วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“ดร.ศุภวรรณ”นำTCEBพลิกโฉมไมซ์ไทยHigh Vulue-Impack ลุยจัดMeet Thai Plus 2026โกยตลาดจีน 9-10 ก.ย.นี้พันล้าน

 

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” 

ดร.ศุภวรรณ”นำTCEBพลิกโฉมไมซ์ไทยHigh Vulue-Impack

รุกหนักอุตฯเป้าหมาย-ดึงเครือข่ายลงทุน-ดันคุณภาพไมซ์ซิตี้

ลุยจัดMeet Thai Plus 2026 โกยตลาดจีน 9-10 ก.ย.นี้พันล้าน

ถกปมร้อน5กระทรวงจัดแถวแรงงานไมซ์ต่างด้าวให้ถูกกม.

“คิง เพาเวอร์”เปิดครั้งแรก“THE PASSAGE COLLECTIONS”

ช้อปคิงเพาเวอร์ 2,000 บาท รับฟรีทันทีคูปองลด500 บาท

SHOP HOME DELIVERY”ที่คิงเพาเวอร์ลดรัวๆสูงสุด20%

ททท.-33โรงแรมชูEAST ESCAPEทัวร์ทะเลตะวันออก4จว.

บางจากMOUโรงเรียนสวนกุหลาบหนุนเยาวชนรอบโรงกลั่น

TCEBนำอีสาน3จังหวัดดูงานที่สก็อตแลนด์จัดFestival City

เที่ยวเสน่ห์สมุทรสงคราม 5 พิกัด 5 Must 28-30 ส.ค.69

7 วิธีดูแลตนเองพร้อมการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

กลุ่มดุสิตยิ้มรับQ2/69พลิกทำกำไร291ล้านEBIDAโต550%

Scoot”ชิงขายบินฤดูหนาว“กุ้ยหยาง/จีน-เพิ่มไฟลต์มาไทย”

 

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวสมุทรสงคราม

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” นำไทยพลิกโฉมไมซ์สู่ High Value-High Impack เน้นวัดผล 3 ด้าน “ไมซ์สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมาย-สร้างรายได้จากดึงการค้า การลงทุน เข้ามาต่อยอดขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ-ยกระดับคุณภาพชีวิต ไมซ์ ซิตี้” พร้อมลุยจัด Meet Thai Plus 2026 Shenzhen นำอุตสาหกรรมแถวหน้าของไทย 5 กลุ่ม บุกเจาะตลาดไมซ์จีน 9-10 ก.ย.นี้ ที่เซินเจิ้น ตั้งเป้าจับคู่เจรจา 800 นัดหมาย ภายใน 2 วันสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท รวมทั้งผนึก 5 กระทรวง เตรียมออก Statement ดับปมร้อน “แรงงานต่างด้าว” จัดงานเอ็กซิบิชั่นต้องเลือกใช้ 3 ช่าง “ไฟฟ้า-ทำเสียง-ก่อสร้างบูธ” ตามกฎหมายไทย ตรวจเข้มความถูกต้อง “การจดทะเบียนบริษัท-สิ่งแวดล้อม-จ่ายภาษีเข้าไทย-ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” แนะธุรกิจไทยเร่งปรับตัวเข้ามาตรฐานไมซ์สากล

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บดูแลอุตสาหกรรมไมซ์ที่กำลังขับเคลื่อน “High Value -High Impackเพราะมีนักเดินทางใช้จ่ายเงินต่อครั้งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 3-4 เท่า ทำให้เมืองเจ้าภาพจัดงานหรือ MICE CITY เติบโต ยกระดับ “คุณภาพชีวิต” ของวิถีชุมชนในเมืองเปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัดได้ต้อนรับตลาดไมซ์จากทั่วโลก ซึ่งประเทศที่จะเจริญแล้วในยุโรป อเมริกา หรือแม้แต่เอเชียอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ใช้ไมซ์เป็นพลังขับเคลื่อน “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” เช่นเดียวกันกับ “ประเทศไทย” ก็มุ่งสู่เป้าหมายนี้ด้วย จึงมุ่งหวังสร้างเครือข่าย ดึงการค้า การลงทุน โดยใช้เวทีไมซ์เป็นตัวเชื่อม

ดังนั้นทีเส็บจะพลิกโฉมทำ “High Value” ของไมซ์เมืองไทยในมิติใหม่ด้วย การหันมานับโอกาสการดึงงาน “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” แทนที่ “การนับจำนวน” ผู้เข้าร่วม และจำนวนงาน เมื่อดึงงานมาได้แล้วก็ให้พิจารณา 1.สร้างเครือข่ายการพัฒนาอุตสากรรมเป้าหมายเติบโตอย่างไร โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการสามารถกระจายสู่ท้องถิ่นภาพรวมได้ 2.เดินหน้าทำยุทธศาสตร์ไมซ์ยกระดับด้วย 3 ด้าน (3 Shifts to the Future) ประกอบด้วย


ด้านที่ 1 (Shifts) วัดความสำเร็จของงาน  สู่การสร้าง คุณค่า  โดยการยกระดับพุ่งเป้าดึงงานที่สร้างคุณค่า สร้างมูลค่าสูงให้ประเทศ ถ่ายทอดมรดก (Legacy) ไว้ให้อุตสาหกรรมและชุมชนได้อย่างไรบ้าง การมุ่งดึงงานที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ครอบคลุม ทั้งประเทศ ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ชุมชน

ประการสำคัญ หากทีเส็บต้องให้งบสนับสนุนการดึงงานดังกล่าวจะต้องสอดรับกับนโยบายภาครัฐด้านเศรษฐกิจ

