นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม
ททท.นครพนมชูSignatureThailandไหลเรือไฟบุกตลาดโลก
16-27ต.ค.ดึงนักท่องเที่ยวชมศิลปะเรือ12อำเภอเต็มลำน้ำโขง
3จังหวัดสนุก“สกล-นครพนม-มุกดาหาร”บูมทัวร์ออกพรรษา
ต.ค.-ธ.ค.โชว์พลังงานแห่ดาวท่าแร่-วินเทอร์เฟสต์นครพนม
คิงเพาเวอร์ฉลอง37ปีช้อป5พันบาทลุ้นรับคอนโดหรู8ล้าน
ช้อปคิงเพาเวอร์สุวรรณภุูมิทุกวีคเดย์รับฟรี500+ลด35%
คิงเพาเวอร์ออนไลน์เปิดโปรฮ็อต3รายการลดใหญ่จริง25%
ททท.รุกขายงานใหญ่สุดญี่ปุ่นTEJ2026บูมHealing Luxury
BFPL-BPTทำแผนส่งกรมพลังงานซ่อมรอยรั่วท่อส่งน้ำมัน
บางจากหนุนสวนสัตว์สีเขียวต่อยอดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“VIJIT
Thailand @LAMPHUN”เริ่มแล้ววันนี้-4 ต.ค.2569
5 วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดฝนตกหนักฟ้าคะนอง
ททท.ชวนท่องเที่ยว“เสน่ห์ไทย@เชียงราย” วันนี้-27ก.ย.
“PokPokOktoberfest”ยกมิวนิคสู่เจ้าพระยา24ต.ค.-1พ.ย.
วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #VijtThailandLumphun
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... .https://www.facebook.com/share/v/19P8deAVBG/
สัมภาษณ์
!! นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า
ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม เปิดไฮไลต์เที่ยวปลายปี’69
เปิดโครงการ “Signature
Thailand” ยกระดับเที่ยวงานประเพณีสู่ตลาดโลก “ไหลเรือไฟ”
เทศกาลเที่ยวแห่งปียิ่งใหญ่พิเศษงานบุญออกพรรษา จัดเต็ม 12 วัน
16-27 ต.ค.นี้ ที่ริมแม่น้ำโขง
ตลอดงานเช็คอินเรือลำพิเศษหน้า ททท. พร้อมเรือไฟในทุกค่ำคืน
ภายในงานตื่นตากับการแสดงศิลปวัฒนธรรม ช้อปสินค้า ไฮไลต์ “26 ต.ค.”วันเปิด 15 ค่ำ เดือน 11 ร่วมรำบูชาพระธาตุพนม
ตื่นตากับการประชันความงามขบวนเรือไฟ 12 อำเภอ
แนะเที่ยวปักหมุดเที่ยวต่อเนื่องก่อนเรือไฟใน 3 จังหวัดสนุก
“แห่ปราสาทผึ้งสกลนคร” 25 ต.ค.”ไหลเรือไฟ” 26 ต.ค. “แข่งเรือมุกดาหาร” 27 ต.ค.แล้วรอเช็คอินปลายฝนต้นหนาว
พ.ย.-ธ.ค.นี้ “สกลนคร” เปิดเมืองคราฟท์และคราม แห่ดาวคริสต์มาสท่าแร่ “มุกดาหาร”
สัมผัสธรรมชาติ ภูผาเทิบ แก่งกะเบา ไหว้พญานาค “นครพนม” จัด Winter
Festival รับลมหนาวเคาน์ดาวน์
นางสาวเสาวนีย์
คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม
เปิดเผยว่า นครพนมและ 3 จังหวัดสนุกเปิดพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวโดย
ททท.ได้ยกระดับงานท้องถิ่นเป็น Signature Thailand เพื่อส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวขยายไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น
นำโดย “งานประเพณีไหลเรือไฟ” ท่องเที่ยวบุญใหญ่แห่งปีเทศกาลออกพรรษาปีนี้จัดยิ่งใหญ่เป็นพิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ธีม
“แสงไฟแห่งศรัทธา จากภูมิปัญญาน้ำโขง” ต่อเนื่องทั้งหมด 12 วัน ระหว่างวันที่ 16-27 ตุลาคม 2569 บริเวณเริ่มต้นจากวัดนักบุญอันนาต่อเนื่องไปจนถึงลานพญาศรีสัตนาคราช
ตลอดงานช่วงปีที่ผ่านมีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 800,000 คน
มากสุดในวันเปิดงานเต็มรูปแบบ
● “งานไหลเรือไฟ
2569” นักท่องเที่ยวจะได้รับความพิเศษ
ของ เรือไฟประยุกต์ กับ เรือไฟโบราณ ได้ใช้ตะเกียงประดับบนโคมเรือประณีตสวยงาม
สามารถมาเที่ยวได้ก่อนงานเพื่อชมขั้นตอนด้วยประสบการณ์การทำเรือไฟ
มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวร่วมหยอดตะเกียง ปีนี้ 12 อำเภอ ในจังหวัดนครพนม ประชันการออกแบบเรือแต่ละลำสุดอลังการ
รวมทั้งจะมีเรือลำพิเศษของ
“ททท.” ดีไซน์เป็นจุดเช็คอินด้วย พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมทำกิจกรรม
และได้ตกแต่งเป็ไฮไลต์ประดับไฟอาคาร ททท.สำนักงานนครพนม ปรับโฉมใหม่อย่างสวยงาม
“ช่วงงานไหลเรือไฟ”
ภายในงานตลอด 12 วัน จะมีงานกาชาดจังหวัดนครพนมรวมอยู่ด้วย
พร้อมบูธขายสินค้ามากมาย ตลาดมหาดไทย โอท็อป คาราวานสินค้า ร้านค้า อาหารถิ่น
