“ดร.เชน”ลั่นต่อยอดโมเดลแก้จนบพท.20 จังหวัดนำร่อง
แก้5ทุน“มนุษย์/กายภาพ/ธรรมชาติ/ศก./สังคม”-4กระทรวง
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #บพท #อว #โมเดลแก้จน
“ดร.ยศชนัน”
รองนายกฯ และ รมว.อว.ลั่นหลังลงพื้นที่ยโสธร ลุยต่อยอดโมเดล “แก้จน” ของ บพท.ในพื้นที่นำร่อง
20 จังหวัด ทะลวงปัญหาความยากจนการใช้ชีวิตด้วย 5
ทุน “มนุษย์—กายภาพ-ธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-สังคม” นำงานวิจัยเชื่อมเครือข่าย
4 กระทรวง “พม.-แรงงาน-ศึกษาธิการ-เกษตร”
ศ.ดร.ยศชนัน
วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวต่อที่ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่อำเภอกุดชุม
จังหวัดยโสธร โดยให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นถึงความมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือประชาชนแก้ไขความยากจนอย่างเต็มที่
ด้วยการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยมีนายชาญชัย ศรศรีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางสิริกร
มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน นายชูชาติ แก้วนอก
ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยโสธร
และผู้บริหารของจังหวัดยโสธร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว.
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมอยู่ด้วย
โดยจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนครอบคลุมทุนดำรงชีพ
5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนธรรมชาติ ทุนเศรษฐกิจ ทุนสังคม
ด้วยชุดความรู้จากโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ
ซึ่งหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ดำเนินการร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยต่อเนื่องมากว่า
7 ปี นำร่องทั่วประเทศในพื้นที่ 20
จังหวัด
ดร.ยศชนัน
กล่าวว่า งานวิจัยแก้จน ที่ บพท.เป็นแกนกลางขับเคลื่อนร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยในพื้นที่นำร่อง
20 จังหวัด ภายใต้กลไกกระบวนการตั้งแต่ขั้นตอน สืบค้นสอบทานข้อมูลคนจนอย่างละเอียด
แล้วนำไปออกแบบโมเดลแก้จนให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคมแต่ละพื้นที่
บนหลักการมีส่วนร่วมของคนจน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่
ได้ผ่านการพิสูจน์ยืนยันผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ช่วยคนจนให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง
และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาแล้ว จะได้รับการผลักดันให้เป็น “แม่แบบ” นำไปใช้แก้ไขปัญหาความยากจนทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ความสำเร็จและโมเดลแก้จนที่ดีจากพื้นที่
20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย จะต้องถูกนำไปถอดบทเรียนเพื่อให้ได้โมเดลที่ดีที่สุด
นำไปแชร์และขยายผลใช้กับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ
เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี หากโมเดลไหนในพื้นที่ใดสามารถเดินหน้าได้ดีแล้ว ก็จะส่งมอบต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการต่อไป
เพื่อให้เกิดงบประมาณและการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ
ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่จริง
2 จุด คือ
จุดที่
1 การเข้าเยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจนของนางบัวผัน อุปพันธ์ วัย 72 ปี
ซึ่งสภาพบ้านเสื่อมโทรมไม่ปลอดภัย มีปัญหาน้ำท่วมขังฤดูฝน ได้โครงการวิจัยแก้จนจาก
บพท. ร่วมกับ วิทยาลัยชุมชนยโสธรและภาคีเครือข่าย
ประสานส่งต่อข้อมูลให้สภาองค์กรชุมชนและสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมเทพื้นคอนกรีต
เปลี่ยนหลังคา ประตู หน้าต่าง ให้ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัย
เพื่อความมั่นคงในการใช้ชีวิต
จุดที่
2 เยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้โมเดลแปลงรวมเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองแหน”
ต.หนองแหน อ.กุดชุม ใช้พื้นที่แปลงรวม 30 ไร่ ของนายปริญญา มีไชย
มาเป็นพื้นที่ทำกินร่วมของชุมชน มีแปลงรวมให้ครัวเรือนยากจนร่วมใช้ประโยชน์ 30
ครัวเรือน มุ่งเน้นการเชื่อมโยง “คน – ความรู้ – ทรัพยากร – ตลาด” เข้าด้วยกัน
ผ่านกลไกนักพัฒนาเชิงพื้นที่หรือ ADM ที่เข้ามาเป็นโค้ชอย่างใกล้ชิด
ควบคู่หนุนปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีจากสถาบันวิชาการ อาทิ วิทยาลัยชุมชนยโสธร
และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ที่นำนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเพื่อสร้างรายได้เสริมและทักษะการพึ่งพาตนเองของครัวเรือนยากจนได้
ศ.ดร.ยศชนัน
กล่าวด้วยว่าโครงการวิจัยแก้จนของ บพท.ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย
และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้พลิกโฉมรูปแบบความช่วยเหลือคนจน
จากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม
ผสานระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะ และเทคโนโลยี AI ปูพรมค้นหาคนจนตกหล่น
ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน นำพาคนจนผู้ขัดสนทุนดำรงชีพ
เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้แล้วกว่า 7,663 คน
สร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท
รวมถึงประสานภาคีเครือข่ายช่วยลดหนี้และมอบทุนการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
"ผมลงพื้นที่มาแล้วหลายจังหวัด ตั้งแต่อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด ล่าสุดมาถึงยโสธร ด้วยความตั้งใจจริงจะใช้ข้อมูลความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แก้ไขปัญหาความยากจน และเร่งผลักดันเรื่องระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา มีอาชีพ มีงานทำ และโอกาสมีที่อยู่อาศัยปลอดภัย ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบเรื่องทุนมนุษย์ จะพยายามบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ทุกมิติ แก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ"
ดร.ยศชนั
ชี้แจงด้วยว่าได้ใช้ฐานข้อมูลเพื่อหาเหตุผลถึงการเกิดความยากจน โดยมีความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม
PPAP ต่อยอดมาจาก TPMAP เมื่อสแกนพบผู้ที่
“ตกหล่น” จากระบบ หน้าที่ของเราคือเข้าไปช่วยทันที แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
การส่งเสริมอาชีพ ในมิติของโมเดลแก้จน และการส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ หากพบว่าข้อมูลใครยังไม่ครบถ้วน
ในพื้นที่จะมีวิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นแกนนำลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้สมบูรณ์
รวมทั้งได้วิเคราะห์ความยากจนผ่านฐานทุนดำรงชีพ
5 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนมนุษย์ พบชัดเจนมีกลุ่มเปราะบางหรือผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้
จึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เข้ามาช่วยเพิ่มทักษะให้ตรงความต้องการของแต่ละครัวเรือน
เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุทำงานได้ เหนื่อยน้อยลง ใช้ต้นทุนลดลง
แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่อง “ทุนทางกายภาพ” เช่น ขาดที่ดินทำกิน
วันนี้ผมได้เห็นความประทับใจในพื้นที่ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง ให้ชุมชนเข้าทำมาหากินร่วมกัน
เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก และแก้ปัญหาได้จริง
ดร.กิตติ
สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า
บพพท.ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่
(รวพ.) กระทรวง อว. ยินดีอย่างยิ่งที่ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี รับเป็นธุระช่วยต่อยอดขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโครงการแก้จน
ไปเชื่อมโยงกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านทุนมนุษย์ที่กำกับดูแลอยู่ ได้แก่กระทรวง
อว. กับอีก 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(พม.) แรงงาน ศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จะช่วยทำให้คนจนเข้าถึงโอกาสได้รับสวัสดิการจากรัฐสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น
“การขยายผลงานวิจัยโครงการแก้จน
และโมเดลแก้จน จาก 20 จังหวัดนำร่อง ไปทั่วประเทศตามความตั้งใจของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
อว.จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตคนจน และต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและต้องทำต่อเนื่องจริงจัง
สำคัญที่สุด กลไกทั้งระดับพื้นที่ ชุมชนต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยกัน
ท้ายที่สุดเรื่องความยากจนไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเชิงโครงสร้างเท่านั้น แต่จะต้องให้คนเข้าสู่โอกาสต่าง
ๆ ทั้ง การศึกษา การเพิ่มรายได้ เพื่อทำให้คนลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ยืนหยัดได้ ให้ทุกคนมีความรู้สึกว่ามีคุณค่าทางสังคม”
บพท.
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และด้วยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.)
จะได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย
และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ยกระดับความช่วยเหลือให้ครอบคลุมคนจนเป้าหมายใน 20
จังหวัดนำร่อง ขยายผลสู่จังหวัดที่ให้ความสนใจจะใช้แพลตฟอร์มและโมเดลแก้จนนี้ สร้างความมั่นคง
ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศต่อไป







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น