ด้านที่ 2  (shiefts 2) รายได้ของงาน สู่การสร้าง การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการเติบโตจากอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ดึงมาจัดในไทย เช่น การเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ระหว่าง 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะใช้วิธีประเมินการสร้างเครือข่าย การดึงนักลงทุน ซึ่งมีรัฐมนตรีเดินทางมาเข้าร่วมกว่า 30 ประเทศ รวมทั้งเมื่อมีนักการเงินจากทั่วโลกมาร่วมทำให้ภาพลักษณ์ของไทยด้าน Financial ดีในมุมใด แล้วงานดังกล่าวจะก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในภูมิภาคอย่างไร

เป็นแนวทางใหม่ที่ทีเส็บเล็งเห็นถึงการบูรณาการเศรษฐกิจได้มากกว่าวิธีเดิมประเมินผลจากรายได้ ผ่านการนับงาน กับจำนวนคน จะต้องไม่ไปซ้ำกับวิธีประเมินแบบการบูสเตอร์ท่องเที่ยว นั่นคือ คำนวณรายได้แต่ละครั้งสามารถกระจายไปยัง ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า เครือข่ายท้องถิ่น



ด้านที่ 3 (Shiefts 3) การสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์สู่การใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ทีเส็บจะต้องสร้างโอกาสการเปลี่ยนผ่านประเทศ นำร่อง 4 เรื่อง ได้แก่ 1.มูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ 2.ความยั่งยืนในการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ดึงงานเข้ามาจัดในไทย 3.เชื่อมเครือข่ายของงานเข้ากับระดับประเทศและท้องถิ่นในแต่ละเมืองที่เป็นเจ้าภาพการจัดงาน ต้องหาวิธีสร้างประสบการณ์เครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs กับนานาชาติ 4.ทำให้ทุกงานร่วมกันที่จะผลักดันไทยเข้าสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ Net Zero

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บเองร่วมสนับสนุนนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาลนำร่องทำไปบ้างแล้วเมื่อช่วงต้นปีงบประมาณ 2569 แล้วในช่วงเวลาอันใกล้นี้จะทำโครงการกระตุ้นตลาดไมซ์ระยะใกล้แถบเอเชีย เนื่องจากตลาดระยะไกลเผชิญปัญหาตะวันออกกลาง เที่ยวบิน และราคาน้ำมัน ตั๋วเครื่องบินแพง ทีเส็บเตรียมนำผู้ประกอบการไปโร้ดโชว์จัด “Meet Thai Plus 2026 shenzhen ระหว่าง 9-10 กันยายน 2569 เจาะตลาดไมซ์ในพื้นที่ Greater Bay Area ทั้งเซินเจิ้น กวางโจว ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ใกล้ ไหหนาน กวางโจว มาเก๊า ฮ่องกง ซึ่งมีกลุ่มประชุมองค์กรธุรกิจ (Corporate Meeting) กับเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ทางการเงิน และประกันภัย



ทีเส็บจะนำผู้ประกอบการไมซ์ไทยทั้ง บริษัทจัดการเส้นทางไมซ์ (DMC) ศูนย์ระชุม (Venue) บริษัทตัวแทนจัดงานประชุมและอินเซ็นทีฟ ตัวแทนไมซ์ ซิตี้ ผู้ชนะในโครงการอวดเมือง ที่นครราชสีมา ขอนแก่น ศรีสะเกษ เดินทางร่วมโร้ดโชว์ตลอดงานนี้รวมกว่า 100 ราย ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสุขภาพที่อายุยืน (longevity) คาดจะสามารถจับคู่ธุรกิจกับตลาดเป้าหมายได้ไม่น้อยกว่า 800 นัดหมาย สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 800-1,000 ล้านบาท โดยมีหน่วยภาครัฐของจีนเข้ามาสนับสนุนด้วย

สำหรับการประเมินมูลค่ารายได้จากการงานนี้สูงสุดถึง 1,000 ล้านบาท เนื่องจากทีเส็บเคยมีประสบการณ์จัดงานโร้ดโชว์ที่สิงคโปร์เมื่อต้นปี 2569 ยังทำได้สูง แล้วงานครั้งนี้มีตัวแทนบริษัทผู้จัดงานร่วมคณะไปด้วยถึง 21 ราย จึงมีโอกาสมากที่จะดึงความสนใจนำงานไมซ์ตลาดจีนมาจัดในไทยมูลค่าเพิ่มขึ้น



สำหรับเอกชนไทยที่ตอบรับเข้าร่วมโรดโชว์งาน“Meet Thai Plus 2026 shenzhenจะมีตัวแทน

กลุ่มที่ 1 การค้า การลงทุน ในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมโร้ดโชว์ขายพื้นที่การลงทุนในไทย

กลุ่มที่ 2 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Promotion Agency :DEPA) จะนำเสนอบริเวณนิคมอุตสาหกรรมแถบศรีราชาที่สนับสนุนการลงทุนตั้งสำนักงานดิจิทัลในเมืองไทย

กลุ่มที่ 3 อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งไทยมีความพร้อมและความโดดเด่นโดยเฉพาะนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตด้วย

กลุ่มที่ 4 อุตสาหกรรมสุขภาพที่อายุยืน (Longivity) มีโรงพยาบาล ผู้ให้บริการเวลเนส

กลุ่มที่ 5 สถาบันการศึกษา ที่เปิดการเรียนการสอนภาษาจีน อังกฤษ กลุ่มที่ 6 อุตสาหกรรมToy ตุ๊กตา ของเล่นตามเทรนด์

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ยังมีประเด็นร้อน Hot Issue การดึงงานอุตสาหกรรมไมซ์ด้านจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition) มาจัดในเมืองไทยโดยไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการในประเทศ เกี่ยวกับเรื่อง “แรงงานต่างด้าว” ที่ทางเจ้าของธุรกิจเอ็กซิบิชั่นบางประเทศ ได้นำแรงงานที่กฎหมายไม่อนุญาตเข้ามาใช้ในเมืองไทย เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้างตกแต่งบูธจัดงาน  ช่างทำเครื่องเสียง เพราะตอนนี้สิ่งที่น่ากลัวจะทำให้ธุรกิจ SMEs ของไทยของไทยเสียโอกาสอย่างมาก

