วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ททท.เอเชียแปซิฟิกใต้โชว์ความสำเร็จบุกตลาดใหม่“จีนตะวันตก”ดึงแอร์ไลน์บินเพิ่ม ธุรกิจใหญ่“เฉิงตู/ปักกิ่ง/เซี่ยงไฮ้”หนุนเที่ยวไทยปี’69-70

 

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ททท.เอเชียแปซิฟิกใต้โชว์ความสำเร็จร่วมนายกฯเยือนจีน

บุกตลาดใหม่“จีนตะวันตก”ดึงแอร์ไลน์เปิดบินเพิ่มเข้าไทย

ธุรกิจใหญ่“เฉิงตู-ปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้”แห่หนุนเที่ยวไทยปี’69-70

POWER PASS ชวนอิ่มฟินกินฟรีที่“สุวรรณภูมิ/ดอนเมือง”

คิง เพาเวอร์ชูงาน KÉRASTASE PARIS K CLUB ส.ค.69

คิงเพาเวอร์จัดเต็มบินช่วงนี้มีแต่คุ้มช้อปไม่มีขั้นต่ำลด40%

ททท.ยกชั้น“แห่เทียนอุบล“สู่การท่องเที่ยววัฒนธรรมโลก

“กลอยตา ณ ถลาง”บิ๊กบางจากคว้า Woman Leadership

TCEBดึงธุรกิจไทยร่วมมหกรรม “CACF-Thailand 2026”

เที่ยวระยองฟิน”ตลาดสมุนไพร-เขาชะเมา-ป่าวังจันทร์”

3วิธี6ท่าแก้ปวด“หลัง-คอ-เข่า”ทุกการเดินทางนั่งรถนาน

สเตลล่าโอโซนเขาใหญ่ทุ่ม200ล้านสู่ผู้นำเวลเนสอีสาน

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังเปิดชมฟรี“Young รักษ์ทะเล”

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #TCEB #เที่ยวระยอง

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถอดรหัสความสำเร็จหลังร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเยือนจีน “คุนหมิง” ขยายเครือข่าย “เสฉวนแอร์ไลน์ส” ลุยการบิน 4 เรื่อง จับมือแพลตฟอร์มใหญ่ “เหม่ยถวน” รุกเที่ยวเชิงอาหาร Black Pearl Restaurant Guide +โปรโมท Trusted Thailand “ปักกิ่ง+เซี่ยงไฮ้” ผนึกกำลังทำ LOI 5 พันธมิตรใหญ่ กลุ่ม OTA บริษัทนำเที่ยว ผลิตโปรแกรมขายพื้นที่เที่ยวเมืองรองทั่วไทย ครึ่งปีหลัง “เอเชีย แปซิฟิก” กระตุ้นตลาดชุดใหญ่ 4 กิจกรรม “ไหว้พระจันทร์-หนีห่าวมันธ์-แฟมทริปบูมคอนเทนท์-เปิดเส้นทางบินใหม่” ร่วมแอร์ไลน์สชั้นนำเปิดเส้นทางบินใหม่ เมืองเศรษฐกิจเทียร์ 2 ของจีน และฝั่งจีนตะวันตก แห่มาไทย เริ่มแล้ว ส.ค.นี้เป็นต้นไป

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สร้างความสำเร็จทางการท่องเที่ยวหลังจากร่วมคณะเดินทางของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย ในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้  3 เมืองหลัก เฉิงตู ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เพื่อร่วมมือกันทางการท่องเที่ยวของสองประเทศ ดังนี้

นครเฉิงตู” ได้พบหารือแบบ One- on One กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ในสาธารณรัฐประชาชนชีน 2 ราย  คือ





1.สายการบินเฉสวน แอร์ไลน์ส (Sichuan Airlines) โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมาย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้นำทีมเจรจาเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางอากาศระหว่างไทยและจีน 4 เรื่อง ดังนี้

-ผลักดันกลับมาเปิดบริการเส้นทางเดิม ที่เคยบินเมื่อปี 2562 ได้แก่ - เฉิงตู-กระบี่ / เฉิงตู-เชียงใหม่ / เฉิงตู-เชียงราย / ซีอัน-เชียงใหม่

-เปิดเส้นทางบินใหม่  มายังท่าอากาศยานหัวหินและอู่ตะเภา เส้นทาง เฉิงตู–อู่ตะเภา และ เฉิงตู–หัวหิน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและกระตุ้นการขยายตลาดนักท่องเที่ยวจาก “จีนตะวันตก” ตามความเหมาะสมกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ เช่น เวลเนส การดูแลตัวเอง และอีก 2 เส้นทาง จาก“หลานโจว” สู่กรุงเทพฯ และภูเก็ต รองรับศักยภาพเมืองศูนย์กลางใหม่ที่มีประชากรหนาแน่นและเติบโตสูง

-เพิ่มขัดความสามารถรองรับผู้โดยสาร และการขยายฐานบินจากเมืองรอง  พิจารณาขยายและฟื้นฟูเส้นทางบินจากเมืองศักยภาพอื่นของจีนมายังไทย ทั้งเส้นทางบินตรงจาก “ซีอาน”  กับเส้นทางแวะพัก (VIA) จากหางโจว เทียนจิน และคุนหมิง รองรับตลาดใหม่ ๆ และสนับสนุนนโยบายยกเว้นวีซ่าไทย–จีน

- ยกระดับความร่วมมือด้านการส่งเสริมภาพลักษณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านกลุ่มสื่อมวลชน ควบคู่กับการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนศึกษาพื้นที่ท่องเที่ยวศักยภาพร่วมกัน KOL , Media Famtrip เพื่อกระตุ้นการเติบโตในจุดหมายปลายทางสำคัญ เช่น กระบี่ หัวหิน และพัทยา ซึ่งทางคุนหมิงได้ขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนทำโครงการ Thailand Summer Blast สามารถช่วยสายการบินลดต้นทุนบางส่วนนำนักท่องเที่ยวมาไทย รวมทั้งจะลองพิจารณาศักยภาพเส้นทางใหม่ที่ครั้งนี้ไทยได้นำเสนอด้วย



2. เหม่ยถวน (Meituan ) เดินหน้าจับมือแพลตฟอร์มที่มีเครือข่ายร้านอาหารแถวหน้าของจีน ร่วมมือทำภารกิจต่าง ๆ ดังนี้

- การยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ระหว่างรัฐบาลไทยกับเหม่ยถวน แพลตฟอร์มท่องเที่ยวชั้นนำของจีน โดยมีนายสีหศักดิ์ และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล (DE) เข้าร่วมเจรจาด้วย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในระยะยาวระหว่างไทย-จีน มุ่งสนับสนุน 2 ส่วนหลัก 1.แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำคาดการณ์อนาคตการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลยอดการจอง ข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงลึก แนวโน้มตลาด อื่น ๆ  2.จัดทำแคมเปญประเทศประเทศไทย ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการเดินทางภายใต้แนวคิด Two-Way Tourism

-ความร่วมมือผลักดันประเทศไทยสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับโลก (World Class Gastronomy Destination” ผ่านBlack Pearl Restaurant Guideเหมือนกับการให้ดาวมิชลิน จึงขอให้สนับสนุน 2 เรื่อง 1.ผลักดันร้านอาหารในไทยเข้าสู่ลิสต์ดังกล่าว สร้างการรับรู้และยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทยในตลาดจีน โดยขอให้ถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติจัดเวิร์คช้อปให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เพื่อเตรียมความพร้อมยกระดับมาตรฐานร้านอาหาร และเพิ่มโอกาสได้รับคัดเลือกเข้าสู่ Black Pearl Restaurant Guide ตอนนี้นำร่องทำบ้างแล้วในกรุงเทพฯ และจะขยายสู่จังหวัดอื่น ๆ ด้วย

-ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ Trusted Thailand สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวจีน 1.ขอความร่วมมือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการไทยที่ผ่านเกณฑ์ Trusted Thailand บนแพลตฟอร์มของบริษัท เพิ่มการมองเห็นและสร้างความเชื่อมั่นในจีนแล้วตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย


การไปจีนครั้งนี้ “มีตลาดใหม่แถบจีนตะวันตก” ที่น่าสนใจเพิ่มที่ ททท.ร่วมกับ “เสฉวนแอร์ไลน์” เปิดบินเส้นทาง หลานโจว สู่กรุงเทพฯและภูเก็ต เเมืองศูนย์กลางใหม่ที่มีประชากรหนาแน่นและเติบโตสูง ผนวกกับการกลับมาเปิดิบิน “เฉิงตู” สู่ กระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย และ ซีอานสู่ เชียงใหม่

รวมทั้งช่วงที่ผ่านมา ททท.สำนักงานเฉิงตูได้ทำโครงการThailand Summer blast จากจีนตะวันตก จากซินหนิง-กรุงเทพ  , หลานโจว-เชียงใหม่ , ซีอาน-ภูเก็ต , ซีอาน-กรุงเทพ  และฉงชิ่ง-กรุงเทพฯ สะท้อนถึงเมืองเหล่านี้เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 เป็นตลาดใหม่ ๆ สามารถทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำมาไทยต่อเนื่อง

ส่วนที่ “ปักกิ่ง” ททท.ได้ลงนามหนังสือ แสดงเจตจำนงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว (Letter of Intent: LOI) กับพันธมิตรชั้นนำ 5 ราย จากภาคการท่องเที่ยว การเดินทางอัจฉริยะ และสินค้าอุปโภคบริโภค

1. China Tourism Group (CTG) ร่วมกันส่งเสริมผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวคุณภาพของไทย โดยอาศัยศักยภาพเครือข่ายธุรกิจการท่องเที่ยวครบวงจi ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีนมาไทย

2. Utour Group ในฐานะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศชั้นนำของจีน ร่วมมือกัน  4 ด้านสําคัญ ได้แก่  1.การส่งเสริมแบรนด์ “Amazing Thailand” ผ่านสื่อดิจิทัลและกิจกรรม 2.ทำการตลาดร่วมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเฉพาะทาง เช่น การท่องเที่ยวเชิงพักผ่อน เชิงสุขภาพ 3.ขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก OTAและสื่อสังคมออนไลน์  4.พัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะ ยาวเพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวจีนมาไทย

3.China Comfort Travel Group ร่วมมือกันด้านการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมตลาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ขยายตลาดกรุ๊ปทัวร์ ยกระดับมาตรฐานการบริการและความปลอดภัย การแบ่งปันข้อมูลอุตสาหกรรมและการฝึกอบรมบุคลากร ส่งเสริมโครงการท่องเที่ยวเพื่อการ ประชุมและรางวัล (MICE) และการเดินทางเฉพาะกลุ่ม

4. Amap ร่วมมือทำโครงการตลาดเชิงนวัตกรรม เช่น “Street Discovery Ranking” ประชาสัมพันธ์จุดหมายปลายทาง เช่น 5 ร้านอาหารย่านทรงวาดต้องห้ามพลาดมารับประทาน การพัฒนาระบบข้อมูลเดินทางใช้ภาษาไทยจีน เพื่ออํานวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางอิสระ และดึงดูดคุณภาพกลุ่มเดินทางด้วยตนเอง (FIT) มายังไทยเพิ่มขึ้น

5. TCP Red Bull  ทำภายใต้แนวคิด “Energetic Thailand” สร้างสรรค์ประสบการณ์เชื่อมโยงผู้คน ผ่านกีฬา ดนตรี สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ พร้อมใช้ศักยภาพแบรนด์และเครือข่ายการสื่อสารระดับสากลสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE พัฒนาบุคลากร ร่วมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ จากนั้นก็จะจับมือโดยใช้ความชำนาญทางธุรกิจของแต่ละรายควบคู่กันไปด้วย


เช่น การเชิญมาสำรวจพื้นที่เป้าหมายในแถบภาคตะวันออก พัทยา ระยอง จันทบุรี ตราด นำไปทำโปรแกรมเสนอขายจีนที่เดินทางท่องเที่ยวอิสระด้วยตนเอง หรือทางเรด บูล จะนำนักกีฬาเดินทางเข้ามาตามพื้นที่ต่าง ๆ

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวเพิ่มว่า โดยภาพรวมตลาดเอเชีย แปซิฟิกใต้ สถานการณ์ผ่านมาแล้วครึ่งปี 2569 จีนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้วประมาณ 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 14% เป็นสัญญาณบวกที่ดี ต่อเนื่องจากในหลวงเสด็จเยือนจีน รัฐบาลไทยไปจีน ผนวกกับไม่ค่อยจะมีข่าวเชิงลบ แนวโน้มครึ่งปีหลัง กรกฎาคม-ธันวาคม 2569 ททท.ในจีน 5 สำนักงาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