พร้อมการแสดงแต่ละซุ้มอำเภอ
● “วันเปิดงานไหลเรือไฟ” วันที่
26 ตุลาคม 2569 ตรงกับวันออกพรรษา
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จะเป็น เต็มรูปแบบ โดยมีเรือไฟ ททท.นครพนม
ลำแรกนำขบวนเรือใหญ่ทั้งหมดที่จัดแข่งขัน 12 อำเภอ ช่วงเช้าจะจัดรำบูชาพระธาตุพนม
ช่วงเย็นปล่อยเรือไฟลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งจะได้เห็นการปล่อยคล้ายไข่พญานาคด้วย
● “แพกเกจ
พาข้าวแลง” ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนครพนม เปิดขายนักท่องเที่ยวได้รับบริการนั่งชมการแสดงเรือในพื้นที่พิเศษใกล้ชิดติดแม่น้ำโขง
โดยทำเป็นโต๊ะ “เสิร์ฟอาหาร”พื้นบ้าน” ระหว่างชมการแสดงมอบให้ผู้ที่ต้องการชมอย่างความสะดวกโดยไม่ต้องเดินไปมา
การซื้อบัตรพาข้าวแลง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปอัพเดทจองได้ทางเพจ ททท.นครพนม
และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนครพนม ซึ่งมีโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์
“การแสดงศิลปะวัฒนธรรม”
ตลอดงานไหลเรือไฟ เด่น ๆ จะมี หมอรำร่วมสมัย โปงลาง เปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมพิธี
“รำบูชาพระธาตุพนม” ช่วงเช้าวันที่ 26 ตุลาคม
ที่วัดพระธาตุพนม
ระหว่างงาน 16-27 ตุลาคม นักท่องเที่ยวสามารถชมการไหลเรือไฟได้ แบ่งเป็น “ไหลทุกวัน” โดยเรือของ ททท.นครพนม กับของทางอำเภอ และ “วันคู่” 16,18,20,22,24,26 ตุลาคม จะเป็นเรือของทางมหาวิทยาลัยราชภัฎนครพนม แต่ไฮไลต์ไหลทุกลำเต็มแม่น้ำโขงคือวันที่ 26 ตุลาคม จากนั้นวันที่ 27 ตุลาคม จะมีพิธีตักบาตรเทโวเสริมมงคลในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
“ช่วงเวลา”
ที่เปิดให้ชมความงามไหลเรือไฟในแต่ละวัน แบ่งเป็น “วันธรรมดา” จันทร์-ศุกร์ เริ่ม 18.30-20.30
น.จะมีวันละประมาณ 3 ลำ ส่วนวันจริง 26
ตุลาคม จะเริ่ม 18.30 น.เช่นกัน
เพื่อรอให้พลบค่ำแล้วแสงไฟจะสวยงาม
ระหว่างวันนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไปชมแหล่งท่องเที่ยวภายในนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงได้
“สิ่งอำนวยความสะดวก”
ทางจังหวัดนครพนมได้ทำ “แอปพลิเคชั่น” ติดตามได้ทางช่องทางหลักในเพจ นครพนม
กับประชาสัมพันธ์จังหวัด ได้แก่ 1.ห้องน้ำ จะมีสถานที่ราชการริมแม่น้ำโขง
โรงแรม ร้านอาหาร เปิดให้ใช้ฟรีหรือบางแห่งเก็บค่าบริการ 2.ลานจอดรถ”
ให้กับนักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้ามาเที่ยวงาน จะระบุจุดจอดรถที่ว่าง
แล้วมีรถเวียนนั่งจากลานจอดรถนอกเมืองมายังสถานที่จัดงานไหลเรือไฟ
เพื่อลดการจราจรที่แออัด ระหว่างทางจะมีร้านต่าง ๆ ให้เดินชมชิมช้อปได้ด้วย
ผอ.เสาวนีย์
กล่าวว่า ตลอดตุลาคมนี้ ททท.นครพนม ซึ่งดูแลพื้นที่ท่องเที่ยว “3 จังหวัดสนุก” นครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร
จะมีงานประเพณีในอีสานสามารถเที่ยวต่อเนื่องกันได้ช่วงออกพรรษาเดือนตุลาคมนี้
เริ่มจาก งานแรก “แห่ปราสาทผึ้ง” สกลนคร ค่ำคืนวันที่ 25 ตุลาคม
ช่วงกลางวันสามารถแวะไปชมความสวยงามการก่อปราสาทผึ้งตามวัดต่าง ๆ ได้ งานที่สอง
“ไหลเรือไฟนครพนม” 26 ตุลาคม งานที่สาม
“แข่งเรือใหญ่มุกดาหาร” วันที่ 27 ตุลาคม
ททท.นครพนมได้จัดทำเส้นทางเพื่อเป็นตัวอย่างการท่องเที่ยวไว้ในเพจด้วย
เช่น 1.เส้นทางศรัทธาแห่งลุ่มน้ำโขง ไหว้พระธาตุพนม ไหว้
7พระธาตุเดือนเกิด+ไหว้พญาศรีสัตนาคราช 2.เส้นทางท่องเที่ยวนครพนมแบบสโลว์ไลฟ์สัมผัสวิถีผู้คนและชาร์จพลัง
แวะเมืองเก่าบ้านนาจอก พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ ซึ่งอดีตเคยเป็นที่พักอาศัยของท่านโฮจิมินห์
รอบบริเวณจะมีคาเฟ่า ร้านอาหารเก๋ ๆ มากมาย
หรือจะทำกิจกรรมยามเช้าและเย็นปั่นจักรยานริมโขง 3.เส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยง
3 จังหวัดสนุก นักท่องเที่ยวสามารถ inbox สอบถามเจ้าหน้าที่ ททท.เพื่อขอคำแนะนำได้ตลอดทุกวัน