ปัจจุบันการจัดงานแสดงสินค้าอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีบูธจำนวนมากครั้งละเกือบ 1,000 บูธ ใช้เวลาติดตั้ง ตกแต่งบูธภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าใช้ช่างไฟฟ้า ต่างตกแต่ง ช่างเสียง ไม่ถูกต้องก็จะเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้า การจัดงานอีเวนต์คอนเสิร์ต

ดังนั้น TCEB เตรียมแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมไมซ์ตามงานแสดงสินค้าและคอนเสิร์ตอย่างไม่ถูกต้อง โดยจะร่วมกับ 5 กระทรวงหลัก ได้แก่ 1.กระทรวงแรงงาน ดูด้านมาตรฐานการจ้างงาน เพราะปกติอนุญาตให้แรงงานอยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน 2.กระทรวงพาณิชย์ ดูด้านจดทะเบียนประกอบธุรกิจในเมืองไทย การตัดราคาทำให้ไม่ได้มาตรฐาน 3.กระทรวงการคลัง ตรวจสอบด้านการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง  4.กระทรวงการต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่จะส่งเสริมจัดงานต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม และ 5. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลด้านการลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

ทีเส็บจับมือกับทั้ง 5 กระทรวง เพื่อร่วมกันออกประกาศเป็น Statement หัวข้อหลัก การใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาตในไทย ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบเพื่อประกาศบังคับใช้ให้เร็วที่สุด

ส่วนในระยะยาวผู้ประกอบการไมซ์ของไทยก็จะต้องปรับตัวด้วย เร่งสร้างมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในระดับนานาชาติด้วย ทีเส็บจึงขอฝากกลุ่มธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าโดยเฉพาะงานนานาชาติ ซึ่งจะนำการค้า การลงทุน ทำต่อเนื่องในอนาคต ดังนั้นจึงควรร่วมมือกันใช้บุคลการที่เกี่ยวที่มีมาตรฐานความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคตของประเทศไทย ก้าวสู่สากลอย่างยั่งยืน

 ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1-“คิง เพาเวอร์”เปิดครั้งแรก“THE PASSAGE OF COLLECTIONS

 

กลุ่มบริษัท “คิง เพาเวอร์” เปิดตัวครั้งแรกมัลติแบรนด์สโตร์ "THE PASSAGE OF COLLECTIONS" ที่ชั้น 1  “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ”  นำเสนอพื้นที่เพื่อการช้อปแฟชั่นระดับพรีเมียมต้อนรับกลุ่มแฟนคลับคนไทย และนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้มาสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิงดีไซน์เชื่อมโยงอย่างกลมกลืนของโลกแฟชั่นเข้ากับไลฟ์สไตล์ เป็นการรวมตัวกันของแบรนด์ดังระดับตำนานและแบรนด์ฮิตในกระแส ด้วยไอเทมหลากสไตล์เติมลุคดีให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเคย

 

THE PASSAGE OF COLLECTIONS คือพื้นที่แฟชั่นที่สวมใส่ได้จริงทุกวัน ออกแบบอย่างลงตัวกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยนิยามที่ไม่ได้วิ่งตามฤดูกาล ก้าวข้ามลักชัวรีแบบเดิม สู่การผสมผสานแฟชั่นร่วมสมัยหลากหลายทั้งหรูหรา สตรีทแวร์ และ GENDERLESS FASHION สวมใส่สนุกหยิบมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้ทุกวัน

 

ด้วยคีย์สำคัญ EVERYTHING WEAR ของแบรนด์ระดับโลกทั้ง ALEXANDER MCQUEEN, COURRÈGES, JACQUEMUS, MARNI, MM6, THE ROW และ VIVIENNE WESTWOOD สะท้อนมุมมองใหม่ แสดงตัวตน รสนิยม นิยามสไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ

 

ภายในบรรยากาศการดีไซน์ร้านโค้งมนด้วยกระจกใสรอบด้าน ผนังไม้โทนอบอุ่น ไฟสีทองไล่ระดับตามแนวเพดาน สร้างจังหวะสายตาให้ไล่ดูโลโก้แบรนด์ที่สลักไว้บนกระจก โดยมีแบรนด์ต่างๆ จัดเรียงมีจังหวะบนชั้นไม้ ทั้ง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ได้จัดวางแบบ CURATED ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรี ทำให้ THE PASSAGE OF COLLECTIONS ไม่ได้เป็นเพียงโชว์รูมสินค้าแบรนด์เนม แต่เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าเลือกชิ้นที  "ใช่กับตัวเอง” ไปใช้สวมใส่อย่างมีความสุข ไฮไลต์โดดเด่นแตกต่างกัน 7 แบรนด์ ดังนี้

 

ALEXANDER MCQUEEN แบรนด์แฟชั่นหรูจากอังกฤษ หลอมรวมความโรแมนติกอันมืดมนเข้ากับงานตัดเย็บชั้นสูงได้อย่างประณีต ทุกผลงานล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายศิลปะ ความดิบ เท่ แฝงความหมายเชิงปรัชญาไว้อย่างลึกซึ้ง โดยมีเอกลักษณ์ระดับไอคอนิคทั่วโลกรู้จักกันดีอย่าง "ลายหัวกะโหลก"

 