-ร่วมทำโปรโมชั่นทางการตลาดกับจีน ทั้ง สายการบิน แพลตฟอร์มขายท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) บริษัทนำเที่ยว ต่าง ๆ เช่น สำนักงานกวางโจว ร่วมกับเซียะเหมินแอร์ไลน์ส กระตุ้นตลาดเมืองรอง เพิ่งเปิดบิน ฉางชา-กรุงเทพฯ ทำกิจกรรมขายท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ผ่านเซียะเหมินแอร์ไลน์ส บริษัทขายตั๋วเครื่องบิน OTA บริษัทนำเที่ยว มีตัวอย่างกิจกรรมดังนี้



กิจกรรมที่ 1 Sawasdee Nihao Media FAM Trip & Welcome Reception  ช่วง 24–30 กันยายน 2569 เชิญ KOL และ KOC จากจีนเดินทางมาไทย ช่วงไหว้เทศกาลไหว้พระจันทร์ นำเสนอเมืองไทยในมิติความอบอุ่น ความสัมพันธ์ไทย–จีน การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ แนวคิด Healing, Escape และ Emotional Travel เพื่อขยายผลการรับรู้และกระตุ้นการเดินทางต่อเนื่องช่วงปลายปีนี้

กิจกรรมที่ 2 Nihao Month - Chinese Passport Privilege วันที่ 20 กันยายน - 31 ตุลาคม 2569  ร่วมกับพันธมิตรเอกชนกลุ่ม ช้อปปิ้งมอลล์ ดิวต้ฟรี บริการขนส่ง สปา ร้านอาหาร ทำโปรโมชั่นมอบสิทธิพิเศษให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยในช่วงดังกล่าว แสดงหนังสือเดินทางจีนเพื่อรับสิทธิมากมายตามจุดให้บริการที่ร่วมรายการ เช่น ส่วนลดสินค้าและบริการ ของที่ระลึก บริการเสริมพิเศษ ซึ่งออกแบบมาให้ตรงกับความสนใจของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งจับจ่าย ความสะดวกสบาย และประสบการณ์เฉพาะตัว

กิจกรรมที่ 3 ทำคอนเทนต์ นำเสนอไฮไลต์ที่กำลังได้รับความนิยม เช่น ภาพยนตร์ยอดฮิต เรื่อง “จดหมายรักจากอาม่า :DEAR YOU” ถ่ายทำในเมืองไทยย่านเยาวราช และอีกหลายแห่ง ททท.จึงได้นำคอนเทนท์โปรโมทผ่าน KOL พานำชมสถานที่ดังกล่าวเกาะกระแสภาพยนตร์

กิจกรรมที่ 4 ททท. สนง.กว่างโจว ทำโปรโมชั่นการตลาดกับเซียะเหมิน แอร์ไลน์ส เริ่มตั้งแต่ 4 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2569  เปิดเส้นทางบินใหม่ “ฉางซา-กรุงเทพฯ”  1 เที่ยว/วัน  จัดกิจกรรมทั้งออนไลน์และ Offline เช่น การส่งเสริมการขายผ่านเว็บไซต์ โซเชียล มีเดีย แพลตฟอร์ม OTA ส่วน “ออฟไลน์” จะทำผ่านช่องทางท้องถิ่นและหน่วยงานขายตรงของเซียะเหมินแอร์ไลน์ บริษัทท่องเที่ยวและตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินในภูมิภาค  และร่วมสนับสนุนพันธมิตรเปิดบินใหม่ “คุนหมิง-อุดรธานี”  2 เที่ยว/สัปดาห์ ขยายพื้นที่เที่ยวเมืองรองของไทย


ตั้งแต่สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มีสายการบินนานาชาติต่าง ๆ เปิดเส้นทางบินมาไทย บินแบบประจำ (Schedule Flight) ได้แก่  

-เดือนกรกฎาคม 2569 มี เวียดนามแอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบิน โฮจิมินห์-ภูเก็ต 4 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 2 กรกฎาคม 2569

-เดือนสิงหาคม 2569 มี “สายการบินซันฟูกว๊ก” เปิดเส้นทาง เกาะฟูกว๊ก-กรุงเทพฯ  7 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 5 สิงหาคม 2569 “สายการบิน TransNusa” เปิดเส้นทาง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ 14 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 6 สิงหาคม 2569

เที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight ) ระหว่งกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ได้แก่

-ซินหนิง-กรุงเทพฯ 6 เที่ยวบิน ระหว่าง 6 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2569

-เฉิงตู-กรุงเทพฯ 19 เที่ยวบิน ระหว่าง 4 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2569

-เฉิงตู-เชียงใหม่ 20 เที่ยวบิน ระหว่าง 1 กรกฎาคม - 14 สิงหาคม 2569

-มาเก๊า-กรุงเทพฯ 32 เที่ยวบิน ระหว่าง 15 กรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2569



               นางสาวภัทรอนงค์ ภาพรวมเอเชีย แปซิฟิกใต้ ต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก มกราคม-มิถุนายน 2569 ตลาดต่างประเทศเที่ยวไทยกว่า 17 ล้านคน มาจาก ตลาดระยะใกล้ เอเชีย แปซิฟิกกว่า 11 ล้านคน คิดเป็นกว่า 65 % ในจำนวนนี้เป็น “เอเชียตะวันออก” จีน ไต้หวัน กับจีนเป็นบวก ส่วน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยังติดลบเล็กน้อย ขณะที่ “อาเซียน” มีเมียนมาเพียงตลาดเดียวเติบโตเกิน 10 % ล่าสุดไปร่วมกิจกรรม Thai Fest 2026 ที่ร่างกุ้ง เอกชนที่เดินทางไปด้วยทำยอดขายได้ดีเจาะตลาดกลุ่มบน เลือกมาใช้บริการเวลเนส สุขภาพ ทางด้าน “เอเชียใต้” หลังจากนโยบาย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1- POWER PASS ชวนอิ่มฟินกินฟรีที่สุวรรณภูมิ/ดอนเมือง

“อิ่มฟินกินฟรี” เฉพาะสมาชิก POWER PASS คิง เพาเวอร์ เปิดมหกรรมรับเมนูพิเศษฟรีที่สนามบิน!  ตั้งแต่วันนี้– 31 ธ.ค. 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

ครบครันดีล CARAT REWARDS ที่หลากหลาย อิ่มฟินทั้งแลกฟรีและส่วนลดอาหาร & เครื่องดื่ม พร้อมรับเมนูพิเศษมากมาย จากร้านค้าชั้นนำซึ่งเป็นพันธมิตรของคิง เพาเวอร์  ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง มีให้เลือกทั้งอาหาร เครื่องดื่ม แบรนด์ยอดนิยม

