วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ททท.ตะวันออกครึ่งหลังปี’69บุกตลาดหรูEastern Connect ดึงเศรษฐีทัวร์เชื่อมโยงทะเล4จังหวัดเพิ่มวันพักดันรายได้โต

 


กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


ททท.ตะวันออกครึ่งหลังปี’69บุกตลาดหรูEastern Connect

ดึงเศรษฐีทัวร์เชื่อมโยงทะเล4จังหวัดเพิ่มวันพักดันรายได้โต

ชูFeel All The Feelingเช็คอินกรีนซีซั่นตะวันออก5กิจกรรม

คิงเพาเวอร์สนามบิน“สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”ลดกระหึ่ม40%

คิง เพาเวอร์ออนไลน์ชวนช้อปลด 20% HOME DELIVERY

ลูกค้าคาเธย์ฯ ช้อปคิงเพาเวอร์รับสิทธิเศษส่วนลดสูงสุด35%

ททท.ลุยตลาด UAE โร้ดโชว์หวังผลปี’70โต5%โกย9แสนคน

บางจาก-BCPGนำออมสุขฯเพื่อสังคมคว้ารางวัลแห่งเอเชีย

TCEBดันไมซ์พลิกอีสานสู่ฮับนวัตกรรม&ลงทุนระดับโลก

เที่ยวใกล้กรุงโปรฟิน“ฟาร์มจระเข้-สวนปาล์มฟาร์มนก”

5 เคล็ดลับการดูแลสุขภาพในยุคโลกร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น

“อนุทิน-อันวาร์”2นายกฯเปิดด่านทัวร์ใหม่สะเดา-กายูฮิตัม

AOTดึง“เวียดนามแอร์-FlyDubai”หนุนเครือข่ายไทยฮับบิน

 

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ #สวนปาล์มฟาร์มนกฉะเชิงเทรา

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...https://www.facebook.com/share/v/1BUbyRmXEp/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ควงภาครัฐ เอกชน ผนึกทำโปรเจกต์ “Eastern Connect : Eastern Corridor Maritime Tourism Opputunities” บูมเที่ยวตะวันออกเทรนด์เรือสำราญเชื่อมโยงชายฝั่งทะเล 4 จังหวัด “ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด” ขยายตลาดคุณภาพสูงกลุ่มเศรษฐีไทยและต่างชาติเพิ่มวันพักและการใช้เงินกระจายทั่วภาค พร้อมลุยขาย Feel All The Feeling เริ่ม ก.ค.-ก.ย.นี้ ไฮไลต์ 5 กิจกรรม “จันท์อวดดี-เที่ยวแสงสีเสียงปากน้ำประแสร์-ล่องแก่งหินเพิง-ขับรถ EVทัวร์เกาะโลว์คาร์บอน-แพกเกจเวลเนสรีทรีต” และชวนอุดหนุนเทศกาลสวนผลไม้โค้งสุดท้ายนำท่องเที่ยวช่วยเศรษฐกิจฐานรากโตยั่งยืน

 


“กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลัง เริ่มกรกฎาคม  2569 เป็นต้นไป เป็นโอกาสดีของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกการเดินทางสะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ความสวยงามทางธรรมชติจึงได้ร่วมสนับสนุนภาคเอกชนทำโครงการ Eastern Connect : Eastern Corridor Maritime Tourism Opputunities ขึ้น เปิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเที่ยวทะเลทั้ง 4 จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งมีท่าเทียบเรือท่องเที่ยวมาตรฐานสากลทั้ง เรือสำราญ ยอร์ช การล่องเรือท่องเที่ยวทะเล หลายแห่ง จึงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ โดยเชื่อมโยงกับการเดินทางทางอากาศซึ่งภาคตะวันออกมีท่าอากาศยานนานาชาติของประเทศถึง 3 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ/สมุทรปราการ) อู่ตะเภา (ภาคตะวันออก) และท่าอากาศยานจังหวัดตราด ของ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จึงสามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่ายทั้ง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

          



          สำหรับ “Eastern Connect : Eastern Corridor Maritime Tourism Opputunities” ที่ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าร่วมครบทุกกลุ่มระดับองค์กร โดยมีนายกฯและกรรมการแต่ละสมาคมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อยกระดับตลาดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับ ททท. เช่น สมาคมโรงแรมภาคตะวันออก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวแต่ละจังหวัด สมาคมภัตตาคารร้านอาหาร ผู้บริหารท่าอากาศยานอู่ตะเภา รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จากชลบุรี ระยอง เป็นความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะทำให้เกิดกิจกรรมและการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคตะวันออกให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวตลาดในและต่างประเทศ

            ทุกฝ่ายจะรวมพลังกันขับเคลื่อนภาคตะวันออกในมิติใหม่การท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางทะเล 4 จังหวัด ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณวัฒนา โชคสุวณิช ประธานและนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจเรือสำราญไทย (Thai Cruise Association) มาร่วมแชร์ประสบการณ์พร้อมถ่ายทอดความรู้การยกระดับตลาดรองรับนักท่องเที่ยวทางเรือกลุ่มหรูหรา รวมทั้งมีชุมชนท่องเที่ยวทางเรือ ซึ่งสามารถผนึกกันนำการท่องเที่ยวผลักดันเศรษฐกิจฐานรากขยายตัวเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตได้