COURRÈGES ก่อตั้งขึ้นที่กรุงปารีส โดย ANDRÉ และ COQUELINE COURRÈGES หนึ่งในแฟชั่นเฮาส์ระดับตำนานแห่งยุค 1960 ผู้จุดประกายกระแส SPACE AGE ร่วมปฏิวัติวงการแฟชั่นสตรีด้วยซิลูเอทล้ำยุค งานตัดเย็บรูปทรงเรขาคณิต สดใหม่ในแบบฉบับคนรุ่นใหม่ สะท้อนเสน่ห์ความลักชัวรีสแนวอาวองการ์ด คงกลิ่นอายความร่วมสมัยอย่างมีเอกลักษณ์สไตล์ RETRO-FUTURE

 

JACQUEMUS แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส โดดเด่นสไตล์มินิมอลแฝงความสนุกสนาน ถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์ซิลูเอทแบบไม่สมมาตร งานตัดเย็บนอกกรอบ ด้วยโทนสีอบอุ่นสะท้อนเสน่ห์มีชีวิตชีวาแบบเมดิเตอร์เรเนียน การันตีด้วยไอเทมซิกเนเจอร์อย่างกระเป๋าจิ๋ว LE CHIQUITO

 

MARNI MERYLL ROGGE นำเอกลักษณ์ที่จดจำมาตีความหมายใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากเทือกเขา PREALPS ล้อมรอบมิลาน คอลเลคชันนี้ดึงความเท่สไตล์นักปีนเขามามิกซ์แอนด์แมตช์ตัดเย็บสุดประณีต กับไอเทมระดับฮิตอย่างรองเท้า FUSSBETT กระเป๋า TRUNK

 

MM6 แบรนด์แฟชั่นร่วมสมัยที่โดดเด่นด้วยเสื้อผ้ามุมมองใหม่ผสานความคิดสร้างสรรค์ขี้เล่น ทลายกรอบเดิม ๆ ผ่านงานดีไซน์เชิงคอนเซ็ปต์ เทคนิคการใช้ผ้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในสไตล์ ALL-GENDER ที่ปลดล็อกตัวตนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

 

THE ROW แบรนด์แฟชั่นลักชัวรีสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งโดย MARY-KATE และ ASHLEY OLSEN โชว์ผลงานสไตล์ QUIET LUXURY ผ่านเสน่ห์เส้นสายและรูปทรงอันเรียบง่าย สงบ สุขุม ยึดมั่นในมาตรฐานงานช่างคุณภาพสูง มีไอเทมไอคอนิกอย่างกระเป๋า MARGAUX

 

VIVIENNE WESTWOOD แฟชั่นเฮาส์ระดับตำนาน ได้การยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกแฟชั่นสไตล์พังก์ยุค 1970 ผู้หลอมรวมจิตวิญญาณความคิดสร้างสรรค์เข้ากับงานดีไซน์ชั้นสูง ทุกผลงานล้วนสะท้อนจุดยืนอันกล้าคิดกล้าแสดงออก สร้างแรงขับเคลื่อนการปฏิวัติและเปลี่ยนผ่านวงการแฟชั่นอย่างโดดเด่นตลอดมา

 

ข่าวที่ 2 -ช้อปคิงเพาเวอร์ 2,000 บาทรับฟรีทันทีคูปอง 500 บาท

 

ช้อป คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ จัดใหญ่ให้ “ฟรี” วันนี้ -31 สิงหาคม 2569 รับคูปองส่วนลด 500 บาท เมื่อมียอดช้อปครบ 2,000 บาท ช้อปออนไลน์ง่ายๆ กับสินค้าแบรนด์ชั้นนำ พร้อมรับสิทธิพิเศษส่งตรงถึงคุณ  ช้อปได้ทุกที่ ทุกเวลา แล้วให้ทุกการช้อปคุ้มค่ามากกว่าที่เคย!

 

ช้อปและรอรับสินค้าง่ายๆได้ที่สนามบินขาออกนอกประเทศ หรือจะส่งตรงถึงบ้าน ก็เลือกช้อปได้ตามสะดวก

 

ลดทันที 500 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาทขึ้นไป ด้วยรหัสส่วนลด TOLAUG500 คนละ 1 สิทธิ์ /รายการสั่งซื้อ โดยเลือกซื้อสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการได้ทุกวัน

 

-สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย! รับสินค้าที่สนามบิน

-สินค้า Home Delivery ส่งฟรี! ทั่วประเทศ เมื่อช้อปครบ 899 บาท

 

ข่าวที่ 3-SHOP HOME DELIVERY”ที่คิงเพาเวอร์ลดรัวๆสูงสุด20%

 

มหกรรม “SHOP HOME DELIVERY” ที่ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ วันนี้ -31 สิงหาคม 2569 พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสินค้าคุณภาพ ช้อปแบรนด์โปรดได้ทุกเวลา พร้อมส่งตรงถึงบ้าน สะดวก ครบ จบในทุกออเดอร์ ไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปได้ แค่ช้อปออนไลน์ สินค้าส่งบ้าน

 

รับโปรโมชันและสิทธิพิเศษที่ไม่ควรพลาด กับสินค้าแบรนด์ดังในแผนกต่าง ๆ ที่เข้าร่วมรายการ ไฮไลต์ 2 โปรดังนี้

 

1.ลดสูงสุด 15% ช้อปไม่มีขั้นต่ำ! รหัสส่วนลด 15HMAUG

2.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท รหัสส่วนลด 20HMAUG

 

สินค้า Home Delivery ส่งฟรี! ทั่วประเทศ เมื่อช้อปครบ 899 บาท สามารถแบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 62,800 บาท

 

ข่าวที่ 4-ททท.-33โรงรมชูEAST ESCAPEเที่ยวทะเลตะวันออก4จังหวัด

 

กนกกฤติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)   เปิดเผยว่า ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกได้จับมือกับสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออกทำกิจกรรม “ EASTSCAPE :ตะวันออกเพิ่มสุข สนุกต่อ" กระตุ้นและเชิญชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดต่อเนื่อง สุขทันทีที่ได้ท่องเที่ยวภาคตะวันออกใน 4 จังหวัด ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

 

โดยมีผู้ประกอบการนำโรงแรมในภาคตะวันออก 33 แห่ง เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษทำโครงการ“ EASTSCAPE :ตะวันออกเพิ่มสุข สนุกต่อ" นำเสนอ “แพกเกจห้องพักราคาพิเศษ” เฉพาะโครงการนี้เท่านั้น มีให้เลือกพักได้ตั้งแต่โรงแรมริมหาดพัทยา บางแสน ไปจนถึงรีสอร์ทเงียบ ๆ แถวเจ้าหลาว จันทบุรี และเกาะช้าง ตลอดโครงการรวม 1,000 สิทธิ์ เปิดให้จอง 20–23 สิงหาคม 2569 แล้วเก็บไว้ใช้เข้าพักได้ยาว ๆ ตลอดเดือนกันยายน 2569 สามารถเลือกวันที่สะดวกได้ทุกทริป

 

“วิธีจองแพกเกจห้องพัก” โครงการนี้ ไม่ยุ่งยาก มีแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น

 

ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บไซต์ www.thaextat.com กดเข้าไปเลือกโรงแรมที่ถูกใจ

 

ขั้นตอนที่ 2 โทรหรือทักไลน์จองกับโรงแรมโดยตรง (ห้ามผ่านเอเยนต์) โรงแรมกดรับสิทธิ์ให้เอง — เราไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลย

 

ขั้นตอนที่ 3 ในวันเช็คอินเข้าใช้บริการ เพียงแสดงโดยยื่นบัตรประชาชนตัวจริง กับพนักงานโรงแรมนั้น ๆ

เงื่อนไข ต้องเป็นที่พัก "ข้ามจังหวัด" ในบัตรประชาชนต้องคนละจังหวัดกับโรงแรมที่เลือกไปพักผ่อน เช่น อยู่ชลบุรีก็ไปเที่ยวได้ใน ระยอง จันทบุรี ตราด

 

ข่าวที่ 5-บางจาก MOU รร.สวนกุหลาบหนุนเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมัน

        

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสนับสนุนและพัฒนาทีมฟุตบอลนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านกีฬาฟุตบอลควบคู่กับการศึกษา โดยมี นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายปฤษฎี ฉัตรวิสุตตา ผู้อำนวยการกีฬาฟุตบอล โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นผู้ลงนามเมื่อเร็ว ๆ นี้

 

          เป็นความร่วมมือต่อยอดพัฒนาเยาวชนในชุมชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนง ซึ่งบางจากฯ สนับสนุนผ่านสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจากมาต่อเนื่อง 18 ปี เพื่อให้เยาวชนที่มีความสามารถด้านฟุตบอลได้รับการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบควบคู่กับการศึกษา และสร้างเส้นทางให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองและศึกษาต่อในสถานศึกษาชั้นนำของประเทศ

 

          นางกลอยตากล่าวว่า บางจากฯ เชื่อเรื่องการพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืนคือการส่งเสริมให้เด็กได้เติบโตรอบด้าน ทั้งด้านการเรียน การพัฒนาศักยภาพตามความถนัด และความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น กีฬา ศิลปะ ดนตรี หรือด้านอื่น ๆ ควบคู่กับการปลูกฝังความสามัคคีและวินัย สโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจากเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสนับสนุนลูกหลานในชุมชนรอบโรงกลั่นได้พัฒนาความสามารถกีฬาฟุตบอล มีความภาคภูมิใจที่วันนี้เยาวชนจากสโมสรจะได้มีเส้นทางเข้าศึกษาและร่วมทีมฟุตบอลของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

 

ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนได้พัฒนาการเรียนและความสามารถที่ตนเองรักไปพร้อมกัน ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นจากสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก และหวังจะสามารถต่อยอดไปสู่บริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกันสนับสนุนเยาวชนพัฒนาศักยภาพตามความถนัดของตนเองต่อไป

         

ความร่วมมือนี้จะสนับสนุนนักกีฬาที่มีศักยภาพจากสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจากให้ได้รับการพิจารณาเข้าศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และร่วมทีมฟุตบอลนักเรียนของโรงเรียน ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดร่วมกัน พร้อมแลกเปลี่ยนทรัพยากร ความรู้ เครือข่าย จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาควบคู่การศึกษา โดยกำหนดกรอบความร่วมมือเบื้องต้นเป็นเวลา 3 ปี

 

ข่าวที่ 6- TCEBนำอีสาน3จังหวัดดูงานที่สก็อตแลนด์จัดFestival City

 

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ ร่วมกับสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำคณะผู้แทนเส็บภายใต้โครงการ "อวดเมือง" จาก 3 จังหวัด นครราชสีมา ขอนแก่น ศรีสะเกษ เดินทางไปศึกษารูปแบบการจัดงาน “Festival City” ที่ Edinburgh Festival Fringe เพื่อเข้าร่วมศึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เมืองเอดินบะระ สกอตแลนด์ เมื่อ 6–11 สิงหาคม 2569 โดยได้หารือกับหน่วยงานสำคัญด้านเทศกาล เช่น  Edinburgh Science Festival, Festivals Edinburgh, Creative Scotland, EventScotland, Assembly Festival เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองด้วยเทศกาล การใช้เทศกาลเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์เมืองในระดับนานาชาติ

 