การท่องเที่ยวนครพนมช่วงส่งท้ายปี
“พฤศจิกายน” เริ่มเข้าสู่การท่องเที่ยวเทศกาลลอยกระทง
● เส้นทางแรก
“สกลนคร” จัดลอยพระประทีปที่หนองหาน นำเสนอความศรัทธา งานคราฟท์ และคราม
เชื่อมโยงพระพุทธศาสนา พระธาตุเชิงชุม ถ้ำผาแด่น ชุมชนและถนนผ้าคราม
ชิมอาหารถิ่นทั่วจังหวัด และชมธรรมชาติภูผายล ภูพาน ปลายฝนต้นหนาว
และไฮไลต์เที่ยวงาน “แห่ดาวคริสต์มาส” ท่าแร่ 23-25 ธันวาคม นี้
ทุกปีจะมีแห่ดาว
● เส้นทางที่
2 “มุกดาหาร” ชวนไปเที่ยว
“ภูผาเทิบ” สัมผัสดอกไม้บานหน้าหนาว เดินชม “ตลาดอินโดจีน” ซึ่งได้รับความนิยมปรับปรุงเสร็จโฉมใหม่สวยงาม
“แก่งกะเบา”ตอนนี้น้ำเริ่มลดแล้ว “ไหว้พญานาคสีขาว” ประจำคนเกิดวันจันทร์ และ “ภูมโนรมย์”
ไหว้พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช
องค์พญานาคสีเขียวมรกตขนาดใหญ่ ชมวิวแม่น้ำโขงมุมสูง กราบ
พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์ และรอยพระพุทธบาทจำลอง บนยอดเขา
● เส้นทางที่
3 “นครพนม”
เตรียมจัด “Winter Festival 2026”
พร้อมกับจัดยิ่งใหญ่เคาน์ดาวน์ลมหนาวริมน้ำโขง
ผอ.เสาวนีย์
กล่าวว่า ขอฝาก 3 จังหวัดสนุก
ไว้ให้นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มออกเดินทางร่วมช่วยกันไทยช่วยไทย กระจายรายได้สู่ชุมชน
ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ใช้การท่องเที่ยวสร้างประสบการณ์เดินทางให้ชีวิต
ควบคู่กับการนำเศรษฐกิจที่ดีหลั่งไหลเข้าพื้นที่ถึงมือชาวบ้านในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ฉลอง37ปีช้อป5พันลุ้นรับคอนโดหรู8ล้าน
“คิง เพาเวอร์”
จับมือกับพันธมิตรอสังหาริมทรัพย์แบรนด์ดัง ร่วมฉลองครบรอบ 37 ปี
เพื่อนำมามอบให้นักเดินทางสายช้อปสินค้าดิวตี้ฟรี ทุกการซื้อสินค้าในแต่ละวัน
นอกจากจะได้สินค้าถูกใจแล้ว ยังมี “รางวัลสุดเซอร์ไพรส์” พร้อมแจกครั้งใหญ่เอาใจและคืนกำไรให้ลูกค้าทุกคนได้ร่วมเป็นเจ้าของ
"ปาร์ค ออริจิน พญาไท :Park Origin Phayathai” มูลค่ารวมกว่า 8.1 ล้านบาท เปิดให้ลุ้นเป็นเจ้าของ “คอนโดมิเนียมหรู” ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ตอบโจทย์ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบครบทุกมิติ ทั้งชุมชนพักอาศัย เทคโนโลยีสมัยใหม่
ชวนกันมาช้อป “คิง เพาเวอร์” 2 สาขาหลัก ที่รางน้ำ กรุงเทพฯ และภูเก็ต จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม ในแต่ละวันซื้อสินค้าให้ครบทุก
5,000 บาท (สุทธิ) รับทันที 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่
(ใบอนุญาตเลขที่ 2085/2569)
เริ่มตั้งแต่ 28 กันยายน - 1 พฤศจิกายน
2569
การช้อปเพื่อลุ้นรับสิทธิ์เป็นเจ้าของคอนโดมีเนียมหรู
ด้วยกติกาง่าย ๆ
เพียงเลือกช้อปสินค้าที่ร่วมรายการ
แล้วมียอดซื้อสินค้าภายในแต่ละวันในสาขาเดียวกันสามารถรวมใบเสร็จให้ครบตามเงื่อนไข
นำไปแลกรับคูปองเพื่อส่งชื่อลุ้นรางวัลได้บริเวณจุดบริการสมาชิก (Member Service)
“คูปองลุ้นรางวัล” เริ่ม 28 กันยายน -1 พฤศจิกายน 2569 หมดเขตส่งภายใน 1 พฤศจิกายน นี้ จะรู้ผลภายใน 30 พฤศจิกายน จากนั้นคิง
เพาเวอร์
จะประกาศรายละเอียดพร้อมรายชื่อผู้โชคดีอย่างเป็นทางการสำหรบเป็นผู้พิชิตรางวัลใหญ่ในวันที่
25 ธันวาคม 2569
ข่าวที่ 2 -ช้อปคิงเพาเวอร์สุวรรณภุูมิทุกวีคเดย์รับฟรี500+ลด35%
“คิงเพาเวอร์
ท่าอากาศยานสุวรรณภุูมิ” จัดชุดใหญ่ให้นักเดินทางเลือกใช้สิทธิ์ได้อีก
3 รายการ
-รายการที่ 1 แจกฟรี! คูปอง ON-TOP 500 บาท ทุกวีคเดย์ วันจันทร์-พฤหัสบดี เมื่อช้อป 1,500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(สุทธิ) จะได้รับคูปองส่วนลดดังกล่าวเพื่อนำใช้ลด ON-TOP ได้ทันที
-รายการที่ 2 หั่นราคา“ไอเทมฮิต” ลดสูงสุด 35% เอาใจคนไทยด้วยการจับมือกับพันธมิตรแบรนด์ดัง น้ำหอม สกินแคร์ บิวตี้ แฟชั่น สร้างดึงดูดนักช้อปได้ตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างคุ้มค่าเงินทุกวัน
-รายการที่
3 ช้อปแบรนด์ “บิวตี้”