            ซึ่งจะเป็น “โอกาสใหม่” ขยายวันพักนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้นได้ด้วย จากผู้ประกอบการกลุ่มนำเที่ยวเรือสำราญ ยอร์ช จะผลิตโปรแกรมการพักผ่อนเชื่อมโยงทางอากาศและทางน้ำลัดเลาะไปตามแนวชายฝั่งทะเล 4 จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด สร้างแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวพักผ่อนในภาคตะวันออกได้นานวันมากขึ้น ด้วยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกาะต่าง ๆ อย่าง เกาะล้าน เกาะขาม สัตหีบ เกาะเสม็ด เกาะมันนอก-มันใน เกาะกูด เกาะช้าง จะเป็นพื้นที่ไฮไลต์นำเสนอขายการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569 เป็นต้นไป

            ทั้ง 4 จังหวัด นอกเหนือจากเส้นทางเชื่อมโยงทางทะเล แล้วยังมีเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติส่งเสริมพื้นที่สีเขียวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสำคัญ ๆ รวมอยู่ด้วย ตัวอย่าง






เส้นทางที่ 1 การท่องเที่ยวธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม“จันทบุรี” มีถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ เป็นเส้นทางถนนเลียบภูเขามองเห็นทะเล แล้วยังมีความสมบูรณ์ป่าชายเลน คือ “ทุ่งโปรงทอง” กับ “หญ้าหนังหมา” เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ เป็นจุดขายแตกต่างจากทะเลทั่วไป

            เส้นทางที่ 2 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครบทุกมิติ ทั้งเมดิคัล เวลเนส สปา สถานการประกอบการต่าง ๆ จะมีโปรแกรมบริการด้านสุขภาวะ มาเช็คอินเรื่องการกินดี อยู่ดี หลับพักผ่อนดี

            ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ยังได้นำเสนอแคมเปญการท่องเที่ยวต้อนรับกรีน ซีซั่น โครงการ “Feel All The Feeling” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกหลังจากใกล้สิ้นสุดฤดูท่องเที่ยวเทศกาลสวนผลไม้ภาคตะวันออก ก็ยังมีอีกหลายกิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นไฮไลต์






กิจกรรมที่ 1 Feel All The Feeling@Chantaburi “จันท์อวดดี ยกกำลัง2” วันที่ 10-12 กรกฎาคม นี้ ที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร มีสิ่งที่ดี ๆ ในจันทบุรีจะนำมาอวดนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเดินในงาน ซึ่งจะมีไลท์อัพอาคาร การแสดงศิลปะจากอัญมณี เปิดให้นักท่องเที่ยวทำ DIY ร่วมกับชุมชน รวมทั้งอาหารการกิน และมีโปรโมชั่น เข้าพักในจันทบุรีโดยจองผ่าน Ascend Travel วันนี้-30 สิงหาคม ทุกการจองจะได้รับเงินคืน 100 บาท จำนวน 1,000 สิทธิ์

กิจกรรมที่ 2 งานท่องเที่ยวปากน้ำประแสร์ แสง สี เสียง ประจำปี 2569 ช่วงเดือนสิงหาคม นี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชิมอาหาร รับประทานของดี เดินชมสีสันงาน ฟังดนตรีดัง บริเวณเรือหลวงประแส

            กิจกรรมที่ 3 ขับรถยนต์ระบบไฟฟ้า (EV) ตลุยสัมผัสเกาะโลว์คาร์บอน เกาะหมาก เกาะกูด  แต่ละพื้นที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมทำ CSR รักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ตั้งแต่กรกฎาคมนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะมอบโปรโมชั่นให้ด้วยในช่วงการจองพักวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี ของแต่ละสัปดาห์ รวมทั้งมีส่วนลดบางวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย



กิจกรรมที่ 4 ล่องแก่งหินเพิง เริ่มวันนี้-30 กันยายน โดย ททท.สำนักงานนครนายก ร่วมกับชมรมผู้ประกอบการเรือยางล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี นำเรือล่องแก่ง 200 ลำ มาจัดโปรโมชั่นมอบส่วนลดให้นักท่องเที่ยว 500 บาท/ลำ

            กิจกรรมที่ 5 เวลเนส รีทรีต จ.ตราด ชวนทำโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตามโครงการของสาธารณสุขจังหวัดตราด ลงนาม MOU กับสมาคมการค้าตราดเวลเนส และภาคเอกชนในพื้นที่ สร้างจุดขายใหม่ให้การท่องเที่ยวตราด ยกระดับสู่เมืองเวลเนสอย่างยั่งยืน รองรับคนวัย 40–75 ปี ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพเชิงลึก (กลุ่มนอนหลับยาก/เครียดสะสม/ออฟฟิศซินโดรม)