บทเรียนสำคัญจาก Edinburgh คือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเทศกาลใดเทศกาลหนึ่ง แต่เกิดจาก “ระบบนิเวศการจัดเทศกาล” ที่เชื่อมโยงภาครัฐ เมือง หน่วยงานสนับสนุน ผู้จัดงาน ศิลปิน และผู้ประกอบการ โดยแต่ละเทศกาลมีความเป็นอิสระ ขณะที่ภาครัฐและองค์กรกลางร่วมกำหนดทิศทาง สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณ และยุทธศาสตร์ในภาพรวม ทำให้เทศกาลสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ธุรกิจท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์

 

รวมทั้งการสร้างแบรนด์ Edinburgh ในฐานะ “Festival City” พร้อมทำให้พื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เทศกาล โดยใช้ Local Assets หรือทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต อัตลักษณ์ และทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่มาเป็นจุดขาย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเทศกาลอย่างต่อเนื่อง

 

คณะผู้แทนทั้ง 3 จังหวัดของไทย จะได้นำองค์ความรู้และบทเรียนจาก Edinburgh มาประยุกต์ใช้จัดเทศกาลสำคัญในพื้นที่ ได้แก่

-K-BATTLE International Street Culture จังหวัดนครราชสีมา

-Sound of Sisaket จังหวัดศรีสะเกษ

-เทศกาลสำคัญของจังหวัดขอนแก่น

 

โดยมุ่งยกระดับจากการจัด “เทศกาล” สู่การสร้าง Festival Economy โดยใช้พื้นที่และสินทรัพย์ของเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงผู้จัดงานและภาคส่วนต่าง ๆ การสร้างระบบนิเวศเทศกาลที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างโอกาสแก่คนในพื้นที่ ขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืน

 

          ช่วงที่ 2 ช่วงวันหยุดปลายเดือนสิงหา ททท.ชวนไปเที่ยวงาน "เสน่ห์ไทย Feel All the Feelings @ SAMUT 'SONG' KHRAM" ฮีลใจในสมุทรสงคราม 5 พิกัด 5 Must 28-30 ส.ค.69 แล้วฟัง

“7 วิธีดูแลตนเอง” ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ปิดท้ายด้วย ข่าวแรก “กลุ่มดุสิตยิ้มรับQ2/69” พลิกทำกำไร291ล้านEBIDAโต550% ข่าวที่สอง Scootชิงขายบินฤดูหนาว“กุ้ยหยาง/จีน-เพิ่มไฟลต์มาไทย”

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวเสน่ห์สมุทรสงคราม 5 พิกัด 5 Must 28-30 ส.ค.69

 

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ปลายเดือน สิงหาคมนี้ ไปเที่ยวกันดีกว่า ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ชวนสัมผัสท่วงทำนองแห่งความสุขในงาน "เสน่ห์ไทย Feel All the Feelings @ SAMUT 'SONG' KHRAM" เทศกาลท่องเที่ยวที่รวมทุกความชิลของสมุทรสงครามมาไว้ในที่เดียว! ไม่ใช่แค่มาเดินเที่ยวเฉยๆ แต่ฟังจะได้ "ฟัง รู้สึก ลิ้มรส และจดจำ" ไปพร้อมๆ กัน วันที่ 28–30 สิงหาคม 2569  เวลา 16.00–21.00 น.  ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สวนสุขภาพ) จ.สมุทรสงคราม

 

ภายในงาน นักท่องเที่ยวจะได้ฟินกับประสบการณ์สุขทันทีที่ได้เที่ยว 5 พิกัด 5 Must ต้องมาเที่ยว

 

พิกัดที่ 1 MUST SEEสายมิวสิค จากทั่วฟ้าเมืองไทย เดินทางมารวมตัวกันฟังเพลงเพราะๆ ท่ามกลางลมเย็นๆ นั่งฟังเพลงร่วมสมัยจากน้องๆ เยาวชนสมุทรสงคราม เตรียมถ่ายทอดบทเพลง “สุนทราภรณ์สุดคลาสสิก” แบบร่วมสมัย พร้อมชมการแสดงโขนเด็ก ของเหล่าเยาวชนไทยหลอมรวมเอกลักษณ์เสน่ห์ไทยมาให้ตื่นตาตื่นใจตลอดงาน

 

พิกัดที่ 2 MUST TASTE - สายกิน ชวนกันอิ่มอร่อยกับ “ครัวแม่กลอง” ททท.สมุทรสงครามลั่นว่านักท่องเที่ยวต้องกรีดร้อง! เพราะงานนี้คัดสรร “ร้านดังในตำนาน” นำโดย “ร้านแดง” อาหารทะเล ส่วนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในพื้นที่ควงกันดาหน้าจัดเมนูมาเลือกลิ้มลอง โดยเน้นการนำรสชาติดั้งเดิมผสานกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว รับรองอร่อยนัวแน่นอน! เช่น ร้านบ้านขุนทวี Pomelo, สิริสมปอง, Bueno Dia และอีกมากมาย

 

พิกัดที่ 3 MUST TRY - สายจอย ต้องได้ทำกิจกรรม D.I.Y. ชวนลงมือลองเพนท์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้นชื่อ เครื่องเบญจรงค์ ปรุงเครื่องหอม หรือจะร้อยลูกปัดจากกะลามะพร้าว ทำของแต่งบ้าน Upcycle เก๋ ๆ น่ารัก ๆ

 

พิกัดที่ 4 MUST BUY - ช้อปของดีกลับบ้าน พร้อมดีล “ที่พัก” ราคาพิเศษ!