เติมเต็มความงามด้วยไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน มอบส่วนลดสูงสุด 25% + ON-TOP
5% ไล่เรียงกันดังนี้ ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด
10% ช้อปครบ 6,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 15% ช้อปครบ 8,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20% ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด
25% และ สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มพิเศษให้อีก
5%
ข่าวที่ 3-คิง เพาเวอร์ ออนไลน์เปิดโปรฮ็อต3รายการลดใหญ่จริง25%
“คิง
เพาเวอร์ ออนไลน์” โชว์พลังแคมเปญ “DISCOVER MORE”
เปิดประสบการณ์ช้อปแบบฉุดไม่อยู่ ชวนนักช้อปเข้ามาส่องฮอตไอเทมแห่งซีซั่น
โดนใจทุกไลฟสไตล์ ก่อนออกเดินทางไปสร้างความทรงจำดี ๆ
ด้วยการคลิกเลือกหยิบสินค้าใส่ตะกร้า เพื่อรับบริการ “ส่งตรงถึงบ้าน :Home
Delivery” ตลอดเดือนกันยายนนี้มีส่วนลดสูงสุดทะลุพิกัด
2 รายการ รายการแรก ช้อปครบ 3,000 บาท 20% เมื่อช้อปครบ ด้วยรหัส20HMSEP รายการที่สอง
ช้อปครบ 7,000 บาท ลดสูงสุด 25% ด้วยรหัส 25SEP26
ข่าวที่ 4-ททท.รุกขายงานใหญ่สุดญี่ปุ่นTEJ2026บูมHealing
Luxury
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า นำ ททท.เปิดคูหาประเทศไทยในงานใหญ่ Tourism
Expo Japan 2026 (TEJ 2026) ระหว่าง 24-27
กันยายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติ Tokyo Big Sight กรุงโตเกียว
ประเทศญี่ปุ่น นำเสนอภาพลักษณ์ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย
สร้างการรับรู้ในเชิงบวกเจาะตลาดญี่ปุ่นขยายฐานกลุ่มคุณภาพที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก
ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury”
TEJ เป็นหนึ่งในงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวจัดประจำทุกปีรายการใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
มีหน่วยสนับสนุน 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่
Japan Travel and Tourism Association (JTTA), Japan Association of Travel Agents
(JATA) และ Japan National Tourism Organization (JNTO) ปีนี้ไทยเน้นประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เชิงบวกเมืองไทยในกลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
ขยายสู่กลุ่มคุณภาพที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก เปิดทำเวิร์คช้อปในคูหาประเทศไทย
กระตุ้นให้เลือกกลับเที่ยวเมืองไทยและเพิ่มวันพักเฉลี่ยได้ด้วย ชูประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ฟื้นฟูสุขภาพ
ททท.ทำประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมไทยภายใต้
“Healing is the New Luxury” ด้วยกิจกรรมหลากหลายอย่างคือ การแสดงมาสคอต
การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย สาธิตงานฝีมือ เวิร์คช้อปด้านเวลเนส
และการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) ผนวกสินค้าและบริการทางท่องเที่ยวของไทย
เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานทั้งจากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ
ประชาชนชาวญี่ปุ่นได้สัมผัสอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านกิจกรรม เช่น การนวดฟ้อนเล็บ ทำยาดมสมุนไพร และทำเครื่องประดับจากขยะในทะเล
เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยครบมิติให้ได้สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้งและช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจเดินทางจริงมาไทย
ขณะนี้ “ประเทศไทย”
เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทาง
ความสนใจในประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
“พฤติกรรม” นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
เดินทางมาไทยมีวันพักเฉลี่ย 7.74 วัน ใช้จ่ายเฉลี่ย 5,232.22 บาท/คน/วัน มีค่าใช้จ่ายรวม 40,497.38 บาท/คน/ทริป ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเดินทางมาไทยยังคงเป็นจุดแข็ง