จัดโปรแกรมไฮไลต์ดูแลโดยแพทย์ 3 ศาสตร์ คือ แพทย์ปัจจุบัน ไทย จีน + ไลฟ์โค้ช​ ตรวจสุขภาพเชิงลึก + ฝังเข็มจีน 12 ครั้ง + นวดแผนไทย 6 ครั้ง บำบัดด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ (Hyperbaric Oxygen) 3 ครั้ง + ดริปวิตามิน 2 ครั้ง และฟิตเนสเฉพาะบุคคลร่วมกับเทรนเนอร์ส่วนตัว 16 เซสชัน

โดยได้ทริปกิจกรรม “เวลเนส รีทรีต” บำบัดด้วยธรรมชาติ ที่เกาะช้าง 2 วัน 1 คืน รุ่นที่ 1 ไม่เกิน 30 คน ระหว่างกรกฎาคม – กันยายน 2569 (รวม 60 วันตามไทม์ไลน์ประเมินและฟื้นฟู) นำเสนอราคาพิเศษ 69,999 บาท จากปกติ 120,000 บาท

ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ยังมีมหกรรมช่วงโค้งสุดท้าย “เทศกาลท่องเที่ยวสวนผลไม้” เป็นการได้อุดหนุนชาวสวนด้วยเพราะตอนนี้ราคาผลไม้ตกต่ำมาก มีผลไม้ขนาดไม่ได้มาตรฐานส่งออก ส่วนรสชาติอร่อยคงเดิม ทั้งทุเรียน ผลไม้อื่น ๆ บวกกับอาหารถิ่น อาหารทะเลสดใหม่ ปรุงสุกอร่อย ๆ ทุกทริปการเดินทางสามารถตรวจเช็คก่อนได้ แนะนำให้รับประทานตามฤดูกาลจะยิ่งดี ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

“การท่องเที่ยวภาคตะวันออก” มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย เพียงแค่สละเวลาร่วมประสบการณ์กับกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยจะยิ่งมีความสุขทันที ทั้งการสัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ชายฝั่งทะเล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และการล่องแก่ง นครนายก ปราจีนบุรี และการขึ้นเขาใหญ่ และช่วงเดือนสิงหาคมจะกิจกรรมเตรียมไปร่วมกันทำ CSR ในผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่ด้วยกัน

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”แจกฟรี500บาทลด 40%

 

คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พิเศษ แจก FREE! คูปองส่วนลด 500 บาท ใช้ลด ON-TOP ได้ เมื่อช้อป 1,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(สุทธิ) หั่นราคา“ไอเทมฮิต” เอาใจคนไทย! ลดสูงสุด 40%ทั้ง น้ำหอม สกินแคร์ แบรนด์ดังมากมาย ใช้สิทธิโปรโมชั่นกับสินค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมรายการ ดังนี้

1.ช้อป “บิวตี้” ลดสูงสุด 30% + ON-TOP 5%

-ช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 15%

-ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25%

-ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30%

พิเศษ! สมาชิก POWER PASSลดเพิ่มอีก 5% (เฉพาะสินค้าแผนกน้ำหอม และเครื่องสำอางที่ร่วมรายการ)

2.ช้อป “แฟชั่น” ลดทันที! 30%

-สมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุด 30% (ไม่มีขั้นต่ำ) จำนวน 2 ใบ (เฉพาะสินค้าแผนกแฟชั่น นาฬิกา และแว่นตาที่ร่วมรายการ)

คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง หั่นราคา“ไอเทมฮิต”เอาใจคนไทย! ลดสูงสุด 40% ทั้ง น้ำหอม สกินแคร์ แบรนด์ดังมากมายที่ร่วมรายการ

1.ช้อป “บิวตี้”ลดสูงสุด 30% + ON-TOP 5%

-ช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%

-ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 25%

-ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30%

พิเศษ! สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มอีก 5% (เฉพาะแผนกน้ำหอม และเครื่องสำอางที่ร่วมรายการ)

3.ช้อป “แฟชั่น” ลดทันที! 30%สมาชิก POWER PASS ช้อป 1 ชิ้น ลดทันที 30% (ไม่มีขั้นต่ำ)  

 


ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์ออนไลน์ชวนช้อปHOME DELIVERYลด20% 

“คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” จัดแคมเปญ ENDLESS DISCOVERIES HOME DELIVERY วันนี้- 31 ก.ค. 69 เปิดโลกช้อปดีลคุ้ม…ส่งตรงถึงบ้าน ช้อปง่าย ดีลเด็ด ราคาสบายกระเป๋า ทุกการสั่งซื้อคือการค้นพบใหม่ ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปได้ แค่ช้อปออนไลน์ สินค้าส่งบ้านพร้อมโปรโมชันและสิทธิพิเศษที่ไม่ควรพลาด