 

-เพลิดเพลินเดินช้อปสินค้า GI วิสาหกิจชุมชน ละลานตาแผงผักผลไม้สดๆ จากเหล่าเกษตรกร Young Smart Farmer (YSF)

 

-พิเศษสุดๆ! บูธที่พักโรงแรม โฮมสเตย์ ผนึกจัดใหญ่แจกโปรโมชั่นราคาพิเศษ ชี้เป้าให้ลองแวะไปส่องที่พักราคาดีเมืองสมุทรสงครามได้ที่บูธ ณทรีธารา, พลอยน้ำโฮมสเตย์, ฟาร์มม้า อัมพวา และ ลำพวา อัมพวา รีสอร์ท)

 

พิกัดที่ 5 MUST SEEKสายหาความรู้ มานั่งฟังเสวนาสุดเพลิน ไปพร้อม ๆ กับเช็คอินถ่ายรูป ท่ามกลางเรื่องเล่าความผูกพันของ “ดนตรีกับอาหารแม่กลอง” แล้วก็แวะที่ตู้ “โฟโต้ บูธ” โพสต์ท่าเก๋ ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก

 

เช็คข้อมูลก่อนเดินทางเที่ยวงาน ได้ที่ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร : 0 3475 2847-8

 

สุขภาพ –7 วิธีดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

ผศ. ดร.อภิญญา ศิริพิทยาคุณกิจ อาจารย์พยาบาล โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลถึง “หลอดเลือดหัวใจตีบ” เป็นโรคที่มีความเสี่ยงสูงและอันตราย หากไม่ดูแลตนเองอย่างถูกต้อง แต่ถ้าปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม การรักษาจะสามารถยืดอายุหัวใจให้ใช้งานได้อีกยาวนาน จึงแนะนำให้คนทุกวัยเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีต่อไปในอนาคต

ด้วยการป้องกัน “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ” ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ผ่านการดูแลสุขภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสม 7  วิธี

1.หลีกเลี่ยงอาหารหวาน อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว และอาหารเค็มจัด 2.กินอาหารที่มีไขมันน้อย 3.ออกกำลังกายเป็นประจำ 4.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ 5.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด 6.ควบคุมน้ำหนัก และ 7.ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –กลุ่มดุสิตยิ้มรับQ2/69พลิกทำกำไร291ล้านEBIDAโต550%

 

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ประกาศ ผลประกอบการธุรกิจในกลุ่ม“กลุ่มดุสิตธานี” ไตรมาส 2 (เมษายน-มิถุนายน) และงวด 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนายน) ปี 2569 สามารถพลิกจากขาดทุนกลับมามี “กำไรสุทธิ” ไตรมาสสอง 97 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกรวม 347 ล้านบาท  โดยมีแรงสนับสนุนหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.การบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล 2.รายได้ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ การรับรู้รายได้ส่งมอบห้องชุดของโครงการ “เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” 3.EBIDA เพิ่มขึ้น 550.4%

 

ทั้ง 3 ปัจจัย สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจ แล้วก็ยังคงติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้ยืดหยุ่น เน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยผลประกอบการ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน มีรายละเอียดดังนี้

 

“ไตรมาส 2 เมษายน-มิถุนายน 2569   มีรายได้รวม 3,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113.8% มีกำไรสุทธิ 97 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 291 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 550.4%

 

“ครึ่งปีแรกหรือ 6เดือน”  มกราคม-มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.5% กำไรสุทธิ 347 ล้านบาท เทียบกับเมื่อ 6 เดือนปี 2568 ขาดทุนสุทธิ 243 ล้านบาท ส่วน EBITDA ทำได้ 1,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156.1%

 

นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 และช่วง 6 เดือนแรกปี 2569  นำธุรกิจมีผลดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง  สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและธุรกิจมีความยืดหยุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อันท้าทาย ส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากครึ่งปีแรกนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว แต่กลุ่มดุสิตธานียังสามารถรักษาโมเมนตัมให้เติบโตได้จาก 1.การบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล 2.การกระจายฐานลูกค้า 3.ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เติบโตดี

 

ส่วนไตรมาส 2 รายได้มีปัจจัยสนับสนุนหลักคือ 1.รับรู้รายได้จากการส่งมอบห้องชุดโครงการที่พักอาศัยระดับอัลตราลักชัวรี่ “เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” 2.ควบคู่ธุรกิจโรงแรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมที่บริษัทฯ ลงทุนเอง มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้น 21.5% จากทั้งอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น โดยมี “โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

 

ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรก รายได้เติบโตได้น่าพอใจ แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก จะส่งผลกระทบต่อกับโรงแรมในมัลดีฟส์ และโรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง แต่พอร์ตโรงแรมในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังแข็งแกร่งเพียงพอจะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

 

สะท้อนถึงประสิทธิภาพการกระจายพอร์ตธุรกิจและความสามารถในการบริหารรายได้ของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ผนวกกับการบริหารต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อแนวโน้มการดำเนินงานของ “โรงแรมภายใต้สัญญารับจ้างบริหารบางพื้นที่”  บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับ 2 ตลาด ได้แก่ 1.ต่างประเทศระยะใกล้ 2.ตลาดในประเทศ จะช่วยบรรเทาผลกระทบโดยรวมต่อธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวมได้ในระดับหนึ่ง 

 

รวมทั้ง “กลุ่มดุสิตธานี” ยังคงเน้นมาตรการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถทำกำไรท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย โดยกำหนดกลยุทธ์ระยะยาวมุ่งกระจายความเสี่ยงทางไปสู่ 2 ธุรกิจคือ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และอาหาร มั่นใจจะช่วยเสริมความสามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและเพิ่มความยืดหยุ่นผลการดำเนินงานในอนาคตได้

 

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท “ขยายธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรม” ไปยังตลาดใหม่ใน ซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้กลุ่มดุสิตธานีขับเคลื่อนธุรกิจต่อเนื่องดังนี้

 

-โรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 290 แห่ง ใน 19 ประเทศ

 

-ธุรกิจเบเกอรี่ Bonjour Bakery มีสาขารวม 118 แห่ง หลังเปิดเพิ่มสุทธิ 7 สาขา

 

-โครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” การก่อสร้างคืบหน้าต่อเนื่อง มียอดขายแล้วประมาณ 97% ของพื้นที่ขาย และทยอยส่งมอบห้องพัก

 

-บริษัทประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่า 1,500 ล้านบาท นักลงทุนตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อบริษัทและศักยภาพการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทนำเงินที่ได้รับไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด

           

“แนวโน้มธุรกิจปี 2569” บริษัทฯ ประมาณการเติบโตช่วงครึ่งปีหลัง และระยะต่อไป เป็นดังนี้

 

1. รายได้รวม จะขยายตัว 5-8% (ไม่รวมรายได้จากการส่งมอบ โครงการ เดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค)   ทำ EBITDA ได้ 18-20% ของรายได้รวม 

 

2.ประมาณการรายได้และ EBITDA ธุรกิจโรงแรม อาหาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้เท่าเดิม

 

3.ปรับลดเป้าหมายธุรกิจการศึกษามีรายได้เติบโตเพียง 5-7% ทำ EBITDA ประมาณ 8-10% จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้ความต้องการด้านการศึกษาชะลอตัวลงตามไปด้วย

 

ข่าวที่สอง Scoot”ชิงขายบินฤดูหนาว“กุ้ยหยาง/จีน-เพิ่มไฟลต์มาไทย”

 

Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SIA) ประกาศเปิดให้บริการบินตรงเส้นทางใหม่ สิงคโปร์ สู่ เมืองกุ้ยหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน 3 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่ม 26 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ด้วยเครื่องแอร์บัส A320neo จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายเส้นทางบิน Scoot ในจีนและจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารชอบท่องเที่ยวช่วงก่อนเข้าสู่เทศกาลวันหยุดปลายปี คาดการเดินทางจะเพิ่มขึ้นจึงได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินรวมไว้ในตารางบินฤดูหนาว Northern Winter 2026/2027 มีผล 25 ตุลาคม 2569- 27 มีนาคม 2570

 

“ค่าโดยสาร” สู่กุ้ยหยาง ที่นั่งชั้นประหยัด รวมภาษีแล้วเริ่มต้น 5,800 บาท/เที่ยว เปิดให้จองเส้นทางใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Scoot รวมช่องทางอื่น ๆ ที่จะทยอยเปิดให้บริการ 

 

“เครือข่ายบิน” ของ Scoot เมื่อเปิดบินกุ้ยหยงจะมีบริการเที่ยวบินสู่จีน 81 เที่ยว/สัปดาห์ ครอบคลุมทั้งหมด 16 เมือง ส่งเสริมเครือข่ายเส้นทางเพิ่มสู่ทั่วโลก 18 ประเทรศ รวม 86 จุดหมาย ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และยุโรป 

 

“เมืองกุ้ยหยาง” ตั้งอยู่ใจกลางมณฑลกุ้ยโจว เด่นเรื่องวัฒนธรรมอันหลากหลายของท้องถิ่น มีทัศนียภาพงดงามรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและภูเขา สภาพอากาศที่เย็นสบายน่าท่องเที่ยว ชวนสัมผัสเสน่ห์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่าง “เมืองโบราณชิงเหยียน” หนึ่งในเมืองโบราณที่ได้การอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แล้วยังสามารถเดินทางไปทางตะวันตกเฉียงใต้เพื่อชมความยิ่งใหญ่ “น้ำตกหวงกั่วซู่” ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย

 

“เส้นทางเพิ่มเที่ยวบิน” ของ Scoot  ตั้งแต่ 25 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จากสิงคโปร์ กระจายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนี้

 

“ประเทศไทย” 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.หาดใหญ่ เพิ่มเป็น 14 จาก 12 เที่ยว/สัปดาห์ 2.ภูเก็ต เพิ่มเป็น 21 จาก 17 เที่ยว/สัปดาห์

 

“ฟิลิปปินส์” เมืองคลาร์กเพิ่มจาก 7 เป็น 10 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มธันวาคม 2569

 

“มาเลเซีย” เมืองโกตากินะบะลู เพิ่มจาก 10  เป็น 13 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มมกราคม 2570

 

“เวียดนาม” เกาะฟู้ก๊วก มีเที่ยวบินให้บริการทุกวัน โดยทยอยเปลี่ยนขนาดเครื่องบินจากแอมแบร์ E190-E2 ไปใช้เครื่องบินแอร์บัส A320

 

ขณะที่เส้นทางบินสู่ภูมิภาคอื่นๆ มีดังนี้

 

“ญี่ปุ่น” เมืองโอกินาว่า เพิ่มจาก 4 เป็น 5 เที่ยว/สัปดาห์

 

“อินเดีย” เมืองติรุจิรัปปัลลี (ตรีชี) เพิ่มจาก 12 เป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มธันวาคม 2569

 

นายเลสลี่ ถง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Scoot กล่าวว่า Scoot ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดเส้นทางบินใหม่สู่ “กุ้ยหยาง” นอกจากช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการบินในจีนแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงสิงคโปร์และจุดหมายปลายทางอื่น ๆ สู่ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในจีนทางตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมกันนี้ก็ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางยอดนิยมต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางไฮซีซั่นปลายปีเพิ่มสูงขึ้น แผนปรับการบินครั้งนี้สะท้อนถึง Scoot มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพเชื่อมต่อ เส้นทางเพิ่มความหลากหลาย และมอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ลูกค้าของสายการบิน

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“ดร.ศุภวรรณ”นำTCEBพลิกโฉมไมซ์ไทยHigh Vulue-Impack ลุยจัดMeet Thai Plus 2026โกยตลาดจีน 9-10 ก.ย.นี้พันล้าน

  ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “ TCEB ”  “ ดร.ศุภวรรณ”นำ TCEB พลิกโฉมไมซ์ไทย High Vulue-I...