3 ด้าน 1.“ระยะทางใกล้ ราคาเข้าถึงได้ 2.ใช้เวลาเดินทางไม่มาก” 3.ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีระหว่างเดือนตุลาคม–ธันวาคม
เป็นช่วงวันหยุดฤดูหนาวของญี่ปุ่น เอื้อต่อการเดินทางมาไทยทั้งแบบนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง
(FIT) และ กลุ่มเดินทางแบบคณะ (Group Tour)
โดยมี “ปัจจัยท้าทาย”
1.จากแนวโน้มสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าโดยสารทางอากาศ
ค่าตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น 2.ภาวะเงินเยนอ่อนค่าและการขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง
(Fuel Surcharge) ทำให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นบางส่วนวางแผนเดินทางล่วงหน้านานขึ้น
ปรับลดงบประมาณท่องเที่ยวลง
ททท. จึงเตรียมรับมือด้วย
3 กลยุทธ์ ได้แก่ ● กลยุทธ์ที่ 1 ทำแผนส่งเสริมการตลาดเน้นเจรจาเพิ่มความจุที่นั่งสายการบินและผลักดันการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
(Charter Flight)
เส้นทางภูมิภาค เช่น สนามบินเซ็นได และจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดร่วมกับสายการบินหลักและบริษัทนำเที่ยว
● กลยุทธ์ที่ 2 เน้นดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง
(High Value Travelers) เช่น กลุ่ม สุขภาพและเวลเนส
ลักชัวรี่ ชอปปิ้ง และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
● กลยุทธ์ที่ 3 ชูจุดเด่นด้านความคุ้มค่า
(Value for Money) และกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง
เพื่อผลักดันให้จำนวนและรายได้จากตลาดญี่ปุ่นบรรลุเป้าหมายที่ ททท.วางไว้
ข่าวที่ 5- BFPL-BPTทำแผนส่งกรมพลังงานซ่อมรอยรั่วท่อส่งน้ำมัน
บริษัท
กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) และบริษัท
บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) รายงานว่า จากการขยายพื้นที่ “ตรวจสอบกรณีน้ำมันปนเปื้อนบริเวณถนนเชื้อเพลิง”
ใต้สะพานยกระดับพระราม 3 พบรอยรั่วซึมในระบบท่อส่งน้ำมัน
และได้ควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อดำเนินการซ่อมแซมและนำระบบท่อส่งน้ำมันกลับมาใช้งาน
โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างเต็มที่
ขณะนี้ทั้งสองบริษัทอยู่ระหว่าง
“จัดทำแผนซ่อมแซมตามมาตรฐานวิศวกรรมและข้อกำหนด” ของกรมธุรกิจพลังงาน รวมทั้งการส่งข้อมูลประวัติการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุงระบบท่อ
ให้กรมธุรกิจพลังงานใช้ประกอบการตรวจสอบหาสาเหตุและประเมินความเสี่ยงของระบบท่อส่งน้ำมัน
เมื่อซ่อมแซมจุดที่พบรอยรั่วซึมเสร็จแล้วจะตรวจสอบสภาพภายในระบบท่อด้วยอุปกรณ์ Intelligent
Pig ตลอดแนวระยะทางประมาณ 66 กิโลเมตร
คาดจะใช้เวลาดำเนินการ
“ซ่อมแซมและทดสอบ” ประมาณ 3 สัปดาห์
ก่อนนำระบบท่อส่งน้ำมันกลับมาใช้งานภายหลังได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน
โดยได้จัดทีมประจำพื้นที่เพื่อให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกประชาชน ชุมชน
ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว
นอกจากนี้
BFPL และ BPT จะจัดทำแผนแก้ไขระยะยาว
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการดำเนินงานในระยะยาว
สำหรับ
“ระบบท่อส่งน้ำมัน” ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินและอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการของ BPT ส่วน “BFPL” เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ซึ่งได้รับสิทธิในการใช้และบริหารระบบท่อ
รวมทั้งเป็นผู้ดำเนินการระบบท่อตั้งแต่ 1 มกราคม 2565 ทั้งสองบริษัทจะให้ความร่วมมือกับกรมธุรกิจพลังงานและหน่วยงานขที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ
ซ่อมแซม และทบทวนมาตรการดูแลรักษาระบบท่อ ภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่าง BPT