1.ลดสูงสุด 15% ช้อปไม่มีขั้นต่ำ! รหัสส่วนลด 15HMJUL

2.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รหัสส่วนลด 20HMJUL (เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)

3.สินค้า Home Delivery ส่งฟรี! ทั่วประเทศ เมื่อช้อปครบ 899 บาท 

ใช้สิทธิ์ : แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน 2.รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 62,800 บาท 3.ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง (ของแถมมีจำนวนจำกัด) 4.รับเลย! ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์ 5.รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท (สุทธิ)


ข่าวที่ 3-ลูกค้าคาเธย์ฯ ช้อปคิงเพาเวอร์รับสิทธิเศษลดสูงสุด 35%

คิง เพาเวอร์ จับมือกับสายการบินนานาชาติชั้นนำ มอบความพิเศษให้ลูกค้าที่เดินทางกับ “คาเธย์ แปซิฟิก”  เท่านั้น! มอบส่วนลดพิเศษจาก คิง เพาเวอร์ ให้ช้อปฟินก่อนเทคออฟ!  วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และภูเก็ต

-รับส่วนลดสูงสุด 35%  เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการ 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ

-ยังไม่เป็นสมาชิก Power Pass สมัครฟรี!  รับทันที สถานะสมาชิก Navy พร้อมสิทธิประโยชน์อีกเพียบ!




ข่าวที่ 4-ททท.รุกตลาดUAEโร้ดโชว์หวังปี’70โต5%โกย 9 แสนคน 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับสายการบิน flydubai จัด “Amazing Thailand Takes Off with Flydubai Roadshow 2026”  ระหว่าง 7-8 กรกฎาคม 2569 ที่นครดูไบและกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยได้นำเอกชนไทยร่วมจับคู่เจรจาธุรกิจและขยายเครือข่ายการท่องเที่ยวร่วมกัน และจัด “Healing is the New Luxury” ทำกิจกรรม Media Launch ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยคือประเทศจุดหมายปลายทางแห่งการเยียวยากายและใจ นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพตอบโจทย์กลุ่มตลาดกำลังซื้อสูง เวลเนส การแพทย์ ที่พักระดับลักชัวรี อาหารฮาลาล ที่มีบริการมาตรฐานสากล สร้างรับรู้ เสริมความเชื่อมั่นให้เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 คาดจะฟื้นตัวกลับมาได้ 140,000 คน

ปี 2570 ททท. จะทำงานเชิงรุกฝ่าความท้าทายของเศรษฐกิจโลกผันผวนและราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินยังสูงอยู่ ทำให้นักท่องเที่ยวระวังค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางมากขึ้น แต่ยังคงใช้จ่ายเพื่อที่พัก กิจกรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ กลยุทธ์ความร่วมมือกับสายการบินที่มีเครือข่ายทั่วถึง สามารถเพิ่มความสะดวกให้นักเดินทางจากตะวันออกกลางเข้าถึงไทยได้มากขึ้น คาดหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติจะ ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมาไทยราว 900,000 คน เติบโต 4–5 %

ส่วนสถานการณ์ครึ่งปีแรก ระหว่าง 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2569 นักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลางแล้วมาไทยแล้วประมาณ 210,000 คน ประกอบด้วย “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (UAE) หนึ่งในตลาดศักยภาพกำลังซื้อสูง 37,321 คน วันเฉลี่ย 10.47 คืน ใช้จ่ายเฉลี่ย 100,612 บาท/คน/ทริป เลือกจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา(ชลบุรี) กระบี่ และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี)

เดือนกรกฎาคม–กันยายน ตลาดตะวันออกกลางจะเข้าสู่ไฮซีซั่น หลังสิ้นสุดเทศกาล Eid Al Adha และปิดภาคเรียนฤดูร้อน ส่วนใหญ่จึงต้องการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 กลุ่มใหญ่ คื 1.กลุ่มครอบครัว 2.กลุ่มกำลังซื้อสูง 3.กลุ่มที่เดินทางเพื่อพักผ่อนควบคู่ทำเวลเนส เมดิคัลเช็คอัพ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะตัดสินใจเดินทางด้วย 3 ปัจจัยสำคัญ มั่นใจในความปลอดภัยของภูมิภาค เที่ยวบินมีเสถียรภาพ แพกเกจท่องเที่ยวคุ้มค่าเงิน

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า การจัด Amazing Thailand Takes Off with Flydubai Roadshow 2026 ทำต่อเนื่องจากสายการบิน Flydubai เปิดบิน ดูไบ-กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) เริ่ม 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา กิจกรรมนี้จึงมุ่งขยายผลส่งเสริมการขาย สร้างการรับรู้ เสริมความเชื่อมั่น กระตุ้นตลาดตะวันออกกลางเลือกเดินทางมาไทยช่วงฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพราะขณะที่สถานการณ์ปกติเมื่อปี 2568 มาเที่ยวเมืองไทยมากถึง 806,0000 คน เป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์172,979 คน เติบโต 1.80 %   