กดเเลกเลย https://kp.group/Ke032M

กดรับสิทธิ์ทางเว็บไซต์ POWER PASS พร้อมแสดงรหัสโปรโมชั่นหรือ QR CODE ก่อนชำระเงินที่ร้านค้า พร้อมมือถือที่ใช้รับสิทธิ์ โดยไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิ์จากการแคปหน้าจอ (Screen Capture) หรือการทำสำเนาคูปองในทุกกรณี ​ ตลอดแคมเปญนี้ให้สมาชิกใช้ได้คนละ1 สิทธิ์

แต่ละเดือนมาก่อนมีสิทธิ์ก่อน โควต้าแต่ละเดือนหมดแล้วหมดเลย และสามารถใช้ได้ที่หน้าร้าน สาขาภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง

ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครฟรีที่เว็บไซต์ powerpass.kingpower.com หรือ LINE Official Account @KINGPOWER

 


ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์จัดพิเศษ KÉRASTASE PARIS K CLUB ส.ค.69

 

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จัดพิเศษกิจกรรมพิเศษ “KÉRASTASE/คาเรซตาซ PARIS K CLUB HAIR SHOW | KING POWER RANGNAM ชวนมาเติมจังหวะซัมเมอร์ด้วยแฮร์ออยล์ที่ใช่! พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษได้ในงาน Kérastase Hair Show สุดเอ็กซ์คลูซิฟ

 

นำโดยแฮร์สไตลิสต์ผู้เชี่ยวชาญ "คุณปิ๊ง" พร้อมรับบริการจัดแต่งทรงผมฟรี! เพื่อเนรมิตลุคซัมเมอร์ของคุณให้สวยสมบูรณ์แบบ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเตรียมพบกับ ศิลปะการจัดแต่งทรงผมตลอด 2 สัปดาห์กิจกรรมสุดสนุกภายในงาน และสิทธิพิเศษสุดเซอร์ไพรส์มากมายที่กำลังรอแฟนคลับทุกคนอยู่

 

โปรแกรมจัดกิจกรรม เวลา 15:00 – 19:00 น. วันที่ 12 สิงหาคม และ 7 – 9 สิงหาคม 2569

ปักหมุดวันไว้ แล้วชวนเพื่อนๆ แวะมาเติมความมั่นใจพร้อมผมสวยสมบูรณ์แบบต้อนรับซัมเมอร์นี้ แล้วเจอกันที่งาน! ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 

ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์จัดเต็มบินช่วงนี้มีแต่คุ้มช้อปไม่มีขั้นต่ำลด40%

 

“คิง เพาเวอร์” ดิวตี้ฟรีของคนไทย จัดให้เต็มที่ “บินช่วงนี้ มีแต่ความคุ้ม!” เพราะแผนกบิวตี้ไอเทมฮิต แบรนด์ดังพร้อมใจกันหั่นราคาแรง ๆ เอาใจคนไทย “ลดสูงสุดถึง 40%” ช้อป 1 ชิ้นก็ได้ ลดทันทีโดยไม่ต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ

 

พบกับ “น้ำหอมและสกินแคร์” รุ่นฮิตกับโปรสุดคุ้ม ที่คัดมาแล้วว่าคนไทยต้องชอบ มากกว่า 42 รายการที่ร่วมรายการ ESTEE LAUDER  • BOBBI BROWN •  LANCOME    YVES SAINT LAURENT •  GIORGIO ARMANIและแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย

 

พิเศษ! เฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ชวนให้จ่ายด้วยบัตรเครดิตที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น สามารถตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชั่น แบรนด์ และสินค้าที่ร่วมรายการ ณ จุดขายได้ตลอดทุกทริปเดินทางออกต่างประเทศ

 

ข่าวที่ 4-ททท.ยกชั้น“แห่เทียนอุบล“สู่การท่องเที่ยววัฒนธรรมโลก

 

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ยกระดับ “ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี” เป็น 1 ใน 3 ต้นแบบ Signature Thailand ผลักดันงานประเพณีท้องถิ่นสู่ “เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลก” ผสานรากเหง้าทางวัฒนธรรม ผนวกความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับกลยุทธ์ “Value over Volume” ผลักดันการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณค่า ช่วงการจัดงานแห่เทียนพรรษาปีนี้ระหว่าง 28–30 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมสร้างสีสันเติมเต็มประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวผ่านแลนด์มาร์กประติมากรรม “น้องมะม่วง” กับขบวน “เทียนหอมเรืองแสง อุบลราชธานี ศรีศิลป์” และกิจกรรมสร้างสรรค์ เดินหน้าประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาด สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ ขยายเสน่ห์อุบลราชธานีและภาคอีสานเปิดเส้นทางใหม่หรือ New Destination เข้าสู่ตลาดโลก เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยเติบโตด้วยกลยุทธ์ Value over Volume เน้นสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ทำให้เกิด 3 เพิ่ม คือ “เพิ่มพักค้างคืน-เพิ่มการใช้จ่ายเงิน-เพิ่มการเดินทางเชิงลึกชุมชนและพื้นที่ใหม่ ๆ” ด้วยการนำเสนอ เทศกาล วัฒนธรรม ชุมชนท้องถิ่น วัฒนธรรมอาหาร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ปลุกเศรษฐกิจควบคู่การสร้างรายได้กระจายอย่างทั่วถึงมือประชาชน ผู้ประกอบการ ชุมชนท้องถิ่น ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

 

โอกาสนี้มีประเพณีท้องถิ่น (Local Event) ที่สามารถยกระดับสู่เทศกาลท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับประเทศ (Signature Thailand Event) โดยเฉพาะ “ประเพณีแห่เทียนพรรษา” จังหวัดอุบลราชธานี เป็น 1 ใน 3  Signature Thailand ที่พร้อมนำร่องดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจท้องถิ่นจับต้องได้จริง

 

ตลอดจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ประจำปี 2569 ระหว่าง 28–30 กรกฎาคม 2569 บริเวณทุ่งศรีเมือง ททท. ร่วมเติมประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยได้ ผสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นทั้งกลางวันและยามค่ำคืน ผ่านไฮไลต์สำคัญ ได้แก่  

 

“น้องมะม่วง” แลนด์มาร์กประติมากรรม 3 มิติ ชูคาแรกเตอร์ยอดนิยมในชุดไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์และความสดใสของอีสานผ่าน 2 รูปแบบ ได้แก่ “น้องมะม่วง Smile” และ “น้องมะม่วง Dance” พร้อมประดับไฟอย่างงดงาม

