทศไทย งาน IEEE ICRA 2030 จะเป็นการรวมตัวร่วมมือของระหว่างนักวิจัยพัฒนาและนักลงทุนในสายเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่นจากทั่วโลก
ซึ่งเป็นหนึ่งในงานระดับนานาชาติตอบโจทย์และสร้างหมุดหมายที่ทรงพลังการขับเคลื่อนงานไมซ์ให้เป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ
“ความสำเร็จการจัดงาน” หรือ “Event
Success” นั้น จะต้องสร้างอิมแพ็คมูลค่าสูงระดับประเทศ High
Impact National Value และมรดก (Legacy) ขับเคลื่อนสู่การบูรณาการเศรษฐกิจและการเติบโตภาคอุตสาหกรรม
โดยใช้ไมซ์เชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ตั้งแต่การลงทุน การผลิต การค้า การวิจัย การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน
การพัฒนาผู้ประกอบการ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน มากกว่าสร้างรายได้ระยะสั้น
ส่วนงาน IEEE ICRA 2030 มีเนื้อหาสำคัญช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยในการใช้หุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่นผลักดันไทยให้มีฐานแข็งแรงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์
การแพทย์ อาหาร ก้าวสู่ “ศูนย์กลางการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งภูมิภาค”
รศ.ดร.
จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ กรรมการบริหารศูนย์เครือข่ายวิจัยประยุกต์ทางเทคโนโลยีหุ่นยนต์และชีวการแพทย์
(BART LAB) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
งาน IEEE ICRA คือเวทีการออกแบบโมเดลเชื่อมโยงกัน 3 ฝ่าย คือ 1.สถาบันการศึกษา (นักวิชาการ/มหาวิทยาลัย)
2.ภาคอุตสาหกรรม (ธุรกิจ/เอกชน) 3.ภาครัฐ
ร่วมมือกันขับเคลื่อนนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาสังคม (Academia–Industry–Government) อย่างแท้จริง
นำภาคธุรกิจได้พบกับนักวิจัย
ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ใช้งานจากทั่วโลกในเวทีเดียวในแต่ละปี จึงเป็นงานที่ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้านหุ่นยนต์
ปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ ชิป และซอฟต์แวร์เข้าร่วมสนับสนุน และสตาร์ทอัพได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่
IEEE ICRA จึงเป็นเวทีเปิดตัวและถ่ายทอดเทคโนโลยี การจับคู่ความร่วมมือด้านวิจัยและธุรกิจ
สร้างโอกาสด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจึงสะท้อนความพร้อม
ความน่าเชื่อถือ และศักยภาพของไทยพร้อมเป็น Regional Manufacturing Hub อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งใช้หุ่นยนต์มากที่สุด
รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนผลักดัน AI โรโบติกส์ ออโตเมชั่น
และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มีระบบนิเวศด้านวิจัยเข้มแข็ง เช่น มหาวิทยาลัย Lab
และศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ต่าง ๆ
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า
ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม IEEE ICRA 2030 ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของประเทศพร้อมเป็นศูนย์กลางการจัดงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ
แต่ยังสร้างโอกาสสำคัญยกระดับไทยจากศูนย์กลางภาคอุตสาหกรรมสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม เชื่อมโยงผ่านงานวิจัย
เทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ทางอินฟอร์มาฯ เชื่อมั่นการประชุมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ระดับโลกครั้งนี้จะช่วยเร่งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์
ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติในภาคการผลิต สร้างโอกาสความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน
สถาบันการศึกษา และนักลงทุนจากทั่วโลก
ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ
พร้อมใช้แพลตฟอร์มนานาชาติและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก
สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การต่อยอดนวัตกรรม สร้างโอกาสทางธุรกิจ ร่วมผลักดันไทยสู่เป็นศูนย์กลางด้าน
Smart Manufacturing, Robotics และ Automation อาเซียน เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
นายมานะผล ภู่สมบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(ส.อ.ท.) และประจำสำนักประธาน เปิดเผยว่า ไทยโดยทีเส็บได้ใช้โอกาสที่ดีดึงงาน
IEEE ICRA 2030 มาจัดในประเทศเพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านและการแข่งขันในเวทีโลก ส.อ.ท. จึงได้วางยุทธศาสตร์ 5I
โดยเฉพาะ Intelligent Industry เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล
AI และหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิต ควบคู่การพัฒนาบุคลากรผ่านแนวคิด
RUN Concept (R: Reskill, U: Upskill, N: New Skill) งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับโลก การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี
ผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นฐานนวัตกรรมด้าน AI โรโบติกส์
ออโตเมชั่น ของภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น