ครั้งนี้ ททท.นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย 21 ราย ร่วมส่งเสริมการขายแบบ Table Top Sales Roadshow มีโรงแรมและที่พัก 15 ราย บริษัทนำเที่ยว/DMC 5 ราย ธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ 1 ราย พบปะเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรทางการค้าตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์    ทั้งนครดูไบและกรุงอาบูดาบี เมืองละ 40-80 ราย กระตุ้นการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยในตลาดตะวันออกกลาง

พร้อมกับจัด Healing is the New Luxury” Media Launch ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เชิญสื่อมวลชนท้องถิ่น รวมถึง KOLs และ Influencers กว่า 100 ราย ร่วมรับฟังแนวคิดแคมเปญและอัปเดทข้อมูลการท่องเที่ยวไทย นำเสนอภาพลักษณ์ไทยประเทศจุดหมายปลายทางคุณภาพตอบโจทย์การเดินทางยุคใหม่ ทั้งการพักผ่อน การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ การให้เวลากับตนเองและครอบครัว ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่มีความหมาย

มุ่งปลุกกระแสนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจากตะวันออกกลางเดินทางมาไทยช่วงไฮซีซั่นระหว่างรกฎาคม–กันยายน ช่วงฤดูฝนอากาศสดชื่น ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธ์  Bright & Bloom มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น อุทยานแห่งชาติทางภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงสวนน้ำสวนสนุกที่กระจายอยู่ในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ

ททท.และผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอเครือข่ายเที่ยวบินที่ครอบคลุม ที่พักระดับลักชัวรีและพูลวิลลา อาหารฮาลาล แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารคุณภาพ บริการเมดิคัล และเวลเนส ที่ได้การยอมรับในระดับสากล ควบคู่ตอกย้ำมาตรฐานด้านความปลอดภัย การบริการ ความเป็นมิตรที่ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพตลอดทั้งปี




ข่าวที่ 5-บางจาก-BCPGนำออมสุขฯเพื่อสังคมคว้ารางวัลเอเชีย 

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม เปิดเผยวา กลุ่มบริษัทบางจากได้รับรางวัลระดับภูมิภาคเอเชีย Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2026 สาขา Social Empowerment จาก “ออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม” เป็นหน่วยร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และศักยภาพของกลุ่มบริษัทบางจาก เข้ากับเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรและเกษตรกรทั่วประเทศ ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ นวัตกรรมชีวภาพ การสร้างช่องทางตลาดให้กับผลผลิตชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทาง Enterprise Asia จัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรในภูมิภาคเอเชียที่มีความโดดเด่นด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคมได้การยอมรับจากการพัฒนาโมเดลการสร้างคุณค่าร่วมที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากกับเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ภารกิจหลักของ “ออมสุขวิสาหกิจเพื่อสังคม” คือ การขับเคลื่อน “เครือข่ายสหกรณ์ลดโลกร้อน” สนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้สหกรณ์การเกษตร สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดลดต้นทุนด้านพลังงาน ส่งเสริมเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำผ่านโครงการ “ข้าวลดโลกร้อน” (Thai Rice NAMA) และ “ลดเผา เบาฝุ่น” โดยสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีชีวภาพลดการเผาในที่โล่ง ลด PM2.5 และฟื้นฟูดินให้อุดมสมบูรณ์

จึงเป็นอีกหนึ่งงานในกลุ่มบริษัทบางจาก ที่สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าให้สังคม ผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของสหกรณ์การเกษตร ลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ข่าวที่ 6-TCEBดันไมซ์พลิกอีสานสู่ฮับนวัตกรรม/การลงทุนระดับโลก

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า TCEB ได้ใช้เวทีเสวนา “ISAN MICE Expo 2026” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เมือง จากทั้ง 5 เซสชั่น ที่พร้อมจะเปลี่ยนผ่านภาคอีสานจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสู่เวทีการแข่งขันระดับสากล

เซสชั่น 1 Executive : “อีสานพลิกเกมไมซ์เครื่องยนต์ยุทธศาสตร์เมืองสู่เวทีโลก”

เดินหน้านำไมซ์เป็น "เครื่องยนต์ยุทธศาสตร์" เปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จจากปริมาณผู้เข้าร่วมงาน สู่การสร้าง "ผลกระทบเชิงบวก (Impact)" และมรดกทางเศรษฐกิจ (Legacy) ที่เกิดขึ้นจริงกับพื้นที่

แกนหลักแห่งอนาคต : ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (ESG) สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน (Local Engagement) และใช้เศรษฐกิจหลากสี (Color Economy) ดึงดูดอุตสาหกรรมเฉพาะทาง

เซสชั่น 2 Keynote : “จากพืชสวนโลกสู่มรดกอนาคต : ด้วยพลังไมซ์ที่ยั่งยืน” 3 มิติ ดังนี้

-จากผู้เข้าชมสู่ผู้ซื้อ (Visitors to Buyers): ใช้เวทีระดับโลกในการดึงดูดนักลงทุนและกลุ่มผู้ซื้อ เพื่อต่อยอดการเจรจาธุรกิจ (Business Matching)