 

“ขบวนเทียนหอมเรืองแสง อุบลราชธานี ศรีศิลป์” หนึ่งเดียวในโลก ทาง ททท. สำนักงานอุบลราชธานี ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม ต่อยอดนวัตกรรมเทียนหอมเรืองแสง ถ่ายทอดอัตลักษณ์อุบลราชธานีในมุมใหม่ โดยยังคงคุณค่าและเสน่ห์ของประเพณีแห่เทียนพรรษาไว้อย่างงดงาม

 

เปิดให้นักท่องเที่ยวชมขบวนเทียนหอมเรืองแสงจะจัดแสดงรวม 4 รอบ วันที่ 29–30 กรกฎาคม 2569 ชมขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน วันที่ 30 กรกฎาคม–1 สิงหาคม 2569 ร่วมงานวันไหลแห่เทียนพรรษา

 

ททท. ได้ต่อยอดสร้างการรับรู้ “ตลาดในประเทศ” จัดกิจกรรม Media Fam trip พาคณะสื่อมวลชน KOL อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยลงพื้นที่สัมผัสเสน่ห์และรากเหง้าประเพณีแห่เทียนพรรษา ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและประชาสัมพันธ์ นำเสนอเสน่ห์อุบลราชธานีขยายเป็นวงกว้าง พร้อมกับพาสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายใต้แนวคิด “WELLNESS BY NATURE: HEALING ALONG THE MEKONG” ด้วยเรื่องราวและประสบการณ์การเดินทางเชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม สุขภาวะ ขานรับแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสนใจเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น

 

“ตลาดต่างประเทศ” ททท.นำเสนอ “ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี” เป็นหนึ่งในสินค้าท่องเที่ยวอัตลักษณ์เจาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul Markets) ควบคู่การจัดกิจกรรม Signature Thailand Familiarisation Trip จัดงานเลี้ยงต้อนรับ “From Experience to Inspiration” เมื่อ 29 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทารา อุบลราชธานี เชิญสื่อมวลชนและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกา 17 ประเทศ  40 คน ร่วมสัมผัสประสบการณ์และต่อยอดการประชาสัมพันธ์งานประเพณีดังกล่าว

 

ภายในงานมี “นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “From the Mekong to the World: Unlocking Ubon Ratchathani and the Mekong’s Tourism Potential” ถ่ายทอดศักยภาพของจังหวัดอุบลราชธานีและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นำเสนออัตลักษณ์ของภาคอีสานสู่สายตานานาชาติ ส่วนนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. นำเสนอทิศทางการท่องเที่ยวไทย

 

แล้ว ททท. ยังได้ขับเคลื่อนโครงการแฟล็กชิพผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตลาดในประเทศกับสำนักงาน ททท.   ในต่างประเทศ นำโดย “ททท. สำนักงานปารีส” ทำโครงการ Ubon Ratchathani Discovery เชิญชวนนักท่องเที่ยวยุโรปสัมผัสเสน่ห์อุบลราชธานี ทั้ง 1.แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่าง สามพันโบกและเขื่อนสิรินธร  2.แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือ วัดพระธาตุหนองบัวและวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว 3.สตรีตอาร์ตและร้านอาหารระดับมิชลิน เชื่อมโยงการเดินทางสู่จังหวัดน่าเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ ยโสธร ศรีสะเกษ  อำนาจเจริญ และเมืองท่องเที่ยวชายทะเลยอดนิยม เช่น ชลบุรี ระยอง ชะอำ และหัวหิน

         

ททท.พร้อม “ยกระดับเทศกาลและงานประเพณี” เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีคุณค่า ผสาน “รากเหง้าทางวัฒนธรรม” กับ “ความคิดสร้างสรรค์” มุ่งแปรทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นประสบการณ์เดินทางที่มีความหมาย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่แสวงหาความสดใหม่ ผ่านเรื่องราวผู้คน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และตำนานท้องถิ่นที่ยังคงมีชีวิต สร้างความประทับใจ กระจายรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเติมเต็มทั้งกายและใจ

 

ข่าวที่ 5-“กลอยตา ณ ถลาง”บิ๊กบางจากคว้ารางวัลWoman Leadership 

 

            นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล Woman of Impact in Corporate Leadership จากเวที Global Excellence & Leadership Awards 2026 เมื่อเร็ว ๆ นี้ รางวัลนี้จัดโดย Insights Success Media และ Insights Excellence Awards ที่สิงคโปร์ เพื่อยกย่อง ผู้นำ ผู้ประกอบการ นักนวัตกรรม และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างผลกระทบในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

 

            สำหรับรางวัลดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ “นางกลอยตา” ในฐานะผู้นำสตรีที่สามารถเชื่อมโยงการบริหารความยั่งยืน การสื่อสารองค์กร การบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจเข้ากับทิศทางของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยนำประสบการณ์จากการทำงานกับหน่วยงานระดับประเทศและองค์กรข้ามชาติ มาปรับใช้ในการกำหนดกลยุทธ์และบริหารงานด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรผ่านการสร้างแบรนด์ การบริหารชื่อเสียง การสื่อสารที่โปร่งใส การสร้างความเข้าใจต่อบทบาทและทิศทางขององค์กร พร้อมยึดหลักการนำ ESG มาสร้างโอกาสและคุณค่าทางธุรกิจ

 

ขณะเดียวกันยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำและส่งเสริมตลาดคาร์บอนในฐานะประธาน Carbon Markets Club ตลอดจนสร้างความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาคผ่าน ASEAN Common Carbon Framework 

 

แล้วยังดำรงตำแหน่งในมูลนิธิ องค์กร และเครือข่ายต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม รวมถึงภารกิจสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่ 6 -TCEBดึงธุรกิจไทยร่วมมหกรรม “CACF-Thailand 2026

 

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจเชื่อมผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจกับผู้ผลิตโดยตรงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เชิญชวนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ที่กำลังมองหาแหล่งสินค้าใหม่ เข้าร่วมงาน CACF-Thailand 2026” มหกรรมงาน China-ASEAN (Thailand) Commodity Fair ครั้งที่ 13 การจัดแสดงสินค้าจีน-อาเซียน วันที่ 2-4 กันยายน 2569 เข้าชมได้ทุกวัน 10.00-18.00 น.ที่ไบเทค บางนา ฮอล์ EH 101 ภายในงานเดียวที่จะได้ครบทั้งการ เลือกสินค้า พบผู้ผลิตสาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมพูดคุย จับคู่เจรจาธุรกิจได้ด้วย

