วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“AWC”ทุ่ม2เมกะโปรเจกต์ “เคเบิ้ลคาร์เชื่อมMONO Bangkok” ประวัติศาสตร์ใหม่“กรุงเทพฯ-ไทย”เมืองศิลปะวัฒนธรรมโลก

AWC”ทุ่ม2เมกะโปรเจกต์ “เคเบิ้ลคาร์เชื่อมMONO Bangkok

ประวัติศาสตร์ใหม่“กรุงเทพฯ-ไทย”เมืองศิลปะวัฒนธรรมโลก

AWC ประกาศลงทุน2เมกะโปรเจกต์ "เคเบิลคาร์ข้ามเจ้าพระยา-MONO Bangkok"ย่านเจริญนคร กรุงเทพฯ

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AWC #เคเบิลคาร์ข้ามเจ้าพระยา #MonoBangkok

AWC ประกาศลงทุนเมกะโปรเจกต์ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา”  สู่มิวเซียมอิมเมอร์ซีฟ MONA Bangkok” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พลิกโฉมย่านเจริญนคร กรุงเทพฯ และประเทศไทยผงาดสู่จุดหมายท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม ระดับโลก

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) “AWC ประกาศความร่วมมือพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กแห่งใหม่เชื่อมเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ด้วยไฮไลต์ “World’s First Sustainable Cross-River Themed Cable Car : ธีมเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลก” โดยจะใช้เงินลงทุนกว่า 2,000ล้านบาท พัฒนา 2 โครงการใหญ่ เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร” แห่งแรกที่ได้การรับรองมาตรฐานระดับโลก ใช้เทคโนโลยีมาตรฐานสูงประหยัดพลัง และทำ "MONA Bangkok" พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิมเมอร์ซีฟโลก ซึ่งจะร่วมกับ MONA : Museum of Old and New Art ออสเตรเลีย หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ชุมชน เศรษฐกิจ และประเทศอย่างยั่งยืน



“เคเบิ้ลคาร์ ข้ามเจ้าพระยา”
จะออกแบบโดยไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมโยงเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เข้ากับโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ไร้รอยต่อของ AWC บนถนนเจริญนคร นำเสนอระบบการเดินทางอย่างยั่งยืน ด้วยศิลปะเคลื่อนไหวเปลี่ยนการเดินทางข้ามแม่น้ำให้กลายเป็นประสบการณ์ Immersive Journey เปี่ยมด้วยศิลปะ แสง สี เสียง เทคโนโลยี ธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม 

เชื่อมต่อโดยตรงเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ MONA Bangkok ที่ AWC กับ MONA ผู้ก่อตั้ง Museum of Old and New Art เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย ออสเตรเลีย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าไปเยี่ยมชมทุกปี  

MONA Bangkok จะนำจิตวิญญาณความคิดสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ทั่วโลกยอมรับสู่บริบททางวัฒนธรรมของไทย ในโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เดินหน้าสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเอกลักษณ์เฉพาะสะท้อนคุณค่าศิลปะวัฒนธรรมไทยและกรุงเทพฯ ผ่านการแลกเปลี่ยนและการมีส่วนร่วมกับศิลปิน เรื่องราว ผู้ชม วัฒนธรรม อัตลักษณ์ของไทย ภายใต้แพลตฟอร์มแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยจะเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยและทั่วโลกได้สร้างสรรค์ นำเสนอผลงานสู่เวทีนานาชาติ มีส่วนร่วมขับเคลื่อนและต่อยอดศิลปะที่กรุงเทพฯ ให้เติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกับ MONA รัฐแทสเมเนีย สร้างจุดหมายปลายทางวัฒนธรรมสะท้อนเอกลักษณ์พื้นที่และบริบททางวัฒนธรรมของตนเองอย่างแท้จริง 

MONAต้นแบบเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวขนาดใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ก่อตั้งโดย David Walsh ทำเป็นสถานที่จัดแสดงคอลเลกชันศิลปะทรงคุณค่า ทั้งศิลปะโบราณ สมัยใหม่ และร่วมสมัย เปิดให้บริการเมื่อปี 2554  ย่านชานเมืองทางตอนเหนือของเมืองโฮบาร์ต เปรียบเสมือนพื้นที่นำเสนอประสบการณ์การชมพิพิธภัณฑ์ผ่านการผสานศิลปะ เทคโนโลยี สถาปัตยกรรม การออกแบบประสบการณ์เข้าด้วยกัน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือการนำเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ เรียกว่า “The O” มาใช้นำชมแทนการติดป้ายอธิบายผลงานบนผนังแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้เข้าชมดื่มด่ำและค้นหาความหมายแต่ละชิ้นงานได้เป็นส่วนตัว สนุกสนานไปกับการสำรวจในแบบฉบับของตัวเอง

MONA โด่งดังในฐานะผู้สร้างสรรค์ "DarkLab" พัฒนาและนำเสนอโปรเจกต์ทางวัฒนธรรมหลากหลายมิติ ทั้งศิลปะ ดนตรี เทศกาล งานบริการ การพัฒนาย่านสร้างสรรค์ และอีเวนต์สาธารณะขนาดใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างสรรค์เทศกาล ‘Dark Mofo’ การบริหารจัดการและสร้างสรรค์โปรแกรมการแสดงบริเวณโรงละคร “Odeon Theatre ไปจนถึง “In The Hanging Garden ศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์กลางเมืองโฮบาร์ตที่เปิดต้อนรับผู้คนตลอดทั้งปี 