-โชว์ศักยภาพการเกษตร: ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ Smart Farming ควบคู่กับการนำเสนอความมั่นคงทางอาหาร

-พลังแห่ง "เจ้าบ้าน": บูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการบริหารจัดการพื้นที่แบบครบวงจร รวมถึงการเตรียมรับมือกับความท้าทายด้านสภาพแวดล้อม 

เซสชั่น 3 Panel Discussion: “ยกระดับเมืองสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมระดับโลกที่ทุกคนเข้าถึงได้ (MICE for All)”

-Universal Design: ผลักดันอุดรธานีเป็นเมืองต้นแบบที่รองรับความหลากหลาย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ท่าอากาศยาน ขนส่งสาธารณะ ไปจนถึงห้องสุขา ให้ผู้มาเยือนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม 

-มาตรฐานทีเส็บ (TCEB): นำเกณฑ์ Thailand MICE Venue Standard มายกระดับห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล

เซสชั่น 4 ISAN MICE Talk : "ISAN Longevity Premium Journeys"

-วิทยาศาสตร์การแพทย์ x ภูมิปัญญา: นำร่อง ขอนแก่น-อุดรธานี-อุบลราชธานี ผสาน Medical Hub เข้ากับอารยธรรมอาหารอีสานและธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

-ตลาดพรีเมียม: ออกแบบโปรแกรมการเดินทางเพื่อการฟื้นฟู (Mindful Travel) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักเดินทางไมซ์ระดับบนและตลาดต่างประเทศ

เซสชั่น 5 Knowledge : “สมาร์ทเมกะอีเวนต์ : ถอดบทเรียน World Expo เซอร์เบีย สู่โอกาสใหม่อีสานด้วยนวัตกรรม”

-บทเรียนจากระดับโลก (เซอร์เบีย): การจัดงานสเกลใหญ่ต้องอาศัยระบบฐานข้อมูลรวมศูนย์ (Centralized Database) บริหารจัดการแบบ One-Stop End-to-End เพื่อติดตามผลและกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างโปร่งใส

-บทเรียนความสำเร็จท้องถิ่น (AgroFEX): ขับเคลื่อนงานแสดงสินค้าด้วยกลยุทธ์ "หาผู้ซื้อก่อนผู้ขาย" ดึงดูด Magnet Buyers เพื่อสร้างมูลค่าการซื้อขายและการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายสูงสุดของการขับเคลื่อนทั้งหมด คือการใช้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมทิ้งโครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้ไว้เป็น "มรดกความเจริญ" ที่ยั่งยืนให้กับภาคอีสานต่อไป

          ช่วงที่ 2 ได้เวลาพาครอบครัวไปเช็คอินความสุข เที่ยวใกล้กรุงกับโปรฟิน ๆ ที่“ฟาร์มจระเข้สวนนกสมุทรปราการ กับ สวนปาล์มฟาร์มนก” ฉะเชิงเทรา จับมือกันจัดส่วนลดค่าตั๋วเข้าฟาร์ม วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2569 แล้วฟัง “5 เคล็ดลับ” การดูแลสุขภาพในยุคโลกร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น  เกาะติดข่าวล่ามาเร็ว ข่าวแรก “อนุทิน-อันวาร์” 2นายกไทยกับมาเลเซีย ร่วมเปิดด่านทัวร์ใหม่สะเดา สงขลา แลกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ หนุนท่องเที่ยว การค้า ข่าวที่สอง “AOTดึงเวียดนามแอร์-FlyDubai”หนุนเครือข่ายไทยฮับการบินภูมิภาค

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวใกล้กรุงโปรฟิน“ฟาร์มจระเข้-สวนปาล์มฟาร์มนก” 

พาครอบครัว ชวนเพื่อนฝูง ออกเดินทางไปเติมประสบการณ์สนุก ๆ ที่ “สมุทปราการและฉะเชิงเทรา” ชมฟาร์มกับสวนสัตว์ ในอีกบรรยากาศเย็นฉ่ำกรีน ซีซั่น เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ สนุกได้ทั้งครอบครัว ชมสัตว์น่ารักนานาชนิด การแสดง กิจกรรม เวิร์คช้อป ขับรถกอล์ฟชมธรรมชาติ

ตอนนี้ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ร่วมกับ “สวนปาล์มฟาร์มนก” ฉะเชิงเทรา ชวนมาเที่ยวเชื่อมโยง 2 แห่ง ได้ในราคาคุ้มค่ากว่าเดิม “นักท่องเที่ยวคนไทย” เพียงแสดงตั๋วเข้าชมจากสถานที่หนึ่งรับส่วนลดค่าเข้าชม อีกสถานที่ทันที 20 บาท/คน/บัตร1ใบ โปรโมชั่นนี้เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

 