 

 5 กิจกรรมไฮไลต์” เป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจผู้เข้าเยี่ยมชมและผู้ประกอบการไทยจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ตลอดการแสดงสินค้าครั้งนี้ คือ  1.ได้พบผู้ผลิตจีนและชมสินค้าของจริง 2.เปรียบเทียบสินค้า ราคา และซัพพลายเออร์ได้โดยตรง 3.เพิ่มโอกาสการรับจ้างผลิต OEM, และ ODM การสร้างแบรนด์ 4. เชื่อมต่อคู่ค้าและต่อยอดเครือข่ายทางธุรกิจ 5.อัปเดตแนวคิดการขายและการตลาดในยุค AI Commerce

 

ฟังสัมมนาพิเศษ “เถ้าแก่ใหม่ ยุค AI Commerce” จากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในแวดวงธุรกิจ การตลาด คอนเทนต์ และเทคโนโลยี ถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดที่สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้จริง

 

พิเศษ! ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้างานฟรีทาง https://eventpassinsight.co/el/to/cacf26_22

 

5 โซนไฮไลต์” ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะได้ร่วมเปิดประสบการณ์ธุรกิจเหนือระดับนำทุกคนก้าวสู่การค้นหาสินค้า สู่การสร้างแบรนด์และขยายตลาดใหม่  

 

โซนที่ 1 China Manufacturer Zone พบผู้ผลิตจีนโดยตรง เลือกชมสินค้าหลากหลาย พร้อมพูดคุยเรื่องราคา OEM และ ODM

 

โซนที่ 2 Thai Brand Zone พื้นที่แสดงศักยภาพแบรนด์ไทย พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำสินค้ามาต่อยอดและสร้างแบรนด์ให้เติบโต

 

โซนที่ 3 ห้องเรียนเถ้าแก่สัมมนาฟรีจากนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญตัวจริง อัปเดตความรู้ด้านธุรกิจ การตลาด และ AI Commerce

 

โซนที่ 4 CACF Live Studio ชมการไลฟ์ขายสินค้าจริงกลางงาน พร้อมเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์จากมืออาชีพแบบเรียลไทม์

 

โซนที่ 5 ขายของไทยให้จีนผ่าน Xiaohongshu เปิดเส้นทางใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยเรียนรู้การนำสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซยอดนิยม

 

งานเดียวครบทั้ง สินค้า คู่ค้า ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้น สร้างแบรนด์ หรือขยายตลาดในยุค AI Commerce

 

          ช่วงที่ 2 ทริปนี้ชวนเที่ยวระยองฟิน “ตลาดสมุนไพร” อุดหนุนสินค้าโอท็อปพื้นบ้าน “เล่นน้ำตกเขาชะเมา” เย็นฉ่ำหัวใจ เยี่ยม “ป่าวังจันทร์” เรียนรู้วิถีเกษตร แล้วัง “3วิธี6ท่า” แก้ปวด“หลัง-คอ-เข่า”ทุกการเดินทางนั่งรถนาน และข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “สเตลล่าโอโซนเขาใหญ่”ทุ่ม200ล้านสู่ผู้นำเวลเนสอีสาน ข่าวที่สอง “มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการัง” เปิดชมฟรี“Young รักษ์ทะเล”

 

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวระยองฟิน”ตลาดสมุนไพร-เขาชะเมา-ป่าวังจันทร์”

 

สิงหา พาแม่เที่ยว หรือพาครอบครัว ออกไปสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ที่ “ระยอง” เติมเต็มความสุขได้หลากหลายกิจกรรม ตามความชอบที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง แนะนำ 3 พิกัด เดินตลาดสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ ช้อปชิมชิล เวิร์คช้อป สัมผัสคามฉ่ำเย็น “น้ำตกเขาชะเมา” หรือจะไป “ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์”

 

พิกัดที่ 1 เดินตลาดในสวน @สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ"  ช้อป กิน ฟินในบรรยากาศร่มรื่นใจกลางระยอง วันเสาร์ที่ 1 อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่ 07.30 - 13.00 น. มาเดินเล่นรับลมเย็นๆกัน สำรวจร้านค้าชุมชนและสินค้า OTOP กว่า 120 ร้านค้า! จะหาของอร่อย ของแต่งบ้าน หรือต้นไม้คู่ใจ ก็มีครบจบที่เดียว  

 

ไฮไลท์ห้ามพลาด  1.Drip Coffee Zone สำหรับคอกาแฟ 2.Craft Zone และสินค้ามือสองสภาพดี 3.บริการตัดผม ฟรี! 4.กิจกรรม "ปรับ เปลี่ยน ปลูก" สาธิตการปลูกต้นกล้าสมุนไพร

 

“เวิร์คช้อป” สายคราฟต์และคนรักธรรมชาติต้องมา ช้อปสินค้าชุมชนแล้ว ยังมีเวิร์คช้อปดี ๆ ฟรีได้ด้วย เช่น น้ำมันนวด กลิ่นมะลิ ตรงจุดอำนวยการ “Aroma & Herb Candle DIY” ทำเทียนหอมอโรม่า บริเวณโซนงานคราฟต์ภายในสวน  โทร : 089-9213209

 

พิกัดที่ 2 น้ำตกเขาชะเมา หรือน้ำตกคลองน้ำใส เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อำเภอเขาชะเมา มีจุดเด่นคือความใสของน้ำ ธารน้ำสวยงาม และฝูงปลาพลวงทองตัวใหญ่จำนวนมาก

 

น้ำตกมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและน้ำตกทั้งหมดหลายชั้น (นิยมเดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดคือชั้นผาสูง ระยะทางเดินประมาณ 1,660 เมตร) มีวังมัจฉาซึ่งมีปลาพลวงทองว่ายน้ำให้ชมอย่างใกล้ชิดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวคือช่วงหน้าฝนถึงปลายฝนต้นหนาว (กรกฎาคม - ธันวาคม) เพราะจะมีน้ำมากและธรรมชาติเขียวขจี

 

ค่าบริการค่าเข้าอุทยาน : ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท และค่ายานพาหนะ 30 บาท/คัน เปิดทุกวัน 08.00 น.-16.30 น. ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าเขตอุทยานฯ อย่างเด็ดขาด โทร : 038-996202

 