และ BFPL โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง หลักฐาน
และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
รวมทั้งร่วมกันดูแล
เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่อย่างเหมาะสม
พร้อมบริหารจัดการการขนส่งน้ำมันเพื่อให้การจัดส่งแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
BPT และ BFPL ได้จัดให้มีกรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมทั้งในส่วนความเสียหายต่อทรัพย์สินและการหยุดชะงักทางธุรกิจ
รวมทั้งประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจอย่างมีมาตรฐานชัดเจน
ข่าวที่
6-บางจากหนุนสวนสัตว์สีเขียวต่อยอดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น บริษัท
บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000
บาท ให้กับโครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า
และกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมี นายศรีศักดิ์ สุขชุ่ม
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นผู้รับมอบ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้
“โครงการอุปถัมภ์สัตว์ป่า”
เป็นหนึ่งในโครงการที่องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน
หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้มีส่วนร่วมในการอุปถัมภ์สัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ
ที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 10,000
ตัว
สำหรับเงินสนับสนุนครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์
เวชภัณฑ์สำหรับการรักษาพยาบาลสัตว์
และอุปกรณ์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าในสวนสัตว์ในคราวจำเป็นต่อไป
ทางคณะผู้บริหารและพนักงานจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด
(มหาชน) กว่า 900 คน ยังได้ร่วมกัน “ปั้นเมล็ดพันธุ์ดิน” (Seed
Ball) และยิงเมล็ดพันธุ์เข้าสู่ผืนป่า เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว
เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ คือรากฐานสำคัญจะช่วยสร้างสมดุลทางสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
บางจากให้การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ
มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ช่วงที่ 2 ได้เวลาขึ้นเหนือไปหาประสบการณ์ความสุขในงาน “VIJIT Thailand @LAMPHUN”เริ่มแล้ววันนี้-4
ต.ค.2569 เปิดย่านเมือเก่าลำพูนถอดรหัสความงามล้านนาให้ชมยามค่ำคืนถึง 12
จุด แล้วฟัง “5 วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัย” เมื่อเกิดฝนตกหนักฟ้าคะนอง
เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก
“ททท.” ชวนท่องเที่ยว“เสน่ห์ไทย@เชียงราย” วันนี้-27ก.ย. ข่าวที่สอง
“PokPokOktoberfest 2026”ยกมิวนิคสู่เจ้าพระยา24ต.ค.-1พ.ย.นี้
ที่ The 71 Venue
ท่องเที่ยว –“VIJIT Thailand @LAMPHUN”เริ่มแล้ววันนี้-4
ต.ค.2569
เริ่มแล้วการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แห่งแสงสีงดงามตระการตาเหนือจินตนาการ
ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนต้องไปชมสักครั้ง “VIJIT Thailand @LAMPHUN” เริ่มพื้นที่แรก วันที่ 25 กันยายน
จัดยาวไปจนถึง วันที่ 4 ตุลาคม 2569 บริเวณย่านเมืองเก่าลำพูน
เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ
“VIJIT Thailand @LAMPHUN” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แสงแห่งศรัทธา กาลเวลาแห่งหริภุญชัย”
เนรมิตแผ่นดินย่านเมืองเก่าลำพูนให้ตระการตาด้วยแสง สี เสียง
และเทคโนโลยีสื่อผสมสุดล้ำ
ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมและตำนานอันทรงคุณค่าให้เจิดจรัสเหนือกาลเวลา นำเสนอบัญญัติ 12 จุดการแสดงแสงศิลป์
มหาเสน่ห์แห่งนครหริภุญชัย เช็คอินได้ทุกวันตั้งแต่ 17.00 – 22.00 น.