พิกัดที่ 1 : ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ อยู่ตรงหมู่ 7 ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ มีการแสดงจระเข้สุดตื่นเต้น การแสดงช้างแสนรู้ ชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ตื่นตากับสัตว์นานาชนิด ทั้งจระเข้ เสือ สิงโต ช้าง ลิงชิมแปนซี ฮิปโป หมี คาปิบาร่า แรคคูน งูเหลือมยักษ์ และสัตว์อีกมากมาย โดยมี “สนามเด็กเล่นและสวนพักผ่อน” ไว้ต้อนรับทุกวัย พร้อมบริการ ร้านอาหารและคาเฟ่ เปิดบริการทุกวัน

โทร.02-517-4464 เพิ่มเพื่อนใน LINE Official : @crocodilefarmzoo ติดตามอัพเดทการท่องเที่ยวได้ทาง Facebook : Samutprakan Crocodile Farm & Zoo

 


พิกัดที่ 2 : สวนปาล์มฟาร์มนก อยู่ที่หมู่ 6 ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา ชวนมาเดินเล่นท่ามกลางสวนปาล์มร่มรื่น สัมผัสทะเลสาบแสนสวย เพลิดเพลินกับ ราชานกแก้ว และนกมาคอว์สุดเชื่อง สีสันสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ ฝูงนกฟลามิงโก้ ร่วมกิจกรรมสนุกกับการป้อนอาหารนก และถ่ายภาพประทับใจกับ กระต่าย กระรอก นกหายากชนิดต่างๆ  โดยมีบริการเช่ารถกอล์ฟชมสวน กว่า 200 ไร่ หรือจะลงมือทำเวิร์กช็อป และนั่งชิล ๆ พักผ่อนที่คาเฟ่ และร้านอาหารรสชาติแสนอร่อยบรรยากาศสุดชิลก็ได้

 

พิเศษ !! ผู้ใช้สิทธิ์ที่สวนปาล์มฟาร์มนก ททท.ฉะเชิงเทรา แจกฟรี หนังสืออนุสาร อสท.มาก่อนรับก่อน 50 คนแรก

 

โทร.สอบถามโดยตรงได้ที่ 081-868-1174 ติดตามได้ Facebook : Suan Palm Farm Nok

 

ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้ใจ ออกไปสัมผัสเสน่ห์ ฟาร์มจระเข้ สวนนก ทั้งใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ได้ทุกวันใน 2 จังหวัด เติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มได้จนถึงสิ้นปี 2569

 

สุขภาพ –5 เคล็ดลับดูแลสุขภาพในยุคโลกร้อนอุณหภูมิสูงขึ้น

 

1.ดื่มน้ำให้มากขึ้น : ในช่วงหน้าร้อนจะทำให้ร่างกายเสียน้ำเร็วขึ้น ดังนั้นคุณควรดื่มน้ำเพื่อป้องกันการขาดน้ำ คุณควรดื่มน้ำสะอาด งดแอลกอฮอล์ และกาแฟ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

 

2.สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายตัว : คุณควรสวมเสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุที่ใส่แล้วเบาสบาย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายไม่ร้อนในหน้าร้อน

 

3.ใช้อุปกรณ์ในการช่วยคลายร้อน : คุณควรใช้พัดลม, เครื่องทำความเย็น, หรือแอร์ในกรณีที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของคุณรู้สึกสบาย และและคลายความร้อนได้

 

4.ใช้ไอเท็มป้องกันแดด : ใช้ครีมกันแดด, ใส่ผ้าคลุมหน้า, ผ้าปิดแขน หรือหมวก เพื่อป้องกันการเผชิญกับแสงแดดที่เป็นอันตรายผิว

 

5.ออกกำลังกายในที่ร่ม : เลือกออกกำลังกายในสถานที่ร่ม เช่น ภายในห้องออกกำลังกาย หรือในสวนสาธารณะที่มีเงื่อนไขที่เหมาะสม

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก “อนุทิน-อันวาร์”2นายกฯเปิดด่านท่องเที่ยวใหม่สะเดา-กายูฮิตัม

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ มาเลเซีย มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้าและการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ  สนับสนุนนโยบายเดินทางสะดวกง่าย Ease of Traveling ของรัฐบาลที่เน้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางแห่งภูมิภาคอาเซียน

 

พิธีเปิดนนเชื่อมต่อไทย มาเลเซีย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมด้วย นำโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท.