พิกัดที่ 3 ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ สัมผัสประสบการณ์ธรรมชาติ ทริปจากแปลงเกษตรที่นำวัสดุเหลือใช้ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด “หญ้า” จากการตัดแต่งภูมิทัศน์ผักตบชวา” จากการเคลียร์ลำรางสาธารณะ “เศษพืชผัก” ที่ได้จากการปลูกผัก มาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก เพื่อใช้ในพื้นที่เกษตร ตั้งแต่การปรับปรุงดิน ก่อนการปลูกพืชผัก จนถึงการดูแลแปลงผักในระหว่างปลู

 

“การทำปุ๋ยหมัก” มีวิธีทำง่าย ๆ เพียงนำขยะอินทรีย์รอบตัว เช่น เศษอาหาร ใบไม้แห้ง และ เศษซากพืช มาหมักร่วมกับมูลสัตว์ ซึ่งมีจุลินทรีย์ช่วยให้เกิดการย่อยสลาย จนกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร และ จุลินทรีย์ ช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำ และ อากาศได้ดี

 

วัสดุเหลือใช้นำมาทำปุ๋ยหมัก กลุ่มสีเขียว” ให้ธาตุไนโตรเจนสูง ได้แก่ มูลสัตว์ เศษผักสด เปลือกผลไม้ เศษอาหาร และ หญ้าสด เหมาะใช้บำรุงพืชกินใบ พืชผักสวนครัว เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี กะเพรา ต้นกล้าช่วงเร่งโต ทำหน้าที่เร่งการเจริญเติบโตของใบ และ ลำต้น ช่วยให้ใบมีสีเขียวเข้มและสังเคราะห์แสงได้ดี

 

“กลุ่มสีน้ำตาล” ให้คาร์บอน ช่วยเพิ่มความโปร่งของกองปุ๋ย ได้แก่ ใบไม้แห้ง ฟางข้าว แกลบ และ ขี้เลื่อย เหมาะสำหรับการบำรุงพืชกินผล พืชหัว และ ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น มะเขือเทศ พริก มะม่วง มันสำปะหลัง ช่วยในการสะสมอาหารเพื่อออกดอกออกผล และ สร้างระบบรากให้แข็งแรง

 

“ระยอง” ท่องเที่ยวได้ครบทุกประสบการณ์ ทั้งการพักผ่อน ความบันเทิง ความรู้ และเที่ยวได้ตลอด 365 วัน

 

สุขภาพ –3วิธี6ท่าแก้ปวด“หลัง-คอ-เข่า”ทุกการเดินทางนั่งรถนาน

 

การเดินทางในช่วงเทศกาลหยุดยาว หลายคนออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือเดินทางกลับบ้าน จำเป็นต้องนั่งรถนานๆ ปัญหาที่พบบ่อยคือ “นั่งรถนาน” แล้ว “ปวดเมื่อยหลัง” ไปหมดทั้ง ปวดเข่า ขาตึง ลงรถแล้วยืดตัวลำบาก มีหลักการทำกายภาพบำบัด มีคำแนะนำ 3 วิธี ดังนี้

 

วิธีที่ 1 จัดท่านั่งในรถให้ดี ปรับเบาะ หาอุปกรณ์รองรับหลังให้พอดี ปรับระยะช่องที่วางเท้าให้พอมีที่ว่าง ไม่ติดเบาะหน้าเกินไป

 

-ผู้ที่มีปัญหาหลัง แนะนำให้นั่งที่นั่งด้านหน้า หรือที่นั่งที่ปรับเบาะได้

 

-ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเข่า หากเลือกได้ให้เลือกนั่งใกล้ประตู หรือริมทางเดินจะได้เข้าออกรถสะดวก และเลือกนั่งที่นั่งที่มีที่ว่างด้านหน้าเพียงพอพอให้ขยับขาได้

 

วิธีที่ 2 ขณะเดินทางไกล ให้จอดพัก ลงจากรถ เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เป็นระยะ เช่นทุก 1-2 ชั่วโมง

           

วิธีที่  3 ทำท่าบริหารเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และขยับเคลื่อนไหวข้อต่อต่างๆ เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการปวด ด้วยท่าบริหารเบื้องต้น 6 ท่า

 

1.ยืนแอ่นหลัง เพื่อขยับข้อต่อกระดูกสันหลังบริเวณเอว 2.ยืดกล้ามเนื้อหน้าอกและแขน เพื่อลดความตึงของบ่า ไหล่ หน้าอก และแขน 3. บริหารกล้ามเนื้อสะบักและไหล่ 4. บริหารกล้ามเนื้อคอ และขยับข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ 5. งอเหยียดเข่า เป็นการเคลื่อนไหวข้อเข่า เพื่อบรรเทาการขาตึง เข่าตึง ปวดเข่า 6. กระดกข้อเท้าขึ้นลง เพื่อบริหารข้อเท้า กล้ามเนื้อน่อง และลดอาการเท้าบวม

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –สเตลล่าโอโซนเขาใหญ่ทุ่ม200ล้านสู่ผู้นำเวลเนสอีสาน

 

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครราชสีมา คณะผู้บริหาร ททท. นำทีมทำพิธีเปิดแคมเปญ “Grand Recharge Moment: Khao Yai Recharge Season” ที่โรงแรมเอสเตลล่า เขาใหญ่ ภายในโครงการสเตลล่า โอโซน เขาใหญ่ เมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 โดยมี ณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับรร่วมกับภาคีเครือข่ายและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่เขาใหญ่ร่วมมือกันพลิกมุมมองฤดูท่องเที่ยวหน้าฝน “Green Season” สู่ฤดูกาลแห่งการเติมพลังฮีลพลังกายพลังใจ “Recharge Season” ท่ามกลางธรรมชาติช่วงที่เขาใหญ่มีบรรยากาศเขียวชอุ่มที่สุด

 

ทาง สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” คืออาณาจักรการพักผ่อนและสุขภาพ ครบวงจร ในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้การต้อนรับ ททท.พร้อมร่วมแคมเปญ “Grand Recharge Moment: Khao Yai Recharge Season” สนับสนุนกิจกรรมใหม่ๆ เพิ่มด้วย ทั้งสนามเทนนิส ทะเลสาบ ศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ รองรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ตั้งเป้าก้าวสู่ “ผู้นำบริการท่องเที่ยวเวลเนส” ครบวงจรที่สุดในภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ

 