จุดที่ 1: สะพานท่าสิงห์
(ตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญชัย) – สายแสงแห่งหริภุญชัย สร้อยประกายแสงแห่งสายน้ำ
ตระการตารับอรุณรุ่งแห่งศรัทธา
จุดที่ 2: ประตูท่านางวัดช้างรอง
– กำแพงแห่งความทรงจำ รอยอดีตข้ามกาลเวลา ย้อนรอยประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่
จุดที่ 3 : คูน้ำรอบเมืองก่อนถึงวัดมหาวัน
– ธาราแห่งกาลนิรันดร์ พริ้วสายธารส่องสะท้อน
มนต์เสน่ห์แห่งเมืองเก่ามิรู้ลืม
จุดที่ 4 : พระรอดสถาปัตจักสาน –
ประกายธรรมเหนือกาลเวลา 🪷 ศรัทธาบารมีพระรอด เจิดจรัสด้วยภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน
จุดที่ 5 : คุ้มเจ้าจักรคำขจรศักดิ์
(คุ้มหลวงลำพูน) – แสงแห่งกาลเวลา เลือดขัตติยา นครลำพูน สง่าบารมีขัตติยวงศ์
รังสรรค์ความงดงามแห่งคุ้มหลวง
จุดที่ 6 : อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี
– ราชินีนิรันดร์แห่งหริภุญชัย สดุดีพระบารมีราชีนีย์
เปล่งประกายศรัทธาสู่นิรันดร์
จุดที่ 7 : ร้านกาแฟ Black
to Basic – เสน่ห์นิรันดร์แห่งลำพูน สะท้อนวิถีร่วมสมัย
ผสานอดีตและปัจจุบันอย่างลงตัว
จุดที่ 8 : วัดสันป่ายางหลวง –
นครแห่งพุทธศิลป์ มณฑลแห่งสัจธรรม วิจิตรตราตรึงวิญญาณ
จุดที่ 9 : วัดสันป่ายางหลวง –
รัศมีแห่งพุทธศิลป์ ดังกังวานแสงธรรม ส่องสว่างระฆังแห่งศรัทธา
จุดที่ 10 : วัดสันป่ายางหลวง –
พุทธศิลป์แห่งแสงศรัทธา รัศมีบารมีส่องฟ้า เนรมิตวิหารให้ทอแสงทอง
จุดที่ 11 : วัดสันป่ายางหลวง –
รัตนะแห่งพุทธศิลป์ อัญมณีคู่แผ่นดิน ประกายแสงเรืองรองในม่านหมอกราตรี
จุดที่ 12 : เจดีย์ วัดศรีบุญเรือง
– มหาศรัทธาแห่งแสงธรรม ยอดเจดีย์ทอแสงธรรม นำจิตวิญญาณสู่ความสงบเย็น
สุขภาพ –5
วิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดฝนตกหนักฟ้าคะนอง
ปลายเดือนกันยายนนี้
ฝนยังคงตกต่อเนื่องวันละหลายเวลา โดยเฉพาะช่วงหลังเลิกงาน
ก่อนออกจากบ้านหรือที่ทำงานแต่ละครั้ง ควรตรวจสภาพภูมิอากาศทุกครั้ง
รวมทั้งควรจะเรียนรู้และเตือนสติทุกคนถึงเรื่อง “การหลบอย่างปลอดภัย” เบื้องต้นแบบง่าย
ๆ ทำได้ทันทีด้วยการ 5 วิธี ดังนี้
มีข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดฝนตกหนักและฟ้าคะนอง
1.ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่: ลดเสี่ยงฟ้าผ่าลงผิวดินหรือเหนี่ยวนำกระแสไฟ
2.หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง: เช่น สนามหญ้า
หรือทุ่งนา
3.งดใช้โทรศัพท์มือถือ: และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กลางแจ้งขณะฝนฟ้าคะนอง
4.ถอดปลั๊กไฟอุปกรณ์: ป้องกันไฟกระชากและความเสียหายจากฟ้าผ่า
5.ระวังน้ำท่วมขังและสัตว์มีพิษ: สวมรองเท้าบูทหากต้องลุยน้ำ และระมัดระวังงูหรือแมลงที่หนีน้ำ
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ททท.ชวนท่องเที่ยว“เสน่ห์ไทย@เชียงราย” วันนี้-27 ก.ย.69
นายณัฐ
ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
ททท.ร่วมกับจังหวัดเชียงรายจัดงาน “เสน่ห์ไทย@เชียงราย” ระหว่าง 24–27 กันยายน 2569 เวลา 15.00-21.30 น. ที่เดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี เชียงราย เดินหน้านโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ชูอัตลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและเสน่ห์วิถีชีวิตอันเรียบง่าย สงบ
ไม่เร่งรีบ สอดรับกับแนวคิดการมีอายุยืน (Longevity) การเยียวยากายใจ
เน้นสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่
ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและสุขภาพระดับโลก
โดยได้ต่อยอดกิจกรรมที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละภูมิภาคของไทยจัดงาน
“เสน่ห์ไทย@เชียงราย”
นำจุดแข็งมาถ่ายทอดภายใต้แนวคิด
“เชียงราย
หมุดหมายแห่งความสมดุล”
เชื่อมโยงวิถีสโลว์ไลฟ์แบบล้านนาเข้ากับแนวคิด The Art of Healing & Longevity สร้างประสบการณ์ที่ชวนผู้มาเยือนได้พักกาย
พักใจ ฟื้นฟูสุขภาพ และกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผ่านประสบการณ์ครบ 5 สัมผัส ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ยกระดับภาพลักษณ์เชียงรายสู่ “เมืองแห่งสุขภาพ – Chiang Rai Wellness City”
ภายในงานได้ชู
5 MUST DO IN
THAILAND ได้แก่
Must Taste, Must Try, Must Buy, Must Seek และ Must
See ผสานด้วยกิจกรรมเชื่อมโยง อัตลักษณ์ท้องถิ่น เวลเนส ไลฟ์สไตล์
เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์เชียงรายผ่านประสบการณ์ความสนุกและมีส่วนร่วมได้จริง
เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมแต่ละโซน 3 กิจกรรม ดังนี้
● กิจกรรมแรก The Art of Healing ถ่ายทอดแนวคิดการเยียวยากายและใจ
(Wellness & Healing) ศาสตร์และศิลป์แห่งการบำบัดทางกายและจิตใจ
(Wellness & Healing) พร้อมเปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า (5
Senses) ได้ผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ด้วยโยคะและศิลปะบำบัด
โดยเฉพาะประสบการณ์ธรรมชาติบำบัดได้จำลองการอาบป่า (Forest Bathing) และคลื่นเสียง
(Sound Healing
by Sunyata Sound Play) คืนความสงบสู่จิตใจอย่างแท้จริง
ตกแต่งบรรยากาศและประดับไฟให้เข้ากับความงดงามของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมล้านนา
อัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของวิถีชนเผ่า ดีไซน์ให้ผู้เข้าร่วมงานเกิดความรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า
เห็นถึงคุณค่าการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและเรียบง่าย
● กิจกรรมที่ 2 Craft
& Workshop สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น งานผ้า
งานไม้ น้ำมันหอมระเหย งานวาดภาพ งานปั้นดิน ชวนลงมือปฏิบัติจริง
เพื่อสร้างประสบการณ์ผ่านผลงานที่สร้างสรรค์แลนำกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ มีโซนบรรยายและเสวนาเชิงวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ
และอินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพชั้นนำ มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ แนวคิด
การดูแลสุขภาพยุคใหม่ ครอบคลุมการป้องกัน การฟื้นฟู
การปรับวิถีชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในสู่ภายนอก
ฟังดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง
● กิจกรรมที่ 3 กิน ช้อป ในโซนร้านค้าขายอาหาร เปิดประสบการณ์ให้ลองรับประทานเพื่อปรับสมดุลร่างกายตามธาตุเจ้าเรือน
อาหารถิ่นเลิศรส นำเสนอผ่านวัฒนธรรมอาหารฟิวชัน ผสานแบบดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมสมัยใหม่
ตอบรับวิถีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่สอง
–“PokPok Oktoberfest 2026”ยกมิวนิคสู่เจ้าพระยา24ต.ค.-1พ.ย.นี้
นายนัฐพงษ์
จารวิจิต ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร POKPOK เปิดเผยว่า เตรียมจัดงาน “PokPok Oktoberfest 2026” ภายใต้แนวคิด
“A New Tradition Begins” รวม 9 วัน
ระหว่าง 24 ตุลาคม–1 พฤศจิกายน 2569 ที่ The 71 Venue ยกบรรยากาศออคโทเบอร์เฟสต์กลิ่นอายมิวนิค
มาสู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างพื้นที่พบปะเฉลิมฉลองเทศกาลสไตล์เยอรมัน
โดยได้ร่วมมือกับองค์กรและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเยอรมนีในไทย
โดยร่วมพูดคุยกับ สมาคมนักเรียนเก่าเยอรมันในพระบรมราชูปถัมภ์ (VTD)
และมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน (TDKS) ถ่ายทอดกลิ่นอายและวัฒนธรรมเยอรมันให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน
ตั้งเป้าอนาคตจะผลักดัน PokPok Oktoberfest เติบโตเป็นเทศกาลประจำปี
การจัดงานปี
2569 จะเปิดพื้นที่ The 71 Venue ทั้งภายในฮอลล์และโซนกลางแจ้งริมแม่น้ำ
รวบรวมอาหารเยอรมัน อาหารนานาชาติ เครื่องดื่มหลากหลายแบรนด์มากกว่า 50 บูธ ตกแต่งสไตล์บาวาเรีย โต๊ะยาวนั่งร่วมกัน ,ดนตรีสด
เกม กิจกรรมตลอดทั้งวัน รองรับทั้งผู้ร่วมงานทั่วไป กลุ่มเพื่อนและครอบครัว
รับจองโต๊ะสำหรับกลุ่มและองค์กรได้ด้วย
นายนัฐพงษ์
กล่าวว่า ได้ขยายธุรกิจที่เดิมการนำอาหารไปหาผู้บริโภคผ่านโมเดล Food
Delivery สู่การทดลอง “กลับสมการ” สร้างพื้นที่และประสบการณ์จัด
การจัด PokPok Oktoberfest 2026 ทำให้ผู้คนเดินทางมาพบกัน
โดยยังคงใช้อาหารเป็นหนึ่งในตัวเชื่อมสำคัญระหว่างผู้คน โดยได้นำแนวคิด
“รถพุ่มพวง” ผสานเข้ากับฟู้ดคอร์ท ฟู้ดเดลิเวอรี่ เกิดเป็นโมเดลการรวบรวมอาหารจากหลายร้าน
ก่อนจัดส่งให้ลูกค้าหลายรายในพื้นที่เดียวกันช่วยเฉลี่ยต้นทุนการส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งได้มองหาโอกาสต่อยอดแบรนด์สู่พื้นที่ใหม่จัด
PokPok Oktoberfest 2026 เป็นการทดลองตลาดครั้งสำคัญ
จากเดิมเป็นเพียงนำอาหารไปหาผู้บริโภค หันมาสร้างพื้นที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาพบกัน หากประสบความสำเร็จก็สามารถจัดเป็นงานเทศกาลประจำทุกปีได้
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น