 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่คือประตูโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยวหรือ Tourism Infrastructure ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรองรับนักท่องเที่ยวข้ามประเทศเติบโต (Overland Tourism) โดยเฉพาะตลาดมาเลเซีย ส่วนใหญ่นิยมใช้คมนาคมทางบกเดินทางมาไทย โครงการนี้จึงสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการทำตลาดเชิงรุกเมื่อเปิดด่านแห่งใหม่ร่วมมือกับพันธมิตรท่องเที่ยว ชมรมผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของมาเลเซีย กระตุ้นการขับรถยนต์ส่วนบุคคลและคาราวานท่องเที่ยวเข้าสู่ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวสไตล์ Scenic Route ส่งเสริมการท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน (Cross-border Tourism) เพิ่มการกระจายรายได้สู่พื้นที่ชายแดนและเมืองน่าเที่ยวภาคใต้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางของอาเซียน

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. เร่งนำท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยกลยุทธ์คุณภาพเหนือปริมาณ “Value over Volume” ผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด่านสะเดาแห่งใหม่ จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถและผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle (IMT-GT) เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของภูมิภาค ททท. เชื่อมั่นโครงการนี้จะช่วยยกระดับภาคใต้ของไทยสู่ Southern Tourism Gateway เชื่อมโยงไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ และเพิ่มบทบาทไทยศูนย์กลางท่องเที่ยวอาเซียนในระยะยาว

 

ช่วงเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ททท. วางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวมาเลเซียเติบโตอย่างรวดเร็วควบคู่กัน 2 กิจกรรม ประกอบด้วย

 

กิจกรรมที่ 1 เปิดโครงการ “New Hatyai” เชิญผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (KOL) จากมาเลเซีย มาถ่ายทอดมุมมองใหม่ในหาดใหญ่ เชื่อมโยงสู่พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช

 

กิจกรรมที่ 2 จัดโร้ดโชว์ ส่งเสริมการตลาดร่วมกัน และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในมาเลเซีย สร้างการรับรู้เป็นวงกว้าง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จากเมืองชายแดนสู่เมืองน่าเที่ยวไทย

 

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานสถิติมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 – 21 มิถุนายน 2569  รวม 2,054,203 คน ผ่านด่านทางบก 1,768,663 คน คิดเป็น 86.1 % ผ่านด่านสะเดาถึง 1,041,816 คน คิดเป็น 50.7 % ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมดที่มาไทย

 

สำหรับ “นักท่องเที่ยวมาเลเซีย” ถือเป็นกลุ่มศักยภาพปี 2569 มาไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งด้านความถี่การเดินทางและเดินทางเที่ยวซ้ำ นิยมมาไทยเพื่อพักผ่อนวันหยุดและเป็นจุดหมายปลายทางวันหุดสุดสัปดาห์ กระจายตามแหล่งท่องเที่ยวนิยมในไทยตามลำดับ ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล

 

ข่าวที่สอง AOTดึง“เวียดนามแอร์-FlyDubai”หนุนเครือข่ายไทยฮับการบิน

 

 

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT ร่วมกับสายการบินนานาชาติขยายเครือข่ายการบินระหว่างประเทศเพิ่มความเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) สร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน พร้อมยกระดับบทบาทขอไทยในฐานะเกตเวย์สู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค หลังจากได้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง AOT และเวียดนามแอร์ไลน์ส เปิดเส้นทางบินใหม่ โฮจิมินห์ซิตี้ (SGN) – ภูเก็ต (HKT) อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2569 บริการ 4 เที่ยว/สัปดาห์ มีจำนวนที่นั่งรองรับผู้โดยสารเวียดนามมาไทยได้ปีละกว่า 39,520 ที่นั่ง สถิติมกราคม–มิถุนายน 2569 มีเวียดนามมาเที่ยวเมืองไทยแล้วกว่า 300,000 คน

 

พิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้รับเกียรติจากผู้เข้าร่วมนำโดย H.E. Mr. Pham Viet Hung เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต Mr. Ngo Tri Hung  ผู้จัดการเวียดนามแอร์ไลน์ส นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต นางมณินทร เทียมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพาณิชย์และการบิน AOT

 

ขณะที่ AOT วางกลยุทธ์เจรจาทางกับสายการบินในงาน Routes World 2025 ทำให้ flydubai เป็นอีกหนึ่งสายการบิน เปิดเส้นทางใหม่ ไป-กลับ ดูไบ–กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) โดยเริ่มเมื่อ 1 กรกฎาคม 2569 วันละ 1 เที่ยว และตั้งแต่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป จะเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยว ส่งผลให้มีเที่ยวบินดูไบมายังไทยรวมสูงสุด 28 เที่ยว/สัปดาห์

 

การเปิดเส้นทางบินดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้ตลาดตะวันออกกลางเติบโตเพิ่มขึ้น ช่วงมกราคม–มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้เดินทางมาไทยแล้วกว่า 180,000 คน

 

AOT เชื่อมั่นการเปิดบินใหม่ทั้ง 2 เส้นทาง สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายการบิน AOT ทำสำเร็จจากการร่วมกับสายการบินชั้นนำในตลาดศักยภาพ เพิ่มทางเลือกการเดินทาง ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงทางอากาศรวมทั้งช่วยผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาคยั่งยืน

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ตะวันออกครึ่งหลังปี’69บุกตลาดหรูEastern Connect ดึงเศรษฐีทัวร์เชื่อมโยงทะเล4จังหวัดเพิ่มวันพักดันรายได้โต

  กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.ตะวันออกครึ่งหลังปี ’69 บุกตลาดหรู Eastern Connect ด...