โครงการ “สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” ยืนยันยินดีเปิดบ้านสนับสนุนแคมเปญ ททท. และภาครัฐให้ประสบความสำเร็จ ด้วยศักยภาพของโครงการซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายชั้นนำของเขาใหญ่และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความพร้อมในฐานะอาณาจักรการพักผ่อนและสุขภาพครบวงจร ด้วย “รีสอร์ตหรู” ระดับ 5 ดาว สไตล์ยุโรปทัสคานี “ที่พัก” สไตล์คอตเทจอังกฤษรายล้อมด้วยวิวภูเขา “สนามกอล์ฟ” ขนาดใหญ่ 18 หลุม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับครบทุกกิจกรรม

 

ล่าสุดสเตลล่า โอโซน เขาใหญ่ ยังได้ใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เตรียมพัฒนา LOAM Integrative Wellnessพื้นที่บริการเวลเนสดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูแบบองค์รวมแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 4 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ 1.Recovery Spa การพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ 2.Thermal & Recovery ได้นำศาสตร์การฟื้นฟูด้วยความร้อน ความเย็น และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเสริมการฟื้นตัวของร่างกาย 3.Movement Studio การออกกำลังกาย และเสริมสร้างสมรรถภาพ และ 4.Preventive Medicine บริการประเมินสุขภาพและการป้องกันก่อนเกิดโรค เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างยั่งยืน  

 

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งหมดนี้มุ่งมั่นนำ “สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ Wellness Destination ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ ทุกการเดินทางส่งมอบคุณค่าการพักผ่อน การฟื้นฟู และการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน อย่างแท้จริง

 

โดยได้นำเสนอภายใต้แนวคิดเขาใหญ่ “หุบเขาแห่งความสุข” จุดหมายปลายทางพร้อมมอบประสบการณ์ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะกรีน ซีซั่น ธรรมชาติกลับมาเขียวชอุ่ม เหมาะกับการพักผ่อน ฟื้นฟู เติมพลังทั้งร่างกายและจิตใจ

 

สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” ไม่เคยหยุดนิ่งจะส่งมอบความสุขและส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้ผู้เข้าพัก และผู้มาใช้บริการ ปัจจุบันมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่รองรับกิจกรรม ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอย่าง สนามเทนนิสและทะเลสาบ รองรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ช่วงไฮซีซั่นปลายปี หรือกรีน ซีซั่นช่วง ที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับการพักผ่อนสมบูรณ์แบบ ท่ามกลาง ธรรมชาติอันสงบและงดงาม ส่งมอบความสุขและความประทับใจให้ทุกคนอย่างแท้จริง”

 

ภายในโครงการ “สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อาณาจักรการพักผ่อนและสุขภาพ ครบวงจร บนพื้นที่มากกว่า 1,300 ไร่ ออกแบบให้รองรับทุกกิจกรรมได้ตลอดทั้งปี ประกอบ ด้วย

 

-Mövenpick Resort Khao Yai รีสอร์ตหรูระดับ 5 ดาว สไตล์ยุโรปทัสคานี

-Estella Khao Yai ที่พักสไตล์คอตเทจอังกฤษรายล้อมด้วยวิวภูเขา

-Starry Valley Golf Club สนามกอล์ฟขนาดใหญ่ 18 หลุม  

 

-สิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ร้านอาหาร พื้นที่จัดประชุมสัมมนา สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ทั้งหมดนี้รายล้อมด้วยบรรยากาศหุบสวยงามของพื้นที่เขาใหญ่

 

ข่าวที่สอง มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังเปิดชมฟรี“Young รักษ์ทะเล”

 

มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ เอกชน นักวิจัย และสถาบันการศึกษา เปิดให้ชมฟรีนิทรรศการ “Young รักษ์ทะเล : SEA THE CHANGE สร้างโลกทะเลใหม่ด้วยมือเรา” ชวนผู้คนออกสำรวจโลกใต้ทะเลไทยผ่านประสบการณ์แบบ Immersive Experience ชมฟรีถึงการผสานศิลปะ เทคโนโลยี องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เข้าไว้ด้วยกัน ระหว่างวันนี้– 12 สิงหาคม 2569 บริเวณ NEX HALL ชั้น 5 สยามพารากอน

 

มุ่งยกระดับนิทรรศการด้านสิ่งแวดล้อมด้วย Immersive Emotional Experience ใช้เทคโนโลยี แสง สี เสียง ภาพเคลื่อนไหว และวัตถุจริง มาร้อยเรียงเรื่องราวของท้องทะเลไทยให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เปลี่ยน “ผู้ชม” ให้กลายเป็น “ผู้มีส่วนร่วม” และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน

 

“แลนด์มาร์กจุดเช็คอิน” โซนฝูงแมงกะพรุนเรืองแสงขนาดยักษ์  ต่อด้วยโซน Marine ER จำลองห้องปฏิบัติการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจากสถานการณ์จริง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์และระบบติดตามสัตว์ทะเล ถ่ายทอดภารกิจของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ที่ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อช่วยชีวิตสัตว์ทะเลซึ่งได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์

 

ตลอดเส้นทางผู้ชมยังจะได้เรียนรู้พระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่สืบสานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมติดตามความก้าวหน้าของโครงการฟื้นฟูแนวปะการัง การนำขยะทะเลและเศษอวนกลับมาเพิ่มมูลค่า รวมถึงการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในการดูแลทรัพยากรทางทะเลของไทย โดยมีไฮไลต์ให้เข้าร่วม 2 กิจกรรม

 

กิจกรรมที่ 1 Talk & Workshop และกิจกรรมสร้างสรรค์อีกกว่า 30 รายการ ตั้งแต่งานคราฟต์จากวัสดุเหลือใช้ เวิร์กชอปด้านการอนุรักษ์ ไปจนถึงเวทีเสวนาจากนักวิจัย นักอนุรักษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านทะเล พร้อม “คอมมิวนิตี้ มาร์เก็ต” รวบรวมผลิตภัณฑ์ชุมชนชายฝั่งและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมจากองค์กรชั้นนำ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์

 

กิจกรรมที่ 2 เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็น “ผู้พิทักษ์ทะเลไทย” ผ่านระบบดิจิทัล ร่วมเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในระยะยาว จุดประกายให้ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี”CEO VNU Asia Pacific ชี้เป้าอุตฯไมซ์เมืองไทยพลิกบทบาทผู้นำเศรษฐกิจใหม่ต่อยอดการค้า ลงทุน ส่งออก ท่องเที่ยว

  ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี ซีอีโอ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิก จำกัด เจาะลึก“ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี” CEO VNU Asia Pacific ชี้เป้าอุตฯไมซ์เม...