การประกาศพัฒนา 2 โครงการครั้งนี้ มีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนางสาวฐาปนีย์เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร Jeremy Rockliff มุขมนตรีแห่งรัฐแทสเมเนีย Pablo Kang ว่าที่เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ตลอดจนผู้บริหาร MONA ผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน

“นางวัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า AWC มุ่งมั่นทำพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building Better Future) พัฒนาเดสติเนชั่นสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้การท่องเที่ยว ชุมชน และประเทศ โครงการสำคัญนี้จะเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ ส่งมอบคุณค่าที่มีความหมายและความยั่งยืนระยะยาว ผ่านการสร้างประสบการณ์ระดับโลกผสานนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืนไว้ด้วยกัน

ด้วยความเชื่อมั่นสถาปัตยกรรม และการออกแบบที่ดีสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนสัมผัสและเชื่อมโยงกับคุณค่าและความหมายของพื้นที่ได้ แล้วโครงการนี้สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ด้วย “MONA Bangkok” พื้นที่แห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลก เข้ากับ “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” สร้างประสบการณ์เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการเดินทางอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก 

ทาง MONA ออสเตรเลีย พร้อมร่วมสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ เสริมศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืน ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของโลก AWC ขอขอบคุณพันธมิตรทุกฝ่ายที่มีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นร่วมกัน และเชื่อมั่นจะร่วมสร้างคุณค่าและประโยชน์ระยะยาวให้กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อุตสาหกรรม และผู้คนทุกภาคส่วน

“นายไมเคิล ฮาริท” หัวหน้าคณะกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาสำคัญของกรุงเทพฯ ถือจุดเริ่มต้นบทใหม่ที่จพัฒนาเดสติเนชั่นแห่งนี้สู่ระดับโลก ด้วย “เคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร” เชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น และ MONA Bangkok ให้ไร้รอยต่อกลายเป็นเดสติเนชั่นเดียวกัน เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผ่านการผสานศิลปะ เทคโนโลยี แนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน 

ไทยและทั่วโลกต่างพร้อมร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กรุงเทพมหานครด้วยการรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ศิลปะอิมเมอร์ซีฟ วัฒนธรรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ความบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว สร้างเดสติเนชั่นที่โดดเด่น เปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้ความร่วมมือระดับนานาชาติที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน

“เดวิด วอลช์” ผู้ก่อตั้ง MONA กล่าวว่า ตลอดที่ผ่านมากว่า 25 ปี ได้ทุ่มเทการศึกษาและพัฒนาแนวคิดใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์พิพิธภัณฑ์ ความร่วมมือกับ AWC ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้ และประสบการณ์ดังกล่าวมาสู่กรุงเทพฯ หนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ร่วมสร้างประสบการณ์ศิลปะรูปแบบใหม่ให้ผู้มาเยือนจากทั่วโลก

“ลีห์ คาร์ไมเคิล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DarkLab ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และหัวหน้าโครงการ MONA Bangkok กล่าวว่า “MONA Bangkok จะนำจิตวิญญาณความคิดสร้างสรรค์มาตีความใหม่ในบริบทต่างจากเดิม เต็มไปด้วยความแปลกใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ดำเนินตามรอยใคร เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ในโฮบาร์ต โดยจะนำเสนอผลงานจากศิลปินชั้นนำระดับสากล ควบคู่การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างศิลปินไทย ผู้ชม มรดกทางวัฒนธรรมของไทย 



“แนวคิดเรื่องแสง” จะเป็นหัวใจสำคัญการสร้างประสบการณ์ โดยจะสำรวจและตีความทั้งในฐานะปรากฏการณ์ทางกายภาพและสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ ความหวัง การเชื่อมโยงผู้คน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและประเพณีทางวัฒนธรรม จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ร่วมพัฒนาโครงการนี้ไปพร้อมกับพันธมิตรชุมชนนักสร้างสรรค์ของไทย 

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลัง มีกลุ่มผู้ชมพร้อมเปิดรับ มีความมุ่งมั่นตั้งใจก้าวสู่หนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านศิลปะยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก 

พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับ AWC ทำเมกะโปรเจกต์อันน่าตื่นเต้นนี้และตั้งตารอคอยจะได้พบปะกับเหล่าศิลปิน ดีไซเนอร์ นักสร้างสรรค์ชาวไทย ร่วมออกเดินทางครั้งสำคัญนี้ไปด้วยกัน

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“AWC”ทุ่ม2เมกะโปรเจกต์ “เคเบิ้ลคาร์เชื่อมMONO Bangkok” ประวัติศาสตร์ใหม่“กรุงเทพฯ-ไทย”เมืองศิลปะวัฒนธรรมโลก

“ AWC ”ทุ่ม 2 เมกะโปรเจกต์ “เคเบิ้ลคาร์เชื่อม MONO Bangkok ” ประวัติศาสตร์ใหม่“กรุงเทพฯ-ไทย”เมืองศิลปะวัฒนธรรมโลก AWC ประกาศลงทุน2เมกะโปรเ...