วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

“ดร.เชน”ลั่นต่อยอดโมเดลแก้จนบพท.20 จังหวัดนำร่อง แก้การดำรงชีพ 5 ทุน-เชื่อม 4 กระทรวง

“ดร.เชน”ลั่นต่อยอดโมเดลแก้จนบพท.20 จังหวัดนำร่อง

แก้5ทุน“มนุษย์/กายภาพ/ธรรมชาติ/ศก./สังคม”-4กระทรวง

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว.ต่อยอดโมเดลแก้จนของ บพท.

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #บพท #อว #โมเดลแก้จน

“ดร.ยศชนัน” รองนายกฯ และ รมว.อว.ลั่นหลังลงพื้นที่ยโสธร ลุยต่อยอดโมเดล “แก้จน” ของ บพท.ในพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัด ทะลวงปัญหาความยากจนการใช้ชีวิตด้วย 5 ทุน “มนุษย์—กายภาพ-ธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-สังคม” นำงานวิจัยเชื่อมเครือข่าย 4 กระทรวง “พม.-แรงงาน-ศึกษาธิการ-เกษตร”

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวต่อที่ประชุมภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร โดยให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นถึงความมุ่งมั่นให้ความช่วยเหลือประชาชนแก้ไขความยากจนอย่างเต็มที่ ด้วยการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยมีนายชาญชัย  ศรศรีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางสิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน นายชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยโสธร  และผู้บริหารของจังหวัดยโสธร ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมอยู่ด้วย

      โดยจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนครอบคลุมทุนดำรงชีพ 5 ด้าน คือ ทุนมนุษย์ ทุนกายภาพ ทุนธรรมชาติ ทุนเศรษฐกิจ ทุนสังคม ด้วยชุดความรู้จากโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ซึ่งหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ดำเนินการร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยต่อเนื่องมากว่า 7 ปี นำร่องทั่วประเทศในพื้นที่ 20 จังหวัด



            ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานวิจัยแก้จน ที่ บพท.เป็นแกนกลางขับเคลื่อนร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยในพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัด ภายใต้กลไกกระบวนการตั้งแต่ขั้นตอน สืบค้นสอบทานข้อมูลคนจนอย่างละเอียด แล้วนำไปออกแบบโมเดลแก้จนให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ บนหลักการมีส่วนร่วมของคนจน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้ผ่านการพิสูจน์ยืนยันผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ช่วยคนจนให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาแล้ว จะได้รับการผลักดันให้เป็น “แม่แบบ” นำไปใช้แก้ไขปัญหาความยากจนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

            ความสำเร็จและโมเดลแก้จนที่ดีจากพื้นที่ 20 จังหวัดนำร่องเป้าหมาย จะต้องถูกนำไปถอดบทเรียนเพื่อให้ได้โมเดลที่ดีที่สุด นำไปแชร์และขยายผลใช้กับจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี  หากโมเดลไหนในพื้นที่ใดสามารถเดินหน้าได้ดีแล้ว ก็จะส่งมอบต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยรับช่วงดำเนินการต่อไป เพื่อให้เกิดงบประมาณและการพัฒนาที่ยั่งยืนเต็มรูปแบบ

            ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการลงพื้นที่ติดตามผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่จริง 2 จุด คือ

จุดที่ 1 การเข้าเยี่ยมเยียนครัวเรือนยากจนของนางบัวผัน อุปพันธ์ วัย 72 ปี ซึ่งสภาพบ้านเสื่อมโทรมไม่ปลอดภัย มีปัญหาน้ำท่วมขังฤดูฝน ได้โครงการวิจัยแก้จนจาก บพท. ร่วมกับ วิทยาลัยชุมชนยโสธรและภาคีเครือข่าย ประสานส่งต่อข้อมูลให้สภาองค์กรชุมชนและสำนักงานพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปช่วยเหลือปรับปรุงซ่อมแซมเทพื้นคอนกรีต เปลี่ยนหลังคา ประตู หน้าต่าง ให้ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัย เพื่อความมั่นคงในการใช้ชีวิต



จุดที่ 2 เยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้โมเดลแปลงรวมเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองแหน” ต.หนองแหน อ.กุดชุม ใช้พื้นที่แปลงรวม 30 ไร่ ของนายปริญญา มีไชย มาเป็นพื้นที่ทำกินร่วมของชุมชน มีแปลงรวมให้ครัวเรือนยากจนร่วมใช้ประโยชน์ 30 ครัวเรือน มุ่งเน้นการเชื่อมโยง “คน – ความรู้ – ทรัพยากร – ตลาด” เข้าด้วยกัน ผ่านกลไกนักพัฒนาเชิงพื้นที่หรือ ADM ที่เข้ามาเป็นโค้ชอย่างใกล้ชิด ควบคู่หนุนปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีจากสถาบันวิชาการ อาทิ วิทยาลัยชุมชนยโสธร และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่นำนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์และปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเพื่อสร้างรายได้เสริมและทักษะการพึ่งพาตนเองของครัวเรือนยากจนได้

            ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวด้วยว่าโครงการวิจัยแก้จนของ บพท.ทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้พลิกโฉมรูปแบบความช่วยเหลือคนจน จากการสงเคราะห์ชั่วคราว มาเป็นการใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ผสานระบบข้อมูลสารสนเทศอัจฉริยะ และเทคโนโลยี AI ปูพรมค้นหาคนจนตกหล่น ทำให้ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน นำพาคนจนผู้ขัดสนทุนดำรงชีพ เข้าสู่กระบวนการยกระดับทักษะได้แล้วกว่า 7,663 คน สร้างรายได้เพิ่มสะสมกว่า 2.17 ล้านบาท รวมถึงประสานภาคีเครือข่ายช่วยลดหนี้และมอบทุนการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

             "ผมลงพื้นที่มาแล้วหลายจังหวัด ตั้งแต่อุดรธานี กาฬสินธุ์ นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด ล่าสุดมาถึงยโสธร ด้วยความตั้งใจจริงจะใช้ข้อมูลความรู้จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แก้ไขปัญหาความยากจน และเร่งผลักดันเรื่องระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา มีอาชีพ มีงานทำ และโอกาสมีที่อยู่อาศัยปลอดภัย ในฐานะที่ผมดูแลรับผิดชอบเรื่องทุนมนุษย์ จะพยายามบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งระบบ เพื่อยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ทุกมิติ แก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่นแบบเบ็ดเสร็จ"


ดร.ยศชนั ชี้แจงด้วยว่าได้ใช้ฐานข้อมูลเพื่อหาเหตุผลถึงการเกิดความยากจน โดยมีความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม PPAP ต่อยอดมาจาก TPMAP เมื่อสแกนพบผู้ที่ “ตกหล่น” จากระบบ หน้าที่ของเราคือเข้าไปช่วยทันที แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การส่งเสริมอาชีพ ในมิติของโมเดลแก้จน และการส่งต่อเข้าสู่ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ หากพบว่าข้อมูลใครยังไม่ครบถ้วน ในพื้นที่จะมีวิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยราชภัฏ  เป็นแกนนำลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้สมบูรณ์

รวมทั้งได้วิเคราะห์ความยากจนผ่านฐานทุนดำรงชีพ 5 ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนมนุษย์ พบชัดเจนมีกลุ่มเปราะบางหรือผู้สูงอายุจำนวนมากขาดทักษะอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ จึงต้องนำเทคโนโลยีและงานวิจัยเชิงพื้นที่ เข้ามาช่วยเพิ่มทักษะให้ตรงความต้องการของแต่ละครัวเรือน เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุทำงานได้ เหนื่อยน้อยลง ใช้ต้นทุนลดลง แต่มีรายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปัญหาเรื่อง “ทุนทางกายภาพ” เช่น ขาดที่ดินทำกิน วันนี้ผมได้เห็นความประทับใจในพื้นที่ได้จัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง ให้ชุมชนเข้าทำมาหากินร่วมกัน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก และแก้ปัญหาได้จริง



ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า บพพท.ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) กระทรวง อว. ยินดีอย่างยิ่งที่ ศ.ดร.ยศชนัน รองนายกรัฐมนตรี รับเป็นธุระช่วยต่อยอดขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโครงการแก้จน ไปเชื่อมโยงกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านทุนมนุษย์ที่กำกับดูแลอยู่ ได้แก่กระทรวง อว. กับอีก 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แรงงาน  ศึกษาธิการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยทำให้คนจนเข้าถึงโอกาสได้รับสวัสดิการจากรัฐสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

“การขยายผลงานวิจัยโครงการแก้จน และโมเดลแก้จน จาก 20 จังหวัดนำร่อง ไปทั่วประเทศตามความตั้งใจของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตคนจน และต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและต้องทำต่อเนื่องจริงจัง สำคัญที่สุด กลไกทั้งระดับพื้นที่ ชุมชนต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยกัน ท้ายที่สุดเรื่องความยากจนไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเชิงโครงสร้างเท่านั้น แต่จะต้องให้คนเข้าสู่โอกาสต่าง ๆ ทั้ง การศึกษา การเพิ่มรายได้ เพื่อทำให้คนลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ยืนหยัดได้ ให้ทุกคนมีความรู้สึกว่ามีคุณค่าทางสังคม”

บพท. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และด้วยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) จะได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ยกระดับความช่วยเหลือให้ครอบคลุมคนจนเป้าหมายใน 20 จังหวัดนำร่อง ขยายผลสู่จังหวัดที่ให้ความสนใจจะใช้แพลตฟอร์มและโมเดลแก้จนนี้ สร้างความมั่นคง ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศต่อไป



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การบินไทย-แบรนด์SIRIVANNAVARIนำเสนอAmenity Kit มอบผู้โดยสารชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสเส้นทางลอนดอน/ญี่ปุ่น

การบินไทย-แบรนด์ SIRIVANNAVARI นำเสนอ Amenity Kit มอบผู้โดยสารชั้นรอยัลเฟิร์สคลาสเส้นทางลอนดอน/ญี่ปุ่น   การบินไทยร่วมกับ SIRIVANNAVARI ...